(ภาคต่อ) บ้านแฟนอยากให้แฟนไปเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่เราไม่อยากให้ทำ ถ้าไปแล้ว ความสัมพันพันธ์เราจะเป็นยังไง

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

(ภาคต่อ) บ้านแฟนอยากให้แฟนไปเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่เราไม่อยากให้ทำ ถ้าไปแล้ว ความสัมพันพันธ์เราจะเป็นยังไง

19 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) บ้านแฟนอยากให้แฟนไปเป็นผู้ใหญ่บ้าน

แต่เราไม่อยากให้ทำ

ถ้าไปแล้ว ความสัมพันพันธ์เราจะเป็นยังไง

        'คุณยุ้ย (นามสมมติ)’ อายุ  สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 กับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่บ้านแฟนอยากให้แฟนไปเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่เราไม่อยากให้ทำ ถ้าไปแล้ว ความสัมพันพันธ์เราจะเป็นยังไง

        เรื่องราวของ ‘คุณยุ้ย (นามสมมติ)’ มีอยู่ว่า “แฟนของเขาทำงานได้เงินเดือนสี่หมื่นบาท แต่ครอบครัวของแฟนต้องการให้แฟนของเขา เป็นผู้ใหญ่บ้านเงินเดือนหมื่นกว่าบาท 

        ซึ่งตัวของคุณยุ้ยเองนั้น ไม่โอเคกับเรื่องนี้ จนถึงขั้นแสดงเจตจำนง ว่าไม่อยากให้แฟนของเธอทำงานตรงนี้ และได้คิดว่าถ้าแฟนของเธอได้เป็นผู้ใหญ่บ้านจริง ๆ นั้น คุณยุ้ยจะยังคบกันคนนี้อยู่หรือเปล่า ซึ่งแฟนของคุณยุ้ยเอง ก็บอกว่าถ้าไม่อยากให้ทำ ก็ไปคุยกับพ่อของแม่ของเขาเอง”

        โดย  ‘คุณยุ้ย (นามสมมติ)’ ได้อัปเดตว่า “ตอนนี้คุณยุ้ยยังคบกับแฟนของเธออยู่ ย้อนกลับไปในวันที่คุณยุ้ยได้ปรึกษากับดีเจทั้งสาม ทุกคนได้เตือนว่า ระวังเขาจะทำตามในสิ่งที่พ่อแม่ของเขาต้องการ บอกให้เธอเผื่อใจเอาไว้ และบอกให้แฟนของคุณยุ้ย ควรเป็นคนที่จัดการกับเรื่องนี้เอง

        หลังจากที่ปรึกษาพี่ ๆ ดีเจไปได้ไม่นาน ผลสรุปสุดท้ายแล้ว แฟนของเธอก็ยอมทำตามสิ่งที่พ่อแม่ต้องการ โดยไม่ปฏิเสธอะไรเลย ในตอนนั้นเธอเองก็ตกใจ เพราะสิ่งที่เขาบอกเธอ กับสิ่งที่เขาทำมันคนละอย่างกัน คุณยุ้ยเองก็ได้แต่คิดว่าเรื่องของเธอกับแฟนจะเป็นอย่างไรต่อ

        แฟนของคุณยุ้ยไม่ได้ให้เหตุผลอะไรกับเธอ แต่เธอเองก็เข้าใจเขา ที่ต้องยอมรับตำแหน่ง และทำตามในสิ่งที่พ่อแม่ของเขาต้องการ เนื่องจากในตอนนั้น พ่อแม่ของแฟนพูดประมาณว่า ถ้าไม่เป็นก็ตัดขาดกันไปเลย แม้จะไม่ได้พูดคำนี้โดยตรง แต่ความรู้สึก คือเขาคงไม่พอใจมาก ๆ ถ้าไม่ยอมเป็นไปตามในสิ่งที่พวกเขาต้องการ ทางครอบครัวของแฟน ได้บอกว่าขอเวลาแค่ 2 ปี ในการเป็นผู้ใหญ่บ้าน แล้วถ้าพี่ชายของแฟนเธอนั้นกลับมาเมื่อไหร่ จะให้พี่ชายของแฟนรับตำแหน่งตรงนี้ต่อ แต่สำหรับคุณยุ้ยแล้ว เส้นทางมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ไม่มีอะไรมาการันตีได้เลย ว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป

        คุณยุ้ยได้ถามแฟน ว่าสรุปแล้วเรื่องนี้มันเป็นยังไง ความรู้สึกตัวเธอนั้น เหมือนกำลังโดนหักหลัง การที่เขาพูดอย่างทำอย่างแบบนี้ แล้วเธอจะเชื่อใจเขาได้อย่างไร แฟนของคุณยุ้ยก็บอกว่าเขาไม่อยากเลิกกับเธอ เขาบอกว่าเงินเดือนผู้ใหญ่บ้านที่ได้มา เขาจะโอนให้คุณยุ้ยเก็บ และเขาจะไปหารายได้ทางอื่นเพื่อที่จะได้มีเงินเก็บ และสร้างความมั่นใจให้กับคุณยุ้ย

