ทำไมกลายเป็นหน้าที่เรา?? พ่อสามีป่วย ตอนแรกไม่มีใครไปดูแลเราเลยอาสาช่วย หลังจากนั้นญาติสามีทุกคนคาดหวังให้เราดูแลทุกครั้ง ถึงขั้นขอให้เราลาออกจากงานประจำไปก่อน แต่เราออกไม่ได้เพราะมีภาระ เจอแบบนี้จะทำยังไงต่อไปดี...

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ทำไมกลายเป็นหน้าที่เรา?? พ่อสามีป่วย ตอนแรกไม่มีใครไปดูแลเราเลยอาสาช่วย หลังจากนั้นญาติสามีทุกคนคาดหวังให้เราดูแลทุกครั้ง ถึงขั้นขอให้เราลาออกจากงานประจำไปก่อน แต่เราออกไม่ได้เพราะมีภาระ เจอแบบนี้จะทำยังไงต่อไปดี...

05 เม.ย. 2024

          “คุณเจ(นามสมมติ)” อายุ 32 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [3 เมษายน 67] ได้โทรมาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล และ ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับต้องดูแลพ่อแฟนที่ป่วยเป็นโรคร้าย จนตอนนี้กลายเป็นหน้าที่หลักไปแล้ว

            โดย “คุณเจ(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า เมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว พ่อของแฟนตรวจพบว่าเป็นโรคร้าย หน้าที่พาไปหาหมอในช่วงแรกก็เป็นหนูที่พาไป โดยมีพี่ชายแฟนขับรถให้ เพราะแฟนต้องทำธุรกิจในตอนกลางคืน ส่วนตอนกลางวันก็จะเป็นเวลานอนของเขาและเขาก็ต้องดูแลลูกด้วย ในช่วงแรก ๆ หนูก็พาไปได้ แต่พักหลังมาหมอนัดเดือนนึงทีละครั้งสองครั้ง หนูก็ต้องไปทำงาน แล้วก็ต้องลางาน บางทีลามาก ๆ ก็เกรงใจหัวหน้า

            เหมือนหน้าที่ทั้งหมดกลายเป็นหนูที่ต้องทำพอไม่มีใครจะพาไป ญาติแฟนก็ให้หนูลาออกจากงานเพื่อมาดูแลพ่อก่อนแล้วค่อยกลับเข้าไปทำใหม่ แต่หนูก็บอกเขาไปแล้วว่า ถ้าหนูออก หนูก็กลับไปทำไม่ได้ออกแล้วออกเลย เพราะไม่มีใครที่จะสะดวกพาพ่อไปก็คงมีแค่หนู จะจ้างคนดูแลเขาก็ไม่เอา เขาอยากให้ลูกหลานดูแลมากกว่า แต่ถ้าหนูไม่ไปบ้างทีก็ต้องเป็นเมียของพี่ชายที่ต้องลางานมาพาไป เพราะเขาสามารถลางานได้ แต่หนูทำงานแบบรายวัน มันก็ลาลำบาก แต่ถ้าเขาไปไม่ได้ก็จะมีหลานชายพ่อที่ยังสามารถพึ่งพาได้ แต่ถ้าไม่ว่างจริง ๆ ก็ต้องเป็นหนูนี้แหละ เพราะหนูก็ไม่อยากให้ใครมาว่าแฟนหนูว่าดูแลพ่อไม่ได้

          บางทีที่พ่อไปนอนโรงพยาบาล แล้วหนูไม่ได้ไป หนูก็จะโทรไปหาเขาวันละ 2 ครั้ง ซึ่งหนูก็ไม่รู้ว่าแฟนหนูกับพี่ชายเขาโทรไปบ้างไหม หนูก็เลยมารู้ทีหลังว่าไม่มีใครโทรไปเลย แล้วพวกอา ๆ ก็มาบอกว่า ลูกในไส้ไม่มีใครโทรไปเลย ก็มีแต่ลูกนอกไส้นั่นแหละที่โทรไป เหมือนแฟนกับพี่ชายเขาก็ไม่ค่อยคุยกัน หนูก็ยังพูดกับเขาว่าเป็นพี่น้องกันยังไง ถ้าหนูไม่ทำงานก็จะมีแค่แฟนที่ทำงานคนเดียวแล้วก็ต้องหาเลี้ยงทั้งบ้าน แถมยังมีลูกอีก 2 คนที่ต้องดูแล ช่วงนี้หมอก็นัดบ่อยด้วย และการไปหาหมอครั้งนึงคือ ต้องไปเจาะเลือดก่อน 1 วัน ถ้าบางทีผลเลือดไม่ดี หมอสั่งให้นอนโรงพยาบาลก็จะนอนยาวเลย หนูอยากถามพวกพี่ๆว่าหนูควรจะทำยังไงกับเรื่องนี้ดี?

            โดย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘แบ่งเวรก็ควรที่จะทำ เพราะเดือนนึงก็จะประมาณ 2 - 3 วันต่อเดือน มันก็ไม่ใช่ทุกวัน มันควรจะแบ่งวันกันได้ หรือในกรณีที่ลูกหลานเขาไม่เอาอะไรเลย คือไม่มาแบ่ง ไม่มาช่วย ซึ่งคุณเจน่าจะตอบได้ว่าจริง ๆ เขาทำได้แต่เขาไม่ทำ หรือข้อจำกัดมันไม่ได้จริง ๆ แล้วมันไม่มีใครเลย เหลือคุณเจคนเดียว ถ้าเปลี่ยนกันบ้าง เป็นเดือนละวันก็แบ่งกันไป เพราะว่าการที่เราจะต้องหยุดทำงานไปมันก็มีกระทบรายได้ที่เราต้องเสีย ต่อเดือนมันก็หลายตัง แล้วอยู่ดี ๆ คนหาเงินหายไปคนนึงชีวิตครอบครัวมันก็เป๋นะ เราเองก็ยังต้องรักษาอาชีพเราไว้แหละ

