(ภาคต่อ) บ้านแฟนอยากให้แฟนไปเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่เราไม่อยากให้ทำ ถ้าไปแล้ว ความสัมพันพันธ์เราจะเป็นยังไง

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

(ภาคต่อ) บ้านแฟนอยากให้แฟนไปเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่เราไม่อยากให้ทำ ถ้าไปแล้ว ความสัมพันพันธ์เราจะเป็นยังไง

19 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) บ้านแฟนอยากให้แฟนไปเป็นผู้ใหญ่บ้าน

แต่เราไม่อยากให้ทำ

ถ้าไปแล้ว ความสัมพันพันธ์เราจะเป็นยังไง

        'คุณยุ้ย (นามสมมติ)’ อายุ  สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 กับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่บ้านแฟนอยากให้แฟนไปเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่เราไม่อยากให้ทำ ถ้าไปแล้ว ความสัมพันพันธ์เราจะเป็นยังไง

        เรื่องราวของ ‘คุณยุ้ย (นามสมมติ)’ มีอยู่ว่า “แฟนของเขาทำงานได้เงินเดือนสี่หมื่นบาท แต่ครอบครัวของแฟนต้องการให้แฟนของเขา เป็นผู้ใหญ่บ้านเงินเดือนหมื่นกว่าบาท 

        ซึ่งตัวของคุณยุ้ยเองนั้น ไม่โอเคกับเรื่องนี้ จนถึงขั้นแสดงเจตจำนง ว่าไม่อยากให้แฟนของเธอทำงานตรงนี้ และได้คิดว่าถ้าแฟนของเธอได้เป็นผู้ใหญ่บ้านจริง ๆ นั้น คุณยุ้ยจะยังคบกันคนนี้อยู่หรือเปล่า ซึ่งแฟนของคุณยุ้ยเอง ก็บอกว่าถ้าไม่อยากให้ทำ ก็ไปคุยกับพ่อของแม่ของเขาเอง”

        โดย  ‘คุณยุ้ย (นามสมมติ)’ ได้อัปเดตว่า “ตอนนี้คุณยุ้ยยังคบกับแฟนของเธออยู่ ย้อนกลับไปในวันที่คุณยุ้ยได้ปรึกษากับดีเจทั้งสาม ทุกคนได้เตือนว่า ระวังเขาจะทำตามในสิ่งที่พ่อแม่ของเขาต้องการ บอกให้เธอเผื่อใจเอาไว้ และบอกให้แฟนของคุณยุ้ย ควรเป็นคนที่จัดการกับเรื่องนี้เอง

        หลังจากที่ปรึกษาพี่ ๆ ดีเจไปได้ไม่นาน ผลสรุปสุดท้ายแล้ว แฟนของเธอก็ยอมทำตามสิ่งที่พ่อแม่ต้องการ โดยไม่ปฏิเสธอะไรเลย ในตอนนั้นเธอเองก็ตกใจ เพราะสิ่งที่เขาบอกเธอ กับสิ่งที่เขาทำมันคนละอย่างกัน คุณยุ้ยเองก็ได้แต่คิดว่าเรื่องของเธอกับแฟนจะเป็นอย่างไรต่อ

        แฟนของคุณยุ้ยไม่ได้ให้เหตุผลอะไรกับเธอ แต่เธอเองก็เข้าใจเขา ที่ต้องยอมรับตำแหน่ง และทำตามในสิ่งที่พ่อแม่ของเขาต้องการ เนื่องจากในตอนนั้น พ่อแม่ของแฟนพูดประมาณว่า ถ้าไม่เป็นก็ตัดขาดกันไปเลย แม้จะไม่ได้พูดคำนี้โดยตรง แต่ความรู้สึก คือเขาคงไม่พอใจมาก ๆ ถ้าไม่ยอมเป็นไปตามในสิ่งที่พวกเขาต้องการ ทางครอบครัวของแฟน ได้บอกว่าขอเวลาแค่ 2 ปี ในการเป็นผู้ใหญ่บ้าน แล้วถ้าพี่ชายของแฟนเธอนั้นกลับมาเมื่อไหร่ จะให้พี่ชายของแฟนรับตำแหน่งตรงนี้ต่อ แต่สำหรับคุณยุ้ยแล้ว เส้นทางมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ไม่มีอะไรมาการันตีได้เลย ว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป

        คุณยุ้ยได้ถามแฟน ว่าสรุปแล้วเรื่องนี้มันเป็นยังไง ความรู้สึกตัวเธอนั้น เหมือนกำลังโดนหักหลัง การที่เขาพูดอย่างทำอย่างแบบนี้ แล้วเธอจะเชื่อใจเขาได้อย่างไร แฟนของคุณยุ้ยก็บอกว่าเขาไม่อยากเลิกกับเธอ เขาบอกว่าเงินเดือนผู้ใหญ่บ้านที่ได้มา เขาจะโอนให้คุณยุ้ยเก็บ และเขาจะไปหารายได้ทางอื่นเพื่อที่จะได้มีเงินเก็บ และสร้างความมั่นใจให้กับคุณยุ้ย

        ในตอนนี้แฟนของคุณยุ้ยยังไม่ได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน เพราะยังไม่ถึงเวลาการเลือกตั้ง ส่วนฝั่งครอบครัวแฟน หลังจากวันนั้นคุณยุ้ยก็พยายามทำตัวปกติ พูดคุยทักทายกันตามปกติ เธอเองก็ได้คุยปรึกษากับผู้ใหญ่อยู่หลายครั้ง ทุกคนก็บอกว่ามันอาจจะไม่ได้แย่อย่างที่คิด ให้คุณยุ้ยนึกถึงความรู้สึกของแฟนเธอเยอะ ๆ เพราะบางทีเขาเองก็เลือกไม่ได้ ถ้ารู้สึกว่าเขารักเธออยู่ ก็ลองดูแค่ 2 ปี ถ้าอีก 2 ปีข้างหน้า เขาไม่ได้ทำตามอย่างที่พูด ก็จะได้รู้ว่าเรื่องจะเป็นอย่างไรต่อ”

        หลังจากที่ดีเจทั้งสาม ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ ได้ฟังเรื่องราวของคุณยุ้ยจบ จึงได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า “ให้ลองดูก่อน ต้องยอมรับว่าเราอยู่ในเงื่อนไขของครอบครัวนี้ ถ้าเราอยากจะอยู่กับเขา เราจะต้องรับเงื่อนไขนี้ของเขาให้ได้เช่นกัน แต่ยังไงแล้ว ความคิดของเรา คือสุดท้ายแล้วเขาต้องได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน ถ้าถึงวันนั้น ลองบอกกับแฟนว่า ไหน ๆ ก็ได้เป็นแล้ว ก็ทำมันให้ดี และอย่าลืมมาอัปเดตใหม่อีกครั้ง”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin 

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูไปทำงานพาร์ทไทม์ที่นึง เจอรุ่นพี่ อายุ 37 แล้ว ขอแอดไลน์กัน เขาถ่ายรูปคู่กับเด็ก 7 ขวบ ถามเขา เขาบอกน้อง คุยไปคุยมา เริ่มคิดถึงเค้า เค้าโทรมาขอเงิน 100 พอเราจะโอนให้ เขาบอก ขอ 200 เลยแล้วกัน

13 ก.ย. 2024

หนูไปทำงานพาร์ทไทม์ที่นึง เจอรุ่นพี่ อายุ 37 แล้ว ขอแอดไลน์กัน เขาถ่ายรูปคู่กับเด็ก 7 ขวบ ถามเขา เขาบอกน้อง คุยไปคุยมา เริ่มคิดถึงเค้า เค้าโทรมาขอเงิน 100 พอเราจะโอนให้ เขาบอก ขอ 200 เลยแล้วกัน

หนูไปทำงานพาร์ทไทม์ที่นึง เจอรุ่นพี่ อายุ 37 แล้ว ขอแอดไลน์กัน เขาถ่ายรูปคู่กับเด็ก 7 ขวบถามเขา เขาบอกน้อง คุยไปคุยมา เริ่มคิดถึงเค้า เค้าโทรมาขอเงิน 100 พอเราจะโอนให้เขาบอก ขอ 200 เลยแล้วกัน โอนเสร็จ เพิ่งรู้ว่าบัญชีเมียเขา และ เขาก็หายไปเลยไม่เจอที่ทำงานแล้ว “คุณเบสท์ (นามสมมติ)” อายุ 20 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [11 ก.ย.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาโอนเงินให้ผู้ชายที่มาจีบ 200 มารู้ทีหลังว่าเขามีลูกมีเมียแล้ว จากนั้นเขาก็หายไป เงินก็ไม่คืน โดย “คุณเบสท์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ขอเกริ่นก่อน พอดีหนูมีเพื่อนสนิทคนนึง เขาทำงานพาร์ทไทม์ในห้างสรรพสินค้าที่นึง เขาก็มาชวนหนูไปทำงาน หนูก็เลยตอบตกลงเพราะค่าตอบแทนค่อนข้างสูง ทีนี้เขารับเด็กพาร์ทไทม์เยอะ หนูเลยได้ไปเจอกับคนๆนึง เขาหล่อ ดูทรงแบดบอย เขาทำงานโซนเดียวกับหนู แล้วเขาก็สนิทกับเพื่อนหนูมาก่อน ต่อมาเขาก็เหมือนจะมาเต๊าะๆ จีบๆหนู ตอนแรกหนูก็ไม่ค่อยชอบ พราะเขาอายุค่อนข้างห่างกับหนูเยอะเลย เขาอายุ 37 ปี ด้วยความที่หนูโสดนาน ไม่มีคนคุยด้วย และเป็นคนใจง่ายนิดๆ พอเขาเต๊าะเข้ามากๆหนูก็ไปชอบเขาแล้ว หลังจบงานเขามาขอไลน์หนู หนูก็ให้ไป พอเขาแอดมา รูปโปรไฟล์ของเขาที่หนูเห็นคือเขากำลังจูงเด็กผู้ชายคนนึงอายุประมาณ 6 – 7 ขวบ หนูก็เลยถามเขาว่าลูกหรอ? เขาบอกว่าเป็นน้อง ด้วยความที่หนูซื่อบื้อก็ไม่ได้คิดอะไร น้องก็น้อง พอเลิกงานเขาก็ทักมาคุยว่า “คิดถึงนะ ฝันดีนะ เจอกันนะ พรุ่งนี้บ่ายสองเดี๋ยวพี่พักงานแล้วจะโทรหานะ” หนูก็รอโทรศัพท์จากเขา จนวันนั้นทั้งวันเขาก็ไม่โทรมา หนูก็เลยตัดใจ ไม่เอาแล้ว ไม่ชอบแล้ว พอเช้าวันถัดมาเขาโทรมาหาหนูช่วง 10 โมง หนูก็เลยกลับมาชอบเขา เขาก็บอกหนูว่า “คิดถึงจังเลย เดี๋ยววันจันทร์ไปกินหมูกระทะกันนะ วันนี้มีแพลนจะไปไหนมั้ย ไปไหนก็อย่าให้ไลน์ผู้ชายนะ อย่าให้ไลน์ใครนะ” เหมือนเขาหวง เป็นห่วงเรา หนูก็เลยคิดกับตัวเองว่า เอาล่ะ ดูทรงเหมือนจะมีแฟนแล้วแหละ ทีนี้เขาก็บอกหนูว่าน้องติดต่อเพื่อนคนนี้ได้มั้ย? บอกเขาว่าโอนตังให้พี่หน่อยร้อยนึง หนูก็งงๆ สะลึมสะลือ เลยให้เขาพูดใหม่อีกรอบ เขาก็บอกว่า “ยืมตังคนนี้ให้หน่อยนะ ให้เขาโอนให้หน่อย” สักพักนึงหนูก็บอกโอเคค่ะ เขาก็วกกลับมาที่หนูว่า “หรือน้องมีก่อนมั้ยตอนนี้?” หนูก็โอนไวด้วย เปย์ ตอนแรกหนูก็ถือสายรอให้เขาส่งคิวอาร์โค้ดมาให้ แล้วเขาก็บอกว่า “เออ...