ชาว LGBTQ รู้สึกอย่างไร เราอายุ 35 แล้ว แต่ยังซิงอยู่เลย ถ้าคุยด้วยแล้ว ทุกคนจะมองว่าเรามีคุณค่า หรือจะมองว่าเสียเวลาที่จะคุยต่อ ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ชาว LGBTQ รู้สึกอย่างไร เราอายุ 35 แล้ว แต่ยังซิงอยู่เลย ถ้าคุยด้วยแล้ว ทุกคนจะมองว่าเรามีคุณค่า หรือจะมองว่าเสียเวลาที่จะคุยต่อ ?

19 ก.พ. 2026

ชาว LGBTQ รู้สึกอย่างไร เราอายุ 35 แล้ว แต่ยังซิงอยู่เลย

ถ้าคุยด้วยแล้ว ทุกคนจะมองว่าเรามีคุณค่า หรือจะมองว่าเสียเวลาที่จะคุยต่อ ?

        ‘คุณพี (นามสมมติ)’ อายุ 35 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 กุมภาพันธ์ 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจเกลือ’ เกี่ยวกับเรื่อง อายุ 35 แล้ว แต่ยังซิงอยู่เลย คนอื่นคิดเรื่องนี้อย่างไร?

        โดย ‘คุณพี (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “ส่วนตัวเรารู้สึกว่า มุมมองภายนอกของคนที่มีอายุ 35 ปี เขาน่าจะเป็นคนที่ผ่านสมรภูมิ ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มามากมาย ถ้าให้เปรียบเทียบกับศึกในสนามรบ คงรู้สึกว่าคนในวัยอย่างเรา มันน่าจะช่ำชองศึกแล้วนะ แต่กลับกัน ตัวผมเองรู้สึกว่าเรายังเป็นเด็กน้อย อย่าว่าแต่ถือปืนเลย แค่ของเล่นยังถือไม่ได้เลยครับ

        ก่อนหน้านี้เราก็ไม่ได้เป็นคนที่ดูดี ไม่กล้าที่จะเข้าหาใคร เพราะไม่มีความมั่นใจ แต่ช่วงนี้เราก็เริ่มออกกำลังกาย เริ่มหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น จนมีน้องคนหนึ่งเข้ามาคุยกับเรา แล้วเราก็รู้สึกดีกับเขามาก ๆ ผ่านมา 2 เดือน เราทั้งสองก็ได้นัดเจอกัน เพราะว่าเขาผ่านมาแถวคอนโดเราพอดี เราก็อยากให้เขาได้เห็นว่าเราใช้ชีวิตอย่างไร อยากให้เขารู้สึกดีกับเรา เลยชวนเขามาที่ห้อง เพื่อที่จะนอนดูหนังด้วยกัน

        ในคืนนั้นเราทั้งสองนอนดูหนังด้วยกันอย่างสนุกสนานตามปกติ  จนจู่ ๆ เราเองก็เริ่มมีความรู้สึกอยาก…เหมือนกันนะ แต่อีกใจหนึ่งก็มีความรู้สึกกลัว ว่าถ้าทำได้ไม่ดี แล้วมันจะกลายเป็นปมในใจที่ติดตัวเราไปตลอดหรือเปล่า สุดท้ายแล้วในคืนนั้นความกลัวก็ทำให้เราไม่กล้า  และได้แต่นอนดูหนังตามปกติต่อไป สุดท้ายความสัมพันธ์ก็ได้จบลง โดยที่ผมก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกัน ผมรู้แค่ว่าจู่ ๆ เขาก็หายไปจากชีวิตผมเอง

         เรื่องในคืนนั้น ทำให้เราเริ่มกลับมาคิดทบทวนกับตัวเอง ว่าถ้าเรามีความสัมพันธ์กับใครสักคน เราคงกลัวที่จะต้องบอกความจริงกับเขา ว่าจริง ๆ แล้วเราไม่เคยมีเซ็กส์มาก่อน ที่ผ่านมาตัวเราเองรู้สึกว่าเราไม่ได้ดูดี รวมถึงมีช่วงชีวิตของเราที่ยังคงต้องเรียน ไม่มีความมั่นคงในชีวิต ไม่พร้อมที่จะเจอคนอื่น ๆ เราไม่รู้ว่าเขาจะรับเราได้ไหม

        ถึงแม้เราจะเคยมีคนคุย แต่ก็ไม่ถึงขั้นขยับความสัมพันธ์ไปเป็นแฟนเลยสักคน เราไม่ได้เจอใครที่เราอยากจะใช้ชีวิตร่วมกัน มันเลยทำให้เรายังไม่เคยมีเซ็กส์เลยสักครั้ง จนถึงอายุ 35 ปี ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเราเองก็ไม่ชอบความสัมพันธ์ชั่วคราว อีกส่วนหนึ่งก็เกิดจากความกลัว ว่าเราจะทำหน้าที่ตรงนั้นได้ไม่ดี แล้วมันจะกลายเป็นเรื่องแย่ ๆ ในชีวิตของเราและเขา

        ผมรู้สึกว่าเซ็กส์ครั้งแรกของผม ผมอยากให้มันดี ถ้าเกิดว่าทำไปแล้วมันไม่ดีจริง ๆ เราคงกลัว และคงคิดว่า เราจะไม่กล้ามีความรักอีก อยากถามกับคนที่เป็น LGBTQ ครับ ว่ารู้สึกอย่างไร ถ้าคบกับคนที่มีอายุ 35 แล้วเขาคนนั้นเขายังซิงอยู่ ทุกคนจะมองเขาว่ามีคุณค่า หรือจะมองว่าเสียเวลาที่จะคุยต่อครับ"

        เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเกลือ’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ผมพูดในตัวแทนมนุษย์คนหนึ่ง ผมรู้สึกว่าถ้าเป็นคู่รักที่ยังซิงอยู่ ผมมองว่ามันวิเศษนะ มันดูน่ารักมากเลยกับการที่คุณให้ความสำคัญ ในการจะมีครั้งแรกกับคนที่รัก ไม่อยากให้รู้สึกว่าถ้าครั้งแรกมันไม่ดี แล้วจะไม่มีครั้งต่อไป ต่อให้ครั้งแรกมันไม่ดี มันก็แค่ส่วนหนึ่งของชีวิตเราที่ผ่านเข้ามา แล้วก็ผ่านไป

        แน่นอนว่า เซ็กส์คือส่วนหนึ่งของชีวิต แต่มันไม่ใช่ทั้งหมด มันคือการเรียนรู้ไปด้วยกัน การมีเพศสัมพันธ์หรือการร่วมรัก มันคือการร่วมมือร่วมใจกัน มันไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง มันค่อย ๆ พัฒนาไปเรื่อย ๆ ได้ สุดท้ายแล้วไม่ว่าเซ็กส์มันจะราบรื่นหรือไม่ ผมคิดว่าความรู้สึกที่เรามีต่อกันกับคนที่เรารัก มันสำคัญกว่า สิ่งที่มันตอบโจทย์ได้ดีที่สุด คือความรู้สึกที่คนสองคนมีต่อกัน”

        ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ไม่ต้องกังวล การที่เราเคยมีอะไรกับใครมา มันก็ไม่ได้แปลว่ามันจะดีเสมอไป แต่เราจะมองข้ามเรื่องตรงนั้นไปได้ เพราะเรามีความสบายใจในการคุยกับคนคนนี้ เซ็กส์มันแค่ส่วนประกอบ ลองศึกษา และเปิดใจคุยเรื่องนี้กับคนที่เข้ามาคุยกับเรา ถ้าเขาชอบเรามากพอ เรื่องแบบนี้มันจะไม่ใช่อุปสรรค เซ็กส์ของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน อย่าไปกลัว”

        ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ขอแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว ความตั้งใจเราตอนอายุ 30 คือการที่เรามีเซ็กส์กับคนที่เขารักเราและเรารักเขา ตอนนั้นครั้งแรกก็อยู่ในวัย 30 เหมือนกัน ซึ่งเราเองก็ทำได้ไม่ดีเลย แต่เรามีความสุขเพราะเขารักเราและเรารักเขา อย่ามองว่าถ้ามันไม่ดี ก็จะไม่มีอีกตลอดชีวิต

        เรื่องเซ็กส์มันฝึกกันได้ มันคือการเรียนรู้ ถ้ากังวลก็จะไม่ได้ลองเรียนรู้ความผิดพลาด เราก็จะไม่รู้ว่าตัวเองต้องแก้ตรงไหน ที่สำคัญไม่อยากให้เอาเรื่องเซ็กส์มาเป็นหลักในความสัมพันธ์ การตั้งคำถามครั้งนี้จะไม่มีผลอะไรเลย เพราะสุดท้ายแล้วอยู่ที่คนของเราในอนาคต ว่าเขาจะมีความคิดอย่างไรกับเรื่องนี้”

 เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

บริษัทแฟนจัดสัมมนา แต่แฟนเรามาบอกว่า หัวหน้าเขาขอเก็บเงินน้องๆผู้ชายในทีมหลักหมื่น เราเลยถามว่าบริษัทจัด ทำไมเธอต้องจ่าย? แฟนบอก "หัวหน้าเขาเตรียมเด็ก N รอไว้ที่นู่นแล้ว" จะไม่ไปก็ไม่ได้ เพราะเพิ่งเลื่อนตำแหน่ง ตอนนี้หนูควรทำยังไงดี?

02 ก.ค. 2024

บริษัทแฟนจัดสัมมนา แต่แฟนเรามาบอกว่า หัวหน้าเขาขอเก็บเงินน้องๆผู้ชายในทีมหลักหมื่น เราเลยถามว่าบริษัทจัด ทำไมเธอต้องจ่าย? แฟนบอก "หัวหน้าเขาเตรียมเด็ก N รอไว้ที่นู่นแล้ว" จะไม่ไปก็ไม่ได้ เพราะเพิ่งเลื่อนตำแหน่ง ตอนนี้หนูควรทำยังไงดี?

