ผมเป็นเกย์ มีแฟนที่คบกันมา 8 ปี แต่ตั้งแต่ปีที่ 2 เขาออกไปสวิงกิ้ง นอกบ้านกับคนอื่นมาตลอด แต่ผมมีอะไรกับเค้าแค่คนเดียวมาตลอด แฟนบอกผมว่ามันคือรสนิยมทางเพศรูปแบบนึง สรุปแล้วผมผิดปกติ หรือ แฟนกันแน่ที่ผิดปกติ พอไปถามเพื่อนผม ตอบไม่เหมือนกันเลยครับ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมเป็นเกย์ มีแฟนที่คบกันมา 8 ปี แต่ตั้งแต่ปีที่ 2 เขาออกไปสวิงกิ้ง นอกบ้านกับคนอื่นมาตลอด แต่ผมมีอะไรกับเค้าแค่คนเดียวมาตลอด แฟนบอกผมว่ามันคือรสนิยมทางเพศรูปแบบนึง สรุปแล้วผมผิดปกติ หรือ แฟนกันแน่ที่ผิดปกติ พอไปถามเพื่อนผม ตอบไม่เหมือนกันเลยครับ

11 ต.ค. 2024

ผมเป็นเกย์ มีแฟนที่คบกันมา 8 ปี แต่ตั้งแต่ปีที่ 2 เขาออกไปสวิงกิ้ง นอกบ้านกับคนอื่นมาตลอด

แต่ผมมีอะไรกับเค้าแค่คนเดียวมาตลอด แฟนบอกผมว่ามันคือรสนิยมทางเพศรูปแบบนึง

สรุปแล้วผมผิดปกติ หรือ แฟนกันแน่ที่ผิดปกติ พอไปถามเพื่อนผม ตอบไม่เหมือนกันเลยครับ

            “คุณต้น (นามสมมติ)” อายุ 24 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [8 ต.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเรื่องที่ผมแปลกหรือแฟนแปลก เพราะแฟนมีรสนิยมชอบไปมีอะไรกับคนอื่น ทั้ง ๆ ที่ยังคบกับเราอยู่

            โดย “คุณต้น (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ต้องท้าวความก่อนว่าเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ผมได้คบกับแฟนคนนึง เราเป็นคู่รักชาย-ชาย ก็คือช่วง 2 ปีเเรกคบกันมันก็ไม่ได้มีอะไร ก็รักหวานอมขมกลืนกันปกติ เป็นแฟนคู่รักปกติ เเต่พอมาอยู่ในช่วงผลัดเปลี่ยนจากมัธยมขึ้นเป็นมหาลัย ด้วยสังคมที่มันใหญ่ขึ้น ด้วยสังคมที่มันเจริญมากยิ่งขึ้น ตัวผมเองก็เรียนอยู่อีกมหาลัยนึง แฟนผมเองก็เรียนอยู่อีกมหาลัยนึง ซึ่งเขาเป็นรุ่นพี่เขาจะได้เข้ามหาลัยก่อนผมปี 1 อยู่แล้ว เขาก็จะเจอโลกก่อนผม

            ผมไม่ได้เข้าใจวงการการเป็น LGBTQ สักเท่าไหร่ในช่วงนั้นเพราะว่าเป็นเด็กจากบ้านนอกเข้าไปเรียนมหาลัย ก็พบปัญหาว่าแฟนเริ่มมีรสนิยมทางเพศที่เปลี่ยนไป วันนึงนอนกันอยู่ เขาก็บอกว่า “คุณครับ เค้าอยากมีเซ็กส์เเบบ 3 คนจังเลย” ด้วยเราเองก็ เฮ้ย! มันไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตมากก่อน คำพูดนี้ทำไมมันมาจากคนของเรา ตัวผมเองก็ไม่ได้หาคำตอบอะไรนะเลยถามว่า “ทำไมถึงคิดเเบบนั้น” เขาก็ตอบว่า “เค้ามาอยู่ในสังคมที่ใหญ่ขึ้น อยากรู้อะไรที่มันตื่นเต้นมากขึ้นกว่านี้” ซึ่งตัวเราเองรักเขามากนะ รักเขามากกว่าตัวเองแหละ ก็ยอมนะ ยอมให้เขาออกไปมีอะไรกับคนอื่นตามที่เขาอยากจะออกไป ไม่ได้มาสวิงกับผม ถามว่าเราโอเคมั้ย ความรู้สึกลึก ๆ ในใจเราอ่ะเราไม่ได้โอเคหรอก แต่ด้วยความรักที่เรารักเขามาก เราก็ยอม

            หลังจากนั้นก็มีการออกไปใช้ชีวิตเเบบนี้เรื่อย ๆ อยู่กันมา 4-5 ปีจนผมเรียนจบ เขาเรียนจบก่อนก็ไปทำงานที่ต่างจังหวัด เเต่ผมทำงานที่จังหวัดเดิม คือมันมีความสัมพันธ์ที่ห่างกันไปแล้วตั้งเเต่คุณออกไปมีอะไรกับคนอื่นเเล้ว ก็คือห่างกันด้วยระยะทาง ก็มีการคุยกันเรื่องการใช้ชีวิตเเบบนี้ มันสุ่มเสี่ยงนะ ควรหยุดการทำพฤติกรรมเเบบนี้ได้เเล้ว เขาก็โอเค เดี๋ยวจะหยุดพฤติกรรมนี้เเล้วเรากลับไปใช้ชีวิตคู่กัน ก็แยกย้ายกันไปทำงาน ผมก็ไปหาเขาทุกเสาร์ - อาทิตย์เพราะว่าหยุดตรงกัน มันมีอยู่ช่วงนึง ด้วยนิสัยเราเป็นคนชอบเก็บกวาดห้องปกติ ก็ไปเจอเส้นผมตามพื้นหลากสีมาก ชมพู ฟ้า เขียว ม่วง ด้วยความเป็นคนขี้สงสัย เราก็เก็บเส้นผมพับใส่กระดาษทิชชู่ไว้ รอเขากลับมาจากที่ทำงาน ผมก็ถามว่าคุณเปลี่ยนสีผมหรอ? ทำไมในห้องคุณมีเส้นผมหลายสี ผมก็ได้คำตอบจากเขาว่า “อ๋อ ไม่ได้เปลี่ยน เเต่พี่ที่ทำงานเขาเปลี่ยนสีผมกันหลายคน มันอาจจะติดถุงเท้าผมกลับมาก็ได้” ด้วยความที่รักเขามากเลยไม่ได้สงสัยเลย ก็ผ่านไปไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น

