ดีเจอึ้งทั้งห้อง สาวโทรปรึกษา หัวหน้าแฟน ชอบเอางานมาอ้างแล้วชวนแฟนเราไปเที่ยว ล่าสุดทนไม่ไหวแล้วเพราะ หัวหน้าชวนไปทริปส่วนตัวที่ต่างประเทศ บอกแฟนเราว่า 'เงินเดือนตั้ง 2 หมื่น ไปต่างประเทศ หมื่นห้าเอง ไปไม่ได้หรอ?'

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ดีเจอึ้งทั้งห้อง สาวโทรปรึกษา หัวหน้าแฟน ชอบเอางานมาอ้างแล้วชวนแฟนเราไปเที่ยว ล่าสุดทนไม่ไหวแล้วเพราะ หัวหน้าชวนไปทริปส่วนตัวที่ต่างประเทศ บอกแฟนเราว่า 'เงินเดือนตั้ง 2 หมื่น ไปต่างประเทศ หมื่นห้าเอง ไปไม่ได้หรอ?'

14 พ.ย. 2023

          “คุณบี (นามสมมติ)” อายุ 24 ปี สายที่สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย กับปัญหาที่หัวหน้าแฟนชอบชวนแฟนไปเที่ยว จนคุณบีและแฟนอึดอัด

          โดย “คุณบี (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา หัวหน้าของแฟน เขาชอบชวนแฟนเราไปข้างนอกหลังเลิกงาน จนวันนี้ไม่ไหวแล้ว เพราะเขาชวนแฟนเรา ถามว่า “ไปต่างประเทศกันไหม” ไปส่วนตัวที่ไม่ได้เกี่ยวกับบริษัท แต่ไปกันเป็นทีม 5 คน ซึ่งแฟนก็ไม่ได้อยากไป ปฏิเสธไปแล้วว่า “ไม่ไป ไปไม่ได้จริงๆ ต้องเก็บตังไปเที่ยวกับแฟนนะ” เขาก็แบบ “ทำไมล่ะ มีเงินเดือนตั้ง 20,000 ไปต่างประเทศแค่ 15,000 เองไปไม่ได้หรอ นี่ก็ไปกันหมดเลยนะ ถ้าไม่ไปครั้งนี้พี่จะตัดหางปล่อยวัดแล้วนะ”

          ที่ผ่านมาก็ปฏิเสธตลอดว่า ไปไม่ได้จริงๆ แฟนรออยู่ที่บ้าน แฟนทำกับข้าวรอแล้ว วันนั้นที่ไม่ไหวจริงๆ บอกให้เขาโทรเคลียร์กับหัวหน้า เพราะหนูไม่ไหวแล้วทำไมต้องมาชวนบ่อยขนาดนี้ แฟนหนูเป็นของหนู ไม่ใช่ของเขา หนูก็ไม่ได้อยากให้แฟนหนูไปกับเขา หนูก็เลยบอกให้เขาโทรเคลียร์กันเลยได้ไหม ตอนแรกเขาไม่ยอมโทร แล้วหนูก็บอกว่า “ถ้าไม่โทรวันนี้ก็เลิกกันไปเลย” เขาก็เลยยอมโทร แล้วหัวหน้าเขาก็บอกว่า “ทำไมล่ะ พี่ก็ให้ใจเราไปแล้วนะ พี่ก็คิดว่าเราจะให้ใจพี่บ้าง”

          แล้วตอนที่คุยกันก็มีคำถามที่หนูเอ๊ะ ถามมาได้ยังไง คือเขาบอกว่า “จะเลือกเขาหรือว่าจะเลือกแฟน” แฟนหนูก็เลยบอกว่า “เลือกแฟน” เขาก็บอกว่า “ทำไมล่ะ หาตรงกลางไม่ได้หรอ” แฟนหนูเขาบอกว่า “หัวหน้าคนนี้เขาเป็นคนที่โดนอวยมาตลอดชีวิต” บางครั้งเขาก็มีชวนคนอื่นไปกันบ้าง บางครั้งก็ชวนไปกันสองคน แล้วเขาก็พูดว่า “ถ้าอย่างงั้นก็ไม่ต้องทำงานกับพี่นะ ไปทำงานกับคนอื่น” แล้วเขาก็บอกว่า “ถ้าไปทำงานกับคนอื่นอะ พี่ก็จะเขียนใบลาออกเลยนะ” แฟนหนูก็บอกว่า “เนี่ยผมเขียนไปแล้ว เพราะผมทะเลาะกับแฟน ผมไม่อยากมีปัญหากับแฟน” เขาก็บอกว่า “ก็เขียนสิ เดี๋ยวพี่เขียนให้ พี่ก็จะออกด้วย” อยากจะถามว่าหนูใจแคบไหม

          ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เอาอย่างนี้นะบี ถ้าประโยคที่บีพูดกับพี่ บีไม่ได้โกหก เพราะว่าการที่ใครจะมาพูดอะไรแบบนั้นอะ มันประสาทมันไม่ใช่คนปกติ ถ้าบีไม่ได้โกหกพี่ในรูปประโยคอะ ก็คือหัวหน้าประสาท ผิดปกติ ไปต่างประเทศอย่างงี้ ไม่ต้องไป ไปต่างประเทศใช้เงินนะ มีเงินอยู่ 20,000 ไปต่างประเทศ 15,000!! ค่าเช่าบ้าน ค่าโทรศัพท์ ค่าเน็ต ไม่ต้องจ่ายเลยหรือไง ตอบสั้นๆ ไปเลย ไม่ไป ไม่มีเงิน แล้วเดินหนี ต่อให้คุณแฟนมีเงินเดือน 50,000 ก็ตาม ไม่มีสิทธิ์บอกว่าแค่ 15,000 เอง ให้ความคิดเห็นเหมือนกันคือ ไม่ต้องไป ไม่ไปแล้วรอดูว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคนนี้กลั่นแกล้งเราในหน้าที่การงาน ไปหาหัวหน้าใหญ่บอกว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ก่อนออกก็บอกว่า อีบ้า’

