(ภาคต่อ) บ้านแฟนอยากให้แฟนไปเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่เราไม่อยากให้ทำ ถ้าไปแล้ว ความสัมพันพันธ์เราจะเป็นยังไง

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

(ภาคต่อ) บ้านแฟนอยากให้แฟนไปเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่เราไม่อยากให้ทำ ถ้าไปแล้ว ความสัมพันพันธ์เราจะเป็นยังไง

19 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) บ้านแฟนอยากให้แฟนไปเป็นผู้ใหญ่บ้าน

แต่เราไม่อยากให้ทำ

ถ้าไปแล้ว ความสัมพันพันธ์เราจะเป็นยังไง

        'คุณยุ้ย (นามสมมติ)’ อายุ  สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 กับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่บ้านแฟนอยากให้แฟนไปเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่เราไม่อยากให้ทำ ถ้าไปแล้ว ความสัมพันพันธ์เราจะเป็นยังไง

        เรื่องราวของ ‘คุณยุ้ย (นามสมมติ)’ มีอยู่ว่า “แฟนของเขาทำงานได้เงินเดือนสี่หมื่นบาท แต่ครอบครัวของแฟนต้องการให้แฟนของเขา เป็นผู้ใหญ่บ้านเงินเดือนหมื่นกว่าบาท 

        ซึ่งตัวของคุณยุ้ยเองนั้น ไม่โอเคกับเรื่องนี้ จนถึงขั้นแสดงเจตจำนง ว่าไม่อยากให้แฟนของเธอทำงานตรงนี้ และได้คิดว่าถ้าแฟนของเธอได้เป็นผู้ใหญ่บ้านจริง ๆ นั้น คุณยุ้ยจะยังคบกันคนนี้อยู่หรือเปล่า ซึ่งแฟนของคุณยุ้ยเอง ก็บอกว่าถ้าไม่อยากให้ทำ ก็ไปคุยกับพ่อของแม่ของเขาเอง”

        โดย  ‘คุณยุ้ย (นามสมมติ)’ ได้อัปเดตว่า “ตอนนี้คุณยุ้ยยังคบกับแฟนของเธออยู่ ย้อนกลับไปในวันที่คุณยุ้ยได้ปรึกษากับดีเจทั้งสาม ทุกคนได้เตือนว่า ระวังเขาจะทำตามในสิ่งที่พ่อแม่ของเขาต้องการ บอกให้เธอเผื่อใจเอาไว้ และบอกให้แฟนของคุณยุ้ย ควรเป็นคนที่จัดการกับเรื่องนี้เอง

        หลังจากที่ปรึกษาพี่ ๆ ดีเจไปได้ไม่นาน ผลสรุปสุดท้ายแล้ว แฟนของเธอก็ยอมทำตามสิ่งที่พ่อแม่ต้องการ โดยไม่ปฏิเสธอะไรเลย ในตอนนั้นเธอเองก็ตกใจ เพราะสิ่งที่เขาบอกเธอ กับสิ่งที่เขาทำมันคนละอย่างกัน คุณยุ้ยเองก็ได้แต่คิดว่าเรื่องของเธอกับแฟนจะเป็นอย่างไรต่อ

        แฟนของคุณยุ้ยไม่ได้ให้เหตุผลอะไรกับเธอ แต่เธอเองก็เข้าใจเขา ที่ต้องยอมรับตำแหน่ง และทำตามในสิ่งที่พ่อแม่ของเขาต้องการ เนื่องจากในตอนนั้น พ่อแม่ของแฟนพูดประมาณว่า ถ้าไม่เป็นก็ตัดขาดกันไปเลย แม้จะไม่ได้พูดคำนี้โดยตรง แต่ความรู้สึก คือเขาคงไม่พอใจมาก ๆ ถ้าไม่ยอมเป็นไปตามในสิ่งที่พวกเขาต้องการ ทางครอบครัวของแฟน ได้บอกว่าขอเวลาแค่ 2 ปี ในการเป็นผู้ใหญ่บ้าน แล้วถ้าพี่ชายของแฟนเธอนั้นกลับมาเมื่อไหร่ จะให้พี่ชายของแฟนรับตำแหน่งตรงนี้ต่อ แต่สำหรับคุณยุ้ยแล้ว เส้นทางมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ไม่มีอะไรมาการันตีได้เลย ว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป

        คุณยุ้ยได้ถามแฟน ว่าสรุปแล้วเรื่องนี้มันเป็นยังไง ความรู้สึกตัวเธอนั้น เหมือนกำลังโดนหักหลัง การที่เขาพูดอย่างทำอย่างแบบนี้ แล้วเธอจะเชื่อใจเขาได้อย่างไร แฟนของคุณยุ้ยก็บอกว่าเขาไม่อยากเลิกกับเธอ เขาบอกว่าเงินเดือนผู้ใหญ่บ้านที่ได้มา เขาจะโอนให้คุณยุ้ยเก็บ และเขาจะไปหารายได้ทางอื่นเพื่อที่จะได้มีเงินเก็บ และสร้างความมั่นใจให้กับคุณยุ้ย

        ในตอนนี้แฟนของคุณยุ้ยยังไม่ได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน เพราะยังไม่ถึงเวลาการเลือกตั้ง ส่วนฝั่งครอบครัวแฟน หลังจากวันนั้นคุณยุ้ยก็พยายามทำตัวปกติ พูดคุยทักทายกันตามปกติ เธอเองก็ได้คุยปรึกษากับผู้ใหญ่อยู่หลายครั้ง ทุกคนก็บอกว่ามันอาจจะไม่ได้แย่อย่างที่คิด ให้คุณยุ้ยนึกถึงความรู้สึกของแฟนเธอเยอะ ๆ เพราะบางทีเขาเองก็เลือกไม่ได้ ถ้ารู้สึกว่าเขารักเธออยู่ ก็ลองดูแค่ 2 ปี ถ้าอีก 2 ปีข้างหน้า เขาไม่ได้ทำตามอย่างที่พูด ก็จะได้รู้ว่าเรื่องจะเป็นอย่างไรต่อ”

