ลึกๆหนูรู้สึกอายมาตลอด ที่ตัวเองเป็น “ลูกชาวนา” โตมากับบ้านริมทุ่งนา ล่าสุด พาแฟนคนปัจจุบัน ไปกินข้าวที่บ้าน พ่อแม่เราก็ชาวบ้านๆ ไม่ค่อยพูดจาอะไรกับแฟนเลย พอแฟนกลับจากบ้านหนู หนูก็โทรไปบอกแฟนว่า “เราไม่น่าพาเธอมาลำบากเลย พ่อแม่เราเป็นแบบนี้อยู่แล้วนะ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ลึกๆหนูรู้สึกอายมาตลอด ที่ตัวเองเป็น “ลูกชาวนา” โตมากับบ้านริมทุ่งนา ล่าสุด พาแฟนคนปัจจุบัน ไปกินข้าวที่บ้าน พ่อแม่เราก็ชาวบ้านๆ ไม่ค่อยพูดจาอะไรกับแฟนเลย พอแฟนกลับจากบ้านหนู หนูก็โทรไปบอกแฟนว่า “เราไม่น่าพาเธอมาลำบากเลย พ่อแม่เราเป็นแบบนี้อยู่แล้วนะ

25 ส.ค. 2025

ลึกๆหนูรู้สึกอายมาตลอด ที่ตัวเองเป็น “ลูกชาวนา” โตมากับบ้านริมทุ่งนา ล่าสุด พาแฟนคนปัจจุบัน

ไปกินข้าวที่บ้าน พ่อแม่เราก็ชาวบ้านๆ ไม่ค่อยพูดจาอะไรกับแฟนเลย พอแฟนกลับจากบ้านหนู

หนูก็โทรไปบอกแฟนว่า “เราไม่น่าพาเธอมาลำบากเลย พ่อแม่เราเป็นแบบนี้อยู่แล้วนะ เขาไม่ค่อยพูดจาอะไร

อย่าคิดมาก” แฟนหนูก็บอกไม่เป็นปัญหาอะไรเลย เขาก็ยังรักเราเหมือนเดิม คุยถึงอนาคต

งานแต่งงานกับหนูบ่อยขึ้นด้วยซ้ำ ตอนนี้แฟนหนูโอเคทุกอย่าง ไม่ได้ติดอะไร

มีแค่ตัวหนูเองที่ยังอายกับความเป็นอยู่ของตัวเอง กลัวว่าจะเป็นปัญหาของชีวิตคู่ในอนาคต...

                “คุณฟาง (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [20 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาไม่มั่นใจในฐานะทางบ้าน จนทำให้ไม่กล้าเปิดใจมีความรักเลย

                โดย “คุณฟาง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเป็นเด็กต่างจังหวัดที่โตมากับพ่อแม่ที่ รับจ้างทำนา เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว หนูได้คุยกับผู้ชายคนนึงซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนสมัยมัธยมแล้วก็ตกลงคบกันไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ระหว่างที่คบกันเขาก็พาหนูไปเจอที่บ้านบ่อย ๆ ที่บ้านเขาก็น่ารัก แฮปปี้ เอ็นดูหนู แล้วเขาก็ชอบเล่าให้ฟังว่าคุณแม่พูดถึงหนูยังไงบ้าง จนแม่ของแฟนก็พูดว่าให้แฟนหนูไปเจอพ่อแม่หนูบ้าง หนูก็เริ่มกดดันเพราะรู้สึกว่าหนูยังไม่พร้อมที่จะให้เขามาเจอ ก่อนหน้านี้หนูไม่เคยบอกแฟนเลยว่าที่บ้านทำอะไร แล้วแฟนก็ไม่เคยถามด้วย หนูกับแฟนไม่ได้อยู่ด้วยกันเพราะแฟนอยู่กรุงเทพ ส่วนหนูอยู่ต่างจังหวัด เราจะเจอกันแค่เสาร์-อาทิตย์เท่านั้น จนกระทั่งวันแม่ด้วยความที่แม่แฟนเอ็นดูหนูมาก แฟนก็เลยอยากจะเจอแม่ของหนูบ้าง จึงตัดสินใจไปหาแม่หนูเพราะตรงกับวันหยุด ถึงหนูกับแฟนจะโตมาในจังหวัดเดียวกันแต่บ้านแฟนจะอยู่ในเมือง ส่วนบ้านหนูจะอยู่ชานเมือง ระหว่างทางแฟนก็มีการเตรียมตัว อยากคุยนู่นคุยนี่กับแม่ แต่หนูก็กดดันจนหน้าถอดสี เพราะหนูรู้สึกไม่ดี ก็เลยบอกแฟนว่าไม่ต้องเตรียมอะไรมากหรอก พ่อแม่เป็นคนธรรมดา ไม่ค่อยพูด เผลอ ๆ ไม่พูดกับเราเลยด้วยซ้ำ

                พอไปถึงบ้านหนูปุ๊บ แฟนก็เหมือนจะช็อคไปนิดนึงแอบหน้าถอดสีนิด ๆ หนูก็เลยแนะนำตัวแฟนให้พ่อแม่รู้จัก ส่วนพ่อแม่หนูก็ได้แต่ยิ้ม มีทักทาย รับไหว้กันนิดหน่อยแต่ส่วนใหญ่ก็นั่งยิ้มมองกันเฉย ๆ เป็นชั่วโมงที่พ่อแม่หนูไม่พูดอะไรเลย แฟนหนูก็ทำตัวไม่ถูก ไม่พูดอะไรเลยเหมือนกันทั้ง ๆ ที่เป็นคนพูดเก่งมาก ณ เวลานั้นหนูก็เครียด ไม่รู้แฟนจะโอเคมั๊ย ไม่รู้แฟนคาดหวังเอาไว้ยังไง วันนั้นจะกินปิ้งย่างด้วยกันแต่ก็ไม่ได้กิน เพราะบรรยากาศดูไม่ได้เอนจอย เลยบอกแฟนว่ากลับบ้านก่อนก็ได้เดี๋ยวหนูตามไป ซึ่งก่อนหน้าที่จะมาบ้าน หนูบอกพี่ชายไว้ว่าจะพาแฟนมาแต่ไม่รู้เขาได้สื่อสารกับพ่อแม่หรือเปล่าเพราะหนูก็ไม่ได้คุยกับพ่อแม่เลย