        ในตอนนี้แฟนของคุณยุ้ยยังไม่ได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน เพราะยังไม่ถึงเวลาการเลือกตั้ง ส่วนฝั่งครอบครัวแฟน หลังจากวันนั้นคุณยุ้ยก็พยายามทำตัวปกติ พูดคุยทักทายกันตามปกติ เธอเองก็ได้คุยปรึกษากับผู้ใหญ่อยู่หลายครั้ง ทุกคนก็บอกว่ามันอาจจะไม่ได้แย่อย่างที่คิด ให้คุณยุ้ยนึกถึงความรู้สึกของแฟนเธอเยอะ ๆ เพราะบางทีเขาเองก็เลือกไม่ได้ ถ้ารู้สึกว่าเขารักเธออยู่ ก็ลองดูแค่ 2 ปี ถ้าอีก 2 ปีข้างหน้า เขาไม่ได้ทำตามอย่างที่พูด ก็จะได้รู้ว่าเรื่องจะเป็นอย่างไรต่อ”

        หลังจากที่ดีเจทั้งสาม ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ ได้ฟังเรื่องราวของคุณยุ้ยจบ จึงได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า “ให้ลองดูก่อน ต้องยอมรับว่าเราอยู่ในเงื่อนไขของครอบครัวนี้ ถ้าเราอยากจะอยู่กับเขา เราจะต้องรับเงื่อนไขนี้ของเขาให้ได้เช่นกัน แต่ยังไงแล้ว ความคิดของเรา คือสุดท้ายแล้วเขาต้องได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน ถ้าถึงวันนั้น ลองบอกกับแฟนว่า ไหน ๆ ก็ได้เป็นแล้ว ก็ทำมันให้ดี และอย่าลืมมาอัปเดตใหม่อีกครั้ง”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin 

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

พี่ชายผมมีลูก 2 คน แต่กลายเป็นผมที่ต้องมาช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในอนาคตก็จะให้ผมส่งเรียนอีก ผมรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของผมเลย จะคุยกับพี่ชายยังไงดีครับ?

12 ก.พ. 2026

พี่ชายผมมีลูก 2 คน แต่กลายเป็นผมที่ต้องมาช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในอนาคตก็จะให้ผมส่งเรียนอีก ผมรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของผมเลย จะคุยกับพี่ชายยังไงดีครับ?

