ผมรำคาญ! มีพี่ที่ทำงานคนนึง อายุ 52 เป็นรุ่นพ่อแล้ว แต่ยังแกล้งผม แกล้งรุ่นน้องผู้ชายในที่ทำงานเหมือนเด็ก เอาน้ำแข็งหยอดใส่หลัง ดึงกางเกงให้หลุด เดินเตะขาให้สะดุด กินข้าวก็เอามือมาปัดตะเกียบ หลังๆเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมรำคาญ! มีพี่ที่ทำงานคนนึง อายุ 52 เป็นรุ่นพ่อแล้ว แต่ยังแกล้งผม แกล้งรุ่นน้องผู้ชายในที่ทำงานเหมือนเด็ก เอาน้ำแข็งหยอดใส่หลัง ดึงกางเกงให้หลุด เดินเตะขาให้สะดุด กินข้าวก็เอามือมาปัดตะเกียบ หลังๆเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ

04 มี.ค. 2024

ผมรำคาญ! มีพี่ที่ทำงานคนนึง อายุ 52 เป็นรุ่นพ่อแล้ว

แต่ยังแกล้งผม แกล้งรุ่นน้องผู้ชายในที่ทำงานเหมือนเด็ก

เอาน้ำแข็งหยอดใส่หลัง ดึงกางเกงให้หลุด เดินเตะขาให้สะดุด

กินข้าวก็เอามือมาปัดตะเกียบ หลังๆเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ เคยด่าอ้อมๆไปว่า

“ถ้าผมด่าพี่ได้ ผมคงด่าไปแล้วครับว่า เป็น *** อะไร?”

          “คุณนัท (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี เป็นสายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [28 ก.พ 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาเรื่องพี่ที่ทำงานชอบแกล้ง

            โดย “คุณนัท (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘พี่ที่ทำงานอายุ 50 ปี ชอบแกล้งเหมือนเด็ก ๆ เช่น ดึงกางเกง ดึงผม ดีดหนังยาง ดึงหู บางที่ผมกำลังกินข้าวก็เอามือมาปัดแขนผม เพื่อให้ข้าวหล่น เอาน้ำแข็งใส่เสื้อ สกัดขาผมให้ล้ม เอานิ้วแหย่ก้น เอาปากกาเมจิกมาขีดแขน ผมก็รำคาญ ซึ่งผมเป็นคนหุ่นหมี พี่เขาตัวเล็กและอายุเยอะกว่า ผมจึงแกล้งเอาคืนพี่เขาไม่ลง วันไหนที่ผมต้องทำงานกับพี่เขาจะโดนแกล้งประมาณ 20 ครั้งต่อวัน

            ซึ่งคนอื่นก็โดนแกล้ง แต่ก็จะตะคอกและด่าพี่เขากลับ ด้วยความที่พี่เขาอายุเยอะกว่าผม เลยมีความเกรงใจ ผมจึงไม่ค่อยด่า แต่ผมก็เคยบอกกับพี่เขาไปว่า “ผมรำคาญ” พี่เขาก็หัวเราะ เห็นว่าผมอารมณ์ไม่ดีก็จะหายไปซักพัก พอเห็นว่าผมอารมณ์ดีแล้วก็จะกลับมาแกล้งผมอีก ผมก็เคยด่าเขาแต่ด่าแบบอ้อม ๆ พี่เขาก็เหมือนไม่รู้ตัว บางทีผมก็มีแกล้งเล่นกันกับเพื่อนที่ทำงาน แกล้งกันไปแกล้งกันมา ผมก็ไม่ได้โกรธอะไรเพื่อน แต่ถ้าพี่เขาแกล้งผมแล้วผมแกล้งพี่เขาคืน พี่เขาก็จะโกรธและงอนเหมือนเด็ก ทำฟึดฟัด ไม่พอใจ ผมก็ไม่ขอโทษเวลาที่พี่เขางอน เขาก็จะหายเอง แล้วก็จะกลับมาแกล้งผมอีก

            ตอนที่พี่เขาอยู่กับคนที่อายุใกล้ ๆ กันก็ปกติ แต่จะชอบแกล้งแค่คนที่อายุน้อยกว่า ผมไม่ได้โกรธพี่เขาแต่แค่รำคาญ บางทีก็โมโหเพราะดึงหัวครั้งแรก ครั้งที่สอง ผมก็ไม่ได้อะไร แต่พี่เขาดึงย้ำ ๆ บ่อยจนผมโมโห แล้วเขาก็จะหายไป พอผมอารมณ์ดีก็จะกลับมาอีก ผมก็สงสารพี่เขาเพราะพึ่งเข้ามาทำงาน ไม่ค่อยมีเพื่อน แต่บางทีก็ทำเกินไปจนผมโมโห

            มีครั้งหนึ่งผมอยากแกล้งพี่เขาคืน ก็มีการคุยกันประมาณว่า ผมให้พี่ดีดหนังยางใส่ผม 3 ครั้ง แล้วผมขอดีดพี่ครั้งเดียว แล้วพี่ห้ามโกรธ พี่เขาก็ตกลงแต่จะขอเป็นคนเริ่มก่อน พอพี่เขาดีดหนังยางใส่ผม 1 ครั้ง ก็บ่ายเบี่ยงว่ายังดีดไม่ครบ 3 ครั้งยังไม่ให้ผมดีดคืน ก็เลยอยากปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนว่าผมควรทำยังไงให้พี่เขาหยุดแกล้งหรือจะเอาคืนพี่เขายังไงดี?