        หลังจากที่ดีเจทั้งสาม ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ ได้ฟังเรื่องราวของคุณยุ้ยจบ จึงได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า “ให้ลองดูก่อน ต้องยอมรับว่าเราอยู่ในเงื่อนไขของครอบครัวนี้ ถ้าเราอยากจะอยู่กับเขา เราจะต้องรับเงื่อนไขนี้ของเขาให้ได้เช่นกัน แต่ยังไงแล้ว ความคิดของเรา คือสุดท้ายแล้วเขาต้องได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน ถ้าถึงวันนั้น ลองบอกกับแฟนว่า ไหน ๆ ก็ได้เป็นแล้ว ก็ทำมันให้ดี และอย่าลืมมาอัปเดตใหม่อีกครั้ง”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin 

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ลึกๆหนูรู้สึกอายมาตลอด ที่ตัวเองเป็น “ลูกชาวนา” โตมากับบ้านริมทุ่งนา ล่าสุด พาแฟนคนปัจจุบัน ไปกินข้าวที่บ้าน พ่อแม่เราก็ชาวบ้านๆ ไม่ค่อยพูดจาอะไรกับแฟนเลย พอแฟนกลับจากบ้านหนู หนูก็โทรไปบอกแฟนว่า “เราไม่น่าพาเธอมาลำบากเลย พ่อแม่เราเป็นแบบนี้อยู่แล้วนะ

25 ส.ค. 2025

ลึกๆหนูรู้สึกอายมาตลอด ที่ตัวเองเป็น “ลูกชาวนา” โตมากับบ้านริมทุ่งนา ล่าสุด พาแฟนคนปัจจุบัน ไปกินข้าวที่บ้าน พ่อแม่เราก็ชาวบ้านๆ ไม่ค่อยพูดจาอะไรกับแฟนเลย พอแฟนกลับจากบ้านหนู หนูก็โทรไปบอกแฟนว่า “เราไม่น่าพาเธอมาลำบากเลย พ่อแม่เราเป็นแบบนี้อยู่แล้วนะ

