ผมอยากรณรงค์ให้คนที่ขับขี่บนท้องถนน ระมัดระวังคนที่ข้ามทางม้าลายมากกว่านี้ ทำเพื่อลดอุบัติเหตุกันเถอะนะครับ!

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมอยากรณรงค์ให้คนที่ขับขี่บนท้องถนน ระมัดระวังคนที่ข้ามทางม้าลายมากกว่านี้ ทำเพื่อลดอุบัติเหตุกันเถอะนะครับ!

02 เม.ย. 2026

ผมอยากรณรงค์ให้คนที่ขับขี่บนท้องถนน

ระมัดระวังคนที่ข้ามทางม้าลายมากกว่านี้

ทำเพื่อลดอุบัติเหตุกันเถอะนะครับ!

        ‘คุณกีต้าร์’ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (1 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวที่ตนนั้นเพิ่งเฉียดการเกิดอุบัติเหตุกับ 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น' เกี่ยวกับการรณรงค์ให้ผู้ที่ขับขี่บนท้องถนน ระมัดระวังคนที่กำลังข้ามถนนบนทางม้าลาย

        ‘คุณกีต้าร์’ เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเย็นของวันที่ผ่านมา ในจังหวะที่คุณกีต้าร์กับเพื่อนกำลังจะเดินข้ามถนนตรงทางม้าลายที่หน้ามหาวิทยาลัย รถยนตร์ทุกคันเมื่อเห็นว่าคุณกีต้าร์กับเพื่อนกำลังรอข้ามทางม้าลาย ก็พากันชะลอเพื่อหยุดรถ 

        เมื่อคุณกีต้าร์กับเพื่อนเห็นเช่นนั้นจึงได้รีบพากันเดินข้ามถนนอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเดินมาถึงเลนสุดท้ายของถนน จู่ ๆ ก็ได้มีคุณป้าคนหนึ่งขี่รถมอเตอร์ไซค์มาด้วยความเร็ว คุณกีต้าร์จึงบอกให้เพื่อนหยุดเดิน เมื่อทั้งคู่หยุดเดิน คุณป้าคนนั้นก็ได้หยุดรถเช่นกัน ทันใดนั้นคุณป้าก็ได้พูดขึ้นมาว่า “เดี๋ยวก็ตายหรอกอีx่า!” แล้วก็ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านทั้งคู่ไปในทันที ปล่อยทิ้งให้คุณกีต้าร์กับเพื่อนยืนงงว่าเมื่อกี้พวกเราเป็นฝ่ายที่ผิดหรือไม่

        หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ เหล่าดีเจจึงพูดถึงเรื่องกฎหมายจราจรของประเทศไทย พร้อมยกตัวอย่างเคสที่ไม่ดีมาพูดให้ฟัง เพื่อให้คุณผู้ฟังทางบ้าน และคุณกีต้าร์เห็นภาพชัดเจนว่าไม่ควรทำตาม รวมทั้งช่วยกันย้ำเตือนและอยากให้ผู้ขับขี่ทุกคนคำนึงถึงคนข้ามทางม้าลาย ควรจะชะลอหรือหยุดรถให้คนข้ามถนน เพื่อที่จะได้ลดอุบัติเหตุและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แมวเพิ่งเสีย แฟนที่คบมา 13 ปีนอกใจ กดดันจากงานใหม่ ในช่วงชีวิตที่ปัญหารุมเร้า ควรรับมืออย่างไรดีคะ?

25 ก.ค. 2026

แมวเพิ่งเสีย แฟนที่คบมา 13 ปีนอกใจ กดดันจากงานใหม่ ในช่วงชีวิตที่ปัญหารุมเร้า ควรรับมืออย่างไรดีคะ?