            ซึ่ง ดีเจทั้ง 3 คน ก็ให้คำปรึกษาว่าพวกพี่ก็จะรีแอคให้เขารู้ไปเลยว่าที่โดนแกล้งอยู่มันไม่สนุก ซึ่งการกระทำของคุณนัทที่ทำทุกวันก็เหมือนเล่นกับพี่เขาไปด้วย แต่บางทีก็เกินไป ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเราก็สนุกกับการเล่นกับพี่เขาในบางวัน เวลาแกล้งกันก็แบบนี้ อาจมีเลยเถิดไปบ้าง แต่เท่าที่ดูคุณนัทก็มีความปราณีกับพี่เขาอยู่ อยากให้เล่นกับพี่เขาต่อไป ไม่ต้องไปโกรธพี่เขา วันที่สนุกก็สนุกด้วยกัน แต่ถ้าไม่เล่นก็ต้องไม่เล่นเลยตั้งแต่แรก และต้องพูดกับพี่เขาแบบจริงจังหรือพูดตรง ๆ ไปเลยว่า “ผมรำคาญและทำงานอยู่ ผมไม่ได้มีอารมณ์เล่นกับพี่ได้ทุกครั้งนะ แต่ถ้าพี่ยังแกล้งผม ต่อไปนี้ผมจะแกล้งคืนแล้วนะ พี่จะได้รู้ว่ามันรู้สึกยังไง” เตือนพี่เขาก่อน แต่ถ้าเขายังแกล้งอีกก็แกล้งเขาให้หนักกว่าที่พี่เขาแกล้งเรา ให้พี่เขารู้ว่าเขาต้องหยุด ถ้าเราแกล้งคืนแล้วพี่เขางอน ก็ให้คุณนัทแจ้งกับฝ่ายบุคคล...’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เพื่อนรักของหนูมีนิสัยชอบ กินข้าวต่อหนู บางทีหนูก็ไม่ชอบให้ใครมาแย่ง แล้วที่ผ่านๆมาจะมีผู้ชายหล่อ หน้าตาดี โปรไฟล์ดีๆเข้าหาหนูเยอะมาก เพื่อนบอก "ถ้าคนนี้มึงเลิกคุย กุขอได้ไหม?" ตอนแรกคิดว่าพูดเล่น...

09 เม.ย. 2024

เพื่อนรักของหนูมีนิสัยชอบ กินข้าวต่อหนู บางทีหนูก็ไม่ชอบให้ใครมาแย่ง แล้วที่ผ่านๆมาจะมีผู้ชายหล่อ หน้าตาดี โปรไฟล์ดีๆเข้าหาหนูเยอะมาก เพื่อนบอก "ถ้าคนนี้มึงเลิกคุย กุขอได้ไหม?" ตอนแรกคิดว่าพูดเล่น...