          ต่อมาเป็น “ดีเจเติ้ล” ได้บอกว่า ‘ถ้าที่บีพูดมา ก็ปสด. มีความผิดปกติ ก็คือต้องได้รับการรายงาน พี่แนะนำให้ลองคุยกับหัวหน้าที่เป็น Top เจ้าของบริษัท เพราะว่านี่มันส่งผลกับการทำงาน อันนี้เป็นบ้าแล้ว บีไม่ต้องสงสัยในตัวเอง บีปกติแล้ว ไม่ต้องไป ไม่มีเงิน เก็บเงินไว้ไปเที่ยวกับบี เคลียร์ก่อนลองคุยกับหัวหน้าก่อน แต่ถ้าหัวหน้าเป็นบ้าเหมือนกันอีก พี่ว่า ออกเถอะ ปีเดียวเอง อันนี้ดูเอาแต่ใจมากเลย พูดอะไรไม่มีเหตุผลเลย’

           สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาพร้อมอุทานขึ้นมาทันทีว่า ‘โอ้ย อีบ้า!! ไม่ให้กูทำอะไรอย่างอื่นเลยหรอ เงินเดือนไม่มีรายจ่ายเลยมั้ง ประโยคที่พูดออกมาแต่ละประโยค จะเงินเดือนเท่าไหร่ มันก็ต้องเข้าใจว่าเงินเดือน 20,000 อ่ะ 15,000 มันใช้เลยไม่ได้ ถ้าเขาเป็นคนปกติไม่ว่าเขาจะเงินเดือนเท่าไหร่เขาต้องเข้าใจ แต่ละประโยคที่หลุดออกมาคิดว่าตรรกะเขาคงบิดไปแล้ว หรือบางทีการเป็นทนายมันต้องเชื่อมั่น ในสิ่งที่ยึดถือว่าโจทก์พูดแบบนี้คือถูก ฉันก็ต้องยึดมั่นตรงนี้ นี่คือตรรกะของฉันว่าลูกความฉันถูก คราวนี้เพี้ยนไปเลย ไม่สนสี่สนแปดอะไรเลย ให้ความคิดเห็นคือ ไม่ต้องไป บริษัทกฎหมายอื่นๆ ที่ดีมีเยอะแยะ’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ทุกคนเคยเจอไหม? มีไลน์กลุ่มที่อยู่หลายสิบคน มีไว้คุยเรื่องเรียน คุยเรื่องงาน แต่จะมีอยู่ 2-3 คน ที่คุยแต่เรื่องตัวเอง เรื่องส่วนตัวในกลุ่ม ถ้าไม่มีใครตอบ ก็กด @ALL แท็กทุกคนในกลุ่ม รู้สึกรำคาญมาก ถ้าปิดแจ้งเตือนก็กลัวพลาดข่าวสารอัปเดตในกลุ่ม ทำยังไงดี?

10 ต.ค. 2023

ทุกคนเคยเจอไหม? มีไลน์กลุ่มที่อยู่หลายสิบคน มีไว้คุยเรื่องเรียน คุยเรื่องงาน แต่จะมีอยู่ 2-3 คน ที่คุยแต่เรื่องตัวเอง เรื่องส่วนตัวในกลุ่ม ถ้าไม่มีใครตอบ ก็กด @ALL แท็กทุกคนในกลุ่ม รู้สึกรำคาญมาก ถ้าปิดแจ้งเตือนก็กลัวพลาดข่าวสารอัปเดตในกลุ่ม ทำยังไงดี?

