ผมอยากรณรงค์ให้คนที่ขับขี่บนท้องถนน ระมัดระวังคนที่ข้ามทางม้าลายมากกว่านี้ ทำเพื่อลดอุบัติเหตุกันเถอะนะครับ!

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมอยากรณรงค์ให้คนที่ขับขี่บนท้องถนน ระมัดระวังคนที่ข้ามทางม้าลายมากกว่านี้ ทำเพื่อลดอุบัติเหตุกันเถอะนะครับ!

02 เม.ย. 2026

ผมอยากรณรงค์ให้คนที่ขับขี่บนท้องถนน

ระมัดระวังคนที่ข้ามทางม้าลายมากกว่านี้

ทำเพื่อลดอุบัติเหตุกันเถอะนะครับ!

        ‘คุณกีต้าร์’ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (1 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวที่ตนนั้นเพิ่งเฉียดการเกิดอุบัติเหตุกับ 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น' เกี่ยวกับการรณรงค์ให้ผู้ที่ขับขี่บนท้องถนน ระมัดระวังคนที่กำลังข้ามถนนบนทางม้าลาย

        ‘คุณกีต้าร์’ เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเย็นของวันที่ผ่านมา ในจังหวะที่คุณกีต้าร์กับเพื่อนกำลังจะเดินข้ามถนนตรงทางม้าลายที่หน้ามหาวิทยาลัย รถยนตร์ทุกคันเมื่อเห็นว่าคุณกีต้าร์กับเพื่อนกำลังรอข้ามทางม้าลาย ก็พากันชะลอเพื่อหยุดรถ 

        เมื่อคุณกีต้าร์กับเพื่อนเห็นเช่นนั้นจึงได้รีบพากันเดินข้ามถนนอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเดินมาถึงเลนสุดท้ายของถนน จู่ ๆ ก็ได้มีคุณป้าคนหนึ่งขี่รถมอเตอร์ไซค์มาด้วยความเร็ว คุณกีต้าร์จึงบอกให้เพื่อนหยุดเดิน เมื่อทั้งคู่หยุดเดิน คุณป้าคนนั้นก็ได้หยุดรถเช่นกัน ทันใดนั้นคุณป้าก็ได้พูดขึ้นมาว่า “เดี๋ยวก็ตายหรอกอีx่า!” แล้วก็ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านทั้งคู่ไปในทันที ปล่อยทิ้งให้คุณกีต้าร์กับเพื่อนยืนงงว่าเมื่อกี้พวกเราเป็นฝ่ายที่ผิดหรือไม่

        หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ เหล่าดีเจจึงพูดถึงเรื่องกฎหมายจราจรของประเทศไทย พร้อมยกตัวอย่างเคสที่ไม่ดีมาพูดให้ฟัง เพื่อให้คุณผู้ฟังทางบ้าน และคุณกีต้าร์เห็นภาพชัดเจนว่าไม่ควรทำตาม รวมทั้งช่วยกันย้ำเตือนและอยากให้ผู้ขับขี่ทุกคนคำนึงถึงคนข้ามทางม้าลาย ควรจะชะลอหรือหยุดรถให้คนข้ามถนน เพื่อที่จะได้ลดอุบัติเหตุและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

รู้สึกว่าแฟนมีแฟนเก่าคนโปรดมาตลอด แต่เรื่องที่ทำให้รับไม่ได้ คือเห็นแฟนเปิดคลิปแล้วช่วยตัวเอง พอไปเปิดดูก็เจอว่าเป็นคลิปที่แฟนแอบตั้งกล้องถ่ายแฟนเก่าตอนมีอะไรกัน

07 พ.ย. 2025

รู้สึกว่าแฟนมีแฟนเก่าคนโปรดมาตลอด แต่เรื่องที่ทำให้รับไม่ได้ คือเห็นแฟนเปิดคลิปแล้วช่วยตัวเอง พอไปเปิดดูก็เจอว่าเป็นคลิปที่แฟนแอบตั้งกล้องถ่ายแฟนเก่าตอนมีอะไรกัน

