แฟนเก่า ทำให้หนูกลายเป็นคนมีปมเรื่องความรักไปเลย เพราะแฟนหนูไปแอบถ่ายพี่หนูอาบน้ำตอนนี้ หนูแต่งงานกับสามีใหม่แล้ว แต่หนูไม่ได้บอกเรื่องนี้เลย ทำให้หนูระแวงกลัวว่าแฟนจะมีพฤติกรรมแอบถ่ายคนอื่นแบบคนเก่าจะทำยังไงดี??

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนเก่า ทำให้หนูกลายเป็นคนมีปมเรื่องความรักไปเลย เพราะแฟนหนูไปแอบถ่ายพี่หนูอาบน้ำตอนนี้ หนูแต่งงานกับสามีใหม่แล้ว แต่หนูไม่ได้บอกเรื่องนี้เลย ทำให้หนูระแวงกลัวว่าแฟนจะมีพฤติกรรมแอบถ่ายคนอื่นแบบคนเก่าจะทำยังไงดี??

12 ธ.ค. 2025

แฟนเก่า ทำให้หนูกลายเป็นคนมีปมเรื่องความรักไปเลย
พี่สาวหนูอาบน้ำอยู่แล้วเงยหน้าไปดู เห็นว่ามีมือถือแอบถ่าย
สรุปว่าแฟนหนูไปแอบถ่ายพี่หนูอาบน้ำ นอกจากพี่สาว
น้องสาวแท้ๆของแฟนเก่าก็โดน ญาติ คนรอบตัวเขาก็โดนหมด
พอเลิกกันไป แฟนเก่าคนนี้ไปคบกับเพื่อนสนิทของหนูอีก
ตอนนี้ หนูแต่งงานกับสามีใหม่แล้ว แต่หนูไม่ได้บอกเรื่องนี้เลย
ทำให้หนูระแวงทุกครั้งที่สามีคุยกับเพื่อนหนู หนูก็จะไม่พอใจ
กลัวว่าเขาจะแอบคบกันเหมือนคนก่อน และ ก็กลัวว่า
แฟนจะมีพฤติกรรมแอบถ่ายคนอื่นแบบคนเก่าจะทำยังไงดี??

       “คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี เป็นสายแรกที่โทรเข้ามาในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาแฟนเก่าแอบถ่ายคลิปพี่สาว แม้จะเลิกกันไปแล้วแต่ก็รู้สึกผิดมาก

       “คุณเอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เรื่องนี้เกิดขึ้นประมาณ 4 ปีที่แล้ว ตอนนั้นหนูคบกับแฟนมาได้ประมาณ 3 ปี เขาเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนเดียวกัน แล้วเขามีปัญหาทะเลาะกับที่บ้านบ่อย โดยเฉพาะกับแม่ เขาเป็นพี่คนโต แล้วแม่เขาเหมือนกลัวว่ามีแฟนแล้วจะสนใจครอบครัวน้อยลง เลยทำให้แม่เขาไม่ชอบหนูหนักมาก ถึงขั้นตามมาด่าพ่อแม่หนูถึงที่บ้าน รุนแรงถึงขั้นสุดท้ายแม่เขาไล่เขาออกจากบ้าน พ่อกับแม่หนูเห็นว่าเขาดีกับหนูมาก ก็เลยให้เขามาอยู่ด้วย แต่ก็แยกบ้านกันคนละหลัง

       มีวันหนึ่งหลังทานข้าวกับครอบครัวเสร็จ พี่สาวหนูขอตัวไปอาบน้ำก่อน ห้องน้ำบ้านหนูเป็นแบบกำแพงปูนสูง ๆ มีสองห้องติดกัน แล้วมีช่องด้านบนโล่ง ๆ หน่อย ตอนที่พี่สาวอาบน้ำอยู่ เขาเงยขึ้นไปเห็นเสื้อของแฟนหนูพาดบนกำแพง แล้วก็เห็นมือถือที่ยื่นขึ้นมาในท่าทางเหมือนกำลังแอบถ่ายอยู่ พี่สาวหนูตกใจมาก รีบคลุมผ้าออกมาจากห้องน้ำ

       พี่สาวมาถามหนูว่า ‘เคสโทรศัพท์แฟนสีอะไร?’ หนูก็ตอบว่า ‘สีดำ’ แล้วก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จนพี่สาวพาหนูกลับไปดูที่ห้องน้ำ หนูเห็นเสื้อของแฟนพาดอยู่จริง ๆ หนูเลยให้พี่สาวไปพักก่อน เพราะตอนนั้นเขาเสียขวัญมาก ส่วนหนูเดินไปเรียกแฟนออกมาจากห้องน้ำ เขาอยู่นานมาก และพอออกมาก็สั่นเหมือนคนทำอะไรผิด หนูเลยขอดูโทรศัพท์ ซึ่งตอนนั้นไม่มีคลิปอะไรแล้ว หนูเลยเก็บโทรศัพท์ไว้กับพี่สาวเพื่อจะเอาไปให้ร้านเช็คในตอนเช้า

       คืนนั้นหนูให้น้า คอยเฝ้าแฟนไว้เพราะกลัวว่าเขาจะทำอะไรแปลก ๆ น้าบอกว่าเขานอนไม่ได้ทั้งคืน เดินไปเดินมาเหมือนคนกลัวมาก จนเช้าวันถัดมาเขาป่วย หนูเลยพาไปโรงพยาบาลและเขาขอให้หนูพากลับไปส่งที่บ้านเขา  พอหนูไปส่งเขาเสร็จกลับมาถึงบ้านตัวเอง พี่สาวก็เปิดคลิปที่ร้านโทรศัพท์กู้คืนมาให้ดู เป็นหลักฐานชัด ๆ ว่าเขาแอบถ่ายพี่สาวหนูจริง ๆ หนูช็อกมาก เพราะคนนึงก็แฟน อีกคนก็พี่ของตัวเอง

       หนูกลัวมาก เลยขอให้พี่สาวตัวเองอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ หลังจากนั้นหนูขับไปที่บ้านเขาอีกรอบเพื่อมาเคลียร์เรื่องนี้กับเขา แต่เขามีอาการเหมือนคนเสียสติไปแล้ว ทั้งถอดสายน้ำเกลือ ขว้างของ และพยายามทำร้ายหนู หนูเลยเอาเรื่องนี้มาคุยกับญาติของเขาและมานั่งนึกก็รู้สึกแปลกใจว่าเมื่อตอนคบกันแรก ๆ เคยเห็นคลิปคล้าย ๆ แบบนี้ในมือถือเขาแล้ว แต่เป็นคลิปคุณอาของเขาที่โดนแอบถ่าย ตอนแรกหนูคิดว่าเป็นคลิปทั่วไป เพราะหน้าไม่ชัด เขาก็บอกว่าเป็นแฟนเพื่อนถ่ายเล่นกัน จนตอนหลังมารู้ว่าน้องสาวแท้ ๆ ของเขาก็เคยโดนถ่ายเหมือนกัน… หนูเลยตัดสินใจเลิก

       แต่ตอนนี้หนูแต่งงานแล้ว สามีดีมาก เราเข้ากันได้ดีทั้งคู่และครอบครัว ถึงจะคบกันไม่นานก่อนจะแต่ง แต่ความสัมพันธ์มั่นคงและอบอุ่นมากจริง ๆ แต่เรื่องในอดีตมันกลายเป็นปมในใจหนูไปแล้ว

       เวลาสามีคุยกับเพื่อนผู้หญิง หนูก็จะคิดลบ คิดมาก จนต้องกินยาช่วยไม่ให้จิตใจพัง บางทีหนูยังไม่อยากกลับบ้าน เพราะพอเห็นหน้าพี่สาว ก็จะนึกถึงเหตุการณ์วันนั้นขึ้นมาอีก ทั้งที่สามีไม่ได้ทำอะไรผิดเลย กลายเป็นหนูที่หงุดหงิดใส่เขาเฉย ๆ หนูยังไม่กล้าเล่าเรื่องทั้งหมดนี้ให้สามีฟังด้วย เพราะมองว่าเรื่องมันหนักมาก ไม่อยากเอาความเครียดนี้ไปให้สามีต้องรับรู้ เลยมาถามว่า…หนูควรทำยังไงดี หนูไม่อยากเอาปมนี้ไปทำร้ายสามีของหนูอีกแล้ว’

       เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเราอยากจะแบกความเครียดไว้คนเดียวเพื่อคนที่เรารัก มันไม่ผิดนะ ถ้าเราแบกรับไหวและไม่กระทบกับคนรอบตัว ถ้ากับสามีคนนี้ เราตกลงว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว พี่เชื่อว่าเราสามารถเล่าให้เขาฟังได้นะ ยิ่งเป็นเรื่องในใจที่ส่งผลกับชีวิตคู่ในปัจจุบันเป็นพี่ก็จะคุยเรื่องนี้กับเขา ถ้าสามีเอเป็นคนดีแบบที่เล่าจริง พี่เชื่อว่าเขาจะเข้าใจและช่วยหาวิิิธีที่ทำให้เอค่อย ๆ ดีขึ้น การที่เรามีคนอยู่ข้าง ๆ กับเรื่องที่มันหนักมากพี่ว่ามันดีกว่าอยู่แล้ว ทั้งหมดนี้ควบคู่ไปกับการปรึกษาจิตแพทย์ได้ เชื่อว่าคุณหมอจะมีวิธีการรักษา จัดการกับความคิดที่ยังจดจำเรื่องเดิม ๆ อยู่’

       ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘เคยได้ยินประโยคนี้ไหม อย่าเอาอดีตมากรีดปัจจุบัน วันนี้ถ้าเอรู้สึกว่าเจอคนที่ดีแล้ว เอต้องรักษาเขาไว้ มันเป็นเรื่องของความไว้ใจเพราะงั้นเราต้องมาแก้ไขปัญหานี้ด้วยกัน จริง ๆ เขาอาจจะคิดว่า ฉันไม่ได้คิดอะไร ฉันนั่งกับใครก็ได้ แต่ถ้าเขารับรู้ปมนี้ของเอ เขาจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเอ เพราะงั้นบอกสิ่งที่อยู่ในใจเรา เพื่อให้เขาสร้างความมั่นใจช่วยเหลือไปกับเรา แต่ในส่วนของเอ เอต้องคิดเสมอว่าเราเจอคนดีแล้ว หน้าที่คือต้องรักษาเขาให้ดี ทำให้เขาอยู่กับเราและสบายใจมากที่สุด’

       และสุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า  ‘พี่เป็นคนนอก พี่ฟังเรื่องนี้พี่ยังเห็นใจที่โดนกระทำจากแฟนเก่า อย่าคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เล่าแล้วจะยิ่งทำให้เขาทุกข์ใจ พี่ว่าเขาจะเข้าใจและเห็นใจเอนะ เขาจะได้รับรู้เรื่องที่มันเกิดขึ้นที่ส่งผลกระทบอะไรต่อชีวิตคู่ของเราตอนนี้ แล้วอีกอย่างเอไม่ได้เป็นคนทำ เอเป็นเหยื่อ และซึ่งตอนนี้แต่งงานแล้ว เขาคือคนที่จะต้องอยู่ทุกช่วงเวลาของเราทั้งร้ายและดี และเรื่องสุดท้ายที่พี่จะบอกคือเอต้องไปคุยกับนักจิตบำบัด พี่ว่าสิ่งที่เจอมันอาจจะรุนแรงและฝั่งลึก คำแนะนำพวกพี่อาจจะช่วยเอมากไม่ได้ เอต้องต้องไปคุยแบบลึกซึ้งเลยว่าจะแก้ปัญหานี้ยังไง นักจิตบำบัดจะช่วยเอได้แน่นอน’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

สามีนอกใจไปมีมือที่สาม เขาไล่หนูกับลูกออกจากบ้าน และเขาก็อยู่ด้วยกันกับชู้อย่างมีความสุข ทิ้งหนูให้เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ความโกรธแค้นนี้ทำให้หนูเกลียดขี้หน้าเขา จนไม่สามารถเผชิญหน้าเพื่อไปหย่ากับเขาได้

30 ม.ค. 2026

สามีนอกใจไปมีมือที่สาม เขาไล่หนูกับลูกออกจากบ้าน และเขาก็อยู่ด้วยกันกับชู้อย่างมีความสุข ทิ้งหนูให้เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ความโกรธแค้นนี้ทำให้หนูเกลียดขี้หน้าเขา จนไม่สามารถเผชิญหน้าเพื่อไปหย่ากับเขาได้