แมวเพิ่งเสียแฟนที่คบมา 13 ปีนอกใจกดดันจากงานใหม่ในช่วงชีวิตที่ปัญหารุมเร้า ควรรับมืออย่างไรดีคะ? ‘คุณเหนือ (นามสมมุติ)’ สายที่ 1ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 กรกฎาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกรท และ หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic' เกี่ยวกับช่วงชีวิตหนึ่งที่ต้องเจอกับเรื่องแย่ ๆ ติดกัน ‘คุณเหนือ (นามสมมุติ)’ อายุ 34 ปี ได้ตั้งคำถามว่าในช่วงชีวิตหนึ่งที่หลาย ๆ อย่างพังจะรับมืออย่างไร โดยเริ่มต้นที่เหตุการณ์แรก เธอได้สูญเสียแมวซึ่งเป็นที่รักไป ภาพน้องแมวในความทรงจำยังคงทำให้คุณเหนือคิดถึงเขาอยู่ตลอด และคิดในใจว่าตัวเองดูแลเขาไม่ดี ทำให้เธอร้องไห้บ่อยมาก อาจารย์แพทย์ด้านมะเร็งบอกว่าแมวของคุณเหนือเป็นเคสหายาก น้องไม่ได้จากไปด้วยอายุไข และในปัจจุบันน้องได้เป็นอาจารย์ใหญ่ให้แพทย์ทำวิจัยต่อด้วย เหตุการณ์ถัดมาคือ แฟนที่คุณเหนือคบมา 13 ปี นอกใจไปมีความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเรื่องมันเกิดขึ้นติดกัน ในช่วงที่คุณเหนือเสียน้องแมวไปก็ยังคงมีเขาอยู่ข้าง ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเพียงไม่ถึงเดือนก็ได้ทราบเหตุการณ์ที่สองนี้ โดยคุณเหนือเป็นคนจับได้ ประกอบกับหลาย ๆ อย่าง ปัจจุบันทั้งสองได้เลิกกันขาดไม่ติดต่อกันเลย แต่คุณเหนือยังคงฝังใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เพราะกับแฟนคนนี้มีแพลนที่จะพัฒนาไปเป็นคู่แต่งงาน ในความสัมพันธ์นี้คุณเหนือรู้สึกว่ามันเลยจุดที่จะคิดว่าเขาจะนอกใจได้ ในระหว่างนั้นเองก่อนที่จะจับได้ ทั้งสองได้ตกลงกันว่าจะลองย้ายมาอยู่ด้วยกัน ซึ่งอยู่คนละแห่งกับบ้านที่คุณเหนืออยู่กับครอบครัว รวมถึงคุณเหนือจะออกจากที่ทำงานเดิม และย้ายมาทำงานใกล้แฟนแทน เพื่อที่ทั้งคู่จะได้มีเวลาให้กันมากขึ้น เรียกได้ว่าเตรียมพร้อมเพื่อสร้างครอบครัวกันแล้ว พอย้ายทุกอย่างมาแล้วเธอรู้สึกเคว้งไปหมด เพราะหลังจากลาออกมาคุณเหนือต้องไปเริ่มงานใหม่ ต้องรับมือกับความกดดันจากงานใหม่ เหตุการณ์ทั้งหมดทำให้เธอต้องรับมือ แต่เธอกลับไม่รู้ว่าต้องรับมืออย่างไร ปัจจุบันนี้คุณเหนือพยายามที่จะโฟกัสงานใหม่ แต่พอเจอโพรเจกต์ใหญ่ที่มีความกดดันก็ทำให้เธอเหมือนกับหายใจไม่ออก เธอยังรู้สึกรับมือไม่ไหวและกำลังจะลาออกด้วยทั้งสาเหตุจากตัวงาน และความรู้สึกในใจของคุณเหนือเองที่ยังไม่พร้อม จากเมื่อก่อนที่เคยเป็นคนบ้างาน ชอบงานที่ท้าทาย พอเจอเหตุการณ์ไม่ดีมาเธอกลับกลัวว่าจะเกิดเรื่องที่ไม่ดีขึ้นอีก ทุก ๆ วันนี้คุณเหนือยังมีค่ำคืนคืนที่นอนร้องไห้ หรือสะดุ้งตื่นขึ้นมา โดยเหตุการณ์ที่น้องแมวเสียเกิดขึ้นเมื่อประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน และจับได้ว่าแฟนนอกใจช่วงปลายเดือนธันวาคม และในเดือนมกราคมเธอก็ต้องเริ่มงานใหม่แล้ว ซึ่งเหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นติด ๆ กัน ด้วยเวลาที่ยังผ่านไปไม่นาน ทำให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นยังคงกระทบความรู้สึกของเธออยู่ คุณเหนือมีเพื่อนคนหนึ่งที่สามารถปรึกษาได้ทุกอย่าง และทราบทุกเรื่องราวที่เธอเจอ เพื่อนคนนี้จะบอกกับคุณเหนือเสมอว่า สามารถไปนอนกับเขาได้ พูดคุยกับเขาได้ ในช่วงที่เธอไม่อยากให้ที่บ้านเป็นห่วงก็จะไปนอนกับเพื่อนคนนี้ คุณเหนือพูดเสริมว่าเธอไม่สามารถนอนที่บ้านได้เลยเพราะทุก ๆ เหตุการณ์มักเกิดขึ้นที่บ้านอยู่ตลอด รวมถึงคุณเหนือตัดสินใจว่าจะเบรกจากงานและพยายามฮีลตัวเอง ในระหว่างนั้นเธอไม่อยากอยู่เฉย ๆ จึงตั้งใจจะรับงานฟรีแลนซ์ไปก่อน คุณเหนือต้องกำลังใจและคำปรึกษาจากดีเจว่าจะต้องทำอย่างไรให้เธอสามารถมูฟออนจากเรื่องราวทั้งหมดได้ หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดดีเจได้เริ่มให้คำแนะนำโดยเริ่มจาก ‘ดีเจเติ้ล’ กล่าวว่า "จากที่คุณเหนือได้พูดเรื่องอาการของน้องแมว คุณหมอใช้คำว่า Rare case พี่มั่นใจว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยาก เพราะฉะนั้นต้องพยายามบอกตัวเองว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับคุณเหนือ ไม่ใช่คุณเหนือดูแลเขาไม่ดี โรคเหล่านี้เหนือการควบคุม ไม่อยากให้โทษตัวเองคุณเหนือทำดีที่สุดแล้วก่อนที่น้องจะจากไป และเรื่องแฟน พี่เข้าใจว่าคบกันมา 13 ปี ความสัมพันธ์ก็กำลังจะพัฒนาไปแต่งงาน ในมุมหนึ่งมันโหดร้ายมากแต่ในอีกมุมหากจะมองเรื่องนี้ให้มีกำลังใจคือ โคตรโชคดีที่ได้รับรู้เรื่องนี้ก่อนจะแต่งงานกัน เพราะถ้าแต่งงานกันไปแล้วคงไม่คิดจะว่าจะต้องเลิก และคุณเหนือจะเจ็บปวดมากกว่านี้ สุดท้ายสำหรับพี่ เวลาเกิดเรื่องร้ายขึ้นจะคิดเอาไว้ว่า เมื่อชีวิตลงไปถึงจุดที่แย่ที่สุดแล้วทุกอย่างจะค่อย ๆ ดีขึ้น เพียงแค่ต้องอดทนอยู่กับมันให้ได้จนกว่าจะถึงช่วงเวลาที่ชีวิตดีขึ้น ในระหว่างนั้นคุณเหนืออาจเจอกับผู้ชายคนใหม่ที่ดีกว่า 13 ปีนั้นก็ได้ ในส่วนที่คุณเหนือกำลังปวดหัวกับเรื่องงาน