ชาว LGBTQ รู้สึกอย่างไร เราอายุ 35 แล้ว แต่ยังซิงอยู่เลย ถ้าคุยด้วยแล้ว ทุกคนจะมองว่าเรามีคุณค่า หรือจะมองว่าเสียเวลาที่จะคุยต่อ ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ชาว LGBTQ รู้สึกอย่างไร เราอายุ 35 แล้ว แต่ยังซิงอยู่เลย ถ้าคุยด้วยแล้ว ทุกคนจะมองว่าเรามีคุณค่า หรือจะมองว่าเสียเวลาที่จะคุยต่อ ?

19 ก.พ. 2026

ชาว LGBTQ รู้สึกอย่างไร เราอายุ 35 แล้ว แต่ยังซิงอยู่เลย

ถ้าคุยด้วยแล้ว ทุกคนจะมองว่าเรามีคุณค่า หรือจะมองว่าเสียเวลาที่จะคุยต่อ ?

        ‘คุณพี (นามสมมติ)’ อายุ 35 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 กุมภาพันธ์ 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจเกลือ’ เกี่ยวกับเรื่อง อายุ 35 แล้ว แต่ยังซิงอยู่เลย คนอื่นคิดเรื่องนี้อย่างไร?

        โดย ‘คุณพี (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “ส่วนตัวเรารู้สึกว่า มุมมองภายนอกของคนที่มีอายุ 35 ปี เขาน่าจะเป็นคนที่ผ่านสมรภูมิ ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มามากมาย ถ้าให้เปรียบเทียบกับศึกในสนามรบ คงรู้สึกว่าคนในวัยอย่างเรา มันน่าจะช่ำชองศึกแล้วนะ แต่กลับกัน ตัวผมเองรู้สึกว่าเรายังเป็นเด็กน้อย อย่าว่าแต่ถือปืนเลย แค่ของเล่นยังถือไม่ได้เลยครับ

        ก่อนหน้านี้เราก็ไม่ได้เป็นคนที่ดูดี ไม่กล้าที่จะเข้าหาใคร เพราะไม่มีความมั่นใจ แต่ช่วงนี้เราก็เริ่มออกกำลังกาย เริ่มหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น จนมีน้องคนหนึ่งเข้ามาคุยกับเรา แล้วเราก็รู้สึกดีกับเขามาก ๆ ผ่านมา 2 เดือน เราทั้งสองก็ได้นัดเจอกัน เพราะว่าเขาผ่านมาแถวคอนโดเราพอดี เราก็อยากให้เขาได้เห็นว่าเราใช้ชีวิตอย่างไร อยากให้เขารู้สึกดีกับเรา เลยชวนเขามาที่ห้อง เพื่อที่จะนอนดูหนังด้วยกัน

        ในคืนนั้นเราทั้งสองนอนดูหนังด้วยกันอย่างสนุกสนานตามปกติ  จนจู่ ๆ เราเองก็เริ่มมีความรู้สึกอยาก…เหมือนกันนะ แต่อีกใจหนึ่งก็มีความรู้สึกกลัว ว่าถ้าทำได้ไม่ดี แล้วมันจะกลายเป็นปมในใจที่ติดตัวเราไปตลอดหรือเปล่า สุดท้ายแล้วในคืนนั้นความกลัวก็ทำให้เราไม่กล้า  และได้แต่นอนดูหนังตามปกติต่อไป สุดท้ายความสัมพันธ์ก็ได้จบลง โดยที่ผมก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกัน ผมรู้แค่ว่าจู่ ๆ เขาก็หายไปจากชีวิตผมเอง

         เรื่องในคืนนั้น ทำให้เราเริ่มกลับมาคิดทบทวนกับตัวเอง ว่าถ้าเรามีความสัมพันธ์กับใครสักคน เราคงกลัวที่จะต้องบอกความจริงกับเขา ว่าจริง ๆ แล้วเราไม่เคยมีเซ็กส์มาก่อน ที่ผ่านมาตัวเราเองรู้สึกว่าเราไม่ได้ดูดี รวมถึงมีช่วงชีวิตของเราที่ยังคงต้องเรียน ไม่มีความมั่นคงในชีวิต ไม่พร้อมที่จะเจอคนอื่น ๆ เราไม่รู้ว่าเขาจะรับเราได้ไหม

        ถึงแม้เราจะเคยมีคนคุย แต่ก็ไม่ถึงขั้นขยับความสัมพันธ์ไปเป็นแฟนเลยสักคน เราไม่ได้เจอใครที่เราอยากจะใช้ชีวิตร่วมกัน มันเลยทำให้เรายังไม่เคยมีเซ็กส์เลยสักครั้ง จนถึงอายุ 35 ปี ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเราเองก็ไม่ชอบความสัมพันธ์ชั่วคราว อีกส่วนหนึ่งก็เกิดจากความกลัว ว่าเราจะทำหน้าที่ตรงนั้นได้ไม่ดี แล้วมันจะกลายเป็นเรื่องแย่ ๆ ในชีวิตของเราและเขา

