ผมมีโลก 2 ใบครับ คนแรกเป็นแฟนที่คบกันมา 5 ปี ส่วนคนที่ 2 ผมรักเขาแต่เขาก็เข้ามาแค่เล่น ๆ ไม่ได้จริงจังอะไร ผมรู้สึกสับสนไม่รู้ว่าควรเลือกโลกใบไหนดี

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมมีโลก 2 ใบครับ คนแรกเป็นแฟนที่คบกันมา 5 ปี ส่วนคนที่ 2 ผมรักเขาแต่เขาก็เข้ามาแค่เล่น ๆ ไม่ได้จริงจังอะไร ผมรู้สึกสับสนไม่รู้ว่าควรเลือกโลกใบไหนดี

26 ธ.ค. 2025

ผมมีโลก 2 ใบครับ คนแรกเป็นแฟนที่คบกันมา 5 ปี 

มันเป็นความผูกพันแต่ผมไม่ได้รักเขาแล้ว 

ส่วนคนที่ 2  ผมรักเขาแต่เขาก็เข้ามาแค่เล่น ๆ ไม่ได้จริงจังอะไร

เวลาที่เขามาหาผม เขาก็จะมาแค่ตอนเมาหรือตอนที่อยากได้เงิน

แต่เขาก็บอกว่าเขารักผมแค่ยังไม่อยากคบเพราะฐานะผมยังไม่มั่นคง

ผมรู้สึกสับสนไม่รู้ว่าควรเลือกโลกใบไหนดี

                “คุณเจมส์ (นามสมมติ)” อายุ 21 ปี เป็นสายแรกในรายการ “พุธทอล์คพุธโทร” เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเกลือ – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เรื่องมีโลก 2 ใบ แต่ไม่รู้จะเลือกใบไหนดี

                “คุณเจมส์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมกำลังสับสนกับเรื่องความรักเพราะตอนนี้ผมมีโลก 2 ใบอยู่ครับ ใบแรกเป็นแฟนที่คบกันสมัยอยู่ปวช.ครับ คบกันได้ 5 ปีแล้ว อีกใบหนึ่งเป็นคนที่คุยกันตอนที่ทะเลาะกับแฟน คนนี้เขาก็เข้ามาพอดี ซึ่งมันก็เข้าปีที่ 3 แล้ว โลกใบที่ 2 เขาไม่รู้ว่าผมมีคนแรกแต่เขาก็เหมือนเข้ามาเล่น ๆ ไม่ได้จริงจัง เป็นฝ่ายผมที่อินมากกว่า โลกใบแรกเวลาอยู่ด้วยกันผมรู้สึกเป็นตัวของตัวเอง เรามีความสุขที่เราเป็นเรา แต่กับอีกคนหนึ่งเหมือนเราตื่นเต้นที่ได้อยู่กับเขา เราก็มีความสุขมากกว่าคนแรกครับ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าเขามีแค่ผมหรือเปล่าเพราะเราไม่มีสถานะอะไรกันเลย

                กับคนแรกเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน เราแยกกันอยู่ คนที่ 2 ก็แยกกันอยู่เหมือนกันมันก็มีไปมาหาสู่กันบ้าง คนแรกเขาจะมาหาผมทุกอาทิตย์ ส่วนคนที่ 2 เขาจะมา ๆ หาย ๆ อยากจะมาก็มาอยากจะไปก็ไปแต่เขาจะนึกถึงผมตอนที่เขาเมา เขาไม่ได้มาเพื่อหวัง Sex แต่เขาจะมาเพื่อหวังเงินมากกว่า เวลาเขาเมา เขาก็จะชอบให้ผมไปรับไปส่งเขา บางทีเขาทำงานไม่ไหวเขาจะให้ผมจ้างเวรให้หรือขอบัตรคอนเสิร์ตไปเที่ยวบ้าง เขาเคยบอกว่าเขารักผมแต่ผมยังให้ในสิ่งที่เขาต้องการไม่ได้คือฐานะของผมยังไม่มั่นคงที่จะไปดูแลเขา แต่ถ้าเป็นคนแรกเขาไม่ได้ซีเรียสเรื่องเงิน ไม่เคยมาร้องขออะไรเรื่องนี้เลย เราอยู่กันด้วยความสบายใจและความผูกพัน แต่กับคนแรกตั้งแต่เราทะเลาะกันตรั้งล่าสุด ผมก็รู้สึกรักเขาน้อยลง เราทะเลาะกันเพราะเขางี่เง่า อย่างเวลาผมไปเที่ยวกับเพื่อนเขาก็จะโทรจิก โทรหาทั้งผมและเพื่อนผม ไม่ให้ความเป็นส่วนตัวเลย ทุกวันนี้ก็ยังเป็นเหมือนเดิม แล้วผมเป็นคนกลัวการเริ่มต้นใหม่ ผมเคยแยกทางกับคนแรกหลายครั้งแล้วแต่เขาก็ขออยู่ต่อ เขาอยากขอโอกาสปรับตัว ส่วนคนที่ 2 เขาบอกว่าเขารักผมแต่ก็ยังไม่อยากคบกับผม ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าผมควรจะเลือกใครดี’

                เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มีคนเดียวให้เธอเลือกเพราะอีกคนเขาไม่ได้เลือกเจมส์นะ โลกใบที่ 2 เขาไม่ได้เลือกเป็นแฟนแล้วเขาก็ชัดเจนมากว่าคบกันอยู่ในสถานะไหน ถ้าจะมีให้เลือกก็มีอยู่คนเดียวก็คือคนที่คบ 5 ปี แต่มันหมดรักไปแล้ว สำหรับพี่คือมันจะไม่ได้ใครเลย ที่ยังตัดไม่ขาดกับคนแรกเพราะเรากลัวว่าไปข้างหน้าแล้วมันจะเจ็บแต่อย่างน้อยก็มีคนแรกไว้รองรับเรา อย่างนี้รึเปล่า ก็คือเจมส์เห็นแก่ตัวอยู่ พี่รู้สึกว่ามันเสียเวลา คนแรกมันหมดใจแล้วเข็ญยังไงก็ไม่ขึ้นหรอกเพราะใจมันไปอยู่กับคนที่ 2 เพราะฉะนั้นไปจบกับคนแรก ถ้าเรารั้งเขาไว้ให้อยู่เพราะว่าให้เขาเป็นที่รองรับทั้ง ๆ ที่เราหมดรักไปแล้วมันเห็นแก่ตัวไป ให้เขาไปมีโอกาสได้เจอกับคนดี ๆ

                ส่วนกับคนที่ 2 เขาก็ชัดเจนอีกนะว่าเขาให้เจมส์ได้แค่เท่านี้ แต่ถ้าเจมส์ยังมีความสุขอยู่บนสถานะนี้ เจมส์ก็เลือกคบกับคนที่ 2 ไปเลย แล้ววันหนึ่งถ้าเกิดรู้สึกว่าอึดอัดใจหรือเจอใครที่ดีกว่าก็เลือกคนใหม่ได้เลย เพียงแต่ว่าพี่ไม่อยากให้เจมส์เห็นแก่ตัวด้วยการรั้งคนแรกเอาไว้ สุดท้ายก็เดินหน้าต่อไปกับคนที่ 2 เราก็คบกับเขาในสถานะนั้นไป มันก็ถือว่าเราโสด อย่างน้อยเราก็ไม่ได้อยู่ในการนอกใจของใคร แล้วเดี๋ยววันหนึ่งถ้าเจอคนที่ดีเข้ามา เราก็ค่อยเทคนที่ 2 ก็ได้ เขาไม่น่าจะรั้งเราหรอก’