“คุณนัท (นามสมมติ)” อายุ 33 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 ต.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม กับปัญหาคนในกรุ๊ปเรียนกรุ๊ปทำงานชอบเข้ามาคุยเรื่องส่วนตัว ที่ไม่เกี่ยวกับกรุ๊ป โดย “คุณนัท (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘ตอนนี้ตัวคุณนัทเองจะทั้งเรียนและทำงานด้วย โดยเรื่องนี้จะเกิดทั้งใน Line กลุ่มทำงานและเรียน แต่ส่วนมากจะเจอใน Line ของกลุ่มเรียน… โดยจะมีคนคนนึงในกลุ่ม ชอบโผล่เข้ามาว่า ‘เหงา หิวข้าว กลางวันกินอะไรดี วันนี้กินเหล้า กินเหล้าร้านนี้ กินเหล้ากับเราไหม’ อะไรแบบนี้ ถ้าไม่มีใครตอบเขาก็จะแท็ก All หาทุกคน แล้วมันก็จะเด้งเตือนทุกคน ก็จะกดเข้าไปดูว่ามีอะไรหรือเปล่า พอเข้าไปดูก็ไม่มีอะไร ก็จะเป็นพฤติกรรมอย่างนี้เรื่อยๆ มี ถ่ายรูปบ้านมาว่า เสร็จแล้วเหลืออีก 2% ถ่ายรูปอันนั้นมา อันนี้มา แล้วเขาก็มีคู่ขาเขา รับส่งกันว่า ”พี่กินเหล้าไหน พี่ทำอะไร“ เขาก็จะเฮฮากันอยู่ 2 - 3 คน ในกลุ่ม เขาไม่ตั้งกลุ่มไลน์แยก แต่เขามาใช้ไลน์กลุ่มที่สำหรับคุยเรื่องเรียน บางครั้งถ้าเราไม่เปิดดูเลย บางคนก็จะแบบ ปิดแจ้งเตือนไปเลยไม่ต้องรับรู้ ปิด แต่พอเปิดมาอีกทีร้อยกว่าข้อความ แล้วบางครั้งก็มีแท็กด้วยเราก็ต้องเปิดเข้าไปดู ว่ามีอะไรเกี่ยวกับเรื่องเรียนมั้ย แต่ก็ไม่เจออะไร ในไลน์กลุ่มทำงานก็จะมีคนที่ “พี่อยู่คอนเสิร์ตนี้ ใครมาที่นี่มาแจมกับพี่หน่อย พี่กินเหล้าอยู่ตรงนี้ ใครมาแจมกับพี่หน่อย เงาะอร่อยไปกินกับพี่ไหม” มันจะเป็นบุคคลซ้ำๆในแต่ละกลุ่ม กลุ่มเรียนก็จะเป็นคนเดิมซ้ำๆ มันก็เลยรู้สึกรำคาญ พอเราเริ่มรู้สึกรำคาญ เราไปเจอหน้าเขาก็จะรู้สึกแบบเบื่อหน้าเขา… ปัญหาที่จะถามวันนี้คือ หนูเป็นคนที่ขี้หงุดหงิด จุกจิกเรื่องพวกนี้เกินไปหรือเปล่า แล้วมีวิธีจัดการ Mindset หรือจัดการตัวเองยังไง ถ้าจะให้หนูเดินไปบอกเขา เห้ยพี่…พี่เลิกพิมพ์อย่างนี้ในไลน์กลุ่ม มันก็ทำไม่ได้อยู่ดี ถ้ามีวิธีแก้หรือแนะนำเพิ่มเติมได้ งานนี้ คำแนะนำจาก “ดีเจต้นหอม” คือ ‘สำหรับหอมไม่มี ถ้าเราจะบอกว่า พี่ หยุดพูดในกลุ่มแชท มันเป็นการสร้างบรรยากาศในกรุ๊ปให้มีปัญหา หอมก็จะเลือกปล่อยผ่าน แล้วก็อาจจะ สมมุติเจอร้อยกว่าข้อความแล้วแท็ก All มา ก็จะแบบ “อุ้ย…เปิดมาเจอร้อยหว่าข้อความ ตกใจเลย เอางี้ ถ้าเกิดมีอะไรเรื่องเรียนหรือสำคัญ ยังไงแท็กนัดมาต่างหากให้หน่อยนะคะ ขอบคุณค่าา555555” แต่มันจะมีปัญหา… ก็อดทน สำหรับหอม ไม่อยากทำให้บัวช้ำน้ำขุ่น’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำแนะนำว่า ‘พี่เข้าใจน้องนัท พี่ไม่รู้สึกน้องนัทมากไป เพราะพี่ก็เป็น เราก็อยากอ่านแต่เรื่องที่มันเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ซึ่งพี่ว่ามันไม่ได้แปลก พี่ว่าคนอื่นในนั้นก็อาจจะรู้สึกเหมือนน้องนัทแหละ เพียงแต่เขาเลือกที่จะไม่เสียเวลากับเรื่องพวกนี้ ก็เหมือนกับบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นพี่ว่า เพราะเขาก็ไม่รู้ถ้าพูดไปมันจะยังไง แล้วก็ มันอาจจะดูว่าใครพูดก่อนใครเปิดก่อน คนนั้นมันก็อาจจะดูแบบไม่ค่อยดีในสายตาคนอื่นก็ได้ แต่ว่าถ้าจะให้แนะน ก็คือ… น้องนัทต้องทำใจจริงๆ แล้ว อันไหนข้ามได้ก็ข้าม แต่พี่ก็มีวิธีขำๆนะที่พี่เคยคิดว่าพี่จะทำ… ก็คือพี่จะเปลี่ยนชื่อไลน์ตัวเองแล้วพี่ก็จะไปเตะนางออก แล้วพี่ก็จะเปลี่ยนกลับ อันนี้คือกรณีที่แบบไม่ไหวแล้วโว้ยย แล้วมันจะจับไม่ได้ว่าใครเตะนางออกเผื่อนางจะรู้ว่า… ต้องมีอะไรแล้วแน่ๆเลย เผื่อนางจะได้พิจารณาตัวเอง แต่ถ้าจะให้ร้ายกว่านั้น ให้เปลี่ยนชื่อเป็นเพื่อนมันอ่ะ ให้มันด่ากันเองว่าเตะออกทำไม’ ปิดท้ายกันด้วย “ดีเจเผือก” ให้คำแนะนำว่า ‘การที่เราจะรู้สึกรำคาญไม่ผิด แต่ว่าถ้ามันรำคาญถึงขนาดที่ว่าโพสต์เลยเนี่ย… ผมว่ามันจะทำให้ชีวิตคุณนัทอ่ะ มันทุกข์ไปนิดนึง ก็คือตอนนี้ผมเนี่ย จะรู้สึกใช้หลักการดำเนินชีวิตที่อย่าไปสร้างความเครียดอะไรให้กับชีวิตมันมากมาย เก็บความเครียดนั้นไว้ปล่อยสำหรับเรื่องราวที่มันควรจะเครียด เวลาที่เราเครียดหรือเกิดรู้สึกทางลบ ทั้งสารเคมีในสมองเอย ทั้งระบบการเต้นของหัวใจ คือมันหงุดหงิดอ่ะ เมื่อไหร่ที่เราหงุดหงิดหรือรำคาญ มันก็จะทำให้วันนั้นมันเป็น Bad day แล้วโลกทุกวันนี้มันก็เลวร้ายมากพออยู่แล้ว มันมีเรื่องราวร้ายๆ อะไรมาทำให้เรารู้สึก Bad day อยู่เรื่อยๆ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น อะไรที่มันไม่มีคุณค่าพอที่จะทำให้ผมหงุดหงิดได้ ผมก็จะไม่สนใจมัน ผมจะพยายามเก็บความหงุดหงิดไว้ใช้กับเรื่องที่มันเหมาะสม แล้วก็ ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะรู้สึกว่าเรื่องราวที่คุณนัทเจอมันเบา ก็ปิด Notification ก็ได้ แล้วค่อยๆมาไล่ๆดูก็ได้ ซึ่งสำหรับคุณนัทอาจจะมองปัญหานี้รุนแรงกว่าคนอื่น ก็อยากให้ค่อยๆปรับลง ถ้าคุณนัทยังมีเรื่องอื่นๆในชีวิต ที่ยังซีเรียสกว่านี้หรือน่าจะเครียดกว่านี้ แล้วคุ้มค่ากับการที่เราจะเสียเซลล์สมองกับการรับมือมากกว่านี้ ก็เปลี่ยนไปโฟกัสกับเรื่องนั้น แล้วผมเชื่อว่าทุกคนก็จะมีกรุ๊ปไลน์ที่ปิด Notification ไว้อยู่แล้ว เราไม่เปิดของทุกกรุ๊ปอยู่แล้ว ผมก็ปิดนะ แล้วเมื่อไหร่ที่เราเปิดกรุ๊ปไลน์เราก็มาไล่ดูว่าเราพลาดอะไรไปหรือเปล่า มันก็จะทำให้เราหลีกเลี่ยงความวุ่นวายไปได้เยอะเลยครับ ก็ลองปิด Notification ลองเอาใจออกมาจากกรุ๊ปไลน์ดู’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูโตแล้ว แค่อยากได้พื้นที่ส่วนตัวคืน... ตั้งแต่เด็กแม่มีรหัส Facebook ของหนู แม่สวมรอย คอมเมนต์ ตอบเพื่อน ทักหาผู้ชายไปทั่ว ขอร้องหนูให้ช่วยวิดีโอคอลกับผู้ชาย 5 นาที ให้ผู้ชายมั่นใจว่าคือหนูจริงๆ