        ผมรู้สึกว่าเซ็กส์ครั้งแรกของผม ผมอยากให้มันดี ถ้าเกิดว่าทำไปแล้วมันไม่ดีจริง ๆ เราคงกลัว และคงคิดว่า เราจะไม่กล้ามีความรักอีก อยากถามกับคนที่เป็น LGBTQ ครับ ว่ารู้สึกอย่างไร ถ้าคบกับคนที่มีอายุ 35 แล้วเขาคนนั้นเขายังซิงอยู่ ทุกคนจะมองเขาว่ามีคุณค่า หรือจะมองว่าเสียเวลาที่จะคุยต่อครับ"

        เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเกลือ’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ผมพูดในตัวแทนมนุษย์คนหนึ่ง ผมรู้สึกว่าถ้าเป็นคู่รักที่ยังซิงอยู่ ผมมองว่ามันวิเศษนะ มันดูน่ารักมากเลยกับการที่คุณให้ความสำคัญ ในการจะมีครั้งแรกกับคนที่รัก ไม่อยากให้รู้สึกว่าถ้าครั้งแรกมันไม่ดี แล้วจะไม่มีครั้งต่อไป ต่อให้ครั้งแรกมันไม่ดี มันก็แค่ส่วนหนึ่งของชีวิตเราที่ผ่านเข้ามา แล้วก็ผ่านไป

        แน่นอนว่า เซ็กส์คือส่วนหนึ่งของชีวิต แต่มันไม่ใช่ทั้งหมด มันคือการเรียนรู้ไปด้วยกัน การมีเพศสัมพันธ์หรือการร่วมรัก มันคือการร่วมมือร่วมใจกัน มันไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง มันค่อย ๆ พัฒนาไปเรื่อย ๆ ได้ สุดท้ายแล้วไม่ว่าเซ็กส์มันจะราบรื่นหรือไม่ ผมคิดว่าความรู้สึกที่เรามีต่อกันกับคนที่เรารัก มันสำคัญกว่า สิ่งที่มันตอบโจทย์ได้ดีที่สุด คือความรู้สึกที่คนสองคนมีต่อกัน”

        ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ไม่ต้องกังวล การที่เราเคยมีอะไรกับใครมา มันก็ไม่ได้แปลว่ามันจะดีเสมอไป แต่เราจะมองข้ามเรื่องตรงนั้นไปได้ เพราะเรามีความสบายใจในการคุยกับคนคนนี้ เซ็กส์มันแค่ส่วนประกอบ ลองศึกษา และเปิดใจคุยเรื่องนี้กับคนที่เข้ามาคุยกับเรา ถ้าเขาชอบเรามากพอ เรื่องแบบนี้มันจะไม่ใช่อุปสรรค เซ็กส์ของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน อย่าไปกลัว”

        ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ขอแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว ความตั้งใจเราตอนอายุ 30 คือการที่เรามีเซ็กส์กับคนที่เขารักเราและเรารักเขา ตอนนั้นครั้งแรกก็อยู่ในวัย 30 เหมือนกัน ซึ่งเราเองก็ทำได้ไม่ดีเลย แต่เรามีความสุขเพราะเขารักเราและเรารักเขา อย่ามองว่าถ้ามันไม่ดี ก็จะไม่มีอีกตลอดชีวิต

        เรื่องเซ็กส์มันฝึกกันได้ มันคือการเรียนรู้ ถ้ากังวลก็จะไม่ได้ลองเรียนรู้ความผิดพลาด เราก็จะไม่รู้ว่าตัวเองต้องแก้ตรงไหน ที่สำคัญไม่อยากให้เอาเรื่องเซ็กส์มาเป็นหลักในความสัมพันธ์ การตั้งคำถามครั้งนี้จะไม่มีผลอะไรเลย เพราะสุดท้ายแล้วอยู่ที่คนของเราในอนาคต ว่าเขาจะมีความคิดอย่างไรกับเรื่องนี้”

 เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูเป็นคนค่อนข้าง Introvert เวลาคุยงานกัน ไม่กล้า Eye contact กับใคร แต่หนูจะมองต่ำ แล้วจะไปโฟกัสที่เป้าของเขาแทน จะเตือนตัวเองยังไงดี แล้วอยากรู้ว่าผู้ชายจะรู้ตัวไหม ว่าโดนมองเป้าอยู่?

14 พ.ย. 2025

หนูเป็นคนค่อนข้าง Introvert เวลาคุยงานกัน ไม่กล้า Eye contact กับใคร แต่หนูจะมองต่ำ แล้วจะไปโฟกัสที่เป้าของเขาแทน จะเตือนตัวเองยังไงดี แล้วอยากรู้ว่าผู้ชายจะรู้ตัวไหม ว่าโดนมองเป้าอยู่?