น้องเป็นสองร้อยได้มั้ย?” เดี๋ยวบ่ายสองวันนี้พี่โอนคืนให้ แล้วหนูก็โอนให้เขา ตอนแรกหนูก็สงสัยว่าทำไมบัญชีปลายทางเป็นของผู้หญิง ใช้นางสาว แต่หนูก็เข้าใจว่าคงจะโอนค่าอื่นๆหรือเปล่า? หลังจากนั้นเขาก็ไม่คืน บ่ายสองแล้วก็ไม่คืน วันถัดไปก็ไม่คืน หนูไลน์ไปหาก็ไม่อ่าน ไม่ตอบ คือเขาหายไปเลย ตอนแรกหนูก็ไม่กล้าบอกเพื่อนว่าพี่คนนี้มาขอตัง เพราะกลัวเพื่อนจะว่าเราเป็นสายเปย์ไปเปย์ผู้ชาย จน 4 ทุ่มวันนั้นหนูไลน์ไปบอกเพื่อน เพื่อนหนูก็เลยมาบอกว่า “มึง กูขอโทษนะ รู้หรือเปล่าว่าเขามีลูก มีเมียอยู่แล้ว ขอโทษที่ไม่ได้บอก ไม่ได้คิดว่ามึงจะจริงจัง” ตอนนั้นพอหนูรู้ หนูนอยเลย คือไม่ได้ติดเรื่องเงินเลย แต่หนูนอยมันไม่ใช่อ่ะ ทีนี้เพื่อนก็ถามว่าโอนเข้าบัญชีใครนะ หนูก็เอาชื่อบัญชีให้ดู มันพีคตรงที่บัญชีนั้นเป็นบัญชีเมียเขา เพื่อนหนูก็รู้จักกับเมียเขา เพราะเคยทำงานด้วยกัน เพื่อนเลยเล่าให้ฟังว่าเมียเขาค่อนข้างที่จะโอ้อวดว่าที่บ้านซื้อรองเท้าแบรนด์ดังให้ลูกเลยนะ ใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมต่างๆ เวลาที่หนูให้ใครยืมเงิน หนูไม่เคยทวงเงิน เพราะอยากให้เขาคืนด้วยจิตสำนึกของตัวเอง แต่พอหนูมารู้ว่าคนนี้มีลูก มีเมียแล้ว หนูก็เลยไม่โอเค หนูเป็นคนที่ทวงสุภาพมากเลยนะแบบทักไปบอกว่าทิ้งเลขบัญชีไว้ให้ก่อนนะคะ ไม่ได้ไปจี้ทวง ซึ่งคนนี้เขาก็หายไปเลย หนูทักไปเขาก็ไม่อ่าน ไม่ตอบ เขาเคยบอกว่าเขาทำงานประจำที่นี้ๆ เพื่อนหนูรู้จักกับคนที่ทำงานที่เดียวกับเขา พอไปถามถึงเขา คนที่ทำงานที่เดียวบอกว่า พี่คนนี้เขาลาออกไปเดือนนึงแล้ว เพื่อนหนูทักไปทั้งทางเมียและผัวเลยแต่ไม่มีใครตอบเลยสักคน หนูอยากได้วิธีทวงตังหรือไม่ก็อยากให้พี่ๆดีเจพูดอะไรให้เขาคืนตังหนูหน่อย?’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น เรียนจบแล้ว จะอยู่เที่ยวต่อก่อนกลับไทย 1 เดือน ทักไปขอเพื่อนผู้หญิง จะขออยู่ด้วยชั่วคราว แต่เพื่อนผู้หญิงบอกว่าไม่สะดวก ก็เลยไปขอเพื่อนผู้ชายที่เรียนด้วยกันที่ญี่ปุ่น

