แม่แฟนไม่ยอมให้แฟนเราย้ายออกมาอยู่กับเราหลังแต่งงาน เพราะความต้องการของแม่คือการมีลูกชายอยู่ด้วยตลอดเวลา หนูจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ หรอคะ ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แม่แฟนไม่ยอมให้แฟนเราย้ายออกมาอยู่กับเราหลังแต่งงาน เพราะความต้องการของแม่คือการมีลูกชายอยู่ด้วยตลอดเวลา หนูจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ หรอคะ ?

27 ก.พ. 2026

แม่แฟนไม่ยอมให้แฟนเราย้ายออกมาอยู่กับเราหลังแต่งงาน  

เพราะความต้องการของแม่คือการมีลูกชายอยู่ด้วยตลอดเวลา

หนูจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ หรอคะ ?

        ‘คุณฟ้า (นามสมมติ)’ อายุ 28 ปี สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (25 กุมภาพันธ์ 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจเกลือ’ และ ‘คุณหมอท้อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic)’ เกี่ยวกับเรื่องที่แม่แฟนไม่ยอมให้แฟนย้ายออกมาอยู่กับเราหลังแต่งงาน

        โดย ‘คุณฟ้า (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “หนูมีปัญหากับแม่ของแฟน เพราะว่าเขาไม่ยอมให้ลูกชายแยกบ้านออกมาอยู่กับเรา แม้ในอนาคตเราจะแต่งงานกันแล้วก็ตาม แฟนของเราก็ได้แต่บอกว่ายังไงก็ได้ ไม่เลือกคนใดคนหนึ่ง แม่ของแฟนเราเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว แยกกับพ่อของแฟนมาตั้งแต่แฟนเราเด็ก ๆ และไม่ได้มีสามีใหม่ ทำให้แม่เขามีแค่ลูกชายเพียงคนเดียว

        หนูเองก็เคยเจอกับแม่ของแฟนอยู่บ่อยครั้งนะคะ แม่เขาเป็นคนใจดี และดีกับหนูมาตลอด แต่หนูเองก็ไม่ได้สบายใจ และไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเอง ด้วยความที่เขาเป็นผู้ใหญ่ หนูเองก็เกรงใจเขา หนูอยากให้บ้านเป็นพื้นที่เซฟโซนของหนู ในอนาคตถ้าหนูได้แต่งงาน หนูก็คงต้องย้ายบ้านไปอยู่กับเขา และแม่ของเขา

        หนูกับแฟนคบกันมาได้ 2 ปีแล้วค่ะ เราเคยวางแผนที่จะแต่งงานกันใน 2 - 3 ปีนี้ ตัวหนูเองยืนยันว่ายังไงหนูก็จะไม่ย้ายเข้าไปบ้านของแฟน แต่แม่เขาก็ยืนยันเหมือนกัน ว่าจะไม่ให้ลูกชายย้ายออกจากบ้านเด็ดขาด หนูเคยหาทางเจรจา ว่าจะซื้อบ้านในระแวกนั้น เพื่อให้เราทั้งสามคนจะได้อยู่ใกล้ ๆ กัน แต่แม่เขาก็ยังไม่โอเค หนูเองก็เสนอทางออกไปอีกครั้งว่าให้แฟนอยู่บ้านกับหนู 4 วัน อยู่กับแม่ 3 วัน แต่แม่เขาก็ไม่โอเคอยู่ดี เพราะความต้องการของแม่ คือการที่มีลูกชายอยู่ด้วยตลอดเวลา

        แฟนของหนูก็พูดแต่อะไรก็ได้ แต่สุดท้ายหนูก็คิดว่าถ้าต้องเลือกจริง ๆ เขาคงเลือกแม่ของเขา หนูเองก็ไม่เคยคุยกับแม่เขาตรง ๆ ได้แต่คุยผ่านแฟนตลอด แต่เวลาเจอกันแม่เขาก็ดีกับหนูเสมอ บางครั้งเราก็ไปค้างคืนที่บ้านเขา แต่เราก็รู้สึกเกร็ง ๆ ตลอดเวลา แม้ว่าแม่เขาจะดูแลเราอย่างดีก็ตาม

        แม่ของแฟนบอกว่า หลัก ๆ ที่อยากให้เขายังคงอยู่บ้านกับแม่ เพราะความปลอดภัย ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาใครจะช่วยดูแล หรือเรื่องการช่วยดูแลบ้าน ถ้ามีแม่อยู่ด้วยก็คงจะดี รวมถึงแม่ก็เป็นคนขี้เหงาด้วย ถ้าต้องอยู่บ้านคนเดียว เขาก็คงไม่ยอม ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป หนูจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ หรอคะ"

        ทางด้านของ ‘ดีเจเกลือ’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “อย่าเพิ่งแต่งงานกัน ถ้ายังไม่มีการตกลงเรื่องนี้ให้ชัดเจน สำหรับผมคิดว่าการที่คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ดูแลเขามาคนเดียวเพียงลำพัง อย่างไรก็ตามผู้ชายก็ต้องเลือกแม่ของเขา การที่เขาตอบเราว่ายังไงก็ได้ นั่นแปลว่าเขาตอบเรามาแล้ว

        แต่ถ้ามองโลกในแง่ดี เขาคือคนที่รักครอบครัว ผู้ชายคิดยังไงกับแม่ แปลว่าเขาก็คิดกับคุณแบบนั้น ส่วนหนึ่งที่ทำให้เรารักผู้ชายคนนี้ ก็เพราะการเลี้ยงดู ที่เขาได้รับมาจากผู้หญิงผู้เป็นแม่ ยังไงเขาก็คงเลือกแม่ของเขา อยู่ที่คุณยอมรับได้ไหม ลองไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันก่อน ถ้าไม่เวิร์ค ก็ค่อยกลับมาคุยกันใหม่ว่าจะหาทางออกยังไง”

        ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “เห็นด้วยกับการที่เราอย่าเพิ่งตัดสินใจในเรื่องการแต่งงาน กลับมาถามตัวเอง ว่าเรารักเขามากพอที่จะยอมรับเรื่องนี้ได้ไหม แต่ถ้าวันนี้รู้สึกว่าไม่โอเค ก็ลองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ ช่วงเวลา 2 ปีนี้ ต่างคนต่างจะได้เป็นตัวของตัวเอง ถ้ามันไปต่อได้ก็ไป เรื่องแต่งงานไม่ต้องรีบ ถ้าคบกันไปแล้วไม่โอเค เราก็ไม่จำเป็นต้องทน ให้เขาไปหาคนที่พร้อมจะยอมรับเขา และเราก็ไปหาคนที่เข้ากับเราได้”

        ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ให้เรื่องของเรากับแฟนมั่นคงและมั่นใจก่อนจะกังวลเรื่องอื่น ๆ ให้ลองไปอยู่ด้วยกันก่อนจริง ๆ เราอาจจะโอเคกับชีวิตของเขาที่ต้องมีคุณแม่อยู่ด้วยในสักวัน ถ้าวันหนึ่งเราไม่โอเคกับเรื่องนี้ ก็ต้องเลือก เพราะเราไม่สามารถแยกเขาออกจากกันได้ เราก็ต้องเข้าใจความรู้สึกของแม่เขาด้วย”

        ปิดท้ายด้วย ‘คุณหมอท้อป’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “อย่าเพิ่งคิดว่าเราจะเลิกกับแฟนดีไหม การคิดหาคู่ครองในสังคมไทย เรื่องครอบครัวจะมาคู่กันเสมอ อย่างแรกลองทำความรู้จักคุณแม่ของเขาให้ดีก่อน การลองอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงานไม่ใช่เรื่องผิดอะไร ถ้ามันดี เราอาจจะโชคดีเหมือนเราได้มีแม่เพิ่มอีกคน ปกติของชีวิตคนเราที่ต้องมีเรื่องไม่ถูกใจกันบ้าง ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ตัวของแฟนเราจะทำตัวอย่างไร เราก็ต้องสนใจเรื่องนี้ด้วย ถ้าเขาไม่ได้เลือกที่จะอยู่ข้างใคร และช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ นั่นแปลว่าเขาเป็นผู้ใหญ่พอ พร้อมที่จะดูแลทั้งแม่และเรา แต่ถ้าเขาดูแลใครไม่ได้เลย เราก็ต้องพิจารณาใหม่”

เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

พ่อแฟนพาเข้าม่านรูดหวังล่วงเกิน โชคดีที่ตอนนั้นหนีออกมาได้ แล้วหลังจากนั้นพ่อแฟนก็ไม่ได้พูดอะไรกับเรา ตอนนี้ผ่านมา 20 ปีแล้ว แต่แผลในใจยังไม่เคยหาย

29 พ.ค. 2026

พ่อแฟนพาเข้าม่านรูดหวังล่วงเกิน โชคดีที่ตอนนั้นหนีออกมาได้ แล้วหลังจากนั้นพ่อแฟนก็ไม่ได้พูดอะไรกับเรา ตอนนี้ผ่านมา 20 ปีแล้ว แต่แผลในใจยังไม่เคยหาย