เพื่อนรักของหนูมีนิสัยชอบ กินข้าวต่อหนู บางทีหนูก็ไม่ชอบให้ใครมาแย่งแล้วที่ผ่านๆมาจะมีผู้ชายหล่อ หน้าตาดี โปรไฟล์ดีๆเข้าหาหนูเยอะมากเพื่อนบอก "ถ้าคนนี้มึงเลิกคุย กุขอได้ไหม?" ตอนแรกคิดว่าพูดเล่นแต่คนคุยเก่าของหนูแคปแชทเพื่อนมาให้ดูว่าเพื่อนหนูทักมาหาจริงๆ “คุณคะนิ้ง(นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (3 เม.ย. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเพื่อนชอบกินของเหลือ ตั้งแต่ข้าว ขนม ไปจนถึงผู้ชาย! โดย ​“คุณคะนิ้ง(นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘หนูมีเพื่อนสนิท 1 คน นามสมมุติว่า ​“บี” ในแก๊งจะมี 4 คน แต่หนูสนิทกับบีที่สุด เรา 2 คนเป็นเพื่อนสนิทกันแต่เราจะแตกต่างกันมาก ๆ บีจะเป็นคนติดเที่ยว ติดร้านเหล้า แต่หนูจะเป็นคนไม่ชอบไปไหน ชอบอยู่บ้าน ไม่ชอบเที่ยวกลางคืน สมัยมัธยมบีจะมีนิสัยนึงที่หนูรู้สึกว่าไม่โอเคเลยก็คือ เขาชอบมาแย่งข้าวหนูกิน ถ้าเป็นขนมแบบชิ้น ๆ เรายังจะแชร์กันได้ แต่บางทีมันเป็นข้าวในจานที่หนูทำมาจากห้อง พอเปิดกล่องมาปุ๊บ บีก็หันมาแล้วก็พูดว่า ขอกินบ้างดิคำนึง ซึ่งหนูยังไม่ได้กินเลย หนูก็เลยพูดอ้อม ๆ ไปว่า เออเนี่ย ความจริงกูอะไม่ชอบให้ใครมาแย่งข้าวกูกินนะ ค่อนข้างจะซีเรียส แต่เขาก็ไม่หยุด หนูก็ยอมเขา จนเราจบ ม.6 กันทั้งคู่ แล้วแยกย้ายกันไปเรียนมหาวิทยาลัยอื่น นาน ๆ ทีก็จะเจอกัน คราวนี้มันเป็นผลพวงต่อมาอีกเรื่องนึงคือ ด้วยความที่ตัวหนูเองมีคนเข้ามาเยอะมาก ๆ แล้วบีก็จะรู้ว่าหนูคุยกับใคร คบกับใคร รู้ตั้งแต่คุยยันเลิกคุย จะรู้กันทุกอย่าง ส่วนใหญ่คนที่เข้ามาหาหนูโปรไฟล์ดีมาก บางคนก็หล่อ บางคนก็รวย บางคนก็ทั้งหล่อทั้งรวย บีก็จะพูดเสมอว่า หาให้บ้างได้ไหม อยากได้อะไรแบบนี้บ้าง กูเป็นเพื่อนมึง ทำไมกูไม่เคยได้อะไรแบบนี้เข้ามาบ้างเลย หนูก็เลยบอกว่า โอเค เดี๋ยวหาให้ละกัน คราวนี้มันมาถึงจุดที่เริ่มจะแตกหักคือ หนูได้ไปนัดเจอกับผู้ชายคนหนึ่ง แล้วบีก็ขอไปด้วย พอไปเจอคนคุยหนู บีก็มากระซิบข้างหูว่า ถ้าคนนี้มึงเลิกคุย กูขอได้ไหม? หนูก็คิดว่าบีคงพูดเล่นแหละ คงไม่มีเพื่อนคนไหนอยากทำแบบนี้หรอก พอหนูเลิกคุยกันคนนี้ คุยกับคนที่ 2 ก็นัดเจออีก บีก็เหมือนเดิมไปด้วยแล้วพูดว่า อุ้ย คนนี้หล่ออะ ถ้ามึงเลิกคุยกูขอได้ไหมเนี่ย หล่อจริง ๆ หนูก็คิดว่าเพื่อนหยอกเล่น จนผ่านไป 3-4 คน หนูก็ไม่ได้อะไร ด้วยความที่หนูเป็นคนเชื่อใจเพื่อน พอมันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำ ๆ หนูก็มีพูดบ้างประปรายว่า มึงบ้าป่ะเนี่ย คือคุยต่อกูเนี่ยนะ บีก็ขำ จนมีวันหนึ่งคนคุยเก่าหนู เขาโทรมาแล้วส่งหลักฐานแชทมาว่า นิ้ง เพื่อนนิ้งทักมาหาพี่ เขามาขอคุยกับพี่นะ คือพี่ไม่รู้จะพูดยังไงดี พี่ก็ไม่อยากจะพูดทำร้ายจิตใจเขา อยากให้นิ้งจัดการคนของนิ้งเองนะ พี่อยากให้คุยกันเองเพราะเป็นเพื่อนกัน หนูก็ไปคุยกับเขาว่า มึงไปทักหาพี่เขาหรอ? เขาก็พูดว่า กูแค่ไปเต๊าะเล่น ๆ ก็ไม่มีอะไร หนูก็ไม่พอใจแหละแต่หนูก็ไม่ได้พูดอะไร หนูอยากรู้ว่า หนูควรจะพูดกับเพื่อนคนนี้ยังไง? ตอนนี้หนูยังเป็นเพื่อนกันอยู่ แต่ในอนาคตหนูอาจจะเลิกเป็นเพื่อนกัน หนูก็แค่อยากบอกให้เขาแก้นิสัยนี้แบบถาวร ไม่อยากให้เอานิสัยนี้ไปทำกับคนอื่นเพิ่ม ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่ต้องไปพูด เลิกคบก็คือเลิกคบ แต่ถ้าเพื่อนมาถามว่า ทำไมถึงเลิกคบ ก็บอกเหตุผลไปเลยว่า กูไม่ชอบมึงเรื่องนี้ กูก็เลยคิดว่ามึงกับกูอาจจะคนละเคมี ก็เลยเฟดแค่นั้น ส่วนเขาจะทำอะไรก็เรื่องของเขาเพราะเลิกคบแล้ว’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘คือถามว่าสิ่งที่เพื่อนนิ้งทำ ที่เพื่อนบอกว่าถ้าไม่เป็นแฟนกันแล้ว ขอต่อนะ พี่รู้สึกว่าในบางคนที่เขาโอเคมันก็จะไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา แต่ตอนนี้มันเป็นปัญหาสำหรับนิ้ง เพราะนิ้งไม่ชอบคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ อันนี้มองแบบใจกว้าง พี่ก็รู้สึกว่าถ้านิ้งไม่ชอบเรื่องนี้ ก็ต้องบอกเขาให้ชัด เรื่องแย่งข้าวกินพี่รู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพื่อนที่สนิทกันจริง ๆ กินได้ไม่ติด ไม่ได้รู้สึกว่า 3 คำทำให้ชีวิตมีปัญหานะ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ถ้าเขาไม่ได้กินของหนูจนหมด พี่ว่าหนูเป็นคนหวงของด้วยแหละ ตอนนี้พี่รู้สึกว่าเหมือนนิ้งตัดสินเพื่อนโดยการเอาตัวเองเลือกเขา บางอย่างถ้าเป็นเพื่อนสนิทกันมันต้องพูดกันตรง ๆ แล้วถ้าเขาไม่ทำ ก็บอกไปว่า ไม่ได้ ไม่ชอบแบบนี้ เราก็มีสิทธิ์ที่จะเลิกคบกับเขาได้ ก็ไม่ได้มีปัญหา นิ้งอย่าบอกว่า หนูไม่อยากเลิกคบใครก่อน หนูไม่อยากทำใครหล่นหาย พี่ว่าถ้าคุยกันแล้วมันไม่โอเค รู้สึกว่าไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับการกินข้าว หรือมายุ่งกับแฟนเก่าเลย ก็ต้องห่างอย่าทนสนิทกัน แล้วยังคงมีเรื่องอย่างนี้อยู่ในใจ พี่ว่ามัน Toxic ทั้งตัวหนูเองแล้วก็เขา แล้วเราก็บอกเขาด้วยความหวังดีแล้ว จากนั้นชีวิตเขาจะเป็นยังไงก็ปล่อยเขาไป เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเขา อย่าหวังดีขนาดนั้น ถ้าสุดท้ายแล้วไม่เกิดประโยชน์อะไร’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าคงไม่ใช่เพื่อนสนิทอะไรขนาดนั้น สำหรับมาตรฐานของพี่ ถ้าเพื่อนสนิทมันคุยกันได้ทุกเรื่อง ไม่ต้องมาลำบากมากมาย เท่าที่พี่ฟังมาทั้งหมดพี่รู้สึกว่า เราเป็นคนหวงของ หวงทุกอย่างในชีวิต และรู้สึกว่าเราเหนือกว่าเพื่อน แล้วถ้าคนนี้มาคุยต่อคนเดียวกับเรา ฉันถือว่าเธอไม่ควรมาเสมอฉันได้ คนที่คุยกับฉันถ้าไม่หล่อก็รวย ไม่ก็ทั้งหล่อทั้งรวย คำนี้พี่เด้งตัวเองออกมาจากนิ้งเลย เพราะพี่รู้สึกว่านิ้งเหนือกว่าเพื่อน พี่ว่ามันอาจจะไม่ใช่หน้าที่เราที่จะไปเปลี่ยนแปลงชีวิตใครภายใน 1-2 ประโยค กาลเวลาจะค่อย ๆ สอนเขาเองว่า การที่เขาทำแบบนี้กับเพื่อน เพื่อนก็จะหนีเขาไปทีละคน แบบคะนิ้งคนหนึ่งละ ถ้าแก้ไม่หายกาลเวลาก็จะทำให้เขาไม่มีเพื่อนไปเรื่อย ๆ เอง โดยที่นิ้งไม่ต้องไปเป็นผู้เปลี่ยนชีวิตใคร แล้วตอนนี้ในเมื่อชีวิตมันพัดพาให้ห่าง ๆ กันไปแล้ว ถ้าพี่เป็นคะนิ้งก็รู้สึกว่า โชคดีแล้วล่ะ ปล่อยให้เขาได้ไปใช้ชีวิตแบบนี้กับคนอื่น โชคดีของเราแล้วที่เขาออกไปจากชีวิต ถ้ายิ่งเราเป็นคนที่ไม่กล้าตัดความสัมพันธ์กับใครก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ สุดท้ายถ้าเป็นเพื่อนสนิทก็คุยกันได้ แต่พี่ว่ามันเลยเวลาที่จะคุยแล้ว ถ้ามันห่างไปแล้วก็ช่างมัน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