“คุณข้าว (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (26 มิ.ย. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับแฟนไปสัมนาต่างประเทศ แต่โดนเก็บเงินจ้างเด็กเอ็น “คุณข้าว (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘แฟนต้องไปสัมนาไปดูงานกับทางบริษัทที่ต่างประเทศ แล้วแฟนมาบอกว่าต้องไปที่ที่นึง (ขอไม่เอ่ยชื่อ) แล้วเหมือนผู้จัดการจะเรียกเก็บเงินพนักงานในแผนกทุกคน เพื่อไปซื้อบริการ หรือจ้างเด็กเอ็นมาเอ็นเตอร์เทรน หนูงงว่า ทำแบบนี้กันได้ด้วยหรอ? เพราะผู้จัดการก็มีภรรยาแล้ว แล้วทำไมถึงจะจ้างเด็กเอ็น หนูไม่ค่อยสบายใจเลย ไม่ใช่หนูไม่ไว้ใจแฟนนะ แต่บางทีหนูไม่ไว้ใจเพื่อนร่วมงานเขา สมมติว่าแฟนหนูไม่ได้ทำก็จริง แต่ถ้าเกิดว่าโดนยั่วยุ พี่คุิดว่ามันจะอยู่เฉยๆได้ใช่มั้ยคะ ซึ่งหนูไม่โอเคเลยถ้าแฟนจะซื้อบริการ หนูถามเขาแล้วว่าอยากไปไหม เขาก็บอกว่า “ไม่อยากไป แต่ไม่รู้จะปฏิเสธยังไง เพราะเพิ่งได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นมา” หนูเพิ่งคบกันมาไม่นานมากเกือบครึ่งปี เวลามีอะไรก็จะเล่าให้ฟัง เขาเคยเล่าให้หนูฟังว่าเคยไปเมื่อปีที่แล้ว แต่ครั้งนั้นมีเพื่อนไปด้วย เลยไม่ได้อยู่ร่วมวงเพราะแอบหนีกันมา แต่ครั้งนี้เพื่อนเขาไม่อยู่ด้วย หนูอยากถามว่า “ถ้าแฟนหนูไปหนูจะไว้ใจเขาได้ไหม หรือจะเอายังไงดี’ โดย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าพี่รับไม่ได้เรื่องเด็กเอ็น แฟนก็ไม่มีสิทธิ์ไปปาร์ตี้เด็กเอ็นอยู่แล้ว และพี่ก็เชื่อว่าไม่มีใครบังคับให้ใครใช้บริการนี้ได้ถ้าเจ้าตัวไม่เต็มใจ เป็นไปไม่ได้ เพราะนี้คือสิ่งที่ไม่ปกติ มันอาจจะเป็นพฤติกรรมปกติของผู้ชาย แต่ก็เป็นแค่คนเฉพาะกลุ่มที่ชอบแบบนี้ แล้วคนเหล่านี้ก็จะไม่บังคับคนที่ซื่อสัตย์ หรือรักแฟนให้ร่วมทำกิจกรรมนี้แน่นอน และด้วยประสบการณ์ของพี่ที่เขาเล่าว่า ”ปีที่เลยเคยเจอแบบนี้แล้วหนีออกมา“ มันคือการเล่าเกริ่นไปก่อนว่าเขาเป็นคนแบบไหน ถ้าหนีออกมาได้ มันไม่ได้ตั้งแต่แรก แล้วที่พี่ถามว่า ”ข้าวรับได้ไหมเรื่องเด็กเอ็น“ ถ้ารับไม่ได้ นั่นแปลว่ากิจกรรมนี้ต้องไม่เกิดขึ้นกับเธอ ต้องปฏิเสธ เพราะถ้าข้าวรับไม่ได้แล้วข้าวจะแคร์ผู้ชายคนนี้ทำไมที่เขาเป็นผู้ชายสายปาร์ตี้เด็กเอ็น ของแบบนี้ไม่มีใครบังคับให้ใครทำ มันไม่เหมือนการประกวดแต่งแฟนซีของงานเลี้ยงบริษัท อันนั้นมันเป็นกฎบริษัท แต่การใช้บริการเด็กเอ็นโดยการจ่ายเงิน ต้องมาจากความสัมครใจทั้งนั้น พี่จะไม่ตัดสินว่าแฟนข้าวเป็นแบบนั้นหรือป่าว แต่ถ้าข้าวรับไม่ได้ ไม่ผิดเลยที่จะยืนคำขาดว่า ไปสัมนากับบริษัทได้ แต่ไปกิจกรรมนี้ไม่ได้ แล้วในบริษัทไม่มีใครหน้าไหนบังคับเธอได้ด้วย เพราะมันเป็นสิ่งที่ปฏิเสธแล้วมันไม่น่าเกลียด แล้วพี่อยากให้ข้าวสังเกตุแฟน ไปเช็คเลยว่าเขาเป็นคนแบบไหนกันแน่ ระวังจะเจอตัวพ่อ ลองเผื่อใจไว้หน่อย เพราะผู้ชายดีๆปฏิเสธแน่นอน’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่คิดว่ามันไม่ใช่กิจกรรมหลักแน่ๆ ลองคิดดูนะว่ามีบริษัทจัดงานสัมนา แล้วปาร์ตี้เด็กเอ็นอยู่ในตารางกิจกรรม มันประหลาดนะ มันเหมือนกับแค่ไปเที่ยวกันแล้วพอกลางคืนก็ออกไปปาร์ตี้เตรียมเด็กเอ็นไว้ เพราะฉนั้น Main Event ควเป็นการไปเที่ยวไปทัวร์ แต่คงมีสักคืนหนึ่งที่แก๊งนี้จะแยกตัวออกไปเที่ยว เพราะฉนั้นไม่ใช่เรื่องเลยที่จะบอกว่าโดนบังคับ ไม่มีทางเลย ยิ่งกลุ่มหนึ่งแยกออกไป แล้วแฟนของข้าวบอกว่า “ตัวเองเค้าโดยบังคับ” ไม่เลยมึงอะอยากไปเองค่ะ ยิ่งบริษัทใหญ่ยิ่งไม่มีทางเลย พี่ยังไม่ได้ตัดสินแฟนหนูนะ ถ้าเกิดแฟนไม่อยากไปจริงๆ ลองให้เขาปฏิเสธ ลองไม่ไปดู แค่ไปเที่ยวปกติ ไปทัวร์ พอตกกลางคืนก็กลับเข้าห้อง’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เห็นด้วยกับทุกคนเลย พี่ว่าถ้าข้าวไม่ชอบ ก็บอกเขาไปเลย แล้วมาดูว่าเขาจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไง เขาจะไป เขาจะไม่ไป หรือถ้าแบบขี้เหล่สุดคือเขาจ่ายเงินแต่ไม่ไป และมันก็มีวิธีที่ทำให้ข้าวสบายใจว่าเขาไม่ได้ไปจริงๆ วิดีโอคอลก็ยังได้ พี่ว่ามันเป็นสิ่งที่เขาต้องพิสูจน์ ว่าเขาไม่ไปที่นั้น ถ้าเขาพูดออกมาว่าไม่ชอบ ม่อยากไปที่นั้น พี่ว่าข้าวก็มีสิทธิ์ขอให้เขาทำในสิ่งที่เขาพิสูจน์ได้ว่าเขาไม่ได้ไปจริงๆ และยิ่งข้าวบอกว่า เขาได้เลื่อนขั้น เขายิ่งมีสิทธิ์เลือกว่าเขาจะทำอะไรไม่ทำอะไรนะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมอยากรณรงค์ให้คนที่ขับขี่บนท้องถนน ระมัดระวังคนที่ข้ามทางม้าลายมากกว่านี้ ทำเพื่อลดอุบัติเหตุกันเถอะนะครับ!