คบกับแฟนได้ 5-6 เดือน รู้สึกว่าแฟนมี แฟนเก่าคนโปรด มาตลอดแฟนยังไม่ Move on กับรักครั้งเก่า ยังทักแชทไปหาแฟนเก่าก่อนทุกวันแต่แฟนเก่าของแฟนก็ตอบแบบเพื่อน ขีดสถานะชัดเจนเพราะเขาก็มีแฟนใหม่ไปแล้ว แต่เรื่องที่ทำให้หนูรับไม่ได้เห็นแฟนตัวเอง แอบเปิดคลิปวิดีโอที่เซฟไว้ แล้วช่วยตัวเองพอเราแอบไปเปิดดูในไดร์ฟ เจอว่าเป็นคลิปที่แฟนแอบตั้งกล้องถ่ายแฟนเก่าไว้ตอนมีอะไรกัน ซึ่งไม่รู้ว่าผู้หญิงรู้ตัวไหม?ตอนนี้สับสนไปหมด จะบอกผู้หญิงคนนั้นดีไหมว่าโดนแอบถ่ายจะบอกแฟนดีไหมว่ารู้แล้ว หรือ ทำเป็นไม่รับรู้อะไรเลย แล้วเลิกไปเลย “คุณเกี๊ยว” (นามสมมติ) อายุ 36 ปี เป็นสายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (5 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจต้นหอม - ดีเจเฟี๊ยต - ดีเจอ้อม” เรื่องจับได้ว่าแฟนแอบช่วยตัวเองกับคลิปแฟนเก่า “คุณเกี๊ยว” (นามสมมติ) ได้เล่าว่า ‘เกี๊ยวเพิ่งเข้ามาทำงานที่บริษัทเมื่อประมาณต้นปี และก็ได้ไปอยู่ทีมเดียวกับพี่คนหนึ่ง เราก็สนใจเขาและเขาก็โสด แต่เหมือนเขาจะมีแฟนเก่าคนโปรด ระหว่างนั้นความสัมพันธ์เรากับเขาก็ดีขึ้น เขาคุยกับเรามากขึ้น จนได้คบกันเมื่อ 6-7 เดือนที่แล้ว แต่พอคบกันแล้วเราอยู่กับเขามากขึ้น เราก็เห็นเขาคุยกับใครสักคนอยู่ตลอดเวลา เราก็ไปส่องเฟซบุ๊กเขาและก็ไปเจอแฟนเก่าเขา เราก็ไม่สบายใจเพราะเห็นว่าเขาแชทคุยกันเยอะ มีอยู่วันหนึ่ง เขาต้องไปไซต์งานข้างนอก เราก็เลยไปแอบอ่านแชทที่เขาคุยกันเพราะรู้สึกคาใจ ปรากฎว่าเขาคุยกันเยอะก็จริงแต่ส่วนใหญ่ก็คุยเรื่องทั่วไป เช่น เรื่องดารา การเมือง ฟุตบอล หรือไม่ก็ส่งมีมตลกให้กัน ซึ่งเรารู้สึกไม่โอเคตรงที่ว่าทำไมเขาไม่คุยกับเรา เราคาใจมากเลยโทรไปหาพี่ผู้หญิงที่เป็นแฟนเก่า เขาก็ตกใจและก็ขอโทษ เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าแฟนเรามีแฟนแล้ว เรื่องนั้นเราก็เข้าใจเพราะเราก็คุยกับแฟนแล้วว่าไม่อยากให้ใครรู้ ฝั่งผู้หญิงก็บอกว่าเขาเข้าใจเรา เขาจะเลิกคุย และจะบล็อกผู้ชายให้ แต่เราบอกไปว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวแฟนจะรู้ว่าเราแอบอ่านแชทแล้วจะทะเลาะกัน และเขาก็บอกว่าต่อจากนี้จะคุยให้น้อยที่สุด ให้เราสบายใจได้เพราะแฟนเก่าคนนั้นก็แต่งงานแล้ว ประเด็นคือพอคบกันมาเรื่อย ๆ เราก็รู้สึกจริง ๆ ว่าเขาดูไม่ค่อยอินกับเรา มันอาจจะสะสมมาหลายอย่าง เหมือนกับว่าเขาคงลืมแฟนเก่าไม่ได้จริง ๆ แต่มันมาพีคตรงที่มีอยู่คืนหนึ่ง เมื่อประมาณกลางเดือนที่ผ่านมา เราไม่สบายเลยนอนไปตั้งแต่หัวค่ำ ทีนี้เรารู้สึกตัวขึ้นมากลางดึกและเราเห็นเขากำลังช่วยตัวเองอยู่ ตอนแรกเราคิดว่าเขาน่าจะดูหนังโป๊จนเราได้ยินเสียงหมาที่เราคุ้นหูออกมาจากคลิป ก็คือหมาของเขา เราก็ช็อคเพราะกลัวว่าจะเป็นคลิปที่เขาถ่ายเรา จนเขาเสร็จธุระ เขาก็เก็บ External Harddisk ที่มีคลิปของแฟนเก่าไว้ในลิ้นชักแล้วก็ล็อคเอาไว้ เราก็แอบมองว่าเขาเก็บกุญแจไว้ที่ไหน วันรุ่งขึ้นเขาไปทำงาน เราก็แอบไปหากุญแจมาเปิด พอเปิดดูก็เจอว่ามันเป็นคลิปที่เขามีอะไรกันกับแฟนเก่า ซึ่งมันเป็นคลิปที่เขาไม่ได้ถ่ายกันแบบรู้ตัว เพราะเดาจากระยะคิดว่าเขาน่าจะแอบถ่ายและมันก็มีคลิปเยอะพอสมควร