                ต่อมา “ดีเจเกลือ” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘ถ้าเกิดกังวลเรื่องการเลือก ไม่ต้องกังวล คุณไม่ได้เลือกหรอกครับเพราะว่าคนที่ 2 เขาก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าต่อให้คุณเลือกเขามันจะเจอกับอะไร คนที่ 1 คุณก็ไม่ได้เลือกเขาหรอกเพราะความลับมันไม่มีในโลก ตราบใดที่คุณยังคบซ้อนอยู่แบบนั้น วันหนึ่งเขาก็จะรู้ พอเขารู้เขาก็จะเลิกกับคุณ คุณก็จะไม่ได้เลือกเหมือนกัน ฉะนั้นก่อนที่จะมานั่งเครียดว่าเราจะเลือกใครดี ผมว่าเรามาวางตัวเองในความสัมพันธ์ที่ดีก่อนดีกว่าเพราะว่าการที่คิดว่าเราต้องการที่จะเลือกใครสักคนเพื่อเป็นที่พึ่งในใจเราอย่างเดียว มันไม่ใช่ความรักที่ถูกต้อง ความรักที่ถูกต้องมันต้องแชร์กัน เราไม่ได้รับอย่างเดียวเขาก็ต้องได้รับด้วย สำหรับผมเองยังไม่ต้องเลือกครับ ไปทำความสัมพันธ์ตอนนี้ให้มันถูกต้องก่อน’

                สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘พี่ว่าเจมส์นึกถึงแต่ตัวเองเลย เจมส์ไม่ได้คิดถึงใครเลย เจมส์คิดถึงแค่ตัวเองเลยว่าตัวเองจะมีความสุขที่สุดในทางเลือกไหนที่ตัวเองเลือก ไม่แม้แต่กระทั่งจะกล้าหาญพอที่จะลองเสี่ยงในสิ่งที่ตัวเองเลือกด้วยเพราะเจมส์เห็นแก่ตัว คือเจมส์บอกว่าเจมส์ไม่ได้รักเขาแล้ว ยังไงก็เข้ากันไม่ได้แต่เจมส์ก็เลือกที่จะไม่บอกเลิกเขา เจมส์บอกว่าเจมส์อยู่ด้วยความผูกพัน พี่ว่าเจมส์ใช้คำนี้ไม่ได้ เพราะจริง ๆ เจมส์ก็ไม่ใช่คนรักที่ดีที่อยู่ด้วยความผูกพัน เจมส์ก็ยังมีอีกคนหนึ่ง แต่เจมส์แค่ไม่เด็ดขาดหรือไม่ก็รักตัวเองมากจนไม่อยากเสียอีกคนไป ถ้าไม่รักใครแล้วจริง ๆ ก็บอกกับเขาตรง ๆ บอกให้เขายอมรับแล้วก็เลิกกันเถอะ

                ส่วนคนที่ 2 เจมส์เชื่อในสิ่งที่เขาพูดใช่ไหมที่เขาบอกว่าเจมส์ยังไม่พร้อม ถ้าเจมส์เชื่อก็ไปคบกับเขาเลยเพราะพี่ว่าถ้าเจมส์เชื่อในสิ่งนี้และเจมส์คิดว่าอยู่กับคนนี้แล้วเรามีความสุขมากกว่าคนแรกก็ลองเลย ลองดู แม้ว่าพี่จะรู้สึกว่าเขาไม่ได้จริงจังอะไรกับเจมส์เพราะคนรักกันที่ไหนจะมาหาแค่ตอนเมาและก็มาเพื่อต้องการเงิน แต่ถ้าเจมส์เชื่ออย่างนั้นเจมส์ก็ไปหาคนนี้ได้เลย เพราะอย่างน้อยเจมส์ก็ไม่ต้องทรมานหรือหลอกคน ๆ หนึ่งตลอดเวลาว่าตัวเองไม่ได้รักเขาแล้วแต่ยังอยู่กับเขา แต่กับคนนี้เจมส์ต้องเลือกและกล้าที่จะรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองเลือก สุดท้ายถ้ามันไม่เวิร์คก็จะได้เรียนรู้ไว้แต่ว่าอย่าเห็นแก่ตัวจนกระทั่งไม่ทำอะไรสักอย่าง แต่ที่ทำอยู่ตอนนี้ไม่ได้ดีสักอย่างนะ’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เจอเพื่อนร่วมงานแบบนี้ จะทำยังไงกันคะ? โกหกเพื่อนร่วมงานว่า ‘พ่อตาย’ สุดท้ายสืบรู้ว่า… วันนั้นเค้าแอบไปกดบัตรคอนเสิร์ต แล้วลาออกจากงานไปเลย ไม่ส่งต่องานใดๆ พีคสุด เค้าวางแผนมาตั้งนานแล้วว่าจะออก!!

10 มี.ค. 2023

เจอเพื่อนร่วมงานแบบนี้ จะทำยังไงกันคะ? โกหกเพื่อนร่วมงานว่า ‘พ่อตาย’ สุดท้ายสืบรู้ว่า… วันนั้นเค้าแอบไปกดบัตรคอนเสิร์ต แล้วลาออกจากงานไปเลย ไม่ส่งต่องานใดๆ พีคสุด เค้าวางแผนมาตั้งนานแล้วว่าจะออก!!