พ่อแฟนพาเข้าม่านรูดหวังล่วงเกินโชคดีที่ตอนนั้นหนีออกมาได้แล้วหลังจากนั้นพ่อแฟนก็ไม่ได้พูดอะไรกับเราตอนนี้ผ่านมา 20 ปีแล้ว แต่แผลในใจยังไม่เคยหาย ‘คุณน้ำหอม’ (นามสมมติ)เป็นสายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (27 พฤษภาคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม และ หมอท้อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic)’ เกี่ยวกับเรื่องที่ พ่อของแฟนเกือบจะล่วงเกิน โชคดีที่หนีออกมาได้ เรื่องผ่านมา 20 ปีแล้ว แต่ยังเจ็บปวดในใจ ‘คุณน้ำหอม’ (นามสมมติ) อายุ อายุ 46 ปี ได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่ติดค้างอยู่ในใจของเธอมานานกว่า 20 ปี เรื่องราวที่แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด แต่ความรู้สึกเจ็บปวดและหวาดระแวงก็ไม่เคยเลือนหายไปจากชีวิตของเธอเลย เธอเล่าว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงที่เพิ่งคบหากับแฟนและย้ายเข้าไปอาศัยอยู่ที่บ้านของฝ่ายชายได้ประมาณหนึ่งปี วันหนึ่งคุณพ่อของแฟนมาเคาะประตูห้อง ก่อนจะบอกกับเธอว่าแฟนให้มารับไปหาที่ทำงาน ด้วยความที่ไว้ใจ เธอจึงนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ออกไปกับเขา แต่ระหว่างทาง พ่อของแฟนกลับพาเธอเลี้ยวเข้าไปในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง ทั้งที่เธอไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เธอเล่าว่าแม้อีกฝ่ายจะยังไม่ได้ลงมือทำอะไร แต่พยายามฉุดกระชากและบังคับเธอให้อยู่ตรงนั้น ตอนนั้นเธอร้องเสียงดังมาก สุดท้ายเธอสามารถวิ่งหนีออกมาได้ และกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดมากที่สุดคือหลังจากกลับมาถึงบ้าน พ่อของแฟนกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ราวกับเหตุการณ์ทั้งหมดไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คุณน้ำหอมยอมรับว่าในช่วงเวลานั้นเธอยังอายุน้อยมาก และด้วยบริบทเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ทำให้เธอไม่กล้าพูดความจริงเรื่องนี้กับแฟนตรง ๆ เธอจึงเลือกเก็บทุกอย่างเอาไว้คนเดียว เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ความสัมพันธ์ของเธอกับแฟนก็จริงจังมากขึ้น ก่อนหน้านี้พ่อและแม่ของแฟนแยกทางกัน เดิมทีทุกคนอาศัยอยู่รวมกันในบ้านใหญ่กับญาติหลายคน เมื่อความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มจริงจัง เธอกับแฟนจึงเริ่มวางแผนสร้างครอบครัวของตัวเอง และซื้อบ้านออกมาอยู่กันสองคน จนกลายมาเป็นบ้านหลังที่อยู่ในปัจจุบัน แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิด คือแฟนของเธอต้องการให้พ่อมาอยู่ด้วยในบ้านหลังปัจจุบัน แม้ในใจจะไม่อยากเผชิญหน้า แต่สุดท้ายเธอก็จำใจยอม เพราะไม่อยากให้แฟนลำบากใจ อย่างไรก็ตาม เธอยอมรับว่า เหตุการณ์ในวันนั้นไม่เคยหายไปจากความทรงจำเลยแม้แต่วันเดียว คุณน้ำหอมกล่าวว่า “เขาทำกับเราแบบนั้น แต่เหมือนในความรู้สึกของเขา เขาลืมมันไปหมดแล้ว” เธอเล่าว่าตลอดเวลาที่อยู่บ้านเดียวกัน เธอมักระแวงอยู่เสมอ เวลานอนก็ต้องล็อกประตูสองชั้นเพื่อให้ตัวเองรู้สึกปลอดภัย แม้เวลาจะผ่านมานานกว่า 20 ปีแล้วก็ตาม ปัจจุบัน พ่อของแฟนอายุมากขึ้นและเริ่มเจ็บป่วย ต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง ขณะที่แฟนของเธอเองก็ประสบอุบัติเหตุจนกลายเป็นผู้พิการ แม้จะยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้บางส่วน แต่ก็ทำให้หลายอย่างในชีวิตยากขึ้นกว่าเดิม ด้วยเหตุนี้ แฟนของเธอจึงมักฝากให้เธอช่วยพาพ่อไปหาหมอ หรือช่วยดูแลแทนอยู่เสมอ เธอยอมรับตรง ๆ ว่า ทุกวันนี้ที่ยังดูแลพ่อของแฟนอยู่ ก็เพราะความรักที่มีต่อแฟนล้วน ๆ เพราะเธอรู้ดีว่า ตอนนี้ครอบครัวของเขาเหลือกันอยู่เพียงสองคนพ่อลูกเท่านั้น สิ่งที่เธออยากรู้ คือเธอควรทำอย่างไรกับความรู้สึกของตัวเอง