ใจเราตอนนี้อยากเลิกกับเขา เราเลยอยากปรึกษาว่าเราควรบอกพี่ผู้หญิงเรื่องที่เราไปเจอคลิปนี้ดีไหม? เรามองว่าเขาก็เป็นผู้เสียหาย หรือเลิกกับฝ่ายชายแล้วจบไป ทำเหมือนไม่เคยรู้มาก่อน’ เริ่มที่ “ดีเจอ้อม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับพี่คือพี่ห่วงเกี๊ยวก่อน การที่เราเห็นคนอื่นมีโอกาสที่อยู่ในกล้องนั้นได้ ถ้าเกี๊ยวเป็นน้องพี่ พี่จะบอกให้เกี๊ยวเช็คให้เรียบร้อยก่อน ในบริเวณบ้านทั้งหมดมันมีกล้องอะไรแอบอยู่รึเปล่า พี่เอาความชัวร์เรื่องพวกนี้ก่อน ยังไม่จำเป็นต้องรีบบอกเขา เอาความปลอดภัยและความสบายใจของตัวเองก่อน เพราะถ้าทำได้หนึ่งครั้ง มันอาจจะมีครั้งที่สองหรือสามเกิดขึ้นอีกก็ได้ พี่ห่วงความปลอดภัยมากกว่า อยากให้จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย ส่วนเรื่องบอกหรือไม่บอกเดี๋ยวระหว่างทางที่เราจัดการมันจะบอกได้เองว่าเกี๊ยวรู้สึกยังไง’ ต่อมา “ดีเจเฟี๊ยต” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘ถ้ามีโอกาสสืบหาเรื่องคลิปจนถึงที่สุดแล้วเราคิดว่าไม่มีของเรา ก็สามารถหยุดจบได้ แต่ระหว่างนี้ถ้ามีโอกาสอยู่ก็อยากให้ลองหาดู แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับความสบายใจเรา ถ้าเรารู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว อยู่ไม่ได้แล้วกับผู้ชายคนนี้ เราก็จำเป็นจะต้องถอย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกทางเลือกของเรา ถ้าตัดสินใจแล้วมันออกอีกแบบหนึ่ง แล้วมาคิดโทษตัวเองทีหลังว่าวันนั้นเราไม่น่าทำอย่างนี้เลย ไม่ต้องคิดแบบนั้น เพราะการตัดสินใจเราตอนนั้นมันดีที่สุดแล้ว แต่ก็คืออยากแนะนำว่าให้ลองค้นหาดู แล้วถ้าเกิดว่ามันมีแนวโน้มที่จะคุกคามเราต่อไปในอนาคต เราอาจจะต้องหาความรู้ด้านกฎหมายเอาไว้ปกป้องคุ้มครองตัวเองด้วย เพราะขนาดคนเก่าที่เขาบอกว่านั่นเป็นความรักของเขามาก ๆ เขายังสามารถคุกคามความรักของเขาได้ เราก็ไม่รู้เลยว่าในอนาคตต่อไปถ้าเรายังอยู่กับคนนี้ แล้วเราจะเป็นยังไง ดูแล้วไม่ค่อยน่าปลอดภัยเท่าไหร่’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘อย่างแรกเพื่อความชัวร์เกี๊ยวลองไปหาอุปกรณ์ที่ช่วยเช็คพวกกล้องแอบถ่าย ถ้าเป็นไปได้ให้ Back up คลิปนั้นไว้ด้วยเพื่อเป็นหลักประกันในอนาคต และเกี๊ยวก็ไปพูดคุยกับเขาว่าเราไปเจอคลิปนี้มา เธอมีคลิปเราบ้างไหมเพราะเราหวาดระแวงและกังวล ถ้าเขาบอกว่าไม่มี ก็ต้องขอโทรศัพท์เขามาเช็คแล้วก็ถามว่าที่เธอถ่ายกับแฟนเก่า ผู้หญิงคนนั้นรู้ตัวไหม? ถามเพื่อเอาคำตอบจากเขา ถ้าเขาตอบว่าผู้หญิงคนนั้นไม่รู้ บอกเขาว่าให้ลบโฟลเดอร์นั้น ไม่งั้นเราจะเป็นคนบอกเขาเอง แต่ถ้าเขาบอกว่าผู้หญิงคนนั้นรู้ เราก็แยกกันตรงนั้น เราแค่ต้องการจะรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเขารู้ตัวไหม แค่นั้น แต่เพื่อความปลอดภัยอาจจะมีเพื่อนไปคอยสแตนบายไว้ช่วยเหลือเราสักคน เผื่อถ้ามันเกิดอะไรไม่ดีขึ้นมา’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายกาวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เราเพิ่งฟ้องหย่าสามี เพราะสามีมีผู้หญิงอื่น แต่อยากจะได้วิธีการสอนลูกยังไงให้ไม่เกลียดพ่อตัวเองดีคะ?