กำลังจะแต่งงานต้นปีหน้ากับแฟนที่คบกันมา 3 ปี เรากับเขารักกันดี แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่... ครอบครัวของแฟนขอให้ลาออกจากงานที่มั่นคง มาเป็นแม่บ้านเต็มตัว ให้ย้ายไปอยู่ร่วมกับ ครอบครัวใหญ่ของฝ่ายชาย เราไม่ชอบทำอาหาร ทำงานบ้านเท่าไหร่

30 พ.ค. 2025

กำลังจะแต่งงานต้นปีหน้ากับแฟนที่คบกันมา 3 ปี เรากับเขารักกันดี แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่... ครอบครัวของแฟนขอให้ลาออกจากงานที่มั่นคง มาเป็นแม่บ้านเต็มตัว ให้ย้ายไปอยู่ร่วมกับ ครอบครัวใหญ่ของฝ่ายชาย เราไม่ชอบทำอาหาร ทำงานบ้านเท่าไหร่

กำลังจะแต่งงานต้นปีหน้ากับแฟนที่คบกันมา 3 ปี เรากับเขารักกันดี แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่...ครอบครัวของแฟนขอให้ลาออกจากงานที่มั่นคง มาเป็นแม่บ้านเต็มตัว ให้ย้ายไปอยู่ร่วมกับครอบครัวใหญ่ของฝ่ายชาย เราไม่ชอบทำอาหาร ทำงานบ้านเท่าไหร่ครอบครัวแฟนก็ค่อนข้างหัวโบราณและเข้มงวด ซึ่งเราไม่อยากทิ้งอาชีพที่รักด้วย จะปรับที่ตัวเราหรือถอยออกมาดี? “คุณจิ๊บ (นามสมมติ)” เป็นสายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [28 พ.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับเรื่องปัญหาชีวิตคู่กับแฟนที่กำลังจะแต่งงานกัน แต่ครอบครัวของผู้ชายบอกให้ลาออกจากอาชีพที่มั่นคงมาเป็นแม่บ้านแทน โดย “คุณจิ๊บ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘จิ๊บคบกับแฟนมา 3 ปี เราก็มีการงานที่มั่นคงกันทั้งคู่ มีแพลนที่จะแต่งงานกันแล้วในปีนี้ แต่ดันเป็นปีชงของแฟน ต้องเลื่อนการแต่งงานออกไปเป็นต้นปีหน้าแทน เลยปรึกษาแฟนว่าอยากให้ทางผู้ใหญ่คุยกัน เพราะจะได้วางแผนจัดการเรื่องงานแต่ง ปรากฏว่าพอจิ๊บไปคุยกับที่บ้านของแฟน เขาบอกว่า “เราเนี่ยใช่แล้วหรอ ดีรึยัง” ด้วยความที่จิ๊บไม่ได้คลุกคลีกับที่บ้านของแฟน เหมือนเขาก็ไม่ค่อยรู้จักเราดี แล้วที่บ้านเขาก็บอกมาว่า ถ้าแต่งไปก็อยากให้จิ๊บช่วยดูแลลูกชายเขาด้วยความเป็นห่วง แต่จิ๊บไม่อยากทำอาหาร แม่เขาบอกว่ามันเป็นหน้าที่ ขนาดเขายังต้องตื่นขึ้นมาทำกับข้าวอยู่เลย เราใช้ชีวิตเหมือนเป็นเจ้าหญิงที่บ้านของเรา เราคิดว่าทำงานแล้วค่อยเอาเงินมาจ้างเชฟไว้ทำอาหารดีกว่า ถ้าแต่งงานไปก็ควรจะทำได้ และจิ๊บต้องย้ายไปอยู่กับครอบครัวเขา แต่เรารู้สึกว่าอยากสร้างครอบครัวเองมากกว่า เพราะครอบครัวของแฟนเป็นครอบครัวที่ใหญ่มาก ขนาดพวกเขากันเองยังมีปัญหาภายในกันเยอะ เลยเป็นความกลัวว่าจะถูกเพ่งเล็ง เวลาทะเลาะกับแฟนก็กลัวจะโดนว่า และสุดท้ายเขาอยากให้เราลาออกจากงานของเรา ซึ่งเรารู้สึกงานของเรามั่นคงดี รายได้ก็โอเค เลยไม่เข้าใจว่าทำไม่เราต้องทำแบบนั้น แฟนก็อยากให้เราเข้าไปอยู่กับครอบครัวเขา ซึ่งเขาทำงานเยอะมาก เขาเลยอยากได้เพื่อนคู่คิด หรือ คนที่จะสามารถไว้ใจเรื่องเงินได้ จิ๊บแค่รู้สึกว่าถ้าไปทำงานกับแฟน เขาก็น่าจะให้เราเป็นเงินเดือนเหมือนกัน ก็ไม่รู้ว่ามันจะดีกว่ามั้ย เพราะเราก็เก่งในอาชีพของเราด้วย แฟนรู้สึกว่าอาชีพของเราก็ดี แต่เขารู้สึกว่าถ้าเราช่วยกันเราจะไปไกลกัน มากกว่านี้ ให้ค่อย ๆ ปรับ ถ้าเบื่องานของเราเมื่อไหร่ก็ค่อยมาช่วยงานเขาแทน จิ๊บก็สร้างบ้านของตัวเองเหมือนกัน แต่ก็เลือกที่จะไปอยู่กัยเขาเนื่องจากเขาขอไว้ แต่เราก็รู้สึกว่าช่วงแรกที่คบกันเรื่องแต่งงานมันดูง่าย คนรอบตัวที่แต่งงานก็บอกจิ๊บว่าปัญหาพวกนี้มันละเอียดอ่อน วันที่เราแต่งงานกันแล้วมันจะเป็นอีกเรื่อง เราคิดว่าหรือเราจะลองสักตั้ง แต่ทุกคนรอบตัวก็บอกว่าให้คิดดี ๆ พ่อแม่เขาก็มีเหตุผลแต่มันก็เป็นเหมือนผลของคนจีนที่โบราณหน่อย ส่วนเราเป็นเด็กยุคใหม่ที่เราเข้าใจเหตุผลขอลทุกคน จนบางทีเราก็คิดว่าหรือเราเองที่เป็นคนผิด ที่บ้านเขาบอกว่าถ้าแต่งกันแล้วก็ไม่มีวันเลิกกัน แต่จิ๊บมองความเป็นจริงมากกว่า แต่สุดท้ายจิ๊บกับแฟนก็รักกันมาก ระหว่างที่เราคบกันก็ไม่เคยทะเลาะกันเรื่องใหญ่ อยากถามว่าพี่ ๆ ดีเจว่า มีความคิดเห็นยังไง ถ้าสมมติว่าจิ๊บเป็นน้องสาวของพี่ ๆ’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ให้ลองข้าไปอยู่ในบ้านเขาก่อน ถ้ามันไม่เวิร์คก็แค่เลิก ลองไปเทสว่าจะอยู่กับพ่อแม่เขาได้มั้ย หรือ ลองแต่งงานไปเลยแล้วถ้าไม่ใช่ก็แค่หย่า ไม่ต้องลาออกจากงานที่ทำอยู่เพราะอย่างน้อยถ้าวันนึงเลิกกัน อาชีพนี้จะทำให้จิ๊บมีรายได้ และเรื่องการอาหารมันไม่ใช่เรื่องของเรา ถ้ามีเงินก็จ้างแม่บ้านเอา’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่จะบอกว่าให้ลองแต่งงานเข้าบ้านเขาไปอยู่ให้แน่ใจ แล้วให้ลองทำงานบ้านให้เขาเห็นว่าเราพยายาม แต่อย่าเพิ่งลาออกจากงาน อย่าไปฟังคำที่เขาพูดว่า มันจะไม่มีการหย่า’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องมีใครสักคนที่ต้องยอม เช่น พ่อแม่แฟนอาจจะต้องยอมปล่อยลูกชายออกไป หรือ คุณจิ๊บต้องยอมไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวแทน แฟนคุณจิ๊บเลยสำคัญมากในการตัดสินใจครั้งนี้ แล้วคุณจิ๊บพร้อมที่จะชีวิตของตัวเองเพื่อไปเป็นสะใภ้ของครอบครัวนี้ได้มั้ย ถ้ายังไม่พร้อมก็ยากที่จะไปกันรอด’ และสุดท้ายดีเจทั้ง 3 คนได้ให้ความเห็นตรงกันว่า ‘ให้คุณจิ๊บลองเข้าไปใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวของแฟนดูก่อน แต่อย่าเพิ่งมีลูกและห้ามออกจากงานเด็ดขาด’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ซื้อลิปมากี่อัน เพื่อนคนเดิมก็ยืมใช้ทุกอัน เค้าไม่ยืมคนอื่นเลยค่ะ รอแต่จะยืมของหนู เช้าก็ทา เที่ยงก็ทา ก่อนกินข้าว หลังกินข้าวก็ทา พีคสุด ปากมันยังไม่เช็ดปากก็หยิบไปทา ตอนนี้กลิ่นลิปหนูเปลี่ยนด้วย ต้องซื้อใหม่ตลอด เจอแบบนี้ทำไงดี?