พี่ชายผมมีลูก 2 คนแต่กลายเป็นผมที่ต้องมาช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆในอนาคตก็จะให้ผมส่งเรียนอีกผมรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของผมเลยจะคุยกับพี่ชายยังไงดีครับ? ‘คุณบอส (นามสมมติ)’ อายุ 31 ปี สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 กุมภาพันธ์ 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่พี่ชายมีลูกแต่คุณบอสกลับต้องมาช่วยดูแลรับผิดชอบเด็กเป็นประจำ โดย ‘คุณบอส (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “ตอนนี้ผมออกมาซื้อบ้านอยู่กับแฟน ไม่ได้อาศัยอยู่กับที่บ้านแล้ว ที่บ้านของผมจะมีพ่อ แม่ พี่ชาย และพี่สะใภ้อยู่ด้วยกัน พี่ชายมีลูกทั้งหมด 2 คน ปกติผมจะส่งเงินให้พ่อกับแม่เป็นประจำทุกอาทิตย์ ครั้งละ 3000 - 4000 บาท พี่ชายก็มักจะมีปัญหาเรื่องเงินอยู่บ่อย ๆ เขาจะขอยืมเงินของผมผ่านแม่ บางครั้งก็มีการทักมาขอยืมเงินกับผมเอง แต่ผมมองว่ามันคือการขอ มากกว่าการยืม เพราะเขาไม่เคยคืนเงินผมเลย ก่อนหน้านี้ สมัยผมเรียนอยู่มหาลัย ผมก็ไม่ได้อยู่กับที่บ้าน เนื่องจากต้องมาเรียนที่ต่างจังหวัด ส่วนเรื่องเงินผมก็แทบจะไม่ได้ขอที่บ้านเลย จนผมเรียนจบ แม่ก็เริ่มเกริ่นกับผมว่า แม่ทำงานไม่ไหวแล้ว ผมก็เต็มใจที่จะส่งเงินให้ ในตอนนั้นพี่ชายของผมได้มีลูกคนแรก ทั้งที่ยังไม่มีอาชีพที่มั่นคง ผมเองก็ไม่ค่อยพอใจที่เขามีลูกโดยไม่พร้อม ผ่านมาระยะหนึ่ง พี่ชายผมเริ่มขอยืมเงินมากขึ้น เพราะมีปัญหาเรื่องลูกของเขา บางครั้งก็เรื่องเรียน บางครั้งก็เรื่องเข้าโรงพยาบาล หลังจากนั้นเขาก็มีลูกคนที่ 2 ผมก็ยิ่งไม่พอใจมากยิ่งขึ้น แต่ผมเองก็ไม่กล้าที่จะพูดตรง ๆ กับเขา ด้วยอายุที่ห่างกันมาก ผมกลัวครอบครัวจะผิดใจกัน กลัวทำให้พวกเขาเสียใจ จนมีเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมฉุดคิดขึ้นมาได้ คือตอนที่แม่ของผมพูดว่า พอหลานโตก็ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว เดี๋ยวผมก็ส่งเงินให้เรียนเอง ทำให้ผมคิดว่า เขาไม่ใช่ลูกผม ผมต้องรับผิดชอบชีวิตเขาขนาดนั้นเลยหรอครับ พ่อแม่ของผมก็เลี้ยงดูพี่ชายมาแบบตามใจ อยากได้อะไรก็ให้ ส่วนผมก็ต้องรับของต่อจากพี่มาตลอด ภรรยาของพี่ชาย ตอนแรกเขาก็ว่างงาน เป็นแม่บ้านเลี้ยงดูลูก ผมคิดว่าเขาควรมีอาชีพที่มั่นคง ผมเลยให้เงินแม่ไปประมาณหนึ่งแสนบาท ให้แม่ช่วยจัดการเปิดร้านขายอาหารให้พี่ชาย และภรรยาของเขาช่วยกันดูแล ส่วนเงินที่ได้ผมก็ให้เขาไปจัดการกันเองได้เลย แต่สุดท้ายเงินมันก็ไม่พออยู่ดี ทุกครั้งที่เขาขอเงินผมจะคิดว่าจะมีลูกเพื่ออะไร ถ้าตัวเองยังไม่พร้อมขนาดนี้ ผมไม่รู้ว่าจะบอกพี่ชายไปตรง ๆ เลยดีไหม ว่าต่อไปนี้ผมจะช่วยดูแลเรื่องเงินให้พ่อกับแม่แค่สองคน หรือมีวิธีอื่นที่ทำให้ผมกับพี่ชายไม่ผิดใจกันไหมครับ” เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “พูดไปตรง ๆ กับเขาได้เลย คนเราควรรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้นมา ถ้าเราช่วยเหลือคนเหล่านี้ เขาก็จะไม่ได้เรียนรู้ความลำบาก อยากให้เขาได้ลองเรียนรู้ ลองเจอกับความลำบากดูสักครั้ง เพราะฉะนั้นสนับสนุนให้คุยกันตรง ๆ หรือถ้าไม่กล้า ก็ฝากแม่ไปบอกก็ได้” ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “เข้าใจความรู้สึก ทำไมเราต้องมารับผิดชอบชีวิตเขาด้วย ยิ่งกรณีที่มีลูกคนแรกโดยที่ไม่พร้อม แล้วยังมีคนที่สองเพิ่มมาอีก แปลว่าเขาตัดสินใจยอมรับความเสี่ยงแล้ว เขาก็ต้องรับผิดชอบเอง พูดไปตรง ๆ ว่าเราก็มีส่วนที่เรารับผิดชอบในชีวิต เงินที่ให้นั่นคือเงินเรา การที่เราส่งเงินให้พ่อแม่ มันเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งที่ให้หลานกับพี่ชายก็ไม่ใช่เรื่องจำเป็น ไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำให้กัน ถ้าเราไม่แสดงจุดยืนของเราว่าเราช่วยเหลือเขาได้มากเท่าไหร่ เขาจะมองเราเป็นที่พึ่งพาไปตลอด ถ้าพูดแล้วผิดใจ เป็นเขาเองที่ต้องรับผิดชอบความรู้สึกตัวเองไม่ใช่เรา” ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “การคุยกันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ถ้าไม่กล้าพูดตรง ๆ ก็ลองใช้วิธีการโกหกดู เรียกทุกคนมาคุยแล้วบอกว่า ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ทุกคนต้องพึ่งพาตนเอง พี่ชายต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเองและครอบครัวให้ได้ จะหวังพึ่งพากันไม่ได้แล้ว เขาเองจะได้รู้สึกกังวลใจ มีความตระหนักเรื่องการมีลูกเพิ่มด้วย ให้ทุกคนได้วางแผนชีวิตกันถูก ให้เขาได้คิดบ้าง ไม่ใช่แค่เราที่กังวลใจอยู่ฝ่ายเดียว การมีลูกมันเรื่องใหญ่มาก เรื่องแบบนี้มันคุยกันได้”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมผิดไปแล้ว... ภรรยาจับได้ว่าผมเซฟรูปเพื่อนภรรยาไว้ในไดร์ฟ ใช้ AI ตัดต่อให้เพื่อนภรรยาเปลือย จะเก็บไว้ดูคนเดียว เพราะไปอ่านเจอในกระทู้มาว่า ‘ลองกับคนใกล้ตัวจะตื่นเต้นดี’ พอภรรยาเห็น รับไม่ได้ ไม่ให้อภัยผม ต่อจากนี้ผมจะทำยังไงดีครับ?

08 มี.ค. 2024

ผมผิดไปแล้ว... ภรรยาจับได้ว่าผมเซฟรูปเพื่อนภรรยาไว้ในไดร์ฟ ใช้ AI ตัดต่อให้เพื่อนภรรยาเปลือย จะเก็บไว้ดูคนเดียว เพราะไปอ่านเจอในกระทู้มาว่า ‘ลองกับคนใกล้ตัวจะตื่นเต้นดี’ พอภรรยาเห็น รับไม่ได้ ไม่ให้อภัยผม ต่อจากนี้ผมจะทำยังไงดีครับ?