หากยังมีเงินที่จะดูแลตัวเองได้ ก็เห็นด้วยที่จะพักเรื่องานไว้ก่อน และหลังจากนี้อาจเป็นประตูบานใหม่ที่ทำให้คุณเหนือเจออะไรดี ๆ อีกมากมาย พี่เชื่อมาเสมอว่าหากสิ่งไหนที่เกิดขึ้นกับเราแล้ว มันมักจะพาเราไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีกว่าในชีวิตเราเสมอ เพียงแค่ต้องอยู่ ทน และไปต่อให้ได้ สิ่งที่ดีกำลังจะรอคุณเหนืออยู่" ถัดมาที่ ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า "ชีวิตของเราไม่จากเป็นก็จากตาย มีเพียงสองอย่าง ในวันที่ใครจากตายไปจะเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ทุกคนที่ยังอยู่จะต้องผ่านมันไปให้ได้ ในเรื่องของน้องแมว พี่อยากให้คุณเหนือมองในมุมที่ดีว่า เขาโชคดีมากที่การจากไปของเขาเป็นประโยชน์ต่อน้องแมวตัวอื่น ๆ อย่างไรก็ต้องมีวันที่จากกัน แต่ในการจากลาครั้งนี้น้องแมวที่เรารักและดูแลมาเขาอาจจะสามารถต่อชีวิตให้กับน้องแมวตัวอื่น ๆ ได้อีก คุณเหนือไม่ต้องรู้สึกผิดเพราะมันเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ทำได้เพียงหวังว่าหากชาติหน้ามีจริงให้เราได้เกิดมาเจอกันอีก เก็บความทรงจำ ความน่ารักของเขาไว้ในใจเรา ในส่วนของผู้ชาย 13 ปี สิ่งเดียวที่โชคร้ายในเรื่องนี้คือคุณเหนือย้ายงานเพื่อคนที่ไม่สมควรได้รับ ความโชคดีคือคุณเหนือมีเงินลาออกจากที่นี่ได้ แล้วไปใช้ชีวิตอยากเที่ยว หรืออยากกลับไปทำงานที่เก่าก็ทำได้ทั้งสิ้น สามารถออกแบบชีวิตได้ด้วยตนเอง เพราะคุณเหนือเอาสิ่งไม่ดีออกจากชีวิตไปแล้วและสิ่งที่ดีกำลังจะเกิดขึ้นไม่มีอะไรแย่กว่าผู้ชายนอกใจแล้ว" ถัดมาที่ ‘ดีเจเกรท’ กล่าวว่า "เข้าใจเรื่องน้องแมวมาก ๆ ส่วนตัวพี่เองในวันที่น้องแมวยังอยู่ เวลามองหน้าน้องก็คิดว่าจะเจอแมวที่น่ารักขนาดนี้ได้อีกไหมนะ เพราะรู้ว่าสุดท้ายคงต้องจากกันในสักวัน และเมื่อวันนั้นมาถึงต่อให้จะเตรียมใจไว้เพียงไหนก็ทำใจไม่ได้อยู่ดี เมื่อเกิดความทุกข์หลาย ๆ อย่างซ้อนกัน พี่มองว่า เวลาจะช่วยเยียวยาเรา และอีกคำหนึ่งคือ ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อที่มีความทุกข์แล้วเรามัวถามกับตัวเองว่า “เมื่อไหร่จะหาย” ซ้ำไปมา มันจะยิ่งทำให้เราทุกข์มากขึ้น แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เรายอมรับว่า เรากำลังเสียใจกับเรื่องนั้นอยู่ พี่มองว่าความรู้สึกเสียใจนั้นจะค่อย ๆ เบาบางลง สุดท้ายอยากให้คุณเหนือหาอะไรก็ตามที่มีความสุข และได้พัฒนาตัวเอง เพราะเมื่อคุณเหนือเริ่มเห็นคุณค่าในตัวเองเพิ่มขึ้นที่ละนิด ความเศร้าจะค่อย ๆ จางหายไปโดยอัตโนมัติ" ปิดท้ายที่ ‘หมอท้อป’ กล่าวว่า "มีคนมาปรึกษาในลักษณะเดียวกับคุณเหนือเยอะ จังหวะชีวิตเราไม่สามารถทำนายได้ เวลาเรื่องแย่ ๆ เข้ามาในชีวิตเยอะ ๆ ให้บอกกับตัวเองไว้ว่า มันเป็นความรู้สึกคนปกติไม่ได้ผิดอะไร เวลาเจอเรื่องแย่ ๆ ติดกันเรายังไม่ทันเสียใจกับเรื่องแรกเสร็จ ยังไม่มีเวลาทำใจ เรื่องถัดไปก็เข้ามาแล้ว อย่างในกรณีของคุณเหนือเรื่องแย่ ๆ มาเดือนชนเดือนเลย ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือหากมีเวลาต้องค่อย ๆ ปล่อยให้ตัวเองได้เสียใจไปทีละเรื่อง ยิ่งหากเป็นคนเข้มแข็งจะเจอปัญหาเหล่านี้เยอะ เพราะคิดว่าตัวเองไหว ยังไหวเสมอ และเพิกเฉยต่ออารมณ์ตัวเอง ความเครียดก็จะถูกสะสมไปเรื่อย ๆ ในเรื่องแมว หมอมองว่าต่อให้จะไม่ใช่เคสที่หายาก แต่เป็นเคสหาง่ายทั่วไป และดูแลดีมาก ๆ ก็ยังจากไปได้ จึงไม่อยากให้คุณเหนือรู้สึกผิดเลย เพราะไม่ใช่ความผิดของคุณเหนือ อาจเป็นเรื่องธรรมชาติ ยิ่งโรคยาก ๆ เป็นไปได้ยากที่เจ้าของหรือคนในครอบครัวจะรู้ และในกรณีนี้น้องแมวถึงกับกลายเป็น Case Study นั่นแปลว่าเป็นเคสยากจริง ๆ หมอจะพูดกับทุกคนอยู่เสมอว่า การสูญเสียสัตว์เลี้ยงไปเท่ากับการสูญเสียคนไปหนึ่งคน หรืออาจจะมากกว่าเสียคนหนึ่งคนก็ได้ เพราะกับสัตว์เลี้ยงเรามีความผูกพันธ์เยอะ และเขาอาจจะดีกว่าใครบางคนในชีวิตเรา ให้เวลากับตัวเอง ทำบุญให้น้อง ดูแลตัวเอง อะไรก็ก็ตามที่คิดว่าทำแล้วเป็นสิ่งดีสามารถทำได้เลยเพื่อให้ตัวเองก้าวผ่านเรื่องราวนี้ไปได้ และในเรื่องของแฟน จากที่คุณเหนือเลือกพูดถึง 13 ปีก่อน แปลว่าคุณเหนืออาจเสียดายเวลาที่ผ่านไป แต่คุณหมอมองว่ายังดีกว่าการเป็น 23 ปี หรือ 33 ปี ให้บอกตัวเองว่าเป็นเรื่องดีแล้วที่จบตั้งแต่ตอนนี้ คุณหมอเชื่อว่าสักวันหนึ่งคุณเหนืออาจโทรมาบอกว่าได้เจอคนใหม่ที่ทำให้มีความสุขมากก็ได้ และเรื่องงานหากยังไม่อยากจะลาออก ลองลาหยุดก่อน ให้เวลาตัวเองเสียใจ และลองย้อนมองดูว่าเรายังโอเคกับงานนี้อยู่ไหม ในวันที่เราหายเสียใจแล้ว ถ้างานนี้ยังโอเคก็ทำต่อ แต่ถ้าดูแล้วงานนี้ไม่ใช่ก็ไปทำงานอื่น"เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สามีเลี้ยงลูกคนละแบบกับเรา เราอยากเลี้ยงแบบให้ลูกสนิทเหมือนเพื่อน มีอะไรก็พูด แต่สามีระเบียบจัด ทุกอย่างต้องเป็นไปตามแผนที่วางไว้ จนตอนนี้ ลูกคนโต อายุ 12 เริ่มเลียนแบบ พูดจารุนแรง และ คนเล็ก อายุ 5 ขวบ