04 ก.ค. 2025

หนูเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น เรียนจบแล้ว จะอยู่เที่ยวต่อก่อนกลับไทย 1 เดือน ทักไปขอเพื่อนผู้หญิง จะขออยู่ด้วยชั่วคราว แต่เพื่อนผู้หญิงบอกว่าไม่สะดวก ก็เลยไปขอเพื่อนผู้ชายที่เรียนด้วยกันที่ญี่ปุ่น

หนูเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น เรียนจบแล้ว จะอยู่เที่ยวต่อก่อนกลับไทย 1 เดือน ทักไปขอเพื่อนผู้หญิงจะขออยู่ด้วยชั่วคราว แต่เพื่อนผู้หญิงบอกว่าไม่สะดวก ก็เลยไปขอเพื่อนผู้ชายที่เรียนด้วยกันที่ญี่ปุ่นเพื่อนคนนี้บอกว่า มาเลย นอนด้วยกันได้ ไม่มีปัญหา หนูรู้สึกว่าอยากประหยัดเงิน แต่จะบอกแฟนหนูยังไงดีให้เขาเข้าใจว่าจะขออยู่ห้องเพื่อนผู้ชายคนนี้ กลัวว่าแฟนจะหึง แต่ถ้าต้องไปจ่ายค่าโรงแรมเองหนูก็คิดว่าจะรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว “คุณทราย (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [2 ก.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจก็อตจิ - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องราววีซ่าเหลือ อยากเที่ยวต่อ มีเพื่อนให้พักฟรีแต่ก็ดันเป็นเพื่อนผู้ชาย แต่กลัวแฟนไม่สบายใจ โดย “คุณทราย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนอยู่ประเทศญี่ปุ่น โครงการ 1 ปี เดือนหน้าจะเรียนจบแล้วแต่วีซ่ายังไม่หมดจึงวางแผนที่จะเที่ยวต่อ ซึ่งการวางแผนเที่ยวก็ต้องจองโรงแรมก่อน แต่เราก็มีเพื่อนที่ยังอยู่ญี่ปุ่นสามารถให้เราไปพักฟรีด้วยได้ แต่ประเด็นคือ เขาเป็นเพื่อนผู้ชาย แต่เราเป็นผู้หญิง หนูเองก็มีแฟนอยู่ที่ประเทศไทยก็เลยตัดสินใจอยู่ว่าจะจองโรงแรมดีมั๊ยหรือว่าไปนอนหอพักกับเพื่อนดี แต่ก็เกรงใจแฟนกลัวแฟนจะไม่สบายใจ ไม่รู้จะบอกแฟนยังไงดี? ปกติหนูกับแฟนมีอะไรจะปรึกษากันตลอด มาอยู่ญี่ปุ่นความสัมพันธ์ก็ยังดี แต่ช่วงนี้เขาไปเกณฑ์ทหาร ก็เลยไม่ได้ปรึกษาในเรื่องนี้ หนูอยากไปอยู่หอเพื่อนผู้หญิงก็เป็นหอในไปอยู่ด้วยไม่ได้ หนูอยากจะถาม 2 คำถามคือ 1. ในฐานะที่หนูยังเป็นนักศึกษาอยู่ยังไม่มีรายได้ของตัวเอง ควรจะอยู่หอเพื่อนหรือไปจองโรงแรมดี 2. ถ้าตัดสินใจไปพักกับเพื่อนผู้ชายจะบอกแฟนยังไงดี’ ซึ่งดีเจทั้ง 3 คน “ดีเจเผือก - ดีเจก็อตจิ - ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาตรงกันว่า ‘จะไปนอนที่หอพักของเพื่อนผู้ชายไม่ได้เด็ดขาดไม่ว่ากรณีไหนก็ตามเพราะเขาเป็นผู้ชาย เราเป็นผู้หญิง บนโลกใบนี้ผู้หญิงผู้ชายเป็นเพื่อนกันได้แต่จะไปนอนค้างด้วยกันเป็นเดือนไม่ได้ หรือถ้ามีเหตุจำเป็น มากที่สุดก็ให้แค่ 1 คืนเท่านั้น หรือไม่ก็ไปหาที่พักแบบ Airbnb หรือ Hostel อะไรราคาถูกก็นอนไป อย่าดิ้นรนหรือพยายามทำอะไรเกินตัว การอยู่ต่อเพื่อที่จะเที่ยวเพราะวีซ่าเหลือ มันไม่ใช่เหตุผลจำเป็นอะไรเลย ที่สำคัญเรื่องนี้อย่าไปเอ่ยปากถามแฟนเด็ดขาดเพราะจะกลายเป็นว่าทำไมเรื่องแค่นี้คิดไม่ได้ เขาอาจจะระแวงเราไปเลย จากความสัมพันธ์ดี ๆ จะกลายเป็นไม่โอเค จริงอยู่ที่เราไว้ในแฟนแต่เราไม่ควรไว้ใจคนอื่นหรือใครทั้งสิ้น’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘จริง ๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องแฟนหึง แต่มันมีเรื่องความปลอดภัยของตัวเราเองเข้ามาเกี่ยวด้วย เราจะมั่นใจได้ยังไงว่าเขาจะไม่ทำอะไรเรา รู้จักกันมาแค่ 1 ปีเอง ไม่มีใครการันตีได้เลย ต้องคิดถึงตรงนี้ด้วย หรือสมมติว่าอยากมาหางานที่นี่ ก็ตั้งเดดไลน์ไว้ ถ้าเดือนนี้เราเช่าคอนโด แล้วต้องหางานให้ได้ภายในตอนไหน ถ้าเดือนนี้ไม่สามารถมีเงินจ่ายค่าคอนโดได้ให้บินกลับเลย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูต้องสะดุ้งตื่นตี 3 ทุกวัน เพราะลุงบ้านตรงข้ามเปิดเสียงพระสวดดังลั่น เคยบอกให้ลุงเบาเสียงแล้ว แต่ลุงบอกว่าลำโพงไม่มีปุ่มเบาเสียง หนูจะทำยังไงดีคะ?

23 ม.ค. 2026

หนูต้องสะดุ้งตื่นตี 3 ทุกวัน เพราะลุงบ้านตรงข้ามเปิดเสียงพระสวดดังลั่น เคยบอกให้ลุงเบาเสียงแล้ว แต่ลุงบอกว่าลำโพงไม่มีปุ่มเบาเสียง หนูจะทำยังไงดีคะ?