สามีนอกใจไปมีมือที่สามเขาไล่หนูกับลูกออกจากบ้านและเขาก็อยู่ด้วยกันกับชู้อย่างมีความสุขทิ้งหนูให้เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวความโกรธแค้นนี้ทำให้หนูเกลียดขี้หน้าเขาจนไม่สามารถเผชิญหน้าเพื่อไปหย่ากับเขาได้ ‘คุณเอ็มมี่’ (นามสมมติ) อายุ 44 ปี เป็นสายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (28 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาแชร์เรื่องราวกับ ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจเกลือ’ และ ‘หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เกี่ยวกับเรื่องที่สามีนอกใจไปมีมือที่สาม และได้ไล่เธอออกจากบ้านมาเช่าห้องอยู่กับลูก ทิ้งให้เธอเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว แล้วเลือกอยู่อย่างสุขสบายในบ้านหลังเดิมกับมือที่สาม ‘คุณเอ็มมี่’ ได้เล่าว่า เธอกับสามีเริ่มคบกันตั้งแต่ปี 2559 จนปี 2565 สามีก็ได้นอกใจและไปมีมือที่สาม แต่เขาก็ไม่ตัดสินใจเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง คุณเอ็มมี่จึงเลือกที่จะยังอยู่ในความสัมพันธ์นั้น เพราะไม่อยากให้ลูกทั้งสองมีปมเกี่ยวกับครอบครัว เมื่อต้องทนกับความสัมพันธ์ที่เจ็บปวด คุณเอ็มมี่จึงได้โทรไปหามือที่สามเพื่อที่จะเคลียร์เรื่องทั้งหมด แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรออกไป เมื่อสาวคนนั้นกดรับสายโทรศัพท์ คุณเอ็มมี่ก็ได้กดวางสายทันที หลังจากนั้นสามีก็ได้โทรมาต่อว่าและไล่คุณเอ็มมี่ออกจากบ้าน ตัวของคุณเอ็มมี่จึงได้ย้ายออกมาเช่าห้องอยู่กับลูกอีก 2 คน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นในปี 2567 ที่ผ่านมา คุณเอ็มมี่กลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวอย่างเต็มตัว เนื่องจากสามีของเธอนั้นไม่ได้ช่วยในการเลี้ยงดูลูก ทั้งค่าเรียน ค่าของใช้ รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของลูก คุณเอ็มมี่ล้วนเป็นคนทำงานหามาจ่ายเองทั้งสิ้น ส่วนสามีจะมีแวะมาหาลูกบ้าง ชั่วโมงหนึ่ง หรือครึ่งชั่วโมง แต่ไม่ได้ทำหน้าที่พ่ออย่างที่ควร เวลามาหาลูกยังชอบให้ลูกคุยโทรศัพท์กับมือที่สามอีกด้วย อีกทั้งคุณเอ็มมี่ยังได้บอกเกี่ยวกับความรู้สึกเพิ่มเติมว่า เธอนั้นต้องการหย่ากับสามี ซึ่งฝ่ายสามีก็คิดเช่นกันเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างต้องการหย่า และจบความสัมพันธ์ที่คาราคาซังนี้ แต่คุณเอ็มมี่ก็ได้บอกว่า อีกใจหนึ่งเธอก็โกรธแค้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอมีความคิดที่ไม่อยากหย่า เพื่อที่จะให้มือที่สามยังคงตำแหน่งมือที่สามต่อไป และที่เธอคิดทำแบบนี้ก็เพื่อจะแก้แค้นในสิ่งที่เธอเจอมา ทั้งที่เธอก็รู้ว่าการอยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้มันจะ Toxic กับชีวิตก็ตาม สุดท้ายคุณเอ็มมี่ได้ขอคำปรึกษากับเหล่าดีเจและคุณหมอท้อปว่า ตัวของเธอนั้นไม่สามารถกลับไปเผชิญหน้าเพื่อจะทำการหย่าร้างกับสามีได้ และที่โทรมาในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร ในครั้งนี้ ก็เพื่อต้องการทราบว่า ตัวเธอนั้นควรทำอย่างไรต่อไปเพื่อที่จะให้ตัวเองกล้าไปเผชิญหน้ากับสามีที่ตนเกลียดเข้าไส้ เพื่อดำเนินการทำการหย่าร้างตามกฎหมายให้ความสัมพันธ์นี้จบลง อีกทั้งยังเธอควรจะทำอย่างไร กับการที่ยังมีความรู้สึกที่อยากจะแก้แค้นมือที่สามอยู่ หลังจากฟังเรื่องราวของคุณเอ็มมี่จบ เหล่าดีเจและคุณหมอท้อปก็ได้เริ่มให้คำปรึกษาคุณเอ็มมี่ด้วยความเห็นใจ โดยเริ่มจาก ‘ดีเจเกลือ’ ที่ได้กล่าวว่า “คิดว่าหน้าที่การเลี้ยงดูลูกเป็นเรื่องของทั้งพ่อและแม่ ไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่งที่ต้องแบกรับภาระไว้ฝ่ายเดียว คุณเอ็มมี่สามารถฟ้องหย่า และฟ้องค่าเสียเวลาได้ ส่วนเรื่องลูกก็ไม่ต้องกลัวว่าลูกสามารถอยู่กับเราได้มั้ย เพราะศาลน่าจะเห็นเหตุผลชัดเจนอยู่แล้ว ส่วนในเรื่องของการหย่า ถ้าคิดว่าการต้องไปเผชิญหน้ากับเขานั้นมันไม่ไหวจริง ๆ ก็ขอให้คิดถึงลูกเป็นหลัก นึกถึงหน้าลูกไว้เยอะ ๆ ว่าการไปเจอหน้ากันครั้งนี้เพื่อให้ลูกไม่ต้องเจอกับความ Toxic ต่อไป” นอกจากนี้ ‘ดีเจเกลือ’ ยังยกเคสกรณีของตนที่เคยผ่านประสบการณ์การหย่าร้างมาแล้วว่า “อย่างคู่ผมก็มีปัญหานี้เหมือนกัน ยอมรับว่าเราอยู่ร่วมกันไม่ได้ แล้วเราก็ทะเลาะกัน แต่สิ่งเดียวที่ทำให้เราใจเย็นได้ก็คือลูกนี่แหละ และเราทั้งคู่จะไม่ให้ลูกเห็นเวลาทะเลาะกันเลย ช่วงไหนที่เรารู้สึกว่าเราเจอกันไม่ได้เราก็จะห่าง ๆ กัน แล้วจะหาเหตุผลไปบอกกับลูกว่า ‘โอเคบางครั้งความรักมันแปรเปลี่ยนได้ พ่อแม่ยังเป็นเพื่อนกันได้ อาจจะไม่ใช่แฟนกันแล้ว แต่ก็ยังเป็นพ่อแม่ของลูกเสมอ’ ใด ๆ คือให้คิดถึงลูกไว้ ผมว่ามันจะเป็นพลังให้เราสามารถเผชิญหน้ากับสามีได้ คิดว่าทำเพื่อลูกครับ” ต่อมา ‘ดีเจต้นหอม’ ได้กล่าวว่า “เก็บหลักฐานว่าเขามีชู้ เก็บหลักฐานว่าเขาอยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตด้วยกัน เอาให้เห็นเลยว่าเขานอกใจเราจริง