เราเป็นทอม เคยคบกับแฟนผู้หญิงตอนมัธยม เลิกกันไป มาเจออีกที แฟนเก่าเราอุ้มลูก มีสามีแล้ว เราโกรธบล็อกเขาทุกช่องทาง แล้วเราก็มีแฟนใหม่ จนทราบข่าวว่าแฟนเก่าเสียชีวิต ย้อนดูในโซเชียลเขาไม่เคยลบรูปเราเลย พยายามติดต่อมาคุยกับเรา

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เราเป็นทอม เคยคบกับแฟนผู้หญิงตอนมัธยม เลิกกันไป มาเจออีกที แฟนเก่าเราอุ้มลูก มีสามีแล้ว เราโกรธบล็อกเขาทุกช่องทาง แล้วเราก็มีแฟนใหม่ จนทราบข่าวว่าแฟนเก่าเสียชีวิต ย้อนดูในโซเชียลเขาไม่เคยลบรูปเราเลย พยายามติดต่อมาคุยกับเรา

07 มิ.ย. 2024

เราเป็นทอม เคยคบกับแฟนผู้หญิงตอนมัธยม เลิกกันไป มาเจออีกที แฟนเก่าเราอุ้มลูก มีสามีแล้ว

เราโกรธบล็อกเขาทุกช่องทาง แล้วเราก็มีแฟนใหม่ จนทราบข่าวว่าแฟนเก่าเสียชีวิต

ย้อนดูในโซเชียลเขาไม่เคยลบรูปเราเลย พยายามติดต่อมาคุยกับเรา รู้สึกติดค้างไม่ได้พูดอะไรกับเขาเลย

            “คุณนิค (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี  สายที่สองในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [5มิ.ย.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาความรักที่ความรู้สึกยังค้างคา

            โดย “คุณนิค (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เป็นเรื่องราวที่เราเคยถูกผู้หญิงคนหนึ่งทิ้งไปนานมากแล้ว ซึ่งเรื่องมันจบไปแล้วแต่เรายังรู้สึกผิดอยู่ เริ่มจากเราเคยเป็นเพื่อนร่วมห้องกันมาก่อนตั้งแต่ม.ปลาย เค้าเคยมีแฟนเป็นผู้ชายมาก่อนแล้วก็ค่อยมาคบกับเราที่เป็นทอม เวลาที่เค้าทะเลาะกับเพื่อนเราก็จะอยู่ข้าง ๆ เค้าตลอด เค้าก็มักจะบอกกับเราว่า “อย่าทิ้งเค้าไปไหนนะ” เพราะเราเหมือนเป็นที่พึ่งทางใจให้กับเค้า

            จนจุดเปลี่ยนมันเกิดช่วงที่เราทั้งคู่เข้ามหาลัย เค้าสอบติดมหาลัยที่อยู่ต่างจังหวัด เราก็ไปส่งเค้าที่สนามบิน แต่หลังจากนั้นได้ 2 อาทิตย์เค้าก็โทรมาบอกเลิกเราเลย ทั้งๆไม่มีสัญญาณอะไรและเราก็ไม่ได้เตรียมใจไว้เลย ซึ่งเหตุผลที่เค้าบอกเราคือเราขี้หึงเกินไป งี่เง่าเกินไป โทษความผิดให้กับเราหมดเลย เราเลยไปส่องเฟซบุ๊คของเค้า และสิ่งที่เราเจอคือเค้าโพสรูปคู่กับผู้ชายคนหนึ่งที่น่าจะเป็นคนคุยใหม่ของเค้า เราเลยโกรธเค้ามาก ไล่ลบรูปคู่ทั้งหมด บล็อกเค้าทุกช่องทาง แต่ด้วยความที่พี่สาวของเราเรียนที่มหาลัยเดียวกับเค้า เราเลยยังได้ทราบข่าวเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้าง 

            หลังจากจบมหาวิทยาลัย แฟนเก่าเราประกาศแต่งงานทันที เราก็แอบรู้สึกช็อคนิดนึงแต่ก็รู้สึกว่ามันผ่านมานานมากแล้วทำไมถึงต้องไปคิดอีก แต่มันดันมีเรื่องบังเอิญที่ทำให้เราต้องไปเจอเค้าและภาพที่เราเห็นคือเค้ากำลังอุ้มลูกอยู่ เราตัวชา ทำตัวไม่ถูก เลยเลือกที่จะเดินสวนไป ผ่านไปสักพักเราก็ได้ยินข่าวคราวอีกทีคือเค้าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ทั้งแม่และพี่สาวก็ไปให้กำลังใจเค้าและเหมือนจะดีขึ้น แต่สุดท้ายเค้าก็เสียชีวิต พอเราได้ยินแบบนั้นก็เหมือนโลกถล่ม สิ่งที่เราพยายามเกลียดเค้าหรือลืมเค้ามาโดยตลอดทำให้เราเสียศูนย์ไปเลย เราเลยขอแฟนคนปัจจุบันไปงานศพของเค้า และเราก็เสียใจที่คุยกับเค้าผ่านธูป และบอกกับตัวเองว่าทำไมเราไม่ทักไปคุยกับเค้า ทำไมเราถึงใจร้ายกับเค้า เราเลยกลับไปดูในเฟสบุ๊คคือเค้าไม่เคยลบรูปคู่กับเราเลย มันเลยยิ่งทำให้เราคิดว่าทำไมมีแต่เราที่มีทิฐิ และโกรธเค้าอยู่ฝ่ายเดียว ทำให้เราต้องไปปรึกษาจิตแพทย์และกินยา แต่เมื่อไหร่ที่นึกถึงเค้าเราก็จะร้องไห้ตลอด เลยอยากจะถามพี่ ๆ ว่าเราผิดมั้ยที่ตอนเลิกกันเราบล็อกเค้าทุกช่องทาง และถ้าอยากเลิกคิดเรื่องนี้พี่ช่วยแนะนำมุมมองใหม่ให้ได้มั้ยคะเพราะเราจมปลักกับตรงนี้มานานมาเกินครึ่งปีแล้ว’

            ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คุณนิคไม่ผิดที่บล็อกเค้าเพราะเค้าบอกเลิกเรา จริง ๆ สำหรับผู้หญิงเรื่องแบบนี้เค้าวางแผนมาแล้วว่าจะเลิก กะว่าไปถึงอีกจังหวัดเค้าจะหาวิธีบอกเลิก หรือเค้าอาจจะไปแล้วไปเจอใครที่นู้นภายใน 2 อาทิตย์ สำหรับหอมมันก็คือการนอกใจ ก็ไม่มีอะไรที่ทำให้เราต้องเสียดาย เป็นหอมหอมก็ไม่ทักหา อาจจะใช้เวลาไปสักพักถึงจะให้อภัย ฉะนั้นตรงนี้ไม่ผิดอยู่แล้วเพราะเลิกกันไม่ดี ส่วนรื่องเปลี่ยนมุมมอง หอมว่าเราไม่ใช่หมอดู ไม่มีใครรู้อนาคตว่าใครจะต้องไปเจออะไร แล้วสัจธรรมของชีวิตคน เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องปกติมาก ไม่วันหนึ่งคุณนิคไปเค้าก็ไป มันไม่ใช่ความผิดเรา สิ่งที่เราทำมันก็ถูกต้องแล้วคือต่างคนต่างใช้ชีวิตเพราะเลิกกันไปแล้ว นิคอาจจะรู้สึกเสียดายที่น่าจะให้อภัยและคุยกับเค้าเพราะนี่คือเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่ง หอมคิดว่ามันเป็นความเสียดายมากกว่าที่คุณนิคจะเก็บมาโทษตัวเองว่าเราทำผิดทำไมเราไม่คุยกับเธอ มันไม่ใช่แค่คุณนิคอย่างเดียว เค้าอยากคุยกับเรารึเปล่า อันนี้ก็ไม่รู้ แล้วที่บอกว่าไลน์เด้งมาหาเราก็มีคนให้ข้อสันนิฐานว่า จริง ๆ เค้าอาจจะไม่ได้แอดเรามา แต่ถ้ามีเบอร์เราไลน์มันก็จะเด้งอัตโนมัติเวลาที่เค้าเปลี่ยนมือถือ และในเมื่อเค้าเป็นคนทิ้งเราก่อนเราก็ไม่ผิดที่เราทักเค้าไป แล้วการที่คุณนิครู้สึกว่าเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน และวันที่เค้าเสียชีวิตแล้วคุณนิคจะไปอโหสิกรรมอันนี้ก็เปนเรื่องที่ถูกต้อง เพราะเราไม่รู้เลยว่าวันหนึ่งเค้าจะเจออะไร เค้าจะจากเราไปตอนไหน ถ้าคุณนิครู้สึกว่านี่เป็นบทเรียนและไม่อยากเจอเรื่องแบบนี้อีก วันนี้คนที่อยู่ข้าง ๆ คุณนิค คุณนิคก็ต้องทำดีกับเค้าเช่น แฟนใหม่ที่เราคบ ถ้าวันหนึ่งเค้าเป็นอะไรขึ้นมาเราจะเสียดายอะไรที่เรายังไม่ได้ทำบ้าง ให้ทำกับคนนี้หรือทำกับคนรอบข้างเหมือนจะจากกันตลอดเวลา เพราะงั้นทำตีต่อกันกับคนที่ยังเหลืออยู่ อันนี้หอมว่าดีกว่า และเลิกคิดถึงคนที่จากไปแล้วและไม่ต้องโทษตัวเอง เพราะเค้าไปแล้วและไม่รับรู้อะไรแล้ว’

            ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็ใกล้เคียงกับหอม เพราะพี่ก็ถามว่าว่าทำไมนิคคิดว่าตัวเองผิด แต่ด้วยจังหวะของการเลิกกันมันอาจจะกระทันหัน ซึ่งการเลิกกันแบบนี้ก็ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้นกับคู่อื่น ๆ คนเรามีการบอกบอกเลิกหรือวิธีหยุดความสัมพันธ์ที่ไม่เหมือนกัน บางคนก็หายไปเลย บางคนก็มานั่งคุย อันนี้ก็แล้วแต่คู่ แล้วพอเลิกกันไปผมมองว่าต่างคนต่างวางตัวกันดี เอาจริงคุณนิคก็ไม่ควรทักไปอยู่แล้ว เพราะมันไม่มีสาเหตุที่ต้องคุยกันในฐานะเพื่อนเก่าหรืออะไรก็ตาม ยิ่งทักคุยกันอาจจะยิ่งเป็นปัญหากับความสัมพันธ์ปัจจุบันของแฟนเค้าซะมากกว่า ผมว่าต่างฝ่ายต่างทำถูกแล้วที่ไม่ได้ติดต่อกัน และสุดท้ายคนที่จะติดค้างเรื่องคำขอโทษก็น่าจะเป็นฝ่ายเค้ามากกว่า ผมมองว่าทุกอย่างดำเนินไปตามปกติที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว ไม่เห็นว่าจะมีความผิดอะไรจากคุณนิคเลย ในเรื่องของมุมมองคุณนิคต้องล้างความคิดว่าตัวเองผิดก่อน ผมไม่เห็นว่าคุนนิคจะต้องมีอะไรที่ติดค้างหรือรู้สึกผิด เพราะต่างฝ่ายก็ต่างไปมีชีวิต คนที่เลิกกันแล้วบางทีก็ไม่เหมาะไม่ควรที่เราจะคบหากันต่อ แม้จะเป็นเพื่อนกันก็ตามมันต้องย้อนกลับไปตั้งแต่เป็นเพื่อนกัน เมื่อไหร่ที่ตัดสินใจก้าวข้ามความเป็นเพื่อนมาเป็นแฟน มันคือการเปลี่ยนแปลงที่ย้อนกลับไปไม่ได้ พอเลิกกันก็ต้องทำใจว่าความสัมพันธ์แบบเพื่อนมันจะไม่กลับมา และทุกอย่างี่เกิดขึ้นมาผมมองว่ามันเป็นเรื่องปกติทุกอย่าง’

            สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่จะเสนอมุมมองที่ต่างพี่เผือกพี่หอมนิดนึง เท่าที่พี่ฟังมาพี่รู้สึกเสียดายชีวิตคุณนิคมากเลย พี่รู้สึกว่า 9 ปีตั้งแต่เลิกกับเค้าคุณนิคไม่ได้ไปไหนเลย อย่างตอนที่เจอเค้าอุ้มลูกแล้วคุณนิคหนี ถ้าเป็นคนที่มูฟออนแล้วพี่ว่าเค้าคงเดินไปถามสารทุกข์สุขดิบ แต่สำหรับเติ้ลมองว่าเหมือนคุณนิคยังอยากได้เค้าเป็นแฟน ยังเฝ้าดูชีวิตเค้าตลอด เรื่องของเค้ายังเข้ามากระทบจิตใจคุณนิคตลอด แล้วสุดท้ายคนที่ไม่ไปไหนก็คือตัวคุณนิค แต่วันนี้เค้าเสียไปแล้วแต่คุณนิคเองที่ยังไม่ไปไหน ซึ่งทำให้เติ้ลเสียดายเวลาที่คุณนิคจะไปมีความสุขกับตัวเอง ถ้าคุณนิคยังไม่เลิกคิดว่าตัวเองผิด ก็โปรดให้อภัยตัวเอง’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนหนูมีหัวหน้าเป็นผู้หญิงคนนึง อายุเยอะกว่าแฟน มีสามี มีลูกแล้ว แล้วก็สนิทกับหัวหน้าคนนี้ เล่นกับลูกเขาบ่อยๆ หลังๆมาแฟนลาออกจากบริษัทนี้ แต่หัวหน้าก็ยังจ้างแฟนตลอด ไปต่างจังหวัดด้วยกัน แฟนก็มาเล่าว่า “ได้นอนห้องเดียวกับหัวหน้าคนนี้อีกแล้ว”