28 พ.ย. 2025

เราเพิ่งฟ้องหย่าสามี เพราะสามีมีผู้หญิงอื่น แต่อยากจะได้วิธีการสอนลูกยังไงให้ไม่เกลียดพ่อตัวเองดีคะ?

เราเพิ่งฟ้องหย่าสามี เพราะสามีมีผู้หญิงอื่นเรากอดลูกสาว 8 ขวบร้องไห้ตลอด ตอนนี้เริ่มดีขึ้นแล้วแต่อยากจะได้วิธีการสอนลูกยังไงให้ไม่เกลียดพ่อตัวเองดีคะ?พ่อเขาก็ยังมีแวะมาเจอลูก มาทำหน้าที่พ่ออยู่จะทำให้ลูกเข้าใจยังไงดีว่าพ่อและแม่จะไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมกันแน่นอน “คุณน้ำชา (นามสมมติ)” อายุ 37 ปี เป็นสายแรก ในรายการ พุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (26 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เรื่องขอวิธีสอนลูกไม่ให้ลูกเกลียดพ่อ และให้เข้าใจว่าพ่อกับแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว “คุณน้ำชา (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘อยากมาปรึกษาเรื่องวิธีการสอนลูกที่ไม่ให้เขาเกลียดพ่อ คือเราเพิ่งหย่ากับสามี ลูกเราอายุ 8 ขวบ พอจบเรื่องหย่าแล้วลูกก็อยู่กับเรา แต่ว่าฝ่ายพ่อต้องส่งค่าเลี้ยงดูให้เราทุกเดือนตามคำสั่งของศาล แต่จริง ๆ แล้วลูกเขาไม่ได้เกลียดพ่อ เพียงแต่ว่าตอนที่เกิดเรื่อง เราก็เล่าให้ลูกฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อแม่ พ่อกับแม่ไม่ได้รักกันแล้ว พ่อไปรักคนผู้หญิงคนอื่น เขาก็ได้รับรู้ในวัยที่เขาควรจะรู้แล้ว แต่บางครั้งเขาก็จะถามว่า “พ่อไปไหน ทำไมพ่อไม่กลับ” แรก ๆ เราก็บอกไปว่าพ่อเขาไปทำงาน จนหลัง ๆ มันเกิดเรื่องนี้ขึ้นมา เราก็เลยบอกไปว่ามันเกิดเรื่องนิดนึงนะ พ่อกับแม่ไม่ได้รักกันแล้ว พ่อเผลอไปรักผู้หญิงคนอื่น มันก็เลยทำให้เราต้องห่างกัน ในช่วงนั้นคือทรมานมาก ๆ เราร้องไห้และกอดไปกับลูก เราบอกกับเขาว่าพ่อเขาทำผิดและแม่ก็ไม่สามารถให้อภัยพ่อได้ คือเรื่องมันรุนแรงมากจนไปถึงชั้นศาล ไปถึงการฟ้องร้อง แต่ ณ วันนี้ สถานะทุกอย่างมันก็จบลงเหลือเแค่การเป็นพ่อเป็นแม่ให้ลูก ก่อนหน้านี้เขาก็ไม่ได้ดูแลลูกอยู่แล้ว เขามีหน้าที่แค่โอนเงินรายเดือนมาให้ หลังจากเกิดเรื่องเขาก็เจอลูกแค่ประมาณ 2-3 ครั้งในวันพิเศษต่าง ๆ อย่างวันเกิดลูก เราก็ไม่ได้กีดกันเลย แต่เรารู้อยู่แล้วว่าตัวเขาคงไม่ได้อยากที่จะมาหาลูก ลูกยังเคยมีคำถามว่า “พ่อจะไม่มีโอกาสกลับมานอนที่เตียงนี้แล้วใช่ไหม” เราก็ร้องไห้ แต่เราก็บอกไปว่า “ถ้าอยากไปนอนบ้านพ่อ ลูกก็ไปได้นะ” เวลาเขาเจอพ่อ เขาก็ดีใจตามประสาเด็กที่ไม่ค่อยได้เจอพ่อ เหมือนว่าเขาวางพ่อไว้เป็นฮีโร่ของเขา เป็นคนที่เขาคิดถึง เป็นคนที่เขาอยากเจอ เวลาเขาไปเที่ยวกับพ่อแล้วเราถามว่าเป็นยังไง เขาก็จะตอบกลาง ๆ เซฟพ่อของเขา คือลูกเราเขาเป็นคนที่เซฟทุก ๆ คน จะไม่พูดว่าร้ายใครเลย แต่ตอนอยู่ด้วยกัน พ่อกลับไม่ได้เลือกครอบครัวเป็น Priority หลัก ก็ไม่ได้สนใจลูกเท่าไหร่คือเราไม่อยากสอนให้ลูกเกลียดพ่ออยู่แล้ว แต่ในอีกทางคือลูกก็จะอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ไม่ได้ สรุปแล้วสิ่งที่เราทำมันโอเคแล้วหรือเปล่า’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผมค่อนข้างเป็นคนที่คุยกับลูกด้วยเหตุผลอยู่แล้ว ถ้าเราสังเกตว่าลูกของเรา เขาเป็นคนที่สามารถเข้าใจในเหตุและผลที่เราเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ฟังได้ ถ้าสิ่งที่เราพยายามอธิบายแล้วเขาเข้าใจว่า