            หลังจากนั้นผมก็ให้โอกาสเขาอีกเเล้ว กลับมาคุยเหมือนเดิม เเต่เริ่มมีการใช้แอปพลิเคชั่นติดตามกันเกิดขึ้น เเละเวลานอนก็จะคอลหากันตลอดเวลา ผมจะโทรหาตั้งเเต่ 4 โมงเย็นจนถึง 6 โมงเช้าของอีกวัน ด้วยความคิดผมเองมองว่าถ้าเราเห็นกันเเละกันอยู่ตลอดเวลา มันคงจะไม่มีโอกาสที่จะไปทำแบบนั้น เเต่มันไม่มีผลเลย มีเหตุการณ์นึงเกิดขึ้น เพื่อนผมโทรมาหาเเล้วบอกว่า “ไม่ไหวละ มึงต้องขึ้นไปหากูหน่อยละ มันมีเรื่องที่ต้องคุย” ก็ตัดสินใจจัดการทำภารกิจตัวเองให้เสร็จเเล้วก็ไปหาเขา ก็ได้คุยกันว่ามันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ก็ไปนั่งรวมกันกับเพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน วันนั้นก็มีประมาณ 11 คน ก็มีเพื่อนคนนึงเดินมาตบไหล่เบา ๆ เเล้วพูดว่า “ขอโทษนะที่ทำเเบบนี้ พอดีว่าต้องพูด เก็บไว้ไม่ได้” คือเพื่อนคนนี้ไปมีอะไรกับแฟนผมมา ทั้ง ๆ ที่เห็นผมคอลกันอยู่ เเต่แฟนผมแหงนหน้าจอขึ้น เพื่อไม่ให้เห็น ให้เห็นเเค่เพดาน และปิดลำโพงไว้ มันเป็นจังหวะเที่ยงคืนถึงตี 1 ผมก็ต้องนอนเเต่ก็คอลกันไว้ทั้งวันทั้งคืน พอคนที่ 1 มาสารภาพ ก็มีคนที่ 2 3 4 5 6 มาสารภาพว่าได้กันหมดเลย เขารวมตัวมาบอกเราว่าให้เราหยุดกับคน ๆ นี้เเล้ว เพราะมันไม่ได้มีเเค่นี้ หลังจากนั้นเราก็ได้คุยกันเเล้วก็ได้เลิกกัน

            หลังจากที่เลิกกัน ผมเลยถามเพื่อนว่าเหตุการณ์แบบนี้ที่มันเกิดขึ้นกับผม การที่แฟนออกไปมีอะไรกับคนอื่น มันเป็นเรื่องปกติมั้ย? มันก็เสียงแตกกันว่ามันก็ไม่ได้แปลกเลย คู่เราก็เป็น อีกเสียงคือไม่ถูก ความรักมันไม่จำเป็นต้องออกไปแบบนั้น ก็เลยอยากปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนว่าในความสัมพันธ์แบบ LGBTQ ผมเองที่ไม่ปกติหรือเขาที่ไม่ปกติ?

            โดยดีเจทั้ง 3 คน (ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม) ได้ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘ไม่ได้ผิดปกติ มันขึ้นอยู่กับความชอบเเละรสนิยม เเล้วก็เงื่อนไขข้อตกลงระหว่างกัน ไม่เกี่ยวกับ LGBTQ เพราะว่าชายหญิงก็มี มีคู่ที่ Open Relationship มี FWB มีคนที่อยู่ใน Swinging Group ที่มีแฟนอยู่เเล้ว เขาไปเสร็จเเล้วก็กลับมาใช้ชีวิตคู่กัน ซึ่งรสนิยมของเราก็ต้องตรงกัน เเต่ของต้นเป็นแบบรักเดียวใจเดียว ก็ต้องหาคนที่ไม่ได้ออกไปทำแบบนั้น ไม่ได้มีใครแปลก แฟนก็ไม่ได้เเปลก เเต่เป็นเเค่เรื่องรสนิยมที่แตกต่างกัน’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนักใจกับทุกทางเลือก... สาวโทรปรึกษา คบแฟนมา 2 ปี ก่อนหน้านี้ดีมาตลอด จนมาจับได้ว่าเขานอกใจ ก็เลยเลิกกันไป แต่หลังจากนั้นแฟนก็เกิดอุบัติเหตุจนป่วยติดเตียง ต้องผ่าตัดสมอง ตอนนี้สับสนไปหมด ควรทำยังไงดี...

08 ส.ค. 2023

หนักใจกับทุกทางเลือก... สาวโทรปรึกษา คบแฟนมา 2 ปี ก่อนหน้านี้ดีมาตลอด จนมาจับได้ว่าเขานอกใจ ก็เลยเลิกกันไป แต่หลังจากนั้นแฟนก็เกิดอุบัติเหตุจนป่วยติดเตียง ต้องผ่าตัดสมอง ตอนนี้สับสนไปหมด ควรทำยังไงดี...

