แม่โทรหาพ่อ พ่อออกไปสังสรรค์กับเพื่อน พ่อลืมกดวางสาย แม่นั่งฟังต่อ 1 ชั่วโมงกว่า ได้ยินตั้งแต่พ่อเมากับเพื่อน จนพาผู้หญิงอีกคนไปนอนด้วยกัน ตอนมีอะไรกัน แม่ได้ยินทุกอย่าง พีคสุดผู้หญิงคนนั้นคือคนแถวบ้านที่รู้จักด้วย

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แม่โทรหาพ่อ พ่อออกไปสังสรรค์กับเพื่อน พ่อลืมกดวางสาย แม่นั่งฟังต่อ 1 ชั่วโมงกว่า ได้ยินตั้งแต่พ่อเมากับเพื่อน จนพาผู้หญิงอีกคนไปนอนด้วยกัน ตอนมีอะไรกัน แม่ได้ยินทุกอย่าง พีคสุดผู้หญิงคนนั้นคือคนแถวบ้านที่รู้จักด้วย

08 มี.ค. 2024

แม่โทรหาพ่อ พ่อออกไปสังสรรค์กับเพื่อน พ่อลืมกดวางสาย

แม่นั่งฟังต่อ 1 ชั่วโมงกว่า ได้ยินตั้งแต่พ่อเมากับเพื่อน

จนพาผู้หญิงอีกคนไปนอนด้วยกัน ตอนมีอะไรกัน แม่ได้ยินทุกอย่าง

พีคสุดผู้หญิงคนนั้นคือคนแถวบ้านที่รู้จักด้วย ตอนนี้แม่เศร้ามา 2-3 แล้ว หนูจะทำยังไงดีคะ?

          “คุณนิค (นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [6 มี.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาที่คุณแม่ได้ยินเสียงคุณพ่อกับชู้กำลังมีอะไรกันในโทรศัพท์

          โดย ​“คุณนิค (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘คุณแม่คุยโทรศัพท์กับคุณพ่อ ได้ยินเสียงคุณพ่อสังสรรค์กับเพื่อนๆ และมีอะไรกับผู้หญิงอีกคนนึง เพราะคุณพ่อเมาแล้วลืมกดวาง แต่คุณแม่ไม่วางสาย เพราะอยากรู้ว่าในวงนั้นเขาคุยอะไรกันบ้าง? จนมันลามไปถึงตรงนั้น คุณแม่อายุ 69 ปี ส่วนคุณพ่ออายุ 58 ปี จะอายุน้อยกว่าคุณแม่ วันเกิดเหตุ คือคืนวันเสาร์ จากที่คุณแม่เล่าให้ฟัง คุณพ่อขอไปสังสรรค์กับเพื่อน ๆ ตามปกติ คุณแม่เป็นคนไม่โทรจิก ไม่โทรตาม แค่จะถามว่าอยู่ไหน เมื่อไหร่จะกลับแค่นั้น คุณพ่อเป็นคนที่ชอบสังสรรค์กับเพื่อนอยู่ตลอด แต่คุณแม่ก็เข้าใจในส่วนนี้

            วันนั้นเหตุการณ์คือ คุณพ่อไปสังสรรค์ คุณแม่ก็โทรตามปกติ คุณพ่อบอกว่า เดี๋ยวกลับแล้ว คุณพ่อก็คิดว่าคุณแม่วางสายโทรศัพท์ไปแล้ว แต่หลังจากนั้นคุณแม่ก็แอบฟังว่าเขาคุยอะไรกัน ก็ฟังไปเรื่อย ๆ จนถึงจุด ๆ หนึ่ง เขาได้ยินเสียงคุณพ่อกับผู้หญิงคนนึงมีอะไรกัน มีการบอกว่าต้องทำยังไง และเสียงผู้หญิงตอนมีอะไรกันมันออกมาด้วย ซึ่งคุณพ่อน่าจะเอาโทรศัพท์ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงและเมาในระดับหนึ่ง คุณแม่ก็ฟังจนเขาเสร็จภารกิจ ไปส่งกันแต่ไม่ถึงหน้าบ้าน เพราะเขาตกลงกันว่าจะส่งแค่ครึ่งทาง

            หลังจากที่กลับมาบ้าน คุณแม่ก็เคลียร์ตรงนั้นเลย คุณแม่มีสติ แต่ไม่รู้ว่าคุณพ่อพูดอะไรออกไปบ้าง เช้ามาคุณแม่ก็โทรหานิคเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ส่วนนิคก็โทรถามคุณพ่อว่า เหตุการณ์มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงทำแบบนั้นลงไป คุณพ่อก็ไม่ปฏิเสธ เขาบอกว่า เขาเมา อารมณ์ชั่ววูบ และไม่ได้ป้องกันด้วย ผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนกับผู้ชายอีกคนหนึ่งในงาน เขาก็ไม่ใช่คนไกล อยู่หมู่บ้านข้าง ๆ คุณพ่อบอกคุณแม่ว่าเขามีครอบครัว มีสามี มีลูกแล้ว แต่สามีของผู้หญิงคนนั้นทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัด คุณแม่บอกว่าไม่ได้นอนเลย 2 - 3 วัน หนูกับคุณแม่อยู่คนละจังหวัด แต่อยู่จังหวัดใกล้ ๆ กัน หนูก็ได้แต่โทรไปถามว่า โอเคใช่ไหม จะทำยังไงกันดี คุณแม่ก็บอกว่า ตอนนี้ทำอะไรไม่ถูกเลย คุณแม่ค่อนข้างช็อคเพราะได้ยินทุกอย่าง หนูอยากถามว่า หนูจะปลอบใจแม่ยังไงดี เพราะไม่รู้ว่าแบบไหนจะช่วยให้ดีขึ้น?’