ๆ ในขณะที่เรายังถือทะเบียนสมรสอยู่ แล้วเราก็ไปทำเรื่องฟ้องสามี เรียกค่าเลี้ยงดู ฟ้องชู้เพราะทำผิดกฎหมาย ใช้วิธีการฟ้องหย่ากันเพื่อเอาเงินมาเลี้ยงดูลูก และทุก ๆ การเจอกันก็อยากให้คิดไว้ว่า ทำเพื่อลูก และแม่จะจบสิ่งนี้เพื่อลูก” มาที่ด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้กล่าวต่อว่า “คือจริง ๆ เห็นด้วยกับพี่เกลือ กับพี่หอม ว่าอยากให้ฟ้องหย่า เพราะว่าสิ่งที่เขาทำกับคุณเอ็มมี่คือเขาไม่มีความรับผิดชอบ เขาควรต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เขาสร้างมากับเรา นั่นก็คือลูก เขาไม่ควรปัดปัญหาแบบนี้ แต่ในกรณีที่คุณเอ็มมี่ไม่อยากวุ่นวาย อันนี้พี่เสิร์จใน Google นะ เหมือนมันจะมีวิธีการที่สามารถหย่ากันได้โดยเราไม่ต้องไปเจอเขา โดยการจดทะเบียนหย่าต่างสำนักทะเบียน เพียงแต่คุณเอ็มมี่ต้องตกลงกับเขาว่าเราจะหย่ากันแต่โดยดี และก็เรื่องทรัพย์สิน เรื่องต่าง ๆ พี่ว่าสามารถลองไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้นะ แต่ถ้าสุดท้ายในกระบวนการมันยังต้องไปเจอกันอีก ก็นึกในแบบที่พี่เกลือบอกแหละว่าเราไปเจอเขาเพื่อหลังจากนี้ไม่ต้องเจออีก และเพื่อให้ทำลูกสบายใจด้วย มันจะได้จบปัญหานี้สักที พี่เข้าใจความรู้สึกของคุณเอ็มมี่ว่าเกลียดมากจนไม่อยากเจอหน้า แต่คุณเอ็มมี่จะหนีไปทั้งชีวิตไม่ได้ พี่ว่าลองกลั้นใจไปเผชิญหน้ากับเขาเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อจบเรื่องและปัญหาทั้งหมด พี่ว่าผลลัพธ์มันก็อาจจะคุ้มค่าพอที่เราจะต้องไปเจอหน้าคน ๆ นี้อีก” สุดท้ายคือการให้คำปรึกษาจาก ‘คุณหมอท้อป’ ว่า “อย่างแรกคือเราก็ไม่รู้ว่า การที่เราปล่อยเขาเป็นมือที่อยู่สามอยู่แบบนี้ เขาจะรู้สึกทรมานใจหรือป่าว เพราะตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ก็ไม่เห็นจะดูทรมานเลย เราอาจจะไม่ได้สิ่งที่เราคิดว่าได้ก็ได้ แต่ว่าอย่างแรกเลย การที่เรารู้สึกแย่มันคือความรู้สึกของคนปกติ อยากให้ยอมรับก่อนว่า เราโกรธก็คือโกรธ ความรู้สึกมันเยอะแยะไปหมด ซึ่งเท่าที่ฟังจากคุณเอ็มมี่มา จะไม่โกรธก็แปลก เพราะงั้นเราเป็นคนปกติ เราโกรธได้ แต่ปัญหาหลังจากที่เราโกรธ เรารู้ว่าอารมณ์เราเป็นยังไง แล้วเราจะทำยังไงต่อ เพราะถ้าเกิดเราไม่ตั้งสติขึ้นมาเราจะเกิดความงงว่าแล้วฉันควรจะไปทางไหนต่อดี” ซึ่งคุณหมอท้อป ก็ได้กล่าวให้ฟังเพิ่มเติมว่าในกรณีนี้ในพาร์ทของสามีภรรยากับพาร์ทของลูกนั้นต่างกัน โดยกล่าวว่า “ถ้าเกิดพูดถึงเรื่องสามีภรรยา ให้เราทบทวนความคิดตัวเองก่อน ว่าเราอยากจะหย่าจริงมั้ย เพราะพอเมื่อกี้เริ่มคุย ๆ กันไปสักพักเริ่มมีคำพูดแล้วว่า อาจจะไม่ได้อยากหย่า แต่คำถามคือถ้าไม่หย่าแล้วจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ กรณีที่ต้องอยู่ไปแบบนี้ มันโอเคต่อตัวเรา และลูกจริง ๆ หรอ ซึ่งถ้าเขาไม่ได้รู้สึกว่าเขาผิด เขาก็จะอยู่แบบมีความสุขเหมือนเดิม หรือเขาอาจจะรู้ว่าผิด แต่เขาไม่ได้แคร์ก็ได้ ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคืออย่าไปคิดแทนเขา และการที่ปล่อยเขาเป็นมือที่สามต่อไป เขาอาจจะไม่สะทกสะท้านอะไรก็ได้เลยก็ได้ ถ้าสะทกสะท้านเขาคงไม่เลือกทางนี้แต่แรกอยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดว่าเราอยากจะตัดปัญหานี้ให้จบ เราก็ต้องดูว่ามันมีวิธีไหนบ้าง หลาย ๆ คนก็เลือกให้กฎหมายช่วย หรืออาจจะให้บุคคลอื่นมาช่วยไกล่เกลี่ย ว่าจะแบ่งหน้าที่ของสามีภรรยากันยังไง” และคุณหมอท้อปก็ได้พูดต่อในพาร์ทของลูกว่า “ในส่วนของลูกจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย หมอรู้ว่าเราพยายามจะเป็นแม่ที่ดี การที่เราอยากเป็นแม่ที่ดีคือการเอาลูกมาใส่ใจ แต่ตอนนี้จะแอบสับสนมั้ยว่า การเป็นแม่ที่ดี กับการที่เอาลูกมาเป็นตัวประกัน หรือเอาลูกมามีส่วนร่วมในสนามรบด้วย มันค่อนข้างลำบาก ตัวประกันในที่นี้เราอาจจะไม่ได้ตั้งใจจะให้เขามาเป็น แต่หมายถึง คือการดึงลูกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยซึ่งอาจจะอันตราย เพราะว่าไม่แน่ใจว่าอันไหนจะแย่กว่ากัน ระหว่างลูกต้องนั่งฟังว่าเมื่อไหร่แม่จะหย่ากับพ่อ กับลูกต้องเห็นแม่มานั่งทรมาน โกรธแค้นใจจนเขาโต มันก็อาจจะเป็นปมปัญหานึงในชีวิตของลูกได้ หมอว่าสามีรักเราป่าว เราไม่รู้ แต่ลูกรักเราแน่นอน เราทำให้คนที่เขารักเราและเรารักเขาดีกว่ามั้ย ถ้าเราข้ามผ่านเรื่องเลวร้ายแบบนี้ไปได้ สักวันที่ลูกโตขึ้น ลูกจะเห็นแม่เป็นตัวอย่างที่ดี ที่ถึงแม้ว่าแม่จะเจอเรื่องที่แย่มาขนาดนี้ แต่แม่ยังดูแลเขา ยังเข้มแข็ง และยังคงเป็นแม่ที่ดีได้ต่อไป เมื่อถึงวันนั้นเขาก็จะเห็นเอง ว่าใครคือคนที่รักและทุ่มเทให้กับเขามาโดยตลอด”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ยังไงคะคุณแม๊! คบกับแฟนมา 5 ปี ย้ายไปอยู่บ้านแฟน แต่แม่แฟนใช้ชื่อแฟนเก่า เรียกเราทุกครั้ง ทั้งๆที่ชื่อไม่เหมือนกันเลย แฟนเก่าแฟนเค้าเคยคบกันมา 7 ปี จนตอนนี้เราอึดอัดย้ายออกจากบ้านแฟนมาแล้ว ล่าสุด แม่เพิ่งแชร์รูปแฟนเก่าของแฟนใน Facebook ด้วย