02 เม.ย. 2026

ผมอยากรณรงค์ให้คนที่ขับขี่บนท้องถนน ระมัดระวังคนที่ข้ามทางม้าลายมากกว่านี้ ทำเพื่อลดอุบัติเหตุกันเถอะนะครับ!

ผมอยากรณรงค์ให้คนที่ขับขี่บนท้องถนนระมัดระวังคนที่ข้ามทางม้าลายมากกว่านี้ทำเพื่อลดอุบัติเหตุกันเถอะนะครับ! ‘คุณกีต้าร์’ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (1 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวที่ตนนั้นเพิ่งเฉียดการเกิดอุบัติเหตุกับ 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น' เกี่ยวกับการรณรงค์ให้ผู้ที่ขับขี่บนท้องถนน ระมัดระวังคนที่กำลังข้ามถนนบนทางม้าลาย ‘คุณกีต้าร์’ เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเย็นของวันที่ผ่านมา ในจังหวะที่คุณกีต้าร์กับเพื่อนกำลังจะเดินข้ามถนนตรงทางม้าลายที่หน้ามหาวิทยาลัย รถยนตร์ทุกคันเมื่อเห็นว่าคุณกีต้าร์กับเพื่อนกำลังรอข้ามทางม้าลาย ก็พากันชะลอเพื่อหยุดรถ เมื่อคุณกีต้าร์กับเพื่อนเห็นเช่นนั้นจึงได้รีบพากันเดินข้ามถนนอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเดินมาถึงเลนสุดท้ายของถนน จู่ ๆ ก็ได้มีคุณป้าคนหนึ่งขี่รถมอเตอร์ไซค์มาด้วยความเร็ว คุณกีต้าร์จึงบอกให้เพื่อนหยุดเดิน เมื่อทั้งคู่หยุดเดิน คุณป้าคนนั้นก็ได้หยุดรถเช่นกัน ทันใดนั้นคุณป้าก็ได้พูดขึ้นมาว่า “เดี๋ยวก็ตายหรอกอีx่า!” แล้วก็ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านทั้งคู่ไปในทันที ปล่อยทิ้งให้คุณกีต้าร์กับเพื่อนยืนงงว่าเมื่อกี้พวกเราเป็นฝ่ายที่ผิดหรือไม่ หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ เหล่าดีเจจึงพูดถึงเรื่องกฎหมายจราจรของประเทศไทย พร้อมยกตัวอย่างเคสที่ไม่ดีมาพูดให้ฟัง เพื่อให้คุณผู้ฟังทางบ้าน และคุณกีต้าร์เห็นภาพชัดเจนว่าไม่ควรทำตามรวมทั้งช่วยกันย้ำเตือนและอยากให้ผู้ขับขี่ทุกคนคำนึงถึงคนข้ามทางม้าลาย ควรจะชะลอหรือหยุดรถให้คนข้ามถนน เพื่อที่จะได้ลดอุบัติเหตุและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นเรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ทำไมกลายเป็นหน้าที่เรา?? พ่อสามีป่วย ตอนแรกไม่มีใครไปดูแลเราเลยอาสาช่วย หลังจากนั้นญาติสามีทุกคนคาดหวังให้เราดูแลทุกครั้ง ถึงขั้นขอให้เราลาออกจากงานประจำไปก่อน แต่เราออกไม่ได้เพราะมีภาระ เจอแบบนี้จะทำยังไงต่อไปดี...

