(ภาคต่อ) ลูกโตแล้ว ถึงคราวที่เราต้องเปิดใจ จะลองเดตดีไหมน้า ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

(ภาคต่อ) ลูกโตแล้ว ถึงคราวที่เราต้องเปิดใจ จะลองเดตดีไหมน้า ?

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) ลูกโตแล้ว 

ถึงคราวที่เราต้องเปิดใจ

จะลองเดตดีไหมน้า ?

       ‘คุณนาเดีย (นามสมมติ)’ อายุ 42 ปี สายที่ 7 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 กับ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ลูกโตแล้ว ถึงคราวที่เราต้องเปิดใจบ้างหรือเปล่า

       เรื่องราวของ ‘คุณนาเดีย (นามสมมติ)’  มีอยู่ว่าคุณนาเดีย เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงลูกตัวคนเดียว อาศัยอยู่ในอเมริกา ใช้ชีวิตโสด เป็นสุขมาตลอด เมื่อก่อนนั้น คุณแม่ตัวติดกับลูกตลอดเวลา แต่เมื่อถึงเวลาที่ลูกโตเป็นวัยรุ่น เริ่มมีชีวิตเป็นของตัวเองแล้ว คุณนาเดียจึงรู้สึกว่า ถึงเวลาแล้วหรือเปล่าที่เธอจะต้องเปิดใจ

       โดย  ‘คุณนาเดีย (นามสมมติ)’ ได้โทรมาอัปเดตว่า “หลังจากได้รับคำแนะนำจากพี่ ๆ ดีเจมาในวันนั้น ล่าสุดคุณนาเดียได้ลองโหลดแอปหาคู่มาเรียบร้อยแล้ว ลองปัดเล่น ๆ ดูคนไปมา แต่ถึงเวลาจะสานต่อกลับต้องเสียเงิน จึงคิดเรื่องนี้อยู่ คุณนาเดียคิดว่าช่วงนี้ยังไม่ค่อยเหงา เอาเวลาไปเล่นกับเพื่อนก่อน ส่วนรูปที่เธอใช้ลงในแอปหาคู่ เธอลงรูปปกติ ไม่ผ่านการแต่งอะไรมาก เพราะกลัวเขาตกใจเวลาที่เจอตัวจริง ถ้าเขารับได้แต่แรก ก็จะได้คัดคนไปเลย และจะได้ไม่เป็นการเสียเวลาทั้งสองฝ่าย

       นอกจากโหลดแอปหาคู่แล้ว ล่าสุดคุณนาเดียได้บอกว่าเธอนั้น อยากไปลองพายเรือคายัค เพราะที่ผ่านมาลูกสาวของเธอไม่ชอบทำกิจกรรมที่เหนื่อย แต่ตอนนี้เธอคงได้มีเวลาออกไปทำกิจกรรมข้างนอกมากขึ้น ได้มีโอกาสทำในสิ่งที่อยากทำมานานแล้ว ส่วนเรื่องไปเที่ยว ตอนนี้เธอก็ยังไม่มีเพื่อนไป แต่เธอคิดว่าถึงไปคนเดียวก็คงไม่เหงา เพราะสามารถไปหาเพื่อนเที่ยวที่นั่นได้”

       หลังจากได้ฟังเรื่องราวของคุณนาเดียแล้วดีเจทั้งสาม ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ ได้อวยพรให้กับคุณนาเดียเป็นเสียงเดียวกันว่า “ขอให้คุณนาเดียเอ็นจอยกับชีวิต ถ้าเจอใคร ก็ขอให้เจอคนที่ใช่ เลือกเขาให้ดี ๆ ไม่ต้องรีบ และขอให้เที่ยวให้สนุก”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin 

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คบกับแฟนมา 10 ปี แต่หลังจดทะเบียนสมรสแฟนก็เปลี่ยนไป เขาจะชอบแคะสะดือ ชอบเกา ชอบล้วงเป้ามาให้ผมดม หนักสุดคือมายืนผึ่งน้องชายหน้าพัดลม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำ ผมด่าไปก็หันมาหัวเราะใส่ อยากรู้ว่าคู่รักคู่อื่นเป็นเหมือนกันไหม แล้วผมต้องพูดยังไงให้เขาหยุดทำ