22 มี.ค. 2024

ยังไงคะคุณแม๊! คบกับแฟนมา 5 ปี ย้ายไปอยู่บ้านแฟน แต่แม่แฟนใช้ชื่อแฟนเก่า เรียกเราทุกครั้ง ทั้งๆที่ชื่อไม่เหมือนกันเลย แฟนเก่าแฟนเค้าเคยคบกันมา 7 ปี จนตอนนี้เราอึดอัดย้ายออกจากบ้านแฟนมาแล้ว ล่าสุด แม่เพิ่งแชร์รูปแฟนเก่าของแฟนใน Facebook ด้วย

“คุณปาล์ม (นามสมมติ)” อายุ 33 ปีสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [20 มี.ค. 67] ได้โทรมาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล และ ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับแม่แฟนชอบเรียกชื่อเราเป็นแฟนเก่าตลอด โดย “คุณปาล์ม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมา 5 ปี ทุกครั้งที่ต้องไปเจอแม่แฟนหรือพูดคุยกัน เขาจะชอบเรียกชื่อหนูเป็นชื่อแฟนเก่าของลูกชายเขาตลอด ปกติหนูแทนตัวเองว่าหนูตลอด แต่แฟนจะเรียกชื่อของหนู แล้วคุณแม่เขาก็ชอบไปแชร์รูปแฟนเก่าของแฟนเราด้วย เพราะเป็นรูปที่แฟนเก่าถ่ายกับหลานเขา หลานเป็นลูกของน้องชายแฟนที่แม่เคยเลี้ยง แต่หนูก็พยายามที่จะทำดีด้วย พยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีตลอด ตอนนี้หนูกับแฟนมีลูกด้วยกันแล้ว และก็แยกบ้านอยู่กับแม่แฟน แต่ก่อนที่จะแยกบ้านแม่เขาเคยพูดว่า ไม่ชอบเด็ก เกลียดเด็ก ไม่อยากได้ยินเสียงเด็ก หนูเลยแยกออกมาอยู่ที่อื่น เพราะหนูคิดว่า 5 ปีแล้วทำไมถึงยังเรียกผิดอยู่ แล้วหนูก็รู้สึกในใจว่าแม่เขาคิดอะไรเพราะแม่ก็อายุแค่ 55 เอง หนูอยากถามพี่ ๆ คิดว่าแม่เขาคิดอะไรไหมแล้วมีวิธีรับมือยังไงบ้าง คำแนะนำจากดีเจเผือก : มันแก้ไม่ได้หรอกกับคนที่ใช้ชีวิตมา 55 ปี มันมีแหละเวลาที่ผ่านไปแล้วจะชนะใจแม่ผัวได้ แต่ก็อย่าไปคาดหวังว่าทุกอย่างมันจะต้องดีขึ้นแบบที่จะต้องรักกันเอ็นดูกัน แต่ถ้าเราเปลี่ยนเขาไม่ได้เราก็ต้องเปลี่ยนที่ความรู้สึกของตัวเองว่าเราอย่าเอาความสุขของเราไปผูกกับปฏิกิริยาของเขามาก แล้วยิ่งได้แยกกันอยู่คิดว่าความปวดหัวมันลดไปเยอะเลยนะ คือจินตนาการว่าถ้ายังอยู่บ้านเดียวกันพวกคำพูดอะไรเหล่านี้คงจะทำร้ายเราแทบจะทุกวัน ซึ่งคำว่าทำร้ายเราต้องเข้าใจก่อนว่าบางทีเขาก็พูดไปเรื่อยนะ มันอาจจะไม่ถูกต้องถูกใจเราแต่บางทีเราก็ไม่รู้หรอกว่าเจตนาเขาเป็นแบบไหน เราฟังก็ไม่รู้หรอกว่าคาแรคเตอร์แม่สามีคุณปาล์มเขาเป็นแนวไหนกันแน่ พูดไปเรื่อย ปากร้ายใจดีหรือไม่ชอบหน้ากันจริง ๆ แต่เอาเป็นว่าถ้าคุณปาล์มอยากเอาชนะใจก็เป็นตัวของตัวเองแหละ เพราะสุดท้ายแล้วถ้าเราเชื่อมั่นว่าตัวเราไม่ได้มาร้ายอะไร แล้วเราก็เป็นแม่ของหลานเขา เป็นเมียของลูกเขาวันนึงก็อาจจะดีขึ้นก็ได้ แต่คุณปาล์มไม่ต้องไปหวังว่าจะดีขึ้นอะไรมากมายเป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องไปอยู่ใกล้อะไรมากมีความสุขกับสามีกับลูกของตัวเอง เดี๋ยวพอเขาอายุสัก 3-4 ขวบ คุณปาล์มก็จะมีความสุขกับลูกมาก เพราะเดี๋ยวเขาเริ่มพูดเอง มีความคิดเป็นของตัวเองมากขึ้น อะไร ๆ ที่ออกมาจากปากเขามันจะทำให้เรามีความสุขมากขึ้น ก็อยู่กับสิ่งที่สร้างความสุขให้เราอะไรที่มันทำให้เรารบกวนจิตใจมากก็เลี่ยง ๆ ไม่ต้องไปเจอ ส่วนเรื่องเรียกชื่อผิด ๆ ถูก ๆ อยู่ก็แทนชื่อตัวเองไปเลย ถ้ายังผิดอีกก็หายใจลึก ๆ และคิดว่าเขาเป็นแม่ผัวเราแค่นั้นเอง คำแนะนำจากดีเจเติ้ล : พี่เห็นด้วยกับพี่เผือกว่าต้องไม่คาดหวังว่าเขาเรียกเราถูก ทำตัวให้ชินไปเลยว่าถ้าฉันไปบ้านเมื่อไรฉันจะมีอีกชื่อนึง เพราะว่าตอนนี้เราไม่รู้ว่าที่เขาเรียกเพราะเขาหลงลืม เขาติดปากหรือเขาตั้งใจซึ่งคิดไปก็ปวดหัว แต่ตอนนี้หนูออกมาอยู่กับครอบครัวแล้วอะพี่ว่าก็แฮปปี้และที่เขายอมปล่อยออกมา แล้วยิ่งไปคาดหวังก็จะยิ่งเฮิร์ทป่าว ๆ สำหรับพี่ก็แค่คนคนนึงที่เราไม่ได้สนิทอะไรกับชีวิตมากก็ไม่ต้องคาดหวังว่าเขาจะมาจำอะไรเราหรอกสำหรับพี่นะ ถ้ามันจะทำให้พี่ะบายใจอันนี้ตอบแบบจริงใจ ถ้าตอบแบบขำ ๆ ปาล์มลองแทนตัวเองเป็นชื่อที่เขาเรียกไปเลย สมมติเขาเรียกหนูว่ากิ๊ฟ อ๋อค่ะกิ๊ฟก็ว่าอย่างนั้นแหละ ดูสิว่าเขาจะเอ๊ะไหม ถ้าเขาแกล้งจริง ๆ เขาก็คงแบบ อ้าวไม่ได้ชื่อกิ๊ฟแล้วทำไมแทนตัวเองว่ากิ๊ฟอะ ก็ลองดูว่าจะเอายังไง และ คำแนะนำจากดีเจต้นหอม : พี่ว่าแม่ผัวยังไม่ได้ร้ายอะไรมาก มันแค่มีปัญหาเล็กน้อยสำหรับการได้แม่ผัวอย่างนี้ แล้วเขาไม่ยุ่งกับเราคือเป็นบุญที่สุดแล้ว การที่เรามีครอบครัวและแม่ผัวไม่มาวุ่นวายกับเรานี่คือข้อดีที่ใหญ่มากมาทดแทน แต่ถ้าเรื่องนี้มันกวนใจ อันดับที่ 1 คือแทนชื่อตัวเองทุกครั้งแบบที่พี่เผือกบอก แทนตัวเองว่าปาล์มอย่างนู้น ปาล์มอย่างนี้ และอย่างที่ 2 ก็คือพี่เติ้ล ก็เป็นคนนั้นไปเลยไม่ต้องไปคิดว่ามันคือแฟนเก่า แต่มันชื่อซ้ำกันได้ไม่เป็นไรฉันชื่อนี้ได้ กับ 3 แสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ไปเลยที่เกี่ยวกับชื่อคุณ ถ้าสุดท้ายแล้วไม่รอดจริง ๆ ก็เปลี่ยนที่ความคิดเราเพราะว่าสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา ชั่งน้ำหนักแล้วมันมากกว่าสิ่งเล็กน้อยนี้มาก แล้วให้ลูกเราเรียกว่า แม่ปาล์ม ๆๆ ทุกครั้ง หรือจริง ๆ เขาอาจจะลืมจริง ๆ ก็ได้เพราะเราก็ไม่ได้เจอเขาบ่อยขนาดนั้นเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนของหนูแอบไปคุยกับคนเก่าในแอคลับ เขายอมรับว่าเขาจดทะเบียนสมรสกับคนเก่าและตอนนี้ยังไม่ได้มีการหย่ากัน!! หนูควรจะไปต่อหรือพอแค่นี้ดีคะ ?