05 เม.ย. 2024

ทำไมกลายเป็นหน้าที่เรา?? พ่อสามีป่วย ตอนแรกไม่มีใครไปดูแลเราเลยอาสาช่วย หลังจากนั้นญาติสามีทุกคนคาดหวังให้เราดูแลทุกครั้ง ถึงขั้นขอให้เราลาออกจากงานประจำไปก่อน แต่เราออกไม่ได้เพราะมีภาระ เจอแบบนี้จะทำยังไงต่อไปดี...

“คุณเจ(นามสมมติ)” อายุ 32 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [3 เมษายน 67] ได้โทรมาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล และ ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับต้องดูแลพ่อแฟนที่ป่วยเป็นโรคร้าย จนตอนนี้กลายเป็นหน้าที่หลักไปแล้ว โดย “คุณเจ(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว พ่อของแฟนตรวจพบว่าเป็นโรคร้าย หน้าที่พาไปหาหมอในช่วงแรกก็เป็นหนูที่พาไป โดยมีพี่ชายแฟนขับรถให้ เพราะแฟนต้องทำธุรกิจในตอนกลางคืน ส่วนตอนกลางวันก็จะเป็นเวลานอนของเขาและเขาก็ต้องดูแลลูกด้วย ในช่วงแรก ๆ หนูก็พาไปได้ แต่พักหลังมาหมอนัดเดือนนึงทีละครั้งสองครั้ง หนูก็ต้องไปทำงาน แล้วก็ต้องลางาน บางทีลามาก ๆ ก็เกรงใจหัวหน้า เหมือนหน้าที่ทั้งหมดกลายเป็นหนูที่ต้องทำพอไม่มีใครจะพาไป ญาติแฟนก็ให้หนูลาออกจากงานเพื่อมาดูแลพ่อก่อนแล้วค่อยกลับเข้าไปทำใหม่ แต่หนูก็บอกเขาไปแล้วว่า ถ้าหนูออก หนูก็กลับไปทำไม่ได้ออกแล้วออกเลย เพราะไม่มีใครที่จะสะดวกพาพ่อไปก็คงมีแค่หนู จะจ้างคนดูแลเขาก็ไม่เอา เขาอยากให้ลูกหลานดูแลมากกว่า แต่ถ้าหนูไม่ไปบ้างทีก็ต้องเป็นเมียของพี่ชายที่ต้องลางานมาพาไป เพราะเขาสามารถลางานได้ แต่หนูทำงานแบบรายวัน มันก็ลาลำบาก แต่ถ้าเขาไปไม่ได้ก็จะมีหลานชายพ่อที่ยังสามารถพึ่งพาได้ แต่ถ้าไม่ว่างจริง ๆ ก็ต้องเป็นหนูนี้แหละ เพราะหนูก็ไม่อยากให้ใครมาว่าแฟนหนูว่าดูแลพ่อไม่ได้ บางทีที่พ่อไปนอนโรงพยาบาล แล้วหนูไม่ได้ไป หนูก็จะโทรไปหาเขาวันละ 2 ครั้ง ซึ่งหนูก็ไม่รู้ว่าแฟนหนูกับพี่ชายเขาโทรไปบ้างไหม หนูก็เลยมารู้ทีหลังว่าไม่มีใครโทรไปเลย แล้วพวกอา ๆ ก็มาบอกว่า ลูกในไส้ไม่มีใครโทรไปเลย ก็มีแต่ลูกนอกไส้นั่นแหละที่โทรไป เหมือนแฟนกับพี่ชายเขาก็ไม่ค่อยคุยกัน หนูก็ยังพูดกับเขาว่าเป็นพี่น้องกันยังไง ถ้าหนูไม่ทำงานก็จะมีแค่แฟนที่ทำงานคนเดียวแล้วก็ต้องหาเลี้ยงทั้งบ้าน แถมยังมีลูกอีก 2 คนที่ต้องดูแล ช่วงนี้หมอก็นัดบ่อยด้วย และการไปหาหมอครั้งนึงคือ ต้องไปเจาะเลือดก่อน 1 วัน ถ้าบางทีผลเลือดไม่ดี หมอสั่งให้นอนโรงพยาบาลก็จะนอนยาวเลย หนูอยากถามพวกพี่ๆว่าหนูควรจะทำยังไงกับเรื่องนี้ดี? โดย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘แบ่งเวรก็ควรที่จะทำ เพราะเดือนนึงก็จะประมาณ 2 - 3 วันต่อเดือน มันก็ไม่ใช่ทุกวัน มันควรจะแบ่งวันกันได้ หรือในกรณีที่ลูกหลานเขาไม่เอาอะไรเลย คือไม่มาแบ่ง ไม่มาช่วย ซึ่งคุณเจน่าจะตอบได้ว่าจริง ๆ เขาทำได้แต่เขาไม่ทำ หรือข้อจำกัดมันไม่ได้จริง ๆ แล้วมันไม่มีใครเลย เหลือคุณเจคนเดียว ถ้าเปลี่ยนกันบ้าง เป็นเดือนละวันก็แบ่งกันไป เพราะว่าการที่เราจะต้องหยุดทำงานไปมันก็มีกระทบรายได้ที่เราต้องเสีย ต่อเดือนมันก็หลายตัง แล้วอยู่ดี ๆ คนหาเงินหายไปคนนึงชีวิตครอบครัวมันก็เป๋นะ เราเองก็ยังต้องรักษาอาชีพเราไว้แหละ ผมคิดว่าเราต้องคุยต้องเคลียร์ว่า ให้แบ่งกันไปพี่ชายครึ่งนึง น้องชายครึ่งนึง ในกรณีที่เคลียร์ไม่ได้แล้วมันก็ยังไม่ให้ออกจากงานอยู่ดี อยากจะให้ลองไปคุยกับฝั่งที่ทำงานดูว่ามันจะพอหาทางออกอะไรกันได้ไหม? เมื่อลูกในไส้ เขาพึ่งไม่ได้ ก็ต้องเป็นหน้าที่ลูกนอกไส้อย่างหนู ก็ปรึกษาไปแบบนี้ ผมว่าใคร ๆ ก็เห็นใจนะ แล้วอาจจะขอลาแบบไม่รับเงินในช่วงที่ต้องลาไปดูแล เราลองเสนอความรับผิดชอบไปถ้าหัวหน้าเขาเมตตาเรา เขาก็อาจจะบอกว่าไม่เป็นไร คุณเจไปดูแลคุณพ่อเลย เวลาลาเราก็จะได้สบายใจว่าเราไม่ได้เอาเปรียบที่ทำงาน แต่ยังไงก็แล้วแต่ อย่าลาออกเลย ออกมามันมีราคาที่เราต้องจ่ายต้องเสียไป แล้วก็ให้สามีไปคุยแบ่งกับพี่ชายให้ลงตัว’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘เห็นด้วยกับพี่เผือกเรื่องที่ว่าคุณเจต้องให้สามีคุณเจไปคุยกับพี่ชาย เพราะเป็นเรื่องในครอบครัวเขา นี่คือสิ่งที่พี่และน้องต้องรับผิดชอบร่วมกัน คือแบ่งกันคนละ 1 ครั้งในแต่ละบ้าน ไม่ว่าจะเป็นคุณเจ แฟนคุณเจคือนับ 1 ไม่ใช่ว่าจะผลักภาระมาให้คุณเจทั้งหมดอันนี้ไม่ได้ ในแต่ละบ้านก็ต้องไปบริหารกันเอาเองว่าเขาจะรับผิดชอบหน้าที่นี้ยังไงถ้าเขาเป็นลูกที่อยากดูแลพ่อ สิ่งที่อยากจะบอกกับคุณเจว่า ที่คุณเจเล่ามาเขาก็ยังมีหลานที่ถ้าเขาว่างก็จะมาดูแลได้ มันก็จะใช้คำว่าถ้าเขาว่างไม่ได้เพราะมันเป็นหน้าที่ที่เขาต้องร่วมทำ เพราะตอนนี้คุณเจก็ไม่ว่าง แต่คุณเจก็ทำให้ทั้ง ๆ ที่คุณเจเป็นสะใภ้ด้วยซ้ำ คือรู้สึกว่าบ้านนี้กำลังอาศัยความใจดี ความเป็นคนดี ความเป็นสะใภ้ที่น่ารักของคุณเจมาเอาเปรียบคุณเจอยู่ เขาทำได้เพียงแต่เขารู้สึกว่า ทำทำไม เจมันทำให้อยู่แล้ว ไปพูดให้มันลาออกสิ เดี๋ยวมันก็ทำให้ สำหรับเติ้ลนะถ้าคุณเจไม่ยืนยันในเสียงของตัวเองว่าเจทำให้ได้ เจจะไม่ลาออก แต่เจจะทำให้ในวันที่สามารถลางานได้ แต่ไม่ใช่คุณเจจะแบกไว้ทั้งหมด ถูกแล้วแหละว่าคุณเจเป็นสะใภ้ที่ดี แต่จริง ๆ เขาไม่ใช่พ่อแม่เราที่เราจะต้องเอาตัวเข้าไปขนาดนั้น จริง ๆ มันก็มีทางเลือกอยู่สำหรับบ้านนั้นในการดูแลแต่แค่เขาผลักภาระมาให้คุณเจเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นคุณเจก็จะต้องให้คุณสามีไปคุย ถ้าสามีไปคุยแล้วเขายังไม่ว่างอยู่แล้วให้เราไปดู เรามีสิทธิ์ที่จะพูดได้ว่าเราไม่ว่างเราทำงาน มันอาจจะดูใจร้ายนะแต่จริง ๆ แล้วไม่ได้ใจร้ายเลยสิ่งที่คุณเจทำมามันก็ดีมาก ๆ อยู่แล้ว จริง แล้วคุณเจก็รักและอยากดูแลคุณพ่อแต่เราก็มีภาระที่จะต้องดูแล ทั้งดูแลตัวเอง ดูแลสามี ดูแลลูกอีก 2 คนของเราเหมือนกัน’ และ ดีเจต้นหอม ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่มีอะไรเสริมเลย เพราะ 2 คนพูดไปหมดแล้ว ต้องไปคุยกัน ลูกมี 2 คน 2 คนนั้นต้องเป็นคนแบ่งงาน แต่คุณเจก็ไปบอกแฟนหน่อยว่าเรียกพี่ชายมาคุยได้แล้วแค่นั้นเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมเป็นเกย์ มีแฟนที่คบกันมา 8 ปี แต่ตั้งแต่ปีที่ 2 เขาออกไปสวิงกิ้ง นอกบ้านกับคนอื่นมาตลอด แต่ผมมีอะไรกับเค้าแค่คนเดียวมาตลอด แฟนบอกผมว่ามันคือรสนิยมทางเพศรูปแบบนึง สรุปแล้วผมผิดปกติ หรือ แฟนกันแน่ที่ผิดปกติ พอไปถามเพื่อนผม ตอบไม่เหมือนกันเลยครับ