                ปกติหนูไม่ค่อยสนิทกับพ่อแม่อยู่แล้ว คุยได้ เล่นได้ แต่ไม่ค่อยสนิท พอแฟนมาบ้านหนูที่เป็นคนกลางก็ไม่ได้ชวนคุยเพราะหนูก็ยังกดดันที่มันเป็นครั้งแรก ไม่รู้จะทำยังไง ลึก ๆ หนูก็อายที่พ่อแม่เป็นชาวนา หนูติดเรื่องนี้มาโดยตลอดตั้งแต่เด็ก รู้สึกว่าบ้านหนูที่เป็นบ้านไม้ ใต้ถุนเป็นดิน มันไม่ได้น่าอยู่เหมือนคนอื่น แล้วก็พ่อแม่ก็ไม่ได้แต่งตัวสวยหรูด้วย พอแฟนขับรถออกไปหนูก็ส่งข้อความไปว่าขอโทษที่พามาลำบากนะ แต่แฟนกลับบอกว่าชิลมาก ไม่ต้องคิดมากเลยใช้ชีวิตให้สนุกกับที่บ้านเพราะยังไงเราก็ต้องเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว แฟนหนูปกติมากเลย มีแต่หนูที่คิดมากเหมือนเป็นปมมานาน ก่อนมาเจอคนนี้หนูก็ตั้งปณิธานว่าหนูไม่อยากมีแฟนจนกว่าจะทำบ้านใหม่ให้พ่อแม่อยู่ ทำให้พ่อแม่หนูสบายได้ หวังว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ หนูเลยอยากได้คำปรึกษาจากพี่ ๆ ว่า ทำยังไงให้หนูคิดให้ดีขึ้น? ไม่อยากเป็นคนที่คิดแบบนี้’

                เริ่มต้นที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘รู้ว่าอายในสิ่งที่มีเลยพยายามที่จะพัฒนาภาพลักษณ์ตัวเองให้ดีก่อนที่จะให้คนอื่นได้เห็น แต่พี่มองว่าฟางกังวลเรื่องภาพลักษณ์ตัวเองที่จะต้องสมบูรณ์แบบมากเกินไป ทั้ง ๆ ที่บางครั้งคนที่เข้ามาในชีวิตเราเขาอาจจะชอบที่ตัวเรามากกว่า แต่ก็เข้าใจว่าในสมัยเด็กคนเราเริ่มมีสังคม เริ่มมีความรัก เราก็จะเริ่มอายไม่กล้าพาใครมาบ้านเพราะมันเล็กนิดเดียวไม่ใหญ่เหมือนคนอื่น หลัก ๆ มันเกิดจากการที่เราเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น อีกอย่างคือเราตัดสินชีวิตเราเองว่ามันไม่ดีพอและมองมันเป็นข้อด้อยเพราะคิดว่าเขาคงอยากได้คนที่ฐานะเท่าเทียมกัน ซึ่งในชีวิตจริงก็มี แต่ถ้าใครที่คิดแบบนี้กับเราแปลว่าเขาไม่เหมาะที่จะมาเป็นคู่ชีวิตกับเรา คนที่เหมาะกับเราควรเป็นคนที่โฟกัสเรามากกว่า แล้วสิ่งที่แฟนฟางแสดงออกมาเขาก็ดีมาก ๆ กลับมาแล้วมีความสัมพันธ์ดีขึ้นด้วย คงมีแต่ฟางที่ไม่สามารถทำลายปมในใจของตัวเองได้สักที วันใดที่โตขึ้นมากพอฟางจะไม่เอาเรื่องนี้มาลดทอนตัวเองลง แค่กล้าที่จะพูดความจริงกับเขา ถ้าเขาโอเคคือจบ และวันนี้ฟางก็โชคดีที่เจอคนที่เข้าใจฟางได้แล้ว ในเมื่อคนที่เรารัก เราแคร์ ยังไม่สนใจอะไรเลยแล้วเราจะคิดมากไปทำไม เขาอาจจะอยากดูแลเรามากขึ้นด้วยซ้ำ แล้วเราจะเสียเวลานั่งคิดเรื่องปมนี้ไปทำไม เพราะฉะนั้นอย่าดูถูกตัวเองด้วยปัจจัยที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเรา จงภูมิใจที่ได้เจอแฟนคนนี้ ขอบคุณแฟนเยอะ ๆ พูดให้เขาชื่นใจ’