ควรทำใจอย่างไรเพื่อดูแลพ่อของแฟนต่อไป และสุดท้ายแล้วเธอควรบอกความจริงเรื่องนี้กับแฟนดีหรือไม่ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำแนะนำว่า “ไม่บอกค่ะ เพราะว่าเรารักแฟนเรา แล้วรู้ว่าถ้าหากเราบอกเรื่องนี้ไป แฟนของเราจะเสียใจแล้วก็มองหน้าพ่อไม่ติด ไหน ๆ เราเก็บมา 26 ปีแล้ว ก็ทำเพื่อแฟน ถ้าไหวนะคะ แต่ถ้ารู้สึกว่าไม่ไหว ก็บอกให้แฟนรู้ว่า เธอ เรามีความจริงเรื่องหนึ่ง แต่มันนานมาแล้ว แต่ ณ วันนี้ฉันไม่ได้อะไรนะ แค่อยากบอกให้เธอรู้ไว้ ส่วนเรื่องที่จะทำใจยังไงที่ต้องดูแลพ่อของแฟนต่อ เห็นแล้วโกรธ เห็นแล้วเกลียด ก็ลองจ้างคนอื่นมาดูแลแทน” ด้าน ‘ดีเจเติ้ล’ ให้ความเห็นว่า “อยากให้บอกความจริง แต่เรื่องนี้ก็อยู่ที่คุณน้ำหอมจะตัดสินใจ แต่คุณน้ำหอมต้องประเมินแฟนให้ออกว่า ถ้าพูดความจริงออกไปแล้ว ไม่ใช่ว่าหัวใจวาย เพราะมันก็เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ที่เขาควรต้องรู้ ส่วนคำถามว่าจะทำใจยังไงที่ต้องดูแลพ่ออยู่ อยากจะเชียร์ให้คนอื่นมาดูแล อย่าไปฝืนตัวเอง แต่ถ้าสุดท้ายแล้วมันไม่มีจริง ๆ ส่วนตัวคงอยากจะพูดกับพ่อตรง ๆ ว่า ไม่ได้ลืมนะในสิ่งที่เขาทำ นี่กำลังดูแลเพื่อแฟนของหนูนะ ทำให้เขารับรู้ว่าสิ่งที่เขาเคยทำมันผิด และควรรู้สึกผิด” ขณะที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้มุมมองว่า “จะทำยังไงให้ดูแลเขาได้ ไม่ต้องไปพยายามมาก ดูแลคนป่วยมันต้องอาศัยความพร้อมทางจิตใจของคนดูแลเหมือนกันนะ ถ้าจิตใจเราไม่พร้อม ก็ทำเท่าที่คนหนึ่งจะเมตตาต่อสิ่งมีชีวิตอีกคนหนึ่งได้ เพราะเราก็อดทนมาตั้ง 20 กว่าปีแล้ว ส่วนตัวเชียร์ว่าไม่ต้องฝืน รู้สึกยังไงก็ปฏิบัติตามนั้น ส่วนเรื่องจะบอกหรือไม่บอก ก็เหมือนกัน เก็บมาได้ตั้ง 20 กว่าปีแล้ว ถ้ายังไม่มีจังหวะที่เหมาะกว่านี้ ก็อาจเก็บไว้ก่อน ไม่แน่วันหนึ่ง ถ้าพ่อเขาไม่อยู่แล้ว อาจมีโอกาสได้คุยกัน แต่ถ้าวันนี้สถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ ส่วนตัวรู้สึกว่าที่ประคองกันมาได้ก็เก่งมากแล้ว แต่ถ้ามันไม่ไหวจริง ๆ ก็หาคนมาช่วยแบก นั่นก็คือสามี มันจะทำให้เราเบาลง” ปิดท้ายด้วย ‘หมอท็อป’ ที่ได้ให้คำแนะนำในด้านของสุขภาพจิตไว้อย่างลึกซึ้งว่า “คำถามที่สำคัญที่สุด คือเราจะดูแลจิตใจตัวเองอย่างไรก่อน เพราะคนที่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ มันเป็นบาดแผล ถึงแม้จะผ่านมา 26 ปีแล้ว หรือแม้จะผ่านไป 40 – 50 ปี มันก็ยังสามารถทำให้รู้สึกเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานได้ ยิ่งเป็นคนในครอบครัว บาดแผลมันยิ่งลึก เพราะเราต้องเจอกันอยู่ทุกวัน ดังนั้นความรู้สึกแย่มันเป็นเรื่องปกติมาก และสิ่งสำคัญคืออย่าโทษตัวเอง บางคนอาจรู้สึกว่าตัวเองผิด แต่จริง ๆ แล้วเราคือเหยื่อ เราไม่ได้ทำอะไรผิด ตอนนี้เราปลอดภัยแล้ว และต้องขอบคุณตัวเองที่ประคองชีวิตมาถึงตรงนี้ได้ ความรู้สึกแย่ก็คือแย่ ไม่จำเป็นต้องฝืนว่าโอเค เพราะยิ่งกดไว้ มันจะยิ่งทรมาน ถ้าชาตินี้ยังให้อภัยไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร เพราะบางครั้งการถูกบังคับให้ให้อภัย มันอาจทำให้เราเจ็บกว่าเดิม ส่วนคำถามว่าจะบอกแฟนดีไหม ก็บอกเมื่อรู้สึกว่าจำเป็นต้องบอก บอกตอนที่เราอยากบอกจริง ๆ ไม่ใช่ตอนที่ถูกคนอื่นกดดันให้บอก” รายการ พุธทอล์คพุธโทร ขอเป็นกำลังใจให้คุณน้ำหอม และไม่ว่าคุณน้ำหอมจะสามารถก้าวข้ามผ่านความเจ็บปวดนี้ได้หรือไม่ แต่หวังว่าคุณน้ำหอมจะเข้มแข็งอย่างที่เคยเป็นมาและเข้มแข็งมากขึ้นในอนาคต พวกเราจะส่งกำลังใจให้คุณน้ำหอมเสมอนะคะเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ดีเจอึ้งทั้งห้อง สาวโทรปรึกษา หัวหน้าแฟน ชอบเอางานมาอ้างแล้วชวนแฟนเราไปเที่ยว ล่าสุดทนไม่ไหวแล้วเพราะ หัวหน้าชวนไปทริปส่วนตัวที่ต่างประเทศ บอกแฟนเราว่า 'เงินเดือนตั้ง 2 หมื่น ไปต่างประเทศ หมื่นห้าเอง ไปไม่ได้หรอ?'