ลึกๆหนูรู้สึกอายมาตลอด ที่ตัวเองเป็น “ลูกชาวนา” โตมากับบ้านริมทุ่งนา ล่าสุด พาแฟนคนปัจจุบันไปกินข้าวที่บ้าน พ่อแม่เราก็ชาวบ้านๆ ไม่ค่อยพูดจาอะไรกับแฟนเลย พอแฟนกลับจากบ้านหนูหนูก็โทรไปบอกแฟนว่า “เราไม่น่าพาเธอมาลำบากเลย พ่อแม่เราเป็นแบบนี้อยู่แล้วนะ เขาไม่ค่อยพูดจาอะไรอย่าคิดมาก” แฟนหนูก็บอกไม่เป็นปัญหาอะไรเลย เขาก็ยังรักเราเหมือนเดิม คุยถึงอนาคตงานแต่งงานกับหนูบ่อยขึ้นด้วยซ้ำ ตอนนี้แฟนหนูโอเคทุกอย่าง ไม่ได้ติดอะไรมีแค่ตัวหนูเองที่ยังอายกับความเป็นอยู่ของตัวเอง กลัวว่าจะเป็นปัญหาของชีวิตคู่ในอนาคต... “คุณฟาง (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [20 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาไม่มั่นใจในฐานะทางบ้าน จนทำให้ไม่กล้าเปิดใจมีความรักเลย โดย “คุณฟาง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเป็นเด็กต่างจังหวัดที่โตมากับพ่อแม่ที่ รับจ้างทำนา เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว หนูได้คุยกับผู้ชายคนนึงซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนสมัยมัธยมแล้วก็ตกลงคบกันไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ระหว่างที่คบกันเขาก็พาหนูไปเจอที่บ้านบ่อย ๆ ที่บ้านเขาก็น่ารัก แฮปปี้ เอ็นดูหนู แล้วเขาก็ชอบเล่าให้ฟังว่าคุณแม่พูดถึงหนูยังไงบ้าง จนแม่ของแฟนก็พูดว่าให้แฟนหนูไปเจอพ่อแม่หนูบ้าง หนูก็เริ่มกดดันเพราะรู้สึกว่าหนูยังไม่พร้อมที่จะให้เขามาเจอ ก่อนหน้านี้หนูไม่เคยบอกแฟนเลยว่าที่บ้านทำอะไร แล้วแฟนก็ไม่เคยถามด้วย หนูกับแฟนไม่ได้อยู่ด้วยกันเพราะแฟนอยู่กรุงเทพ ส่วนหนูอยู่ต่างจังหวัด เราจะเจอกันแค่เสาร์-อาทิตย์เท่านั้น จนกระทั่งวันแม่ด้วยความที่แม่แฟนเอ็นดูหนูมาก แฟนก็เลยอยากจะเจอแม่ของหนูบ้าง จึงตัดสินใจไปหาแม่หนูเพราะตรงกับวันหยุด ถึงหนูกับแฟนจะโตมาในจังหวัดเดียวกันแต่บ้านแฟนจะอยู่ในเมือง ส่วนบ้านหนูจะอยู่ชานเมือง ระหว่างทางแฟนก็มีการเตรียมตัว อยากคุยนู่นคุยนี่กับแม่ แต่หนูก็กดดันจนหน้าถอดสี เพราะหนูรู้สึกไม่ดี ก็เลยบอกแฟนว่าไม่ต้องเตรียมอะไรมากหรอก พ่อแม่เป็นคนธรรมดา ไม่ค่อยพูด เผลอ ๆ ไม่พูดกับเราเลยด้วยซ้ำ พอไปถึงบ้านหนูปุ๊บ แฟนก็เหมือนจะช็อคไปนิดนึงแอบหน้าถอดสีนิด ๆ หนูก็เลยแนะนำตัวแฟนให้พ่อแม่รู้จัก ส่วนพ่อแม่หนูก็ได้แต่ยิ้ม มีทักทาย รับไหว้กันนิดหน่อยแต่ส่วนใหญ่ก็นั่งยิ้มมองกันเฉย ๆ เป็นชั่วโมงที่พ่อแม่หนูไม่พูดอะไรเลย แฟนหนูก็ทำตัวไม่ถูก ไม่พูดอะไรเลยเหมือนกันทั้ง ๆ ที่เป็นคนพูดเก่งมาก ณ เวลานั้นหนูก็เครียด ไม่รู้แฟนจะโอเคมั๊ย ไม่รู้แฟนคาดหวังเอาไว้ยังไง วันนั้นจะกินปิ้งย่างด้วยกันแต่ก็ไม่ได้กิน เพราะบรรยากาศดูไม่ได้เอนจอย เลยบอกแฟนว่ากลับบ้านก่อนก็ได้เดี๋ยวหนูตามไป ซึ่งก่อนหน้าที่จะมาบ้าน หนูบอกพี่ชายไว้ว่าจะพาแฟนมาแต่ไม่รู้เขาได้สื่อสารกับพ่อแม่หรือเปล่าเพราะหนูก็ไม่ได้คุยกับพ่อแม่เลย ปกติหนูไม่ค่อยสนิทกับพ่อแม่อยู่แล้ว คุยได้ เล่นได้ แต่ไม่ค่อยสนิท พอแฟนมาบ้านหนูที่เป็นคนกลางก็ไม่ได้ชวนคุยเพราะหนูก็ยังกดดันที่มันเป็นครั้งแรก ไม่รู้จะทำยังไง ลึก ๆ หนูก็อายที่พ่อแม่เป็นชาวนา หนูติดเรื่องนี้มาโดยตลอดตั้งแต่เด็ก รู้สึกว่าบ้านหนูที่เป็นบ้านไม้ ใต้ถุนเป็นดิน มันไม่ได้น่าอยู่เหมือนคนอื่น แล้วก็พ่อแม่ก็ไม่ได้แต่งตัวสวยหรูด้วย พอแฟนขับรถออกไปหนูก็ส่งข้อความไปว่าขอโทษที่พามาลำบากนะ แต่แฟนกลับบอกว่าชิลมาก ไม่ต้องคิดมากเลยใช้ชีวิตให้สนุกกับที่บ้านเพราะยังไงเราก็ต้องเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว แฟนหนูปกติมากเลย มีแต่หนูที่คิดมากเหมือนเป็นปมมานาน ก่อนมาเจอคนนี้หนูก็ตั้งปณิธานว่าหนูไม่อยากมีแฟนจนกว่าจะทำบ้านใหม่ให้พ่อแม่อยู่ ทำให้พ่อแม่หนูสบายได้ หวังว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ หนูเลยอยากได้คำปรึกษาจากพี่ ๆ ว่า ทำยังไงให้หนูคิดให้ดีขึ้น? ไม่อยากเป็นคนที่คิดแบบนี้’ เริ่มต้นที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘รู้ว่าอายในสิ่งที่มีเลยพยายามที่จะพัฒนาภาพลักษณ์ตัวเองให้ดีก่อนที่จะให้คนอื่นได้เห็น แต่พี่มองว่าฟางกังวลเรื่องภาพลักษณ์ตัวเองที่จะต้องสมบูรณ์แบบมากเกินไป ทั้ง ๆ ที่บางครั้งคนที่เข้ามาในชีวิตเราเขาอาจจะชอบที่ตัวเรามากกว่า แต่ก็เข้าใจว่าในสมัยเด็กคนเราเริ่มมีสังคม เริ่มมีความรัก เราก็จะเริ่มอายไม่กล้าพาใครมาบ้านเพราะมันเล็กนิดเดียวไม่ใหญ่เหมือนคนอื่น หลัก ๆ มันเกิดจากการที่เราเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น อีกอย่างคือเราตัดสินชีวิตเราเองว่ามันไม่ดีพอและมองมันเป็นข้อด้อยเพราะคิดว่าเขาคงอยากได้คนที่ฐานะเท่าเทียมกัน ซึ่งในชีวิตจริงก็มี แต่ถ้าใครที่คิดแบบนี้กับเราแปลว่าเขาไม่เหมาะที่จะมาเป็นคู่ชีวิตกับเรา คนที่เหมาะกับเราควรเป็นคนที่โฟกัสเรามากกว่า แล้วสิ่งที่แฟนฟางแสดงออกมาเขาก็ดีมาก ๆ กลับมาแล้วมีความสัมพันธ์ดีขึ้นด้วย คงมีแต่ฟางที่ไม่สามารถทำลายปมในใจของตัวเองได้สักที วันใดที่โตขึ้นมากพอฟางจะไม่เอาเรื่องนี้มาลดทอนตัวเองลง แค่กล้าที่จะพูดความจริงกับเขา ถ้าเขาโอเคคือจบ และวันนี้ฟางก็โชคดีที่เจอคนที่เข้าใจฟางได้แล้ว ในเมื่อคนที่เรารัก เราแคร์ ยังไม่สนใจอะไรเลยแล้วเราจะคิดมากไปทำไม เขาอาจจะอยากดูแลเรามากขึ้นด้วยซ้ำ แล้วเราจะเสียเวลานั่งคิดเรื่องปมนี้ไปทำไม เพราะฉะนั้นอย่าดูถูกตัวเองด้วยปัจจัยที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเรา จงภูมิใจที่ได้เจอแฟนคนนี้ ขอบคุณแฟนเยอะ ๆ พูดให้เขาชื่นใจ’ ต่อไป “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ชีวิตคนเราจะเจริญหรือดีขึ้นได้มันไม่จำเป็นต้องโค่นรากเหง้าเราทิ้ง ในยุคนี้ใครที่ยังตัดสินคนจากชาติกำเนิดถือว่าเป็นความคิดที่ตื้นเขินมาก เราไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือกเกิดแต่เรามีสิทธิ์ที่จะพาตัวเองขึ้นไปเจอสิ่งที่ดีได้โดยที่เราไม่จำเป็นต้องปกปิด เพราะถ้าไม่มีมันในวันนั้นก็จะไม่มีเราในวันนี้ อย่างน้อยมันก็เป็นสารตั้งต้นให้เรา พอโตขึ้นจะรู้ว่ามันไม่ได้วัดจากสิ่งที่มีเลย มันวัดที่ปัจจุบันเรากำลังทำอะไรกันอยู่ ความจริงเราสามารถดูว่าบ้านมีปัญหาตรงไหนแล้วเข้าช่วยได้เลย โดยที่ไม่ต้องปกปิดหรือลืมไปเพราะมันคือความจริง สุดท้ายเราก็เกิดเป็นลูกชาวนาอยู่ดี แต่สิ่งนี้จะไม่มีวันล่มสลายหรือบั่นทอนคุณค่าของฟางได้เลยถ้าฟางไม่บั่นทอนคุณค่าตัวเอง’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘สมัยนี้เทรนด์การมองแค่เปลือกมันน้อยลงไปแล้ว แม้กระทั่งอินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นสาวบ้านนาอะไรก็ตามเขาก็จะทำคอนเทนต์กับทุ่งหญ้า หรือกับสิ่งที่เขากำเนิดเกิดมา แล้วเขามีความภูมิใจด้วย เทรนด์ตอนนี้มันเปลี่ยนแล้ว ไม่มีใครสนใจเราแล้ว ที่สำคัญยังมีปัญหาอื่น ๆ ในชีวิตที่ใหญ่กว่านี้เยอะเลย อย่าเสียเวลาคิดเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้ามีใครสักคนมาว่าเรา คนนั้นไม่ได้ชีวิตดีไปกว่าเราหรอก เวลาเราลำบากคนเหล่านี้ไม่เคยหยิบยื่นหรือช่วยเราเลยเพราะฉะนั้นจงมั่นใจในตัวเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หัวหน้างานมีลูกมีเมียแล้ว แต่มาขอเลี้ยงดูเรา แบบไม่หวังผลอะไร เราปฏิเสธไปแล้ว แต่เขาก็โอนมาให้ทีละ 1000 2000 5000 ตอนนี้อึดอัด ไม่อยากออกงานเพราะงานดี เงินก็ดี เสียดายงานนี้ จะทำยังไงดี?