“คุณปุ๋ย (นามสมมติ)” อายุ 39 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [6 มีนาคม 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาที่ภรรยาไปเจอรูปวาบหวิวของคนใกล้ตัวที่เราแอบเซฟไว้ โดย “คุณปุ๋ย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตอนนี้ผมมีปัญหากับภรรยา เนื่องจากภรรยาเปิดคอมพิวเตอร์ผมเพื่อหารูปลูกสาวที่ภรรยาเผลอลบไป แล้วดันไปเจอรูปวาบหวิว หนังติดเรท ซึ่งเป็นรูปของเพื่อนสนิทและคนใกล้ตัวของภรรยาที่ผมเป็นคนตัดต่อ เพื่อเอาไว้ช่วยตัวเอง เพราะผมไปอ่านเจอในอินเทอร์เน็ตว่า “ลองช่วยตัวเองกับรูปคนใกล้ตัวจะตื่นเต้นมากกว่า” พอภรรยาเห็นรูปพวกนั้นก็พยายามคิดหาเหตุผลกับตัวเองว่าผมทำแบบนั้นทำไม จนภรรยาบอกกับผมว่าเราควรแยกทางกัน ส่วนลูกสาวภรรยาจะเป็นคนดูแลเอง อีกอย่างหนึ่งที่ผมยอมรับผิด คือ ผมเฉยชากับครอบครัวและมักจะผลักภาระทุกอย่างเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกให้ภรรยาดูแลทั้งหมด ซึ่งภรรยาก็ทำงานไปด้วยและเลี้ยงลูกไปด้วย เวลาที่ผมเหนื่อยกับการทำงานและกลับบ้านมาเจอลูกงอแง ผมก็จะผลักให้ภรรยา เรื่องนี้ก็สะสมมาเรื่อย ๆ จนทำให้ผมมองว่าความรักที่เคยมีให้กันจืดจางลง ยิ่งภรรยาไปเจอรูปวาบหวิวก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ ภรรยาก็พูดกับผมว่า “ผมทำหน้าที่พ่อได้ขาดตกบกพร่อง ในเรื่องของการดูแลภรรยาและลูก” ผมเองก็รู้สึกผิดกับภรรยามาก เพราะไม่ดูแลเหมือนตอนแรก ๆ ที่จีบกัน หลังจากที่ภรรยาขอหย่า ผมก็พยายามเปลี่ยนตัวเอง พยายามเข้าหาลูก ดูแลลูกมากขึ้น ผมยอมรับว่าเป็นเรื่องที่เหนื่อย แต่ลูกก็เข้าหาผมมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ผมคิดกับตัวเองว่าผมก็ทำได้แต่ทำไมผมถึงไม่ทำตั้งแต่แรก ตอนนี้ภรรยาก็เหมือนจะดีขึ้น แต่ภรรยาก็ยังมองว่าที่ผมทำอยู่เพราะรู้สึกผิดหรือเปล่า ทำแค่ช่วงแรก ๆ พอเวลาผ่านไปก็คงเป็นเหมือนเดิมอีก เพราะความเชื่อมั่นที่มีผมเป็นคนทำมันพังกับมือตัวเอง แล้วผมจะเป็นคนแก้ไขได้ยังไง? ซึ่งเหตุผลที่ภรรยาขอหย่าก็คือ ภรรยารับไม่ได้เรื่องรูปวาบหวิว เพราะภรรยาไม่รู้จะทำตัวยังไงเวลาเจอเพื่อน จะมองหน้าเพื่อนติดไหม? ทำไมภรรยาต้องมารู้สึกผิดกับเพื่อน ทั้งที่ภรรยาไม่ได้เป็นคนทำผิด แล้วยิ่งผมก็มีลูกสาว ผมทำอะไรไม่คิดถึงความรู้สึกลูกสาว ภรรยารู้สึกขยะแขยงผมมาก ผมก็รู้สึกแย่มาก ๆ อยากขอโอกาสแก้ตัว แก้ไขเรื่องนี้ ผมก็กลัวว่าภรรยากับลูกจะทิ้งผมไปก่อนที่ผมจะทำสำเร็จ เพราะภรรยามองว่ามันทรมานมาก เรื่องที่อยากขอคำปรึกษาคือ ผมจะสร้างความเชื่อใจใหม่ให้กับภรรยาได้ยังไง?’ งานนี้ “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘2 สิ่งที่ผู้หญิงจะดูคือ 1. คือความตั้งใจในการสำนึกผิดและเรื่องคำสัญญาที่ให้ไว้ว่าเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก 2. คือการกระทำ ซึ่งจุดอ่อนของผู้หญิงคือ ลูก เล่นกับลูกในสิ่งที่ภรรยาเล่นกับลูกไม่ได้ ทำให้ครอบครัวนี้ขาดคุณปุ๋ยไม่ได้ แต่ไม่ได้ทำเพื่อเอาคะแนน ทำเพื่ออยากรักษาครอบครัวไว้ เพราะฉะนั้นทุกอย่างต้องมาจากใจ ถ้าวันนี้ครอบครัวที่มีภรรยาและลูกคือความสุขของคุณปุ๋ย ทุ่มทุกอย่างให้สุด เพื่อที่จะดูแลครอบครัวนี้ ให้เวลา และชดเชยในสิ่งที่ผ่านมา ทำให้ภรรยาไม่เหนื่อย ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกายหรือทางจิตใจ ก็อยากอวยพรให้ภรรยายังอยากอยู่เป็นครอบครัวต่อ เพราะฉะนั้นรีบซื้อใจลูกให้ได้มากที่สุด’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คุณปุ๋ยต้องบอกกับตัวเองก่อนว่าต้องเหนื่อยแน่ ๆ กับการที่จะทำทุกอย่างให้กลับมาเหมือนเดิม แต่ถ้าคุณปุ๋ยเห็นปลายทางว่า ความเหนื่อยที่เราจะต้องตัด เรื่องรสนิยมบางอย่างที่เราชอบออก เปลี่ยนแปลงนิสัยที่เคยทำกับครอบครัว และไม่รู้ว่าความไว้ใจจะกลับมาเมื่อไหร่ ซึ่งคุณปุ๋ยก็ไม่มีสิทธิ์ไปเร่งภรรยาว่าทำมาจะกี่ปีแล้วแต่ทำไมยังต้องทำอยู่ ทั้งหมดคือคุณปุ๋ยต้องทำใจยอมรับเลยว่า ไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรทั้งสิ้น ถ้าคุณปุ๋ยอยากให้ปลายทาง ยังคงเป็นครอบครัวเหมือนเดิมอย่างที่คุณปุ๋ยต้องการ พี่อยากให้กำลังใจว่า สักวันมันต้องมีวันที่คุณปุ๋ยเหนื่อยมาก ๆ ทั้งเอาใจภรรยาและดูแลลูก ก็อยากให้คุณปุ๋ยนึกถึงภาพสุดท้ายว่า วันนั้นเรายังมีกันและกันเป็นครอบครัว พ่อ แม่ ลูก สุดท้ายไม่ว่าคุณปุ๋ยจะพยายามสักเท่าไหร่ แต่ภรรยาไม่สามารถเอาความเชื่อใจนั้นกลับมาได้ คุณปุ๋ยก็ต้องยอมรับให้ได้ หลังจากนั้นก็หาวิธีที่จะเป็นพ่อแม่ของลูกให้ดีที่สุด เท่าที่เราจะทำได้ อย่าเอาแต่ความต้องการเราอย่างเดียว จนอีกคนเขาไม่มีความสุข’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เรื่องนี้ต้องขอบคุณลูกสาวให้เยอะ ๆ คุณปุ๋ยต้องใช้ชีวิตที่เหลือทั้งหมดเพื่อภรรยาและลูก คุณปุ๋ยทำเพื่อตัวเองมาตลอด ละเลยครอบครัวจนลูกสาว 4 ขวบ ซึ่งเป็นเวลาที่นานมาก ต่อจากนี้ไม่ว่าภรรยาจะไม่มีเหตุผล หรืองี่เง่าอะไร คุณปุ๋ยคงต้องยอมทุกอย่าง เพื่อที่จะให้ได้ใช้ชีวิตครอบครัวอยู่ด้วยกัน ซึ่งเรื่องนี้สำหรับผมมันหนักเหลือเกิน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนหนูมาสารภาพว่า... “ไปส่งแฟนเก่ากินข้าวมา เพราะว่าแฟนเก่าหิว ไม่มีรถเลย” แฟนเก่าให้เหตุผลว่า พอดีมาจังหวัดนี้แล้วไม่รู้จักใครเลย อยากให้พาไปกินข้าวหน่อย แต่แฟนเราก็แอบไปส่ง หนูสังเกตเห็นว่า GPS รถ ขับรถวนไปๆมาๆ หลายกิโลแปลกๆ