            ซึ่ง “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ช่วงนี้ก็วิดีโอคอลหาคุณแม่บ่อย ๆ ปลอบใจกัน เวลาเห็นหน้าอาจจะส่งผลดีมากขึ้น สุดท้ายแล้วถึงแม่จะร้องไห้ ก็จะค่อย ๆ เยียวยาในตัวของมันเอง ได้เห็นหน้าลูก ได้เห็นหน้าหลาน อาจจะพอช่วยเยียวยาในช่วงนี้ไปได้บ้าง เรื่องราวมันค่อนข้างจะแรงมาก สิ่งที่ได้ยินมันเป็นซีนที่ทำร้ายจิตใจแบบมหาศาล ถ้าเราจะปลอบแม่ เราก็ต้องเชื่อก่อนว่า มันคือความผิดพลาด สิ่งที่เกิดขึ้นจากความมึนเมาแค่ครั้งเดียว คืนเดียวของพ่อ ก็คงต้องบอกว่า พ่อไม่เคยมีประวัติ มันก็เป็นไปได้ที่เขาจะเมาแล้วขาดสติ ชั่ววินาทีเดียวอะไรมันก็เกิดขึ้นได้ แต่เชื่อว่าไปนั่งพร่ำบอกว่าพ่อเป็นยังไง มันก็คงช่วยลำบากเพราะเหตุการณ์พึ่งเกิด ก็ทำได้แต่ชวนคุณแม่คุยเรื่องอื่น ชวนดูหลาน เลี้ยงหลาน ส่งรูปหลานให้ดูเยอะ ๆ ก็จะช่วยเยียวยาคนแก่ได้มาก เอาลูกของเราเป็นตัวช่วยสมานแผลให้กับคุณยาย’

            ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าทำได้อยากให้คุณนิคจับเขาแยกกันก่อน เพราะว่าเขาอยู่ด้วยกัน 2 คน ถ้าคุณแม่ไม่เคยรับรู้ ไม่เคยระแคะระคาย แล้วมาเจอตอนอายุ 69 ปี พี่ว่าก็ช็อค แล้วมาเจอเหมือนอยู่ในไลฟ์สด ต้องฟังไปเรื่อย ๆ จนจบ ก็ไม่แปลกที่คุณแม่จะมีอาการอย่างนี้ อาจจะให้มาอยู่กับทางหนูก่อน เพื่อไม่ให้ว่างหรือฟุ้งซ่าน เพราะตอนนี้พี่ว่าถ้าเขาอยู่คนเดียว ไม่มีอะไรมาดึงความสนใจ เขาก็ต้องคิดแต่เรื่องนี้ คล้าย ๆ กับพี่เผือกว่า เอาอย่างอื่นมาดึงความสนใจเขาก่อน พี่ว่ามันต้องใช้เวลาสักพักกับเรื่องนี้ จนเขาตกตะกอน ซึ่งพอเขาแยกออกมามันอาจจะเป็นได้ 2 ทางเลยคือ เขาตัดสินใจให้อภัยคุณพ่อ หรือเลิกกัน ซึ่งไม่ว่าจะยังไง พี่ว่าการที่นิคจะทำได้ดีที่สุดคือ น่าจะทำให้เขาเห็นว่า ไม่ว่ามันจะหัวหรือก้อย อยู่ต่อหรือเลิก คุณแม่จะมีคุณนิคอยู่ด้วย พร้อมซัพพอร์ตคุณแม่’

            สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ตัวต้นเหตุคือคุณพ่อ สร้างความกลัวให้คุณพ่อเรื่องการที่ไม่ป้องกัน พ่อรู้ไหมจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง? แชร์ตัวอย่างต่าง ๆ ที่ผิดพลาดในครั้งเดียว แล้วชีวิตเปลี่ยนไปทั้งชีวิต บอกพ่อเลยว่าอีก 3 เดือนพ่อต้องไปตรวจ ถ้าเกิดว่าพ่อไม่เป็น ถือว่าพ่อโชคดีมาก ๆ

            ฉะนั้นพ่อจงรักษาความโชคดีนี้เอาไว้ เพราะวันนี้ถ้าพ่อเป็นอะไรขึ้นมา พ่ออาจจะเสียแม่ไปด้วย การแยกตอนนี้มันยากมาก ความผูกพันที่แม่มีกับพ่อมันยาวนานมากแหละ แต่คนที่ตัดสินใจคือคุณแม่ว่าจะอยู่หรือจะไป เพียงแต่ ณ ตอนนี้เราดึงคุณแม่ออกมาก่อน ให้คุณแม่ตกตะกอนทางด้านความคิด ความรู้สึก ตอนนี้ฮีลใจคุณแม่ สร้างความกลัวให้คุณพ่อเพื่อไม่ให้ทำผิดอีก’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูจะเลือกทางไหนดี? ครอบครัวอยากให้เรียนภาษาญี่ปุ่น มีงานรองรับให้ แต่ใจหนูอยากเรียนนิเทศศาสตร์ เพราะหนูเคยแคสซีรีส์ และมีผู้ติดตามใน TIKTOK เยอะด้วย ตอนนี้กำลังจะต้องเลือกคณะแล้วยังลังเลอยู่ค่ะ...

09 พ.ค. 2025

หนูจะเลือกทางไหนดี? ครอบครัวอยากให้เรียนภาษาญี่ปุ่น มีงานรองรับให้ แต่ใจหนูอยากเรียนนิเทศศาสตร์ เพราะหนูเคยแคสซีรีส์ และมีผู้ติดตามใน TIKTOK เยอะด้วย ตอนนี้กำลังจะต้องเลือกคณะแล้วยังลังเลอยู่ค่ะ...