14 พ.ย. 2025

คบกับแฟนมา 10 ปี แต่หลังจดทะเบียนสมรสแฟนก็เปลี่ยนไป เขาจะชอบแคะสะดือ ชอบเกา ชอบล้วงเป้ามาให้ผมดม หนักสุดคือมายืนผึ่งน้องชายหน้าพัดลม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำ ผมด่าไปก็หันมาหัวเราะใส่ อยากรู้ว่าคู่รักคู่อื่นเป็นเหมือนกันไหม แล้วผมต้องพูดยังไงให้เขาหยุดทำ

คบกับแฟนมา 10 ปี แต่หลังจดทะเบียนสมรสแฟนก็เปลี่ยนไปเขาจะชอบแคะสะดือ ชอบเกา ชอบล้วงเป้ามาให้ผมดมหนักสุดคือมายืนผึ่งน้องชายหน้าพัดลม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำผมด่าไปก็หันมาหัวเราะใส่ อยากรู้ว่าคู่รักคู่อื่นเป็นเหมือนกันไหมแล้วผมต้องพูดยังไงให้เขาหยุดทำ “คุณโก้” (นามสมมติ) อายุ 30 ปี เป็นสายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (12 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เรื่องแฟนมีนิสัยเปลี่ยนไปหลังแต่งงาน ชอบแคะ ชอบล้วงของตัวเองมาให้เราดม “คุณโก้” (นามสมมติ) ได้เล่าว่า ‘ผมมีแฟนอยู่คนหนึ่ง อยู่ด้วยกันเข้าปีที่ 10 แล้ว แฟนผมเขาเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูด เขาดูเป็นผู้ใหญ่มาก ปีที่แล้ว เราได้จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมกัน เขาก็มีนิสัยเปลี่ยนไป เวลาเขาอยู่กับผม เขาจะชอบล้วง แคะ แกะ เกาส่วนต่าง ๆ ของตัวเองมาดม ทั้งสะดือ ทั้งเป้า เขาเกาแล้วดมคนเดียวไม่พอ ยังเกาแล้วเอามาให้ผมดมด้วย ทำจนติดเป็นนิสัย ล่าสุดผมดูทีวีกับเขาที่โซฟา เขาก็มาผึ่งน้องชายที่หน้าพัดลม พอผมด่าเขา เขาก็หัวเราะใส่ ไม่ได้รู้สึกผิดอะไร ซึ่งก่อนหน้าที่จะจดทะเบียนสมรสกัน เขาไม่เคยทำแบบนี้ ผมเลยอยากรู้ว่าชีวิตคู่คนอื่น ๆ เป็นแบบนี้หรือเปล่าครับ ที่ชอบล้วง ชอบเกามาให้เราดม แล้วมีวิธีพูดกับเขายังไงบ้างให้หยุดทำ เพราะผมปรับตัวไม่ทัน’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถามว่าเป็นไหม ผมก็เป็น แต่ว่าเราไม่ถึงขนาดที่เอากลิ่นไปให้คนอื่นดม ถ้าพูดถึงตามอายุ การระมัดระวังคนเราจะน้อยลง จะสังเกตเห็นว่ายิ่งเราอายุเยอะหรือเราเจอคนที่อายุเยอะ เขาจะทำอะไรโดยที่เขาอาจจะไม่ได้ทันระแวงว่าสังคมจะคิดยังไง แต่นี่ก็คือชีวิตคู่ พอยิ่งอยู่กันไป ต่อให้เรานั่งอยู่ในห้องน้ำ เขาก็เปิดเข้ามาได้ ใช้เวลาต่อไปแล้วคิดว่าเดี๋ยวเราก็จะชิน เพราะมันเลี่ยงไม่ได้แล้ว ไม่ก็ให้เขาฟอกสบู่ก็ได้ครับ’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘พี่ว่ามันปกตินะ กับการที่เขาจะทำอะไรอย่างนั้น เพราะว่ามันอยู่กันมานาน พี่ว่าเขาอาจจะสบายใจกับคุณโก้มากแล้ว เขาก็เลยปล่อยตัวสุด ๆ เรื่องเกาไม่ค่อยเป็นปัญหา แต่ปัญหาคือการเอามาให้ดม ถ้ามันเหม็น คุณโก้ก็ต้องบอกเขาว่าเหม็น ตราบใดถ้ามันไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องสุขอนามัย พี่โอเค แต่ถ้าถามว่าการทำแบบนี้มันผิดปกติไหม พี่ว่าไม่นะ เพราะอย่างพี่ก็สบายใจที่จะตดใส่กันแล้ว ส่วนเรื่องปรับตัว พี่ว่าค่อย ๆ บอกเขาดีกว่า ค่อย ๆ ให้เขาเห็นว่าเราไม่ได้ชอบเรื่องแบบนี้ เพราะเขาก็เหมือนมาแกล้งเรานั่นแหละ’สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ความคิดเห็นเหมือนทั้งสองคนเลย ก็แล้วแต่ว่าอยู่กับใคร คบกันนานแค่ไหน มองว่ามันเป็นเรื่องของความสบายใจ แต่ถ้าโก้รู้สึกว่าโก้รับไม่ได้ พี่จะให้วิธีไปก็คือถือสเปรย์หรือที่ฉีดยุง เมื่อไหร่ที่เขาให้ดม เราก็ฉีด แลกกัน ให้เขารู้ว่าเราไม่โอเคจริง แต่ถ้าเกิดว่ามันไม่หนักหนาเหลือบ่ากว่าแรงก็ให้มองว่าเขาสบายใจที่จะให้เราเป็นคนรีวิวในส่วนนั้น บางทีเขาอาจจะต้องการคำรีวิวแบบไม่อวย เพราะว่าสิ่งเหล่านี้คนอื่นทำแทนโก้ไม่ได้นะ แล้วก็พวกกลิ่นกาแฟช่วยได้ ถ้าเขายื่นมา เราก็ดมกลิ่นกาแฟให้มันจางก่อนเพื่อที่เราจะได้ตอบรับกลิ่นได้ ก็อยู่ที่ว่ามันเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กน้อยสำหรับเรา เท่านั้นเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายกาวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเผลอตดตอนไปนวด อายพนักงานมากเลยค่ะ ไม่กล้ากลับไปร้านนี้แล้ว มันเป็นเรื่องปกติมั้ยคะ? แล้วทำยังไงต่อจากนี้ดีคะ?