30 มิ.ย. 2025

แฟนหนูมีหัวหน้าเป็นผู้หญิงคนนึง อายุเยอะกว่าแฟน มีสามี มีลูกแล้ว แล้วก็สนิทกับหัวหน้าคนนี้ เล่นกับลูกเขาบ่อยๆ หลังๆมาแฟนลาออกจากบริษัทนี้ แต่หัวหน้าก็ยังจ้างแฟนตลอด ไปต่างจังหวัดด้วยกัน แฟนก็มาเล่าว่า “ได้นอนห้องเดียวกับหัวหน้าคนนี้อีกแล้ว”

แฟนหนูมีหัวหน้าเป็นผู้หญิงคนนึง อายุเยอะกว่าแฟน มีสามี มีลูกแล้ว แล้วก็สนิทกับหัวหน้าคนนี้เล่นกับลูกเขาบ่อยๆ หลังๆมาแฟนลาออกจากบริษัทนี้ แต่หัวหน้าก็ยังจ้างแฟนตลอด ไปต่างจังหวัดด้วยกันแฟนก็มาเล่าว่า “ได้นอนห้องเดียวกับหัวหน้าคนนี้อีกแล้ว” เขาทำเหมือนปกติมาก ไม่มีอะไรแต่พอเราแอบตามสืบ จากกล้องหน้ารถ เขาปิดกล้อง และ เปิดเป็นบางช่วง ถุงยางที่มี 8 ชิ้น ก็หายไปเหลือแค่ 4 ชิ้น ทั้งๆที่นานๆทีมีอะไรกับเรา ตอนนี้หนูมีหลักฐาน มีแชท ทั้งหมดแล้ว หนูแค้นมากทำไมเขาถึงกล้าทำลงคอ หนูควรเป็นฝ่ายออกไปเงียบๆ หรือเอาเรื่องนี้ไปบอกสามีหัวหน้าคนนี้ดีคะ? “คุณฟ้า (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี เป็นสายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [25 มิ.ย 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับเรื่องปัญหาชีวิตคู่กับแฟนที่คบกันมา 6 ปี นอกใจไปมีอะไรกับเจ้านายตัวเอง โดย “คุณฟ้า (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘คบกับแฟนมา 6 ปีแล้ว แฟนนอกใจไปมีอะไรกับเจ้านายตัวเอง เขาทำงานที่นี่มาก่อนที่จะเจอหนู ซึ่งเจ้านายคนนี้หนูรู้จักเป็นอย่างดีเลย เพราะเขาเป็นเจ้านายของแฟนเรา เราก็ได้ไปเที่ยว กินข้าว สังสรรค์ปาร์ตี้ด้วยกัน แล้วเขาก็มีสามี มีลูกแล้วด้วย เขาก็คุยกับแฟนเราเหมือนเป็นพี่สาวที่สนิทแล้วก็ดูรักสามีตัวเองมาก แต่ในความรู้สึกของเรา รู้สึกว่าแฟนเราบ้างานมาก เราไม่สามารถไปพูดถึงงานเขาได้เลย แฟนทำงานมาได้ประมาณ 4 ปี เขาก็มาบอกกับเราว่าอยากลาออกจากงานแล้วมาทำงานกับเรา อยากเป็นเจ้านายตัวเอง ซึ่งบ้านของหนูเปิดบริษัทเกี่ยวกับสิ่งที่เขาทำงานอยู่ เราก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีแล้วเราก็ซัพพอร์ตเขา ก็ให้เขาลาออกจากฝั่งนั้นแล้วมาทำงานกับฝั่งเรา แต่ไม่ได้หมายความว่าเขามารับเงินเดือนจากทางบ้านเรา เขาหาลูกค้าด้วยตัวเอง เหมือนเป็นฟรีแลนซ์ไปแทน ก่อนที่เขาจะลาออกมาเราก็รู้สึกสงสัย เราไม่ได้อยู่กินด้วยกันแต่เราจะเจอกันทุกวันศุกร์ และเราก็มีไปทำงานที่ต่างจังหวัด ต้องนั่งเครื่องบินไป ก็เอารถฝากไว้ที่เขา จนตอนที่เรากลับมาจู่ ๆ ก็รู้สึกว่าอยากเปิดดูกล้องในรถ วันแรกที่เปิดดูกล้องมันเปิดขึ้นอีกทีตอนดึก ตอนที่ใกล้จะถึงที่พักเขาแล้วเหมือนมันถูกปิดเอาไว้ ก็รู้สึกแปลกใจเพราะกล้องในรถเรามันไม่เคยปิด พอวันต่อมาหนูมาเปิดฟังอีก ได้ยินว่าหลังจากที่เขาโทรหาหนูสักพักเขาก็โทรหาเจ้านายเขา ประมาณว่าตื่นรึยัง เหนื่อยไหม กินอะไรไหม อ้อนกันแบบที่เราไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ถ้าเอาคลิปนี้ไปให้เขาดูเขาก็จะดิ้นได้ เพราะหลักฐานมันยังไม่แน่น หนูก็เลยเก็บเอาไว้ก่อนเพราะยังไงเขาก็ย้ายออกมาแล้ว