“คุณไข่หวาน (นามสมมุติ)” สายสุดท้ายในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (08/03/2023) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาเพื่อนร่วมงานมาโกหกใส่โดย “คุณไข่หวาน (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘พอดีว่าช่วงกลางเดือนที่แล้ว เพื่อนที่ทำงานเขาแจ้งว่าพ่อเขาเสีย แล้วเขาก็ลางานไป พอถึงสิ้นเดือน วันที่เงินเดือนออก เขาก็ออกจากกรุ๊ปไลน์ไปเลย แบบเขาออกจากงานไปเลย จนเราไปเจอในทวิตเตอร์ของเขาว่าพ่อเขาไม่ได้เสีย เพราะวันที่เขาบอกว่าพ่อเขาเสีย คือเขากดบัตรคอนเสิร์ตอยู่ ใช้ชีวิตปกติ เขามีแพลนจะลาออกอยู่แล้วด้วย แบบสิ้นเดือนนี้จะลาออกแล้ว แต่เขาก็ไปแบบไม่ได้ลา ไม่ได้บอกหัวหน้าอะไรเลยลักษณะงานที่เราทำมันเป็นโปรเจกต์ ต้องมีการพูดคุยกับลูกค้า แล้วเขาก็เป็นคนประสานงานกับลูกค้า ซึ่งเขาออกไปแบบไม่ได้ส่งต่องาน ไม่ได้รับผิดชอบตรงนี้เลย ไม่มีใครรู้ หัวหน้าก็ไม่รู้ ตอนแรกที่เขามาบอกว่าพ่อเขาเสีย เราก็เห็นใจเขาว่าแบบสูญเสีย แต่พอเรามารู้ทีหลัง คือเรา พี่ๆทุกคนในทีมและหัวหน้าก็พูดกันว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้หัวหน้าอยากให้เรื่องนี้จบแล้ว แต่หนูเห็นทวิตเตอร์เขาหนูอยากจะไปบอกกับเขาว่าแบบทำไมคุณถึงทำแบบนี้ หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า การที่หนูจะไปทำแบบนี้มันจะเกินไปมั้ย? แล้วถ้าพี่ๆเจอเหตุการณ์แบบนี้จะรับมือกันยังไง?ทั้ง 3 ดีเจ ให้ความคิดเห็นว่า ‘มันเป็นนิสัย และความรับผิดชอบแต่ละบุคคล ถ้าเค้าทำแบบนี้ แสดงว่าเป็นคนที่ไม่ได้เรื่อง ซึ่งถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับดีเจทั้ง 3 คน ก็จะไม่เสียเวลาไปทวงถามความถูกต้อง มันไม่คุ้มกับเวลาที่เสียไป แต่ถ้าเป็นการทักไปถามเรื่องงานที่ค้างอยู่ก็ถามได้ เพราะเป็นเรื่องงานและถ้าส่วนตัวไม่ได้สนิทกับคนนี้ ก็ยิ่งต้องปล่อยไปเลย เพราะขนาดคนที่เป็นพ่อเค้ายังไม่แคร์เลยถึงขั้น โกหกว่าตายแล้วเค้าจะแคร์เราไหม? เค้าทำแบบไหน ก็จะได้แบบนั้น เราควรมองอีกมุม ดีด้วยซ้ำที่องค์กรเรา คนแบบนี้ได้ออกไปแล้ว ส่วนถ้าต้องสื่อสารกับลูกค้าก็แค่บอกว่า มีการเปลี่ยนตัวพนักงาน หรือคนรับผิดชอบ แล้วก็หาคนทำงานต่อท้ายที่สุดถ้าเค้าเป็นคนแบบนี้ ลักษณะแบบนี้ ไปทำงานที่ไหนก็จะไม่รอดหรอก ท่องไว้เลยว่า เค้าออกไปดีแล้วกับเราไม่ต้องไปตามด่า หรือต่อว่าอะไรเค้า มันไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แต่งงานมา 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จในการมีเซ็กซ์กับสามี ซึ่งเราไม่มีประสบการณ์กันทั้งคู่เลยกังวลและกลัวมาก แต่ก็ไม่อยากให้เกิดปัญหาในความสัมพันธ์ ควรทำอย่างไรดีคะ ?

27 ก.พ. 2026

แต่งงานมา 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จในการมีเซ็กซ์กับสามี ซึ่งเราไม่มีประสบการณ์กันทั้งคู่เลยกังวลและกลัวมาก แต่ก็ไม่อยากให้เกิดปัญหาในความสัมพันธ์ ควรทำอย่างไรดีคะ ?