                ต่อไป “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ชีวิตคนเราจะเจริญหรือดีขึ้นได้มันไม่จำเป็นต้องโค่นรากเหง้าเราทิ้ง ในยุคนี้ใครที่ยังตัดสินคนจากชาติกำเนิดถือว่าเป็นความคิดที่ตื้นเขินมาก เราไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือกเกิดแต่เรามีสิทธิ์ที่จะพาตัวเองขึ้นไปเจอสิ่งที่ดีได้โดยที่เราไม่จำเป็นต้องปกปิด เพราะถ้าไม่มีมันในวันนั้นก็จะไม่มีเราในวันนี้ อย่างน้อยมันก็เป็นสารตั้งต้นให้เรา พอโตขึ้นจะรู้ว่ามันไม่ได้วัดจากสิ่งที่มีเลย มันวัดที่ปัจจุบันเรากำลังทำอะไรกันอยู่ ความจริงเราสามารถดูว่าบ้านมีปัญหาตรงไหนแล้วเข้าช่วยได้เลย โดยที่ไม่ต้องปกปิดหรือลืมไปเพราะมันคือความจริง สุดท้ายเราก็เกิดเป็นลูกชาวนาอยู่ดี แต่สิ่งนี้จะไม่มีวันล่มสลายหรือบั่นทอนคุณค่าของฟางได้เลยถ้าฟางไม่บั่นทอนคุณค่าตัวเอง’

                สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘สมัยนี้เทรนด์การมองแค่เปลือกมันน้อยลงไปแล้ว แม้กระทั่งอินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นสาวบ้านนาอะไรก็ตามเขาก็จะทำคอนเทนต์กับทุ่งหญ้า หรือกับสิ่งที่เขากำเนิดเกิดมา แล้วเขามีความภูมิใจด้วย เทรนด์ตอนนี้มันเปลี่ยนแล้ว ไม่มีใครสนใจเราแล้ว ที่สำคัญยังมีปัญหาอื่น ๆ ในชีวิตที่ใหญ่กว่านี้เยอะเลย อย่าเสียเวลาคิดเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้ามีใครสักคนมาว่าเรา คนนั้นไม่ได้ชีวิตดีไปกว่าเราหรอก เวลาเราลำบากคนเหล่านี้ไม่เคยหยิบยื่นหรือช่วยเราเลยเพราะฉะนั้นจงมั่นใจในตัวเอง’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

จะทำยังไงดีคะ? เป็นห่วงคุณแม่วัย 76 แกเป็น ซุปเปอร์ฮีโร่ ของทุกคนเลย ช่วยเหลือทุกคนที่เข้ามา ให้เงินญาติ หลานห่างๆ อาสาขับรถไปส่งคนนู้น คนนี้ ไปเปลี่ยนหลอดไฟ ซ่อมอุปกรณ์ให้บ้านคนอื่น แกทำหมดเลย บางวันออกบ้านไปติดต่อไม่ได้แบตหมด

09 ธ.ค. 2024

จะทำยังไงดีคะ? เป็นห่วงคุณแม่วัย 76 แกเป็น ซุปเปอร์ฮีโร่ ของทุกคนเลย ช่วยเหลือทุกคนที่เข้ามา ให้เงินญาติ หลานห่างๆ อาสาขับรถไปส่งคนนู้น คนนี้ ไปเปลี่ยนหลอดไฟ ซ่อมอุปกรณ์ให้บ้านคนอื่น แกทำหมดเลย บางวันออกบ้านไปติดต่อไม่ได้แบตหมด