            ผมคิดว่าเราต้องคุยต้องเคลียร์ว่า ให้แบ่งกันไปพี่ชายครึ่งนึง น้องชายครึ่งนึง ในกรณีที่เคลียร์ไม่ได้แล้วมันก็ยังไม่ให้ออกจากงานอยู่ดี อยากจะให้ลองไปคุยกับฝั่งที่ทำงานดูว่ามันจะพอหาทางออกอะไรกันได้ไหม? เมื่อลูกในไส้ เขาพึ่งไม่ได้ ก็ต้องเป็นหน้าที่ลูกนอกไส้อย่างหนู ก็ปรึกษาไปแบบนี้ ผมว่าใคร ๆ ก็เห็นใจนะ แล้วอาจจะขอลาแบบไม่รับเงินในช่วงที่ต้องลาไปดูแล เราลองเสนอความรับผิดชอบไปถ้าหัวหน้าเขาเมตตาเรา เขาก็อาจจะบอกว่าไม่เป็นไร คุณเจไปดูแลคุณพ่อเลย เวลาลาเราก็จะได้สบายใจว่าเราไม่ได้เอาเปรียบที่ทำงาน แต่ยังไงก็แล้วแต่ อย่าลาออกเลย ออกมามันมีราคาที่เราต้องจ่ายต้องเสียไป แล้วก็ให้สามีไปคุยแบ่งกับพี่ชายให้ลงตัว’

            ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘เห็นด้วยกับพี่เผือกเรื่องที่ว่าคุณเจต้องให้สามีคุณเจไปคุยกับพี่ชาย เพราะเป็นเรื่องในครอบครัวเขา นี่คือสิ่งที่พี่และน้องต้องรับผิดชอบร่วมกัน คือแบ่งกันคนละ 1 ครั้งในแต่ละบ้าน ไม่ว่าจะเป็นคุณเจ แฟนคุณเจคือนับ 1 ไม่ใช่ว่าจะผลักภาระมาให้คุณเจทั้งหมดอันนี้ไม่ได้ ในแต่ละบ้านก็ต้องไปบริหารกันเอาเองว่าเขาจะรับผิดชอบหน้าที่นี้ยังไงถ้าเขาเป็นลูกที่อยากดูแลพ่อ สิ่งที่อยากจะบอกกับคุณเจว่า ที่คุณเจเล่ามาเขาก็ยังมีหลานที่ถ้าเขาว่างก็จะมาดูแลได้ มันก็จะใช้คำว่าถ้าเขาว่างไม่ได้เพราะมันเป็นหน้าที่ที่เขาต้องร่วมทำ เพราะตอนนี้คุณเจก็ไม่ว่าง แต่คุณเจก็ทำให้ทั้ง ๆ ที่คุณเจเป็นสะใภ้ด้วยซ้ำ คือรู้สึกว่าบ้านนี้กำลังอาศัยความใจดี ความเป็นคนดี ความเป็นสะใภ้ที่น่ารักของคุณเจมาเอาเปรียบคุณเจอยู่ เขาทำได้เพียงแต่เขารู้สึกว่า ทำทำไม เจมันทำให้อยู่แล้ว ไปพูดให้มันลาออกสิ เดี๋ยวมันก็ทำให้

            สำหรับเติ้ลนะถ้าคุณเจไม่ยืนยันในเสียงของตัวเองว่าเจทำให้ได้ เจจะไม่ลาออก แต่เจจะทำให้ในวันที่สามารถลางานได้ แต่ไม่ใช่คุณเจจะแบกไว้ทั้งหมด ถูกแล้วแหละว่าคุณเจเป็นสะใภ้ที่ดี แต่จริง ๆ เขาไม่ใช่พ่อแม่เราที่เราจะต้องเอาตัวเข้าไปขนาดนั้น จริง ๆ มันก็มีทางเลือกอยู่สำหรับบ้านนั้นในการดูแลแต่แค่เขาผลักภาระมาให้คุณเจเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นคุณเจก็จะต้องให้คุณสามีไปคุย ถ้าสามีไปคุยแล้วเขายังไม่ว่างอยู่แล้วให้เราไปดู เรามีสิทธิ์ที่จะพูดได้ว่าเราไม่ว่างเราทำงาน มันอาจจะดูใจร้ายนะแต่จริง ๆ แล้วไม่ได้ใจร้ายเลยสิ่งที่คุณเจทำมามันก็ดีมาก ๆ อยู่แล้ว จริง แล้วคุณเจก็รักและอยากดูแลคุณพ่อแต่เราก็มีภาระที่จะต้องดูแล ทั้งดูแลตัวเอง ดูแลสามี ดูแลลูกอีก 2 คนของเราเหมือนกัน’

            และ ดีเจต้นหอม ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่มีอะไรเสริมเลย เพราะ 2 คนพูดไปหมดแล้ว ต้องไปคุยกัน ลูกมี 2 คน 2 คนนั้นต้องเป็นคนแบ่งงาน แต่คุณเจก็ไปบอกแฟนหน่อยว่าเรียกพี่ชายมาคุยได้แล้วแค่นั้นเอง’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

อากง อาม่า ให้เราออกจากงานประจำมาเป็น CEO ดูแลธุรกิจกงสี เราต้องวางระบบใหม่ทั้งหมด ทั้งๆที่เราเป็นลูกคนกลาง พี่ชาย น้องชาย ไม่เห็นต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย พี่ชาย กับ น้องชายเรา เอาเงินกงสีออกมาใช้ซื้อรถหรูไปใช้

01 ส.ค. 2025

อากง อาม่า ให้เราออกจากงานประจำมาเป็น CEO ดูแลธุรกิจกงสี เราต้องวางระบบใหม่ทั้งหมด ทั้งๆที่เราเป็นลูกคนกลาง พี่ชาย น้องชาย ไม่เห็นต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย พี่ชาย กับ น้องชายเรา เอาเงินกงสีออกมาใช้ซื้อรถหรูไปใช้