23 ก.ย. 2025

แฟนหนูมาสารภาพว่า... “ไปส่งแฟนเก่ากินข้าวมา เพราะว่าแฟนเก่าหิว ไม่มีรถเลย” แฟนเก่าให้เหตุผลว่า พอดีมาจังหวัดนี้แล้วไม่รู้จักใครเลย อยากให้พาไปกินข้าวหน่อย แต่แฟนเราก็แอบไปส่ง หนูสังเกตเห็นว่า GPS รถ ขับรถวนไปๆมาๆ หลายกิโลแปลกๆ

แฟนหนูมาสารภาพว่า... “ไปส่งแฟนเก่ากินข้าวมา เพราะว่าแฟนเก่าหิว ไม่มีรถเลย”แฟนเก่าให้เหตุผลว่า พอดีมาจังหวัดนี้แล้วไม่รู้จักใครเลย อยากให้พาไปกินข้าวหน่อยแต่แฟนเราก็แอบไปส่ง หนูสังเกตเห็นว่า GPS รถ ขับรถวนไปๆมาๆ หลายกิโลแปลกๆแต่แฟนมาสารภาพเรื่องนี้ก่อนที่หนูจะถามเขาเรื่องนี้ ตอนนี้ความไว้ใจที่หนูมีให้กับเขามันหายไปเยอะมาก เจอแบบนี้หนูจะยังไว้ใจแฟนเหมือนเดิมได้อยู่ไหม?ถ้าเป็นทุกคนจะทำยังไงคะ ถ้าเจอแฟนมาสารภาพแบบนี้ “คุณฟ้า (นามสมมติ)” อายุ 23 สายที่ 2 ในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [17 ก.ย.68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาแฟนไปรับไปส่งแฟนเก่ากินข้าว เพราะเขาอ้างว่าไม่มีรถ โดย “คุณฟ้า (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘มีอยู่วันนึง ที่แฟนบอกว่า จะไปทำบุญ แล้วไปกินข้าวกับเพื่อนที่ห้องเพื่อนต่อ ห่างจากที่พักของเขาประมาณสิบกว่าโล เราก็ไม่ได้อะไร พอประมาณสักสามทุ่ม แฟนเราก็ทักมาบอกอีกว่า เดี๋ยวจะพาเพื่อนไปซื้อของนะ หนูเลยถามเขาว่า ไปซื้อที่ไหน ซึ่งเขากลับไปซื้อของตรงที่บ้านพักเขา มันต้องย้อนกลับมาถึงสิบโล เพื่อที่จะพาเพื่อนมาซื้อ เราก็รู้สึกว่า ทำไมมันต้องย้อนกลับมาขนาดนั้น ของแถวนั้นก็น่าจะมี พอเปิดดูจีพีเอส รถของแฟนก็ขับวนๆไม่ไปไหน ไม่จอด ไม่ถึงสักที หนูก็เลยโทรไปหา แต่ก็ไม่รับโทรศัพท์ เลยกดโทรอีก สักพักเขาก็รับสาย บอกว่า ‘กำลังซื้อของอยู่ เดี๋ยวจะกลับห้องเพื่อนแล้ว’ พอแฟนถึงห้องเพื่อน ก็รีบโทรกลับมาหาเรา หนูก็ถามเขาว่า ‘ไปทำอะไรมา ทำไมถึงได้ขับรถวนๆ’ ต้องยอมรับว่าจริงๆตอนนั้นก็เริ่มที่จะสงสัยแล้ว ยิ่งได้ยินเหตุผลที่เขาสารภาพออกมาว่า เขาไปรับแฟนเก่ามากินข้าว เราก็ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินเหตุผลแบบนี้ แฟนก็เลยเล่าให้ฟังว่า เมื่อวานเพื่อนของแฟนเก่าทักมาบอกว่า แฟนเก่าเขาจะมาทำธุระที่นี่ ช่วยติดต่อเบอร์รถที่จะกลับกรุงเทพให้หน่อยได้มั้ย เขาก็เลยให้เบอร์รถไป แต่แชททั้งหมดเป็นกลุ่มที่มีเพื่อนของแฟนเก่าเขาอยู่ในนั้นด้วย แล้วเหมือนแฟนเก่า ก็ชวนแฟนเราให้ออกไปกินข้าว เพราะเขาไม่มีรถที่จะออกไป แฟนเราก็ไป แต่บอกหนูว่า พาเพื่อนไปซื้อของ สุดท้ายก็สารภาพออกมาหมด เพราะไม่อยากโกหก เขาก็ขอโทษ ผิดพลาดไปแล้ว หลังจากนั้นก็รีบจัดการบล็อกแฟนเก่า แล้วก็ลบกลุ่มนั้นออกไปตามที่เราบอก และคำพูดที่แฟนเราพูด คือ เขาไม่ได้นอกใจ แค่สงสารผู้หญิงคนนั้น ที่ไม่มีรถ ตอนนี้ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว หนูให้อภัยเขา แต่ก็ยังระแวงอยู่ดี หนูเลยอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า คนเราสามารถผิดพลาดเรื่องนี้ได้ใช่มั้ย? หนูควรจัดการความรู้สึกตนเองยังไงดี’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถามว่าทำผิดได้มั้ย ก็ได้แหละ แต่ลักษณะเป็นเหมือนการกึ่งยิงกึ่งผ่าน คนที่มันใจเตลิดไปแว้บนึง แล้วก็ลองๆดูว่ามันจะเป็นยังไง แฟนเราดูเป็นคนที่ทำผิดแล้วล่ก กับสิ่งที่ตนเองทำ สุดท้ายก็กลับมามอบตัว เขาจะทำผิดอีกมั้ย ตอบไม่ได้หรอก เพราะเราไม่รู้อนาคต การคบกันมีความเสี่ยงอยู่ทุกวันอยู่แล้ว ฟ้าแค่คุยกับตัวเองพอว่า ยังอยากจะให้โอกาสเขา และตัวเอง กับคนๆนี้อยู่มั้ย เรื่องแผลในใจมันมีอยู่แล้วแหละ มันก็จะติดไปตลอด แต่พอเวลาผ่านไปมันจะพิสูจน์ด้วยตัวมันเอง ไม่อะไรตอบเราได้เลย นอกจากให้โอกาส’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘แฟนฟ้าตั้งใจโกหก เขามีความสุขเล็กๆที่อยู่ในใจในการที่จะได้เจอแฟนเก่า เพราะฉะนั้น ไม่เชื่อใจได้เลย เต็มที่มันไม่ผิดอะไร อย่าไว้ใจ 100% ขนาดนั้น ลองให้โอกาสได้ แต่อย่าให้มีอีกครั้ง’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘การวนรถเราก็รู้ดีอยู่แล้ว ว่าวนเพราะอะไร มันคือการอยากอยู่ด้วยกันนานๆ มันคือเจตนาไม่มีบริสุทธิ์ใจ เป็นการทำผิดที่ไม่เชี่ยวชาญ เขาไม่ได้มอบตัวก่อน แต่เพราะเรามีหลักฐาน เขาเลยสารภาพ ให้อภัยได้ เพราะเป็นความผิดครั้งแรก แต่จำไว้เลยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เราต้องบอกให้เขาชัดเจน ถึงความผิดของเขา อย่าเอาความระแวงไปทะเลาะกัน เพราะฟ้าให้โอกาสเขาแล้ว ถ้าจับได้อีกครั้งก็คือเลิก’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายกาวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สามีมีปัญหาน้องชายไม่ลุก ส่งการบ้านปีละ 2 ครั้ง ส่งทีก็ทำได้ไม่ดี ไม่กล้าบอกสามีเพราะกลัวเขาจะเสียความรู้สึก อยากมี FWB ผิดไหม หรือควรทำอย่างไรดี ?