จะทำยังไงดีคะ? เป็นห่วงคุณแม่วัย 76 แกเป็น ซุปเปอร์ฮีโร่ ของทุกคนเลย ช่วยเหลือทุกคนที่เข้ามาให้เงินญาติ หลานห่างๆ อาสาขับรถไปส่งคนนู้น คนนี้ ไปเปลี่ยนหลอดไฟ ซ่อมอุปกรณ์ให้บ้านคนอื่นแกทำหมดเลย บางวันออกบ้านไปติดต่อไม่ได้แบตหมด ลืมเอามือถือไป ก็เป็นห่วงเค้ามาก “คุณมะม่วง (นามสมมติ)” อายุ 40 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคือวันพุธที่ [4 ธ.ค 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาคุณแม่ชอบช่วยเหลือคนอื่น โดย “คุณมะม่วง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘มันเริ่มจากคุณแม่เป็นคนที่ชอบช่วยเหลือทุกคนตั้งแต่ญาติพี่น้อง แล้วตอนนี้ก็ขยายไปถึงเพื่อนของญาติพี่น้องด้วย อย่างญาติพี่น้องก็จะขอหยิบยืมเงิน แต่ส่วนใหญ่คือให้ไปเลย ญาติห่าง ๆ ใครมาขอก็จะให้ไป หลาน ๆ ก็จะให้ 1,000 – 5,000 บาท เรื่องเงินก็เรื่องนึง ตอนนี้ด้วยความที่ท่านก็อายุเยอะแล้ว 76 ปี แต่ท่านก็ยังแอคทีฟมาก ช่วยเหลือทุกคน เช่น เพื่อนไม่สบายก็ขับรถไปรับเพื่อนที่บ้าน แล้วก็พาไปหาหมอนั่งรอ และก็พากลับไปส่งบ้าน แล้วก็ขับกลับบ้านเรา บางที่เป็นโรงบาลรัฐก็ต้องไปรอนาน ๆ ก็เลยคิดทำไมแม่เราต้องไปนั่งรอกับเขาด้วย? ทำไมญาติพี่น้องเขาไม่ช่วย จนล่าสุดอันนี้เป็นเพื่อนคุณป้าอีกทีนึง เขาอยู่ตัวคนเดียวแล้วขโมยขึ้นบ้าน ขโมยก็แงะประตู หน้าต่างแล้วเหมือนก็เขาอยู่ไม่ได้ ไม่ปลอดภัย คุณแม่ก็เลยไปซ่อมหน้าต่าง ซ่อมประตู ซื้อม่าน คือเหมือนทำบ้านให้เขาใหม่ เราก็แบบทำไมญาติพี่น้องเขาไม่ทำให้ ซึ่งเรื่องการช่วยเหลือความใจดีของคุณแม่เนี่ยเคยเป็นประเด็นในที่บ้านมาแล้ว เพราะว่าตอนนั้นคุณพ่อยังอยู่ คุณพ่อก็ค่อนข้างจะน้อยใจว่า ทำไมไม่ดูแลคนที่บ้านก่อน คุณแม่ออกจากบ้านแทบทุกวัน ไปช่วยคนนู้นช่วยคนนี้ ขับรถให้ญาติ ๆ บ้างเพื่อนบ้าง แต่ตอนนี้คุณพ่อไม่อยู่แล้ว คุณแม่เลยยิ่งแอคทีฟไปใหญ่ ทั้งที่อายุก็เยอะขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหาคือคุณแม่ก็อายุเยอะแล้วก็ไม่อยากให้ขับรถ บางครั้งรถก็มีไปเฉี่ยวกับที่จอดรถบ้าง แต่ไม่ได้รุนแรง เคยพยามพูดแล้วแต่แม่ก็ไม่เชื่อ หนูอยากจะถามพี่ ๆ ดีเจ 2 ข้อคือ “พอจะพูดยังไงให้มัน Effective กว่านี้ หรือว่าเราควรจะพอได้แล้ว?” กับ “ควรจะหากิจกรรมอะไรให้ทำดี” ทางด้านดีเจทั้ง 3 ท่าน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” ให้ความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า ‘ทั้งสองข้อแก้ให้ไม่ได้ค่ะ มันคือเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ในคำถามแรกพูดยังไงให้แม่เปลี่ยนไม่ได้ ถ้าถามว่าคุณแม่ทำมาทั้งชีวิตจะเปลี่ยนยังไงคะ ไม่มีทางเลยก็ให้มอง ถ้ามันเป็นความสุขของเขาก็ปล่อยเขา แต่ว่าดูอันนี้ไม่ได้อันตรายกับท่าน แล้วท่านยังดูแข็งแรงอยู่นะ 76 แล้วออกมาทำแบบบเนี้ยมันคือความสุขจริง ๆ ก็ได้นะถ้าอยู่บ้านแล้วมันไม่มีอะไร เพราะฉะนั้นข้อแรกเราตีไปเลยว่ามันทำไม่ได้มันไม่มีวิธีพูดใด ๆ ส่วนข้อสองกิจกรรมมีครบหลากหลายแล้ว มันต้องมีกิจกรรมที่คนสูงอายุทำแล้วเผาเวลา อย่างเช่นกิจกรรมที่บ้านพักคนชราเขาทำกัน “ไผ่นกกระจอก” “คุณมะม่วง” เสริมต่อว่า ‘เสาร์-อาทิตย์ ถ้าไม่ได้ทำงานก็จะพาแม่ไปกินข้าวไปคาเฟ่กับหลานซึ่งท่านก็ไปด้วย’ ดีเจเลยให้คำปรึกษาต่อว่า ‘คุณแม่ก็ทำดีแล้ว ทำครบทุกย่างแล้วจัดสรรเวลาดีซะด้วย ไม่ได้บกพร่องอะไรที่เราจะไปริดรอนความสุขเขา’ “ดีเจเติ้ล” เสริมต่อว่า ‘เพราะนี่พึ่งเห็นบทความ ‘การที่เราปล่อยให้พ่อแม่เราเกษียณ แล้วปล่อยให้อยู่บ้านเฉย ๆ อ่ะยิ่งทำให้เขาแก่ทำให้เสี่ยงอัลไซเมอร์’ ทำให้ชีวิตเฉามากเลยนะ เพราะเขารู้สึกว่าทำได้อีกตั้งเยอะ นอกจากนี้อาจจะให้ท่านเล่นเกม ออกกำลังกายหน้าห้าง เต้นลีลาศอะไรประมาณนี้ ดีเจมองว่า สิ่งที่คุณแม่ทำเป็นเรื่องน่ารักในวัยเขามากเลยนะ ถ้ามันไม่ได้เสี่ยงอันตรายอะไร แต่ทางที่ดีควรหาคนไปเป็นเพื่อนเขาคอยโทรบอกเวลามีอะไร ถ้าเราไม่มีเวลาตามเขาไปตลอด หรือหาอะไรติดตาม’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูไปทำงานพาร์ทไทม์ที่นึง เจอรุ่นพี่ อายุ 37 แล้ว ขอแอดไลน์กัน เขาถ่ายรูปคู่กับเด็ก 7 ขวบ ถามเขา เขาบอกน้อง คุยไปคุยมา เริ่มคิดถึงเค้า เค้าโทรมาขอเงิน 100 พอเราจะโอนให้ เขาบอก ขอ 200 เลยแล้วกัน

13 ก.ย. 2024

หนูไปทำงานพาร์ทไทม์ที่นึง เจอรุ่นพี่ อายุ 37 แล้ว ขอแอดไลน์กัน เขาถ่ายรูปคู่กับเด็ก 7 ขวบ ถามเขา เขาบอกน้อง คุยไปคุยมา เริ่มคิดถึงเค้า เค้าโทรมาขอเงิน 100 พอเราจะโอนให้ เขาบอก ขอ 200 เลยแล้วกัน