13 มี.ค. 2026

แฟนของหนูแอบไปคุยกับคนเก่าในแอคลับ เขายอมรับว่าเขาจดทะเบียนสมรสกับคนเก่าและตอนนี้ยังไม่ได้มีการหย่ากัน!! หนูควรจะไปต่อหรือพอแค่นี้ดีคะ ?

แฟนของหนูแอบไปคุยกับคนเก่าในแอคลับเขายอมรับว่าเขาจดทะเบียนสมรสกับคนเก่าและตอนนี้ยังไม่ได้มีการหย่ากัน!!หนูควรจะไปต่อหรือพอแค่นี้ดีคะ ? ‘คุณแตง (นามสมมติ)’ อายุ 24 ปี สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 มีนาคม 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนยังไม่หย่ากับแฟนเก่า แถมยังแอบคุยกันในแอคลับอีกด้วย!! โดย ‘คุณแตง (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “หนูกับแฟนคบกันมาได้ 1 ปีแล้ว ระหว่างที่เราคบกันก็มีปัญหากันบ้าง คือเรื่องที่แฟนของหนูแอบไปคุยกับคนเก่า จนวันหนึ่ง เขาก็ยอมรับว่าเขาจดทะเบียนสมรสกับคนเก่า และตอนนี้ยังไม่ได้มีการหย่ากัน หนูก็ถามเขานะคะ ว่าคิดจะหย่ากันบ้างไหม เขาก็รับปากกับหนู ว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้ภายในสิ้นปี 2568 แต่สุดท้ายเขาเองก็ไม่ไปหย่าตามที่พูด เมื่อไม่นานมานี้ หนูแอบเปิดโทรศัพท์ของแฟนเพื่อที่จะดูว่าเขาแอบมีคนอื่นอีกหรือเปล่า จนหนูได้เปิดเขาไปดูในแอคหลุมของเขา ปรากฏว่าหนูเห็นเขาคุยกับแฟนเก่าที่จดทะเบียนสมรสกัน ในแชตมีบทสนทนาเชิงชู้สาวเยอะมาก เช่น ฝ่ายหญิงถามแฟนหนูว่า จะไปหาเขาไหม เพราะแฟนใหม่ของฝ่ายหญิงไม่อยู่บ้าน ทั้งยังส่งรูปภาพหากัน พูดแทนกันว่าสามีภรรยา ทั้งที่เลิกกันไปแล้ว และต่างคนก็ต่างมีแฟนใหม่กันทั้งคู่ หนูรู้สึกเสียใจมาก ย้อนกลับไปเมื่อกลางปีที่แล้ว เคยมีสายโทรศัพท์โทรเข้ามาหาแฟนของหนู ซึ่งหนูก็แอบได้ยินเสียงจากปลายสายถามเขาว่า "ถึงบ้านแล้วหรือยัง" แต่แฟนหนูตอบกลับเขาไปว่า "ตอนนี้ผมไม่สะดวกครับ" ก่อนจะรีบตัดสายไป หนูเองก็ถามเขานะคะว่าใครโทรมาหา เขาก็อ้างว่าเป็นคอลเซ็นเตอร์ ตอนนั้นเขาคงไม่รู้ว่าหนูได้ยินเสียงที่อยู่ในสาย หนูก็ทำได้แค่ปล่อยเรื่องไปนี้ และไม่ได้ถามอะไรต่อ เวลาผ่านไปได้ไม่นาน เรื่องนี้ยังคงค้างคาอยู่ในใจ จนทนไม่ไหว ต้องถามเขาไปตรง ๆ อีกครั้ง แต่เขาก็ยืนยันว่าเป็นคอลเซ็นเตอร์โทรมา รวมทั้งยังเปิดรูปให้ดูอีกด้วย ว่าเบอร์ที่โทรมานั้น เป็นเบอร์เลข 4 ตัว ซึ่งมันไม่ใช่เบอร์ของคนทั่วไป จนวันที่จับได้ว่าเขาแอบคุยกับแฟนเก่าในแอคหลุม หนูก็เข้าไปค้นสายโทรออกของเขา ทำให้หนูรู้ว่าเบอร์เลข 4 ตัวที่เขาอ้างว่าเป็นคอลเซ็นเตอร์นั้น ถูกเมมชื่อเป็นตัวเลขอยู่ในโทรศัพท์ ซึ่งเบอร์นั้นมันคือเบอร์ของแฟนเก่าเขา พวกเขาโทรหากัน เฟสไทม์หากัน เวลา 3 - 4 ทุ่มแทบจะทุกวัน มันเลยทำให้หนูรู้ว่า ทุกครั้งที่เขาบอกฝันดีหนู เขาเอาเวลาหลังจากนั้นไปคุยกับแฟนเก่าของเขาตลอดเลย หลังจากคืนนั้นที่หนูรู้ความจริงทั้งหมด หนูได้เปิดหน้าจอของแชตเขาค้างไว้ เพื่อต้องการที่จะให้เขาได้รู้ตัว แต่เขาก็ยังคงทำตัวปกติ หนูจึงคุยกับเขาไปตรง ๆ เขาก็ยังปฏิเสธ จนหนูยื่นคำขาดกับเขาไปว่าจะโทรไปหาผู้หญิงคนนั้นหากไม่ยอมรับ เขาก็บอกให้หนูโทรไปได้เลย ตอนนั้นหนูไม่โอเคมาก ๆ จนเขายอมขอโทษหนู และอ้างว่าเขาคุยกันแค่เรื่องหนี้สิน และเรื่องแมวเท่านั้น ตัวหนูเองก็ไม่เชื่อในสิ่งที่เขาบอก หนูก็ไม่เคยเข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพวกเขาต้องแอบคุยกัน อย่างน้อยให้หนูรู้ด้วยก็ยังดีกว่า แต่เขาก็ให้เหตุผลมาว่าไม่อยากให้หนูรู้เรื่อง เพราะกลัวหนูคิดมากแล้วไปหาเรื่องอีกฝ่าย หนูก็บอกเขาไปว่าถ้าเป็นแบบนี้ มันก็เหมือนนอกใจกันไปแล้ว และเขาก็ไม่ได้นอกใจไปหาคนใหม่ แต่กลับนอกใจไปหาคนเก่า แบบนี้มันทำให้หนูรู้สึกเจ็บกว่า เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้หนูได้บอกเลิกเขาไป แต่เขาก็ไม่ยอมเลิกกับหนู หลังจากนั้นหนูได้กดติดตามแอคหลุมของผู้หญิงคนนั้นไป พอผู้หญิงคนนั้นรู้เรื่อง เขาก็ทักมาหาแฟนหนูว่า ‘เธอเกมแล้วหรอ’ ก่อนที่เขาจะขอเบอร์หนูเพื่อที่จะโทรมาบอกว่ามันไม่มีอะไร หนูจึงพูดเรื่องหย่าไปตรง ๆ แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับบอกว่าไม่สะดวก เพราะต้องทำงานและเรียน ไม่มีเวลาว่าง อีกอย่างเขาก็ไม่รู้จะบอกแฟนใหม่ของเขายังไง เพราะแฟนใหม่ของเขาก็ไม่ได้รู้เรื่องนี้ด้วย ในตอนนั้นเขาพูดกับหนูคำหนึ่ง ซึ่งมันทำให้หนูรู้สึกเจ็บมาก ๆ เขาบอกว่า ‘เรื่องนี้หนูไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะหนูเป็นแค่แฟนใหม่ของผู้ชายคนนั้น หนูเป็นคนอื่นในความสัมพันธ์ คนที่คบกันมาได้เพียงแค่ปีเดียว ก็ไม่ควรมายุ่ง’ หนูจึงบอกเขาไปตรง ๆ ว่าหนูรู้สึกไม่โอเคกับเรื่องนี้จริง ๆ หนูเสียใจ รู้สึกเครียดตลอดเวลา หนูก็กลัวการฟ้องร้องในอนาคต หากพวกเขายังไม่ยอมหย่ากัน ผู้หญิงคนนั้นจึงยอมบอกว่า สิ้นปี 2569 นี้เขาจะเรียนจบ และจะหาเวลาไปทำเรื่องหย่าให้ ความสัมพันธ์ของหนูกับแฟนในตอนนี้อยู่ในช่วงห่างกันค่ะ เราแทบไม่ได้คุยอะไรกันเลย เพราะแฟนเขาต้องไปเข้าฝึกอบรมอยู่ในค่ายแห่งหนึ่ง ไม่ค่อยมีเวลาคุยกันสักเท่าไหร่ อย่างมากก็แค่วันละ 5 นาที ในความสัมพันธ์แบบนี้ หนูควรจะไปต่อหรือพอแค่นี้ดีคะ” เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าเป็นพี่คงเลือกความสบายใจของตัวเองเป็นหลักมากกว่า อย่าเอาชีวิตของเราไปยึดติดไว้อยู่กับคนอื่น เราคงต้องถามตัวเองว่าเราโอเคกับการที่เขามีทะเบียนสมรสค้างอยู่หรือเปล่า มันมีผลแน่ ๆ ทั้งจิตใจและทางกฏหมาย เราคงไปคุยกับแฟนเก่าเขาไม่รู้เรื่องหรอก ยังไงก็มีปัญหาแน่ ๆ ตอนนี้เรายังอยู่ในสถานะชู้ในแง่ของกฏหมายอยู่ ถ้าแฟนของเราไม่เคลียร์ปัญหาเรื่องแฟนเก่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ยังไงก็ต้องเลิก” ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “มันไม่มีอะไรดีเลยในความสัมพันธ์แบบนี้ มันเป็นความตั้งใจที่เขาต้องการหลอกเรา ทุกอย่างที่เขาทำเพื่อที่จะหลอกเราไปคุยกับคนอื่น เราเชื่ออะไรเขาไม่ได้เลย คนรักกันมันต้องมีความเชื่อใจซึ่งกันและกัน เขาสองคนทำสิ่งที่เป็นเหมือนการทำร้ายเราซ้ำ ๆ เขาตั้งใจทำให้เราเชื่อ และไม่ยอมรับในสิ่งที่เขาทำ จริง ๆ แล้วการหย่า สามารถทำได้โดยไม่ต้องเจอกัน แต่พวกเขาก็เลือกที่จะไม่ทำ อย่าเสียดายเวลาแค่ปีเดียว อย่าปล่อยให้เวลามันล่วงเลยมากไปกว่านี้ การที่เราจะมีแฟนสักคนในชีวิต มันต้องเป็นเรื่องที่ดี ไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เราเสียใจ” ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าฝ่ายหญิงเขากลัวว่าแฟนใหม่จะรู้เรื่องนี้จริง ๆ เขาจะยิ่งรีบไปหย่า ประโยคที่เขาบอกว่าเราเป็นคนอื่น มันคือเรื่องจริง เขาสองคนคือคนของกันและกัน เขาสามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง สำหรับเราความรักแค่หนึ่งปี มันเป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่งที่กำลังหลงกัน ถ้าผู้ชายคนนี้เขารักเราจริง เขาจะพิสูจน์และทำให้เรามั่นใจในตัวเขา แต่การกระทำเขาทุกอย่าง มีความตั้งใจเพื่อที่จะหลอกเราทั้งหมด ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ตั้งใจจะรักเราเลย ทุกความตั้งใจของเขา คือการหลอกเรา นี่คือความตั้งใจเดียวของเขา กลับไปถามตัวเองว่า เราไม่สามารถหาใครสักคนหนึ่ง ที่เกิดมาเพื่อตั้งใจรักเราได้เลยจริง ๆ หรอ การที่เราอยู่คนเดียวมันไม่ได้แย่เสมอไป ดีกว่าการเปิดรับใครสักคนเข้ามาในชีวิต เพื่อให้เขาทำร้ายเรา”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบแฟนมา 11 ปี ผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ จนตอนนี้เช่าบ้านด้วยกัน ภาระค่าใช้จ่ายแบ่งเป็นส่วนๆ แฟนรับผิดชอบค่าเช่าบ้าน หนูเพิ่งมารู้ความจริงว่า สลิปที่เค้าจ่ายค่าบ้านทุกเดือน แชทไลน์ที่คุยกับแม่เรื่องเงิน เค้าปลอมขึ้นมาทั้งหมด