03 เม.ย. 2026

สามีมีปัญหาน้องชายไม่ลุก ส่งการบ้านปีละ 2 ครั้ง ส่งทีก็ทำได้ไม่ดี ไม่กล้าบอกสามีเพราะกลัวเขาจะเสียความรู้สึก อยากมี FWB ผิดไหม หรือควรทำอย่างไรดี ?

สามีมีปัญหาน้องชายไม่ลุก ส่งการบ้านปีละ 2 ครั้ง ส่งทีก็ทำได้ไม่ดีไม่กล้าบอกสามีเพราะกลัวเขาจะเสียความรู้สึกอยากมี FWB ผิดไหม หรือควรทำอย่างไรดี ? ‘คุณแองจี้ (นามสมมุติ)’ สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (1 เมษายน 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับเรื่องที่สามีส่งการบ้านไม่ได้ ถึงส่งก็ทำไม่ดี ควรหา FWB มาแทน หรือให้เขาไปพบแพทย์ดี ‘คุณแองจี้ (นามสมมุติ)’ อายุประมาณ 30 ปีกลาง ๆ ได้เล่าว่า “แต่งงานมา 10 ปีแล้ว ช่วงแรก ๆ สามีก็ส่งการบ้านดี เป็นปกติ วันเว้นวันได้เลย เพราะเป็นช่วงที่เราพยายามอยากมีลูกด้วยกัน แต่สามีเริ่มมีปัญหา ปีที่ 5-6 หลังจากแต่งงาน ซึ่งเป็นช่วงที่เรารู้สึกว่าอายุมากขึ้นแล้ว ไม่อยากมีลูกแล้ว เลยต้องป้องกันด้วยการสวมถุงยางทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เวลาที่จะเริ่มกิจกรรม เราต้องหยุดเพื่อสวมถุงยางก่อน แต่หลังจากที่หยุดไป สามีมีอาการอ่อนตัว ไม่สามารถทำกิจกรรมต่อได้ ทำให้สามีไม่มั่นใจในตัวเอง แม้กระทั่งต่อมาเรามีปัญหา ทำให้ต้องตัดมดลูกไป และไม่ต้องใช้ถุงยางเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์อีกแล้ว แต่ความมั่นใจของสามีลดลงจนแทบไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้อีกเลย จนมารู้ตัวอีกที สามีและเราทำกิจกรรมกันปีละ 2 ครั้งเท่านั้น ซึ่งแต่ละครั้งก็ไม่ได้ดี หรือสมบูรณ์เหมือนเมื่อก่อนตอนที่เขายังไม่มีปัญหา แองจี้คิดว่าสามีเองก็อยาก แต่ร่างกายไม่ตอบสนอง สามีของแองจี้รู้สึกว่า ‘เขาเป็นสามีที่บกพร่อง’ แต่สำหรับแองจี้ เขาคือสามีที่ดีทุกอย่าง แต่ปัญหาของเขาอาจจะเกิดจากการขาดความมั่นใจจนเครียดเท่านั้น อย่างไรก็ตามแองจี้ก็ไม่กล้าบอกให้สามีไปพบแพทย์ เพราะกลัวว่าเขาจะเสียความรู้สึก เสียศักดิ์ศรี และยิ่งเสียความมั่นใจไปกว่าเดิม ตัวแองจี้เองมีความต้องการทางเพศปกติ แต่สามีตอบสนองไม่ได้ สามีก็พยายามที่จะช่วยในวิธีที่ไม่ต้องสอดใส่ แต่เขาก็ทำไม่ค่อยเก่ง ทำยังไม่ค่อยถูกจุด เราทั้งคู่ไม่เคยมีประสบการณ์กับใครมาก่อนแต่งงานด้วย เวลาที่เราอยากบอกสามีเกี่ยวกับเรื่องที่เขาช่วยเราไม่ถูกจุด หรือยังไม่ดี ก็จะมีความเขินอาย และกระอักกระอ่วนเล็กน้อย จึงไม่กล้าบอกสามีไป ทำให้เราไม่แฮปปี้ในเรื่องนี้ เขาเป็นสามีที่ดี แต่เราก็ยังรู้สึกขาด ทั้งที่สามีอายุแค่ 20 ปลาย แองจี้จึงคิดว่า อาจเพราะเราไม่น่าดึงดูดมากพอ หรือสามีเบื่อ เพราะเราแก่กว่าหรือเปล่า จึงอยากปรึกษาพี่ ๆ ดีเจว่า แอบคิดอยากมี FWB (friend with benefits) จะผิดมั้ย ถึงแม้จะรู้สึกผิดต่อสามีมาก หรือเราควรบอกเขาให้ไปหาหมอ แล้วควรบอกอย่างไรให้เขาไม่รู้สึกแย่” เริ่มต้นด้วย ‘ดีเจอั๋น’ ให้คำแนะนำว่า “พี่ว่าการแนะนำให้สามีไปหาหมอเราสามารถคุยกันให้เป็นเหมือนเรื่องสนุก ๆ ผ่อนคลายก่อนก็ได้ หรือมีวิธีการคุยของตัวเอง ซึ่งแต่ละคนก็แตกต่างกัน พี่มองว่าเป็นสามีภรรยากันแล้วมันน่าจะคุยกันได้นะ เข้าใจในความรู้สึกที่ไม่อยากกดดันเขา พี่ขอแยกออกเป็น 2 กรณี ถ้าเขาทำไม่ดีตรงนั้นมันสามารถคุยกันได้ แต่ในกรณีที่เขาทำไม่ได้อันนี้ต้องไปพบหมอ ถ้าเป็นพี่โดนผู้หญิงบอกให้ไปพบหมอ พี่ก็ไม่เสียความรู้สึก และการคุยกันตรง ๆ มันง่ายกว่าการไปแอบมี FWB นะ” ต่อด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ให้คำแนะนำว่า “พี่ว่าคุณแองจี้ต้องคุยกับแฟนมากกว่านี้ ไม่ต้องอาย หรือกลัวว่าเขาจะมองว่าเราเป็นคนหมกมุ่นทางเพศ การคุยกันแบบนี้มันเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะคุณแองจี้ที่บอกว่าสามีมีกิจกรรมแค่ 2 ครั้งต่อปี เราสามารถถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงได้ว่า เธอกังวลอะไรหรือเปล่า เพราะมันแสดงออกชัดทางร่างกายว่าน้องชายเขาไม่แข็งตัว พี่ว่าเขาคงไม่มองว่าคุณแองจี้ไปดูถูกเขาหรอก ทั้งคู่เริ่มต้นมาด้วยกัน เป็นคนแรกของกันและกัน ก็ควรจะลองผิดลองถูกไปด้วยกัน อย่างคำปรึกษาจาก ‘หมอท้อป’ในสัปดาห์ก่อน ๆ ว่า มันเป็นเรื่องปกติของสามีภรรยา เวลามีปัญหาก็ยอมรับว่ามันเป็นปัญหา อย่ามัวเอาไปซุกไว้ใต้พรม คุยกันด้วยความเป็นห่วง คุณแองจี้น่าจะรู้ว่าต้องคุยกับสามีแบบไหน และพี่เห็นด้วยกับพี่อั๋นว่า การได้คุยกัน มันดีกว่าการไปหา FWB มากเลย” ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำแนะนำว่า “เห็นด้วยว่าเป็นเรื่องปกติ และเป็นเรื่องธรรมชาติที่สามารถคุยได้ จริง ๆ หอมสามารถแนะนำแพทย์ เกี่ยวกับ Sex Therapy ที่เป็นอาจารย์ช่วยเรื่องชีวิตคู่ได้ แต่ก็แองจี้ต้องไปคุยกับแฟนว่า คุณแองจี้จะชวนแฟนไปปรึกษายังไง เรื่องบนเตียงก็เป็นพาร์ตหนึ่งของชีวิตคู่เช่นกัน ถ้าคุณแองจี้มองว่าเป็นปัญหาถึงขั้นที่อยากหา FWB นั่นแปลว่ามันไม่ใช่ปัญหาที่เล็กแล้ว แต่อย่าไปเล่าแบบนี้ให้เขาฟังนะ ว่าถึงขั้นอยากจะไปมี FWB และอย่าเพิ่งบอกก็ได้ว่าเขาทำให้เราไม่ถูกจุด เพราะเขาอาจเสียความมั่นใจได้ แต่สามารถพูดได้ว่าอยากให้เขาทำอย่างไรให้เรา ค่อย ๆ พูดไป ถ้าไม่กล้าพูด และไปหาหมอ ก็สามารถฝากให้หมอช่วยบอกเขาได้ ถ้าได้ไปพบแพทย์จริง ๆ หมอจะคุ้ยหาสาเหตุ และรักษาจนได้ มันเป็นอีกศาสตร์ที่ช่วยเรื่องชีวิตคู่ เป็นเรื่องปกติ มีอีกหลาย ๆ คู่เลยที่เป็นแบบนี้ คนที่อวัยวะเพศไม่แข็งตัว พี่มั่นใจได้เลยว่ามีเยอะ ถ้าเราอยากอยู่ด้วยกันต่อ ให้แก้ปัญหาปัจจุบันร่วมกันก่อน”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-