หนูไปทำงานพาร์ทไทม์ที่นึง เจอรุ่นพี่ อายุ 37 แล้ว ขอแอดไลน์กัน เขาถ่ายรูปคู่กับเด็ก 7 ขวบถามเขา เขาบอกน้อง คุยไปคุยมา เริ่มคิดถึงเค้า เค้าโทรมาขอเงิน 100 พอเราจะโอนให้เขาบอก ขอ 200 เลยแล้วกัน โอนเสร็จ เพิ่งรู้ว่าบัญชีเมียเขา และ เขาก็หายไปเลยไม่เจอที่ทำงานแล้ว “คุณเบสท์ (นามสมมติ)” อายุ 20 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [11 ก.ย.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาโอนเงินให้ผู้ชายที่มาจีบ 200 มารู้ทีหลังว่าเขามีลูกมีเมียแล้ว จากนั้นเขาก็หายไป เงินก็ไม่คืน โดย “คุณเบสท์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ขอเกริ่นก่อน พอดีหนูมีเพื่อนสนิทคนนึง เขาทำงานพาร์ทไทม์ในห้างสรรพสินค้าที่นึง เขาก็มาชวนหนูไปทำงาน หนูก็เลยตอบตกลงเพราะค่าตอบแทนค่อนข้างสูง ทีนี้เขารับเด็กพาร์ทไทม์เยอะ หนูเลยได้ไปเจอกับคนๆนึง เขาหล่อ ดูทรงแบดบอย เขาทำงานโซนเดียวกับหนู แล้วเขาก็สนิทกับเพื่อนหนูมาก่อน ต่อมาเขาก็เหมือนจะมาเต๊าะๆ จีบๆหนู ตอนแรกหนูก็ไม่ค่อยชอบ พราะเขาอายุค่อนข้างห่างกับหนูเยอะเลย เขาอายุ 37 ปี ด้วยความที่หนูโสดนาน ไม่มีคนคุยด้วย และเป็นคนใจง่ายนิดๆ พอเขาเต๊าะเข้ามากๆหนูก็ไปชอบเขาแล้ว หลังจบงานเขามาขอไลน์หนู หนูก็ให้ไป พอเขาแอดมา รูปโปรไฟล์ของเขาที่หนูเห็นคือเขากำลังจูงเด็กผู้ชายคนนึงอายุประมาณ 6 – 7 ขวบ หนูก็เลยถามเขาว่าลูกหรอ? เขาบอกว่าเป็นน้อง ด้วยความที่หนูซื่อบื้อก็ไม่ได้คิดอะไร น้องก็น้อง พอเลิกงานเขาก็ทักมาคุยว่า “คิดถึงนะ ฝันดีนะ เจอกันนะ พรุ่งนี้บ่ายสองเดี๋ยวพี่พักงานแล้วจะโทรหานะ” หนูก็รอโทรศัพท์จากเขา จนวันนั้นทั้งวันเขาก็ไม่โทรมา หนูก็เลยตัดใจ ไม่เอาแล้ว ไม่ชอบแล้ว พอเช้าวันถัดมาเขาโทรมาหาหนูช่วง 10 โมง หนูก็เลยกลับมาชอบเขา เขาก็บอกหนูว่า “คิดถึงจังเลย เดี๋ยววันจันทร์ไปกินหมูกระทะกันนะ วันนี้มีแพลนจะไปไหนมั้ย ไปไหนก็อย่าให้ไลน์ผู้ชายนะ อย่าให้ไลน์ใครนะ” เหมือนเขาหวง เป็นห่วงเรา หนูก็เลยคิดกับตัวเองว่า เอาล่ะ ดูทรงเหมือนจะมีแฟนแล้วแหละ ทีนี้เขาก็บอกหนูว่าน้องติดต่อเพื่อนคนนี้ได้มั้ย? บอกเขาว่าโอนตังให้พี่หน่อยร้อยนึง หนูก็งงๆ สะลึมสะลือ เลยให้เขาพูดใหม่อีกรอบ เขาก็บอกว่า “ยืมตังคนนี้ให้หน่อยนะ ให้เขาโอนให้หน่อย” สักพักนึงหนูก็บอกโอเคค่ะ เขาก็วกกลับมาที่หนูว่า “หรือน้องมีก่อนมั้ยตอนนี้?” หนูก็โอนไวด้วย เปย์ ตอนแรกหนูก็ถือสายรอให้เขาส่งคิวอาร์โค้ดมาให้ แล้วเขาก็บอกว่า “เออ...