14 พ.ย. 2023

ดีเจอึ้งทั้งห้อง สาวโทรปรึกษา หัวหน้าแฟน ชอบเอางานมาอ้างแล้วชวนแฟนเราไปเที่ยว ล่าสุดทนไม่ไหวแล้วเพราะ หัวหน้าชวนไปทริปส่วนตัวที่ต่างประเทศ บอกแฟนเราว่า 'เงินเดือนตั้ง 2 หมื่น ไปต่างประเทศ หมื่นห้าเอง ไปไม่ได้หรอ?'

“คุณบี (นามสมมติ)” อายุ 24 ปี สายที่สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย กับปัญหาที่หัวหน้าแฟนชอบชวนแฟนไปเที่ยว จนคุณบีและแฟนอึดอัด โดย “คุณบี (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา หัวหน้าของแฟน เขาชอบชวนแฟนเราไปข้างนอกหลังเลิกงาน จนวันนี้ไม่ไหวแล้ว เพราะเขาชวนแฟนเรา ถามว่า “ไปต่างประเทศกันไหม” ไปส่วนตัวที่ไม่ได้เกี่ยวกับบริษัท แต่ไปกันเป็นทีม 5 คน ซึ่งแฟนก็ไม่ได้อยากไป ปฏิเสธไปแล้วว่า “ไม่ไป ไปไม่ได้จริงๆ ต้องเก็บตังไปเที่ยวกับแฟนนะ” เขาก็แบบ “ทำไมล่ะ มีเงินเดือนตั้ง 20,000 ไปต่างประเทศแค่ 15,000 เองไปไม่ได้หรอ นี่ก็ไปกันหมดเลยนะ ถ้าไม่ไปครั้งนี้พี่จะตัดหางปล่อยวัดแล้วนะ” ที่ผ่านมาก็ปฏิเสธตลอดว่า ไปไม่ได้จริงๆ แฟนรออยู่ที่บ้าน แฟนทำกับข้าวรอแล้ว วันนั้นที่ไม่ไหวจริงๆ บอกให้เขาโทรเคลียร์กับหัวหน้า เพราะหนูไม่ไหวแล้วทำไมต้องมาชวนบ่อยขนาดนี้ แฟนหนูเป็นของหนู ไม่ใช่ของเขา หนูก็ไม่ได้อยากให้แฟนหนูไปกับเขา หนูก็เลยบอกให้เขาโทรเคลียร์กันเลยได้ไหม ตอนแรกเขาไม่ยอมโทร แล้วหนูก็บอกว่า “ถ้าไม่โทรวันนี้ก็เลิกกันไปเลย” เขาก็เลยยอมโทร แล้วหัวหน้าเขาก็บอกว่า “ทำไมล่ะ พี่ก็ให้ใจเราไปแล้วนะ พี่ก็คิดว่าเราจะให้ใจพี่บ้าง” แล้วตอนที่คุยกันก็มีคำถามที่หนูเอ๊ะ ถามมาได้ยังไง คือเขาบอกว่า “จะเลือกเขาหรือว่าจะเลือกแฟน” แฟนหนูก็เลยบอกว่า “เลือกแฟน” เขาก็บอกว่า “ทำไมล่ะ หาตรงกลางไม่ได้หรอ” แฟนหนูเขาบอกว่า “หัวหน้าคนนี้เขาเป็นคนที่โดนอวยมาตลอดชีวิต” บางครั้งเขาก็มีชวนคนอื่นไปกันบ้าง บางครั้งก็ชวนไปกันสองคน แล้วเขาก็พูดว่า “ถ้าอย่างงั้นก็ไม่ต้องทำงานกับพี่นะ ไปทำงานกับคนอื่น” แล้วเขาก็บอกว่า “ถ้าไปทำงานกับคนอื่นอะ พี่ก็จะเขียนใบลาออกเลยนะ” แฟนหนูก็บอกว่า “เนี่ยผมเขียนไปแล้ว เพราะผมทะเลาะกับแฟน ผมไม่อยากมีปัญหากับแฟน” เขาก็บอกว่า “ก็เขียนสิ เดี๋ยวพี่เขียนให้ พี่ก็จะออกด้วย” อยากจะถามว่าหนูใจแคบไหม ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เอาอย่างนี้นะบี ถ้าประโยคที่บีพูดกับพี่ บีไม่ได้โกหก เพราะว่าการที่ใครจะมาพูดอะไรแบบนั้นอะ มันประสาทมันไม่ใช่คนปกติ ถ้าบีไม่ได้โกหกพี่ในรูปประโยคอะ ก็คือหัวหน้าประสาท ผิดปกติ ไปต่างประเทศอย่างงี้ ไม่ต้องไป ไปต่างประเทศใช้เงินนะ มีเงินอยู่ 20,000 ไปต่างประเทศ 15,000!! ค่าเช่าบ้าน ค่าโทรศัพท์ ค่าเน็ต ไม่ต้องจ่ายเลยหรือไง ตอบสั้นๆ ไปเลย ไม่ไป ไม่มีเงิน แล้วเดินหนี ต่อให้คุณแฟนมีเงินเดือน 50,000 ก็ตาม ไม่มีสิทธิ์บอกว่าแค่ 15,000 เอง ให้ความคิดเห็นเหมือนกันคือ ไม่ต้องไป ไม่ไปแล้วรอดูว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคนนี้กลั่นแกล้งเราในหน้าที่การงาน ไปหาหัวหน้าใหญ่บอกว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ก่อนออกก็บอกว่า อีบ้า’ ต่อมาเป็น “ดีเจเติ้ล” ได้บอกว่า ‘ถ้าที่บีพูดมา ก็ปสด. มีความผิดปกติ ก็คือต้องได้รับการรายงาน พี่แนะนำให้ลองคุยกับหัวหน้าที่เป็น Top เจ้าของบริษัท เพราะว่านี่มันส่งผลกับการทำงาน อันนี้เป็นบ้าแล้ว บีไม่ต้องสงสัยในตัวเอง บีปกติแล้ว ไม่ต้องไป ไม่มีเงิน เก็บเงินไว้ไปเที่ยวกับบี เคลียร์ก่อนลองคุยกับหัวหน้าก่อน แต่ถ้าหัวหน้าเป็นบ้าเหมือนกันอีก พี่ว่า ออกเถอะ ปีเดียวเอง อันนี้ดูเอาแต่ใจมากเลย พูดอะไรไม่มีเหตุผลเลย’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาพร้อมอุทานขึ้นมาทันทีว่า ‘โอ้ย อีบ้า!! ไม่ให้กูทำอะไรอย่างอื่นเลยหรอ เงินเดือนไม่มีรายจ่ายเลยมั้ง ประโยคที่พูดออกมาแต่ละประโยค จะเงินเดือนเท่าไหร่ มันก็ต้องเข้าใจว่าเงินเดือน 20,000 อ่ะ 15,000 มันใช้เลยไม่ได้ ถ้าเขาเป็นคนปกติไม่ว่าเขาจะเงินเดือนเท่าไหร่เขาต้องเข้าใจ แต่ละประโยคที่หลุดออกมาคิดว่าตรรกะเขาคงบิดไปแล้ว หรือบางทีการเป็นทนายมันต้องเชื่อมั่น ในสิ่งที่ยึดถือว่าโจทก์พูดแบบนี้คือถูก ฉันก็ต้องยึดมั่นตรงนี้ นี่คือตรรกะของฉันว่าลูกความฉันถูก คราวนี้เพี้ยนไปเลย ไม่สนสี่สนแปดอะไรเลย ให้ความคิดเห็นคือ ไม่ต้องไป บริษัทกฎหมายอื่นๆ ที่ดีมีเยอะแยะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมมีโลก 2 ใบครับ คนแรกเป็นแฟนที่คบกันมา 5 ปี ส่วนคนที่ 2 ผมรักเขาแต่เขาก็เข้ามาแค่เล่น ๆ ไม่ได้จริงจังอะไร ผมรู้สึกสับสนไม่รู้ว่าควรเลือกโลกใบไหนดี

26 ธ.ค. 2025

ผมมีโลก 2 ใบครับ คนแรกเป็นแฟนที่คบกันมา 5 ปี ส่วนคนที่ 2 ผมรักเขาแต่เขาก็เข้ามาแค่เล่น ๆ ไม่ได้จริงจังอะไร ผมรู้สึกสับสนไม่รู้ว่าควรเลือกโลกใบไหนดี