12 ธ.ค. 2023

หัวหน้างานมีลูกมีเมียแล้ว แต่มาขอเลี้ยงดูเรา แบบไม่หวังผลอะไร เราปฏิเสธไปแล้ว แต่เขาก็โอนมาให้ทีละ 1000 2000 5000 ตอนนี้อึดอัด ไม่อยากออกงานเพราะงานดี เงินก็ดี เสียดายงานนี้ จะทำยังไงดี?

“คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 ธ.ค 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น กับปัญหาพี่ที่ทำงานอยากขอเลี้ยงดูเรา ทั้งๆ ที่เขาก็มีลูกมีเมียแล้ว โดย “คุณเอ (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘เป็นเรื่องที่พี่หัวหน้าที่ทำงาน เขาอายุห่างกับหนูเกือบ 20 ปี เขามาขอดูแลเรา ทั้งๆที่เขามีลูกมีเมียอยู่แล้ว แล้วหนูก็ไม่ได้อยากออกจากงาน เขามาพูดว่า “เขาอยากดูแล เขาไม่อยากได้อะไรจากเรา ขอแค่ดูแล” แต่พอมันเยอะขึ้นๆ หนูก็รู้สึกอึดอัด ก็เลยบอกเขาไปว่า “ไม่ต้องดูแลก็ได้ค่ะ แค่ถามไถ่กันอย่างนี้ก็พอ” แต่มันจะมีช่วงที่เขาให้คนมาถามเวลาเราคุยโทรศัพท์ ว่าเราคุยกับใคร? คุยกับผู้หญิงหรือผู้ชาย ช่วงแรกๆ ที่หนูมาทำงาน เขาก็จะซื้อน้ำ ซื้ออะไรมาให้ “หนูก็ไม่เป็นไรค่ะ เกรงใจ” แต่พี่เขาก็บอกว่า “ไม่เป็นไร พี่แค่อยากช่วย เห็นเราเป็นรุ่นน้อง” แต่มันเริ่มข้ามเส้นเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว เขาฟอลไอจีมา ไม่รู้ว่าหามาจากไหน หลังจากนั้นเขาก็เริ่มมาชวนเราไปทานข้าว ซื้อของราคาแพงให้เรา บางทีก็โอนเงินมาให้ ครั้งละ 1,000 บ้าง 2000 บ้าง มากสุด คือ 5000 บาท เขาบอกว่า “เขาแค่อยากให้ เขาไม่ได้ต้องการอะไร” หนูก็รู้สึกแปลกๆ เพราะมันมีด้วยหรอที่ให้แล้วไม่ต้องการอะไร เขาก็มีลูกมีเมียอยู่แล้ว และหนูเองก็มีคนคุยอยู่เหมือนกัน หลังจากนั้น 2 เดือนต่อมาเขาก็มาบอกว่า “ขอคุยในฐานะอื่นได้ไหม” หนูก็บอกเขาไปว่า “พอดีมีคนคุยแล้ว แล้วก็ไม่ได้คิดจะชอบเขา” เหมือนมันจะดีขึ้น แต่สักพักเขาก็มาชวนไปทานข้าว ส่งสติกเกอร์ ส่งไลน์ ส่งเพลงมาให้ บางทีหนูก็รำคาญแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเขาเป็นรุ่นพี่ เป็นหัวหน้างานเรา เคยปฏิเสธไปแล้ว แต่เขาก็ตึงๆ ใส่เรา บรรยากาศมันก็จะตึงๆ บางทีก็เลยยอมไปกับเขาด้วย แล้วเขายังเคยทักไปหาคนคุยเราว่าคุยกับเราจริงไหม? เขาบอกว่าเขาต้องการความชัดเจน แต่งานนี้เงินดี แล้วงานก็ดีมาก ก็เลยไม่อยากจะออก หนูอยากจะปรึกษาว่าควรจะทำยังไง หรือหาคำพูดยังไง หรือว่าควรบอกภรรยาเขาเลยดีไหม?’ โดย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่กำลังเป็นห่วงความปลอดภัย มันปลอดภัยแค่ไหนถ้าเราทำงานอยู่กับเขา 2 คน ถ้าเกิดเขาใช้กำลังกับเรา ถ้าแนะนำตอนนี้คือปฏิเสธให้เด็ดขาด สิ่งที่เขาทำให้อึดอัด แล้วเขาน่าจะเริ่มเข้ามาได้ไม่นาน ฉะนั้นเขาน่าจะไม่ได้มีความหวังอะไรมาก การไม่ไปกินข้าวกับเขาสองต่อสองเป็นการดับความหวัง เพราะการไปกินข้าวกับเขามันเป็นการให้เขามีความหวัง แล้วเขารู้ว่าเราเป็นคนใจอ่อน แล้วของทุกอย่างไม่ต้องรับ เราต้องไม่รับของเขาเพื่อทำให้เขารู้ในความชัดเจน ต่อให้เขาจะไล่หนูออกหรือว่าต้องหางานใหม่ พี่ว่าก็หางานใหม่ถ้าเขาจะไล่เราออกด้วยเหตุผลแค่นี้ ถ้าเขาให้เงินมาก็บอกไปว่าขอไม่รับ หนูรู้สึกอึดอัดหนูขอไม่รับดีกว่าหนูจะสบายใจกว่า การรับผลประโยชน์จากเขามันแปลว่าเรายอมรับนิดนึงแล้วต้องชัดเจน สำหรับพี่ถ้ายังเสียดายงานนี้ ก็ตีตัวออกห่างแสดงความชัดเจนเลย ผู้ชายคนนี้น่ากลัวมาก เราพูดไปเลยว่า “พี่คะ สิ่งที่พี่กำลังทำอยู่หนูอยากให้หยุดเพราะหนูอยากมาที่นี่เพื่อทำงาน แล้วหนูรู้สึกอึดอัด แล้วหนูก็รู้จักกับครอบครัวพี่ ถ้าพี่จะถามหาความชัดเจนระหว่างเราหนูขอปฏิเสธตรงนี้เลย ว่าหนูไม่ได้คิดอะไร สิ่งที่พี่ทำอยู่มันทำให้หนูรู้สึกไม่สบายใจ” ชัดเจนไปเลยต่อให้เราไม่มีแฟนเขาก็ไม่มีสิทธิ์มาทำอะไรกับเราแบบนี้’ ต่อมา “ดีเจอั๋น” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าหนูจะบอกภรรยาเขาหนูเตรียมหางานใหม่ ซึ่งถ้าหนูคิดว่าจะหางานใหม่อยู่แล้วก็ไม่ต้องไปบอกภรรยาอยู่ดี พี่ว่าไม่จำเป็นต้องไปถึงขั้นนั้น ถ้าเขาจะให้เงินเรา เราก็บอกไปว่า “ถ้าพี่เห็นหนูทำงานดี พี่ให้เป็นโบนัสเลยตอนปลายปี” จริงๆ นี่คือคุกคามอย่างชัดเจน และคุกคามโดยเอาหน้าที่การงานมากดทำให้เราอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถปฏิเสธ แล้วก็เราพูดไปเลยว่า “แล้วถ้าบังเอิญหนูทำอะไรให้พี่เข้าใจผิดไปว่าหนูมีใจ หนูขออภัยด้วยค่ะ แล้วสิ่งสุดท้ายที่หนูจะทำในชีวิต คือการยุ่งกับคนมีเจ้าของแล้ว เพราะมันเป็นบาปค่ะ” แต่พี่ว่ายังไงเราควรหางานอื่นสำรองไว้’ และสุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘หนูเริ่มต้นงานอื่นได้ พี่ว่าสิ่งที่เขาทำมันเกินไปแล้ว พื้นที่ส่วนตัวของเรา มันคุกคามแล้วก็ยิ่งเขาชัดเจนว่าขอดูแลเราพี่ว่าเขาไม่ได้หวังดีกับเรา ไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นได้ขนาดไหน ถ้าเขายังขนาดนี้ ทั้งที่เขามีลูกมีเมียอยู่แล้ว พี่ว่าหนูไปทำงานที่อื่นสำหรับพี่ แล้วยืนยันไปว่าหนูไม่มีอะไรมากกว่าการทำงานเลย น้องเอต้องคิดดีๆ พี่ว่าอย่าละเลยต้องระวัง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมรำคาญ! มีพี่ที่ทำงานคนนึง อายุ 52 เป็นรุ่นพ่อแล้ว แต่ยังแกล้งผม แกล้งรุ่นน้องผู้ชายในที่ทำงานเหมือนเด็ก เอาน้ำแข็งหยอดใส่หลัง ดึงกางเกงให้หลุด เดินเตะขาให้สะดุด กินข้าวก็เอามือมาปัดตะเกียบ หลังๆเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ

04 มี.ค. 2024

ผมรำคาญ! มีพี่ที่ทำงานคนนึง อายุ 52 เป็นรุ่นพ่อแล้ว แต่ยังแกล้งผม แกล้งรุ่นน้องผู้ชายในที่ทำงานเหมือนเด็ก เอาน้ำแข็งหยอดใส่หลัง ดึงกางเกงให้หลุด เดินเตะขาให้สะดุด กินข้าวก็เอามือมาปัดตะเกียบ หลังๆเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ

ผมรำคาญ! มีพี่ที่ทำงานคนนึง อายุ 52 เป็นรุ่นพ่อแล้วแต่ยังแกล้งผม แกล้งรุ่นน้องผู้ชายในที่ทำงานเหมือนเด็กเอาน้ำแข็งหยอดใส่หลัง ดึงกางเกงให้หลุด เดินเตะขาให้สะดุดกินข้าวก็เอามือมาปัดตะเกียบ หลังๆเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ เคยด่าอ้อมๆไปว่า“ถ้าผมด่าพี่ได้ ผมคงด่าไปแล้วครับว่า เป็น *** อะไร?” “คุณนัท (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี เป็นสายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [28 ก.พ 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาเรื่องพี่ที่ทำงานชอบแกล้ง โดย “คุณนัท (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘พี่ที่ทำงานอายุ 50 ปี ชอบแกล้งเหมือนเด็ก ๆ เช่น ดึงกางเกง ดึงผม ดีดหนังยาง ดึงหู บางที่ผมกำลังกินข้าวก็เอามือมาปัดแขนผม เพื่อให้ข้าวหล่น เอาน้ำแข็งใส่เสื้อ สกัดขาผมให้ล้ม เอานิ้วแหย่ก้น เอาปากกาเมจิกมาขีดแขน ผมก็รำคาญ ซึ่งผมเป็นคนหุ่นหมี พี่เขาตัวเล็กและอายุเยอะกว่า ผมจึงแกล้งเอาคืนพี่เขาไม่ลง วันไหนที่ผมต้องทำงานกับพี่เขาจะโดนแกล้งประมาณ 20 ครั้งต่อวัน ซึ่งคนอื่นก็โดนแกล้ง แต่ก็จะตะคอกและด่าพี่เขากลับ ด้วยความที่พี่เขาอายุเยอะกว่าผม เลยมีความเกรงใจ ผมจึงไม่ค่อยด่า แต่ผมก็เคยบอกกับพี่เขาไปว่า “ผมรำคาญ” พี่เขาก็หัวเราะ เห็นว่าผมอารมณ์ไม่ดีก็จะหายไปซักพัก พอเห็นว่าผมอารมณ์ดีแล้วก็จะกลับมาแกล้งผมอีก ผมก็เคยด่าเขาแต่ด่าแบบอ้อม ๆ พี่เขาก็เหมือนไม่รู้ตัว บางทีผมก็มีแกล้งเล่นกันกับเพื่อนที่ทำงาน แกล้งกันไปแกล้งกันมา ผมก็ไม่ได้โกรธอะไรเพื่อน แต่ถ้าพี่เขาแกล้งผมแล้วผมแกล้งพี่เขาคืน พี่เขาก็จะโกรธและงอนเหมือนเด็ก ทำฟึดฟัด ไม่พอใจ ผมก็ไม่ขอโทษเวลาที่พี่เขางอน เขาก็จะหายเอง แล้วก็จะกลับมาแกล้งผมอีก ตอนที่พี่เขาอยู่กับคนที่อายุใกล้ ๆ กันก็ปกติ แต่จะชอบแกล้งแค่คนที่อายุน้อยกว่า ผมไม่ได้โกรธพี่เขาแต่แค่รำคาญ บางทีก็โมโหเพราะดึงหัวครั้งแรก ครั้งที่สอง ผมก็ไม่ได้อะไร แต่พี่เขาดึงย้ำ ๆ บ่อยจนผมโมโห แล้วเขาก็จะหายไป พอผมอารมณ์ดีก็จะกลับมาอีก ผมก็สงสารพี่เขาเพราะพึ่งเข้ามาทำงาน ไม่ค่อยมีเพื่อน แต่บางทีก็ทำเกินไปจนผมโมโห มีครั้งหนึ่งผมอยากแกล้งพี่เขาคืน ก็มีการคุยกันประมาณว่า ผมให้พี่ดีดหนังยางใส่ผม 3 ครั้ง แล้วผมขอดีดพี่ครั้งเดียว แล้วพี่ห้ามโกรธ พี่เขาก็ตกลงแต่จะขอเป็นคนเริ่มก่อน พอพี่เขาดีดหนังยางใส่ผม 1 ครั้ง ก็บ่ายเบี่ยงว่ายังดีดไม่ครบ 3 ครั้งยังไม่ให้ผมดีดคืน ก็เลยอยากปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนว่าผมควรทำยังไงให้พี่เขาหยุดแกล้งหรือจะเอาคืนพี่เขายังไงดี? ซึ่ง ดีเจทั้ง 3 คน ก็ให้คำปรึกษาว่า ‘พวกพี่ก็จะรีแอคให้เขารู้ไปเลยว่าที่โดนแกล้งอยู่มันไม่สนุก ซึ่งการกระทำของคุณนัทที่ทำทุกวันก็เหมือนเล่นกับพี่เขาไปด้วย แต่บางทีก็เกินไป ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเราก็สนุกกับการเล่นกับพี่เขาในบางวัน เวลาแกล้งกันก็แบบนี้ อาจมีเลยเถิดไปบ้าง แต่เท่าที่ดูคุณนัทก็มีความปราณีกับพี่เขาอยู่ อยากให้เล่นกับพี่เขาต่อไป ไม่ต้องไปโกรธพี่เขา วันที่สนุกก็สนุกด้วยกัน แต่ถ้าไม่เล่นก็ต้องไม่เล่นเลยตั้งแต่แรก และต้องพูดกับพี่เขาแบบจริงจังหรือพูดตรง ๆ ไปเลยว่า “ผมรำคาญและทำงานอยู่ ผมไม่ได้มีอารมณ์เล่นกับพี่ได้ทุกครั้งนะ แต่ถ้าพี่ยังแกล้งผม ต่อไปนี้ผมจะแกล้งคืนแล้วนะ พี่จะได้รู้ว่ามันรู้สึกยังไง” เตือนพี่เขาก่อน แต่ถ้าเขายังแกล้งอีกก็แกล้งเขาให้หนักกว่าที่พี่เขาแกล้งเรา ให้พี่เขารู้ว่าเขาต้องหยุด ถ้าเราแกล้งคืนแล้วพี่เขางอน ก็ให้คุณนัทแจ้งกับฝ่ายบุคคล...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนเก่า ทำให้หนูกลายเป็นคนมีปมเรื่องความรักไปเลย เพราะแฟนหนูไปแอบถ่ายพี่หนูอาบน้ำตอนนี้ หนูแต่งงานกับสามีใหม่แล้ว แต่หนูไม่ได้บอกเรื่องนี้เลย ทำให้หนูระแวงกลัวว่าแฟนจะมีพฤติกรรมแอบถ่ายคนอื่นแบบคนเก่าจะทำยังไงดี??