29 มี.ค. 2024

หนูโตแล้ว แค่อยากได้พื้นที่ส่วนตัวคืน... ตั้งแต่เด็กแม่มีรหัส Facebook ของหนู แม่สวมรอย คอมเมนต์ ตอบเพื่อน ทักหาผู้ชายไปทั่ว ขอร้องหนูให้ช่วยวิดีโอคอลกับผู้ชาย 5 นาที ให้ผู้ชายมั่นใจว่าคือหนูจริงๆ

หนูโตแล้ว แค่อยากได้พื้นที่ส่วนตัวคืน... ตั้งแต่เด็กแม่มีรหัส Facebook ของหนูแม่สวมรอย คอมเมนต์ ตอบเพื่อน ทักหาผู้ชายไปทั่ว ขอร้องหนูให้ช่วยวิดีโอคอลกับผู้ชาย 5 นาทีให้ผู้ชายมั่นใจว่าคือหนูจริงๆ พีคสุด นัดครอบครัวผู้ชายมากินข้าวด้วยกัน ตอนนั้นหนูยังเด็ก ทำตัวไม่ถูกเลย “คุณน้ำ(นามสมมติ)” อายุ 22 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (27 มี.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแม่สวมรอยเป็นเราไปคุยกับผู้ชายในเฟสบุ๊คจนได้คบกัน ถึงขั้นนัดกันไปกินข้าวกับครอบครัวผู้ชายคนนั้น! โดย ​“คุณน้ำ(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘มันเริ่มมาจากหนูมีเฟซบุ๊ก น่าจะช่วงวัยประถม ประมาณ ป.4-ป.5 และไม่ได้รู้สึกว่าการที่แม่รู้พาสเวิร์ดหรือเข้าไปอ่านแชทเวลาเราคุยกับเพื่อนเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะตอนนั้นเด็กมาก ๆ เลยคิดว่าแม่คงเป็นห่วง แต่มันกลายเป็นว่าคุณแม่ตอบแชท ตอบคอมเมนท์แทน โดยที่ทำตัวเป็นเราและเป็นอย่างนี้มาเรื่อย ๆ จนประมาณช่วง ม.1 โรงเรียนไม่ให้เอาโทรศัพท์ไป เพราะฉะนั้นหนูจะเล่นโทรศัพท์ได้ตอนที่อยู่บนรถ ก่อนจะลงจากรถเข้าโรงเรียน และตอนเลิกเรียน ทีนี้หนูก็ทิ้งโทรศัพท์ไว้ให้แม่ก่อนที่จะเข้าโรงเรียน หนูเห็นแล้วว่ามีผู้ชายคนนึงแอดเฟซบุ๊กหนูมา แต่หนูไม่ได้สนใจอะไรคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่พอหนูกลับมา เฟซบุ๊กผู้ชายคนนั้นหายไป แต่มีแชทที่แบบถามต่อว่า เธอชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ คุณแม่ก็ตอบแทนปกติ แต่หนูมารู้ทีหลังว่า... จริง ๆ แล้วคุณแม่เอาไอดีไลน์ของคุณแม่ให้เขาไป แล้วเขาก็ไปคุยกันในไลน์ โดยที่คุณแม่หลาย ๆ คนอาจจะชอบเอารูปลูกสาวหรือลูกชายตั้งเป็นโปรไฟล์ เขาอาจจะรู้สึกว่าไม่ได้แปลกอะไร แต่ว่านั่นเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกที่ไม่ปลอดภัย แล้วมันก็เกินเลยมาเรื่อย ๆ หนูแอบเห็น message ที่เด้งมา ตอนแรกเข้าใจว่าคงคุยกันปกติ แต่ไป ๆ มา ๆ มันเป็นการคุยเหมือนจีบกันเชิงชู้สาว จนมารู้ทีหลังว่าเขาคบกัน คุณแม่ก็มาพูดประมาณว่า ช่วยวิดีโอคอลคุยกับเขาให้หน่อยซัก 5-10 นาทีได้ไหม? ทั้ง ๆ ที่หนูไม่ได้รู้จัก ไม่ได้คุยกับเขาเลย แต่ให้หนูตีหน้าซื่อคุยวิดีโอคอลกับเขา หนูก็คุย ๆ ไปให้มันหมดเวลา แล้วก็วางสาย คุณแม่ก็คุยกันต่อในแชท คุณพ่อทำงานอยู่ต่างจังหวัดกลับมาอาทิตย์ละ 1 ครั้ง แต่คุณพ่อจับไม่ได้เพราะอาจจะเป็นคนไม่ค่อยเล่นโซเชียล และไม่ค่อยสนใจอะไร เขาก็ดูอินโทรเวิร์ตหน่อย ๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่คุยกับคุณแม่เลย ตอนหนูอายุ 15 ปี เป็นวันที่หนูต้องเปลี่ยนบัตรประชาชน หนูก็ถ่ายรูปลงมาจากอำเภอปุ๊บ แล้วคุณแม่ก็บอกว่า เดี๋ยวเราไปสยามกัน เนี่ยไปกินข้าวกัน นัดไว้แล้ว หนูก็ถามว่า ไปกินข้าวอะไร เขาก็เลยบอกว่า เขานัดผู้ชายคนนั้นกับครอบครัวเขาไว้แล้ว ต้องไปนะ เพราะว่าเขามาแล้ว หนูก็รู้สึกเหมือนโดนมัดมือชก ตอนนั่งกินอาหารก็คุยกันปกติ หนูอึดอัดมาก จนแบบหนูจะลุกไปเข้าห้องน้ำ แล้วแม่ของผู้ชายก็บอกผู้ชายคนนั้นว่า เนี่ย ไปกับน้องสิลูก จนหนูคิดว่าไม่ไปดีกว่ารู้สึกไม่ปลอดภัย หลังจากเหตุการณ์วันนั้น หนูก็พยายามที่จะบอกผู้ชาย โดยใช้แอคหลุมไอจีของหนูทักไปเลยว่า เธอรู้ไหมที่คุยกันมาตลอด 4-5 ปี แล้วที่นัดไปเจอเรื่องมันเป็นแบบนี้ ๆ ผู้ชายก็ไม่เชื่อ หนูก็ตั้งกล้องอัดหน้าตัวเองพูดว่า เนี่ย ดูหน้าเอาไว้ แล้วก็จำเสียงไว้ เสียงเราเป็นแบบนี้ พอเขาไม่เชื่อ หนูก็ไม่รู้จะทำยังไงหนูก็ปล่อยเขาไป