ผมมีโลก 2 ใบครับ คนแรกเป็นแฟนที่คบกันมา 5 ปีมันเป็นความผูกพันแต่ผมไม่ได้รักเขาแล้วส่วนคนที่ 2 ผมรักเขาแต่เขาก็เข้ามาแค่เล่น ๆ ไม่ได้จริงจังอะไรเวลาที่เขามาหาผม เขาก็จะมาแค่ตอนเมาหรือตอนที่อยากได้เงินแต่เขาก็บอกว่าเขารักผมแค่ยังไม่อยากคบเพราะฐานะผมยังไม่มั่นคงผมรู้สึกสับสนไม่รู้ว่าควรเลือกโลกใบไหนดี “คุณเจมส์ (นามสมมติ)” อายุ 21 ปี เป็นสายแรกในรายการ “พุธทอล์คพุธโทร”เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจเกลือ – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เรื่องมีโลก 2 ใบ แต่ไม่รู้จะเลือกใบไหนดี “คุณเจมส์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมกำลังสับสนกับเรื่องความรักเพราะตอนนี้ผมมีโลก 2 ใบอยู่ครับ ใบแรกเป็นแฟนที่คบกันสมัยอยู่ปวช.ครับ คบกันได้ 5 ปีแล้ว อีกใบหนึ่งเป็นคนที่คุยกันตอนที่ทะเลาะกับแฟน คนนี้เขาก็เข้ามาพอดี ซึ่งมันก็เข้าปีที่ 3 แล้ว โลกใบที่ 2 เขาไม่รู้ว่าผมมีคนแรกแต่เขาก็เหมือนเข้ามาเล่น ๆ ไม่ได้จริงจัง เป็นฝ่ายผมที่อินมากกว่า โลกใบแรกเวลาอยู่ด้วยกันผมรู้สึกเป็นตัวของตัวเอง เรามีความสุขที่เราเป็นเรา แต่กับอีกคนหนึ่งเหมือนเราตื่นเต้นที่ได้อยู่กับเขา เราก็มีความสุขมากกว่าคนแรกครับ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าเขามีแค่ผมหรือเปล่าเพราะเราไม่มีสถานะอะไรกันเลย กับคนแรกเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน เราแยกกันอยู่ คนที่ 2 ก็แยกกันอยู่เหมือนกันมันก็มีไปมาหาสู่กันบ้าง คนแรกเขาจะมาหาผมทุกอาทิตย์ ส่วนคนที่ 2 เขาจะมา ๆ หาย ๆ อยากจะมาก็มาอยากจะไปก็ไปแต่เขาจะนึกถึงผมตอนที่เขาเมา เขาไม่ได้มาเพื่อหวัง Sex แต่เขาจะมาเพื่อหวังเงินมากกว่า เวลาเขาเมา เขาก็จะชอบให้ผมไปรับไปส่งเขา บางทีเขาทำงานไม่ไหวเขาจะให้ผมจ้างเวรให้หรือขอบัตรคอนเสิร์ตไปเที่ยวบ้าง เขาเคยบอกว่าเขารักผมแต่ผมยังให้ในสิ่งที่เขาต้องการไม่ได้คือฐานะของผมยังไม่มั่นคงที่จะไปดูแลเขา แต่ถ้าเป็นคนแรกเขาไม่ได้ซีเรียสเรื่องเงิน ไม่เคยมาร้องขออะไรเรื่องนี้เลย เราอยู่กันด้วยความสบายใจและความผูกพัน แต่กับคนแรกตั้งแต่เราทะเลาะกันตรั้งล่าสุด ผมก็รู้สึกรักเขาน้อยลง เราทะเลาะกันเพราะเขางี่เง่า อย่างเวลาผมไปเที่ยวกับเพื่อนเขาก็จะโทรจิก โทรหาทั้งผมและเพื่อนผม ไม่ให้ความเป็นส่วนตัวเลย ทุกวันนี้ก็ยังเป็นเหมือนเดิม แล้วผมเป็นคนกลัวการเริ่มต้นใหม่ ผมเคยแยกทางกับคนแรกหลายครั้งแล้วแต่เขาก็ขออยู่ต่อ เขาอยากขอโอกาสปรับตัว ส่วนคนที่ 2 เขาบอกว่าเขารักผมแต่ก็ยังไม่อยากคบกับผม ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าผมควรจะเลือกใครดี’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มีคนเดียวให้เธอเลือกเพราะอีกคนเขาไม่ได้เลือกเจมส์นะ โลกใบที่ 2 เขาไม่ได้เลือกเป็นแฟนแล้วเขาก็ชัดเจนมากว่าคบกันอยู่ในสถานะไหน ถ้าจะมีให้เลือกก็มีอยู่คนเดียวก็คือคนที่คบ 5 ปี แต่มันหมดรักไปแล้ว สำหรับพี่คือมันจะไม่ได้ใครเลย ที่ยังตัดไม่ขาดกับคนแรกเพราะเรากลัวว่าไปข้างหน้าแล้วมันจะเจ็บแต่อย่างน้อยก็มีคนแรกไว้รองรับเรา อย่างนี้รึเปล่า ก็คือเจมส์เห็นแก่ตัวอยู่ พี่รู้สึกว่ามันเสียเวลา คนแรกมันหมดใจแล้วเข็ญยังไงก็ไม่ขึ้นหรอกเพราะใจมันไปอยู่กับคนที่ 2 เพราะฉะนั้นไปจบกับคนแรก ถ้าเรารั้งเขาไว้ให้อยู่เพราะว่าให้เขาเป็นที่รองรับทั้ง ๆ ที่เราหมดรักไปแล้วมันเห็นแก่ตัวไป