“คุณหนูจี๊ด (นามสมมติ)”อายุ 18 ปี สายที่สามในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [7 พฤษภาคม 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม”เกี่ยวกับปัญหาการเรียนต่อว่าจะเลือกสายไหนดี? ระหว่าง เรียนญี่ปุ่น หรือ นิเทศศาสตร์ โดย “คุณหนูจี๊ด (นามสมมติ)”ได้เล่าว่า คุณแม่ของหนูจี๊ดเสียงเมื่อ 3 เดือนก่อน แล้วไม่ได้อยู่กับพ่อ แต่อาศัยอยู่กับน้าสาวเป็นหลัก ช่วงนี้กำลังจะเข้าสู่ช่วงของการเปิดเทอมเรียนแล้ว อยากจะปรึกษาว่าควรจะเลือกเรียนอะไรดี? เรียนตามความฝัน หรือ ตามที่ครอบครัวอยากให้เรียน ซึ่งทุกคนในครอบครัวอยากจะให้หนูเรียนภาษาญี่ปุ่น เพราะน้าทำงานบริษัทญี่ปุ่น จะช่วยปูทางเข้าทำงานให้ได้ แต่ใจลึกๆอยากจะเรียนนิเทศศาสตร์ เพราะเคยไปแคสซีรีส์มาแล้ว และ คนติดตามใน TIKTOK ก็ค่อนข้างเยอะ คิดว่าถ้าเรียนนิเทศศาสตร์แล้วอาจจะมีความสุขมากกว่า อยากจะถามพี่ๆว่า ควรจะเลือกทางไหนดี?’ “ดีเจเผือก” ได้ให้ความคิดเห็นว่า ‘ถ้าเทียบกัน อยากให้ดูความจำเป็น ของชีวิตเราเป็นหลัก ว่าเรามีเวลาทำตามความฝันนานแค่ไหน พิสูจน์ตัวเองนานแค่ไหน เรามีเวลาในการต่อสู้ในเส้นทางนี้แค่ไหน ต้องยอมรับว่านิเทศศาสตร์ คู่แข่งเยอะ การที่จะมาอยู่เบื้องหน้า คู่แข่งเยอะมากๆ แต่ถ้ามองว่าจะทำเบื้องหลัง พูดตรงๆว่าจะใช้ชีวิตที่เหนื่อยพอสมควร เช่น กองถ่าย เหมือนทุกวันนี้คนเบื้องหลังอยู่ด้วยแพชชั่น อยู่ด้วยใจรัก ถ้าเทียบกันงานที่บริษัทญี่ปุ่น หรือ บริษัทภาษาอื่นๆมา ถ้าเราเรียนภาษาเหล่านี้ มันมีโอกาสสูงมากที่เราจะได้ทำงานต่อได้ในเวลาอย่างรวดเร็ว หรือมองง่ายๆว่า มีตำแหน่งงานรองรับมากกว่า คิดซะว่า จบมา มีงานบริษัทญี่ปุ่นรออยู่เลย เผลอๆฝั่งนิเทศ เพื่อนที่จบนิเทศมาอาจจะอิจฉาเราด้วยซ้ำ เพราะงานเราที่ทำออฟฟิศต่างชาติมันค่อนข้างสบาย แต่ถ้าเทียบกับฝั่งนิเทศกว่าเราจะไปเป็นเบื้องหน้าได้มันยากกว่า อยากให้หนูจี๊ดกลับไปนั่งเลือกฝั่ง ความจำเป็นในชีวิตเราว่าจะเลือกฝั่งไหนดีนะ? จะเลือกนิเทศแล้วเรียนเสริมญี่ปุ่นก็ได้แล้วแต่เรา แต่ต้องขยันหน่อยนะ ถ้าเราเลือกแบบนี้’ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำแนะนำว่า ‘ถ้าอยากทำเบื้องหน้า อยากให้ไปเรียนญี่ปุ่นเลย เพราะถ้าจะทำเบื้องหน้า ถ้าเรามีคาแรคเตอร์ที่โดดเด่น สวย เก่ง แล้วได้ภาษาญี่ปุ่นได้ไฟแล่บอีก ยิ่งมีหนทางให้กับตัวเองอีก ไปแคสโฆษณาได้อีก เพราะตอนนี้เท่าที่ดูโปรไฟล์หนู หนูจี๊ดมีแววมาก แต่ถ้าหากอยากเป็นเบื้องหลัง การไปเรียนนิเทศก็จำเป็น แต่เท่าที่ดูโปรไฟล์หนูจี๊ด หนูมาทางสายเบื้องหน้ามากกว่า พูดจากประสบการณ์ก็คือสายนิเทศคนที่เรียนนิเทศแล้วจะจบมาเป็นเบื้องหน้าเลย มันมีน้อย แนะนำว่าอย่าทิ้งภาษาญี่ปุ่น การที่เราเรียนจนพูดได้ฟังได้ มันทำให้เรามีภาษีสูงขึ้น ดูอย่างอย่างดีเจดาว ดีเจดาวสามารถเป็นเบื้องหน้าได้ และ เป็นพิธีกรภาษาญี่ปุ่นได้ ยังไงภาษาญี่ปุ่นก็ได้ใช้อยู่แล้ว ต้องกลับไปถามตัวเองเยอะๆแล้วว่าอยากเป็นเบื้องหน้า หรือ เบื้องหลัง’ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำแนะนำว่า ‘ตัวพี่เองจบเศรษฐศาสตร์มาแล้วก็มาเป็นดารา เพราะพี่ฝันจะเป็นดารา แนะนำว่าจากคาแรคเตอร์เรา หน้าตา บุคลิกเรา มีสไตล์อยู่แล้ว เอาเวลาไปเรียนภาษาญี่ปุ่น แล้วทำ Content เกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นควบคู่ไปด้วย ดีเจต้นหอมชื่นชมว่าดูจากคลิปที่โพสแล้วว หนูจี๊ดเต้นสวยมาก เต้นเก่งมาก ทำคาแรคเตอร์ให้เป็นผู้หญิงที่เก่งภาษาญี่ปุ่น และ เต้นด้วยได้ หนูมีของอยู่แล้ว อินเนอร์ของหนูคือดีมาก ดังแล้วอย่าลืมพี่นะ และที่สำคัญหนูสามารถทำชีวิตตัวเองให้มีความสุขได้ โดยที่ไม่ต้องเรียนนิเทศก็ได้’ “ดีเจเผือก” กล่าวเสริมตอนท้ายว่า ‘ถ้าสมมุติเดินทางในสายบันเทิงแล้วไม่โด่งดัง ก็ทำงานสายญี่ปุ่นให้รวยไปเลย ตั้งใจทำงาน ดูแลตัวเองให้ได้ มองง่ายๆเป็นเลขาเจ้านายญี่ปุ่น เงินยังดีมากๆ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เพื่อนร่วมงาน นิสัยแปลกๆ ทุกเช้าที่เราซื้อน้ำ ชา กาแฟ มา เพื่อนจะนั่งรอแล้วถามว่า "อุ๊ย น้ำอะไรอะ" แล้วก็หยิบแก้วไปดูดหลอดของเราเลย หลังๆมาดูดไปครึ่งแก้ว จนเรายกให้เขาไปเลย จะปฏิเสธก็ขี้เกรงใจ ตอนนี้กลัวโรคด้วย จะทำยังไงดี??