แล้วเหมือนผู้ชายเริ่มจะรู้ว่านี่คือแอคหลุมของหนู แต่หนูไม่แน่ใจว่าเขาจะเข้าใจว่าแอคหลุมเป็นของแม่ไหม เพราะหนูคิดว่าผู้ชายมันก็ต้องแคปแชทที่หนูคุยส่งไปให้แม่ แม่ก็คงน่าจะบอกว่า นั่นแม่เราอย่าไปสนใจเลย ฟีลแบบสลับกัน และหนูพยายามหาว่าแม่กำลังจะทำอะไร ก็เลยเริ่มรู้ว่าแม่มีอีกเฟซบุ๊ก มีอีกไอจีนึงที่แม่สร้างเอง เหมือนเป็นอีกโลกที่เอาไว้คุยกับผู้ชายคนนั้น ด้วยความที่อยู่กับแม่ที่บ้าน 2 คน ก็เลยไปบอกเขาว่า แม่ทำแบบนี้ไม่โอเคเลยนะ เลิกได้ไหม เขาก็ขำแล้วบอกว่า จะอะไรนักหนาก็คุยกันผ่านแชท ไม่ได้ไปหาเขาสักหน่อย หนูก็เคย message ไลน์ไปบอกคุณพ่อ คุณพ่อก็อ่านแต่ไม่ตอบ แต่พอเวลาผ่านไปเหมือนคุณแม่ทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ หนูก็บอกว่า หนูทนไม่ไหวแล้วนะ หนูจะต้องบอกพ่อแล้วนะ เขาก็บอกว่า ครั้งที่แล้วก็บอกไปแล้วไม่ใช่หรอ ถ้าบอกอีกจะเลิกกันแล้วนะ จนปัจจุบันหนูเริ่มมีสังคม มีแฟน หนูควรจะทำยังไง หนูถึงจะเอาพื้นที่ส่วนตัวคืนมา หรือหนูควรจะเปิดเฟซบุ๊กใหม่ไปเลย? ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘หนูต้องเรียกแม่มาคุย แล้วการคุยของหนูไม่ได้ถามว่าแม่โอเคไหม หนูต้องบอกโหมดที่แม่จะใช้ชีวิตอยู่กับหนูให้แม่รับทราบ หนูเปลี่ยนพาสเวิร์ดเฟซบุ๊กก่อนที่จะเรียกแม่เข้ามาคุย ให้ทุกอย่างมันเป็นไพรเวทอะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัวของเรา คนอื่นจะเข้ามาก้าวก่ายไม่ได้ เรียกแม่มาคุยเลยว่า... 1. รับรู้เรื่องความเป็นส่วนตัวของเรา แล้วก็เราไม่ยุ่งเรื่องแม่ แม่ไม่ยุ่งเรื่องเรา อะไรที่เราอยากให้แม่รับรู้หรืออยากให้แม่แสดงความคิดเห็นเราจะบอก 2. เรื่องที่แม่แอบอ้างเป็นตัวตนของเราอันนั้นผิด อย่าทำอีก เพราะมันทำให้เรารู้สึกว่าถูกคุกคามแล้วไม่ปลอดภัย ถ้าทำทั้งหมดแล้วแม่ยังเป็นแบบนี้อยู่ เรื่องนี้จะเรียกพ่อมาคุย แล้วจะถามความคิดเห็นจากพ่อด้วย และถ้าพ่อกับแม่จะเลิกกัน ไม่ใช่ตัวหนูที่เอาเรื่องนี้ไปบอกพ่อ แต่เป็นเพราะแม่ทำตัวแบบนี้ แล้วก็เราจะไม่คอลไลน์กับผู้ชายโดยที่เราหลอกเขา เพราะเท่ากับเราสมรู้ร่วมคิดกับแม่ ถ้าแม่อ้างเหตุผลอะไร ให้พูดไปเลยว่า ไม่ ก่อนที่แม่จะทำอะไร อยากให้แม่ใช้ความคิดมากกว่านี้ อีกนิดแม่จะเข้าข่ายไม่ปกติแล้ว ถ้าแม่ยังเป็นอย่างนี้หรือไม่สามารถขจัดนิสัยแบบนี้ออกไปได้ แม่ต้องปรึกษาแพทย์แล้ว’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘การปลอมตัวเพื่อสวมรอยเป็นใครสักคนเพื่อคุยมันคือการหลอก ผู้ชายโดนเต็ม ๆ พี่ดูสารคดีของเมืองนอกเยอะเกี่ยวกับพวกหลอกลวง สวมรอย แล้วจุดจบมันไม่ค่อยดีทั้งนั้นเลยที่พี่ดู พี่เลยค่อนข้างตกใจ พอคิดตาม ที่มันรู้สึกไม่ปลอดภัยถูกต้องแล้วน้ำ เพราะฉะนั้นถ้าจะคุยกับแม่ น้ำต้องเด็ดขาดว่านี่มันไม่ใช่แล้ว สิ่งที่แม่ทำ มันอาจจะทำให้เกิดอันตรายกับลูกสาวตัวเองได้ ถ้าคิดว่าคุยไม่รู้เรื่องก็ปิดเฟสบุ๊คไปเลย ให้เขารู้ว่าเราไม่เอาแล้ว’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็ต้องปิดเฟสบุ๊ค ปิดช่องทางทุกอย่างที่เขาจะเป็นหนูได้ แม่ต้องไม่มีตัวตนของหนูอีกต่อไปแล้ว ต้องดูว่าเขาทนได้ไหม ถ้าเขาไม่ไหวต้องพาเขาไปหาหมอ แต่ถ้าไปหาหมอแล้วเขาทำไม่ได้ เขาก็ต้องหย่ากับพ่อ ตอนนี้เขามีพ่อเป็นสามี เขาไม่สามารถไปคุยกับคนอื่นได้ นอกจากเขาต้องหย่า ทีนี้เขาจะคุยกับคนอื่นไม่ว่า แต่เขาก็ต้องห้ามสวมรอยเป็นคนอื่น เขาต้องคุยในฐานะเป็นเขาเอง ถ้าเราอยากให้ปัญหานี้ยุติ ต้องถอนรากถอนโคน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ตัดสินใจแบบนี้ถูกไหม? หนุ่มโทรปรึกษา 3 ดีเจในรายการ... ล่าสุด มูลนิธิผู้ยากไร้ ติดต่อมาบอกว่า พี่สาวต่างพ่อที่ไม่ได้เจอกัน มาเป็น 10 ปี เป็นมะเร็งตับ ป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เขาอยากให้ไปเคลียร์กันก่อนถึงวาระสุดท้าย แต่ผมจะยังไม่บอกแม่...