แต่ปรากฏว่าบริษัทเขาเรียกตัวเขากลับไปทุกครั้งที่มีงานบ่อยมาก อีกอย่างหนึ่งคือมันจะมีงานที่ต้องออกไปต่างจังหวัด เขาก็ไปนอนด้วยกันอีก แต่เขาบอกหนูเหมือนเป็นเรื่องปกตินะ แรก ๆ หนูก็ไว้ใจ เขาไม่น่าทำอะไรแบบนั้นเพราะเราก็รู้จักกันและเขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะทำอะไรแบบนั้น จนประมาณท้ายปีที่แล้วเขาก็ไปทำงานด้วยกันบ่อยมากแล้วจะชอบหายไปเลย แฟนหนูบอกว่ายุ่งไม่มีเวลาโทรหา จนเมื่ออาทิตย์ที่แล้วหนูก็จัดของที่บ้านเขาเพื่อจะเอาของไปให้เขาทำงานที่ต่างจังหวัด หนูก็ดันไปเจอถุงยางในลิ้นชักของเขาหนูก็เลยจะเก็บใส่กล่อง ก็สงสัยว่าทำไมมันเหลืออยู่แค่ 4 ชิ้น ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้มีอะไรกับหนู เพราะถุงยางกล่องนั้นมันมี 12 ชิ้น เมื่อไม่กี่วันมานี้หนูเลยเข้าไลน์ของเขาใน iPad ของหนู พอวันจันทร์หนูไปทำงาน เขาก็โทรหากันเลย หลังจากนั้นหนูก็เลยรู้เลย ก่อนหน้านี้หนูก็ถามตลอดว่าทำไมต้องลบแชทที่คุยกับเจ้านาย เขาก็บอกว่ารูปมันเยอะเครื่องมันค้างก็เลยต้องลบ ในเจ้านายเขาก็ถามแฟนหนูว่าจะตัดผมสั้นดีไหม แฟนหนูบอกว่าไว้ผมยาวดีกว่าจะได้ปิดหน้าปิดคาง แล้วเจ้านายเขาก็พิมพ์มาว่าถ้าปิดหน้าปิดคางแล้วจะหอมอะไรล่ะยิ่งชอบหอมอยู่ด้วย แค่นี้มันก็ชัดมากแล้วแต่ตอนนี้เราไม่ได้อยู่ด้วยกันหนูอยากเห็นหน้าเขาตอนที่หนูบอกเรื่องนี้ หนูยังไม่เลิกกับเขาแต่จะมาปรึกษาเพราะว่าวันเสาร์นี้หนูจะนัดเคลียร์กับเขา หนูมีอยู่ 3 ทาง 1.คือเลิกเลยแล้วไม่ต้องไปยุ่ง 2.บอกผัวของเจ้านายเขาเพราะหนูก็รู้จักผู้ชายคนนั้น 3.บอกเลิกแล้วให้ผู้หญิงคนนั้นจ่ายเงินมาให้หนูด้วย เป็นค่าปิดปากและจะไม่ประจาน’ ทางด้าน “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘แนะนำไปทางข้อ 1 แล้วกัน ให้ตัดข้อ 3 ไปเลย ถ้าไปเรียกเงินเขาเดี๋ยวจะโดนจับเอาเปล่า ๆ แต่ถ้าวันนี้นอนคิดดูแล้วมันแค้นมากก็ไปบอกผัวเขา แต่มันก็จะทำลายไม่ใช่แค่เขานะ มันจะทำลายลูกและครอบครับเขาด้วย อยู่ที่ว่าเราจะอยากลากคนอื่นเข้ามาในวงจรนี้อีกไหม’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘แนะนำให้เลิกเลยไม่วุ่นวาย แต่ถ้าอยากให้ชีวิตวุ่นวายก็ทำให้หมดเลย บอกผู้หญิงคนนั้นให้จ่ายค่าปิดปาก แต่พอเขาให้เงินแล้วบอกผัวเขาเลย แต่ฟ้าต้องยอมรับผลของการกระทำที่ตัวเองทำนะ ฟ้าอาจจะโดนผัวฟ้าด่า แต่การแก้แค้นครั้งนี้มันจะสนุกมากเพราะฟ้าจะได้ทำในสิ่งที่ฟ้าอยากทำ’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เข้าข้างฟ้า มันต้องแค้นสิ เรียกหัวหน้าเขามาคุยแล้วถามว่านี่ใช่แชทเขาไหม หนูลบแชทได้นะ แล้วบอกเขาว่าหนูมีหนี้ต้องใช้ 100,000 บาท อย่าบอกว่าเราขอให้เขาเสนอมาเอง แต่ฟ้าต้องเลือกว่าจะเอาอะไรระหว่าง 2 กับ 3’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูรู้จักกับลูกของเพื่อนแม่ เห็นกันตั้งแต่เด็ก จนตอนนี้่น้อง16 เรา 20 เพิ่งได้มาเจอกัน ไปกินข้าวบ้านเขาเจอครอบครัวเขาพูดดูถูกอย่ามาจับลูกชายเขา หนูเลยดื่มหนักจนภาพตัด ตื่นเช้ามา อยู่บนเตียงน้องคนเดียว ไม่ใส่เสื้อผ้า เลือดออกตรงนั้น