หนูต้องสะดุ้งตื่นตี 3 ทุกวันเพราะลุงบ้านตรงข้ามเปิดเสียงพระสวดดังลั่นเคยบอกให้ลุงเบาเสียงแล้วแต่ลุงบอกว่าลำโพงไม่มีปุ่มเบาเสียงหนูจะทำยังไงดีคะ? ‘คุณแก้วตา (นามสมมติ)’ อายุ 30 ปี สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (21 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องข้างบ้านเปิดบทสวดเสียงดังในเวลาตี 3 แทบทุกวัน ควรจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรดี โดย ‘คุณแก้วตา (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “คุณลุงตรงข้ามบ้าน เปิดเสียงพระสวดผ่านลำโพง ในช่วงเวลาตีสามครึ่งของทุกวันเลย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นบทสวดดี ๆ แต่บางครั้งก็มีบทสวดศพด้วย บ้านของหนูกับบ้านของคุณลุงไม่ได้อยู่ติดกัน บ้านของคุณลุงอยู่ฝั่งตรงข้าม ห่างกันแค่ถนนเส้นเดียว ในระแวกบ้านส่วนใหญ่เป็นพี่น้องของคุณลุงทั้งหมด มีบ้านที่ไม่ใช่ญาติของเขาเพียงแค่ 3 หลัง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือบ้านของหนู บ้านอีกสองหลังเป็นคนมีอายุ เขาก็อยู่ที่นี่มานานแล้ว ส่วนบ้านของหนูเพิ่งย้ายมาได้ 3 - 4 ปี แต่เสียงเริ่มดังเมื่อ 2 ปีหลังที่ผ่านมา ห้องของหนูคือห้องที่ได้รับเสียงรบกวนน้อยที่สุด แต่ส่วนตัวถ้าได้ยินเสียงดังแล้วตื่นขึ้นมา หนูจะนอนต่อไม่ได้เลย ส่วนห้องของพ่อกับแม่ได้ยินเสียงชัดมาก เตี่ย (พ่อ) ถึงกับต้องเดินลงมานอนโซฟาทุกวัน พี่สาวก็เคยไปคุยขอให้คุณลุงเบาเสียงลง แต่คุณลุงกลับตอบมาว่า ลำโพงที่ลุงเปิด มันไม่มีปุ่มลดเสียง มันมีแค่เปิดกับปิด นอกจากนี้หนูก็เคยโทรหาสายตรวจหลายครั้งจนเกรงใจ เขาก็ทำได้แค่ตักเตือน จนวันหนึ่ง หนูทนไม่ไหวแล้ว เลยอัดคลิปเสียงส่งไปให้ตำรวจ เขาก็บอกเดี๋ยวจะประสานเรื่องกับอบต.ให้ แต่สุดท้ายมันก็เหมือนเดิม แม่หนูบอกให้ปล่อยมันไป ไม่ต้องไปโฟกัส แต่จะไม่สนใจได้ยังไงในเมื่อมันได้ยินชัด และเสียงดังมากจริง ๆ อีกหนึ่งข้อมูลที่เคยได้ยินมาคือ คุณลุงเคยบวชมาแล้วสองครั้ง พอกลับมาที่บ้าน หนูไม่แน่ใจว่าลุงอยากฟังเสียงพระสวดหรือเปล่า หรือยังอินกับการอยู่วัด แต่เขาก็ไม่ควรทำให้คนอื่นเดือดร้อน มันเป็นมลพิษทางเสียง หนูต้องทำยังไงดีคะ ?” เริ่มที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “แจ้งความไปเรื่อย ๆ ไปจนกว่าเสียงจะเงียบ หรือซื้อลำโพงให้เขาไปเลย แล้วบอกวิธีการใช้ให้คุณลุงเข้าใจ พร้อมกับบอกคุณลุงว่าให้เบาเสียงลง ไม่งั้นตำรวจจะมาจับ เสียเงินแค่ไม่กี่ร้อย แลกกับชีวิตการนอนของเรา” ด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้พูดเสริมว่า “ถ้าวิธีแรกใช้ไม่ได้ผล ก็ให้สังคมพิพากษาเขา แต่ให้ลองเจรจากับเขาดี ๆ ก่อน ทำตามทีละขั้นตอน อย่างแรกให้คุยกันให้เข้าใจ จากนั้นก็เปลี่ยนลำโพงให้เขา ถ้ายังไม่ได้ผล ก็ไปอบต.” ด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้แนะนำว่า “ให้ลองประสานกับทางอบต.ไปก่อน เอาคลิปเสียงไปเปิดให้เขาฟัง หรือลองเปิดเพลง EDM เอาให้ดังกว่า ถ้าลุงเปิดหนูก็เปิด” สุดท้ายดีเจทั้งสามคนได้เสนอวิธีการแก้ปัญหาให้เพิ่มเติมว่า “หรือลองอ้างพระ อ้างเจ้าไหม ให้เจ้าอาวาสมาเตือนว่า การเปิดบทสวดเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าทำให้คนอื่นเดือดร้อน โยมบาปนะ ถ้าไม่ได้ผล ลองเป็นผีเลย จ้างเอ็กตร้ามาก็ได้ ให้เขาปลอมตัวเป็นพระ เป็นผี เอามาหลาย ๆ คน อย่าไปยอมเขา เพราะเราจะเสียสุขภาพจิต” มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

จะเลือกทางไหนดีคะ? หนูคิดมาตลอดว่า 'ไม่อยากมีลูก' จนตอนนี้คบกับแฟนมาเกือบ 2 ปี แต่แฟนอยากมีลูกมาก ควรยอมสละความสุขของตัวเองแล้วมีลูกให้แฟน หรือ ยอมทิ้งแฟนเพื่อจะมีความสุขในแบบที่เราต้องการ...

20 มี.ค. 2023

จะเลือกทางไหนดีคะ? หนูคิดมาตลอดว่า 'ไม่อยากมีลูก' จนตอนนี้คบกับแฟนมาเกือบ 2 ปี แต่แฟนอยากมีลูกมาก ควรยอมสละความสุขของตัวเองแล้วมีลูกให้แฟน หรือ ยอมทิ้งแฟนเพื่อจะมีความสุขในแบบที่เราต้องการ...

“คุณเดย์ (นามสมมุติ)” อายุ 24 ปี สายที่สามในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15/03/2566) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจต้นหอม - ดีเจเฟี๊ยต เกี่ยวกับปัญหาไม่อยากมีลูก โดย “คุณเดย์ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘เราจะเสียสละความสุขของตัวเองเพื่อมีลูกกับแฟน หรือยอมทิ้งแฟนเพื่อจะมีความสุขในแบบที่เราต้องการดี? หนูคบกับแฟนมาเกือบ 2 ปีแล้ว แฟนอายุ 27 ปี แฟนหนูเขาอยากแต่งงาน มีลูก มีครอบครัว แต่ตัวหนูเองคิดมาตลอดว่าแค่คบกันแล้วมีความสุข มีชีวิตคู่กันสองคน เลี้ยงสัตว์ด้วยกัน แค่อยากมีรูปพรีเวดดิ้งแต่ไม่อยากมีลูก คือแฟนเขาบอกไม่ได้อยากจะมีตอนนี้ แต่เขาอยากจะมีตอนอายุ 30 ต้นๆ อยากสร้างไปด้วยกัน อยากให้มีพร้อมมากกว่านี้ที่จะมีลูกคนนึง หนูเคยคุยกับแฟนว่ารับเลี้ยงอุปการะดีมั้ย แต่เขาไม่ยอม เขาบอกว่าอยากมีเป็นของเขาเอง ซึ่งหนูมาจากครอบครัวที่เขาค่อนข้าง Toxic เพิ่งจะได้ใช้ชีวิตของตัวเองตอนอายุ 22 หลังจากหนูย้ายออกมาจากบ้านแล้ว หนูก็เลยรู้สึกไม่อยากมีลูก และหนูก็มีความคิดนี้มาตั้งแต่เด็กๆแล้วก่อนที่จะมีแฟนอีก หนูมีหลานชายคนนึง แม่เขาทิ้งเขาไป หนูก็เลี้ยงเขาเหมือนเป็นลูกของหนูเลย หนูคิดว่าขนาดเลี้ยงหลาน หนูยังเลี้ยงเขาได้ไม่ดีเลย แล้วถ้าหนูมีลูก หนูจะเลี้ยงเขาได้จริงๆเหรอ? และมันมีปัจจัยเรื่องของค่าใช้จ่ายด้วย ด้วยความที่หนูเป็นเสาหลักของบ้านด้วย แล้วถ้าเกิดหนูมีลูกขึ้นมาอีกคนนึง หนูก็อาจจะให้ที่บ้านได้ไม่เต็มร้อยเท่านี้ หนูชัดเจนตั้งแต่คบกันแรกๆเลยว่าหนูไม่อยากมีลูกนะและก็พูดมาตลอด แฟนก็บอกว่าแต่พี่อยากมีนะ แต่เดี๋ยวไว้ค่อยคุยกันเนอะ ก่อนหน้านี้ทะเลาะกันค่อนข้างหนัก คือ หนูไปเล่นกับหลานสาวที่เพิ่งเกิดได้ 4-5 เดือน หนูก็ถ่ายคลิปกับรูปน้องมา