อากง อาม่า ให้เราออกจากงานประจำมาเป็น CEO ดูแลธุรกิจกงสี เราต้องวางระบบใหม่ทั้งหมดทั้งๆที่เราเป็นลูกคนกลาง พี่ชาย น้องชาย ไม่เห็นต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย พี่ชาย กับ น้องชายเราเอาเงินกงสีออกมาใช้ซื้อรถหรูไปใช้ หลายครั้งที่รู้สึกว่า ได้รับการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมน้อยใจกับสิ่งที่เจอมาก ล่าสุดเราไปช่วยอากงขายที่ดินได้แต่อากงกลับบอกว่าให้หารพี่น้องเท่าๆกันทุกคน “คุณสอง (นามสมมติ)” สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [30 ก.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเป็นลูกสาวคนกลางในครอบครัวเชื้อสายจีน ทำทุกอย่างมากกว่าลูกชายสุดท้ายได้ผลตอบรับไม่เท่ากัน โดย “คุณสอง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วอาม่าหนูเสีย แต่ก่อนจะเสียได้มีการเรียกลูกหลานทุกคนกลับมารวมตัวกันแล้วประกาศว่าจะยกกิจการกงสีของบ้านที่ต่างจังหวัดให้กับหนู ทำให้หนูต้องลาออกจากงานประจำที่กรุงเทพเพื่อมาดูแลต่อ ตั้งแต่มาอยู่ก็รู้สึกว่าเหนื่อยจังเลย เรารู้ว่าอากงรักเราแต่มันดันเป็นความรักแบบ Tough Love ไม่ว่าจะทำอะไร ก็รู้สึกว่าดีไม่พอ อากงก็จะชอบพูดว่า “เนี่ย ทำไมยอดขายได้เท่านี้เอง ทำไมทำได้แค่นี้ มันไปไหนหมด!” ต้องบอกก่อนว่าตอนแรกที่มาทำมันเครียดมากเลย การเงินก็สะเปะสะปะไปหมด อากงมักจะคิดว่าหนูเอาเงินไปใช้คนเดียว พอหนูเริ่มเข้ามาเคลียร์ว่าเงินไหนใช้ในกงสี เงินไหนไว้ใช้จ่ายในบ้าน ก็ได้รู้ว่าไม่ใช่เราหนิที่ใช้เงิน เงินจากกงสีก็ถูกคนในบ้านดึงไปใช้เยอะมาก พี่ชายกับน้องชายก็ได้รถหรูไปคนละคัน ในขณะที่หนูยังต้องซื้อรถใช้เองอยู่เลย ก็เลยเริ่มมีความน้อยใจ เพราะหนูทั้งลาออกจากงาน ทั้งยอมห่างกับแฟน แต่ที่สำคัญที่บ้านก็ไม่ชอบให้คบกับแฟนคนนี้อีกเพราะเขามองว่าแฟนเรามีที่ติ พ่อแม่แยกทางกันแถมแม่ก็เสียแล้ว เขากลัวแต่งแล้วจะไม่มีญาติมา เขาอยากให้หนูไปแต่งกับกงสีชาวจีนด้วยกันมากกว่า ส่วนตัวด้านการทำงานไม่มีปัญหาเลยเพราะมันคล้ายกับงานประจำที่เคยทำมาแต่จะมีปัญหาจิตใจมากกว่าที่เขากดดันหนู แล้วเป็น Tough Love แบบคนจีนเลยจริง ๆ ทำอะไรก็ดีไม่พอ ล่าสุดหนูช่วยขายที่ดินให้จนได้ แต่อากงกลับบอกว่าให้หารเงินเท่ากันทุกคน ทั้ง ๆ ที่เราเป็นคนพาไป โดยเขาก็บอกอีกว่าหนูไม่ต้องเอาหรอก ได้จากเงินกงสีไปแล้ว แถมได้เยอะกว่าเพื่อนเลย แต่บางทีหนูก็รู้สึกว่าน้อยใจจัง หนูกับพี่น้องไม่ได้มีปัญหากันแค่เป็นความรู้สึกของคนที่ทำมากกว่าว่าเราควรได้มากกว่าหรือเปล่า หนูไม่รู้ว่าหนูคิดไปคนเดียวหรือเปล่าว่า หรือเพราะหนูเป็นลูกสาวคนเดียวแถมเป็นคนกลางด้วย พี่ชายรับราชการ น้องชายก็เล่นหุ้นออกงานสังคม อากงเลยบอกว่าอย่าไปยุ่งกับพี่น้องนะเพราะเขามีหน้ามีตาในสังคมแล้ว หนูก็เลยแอบรู้สึกว่าทำไมต้องเป็นหนูที่ต้องคอยเสียสละทุกอย่าง ต้องคอยดูแลคนในบ้านซึ่งก็มีแต่ผู้สูงอายุที่เอาใจยากมากเลย ตอนอยู่กรุงเทพต่างคนต่างใช้ชีวิตของตนเองไม่มีปัญหาเลย หนูอยู่กับแฟน คบกันมา 4 ปี จนมีการวางแผนแต่งงานกัน หนูรักแฟนคนนี้มาก แฟนก็น่ารักกับหนูมาก เขาพร้อมที่จะแต่งเข้าในบ้านหนูด้วย ขนาดเราเองยังอยากออก แต่เขาเต็มใจที่จะแต่งเข้าเพราะเห็นว่าหนูเหนื่อย ผู้ชายแบบนี้คือมันหาไม่ได้แล้ว หนูเคยพูดคุยกับพ่อแม่แล้วแต่ก็เหมือนไม่มีใครอยู่ข้างหนูเลย เขาก็ไม่ชอบแฟนหนู เวลาพาแฟนมาเจอเขาก็จะทำหน้าขรึม ๆ ไม่ยิ้ม ไม่ต้อนรับ อาม่าอากงเลยชอบแนะนำว่าบ้านนั้นดีมากเป็นเพื่อนในวงกันเอง อารมณ์อยากให้ดองกัน เขาคงคิดว่าถ้าได้แต่งงานกับคนที่รวยกว่าอาจจะสบายขึ้นก็ได้ หนูว่าการที่หนูเข้ามาทำในสิ่งที่รุ่นอากงอาม่าเขาไม่ทำ หนูเข้มงวดขึ้น ทุกคนก็คงจะคิดว่าเขาได้ผลประโยชน์น้อยลงด้วย หนูก็เลยอยากได้กำลังใจจากพี่ ๆ รวมถึงอยากได้ความคิดเห็นจากพี่ ๆ ว่าทำยังไงดีให้เรา compromise อยู่ได้ แล้วในอนาคตถ้าอยากแต่งงานกับคนนี้จะทำยังไงดี มีวิธีการไหม?’ เริ่มจาก “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องขอส่งกำลังใจให้เพราะไม่ใช่แค่เราที่เจอปัญหาแบบนี้แน่ ๆ เวลาดูหนังมาแล้วรู้สึกตรงกับชีวิตตัวเองแปลว่าหนังก็เขียนมาจากเรื่องชีวิตจริงของเขาเหมือนกัน มันเป็นเรื่องที่คนไทยเชื้อสายจีนเจอกันหมดทุกแซ่ ทุกตระกูลอย่างไม่น่าเชื่อ คงต้องรอให้เกิดการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยไปก่อน ให้มันค่อย ๆ คลายความคิดและวัฒนธรรมนี้ไป ซึ่งมันกำลังเปลี่ยนแหละแต่เราดันมาเจอช่วงเปลี่ยนผ่านพอดี แต่ในเมื่อเกิดมาในครอบครัวนี้แล้ว แถมชีวิตตอนนี้เราเป็นคนเลือกเอง ก็คงทำได้แค่ต้องเข้าใจมัน เพราะฉะนั้นถ้ามันจำเป็นต้องอยู่ในเส้นทางที่เหนื่อยใจแบบนี้ก็แนะนำให้มีคนที่เราเลือกเองคอยอยู่ข้าง ๆ ให้เราได้พักบ้าง อย่างน้อยก็เป็นสิทธิ์อย่างหนึ่งของเราที่ต้องได้เลือกคู่ครองด้วยตัวเอง สุดท้ายแล้วคนที่เราเลือกไม่ได้ทำให้กิจการครอบครัวเสียหายหรืออาจจะดีขึ้นด้วยซ้ำ เราก็ควรจะพักผ่อนหัวใจบ้าง และการจะได้แต่งงานกับคนนี้ได้คงต้องใช้เวลาเพราะตลอดเวลาที่คบกับก็ไม่ได้ไปเจอกับที่บ้านบ่อย การเอาชนะใจคงต้องใช้เวลา เพราะจากที่เล่ามาก็ไม่น่าจะถึงขั้นสั่งให้เลิกแล้วจะคลุมถุงชนหรอก สักวันเขาจะรับเขยคนนี้ได้ มันก็อยู่ที่การกระทำของแฟนเราด้วย ถ้าไปแบบเรียบร้อย ใจเย็น เข้ากับผู้ใหญ่ได้ก็ไม่นานหรอก’ ต่อไป “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าจะ compromise ก็ต้องมองเรื่องนี้เป็นเรื่องดีให้ได้ ซึ่งเข้าใจว่ายากแต่ก็ต้องพยายาม พี่เชื่อว่าเราชินแล้วเพราะเราเติบโตมาในครอบครัวนี้ เพียงแค่ตอนนี้มันหนักเกินไปจนอยากหาที่ระบาย ถ้ารู้สึกว่าอันไหนไม่สมเหตุสมผลเรามีสิทธิ์พูดออกมาได้ เฮงซวยก็พูดออกมาได้ พี่ว่าเราต้องทำให้เขาเห็นว่าในเมื่อเลือกเรามาจัดการกงสีนี้แล้ว เขาต้องเคารพในสิ่งที่ตัวเราตัดสินใจ เพราะไม่งั้นให้เอาคนอื่นมาทำแทน พยายามมองในแง่ดีว่าการที่เขาเลือกเราแปลว่าเขาเห็นแล้วว่าเราทำได้ ถ้าให้พี่กับน้องมาทำคงไม่รอด ทำให้เขาเคารพเราให้ได้ แต่ไม่ใช่บ้าอำนาจ แค่ต้องอธิบายว่าที่เราทำคืออะไร เพื่ออะไร แต่ถ้าถึงจุดที่อธิบายแล้วไม่เข้าใจ ไม่มีใครฟัง ก็สามารถพูดออกไปได้ว่างั้นให้คนอื่นทำ ในเมื่อเราขึ้นมารับหน้าที่นี้แล้วก็อย่าให้คนอื่นมาแทรกแซงโดยไม่สนอะไร ส่วนเรื่องการแต่งงานคิดว่าก็ต้องใช้เวลาเพราะเรารู้อยู่แล้วว่าบ้านนี้มันไม่ง่ายมันต้องใช้ความสม่ำเสมอ ใช้เวลาในการพิสูจน์ อีกอย่างถ้าเราทำให้เขารู้สึกได้ว่าขาดเราไปไม่ได้ การต่อรองในอนาคตก็จะง่ายขึ้น เรื่องการเลือกคู่ครองก็จะง่ายขึ้นให้ทุกคนยอมรับว่านี่คือสิ่งที่เราเลือกแล้ว’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สิ่งที่พี่จะบอกคงเป็นตัวเลือกสุดท้ายเพราะคุณสองคงยังไม่กล้าทำคือเรียกทุกคนในบ้านมานั่งคุย ว่าให้เรามาอยู่ตรงนี้จะยื่นคำขาดว่าจะวางทุกอย่างให้เป็นระบบแล้วนะ คนทำงานจะต้องได้เงินมากกว่า ฉะนั้นใครอยากได้ค่าตอบแทนจากกงสีนี้ก็ต้องมาทำงานเพื่ออากงจะได้ไม่พูดกับเราว่ามีปัญหาเรื่องเงิน แต่ถ้าวางระบบแล้วอากงยังมีปัญหาเราก็เปิดแพลตฟอร์มให้ดังกว่าน้องชาย เพราะเขาบอกน้องมีหน้ามีตาในสังคมเราก็ทำคอนเทนต์เลย เรื่องงานจบแล้วก็คุยเรื่องต่อไปเลย ก็แนะนำแฟนให้ทุกคนรู้จักแล้วพูดว่า “เวลาเจอกันทุกครั้งช่วยรักษามารยาทด้วยคนนี้คือพ่อของลูก อันนี้ไม่ได้มาขอ แต่มาบอกให้รับทราบและทั้งหมดนี้ใครมีปัญหาเราจะขายกิจการแล้วก็แบ่งเงินเอาไปตั้งตัวด้วยกันทั้งหมด” พี่เชื่อว่าอากงมีปัญหาแน่ ๆ แต่ก็เน้นว่า “ไม่ได้มาขอ มาแจ้งให้ทราบ” ส่วนถ้าเป็นในชีวิตจริงที่น่าจะกล้าทำ พี่จะแนะนำว่าให้แต่งงานแล้วพาแฟนมาอยู่ด้วย ให้ช่วยทำงาน ให้ทำรายได้หรือทำสิ่งแปลกใหม่ที่บริษัทนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ให้เขารู้ว่าสิ่งนี้มาจากเราและแฟน แล้วอากงก็จะยอมรับเพราะบ้านไหน ๆ ก็หวงเรื่องเงินทั้งนั้น อำนาจอยู่ในมือแล้วหรือถ้าใครไม่โอเคกับแฟนคนนี้ก็เชิญย้ายออกได้เลย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