ไม่กล้าสบตาผู้ชาย แต่หนูเผลอไปโฟกัสเป้าเขาแทน...พี่คะ หนูเป็นคนค่อนข้าง Introvert แล้วเป็นผู้หญิงที่ได้ทำงานร่วมกับผู้ชายหลายคนเลยในที่ทำงานเวลาประชุม คุยงานกัน หนูไม่กล้า Eye contact กับใครแต่หนูจะมองต่ำ แล้วตาจะไปโฟกัสที่เป้าของเขาแทนแบบไม่รู้ตัวจะเตือนตัวเองยังไงดีคะไม่ให้มองเป้าเขาแล้วอยากรู้ว่าผู้ชายจะรู้ตัวไหม ว่าโดนมองเป้าอยู่?อยากเลิกนิสัยนี้ อยากกล้าสบตาคนอื่นตอนคุยกัน ทำยังไงดีคะ “คุณฟ่า” (นามสมมติ) อายุ 20 สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร ในคืนวันพุธที่ผ่านมา (12 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาที่แฟนทำงานมา 10 เดือนแล้ว แต่เขายังไม่ผ่านโปร โดย “คุณฟ่า” (นามสมมติ) ได้เล่าว่า ‘หนูมีแฟน เขาอายุ 24 ปี เขาได้เข้าทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งในตำแหน่งตัดต่อ ซึ่งระยะเวลา 3 เดือนเป็นระยะเวลาที่ทดลองงาน แต่ตอนนี้ ผ่านมา 10 เดือนแล้ว แฟนหนูยังไม่ผ่านโปรเลย ทางบริษัทแจ้งว่ายังไม่ได้รับงานจากภาครัฐ เลยยังไม่สามารถให้ผ่านได้ ซึ่งเขาไม่ได้ให้เหตุผลอะไรไปมากกว่านี้มันทำให้แฟนของหนู ทำงานโดยไม่ได้เงินเดือนที่มากขึ้น สวัสดิการสังคมที่ควรจะได้ในตอนที่ผ่านโปรก็ยังไม่ได้รับ บริษัทนี้ไม่มีตัวสัญญา เป็นการพูดด้วยปากเปล่า และในช่วงวันหยุด แฟนหนูก็ต้องเตรียมตัว คอยรอตัดงานให้เขา ถ้าเขาสั่ง ในช่วงตีสองตีสาม ก็ยังทักมาตามงานอยู่เลย หนูเลยอยากปรึกษาพวกพี่ว่า มันเป็นเรื่องปกติมั้ย หรือความคิดหนูแปลกเอง’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นบริษัทขนาดเล็ก ระบบหรือระเบียบ จะไม่ค่อยมี อันนี้พี่ไม่ได้เหมารวมทั้งหมดนะ ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่ปกติ และมันไม่ใช่เรื่องของผลการทำงานว่าดีหรือไม่ดี เพราะแฟนหนูทำงานมา 10 เดือนแล้ว คนทั้งบริษัทก็ยังไม่ได้เป็นพนักงานประจำ ถ้าเป็นที่แฟนน้องคนเดียวอันนี้ยังพอคิดไปทางอื่นได้พี่ว่าเขายังไม่มีกำลังพอที่จะจ้างประจำหรือพร้อมที่จะให้สวัสดิการ เขาคงรอโปรเจ็คใหญ่มา ทั้งหมดทั้งมวลก็ขึ้นอยู่กับแฟนของฟ่า ลองคิดถึงข้อดี-ข้อเสียดู แต่อย่าคิดว่ามันไม่ดี เพราะอย่างน้อยเราก็ได้พอร์ต จากการตัดคลิปต่าง ๆ ถ้าแฟนฟ่ามีทางเลือกอื่น ยื่นพอร์ตไปที่ต่าง ๆได้ ถ้ามีโอกาสคงจะได้ขยับขยายย้ายที่ได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อีกหนึ่งกรณี เขาอาจจะโกง พูดไปเฉย ๆ แต่จริง ๆ ตั้งใจที่จะให้เงินเดือนเท่านี้อยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับแฟนเรา ไปคุยเรื่องสัญญา ไปคุยเรื่องลิมิต ขีดเส้นให้มันชัดเจน แฟนเรารู้สึกว่าไปที่อื่นได้มั้ย การทำงานโดยไม่มีสัญญาต้องยอมรับความเสี่ยงนะ เพราะเลือกที่จะทำงานไม่มีสัญญาเอง’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถึงจะไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร แต่กฎหมายคุ้มครองตามกฎหมายทุกประการ ตอนนี้คือเหมือนเขาเอาเปรียบ หล่อเลี้ยงเราไว้เฉย ๆ บริษัทจะได้งานหรือไม่ได้งาน ก็ต้องจ่ายตามข้อตกลงอยู่ดี ถ้าแฟนคุณเก่งจริงๆ ยื่นพอร์ตไปเลย เพราะตอนนี้ตัดต่อเป็นที่ต้องการมาก’เรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App AtimeFungFin

ผมเป็นเกย์ครับ แต่ทำไมชอบโดนคนรอบข้างเหมารวมว่า "เกย์ต้องบ้าผู้ชาย" "เกย์ต้องอยากกินผู้ชายหล่อๆ" ทั้งๆที่ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น ทำตัวปกติเหมือนคนอื่นทั่วไปมาตลอดเลย...