05 ก.ค. 2024

สามีเลี้ยงลูกคนละแบบกับเรา เราอยากเลี้ยงแบบให้ลูกสนิทเหมือนเพื่อน มีอะไรก็พูด แต่สามีระเบียบจัด ทุกอย่างต้องเป็นไปตามแผนที่วางไว้ จนตอนนี้ ลูกคนโต อายุ 12 เริ่มเลียนแบบ พูดจารุนแรง และ คนเล็ก อายุ 5 ขวบ

สามีเลี้ยงลูกคนละแบบกับเรา เราอยากเลี้ยงแบบให้ลูกสนิทเหมือนเพื่อนมีอะไรก็พูด แต่สามีระเบียบจัด ทุกอย่างต้องเป็นไปตามแผนที่วางไว้จนตอนนี้ ลูกคนโต อายุ 12 เริ่มเลียนแบบ พูดจารุนแรง และ คนเล็ก อายุ 5 ขวบเริ่มกลายเป็น Perfectionist ไม่กล้าทำอะไรผิด ตอนนี้เราเครียดมาก “คุณเกด (นามสมมติ)” อายุ 38 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (26 มิ.ย. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับสามีเลี้ยงลูกด้วยอารมณ์รุนแรงจนลูกคนโตเริ่มทำตาม ส่วนลูกคนเล็กไม่กล้าทำผิด โดย “คุณเกด (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘ตอนนี้มีปัญหากับสามี เพราะเรื่องวิธีการดูแลลูกต่างกันมาก สามีอายุ 48 ปีเรามีลูก 2 คน คนโตอายุ 12 ขวบและคนเล็ก 5 ขวบ คือเราจะเลี้ยงลูกเป็นเพื่อน เป็น Safe zone ให้เขา แต่สามีเวลาอยู่บ้านจะหงุดหงิด ฉุนเฉียว จนตอนนี้ลูกคนโตเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ก็ซึมซับพฤติกรรมมาจากพ่อ มีอาการฉุนเฉียวกับเราและน้อง คือถอนหายใจใส่ ขึ้นเสียง ดุน้องด้วยประโยคที่เขาที่โดนพ่อดุ แต่ถ้าพ่ออยู่เขาจะเรียบร้อย เพราะเขากลัวพ่อมาก ส่วนคนเล็กเริ่มติดนิสัยต้องสมบูรณ์แบบเพราะเวลาเขาทำการบ้านนาน อ่านหนังสือผิดเขาก็จะโดนพ่อดุ จนครูมี Feedback กลับมาว่าเวลาที่เขาทำผิดหรือทำไม่ทันเพื่อน เขาจะร้องไห้ ผิดหวังในตัวเอง แล้วก็จะกลายเป็นว่าเขาไม่อยากทำอะไรเลย เพราะกลัวว่าจะทำผิด หรือเวลาครูเข้าไปทักเรื่องนี้ หรือตอนที่เขาไม่ทันเพื่อน ก็จะร้องไห้เลย เราเคยพยายามลองคุยเรื่องการเลี้ยงลูกหลายครั้ง แต่เขาก็จะว่าเรากลับว่าเราเลี้ยงลูกตามใจ แล้วก็ทะเลาะกันทุกครั้ง จนตอนหลังเวลาเขาเริ่มหงุดหงิดเราจะใช้วิธีดึงลูกออกมาแล้วไปที่อื่น สามีเขาทำงานตำแหน่งระดับผู้บริหาร เขาจะสั่งทุกคน อยากให้ทุกคนทำตามที่เขาคิด เรารู้สึกว่าเขาเอานิสัยที่ทำงานมาใช้ที่บ้าน ยกตัวอย่าง ลูกคนโตเขายกนมแกลลอนกระดกกิน (ไม่ใช้แก้ว) พ่อก็จะว่าเลยว่าทำแบบนี้ไม่ได้ นมจะบูด แล้วบังคับให้ลูกนั่งกินนมให้หมดตรงนั้นวันนั้น เราไม่ได้อยู่ตรงนั้น เราเห็นแค่ทำไมลูกไปอยู่ตรงนั้น เลยไปเปิดกล้องดูแล้วได้ยินบทสนทนา เราเลยไปปลอบลูกแล้วก็เอานมไปเก็บ แล้วเราก็ไปคุยกับสามีที่หลัง หลังจากส่งลูกเข้านอน จนตอนนี้เราแทบไม่กล้าปล่อยให้ลูกอยู่กับสามีตามลำพังโดยที่เราไม่อยู่บ้านเลย เวลาเสาร์อาทิตย์เราพยายามลูกไปเรียนพิเศษข้างนอก เช่นดนตรี กีฬา แต่พ่อเขามองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ มีอยู่วันหนึ่งพ่อเขาอยู่ที่โรงเรียนสอนพิเศษด้วย แล้วมีคุณครูมา Feedback ว่าวันนี้น้องทำอย่างนี้อย่างนั้น เขาก็บอกว่า “กลับไปบ้านผมไม่รู้หรอกนะ ว่าลูกผมได้หรือไม่ได้ เพราะผมก็ไม่รู้ว่าเรียนยังไง เล่นยังไง” แถมลูกก็อยู่ตรงนั้น พอกลับมาบ้านลูกมาพูดกับเราว่า เขาไม่อยากทำแล้ว เขาไม่อยากเล่นแล้ว เพราะกลัวพ่อ คือตอนที่มีลูกคนแรกคนเดียวสามีไม่ได้เป็นขนาดนี้ ซึ่งเราก็มองว่ามันก็ดีนะ คนนึงเป็นระเบียบ อีกคนนึงคอยดูลูก มันจะได้บาลานซ์กัน อีกมุมนึงเราก็ไม่รู้ว่าวัยทองของเขาหรือป่าว ตอนเป็นแฟนกัน เขาก็มีหงุดหงิดบ้าง แต่ไม่ได้ขนาดนี้ เรารู้สึกว่าเขาจะเคร่งกับลูกมาก อาจจะเป็นเพราะเขาเป็นพี่คนโต แล้วเป็นครอบครัวคนจีน มีครั้งหนึ่งเขาพูดกับลูกคนโตว่า “ถ้าเรียนจบก็หาเงินส่งน้องเรียนด้วยนะ” ตอนนั้นเราโกรธมาก เราโพล่งออกมาว่า “จะปลูกฝังความคิดแบบนี้กับลูกไม่ได้ เรามีลูกเองเราอย่าไปฝากภาระให้ลูก” เขาก็สวนมาว่า “ก็เขาเป็นแบบนั้น ถูกเลี้ยงมาแบบนั้น” จริงๆเขาแทบจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับลูกเลย ปกติจะเป็นหน้าที่หลักของเรา ที่จะจัดการเรื่องลูก ส่วนเขามีหน้าที่แค่หาเงิน ช่วยรับส่งลูก เราเลยคิดว่าถ้ามีหน้าที่แค่นี้แล้วทำให้สภาพแวดล้อมลูกแย่ลง มันไม่มีดีกว่าไหม เราอยากปรึกษาว่า อย่างแรกเราจะปรับความคิด พฤติกรรมลูกยังไงดี เพราะในมุมเรา ปรับกับสามีคงยากเกินไปแล้ว อีกอย่างหนึ่งคือ ถ้าเราแยกกันอยู่มันจะดีกับลูกมากกว่าไหม’ ซึ่ง “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘เด็กในช่วงอายุ 3-5 ขวบ คือช่วงที่หล่อหลอมเลย เพราะยิ่งอยู่ในวับที่มีพฤติกรรมเลียนแบบ เห็นพ่อแม่ทำยังไง เขาก็จะทำแบบนั้น ถ้าพ่อแม่อารมณ์รุนแรงทะเลาะกัน เขาจะมีพฤติกรรมตวาด อาละวาดแน่นอน ต่อให้พ่อแม่ไม่ทะเลาะกัน เป็นครอบครัวที่อบอุ่นมากๆ เขาก็ยังอยู่ในวัยที่จะปลดปลอล่อยอารมณ์ของเขา โรวเรียนที่ลูกผมอยู่เขาสอนว่า “คุณต้องยอมรับอารมณืตัวเอว และรู้ว่าตัวเองกำลังรู้สึกอะไรอยู่ ถ้าเสียใจบอกว่าเสียใจ ถ้าโมโหบอกว่าโมโห” เขาอยู่ในวัยที่กำลังแสดงออกทางอารมณ์ของเขามันคือวัยที่บ่งบอกตัวตน ส่วนสามีผมว่าเปลี่ยนเขายาก แต่ทางนึงที่ผมคิดออกคือพากันไปหาจิตแพทย์เด็ก ไม่รู้ว่าสามีจะเปิดใจยอมรับหรือป่าว เพราะแม้กระทั่งกับครู่สอนพิเศษยังพูดแบบนั้น ผมว่ามันเป็น Mindset ที่อาละวาดทุกคนรอบตัวไปหมด ถ้าเป็นเมืองนอกจะเรียกว่า ”Karen “คืออยู่ดีๆก็เดินมาด่าแบบไม่มีเหตุผล ถ้าเป็นเมืองไทย ก็ “มนุษย์ป้า มนุษย์ลุง” มองลบทุกอย่าง ด่า มีปัญหา การไปพบจิตแพทย์เด็กคือ เขาจะให้คำแนะนำจี้จุด แล้วให้พ่อแม่ไปแก้ไข พฤติกรรมลูกก็จะเปลี่ยน เพราะหายทัน 4-5 ขวบ แต่ลูกที่อายุ 12 ขวบแล้ว ก็พอจะมีวิธีเปลี่ยน ถ้าคุณพ่อไม่ให้ความร่วมมือ คุณแม่ก็จะเหนื่อนิดนึง ต้องคอยอธิบายกับลูก เช่น ”พ่อเขาเหนื่อย เวลาคนเราเหนื่อยก็จะหงุดหงิดง่ายก็เลยเสียงดังออกมา การที่คุณพ่อเหนื่อยเป็นเพราะเขาพยายามหาเงินมาให้ลูกเรียน“ นี่คือวิธีการที่จะประคับประคองอีกฝ่ายหนึ่ง หรือใช้วิธี Good cop - Bad cop คอยช่วยเหลือกัน ถ้าคุณแม่ดุ พ่อก็คุยกับลูกว่า “รู้มั้ยว่าคุณเเม่เขารัก ทำไมเขาถึงดุ“ ถ้าพ่อดุ คุณแม่ก็ต้องทำเหมือนกัน ต้องช่วยกันแบบมากๆ แล้วที่คุณเกดถามว่ายังต้องมีสามีอยู่มั้ย ผมตอบไม่ได้จริงๆ ว่าการที่มีหรือไม่มี สุดท้าย ปลายทางมันจะดีหรือไม่ดี แต่อยู่ที่ว่า คุณเกดต้องการพาครอบครัวไปที่ปลายทางจำนวนเท่าไหร่ ถึงแม้เราจะรู้ว่าที่พ่อทำไปมันแค่หงุดหงิดและอยากระบายอารมณ์ใส่ลูก แต่เราก็ยังพอมีวิธีที่จะช่วยกันให้กลายมาเป็นพ่อแม่ที่ดีของลูกได้ อย่างบ้านของผม จะไม่คุยกันต่อหน้าลูกทั้งสิ้น ลูกขึ้นนอนแล้วเราจะมาทบทวนกัน ปรึกษากัน ในสิ่งที่เราปฏิบัติต่อลูก ต้องบาลานซ์ทุกวัน และที่สำคัญคือต้องฟังกันและกัน วิธีการเลี้ยงลูกในทุกวันนี้ เราต้องรู้ว่าเด็กโตมาในสังคมที่ไม่เหมือนกับตอนที่เราโต เป็นไปไม่ได้ที่คุณจะใช้วิธีการแบบที่คุณโตมา เพราะสังคมมันเปลี่ยนไปเเล้วจากหน้ามือเป็นหลังมือ มีคนบอกว่าการเลี้ยงลูกคืองานศิลปะที่ต้องค่อยปั้นช้าๆตั้งแต่เป็นดิน มันจึงต้องให้ความร่วมมือกันมากๆระหว่างพ่อและแม่ ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ให้ความร่วมมือ ผมก็เห็นด้วยกับคำที่ว่า “ไม่มีน่าจะดีกว่า” ในบางครั้งมันก็อาจจะเป็นจริง ถ้าเขาเปิดใจรับทุกอย่างยังพอช่วยได้ แต่ถ้าไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณเกด’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ให้คำแนะนำต่อว่า ‘หอมจะเรียกสามีมาคุย แล้วก็บอกว่าลูกคนโตมีพฤติกรรมแบบนี้ แล้วคุยครูก็บอกอีกว่าลูกคนเล็กมีพฟติกรรมแบบนี้ทนั่นแปลว่าตอนนี้มีปัญหา แล้วปัญหาจะมาจากพ่อแม่ ฉนั้นวันนี้เราจะจูงมือกันไปหาจิตแพทย์เด็ก แต่ถ้าเขาไม่ไป หอมก็จะปกป้องลูกทุกวิธี บอกเขาไปว่า ถ้าไม่ไปก็ต้องเปลี่ยนตัวเอง แล้วเราจะไม่ทะเลาะต่อหน้าลูก เวลาอยู่ต่อหน้าลูกเราจะพูดถึงพ่อในทางที่ดี ไม่ว่าพ่อจะดุ หรือหงุดหงิด เราจะบอกกับลูกว่า “ลูก วันนี้พ่อทำงานเหนื่อยนะเลยเป็นแบบนี้” แล้วเราจะมาด่าพ่อทีหลัง พอมาอยู่ในห้องสองคน พูดไปเลยว่า “คุณไม่ควรพูดกับติวเตอร์แบบนี้” จะทะเลาะก็ทะเลาะ เราจะทะเลาะจนกว่าคุณจะรำคาญ วันนึงเขาจะรำคาญ เขาจะไม่อยากทะเลาะกับเรา เพราะฉะนั้นจะมีทางเลือก 2 ทาง 1. คุณเปลี่ยนตัวเอง หรือ 2.ให้ฉันเปลี่ยนคุณ แล้วถ้าเขาไม่เปิดใจที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ กับความคิดเด็กชุดใหม่ของเด็กยุคนี้ ปกป้องลูก โดยการเปลี่ยนพ่อ บอกเขาไปแบบนี้เลย ว่าเราไม่อยากให้ลูกเหมือนเขา แล้วถ้าเขาบอกว่าเราเลี้ยงลูกตามใจเกินไป เราก็บอกไปเลยว่า “งั้นไปพบจิตแพทย์ด้วยกัน ไปดูว่าวิธีเลี้ยงลูกที่ถูกต้องเลี้ยงยังไง ฉันยินดีจะปรับตัว แล้วคุณยินดีจะปรับตัวหรือป่าว” ถ้าเขาบอกว่าเขาเป็นแบบนี้อยู่แล้ว งั้นก็แปลว่าลูกไม่ได้เหมาะกับคุณ คุณไม่เหมาจะมีลูก อย่ามีลูกเลย ไปคุมลูกน้องนั่นแหล่ะดีแล้ว’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องหาคนกลางมาตัดสิน เพราะเถียงกันไปเกียงกันมา เขาไม่ฟังเราหรอก ให้หมอบอกตัดสินว่าอะไหนทำถูกหรือผิด ถ้าเขายอมฟัง สิ่งที่เขาทำผิด คือต้องปรับตัว แต่ถ้าไม่ปรับตัว งั้นก็ไม่ต้องยุ่งกับการเลี้ยงลูก เดี๋ยวฉันทำหน้าที่นี้แทน แล้วถ้ายังมายุ่งกับลูกอีก ก็จะส่งลูกไปโรงเรียนประจำ คือทำยังไงก็ได้ให้ลูกไม่ต้องอยู่กับเขา เพราะเห็นใจ มันยากมากถ้าใช้วิธีอธิบายว่าทำไมพ่อถึงหงุดหงิดใส่ แล้วก็ไม่ได้การันตีว่าลูกจะเข้าใจในสิ่งที่เราพูด’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เพื่อนเก่าสมัยมัธยมในกลุ่ม มาบอกว่าจะเลิกคบกับอีกคน ผมก็เลยขอเป็นคนกลาง แล้วเพื่อนคนนั้นก็แฉอีกคนให้ผมฟังว่าเขาบูลลี่ผมมาตลอด หลักฐานครบ เค้ามีกลุ่มแยกที่ไม่มีเราอยู่คนเดียว คุยลับหลังมา 3 ปี ผมเสียใจมากๆ