11 ส.ค. 2023

ตัดสินใจแบบนี้ถูกไหม? หนุ่มโทรปรึกษา 3 ดีเจในรายการ... ล่าสุด มูลนิธิผู้ยากไร้ ติดต่อมาบอกว่า พี่สาวต่างพ่อที่ไม่ได้เจอกัน มาเป็น 10 ปี เป็นมะเร็งตับ ป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เขาอยากให้ไปเคลียร์กันก่อนถึงวาระสุดท้าย แต่ผมจะยังไม่บอกแม่...

ตัดสินใจแบบนี้ถูกไหม? หนุ่มโทรปรึกษา 3 ดีเจในรายการ...ล่าสุด มูลนิธิผู้ยากไร้ ติดต่อมาบอกว่า พี่สาวต่างพ่อที่ไม่ได้เจอกันมาเป็น 10 ปี เป็นมะเร็งตับ ป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เขาอยากให้ไปเคลียร์กันก่อนถึงวาระสุดท้าย แต่ผมจะยังไม่บอกแม่เพราะกลัวแม่จะเครียด ผมควรทำยังไง จะบอกหรือไม่บอกแม่ดี? “คุณเค (นามสมมุติ)” อายุ 36 ปี สายที่สามของรายการ “พุธทอล์ค พุธโทร” เมื่อคืนวันพุธที่ผ่าน (2 ส.ค.66) ได้โทรเข้ามาปรึกษาพี่ๆดีเจ ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาชีวิตว่าคิดถูกไหมที่ไม่ได้บอกแม่ว่าพี่สาวป่วยติดเตียง โดย “คุณเค (นามสมมุติ)” อายุ 36 ปี เล่าว่า ‘ผมมีพี่สาวต่างพ่อที่ไม่ได้เจอกันมา 10 ปีแล้ว จนมีมูลนิธิผู้ยากไร้ได้ติดต่อมาหาผม แล้วบอกว่าพี่สาวเป็นผู้ป่วยติดเตียงและมองไม่เห็น ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิก็แจ้งกลับมาว่าพี่สาวผมเป็นมะเร็งตับอยู่ในระยะสุดท้าย ไม่สามารถที่จะรักษาได้เเเล้ว ซึ่งพี่สาวคนนี้เป็นพี่สาวคนละพ่อกัน ก่อนหน้านี้แม่กับพี่สาวก็เจอกัน พี่สาวเป็นคนมาหา ปกติแม่ไม่เคยมีการพูดถึงพี่สาวเลย นอกจากจะหลุดพูดมาจริงๆ แต่นานๆที เขาจะหลุดมาสักครั้งสองครั้ง ทางพี่สาวก็ไม่มีญาตินอกจากลูกของเขาที่อยู่สถานกำพร้า ผมได้เจอกันครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะเป็นแบบนี้ก็ปี 2550 ล่าสุดผมก็ไปเยี่ยมเขามาแต่ตอนนั้นเขาพึ่งได้รับยานอนหลับไป ได้เจอตอนเขานอนหลับอยู่ก็เลยไม่ได้คุยกัน สำหรับสติของพี่สาวการรับรู้ไม่ได้ 100% เดี๋ยวผมจะลองหาเวลาไปเจอเขาในช่วงที่เขาไม่ได้หลับ อาจจะลองพูดคุยดูถ้าเขาพอที่จะพูดคุยได้ ณ ตอนนี้ทางมูลนิธิเหมือนเขาอยากให้ไปเคลียร์กันก่อนจะถึงวาระสุดท้าย แต่ทีนี้ผมตัดสินใจว่า จะยังไม่บอกคุณแม่จนกว่าไฟนอลหรือแย่สุดคือตอนเขาไม่อยู่เเล้ว ใจผมคือ...ไม่อยากบอกแม่ เลยตัดสินใจที่จะไม่บอก ผมประเมินสภาพจิตใจของแม่น่าจะรับไม่ไหว เพราะเขาก็อายุเยอะ เดี๋ยจะมีรักษาดวงตาด้วย แล้วแม่ก็เป็นคนที่ชอบคิดมาก ย้ำคิดย้ำทำ ช่วงนี้ก็ใกล้ผ่าตัดผม ผมก็กลัวว่าแม่จะเครียด ผมอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า ‘ถ้าผมตัดสินใจในวันนี้มันโอเคไหมหรือว่ามันมีทางอื่นที่พวกพี่ๆคิดว่ามันดีกว่านี้มั้ย?’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นหอมจะแกล้งๆถามแม่แบบสมมติเหตุการณ์ ถามว่า พี่คนนี้เป็นไงบ้าง แม่ได้ติดต่อมั้ย แม่คิดถึงมั้ย? แล้วถ้าเขาไม่อยู่แม่จะว่าไง ค่อยๆประเมินไป ถ้าเเม่บอกว่าถ้าเขาจะไปก็อยากเจอนะ ก็ต้องทำให้ตามนั้น เพราะว่ามันก็เป็นสิทธิของคุณแม่เหมือนกันที่จะได้บอกลาลูกสาวของเขา เเต่ถ้าเเม่คิดว่าก็ไม่ได้เจอกันแล้ว ไม่สนใจมันจะตายก็ชั่งมันอะไรแบบนี้ เราก็ไม่ต้องบอก เคน่าจะรู้ว่าจะแกล้งถามยังไงเพราะเเม่ของเค เคน่าจะรู้ดีสุด’ ทางด้าน “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าระหว่างรู้กับไม่รู้ คุณแม่จะเจ็บปวดอันไหนมากกว่ากัน ณ ตอนนี้ทำไมเราถึงไปคิดแทนเขา ในมุมที่ถ้าเขามีอะไรกันจริงๆนะ ถ้าคุณแม่ได้กลับเพื่อไปอโหสิกรรมมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้อววิตกกังวล การที่เขาจะได้รู้ว่าลูกสาวเขากำลังจะเสียชีวิตแล้วเขาอยากจะมีอะไรที่พูดกัน พี่คิดว่าการที่หลานเอาเบอร์คุณเคให้ทางเจ้าหน้าที่แล้วบอกว่าจะให้เคลียร์ใจกัน มันก็น่าจะมาจากฝั่งพี่สาวว่าเขาอยากจะเจอคุณแม่ของเขานะ เข้าใจในความหวังดีของคุณเค แต่สำหรับคุณแม่มันจะโอเคไหม ถ้าสุดท้ายเขารู้ว่าลูกจะเสียชีวิตเเล้ว เขาอยากจะไปส่งเเล้วการที่คุณเคไปตัดตรงนี้ออกบางทีอาจจะไม่ใช่ในสิ่งที่เขาต้องการ’ ส่วน “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘รู้สึกว่าพี่สาวคุณเคชีวิตเขาน่าสงสาร ทั้งโรคภัยหรือแม้กระทั่งญาติใกล้ชิดก็ไม่มี ผมเคารพการตัดสินใจของคุณเคอยู่ในระดับหนึ่ง อยากให้ลองทบทวนดูอีกสักที อย่างน้อยคุณเคไปอยู่กับเขาในวาระสุดท้ายในสถานะลูกพี่ลูกน้องก็ยังดีกว่าปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวนะ ไม่ช้าหรือเร็วคุณแม่ก็อาจจะรู้เรื่องนี้ คุณเคลองคิดดูว่าเวลาไหนที่เหมาะกับการบอก อย่าปล่อยให้พี่สาวโดดเดี่ยวไปมากกว่านี้เลย’ สุดท้ายนี้...พี่ๆดีเจยังบอกอีกว่า ‘พี่สาวเขายังมีแม่อยู่นะ เขาเป็นสายเลือดเดียวกัน แม่คุณเคมีคุณเค แต่พี่สาวไม่มีใครเลยนะ เขาอาจจะเหลือแม่แค่คนเดียว เเล้วก็เป็นกำลังใจให้กับคุณเคและขอให้ทุกการตัดสินใจส่งผลดีกับคุณเคด้วย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูมีแฟนเป็นผู้หญิง คบกันได้เกือบปีแล้ว แต่หนูมีความลับที่ไม่ได้บอกเขา ว่าหนูมีเสี่ยเลี้ยง หนูทำงานเป็นเด็กเอ็น ปรากฎว่าไม่นานมานี้ เพิ่งจับโป๊ะได้ ว่าแฟนหนูก็มีเสี่ยเลี้ยงเหมือนกัน ตอนนี้แฟนหนูเขารับเงินก้อนจากเสี่ยฝั่งนู้นมาแล้ว