น้องเป็นสองร้อยได้มั้ย?” เดี๋ยวบ่ายสองวันนี้พี่โอนคืนให้ แล้วหนูก็โอนให้เขา ตอนแรกหนูก็สงสัยว่าทำไมบัญชีปลายทางเป็นของผู้หญิง ใช้นางสาว แต่หนูก็เข้าใจว่าคงจะโอนค่าอื่นๆหรือเปล่า? หลังจากนั้นเขาก็ไม่คืน บ่ายสองแล้วก็ไม่คืน วันถัดไปก็ไม่คืน หนูไลน์ไปหาก็ไม่อ่าน ไม่ตอบ คือเขาหายไปเลย ตอนแรกหนูก็ไม่กล้าบอกเพื่อนว่าพี่คนนี้มาขอตัง เพราะกลัวเพื่อนจะว่าเราเป็นสายเปย์ไปเปย์ผู้ชาย จน 4 ทุ่มวันนั้นหนูไลน์ไปบอกเพื่อน เพื่อนหนูก็เลยมาบอกว่า “มึง กูขอโทษนะ รู้หรือเปล่าว่าเขามีลูก มีเมียอยู่แล้ว ขอโทษที่ไม่ได้บอก ไม่ได้คิดว่ามึงจะจริงจัง” ตอนนั้นพอหนูรู้ หนูนอยเลย คือไม่ได้ติดเรื่องเงินเลย แต่หนูนอยมันไม่ใช่อ่ะ ทีนี้เพื่อนก็ถามว่าโอนเข้าบัญชีใครนะ หนูก็เอาชื่อบัญชีให้ดู มันพีคตรงที่บัญชีนั้นเป็นบัญชีเมียเขา เพื่อนหนูก็รู้จักกับเมียเขา เพราะเคยทำงานด้วยกัน เพื่อนเลยเล่าให้ฟังว่าเมียเขาค่อนข้างที่จะโอ้อวดว่าที่บ้านซื้อรองเท้าแบรนด์ดังให้ลูกเลยนะ ใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมต่างๆ เวลาที่หนูให้ใครยืมเงิน หนูไม่เคยทวงเงิน เพราะอยากให้เขาคืนด้วยจิตสำนึกของตัวเอง แต่พอหนูมารู้ว่าคนนี้มีลูก มีเมียแล้ว หนูก็เลยไม่โอเค หนูเป็นคนที่ทวงสุภาพมากเลยนะแบบทักไปบอกว่าทิ้งเลขบัญชีไว้ให้ก่อนนะคะ ไม่ได้ไปจี้ทวง ซึ่งคนนี้เขาก็หายไปเลย หนูทักไปเขาก็ไม่อ่าน ไม่ตอบ เขาเคยบอกว่าเขาทำงานประจำที่นี้ๆ เพื่อนหนูรู้จักกับคนที่ทำงานที่เดียวกับเขา พอไปถามถึงเขา คนที่ทำงานที่เดียวบอกว่า พี่คนนี้เขาลาออกไปเดือนนึงแล้ว เพื่อนหนูทักไปทั้งทางเมียและผัวเลยแต่ไม่มีใครตอบเลยสักคน หนูอยากได้วิธีทวงตังหรือไม่ก็อยากให้พี่ๆดีเจพูดอะไรให้เขาคืนตังหนูหน่อย?’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูคบกับพี่ผู้ชายคนนึงมา 2 เดือนแบบไม่ได้บอกใคร คบแบบไม่เปิดตัว แต่เพื่อนในกลุ่มคนนึงดันมาชอบคนเดียวกับเรา อึดอัดมานาน จนตัดสินใจบอกว่าเรากำลังคบกับพี่เขาอยู่นะ เพื่อนบอกโอเค รับได้ แต่หลังจากนั้น เพื่อนทั้ง 11 คนในกลุ่มก็ไม่คุยกับหนูไปเลย