05 มิ.ย. 2026

หนูเผลอตดตอนไปนวด อายพนักงานมากเลยค่ะ ไม่กล้ากลับไปร้านนี้แล้ว มันเป็นเรื่องปกติมั้ยคะ? แล้วทำยังไงต่อจากนี้ดีคะ?

หนูเผลอตดตอนไปนวด อายพนักงานมากเลยค่ะไม่กล้ากลับไปร้านนี้แล้วมันเป็นเรื่องปกติมั้ยคะ?แล้วทำยังไงต่อจากนี้ดีคะ? ‘คุณเป๋าตังค์’ (นามสมมติ) สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (3 มิถุนายน 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เรื่องที่เผลอตดตอนไปนวด จนรู้สึกอายพนักงานมาก ‘คุณเป๋าตังค์’ อายุ 33 ปีได้เล่าว่า ปกติเป็นคนที่ชอบไปนวดมาก เป็นการนวดแผนไทยธรรมดา อาทิตย์ละ 2 ครั้ง และจะไปกับแฟนตลอด แต่ล่าสุดเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้คุณเป๋าตังค์ไม่กล้ากลับไปนวดที่ร้าน เพราะในขณะที่เธอนวดก็กำลังเคลิ้มหลับ แล้วพนักงานนวดลงหลัง จนเผลอตดออกไป เธอบกว่าตดดังมาก ตดแบบเนื้อสั่น นั่นทำให้เธอสะดุ้งตื่นจนไม่กล้าหลับต่อ คุณเป๋าตังค์เองก็ไม่แน่ใจว่ามีกลิ่นหรือไม่ พอนวดเสร็จ เธอก็ให้ทิปกับพนักงาน 40 บาท แล้วหลังจากนี้ก็ไม่กล้าไปร้านนั้นอีก เธอจึงอยากปรึกษาว่าการที่เผลอตดตอนไปนวดมันเป็นเรื่องปกติหรือไม่ และควรทำอย่างไรต่อจากนี้ดี โดยคำแนะนำจากดีเจทั้ง 3 เป็นไปในทางเดียวกันว่า “พนักงานมองว่าเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ม่านข้าง ๆ อาจจะขำ แต่พนักงานเขาเจอจนชิน” ‘ดีเจเผือก’ บอกว่ายังไม่เคยเป็น และ ‘ดีเจเติ้ล’ บอกว่าเคยเคลิ้มจนกรน ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ บอกว่า "เรื่องตดอายใช่มั้ย มาที่ร้านพี่เลยดีกว่า พร้อมต้อนรับ" เรียกได้ว่าขำสั่นลั่นสตูเลยล่ะค่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ทำไมอาจารย์ชอบปล่อยเลทคะ? นักศึกษาโทรถามในรายการ เวลาไปเรียน... หมดเวลาแล้ว แต่อาจารย์ไม่ปล่อยสักที กินเวลาวิชาอื่นไป 10 – 15 นาที ไปเรียนอีกตึกแทบไม่ทัน ที่เพื่อนๆไม่กล้าบอกก็เพราะ อาจารย์คนนี้ ‘ดุ’ มากซะด้วย