06 มิ.ย. 2025

หนูมีแฟนเป็นผู้หญิง คบกันได้เกือบปีแล้ว แต่หนูมีความลับที่ไม่ได้บอกเขา ว่าหนูมีเสี่ยเลี้ยง หนูทำงานเป็นเด็กเอ็น ปรากฎว่าไม่นานมานี้ เพิ่งจับโป๊ะได้ ว่าแฟนหนูก็มีเสี่ยเลี้ยงเหมือนกัน ตอนนี้แฟนหนูเขารับเงินก้อนจากเสี่ยฝั่งนู้นมาแล้ว

หนูมีแฟนเป็นผู้หญิง คบกันได้เกือบปีแล้ว แต่หนูมีความลับที่ไม่ได้บอกเขา ว่าหนูมีเสี่ยเลี้ยง หนูทำงานเป็นเด็กเอ็นปรากฎว่าไม่นานมานี้ เพิ่งจับโป๊ะได้ ว่าแฟนหนูก็มีเสี่ยเลี้ยงเหมือนกัน ตอนนี้แฟนหนูเขารับเงินก้อนจากเสี่ยฝั่งนู้นมาแล้วเสี่ยเสนอให้ทดลองอยู่กัน 2 เดือนก่อน ถ้าไปต่อได้ จะเพิ่มเป็น 5 เดือน แฟนหนูเขาย้ายออกไปจากหนูแล้ว5 เดือนต่อจากนี้ หนูควรจะรอเขาไหม? หรือ หนูควรหาคนใหม่คุยไปเลย ... “คุณเรย์ (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [4 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาความรักเพศเดียวกัน แต่ดันทำอาชีพเด็กเอนเหมือนกัน โดย “คุณเรย์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูกับแฟนคบกันมาประมาณ 11 เดือน ที่ผ่านมาเราอยู่ด้วยกันมาตลอด อยู่กินด้วยกันที่บ้าน แต่หลัง ๆ เริ่มขอดูโทรศัพท์ของกันและกัน ก็เลยจับโป๊ะเรื่องที่ปิดบังกันได้ว่า ต่างคนต่างทำอาชีพเหมือนกันก็คือเขาเป็นเด็กเอน หนูก็เป็นเด็กเอนเหมือนกัน แล้วก็มีเสี่ยเลี้ยงกันทั้งคู่เลย เขาเป็นฝ่ายจับได้ก่อนแต่ปิดบังมาตลอด เขาพยายามรับให้ได้ เพราะไม่อยากเสียเราไป แต่พอหนูมารู้ความจริงของเขาทีหลังหนูเลือกที่จะถามไปตรง ๆ ว่า ไปเจอมาจากไหน? ทำไมถึงทำแบบนี้? ที่ถามออกไปแบบนี้ เพราะหนูไม่คิดว่าเขาจะทำงานแบบนี้ ฐานะที่บ้านเขาดีมาก ๆ แตกต่างกับหนูที่ทำเพื่อความจำเป็น แต่เขาก็พูดกับหนูตรง ๆ ว่าเงินไม่พอใช้สำหรับเขา ถึงจะมีมากแค่ไหนก็อยากจะใช้ฟุ่มเฟือย หลังจากนั้นเราก็พยายามปรับความเข้าใจกัน ซึ่งบอกว่าหนูทำเพราะจำเป็นนะ เขาก็บอกเขาทำเพราะอยากใช้เงินฟุ่มเฟือยและหนูไม่สามารถดูแลเขาได้ในตรงนี้ ก็เลยต้องยอมรับในส่วนนี้ด้วย เราก็เหมือนฝืนกันทั้งคู่ จนหลัง ๆ ทะเลาะกันบ่อยขึ้นในเรื่องงาน เริ่มฝืนไม่ได้แล้ว จนวันหนึ่งเราออกไปทำงานกันทั้งคู่ แต่เขากลับมาที่ห้องก่อน แล้วโทรให้เรารีบกลับได้ไหม มีเรื่องจะคุยด้วย แต่พอเรากลับมาเขาก็หลับไปแล้ว ตื่นเช้ามาแฟนพิมพ์แชทมาบอกว่า เขาจำเป็นต้องไปอยู่กับคนที่จะรับเลี้ยงดูแลวันนี้เลย ต้องเก็บของเลย ขอลองไปอยู่สัก 2 อาทิตย์ก่อน ถ้าเขาอึดอัดเขาจะรีบกลับมา ตอนนี้เขาไปอยู่ที่นั่น 4 วันแล้ว ซึ่งการไปอยู่กับเสี่ยคนนั้นเขาต้องแลกด้วยอิสระ เวลาจะไปไหนมาไหนต้องพาเสี่ยคนนี้ไปด้วยตลอดเวลา จะออกไปไหนก็ยากมาก ๆ และที่สำคัญห้ามมีแฟน ซึ่งเขาตัดสินใจไวมากแค่ภายในคืนเดียว เพราะเสี่ยบอกไว้ว่า อยากได้อะไรสามารถให้ได้ทุกอย่าง มีความฝันอะไร อยากเรียนพิเศษอะไร อยากไปไหน อยากดูแลตัวเองมากขึ้น เสี่ยสามารถให้ได้หมดเลย ณ ตอนนั้นหนูไม่คิดว่าเขาจะไปจริง ๆ เพราะเราไม่ได้ร่ำลากันเลย จนวันนี้เราเลิกกันแล้ว แต่หนูก็ยังอยู่ในห้องเดิมของเรา 2 คน ตอนแรกเขาบอกจะไปแค่ 2 สัปดาห์ แต่หลังจากเสี่ยให้ไปตรวจโรค ถ้าพบว่าปกติ ก็ต้องอยู่ต่ออีก 5 เดือนเพราะรับเงินไปแล้วก้อนนึง เขาไปดินเนอร์กับเพื่อนก็มีเสี่ยไปด้วย แล้วหนูก็สงสัยทำไมเขาไม่บอกว่าหนูเป็นเพื่อน แล้วให้หนูไปเจอ ทำไมหนูไปหาเขาไม่ได้ เขาก็บอกว่า เขากลัวหนูเจ็บที่เห็นภาพแบบนั้น หนูไม่เคยเห็นหน้าเสี่ยแต่เขาบอกว่าเสี่ยเป็นผู้มีอิทธิพล หนูเลยอยากถามพี่ๆดีเจว่า ทำยังไงดี? ใจนึงก็อยากเปิดโอกาสให้ตัวเองได้คุยกับคนอื่นบ้าง หรือหนูควรจะรอเขาแต่ในระหว่างที่รอก็คุยกับคนอื่นไปด้วย’ ทางด้าน “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเป็นคนแรกว่า ‘มันขึ้นอยู่กับว่าเรย์อยากมูฟออนไหม ถ้าอยากมูฟออนก็ออกมาจากห้องนั้นซะ แต่ถ้าอยากรอคนที่เขาไม่เห็นคุณค่าในตัวเราแล้วไม่มูฟออน ก็อยู่ในห้องนี้ต่อไป แบกความเจ็บปวด หรือการรอคอยแบบนี้ไปเรื่อย ๆ มันเป็นสิ่งที่เรย์ต้องได้รับอยู่แล้ว เพราะเขาไปโดยที่ไม่เหลือคุณค่าให้เราเลย เรย์ก็ต้องอยู่อย่างไม่มีคุณค่าและรอต่อไป ซึ่ง ณ เวลานี้เรย์ก็เหมือนไม่มีใจจะมูฟออน ถึงจะเป็นแผลสดเรย์ก็ดูไม่ได้อยากจะรักษาด้วย ไม่มีใครรู้ว่าเขาจะกลับมาหรือไม่กลับมา ถ้าเรย์เลือกที่จะรอ ก็อยู่กับความเจ็บปวดต่อไปจนกระทั่งถึงที่สุด แล้วบอกตัวเองว่าไม่ไหวแล้ว เรื่องนี้มันมีสองทางระหว่างเขากลับมากับเรย์ทนไม่ไหว ถ้าถามพี่ว่าทำยังไงได้ พี่บอกเลยว่าก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอให้เวลามันผ่านไปและถามตัวเองบ่อย ๆ ว่ารู้สึกแบบไหนแล้ว ’ ต่อด้วย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเรย์จะอยู่วงการนี้ต้องจิตแข็งกว่านี้ เรย์ดูอ่อนต่อโลกใบนี้เกินอาชีพที่ทำอยู่เยอะเลย มากกว่าความสัมพันธ์ที่ลงไปเล่น มากกว่าเงื่อนไขที่เจอมากมาย เรย์มองตัวเองด้านเดียว เรย์ไม่มองด้านอื่นเลย พี่ว่าอันตราย เรื่องราวที่เล่าก็ดูประหลาด ๆ ไม่สมเหตุสมผล ตรรกะของตัวละคร ถ้าเขียนบทก็คงไม่กล้า ซึ่งถ้าพูดถึงแค่ประเด็นที่เขารีบเก็บของออกไปไม่ถึง 24 ชั่วโมงที่เขากลับมา มันเป็นการที่เขาตัดเราไปง่าย ๆ โดยไม่ต้องคิดหน้าคิดหลังเลย สำหรับพี่เท่านี้ก็เพียงพอแล้วกับการที่ไม่ต้องรอคนนี้ รอทำไม ความจริงเดียวคือเขาทิ้งเราไป จบ’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเพียงเพราะเหตุผลที่เขาบอกว่าเขาต้องการใช้ชีวิตที่ฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่ายแล้วต้องเอาอิสระของชีวิตไปอยู่กับผู้ชายเพื่อแลกกับเงิน ถ้าเป็นพี่ พี่ไม่เอาคนนี้มาเป็นคู่ชีวิต เพราะเขากลวงเหลือเกิน สำหรับพี่พอแล้ว เรย์ก็คิดเอาว่าจะเอาคนนี้มาเป็นคู่ชีวิตเพื่ออะไร แต่ถ้าจะรอก็แล้วแต่เรย์เลย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-