หนักใจกับทุกทางเลือก... สาวโทรปรึกษา คบแฟนมา 2 ปี ก่อนหน้านี้ดีมาตลอด จนมาจับได้ว่าเขานอกใจ ก็เลยเลิกกันไปแต่หลังจากนั้นแฟนก็เกิดอุบัติเหตุจนป่วยติดเตียง ต้องผ่าตัดสมองตอนนี้สับสนไปหมด ควรทำยังไงดี จะ “ทิ้งเขาไปเลยแล้วเริ่มใหม่” หรือ “ดูแลทั้งๆที่รู้ว่าเขานอกใจ” ตัดสินใจไม่ได้เลย... “คุณปลา (นามสมมุติ)” อายุ 36 ปี สายแรกของรายการ “พุธทอล์ค พุธโทร” เมื่อคืนวันพุธที่ผ่าน (26 ก.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาชีวิตที่แฟนนอกใจเลยเลิกกันไป พอหลังจากนั้นเขาต้องผ่าตัดสมองเราทำถูกไหมที่อยู่ดูเเลเขาทั้งๆที่เขานอกใจเรา โดย “คุณปลา (นามสมมุติ)” เล่าว่า ‘คบกับแฟนมาได้ 2 ปี ตอนนี้แฟนเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) ต้องผ่าตัดสมอง ซึ่งตอนนี้ผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว แต่ก่อนหน้านี้เขานอกใจแล้วก็โกหกหนู ที่ผ่านมาหนูโดนเขาหลอกเพราะเขาโกหกหนูมาตลอด จนล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่ผ่านมา แฟนหนูเขาล้มอยู่ในห้อง มีคนที่ทำงานของเขาที่เป็นผู้หญิง ไปเจอและพาไปส่งโรงพยาบาล เเล้วก็โทรมาหาหนูว่าใช่แฟนพี่เขาหรือเปล่า รู้รหัสโทรศัพท์พี่เขาไหม... ช่วงนั้นเราไม่ได้เจอกันประมาณเดือนนึง พอหนูรู้เรื่อง หนูก็มาหาเขาที่โรงพยาบาล มาถึงเขาก็อยู่ในห้องฉุกเฉินเเล้ว สักพักเขาเข็นรถเข็นมา หนูก็อึ้งที่ได้เห็นเขาเเล้วมานึกในใจว่าเขานอกใจเรา หนูได้เจอกับญาติเขา ญาติเขาก็มาถามว่าหนูรู้จักผู้หญิงคนนี้ไหม ก็คือผู้หญิงคนใหม่ที่เขาไปคุยกัน ส่วนตัวหนูกับผู้หญิงคนนั้นก็ไม่เคยเจอกัน ตัวเขาเองก็สื่อสารไม่ได้ ตอนนี้หนูก็เฝ้าเขาอยู่ที่โรงพยาบาล สำหรับหนูก็อยากดูเเลเขา เเต่ลึกๆในใจก็ยังเจ็บที่โดนหลอก... วันนี้ที่คุณปลาโทรมา อยากจะถามพี่ๆดีเจว่า ‘หนูทำถูกแล้วใช่ไหมตอนนี้ ที่หนูมาอยู่ข้างๆเขา เฝ้าเขา’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าใจเราอยากดูเเลเราก็ดูแล การอยากอยู่ตรงมีทางเดียวคือต้องอดทนลืมเรื่องในอดีต แล้วก็ดูเเลต่อไปก็ไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนเพราะความต้องการของคุณปลาชัดเจน’ ทางด้าน “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘คบกันมา 2 ปี มันก็ยังมีความผูกพันกัน คุณปลาอยากดูแลก็ได้นะ ข้างในคุณปลายังโกรธยังเสียใจหรืออะไรก็ตาม ถ้าไม่อยากให้มีอะไรติดใจให้คิดเราก็ดูแลในฐานะที่เป็นคนรักกัน เเล้วพอเขาฟื้นขึ้นมาก็ค่อยคุยกัยว่าจะยังไงต่อ เราเลือกที่จะมาดูเเลเขาเพราะเห็นแกความรักที่เรามีให้กัน ถ้ามันจะทำให้คุณปลาไม่แค้นนะให้นึกในใจว่านี่คือผลกรรมที่เขาทำ สมมุติเขาฟื้นมาเขาสำนึกได้เเล้วมีการคุยกันมันก็อยู่ที่คุณปลาว่าจะดำเนินความรักนี้ไปต่อหรือหยุดลงมันเป็นที่ตัวคุณปลาเลือกได้เลย’ ส่วน “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าทำโดยความรู้สึกที่อยากทำจะมาเรื่องราวดีๆที่ผ่านกันมา ก็ทำไปด้วยไม่มีปัญหา เเต่ถ้าทำด้วยความรู้สึกผิดหรืออยากจะชดเชยอะไรเนี่ย อันนี้ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปอยู่ ความแค้นหรือเรื่องที่เขาทำกับเราเเล้วยังเจ็บอยู่ในใจเเสดงว่าฝั่งดีมีน้ำหนักมาพอที่ทำให้ปลาอยู่ดูเเลเขา ก็ทำเท่าที่เราไหวครับ สุดท้ายเเล้วเราต้องไม่ทำจนทำร้ายใจเราเองแค่นั้นเอง เป็นกำลังใจให้ครับ’ สุดท้ายนี้...พี่ๆดีเจก็ขอให้แฟนคุณปลาหายเร็วๆด้วย เพราะถ้ายิ่งหายเร็วคุณปลาก็จะสบายขึ้นมได้บทสรุปที่เร็วขึ้นเคลียร์ให้รู้เรื่องรู้ราว เเละเป็นกำลังใจให้กับคุณปลาด้วยนะคะเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูอายุ 19 แต่น้องชายหนูที่บ้านตามใจทุกเรื่อง แฟนก็มีได้ แต่หนูที่บ้านห้ามไม่ให้มี รู้สึกว่าไม่มีความเท่าเทียมเลย ความเท่าเทียมควรเริ่มต้นจากที่บ้านรึเปล่า? พอหนูถามไปผู้ใหญ่ที่บ้านก็ว่า Toxic ที่หนูคิดมันผิดมากเลยหรอคะ

11 เม.ย. 2025

หนูอายุ 19 แต่น้องชายหนูที่บ้านตามใจทุกเรื่อง แฟนก็มีได้ แต่หนูที่บ้านห้ามไม่ให้มี รู้สึกว่าไม่มีความเท่าเทียมเลย ความเท่าเทียมควรเริ่มต้นจากที่บ้านรึเปล่า? พอหนูถามไปผู้ใหญ่ที่บ้านก็ว่า Toxic ที่หนูคิดมันผิดมากเลยหรอคะ

“คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ 18 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [9 เม.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในครอบครัว โดย “คุณเอ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูไม่รู้ว่านิสัยเด็ก Gen Z เเบบหนูเรียกว่า Toxic รึป่าว หนูมีน้องชายเเท้ๆ อายุ 17 ปี อยู่ด้วยกัน แต่หนูก็มีความรู้สึกว่าคนทั้งบ้าน รัก เเละเอ็นดูน้องชายมากกว่าตัวหนู ตอนเเรกหนูไม่ได้สังเกต จนตอนที่เพื่อนหนูมาที่บ้านและถามว่า ทำไมรู้สึกว่าน้ามึงพูดกับน้องอย่างนึง พูดกับมึงอีกอย่าง ทั้งน้ำเสียงเเละคำพูด ท่าทาง ตอนเเรกหนูก็ไม่ได้คิดว่าจริงรึป่าว เเต่พอมานึกดูดีๆ บางอย่างก็จริงอย่างที่เพื่อนบอก จนหนูก็ลองสังเกตดู เเละเห็นว่าสิ่งที่น้องได้รับเเละหนูได้รับมันก็ต่างกัน เลยมีความรู้สึกน้อยใจ ไม่เท่าเทียมว่าทำไมน้องของหนูถึงมีสิทธิ์ทำอะไรได้มากกว่าหนู เช่น อิสระเรื่องความรัก เเละอีกหลายอย่าง ด้วยความที่บ้านของหนูเป็นเชื้อสายจีนเลยอาจจะเอ็นดูเด็กผู้ชายมากกว่า เวลาน้องหนูจะไปไหน ไปกับสาว ไปกับเเฟนเขาก็จะบอกที่บ้านตรงๆ เเต่พอเป็นหนู หนูไม่สามารถที่จะบอกเเบบนั้นได้เหมือนน้อง เพราะเวลาบอกไป เขาจะทำท่าทางไม่พอใจ และด้วยความที่น้องหนูเรียนโรงเรียนประจำห่างจากบ้าน ทำให้เวลาเสาร์ - อาทิตย์ น้องของหนูจะไปกรุงเทพ ไปเที่ยว เขาก็ไปได้ เเต่พอเป็นหนูที่ขอเขาไปอำเภอใกล้เคียง เขาก็จะถามมาเลยว่า กลับกี่โมง ไปกับใคร สมมติหนูบอกว่าจะกลับบ้านตอนเที่ยง สิบเอ็ดโมงครึ่ง เขาก็จะโทรมาตามหนูเเล้วว่า อยู่ไหนเเล้ว มันเลยทำให้หนูเกิดความอึดอัด เเล้วค้างคาใจ พอมีวันหนึ่งที่หนูมาหาเเม่ที่บ้าน เเล้วนั่งกินข้าวกัน 3 คน มีเเม่ น้องชาย แล้วก็หนู เเม่ก็เปิดประเด็นว่า ถ้าคราวหน้าน้องชายหนูจะพาเเฟนมานอนที่บ้านด้วยก็ได้ หนูเลยเเกล้งๆพูดไปว่า หนูทำบ้าง เเม่ของหนูก็พูดขึ้นมาเลยว่า ถ้าเป็นหนูต้องรอจนกว่าจะขึ้นมหาลัยก่อน หนูเลยไม่พอใจ เเล้วถามว่า เเล้วน้องหนูมีสิทธ์อะไรมากกว่าหนูถึงทำได้ อายุก็ไล่เลี่ยกัน เเม่ก็เลยบอกว่า ผู้ชาย กับ ผู้หญิง มันไม่เท่าเทียมกัน เกิดว่าหนูไปนอนบ้านเเฟนเเล้วพลาดท้อง ผู้หญิงอนาคตก็คือจบไปเลย เเต่ผู้ชายก็ยังไปเรียนต่อได้หรือว่าทำอะไรได้มากกว่าหนู อาจจะเพราะเเม่มีลูกตั้งเเต่ยังเด็กเลยทำให้เป็นห่วงหนู และสังคมรอบตัวหนู เพื่อนๆของหนูก็ท้อง มีลูกกันหมดแล้วด้วย หลังจากที่ทะเลาะกับเเม่เสร็จ น้องชายหนูก็เอาเรื่องนี้ไปฟ้องน้า เขาเลยอธิบายว่าทำไมเเม่ถึงพูดว่าไม่เท่าเทียม พยายามที่จะทำให้หนูเข้าใจ เเต่หนูก็คิดว่า ถึงหนูจะเป็นผู้หญิงเเต่หนูก็รับผิดชอบตัวเองได้ ไม่ต้องทำให้ใครเป็นห่วงเหมือนกับน้องชาย เเต่หนูยิ่งพูดก็เหมือนน้าจะยิ่งไม่เข้าใจ เขาบอกว่ายังไม่ถึงเวลา หนูก็เลยยิ่งสงสัยว่าทำไมน้องหนูเขาถึงทำได้ สุดท้ายหนูก็ได้ไปพูดกับเเม่ว่า ถ้าเเม่รู้สึกผู้หญิงกับผู้ชายไม่เท่าเทียมกัน เเม่ก็อย่าเเสดงออกเเบบนี้ได้ไหม ถ้าเเม่ไม่ให้หนูทำ ก็ต้องห้ามน้องทำเหมือนกัน พอหนูพูดไปเเบบนี้ เเม่เขาก็พูดสวนกลับมาว่า หนูเป็นลูก หนูมีสิทธิ์อะไรที่จะไปสั่งเขาเเบบนั้น ก็เลยทะเลาะกันใหญ่โต น้าเลยต้องเข้ามาคุยด้วย เเต่หนูก็ยังมีคำถามในหัวว่า ทำไม! ทำไม! หนูเลยไม่ได้คุยกับเเม่ ส่วนน้องชายก็มาเยาะเย้ย ซ้ำเติม ทำให้หนูรู้สึกว่าตอนนั้นไม่เหลือใครเลย เพราะน้าหนูก็เหมือนจะไม่เข้าใจตัวหนูเลย เเล้วบอกว่าหนู Toxic บอกให้หนูลองย้อนมามองตัวเองบ้าง เเละใน 2 เดือนที่หนูทะเลาะกับที่บ้าน ที่มี ลุง ป้า น้า น้องชาย ในบ้านไม่มีใครคุยกับหนูเลย พอหนูกลับไปเล่าเรื่องนี้ให้เเม่ฟัง เเม่ก็ถามว่า ให้หนูมาอยู่กับเเม่ไหม เเต่ป้าก็เหมือนจะไม่อยากให้ไป เพราะเเม่หนูไม่สามารถซัพพอร์ตเรื่องค่าใช้จ่ายให้หนูได้ จนตอนนี้พอน้าได้มาคุยกับหนู เขาบอกว่า เขาไม่สามารถเอ็นดูหนูได้เหมือนเมื่อก่อน เพราะทิฐิที่หนูมีกับคนในบ้านมันมากเกินไป หนูเลยอยากปรึกษาพี่ๆ ดีเจว่า หนูผิดไหมที่หนูทิฐิกับคนในบ้านมากเกินไป เเละ ความเท่าเทียมมันควรเริ่มจากคนในบ้านรึป่าว?’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันยากมากที่จะทำให้คนที่มีอายุต่างกัน มองในมุมกันเเละกัน พวกพี่ที่นั่งกันตรงนี้ก็มีลูก เเละหลาน การพยายามปรับตัวเรื่องการสื่อสาร หรือมุมมอง คำเดียวที่พี่จะบอกเอได้ คือในวันที่เอมีลูก เอจะเข้าใจเพราะฉะนั้น ณ วันนี้เอรู้สึกไม่เเฟร์ เออาจจะต้องอดทนเพราะอีกนิดเดียวเอก็จะเข้ามหาลัย มีชีวิตเป็นของตัวเองเเล้ว เพราะเราไม่สามารถที่จะเปลี่ยนความคิดของคนที่มีอายุห่างกันเยอะๆได้อยู่เเล้ว เพราะงั้นอีกนิดเดียว เอก็จะได้กำหนดชีวิตตัวเองเเล้ว ใช้ชีวิตให้มันดี’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าน้องเอเป็นตัวเเทนของเด็กหลายๆบ้านที่มีความคิดเเบบเดียวกัน เเละที่น้องเอถามว่า เพศสภาพ ควรเริ่มที่จะเท่าเทียมกันตั้งเเต่ในครอบครัวรึเปล่า อันนี้พี่เห็นด้วย เเต่ความเท่าเทียมในสังคมเป็นเรื่องที่ยากมากในบางประเทศ ผู้หญิงยังไม่มีสิทธิ์ได้รับการศึกษาเลย เพราะฉะนั้นพี่รู้สึกดีที่น้องเอ เข้าใจถึงข้อนี้ เเต่สำหรับเรื่องที่บ้านของน้องเอ พี่ว่าเขารักน้องเอเเหละ เเต่อาจจะสื่อสารไม่ดี เเละที่เขาเข้มงวดกับเอ เพราะเขามองเห็นว่าเอเป็นผู้หญิงเลยอาจจะดูเเลตัวเองได้ไม่ดีเท่ากับน้องชายตัวเอง เพราะผู้หญิงมีความเสี่ยงกว่า มีพันธะมากกว่า เพราะงั้นเออาจจะลองมองในมุมว่าเขาเข้มงวด เพราะเขาเป็นห่วงเรา ลองหาความสุขในบ้านหลังนี้จนกว่าเอจะย้ายออกจากบ้านไปใช้ชีวิตของตัวเอง น้อยใจเรื่องเพศสภาพได้ เเต่อย่าน้อยใจว่าเขาไม่รักเรา พิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเราดูเเลตัวเองได้’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เอมีทางเลือกอยู่อย่างเดียวคือ พิสูจน์ตัวเอง ทำในสิ่งที่ที่บ้านทำไม่ได้ เอาชนะในเรื่องความสำเร็จ ไม่ใช่เอาชนะในเรื่องคำพูด เมื่อเราทำงานได้ หาเงินได้ นั่นเเหละคือตอนที่เราจะมีอิสระจากครอบครัว อย่าเกลียดคนในบ้านเช่น ป้า น้า น้องชาย เพราะสุดท้ายทุกคนก็คือครอบครัวของเอ อาจจะไม่ต้องใช้เหตุผลคุยกัน เพราะทั้งเหตุผลของเอ เเละเหตุผลของครอบครัว ทั้งคู่เป็นเหตุผลที่ถูก ไม่ได้ผิด เเต่เเค่ต่างมุมมองกัน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เสียความมั่นใจไปเลย... สาวโทรแชร์ประสบการณ์กับ 3 ดีเจ เพิ่งไปนัด One Night Stand ครั้งแรกกับหนุ่มในแอปหาคู่ ตอนเจอกัน เขินมาก ทำตัวไม่ถูกเลยชวนเขาคุย ถามไปเรื่อยๆ จนเขาพูดว่า "เธออย่าล่กดิ" โยนเสื้อใส่อกเรา แล้วออกจากห้องไปเลย