13 พ.ค. 2024

เพื่อนร่วมงาน นิสัยแปลกๆ ทุกเช้าที่เราซื้อน้ำ ชา กาแฟ มา เพื่อนจะนั่งรอแล้วถามว่า "อุ๊ย น้ำอะไรอะ" แล้วก็หยิบแก้วไปดูดหลอดของเราเลย หลังๆมาดูดไปครึ่งแก้ว จนเรายกให้เขาไปเลย จะปฏิเสธก็ขี้เกรงใจ ตอนนี้กลัวโรคด้วย จะทำยังไงดี??

“คุณบี (นามสมมุติ)” อายุ 24 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [ 8 พ.ค. 2567 ] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเพื่อนที่ทำงานนิสัยแปลก ชอบมาขอน้ำที่เราซื้อมากิน โดย “คุณบี (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีเพื่อนแปลกๆที่ทำงานอยู่คนหนึ่ง คือเค้าชอบมาขอกินน้ำหนูทุกเช้าเลย เราทำงานออฟฟิศเวลาตอนเช้าก็จะซื้อเครื่องดื่มเพื่อเอามากิน มีทั้งกาแฟ ชา แล้วแต่วัน เหตุการณ์ครั้งแรก คือ หนูถือมาแล้วมานั่งที่โต๊ะแล้ว เค้าก็ชอบแบบว่า ‘น้ำอะไรอะ ขอชิมหน่อยสิ’ หนูก็ให้เค้าชิมไปเพราะว่าแบบมันเป็นครั้งแรก เค้าก็ดูดหลอดเดียวกับเรา รู้สึกช็อคนิดนึง เพราะว่าหนูไม่รู้ว่าเค้าจะเป็นโรคแบบไวรัสตับอักเสบบีหรืออะไรรึเปล่าที่มันติดต่อกัน หนูกับเค้าสนิทกันระดับนึง แต่ถ้าไม่สนิทมาก หนูไม่กล้าไปกินหลอดเดียวกับเพื่อน หนูก็เลยรู้สึกว่ามันไม่น่าได้รึเปล่า หลังจากนั้นอีกวันนึง หนูก็ซื้อน้ำมาอีก แล้วทีนี้เค้าก็ทำแบบเดิม หนูก็เลยรู้สึกว่าถ้าวันต่อไปหนูซื้อมา หนูเลือกที่จะหยิบหลอดมา 1 อันให้เค้าเลย แล้วหนูเลือกที่จะกินน้ำจากปากแก้วเอา เพราะเดี๋ยวเค้าต้องขอหนูกินแน่นอน แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ หนูก็เลยยกหลอดนั้นให้เค้าไปเลย บางทีหนูกินได้แค่ครึ่งแก้วแล้วเค้ามาขอกิน หนูก็ยกให้เค้าไปทั้งแก้วเลย เพราะว่าหนูไม่กล้ากินต่อแล้ว มันก็เลยทำให้รู้สึกว่าหนูไม่กล้าซื้อน้ำมากินในตอนเช้าแล้ว และหนูก็เคยถามเค้าว่าเอาอะไรมั้ย เดี๋ยวซื้อไปฝาก เพราะหนูจะซื้อน้ำตอนเช้าพอดี เค้าบอกไม่เอา แต่สุดท้ายยังมาขอชิมของหนู ปกติหนูจะชอบซื้อชาพีชกับแดงโซดามากิน แล้วเค้าก็ขอกินทุกเช้าเลย เค้าจะไม่ซื้อน้ำตอนเช้า แต่เค้าจะซื้อแค่ตอนเที่ยง จะขอวิธีไม่ให้เค้ามาขอกินตอนหนูซื้อมา หรือถ้าหนูจะให้เค้ากิน จะมีวิธีไหนมั้ย? คือหนูไม่รู้จะพูดกับเค้ายังไง? แล้วเค้าจะคิดว่าเรารังเกียจเค้าหรือเปล่า ถ้าหนูไม่ให้เค้าดูดหลอดเดียวกัน?เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แม๊ !! คุณครูสุดลำบากใจ เจอผู้ปกครอง ‘กดดัน’ ลูกตัวเองเหลืออีก 1 คะแนนจะไม่ติด 0 แต่แม่มาบอกว่า… ให้ครูช่วยปัดๆเศษ เพิ่มเกรดให้เป็นสักเกรด 1.5 หรือ 2 ไปสิ ทุกอย่างก็อยู่ที่ปลายปากกาครูอยู่แล้ว