02 ส.ค. 2024

คบแฟนมา 11 ปี ผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ จนตอนนี้เช่าบ้านด้วยกัน ภาระค่าใช้จ่ายแบ่งเป็นส่วนๆ แฟนรับผิดชอบค่าเช่าบ้าน หนูเพิ่งมารู้ความจริงว่า สลิปที่เค้าจ่ายค่าบ้านทุกเดือน แชทไลน์ที่คุยกับแม่เรื่องเงิน เค้าปลอมขึ้นมาทั้งหมด

คบแฟนมา 11 ปี ผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ จนตอนนี้เช่าบ้านด้วยกันภาระค่าใช้จ่ายแบ่งเป็นส่วนๆ แฟนรับผิดชอบค่าเช่าบ้าน หนูเพิ่งมารู้ความจริงว่าสลิปที่เค้าจ่ายค่าบ้านทุกเดือน แชทไลน์ที่คุยกับแม่เรื่องเงิน เค้าปลอมขึ้นมาทั้งหมดเจ้าของบ้านบอกจ่ายไม่เคยตรงมา 3 ปี ตั้งแต่ย้ายเข้า “คุณบุ้งกี๋ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (31 ก.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจก็อตจิ – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาที่เพิ่งรู้ความจริงถูกแฟนหลอกเรื่องเงินมาตลอด 3 ปี โดย “คุณบุ้งกี๋ (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘เราคบกับแฟนมา 11 ปี อายุเท่ากัน เราไม่ได้มีบ้านเป็นหลักเป็นแหล่ง เราเช่าบ้านอยู่ แต่เราจะส่งค่าเช่าบ้านให้แฟน เพื่อให้แฟนส่งต่อเจ้าของบ้าน เพราะเป็น Connection ของแฟน แฟนเคยทำงานกับเจ้าของบ้าน แล้วเราไม่เคยติดต่อกับเจ้าของบ้านโดยตรง ไม่มีเบอร์ ไม่เคยเห็นหน้า แต่เราตกลงกับแฟนว่าให้แฟนผ่อนค่ารถ ส่วนเราผ่อนค่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต เพราะมีพ่อกับน้องอยู่ด้วย โดยเรากับแฟนจะมีพื้นที่ให้กัน เรามีห้องของเรา แฟนมีห้องของแฟน เราย้ายมาเช่าบ้านนี้ได้ประมาณ 3 ปี วันนั้นเราทะเลาะกัน แฟนเราโดนที่บ้านเรากดดันว่า “ทำไมหาเงินไม่ได้เท่าบุ้งกี๋ เป็นผู้ชายทำไมถึงให้ผู้หญิงนำตลอด” เงินเดือนของเขาประมาณ 18,000 - 20,000 บาท ซึ่งเราเองไม่ได้มองตรงนี้ บุ้งกี๋มีพี่น้อง 5 คน แต่ 2 คนแรกตัดขาดกันไปแล้ว ไม่ได้ติดต่อกันแล้ว ตอนนี้เหลือพี่สาว บุ้งกี๋ และน้องชาย พี่สาวจะกดดันตลอดว่า “ไม่อยากให้คบคนนี้ ไม่มีอนาคต อยากเลี้ยงผู้ชายไปเรื่อยๆหรอ” แต่เราไม่ได้เลี้ยงผู้ชายนะ ก็อยู่กันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ด้วยความที่เขามีเรื่องโดนคดีละเมิดลิขสิทธิ์ เมื่อ 3 ปีก่อนเขามีหนี้ก้อนหนึ่งประมาณ 250,000 บาท เขายืมเพื่อนเราไป 100,000 ยืมเรา 50,000 ที่เหลือเขาออกเอง 100,000 บาท มันพังมาเรื่อยๆ ที่ทะเลาะกันเพราะเราไปกระตุ้นเขาว่า “ทำไมไม่คืนเงินเพื่อนสักที บอกว่าจะยืมแค่ 1 เดือน แต่นี่มันผ่านมา 1 ปี กับอีก 2 เดือนแล้ว ไม่กระตือรือร้นเลย ทำไมไม่คิดจะคืน” แล้วเขาก็ขับรถออกไป ทีนี้เราไม่รู้เป็นอะไร เราไม่เคยเช็คไลน์ หรือข้อความอะไรของเขาเลย แต่วันนั้นมีคอมพิวเตอร์ของเขาอยู่ข้างๆ เราเลยลองเช็คไลน์เขาดู ปรากฎว่าเราเห็นไลน์ของคุณแม่ของแฟน 2 ไลน์ พอเปิดดูกลายเป็นว่า 1 ในนั้นเป็นไลน์ของคุณแม่ที่เป็นของปลอม เอาไว้แคปหน้าจอมาให้เราดูว่า “แม่กำลังจะขายบ้านนะลูก เดี๋ยวเอาเงินไปคืนเขานะ กำลังจะได้เงินนะลูก” มันคือไลน์ที่เขาคุยกับตัวเอง แล้วแคปหน้าจอมาให้เรา เราตกใจมาก แล้วเราก็เลื่อนแชทไปเรื่อยๆ จนไปเจอแชทหนึ่ง เป็นผู้หญิง ซึ่งเขาเป็นเจ้าของบ้าน ส่งมาบอกว่า “จะไม่ให้อยู่แล้วนะ จะเอาบ้านคืนแล้วนะ” เราตกใจมาก เพราะเราส่งเงินในส่วนของค่าเช่าบ้านไปให้แฟนตลอดทุกวันที่ 29 - 30 ของทุกเดือนกลัวจะลืม ก็เลยโทรหาเขาเลยทั้งที่ทะเลาะกันอยู่ “เกิดอะไรขึ้น ทำไมมันเป็นแบบนี้ ทำไมเขาถึงบอกว่าจะไล่ออกจาบ้าน” เขาก็โกหกว่า “มันไม่เกี่ยวกัน มันเป็นเงินที่กู้มาจากเจ้าของบ้าน แล้วเขาเอาเงินมารวมกัน” เราเสียใจมากเพราะมันเป็นครั้งที่ 2 แล้ว พอวันรุ่งขึ้นก็ขอไลน์ ขอเบอร์เจ้าของบ้านมาจากเขา ตอนเช้ายังไม่ส่ง พอตกเย็นถึงจะส่งมาให้ เราก็โทรหาเจ้าของบ้านปรากฎว่าเรื่องมันเลวร้ายกว่านั้น เจ้าของบ้านบอกว่า “ไม่เคยปล่อยเงินให้นะ นี่คือค่าเช่าบ้าน จริงๆแล้วเขาไม่ได้ส่งเงินมาเลยตั้งแต่เดือนแรกที่เช่าบ้าน” คือค่าเช่าบ้านเดือนละ 6,000 บาท เขาส่งค่าเช่าบ้านแค่ 1,000 - 2,000 บาท เขาทำมาตลอดระยะเวลา 3 ปี เรารู้สึกว่าโลกทั้งใบพังทั้งหมด เพราะไว้ใจเขามาก เขาคือคนที่อยู่ข้างๆ เรารับภาระทุกอย่าง เลี้ยงพ่อ เลี้ยงน้อง แล้วก่อนหน้านี้บ้านเราเคยล้มละลายต้องสร้างใหม่เองทั้งหมด สู้มาตลอดตั้งแต่มหาลัย เราผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะ หลังจากจับได้เราก็ถามเขาว่า “ทำไมถึงโกหก นี่มันค่าเช่าบ้านไม่ใช่ยอดเงินกู้” เขาบอกว่าทำมาแค่ 4 เดือน คราวนี้เราเลยติดต่อไปหาคุณแม่ของเจ้าของบ้าน เขาบอกว่า “ทักมาเลื่อนค่าเช่าบ่อยมากนะ ไม่เคยส่งเลย เคยค้างมากสุด 6 เดือน ถ้าเป็นคนอื่นลาออกไปแล้ว แต่คนนี้เคยทำงานด้วยกัน เป็นคนทำมาหากินเลยยังให้อยู่” แล้วแฟนเราก็ยังไปโกหก เจ้าของบ้านว่าจะทำก๋วยเตี๋ยวขายหน้าบ้าน จะทำของขาย ซึ่งจริงๆแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย แล้วเราก็ถามแฟนว่าทำไมถึงโกหก เขาเล่าว่า “เขาจำเป็นจริงๆ เพราะป้าเขาป่วยกำลังจะเสียชีวิต แล้วป้าก็บีบบังคับเขาว่าให้ส่งเงิน” เราก็เปิดแชทดูแล้วว่าเขาโดนป้ากดดัน แม่ก็ส่งมาว่าให้ส่งเงินให้แม่ ให้น้อง ซึ่งเราก็เข้าใจในเหตุผลเขา แต่มันก็ยังเยือกเย็นเกินไป เพราะตลอดระยะเวลา 3 ปี บุ้งกี๋ให้เขาส่งสลิปมาหลังจากที่โอนค่าเช่าบ้านทุกเดือน เขาก็ส่งมา ตอนนี้เราเลยถามเขาว่า “สลิปที่ส่งมาคืออะไร?” เขาบอกว่าเขาตัดต่อ เราก็เลยถามเขาว่า “เรารักกันแบบไหนหรอ ตลอด 3 ปีที่นั่งตัดต่อมันไม่รู้สึกผิดอะไรเลยหรอ” เขาก็ร้องไห้ ขอโทษ ตอนนั้นเขาคิดไม่ได้ เขาไม่มีทางเลือก ทุกวันนี้เรายังหาทางออกไม่เจอ เพราะที่ผ่านมาเขาเป็นคนดีมาก ดูแลเราทุกอย่าง ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่ดื่ม ไม่สูบบุหรี่ ไม่นอกใจ ตอนที่คุณแม่ของเรามีชีวิตอยู่ เขาก็ดูแล เหมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่ง