03 ก.ค. 2024

หนูคบกับพี่ผู้ชายคนนึงมา 2 เดือนแบบไม่ได้บอกใคร คบแบบไม่เปิดตัว แต่เพื่อนในกลุ่มคนนึงดันมาชอบคนเดียวกับเรา อึดอัดมานาน จนตัดสินใจบอกว่าเรากำลังคบกับพี่เขาอยู่นะ เพื่อนบอกโอเค รับได้ แต่หลังจากนั้น เพื่อนทั้ง 11 คนในกลุ่มก็ไม่คุยกับหนูไปเลย

หนูคบกับพี่ผู้ชายคนนึงมา 2 เดือนแบบไม่ได้บอกใคร คบแบบไม่เปิดตัวแต่เพื่อนในกลุ่มคนนึงดันมาชอบคนเดียวกับเรา อึดอัดมานานจนตัดสินใจบอกว่าเรากำลังคบกับพี่เขาอยู่นะ เพื่อนบอกโอเค รับได้แต่หลังจากนั้น เพื่อนทั้ง 11 คนในกลุ่มก็ไม่คุยกับหนูไปเลย เหมือนเขาคิดว่าหนูแย่งของเพื่อน... “คุณน้ำ (นามสมมติ)” อายุ 16 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [26 มิ.ย.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องเพื่อนที่ค่อย ๆ ออกห่าง โดย “คุณน้ำ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว คือหนูมีเพื่อนสนิทในกลุ่มรวมกันทั้งหมด 11 คน แล้วเหมือนจะมีเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มชอบรุ่นพี่ในโรงเรียน ซึ่งหนูรู้ว่าเพื่อนชอบอยู่แล้ว แต่ก็รู้ว่า ณ ตอนนั้นเพื่อนไม่ได้จะจริงจังกับพี่เค้า แต่พอเปิดเทอมที่ผ่านมาเพื่อนก็ได้บอกว่าชอบพี่คนนี้นะ ทั้ง ๆ ที่เราคบกับพี่คนนี้แล้ว ซึ่งตอนแรกหนูยังไม่ได้บอก เพราะว่ากลัวบอกไปแล้วเพื่อนจะไม่โอเค จนเมื่อเร็ว ๆ นี้หนูได้บอกกับเพื่อนว่าหนูคบกับพี่คนนี้เพื่อนโอเคใช่ไหม ตอนแรกเพื่อนก็บอกว่า “โอเค โอเคมาก ๆ” แล้วก็บอกหนูว่าไม่ต้องคิดมาก หลังจากที่หนูบอกไปเพื่อนทุกคนก็ตีตัวออกห่างทั้ง 11 คน หนูก็เลยรู้สึกว่า “เราผิดหรอ” ที่หนักกว่านั้นคือเพื่อนเริ่มแซะหนู เช่น โพสแซะในโน้ตไอจี ด้วยคำประมาณว่า “อุ้ยก็ไม่คิดว่าจะเอาเนาะ” ทั้ง ๆ ที่เพื่อนไม่เคยคุยกับพี่เค้าเลย แต่พี่คนนี้เค้าเป็นคนเข้ามาจีบหนูก่อน ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างหนูกับเพื่อนก็คือเหมือนเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดเลยค่ะ เพราะว่าหนูย้ายห้องเรียนใหม่ หนูเลยอยากถามว่าวันนี้หนูไปเรียนวันแรกเพื่อนยังแซะยังมองจิก หนูควรจะมองจิกกลับไปหรือหนูควาจะอยู่เฉย ๆ’ โดย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘หนูสามารถเป็นศัตรูกับคนทั้งโลกได้เพื่อผู้ชายอย่าได้แคร์ เค้าไม่ใช่แฟนเพื่อนเรา ไว้ให้ได้ก่อนแล้วค่อยเรียกว่าแย่ง เค้าไม่เคยเป็นของเพื่อนตั้งแต่แรก ต่อให้เค้ามาแซะก็ทำตลกไปเลย เช่นหัวเราะ ไม่ต้องแคร์ เพราะเราได้ผู้ชายมาแล้ว ชนะทุกสิ่ง ยินดีเป็นศัตรูกับทั้ง 11 คน คิดในใจแบบนี้ แล้วเพื่อนที่ดีเค้าจะไม่มาแซะเรา เค้าก็ต้องมาสนับสนุน’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าเป็นฮอร์โมนเด็กวัยรุ่นอายุ 16 พี่ว่าหนูไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะเพื่อนไม่ได้ชัดเจนตั้งแต่แรก แล้วผู้ชายก็เป็นฝ่ายเข้าหาเรา แต่พี่ว่าหนูก็อาจจะต้องเข้าใจเพื่อนหน่อยว่าเค้าก็มีสิทธิ์จะโกรธได้ เช่นเค้าอาจจะหวังว่าถ้าจะจีบกันไม่บอกสักคำก่อนหล่ะอะไรประมาณนี้ และในมุมของพี่พี่คิดว่าถ้าเพื่อนที่ดีเค้าควรจะต้องมาคุยกับหนูแบบไม่ใช้อารมณ์ ว่าเรื่องมันเป็นยังไง เกิดขึ้นตอนไหน แต่พี่ว่าเพื่อนน้ำดูเป็นคนว่น และถ้าเพื่อนทั้ง 11 คนเป็นแบบนี้ทั้งหมดพี่ก็ว่าดีแล้วที่เค้าไม่ต้องคบกับหนู เราไม่จำเป็นต้องไปอะไรกับเค้า เราก็เป็นนางเอกของเรานี่แหละ’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่แปลกเลยเพราะว่าเหตุการณ์พวกนี้พี่เห็นตั้งแต่สมัยพี่ 16 แล้วพี่ก็เห็นคนที่คบกับแฟน แล้วถูกเพื่อนไม่คบ พี่ถึงถามว่าถ้าขาด 11 คนนี้ไปน้ำมีเพื่อนกลุ่มอื่นไหม ถ้ามีไม่ต้องแคร์เลย เราก็ไปคบหาเพื่อนกลุ่มใหม่ สุดท้ายโตขึ้นจะรู้เองว่าสิ่งที่ 11 คนนี้ทำมันไร้สาระ แต่มันก็เป็นอย่างนี้มาโดยตลอด ซึ่งแปลกที่ผู้ชายจะไม่ค่อยมีเรื่องแบบนี้เพราะมันจะเคลียร์กัน แล้วก็พี่ไม่อยากให้ไปมองจิกกลับ เพราะเดี๋ยวเรื่องเล็กจะเป็นเรื่องใหญ่ เราอยู่แบบมายด์เซ็ตผู้ชนะ อยู่สวย ๆ ของเราไม่ต้องไปวุ่นวายอะไร’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

พ่อหนู เขาชอบเอาเฟซบุ๊กของแม่ไปเล่น แล้วโพสอะไรที่เสี่ยงโดนทัวร์ลง เอาสถานการณ์บ้านเมือง มาทำเป็นเรื่องตลก บอกพ่อแล้ว แต่พ่อให้เหตุผลว่า เฟซบุ๊กแม่เพื่อนเยอะ พ่อก็เลยอยากโพส ตอนนี้หนูเป็นห่วงแม่

30 มิ.ย. 2025

พ่อหนู เขาชอบเอาเฟซบุ๊กของแม่ไปเล่น แล้วโพสอะไรที่เสี่ยงโดนทัวร์ลง เอาสถานการณ์บ้านเมือง มาทำเป็นเรื่องตลก บอกพ่อแล้ว แต่พ่อให้เหตุผลว่า เฟซบุ๊กแม่เพื่อนเยอะ พ่อก็เลยอยากโพส ตอนนี้หนูเป็นห่วงแม่