ให้เขาไปมีโอกาสได้เจอกับคนดี ๆ ส่วนกับคนที่ 2 เขาก็ชัดเจนอีกนะว่าเขาให้เจมส์ได้แค่เท่านี้ แต่ถ้าเจมส์ยังมีความสุขอยู่บนสถานะนี้ เจมส์ก็เลือกคบกับคนที่ 2 ไปเลย แล้ววันหนึ่งถ้าเกิดรู้สึกว่าอึดอัดใจหรือเจอใครที่ดีกว่าก็เลือกคนใหม่ได้เลย เพียงแต่ว่าพี่ไม่อยากให้เจมส์เห็นแก่ตัวด้วยการรั้งคนแรกเอาไว้ สุดท้ายก็เดินหน้าต่อไปกับคนที่ 2 เราก็คบกับเขาในสถานะนั้นไป มันก็ถือว่าเราโสด อย่างน้อยเราก็ไม่ได้อยู่ในการนอกใจของใคร แล้วเดี๋ยววันหนึ่งถ้าเจอคนที่ดีเข้ามา เราก็ค่อยเทคนที่ 2 ก็ได้ เขาไม่น่าจะรั้งเราหรอก’ ต่อมา “ดีเจเกลือ” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘ถ้าเกิดกังวลเรื่องการเลือก ไม่ต้องกังวล คุณไม่ได้เลือกหรอกครับเพราะว่าคนที่ 2 เขาก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าต่อให้คุณเลือกเขามันจะเจอกับอะไร คนที่ 1 คุณก็ไม่ได้เลือกเขาหรอกเพราะความลับมันไม่มีในโลก ตราบใดที่คุณยังคบซ้อนอยู่แบบนั้น วันหนึ่งเขาก็จะรู้ พอเขารู้เขาก็จะเลิกกับคุณ คุณก็จะไม่ได้เลือกเหมือนกัน ฉะนั้นก่อนที่จะมานั่งเครียดว่าเราจะเลือกใครดี ผมว่าเรามาวางตัวเองในความสัมพันธ์ที่ดีก่อนดีกว่าเพราะว่าการที่คิดว่าเราต้องการที่จะเลือกใครสักคนเพื่อเป็นที่พึ่งในใจเราอย่างเดียว มันไม่ใช่ความรักที่ถูกต้อง ความรักที่ถูกต้องมันต้องแชร์กัน เราไม่ได้รับอย่างเดียวเขาก็ต้องได้รับด้วย สำหรับผมเองยังไม่ต้องเลือกครับ ไปทำความสัมพันธ์ตอนนี้ให้มันถูกต้องก่อน’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘พี่ว่าเจมส์นึกถึงแต่ตัวเองเลย เจมส์ไม่ได้คิดถึงใครเลย เจมส์คิดถึงแค่ตัวเองเลยว่าตัวเองจะมีความสุขที่สุดในทางเลือกไหนที่ตัวเองเลือก ไม่แม้แต่กระทั่งจะกล้าหาญพอที่จะลองเสี่ยงในสิ่งที่ตัวเองเลือกด้วยเพราะเจมส์เห็นแก่ตัว คือเจมส์บอกว่าเจมส์ไม่ได้รักเขาแล้ว ยังไงก็เข้ากันไม่ได้แต่เจมส์ก็เลือกที่จะไม่บอกเลิกเขา เจมส์บอกว่าเจมส์อยู่ด้วยความผูกพัน พี่ว่าเจมส์ใช้คำนี้ไม่ได้ เพราะจริง ๆ เจมส์ก็ไม่ใช่คนรักที่ดีที่อยู่ด้วยความผูกพัน เจมส์ก็ยังมีอีกคนหนึ่ง แต่เจมส์แค่ไม่เด็ดขาดหรือไม่ก็รักตัวเองมากจนไม่อยากเสียอีกคนไป ถ้าไม่รักใครแล้วจริง ๆ ก็บอกกับเขาตรง ๆ บอกให้เขายอมรับแล้วก็เลิกกันเถอะ ส่วนคนที่ 2 เจมส์เชื่อในสิ่งที่เขาพูดใช่ไหมที่เขาบอกว่าเจมส์ยังไม่พร้อม ถ้าเจมส์เชื่อก็ไปคบกับเขาเลยเพราะพี่ว่าถ้าเจมส์เชื่อในสิ่งนี้และเจมส์คิดว่าอยู่กับคนนี้แล้วเรามีความสุขมากกว่าคนแรกก็ลองเลย ลองดู แม้ว่าพี่จะรู้สึกว่าเขาไม่ได้จริงจังอะไรกับเจมส์เพราะคนรักกันที่ไหนจะมาหาแค่ตอนเมาและก็มาเพื่อต้องการเงิน แต่ถ้าเจมส์เชื่ออย่างนั้นเจมส์ก็ไปหาคนนี้ได้เลย เพราะอย่างน้อยเจมส์ก็ไม่ต้องทรมานหรือหลอกคน ๆ หนึ่งตลอดเวลาว่าตัวเองไม่ได้รักเขาแล้วแต่ยังอยู่กับเขา แต่กับคนนี้เจมส์ต้องเลือกและกล้าที่จะรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองเลือก สุดท้ายถ้ามันไม่เวิร์คก็จะได้เรียนรู้ไว้แต่ว่าอย่าเห็นแก่ตัวจนกระทั่งไม่ทำอะไรสักอย่าง แต่ที่ทำอยู่ตอนนี้ไม่ได้ดีสักอย่างนะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ลูกสาวเศร้า คุยกับผู้ชายคนนึง เคยมีอะไรกันแล้ว แม่เป็นห่วงเลยฟอล IG ผู้ชาย ปรากฏผู้ชายทักมาจีบแม่ แม่ลองใจพาผู้ชายมาดื่มที่บ้านกัน 3 คน ไว้ใจแม่ สุดท้ายมารู้ทีหลังว่าแม่มีอะไรกับผู้ชายคนเดียวกับหนู