16 ส.ค. 2023

เสียความมั่นใจไปเลย... สาวโทรแชร์ประสบการณ์กับ 3 ดีเจ เพิ่งไปนัด One Night Stand ครั้งแรกกับหนุ่มในแอปหาคู่ ตอนเจอกัน เขินมาก ทำตัวไม่ถูกเลยชวนเขาคุย ถามไปเรื่อยๆ จนเขาพูดว่า "เธออย่าล่กดิ" โยนเสื้อใส่อกเรา แล้วออกจากห้องไปเลย

เสียความมั่นใจไปเลย... สาวโทรแชร์ประสบการณ์กับ 3 ดีเจเพิ่งไปนัด One Night Stand ครั้งแรกกับหนุ่มในแอปหาคู่ตอนเจอกัน เขินมาก ทำตัวไม่ถูกเลยชวนเขาคุย ถามไปเรื่อยๆจนเขาพูดว่า "เธออย่าล่กดิ" โยนเสื้อใส่อกเรา แล้วออกจากห้องไปเลยตอนนี้ไม่มั่นใจในตัวเองเลย ทำยังไงให้เอาความรู้สึกพวกนี้หมดไปสักที “คุณอิง (นามสมมุติ)” อายุ 21 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (9 ส.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก -ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอมเกี่ยวกับปัญหานัด One Night Stand ครั้งแรก ยังไม่ทันเริ่ม ก็โดนเขาบอกว่าอย่าล่ก แล้วก็ออกจากห้องไปเลย โดย “คุณอิง (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘เหตุการณ์ที่หนูเจอ ทำให้หนูเสียความมั่นใจจากการนัด ONS (One Night Stand) หนูขอเกริ่นก่อนว่า... ครั้งนี้คือการนัด ONS ครั้งแรกของหนู คิดว่าเรียนมหาลัยมา 4ปีแล้ว หนูก็อยากลองสักครั้งนึง เราเจอกันทางแอปหาคู่ ส่วนรูปที่ใช้ในโปรไฟล์กับตัวจริงก็ใกล้เคียงกัน ใส่ฟิลเตอร์นิดหน่อย ซึ่งเขาอายุพอๆกับหนู เราคุยกันและตกลงนัดกันคืนนั้นเลย เพราะอยู่ใกล้กันมาก หลังจากนั้นเขาก็มาที่ห้องหนู คือตอนนั้น ยอมรับเลยว่าเขินมากไม่รู้จะเริ่มยังไง หนูก็เลยชวนเขาคุย ถามไปเรื่อยนู่น นั่น นี่ ช่วงแรกๆเขาก็ตอบหนูปกติ ดูจอยกับเรามาก สักพักนึงเขาก็เริ่มตอบบ้าง ไม่ตอบบ้าง นั่งเล่นโทรศัพท์บ้าง เริ่มไม่จอยแล้ว ซึ่งในระหว่างที่หนูชวนเขาคุย เขาจะพูดขึ้นมาตลอดเลยว่า เธออย่าล่กดิว่ะ อย่าล่กได้ปะ พอเห็นเขาพูดบ่อย ๆ หนูก็เลยเลิกถามเขา มันก็เลยกลายเป็นการเงียบใส่กัน แต่หนูว่า หนูก็ไม่ได้มีแสดงอาการตัวสั่น ตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น หนูคิดว่าอาจจะชวนเขาคุยเยอะเกินไปกว่าที่หนูคิด ตอนคุยกันก็ถามประมาณ เธอเคยนัดหรือป่าว นัดมากี่คนแล้ว เรียนที่ไหน คณะอะไร คำถามประมาณนี้... หลังจากนั้นเขาก็พูดย้ำอีกรอบ เธอดูล่กจัง ถ้าไม่อยากทำ เดี๋ยวกลับก็ได้นะ หนูก็เลยถามเขาไปตรงๆว่า จะเริ่มเลยไหมหละ? เขาก็พยักหน้า แล้วเหมือนแบบสถานการณ์ตอนนั้นเขาดูแฮปปี้ขึ้นมาเลย ต่างจากก่อนหน้านี้ที่เขาตึงใส่หนู แล้วทีนี้ก็ตามสเต็ปเลย เล้าโลมกันปกติ แล้วหนูก็เหมือนอยากจูบเขา ก็เลยถามเขาว่า ไม่ Kiss กันหน่อยหรอ เขาก็นิ่งใส่หนูไปแป๊ปนึง แล้วก็ตอบกลับมาว่า เราไม่ค่อยชอบจูบอะ หลังจากนั้นเขาก็หยุดทำทุกอย่าง แล้วก็พูดต่ออีกว่า เธอดูล่กว่ะ ไม่ธรรมชาติเลย แล้วเขาก็โยนเสื้อมาปิดหน้าอกหนูไว้ แล้วก็ลุกขึ้น บอกกับหนูอีกรอบว่า เธอดูล่กอะ ไม่ธรรมชาติ แล้วก็ออกจากห้องหนูไปเลย ตอนนั้นคือหนูนั่งเอ๋อเลย หนูตั้งตัวไม่ทันว่าหนูผิดอะไร ที่หนูโทรเข้ามาวันนี้ก็เพราะ มันเสียความมั่นใจไปแล้ว คืนนั้นหนูนอนไม่หลับ รู้สึกดาวน์มาก ไม่มั่นใจในตัวเอง หนูอยากรู้วิธีเอาความรู้สึกนี้ออกไป แล้วก็อยากรู้ว่าที่หนูทำออกไปคืนนั้นมันดูล่กจริงๆหรอ? หนูค้างคาใจมากที่อยู่ดีๆเขาก็ไปเลย ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” เริ่มให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับคนบางคนที่เขาจะนัดมาเพื่อมีเพศสัมพันธ์ เขาไม่ต้องการการพูดคุยนะ เขามาเพื่อต้องการทำสิ่งนั้นแล้วจบ แล้วก็กลับ มันไม่ใช่การมาเดท เขาไม่ได้ต้องการมาอารัมภบท ไม่ต้องการจะรู้จัก บางคนไม่สนใจชื่อด้วยซ้ำว่าชื่ออะไร มันคือการนัดมาเพื่อทำกิจกรรมนั้นอย่างเดียว เรารู้สึกการที่น้องพยายามพูดคุย พยายามไปถามอย่าง “อยากจูบ” คือถ้าธรรมชาติคนที่เขาทำอะไรแบบนี้ เขาจะไม่ถาม ถ้าอยากทำเขาทำเลย พี่เลยรู้สึกว่าเนี่ยคือสาเหตุที่เขาทำแบบนั้นกับอิง แต่เอาจริง ๆ มันมีสาเหตุอีกมากมาย ที่พี่พูดคือพี่เดาจากสถานการณ์ที่อิงเล่ามานะ ต่อมาที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ไม่รู้ธรรมชาติของการนัดมีอะไรกันผ่านแอป เพราะเท่าที่พี่ฟัง พี่ไม่ได้รู้สึกมันล่ก หรืออะไรนะ พี่ก็รู้สึกมันคือการทำความรู้จักกันก่อน แบบเปิดประตูมาจะให้จุดระเบิด ปั้ง โป้ง เป้ง แล้วแยกย้าย มันก็ตลกนะ หรือเอาแบบนี้ คิดในมุมพี่ อิงดันไปเจอคนที่เขาโผงผาง คนละสไตล์กับเรา ทั้งสองคนอาจต้องการเซ็กส์เหมือนกัน แต่คนนึงไม่อยากคุย อีกคนอาจจะเออเราคุยกันก่อนสิ แล้วดันไปเจอคนที่ไม่รักษาน้ำใจ ขี้รำคาญ มันก็หงุดหงิดอะไรมาด้วยหรือเปล่า แต่พอพี่ฟังจบ พี่กลับรู้สึกโชคดีจังเลย เหมือนเป็นโชคดีของอิงที่ไม่ได้อะไรมากกว่านี้กับคนนี้ เพราะไม่รู้ว่าถ้ามีอะไรกันจริงๆ แล้วพอแยกย้าย บรรยากาศตอนนั้นอาจจะทำให้อิงรู้สึกยิ่งด้อยค่าตัวเองลงไปอีกหรือเปล่า เราอาจจะมาลงในสนามที่เราไม่เคย แล้วเราก็ไม่รู้ธรรมชาติของคนในแอปนี้ ว่าเขาต้องแนะนำตัวไหม คุยกันแค่ไหน หลายครั้งที่คนโทรเข้าพุธทอล์ค พุธโทร แล้วเล่าว่าไปเล่นผิดสนาม มือใหม่ เข้าไปเขาอาจจะมีทำเนียมของเขาที่เราอาจไม่รู้ เพราะฉะนั้นพี่ว่าเรื่องนี้ไม่อยากให้เอาไปผูกกับความมั่นใจ หรือคุณค่าในตัวเอง พยายามคิดไว้ว่าในโลกที่เขานัดเจอกันผ่านแอป มันก็ไม่ต้องมานั่งประดิดประดอยกันมาก ถ้าเราอยากประดิดประดอย อยากคุยก็ต้องลองช่องทางอื่น เอาเป็นว่า รสนิยม สไตล์มันดันไม่ตรงกัน แล้วดันไปเจอคนไม่แคร์อะไรด้วย จะไปก็ไปเลย มันเลยทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเราอยู่ถูกที่ ถูกเวลา แล้วก็ถูกคน มันก็คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ทั้งหลายทั้งมวลถ้าต้องการอะไรที่สวยงามก็หาช่องทางที่เหมาะสมกับเรา และกลับไปถามกับตัวเองว่า “ฉันเหมาะกับ One Night Stand หรือเปล่า” ปิดจบกันที่ “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า “ไม่ต้องไปเสียความมั่นใจ คนนั้นก็อ่อนด้อยเหมือนกันแหละ ทำไมไม่เริ่มก่อนหละ มาว่าอิงล่ก ก็เปิดมาก่อนสิ ถ้าเปิดเราก็พร้อมตามอยู่แล้ว เป็นผู้ชายก็ลุกมากก่อนสิ งี้ก็มือใหม่เหมือนกันนั้นแหละ เข้าไม่ถูกไง” ‘เอาแบบนี้ถ้าอยากได้คนที่มีชั้นเชิง เป็นงานก็อาจจะต้องหาคนที่อายุมากกว่านี้ แล้วอิงเป็นคนชอบแบบมีเรื่องราวก่อนจะมีเพศสัมพันธ์ ถ้าแบบนี้เวลาหนูเข้าในแอป มันจะมีให้เลือกหลายประเภท มันมีโอกาสที่หนูจะเจอคนแบบจู่โจม หนูลองเปลี่ยนสนามไปร้านเหล้า มีคนแนะนำ เราดีลกันหน้างาน หนูยังเลือกคนได้ ยังสนทนากันได้นิดนึง ยังพอได้จีบกันหน่อย…..’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เรามีเพื่อน 2 คนที่คบกันมา 10 กว่าปี แล้วก็มีแฟนที่คบกันมา 7-8 ปี หลังๆพอเพื่อนนัด เราเทเพื่อนไป 2-3 ครั้งแล้ว เพราะต้องไปเจอ ไปอยู่กับแฟน จนตอนนี้เพื่อนสนิท ค่อยๆเฟดหายไปจากเรา เราอยากได้วิธีบาลานซ์ความสัมพันธ์ ระหว่าง เพื่อน กับ แฟน จังเลยค่ะ