พ่อหนู เขาชอบเอาเฟซบุ๊กของแม่ไปเล่น แล้วโพสอะไรที่เสี่ยงโดนทัวร์ลง เอาสถานการณ์บ้านเมืองมาทำเป็นเรื่องตลก บอกพ่อแล้ว แต่พ่อให้เหตุผลว่า เฟซบุ๊กแม่เพื่อนเยอะ พ่อก็เลยอยากโพสตอนนี้หนูเป็นห่วงแม่ว่า ถ้าพ่อยังทำต่ออีกเรื่อยๆ อนาคตอาจจะเกิดกระทบต่อแม่ได้เรื่องนี้ปรึกษาพี่ชายแล้ว พี่ชายบอกว่า ไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับพ่อ ปล่อยให้เขาทำไปแต่หนูเห็นโพสแล้วก็อดเป็นห่วงแม่ไม่ได้ “คุณก้าน (นามสมมติ)” สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [25 มิ.ย 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาพ่อเอาเฟซบุ๊กแม่มาโพสต์สุ่มเสี่ยง โดย “คุณก้าน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘พ่อชอบเอาเฟซบุ๊กแม่ไปโพสต์เล่น แล้วโพสต์ล่าสุดจริง ๆ มันเป็นเหมือนโพสต์ตลก แต่หนูรู้สึกว่ามันสุ่มเสี่ยง เพราะมันเกี่ยวกับบ้านเมือง หนูเลยค่อนข้างเป็นห่วงแม่ เพราะมันไม่ใช่แนวที่แม่จะทำ ปกติแม่ลงแต่เรื่องผ้าปัก หนูจึงถามพ่อ เขาให้เหตุผลมาว่า “เขาเพื่อนในเฟสน้อย อยากให้แม่ลองโพสต์อะไรออกสื่อบ้าง” ซึ่งตอนโพสต์แม่น่าจะรู้ เพราะเหมือนก่อนหน้านี้ พ่อได้เอาเฟซบุ๊กแม่ไปโพสต์เกี่ยวกับเรื่องไปเที่ยว ในส่วนนี้หนูไม่ติดอะไร ตอนแรกที่เห็น หนูคิดว่าพ่อโพสต์ จึงไม่ได้อะไร เพราะปกติพ่อเขาเป็นคนตลก แต่จะเจ้าอารมณ์หน่อย แล้วหนูพึ่งมาเห็นว่าเป็นเฟซบุ๊กแม่ที่โพสต์ หนูจึงทักไปถามพ่อว่า “ทำไมไม่เอาเฟซบุ๊กตัวเองโพสต์ มันไม่ควรหรือเปล่า ทำไมถึงเอาเฟซบุ๊กแม่ไปโพสต์แบบนั้น” พ่อจึงตอบกลับแนวประชด ๆ กวน ๆ มาประมาณว่า “พ่อก็โพสต์ไปแบบขำ ๆ อย่าซีเรียส ใครไม่โอเคก็เรื่องของเขา” แต่กลายเป็นว่าตัวของหนูเองที่ไม่โอเค จึงพูดกับพ่อไปว่า “ลูกไม่โอเค คือ ลูกต้องต้องไปจัดการตัวเองใช่ไหม” พ่อจึงตอบกลับมาว่า “ถูกต้อง” หนูยังไม่เคยคุยเรื่องนี้กับแม่เลย เพราะเขาอยู่ด้วยกันสองคนที่ต่างจังหวัด ส่วนหนูอยู่กรุงเทพ พ่อเขาจะเป็นคนเอาโทรศัพท์ของแม่ไปเล่นเป็นเหมือนของตัวเองเลย ก่อนหน้านี้พ่อเขาไม่ได้โพสต์เชิงนี้ มีแต่โพสต์รูปไปเที่ยว, เช็คอิน แค่นั้นเลย แต่จะใช้เฟซบุ๊กแม่ลง อีกทั้งพ่อเขาจะเอาเฟซบุ๊กตัวเองไปเมนต์ในโพสที่ลงในเฟซบุ๊กแม่อีกที คือเจตนาของหนูคือหนูแค่เป็นห่วงแม่เฉย ๆ กลัวในอนาคตเผื่อพ่อไปทำอะไรมากกว่านี้มันจะมีปัญหา คือถ้าโพสต์ไปอยู่ในเฟซบุ๊กพ่อหนูจะไม่อะไรเลย รวมถึงจริง ๆ พ่อเขาเป็นข้าราชการเกษียณ หนูเลยค่อนข้างห่วงเขาด้วย’ โดยดีเจทั้งสาม (ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม) ได้ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘จริง ๆ พ่อเขาคงตั้งใจให้มันเป็น comedy แต่ว่าข้อความและแคปชั่น มันค่อนข้าง sensitive ซึ่งจริง ๆ หนูควรบอกเขาเรื่องนี้ อย่างแรกคือ ควรเริ่มต้นคุยกับแม่ก่อนว่า “แม่โอเคไหม กลัวไหม” ซึ่งถ้าแม่บอกกลับมาว่า “โอ๊ย แม่ชอบ แม่ก็ขำด้วยเนี่ย” แบบนี้ก้านจะทำอย่างไร คงทำได้เพียงแค่เตือนไปว่า “โพสต์อะไร ให้ระวัง ๆ หน่อย” หรืออาจจะต้องพูดบอกทั้งแม่และพ่อไปว่า“เรื่องนี้มันค่อนข้างเสี่ยงมาก หากมีคนไม่หวังดี เอาไป เดี๋ยวมันจะเป็นเรื่องไป อย่าไปเล่นเรื่องนี้ ข้อความมันแรงไปหน่อย ไปเล่นเรื่องอื่นแทน จริง ๆ มันแก้แค่ไม่กี่คำ แค่ดึงบางคำออกมันจะเซฟขึ้นเยอะ แต่นึกภาพออกนะว่าคนแก่ อาจจะอารมณ์ขันประมาณนี้ พี่แนะนำคือ เตือนพ่อได้ ซึ่งพ่ออาจจะเข้าใจ แต่เขาอาจจะตอบกวน ๆ กลับมา แต่ว่าอนาคตเขาอาจจะระวังขึ้น ถ้าเขาไม่ระวัง หากเขาโดนทัวร์ลงครั้งนึง เดี๋ยวเขาจะระวังขึ้นเอง อาจจะรีพอร์ต ลบโพสต์เฟซบุ๊กแม่ หรือไม่ก็ไปแก้ไขโพสต์ให้เป็น privacy ให้เห็นแค่ only me เลย เขาจับไม่ได้หรอก อีกทั้งหนูเองอยู่ไกลแม่ ไม่สามารถ control ได้ หนูอาจจะต้องสอนแม่อีกที มันสามารถจัดการได้คุณก้าน ลองคุยดูนะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-