12 ก.ค. 2024

หนูรู้จักกับลูกของเพื่อนแม่ เห็นกันตั้งแต่เด็ก จนตอนนี้่น้อง16 เรา 20 เพิ่งได้มาเจอกัน ไปกินข้าวบ้านเขาเจอครอบครัวเขาพูดดูถูกอย่ามาจับลูกชายเขา หนูเลยดื่มหนักจนภาพตัด ตื่นเช้ามา อยู่บนเตียงน้องคนเดียว ไม่ใส่เสื้อผ้า เลือดออกตรงนั้น

หนูรู้จักกับลูกของเพื่อนแม่ เห็นกันตั้งแต่เด็ก จนตอนนี้่น้อง16 เรา 20 เพิ่งได้มาเจอกันไปกินข้าวบ้านเขาเจอครอบครัวเขาพูดดูถูกอย่ามาจับลูกชายเขา หนูเลยดื่มหนักจนภาพตัดตื่นเช้ามา อยู่บนเตียงน้องคนเดียว ไม่ใส่เสื้อผ้า เลือดออกตรงนั้น ทักไปถาม น้องบอกแค่ ขอโทษครับ กินยาด้วย “คุณตาล (นามสมมติ)” อายุ 20 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [10 ก.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาที่อึดอัดใจไม่กล้าบอกใคร เก็บเอาไว้คนเดียวมานาน! โดย “คุณตาล (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีน้องอยู่คนนึง เป็นลูกของเพื่อนแม่หนู อายุเราห่างกัน 4 ปี น้องมาบอกชอบเเบบไม่ใช่พี่สาวตอนหนูอายุ 13 ปี ตอนนั้นน้อง 9 ปี เลยตอบน้องไปว่ายังเด็กอยู่ มองน้องเป็นหลาน เป็นน้องชาย เเล้วน้องก็พูดกลับมาว่า “ถ้าวันนึงน้องโตก็หวังว่าเราจะเปิดใจให้” ตอนนั้นได้ยินก็ตกใจ ต่อมาหนูก็มีโอกาสได้ไปเรียนต่อที่กรุงเทพ เเล้วก็ได้กลับมาเที่ยวสงกรานต์ที่บ้านเกิด ซึ่งน้องก็อยู่ที่บ้านเกิดด้วย ทำให้เราไม่ได้เจอกันประมาณ 5 ปี เเล้วบังเอิญเจอน้องตอนที่มาเที่ยวสงกรานต์ น้องก็ดูโตมาก ๆ จำแทบไม่ได้ เเล้วน้องก็เข้ามาทักหนูเเบบสนิทเลย บอกคิดถึง คุยเรื่องต่าง ๆ หนูจำน้องไม่ได้ เเต่น้องจำหนูได้ตั้งเเต่เเรกเจอเลย พอหมดสงกรานต์หนูก็กลับไปเรียนต่อที่กรุงเทพ เเล้วหนูมีแพลนว่าเรียนจบจะกลับมาทำงานที่บ้านเกิด น้องรู้เพราะติดตามสตอรี่ไอจี ก็เลยขออาสาพาหนูเที่ยว ว่าบ้านเกิดตอนนี้มีอะไร? อยู่ตรงไหนบ้าง? เที่ยวคาเฟ่ เดินตลาด พอถึง 2 ทุ่มเลยขอให้น้องไปส่งที่บ้าน เเต่น้องบอกว่าไปส่งน้องอาบน้ำที่บ้านน้องก่อนได้มั้ย? เพราะอยากเข้าไปไหว้น้าที่บ้านหนูด้วย หนูก็เลยไปส่งน้อง น้องไม่ได้อยู่บ้านคนเดียว มีทั้งพ่อ แม่ ยาย ก็เลยตอบโอเค เเล้วไปส่งน้องที่บ้าน พอไปถึงบ้านน้อง ครอบครัวของน้องกำลังกินเลี้ยงกันอยู่ หนูก็เลยเข้าร่วมวงด้วย เเล้วสวัสดีพ่อ แม่เเละญาติเขา พอน้องเข้าไปอาบน้ำเเม่ของน้องก็พูดว่า “อย่ามาหลอกลูกเขานะ ไม่สนหรอกนะว่าเป็นใคร พ่อแม่หนูก็ยังไม่มีเลย” ยายเขาก็พูดเสริมว่า “หลานเขาเรียนจบสูง อนาคตไกล” อยู่ดี ๆ พ่อน้องก็ขึ้นมาว่า “น้องเอาเรื่องของหนูมาเล่าให้ที่บ้านฟังทุกวัน ประมาณว่าชอบหนูปลื้มหนู” หนูเลยไม่อยากฟังเพราะมันเครียด เลยดื่มๆๆ ไม่รู้ว่าดื่มไปมากเท่าไหร่ จนภาพมันตัด หนูก็ตื่นมาบนเตียงน้องเขา ข้าง ๆ หนูก็ไม่มีใคร ในบ้านก็ไม่มีใครด้วย เสื้อผ้าหนูก็ไม่อยู่ หนูแก้ผ้าอยู่บนเตียง เเละมีเลือดอยู่บนเตียง พอหนูจับตรงนั้นมันก็รู้สึกเจ็บ เพราะมันเป็นครั้งแรกของหนูด้วย เเล้วหนูก็ใจหายเลยว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ทำอะไรไม่ถูก เลยรีบใส่เสื้อผ้าเเล้วออกมาจากบ้านน้อง เดินกลับบ้านเลย ญาติที่บ้านถามหนูก็ไม่พูดกับใครเลย พอถึงบ้านหนูก็ทั้งทักแชททั้งโทรหาน้องเขาว่าเมื่อคืนเกิดไรขึ้น จำไม่ได้เลย เเต่น้องก็ไม่ได้รับสายหนู เเต่เเชทกลับมาหาหนูว่า “พี่อย่าลืมกินยาด้วยนะครับ” กับอีกประโยคคือ “ขอโทษครับ” แค่นี้เลย หนูทักอะไรน้องไปก็ไม่ตอบอีกเลย หนูไว้ใจเขามากแต่หนูรู้สึกเหมือนโดนหักหลังเเล้วก็เหมือนโดนข่มขืนเลย หนูไม่อยากฟ้องเอาเรื่องน้อง หนูยังเห็นน้องเป็นน้องอยู่ ยังมีอนาคต ไม่อยากเเจ้งตำรวจให้เป็นเรื่องใหญ่ มันไม่ใช่เเค่เรื่องใหญ่กว่าเดิม คือพ่อของน้องเขาเป็นมีหน้ามีตาในหมู่บ้าน ถ้าพูดว่าฝ่ายนู้นเขาผิด ในชนบทเขาก็คิดว่าก็หนูไปให้ท่าเขาเอง กลายเป็นว่ามันจะเเย่กว่าเดิม หนูอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่า หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หนูควรทำยังไงดี? เพราะพรุ่งนี้จะขนของกลับบ้านเกิด เเล้วมันก็ใกล้กับบ้านน้องเขา มันต้องเจอกันแน่ ๆ หนูไม่รู้ว่าต้องควรทำยังไงดี ไม่รู้จะปรึกษาใคร’ ซึ่งดีเจทั้งสามคน (ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม) ก็ได้ให้คำปรึกษาไปในทางเดียวกันว่า ‘น้องตาลต้องไม่ไว้ใจคน ขนาดคนที่อยู่ใกล้ตัวยังทำเเบบนี้ เเละอย่าดื่มในที่อื่น ถ้าไม่มีเพื่อนไป ให้มีลิมิตว่าควรดื่มเเค่ไหน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นเราก็มีส่วนผิดนะตาล เเต่ทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นก็ให้จำไว้เป็นบทเรียน เเละเป็นกำลังใจให้น้องตาลผ่านเรื่องนี้ไปได้ มีคนเจอเรื่องเเย่ ๆ กว่าเราเยอะเเยะมากมาย ถ้าเขาคนอื่นผ่านได้ เราก็ต้องผ่านได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ทำไมตอนเรียนในมหาลัย กับ ชีวิตทำงานจริงๆ ถึงไม่เหมือนที่หนูคิดไว้เลย ตอนอยู่มหาลัยหนูทำกิจกรรม สนุกกับการใช้ชีวิตมาก แต่พอจบใหม่ มาทำงานจริงๆ ทำงานสายวิชาการ สภาพแวดล้อมก็เจอแต่ผู้ใหญ่อายุเยอะๆ งานก็เครียด บรรยากาศเหมือนต้องทนทำงานเฉยๆ

06 ต.ค. 2025

ทำไมตอนเรียนในมหาลัย กับ ชีวิตทำงานจริงๆ ถึงไม่เหมือนที่หนูคิดไว้เลย ตอนอยู่มหาลัยหนูทำกิจกรรม สนุกกับการใช้ชีวิตมาก แต่พอจบใหม่ มาทำงานจริงๆ ทำงานสายวิชาการ สภาพแวดล้อมก็เจอแต่ผู้ใหญ่อายุเยอะๆ งานก็เครียด บรรยากาศเหมือนต้องทนทำงานเฉยๆ