พ่อไปชอบผู้หญิงคนอื่นนะ แต่พ่อก็ยังเป็นพ่ออยู่ ซึ่งผมว่าอันนี้ซับซ้อนที่สุดแล้ว ถ้าลูกสาวของคุณน้ำชาเข้าใจมันในระดับหนึ่งได้ ถ้าเป็นผม ผมจะคุยด้วยเหตุและผลและพยายามอธิบายให้เขาเข้าใจว่าความสัมพันธ์ในแบบผู้ใหญ่ มันจะเริ่มซับซ้อนขึ้นอย่างไรบ้าง ความรักที่มีให้กันวันหนึ่งจะหมดลง ผมจะค่อย ๆ อธิบายให้กับลูกฟัง โดยที่ผมจะไม่พยายามไปชี้นำว่าเขาต้องรักพ่อนะ เขาต้องเกลียดพ่อนะ แต่เลือกวิธีที่จะถามและฟังว่าเขารู้สึกอย่างไรมากกว่า แล้วเราก็ปรับจากตรงนั้น เขาจะเข้าใจมากหรือน้อยไม่รู้แต่ดีกว่าผมไม่ได้สื่อสารออกไป เราฟังว่าเขารู้สึกบวกหรือลบ เต็มสิบเขายังรักพ่อเท่าไหร่ แล้วเราค่อยเดินหน้ากันต่อด้วยพื้นฐานตรงนั้นมากกว่าและผมยังเชื่อว่าถ้าเป็นบ้านที่ใช้เวลากับการอ่านหนังสือด้วยกัน มันจะมีหนังสือนิทานที่เล่าเกี่ยวกับครอบครัว อาจจะเป็นครอบครัวสัตว์ชนิดหนึ่งที่ครอบครัวไม่สมบูรณ์ ผมว่ามันอาจจะเป็นสื่อกลางที่ทำให้เรามีภาพมาเปรียบเทียบให้เด็กเข้าใจได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘พี่จะค่อย ๆ ให้ลูกรับรู้และก็อยู่กับความจริงที่ว่าจากนี้พ่อกับแม่จะไม่เหมือนเดิม ชีวิตเขาจะต้องเปลี่ยน แต่ว่ามันจะไม่มีวันที่พ่อกับแม่จะไปอยู่ด้วยกันแบบเดิม มันต้องใช้เวลาให้เขายอมรับตรงนี้ให้ได้ แรก ๆ เขาก็จะงงแหละ แต่ว่าสักพักเขาจะเข้าใจและอยู่กับมันได้ เพราะชีวิตเขาก็จะชินไปเอง ซึ่งมันต้องใช้เวลาส่วนเรื่องที่ว่าจะพูดยังไงไม่ให้เขาเกลียดพ่อ พี่ว่ามันไม่จำเป็นต้องไปพูดว่า “อย่าไปเกลียดพ่อนะ” พี่แค่รู้สึกว่าอธิบายให้เขาเข้าใจว่าพ่อกับแม่จากที่เคยรักกัน ตอนนี้มันมีบางอย่างที่ทำให้เราไม่ได้รักกันอีกต่อไปแล้ว โดยที่สถานะความเป็นพ่อเป็นแม่มันยังคงอยู่ สำหรับพี่ พี่ก็จะบอกเขาว่า สิ่งที่พ่อมีปัญหากับแม่ มันไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งที่พ่อทำกับหนู เพราะฉะนั้นความรู้สึกที่หนูมีต่อพ่อถ้ามันเคยเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นต่อไป หนูไม่ต้องไปโกรธเขาเพราะหนูรักแม่ มันไม่เกี่ยวกัน และที่สำคัญคือหนูจะรู้สึกอย่างไรกับเขาต่อจากนี้ไป ขึ้นอยู่กับว่าพ่อเป็นพ่อหนูอย่างไรด้วยเหมือนกันและสุดท้ายพี่ว่าน้ำชาต้องไม่พยายามพูดซ้ำ ๆ ในสิ่งที่พ่อทำกับเราในอดีตอีก เพราะว่าวันนี้มันจบแล้ว การไม่พูดถึงมันอีกคือสิ่งที่ดีที่สุด อยู่กับปัจจุบัน ให้ลูกตัดสินตามสิ่งที่เขาเห็น มันต้องขึ้นอยู่กับว่าน้ำชาต้องรู้ด้วยว่าลูกเป็นเด็กที่เข้าใจง่ายขนาดไหน บางอย่างต้องอธิบายละเอียดหรือยกตัวอย่างเปรียบเทียบอะไรให้เขาเห็นภาพหน่อย’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ปัญหาของผู้ใหญ่อย่าไปยัดใส่ลูก ถ้ารักลูก ปัญหาสิ่งเหล่านี้จะทำให้ลูกคิดมาก ลูกจะรักหรือเกลียดพ่อมาจากการกระทำของพ่อที่เขาเห็นเอง เขาอาจจะไม่ดีกับเราแต่ตอนเขาอยู่กับลูกเขาอาจจะเป็นพ่อที่ดีก็ได้ ให้ลูกตัดสินใจเองว่าเขาจะรักหรือเขาจะเกลียดพ่อก็ด้วยการกระทำของพ่อเขาส่วนปัญหาของผู้ใหญ่ให้เป็นปัญหาของผู้ใหญ่ มันใหญ่เกินไปสำหรับเด็ก วันหนึ่งถ้าพ่อไม่รักลูก พ่อไม่มาหาลูก เด็กจะตัดสินใจได้เอง เขาจะรู้ได้ด้วยตัวเอง เขาอยู่ในช่วงปรับตัว ถ้าเรารู้สึกว่าการปรับตัวมันทำให้เขารู้สึกว่ามันยาก ลองหากิจกรรมหรือความสุขอื่น ๆ มาทดแทนให้เขา’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