พ่อหนู เขาชอบเอาเฟซบุ๊กของแม่ไปเล่น แล้วโพสอะไรที่เสี่ยงโดนทัวร์ลง เอาสถานการณ์บ้านเมือง มาทำเป็นเรื่องตลก บอกพ่อแล้ว แต่พ่อให้เหตุผลว่า เฟซบุ๊กแม่เพื่อนเยอะ พ่อก็เลยอยากโพส ตอนนี้หนูเป็นห่วงแม่

30 มิ.ย. 2025

พ่อหนู เขาชอบเอาเฟซบุ๊กของแม่ไปเล่น แล้วโพสอะไรที่เสี่ยงโดนทัวร์ลง เอาสถานการณ์บ้านเมือง มาทำเป็นเรื่องตลก บอกพ่อแล้ว แต่พ่อให้เหตุผลว่า เฟซบุ๊กแม่เพื่อนเยอะ พ่อก็เลยอยากโพส ตอนนี้หนูเป็นห่วงแม่

พ่อหนู เขาชอบเอาเฟซบุ๊กของแม่ไปเล่น แล้วโพสอะไรที่เสี่ยงโดนทัวร์ลง เอาสถานการณ์บ้านเมืองมาทำเป็นเรื่องตลก บอกพ่อแล้ว แต่พ่อให้เหตุผลว่า เฟซบุ๊กแม่เพื่อนเยอะ พ่อก็เลยอยากโพสตอนนี้หนูเป็นห่วงแม่ว่า ถ้าพ่อยังทำต่ออีกเรื่อยๆ อนาคตอาจจะเกิดกระทบต่อแม่ได้เรื่องนี้ปรึกษาพี่ชายแล้ว พี่ชายบอกว่า ไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับพ่อ ปล่อยให้เขาทำไปแต่หนูเห็นโพสแล้วก็อดเป็นห่วงแม่ไม่ได้ “คุณก้าน (นามสมมติ)” สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [25 มิ.ย 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาพ่อเอาเฟซบุ๊กแม่มาโพสต์สุ่มเสี่ยง โดย “คุณก้าน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘พ่อชอบเอาเฟซบุ๊กแม่ไปโพสต์เล่น แล้วโพสต์ล่าสุดจริง ๆ มันเป็นเหมือนโพสต์ตลก แต่หนูรู้สึกว่ามันสุ่มเสี่ยง เพราะมันเกี่ยวกับบ้านเมือง หนูเลยค่อนข้างเป็นห่วงแม่ เพราะมันไม่ใช่แนวที่แม่จะทำ ปกติแม่ลงแต่เรื่องผ้าปัก หนูจึงถามพ่อ เขาให้เหตุผลมาว่า “เขาเพื่อนในเฟสน้อย อยากให้แม่ลองโพสต์อะไรออกสื่อบ้าง” ซึ่งตอนโพสต์แม่น่าจะรู้ เพราะเหมือนก่อนหน้านี้ พ่อได้เอาเฟซบุ๊กแม่ไปโพสต์เกี่ยวกับเรื่องไปเที่ยว ในส่วนนี้หนูไม่ติดอะไร ตอนแรกที่เห็น หนูคิดว่าพ่อโพสต์ จึงไม่ได้อะไร เพราะปกติพ่อเขาเป็นคนตลก แต่จะเจ้าอารมณ์หน่อย แล้วหนูพึ่งมาเห็นว่าเป็นเฟซบุ๊กแม่ที่โพสต์ หนูจึงทักไปถามพ่อว่า “ทำไมไม่เอาเฟซบุ๊กตัวเองโพสต์ มันไม่ควรหรือเปล่า ทำไมถึงเอาเฟซบุ๊กแม่ไปโพสต์แบบนั้น” พ่อจึงตอบกลับแนวประชด ๆ กวน ๆ มาประมาณว่า “พ่อก็โพสต์ไปแบบขำ ๆ อย่าซีเรียส ใครไม่โอเคก็เรื่องของเขา” แต่กลายเป็นว่าตัวของหนูเองที่ไม่โอเค จึงพูดกับพ่อไปว่า “ลูกไม่โอเค คือ ลูกต้องต้องไปจัดการตัวเองใช่ไหม” พ่อจึงตอบกลับมาว่า “ถูกต้อง” หนูยังไม่เคยคุยเรื่องนี้กับแม่เลย เพราะเขาอยู่ด้วยกันสองคนที่ต่างจังหวัด ส่วนหนูอยู่กรุงเทพ พ่อเขาจะเป็นคนเอาโทรศัพท์ของแม่ไปเล่นเป็นเหมือนของตัวเองเลย ก่อนหน้านี้พ่อเขาไม่ได้โพสต์เชิงนี้ มีแต่โพสต์รูปไปเที่ยว, เช็คอิน แค่นั้นเลย แต่จะใช้เฟซบุ๊กแม่ลง อีกทั้งพ่อเขาจะเอาเฟซบุ๊กตัวเองไปเมนต์ในโพสที่ลงในเฟซบุ๊กแม่อีกที คือเจตนาของหนูคือหนูแค่เป็นห่วงแม่เฉย ๆ กลัวในอนาคตเผื่อพ่อไปทำอะไรมากกว่านี้มันจะมีปัญหา คือถ้าโพสต์ไปอยู่ในเฟซบุ๊กพ่อหนูจะไม่อะไรเลย รวมถึงจริง ๆ พ่อเขาเป็นข้าราชการเกษียณ หนูเลยค่อนข้างห่วงเขาด้วย’ โดยดีเจทั้งสาม (ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม) ได้ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘จริง ๆ พ่อเขาคงตั้งใจให้มันเป็น comedy แต่ว่าข้อความและแคปชั่น มันค่อนข้าง sensitive ซึ่งจริง ๆ หนูควรบอกเขาเรื่องนี้ อย่างแรกคือ ควรเริ่มต้นคุยกับแม่ก่อนว่า “แม่โอเคไหม กลัวไหม” ซึ่งถ้าแม่บอกกลับมาว่า “โอ๊ย แม่ชอบ แม่ก็ขำด้วยเนี่ย” แบบนี้ก้านจะทำอย่างไร คงทำได้เพียงแค่เตือนไปว่า “โพสต์อะไร ให้ระวัง ๆ หน่อย” หรืออาจจะต้องพูดบอกทั้งแม่และพ่อไปว่า“เรื่องนี้มันค่อนข้างเสี่ยงมาก หากมีคนไม่หวังดี เอาไป เดี๋ยวมันจะเป็นเรื่องไป อย่าไปเล่นเรื่องนี้ ข้อความมันแรงไปหน่อย ไปเล่นเรื่องอื่นแทน จริง ๆ มันแก้แค่ไม่กี่คำ แค่ดึงบางคำออกมันจะเซฟขึ้นเยอะ แต่นึกภาพออกนะว่าคนแก่ อาจจะอารมณ์ขันประมาณนี้ พี่แนะนำคือ เตือนพ่อได้ ซึ่งพ่ออาจจะเข้าใจ แต่เขาอาจจะตอบกวน ๆ กลับมา แต่ว่าอนาคตเขาอาจจะระวังขึ้น ถ้าเขาไม่ระวัง หากเขาโดนทัวร์ลงครั้งนึง เดี๋ยวเขาจะระวังขึ้นเอง อาจจะรีพอร์ต ลบโพสต์เฟซบุ๊กแม่ หรือไม่ก็ไปแก้ไขโพสต์ให้เป็น privacy ให้เห็นแค่ only me เลย เขาจับไม่ได้หรอก อีกทั้งหนูเองอยู่ไกลแม่ ไม่สามารถ control ได้ หนูอาจจะต้องสอนแม่อีกที มันสามารถจัดการได้คุณก้าน ลองคุยดูนะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แม่โทรหาพ่อ พ่อออกไปสังสรรค์กับเพื่อน พ่อลืมกดวางสาย แม่นั่งฟังต่อ 1 ชั่วโมงกว่า ได้ยินตั้งแต่พ่อเมากับเพื่อน จนพาผู้หญิงอีกคนไปนอนด้วยกัน ตอนมีอะไรกัน แม่ได้ยินทุกอย่าง พีคสุดผู้หญิงคนนั้นคือคนแถวบ้านที่รู้จักด้วย