06 ต.ค. 2023

แม๊ !! คุณครูสุดลำบากใจ เจอผู้ปกครอง ‘กดดัน’ ลูกตัวเองเหลืออีก 1 คะแนนจะไม่ติด 0 แต่แม่มาบอกว่า… ให้ครูช่วยปัดๆเศษ เพิ่มเกรดให้เป็นสักเกรด 1.5 หรือ 2 ไปสิ ทุกอย่างก็อยู่ที่ปลายปากกาครูอยู่แล้ว

แม๊ !! คุณครูสุดลำบากใจ เจอผู้ปกครอง ‘กดดัน’ลูกตัวเองเหลืออีก 1 คะแนนจะไม่ติด 0 แต่แม่มาบอกว่า…ให้ครูช่วยปัดๆเศษ เพิ่มเกรดให้เป็นสักเกรด 1.5 หรือ 2 ไปสิทุกอย่างก็อยู่ที่ปลายปากกาครูอยู่แล้ว พอคุณครูปฏิเสธแม่ไม่พอใจ พิมพ์มาต่อว่าในไลน์ยาวเลย เจอแบบนี้ทำไงดี? “คุณครูหวาน (นามสมมุติ)” อายุ 25 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 ต.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก -ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอมเกี่ยวกับปัญหาเด็กที่สอนไม่ส่งงานจนต้องติด 0 แต่พอผู้ปกครองรู้กลับมาต่อว่าและกดดันให้เราเพิ่มเกรดให้ โดย “คุณครูหวาน (นามสมมุติ)” ได้เริ่มเล่าว่า ‘ปฏิบัติหน้าที่เป็นครู สอนประจำวิชาหนึ่ง โดยรับผิดชอบสอนเด็กมัธยมปลาย เด็กวัยนี้ก็ค่อนข้างที่จะคุยรู้เรื่อง แล้วช่วงนี้เป็นช่วงประกาศคะแนนเก็บของเด็กๆ เพื่อให้เด็กๆ พอได้รู้ว่าเรามีคะแนนเก็บเท่าไหร่ ต้องทำคะแนนสอบปลายภาคเพิ่มอีกแค่ไหน ตามปกติก็จะเรียกเด็กๆ มาดูคะแนนก่อน แต่ในวันนั้นเกิดข้อผิดพลาดเผลอให้เด็กดูคะแนนเก็บ แล้วเด็กดันเห็นคะแนนรวมทั้งหมด เมื่อเด็กรู้คะแนนเก็บทั้งหมดก็จะสามารถคำนวณเกรดตัวเองได้เลย ตามเกณฑ์ทั่วไป อย่าง 80 คะแนนจะได้เกรด 4 แล้วเมื่อเด็กเห็นคะแนนรวม ก็จะรู้ว่าตัวเองติด 0 ก็คือคะแนนไม่ถึง 50 ในคะแนนเต็ม 100 ตอนแรกตัวเด็กเองก็ไม่ได้มีพฤติกรรมโวยวายอะไร ดูแล้วก็ยอมรับ เดิมทีเด็กคนนี้ไม่ได้มีพฤติกรรมก่อกวนอะไร เรียกได้เลยว่าเป็นเด็กเรียบร้อยคนนึงเลย แค่ไม่ได้สนใจการเรียนขนาดนั้น ตกเย็นหลังจากเลิกเรียน ผู้ปกครองของเด็กคนนี้ก็ส่งแชทไลน์มาบอกทำนองว่า ลูกของเขามาบอกว่าติด 0 เป็นเรื่องจริงมั้ย? จากนั้นก็รีบชี้แจงไปว่าช่วงนี้ยังไม่ได้เป็นช่วงประกาศคะแนน แต่เกิดความผิดพลาดทำให้น้องเห็นคะแนนไปก่อน แต่ว่าน้องคะแนนรวมไม่ถึง 50 เลยทำให้น้องต้องติด 0 ซึ่งในตอนนั้นผู้ปกครองก็ไม่ได้มีการโวยวายอะไรในแชทไลน์ เป็นการรับทราบตรงกันก็จบไป แต่ปรากฏว่าวันสุดท้ายที่เป็นวันสอบ อยู่ ๆครูที่ปฎิบัติหน้าที่ประจำชั้นด้วยกัน ก็เดินมาบอกว่า ‘น้อง เดี๋ยววันนี้ผู้ปกครองของเด็กคนนี้จะเข้ามาหานะ’ โดยที่ไม่ได้ถามก่อนเลยว่าสะดวกหรือว่างมั้ย แล้วพอผู้ปกครองที่เป็นคุณแม่เดินทางมาถึง ก็พูดคุยกันโดยที่คุณแม่เองก็ไม่ได้มีพฤติกรรมพูดคำหยาบ โมโหร้ายหรืออะไรเลย ก็คิดว่าเหมือนจะคุยกันรู้เรื่องด้วยซ้ำ และในตอนแรกคิดว่าเหตุผลที่คุณแม่มาเพราะไม่พอใจที่ลูกจะติด 0 เพราะอีกแค่ 1 คะแนนนักเรียนก็จะไม่ต้องติด 0 เบื้องต้นก็ได้ชี้แจงไปว่า ไม่รู้ว่าจะเพิ่มคะแนนส่วนไหนให้กับเด็กได้แล้ว เพราะมันเป็นเกณฑ์ของวิชาการ เป็นระเบียบที่ว่าถ้าเพิ่มให้หนึ่งคนก็ต้องเพิ่มให้กับคนอื่น ๆด้วย เพราะเด็กทุกคนต้องมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน คุณแม่ก็พูดตอบกลับมาว่า ‘ลูกของเขาจำเป็นต้องใช้เกรดยื่นเข้ามหาวิทยาลัยนะ’ ซึ่งในกรณีแบบนี้คุณแม่จำเป็นต้องติดต่อทางวิชาการ เพราะคุณครูไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเกรดเองได้ ทางคุณแม่พูดขึ้นมาว่า ‘แล้วทำไมต้องติดต่อวิชาการ ในเมื่อคะแนนมันอยู่ในดุลยพินิจของครู