22 ธ.ค. 2023

ผมเป็นเกย์ครับ แต่ทำไมชอบโดนคนรอบข้างเหมารวมว่า "เกย์ต้องบ้าผู้ชาย" "เกย์ต้องอยากกินผู้ชายหล่อๆ" ทั้งๆที่ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น ทำตัวปกติเหมือนคนอื่นทั่วไปมาตลอดเลย...

คุณธี (นามสมมติ) อายุ 38 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (20 ธ.ค 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก- ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม ทำไมเวลาไปไหนมาไหน คนชอบมองผมที่เป็น LGBT ว่าทุกคนที่เป็นแบบนี้ ต้องเหมารวมว่าทำเหมือนกันทุกคน ทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้เป็นแบบนั้น! โดยคุณธี (นามสมมติ) ได้เริ่มเล่าว่า ‘ ผมเป็นเกย์ เป็นคนปกติทั่วไป อายุตอนนี้ก็ 37-38 ปีละ แต่คนส่วนใหญ่ จะมองว่าเกย์มักจะหมกมุ่นแต่เรื่องเซ็กส์อย่างเดียว ซึ่งมันมีหลายเหตุการณ์ที่เราก็เจอมา อย่างเช่น เวลาเราอยู่ที่ทำงาน หรือตามห้าง เวลาที่มีผู้ชายเดินผ่าน ไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นเกย์หรือไม่เป็นเกย์ ทุกคนในกลุ่มเราก็จะชอบจ้องมาที่เราแล้วพูดว่า ”จ้องใหญ่เลยนะ อยากได้ผู้ชายคนนั้นล่ะซิ” หรือแม้กระทั่งเวลาเราไปยิม เราจะชอบลงสอตอรี่ไอจี เพื่อนก็ชอบแซวว่า “ไปดูผู้ชายเหรอ” อะไรแบบนี้ ยิ่งถ้าเราถ่ายคู่กับเทรนด์เนอร์นะ คนยิ่งแซวเราหนักกว่าเดิมว่า “ได้กินแล้วล่ะซิ ไปนัดกันยังไงล่ะ” มันรู้สึกไม่โอเคที่ทุกคนคิดว่าเกย์เป็นแบบนี้ จนมันมีเหตุการณ์ที่เราไม่โอเคมากที่สุดคือวันนั้นก็นั่งคุยกันกับเพื่อน จู่ ๆ มันก็มีประเด็นให้คุยกันว่า ลูกฉันเป็นอย่างนั้น ลูกชั้นเป็นอย่างนี้ พอเราพูดว่า “ผมก็ชอบเด็กผู้ชาย เด็กผู้ชายเขามีกิจกรรมบู๊ ๆ ตลอด” เพื่อนก็จะแซวเราว่า “ขนาดเด็กก็ยังไม่เว้นเลยนะ ก็แน่ล่ะซิ แกมันชอบผู้ชายหนิ” จริง ๆ เจตนาเราไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย ผมก็รู้แหละว่าเขาก็พูดหยอกล้อกันตามประสาเพื่อน แต่สำหรับเรามันก็แอบไม่โอเคสักเท่าไหร่ หรืออย่างเวลาเราไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อน เวลาอัพรูปกลุ่มเพื่อนเราลงโซเชียล ก็จะมีคอมเมนต์ประมาณว่า “เป็นกลุ่มสวิ้งกิ้งเลยนะ เป็นยังไงแซ่บมั๊ย ?” อะไรทำนองนี้ เราก็ไม่ได้อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ก็เลยคิดว่าช่างมันเถอะ เล่นตามน้ำไป ดูที่เจตนาดีกว่า วันนี้เราเลยอยากมาปรึกษาพี่ ๆ อย่างแรกคือ ที่เราตอบโต้ไปแบบนั้น มันถูกต้องมั๊ย หรือพี่ ๆ มีคำแนะนำอะไรกับผมมั๊ย?