12 ธ.ค. 2025

แฟนเก่า ทำให้หนูกลายเป็นคนมีปมเรื่องความรักไปเลย เพราะแฟนหนูไปแอบถ่ายพี่หนูอาบน้ำตอนนี้ หนูแต่งงานกับสามีใหม่แล้ว แต่หนูไม่ได้บอกเรื่องนี้เลย ทำให้หนูระแวงกลัวว่าแฟนจะมีพฤติกรรมแอบถ่ายคนอื่นแบบคนเก่าจะทำยังไงดี??

แฟนเก่า ทำให้หนูกลายเป็นคนมีปมเรื่องความรักไปเลยพี่สาวหนูอาบน้ำอยู่แล้วเงยหน้าไปดู เห็นว่ามีมือถือแอบถ่ายสรุปว่าแฟนหนูไปแอบถ่ายพี่หนูอาบน้ำ นอกจากพี่สาวน้องสาวแท้ๆของแฟนเก่าก็โดน ญาติ คนรอบตัวเขาก็โดนหมดพอเลิกกันไป แฟนเก่าคนนี้ไปคบกับเพื่อนสนิทของหนูอีกตอนนี้ หนูแต่งงานกับสามีใหม่แล้ว แต่หนูไม่ได้บอกเรื่องนี้เลยทำให้หนูระแวงทุกครั้งที่สามีคุยกับเพื่อนหนู หนูก็จะไม่พอใจกลัวว่าเขาจะแอบคบกันเหมือนคนก่อน และ ก็กลัวว่าแฟนจะมีพฤติกรรมแอบถ่ายคนอื่นแบบคนเก่าจะทำยังไงดี?? “คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี เป็นสายแรกที่โทรเข้ามาในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาแฟนเก่าแอบถ่ายคลิปพี่สาว แม้จะเลิกกันไปแล้วแต่ก็รู้สึกผิดมาก “คุณเอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เรื่องนี้เกิดขึ้นประมาณ 4 ปีที่แล้ว ตอนนั้นหนูคบกับแฟนมาได้ประมาณ 3 ปี เขาเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนเดียวกัน แล้วเขามีปัญหาทะเลาะกับที่บ้านบ่อย โดยเฉพาะกับแม่ เขาเป็นพี่คนโต แล้วแม่เขาเหมือนกลัวว่ามีแฟนแล้วจะสนใจครอบครัวน้อยลง เลยทำให้แม่เขาไม่ชอบหนูหนักมาก ถึงขั้นตามมาด่าพ่อแม่หนูถึงที่บ้าน รุนแรงถึงขั้นสุดท้ายแม่เขาไล่เขาออกจากบ้าน พ่อกับแม่หนูเห็นว่าเขาดีกับหนูมาก ก็เลยให้เขามาอยู่ด้วย แต่ก็แยกบ้านกันคนละหลัง มีวันหนึ่งหลังทานข้าวกับครอบครัวเสร็จ พี่สาวหนูขอตัวไปอาบน้ำก่อน ห้องน้ำบ้านหนูเป็นแบบกำแพงปูนสูง ๆ มีสองห้องติดกัน แล้วมีช่องด้านบนโล่ง ๆ หน่อย ตอนที่พี่สาวอาบน้ำอยู่ เขาเงยขึ้นไปเห็นเสื้อของแฟนหนูพาดบนกำแพง แล้วก็เห็นมือถือที่ยื่นขึ้นมาในท่าทางเหมือนกำลังแอบถ่ายอยู่ พี่สาวหนูตกใจมาก รีบคลุมผ้าออกมาจากห้องน้ำ พี่สาวมาถามหนูว่า ‘เคสโทรศัพท์แฟนสีอะไร?’ หนูก็ตอบว่า ‘สีดำ’ แล้วก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จนพี่สาวพาหนูกลับไปดูที่ห้องน้ำ หนูเห็นเสื้อของแฟนพาดอยู่จริง ๆ หนูเลยให้พี่สาวไปพักก่อน เพราะตอนนั้นเขาเสียขวัญมาก ส่วนหนูเดินไปเรียกแฟนออกมาจากห้องน้ำ เขาอยู่นานมาก และพอออกมาก็สั่นเหมือนคนทำอะไรผิด หนูเลยขอดูโทรศัพท์ ซึ่งตอนนั้นไม่มีคลิปอะไรแล้ว หนูเลยเก็บโทรศัพท์ไว้กับพี่สาวเพื่อจะเอาไปให้ร้านเช็คในตอนเช้า คืนนั้นหนูให้น้า คอยเฝ้าแฟนไว้เพราะกลัวว่าเขาจะทำอะไรแปลก ๆ น้าบอกว่าเขานอนไม่ได้ทั้งคืน เดินไปเดินมาเหมือนคนกลัวมาก จนเช้าวันถัดมาเขาป่วย หนูเลยพาไปโรงพยาบาลและเขาขอให้หนูพากลับไปส่งที่บ้านเขา พอหนูไปส่งเขาเสร็จกลับมาถึงบ้านตัวเอง พี่สาวก็เปิดคลิปที่ร้านโทรศัพท์กู้คืนมาให้ดู เป็นหลักฐานชัด ๆ ว่าเขาแอบถ่ายพี่สาวหนูจริง ๆ หนูช็อกมาก เพราะคนนึงก็แฟน อีกคนก็พี่ของตัวเอง หนูกลัวมาก เลยขอให้พี่สาวตัวเองอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ หลังจากนั้นหนูขับไปที่บ้านเขาอีกรอบเพื่อมาเคลียร์เรื่องนี้กับเขา แต่เขามีอาการเหมือนคนเสียสติไปแล้ว ทั้งถอดสายน้ำเกลือ ขว้างของ และพยายามทำร้ายหนู