แค่ปลายปากกาเองครูก็เพิ่มเองสิ’ โดยคำพูดและสีหน้าท่าทางของผู้ปกครองคนนี้แสดงออกถึงความกดดันมาก ๆในตอนนั้น โดยการพูดคุยครั้งนี้ไม่ได้พูดเป็นการส่วนตัว แต่พูดคุยในห้องพักครู ซึ่งมีครูท่านอื่น ๆนั่งรวมอยู่ด้วย สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนั้นก็คือการพยายามอธิบายให้ผู้ปกครองคนนั้นเข้าใจว่า ในการสอนของครูจะเป็นการสอนร่วมกับครูท่านอื่นด้วย ทำให้ไม่สามารถตัดสินใจหรือเปลี่ยนแปลงเองได้คนเดียว อธิบายไปก็เหมือนจะจบเหมือนผู้ปกครองจะเข้าใจ วันถัดมา ผู้ปกครองคนเดิมก็ส่งแชทไลน์มาอีกครั้ง เป็นข้อความยาวมาก ๆเรียงยาวมาขนาดที่ว่าต้องเลื่อนอ่านเรื่อย ๆแต่ไม่มีคำหยาบ โดยความหมายในข้อความนั้นประมาณว่า ครูขาดจริยธรรม ศีลธรรม ครูเองสามารถแก้ไขคะแนนได้ทำไมไม่แก้ ต้องให้ติดต่อวิชาการทำไม และประโยคที่ว่าเป็นครูประจำชั้น จะไม่ช่วยหรอ ลูกเขาก็ไม่ใช่คนไม่ดี ไม่ได้เอาเกรดไปฆ่าคน เลยทำให้รู้ว่าจริง ๆแล้วสิ่งที่ผู้ปกครองไม่พอใจไม่ใช่การที่ลูกของเขาติด 0 แต่ไม่พอใจต้องการที่จะให้เพิ่มเกรดจากติด 0 เป็นเกรด 1.5 หรือ 2 เพื่อให้เกรดลูกเขาออกมาสวย ถึงเกณฑ์ที่จะยื่นเข้ามหาวิทยาลัย ยอมรับตามความจริงก็เกือบจะใจอ่อนอยู่เหมือนกัน เพราะนักเรียนคนนี้ไม่ได้มีพฤติกรรมเลวร้ายอะไร เลยพูดออกไปวันที่ผู้ปกครองมาที่โรงเรียนว่า ถ้าให้ช่วยคือทำได้เพียงให้ไม่ติด 0 แต่นักเรียนก็ต้องมาทำงานเพิ่ม หรือต่อให้เด็กคนนี้จะติด 0 หรือ ไม่ติด 0 เกรดมากสุดที่ได้ก็คือ 1 จริง ๆ แล้วสิ่งที่ได้กลับมาคือ ผู้ปกครองมองหน้าแล้วพูดว่า 1.5 ได้ไหม หรือ 2 ได้ไหม ภาพที่ผู้ปกครองพูดใส่หน้ามันกลายเป็นภาพติดตาไปเลย เหตุการณ์นี้ก็เข้าใจถึงความหวังดีของผู้ปกครองที่ทำเพื่อลูกจริง ๆเพียงแต่มันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แล้วข้อความที่เขาเคยส่งมา มันลบสิ่งที่เขาพยายามใส่ว่าเป็นครูอย่างนู้นอย่างนี้ออกไปไม่ได้ มันย้ำเตือนว่าเป็นอย่างนี้จริง ๆหรอ แม้จะรู้ตัวว่าไม่ได้เป็นครูอย่างที่เขาพูดมา การพูดคุยครั้งสุดท้ายคือไม่รู้จะอธิบายยังไงแล้ว เพราะเขาปิดกั้นตัดสินไปแล้วว่าเป็นครูที่ขาดจริยธรรม ศีลธรรม ขาดความสามารถในการสอน เลยตอบกลับไปแค่ว่า ‘ขอบคุณค่ะ’ สิ่งที่ผู้ปกครองตอบกลับมาครั้งสุดท้ายคือ ‘อย่าแค่ขอบคุณนะ อ่านแล้วคิดตามด้วยนะ’ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ได้ตัดสินใจลาออกจากการเป็นครูก่อนหน้านี้แล้ว แต่เหตุผลที่ลาออกไม่เกี่ยวกับผู้ปกครองคนนี้ โดยวันศุกร์นี้จะเป็นวันสุดท้ายของการทำงาน เลยอยากปรึกษาพี่ ๆว่าจะทิ้งข้อความสุดท้ายในกลุ่มไลน์ผู้ปกครองอย่างไงดี ” ‘ดีเจเผือก’ เริ่มให้คำปรึกษาว่า “ขอชื่นชมคุณครูนะครับ เสียดายที่ลาออกแล้ว ผมว่าการศึกษาเราต้องการครูแบบครูหวานเยอะเลย นี่คือตัวอย่างของครูที่ดี ที่ต้องเจอกับความพ่อแม่รังแกฉันที่หลาย ๆคนคงได้เห็นอะไรแบบนี้ และสงสารลูกของเขาที่ต้องมีคุณแม่แบบนี้ มันไม่ใช่แค่พฤติกรรมที่ สำหรับผมใช้คำว่า น่ารังเกียจ สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ แต่เชื่ออย่างมาก ๆว่าระบบความคิดแบบนี้มันจะถูกถ่ายทอดลงไปในระบบความคิดของลูกเขาไม่มากก็น้อย ซึ่งเขาก็คงต้องการครูอย่างครูหวาน ที่จะทำให้เขารู้ว่าการสอนลูกที่แท้จริง การที่เขาช่วยลูกแบบไหน ที่เป็นการช่วยลูกจริง ๆ คนเราความรักบังตาแล้วก็ช่วยเหลือลูก ญาติพี่น้องในแบบที่มันไม่ใช่การช่วย