แต่มาติดตรงที่เรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ แล้วมาทำรอบ 2 อีก ทำไมถึงคิดไม่ได้ แล้วพี่ก็เคยบอกว่าไม่อยากให้คบกับคนนี้ แต่พ่อก็พูดอีกแบบว่า “ถ้าพ่อต้องตายไป อย่างน้อยพ่อก็สบายใจถ้าบุ้งกี๋อยู่กับผู้ชายคนนี้” ซึ่งคนในครอบครัวจะรู้เรื่องทุกอย่าง แล้วอีกอย่างบ้านเขามีปัญหาครอบครัว แม่ของเขามักจะพูดเสมอว่า “ฉันไม่ได้อยากเลี้ยงแกนะ ที่แกเกิดมาเนี่ย ฉันพลาด” แล้วแม่ก็ไม่เลี้ยง ให้ไปอยู่กับป้าตั้งแต่คลอดเสร็จ แล้วก็เอากลับมาอยู่กับแม่เพื่อใช้งาน เรารู้จักกับเขาตอน ม.6 คุณแม่ของเรารู้สึกว่าเขาเป็นเด็กดี ก็เลยเลี้ยงดู จ่ายค่าใช้จ่ายให้ แล้วแม่ก็บอกว่าถ้าเกิดว่า “ถ้าอยู่บ้านนั้นแล้วเขาไม่รักเราเหมือนลูก งั้นมาอยู่บ้านแม่มั้ย” นั่นคือจุดเริ่มต้นที่เราโตด้วยกันมา ในตอนที่แม่เราอยู่ ตอนนี้ปรึกษาคนในบ้านแล้วแต่เสียงก็แตกออกเป็น 2 ฝั่ง เลยอยากถามว่า “ผู้ชายแบบนี้เขาคือดีมั้ย?” แล้วเรามีความกลัวเพราะเขาคนนี้คือแฟนคนแรก ตอนนี้เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน เขากลับไปอยู่บ้านคุณแม่ แต่คุณแม่เขาก็ไล่เพราะคุณแม่มีสามีใหม่ แล้วถ้าถามว่าตอนนี้เราตัดเขาได้มั้ย เราตัดได้ แต่ก็ลังเลกับที่พ่อพูด และลังเลว่าเขาจะใช้ชีวิตยังไงเหมือนเราไปตัดเขาออกไปเลย’ ซึ่งทางด้าน “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เคยเจอผู้ชายไม่เอาไหน ที่ที่บ้านเขาไม่เอา โดยประสบการณ์พี่ตัดทันที เพราะพี่คิดว่าชีวของเราเรามีสิทธิ์ออกแบบเหมือนกัน โดยส่วนตัวพี่รู้สึกว่า คนที่มาอยู่ในชีวิตพี่ จะมาเป็นภาระพี่ไม่ได้ การที่เขาจะลำบากยากแค้นขนาดไหน มันเป็นชีวิตของเขา เป็นเรื่องของเขา และต้องเป็นตัวเขาที่ต้องดิ้นรน ถ้าสงสารเขา อาจจะช่วยเหลือได้ในบางเรื่อง แต่สำหรับพี่ พี่ไม่เอาภาระเข้ามาในชีวิต แล้วอย่างที่คุณพ่อบอกว่า คนนี้หาไม่ได้อีกแล้ว พี่ไม่ได้รู้สึกว่าคนนี้ดีเลิศประเสริฐศรีจนหาไม่ได้ เพราะถ้าบุ้งกี๋จับไม่ได้ วันนึงเจ้าของบ้านก็ต้องมาไล่เราอยู่ดี เขาคงไม่ได้ห่วงเราเท่าไหร่ การที่เลือกว่าจะอยู่หรือไป มันเป็นการตัดสินใจของคุณบุ้งกี๋ พี่จะแนะนำให้ 2 แนวทาง 1. ตัดออกไปเลย ชีวิตไม่มีภาระ แต่ความสุขหายไป ความเหงาเข้ามาแทน เพราะความผูกพันธ์มันหายไป 2. เอาเขาที่เป็นภาระเข้ามา ให้โอกาสเขา เผื่อเชาจะดีขึ้น แล้วก็สุ่มเสี่ยงไปด้วยกัน มันตอบไม่ได้ว่าเขาจะดีขึ้น หรือแย่ลง ก็เสี่ยงกับเขาไปอีกรอบนึง ในกรณีที่เลือกไม่ได้ อันนี้คือให้เลือกชีวิตของตัวเอง ชีวิตที่ไม่มีเขา เหงาแน่ๆ แต่ความสะดวกสบาย ความสบายใจจะมาในอนาคต ยันนึงมีโอกาสเจอผู้ชายที่ดี หรือไม่ดีก็ได้ อย่ายคดติดกับคนๆนึงว่า ชีวิตฉันจะหาผู้ชายที่ดีแบบนี้ไม่ได้แล้ว ถ้าหาไม่ได้ ให้เอาอีกตัวเลือกนคงขึ้นมา คืออยู่คนเดียว มาเป็นอีก 1 ตัวเลือก ไม่งั้นเราจะไม่กล้าเดินออกมา ไม่กล้าเริ่มใหม่ เพราะต่อให้ไม่มีเขาเราก็ยังอยู่คนเดียวได้’ ต่อมา “ดีเจก็อตจิ” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เวลาคนเราหลอกกัน หรือโกหก ควาทเชื่อใจจะหายไปเลย คุณบุ้งกี๋ลองคิดูนะ ถ้าให้โอกาสเขากลับมา ความเชื่อใจจะให้ได้ 100% ไหม ถ้าไม่มันจะอยู่ด้วยความกลัวว่าเขาจะหลอกยังไง เมื่อไหร่ แล้วคิดว่าจะมีความสุขไหมถ้าอยู่กับคนนี้ไปตลอดชีวิต แล้วเรื่องคำแนะนำของคนรอบตัว คุณพ่อพูดเองด้วยนะว่าถ้าวันหนึ่งคุณพ่อไม่อยู่แล้วหนูจะอยู่ยังไง แสดงว่าความคิดเห็นเหล้านั้นเป็นความคิดเห็นที่คุณพ่อเสนอมา แต่การตัดสินใจคือต้องเป็นตัวหนูเอง หนูลองตัดข้อเสนอทิ้งไปก่อน แล้วลองชั่งใจเองว่าหนูจะอยู่กับเขาได้มั้ย ชีวิตเราไม่ค้องไปแบกรับเรื่องของใคร เราสามารถมีความสุขของเราได้ ชีวิตคู่ต้องมีความสุขไปด้วยกัน แต่ถ้าเราต้องแบกรับเขาขนาดนี้พี่ว่ามันไม่ใช่นะ คนเราถ้าจะอยู่ด้วยกันมันปรึกษากันได้ จริงๆแล้วเขาไม่จำเป็นต้องทำสลิปปลอม ไม่ต้องหลอกหนู แค่เขาพูดตามตรงเลยว่า ”ฉันไม่ไหวแล้วนะ เราหมุนเงินไม่ทัน ฉันหาเงินมาคืนไม่ทัน“ เราต้องคุยกันตรงๆเพราะเราต้องอยู่ด้วยกันไปตลอด แต่เขาเลือกที่จะหลอกเรา อันนี้น่ากลัวนะ ทั้งการทำสลิปปลอม การปลอมไลน์เป็นแม่แล้วแคปหน้าจอมาให้หนูดู ครั้งนี้จับได่ แปลว่าครั้งหย้าเขาจะทำให้มันแนบเนียนมากกว่านี้อีกนะ แล้วหนูบอกว่าคบคนนี้คนเเรก แล้วหนูจะรู้ได้ไงว่าอีก 500 ล้านกว่าคนบนโลกจะไม่มีใครดีเลย ไม่ต้องกลัวคงามผิดพลาดจากการเริ่มต้นกับคนอื่น คนเราผิดพลาดได้ หนูผิดพลาดที่คนนี้มาหลอกหนู ก็แค่จำไว้เป็นบทเรียน แล้วหนูก็ไแหาบทเรียนอันใหม่ มันอาจจะผิดพลาดอีก หรือหนูอาจจะโชคดีที่เจออีกคนที่จะมาอยู่เป็นคู่ชีววิตเราก็ได้ มันก็จะเป็นบทเรียนสินชีวิตเราว่าในอนาคตเราต้องระวังคนแบบไหน เอาง่ายๆหนูตัดความคิดเห็นคนอื่นให้หมด แล้วถามตัวเองว่าหนูยอมรับได้ไหมที่ต้องระแวงเขาไปตลอดชีวิต ถ้าได้หนูก็อยู่เลย แต่ถ้าอยู่ไม่ได้ แค่ออกมา’ และสุดท้าย “ดีเจอั๋น” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันง่ายๆเลยพี่ว่าถ้าเอาเขาออกจากชีวิต ชีวิตเราจะสบายขึ้นทันทีเลย แต่ปัญหาตอนนี้คือพวกเรา 3 คนจะพูดได้ง่าย เพราะพวกเราไม่มีความผูกพันธ์ หรือความรัก อีกด้านหนึ่งคือ พอมาอยู่ด้วยกันมานาน มันจะมีความ อิน เหมือนว่าเขาเป็นครอบครัว เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ว่าถ้าตัดเขาไปเขาจะอยู่ยังไง แต่ถ้าสมมุติว่า บุ้งกี๋ไม่ซีเรียสเรื่องเงิน สามารถปิดหนี้ให้เขาได้ เเล้วเรามั่นใจว่าคนคนนี้เป็นคนดี แต่เรื่องการเงินเขาวนไม่ออก ก็อาจจะเลือกทางนั้นได้คืออยู่ต่อ แต่ถ้าฉันเองก็ต้องแบกรับครอบครัว แล้วถ้ามาใช้หนี้ให้อีก ฉันเองก็จะไปไม่รอด อันนี้พี่แนะนำให้บุ้งกี๋เมตตาตัวเองและครอบครัวตัวเองก่อน ถ้ารักเขา ให้เขาไปแก้ปัญหาชีวิตเขา แล้วค่อยกลับมาคุยกันใหม่ คือจริงๆแล้วการที่รายได้น้อย หรือเป็นหนี้ มันยังพอให้อภัยได้ แต่การที่เขาโกหก ปลอมแปลงสลิป คือมันล้ำลึกจนน่ากลัวเกินไปแล้ว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-