08 มี.ค. 2024

แม่โทรหาพ่อ พ่อออกไปสังสรรค์กับเพื่อน พ่อลืมกดวางสาย แม่นั่งฟังต่อ 1 ชั่วโมงกว่า ได้ยินตั้งแต่พ่อเมากับเพื่อน จนพาผู้หญิงอีกคนไปนอนด้วยกัน ตอนมีอะไรกัน แม่ได้ยินทุกอย่าง พีคสุดผู้หญิงคนนั้นคือคนแถวบ้านที่รู้จักด้วย

แม่โทรหาพ่อ พ่อออกไปสังสรรค์กับเพื่อน พ่อลืมกดวางสายแม่นั่งฟังต่อ 1 ชั่วโมงกว่า ได้ยินตั้งแต่พ่อเมากับเพื่อนจนพาผู้หญิงอีกคนไปนอนด้วยกัน ตอนมีอะไรกัน แม่ได้ยินทุกอย่างพีคสุดผู้หญิงคนนั้นคือคนแถวบ้านที่รู้จักด้วย ตอนนี้แม่เศร้ามา 2-3 แล้ว หนูจะทำยังไงดีคะ? “คุณนิค(นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [6 มี.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาที่คุณแม่ได้ยินเสียงคุณพ่อกับชู้กำลังมีอะไรกันในโทรศัพท์ โดย ​“คุณนิค(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘คุณแม่คุยโทรศัพท์กับคุณพ่อ ได้ยินเสียงคุณพ่อสังสรรค์กับเพื่อนๆ และมีอะไรกับผู้หญิงอีกคนนึง เพราะคุณพ่อเมาแล้วลืมกดวาง แต่คุณแม่ไม่วางสาย เพราะอยากรู้ว่าในวงนั้นเขาคุยอะไรกันบ้าง? จนมันลามไปถึงตรงนั้น คุณแม่อายุ 69 ปี ส่วนคุณพ่ออายุ 58 ปี จะอายุน้อยกว่าคุณแม่ วันเกิดเหตุ คือคืนวันเสาร์ จากที่คุณแม่เล่าให้ฟัง คุณพ่อขอไปสังสรรค์กับเพื่อน ๆ ตามปกติ คุณแม่เป็นคนไม่โทรจิก ไม่โทรตาม แค่จะถามว่าอยู่ไหน เมื่อไหร่จะกลับแค่นั้น คุณพ่อเป็นคนที่ชอบสังสรรค์กับเพื่อนอยู่ตลอด แต่คุณแม่ก็เข้าใจในส่วนนี้ วันนั้นเหตุการณ์คือ คุณพ่อไปสังสรรค์ คุณแม่ก็โทรตามปกติ คุณพ่อบอกว่า เดี๋ยวกลับแล้ว คุณพ่อก็คิดว่าคุณแม่วางสายโทรศัพท์ไปแล้ว แต่หลังจากนั้นคุณแม่ก็แอบฟังว่าเขาคุยอะไรกัน ก็ฟังไปเรื่อย ๆ จนถึงจุด ๆ หนึ่ง เขาได้ยินเสียงคุณพ่อกับผู้หญิงคนนึงมีอะไรกัน มีการบอกว่าต้องทำยังไง และเสียงผู้หญิงตอนมีอะไรกันมันออกมาด้วย ซึ่งคุณพ่อน่าจะเอาโทรศัพท์ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงและเมาในระดับหนึ่ง คุณแม่ก็ฟังจนเขาเสร็จภารกิจ ไปส่งกันแต่ไม่ถึงหน้าบ้าน เพราะเขาตกลงกันว่าจะส่งแค่ครึ่งทาง หลังจากที่กลับมาบ้าน คุณแม่ก็เคลียร์ตรงนั้นเลย คุณแม่มีสติ แต่ไม่รู้ว่าคุณพ่อพูดอะไรออกไปบ้าง เช้ามาคุณแม่ก็โทรหานิคเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ส่วนนิคก็โทรถามคุณพ่อว่า เหตุการณ์มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงทำแบบนั้นลงไป คุณพ่อก็ไม่ปฏิเสธ เขาบอกว่า เขาเมา อารมณ์ชั่ววูบ และไม่ได้ป้องกันด้วย ผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนกับผู้ชายอีกคนหนึ่งในงาน เขาก็ไม่ใช่คนไกล อยู่หมู่บ้านข้าง ๆ คุณพ่อบอกคุณแม่ว่าเขามีครอบครัว มีสามี มีลูกแล้ว แต่สามีของผู้หญิงคนนั้นทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัด คุณแม่บอกว่าไม่ได้นอนเลย 2 - 3 วัน หนูกับคุณแม่อยู่คนละจังหวัด แต่อยู่จังหวัดใกล้ ๆ กัน หนูก็ได้แต่โทรไปถามว่า โอเคใช่ไหม จะทำยังไงกันดี คุณแม่ก็บอกว่า ตอนนี้ทำอะไรไม่ถูกเลย คุณแม่ค่อนข้างช็อคเพราะได้ยินทุกอย่าง หนูอยากถามว่า หนูจะปลอบใจแม่ยังไงดี เพราะไม่รู้ว่าแบบไหนจะช่วยให้ดีขึ้น?’ ซึ่ง “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ช่วงนี้ก็วิดีโอคอลหาคุณแม่บ่อย ๆ ปลอบใจกัน เวลาเห็นหน้าอาจจะส่งผลดีมากขึ้น สุดท้ายแล้วถึงแม่จะร้องไห้ ก็จะค่อย ๆ เยียวยาในตัวของมันเอง ได้เห็นหน้าลูก ได้เห็นหน้าหลาน อาจจะพอช่วยเยียวยาในช่วงนี้ไปได้บ้าง เรื่องราวมันค่อนข้างจะแรงมาก สิ่งที่ได้ยินมันเป็นซีนที่ทำร้ายจิตใจแบบมหาศาล ถ้าเราจะปลอบแม่ เราก็ต้องเชื่อก่อนว่า มันคือความผิดพลาด สิ่งที่เกิดขึ้นจากความมึนเมาแค่ครั้งเดียว คืนเดียวของพ่อ ก็คงต้องบอกว่า พ่อไม่เคยมีประวัติ มันก็เป็นไปได้ที่เขาจะเมาแล้วขาดสติ ชั่ววินาทีเดียวอะไรมันก็เกิดขึ้นได้ แต่เชื่อว่าไปนั่งพร่ำบอกว่าพ่อเป็นยังไง มันก็คงช่วยลำบากเพราะเหตุการณ์พึ่งเกิด ก็ทำได้แต่ชวนคุณแม่คุยเรื่องอื่น ชวนดูหลาน เลี้ยงหลาน ส่งรูปหลานให้ดูเยอะ ๆ ก็จะช่วยเยียวยาคนแก่ได้มาก เอาลูกของเราเป็นตัวช่วยสมานแผลให้กับคุณยาย’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าทำได้อยากให้คุณนิคจับเขาแยกกันก่อน เพราะว่าเขาอยู่ด้วยกัน 2 คน ถ้าคุณแม่ไม่เคยรับรู้ ไม่เคยระแคะระคาย แล้วมาเจอตอนอายุ 69 ปี พี่ว่าก็ช็อค แล้วมาเจอเหมือนอยู่ในไลฟ์สด ต้องฟังไปเรื่อย ๆ จนจบ ก็ไม่แปลกที่คุณแม่จะมีอาการอย่างนี้ อาจจะให้มาอยู่กับทางหนูก่อน เพื่อไม่ให้ว่างหรือฟุ้งซ่าน เพราะตอนนี้พี่ว่าถ้าเขาอยู่คนเดียว ไม่มีอะไรมาดึงความสนใจ เขาก็ต้องคิดแต่เรื่องนี้ คล้าย ๆ กับพี่เผือกว่า เอาอย่างอื่นมาดึงความสนใจเขาก่อน พี่ว่ามันต้องใช้เวลาสักพักกับเรื่องนี้ จนเขาตกตะกอน ซึ่งพอเขาแยกออกมามันอาจจะเป็นได้ 2 ทางเลยคือ เขาตัดสินใจให้อภัยคุณพ่อ หรือเลิกกัน ซึ่งไม่ว่าจะยังไง พี่ว่าการที่นิคจะทำได้ดีที่สุดคือ น่าจะทำให้เขาเห็นว่า ไม่ว่ามันจะหัวหรือก้อย อยู่ต่อหรือเลิก คุณแม่จะมีคุณนิคอยู่ด้วย พร้อมซัพพอร์ตคุณแม่’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ตัวต้นเหตุคือคุณพ่อ สร้างความกลัวให้คุณพ่อเรื่องการที่ไม่ป้องกัน พ่อรู้ไหมจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง? แชร์ตัวอย่างต่าง ๆ ที่ผิดพลาดในครั้งเดียว แล้วชีวิตเปลี่ยนไปทั้งชีวิต บอกพ่อเลยว่าอีก 3 เดือนพ่อต้องไปตรวจ ถ้าเกิดว่าพ่อไม่เป็น ถือว่าพ่อโชคดีมาก ๆ ฉะนั้นพ่อจงรักษาความโชคดีนี้เอาไว้ เพราะวันนี้ถ้าพ่อเป็นอะไรขึ้นมา พ่ออาจจะเสียแม่ไปด้วย การแยกตอนนี้มันยากมาก ความผูกพันที่แม่มีกับพ่อมันยาวนานมากแหละ แต่คนที่ตัดสินใจคือคุณแม่ว่าจะอยู่หรือจะไป เพียงแต่ ณ ตอนนี้เราดึงคุณแม่ออกมาก่อน ให้คุณแม่ตกตะกอนทางด้านความคิด ความรู้สึก ตอนนี้ฮีลใจคุณแม่ สร้างความกลัวให้คุณพ่อเพื่อไม่ให้ทำผิดอีก’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หัวหน้างานมีลูกมีเมียแล้ว แต่มาขอเลี้ยงดูเรา แบบไม่หวังผลอะไร เราปฏิเสธไปแล้ว แต่เขาก็โอนมาให้ทีละ 1000 2000 5000 ตอนนี้อึดอัด ไม่อยากออกงานเพราะงานดี เงินก็ดี เสียดายงานนี้ จะทำยังไงดี?