26 ม.ค. 2024

ลูกสาวเศร้า คุยกับผู้ชายคนนึง เคยมีอะไรกันแล้ว แม่เป็นห่วงเลยฟอล IG ผู้ชาย ปรากฏผู้ชายทักมาจีบแม่ แม่ลองใจพาผู้ชายมาดื่มที่บ้านกัน 3 คน ไว้ใจแม่ สุดท้ายมารู้ทีหลังว่าแม่มีอะไรกับผู้ชายคนเดียวกับหนู

ลูกสาวเศร้า คุยกับผู้ชายคนนึง เคยมีอะไรกันแล้ว แม่เป็นห่วงเลยฟอล IG ผู้ชายปรากฏผู้ชายทักมาจีบแม่ แม่ลองใจพาผู้ชายมาดื่มที่บ้านกัน 3 คน ไว้ใจแม่สุดท้ายมารู้ทีหลังว่าแม่มีอะไรกับผู้ชายคนเดียวกับหนูตอนนี้ทั้งหนูและแม่เลิกยุ่งกับผู้ชายคนนั้นแล้ว แต่รู้สึกไม่ค่อยดีกับแม่เลย ​“คุณแนน(นามสมมติ)” อายุ 20 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 ม.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเผือก’ กับปัญหาที่มารู้ทีหลังว่าแม่แอบมีอะไรกับคนคุยเรา โดย ​“คุณแนน(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘คือหนูไปเจอผู้ชายคนหนึ่งในแอปพลิเคชัน ก็คุยกันแล้วไปเจอกัน แม่ของหนูก็มารู้ว่าหนูคุยกับคนนี้ แม่ก็ไปสืบมาและก็ให้หนูเลิกคุย หนูก็หลอกเขาว่าเลิก แต่จริง ๆ ก็ยังคุยอยู่ เขาก็จับได้อีกรอบนึง เขาก็เลยฟอลไอจีผู้ชายคนนั้นไป แล้วผู้ชายคนนั้นก็เลยทักมาจีบแม่ แม่ก็บอกให้หนูรู้ว่าผู้ชายคนนั้นจีบแม่ ซึ่งผู้ชายคนนั้นอายุ 27 ปี แม่อายุ 40 ปี และที่แม่มาบอกแบบนั้นเพราะอยากให้หนูรู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นคนไม่ดี แล้วเขาก็อยากลองใจผู้ชายคนนั้นเลยให้มานั่งดื่มที่บ้าน ผู้ชายคนนั้นก็มาทั้ง ๆ ที่รู้ว่าแม่เป็นแม่ของหนู แต่ผู้ชายคนนั้นเขาก็ยังคุยกับหนูปกติ และก็จีบทั้งแม่ทั้งหนู ตอนนั่งดื่มก็นั่งกัน 3 คน ฟังเพลงและก็ดื่มไปด้วย หนูดื่มได้นิดเดียวก็ขึ้นไปนอนก่อน คือหนูไว้ใจแม่ เวลาเจอหน้ากันเขาก็เรียกหนูว่าน้อง เรียกแม่ว่าพี่ ทีนี้เขาก็มาทุกวัน แม่ก็อนุญาตให้เขามา แล้วก็มีอยู่คืนหนึ่งที่หนูเมามาก ๆ แล้วก็ไปทำตัวหึงใส่เขา คือตอนแรกหนูบอกแม่ว่าแค่คุยกับคนนี้ไม่ได้มีอะไร แม่ก็มาแบบซักถามหนูว่าเคยมีอะไรกันใช่ไหมกับผู้ชายคนนี้ คือเขาซักจนหนูบอกไปว่า ใช่ ครั้งนึง เขาก็ร้องไห้ออกมา ที่เขาร้องไห้เพราะเขาบอกว่าคนนี้นิสัยไม่โอเค แต่ก่อนหน้านั้นเขาก็เคยมีอะไรกับผู้ชายคนนี้แต่ว่าหนูพึ่งมารู้ทีหลัง เขารู้ว่าหนูคุยแล้วแต่ว่าเขาเผลอไปมีอะไรด้วยเพราะเขาเมามาก ผู้ชายก็เมา แล้วแม่ก็เลยห้ามไม่ให้คุยอ้างว่านิสัยไม่ดีแต่ที่จริงตัวเองเคยมีแล้ว ซึ่งแม่ชอบผู้ชายคนนี้เลยบอกให้เลิก คือหนูให้อภัยแม่ได้ แต่ว่าบางทีก็ยังคิดถึงเรื่องนี้และมันทำให้หนูทุกข์ใจว่าทำไมแม่ถึงโกหกหนู คำถามคือหนูควรที่จะต้องจัดการกับความรู้สึกตรงนี้ยังไงอะค่ะ? ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ก็คือว่าเรายังเรียนอยู่ 20 ปีเรายังต้องใช้เงินแม่ ไม่ใช่ทุกคนบนโลกเป็นคนดี ก็แค่คนไม่ดีที่มีลูก เขาบังเอิญมีแนนออกมา ความผิดที่เกิดขึ้นมันค่อนข้างร้ายแรงในฐานะคนเป็นแม่ ในฐานะที่พี่เป็นแม่ พี่ก็รู้สึกสะอึกกับเรื่องนี้ว่าปล่อยให้เรื่องนี้มันเกิดขึ้นกับลูกเราได้ยังไง แต่วันนี้ถ้าแนนคิดจะให้อภัย พี่คิดว่าแม่คงได้รับบทเรียนแล้ว แล้วเราก็คงรู้แล้วว่าอย่าเอาผู้ชายเข้าใกล้แม่ ถ้าสมมุติว่าเรามีแฟนแล้ววันหนึ่งเขามายุ่งกับเราอีก เราก็พูดกับเขาดี ๆ ว่าให้แม่ควบคุมตัวเองหรือเป็นตัวอย่างที่ดีให้ได้ก่อน ก่อนที่จะสอนเรา แต่ถ้าแนนคิดจะให้อภัยแล้ว พี่คิดว่าแนนควรปล่อยวาง ไม่ต้องไปคิดเรื่องพวกนั้นอีก คิดซะว่าผู้ชายเลว ๆ คนหนึ่งออกไปจากชีวิตเราแล้ว ผู้ชายดี ๆ เขาก็ไม่จีบทั้งแม่ทั้งลูกเหมือนกัน ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า พี่จะมองแบบนี้แนน ถ้าแนนอยากจะให้อภัยเขาเหมือนแบบแนนรักเขา พี่จะมองว่า อย่างน้อยแม่เขาจะทำตัวยังไง นั่นเป็นอีกเรื่องนึง แต่ว่าอย่างน้อยเขาทำให้เห็นจริง ๆ แล้วว่าผู้ชายคนนี้ไม่น่าเอาเป็นผัว เหมือนเขาเอาตัวเขาทำให้เราเห็น อย่างน้อยปลายทางคือเราได้รู้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ควรเอาเป็นผัว ถ้าพยายามอยากจะให้อภัยเขา แต่ว่าสิ่งที่เค้าทำอันนั้นไว้อีกเรื่องนึง สุดท้าย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ถ้าเป็นพี่ก็คงคิดว่าเป็นแอลกอฮอล์ ถ้าจะคิดให้มันสบายใจขึ้น มันอาจจะเป็นแอลกอฮอล์ที่ทำให้สมองที่มันยับยั้งชั่งใจมันหายไป แล้วเพศชาย เพศหญิงอยู่ด้วยกันความยับยั้งชั่งใจมันหาย แล้วเรื่องมันก็เกิดขึ้น’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-