09 ธ.ค. 2024

เรามีเพื่อน 2 คนที่คบกันมา 10 กว่าปี แล้วก็มีแฟนที่คบกันมา 7-8 ปี หลังๆพอเพื่อนนัด เราเทเพื่อนไป 2-3 ครั้งแล้ว เพราะต้องไปเจอ ไปอยู่กับแฟน จนตอนนี้เพื่อนสนิท ค่อยๆเฟดหายไปจากเรา เราอยากได้วิธีบาลานซ์ความสัมพันธ์ ระหว่าง เพื่อน กับ แฟน จังเลยค่ะ

“คุณหวาน (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่สองในรายการ ‘พุธทอล์ค พุธโทร’ เมื่อคือวันพุธที่ [4 ธ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาการบาลานซ์ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนแฟน โดย “คุณหวาน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เรื่องนี้เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนสนิทกับแฟน หวานมีเพื่อนสนิทอยู่กลุ่มหนึ่งเป็นผู้หญิง ในกลุ่มจะมีอยู่สามคน เราอะคบกับเพื่อนกลุ่มนี้มาตั้งแต่มัธยม เลยสนิทกันมาก คุยกันทุกอย่าง คุยกันแทบทุกวัน จากตอนนั้นถึงตอนนี้ประมาณ 10 กว่าปีแล้ว และจะมีช่วงขึ้นมหาวิทยาลัย แต่ละคนก็เรียนมหาลัยคน จึงใช้วิธีการคอลคุยกัน ถ้าวันว่างก็จะมาเจอกัน เราจะปรึกษาปัญหาชีวิตกันทุกอย่าง แต่ปัญหามันเริ่มจากที่หวานมีแฟน และหวานก็คบกับแฟนคนนี้มาตลอดระหว่างที่มีเพื่อนกลุ่มนี้ จนตอนนี้คบกันมาเข้าปีที่ 7-8 แล้ว ก็คือไม่ได้มีปัญหาอะไรกับแฟนเลย คบกับแฟนปกติดีทุกอย่าง แต่ว่ามันจะมีช่วงเวลาที่เรานัดเพื่อน แล้วทีนี้บางครั้งมันมีเหตุให้ต้องยกเลิกนัดของเพื่อน แล้วไปกับแฟน มันเกิดเหตุการณ์แบบนี้อยู่หลายครั้ง แต่ไม่ใช่ทุกครั้ง จนครั้งล่าสุดเรานัดกัน แต่หวานยกเลิก เพราะว่าแฟนหวานไปทำงานต่างจังหวัด ไม่ได้กลับมานาน ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่เขากลับมากรุงเทพฯพอดี ถ้าได้ไปเจอ ก็จะไม่ได้เจอแฟนอีกเป็นอาทิตย์ หวานก็เลยขอยกเลิกนัดเพื่อน จริงๆก็คือขอเลื่อนเป็นวันอื่น แต่เพื่อนไม่ว่าง เพื่อนก็เลยไปกันสองคน หลังจากเหตุการณ์วันนั้น หวานก็รู้สึกว่าในกลุ่ม หวานจะมีกลุ่มไว้คุยกันสามคนกับเพื่อน ในกลุ่มจะคุยกันในเรื่องต่างๆ เรื่องนู้น เรื่องนี้อยู่ตลอด แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์วันนั้น ในกลุ่มคือเงียบมาก ไม่มีการเคลื่อนไหว หรือพูดคุยอะไรกันเลย เลยรู้สึกว่ามันแปลกๆ หวานก็ได้ทักเพื่อนคนหนึ่งไปก่อน สมมติว่าชื่อ ‘เอ’ หวานก็ทักเอไปว่า ‘บีเป็นอะไรหรือเปล่ามันเงียบๆไปนะ’ เอก็ตอบว่า ‘มึงอะชอบเทนัด พวกกูนัดมึงก็ไม่อยากจะมา ถ้ากูคุยแล้วกูนัดมึง มึงก็เทกูอีก’ หวานก็เลยอธิบายไปว่าเหตุการณ์วันนั้นเป็นเพราะอะไร เพื่อนก็ได้บอกกลับมาว่าเข้าใจ หลังจากนั้น หวานก็ทักไปหาบี เพื่อที่จะให้บีเข้าใจตรงกัน บีก็บอกว่าบีอะไม่ได้โกรธนะ แต่บีพูดมาประโยคหนึ่งว่า ‘ชีวิตของหวานตอนนี้ ไม่ได้ต้องการออกมาเจอพวกเขาเหมือนเดิมแล้ว’ ต้องบอกว่าก่อนหน้านี้คือเราไปไหนไปกัน ดึกขนาดไหน ตีหนึ่งตีสองไปหมด แต่ด้วยความที่หวานมีแฟน ก็เลยต้องแบ่งเวลา การจะไปข้างนอกแล้วกลับดึกๆมันก็เลยทำไม่ได้แล้ว เพราะมันมีคนที่รอหวานกลับบ้านเหมือนกัน และก็อยากจะมีเวลากับแฟนด้วย คือหวานไม่ได้อยู่กับแฟนทุกวัน หวานต้องแบ่งให้เวลากับที่บ้านด้วย แฟนด้วย เพื่อนด้วย หวานเลยอยากถามพี่ๆดีเจว่า ถ้าเป็นพี่ๆจะมีวิธีการจัดการปัญหา เกี่ยวกับการบาลานซ์เวลาระหว่างเพื่อนสนิทกับแฟนยังไง? แล้วหวานควรจะทำยังไงกับเหตุการณ์นี้? คือหวานพยายามทักไปบอกเพื่อนแล้ว เพื่อนบอกว่าไม่ได้โกรธ แต่ตอนนี้ทุกอย่างคือไม่เหมือนเดิมเลย ความสัมพันธ์ตอนนี้คือไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนนี้หวาน 