11 ต.ค. 2024

ผมเป็นเกย์ มีแฟนที่คบกันมา 8 ปี แต่ตั้งแต่ปีที่ 2 เขาออกไปสวิงกิ้ง นอกบ้านกับคนอื่นมาตลอด แต่ผมมีอะไรกับเค้าแค่คนเดียวมาตลอด แฟนบอกผมว่ามันคือรสนิยมทางเพศรูปแบบนึง สรุปแล้วผมผิดปกติ หรือ แฟนกันแน่ที่ผิดปกติ พอไปถามเพื่อนผม ตอบไม่เหมือนกันเลยครับ

ผมเป็นเกย์ มีแฟนที่คบกันมา 8 ปี แต่ตั้งแต่ปีที่ 2 เขาออกไปสวิงกิ้ง นอกบ้านกับคนอื่นมาตลอดแต่ผมมีอะไรกับเค้าแค่คนเดียวมาตลอด แฟนบอกผมว่ามันคือรสนิยมทางเพศรูปแบบนึงสรุปแล้วผมผิดปกติ หรือ แฟนกันแน่ที่ผิดปกติ พอไปถามเพื่อนผม ตอบไม่เหมือนกันเลยครับ “คุณต้น (นามสมมติ)” อายุ 24 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [8 ต.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเรื่องที่ผมแปลกหรือแฟนแปลก เพราะแฟนมีรสนิยมชอบไปมีอะไรกับคนอื่น ทั้ง ๆ ที่ยังคบกับเราอยู่ โดย “คุณต้น (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ต้องท้าวความก่อนว่าเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ผมได้คบกับแฟนคนนึง เราเป็นคู่รักชาย-ชาย ก็คือช่วง 2 ปีเเรกคบกันมันก็ไม่ได้มีอะไร ก็รักหวานอมขมกลืนกันปกติ เป็นแฟนคู่รักปกติ เเต่พอมาอยู่ในช่วงผลัดเปลี่ยนจากมัธยมขึ้นเป็นมหาลัย ด้วยสังคมที่มันใหญ่ขึ้น ด้วยสังคมที่มันเจริญมากยิ่งขึ้น ตัวผมเองก็เรียนอยู่อีกมหาลัยนึง แฟนผมเองก็เรียนอยู่อีกมหาลัยนึง ซึ่งเขาเป็นรุ่นพี่เขาจะได้เข้ามหาลัยก่อนผมปี 1 อยู่แล้ว เขาก็จะเจอโลกก่อนผม ผมไม่ได้เข้าใจวงการการเป็น LGBTQ สักเท่าไหร่ในช่วงนั้นเพราะว่าเป็นเด็กจากบ้านนอกเข้าไปเรียนมหาลัย ก็พบปัญหาว่าแฟนเริ่มมีรสนิยมทางเพศที่เปลี่ยนไป วันนึงนอนกันอยู่ เขาก็บอกว่า “คุณครับ เค้าอยากมีเซ็กส์เเบบ 3 คนจังเลย” ด้วยเราเองก็ เฮ้ย! มันไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตมากก่อน คำพูดนี้ทำไมมันมาจากคนของเรา ตัวผมเองก็ไม่ได้หาคำตอบอะไรนะเลยถามว่า “ทำไมถึงคิดเเบบนั้น” เขาก็ตอบว่า “เค้ามาอยู่ในสังคมที่ใหญ่ขึ้น อยากรู้อะไรที่มันตื่นเต้นมากขึ้นกว่านี้” ซึ่งตัวเราเองรักเขามากนะ รักเขามากกว่าตัวเองแหละ ก็ยอมนะ ยอมให้เขาออกไปมีอะไรกับคนอื่นตามที่เขาอยากจะออกไป ไม่ได้มาสวิงกับผม ถามว่าเราโอเคมั้ย ความรู้สึกลึก ๆ ในใจเราอ่ะเราไม่ได้โอเคหรอก แต่ด้วยความรักที่เรารักเขามาก เราก็ยอม หลังจากนั้นก็มีการออกไปใช้ชีวิตเเบบนี้เรื่อย ๆ อยู่กันมา 4-5 ปีจนผมเรียนจบ เขาเรียนจบก่อนก็ไปทำงานที่ต่างจังหวัด เเต่ผมทำงานที่จังหวัดเดิม คือมันมีความสัมพันธ์ที่ห่างกันไปแล้วตั้งเเต่คุณออกไปมีอะไรกับคนอื่นเเล้ว ก็คือห่างกันด้วยระยะทาง ก็มีการคุยกันเรื่องการใช้ชีวิตเเบบนี้ มันสุ่มเสี่ยงนะ ควรหยุดการทำพฤติกรรมเเบบนี้ได้เเล้ว เขาก็โอเค เดี๋ยวจะหยุดพฤติกรรมนี้เเล้วเรากลับไปใช้ชีวิตคู่กัน ก็แยกย้ายกันไปทำงาน ผมก็ไปหาเขาทุกเสาร์ - อาทิตย์เพราะว่าหยุดตรงกัน มันมีอยู่ช่วงนึง ด้วยนิสัยเราเป็นคนชอบเก็บกวาดห้องปกติ ก็ไปเจอเส้นผมตามพื้นหลากสีมาก ชมพู ฟ้า เขียว ม่วง ด้วยความเป็นคนขี้สงสัย เราก็เก็บเส้นผมพับใส่กระดาษทิชชู่ไว้ รอเขากลับมาจากที่ทำงาน ผมก็ถามว่าคุณเปลี่ยนสีผมหรอ? ทำไมในห้องคุณมีเส้นผมหลายสี ผมก็ได้คำตอบจากเขาว่า “อ๋อ ไม่ได้เปลี่ยน เเต่พี่ที่ทำงานเขาเปลี่ยนสีผมกันหลายคน มันอาจจะติดถุงเท้าผมกลับมาก็ได้” ด้วยความที่รักเขามากเลยไม่ได้สงสัยเลย ก็ผ่านไปไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น หลังจากนั้นผมก็ให้โอกาสเขาอีกเเล้ว กลับมาคุยเหมือนเดิม เเต่เริ่มมีการใช้แอปพลิเคชั่นติดตามกันเกิดขึ้น เเละเวลานอนก็จะคอลหากันตลอดเวลา ผมจะโทรหาตั้งเเต่ 4 โมงเย็นจนถึง 6 โมงเช้าของอีกวัน ด้วยความคิดผมเองมองว่าถ้าเราเห็นกันเเละกันอยู่ตลอดเวลา มันคงจะไม่มีโอกาสที่จะไปทำแบบนั้น เเต่มันไม่มีผลเลย มีเหตุการณ์นึงเกิดขึ้น เพื่อนผมโทรมาหาเเล้วบอกว่า “ไม่ไหวละ มึงต้องขึ้นไปหากูหน่อยละ มันมีเรื่องที่ต้องคุย” ก็ตัดสินใจจัดการทำภารกิจตัวเองให้เสร็จเเล้วก็ไปหาเขา ก็ได้คุยกันว่ามันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ก็ไปนั่งรวมกันกับเพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน วันนั้นก็มีประมาณ 11 คน ก็มีเพื่อนคนนึงเดินมาตบไหล่เบา ๆ เเล้วพูดว่า “ขอโทษนะที่ทำเเบบนี้ พอดีว่าต้องพูด เก็บไว้ไม่ได้” คือเพื่อนคนนี้ไปมีอะไรกับแฟนผมมา ทั้ง ๆ ที่เห็นผมคอลกันอยู่ เเต่แฟนผมแหงนหน้าจอขึ้น เพื่อไม่ให้เห็น ให้เห็นเเค่เพดาน และปิดลำโพงไว้ มันเป็นจังหวะเที่ยงคืนถึงตี 1 ผมก็ต้องนอนเเต่ก็คอลกันไว้ทั้งวันทั้งคืน พอคนที่ 1 มาสารภาพ ก็มีคนที่ 2 3 4 5 6 มาสารภาพว่าได้กันหมดเลย เขารวมตัวมาบอกเราว่าให้เราหยุดกับคน ๆ นี้เเล้ว เพราะมันไม่ได้มีเเค่นี้ หลังจากนั้นเราก็ได้คุยกันเเล้วก็ได้เลิกกัน หลังจากที่เลิกกัน ผมเลยถามเพื่อนว่าเหตุการณ์แบบนี้ที่มันเกิดขึ้นกับผม การที่แฟนออกไปมีอะไรกับคนอื่น มันเป็นเรื่องปกติมั้ย? มันก็เสียงแตกกันว่ามันก็ไม่ได้แปลกเลย คู่เราก็เป็น อีกเสียงคือไม่ถูก ความรักมันไม่จำเป็นต้องออกไปแบบนั้น ก็เลยอยากปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนว่าในความสัมพันธ์แบบ LGBTQ ผมเองที่ไม่ปกติหรือเขาที่ไม่ปกติ? โดยดีเจทั้ง 3 คน (ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม) ได้ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘ไม่ได้ผิดปกติ มันขึ้นอยู่กับความชอบเเละรสนิยม เเล้วก็เงื่อนไขข้อตกลงระหว่างกัน ไม่เกี่ยวกับ LGBTQ เพราะว่าชายหญิงก็มี มีคู่ที่ Open Relationship มี FWB มีคนที่อยู่ใน Swinging Group ที่มีแฟนอยู่เเล้ว เขาไปเสร็จเเล้วก็กลับมาใช้ชีวิตคู่กัน ซึ่งรสนิยมของเราก็ต้องตรงกัน เเต่ของต้นเป็นแบบรักเดียวใจเดียว ก็ต้องหาคนที่ไม่ได้ออกไปทำแบบนั้น ไม่ได้มีใครแปลก แฟนก็ไม่ได้เเปลก เเต่เป็นเเค่เรื่องรสนิยมที่แตกต่างกัน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-