แต่งงานมา 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จในการมีเซ็กซ์กับสามีซึ่งเราไม่มีประสบการณ์กันทั้งคู่เลยกังวลและกลัวมากแต่ก็ไม่อยากให้เกิดปัญหาในความสัมพันธ์ ควรทำอย่างไรดีคะ ? ‘คุณของขวัญ (นามสมมุติ)’ สายแรก ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 มกราคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา 'ดีเจต้นหอม-ดีเจเติ้ล-ดีเจเกลือ' และ ‘หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เรื่อง จะมีวิธีก้าวข้ามความกลัวในการมีเพศสัมพันธ์อย่างไร ‘คุณของขวัญ (นามสมมุติ)’ อายุ 32 ปี ได้เล่าว่า เล่าว่าเธอคบหากับแฟนมา 4-5 ปี ในรูปแบบความสัมพันธ์ทางไกล ก่อนจะย้ายมาอยู่ด้วยกันปี 2563 และแต่งงานเมื่อปีที่แล้ว โดยที่มีความตั้งใจว่าจะมีเพศสัมพันธ์หลังการแต่งงานเท่านั้น เพราะแม่ของคุณของขวัญมักสอนอยู่ตลอดว่าต้องเก็บครั้งแรกไว้ให้สามี แต่เธอเป็นแฟนรายการ ฟังรายการพุธทอล์คพุธโทรมาตลอด และได้นำคำแนะนำไปปรับใช้ ที่ว่า ชีวิตคู่ควรจะลองกันไปทุก ๆ ด้าน จะได้รู้ว่าเราสามารถเข้ากันได้มั้ย ในตอนนี้เธอมั่นใจแล้วว่า แฟนคนนี้จะเป็นสามีของเธอในอนาคต จึงตัดสินใจที่จะบอกแฟนว่า เรามาทดลองทำครั้งแรกกันเถอะ แต่เมื่อถึงสถานการณ์จริง มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะทั้งเธอและแฟน ก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์กันทั้งคู่ ทุกอย่างจึงดูเก้ ๆ กัง ๆ แล้วเธอมีความรู้สึกเจ็บ ไม่สามารถฝืนทำกิจกรรมต่อได้ จึงหยุดไป โดยที่ยังไม่มีการสอดใส่ ครั้งที่ 2 เธอและแฟน ตัดสินใจลองใหม่อีกครั้ง ครั้งนี้ดีกว่าครั้งแรก แต่ก็เกิดเหตุที่ทำให้เธอและแฟนกังวลใจ นั่นคือมีเลือดออกปริมาณมาก ขณะกำลังดำเนินกิจกรรมทางเพศ ทำให้ทั้งคู่ตกใจและหยุดกิจกรรมไป หลังจากนั้นก็ไม่เคยมีอะไรกันอีกเลย เมื่อไม่กี่วันก่อน เป็นวันครบรอบแต่งงาน 1 ปี ก็ได้เริ่มลองใหม่อีกครั้ง เพราะมีความรู้สึกว่า เมื่อตอนนี้เราแต่งงานแล้ว เรื่องนี้ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคู่ แต่มันก็ยังไม่สำเร็จเหมือนเดิม ไม่สามารถสอดใส่ได้ เธอเคยช่วยตัวเอง และสำเร็จแค่ภายนอกเท่านั้น ความพยายามที่ไม่สำเร็จซ้ำ ๆ ยังส่งผลให้สามีเริ่มขาดความมั่นใจ สามีของเธอพูดกับเธอว่า “ยิ่งมันไม่ประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ ความมั่นใจก็ยิ่งน้อยลง” ตัวคุณของขวัญเองก็เคยไปตรวจภายในแล้ว แต่ผลตรวจก็ออกมาปกติ ซึ่งความรู้สึกจริง ๆ แล้ว เธอก็ไม่ได้มีความต้องการทางเพศสักเท่าไหร่ แต่อาจจะด้วยระยะเวลาที่คบกันมานาน จนกลายเป็นเพื่อนกันได้ สนิทกันมาก หรืออายุของเธอ หรืออาจเพราะความกลัว เธอรู้ว่าเรื่องการมีเพศสัมพันธ์เป็นสิ่งที่แฟน หรือเพศชายต้องการ แต่เมื่อเธอให้ไม่ได้เพราะกลัว มันจะเกิดปัญหาขึ้นในอนาคตมั้ย หรือจริง ๆ มันอาจจะเกิดขึ้นแล้วก็ได้ จึงอยากปรึกษาพี่ๆ กับคุณหมอว่า ควรก้าวข้ามไปยังไง เพื่อให้ชีวิตคู่มันสมบูรณ์ เริ่มด้วย 'ดีเจต้นหอม' แนะนำว่า "เท่าที่ฟัง มองว่าปัญหาส่วนใหญ่น่าจะเกิดจากสภาพจิตใจล้วน ๆ โดยมีความกังวลสูงมาก เนื่องจากทั้งคู่เป็นมือใหม่ด้วยกันทั้งสองฝ่าย อาจจะยังไม่ต้องสำเร็จโดยการสอดใส่ในครั้งแรกก็ได้ ใช้วิธีอื่นไปก่อน เน้นการเล้าโลมเป็นพิเศษ และสิ่งสำคัญคือการรู้จักจุดที่ทำให้เกิดความสุขทางเพศ (จุดฟิน) ซึ่งสำหรับผู้หญิง ควรสำรวจร่างกายตนเองว่าจุดใดบ้างที่สามารถช่วยให้ไปถึงจุดสุดยอดได้ ถ้าเกิดพยายามแล้วไม่ได้จริง ๆ ท้ายที่สุด อย่ากังวลว่า ถ้าเราไม่มีเซ็กซ์กันเลย เราจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ ชีวิตคู่อยู่ที่ความพอใจ ถ้าคุณสองคนพอใจกับสิ่งนี้มันสามารถไปต่อได้" ตามด้วย 'ดีเจเติ้ล' ให้คำปรึกษาว่า "พี่เองก็เคยเป็น ที่มีความกังวล ไม่มั่นใจ มันสามารถเป็นได้ พี่ว่าทุกคนเคยเป็น และเห็นด้วยกับดีเจต้นหอมที่แนะนำว่า ควรเริ่มต้นด้วยการเล้าโลมและผ่อนคลายก่อนเป็นอันดับแรก โดยย้ำว่าเจลหล่อลื่นมีความสำคัญ และพี่ขอแชร์จากเรื่องส่วนตัว พี่ก็เคยที่ไม่โอเคเลยกับการเป็นรับเพราะมันเจ็บมาก แต่พอเรารู้ และมีประสบการณ์แล้ว มันจะทำได้ จะกลายเป็นความรู้สึกที่ดีได้’ 'ดีเจต้นหอม' เสริมอีกว่า "ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมาหลังจากที่สามารถสอดใส่ได้สำเร็จแล้ว คือการฟินไม่เป็น ซึ่งผู้หญิงถึง 33% ที่ฟินไม่เป็น ก็ยังสามารถใช้ชีวิตอยู่กับสามีได้อย่างมีความสุข" และต่อด้วย 'ดีเจเกลือ' พูดว่า "ในมุมมองของผม เมื่อเราจะทำกิจกรรมทางเพศแล้วเกิดความตื่นเต้น ความหวาดกลัว หรือความตกใจ จะส่งผลให้เกิดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ จนไม่สามารถสอดใส่เข้าไปได้ สิ่งที่ผมอยากช่วยคุณของขวัญคือการปรับเปลี่ยนความคิด (Mindset) เพราะยิ่งเราวิตกกังวลก็จะยิ่งเพิ่มความกลัว จึงอยากให้เปลี่ยนมุมมองว่า หากวันนี้เราพยายามแล้วไม่สำเร็จอีก ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยเริ่มใหม่ เปรียบเสมือนกับการเล่นกีฬา ที่เมื่อวันนี้เราเล่นแพ้ ก็ไม่เป็นไร พรุ่งนี้เราเล่นใหม่ อะไรที่ไม่เวิร์คก็ให้ปล่อยผ่านไป แล้วค่อยเริ่มต้นใหม่ในครั้งต่อไป ทุกอย่างมันพังได้ ไม่จำเป็นต้องเก่งทุกครั้ง แต่ถ้าพยายามแล้วยังไม่เวิร์คแนะนำให้ไปพบนักจิตวิทยาแล้วบำบัด จะช่วยได้เยอะเลยในการปรับทัศนคติของเรา" ปิดท้ายด้วย 'คุณหมอท้อป' พูดว่า "จริง ๆ แล้ว คนที่มีปัญหาเหมือนคุณของขวัญก็เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นคู่สมรส หรือเป็นแฟนกัน มันไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ปัญหาเหล่านี้ก็คงเกิดเพราะมีความกังวลที่ค่อนข้างเยอะ อย่าเอาหนังผู้ใหญ่มาเป็นบรรทัดฐาน การที่คุณของขวัญได้ไปตรวจภายในกับคุณหมอเพื่อตรวจเช็กว่าเป็นปกติมั้ยนั้นถือเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เรื่องที่สองคือการกังวลจนหดเกร็ง ซึ่งวิธีการแก้ก็ขึ้นอยู่กับบุคคล และเรื่องของขนาดเพศชายบางทีถ้าเป็นขนาดใหญ่มากก็อาจจะเข้ายาก ฉนั้นถ้ามีปัญหาแบบนี้ไม่ต้องอาย ให้ปรึกษาคุณหมอได้เลย คุณหมอก็จะได้แนะนำว่า ต้องทำยังไง ตามที่ดีเจเกลือแนะนำเรื่องการปรับมายเซตนี่ถูกต้อง เพราะเซ็กซ์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์เท่านั้น และไม่ใช่ทั้งหมดของความสัมพันธ์ คุณไม่ควรต้องรู้สึกผิดใด ๆ ทั้งสิ้น ควรมีการเล้าโลม (Foreplay) อย่างเพียงพอโดยไม่ต้องเร่งรีบในการสอดใส่ เพราะความสุขทางเพศสามารถเกิดขึ้นได้หลากหลาย อย่าฝืนและอย่ากดดันตนเอง เพราะถ้าหากเรากดดันจนรู้สึกว่าการมีเพศสัมพันธ์คือ 'บทลงโทษ' นั่นจะนำไปสู่ปัญหาที่แท้จริงในภายหลังได้"เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูไปตรวจซีสที่รังไข่มา หมอบอกว่าเลือดของหนูมีเชื้อ HIV หนูตกใจมาก หมอบอกว่าเชื้อน่าอยู่มาประมาณ 1-2 ปีแล้ว แสดงว่าหนูน่าจะติดมาจากแฟนเก่า เพราะเพิ่งคบแฟนมาไม่ถึงปี กะว่าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกแฟน แต่พีคกว่า...

11 ก.ค. 2025

หนูไปตรวจซีสที่รังไข่มา หมอบอกว่าเลือดของหนูมีเชื้อ HIV หนูตกใจมาก หมอบอกว่าเชื้อน่าอยู่มาประมาณ 1-2 ปีแล้ว แสดงว่าหนูน่าจะติดมาจากแฟนเก่า เพราะเพิ่งคบแฟนมาไม่ถึงปี กะว่าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกแฟน แต่พีคกว่า...