หนูเลยเอาเรื่องนี้มาคุยกับญาติของเขาและมานั่งนึกก็รู้สึกแปลกใจว่าเมื่อตอนคบกันแรก ๆ เคยเห็นคลิปคล้าย ๆ แบบนี้ในมือถือเขาแล้ว แต่เป็นคลิปคุณอาของเขาที่โดนแอบถ่าย ตอนแรกหนูคิดว่าเป็นคลิปทั่วไป เพราะหน้าไม่ชัด เขาก็บอกว่าเป็นแฟนเพื่อนถ่ายเล่นกัน จนตอนหลังมารู้ว่าน้องสาวแท้ ๆ ของเขาก็เคยโดนถ่ายเหมือนกัน… หนูเลยตัดสินใจเลิก แต่ตอนนี้หนูแต่งงานแล้ว สามีดีมาก เราเข้ากันได้ดีทั้งคู่และครอบครัว ถึงจะคบกันไม่นานก่อนจะแต่ง แต่ความสัมพันธ์มั่นคงและอบอุ่นมากจริง ๆ แต่เรื่องในอดีตมันกลายเป็นปมในใจหนูไปแล้ว เวลาสามีคุยกับเพื่อนผู้หญิง หนูก็จะคิดลบ คิดมาก จนต้องกินยาช่วยไม่ให้จิตใจพัง บางทีหนูยังไม่อยากกลับบ้าน เพราะพอเห็นหน้าพี่สาว ก็จะนึกถึงเหตุการณ์วันนั้นขึ้นมาอีก ทั้งที่สามีไม่ได้ทำอะไรผิดเลย กลายเป็นหนูที่หงุดหงิดใส่เขาเฉย ๆ หนูยังไม่กล้าเล่าเรื่องทั้งหมดนี้ให้สามีฟังด้วย เพราะมองว่าเรื่องมันหนักมาก ไม่อยากเอาความเครียดนี้ไปให้สามีต้องรับรู้ เลยมาถามว่า…หนูควรทำยังไงดี หนูไม่อยากเอาปมนี้ไปทำร้ายสามีของหนูอีกแล้ว’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเราอยากจะแบกความเครียดไว้คนเดียวเพื่อคนที่เรารัก มันไม่ผิดนะ ถ้าเราแบกรับไหวและไม่กระทบกับคนรอบตัว ถ้ากับสามีคนนี้ เราตกลงว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว พี่เชื่อว่าเราสามารถเล่าให้เขาฟังได้นะ ยิ่งเป็นเรื่องในใจที่ส่งผลกับชีวิตคู่ในปัจจุบันเป็นพี่ก็จะคุยเรื่องนี้กับเขา ถ้าสามีเอเป็นคนดีแบบที่เล่าจริง พี่เชื่อว่าเขาจะเข้าใจและช่วยหาวิิิธีที่ทำให้เอค่อย ๆ ดีขึ้น การที่เรามีคนอยู่ข้าง ๆ กับเรื่องที่มันหนักมากพี่ว่ามันดีกว่าอยู่แล้ว ทั้งหมดนี้ควบคู่ไปกับการปรึกษาจิตแพทย์ได้ เชื่อว่าคุณหมอจะมีวิธีการรักษา จัดการกับความคิดที่ยังจดจำเรื่องเดิม ๆ อยู่’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘เคยได้ยินประโยคนี้ไหม อย่าเอาอดีตมากรีดปัจจุบัน วันนี้ถ้าเอรู้สึกว่าเจอคนที่ดีแล้ว เอต้องรักษาเขาไว้ มันเป็นเรื่องของความไว้ใจเพราะงั้นเราต้องมาแก้ไขปัญหานี้ด้วยกัน จริง ๆ เขาอาจจะคิดว่า ฉันไม่ได้คิดอะไร ฉันนั่งกับใครก็ได้ แต่ถ้าเขารับรู้ปมนี้ของเอ เขาจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเอ เพราะงั้นบอกสิ่งที่อยู่ในใจเรา เพื่อให้เขาสร้างความมั่นใจช่วยเหลือไปกับเรา แต่ในส่วนของเอ เอต้องคิดเสมอว่าเราเจอคนดีแล้ว หน้าที่คือต้องรักษาเขาให้ดี ทำให้เขาอยู่กับเราและสบายใจมากที่สุด’ และสุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘พี่เป็นคนนอก พี่ฟังเรื่องนี้พี่ยังเห็นใจที่โดนกระทำจากแฟนเก่า อย่าคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เล่าแล้วจะยิ่งทำให้เขาทุกข์ใจ พี่ว่าเขาจะเข้าใจและเห็นใจเอนะ เขาจะได้รับรู้เรื่องที่มันเกิดขึ้นที่ส่งผลกระทบอะไรต่อชีวิตคู่ของเราตอนนี้ แล้วอีกอย่างเอไม่ได้เป็นคนทำ เอเป็นเหยื่อ และซึ่งตอนนี้แต่งงานแล้ว เขาคือคนที่จะต้องอยู่ทุกช่วงเวลาของเราทั้งร้ายและดี และเรื่องสุดท้ายที่พี่จะบอกคือเอต้องไปคุยกับนักจิตบำบัด พี่ว่าสิ่งที่เจอมันอาจจะรุนแรงและฝั่งลึก คำแนะนำพวกพี่อาจจะช่วยเอมากไม่ได้ เอต้องต้องไปคุยแบบลึกซึ้งเลยว่าจะแก้ปัญหานี้ยังไง นักจิตบำบัดจะช่วยเอได้แน่นอน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-