ทำไมตอนเรียนในมหาลัย กับ ชีวิตทำงานจริงๆ ถึงไม่เหมือนที่หนูคิดไว้เลย ตอนอยู่มหาลัยหนูทำกิจกรรมสนุกกับการใช้ชีวิตมาก แต่พอจบใหม่ มาทำงานจริงๆ ทำงานสายวิชาการ สภาพแวดล้อมก็เจอแต่ผู้ใหญ่อายุเยอะๆงานก็เครียด บรรยากาศเหมือนต้องทนทำงานเฉยๆ หนูจะปรับมายเซ็ตตัวเองยังไงดีคะ?ใครที่เป็น First Jobber แบบหนู แล้วเจอปัญหานี้... มาเล่าให้ฟังทีค่ะ ขอบคุณนะคะ “คุณฟ้า (นามสมมติ)” อายุ 23 สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [1 ต.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาการทำงานในมุมของ First Jobber ที่เทียบกับตอนเรียนแล้วแทบจะไม่เหมือนกันเลย โดย “คุณฟ้า (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูพึ่งเรียนจบ แล้วมีความเครียดว่าทำไมชีวิตทำงานกับชีวิตวัยเรียนมันต่างกันขนาดนี้ เข้าใจว่ามันต้องต่างเพราะชีวิตมันต้องจริงจังมากขึ้น แต่เรามีความรู้สึกว่าเราเครียดแล้วก็แพนิก จนกระทบกับสุขภาพ เวลาเครียดแล้วปวดท้อง คือหนูพึ่งเรียนจบเมื่อปีที่แล้ว ได้งานมาเรื่อย ๆ ย้ายงานบ้างเพราะมีปัญหาเรื่องการเดินทาง เรื่องสังคมด้วย เรื่องการเดินทางไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องสังคม มันทำให้เราเครียด ลดทอนความเป็นตัวเองไป ตอนฝึกงาน หนูฝึกสายที่ไม่ชอบ แต่คิดในแง่ดีว่าเราจะได้รู้ว่าเราไม่ชอบอะไร จะได้ไปต่อถูก พอจบมาระหว่างที่เรียนและหางาน หนูได้ทำงานพิเศษบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีไฟจะเลือกบริษัทที่เราอยากทำงาน รู้สึกว่าถ้าทำในสายที่เราทำตอนฝึกงาน มันยังไม่ใช่ตัวเอง แล้วก็เครียดมาก พอมาเจอที่นึงสังคมดีมาก ทุกอย่างดี แต่ด้วยความที่หนูต้องทำงาน 6 วัน บางทีก็ 7 วัน เพราะระบบยังไม่คงที่เท่าไหร่ อีกอย่างไกลบ้านมาก ๆ ถ้าหนูเอารถที่บ้านไปใช้ ที่บ้านก็จะไม่มีรถใช้ เดินทางลำบากด้วย สุดท้ายหนูก็ได้ที่ทำงานใหม่ ส่วนงานที่ 2 กับงานที่ 3 เป็นงานปัจจุบัน ลักษณะงานมันคล้ายกับตอนฝึกงานมากเลย แต่หนูก็คิดว่า ไม่เป็นไร อย่างน้อยเราทำ 5 วัน เป็นการฝึกตัวเองด้วย ปรับตัวเอา ปรากฎว่าเราทำงานกับคนที่อายุเยอะ เป็นคนพูดจาเสียงดัง ไม่สอนงาน บ่น ซึ่งงานมันเป็นเรื่องวิชาการที่ละเอียดอ่อน ต้องรอบคอบมาก ๆ มีความกดดัน งานก็ไม่เป็นเวลา จนเราเกิดความเครียด แพนิก ไม่มั่นใจในตัวเอง ไมเกรนขึ้น ปวดท้อง เลยจะถามว่า หนูควรจะทำยังไงดี? ไปทำงานอื่นดีไหม หรือว่าจะทนทำสายเดิม แล้วพี่ ๆ เคยประสบปัญหาเหมือนหนูไหม พี่ ๆ จัดการกันยังไงคะ’ ทางด้าน “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ฟังตอนแรกรู้สึกว่ามันหนัก ดูมีผลกระทบต่อชีวิตฟ้าค่อนข้างรุนแรง แต่ถ้าจัดกรุ๊ปให้ดี มันมีแพทเทิร์นบางอย่างอยู่ คือ 2 งานหลังมันประเภทเดียวกันกับตอนฝึกงาน แล้วฟ้าท็อกซิกหมดเลย เพราะฉะนั้นถ้าเราจัดกรุ๊ปให้ดี ฟ้าจะรู้อย่างชัดเจนเลยว่าฟ้าอาจจะไม่เหมาะกับสายวิชาการ แต่งานที่ 1 ถ้าไม่นับเรื่องไกลบ้าน เราทำแล้วมีความสุข ภูมิใจในตัวเอง เรารู้สึกว่าเราทำมันได้ดี เราแค่เจองานที่มันไกลบ้าน เพราะฉะนั้นพี่เชื่อเหลือเกินว่าจะมีงานในรูปแบบนี้ แต่เป็นบริษัทอื่น หรือใกล้เคียง ที่ทำให้ฟ้ายังได้ใช้สกิลวิทยาศาสตร์อยู่ โดยที่ไม่ต้องเดินทางไกลบ้าน ลองดูใต้โต๊ะทำงาน แล้วก็เข้าสปอนของรายการนั้นก็ได้เป็น Application หางาน มีแน่นอนสายเบจวิทยาศาสตร์ที่หนูทำงาน เพราะฉะนั้นอย่าพึ่งคิดว่าฉันจะไม่มีทางไป มันมีทางหนึ่งอยู่ที่ฟ้าเคยไปแล้วมันดีด้วย แต่แค่ว่าเราเจอปัญหาหนึ่งอยู่ แต่เรารู้แล้วแหละว่าเรามีความสุข ลองค้นหาทางนั้นเพิ่ม’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จากที่พี่ฟังนะ หนูจะไม่ใช่คนที่มีปัญหาเรื่องการหางานหรอก เพราะหนูเป็นคนเก่ง มีความพยายามด้วย แค่ตอนนี้ยังไม่ลงตัว ซึ่งมันต้องใช้เวลา อย่างที่พี่เผือกบอกว่ามันชัดเจนว่าเราอาจจะไม่เหมาะกับงานวิชาการ ถ้าเทียบกับงานแรกเรามีความสุขกว่า แค่เราเจองานที่ไกลบ้าน ซึ่งก็ไม่ได้มีงานลักษณะนี้แค่บริษัทเดียวหนิ สำหรับพี่ เราทำงานเพื่อให้ชีวิตเราดีขึ้นนะ การทำงานแล้วสุขภาพเราแย่ลง ก็คือชีวิตเราแย่ลงนะ ซึ่งพี่จะไม่เลือกแบบนั้น สุดท้ายจะฝากไว้ว่าชีวิตทำงานมันไม่ได้สนุกเหมือนตอนวัยเรียนนั่นแหละ อันนี้ต้องทำใจ นี่แหละโลกความเป็นจริง’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ไม่เคยเสียดายในสิ่งตัวเองเรียนมาเลย ส่วนงานที่พี่เลือกทำ พี่เลือกทำในสิ่งที่พี่ชอบ แล้วมันก็ทำให้พี่มีความสุขกับการทำงานมาก ๆ สำหรับฟ้า พี่คิดว่าการทำงานมันควรจะมีความสุข แต่พอฟ้ามีเรื่องเงินเข้ามา ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่สำคัญ งานนี้ที่ทำมันยังออกไม่ได้หรอก ตราบใดที่ยังไม่มีงานใหม่ แต่ถ้าได้งานใหม่ที่เรารู้สึกว่าตรงกับความสุขตัวเอง ไม่ต้องไปเสียดายเลยที่เรียนมา 4 ปีอะ เอาความสุขเป็นที่ตั้ง เราใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ หาไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวมันก็เจอ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