อย่างที่สองคือ เราคิดว่ารายการนี้ก็มีคนดูเยอะ จึงอยากฝากถึงทุกคนที่กำลังคิดแบบนี้ ว่าเกย์หรือเพศแบบเรา ไม่ได้เป็นเหมือนกันทุกคน โดย “ดีเจหอม” ได้ให้คำปรึกษาเป็นลำดับแรก‘ เราทุกคน จะมีเรื่องที่เราไม่ชอบให้ใครมาพูดแบบนี้กับเราอยู่ในใจ ซึ่งเวลาคนเหล่านั้นพูดบางทีเขาคงไม่รู้แหละ หรืออาจจะรู้แต่อยากพูดให้เราเจ็บปวด หอมจะไม่อยากให้ใครรู้ว่าเราเจ็บปวดเรื่องไหน เพราะถ้าคนอื่นที่ไม่ชอบเรารู้ว่าเราอ่อนไหวเรื่องนี้ เขายิ่งจะพูดแบบนี้กับเรา ฉะนั้นแล้ววิธีของหอมที่จะปกป้องตัวเองเวลาเจอสถานการณ์นี้คือการเล่นตลกไปเลย ยอมรับไปเลย ให้คนที่มันกำลังล้อเรารู้สึกว่าทำอะไรเราไม่ได้จากการที่เขาพูดแบบนั้น แต่จากที่หอมฟังคุณธีเล่า หอมคิดว่าคนพวกนั้นไม่ได้ต้องการให้คุณธีรู้สึกเจ็บปวด แต่ภาพลักษณ์ของเกย์ของคนส่วนใหญ่เป็นแบบนั้นจริง ๆ ซึ่งหอมคิดว่ามันไม่ใช่ปัญหาของเราแต่เป็นปัญหาของเขา หอมอยากจะบอกกับทุกคนว่าต่อให้เราเห็น 70% 80% ของเกย์ที่เป็นแบบนั้น แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกตั้ง 20% ของเกย์ที่ไม่ได้เป็นแบบนั้น ฉะนั้นการที่คุณจะแซวอะไรกับใคร อาจจะต้องศึกษาคนรอบข้างสักนิดนึง ถ้าเราไม่ได้สนิทมาก ก็อย่าพลั้งปากพูดอะไรที่มันอึดอัดเลย ต่อมา “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ ถามว่าการตอบโต้ของธีที่จะเล่น ๆ ขำ ๆ มันจะดีมั๊ย? ไม่รู้ว่าดีมั๊ย แต่พี่จะไม่ใชวิธีนั้น ถ้าใครเข้ามาเล่นมุขแบบนี้พี่จะขำแห้งไปเลย ให้รู้ว่าเขากำลังเสียมารยาทนะ ทำให้รู้ไปเลยว่าเราก็ไม่ได้สบอารมณ์กับอะไรแบบนี้ เพราะฉนั้นคำถามแรกพี่ไม่เห็นด้วยที่จะเล่นตามน้ำ อย่างที่สอง เมื่อคนคนส่วนมากจะใช้มุขเหล่านี้เพื่อละลายพฤติกรรม แต่ตอนนี้วิธีคิดคนปัจจุบันมันเปลี่ยนไปแล้ว คนก็ควรจะเปลี่ยนไปตาม การที่เราจะรณรงค์อะไร สำหรับผม ผมอยากจะบอกทุก ๆ คนว่า ราไม่ต้องพยายามทำให้มันตลก เพื่อสร้างบทสนทนากับใครสักคนโดยการเล่นมุขอะไรแบบนั้น มันเสี่ยงมากที่จะทำให้บทสนทนานั้นมันเปลี่ยนทิศทางไป ถ้าเทียบกับการที่เราคุยกันปกติดีกว่าจะได้ไม่ต้องอึดอัด เพราะบางทีเขาอาจจะคิดว่าบทสนนาแบบนี้มันทำให้เราเฮฮา แต่จริง ๆ เราไม่ได้รู้สึกดีหรอก ปิดท้ายด้วย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ พี่อยากจะแชร์ในฐานะที่พี่ก็เป็นเกย์เหมือนกับคุณธี สำหรับพี่ อาจจะยังไม่เจอสถานการณ์แบบนี้ เพราะฉะนั้นพี่ก็ไม่อยากให้เหมารวมว่าเกย์จะเป็นแบบนี้ทุกคน อาจจะเป็นความโชคร้ายของคุณธีที่ต้องเจอคนเหล่านี้ เพราะยังมีคนอีกหลายคนบนโลกนี้ที่ไม่ได้มาตัดสินคนด้วยเพศสภาพหรืออะไรก็ตาม อย่างคำถามแรกพี่ว่าแล้วแต่สะดวกของคุณธีนะว่าจะยิ้มแห้ง ๆ ให้จบไป หรือเล่นตามน้ำก็แล้วแต่เราเลย เพราะขนาดดาราเขายังเจอเรื่องอะไรแบบนี้เลย มันขึ้นอยู่กับเราอะว่านิสัยเราเป็นยังไง และธีให้ค่าคำพูดคนพวกนั้นขนาดไหน เพราะสำหรับพี่ถ้ามันมาจากคนที่พี่ไม่ได้ให้ค่า พี่ไม่สนใจอะไรเลยนะ เพราะเขาไม่ได้รู้จักพี่เลย ถ้าคนนั้นเขาได้พัฒนาทางสติปัญญา วุฒิภาวะเขามีพี่ว่าเขาคงไม่ทำ เพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

อาที่เป็นญาติผู้ใหญ่ที่เราเคารพ ทักเราว่า “ทำไมอ้วนจัง?” จังหวะนั้นเราหงุดหงิดพอดี เพราะเจอคำถามนี้บ่อยมาก เลยพูดกลับอาไปว่า “ปกติหนูก็จะไม่กล้าทักใครแบบนี้นะคะ มันดูเป็นคนไม่มีมารยาท” อีกวันอาไลน์มาต่อว่าหนู