อากง อาม่า ให้เราออกจากงานประจำมาเป็น CEO ดูแลธุรกิจกงสี เราต้องวางระบบใหม่ทั้งหมด ทั้งๆที่เราเป็นลูกคนกลาง พี่ชาย น้องชาย ไม่เห็นต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย พี่ชาย กับ น้องชายเรา เอาเงินกงสีออกมาใช้ซื้อรถหรูไปใช้

01 ส.ค. 2025

อากง อาม่า ให้เราออกจากงานประจำมาเป็น CEO ดูแลธุรกิจกงสี เราต้องวางระบบใหม่ทั้งหมด ทั้งๆที่เราเป็นลูกคนกลาง พี่ชาย น้องชาย ไม่เห็นต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย พี่ชาย กับ น้องชายเรา เอาเงินกงสีออกมาใช้ซื้อรถหรูไปใช้

อากง อาม่า ให้เราออกจากงานประจำมาเป็น CEO ดูแลธุรกิจกงสี เราต้องวางระบบใหม่ทั้งหมดทั้งๆที่เราเป็นลูกคนกลาง พี่ชาย น้องชาย ไม่เห็นต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย พี่ชาย กับ น้องชายเราเอาเงินกงสีออกมาใช้ซื้อรถหรูไปใช้ หลายครั้งที่รู้สึกว่า ได้รับการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมน้อยใจกับสิ่งที่เจอมาก ล่าสุดเราไปช่วยอากงขายที่ดินได้แต่อากงกลับบอกว่าให้หารพี่น้องเท่าๆกันทุกคน “คุณสอง (นามสมมติ)” สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [30 ก.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเป็นลูกสาวคนกลางในครอบครัวเชื้อสายจีน ทำทุกอย่างมากกว่าลูกชายสุดท้ายได้ผลตอบรับไม่เท่ากัน โดย “คุณสอง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วอาม่าหนูเสีย แต่ก่อนจะเสียได้มีการเรียกลูกหลานทุกคนกลับมารวมตัวกันแล้วประกาศว่าจะยกกิจการกงสีของบ้านที่ต่างจังหวัดให้กับหนู ทำให้หนูต้องลาออกจากงานประจำที่กรุงเทพเพื่อมาดูแลต่อ ตั้งแต่มาอยู่ก็รู้สึกว่าเหนื่อยจังเลย เรารู้ว่าอากงรักเราแต่มันดันเป็นความรักแบบ Tough Love ไม่ว่าจะทำอะไร ก็รู้สึกว่าดีไม่พอ อากงก็จะชอบพูดว่า “เนี่ย ทำไมยอดขายได้เท่านี้เอง ทำไมทำได้แค่นี้ มันไปไหนหมด!” ต้องบอกก่อนว่าตอนแรกที่มาทำมันเครียดมากเลย การเงินก็สะเปะสะปะไปหมด อากงมักจะคิดว่าหนูเอาเงินไปใช้คนเดียว พอหนูเริ่มเข้ามาเคลียร์ว่าเงินไหนใช้ในกงสี เงินไหนไว้ใช้จ่ายในบ้าน ก็ได้รู้ว่าไม่ใช่เราหนิที่ใช้เงิน เงินจากกงสีก็ถูกคนในบ้านดึงไปใช้เยอะมาก พี่ชายกับน้องชายก็ได้รถหรูไปคนละคัน ในขณะที่หนูยังต้องซื้อรถใช้เองอยู่เลย ก็เลยเริ่มมีความน้อยใจ เพราะหนูทั้งลาออกจากงาน ทั้งยอมห่างกับแฟน แต่ที่สำคัญที่บ้านก็ไม่ชอบให้คบกับแฟนคนนี้อีกเพราะเขามองว่าแฟนเรามีที่ติ พ่อแม่แยกทางกันแถมแม่ก็เสียแล้ว เขากลัวแต่งแล้วจะไม่มีญาติมา เขาอยากให้หนูไปแต่งกับกงสีชาวจีนด้วยกันมากกว่า ส่วนตัวด้านการทำงานไม่มีปัญหาเลยเพราะมันคล้ายกับงานประจำที่เคยทำมาแต่จะมีปัญหาจิตใจมากกว่าที่เขากดดันหนู แล้วเป็น Tough Love แบบคนจีนเลยจริง ๆ ทำอะไรก็ดีไม่พอ ล่าสุดหนูช่วยขายที่ดินให้จนได้ แต่อากงกลับบอกว่าให้หารเงินเท่ากันทุกคน ทั้ง ๆ ที่เราเป็นคนพาไป โดยเขาก็บอกอีกว่าหนูไม่ต้องเอาหรอก ได้จากเงินกงสีไปแล้ว แถมได้เยอะกว่าเพื่อนเลย แต่บางทีหนูก็รู้สึกว่าน้อยใจจัง หนูกับพี่น้องไม่ได้มีปัญหากันแค่เป็นความรู้สึกของคนที่ทำมากกว่าว่าเราควรได้มากกว่าหรือเปล่า หนูไม่รู้ว่าหนูคิดไปคนเดียวหรือเปล่าว่า หรือเพราะหนูเป็นลูกสาวคนเดียวแถมเป็นคนกลางด้วย พี่ชายรับราชการ น้องชายก็เล่นหุ้นออกงานสังคม อากงเลยบอกว่าอย่าไปยุ่งกับพี่น้องนะเพราะเขามีหน้ามีตาในสังคมแล้ว หนูก็เลยแอบรู้สึกว่าทำไมต้องเป็นหนูที่ต้องคอยเสียสละทุกอย่าง ต้องคอยดูแลคนในบ้านซึ่งก็มีแต่ผู้สูงอายุที่เอาใจยากมากเลย ตอนอยู่กรุงเทพต่างคนต่างใช้ชีวิตของตนเองไม่มีปัญหาเลย หนูอยู่กับแฟน คบกันมา 4 ปี จนมีการวางแผนแต่งงานกัน หนูรักแฟนคนนี้มาก แฟนก็น่ารักกับหนูมาก เขาพร้อมที่จะแต่งเข้าในบ้านหนูด้วย ขนาดเราเองยังอยากออก แต่เขาเต็มใจที่จะแต่งเข้าเพราะเห็นว่าหนูเหนื่อย ผู้ชายแบบนี้คือมันหาไม่ได้แล้ว หนูเคยพูดคุยกับพ่อแม่แล้วแต่ก็เหมือนไม่มีใครอยู่ข้างหนูเลย เขาก็ไม่ชอบแฟนหนู เวลาพาแฟนมาเจอเขาก็จะทำหน้าขรึม ๆ ไม่ยิ้ม ไม่ต้อนรับ อาม่าอากงเลยชอบแนะนำว่าบ้านนั้นดีมากเป็นเพื่อนในวงกันเอง อารมณ์อยากให้ดองกัน เขาคงคิดว่าถ้าได้แต่งงานกับคนที่รวยกว่าอาจจะสบายขึ้นก็ได้ หนูว่าการที่หนูเข้ามาทำในสิ่งที่รุ่นอากงอาม่าเขาไม่ทำ หนูเข้มงวดขึ้น ทุกคนก็คงจะคิดว่าเขาได้ผลประโยชน์น้อยลงด้วย หนูก็เลยอยากได้กำลังใจจากพี่ ๆ รวมถึงอยากได้ความคิดเห็นจากพี่ ๆ ว่าทำยังไงดีให้เรา compromise อยู่ได้ แล้วในอนาคตถ้าอยากแต่งงานกับคนนี้จะทำยังไงดี มีวิธีการไหม?’ เริ่มจาก “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องขอส่งกำลังใจให้เพราะไม่ใช่แค่เราที่เจอปัญหาแบบนี้แน่ ๆ เวลาดูหนังมาแล้วรู้สึกตรงกับชีวิตตัวเองแปลว่าหนังก็เขียนมาจากเรื่องชีวิตจริงของเขาเหมือนกัน มันเป็นเรื่องที่คนไทยเชื้อสายจีนเจอกันหมดทุกแซ่ ทุกตระกูลอย่างไม่น่าเชื่อ คงต้องรอให้เกิดการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยไปก่อน ให้มันค่อย ๆ คลายความคิดและวัฒนธรรมนี้ไป ซึ่งมันกำลังเปลี่ยนแหละแต่เราดันมาเจอช่วงเปลี่ยนผ่านพอดี แต่ในเมื่อเกิดมาในครอบครัวนี้แล้ว แถมชีวิตตอนนี้เราเป็นคนเลือกเอง ก็คงทำได้แค่ต้องเข้าใจมัน เพราะฉะนั้นถ้ามันจำเป็นต้องอยู่ในเส้นทางที่เหนื่อยใจแบบนี้ก็แนะนำให้มีคนที่เราเลือกเองคอยอยู่ข้าง ๆ ให้เราได้พักบ้าง อย่างน้อยก็เป็นสิทธิ์อย่างหนึ่งของเราที่ต้องได้เลือกคู่ครองด้วยตัวเอง สุดท้ายแล้วคนที่เราเลือกไม่ได้ทำให้กิจการครอบครัวเสียหายหรืออาจจะดีขึ้นด้วยซ้ำ เราก็ควรจะพักผ่อนหัวใจบ้าง และการจะได้แต่งงานกับคนนี้ได้คงต้องใช้เวลาเพราะตลอดเวลาที่คบกับก็ไม่ได้ไปเจอกับที่บ้านบ่อย การเอาชนะใจคงต้องใช้เวลา เพราะจากที่เล่ามาก็ไม่น่าจะถึงขั้นสั่งให้เลิกแล้วจะคลุมถุงชนหรอก สักวันเขาจะรับเขยคนนี้ได้ มันก็อยู่ที่การกระทำของแฟนเราด้วย ถ้าไปแบบเรียบร้อย ใจเย็น เข้ากับผู้ใหญ่ได้ก็ไม่นานหรอก’ ต่อไป “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าจะ compromise ก็ต้องมองเรื่องนี้เป็นเรื่องดีให้ได้ ซึ่งเข้าใจว่ายากแต่ก็ต้องพยายาม พี่เชื่อว่าเราชินแล้วเพราะเราเติบโตมาในครอบครัวนี้ เพียงแค่ตอนนี้มันหนักเกินไปจนอยากหาที่ระบาย ถ้ารู้สึกว่าอันไหนไม่สมเหตุสมผลเรามีสิทธิ์พูดออกมาได้ เฮงซวยก็พูดออกมาได้ พี่ว่าเราต้องทำให้เขาเห็นว่าในเมื่อเลือกเรามาจัดการกงสีนี้แล้ว เขาต้องเคารพในสิ่งที่ตัวเราตัดสินใจ เพราะไม่งั้นให้เอาคนอื่นมาทำแทน พยายามมองในแง่ดีว่าการที่เขาเลือกเราแปลว่าเขาเห็นแล้วว่าเราทำได้ ถ้าให้พี่กับน้องมาทำคงไม่รอด ทำให้เขาเคารพเราให้ได้ แต่ไม่ใช่บ้าอำนาจ แค่ต้องอธิบายว่าที่เราทำคืออะไร เพื่ออะไร แต่ถ้าถึงจุดที่อธิบายแล้วไม่เข้าใจ ไม่มีใครฟัง ก็สามารถพูดออกไปได้ว่างั้นให้คนอื่นทำ ในเมื่อเราขึ้นมารับหน้าที่นี้แล้วก็อย่าให้คนอื่นมาแทรกแซงโดยไม่สนอะไร ส่วนเรื่องการแต่งงานคิดว่าก็ต้องใช้เวลาเพราะเรารู้อยู่แล้วว่าบ้านนี้มันไม่ง่ายมันต้องใช้ความสม่ำเสมอ ใช้เวลาในการพิสูจน์ อีกอย่างถ้าเราทำให้เขารู้สึกได้ว่าขาดเราไปไม่ได้ การต่อรองในอนาคตก็จะง่ายขึ้น เรื่องการเลือกคู่ครองก็จะง่ายขึ้นให้ทุกคนยอมรับว่านี่คือสิ่งที่เราเลือกแล้ว’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สิ่งที่พี่จะบอกคงเป็นตัวเลือกสุดท้ายเพราะคุณสองคงยังไม่กล้าทำคือเรียกทุกคนในบ้านมานั่งคุย ว่าให้เรามาอยู่ตรงนี้จะยื่นคำขาดว่าจะวางทุกอย่างให้เป็นระบบแล้วนะ คนทำงานจะต้องได้เงินมากกว่า ฉะนั้นใครอยากได้ค่าตอบแทนจากกงสีนี้ก็ต้องมาทำงานเพื่ออากงจะได้ไม่พูดกับเราว่ามีปัญหาเรื่องเงิน แต่ถ้าวางระบบแล้วอากงยังมีปัญหาเราก็เปิดแพลตฟอร์มให้ดังกว่าน้องชาย เพราะเขาบอกน้องมีหน้ามีตาในสังคมเราก็ทำคอนเทนต์เลย เรื่องงานจบแล้วก็คุยเรื่องต่อไปเลย ก็แนะนำแฟนให้ทุกคนรู้จักแล้วพูดว่า “เวลาเจอกันทุกครั้งช่วยรักษามารยาทด้วยคนนี้คือพ่อของลูก อันนี้ไม่ได้มาขอ แต่มาบอกให้รับทราบและทั้งหมดนี้ใครมีปัญหาเราจะขายกิจการแล้วก็แบ่งเงินเอาไปตั้งตัวด้วยกันทั้งหมด” พี่เชื่อว่าอากงมีปัญหาแน่ ๆ แต่ก็เน้นว่า “ไม่ได้มาขอ มาแจ้งให้ทราบ” ส่วนถ้าเป็นในชีวิตจริงที่น่าจะกล้าทำ พี่จะแนะนำว่าให้แต่งงานแล้วพาแฟนมาอยู่ด้วย ให้ช่วยทำงาน ให้ทำรายได้หรือทำสิ่งแปลกใหม่ที่บริษัทนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ให้เขารู้ว่าสิ่งนี้มาจากเราและแฟน แล้วอากงก็จะยอมรับเพราะบ้านไหน ๆ ก็หวงเรื่องเงินทั้งนั้น อำนาจอยู่ในมือแล้วหรือถ้าใครไม่โอเคกับแฟนคนนี้ก็เชิญย้ายออกได้เลย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คุณพ่อ ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แต่สุดท้ายปฏิเสธการรักษาเพราะ … ไปใช้สิทธิประกันสังคม ครั้งแรกได้ยินพยาบาลบ่นใส่ “เบื่อตาแก่คนนี้จัง” ครั้งที่สอง ขอให้พาไปห้องน้ำหน่อยได้ไหม? พยาบาลบอก “ตายในห้องน้ำมาหลายคนแล้ว” จนครั้งนี้ เศร้าที่สุดคือ พ่อบอก...