10 ม.ค. 2025

ซื้อลิปมากี่อัน เพื่อนคนเดิมก็ยืมใช้ทุกอัน เค้าไม่ยืมคนอื่นเลยค่ะ รอแต่จะยืมของหนู เช้าก็ทา เที่ยงก็ทา ก่อนกินข้าว หลังกินข้าวก็ทา พีคสุด ปากมันยังไม่เช็ดปากก็หยิบไปทา ตอนนี้กลิ่นลิปหนูเปลี่ยนด้วย ต้องซื้อใหม่ตลอด เจอแบบนี้ทำไงดี?

“คุณแพร (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร’ เมื่อคือวันพุธที่ [8 ม.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเพื่อนยืมลิปสติกบ่อยมาก แถมใช้แล้วลิปสติกมีกลิ่นแปลกไป! โดย “คุณแพร (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูซื้อลิปสติกมาใหม่ เพื่อนขอลอง แล้วก็ทาไปที่ปากเลย ตอนแรกหนูคิดว่าจะใช้นิ้วแตะ ๆ ก่อนแล้วค่อยทา ต่อมาเพื่อนก็ถามว่าซื้อที่ไหน? กี่บาท? หนูก็บอกไป แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มยืมบ่อยขึ้นก่อนเข้าเรียน เลิกเรียน ก่อนกินข้าว หลังกินข้าว ก็มาขอหนูว่า “มึงขอยืมลิปหน่อย” ไปห้องน้ำก็ทา เดินไปไหนก็ทาทั้งวัน ทามากกว่าหนูอีก พอบอกว่าหนูขายต่อ เพื่อนก็บอกกลับมาว่า “บ้าหรอ กูก็ต้องเอาอันใหม่สิ” หนูก็เลยส่งพิกัดอันใหม่ให้เขา เขาก็ไม่ซื้อ แล้วตอบมาแบบเปลี่ยนเรื่องแทน พอวันต่อมาเขาก็ยังยืมหนูเหมือนเดิม ซึ่งเขาก็มีลิปของเขา หนูก็ถามว่าไม่ใช้ลิปตัวเองแล้วเหรอ? เขาก็บอกว่า “ก็ต้องใช้ของมึงด้วย” กลุ่มหนูมีกัน 3 คน อีกคนหนึ่งคือเพื่อนของเขา ที่มาจากประถมด้วยกัน เขาไม่เห็นเคยยืมของเพื่อนคนนั้นเลยสักครั้ง ยืมแต่ของหนูคนเดียว หนูเริ่มไม่โอเคตรงที่กลิ่นลิปของหนูมันเริ่มเปลี่ยน เหมือนมันบูดเพราะหลังกินข้าวปากมัน ๆ เขาก็ยังทา หนูไม่กล้าปฏิเสธแบบตรง ๆ เขานิสัยดีทุกอย่าง แต่ติดแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวเลย หนูเคยบอกว่าไม่ให้แล้ว แต่เขาก็บอกกลับมาว่า “โห ขี้งกว่ะ” หนูเลยให้ยืมมาตลอด ไม่ใช่แค่ลิปด้วย กระเป๋า เสื้อ เสื้อกันหนาว เขาจะขอเลย พูดแบบว่าถ้าหนูไม่ใช้ ขอได้ไหมอยากได้ เพื่อนอีกคนก็โดนแบบเดียวกัน เรื่องกิ๊บติดผม เขาบอกว่าขอติดได้ไหม? พอเขาติดแล้วก็เนียน ๆ เอากลับบ้านไปเลย พอทวงเขาก็จะทำเป็นลืม หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า ถ้าเจอสถานการณ์อย่างนี้ หนูควรทำอย่างไรดี?’ ทางด้านดีเจทั้ง 3 ท่าน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” ให้ความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า ‘ควรบอกไปตรง ๆ เลยว่าของแบบนี้มันใช้ร่วมกันไม่ได้ หนูต้องบอกว่ามันมีเหตุผลของการไม่ให้ยืม มันเป็นสิ่งที่พูดได้ โตแล้วบอกเขาได้ หนูต้องรู้จักปฏิเสธ’ นอกจากนี้ “ดีเจเผือก” ยังพูดเสริมอีกว่า ‘ซื้อให้ไปเลย มึงกูไม่ให้ยืมแล้วนะ ใช้อันนี้ไปเลย ของแบบนี้มันไม่ใช้ร่วมกัน มันเหมือนแปรงสีฟัน ถ้าเพื่อนใหม่พึ่งเจอกันแล้วมันจะคัดกรองกันด้วยเรื่องลิป เรื่องยืมของก็โอเค ‘หาเพื่อนใหม่’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ครอบครัวหนูไม่ได้มีฐานะมาก พ่อเกษียณแล้วแต่เงินบำนาญก็ได้ไม่เยอะ พ่อมีเงินก้อนจาก การเวนคืนที่ดินมาก้อนใหญ่ เหลือเงินประมาณ 4 ล้านบาท เก็บไว้ในบัญชีของพ่อเอง แต่คุณแม่แอบเข้ารหัสมือถือพ่อไปใช้ คุณแม่เล่นหวยประเทศเพื่อนบ้าน วันละ 20,000+ บาท