12 ก.ย. 2023

ทำไมอาจารย์ชอบปล่อยเลทคะ? นักศึกษาโทรถามในรายการ เวลาไปเรียน... หมดเวลาแล้ว แต่อาจารย์ไม่ปล่อยสักที กินเวลาวิชาอื่นไป 10 – 15 นาที ไปเรียนอีกตึกแทบไม่ทัน ที่เพื่อนๆไม่กล้าบอกก็เพราะ อาจารย์คนนี้ ‘ดุ’ มากซะด้วย

ทำไมอาจารย์ชอบปล่อยเลทคะ? นักศึกษาโทรถามในรายการเวลาไปเรียน... หมดเวลาแล้ว แต่อาจารย์ไม่ปล่อยสักทีกินเวลาวิชาอื่นไป 10 – 15 นาที ไปเรียนอีกตึกแทบไม่ทันที่เพื่อนๆไม่กล้าบอกก็เพราะ อาจารย์คนนี้ ‘ดุ’ มากซะด้วยอยากได้วิธีการจากทุกคนว่าควรทำยังไงดี ถ้าเจอแบบนี้?? “คุณนิ (นามสมมุติ)” สายสุดท้ายของรายการ “พุธทอล์ค พุธโทร” เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [6 ก.ย.66] ได้โทรเข้ามาปรึกษาพี่ๆดีเจ ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเผือก เกี่ยวกับปัญหาอยากรู้ว่าทำไมอาจารย์ชอบปล่อยเลท โดย “คุณนิ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ที่มหาวิทยาลัยจะให้เรียนคาบละ 50 นาที แล้วก็จะมีให้เดินทาง 10 นาที เพื่อที่จะไปเรียนวิชาใหม่ แต่จะมีอาจารย์คนหนึ่งก็คือสอนครบ 60 นาทีเลย แล้วตัวอาจารย์เขาก็เป็นคนที่ค่อนข้างที่จะดุมาก อาจารย์เขาก็จะเข้าสอนก่อนเวลา ที่เขาปล่อยช้าบางทีก็ชอบเม้าท์ บางทีก็สอนบ้าง มันก็จะมีบางทีที่เขาสอนไม่ทันค่ะ หรือบางทีเขาก็สอนเสร็จเเล้วแต่ก็พูดเรื่องอื่นต่อ วิชานี้เป็นวิชาที่สาขาวิชาที่จะต้องเจอตลอด ๆ เลยเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สามีแอบไปมีอะไรกับ LGBTQ เขาบอกว่าเขาเป็นคนรับให้อีกฝ่ายเป็นคนรุก เรารู้สึกเจ็บปวดมาก แต่เขากลับบอกว่า เพราะเรางี่เง่า เขาเลยต้องทำแบบนี้

30 เม.ย. 2026

สามีแอบไปมีอะไรกับ LGBTQ เขาบอกว่าเขาเป็นคนรับให้อีกฝ่ายเป็นคนรุก เรารู้สึกเจ็บปวดมาก แต่เขากลับบอกว่า เพราะเรางี่เง่า เขาเลยต้องทำแบบนี้