28 เดี๋ยวซัก 30 กว่าหวานจะชิว แล้วหวานก็จะอยู่กับแฟน พี่เคยมีเพื่อนเป็นชะนีล้วนจากมหาวิทยาลัย สนิทกันมาก เจอกันทุกวัน ไปนอนค้างด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกันเกือบทุกอาทิตย์ แต่พอเพื่อนมีแฟน พี่ก็ต้องค่อยๆ เรียนรู้ที่จะอยู่คนเดียวให้ได้ เคยผ่านช่วงงอนมาแล้ว เคยด่ากันจนถึงขนาดออกกลุ่มมาแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังเป็นเพื่อนกันจนถึงทุกวันนี้ และยังไปกินข้าวกัน แต่ว่าเหลือแค่สามเดือนครั้งแล้วตอนนี้ จากกลุ่มใหญ่ ๆ ที่เจอกันได้ทุกอาทิตย์ แต่เราก็ไม่ได้โกรธอะไรกันแล้ว ทุกวันนี้ตอนอายุ 43 ความสัมพันธ์ ความรัก มันยังอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ว่ามันไม่ได้เข้มข้นแบบเมื่อก่อนแล้ว เมื่อต่างคนต่างมีคู่ชีวิต เขาจะต้องให้ความสำคัญกับสิ่งนั้น พี่ว่ามันเกิดขึ้นได้และเป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับ เราก็ต้องเข้าใจเพื่อนว่าเขามีสิทธิที่จะรู้สึกแบบนั้น มันต้องยอมเป็นไปตามเงื่อนไขของชีวิตตัวเอง ความสำคัญมันไม่เหมือนกันอีกต่อไปแล้ว’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่ามันเป็นไปตามวัย อย่างตอนอายุ 15 มีแฟนแล้วเพื่อนบอกให้เลือกกับแฟน พี่ก็เลิกเลยนะ กับแฟนคนแรกโดยที่ไม่ได้ทะเลาะกัน คือเพื่อนต้องมาก่อนตอนนั้น พอเราโตมาเลยรู้ว่ามันก็ไม่ใช่เพื่อนที่ดี แต่เราเสียผู้ชายที่ดีไปแล้ว หลังจากโตมากขึ้น เพื่อนก็ต้องรู้ว่าผู้ชายสำคัญ เพราะเวลาที่มึงมีแฟน กูก็จะไม่ห้ามมีสักคำ ต่อให้มึงนัดกับกูว่าจะออกมา แต่อยู่ ๆ ผู้ชายโทรตาม กูก็จะบอกว่าโอเคไปหาผู้ชายก่อน เพื่อนมาเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าเพื่อนไม่เข้าใจเปลี่ยนเพื่อน พี่รู้สึกว่าอายุ 28 แล้วมันไม่ใช่เด็กแล้ว มันต้องรู้ว่าผู้ชายสำคัญมากแค่ไหน เวลาเรามีแฟนเราอยากอยู่กับแฟนอยู่แล้ว เพื่อนมีหน้าที่ซัพพอร์ตเรา สมมติว่า อะวันนี้ฉันมีผู้ชายนะ ต้องคุยกับเพื่อนให้เข้าใจเลยว่า เธอฉันมีผู้ชาย ฉันอยู่กับผู้ชายก่อนนะ เดี๋ยวฉันกลับมาหาเธอ เธอโอเคไหม ถ้าเขาไม่โอเคเปลี่ยนเพื่อนเลย หาเพื่อนผู้หญิงที่มันแมน ๆ มันจะเข้าใจเรื่องนี้ เดี๋ยวกูกลับมาเองวันที่ผู้ชายเลิกกับกู มึงมีหน้าที่ซัพพอร์ต มีหน้าที่ฉีดยากู ต่อให้วันนี้กูทะเลาะกับแฟน แล้ววันหน้ากูไปดีกัน มึงก็ต้องกินอาหารหมาเพื่อกู นี่คือเพื่อน! ความรักให้ไปแล้วมันไม่ต้องมีเงื่อนไข แค่เห็นกูมีความสุข มึงก็มีความสุข หาเพื่อนแบบนี้’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘เราไม่ได้จะสร้างครอบครัวกับเพื่อน อันนี้คือสิ่งที่จะบอก ในตอนอายุ 28 วงเพื่อนมันยังสำคัญแหละ แต่นี้แหละคือช่วงเริ่มต้นของการออกไปสร้างครอบครัว แล้วก็ค่อยๆ ห่างจากวงเพื่อน แค่อยู่ในระยะปรับตัวกันเท่านั้นเอง เพื่อนก็ยังไม่เคยเจอสถานการณ์นี้ เราก็ยังไม่เคยเจอสถานการณ์นี้ เมื่อก่อนบ้านพี่คือที่รวมตัวของแก๊งเพื่อนเลย แล้วพอการเข้ามาของลูกจ๋า(ภรรยาดีเจเผือก) ตัวแปรสำคัญที่สุด เขาจะนอนไม่ได้ถ้ามีเสียงคุยกันอยู่หน้าห้อง เพื่อนก็ค่อย ๆ หาย แต่ข้อดีของฝั่งผู้ชายคือมันไม่งอนกัน มันเข้าใจ กำลังจะบอกว่าถ้ากลุ่มสามคนนี้ไม่เข้าใจ แล้วมันต้องเลิกคบกัน อย่าไปคิดมาก ก็แปลว่ามันหมดเวลาที่จะเป็นเพื่อนกันแค่นั้นเอง ชีวิตมันก็ไหลไปตามขั้นตอนของมัน ถ้ามันจะงอนกันในวันนี้ เดี๋ยวมันก็จะกลับมาเจอกัน ในวันที่แต่ละคนมีครอบครัว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-