มันยิ่งทำให้เขาเหมือนตกหลุมความเห็นแก่ตัว ความไม่ยอมรับกติกา ความซิกแซก ความใต้โต๊ะ ความคอรัปชั่นไปในตัวตั้งแต่เด็ก ซึ่งเรื่องเรียนเป็นเรื่องใหญ่มากนะ ลองคิดว่าผู้หญิงคนนี้ไปห้าง ต่อคิวเป็นไหม ไปสวนสนุกเขาต่อคิวกัน คนนี้แซงไหม ไปกินข้าวศูนย์อาหารเขาให้เก็บถาด คนนี้เก็บไหม สงสารเขา จุดแรกคืออยากจะบอกครูหวานคือจงมั่นใจในสิ่งที่ครูหวานทำนะครับ มันเป็นสิ่งที่ระบบการศึกษาไทยต้องการมาก ๆเลยนะครับ สุดท้ายคำพูดเหล่านั้นที่เขาพิมพ์มา มันก็คือแค่การพยายามกลับผิดเป็นถูก กลับถูกเป็นผิด บางทีเราอาจจะคิดแค่ว่าเราเจอกับคนที่ระบบความคิดผิดเพี้ยนไปหมด เพราะฉะนั้นเขาจะมองตรรกะในชีวิตเขากลับด้าน อย่าทำให้ระบบความคิดที่ผิดเพี้ยนของใครสักคนมาทำให้คุณค่าในตัวเราหายไปเลยครับ ส่วนข้อความสุดท้ายได้หมดเลยครับ เชื่อว่าครูหวานจะสื่อสารออกไปในแบบที่มันโอเค ความตั้งใจ ที่เราอยากจะเป็นครูแบบไหนพูดออกไปได้หมดเลย ” ต่อมาที่ ‘ดีเจเติ้ล’ ให้คำปรึกษาว่า “ข้อความสุดท้ายครูหวานต้องไม่คาดหวังว่าเขาจะสำนึกจากข้อความครูหวานเลย พี่ว่าเขารู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่ควรจะเป็นตากฎกติกาคืออะไร เขาแค่ไม่อยากเล่นตามกฎกติกา เขาแค่อยากได้สิ่งที่อยากได้ ซึ่งบางทีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกเขาต้องการหรือเปล่า เราอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหลังบ้านเขาเป็นยังไง เอาจากใจพี่ พี่ไม่อยากให้ครูหวานส่งอะไรปเลยด้วยซ้ำ เพราะว่าพี่รู้สึกว่าไม่มีความจำเป็นอะไรที่ครูหวานต้องอธิบายในสิ่งที่ครูหวานคิดอีกแล้ว คือในการกระทำของครูหวานถึงตอนนี้มันแสดงให้เห็นถึงจุดยืนในวิชาชีพนี้ของครูหวานแล้ว แล้วมันก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องด้วย ไม่ต้องไปสนใจในสิ่งที่แม่ของเด็กคนนั้นพูดเลย เพราะว่าเรารู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่เขาพูดเขาต้องการอะไร เขาจะหาเรื่องมาเบนครูหวานทุกอย่างเลยเพราะครูหวานไม่ให้เขาแค่นั้น ซึ่งมันไม่ใช่ มันผิด แต่สิ่งที่ครูหวานทำคือสิ่งที่ถูกต้อง ถูกแล้วอยากให้เชื่อมั่น โดยไม่ต้องสงสัยว่าตัวเองทำถูกหรือผิด ” ปิดจบกันที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำปรึกษาว่า “ก็เป็นข้อความที่จะให้พิมพ์ กราบขอบคุณสมาคมผู้ปกครองที่ให้เกียรติหวานได้มาเป็นครูประจำโรงเรียนแห่งนี้ หวานได้เรียนรู้ทั้งข้อดีและข้อเสียมากมาย การที่เด็กจะเติบโตมาอย่างเพียบพร้อมและแข็งแกร่งนั้น ไม่ใช่ฝากความหวังไว้ที่โรงเรียนเท่านั้น คนในบ้าน โดยเฉพาะคุณแม่ควรมีศักยภาพมากพอในการดูแลให้ลูกเติบโต ซึ่งหากคุณแม่ขาดศักยภาพก็จะส่งผลต่อการเรียนของเด็ก อยากให้คุณแม่สังเกตลูก ๆดูนะคะ ใครที่ลูก ๆมีการเรียนที่ตกต่ำ อยากให้คุณแม่เนี่ยกลับไปเสริมทักษะพัฒนาตัวลูกและตัวเองด้วย ช่วงนี้เราจะสอนและคาดหวังให้ลูกโตไปไม่โกง ฉะนั้นมันควรจะถูกสอนตั้งแต่ที่บ้าน ให้มันจบที่รุ่นคุณแม่นะคะ จากนั้นครูหวานหนีไปให้ไกล แล้วเปลี่ยนชื่อไลน์ด้วย สายนี้ได้คำแนะนำครบรสครูหวานเลือกใช้ได้เลยนะ ”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนักใจกับทุกทางเลือก... สาวโทรปรึกษา คบแฟนมา 2 ปี ก่อนหน้านี้ดีมาตลอด จนมาจับได้ว่าเขานอกใจ ก็เลยเลิกกันไป แต่หลังจากนั้นแฟนก็เกิดอุบัติเหตุจนป่วยติดเตียง ต้องผ่าตัดสมอง ตอนนี้สับสนไปหมด ควรทำยังไงดี...