14 ต.ค. 2024

อาที่เป็นญาติผู้ใหญ่ที่เราเคารพ ทักเราว่า “ทำไมอ้วนจัง?” จังหวะนั้นเราหงุดหงิดพอดี เพราะเจอคำถามนี้บ่อยมาก เลยพูดกลับอาไปว่า “ปกติหนูก็จะไม่กล้าทักใครแบบนี้นะคะ มันดูเป็นคนไม่มีมารยาท” อีกวันอาไลน์มาต่อว่าหนู

อาที่เป็นญาติผู้ใหญ่ที่เราเคารพ ทักเราว่า “ทำไมอ้วนจัง?” จังหวะนั้นเราหงุดหงิดพอดีเพราะเจอคำถามนี้บ่อยมาก เลยพูดกลับอาไปว่า “ปกติหนูก็จะไม่กล้าทักใครแบบนี้นะคะมันดูเป็นคนไม่มีมารยาท” อีกวันอาไลน์มาต่อว่าหนู หนูก็เลยขอโทษเขาไปหนูจะดูเป็นเด็กที่ไม่ดีในสายตาอาไหมคะ? “คุณแกลม (นามสมมติ)” อายุ 18 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [8 ต.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาญาติทักว่าอ้วน เราเลยสวนกลับไป แต่เราก็รู้สึกแย่ที่พูดแรงไป โดย “คุณแกลม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเพิ่งโดนญาติผู้ใหญ่ไลน์มาด่า เพราะว่าอาทิตย์ที่แล้วเขามาว่าหนูอ้วน หนูเลยสวนกลับเขาไป เขาเป็นคุณอา (น้องชายของพ่อ) หนูสนิทกับเขามากเลย คุยเล่นกันได้ ตั้งแต่เด็กจนโตเลย คือตอนหนูเกิดหนูพูดชื่อเขาได้คนแรก มีช่วงที่หนูไปอยู่คนละจังหวัดกับเขา แต่เวลากลับมาเจอกันเราจะคุยกัน สนิทกันได้ปกติเลย ตอนนี้คุณอาเขาทะเลาะกับพ่อหนู เขาตัดครอบครัวหนูออกจากชีวิตเขา เขาไม่เอาเลย แต่เขายังรักหนูอยู่ ยังคุยกับหนูคนเดียว แต่ตอนนี้เขากำลังจะตัดหนูออกด้วย เราอยู่กันคนละบ้าน แต่คุณอาจะแวะเวียนมาที่บ้าน มาดูแลคุณปู่ คุณย่า เรื่องที่เกิดคือ เขามาทักต่อหน้าหนูว่า ทำไมอ้วนขึ้น? เขาทักหนูหลายรอบมาก หนูก็เสียใจ แล้วก็นอยเพราะหนูอ้วนขึ้น เพราะเอฟเฟกต์จากยาที่กินด้วย หนูเลยพูดออกไปโดยไม่ทันคิดว่า ปกติหนูจะไม่ทักคนอื่นแบบนี้ เพราะมันดูไม่มีมารยาท แล้วเขาก็ยิ้มแห้งเลย หลังจากนั้นหนูก็รู้สึกแย่ที่พูดแบบนั้นกับเขาไป ซึ่งช่วงนี้หนูต้องคุยกับเขาเพราะจะกดเงินดิจิทัลวอลเล็ตให้คุณปู่ คุณย่า หนูก็เลยคุยเรื่องเอกสารกันนิดหน่อย แล้วเขาก็พิมพ์กลับมาว่า โตแล้วหนิ เดี๋ยวนี้แรงใช้ได้เลยนะ ไม่ต้องเลี้ยงดูละ หนูก็เลยขอโทษเขาไป แต่เขาไม่ได้ตอบอะไรหนูมาเลย จริงๆหนูรู้สึกเสียใจมากที่ตัดกับอาคนนี้ หนูไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก หนูอยากเป็นเด็กที่น่ารักกับผู้ใหญ่ หนูควรทำยังไงดี?เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนหนูเคยเป็นบาร์โฮสมาก่อน เลิกทำอาชีพนี้ แล้วมาคบกับเรา ตอนนี้แฟนทำอาชีพเป็นเทรนเนอร์ กำลังจะไปประกวดเพาะกาย หนูทำอาหารให้วันละ 4 มื้อ ดูแลอย่างดีทุกวัน แต่พอจะถึงวันประกวด แฟนบอกไม่ให้เราไป เพราะมีสปอนเซอร์ไปด้วย จะให้สปอนเซอร์คนนี้รู้ไม่ได้ว่าคบหนู

30 ก.ย. 2025

แฟนหนูเคยเป็นบาร์โฮสมาก่อน เลิกทำอาชีพนี้ แล้วมาคบกับเรา ตอนนี้แฟนทำอาชีพเป็นเทรนเนอร์ กำลังจะไปประกวดเพาะกาย หนูทำอาหารให้วันละ 4 มื้อ ดูแลอย่างดีทุกวัน แต่พอจะถึงวันประกวด แฟนบอกไม่ให้เราไป เพราะมีสปอนเซอร์ไปด้วย จะให้สปอนเซอร์คนนี้รู้ไม่ได้ว่าคบหนู

แฟนหนูเคยเป็นบาร์โฮสมาก่อน เลิกทำอาชีพนี้ แล้วมาคบกับเรา ตอนนี้แฟนทำอาชีพเป็นเทรนเนอร์กำลังจะไปประกวดเพาะกาย หนูทำอาหารให้วันละ 4 มื้อ ดูแลอย่างดีทุกวัน แต่พอจะถึงวันประกวดแฟนบอกไม่ให้เราไป เพราะมีสปอนเซอร์ไปด้วย จะให้สปอนเซอร์คนนี้รู้ไม่ได้ว่าคบหนู ซึ่งสปอนเซอร์คนนี้คือเจ๊ส่งเงินให้แฟนเราเดือนละ 4 - 5 หมื่น ดูแลแฟนเรามาทุกเดือน แล้วเป็นสปอนเซอร์ในการส่งแฟนเราประกวดครั้งนี้ด้วย หนูจะทำยังไงดีคะ? ก็ยังรักแฟนคนนี้มาก ไม่ได้อยากเลิก แต่เขาก็ยังมีเจ๊คนนี้อยู่ “คุณน้ำ (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี เป็นสายที่ 2 ในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [24 ก.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องแฟนที่เป็นนักเพาะกาย แต่ไม่ยอมให้เราไปดูงานประกวด เพราะกลัวเจ๊ที่เลี้ยงดูอยู่จะรู้ว่ามีแฟน โดย “คุณน้ำ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูกับแฟนคบกันมา 1-2 ปี ตอนเจอกันครั้งแรกเขาทำงานเป็นบาร์โฮส แต่พอคบกันเขาก็เลิกทำงานนั้นไป งานประจำจริง ๆ ของเขาคือเป็นเทรนเนอร์และก็นักกีฬาเพาะกาย แล้วในช่วงเดือนหน้าเขาก็กำลังจะแข่งเพาะกาย ระยะเวลาที่เราอยู่กันมา 2 ปี ตัวหนูเองก็ดูแล ซัพพอร์ตกันมาตลอด การเป็นนักกีฬาต้องมีวินัยทั้งเรื่องอาหารการกิน การนอนก็ต้องนอนให้ตรงเวลา เราทั้งสองคนถือว่าเสียสละกันหลายอย่าง จะไปเที่ยวที่ไหน จะกินอะไรก็ไม่สามารถกินได้อย่างที่ต้องการ ซึ่งหนูก็ให้ความร่วมมือมาโดยตลอด แต่เมื่อใกล้จะถึงเวลาที่แข่งก็คือในช่วงเดือนหน้า กลายเป็นว่าหนูไม่สามารถไปยืนเชียร์เขาข้างสนามได้ ใจจริงหนูอยากไปอยู่ในทุก ๆ ความสำเร็จของเขา แต่เป็นเพราะว่าสปอนเซอร์เขาเนี่ยจะไปด้วยซึ่งสปอนเซอร์เขาคือลูกค้าเก่าจากบาร์โฮส นั่นแปลว่าเขาจะรับรู้สถานะเรากับแฟนไม่ได้ เขาซัพพอร์ตแฟนเราหลาย ๆ อย่าง ตกเดือนละประมาณ 4-5 หมื่นบาท แรก ๆ ก็มีไปกินข้าวกัน ซึ่งหนูรับรู้ตลอด เขาก็พยายามทำให้เราสบายใจด้วยการติด GPS หรือหนูทักไปเขาก็จะตอบเสมอ ถ่ายรูปให้ดูตลอดว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่มันก็เริ่มเป็นปัญหาเพราะเราเพิ่งคุยกันเรื่องนี้แล้วทะเลาะกัน ฝั่งเขาก็อยากให้เราเข้าใจว่าทำไมเราถึงไปไม่ได้แต่หนูก็เสียใจ’ ในระหว่างการพูดคุย ‘ดีเจต้นหอม’ ก็ได้ถามคุณน้ำ 1 คำถามว่า ‘ถ้าแฟนเราเลยเถิดไปถึงขึ้นมีอะไรกันกับเจ๊คนนั้น น้ำจะรับได้ไหม?’ ซึ่งทางฝั่งคุณน้ำได้ให้คำตอบกลับมาว่า ‘แฟนหนูบอกว่าไม่มีแน่นอน 100% และเขาก็ทำพยายามทำให้หนูมั่นใจตลอด แต่ถ้าถามว่าเชื่อ 100% ไหม เอาจริง ๆ ก็ไม่ แต่หนูคิดว่ารับได้เพราะหนูรู้ว่าเขาทำไปเพื่ออะไรแต่ก็รับไม่ได้นาน อาจจะแค่ 1 ปี เพื่อไปสร้างตัวหลังจากนั้นก็คงจะไม่ได้แล้ว’ “คุณน้ำ (นามสมมติ)” เล่าต่อว่า ‘อีกอย่างหนึ่งเลยคือต้องบอกก่อนว่าหนูก็เคยเป็นเด็กเสี่ยเหมือนกัน แต่พอหนูมาเจอเขา หนูก็ทิ้งทุกอย่างแล้วก็มาทำงาน และเราก็กำลังสร้างตัวกันอยู่ เขาบอกว่าเขาขอสร้างโปรไฟล์ให้ได้ เขาอยากเติบโตมากว่านี้ซึ่งหนูก็ไม่รู้ว่าจะถึงเมื่อไหร่ เคยคุยกันว่าถ้าไม่มีเงินของเจ๊คนนี้จะอยู่ได้ไหม? แต่เขาก็บอกว่ามันไม่พอ เพราะตอนนี้เราก็เช่าคอนโดอยู่หลายหมื่นบาท หนูเลยอยากปรึกษาพี่ ๆ ทั้งสามคนว่า หนูควรเปลี่ยนมายเซ็ทตัวเองดีไหม? ให้คิดว่าเขาก็ทำเพื่อเราสองคน’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าถามว่าจะเปลี่ยนมายเซ็ทยังไง สำหรับพี่ก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก ปล่อยไหลไปตามชีวิต เราไปคิดมากก็กำหนดอะไรไม่ได้อยู่ดี ถ้าเราไปคิดตามเหตุและผล เหตุและผลมันก็จะบอกให้เราเลิก แต่ถ้าเราไม่อยากเลิกก็ไม่ต้องไปคิด แล้วก็เชื่อในความรักว่ามันคือสิ่งที่แท้จริง คลิปที่เราไปเที่ยวด้วยกัน คลิปที่เราหวานแหววกัน นี่คือความจริง ซึ่งความจริงนี่มันจะเกิดขึ้นเมื่อทั้งสองฝ่ายช่วยกันสร้าง ช่วยกันยืนยัน และเรื่องอื่น ๆ ที่มันเกิดขึ้นที่ไม่ใช่ตรงนี้ มันเป็นเพราะความจำเป็น อะไรที่อยู่ลับหลังเรามันไม่จริง มันเป็นแค่สิ่งที่ปลอมขึ้นมาเพื่อประโยชน์อะไรสักอย่างในชีวิตตอนนี้ หลับหูหลับตาและมองในสิ่งที่เราเชื่อว่ามันเป็นความจริง แค่นั้น’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘มันคืออาชีพเขา เขาทำเพื่อรายได้ที่จะทำให้ชีวิตของเราสองคนดีขึ้นไปเรื่อย ๆ รายได้จากอาชีพนี้ทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น และเขายังรักน้ำคนเดียว เขาไม่ได้รักเจ๊คนนั้น ก็ต้องคิดแบบนี้ ถึงเราไปเชียร์เขาไม่ได้แต่เขารักเรา เขาแค่ต้องทำงานแลกเงินแต่ทุกอย่างเขาทำเพราะหวังดี เขาอยากให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นแค่นั้นและก็คิดว่าถ้าเขาขาดรายได้ตรงนี้ไป ชีวิตของเราสองคนก็อาจจะไม่ได้ดีอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้ามันคุ้มแลกก็ต้องทน’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘สู้เขาสิ! มันคือความรัก เขารักเรา เขาให้ GPS เราเพราะเขารักเรา เจ๊คนนั้นไม่เคยได้แบบที่เราได้ ภาพที่ลงแต่ละภาพเราก็เที่ยวหนักอยู่นะ ถ้าเทรนอย่างเดียวก็คงไม่ได้ไปหรอก ความสุขเขาอยู่ที่เรา เขาพูดและแสดงความเชื่อมั่นว่าไม่มีอะไรเราก็ต้องเชื่อเขา เชื่อที่เขาบอกและเราต้องอดทน เราต้องมองข้ามสิ่งนั้นไปเพราะน้ำบอกเองว่าถึงแม้ว่าเขามีอะไรกันน้ำก็ยังรับได้ นับประสาอะไรกับแค่เขาไปนั่งเชียร์ข้างเวที เขาไปทำงาน แค่นั้นเอง มันคือเรื่องอาชีพและเงิน เขาก็ต้องกินข้าว ทางเลือกเขาน้อยกว่าเขาเลยต้องอาศัยคนอื่น สุดท้ายมันก็เพื่อเป้าหมายของเราสองคน รอเขาไปเก็บโปรไฟล์มาแล้วเขามีเงิน ถึงวันนั้นถ้าเขายังไม่เลิกยุ่งกับเจ๊คนนั้นเราก็ต้องตื่นแล้วนะ ถ้าเขายังเลือกที่จะไม่หยุดแปลว่าผู้ชายคนนี้เขาแค่รักสบาย แต่ถ้าถามตอนนี้มันยังโอเคไหม มันโอเค ก็ไปต่อแล้วดูว่าเขาทำตามที่พูดไหม?’เรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App AtimeFung Fin

album
efm
-

-