สามีแอบไปมีอะไรกับ LGBTQเขาบอกว่าเขาเป็นคนรับให้อีกฝ่ายเป็นคนรุกเรารู้สึกเจ็บปวดมาก แต่เขากลับบอกว่าเพราะเรางี่เง่า เขาเลยต้องทำแบบนี้ ‘คุณส้มโอ (นามสมมติ)’ อายุ 24 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 เมษายน 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกรท วรินทร และคุณหมอท้อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic)' เกี่ยวกับเรื่องที่สามีแอบไปมีอะไรกับ LGBTQ โดย ‘คุณส้มโอ (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “เรากับแฟนคบกันมาได้ประมาณ 3 - 4 ปี มีลูกด้วยกัน 1 คน เราทั้งสองเจอกันในแอปหาคู่ คุยกันได้ 3 วันก็ตกลงเป็นแฟนกัน คบกันประมาณปีกว่า ก็ย้ายเข้าไปอยู่บ้านของแฟน โดยที่แม่ของเขาเป็นคนชวนเราไปอยู่ด้วย แฟนเราเป็นคนที่มีนิสัยเจ้าชู้ แต่เราก็ปล่อยผ่าน ด้วยความเป็นวัยรุ่น เราจึงรู้สึกทนไหว ในตอนที่เราอายุ 22 - 23 ปี เราท้องโดยที่ไม่พร้อม เราเองก็ถามเขาว่าเลี้ยงไหวไหม ถ้าเลี้ยงไม่ไหวเราจะไปยุติการตั้งครรภ์ แต่เขาบอกเราว่าเขาเลี้ยงไหว เราทั้งสองจึงได้จดทะเบียนสมรสกัน เมื่อเราท้องได้ประมาณ 7 เดือน ในระหว่างนั้นเราไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์กันได้ เราเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าเขาคงมีการไปคุยกับคนอื่นบ้าง เราก็ไปเจอแชตที่เขาคุยกับคนอื่นในแอปหาคู่ ซึ่งเป็นแชตกับสาวประเภทสองทั้งหมด ไม่มีผู้หญิง เขาคุยกันเรื่องนัดกันไปเจอ ทำให้เราตกใจมาก เพราะเขาบอกว่าเขาขอเป็นคนรับได้ไหม ให้สาวประเภทสองเป็นฝ่ายรุก ตอนนั้นสภาพจิตใจเราแย่มาก แต่เราท้องอยู่ และยังต้องพึ่งพาเขาอยู่ เราเลยเลือกที่จะให้อภัย และทนอยู่กับเขาอยู่ต่อไป แฟนของเราก็ทราบว่าเรารู้เรื่องทุกอย่าง เขาเองก็ขอโทษ และบอกว่าจะไม่ทำอีก เขาให้เหตุผลเราว่าที่ทำแบบนั้น เพราะเราท้อง เราไม่สามารถสนองความต้องการของเขาได้ หลังจากที่เราคลอด เขาก็ทำเหมือนเดิมมาเรื่อย ๆ ซึ่งเราก็จับได้มาตลอด เราจับได้ว่าเขานัดกับสาวประเภทสองอีกครั้ง เขาก็บอกเราว่าแค่แก้เหงาเฉย ๆ เราเองก็ปล่อยผ่าน ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แฟนของเราหวงโทรศัพท์มาก เก็บไว้ติดตัวตลอดเวลา คอยเปลี่ยนรหัสตลอด วันหนึ่งเราบังเอิญไปเห็นรหัสโทรศัพท์ของเขาพอดี จึงถือโอกาสไปเช็กรูป เช็กไลน์ และได้ไปเจอกับแชตที่เขานัดกับสาวไซด์ไลน์ และไปค้นที่คลังรูปภาพของเขา เราก็ได้เจอคลิปที่เขาถ่าย ในตอนที่มีเพศสัมพันธ์กับสาวประเภทสองอีกด้วย ในฐานะผู้หญิงเรารู้สึกเจ็บปวดมาก เราเองก็เคยถามว่าเขาทำแบบนี้ไปทำไม ไม่สงสารเรากับลูกบ้างเลยหรอ เขาก็บอกว่าเพราะเรางี่เง่า เขาเลยต้องเป็นแบบนี้ เราเองก็ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาตรงนี้ยังไง มันเกิดเหตุการณ์ซ้ำ ๆ แบบนี้อยู่ตลอด ตอนนี้เราไม่ได้ทำงาน ไม่ได้มีเงิน ต้องพึ่งพาเขา พอมันเกิดปัญหานี้ เรากลายเป็นคนที่ต้องไปพบจิตแพทย์ แล้วเขาก็พูดกับเราว่า ‘ก็เพราะเป็นบ้าไง ก็เลยต้องไปหากินข้างนอก’ เราเป็นแม่บ้าน ไม่ได้ทำงาน ต้องพึ่งพาเงินของเขา แต่เขาให้เงินเราใช้ส่วนตัวเดือนละ 1,000 บาท ส่วนค่าเลี้ยงดูลูกเขาเป็นคนดูแล เขาก็ดูเหมือนจะรักลูก แต่ด้วยความที่เขาต้องทำงาน มีเวลาไม่ค่อยตายตัว เขาก็บ่นว่าเหนื่อย เราเลยไม่ค่อยพาลูกไปยุ่งกับเขา ถ้าเลิกกันพ่อแม่ของเขาคงไม่ยอม เพราะเขาเองก็เลี้ยงหลานมาเหมือนกัน เขารับทราบว่าเรามีทะเลาะกันบ่อย แต่ไม่เคยรับรู้เรื่องพวกนี้ เราเคยพูดเรื่องหย่ากับเขาไปหลายรอบแล้ว แต่เขาก็ไม่ยอมหย่า ในความสัมพันธ์แบบนี้จะอยู่หรือจะไปดีคะ” เริ่มต้นที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำแนะนำว่า “เราไม่ต้องมองเรื่องรสนิยมทางเพศ ว่าเขาจะเป็นฝ่ายรับหรืออะไร เพราะมันไม่ใช่ตัวกำหนดว่าเขาเป็นเพศอะไร เรื่องนี้มันไม่ติด แต่มันติดเรื่องของการนอกใจ สุดท้ายไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ตาม มันคือการนอกใจ ในเมื่อเขามีข้อเสียที่ทำให้ความสัมพันธ์นี้ไปต่อไม่ได้ นั่นก็แปลว่า แปลว่าความสัมพันธ์มันไปต่อไม่ได้แล้ว แต่ปัญหาคือใครจะเป็นคนเลี้ยงดูลูก ถ้าเราโอเคที่จะให้ทางฝ่ายชายเป็นผู้เลี้ยงดู อยากให้เรียกเขามาคุยว่าวันนี้เราไม่โอเคเรื่องการนอกใจ ถ้าสมมติจะอยู่กับเรา ก็ให้เขาเลิกการนอกใจ ถ้าสมมติจะเลิกกันอยากให้คุยกันดี ๆ เพื่อที่เราจะได้มีโอกาสไปเยี่ยมลูก บอกเขาไปตรง ๆ ว่าชีวิตเธอควรใช้ในแบบที่เธอต้องการ โดยที่ไม่กระทบกับเรา เรายังคงอยู่ในสถานะพ่อและแม่ เพียงแต่ว่าไม่ได้อยู่ในสถานะสามีภรรยา เพราะเรารับไม่ได้ เรื่องการนอกใจ ถ้าไม่มีเรา คุณก็สามารถใช้ชีวิตอิสระได้เต็มที่ ส่วนเราก็ยังทำหน้าที่แม่อยู่ แต่สุดท้ายแล้ว อยากให้เอาสภาพร่างกาย และจิตใจของเราเป็นหลัก” ด้านของ ‘ดีเจเกรท’ ได้ให้คำแนะนำว่า “ปลายทางอยากให้เป็นแบบที่พี่หอมบอก นั่นคือการหย่า แต่คุณส้มโอต้องใช้ความกล้าหาญมาก ๆ ในการที่จะไปถึงปลายทางนั้น อยากให้กู้สภาพจิตใจของตัวเองให้ได้ก่อน ลองถามกับตัวเอง สมมติถ้าเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาของเรา แล้วมีอะไรที่ทำให้เรารู้สึกว่า เรายังรักเขาอยู่หรือเปล่า จากสถานการณ์นี้มัน Toxic กับหัวใจ เรื่องรสนิยมทางเพศ มันเป็นคนละเรื่องกัน แต่การที่เขานอกใจ มันเป็นเรื่องที่เจ็บในความรู้สึกเรา แล้วเราจะอยู่มันแบบนี้ต่อไปได้จริง ๆ หรอ ปัญหาหลักตอนนี้ที่ออกมาไม่ได้ก็คือเรื่องเงิน แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องเงิน เราอยากจะออกมาไหม ลองตั้งคำถามกับตัวเองดูสักครั้ง” ด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำแนะนำว่า “ขอตอบในกรณีที่สามีไม่ยอมหย่า ถ้าคุณส้มโอแข็งแรงทางการเงิน มีหน้าที่การงานที่มั่นคง ก็อยากให้ฟ้องหย่า แต่ในความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้ในตอนนี้ เพราะการหย่ามันต้องใช้เงิน ถ้าหย่ากันจริง ๆ เราอาจจะชนะ แต่ปัญหาหลังจากนั้น คือลูกจะไปอยู่ในการดูแลของใคร เพราะฝั่งของพ่อนั้นมีความพร้อมกว่า พี่ไม่อยากใช้คำว่าหย่า ขอใช้คำว่าแยก อยากให้คุยกับเขาดี ๆ ตามที่พี่ต้นหอมแนะนำ ในเมื่อเราอยู่กันแบบนี้แล้วไม่มีความสุข เราก็ขอแยกออกไปอยู่บ้านพ่อแม่ และทำหน้าที่แม่โดยไม่ต้องหย่า ให้เราได้เป็นแม่ของลูกเท่านั้น ในเมื่อมันเกิดเรื่องนี้ขึ้นแล้ว เราก็ขอตัดสินใจว่าจะขอแยกทาง ถ้าคุณไม่โอเคที่จะหย่า ก็ขอแยกออกมา และขอสิทธิ์ในการดูแลลูกตามเดิม เป็นทางที่ดีที่สุดที่คิดได้แล้ว” ปิดท้ายด้วย ‘คุณหมอท้อป’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “คนที่จะรู้ว่าควรจะอยู่หรือควรจะไป มีแค่คนสองคน นั่นก็คือเราและคู่ของเรา ในตอนนี้เราอาจจะยังนึกไม่ออก ว่าควรไปทางไหนดี จะอยู่หรือจะไป อาจจะไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าจะอยู่ยังไงให้ดี หรือจะไปยังไงให้ดี ถ้าเราจะอยู่แบบทรมาน หรือไปแบบทรมานมันก็ไม่ดีทั้งคู่ สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรก คือการจัดการความคิดและอารมณ์ เพราะมันจะงงกับความรู้สึก เราอาจจะรู้สึกว่ามันมีแต่เรื่องแย่ หลาย ๆ ครั้งที่เรื่องแย่ มันชัดกว่าเรื่องที่ดี ทำให้เรานึกไม่ออก แต่ลึก ๆ แล้วเราอาจจะรู้สึกว่ามันมีข้อดีบางอย่างที่ทำให้เราอยู่ด้วยกัน สิ่งแรกเราอาจจะทบทวนก่อนว่าที่เรารู้สึกไม่โอเค มันเป็นเพราะการนอกใจ หรือเรื่องของรสนิยม แต่ไม่ว่ารสนิยมเขาจะเป็นยังไง เขาอาจจะไปชอบอะไรก็ตาม นอกใจก็คือนอกใจอยู่ดี ถ้าเรารู้สึกว่าไม่โอเคกับการนอกใจ มันอาจเป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้เราต้องพิจารณาของการเป็นคู่ครอง แต่มันไม่ได้ตอบโจทย์ทั้งหมดของการเป็นพ่อแม่ ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะอยู่หรือจะไป ให้ตั้งสติ แล้วลองคิดว่าปัญหาที่เราเจอ มีอะไรบ้าง ถ้าเป็นเรื่องของความเสียใจ มันคือเรื่องปกติ ก่อนตัดสินใจอะไร ให้เยียวยาจิตใจตัวเองก่อน ดูแลตัวเองก่อน ตัดเรื่องรสนิยมทางเพศไปก่อน เอาแค่เรื่องของการนอกใจเป็นประเด็นสำคัญ ในเรื่องของการเลี้ยงลูก ต่อให้ไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้น การวางแผนเรื่องเงินของคุณส้มโอกับแฟน อาจจะยังไม่เรียบร้อย ลองเปลี่ยนจากคำว่าเลี้ยงไหวหรือเปล่า เป็นคำว่าเลี้ยงให้ดีพออย่างที่เราคาดหวังได้หรือเปล่า แล้วบันทึกค่าใช้จ่าย ทบทวนการใช้ชีวิตดูอีกครั้ง ถ้าเราคิดจะเลิกกับเขา ให้ลองซ้อมเลิกอยู่ในใจ ถ้าวันนี้ไม่มีเขาเราจะใช้ชีวิตยังไง ค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยน ถ้าถึงจุดหนึ่ง แล้วเรื่องมันคลี่คลาย ถ้าอยากจะอยู่ต่อก็อยู่ แต่ถ้าเราจะแยกออกมา เราก็จะรู้ว่าจะเกิดอะไร แล้วเราจะมั่นใจกับเรื่องนี้มากขึ้น”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
♪efm
-

-