04 ต.ค. 2024

เพื่อนเก่าสมัยมัธยมในกลุ่ม มาบอกว่าจะเลิกคบกับอีกคน ผมก็เลยขอเป็นคนกลาง แล้วเพื่อนคนนั้นก็แฉอีกคนให้ผมฟังว่าเขาบูลลี่ผมมาตลอด หลักฐานครบ เค้ามีกลุ่มแยกที่ไม่มีเราอยู่คนเดียว คุยลับหลังมา 3 ปี ผมเสียใจมากๆ

เพื่อนเก่าสมัยมัธยมในกลุ่ม มาบอกว่าจะเลิกคบกับอีกคน ผมก็เลยขอเป็นคนกลางแล้วเพื่อนคนนั้นก็แฉอีกคนให้ผมฟังว่าเขาบูลลี่ผมมาตลอด หลักฐานครบ เค้ามีกลุ่มแยกที่ไม่มีเราอยู่คนเดียวคุยลับหลังมา 3 ปี ผมเสียใจมากๆ เพิ่งรู้ว่าเพื่อนคนนั้นที่ขอยืมรถเรา แล้วพูดว่าโง่เนอะ ให้กูยืมด้วย “คุณเติร์ด (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [2 ต.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจอ้อย’ เกี่ยวกับปัญหาเพื่อนนินทาลับหลังเรา ทั้งที่ต่อหน้าเขาดีกับเรามาก โดย “คุณเติร์ด (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตอนนี้ผมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เรื่องเกิดเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว คือหนึ่งในเพื่อนกลุ่มเก่าตอนมัธยมโทรมาปรึกษาผมเรื่องเพื่อนอีกคนในกลุ่ม แบบมาบอกว่าเขานิสัยไม่ดีอะไรบ้าง อยากจะเลิกคบกับเขาทำยังไงบ้าง? ผมก็เลยให้คำปรึกษาว่า จะเลิกคบหรือไม่เลิกคบกัน ผมก็ขอเป็นคนกลางเพราะว่าเพื่อนคนที่เขาเล่ามาเขาก็ดีกับผมมาตลอด แต่ประเด็นคือว่าเพื่อนพูดว่า “เติร์ดกูไม่อยากเล่าให้มึงฟังนะ แต่เรื่องที่โดนนินทา คนที่โดนเยอะสุดคือเติร์ดนะ” แต่ผมไม่รู้ตัว คิดว่าเขาดีกับผมในกลุ่ม เพราะระยะเวลาที่คบกันมา 3 ปีเขาดีกับผมมาตลอดเลย จนผมไว้ใจเพื่อนคนนี้ที่สุดในกลุ่ม จนพอมาล่าสุด ผมมารู้ว่าเพื่อนที่ผมไว้ใจที่สุดกลับกลายเป็นว่าลับหลังผม ผมโดนเละที่สุดเลยในกลุ่ม ผมโดนเยอะมากๆ แล้วเพื่อนก็แคปหลักฐานทุกอย่างมาให้ผมดูหมดเลย เพราะเพื่อนมีแชทกลุ่ม ไม่ว่าผมจะอัปเดตชีวิตในโซเชียล หรือลงอะไร ผมจะโดนแคปลงในแชทกลุ่มที่ไม่มีผม ซึ่งเพื่อนคนอื่นก็เออ ออไปด้วย พอเขาจะแตกกันก็มาเล่าให้ผมฟังว่าจะเลิกคบกับคนนั้นแล้วนะ เพราะเขานิสัยไม่ดี แต่ที่ผ่านมาเขามีการมายืมเงิน ยืมมอเตอร์ไซค์ของผม พอผมให้ยืมเขาก็เอาไปพูดลับหลังว่าผมโง่ให้ยืมด้วย เพื่อนคนนั้นยังไม่รู้ว่าผมรู้เรื่องทั้งหมดแล้วที่เขาเผาผม ตอนนี้เขาก็ยังทำเป็นดีกับผม ยังคุยกันปกติ ผมอยากถามพี่ๆว่า ควรคบเพื่อนคนนี้ต่อดีมั้ย? หรือควรตัดไปเลยเพราะผมก็รู้ความจริงหมดแล้วว่าที่ผ่านมามันก็ไม่ได้หวังดีกับเราจริงๆ’ ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเป็นคนแรกว่า ‘แน่นอนอยู่แล้วว่าพี่จะไม่คบคนกลุ่มนี้ แต่ชีวิตคนก็เป็นแบบนี้แหละ มองในแง่ดีคือมันก็เป็นภูมิคุ้มกันเรา เพราะว่าเติร์ดอาจจะได้เจอคนแบบนี้อีกก็ได้ เหมือนประสบการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียน ขนาดคนที่เราสนิทกันขนาดนี้มันยังพูดลับหลังกันได้ ซึ่งมันมีแบบนี้จริงๆบนโลกนี้ เราก็แค่ได้รู้ว่าคนๆนี้เป็นแบบนี้ ได้เรียนรู้ที่จะไว้ใจคน คนที่เราช่วยเหลือเขามาตลอด แล้วสิ่งที่มันทำคืออะไร แต่พี่ว่ายังไงก็ต้องตัด’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาเป็นคนที่สองว่า ‘คนๆนี้ถ้ามันใช่แบบที่เติร์ดเล่ามาทั้งหมด คนแบบนี้มันเน่าตั้งแต่ข้างใน คนที่มันก่อร่างสร้างตัวมาเป็นคนที่มี attitude แบบนี้มันโตมายังไง พี่ว่ามันเลวทรามยิ่งกว่าเม้าท์ปากเสีย เพราะฉะนั้นคนแบบนี้เติร์ดไม่จำเป็นต้องแคร์อะไรมันด้วยซ้ำ ถ้าเป็นพี่ พี่จะส่งแชทที่เพื่อนแคปมาให้ดูส่งให้มันไปเลย แล้วไม่ต้องคุยอะไรเลยก็ได้ ส่งเสร็จบล็อกไปเลยจบๆ หรือถ้าจะใส่กันสักชุดก็ได้ แค้นอะไรก็บอกไป คุยจบก็แยกย้ายกันเลย เป็นพี่ก็ไม่เอาไว้เหมือนกัน’ และสุดท้าย “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่อ้อยเคยอ่านเจอประโยคนึงว่า เราเลือกคนที่เราเจอไม่ได้ แต่เลือกว่าจะวางเขาไว้ตรงไหนในชีวิตได้ เราไม่รู้หรอกว่าคนที่เราจริงใจกับเขา เขาจะตลบหลังเราเมื่อไร แต่เมื่อเรารู้แล้ว เราเลือกวางเขาไว้ตรงไหนที่ไม่ต้องทำให้เราดีลกันอีกก็ได้ พี่ว่าบางทีมันไม่จำเป็น เดี๋ยวเติร์ดก็มีเพื่อนอีกหลายๆกลุ่ม อาจจะไปเจอแบบเดียวกันอีก หรือเป็นอีกแบบเลยก็ได้ ใดๆก็ตามเราอาจจะเสียใจ อาจจะเจ็บแค้น แต่ที่สุดแล้วการล้างแค้นที่สาสมที่สุดคือเขาคนนั้นต้องไม่มีผลอะไรต่อใจของเติร์ดอีกตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เติร์ดยังเจ็บปวดไปกับคนๆนั้น ถือว่าเติร์ดยังให้ความสำคัญกับคนๆนั้นอยู่นะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