แล้วเอาให้แฟนดู เขาก็บอกว่าน่ารักดีเนอะ เราน่าจะมีบ้าง หนูก็พูดทีเล่นทีจริงว่าหนูไม่อยากมีอ่ะพี่ เขาก็น้อยใจ ไม่คุย นิ่งใส่หนูไปทั้งวันเลย จนเช้าอีกวันเขาก็มาบอกหนูว่า ถ้าเกิดหนูไม่ได้คิดอยากจะมีลูกกับเขา หรือไม่ได้คิดจะสร้างครอบครัวกับเขา เขาก็มองอนาคตที่จะอยู่กับหนูไม่ออกเหมือนกัน ล่าสุดเพิ่งโทรคุยกัน แล้วเขาก็พูดกับหนูว่า ถ้าเกิดหนูคิดที่จะไม่อยากมีลูกอยู่ พี่ก็ไม่รู้จะไปต่อยังไง หนูลองกลับไปคิดก่อนมั้ย พี่ไม่รู้ว่าหนูจะใช้เวลาเท่าไร แต่พี่ขอคำตอบภายในสิ้นปีได้มั้ย เพราะเขาอายุเยอะขึ้นทุกปี เขาก็อยากจะมีครอบครัว แต่ถ้าหนูไม่คิดจะสร้างครอบครัวกับเขา เขาก็คงอยากจะหยุดความสัมพันธ์นี้ และเขาบอกว่า ถ้าหนูตัดสินใจที่จะไม่มีลูกจริงๆ ก็อยากให้รีบบอกเลย หรือถ้าคิดอยากจะมี ก็อยากให้มีเพราะตัวหนูจริงๆ ไม่ใช่เพราะอยากอยู่กับเขา หนูจะใช้เวลาคิดอีกหน่อยดีมั้ย หรือปักธงว่าจะไม่มีลูกแล้วเดินจากเขาไป... 3 ดีเจ ให้คำปรึกษาว่า ‘เรื่องนี้ไม่มีใครผิดหรือถูกเลย แต่ถ้าเขามีเป้าหมายที่ชัดเจนขนาดนั้น แล้วเราเองก็มีเป้าหมายที่ชัดเจนขนาดนี้ ในเมื่อเป้าหมายไม่ตรงกันก็แปลว่ามันไปด้วยกันไม่ได้ แต่ถ้าเกิดพูดคุยกันแล้ว อีกฝ่ายยอมปรับตรงกลางระหว่างกันแปลว่ายังไปต่อได้ การที่จะเดินเคียงข้างใครสักคน เป้าหมายควรจะไปในทางเดียวกัน... อยากให้เดย์นั่งเปิดใจคุยกับเขาเลย เดี๋ยวเราก็จะหาคำตอบได้ว่าเราควรจะไปต่อหรือเปล่า คนบางคนจะมีภาพติดอยู่ในใจว่าต้องมีลูกสิ ชีวิตครอบครัวถึงจะสมบูรณ์แบบและมีการโยนความคิดมาจากครอบครัวว่าอยากมีหลาน อยากอุ้มหลาน ถ้าเขาเป็นคนมองอนาคตเราก็คงเดินไปกับเขาไม่ได้ เพราะเขาวางความสุขไว้ที่อนาคต ไม่ได้วางความสุขไว้ที่ปัจจุบันเหมือนเดย์ เดย์ชัดเจนกับตัวเอง ไม่ได้เอาความคิดของคนอื่นมาครอบตัวเองว่าชีวิตครอบครัวจะเป็นอย่างไร ถ้าเราไปอยู่ในความฝันของคนอื่น แล้วเราไม่มีความสุข สุดท้ายเราก็จะทุกข์ทรมานเอง ซึ่งในเมื่อวันนี้เดย์ยังไม่พร้อมที่จะเป็นแม่จริงๆ จงเคารพความรู้สึกตัวเองเพราะการเป็นแม่คือการเสียสละทั้งชีวิต แม้กระทั่งวันนึงที่พ่อแม่ไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว คนเป็นพ่อเป็นแม่ยังต้องเตรียมทุกอย่างไว้ให้ลูกเลย...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-