กลายเป็นมือที่สามของคู่รักที่คบกันมา 10 กว่าปี พอรู้เรื่องก็ถอยออกมา แต่ผู้ชายกลับบอกว่าเลือกเรา ตลอดเวลา 1 ปีที่คบกับผู้ชายคนนี้ เขาเพอร์เฟคแทบทุกอย่าง แต่เรารู้สึกกลัวและหวาดระแวงตลอดเวลาว่าเขาจะทำกับเราเหมือนที่เคยทำกับคนนั้น

24 พ.ย. 2023

กลายเป็นมือที่สามของคู่รักที่คบกันมา 10 กว่าปี พอรู้เรื่องก็ถอยออกมา แต่ผู้ชายกลับบอกว่าเลือกเรา ตลอดเวลา 1 ปีที่คบกับผู้ชายคนนี้ เขาเพอร์เฟคแทบทุกอย่าง แต่เรารู้สึกกลัวและหวาดระแวงตลอดเวลาว่าเขาจะทำกับเราเหมือนที่เคยทำกับคนนั้น

กลายเป็นมือที่สามของคู่รักที่คบกันมา 10 กว่าปีพอรู้เรื่องก็ถอยออกมา แต่ผู้ชายกลับบอกว่าเลือกเราตลอดเวลา 1 ปีที่คบกับผู้ชายคนนี้ เขาเพอร์เฟคแทบทุกอย่างแต่เรารู้สึกกลัวและหวาดระแวงตลอดเวลาว่าเขาจะทำกับเราเหมือนที่เคยทำกับคนนั้นควรไปต่อหรือพอแค่นี้ แล้วถ้าบอกเลิกตอนนี้จะดูงี่เง่าไปไหม... “คุณเอฟ (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” กับปัญหาที่ไม่รู้ตัวว่าเป็นมือที่ 3 จนคบกันมาถึงตอนนี้ ก็รู้สึกกลัวและระแวงว่าเขาจะนอกใจเหมือนที่เขาเคยทำ โดย “คุณเอฟ (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘ประมาณปีที่แล้ว ผู้ชายซึ่งเป็นแฟนในปัจจุบัน เขาเข้ามาจีบ โดยเราไม่รู้ว่าเขามีแฟนที่คบกันมากว่า 10 ปีแล้ว เรามาจับได้หลังจากคบกันมาสักพัก พอเรารู้เรื่อง เราก็ถอยออกมา ให้เขากลับไปจัดการเคลียร์กับทางนั้น เราไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย เพราะเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราเข้าไปเป็นมือที่ 3 หลังจากที่เขากลับไปเคลียร์ เขาก็กลับมาบอกว่า “เลือกเรานะ เขารักเราจริงๆ เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับทางนั้นแล้ว เขาขอโอกาสได้ไหม” เราก็เลยลองให้โอกาสเขาดู ตอนนี้มันก็ผ่านมา 1 ปีแล้ว แต่เราต้องใช้ชีวิตแบบหวาดระแวง กลัวว่าเขาจะทำกับเราเหมือนที่ทำกับคนที่เขาคบมานาน กลัวว่าเราจะต้องไปตกอยู่ในสภาพแบบนั้น กลัวว่าคนรอบข้างเขาจะสมน้ำหน้าเรา เพราะว่าคนที่เขาไม่ได้รู้เรื่องราว เขาก็มองว่าเราไปแย่งผู้ชายมา แล้วสิ้นปีนี้ผู้ชายเขาต้องเปลี่ยนงาน ซึ่งตอนที่เขามาจีบหนู ตอนนั้นเขาก็เปลี่ยนงานมาได้ไม่นาน มาเจอสังคมใหม่ หนูก็เลยกลัวมากว่าถ้าเขาเปลี่ยนสังคมไปแล้ว เขาจะทำแบบเดิมหรือเปล่า หนูไม่รู้จะทำอย่างไรกับความสัมพันธ์นี้ ควรไปต่อหรือควรหยุด เพราะตลอดเวลาที่คบกันมาปีกว่า หนูกังวลเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมาเขาก็ดูแลดีทุกอย่าง เป็นผู้ชายที่ดีคนนึง เพอร์เฟคในหลายๆ อย่าง มีไม่เพอร์เฟคแค่เรื่องนี้ ถ้าจะไปต่อในความสัมพันธ์นี้จะไปต่ออย่างไร หรือถ้าจะเลิกมันจะดูงี่เง่าไปไหม’ ทาง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าทุกความสัมพันธ์ มันตอบไม่ได้หรอก ว่าใครนอกใจหรือไม่นอกใจ เพียงแต่ว่าแค่คนนี้มันมีเชื้อ มันเหมือนเริ่มต้นผิด เริ่มต้นกับคนผิด แต่…มันก็มีเยอะเหมือนกันที่อยู่ด้วยกันกับคนปัจจุบัน ไปจนแก่เฒ่า สิ่งที่วัดคือ วัดจากปัจจุบันว่าผู้ชายคนนี้รักเรามากแค่ไหน ถ้าเขารักเรามาก เขาจะทำอะไรก็ได้ให้เรารู้สึกมั่นใจ ถ้าวันนึงที่เขามีคนอื่น ผู้ชายมันจะเปลี่ยนไปเอง จะเจอเรายากขึ้น เราจะรู้โดยธรรมชาติของเราเองว่าเปลี่ยนไป พอถึงวันนั้นไม่ต้องรอเจอคนใหม่ ให้เราถามตัวเองเลยว่า เราอยู่แล้วเรามีความสุขไหม ถ้าไม่มีความสุขเราก็แค่เดินออกมา ถ้าวันนี้เราจะไปขอเลิกเขา มันดูงี่เง่าไหม สำหรับพี่ถือว่างี่เง่า ถ้าไม่เอาก็ไม่ต้องเอาตั้งแต่วันแรกสิ ที่หนูบอกว่า ‘เขาดีทุกอย่างเลย เขาแค่นอกใจ’ เขาไม่ได้แค่นอกใจ นอกใจไม่ใช่แค่ เพราะถ้ามันแค่ มันจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของหนูในวันนี้ ถ้าเขาจะนอกใจ เขาก็นอกใจได้ แล้วก็ดีเสียอีก เพราะหนูจะได้ไม่เสียเวลา แต่ถ้าเลิกกันตอนนี้โดยที่เขาไม่มีความผิด มันก็งี่เง่าแหละ แต่เอาเป็นว่าถ้าอยู่กับปัจจุบันแล้วมันไม่มีความสุข ก็ให้เดินออกมา หรือเราต้องคุยกับเขาว่าเรากลัวอะไร อยากให้เขาแสดงความมั่นใจ ถ้าเขารักเราเขาจะทำให้เราได้ เขาอาจจะเลือกเราก็ได้ อาจจะรู้สึกว่าเราใช่แล้ว ไม่อยากเสียเราไป ถ้าถามเขาจะนอกใจไหม มันไม่มีใครตอบได้แม้กระทั่งตัวเขาเอง เขาก็ไม่รู้ว่าวันนึงเขาไปเจอใครแล้วเขาจะหวั่นไหวไหม เขามีความมั่นคงหรือหนักแน่นแค่ไหน ตัวเขาก็ยังไม่รู้ แต่เขารู้แค่ว่าตอนนี้เขามีเรา เขาจะแสดงความมั่นใจให้กับเรา ให้เราอยู่กับปัจจุบันว่าเรามีความสุขไหม’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อยากจะบอกเอฟอย่างนี้ว่า เวลาเราตัดสินใจคบกับใครสักคน มันก็คือความเสี่ยงทั้งนั้น เพียงแต่ว่าเสี่ยงมากหรือเสี่ยงน้อย ดูจากประวัติในอดีตหรืออะไร แต่ทุกอย่างมันไม่ได้การันตีว่าคนที่เคยบอกเลิกกับแฟนคนนึงเพื่อมาคบกับอีกคนนึง นั่นแปลว่าเขาจะทำอีกแน่ๆ 100% หรือถ้าบอกว่า เขาจะไม่ทำแล้ว เขาเห็นเอฟเป็นรักแท้ มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ หลายๆ เคสมันก็เป็นแบบนี้ เอฟลองคิดว่าเรารับความเสี่ยงกับการคบกันครั้งนี้ได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าตื่นมาทุกวันแล้วต้องระแวงในทุกการกระทำที่เขาทำ นั่นแปลว่าธรรมชาติของคุณ ไม่ใช่คนที่สามารถรับความเสี่ยงอะไรแบบนี้ได้ ก็ไม่จำเป็นที่จะเสียเวลา เสียสุขภาพจิตไปกับตรงนี้ อยากให้คอมเม้นต์อีกด้านนึงว่า ถ้าเราเลิกตอนนี้ คนอื่นจะมองเรางี่เง่าแน่นอน แต่สุดท้ายถ้าเอฟรู้ตัวว่าฉันอยู่ไม่ไหว มันหวาดระแวง ไม่มีความสุข จะตัดสินใจยังไงมันก็เป็นเรื่องของเรา เราเคยให้โอกาสเค้า แล้วแต่พอมาคบกันจริงๆ แล้วมันไปไม่รอดอย่างที่เราหวัง จะจบความสัมพันธ์มันก็ได้นะ คนเรามีสิทธิ์ที่จะลอง ถ้าลองแล้วมันไม่ใช่ ก็มีสิทธิ์ที่จะแยกย้ายเหมือนกัน คนอื่นจะมองว่าเรางี่เง่า แต่มันก็ไม่ผิดอะไรที่เราจะทำให้ตัวเองมีความสุข’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เห็นด้วยกับทั้งพี่เผือกและพี่ต้นหอม เราไม่รู้จริงๆ ว่าคนที่เราอยู่ด้วยวันนึงเขาจะเปลี่ยนไปอย่างไร มันวัดไม่ได้จริงๆ ว่าเวลามันจะเปลี่ยนใคร เพราะฉะนั้นเคสนี้เขาเคยทิ้งผู้หญิงคนนั้นแล้ว แต่วันเวลามันอาจจะทำให้เขาตระหนักได้ว่าเขาไม่ควรทำอย่างนั้นอีกก็เป็นได้ หรือเขาอาจจะทำอีก ก็เป็นได้ ไม่มีใครรู้เลย ถ้าคิดจะให้โอกาส ต้องไม่นอยด์ไปจนถึงเอาเรื่องเก่ามาพูดอีกเลย ถ้าตัดสินใจแล้วว่าจะให้โอกาสไม่ควรที่จะไปคอยระแวง พี่คิดว่ามันไม่แฟร์กับเขาเพราะเราให้โอกาสเขาแล้ว และมันไม่แฟร์กับความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ด้วย พี่คิดว่า ถ้านอยด์แล้วเรื่องมันเกิดก็คือเลิก แต่ถ้านอยด์แล้วเรื่องมันไม่เกิด ก็มีผลว่าจะเลิกกันเหมือนกัน เพราะอีกคนก็ไม่มีความสุข ตัวเราก็ไม่มีความสุข แต่ในขณะที่เราไม่นอยด์แล้วเรื่องเกิดก็เลิกกัน แต่ถ้าเขาไม่เจ้าชู้เราก็มีสิทธิ์ที่จะรักกันไปตลอด ผลมันต่างกัน ถ้าคนเรารักกันแล้วคนนึงมาระแวงตลอด พี่ว่ามันไม่มีความสุข แล้วมันจะเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่น่าจะอยู่ระยะยาว แต่สุดท้ายทั้งหมดมันอยู่ที่ตัวหนู ใครจะมองว่าหนูงี่เง่า มันก็คือชีวิตหนู หนูก็ต้องไปหาที่ที่ทำให้หนูสบายใจ มันไม่มีใครที่จะมามีผลกับชีวิตหนูเลย นอกจากตัวหนูเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-