หนูไปตรวจซีสที่รังไข่มา หมอบอกว่าเลือดของหนูมีเชื้อ HIV หนูตกใจมากหมอบอกว่าเชื้อน่าอยู่มาประมาณ 1-2 ปีแล้ว แสดงว่าหนูน่าจะติดมาจากแฟนเก่าเพราะเพิ่งคบแฟนมาไม่ถึงปี กะว่าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกแฟน แต่พีคกว่า หนูเพิ่งรู้ว่าแฟนที่คบอยู่มีคนที่เขาคบมาอยู่แล้ว 6-7 ปี เราเลยกลายเป็นคนที่มาทีหลัง ตอนนี้ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดีมันช็อคไปทุกเรื่อง จะบอกแฟนดีไหมว่าเรามีเชื้อ HIV หรือเราต้องจัดการแฟนเรื่องที่โกหกเราเรื่องผู้หญิงคนนั้นก่อน สับสนไปหมดทุกอย่างเลย... “คุณจี (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [9 ก.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเสนาหอย” เกี่ยวกับปัญหาตรวจเจอว่าตัวเองติดเชื้อ HIV แต่ดันไปจับได้ว่าแฟนที่คบอยู่ เขามีแฟนอยู่แล้ว โดย “คุณจี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ช่วงเดือนที่แล้วหนูได้รับการผ่าตัด เพราะว่ามีอาการไข้ต่ำ ๆ ไม่ยอมหาย ฉีดยาก็ไม่หาย และน้ำหนักลดเร็วมาก หลังจากนั้นเลยได้ตรวจเลือด ซึ่งผลเลือดของหนูได้ออกมาและพบว่าตัวหนูมีเชื้อ HIV อยู่ จริง ๆ หนูเคยตรวจไปรอบนึงแล้ว แต่ว่าผลออกมาเป็นปกติ จึงได้เข้ารับการผ่าตัด และได้ทำการเจาะเลือดอีกรอบเพื่อนำไปตรวจเชิงลึกอีกหนึ่งครั้ง ก่อนหน้านี้หนูมีแฟนแต่ว่าได้เลิกรากันไปประมาณสองปีแล้ว และได้มามีแฟนใหม่ในช่วงเดือนมกราคม และในเรื่องการติดเชื้อนี้หนูยังไม่ได้นำไปบอกเขา ซึ่งตอนนี้หนูยังไม่ได้คุยกับใครสักคน เก็บไว้คนเดียวเลยตอนนี้ และที่ผ่านมาไม่เคยไปตรวจโรคนี้เลย เพิ่งจะมาตรวจครั้งนี้ครั้งแรก ตอนแรกหนูคิดว่าตัวเองจะมาติดกับคนปัจจุบันนี้ แต่พอได้ไปพบหมอเมื่อ 2-3วันที่ผ่านมา หนูเลยถามหมอไปว่า “บอกได้ไหมคะ ว่าหนูมีเชื้อมานานแค่ไหน มันพอจะบอกได้ไหม” หมอเขาก็ดูอาการ ดูค่าเลือดของเรา ซึ่งมันจะสามารถดูได้ว่าค่ำต่ำประมาณนี้คือเราติดมานานแค่ไหนแล้ว หากต่ำไม่เยอะ แสดงว่าเราพึ่งติด จนหมอได้นำผลมาบอกกับเราว่า “น่าจะประมาณ 1-2 ปีแล้ว” หนูเลยคิดว่าอาจจะติดมาจากคนเก่า เพราะมันเป็นคาบเกี่ยวที่หนูเลิกกับคนเก่าพอดี ซึ่งหนูไม่แน่ใจว่ากับคนเก่ามีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงไหม แต่ถ้าถามเรื่องป้องกัน หนูยอมรับว่ามีบ้าง ไม่มีบ้าง เพราะตอนนั้นเหมือนจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน มีคุยเรื่องแต่งงาน ที่บ้านเขารับรู้ทั้งหมด แต่ก็ดันมามีปัญหาจนเลิกกันก่อน และเลิกกันมาเกือบ 2 ปีแล้ว ส่วนคนปัจจุบันก็มีป้องกันบ้างบางครั้ง เพราะส่วนมากหนูจะทานยาคุม ช่วงที่ตรวจเจอหนูยังคงพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล เหมือนพอเรารู้เรื่องเลยทำให้ตัวเองเครียด ไม่ติดต่อใครเลย รวมถึงเขาด้วย จนกระทั่งออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นก็ทำให้ได้กลับมาเจอกัน แต่พอกลับมาเจอกัน ดันไปจับได้ว่าเขามีแฟนอยู่แล้ว แค่เขากับแฟนเขาคนนั้นอยู่กันคนละที่ แต่หนูกับเขาทำงานที่เดียวกัน ซึ่งหนูคิดว่าเขาน่าจะนอกใจแฟนมาคบกับหนู และหนูเป็นคนที่มาทีหลังเพราะว่าเขาบอกกับหนูว่าเขาคบกันมาประมาณ 6-7 ปีแล้ว เขารับทราบแล้วด้วยว่าหนูรู้เรื่องนี้ จริง ๆ ที่ผ่านมามันไม่มีกลิ่นเรื่องนี้เลย พอได้รู้ ถ้าถามว่าหนูรับได้ไหม เอาจริง ๆ หนูรับไม่ได้ มันช็อคเหมือนกัน แล้วยิ่งมาช็อคเรื่องเชื้อ HIV อีก และหลังจากที่จับได้ ทำให้หนูยังไม่ได้คุยอะไรกันสักเรื่องเลย เรื่องที่หนูจะบอกก็ยังไม่ได้บอก เรื่องเขาตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะเอายังไง คือตอนนี้ยังไม่ติดต่อกันเลย ต่างคนต่างเงียบ หนูเลยอยากมาปรึกษาดีเจทั้งสามคนว่า หนูไม่รู้จะไปต่อเรื่องไหนก่อนดี รู้สึกตันไปหมดเลยตอนนี้ แล้วไหน ๆ หนูก็จับได้แล้วว่าเขามีแฟนอยู่แล้ว หนูควรจะบอกเรื่องเชื้อ HIV ไปเลยดีไหม หรือหนูควรจะออกมาเงียบ ๆ ไม่บอก ไม่อะไรไปเลย แต่หนูเองมีแอบคิดในใจว่าถ้าเขาไม่มีแฟนอยู่ แล้วคบกันแค่สองคนกับหนู หากเขารู้เรื่องนี้ เขาจะรับได้ไหม’ ซึ่ง ดีเจทั้งสามคน (ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล - ดีเจเสนาหอย) ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘ไม่ต้องคิดอะไรที่เราไม่รู้คำตอบ เราไม่มีทางหาคำตอบนั้นได้ เพราะมันไม่ได้ขึ้นจริง อยู่กับสถานการณ์ปัจจุบันว่าตอนนี้เขานอกใจ คือตอนนี้คุณจีมีหลายเรื่อง ฉะนั้นทุกอย่างมันจะมาปะมาปนกันหมดเลย ทำให้มันแคบที่สุด หนึ่งคือฉันจะทำสิ่งนี้ สองฉันจะทำอันนี้ เพื่อให้จีอยู่ในแกนที่ไม่ฟุ้งซ่าน ที่สำคัญสุดคือสุขภาพและสภาพจิตใจของคุณจี’ โดย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘อย่างแรกเคลียร์เรื่องนอกใจก่อน แล้วอันดับสองจึงมาคุยเรื่องเชื้อ HIV กัน สำหรับพี่ไม่ว่าคำตอบของเรื่องนอกใจจะเป็นยังไง แต่สุดท้ายเป็นพี่ พี่เลือกที่จะคุยกับเขา อยู่ดี เพราะพี่รู้สึกว่าเรื่องนี้มันจะส่งผลต่อชีวิตเขาและไปต่อถึงภรรยา ถึงลูกของเขาที่ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้นเลย แน่นอนคุณจีไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องนี้เกิดขึ้น มันเป็นอุบัติเหตุ และก็ไม่รู้ว่ามันมาจากแฟนเก่าหรือแฟนคนนี้ แต่ว่าไม่ว่ายังไงตอนนี้คุณจีมีเชื้อนี้อยู่แล้วในตัว แล้วเชื้อนี้มันสามารถส่งผ่านกันได้เลย พี่ว่ามันควรต้องบอกกันในฐานะคนรัก หรือไม่ใช่คนที่รักกันแล้ว แต่เป็นในฐานะคนที่เคยรักกันก็ได้ คุณจีบอกเพื่อที่ต้องการจะควบคุมความเสียหายที่มันจะเกิดขึ้นต่อไปถ้าเขาไม่รู้ พูดเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ส่วนแฟนคนเก่า ไม่ต้องพูดอะไร จัดการเรื่องแฟนคนปัจจุบันให้ชัดเจน’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมอีกว่า ‘ไม่ต้องตกใจกับ HIV เพราะโรคมะเร็งน่าตกใจที่สุดแล้วตอนนี้หรือกับเชื้อไวรัสอื่น ๆ HIV สามารถกินยาได้ มียารักษาแล้ว มันสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ แค่เราต้องรู้จักป้องกันและระวังให้คนอื่นด้วย พี่แนะนำอย่างนี้ โอเคเรื่องนอกใจให้ไปเคลียร์กัน ส่วนเรื่องผู้ชายให้ลองอย่างเชิงว่าเธอก่อนจากกันหน่ะ ไปตรวจเลือดให้หน่อยได้ไหม เพราะบางทีเขาอาจไม่ติด มันเป็นไปได้ที่เขาจะมีโอกาสไม่ติดก็ได้ และเพื่อไม่ให้ความลับของเรามันรั่วไหล กรณีที่เขาไม่ติดก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องให้เขารู้เรื่องของเราว่าติดหรือไม่ติด แค่บอกเพื่อความสบายใจก่อนแยกกัน ทำให้หน่อยได้ไหม ถ้าที่ผ่านมาเคยทำผิดต่อกัน ขอครั้งนี้ได้ไหม และถ้าเกิดเขาไปตรวจแล้วพบเชื้อ HIV เขาจะกลับมาพูดคุยกับเรา อย่างน้อยทั้งสองคนจะได้ช่วยกันในการรักษาตัว มีที่พึ่ง ที่คุย ที่ปรึกษาซึ่งกันและกัน และมันจะเป็นการป้องกันผู้หญิงอีกคนนึงด้วยเพราะพี่รู้สึกว่าถ้าผู้หญิงอีกคนนึงต้องติดเชื้ออีก โคตรน่าสงสารเพราะเขาไม่รู้เรื่องเลย แถมติดมาจากการที่แฟนนอกใจอีก จริง ๆ คุณจีไม่ผิดนะ แต่ในสามคนนี้ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นคนที่เจ็บที่สุดเลย’ สุดท้าย “ดีเจเสนาหอย” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมอีกว่า ‘ในตรงนี้ผมมองว่าเป็นเรื่องของมนุษยธรรมแล้วกัน มันไม่มีใครผิดใครถูกเพราะเราก็ไม่รู้ อีกคนอาจจะคบซ้อนหรืออะไร แต่ที่สำคัญตอนนี้คือผมว่าเป็นเรื่องสุขภาพ ถ้าเป็นพี่พี่ก็ยังอยากให้คุยกับคนแรกด้วยถ้าสมมติยังสามารถติดต่อได้ คือเราต้องบอกความจริงกับเขา เพราะระยะห่างมันดูใกล้เคียงเหมือนกัน แต่ถ้าติดต่อไม่ได้ไม่เป็นไร ส่วนอีกคนนึงก็พูดกันไปตามตรงเหมือนที่พี่หอมบอกว่าให้ตรวจเถอะ เพราะเราได้รับเชื้อมา แล้วในส่วนของเรื่องแฟนคบซ้อนก็ให้แยกไปเลย แต่ควรจะคุยกันในเรื่องนี้ให้ชัวร์ว่า โอเค เราจะจากกันด้วยดี’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แต่งงานกับสามีมา 8 ปี ชีวิตคู่ราบรื่น ปกติดีมาตลอด ติดเรื่องเดียว "หนูมีปัญหาสุขภาพ ไม่สามารถมีลูกได้" พยายามกันมาตลอด อยู่ๆมีเฟสผู้หวังดี มาเม้นรูปหนูว่า "ถ้าไม่อยากโง่ให้เปิดแชทอ่าน" ถึงรู้ว่าสามีไปมีลูกกับผู้หญิงอีกคน