12 ธ.ค. 2023

หัวหน้างานมีลูกมีเมียแล้ว แต่มาขอเลี้ยงดูเรา แบบไม่หวังผลอะไร เราปฏิเสธไปแล้ว แต่เขาก็โอนมาให้ทีละ 1000 2000 5000 ตอนนี้อึดอัด ไม่อยากออกงานเพราะงานดี เงินก็ดี เสียดายงานนี้ จะทำยังไงดี?

“คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 ธ.ค 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น กับปัญหาพี่ที่ทำงานอยากขอเลี้ยงดูเรา ทั้งๆ ที่เขาก็มีลูกมีเมียแล้ว โดย “คุณเอ (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘เป็นเรื่องที่พี่หัวหน้าที่ทำงาน เขาอายุห่างกับหนูเกือบ 20 ปี เขามาขอดูแลเรา ทั้งๆที่เขามีลูกมีเมียอยู่แล้ว แล้วหนูก็ไม่ได้อยากออกจากงาน เขามาพูดว่า “เขาอยากดูแล เขาไม่อยากได้อะไรจากเรา ขอแค่ดูแล” แต่พอมันเยอะขึ้นๆ หนูก็รู้สึกอึดอัด ก็เลยบอกเขาไปว่า “ไม่ต้องดูแลก็ได้ค่ะ แค่ถามไถ่กันอย่างนี้ก็พอ” แต่มันจะมีช่วงที่เขาให้คนมาถามเวลาเราคุยโทรศัพท์ ว่าเราคุยกับใคร? คุยกับผู้หญิงหรือผู้ชาย ช่วงแรกๆ ที่หนูมาทำงาน เขาก็จะซื้อน้ำ ซื้ออะไรมาให้ “หนูก็ไม่เป็นไรค่ะ เกรงใจ” แต่พี่เขาก็บอกว่า “ไม่เป็นไร พี่แค่อยากช่วย เห็นเราเป็นรุ่นน้อง” แต่มันเริ่มข้ามเส้นเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว เขาฟอลไอจีมา ไม่รู้ว่าหามาจากไหน หลังจากนั้นเขาก็เริ่มมาชวนเราไปทานข้าว ซื้อของราคาแพงให้เรา บางทีก็โอนเงินมาให้ ครั้งละ 1,000 บ้าง 2000 บ้าง มากสุด คือ 5000 บาท เขาบอกว่า “เขาแค่อยากให้ เขาไม่ได้ต้องการอะไร” หนูก็รู้สึกแปลกๆ เพราะมันมีด้วยหรอที่ให้แล้วไม่ต้องการอะไร เขาก็มีลูกมีเมียอยู่แล้ว และหนูเองก็มีคนคุยอยู่เหมือนกัน หลังจากนั้น 2 เดือนต่อมาเขาก็มาบอกว่า “ขอคุยในฐานะอื่นได้ไหม” หนูก็บอกเขาไปว่า “พอดีมีคนคุยแล้ว แล้วก็ไม่ได้คิดจะชอบเขา” เหมือนมันจะดีขึ้น แต่สักพักเขาก็มาชวนไปทานข้าว ส่งสติกเกอร์ ส่งไลน์ ส่งเพลงมาให้ บางทีหนูก็รำคาญแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเขาเป็นรุ่นพี่ เป็นหัวหน้างานเรา เคยปฏิเสธไปแล้ว แต่เขาก็ตึงๆ ใส่เรา บรรยากาศมันก็จะตึงๆ บางทีก็เลยยอมไปกับเขาด้วย แล้วเขายังเคยทักไปหาคนคุยเราว่าคุยกับเราจริงไหม? เขาบอกว่าเขาต้องการความชัดเจน แต่งานนี้เงินดี แล้วงานก็ดีมาก ก็เลยไม่อยากจะออก หนูอยากจะปรึกษาว่าควรจะทำยังไง หรือหาคำพูดยังไง หรือว่าควรบอกภรรยาเขาเลยดีไหม?’ โดย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่กำลังเป็นห่วงความปลอดภัย มันปลอดภัยแค่ไหนถ้าเราทำงานอยู่กับเขา 2 คน ถ้าเกิดเขาใช้กำลังกับเรา ถ้าแนะนำตอนนี้คือปฏิเสธให้เด็ดขาด สิ่งที่เขาทำให้อึดอัด แล้วเขาน่าจะเริ่มเข้ามาได้ไม่นาน ฉะนั้นเขาน่าจะไม่ได้มีความหวังอะไรมาก การไม่ไปกินข้าวกับเขาสองต่อสองเป็นการดับความหวัง เพราะการไปกินข้าวกับเขามันเป็นการให้เขามีความหวัง แล้วเขารู้ว่าเราเป็นคนใจอ่อน แล้วของทุกอย่างไม่ต้องรับ เราต้องไม่รับของเขาเพื่อทำให้เขารู้ในความชัดเจน ต่อให้เขาจะไล่หนูออกหรือว่าต้องหางานใหม่ พี่ว่าก็หางานใหม่ถ้าเขาจะไล่เราออกด้วยเหตุผลแค่นี้ ถ้าเขาให้เงินมาก็บอกไปว่าขอไม่รับ หนูรู้สึกอึดอัดหนูขอไม่รับดีกว่าหนูจะสบายใจกว่า การรับผลประโยชน์จากเขามันแปลว่าเรายอมรับนิดนึงแล้วต้องชัดเจน สำหรับพี่ถ้ายังเสียดายงานนี้ ก็ตีตัวออกห่างแสดงความชัดเจนเลย ผู้ชายคนนี้น่ากลัวมาก เราพูดไปเลยว่า “พี่คะ สิ่งที่พี่กำลังทำอยู่หนูอยากให้หยุดเพราะหนูอยากมาที่นี่เพื่อทำงาน แล้วหนูรู้สึกอึดอัด แล้วหนูก็รู้จักกับครอบครัวพี่ ถ้าพี่จะถามหาความชัดเจนระหว่างเราหนูขอปฏิเสธตรงนี้เลย ว่าหนูไม่ได้คิดอะไร สิ่งที่พี่ทำอยู่มันทำให้หนูรู้สึกไม่สบายใจ” ชัดเจนไปเลยต่อให้เราไม่มีแฟนเขาก็ไม่มีสิทธิ์มาทำอะไรกับเราแบบนี้’ ต่อมา “ดีเจอั๋น” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าหนูจะบอกภรรยาเขาหนูเตรียมหางานใหม่ ซึ่งถ้าหนูคิดว่าจะหางานใหม่อยู่แล้วก็ไม่ต้องไปบอกภรรยาอยู่ดี พี่ว่าไม่จำเป็นต้องไปถึงขั้นนั้น ถ้าเขาจะให้เงินเรา เราก็บอกไปว่า “ถ้าพี่เห็นหนูทำงานดี พี่ให้เป็นโบนัสเลยตอนปลายปี” จริงๆ นี่คือคุกคามอย่างชัดเจน และคุกคามโดยเอาหน้าที่การงานมากดทำให้เราอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถปฏิเสธ แล้วก็เราพูดไปเลยว่า “แล้วถ้าบังเอิญหนูทำอะไรให้พี่เข้าใจผิดไปว่าหนูมีใจ หนูขออภัยด้วยค่ะ แล้วสิ่งสุดท้ายที่หนูจะทำในชีวิต คือการยุ่งกับคนมีเจ้าของแล้ว เพราะมันเป็นบาปค่ะ” แต่พี่ว่ายังไงเราควรหางานอื่นสำรองไว้’ และสุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘หนูเริ่มต้นงานอื่นได้ พี่ว่าสิ่งที่เขาทำมันเกินไปแล้ว พื้นที่ส่วนตัวของเรา มันคุกคามแล้วก็ยิ่งเขาชัดเจนว่าขอดูแลเราพี่ว่าเขาไม่ได้หวังดีกับเรา ไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นได้ขนาดไหน ถ้าเขายังขนาดนี้ ทั้งที่เขามีลูกมีเมียอยู่แล้ว พี่ว่าหนูไปทำงานที่อื่นสำหรับพี่ แล้วยืนยันไปว่าหนูไม่มีอะไรมากกว่าการทำงานเลย น้องเอต้องคิดดีๆ พี่ว่าอย่าละเลยต้องระวัง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-