08 ส.ค. 2023

หนักใจกับทุกทางเลือก... สาวโทรปรึกษา คบแฟนมา 2 ปี ก่อนหน้านี้ดีมาตลอด จนมาจับได้ว่าเขานอกใจ ก็เลยเลิกกันไป แต่หลังจากนั้นแฟนก็เกิดอุบัติเหตุจนป่วยติดเตียง ต้องผ่าตัดสมอง ตอนนี้สับสนไปหมด ควรทำยังไงดี...

หนักใจกับทุกทางเลือก... สาวโทรปรึกษา คบแฟนมา 2 ปี ก่อนหน้านี้ดีมาตลอด จนมาจับได้ว่าเขานอกใจ ก็เลยเลิกกันไปแต่หลังจากนั้นแฟนก็เกิดอุบัติเหตุจนป่วยติดเตียง ต้องผ่าตัดสมองตอนนี้สับสนไปหมด ควรทำยังไงดี จะ “ทิ้งเขาไปเลยแล้วเริ่มใหม่” หรือ “ดูแลทั้งๆที่รู้ว่าเขานอกใจ” ตัดสินใจไม่ได้เลย... “คุณปลา (นามสมมุติ)” อายุ 36 ปี สายแรกของรายการ “พุธทอล์ค พุธโทร” เมื่อคืนวันพุธที่ผ่าน (26 ก.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาชีวิตที่แฟนนอกใจเลยเลิกกันไป พอหลังจากนั้นเขาต้องผ่าตัดสมองเราทำถูกไหมที่อยู่ดูเเลเขาทั้งๆที่เขานอกใจเรา โดย “คุณปลา (นามสมมุติ)” เล่าว่า ‘คบกับแฟนมาได้ 2 ปี ตอนนี้แฟนเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) ต้องผ่าตัดสมอง ซึ่งตอนนี้ผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว แต่ก่อนหน้านี้เขานอกใจแล้วก็โกหกหนู ที่ผ่านมาหนูโดนเขาหลอกเพราะเขาโกหกหนูมาตลอด จนล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่ผ่านมา แฟนหนูเขาล้มอยู่ในห้อง มีคนที่ทำงานของเขาที่เป็นผู้หญิง ไปเจอและพาไปส่งโรงพยาบาล เเล้วก็โทรมาหาหนูว่าใช่แฟนพี่เขาหรือเปล่า รู้รหัสโทรศัพท์พี่เขาไหม... ช่วงนั้นเราไม่ได้เจอกันประมาณเดือนนึง พอหนูรู้เรื่อง หนูก็มาหาเขาที่โรงพยาบาล มาถึงเขาก็อยู่ในห้องฉุกเฉินเเล้ว สักพักเขาเข็นรถเข็นมา หนูก็อึ้งที่ได้เห็นเขาเเล้วมานึกในใจว่าเขานอกใจเรา หนูได้เจอกับญาติเขา ญาติเขาก็มาถามว่าหนูรู้จักผู้หญิงคนนี้ไหม ก็คือผู้หญิงคนใหม่ที่เขาไปคุยกัน ส่วนตัวหนูกับผู้หญิงคนนั้นก็ไม่เคยเจอกัน ตัวเขาเองก็สื่อสารไม่ได้ ตอนนี้หนูก็เฝ้าเขาอยู่ที่โรงพยาบาล สำหรับหนูก็อยากดูเเลเขา เเต่ลึกๆในใจก็ยังเจ็บที่โดนหลอก... วันนี้ที่คุณปลาโทรมา อยากจะถามพี่ๆดีเจว่า ‘หนูทำถูกแล้วใช่ไหมตอนนี้ ที่หนูมาอยู่ข้างๆเขา เฝ้าเขา’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าใจเราอยากดูเเลเราก็ดูแล การอยากอยู่ตรงมีทางเดียวคือต้องอดทนลืมเรื่องในอดีต แล้วก็ดูเเลต่อไปก็ไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนเพราะความต้องการของคุณปลาชัดเจน’ ทางด้าน “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘คบกันมา 2 ปี มันก็ยังมีความผูกพันกัน คุณปลาอยากดูแลก็ได้นะ ข้างในคุณปลายังโกรธยังเสียใจหรืออะไรก็ตาม ถ้าไม่อยากให้มีอะไรติดใจให้คิดเราก็ดูแลในฐานะที่เป็นคนรักกัน เเล้วพอเขาฟื้นขึ้นมาก็ค่อยคุยกัยว่าจะยังไงต่อ เราเลือกที่จะมาดูเเลเขาเพราะเห็นแกความรักที่เรามีให้กัน ถ้ามันจะทำให้คุณปลาไม่แค้นนะให้นึกในใจว่านี่คือผลกรรมที่เขาทำ สมมุติเขาฟื้นมาเขาสำนึกได้เเล้วมีการคุยกันมันก็อยู่ที่คุณปลาว่าจะดำเนินความรักนี้ไปต่อหรือหยุดลงมันเป็นที่ตัวคุณปลาเลือกได้เลย’ ส่วน “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าทำโดยความรู้สึกที่อยากทำจะมาเรื่องราวดีๆที่ผ่านกันมา ก็ทำไปด้วยไม่มีปัญหา เเต่ถ้าทำด้วยความรู้สึกผิดหรืออยากจะชดเชยอะไรเนี่ย อันนี้ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปอยู่ ความแค้นหรือเรื่องที่เขาทำกับเราเเล้วยังเจ็บอยู่ในใจเเสดงว่าฝั่งดีมีน้ำหนักมาพอที่ทำให้ปลาอยู่ดูเเลเขา ก็ทำเท่าที่เราไหวครับ สุดท้ายเเล้วเราต้องไม่ทำจนทำร้ายใจเราเองแค่นั้นเอง เป็นกำลังใจให้ครับ’ สุดท้ายนี้...พี่ๆดีเจก็ขอให้แฟนคุณปลาหายเร็วๆด้วย เพราะถ้ายิ่งหายเร็วคุณปลาก็จะสบายขึ้นมได้บทสรุปที่เร็วขึ้นเคลียร์ให้รู้เรื่องรู้ราว เเละเป็นกำลังใจให้กับคุณปลาด้วยนะคะเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-