26 เม.ย. 2024

แต่งงานกับสามีมา 8 ปี ชีวิตคู่ราบรื่น ปกติดีมาตลอด ติดเรื่องเดียว "หนูมีปัญหาสุขภาพ ไม่สามารถมีลูกได้" พยายามกันมาตลอด อยู่ๆมีเฟสผู้หวังดี มาเม้นรูปหนูว่า "ถ้าไม่อยากโง่ให้เปิดแชทอ่าน" ถึงรู้ว่าสามีไปมีลูกกับผู้หญิงอีกคน

แต่งงานกับสามีมา 8 ปี ชีวิตคู่ราบรื่น ปกติดีมาตลอด ติดเรื่องเดียว"หนูมีปัญหาสุขภาพ ไม่สามารถมีลูกได้" พยายามกันมาตลอด อยู่ๆมีเฟสผู้หวังดีมาเม้นรูปหนูว่า "ถ้าไม่อยากโง่ให้เปิดแชทอ่าน" ถึงรู้ว่าสามีไปมีลูกกับผู้หญิงอีกคนสามีบอกเป็นความพลาด แต่เขาขึ้นบ้านใหม่ด้วยกันแล้ว “คุณเหมียว (นามสมมติ)” อายุ 36 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 เม.ย. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจอ้อย นภาพร’ เกี่ยวกับปัญหามีลูกให้สามีไม่ได้ แต่เขาดันไปมีลูกกับคนอื่น โดย ​“คุณเหมียว(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘คบกับแฟนมา 10 ปี พอคบกันได้ 2 ปีก็ตัดสินใจแต่งงาน ก็คือแต่งงานกันมาแล้ว 8 ปี สร้างตัวจากที่ไม่มีอะไรเลย แล้วเราก็คบกันปกติเหมือนคู่รักคู่อื่น ตอนแรกเรา 2 คนก็ขายของตามตลาดนัดด้วยกัน แต่เศรษฐกิจไม่ดี ผู้ชายเลยตัดสินใจไปทำงานประจำ ซึ่งช่วงแรก ๆ ที่เขาไปทำงาน เราก็มีไปที่ทำงานผู้ชายบ้าง ที่ทำงานก็รู้หมดว่าเป็นสามีภรรยากัน เหมือนปีที่ 9 เราทำงานหนักเลยไม่มีเวลาไปตามผู้ชายสักเท่าไหร่ ไม่ค่อยได้ออกจากบ้าน ไม่ได้ไปไหนด้วยกัน เพราะว่าต่างคนก็ต่างทำงาน จึงไม่ได้สงสัยหรือระแวงในตัวเขา และหนูก็เป็นโรคเกี่ยวกับมดลูก ซึ่งตอนแรกผู้ชายก็บอกว่า อยากมีลูก แล้วหนูก็ได้มีการปรึกษากันมาตลอดว่า ถ้าเกิดว่าเราไม่มีลูกจะเป็นอะไรไหม ผู้ชายบอกว่า ไม่เป็นไร เรารักกัน เราเก็บเงินให้กันและกันไปเรื่อย ๆ เรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรเลย ถ้าเราอยากมีจริง ๆ อาจจะใช้เป็นวิธีอื่นได้ในอนาคต ซึ่งปรึกษากันตลอด ไม่เคยทะเลาะกันรุนแรง เพราะเราเป็นคู่ที่ใช้ชีวิตปกติมาก ๆ แต่มาวันหนึ่งก็มีเฟซบุ๊คพึ่งสร้างใหม่ส่งข้อความมาหาว่า ถ้าไม่อยากโง่ให้เปิดข้อความในแชทอ่าน ในวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งพอเราเปิดเข้าไปอ่านก็เป็นรูปสามีเราไปขึ้นบ้านใหม่กับผู้หญิง แล้วก็มีแม่สามีนั่งอยู่ข้าง ๆ เป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ มีรูปสลิปการโอนเงิน ซึ่งเป็นชื่อ - นามสกุลของสามีเรา แล้วมีแคปชั่นว่า ขอบคุณสามีที่เปย์ให้กันตลอดมา เป็นรูปการโพสต์ด่าเราเรื่องต่าง ๆ นานา เขาแคปมาให้เราดูหมด ซึ่งผู้หญิงคนนั้นเป็นคนโพสต์ ที่พีคไปกว่านั้นคือ มีรูปการคลอดลูก ซึ่งเป็นแคปชั่นที่มีนามสกุลสามีของเรา เรื่องความสัมพันธ์เขาบอกว่า คบกันมา 1 ปีแล้ว แต่ว่าคบกัน 2 เดือนผู้หญิงก็ท้องเลย และเป็นรูปสามีของเราอยู่ในห้องคลอดซึ่งมีเด็กด้วย รายละเอียดในรูปคือ เหมือนผู้หญิงพึ่งคลอดลูกมาเมื่อวาน แล้วเอาเฟซบุ๊คปลอมส่งมาบอกเราในวันนี้ แบบพึ่งเกิดแล้วให้เรารู้เลย เราก็ช็อกมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น และไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น เราก็เลยโทรไปถามผู้ชายว่า มันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ตอนแรกผู้ชายเขาก็ไม่ได้ยอมรับผิด เราก็เลยบอกว่า ถ้ามันเกิดเรื่องอะไรแล้ว เดี๋ยวเรามาช่วยกันแก้ไขปัญหาด้วยกันไหม หนูอยากให้เขายอมรับความจริง เขาก็เลยสารภาพว่า เขาไปทำผู้หญิงท้อง ซึ่งเป็นน้องที่ทำงานเดียวกันกับเขา คบกันมาเป็นเวลา 1 ปีแล้ว พอคบกันได้ 2 เดือนปุ๊บ ผู้หญิงก็ท้องเลย และเป็นการพลาดพลั้ง ถ้ามันเป็นการพลาดพลั้งจริง ๆ ทำไมเขาถึงมีการซื้อบ้านใหม่ด้วยกัน ทำไมเขาถึงสร้างทุกอย่างด้วยกันหมดแล้ว หนูก็ไม่เชื่อ แต่หนูยังรักเขา หนูรักเขามากเพราะว่าเราไม่มีปัญหาอะไรที่จะทะเลาะกันแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งเราเคลียร์กันทุกเรื่อง ทุกวันอยู่แล้ว หนูคิดว่าถ้าหนูไม่รู้เรื่องนี้ เขาก็ไม่ได้แย่ แต่หนูมานั่งทบทวนประมาณ 3-4 วัน ก็ตัดสินใจบล็อกเบอร์ ไม่ติดต่อไปหาเขาอีกเลย เพราะหนูคิดว่าเขาคงอยากไปสร้างอนาคตใหม่ด้วยกันโดยที่ไม่มีหนูแล้ว ถ้าเขารักเราจริง ๆ เขาจะไม่ทำร้ายเราทั้งที่เราผ่านความลำบากมาก่อน จนเรามีทุกวันนี้มันไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งหนูไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับฝั่งผู้ชายเลย ส่วนฝั่งนั้นเขาบอกว่า ไม่ได้จดเหมือนกัน แต่รับเป็นบุตร หนูรู้สึกแพ้แล้วกับความรัก 10 ปีที่ผ่านมาของหนู’ อยากถามคำถามแรกกับพี่เผือกว่า คิดว่าหนูทำถูกไหมที่หนูยอมเดินออกมาแทนที่จะเก็บผู้ชายไว้? ซึ่ง “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ต้องถามกลับว่าทำไมถึงรู้สึกว่ามันจะไม่ถูก เหมียวมีความลังเลหรอว่ามันจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดที่เดินออกมา ถ้าถามคนที่ได้ฟังเรื่องนี้พี่ว่าร้อยทั้งร้อยต้องบอกว่า เหมียวทำถูกแล้วแหละ พี่ยังไม่เจอเหตุผลที่จะต้องเก็บเขาเอาไว้ มันต้องแยกให้ออกระหว่างความเสียใจกับการตัดสินใจที่จะตัดใครสักคนที่เขาไม่ใช่คนดีออกไป มันคนละเรื่องกัน ไอ้ความเสียใจ ไอ้ความช็อก ตื่นมาแล้วอีกคนหนึ่งในชีวิตเราหายไป มันรู้สึกอยู่แล้วเหมียว แต่สาเหตุที่เขาไม่อยู่วันนี้มันต้องแยก พี่ไม่เห็นเหตุผลว่าการเก็บเขาไว้ในสถานการณ์ของเหมียวมันจะเป็นสิ่งที่ดีได้ยังไง ในเมื่ออีกฝั่งเขามีลูกด้วย ต่อให้คิดกันแบบ Positive สุด ๆ คุยกันได้ลงตัว ทำหน้าที่แค่พ่อ ไปดูแลแต่ยังรัก เหมียวคิดว่ามันจะไปตลอดรอดฝั่งจริง ๆ หรอ? แล้วพี่ก็ไม่เชื่อว่าตัวเหมียวเองจะรับมันได้ ไม่งั้นเหมียวคงไม่ตัดสินใจเดินออกมา พี่อยากจะเป็นอีกหนึ่งเสียงที่ให้ความมั่นใจว่า เราตัดสินใจแล้ว ทุกการตัดสินใจของเราที่เกิดขึ้นมันดีเสมอแหละ เราจะได้เรียนรู้อะไรจากมัน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มันอาจจะรุนแรงหน่อย แต่ว่าถ้ามันผ่านพ้นไปได้ พี่ว่ามันเป็นจุดที่ดีของชีวิต ขอให้มั่นใจ ตัดสินใจแล้วก็ทำให้มันเด็ดขาด ยอมเจ็บหน่อย ยอมช็อกหน่อย แต่ถ้ามันผ่านพ้นไปจะรู้สึกโล่ง อย่างที่พี่อ้อยพูดเห็นด้วยมาก ๆ เราไม่ได้แพ้อะไร สุดท้ายพอเวลามันผ่านไป จนถึงวันหนึ่งเหมียวอาจจะเริ่มรู้สึกว่า ฉันชนะแล้วแหละที่ออกมาได้’ คำถามที่ 2 ให้พี่อ้อย หนูขอวิธีการมูฟออนที่หนูยังติดอยู่วังวนความรัก 10 ปีที่ผ่านมา หนูไม่สามารถมีใครได้หรือมีความรักครั้งใหม่หนูก็รู้สึกกลัว? ต่อมา “ดีเจอ้อย” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นพี่จะบอกว่า วิธีการมูฟออนอย่างหนึ่งคือ ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นให้ได้ก่อน เข้าใจว่าน้องรักเขาเท่าที่เขารักน้องแหละ คบกันมาตั้ง 10 ปี รักเขาเราไม่เห็นมีใคร เขารักเราทำไมถึงทรยศ พอน้องค่อย ๆ ทำความเข้าใจกับมัน น้องอาจจะเข้าใจว่า คนบางคนนะ ออกจากชีวิตฉันไป น่าดีใจกว่าได้เขามาอีก เพียงแต่วันนี้การมูฟออนของน้อง ยังไม่สามารถมูฟออนได้เพราะยังคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของเรา มีคนในโลกนี้เยอะแยะมากมาย ลูกไม่ได้เป็นโซ่ทองคล้องใจเสมอไป มันไม่ได้แปลว่าการที่ผู้หญิงคนหนึ่งมีลูกแล้วนั่นคือที่สุดของชีวิต และการที่ผู้หญิงคนหนึ่งมีลูกไม่ได้ก็เลยถูกพิพากษาให้เขาต้องไปทรยศนอกใจกับคนอื่น พี่ว่ามันไม่ใช่เป็นเหตุเป็นผลกัน วันนี้ถ้าไม่เจอ Account ที่เขามาบอกว่า ถ้าไม่อยากโง่ก็อ่านแชทสิ แค่สิ่งที่เขาบอกกับเราก็ดูไม่ใช่ผู้หวังดีอยู่แล้ว การที่ผู้ชายคนหนึ่งไม่รับผิดชอบความรู้สึกของเราเลยแม้แต่น้อย พี่รู้สึกว่า ฉันทำดีที่สุดในฐานะของคนที่เป็นภรรยามา 10 ปีแล้ว เธอต่างหากที่ยอมให้ใครสักคนเข้ามาทำร้ายความรู้สึกฉันได้มากขนาดนั้น โดยที่มีเธอเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด พอเหมียวค่อย ๆ ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ การมูฟออนก็เกิดขึ้นจากการทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้อยู่ แต่ถ้าน้องบอกว่า ไม่เอาค่ะพี่ หนูอยากได้วิธีการมูฟออนจริง ๆ อันแรกเลิกส่อง มีคนเยอะมากที่พยายามจะมูฟออนแต่ยังไปเฝ้าดูโซเชียลเขาตลอดเวลา ที่สุดแล้วพอไปเห็นว่าเขาดูมีความสุขมาก คนที่พังสุดก็คือเราอยู่ดี วันนี้ความสัมพันธ์มันเคลื่อนตัว ต่อให้ 10 ปี ความผูกพันดันเกิดขึ้นกับเหมียวคนเดียว ไม่ได้เกิดขึ้นกับเขา ถ้าความผูกพันนี้เกิดขึ้นกับเขาด้วย เขาจะไม่ทำร้ายหนูขนาดนี้ แค่เหมียวเห็นคุณค่าในตัวเอง ชีวิตของฉัน ฉันทำเต็มที่ในตอนที่ฉันเป็นภรรยาที่น่ารัก ดูแลเธออย่างซื่อสัตย์ แต่ถ้าเธอไม่สามารถให้ความซื่อสัตย์กับฉันได้ ฉันก็แค่ตัดเธอออกจากชีวิต มันคือแบบนี้ แต่ไม่ใช่ว่าเรากลายเป็นคนที่ด้อยค่าตัวเอง พี่ว่ามันอยู่ที่วิธีคิดของเรา ถ้าน้องอยากได้เป็นแบบรูปธรรม 1.เลิกส่อง 2.ช่วยเห็นข้อดีของตัวเองใน 10 ปีที่ผ่านมาหน่อย เพราะน้องไม่เคยวอกแวกไปมีใคร และในที่สุดแล้วไม่มีใครดีพอ สำหรับคนที่ไม่รู้จักพอ ต่อให้น้องดีแทบตาย สุดท้ายเขาไม่รู้จักพอเขาก็มีคนอื่นอีก แล้วเอาสิ่งนั้นมาเป็นข้ออ้าง เพื่อทำให้เขาเลิกกับเราได้แบบที่เขารู้สึกผิดน้อยที่สุด พี่รู้สึกแบบนั้นไม่ได้ผิดที่เหมียว หนูต้องรักตัวเอง เพราะหนูมีคุณค่ามากพอ และพี่คิดว่าเดี๋ยววันหนึ่งเหมียวจะขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจแบบนี้’ และคำถามที่ 3 ให้พี่เติ้ล มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการนอกใจครั้งนี้ เป็นเพราะหนูไม่ใส่ใจเขามากพอหรือว่าเป็นเพราะหนูท้องไม่ได้ เขาก็เลยไปมีคนอื่น? สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ตอบอันหลังก่อนที่เหมียวถามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะหนูไม่ใส่ใจหรือว่าหนูมีลูกให้เขาไม่ได้ ไปที่เรื่องไม่ใส่ใจก่อน อันนี้พี่ไม่รู้เพราะเหมียวไม่ได้บอก เหมียวบอกว่าเราเป็นชีวิตคู่ปกติ ถ้างั้นคงไม่เกี่ยวกับการใส่ใจ พี่ว่าอย่าไปเพ่งโทษตัวเองแบบนั้น กับเรื่องที่มีลูกให้เขาไม่ได้ ตอนที่เหมียวโทรมาพี่กรี๊ดเหมือนกัน เพราะว่ามันคือบทสนทนาในห้องประชุมเขียนบทเมื่อวาน ถ้าคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งที่รักกันมาก กลายเป็นว่าปัญหาเรื่องเดียวคือสามีอยากมีลูก แล้วภรรยาลูกให้เขาไม่ได้ มันจะไปได้ถึงไหน ซึ่งตอนที่พี่คุยในห้องประชุมบอกจริง ๆ ว่ามันมีสิทธิ์เกิดอะไรขึ้นก็ได้ แต่มันไม่เกี่ยวกับการนอกใจ ถ้าวันใดวันหนึ่งที่เขารู้สึกว่าอยากมีลูกจริง ๆ เขาก็ต้องซื่อสัตย์กับตัวเองและเรามากพอในฐานะคนรักกัน ไม่ว่ามันจะเกิดเหตุการณ์หรือปัญหาอะไรในชีวิตคู่ มันไม่ใช่สาเหตุที่จะมาอ้างว่า เพราะฉะนั้นฉันจะไปมีคนอื่น เพราะเธอทำข้อ 1-3 ไม่ได้ มันคือการนอกใจ คุณจะทำอะไรก็ได้เลยถ้าบอกกับคนรักตรง ๆ ว่า เราไม่แฮปปี้ ถ้าแก้ไม่ได้ เราขอไปมีคนอื่น อย่างนี้มันคือแฟร์ ยุติธรรมกันทั้ง 2 ฝ่าย เราเองก็ต้องยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นว่า เราให้ในสิ่งที่เขาอยากได้ไม่ได้ แต่การที่เขาไปมีคนอื่น มีลูกแบบนี้ พี่ว่าเขาไม่ได้พลาด เพราะพี่รู้สึกว่าคนรักกัน ถ้าพลาดเขาต้องมาบอกหนู เขาจะไม่ปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้คลอดลูกออกมาจนเรื่องนี้มาเข้าหูหนูเอง พี่ว่าอันนี้ไม่ใช่คนรักกัน เขาคือผู้ชายที่ทรยศหนู ซึ่งมันก็จะเด้งไปที่คำตอบพี่อ้อยกับพี่เผือกว่า การที่หนูตัดสินใจเลิกกับเขาแบบเด็ดขาดก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีในชีวิตหนูที่เกิดขึ้นแล้วกับ 1 ปีที่หนูเจออะไรแบบนี้มา’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-