อากง อาม่า ให้เราออกจากงานประจำมาเป็น CEO ดูแลธุรกิจกงสี เราต้องวางระบบใหม่ทั้งหมด ทั้งๆที่เราเป็นลูกคนกลาง พี่ชาย น้องชาย ไม่เห็นต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย พี่ชาย กับ น้องชายเรา เอาเงินกงสีออกมาใช้ซื้อรถหรูไปใช้

01 ส.ค. 2025

อากง อาม่า ให้เราออกจากงานประจำมาเป็น CEO ดูแลธุรกิจกงสี เราต้องวางระบบใหม่ทั้งหมด ทั้งๆที่เราเป็นลูกคนกลาง พี่ชาย น้องชาย ไม่เห็นต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย พี่ชาย กับ น้องชายเรา เอาเงินกงสีออกมาใช้ซื้อรถหรูไปใช้

อากง อาม่า ให้เราออกจากงานประจำมาเป็น CEO ดูแลธุรกิจกงสี เราต้องวางระบบใหม่ทั้งหมดทั้งๆที่เราเป็นลูกคนกลาง พี่ชาย น้องชาย ไม่เห็นต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย พี่ชาย กับ น้องชายเราเอาเงินกงสีออกมาใช้ซื้อรถหรูไปใช้ หลายครั้งที่รู้สึกว่า ได้รับการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมน้อยใจกับสิ่งที่เจอมาก ล่าสุดเราไปช่วยอากงขายที่ดินได้แต่อากงกลับบอกว่าให้หารพี่น้องเท่าๆกันทุกคน “คุณสอง (นามสมมติ)” สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [30 ก.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเป็นลูกสาวคนกลางในครอบครัวเชื้อสายจีน ทำทุกอย่างมากกว่าลูกชายสุดท้ายได้ผลตอบรับไม่เท่ากัน โดย “คุณสอง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วอาม่าหนูเสีย แต่ก่อนจะเสียได้มีการเรียกลูกหลานทุกคนกลับมารวมตัวกันแล้วประกาศว่าจะยกกิจการกงสีของบ้านที่ต่างจังหวัดให้กับหนู ทำให้หนูต้องลาออกจากงานประจำที่กรุงเทพเพื่อมาดูแลต่อ ตั้งแต่มาอยู่ก็รู้สึกว่าเหนื่อยจังเลย เรารู้ว่าอากงรักเราแต่มันดันเป็นความรักแบบ Tough Love ไม่ว่าจะทำอะไร ก็รู้สึกว่าดีไม่พอ อากงก็จะชอบพูดว่า “เนี่ย ทำไมยอดขายได้เท่านี้เอง ทำไมทำได้แค่นี้ มันไปไหนหมด!” ต้องบอกก่อนว่าตอนแรกที่มาทำมันเครียดมากเลย การเงินก็สะเปะสะปะไปหมด อากงมักจะคิดว่าหนูเอาเงินไปใช้คนเดียว พอหนูเริ่มเข้ามาเคลียร์ว่าเงินไหนใช้ในกงสี เงินไหนไว้ใช้จ่ายในบ้าน ก็ได้รู้ว่าไม่ใช่เราหนิที่ใช้เงิน เงินจากกงสีก็ถูกคนในบ้านดึงไปใช้เยอะมาก พี่ชายกับน้องชายก็ได้รถหรูไปคนละคัน ในขณะที่หนูยังต้องซื้อรถใช้เองอยู่เลย ก็เลยเริ่มมีความน้อยใจ เพราะหนูทั้งลาออกจากงาน ทั้งยอมห่างกับแฟน แต่ที่สำคัญที่บ้านก็ไม่ชอบให้คบกับแฟนคนนี้อีกเพราะเขามองว่าแฟนเรามีที่ติ พ่อแม่แยกทางกันแถมแม่ก็เสียแล้ว เขากลัวแต่งแล้วจะไม่มีญาติมา เขาอยากให้หนูไปแต่งกับกงสีชาวจีนด้วยกันมากกว่า ส่วนตัวด้านการทำงานไม่มีปัญหาเลยเพราะมันคล้ายกับงานประจำที่เคยทำมาแต่จะมีปัญหาจิตใจมากกว่าที่เขากดดันหนู แล้วเป็น Tough Love แบบคนจีนเลยจริง ๆ ทำอะไรก็ดีไม่พอ ล่าสุดหนูช่วยขายที่ดินให้จนได้ แต่อากงกลับบอกว่าให้หารเงินเท่ากันทุกคน ทั้ง ๆ ที่เราเป็นคนพาไป โดยเขาก็บอกอีกว่าหนูไม่ต้องเอาหรอก ได้จากเงินกงสีไปแล้ว แถมได้เยอะกว่าเพื่อนเลย แต่บางทีหนูก็รู้สึกว่าน้อยใจจัง หนูกับพี่น้องไม่ได้มีปัญหากันแค่เป็นความรู้สึกของคนที่ทำมากกว่าว่าเราควรได้มากกว่าหรือเปล่า หนูไม่รู้ว่าหนูคิดไปคนเดียวหรือเปล่าว่า หรือเพราะหนูเป็นลูกสาวคนเดียวแถมเป็นคนกลางด้วย พี่ชายรับราชการ น้องชายก็เล่นหุ้นออกงานสังคม อากงเลยบอกว่าอย่าไปยุ่งกับพี่น้องนะเพราะเขามีหน้ามีตาในสังคมแล้ว หนูก็เลยแอบรู้สึกว่าทำไมต้องเป็นหนูที่ต้องคอยเสียสละทุกอย่าง ต้องคอยดูแลคนในบ้านซึ่งก็มีแต่ผู้สูงอายุที่เอาใจยากมากเลย ตอนอยู่กรุงเทพต่างคนต่างใช้ชีวิตของตนเองไม่มีปัญหาเลย หนูอยู่กับแฟน คบกันมา 4 ปี จนมีการวางแผนแต่งงานกัน หนูรักแฟนคนนี้มาก แฟนก็น่ารักกับหนูมาก เขาพร้อมที่จะแต่งเข้าในบ้านหนูด้วย ขนาดเราเองยังอยากออก แต่เขาเต็มใจที่จะแต่งเข้าเพราะเห็นว่าหนูเหนื่อย ผู้ชายแบบนี้คือมันหาไม่ได้แล้ว หนูเคยพูดคุยกับพ่อแม่แล้วแต่ก็เหมือนไม่มีใครอยู่ข้างหนูเลย เขาก็ไม่ชอบแฟนหนู เวลาพาแฟนมาเจอเขาก็จะทำหน้าขรึม ๆ ไม่ยิ้ม ไม่ต้อนรับ อาม่าอากงเลยชอบแนะนำว่าบ้านนั้นดีมากเป็นเพื่อนในวงกันเอง อารมณ์อยากให้ดองกัน เขาคงคิดว่าถ้าได้แต่งงานกับคนที่รวยกว่าอาจจะสบายขึ้นก็ได้ หนูว่าการที่หนูเข้ามาทำในสิ่งที่รุ่นอากงอาม่าเขาไม่ทำ หนูเข้มงวดขึ้น ทุกคนก็คงจะคิดว่าเขาได้ผลประโยชน์น้อยลงด้วย หนูก็เลยอยากได้กำลังใจจากพี่ ๆ รวมถึงอยากได้ความคิดเห็นจากพี่ ๆ ว่าทำยังไงดีให้เรา compromise อยู่ได้ แล้วในอนาคตถ้าอยากแต่งงานกับคนนี้จะทำยังไงดี มีวิธีการไหม?’ เริ่มจาก “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องขอส่งกำลังใจให้เพราะไม่ใช่แค่เราที่เจอปัญหาแบบนี้แน่ ๆ เวลาดูหนังมาแล้วรู้สึกตรงกับชีวิตตัวเองแปลว่าหนังก็เขียนมาจากเรื่องชีวิตจริงของเขาเหมือนกัน มันเป็นเรื่องที่คนไทยเชื้อสายจีนเจอกันหมดทุกแซ่ ทุกตระกูลอย่างไม่น่าเชื่อ คงต้องรอให้เกิดการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยไปก่อน ให้มันค่อย ๆ คลายความคิดและวัฒนธรรมนี้ไป ซึ่งมันกำลังเปลี่ยนแหละแต่เราดันมาเจอช่วงเปลี่ยนผ่านพอดี แต่ในเมื่อเกิดมาในครอบครัวนี้แล้ว แถมชีวิตตอนนี้เราเป็นคนเลือกเอง ก็คงทำได้แค่ต้องเข้าใจมัน เพราะฉะนั้นถ้ามันจำเป็นต้องอยู่ในเส้นทางที่เหนื่อยใจแบบนี้ก็แนะนำให้มีคนที่เราเลือกเองคอยอยู่ข้าง ๆ ให้เราได้พักบ้าง อย่างน้อยก็เป็นสิทธิ์อย่างหนึ่งของเราที่ต้องได้เลือกคู่ครองด้วยตัวเอง สุดท้ายแล้วคนที่เราเลือกไม่ได้ทำให้กิจการครอบครัวเสียหายหรืออาจจะดีขึ้นด้วยซ้ำ เราก็ควรจะพักผ่อนหัวใจบ้าง และการจะได้แต่งงานกับคนนี้ได้คงต้องใช้เวลาเพราะตลอดเวลาที่คบกับก็ไม่ได้ไปเจอกับที่บ้านบ่อย การเอาชนะใจคงต้องใช้เวลา เพราะจากที่เล่ามาก็ไม่น่าจะถึงขั้นสั่งให้เลิกแล้วจะคลุมถุงชนหรอก สักวันเขาจะรับเขยคนนี้ได้ มันก็อยู่ที่การกระทำของแฟนเราด้วย ถ้าไปแบบเรียบร้อย ใจเย็น เข้ากับผู้ใหญ่ได้ก็ไม่นานหรอก’ ต่อไป “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าจะ compromise ก็ต้องมองเรื่องนี้เป็นเรื่องดีให้ได้ ซึ่งเข้าใจว่ายากแต่ก็ต้องพยายาม พี่เชื่อว่าเราชินแล้วเพราะเราเติบโตมาในครอบครัวนี้ เพียงแค่ตอนนี้มันหนักเกินไปจนอยากหาที่ระบาย ถ้ารู้สึกว่าอันไหนไม่สมเหตุสมผลเรามีสิทธิ์พูดออกมาได้ เฮงซวยก็พูดออกมาได้ พี่ว่าเราต้องทำให้เขาเห็นว่าในเมื่อเลือกเรามาจัดการกงสีนี้แล้ว เขาต้องเคารพในสิ่งที่ตัวเราตัดสินใจ เพราะไม่งั้นให้เอาคนอื่นมาทำแทน พยายามมองในแง่ดีว่าการที่เขาเลือกเราแปลว่าเขาเห็นแล้วว่าเราทำได้ ถ้าให้พี่กับน้องมาทำคงไม่รอด ทำให้เขาเคารพเราให้ได้ แต่ไม่ใช่บ้าอำนาจ แค่ต้องอธิบายว่าที่เราทำคืออะไร เพื่ออะไร แต่ถ้าถึงจุดที่อธิบายแล้วไม่เข้าใจ ไม่มีใครฟัง ก็สามารถพูดออกไปได้ว่างั้นให้คนอื่นทำ ในเมื่อเราขึ้นมารับหน้าที่นี้แล้วก็อย่าให้คนอื่นมาแทรกแซงโดยไม่สนอะไร ส่วนเรื่องการแต่งงานคิดว่าก็ต้องใช้เวลาเพราะเรารู้อยู่แล้วว่าบ้านนี้มันไม่ง่ายมันต้องใช้ความสม่ำเสมอ ใช้เวลาในการพิสูจน์ อีกอย่างถ้าเราทำให้เขารู้สึกได้ว่าขาดเราไปไม่ได้ การต่อรองในอนาคตก็จะง่ายขึ้น เรื่องการเลือกคู่ครองก็จะง่ายขึ้นให้ทุกคนยอมรับว่านี่คือสิ่งที่เราเลือกแล้ว’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สิ่งที่พี่จะบอกคงเป็นตัวเลือกสุดท้ายเพราะคุณสองคงยังไม่กล้าทำคือเรียกทุกคนในบ้านมานั่งคุย ว่าให้เรามาอยู่ตรงนี้จะยื่นคำขาดว่าจะวางทุกอย่างให้เป็นระบบแล้วนะ คนทำงานจะต้องได้เงินมากกว่า ฉะนั้นใครอยากได้ค่าตอบแทนจากกงสีนี้ก็ต้องมาทำงานเพื่ออากงจะได้ไม่พูดกับเราว่ามีปัญหาเรื่องเงิน แต่ถ้าวางระบบแล้วอากงยังมีปัญหาเราก็เปิดแพลตฟอร์มให้ดังกว่าน้องชาย เพราะเขาบอกน้องมีหน้ามีตาในสังคมเราก็ทำคอนเทนต์เลย เรื่องงานจบแล้วก็คุยเรื่องต่อไปเลย ก็แนะนำแฟนให้ทุกคนรู้จักแล้วพูดว่า “เวลาเจอกันทุกครั้งช่วยรักษามารยาทด้วยคนนี้คือพ่อของลูก อันนี้ไม่ได้มาขอ แต่มาบอกให้รับทราบและทั้งหมดนี้ใครมีปัญหาเราจะขายกิจการแล้วก็แบ่งเงินเอาไปตั้งตัวด้วยกันทั้งหมด” พี่เชื่อว่าอากงมีปัญหาแน่ ๆ แต่ก็เน้นว่า “ไม่ได้มาขอ มาแจ้งให้ทราบ” ส่วนถ้าเป็นในชีวิตจริงที่น่าจะกล้าทำ พี่จะแนะนำว่าให้แต่งงานแล้วพาแฟนมาอยู่ด้วย ให้ช่วยทำงาน ให้ทำรายได้หรือทำสิ่งแปลกใหม่ที่บริษัทนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ให้เขารู้ว่าสิ่งนี้มาจากเราและแฟน แล้วอากงก็จะยอมรับเพราะบ้านไหน ๆ ก็หวงเรื่องเงินทั้งนั้น อำนาจอยู่ในมือแล้วหรือถ้าใครไม่โอเคกับแฟนคนนี้ก็เชิญย้ายออกได้เลย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-