06 ต.ค. 2025

ครอบครัวหนูไม่ได้มีฐานะมาก พ่อเกษียณแล้วแต่เงินบำนาญก็ได้ไม่เยอะ พ่อมีเงินก้อนจาก การเวนคืนที่ดินมาก้อนใหญ่ เหลือเงินประมาณ 4 ล้านบาท เก็บไว้ในบัญชีของพ่อเอง แต่คุณแม่แอบเข้ารหัสมือถือพ่อไปใช้ คุณแม่เล่นหวยประเทศเพื่อนบ้าน วันละ 20,000+ บาท

ครอบครัวหนูไม่ได้มีฐานะมาก พ่อเกษียณแล้วแต่เงินบำนาญก็ได้ไม่เยอะ พ่อมีเงินก้อนจากการเวนคืนที่ดินมาก้อนใหญ่ เหลือเงินประมาณ 4 ล้านบาท เก็บไว้ในบัญชีของพ่อเองแต่คุณแม่แอบเข้ารหัสมือถือพ่อไปใช้ คุณแม่เล่นหวยประเทศเพื่อนบ้าน วันละ 20,000+ บาทเอาเงินไปเล่นจนหมดไป 4 ล้านบาทแล้ว จนไม่เหลือสักบาท และ มีหนี้เพิ่มอีก 2-3 แสนแต่หนูยังต้องกู้เรียน กยศ.เองอยู่เลย รู้สึกเสียใจ ตอนนี้ครอบครัวกำลังจะได้เงินเวนคืนอีกก้อนกำลังจะได้คืนอีกมา 4 ล้าน หนูจะรักษาเงินก้อนสุดท้ายไว้ยังไงดี? กลัวแม่ทำเหมือนเดิม “คุณฟาง (นามสมมติ) อายุ 19 สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [1 ต.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาแม่ติดพนัน จนมองข้ามชีวิตคนรอบข้าง โดย “คุณฟาง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ที่บ้านของหนูไม่ได้มีฐานะร่ำรวยมาก คุณพ่อคุณแม่ไม่มีใครทำงาน เพราะคุณแม่เป็นแม่บ้าน ส่วนคุณพ่อก็เกษียณมา มีเงินบำนาญไม่ได้เยอะ และจุดเปลี่ยนผันของที่บ้านคือ ที่ดินได้ถูกเวียนคืน เลยได้เงินมาก้อนนึง ก้อนใหญ่รวมๆแล้ว ต้องได้ทั้งหมดสิบห้าล้าน แต่ตอนนี้ได้มาก่อนหกล้าน ทีนี้ก็เลยเอาเงินไปซื้อรถ เพราะว่าที่บ้านไม่มี ตอนนี้เลยเหลือประมาณสี่ล้าน คุณพ่อของหนูท่านก็เก็บเงินไว้ในโทรศัพท์ของคุณแม่ เพราะท่านไม่ใช้โทรศัพท์เลย เวลาจะคุยโทรศัพท์ หรือทำอะไร ก็จะผ่านแม่ตลอด แต่เป็นบัญชีของคุณพ่อ ตามจริง คุณแม่เขาก็ไม่รู้รหัส แต่ว่าท่านก็แอบดู แล้วก็เอาเงินไปใช้ ตอนหนูประมาณ ม.2 ก็จับได้ว่าคุณแม่แอบเอาเงินไปใช้เล่นหวย เพราะหนูชอบเล่นโทรศัพท์ของท่าน ตอนนั้นก็ยังเป็นเด็กไม่กล้าพูดอะไร เลยได้แต่ถ่ายๆไว้ส่งให้พี่สาวตนเอง พี่ก็เลยเป็นคนจัดการคุยกับแม่ให้ ท่านก็รับปากว่า จะไม่เล่นหวยแล้ว แต่หนูก็จับได้เรื่อยๆว่า ท่านยังเล่นอยู่ ก็เลยได้พูดกับแม่ว่า ‘ถ้าแม่ยังไม่เลิกเล่น หนูจะไปบอกพ่อนะว่าแม่เอาเงินพ่อมา’ แต่ท่านก็ไม่ได้กลัวหรอก แม่เขาพูดว่า ‘ถ้าอยากให้บ้านแตกก็บอกเลย’ ตอนนั้นหนูยังมัธยมต้นอยู่เลย ก็รู้สึกจุกจนไม่กล้าพูดอะไร พอผ่านมาจนหนู ม.5 แม่ก็ดูเล่นหนักขึ้นเรื่อยๆ พี่สาวเลยตัดสินใจบอกคุณพ่อ ว่าแม่แอบเอาเงินไปนะ คุณพ่อก็บอกว่าท่านรับได้ สูงสุดคือล้านนึง แต่พอไปดูจริงๆ เงินมันไม่เหลือแล้วสักบาท ก็เลยได้รู้ความจริงว่าคุณแม่เล่นวันละสองหมื่น บวกกับหนี้ที่สร้างไว้อีกสองสามแสน คุณแม่เขาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หนูรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบแตกสลาย เพราะอีกปีนึงหนูก็ขึ้นมหาลัยแล้ว ทำไมท่านถึงไม่คิดถึงอนาคตของลูกเลย ทุกๆครั้งที่เกิดการพูดคุยกันคุณพ่อจะบอกเสมอว่า เก็บเงินไว้ให้ลูกเรียน แต่คุณแม่ไม่เข้าใจ ท่านรู้สึกว่า แล้วฉันเป็นใคร ฉันก็เป็นเมีย ทำไมฉันไม่ได้ใช้เงินเธอบ้าง แต่ดีที่คุณพ่อท่านมีเงินกับธนาคารที่ออกมาพอดีในตอนนั้น เลยพอส่งหนูเรียนได้ แต่ตอนนี้ เงินก้อนจากการเวียนคืน กำลังจะได้มาในปีสองปีนี้ จากสิบห้าล้าน เหลือสี่ล้าน เพราะเราขึ้นศาลกัน จริงๆควรจะได้มากกว่านี้ แต่ถูกลดลงมา ซึ่งคุณแม่ท่านก็ยังไม่หยุดเล่น ยังแอบยักยอกเงินคุณตาเวลาที่ไปเก็บตลาดนัด ยักยอกเงินน้าที่จ้างให้เฝ้าร้านเครื่องซักผ้า ค่อนข้างเดือดร้อนคนหลายๆคน และถ้าเงินก้อนสุดท้ายออกมา คุณแม่คงไปสร้างหนี้ ให้คุณพ่อคอยจ่ายให้อยู่ดี หนูเลยอยากจะปรึกษาพวกพี่ว่า หนูควรจัดการความรู้สึกตัวเองยังไง? ไม่อยากมองแม่เป็นคนไม่ดี’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ให้ลองเปลี่ยนความคิดจากการที่มองคุณแม่เป็นคนไม่ดี ให้มองว่าท่านป่วยจะดีกว่าเพราะเท่าที่พี่ทำรายการมา และคุยกับคุณหมอ มันเกิดจากสมองชัดเจน แล้วลองคุยกับคนรอบข้างให้ดีว่า เราจะจัดการสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยจากคุณแม่ยังไง เช่นไม่ตามใจ ไม่ให้เงิน แยกเก็บเงินเป็นหลายๆกองมั้ย ต้องเซ็นกี่คนถึงจะเบิกได้ คงต้องทำความเข้าใจมากๆ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เป็นคนใช้ไม้แข็ง คือเขาจะไม่ได้เงินจากพี่เลยสักบาท มันต้องเกิดการพูดคุยกัน แบ่งเงิน เหมือนโอเค คนละล้าน แล้วแม่จะเอาเงินไปถลุงจนหมดตัวก็ให้เขาเป็นไป ส่วนพ่อถ้าได้ล้านนึง แล้วจะตามเช็ดให้แม่ ก็แล้วแต่พ่อ แต่อีกสองล้าน คือเราต้องเก็บไว้ และทำให้เขาเห็นว่าเขาจะไม่ได้เงินจากเราจริงๆสักบาท’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ช่างแม่เลยนะ แล้วเรียกครอบครัวมาคุยกันว่า ปัญหาของแม่ คือแบบนี้ และมันคงไม่จบ ให้กันเงินไว้ให้เป็นค่าเทอมของเรา มันคงทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่านี้แล้ว การที่เราไม่ดูแลแม่ เพราะแม่ทำสิ่งนี้ ก็ไม่ใช่ว่าบาป ถ้าเราดูแลจนสุดทาง แล้วเขายังเลือกเป็นแบบนี้อยู่ เราเลือกได้ ก็พูดให้เขาคิดว่า ถ้าแม่ยังอยากไปกับเราทำให้ครอบครัวชีวิตดีขึ้น เราจะไปด้วยกัน แต่ถ้าทำให้มันถอยหลังลง เราก็จะไม่ไปด้วย ให้แม่ดูแลชีวิตตัวเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-