21 ส.ค. 2023

คุณพ่อ ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แต่สุดท้ายปฏิเสธการรักษาเพราะ … ไปใช้สิทธิประกันสังคม ครั้งแรกได้ยินพยาบาลบ่นใส่ “เบื่อตาแก่คนนี้จัง” ครั้งที่สอง ขอให้พาไปห้องน้ำหน่อยได้ไหม? พยาบาลบอก “ตายในห้องน้ำมาหลายคนแล้ว” จนครั้งนี้ เศร้าที่สุดคือ พ่อบอก...

คุณพ่อ ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แต่สุดท้ายปฏิเสธการรักษาเพราะ…ไปใช้สิทธิประกันสังคม ครั้งแรกได้ยินพยาบาลบ่นใส่ “เบื่อตาแก่คนนี้จัง”ครั้งที่สอง ขอให้พาไปห้องน้ำหน่อยได้ไหม? พยาบาลบอก “ตายในห้องน้ำมาหลายคนแล้ว”จนครั้งนี้ เศร้าที่สุดคือ พ่อบอก เปลี่ยนผ้าอ้อมให้หน่อยนะครับ เจ้าหน้าที่บอก...“คนนี้ก็จะตาย คนนั้นก็จะเปลี่ยนผ้าอ้อม มาดูกันว่าใครจะตายก่อนกัน” “คุณปีใหม่ (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา(16ส.ค. 66)ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก -ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอมเกี่ยวกับปัญหาคุณพ่อเจอคำพูดที่ทำร้ายจิตใจจากบุคลากรทางการแพทย์จนไม่มีใจอยากรักษา โดย “คุณปีใหม่ (นามสมมติ)” เล่าว่า `พ่อป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลรัฐในตัวจังหวัดแห่งหนึ่ง หลังจากที่เข้าคีโมครบหกครั้งแล้ว พ่อมีสภาวะแทรกซ้อน ก็คือเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พ่อมีอาการปวดขาข้างขวาขึ้นมา แล้วทีนี้คุณหมอจะนัดพบทุกๆ 3 เดือน เพื่อตรวจเลือด แต่แกมีอาการปวดขาแล้วไม่ยอมไปหาหมอเลย ด้วยทางบ้านหนูก็ไม่ได้มีรถยนต์ ไม่ได้มีรถส่วนตัว เวลาที่จะไปหาหมอแต่ละทีจะลำบาก ก็ต้องไปรถโดยสารแทน แกเลยรอให้ถึงกำหนดนัดก่อน ถึงจะไปโรงพยาบาล แล้วกำหนดนัดอีกครั้งก็คือ กันยายนเลย แต่ด้วยอาการของแก มันปวดมาก จนนอนไม่ได้ ทานข้าวไม่ได้เป็นระยะเกือบเดือนเลย จนถึงสัปดาห์ที่แล้ว ก็เลยตัดสินใจจะเรียกรถฉุกเฉิน คือจะต้องไปหาหมอแล้วแกรอไม่ไหวแล้ว พอไปถึงโรงพยาบาล คุณหมอตรวจอาการเบื้องต้นและด้วยพ่อมีโรคประจำตัว คุณหมอบอกว่า “จะต้องให้คุณหมอที่เป็นเจ้าของไข้มาดูอาการ และค่อยทำเรื่องส่งไปรักษากระดูก” คือต้องรอก่อน พอคุณหมอเจ้าของไข้มาถึงก็ให้พ่อนอนรอดูอาการที่ห้องรวมคนไข้ เบื้องต้นหนูได้แจ้งหมอไว้แล้วว่า พ่อไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้นะ เพราะคุณพ่อเดินไม่ได้จากอาการปวดขา เวลาที่แกปวดขาก็จะปวดตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาจนถึงเอว รวมไปถึงอวัยวะเพศและมีอาการร้อนมาจากข้างใน และด้วยตำแหน่งเตียงของพ่อจะอยู่ห่างจากห้องน้ำประมาณ 10 เมตร คืออยู่อีกฝั่งหนึ่งของห้อง หนูก็เลยขอคุณหมออยู่เฝ้าพ่อได้ไหม คุณหมอแจ้งกลับมาว่า ตามปกติแล้วจะไม่ให้ญาติอยู่เฝ้า หนูกับแม่คุยกันว่าไม่เป็นไรถ้าหมอไม่ให้เฝ้า จะให้พ่อใส่แพมเพิสแทน ซึ่งแกไม่เคยใส่แพมเพิสมาก่อน คืนแรกที่ใส่แพมเพิสแกหนูคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร จนวันต่อมาหนูเลิกงานรีบไปหาพ่อเลย สิ่งที่หนูเจอคือ คุณพ่อมีอาการหน้าซีด ตัวสั่นเหมือนตกใจอยู่ตลอดเวลา หนูคิดว่าเป็นอาการจากที่แกไม่ได้กินข้าว หรือปวดขามากจนไม่ได้นอนหรือเปล่า ก็เลยถาม “พ่อวันนี้ปวดขาไหม” แกตอบไม่ค่อยปวดเท่าไหร่ แล้วก็เงียบไป ซึ่งปกติพ่อจะเป็นคนชอบชวนคุย เวลาถามกลายเป็นคนถามคำตอบคำ ซึ่งตามปกติเวลาเยี่ยมของโรงพยาบาลรัฐ เขาจะแบ่งเป็น 3 ช่วง เริ่มจาก 6 โมงเช้า - 8 โมง และช่วงเที่ยง – บ่ายโมง ช่วงสุดท้าย 5 โมง – 1 ทุ่ม พอใกล้หมดเวลาเยี่ยม พ่อก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเข้าแชทไลน์กลุ่ม แล้วพิมพ์เล่าถึงเหตุการณ์แรกที่แกเจอว่า เมื่อคืนพ่อโดนพยาบาลดุ เพราะแกจะให้พยาบาลช่วยเปลี่ยนแพมเพิสให้ ด้วยความที่แกไม่เคยใส่แพมเพิสมาก่อน อาจจะมีอาการร้อนหรือปัสสาวะเต็มแล้ว แกเรียกพยาบาล 2-3 ครั้ง โดยแต่ละครั้งก็เว้นระยะประมาณ 30 นาที พยาบาลก็รับรู้ ฟังที่พ่อพูดแล้วก็เดินหนีไป จนประมาณตี 3 - 4 คุณพ่อก็ถามอีกครั้งว่า “เปลี่ยนแพมเพิสให้หน่อยได้ไหมครับ มันเต็ม” พยาบาลก็ตอบกลับด้วยภาษาอีสาน แปลออกมาก็ความหมายประมาณ ฉันเบื่อตาแก่คนนี้จัง... เหตุการณ์ที่สอง ต่อเนื่องจากที่พยาบาลไม่ยอมเปลี่ยนแพมเพิสให้ แกก็พยายามที่จะลุกไปเข้าห้องน้ำเอง แต่ด้วยความที่แกไม่มีไม้เท้า ทำให้ขณะที่พยายามลุกก็เกิดเสียงดังที่เตียงขึ้น ทำให้พยาบาลหันมาเห็น แล้วถามว่า “ทำอะไร” พ่อก็บอกว่า“จะไปเข้าห้องน้ำครับ พาไปเข้าห้องน้ำได้ไหม” พยาบาลพูดประมาณว่า “ตายมาหลายคนแล้วนะอยู่ในห้องน้ำ” หนูคิดว่าเหมือนพยาบาลจะสื่อว่าเดี๋ยวลื่นอะไรประมาณนี้ จนเหตุการณ์ที่สามที่พ่อเจอคือ เตียงข้างๆเป็นผู้สูงอายุใกล้จะเสียชีวิตแล้ว พยาบาลก็มารุมดูกันที่เตียงแล้วมีคนยืนข้าง ๆเตียงของพ่อ พ่อก็เลยกระซิบบอก “คุณหมอครับ ผมรบกวนเปลี่ยนแพมเพิสให้หน่อยได้ไหม” ซึ่งคนที่ยืนอยู่เป็นบุรุษพยาบาล ตอบกลับพ่อว่า “เอ้า! คนนึงก็จะตาย อีกคนก็จะเปลี่ยนแพมเพิส มาดูกันว่าใครจะตายก่อนกัน” หลังจากนั้นพ่อโทรหาหนู แกขอกลับบ้าน หนูก็ถามแกเป็นอะไรหรือเปล่า เป็นเพราะเหตุการณ์ที่พิมพ์มาใช่ไหม หนูก็บอกแกไม่เป็นไรนะหนูจะคุยกับคุณหมอให้ว่าขอย้ายได้ไหม แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เจอคุณหมอ พ่อเซ็นปฏิเสธ การรักษาเองทั้งหมด พอกลับบ้านมา พ่อเปลี่ยนไปเหมือนเป็นคนละคน แกจะพูดเรื่องที่แกเจอย้ำๆ ซ้ำๆ ประมาณว่า พ่อจู้จี้เกินไปหรอ พ่อไปเป็นภาระให้เขาหรือเปล่า หรือเขาคิดว่าพ่อเป็นโรคจิตหรือเปล่า? หลังจากนั้นหนูก็โทรไปร้องเรียนกับทางโรงพยาบาล เขาก็แจ้งมาว่าตอนนี้พ่อมีอาการน่าเป็นห่วงนะ ยังไม่ได้ทำการรักษาอะไรเลย พ่อเซ็นยกเลิกทั้งหมดก่อน หนูบอกเหตุผลที่พ่อยกเลิกการรักษาว่าพ่อเจออะไรบ้าง ทางโรงพยาบาลก็บอก ถ้างั้นจะย้ายตึกให้ ญาติต้องดูแลคนไข้เอง แต่ตอนนี้พ่อไม่อยากรักษาแล้ว แกบอกว่า “ถ้าเกิดพ่อจะตาย ก็อย่าเอาพ่อไปที่นี่อีก” หนูอยากขอคำแนะนำวิธีหรือคำพูดยังไงดี ไม่ให้พ่อโทษแต่ตัวเอง... ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘พูดไปเลยว่าพยาบาลคนนั้นคงเครียด อาจจะมีเรื่องเยอะแยะมากมาย คนอื่นๆก็โดนแบบนี้เหมือนกัน พ่อไม่ต้องไปสนใจ พูดให้พ่อรับรู้ว่าสิ่งนี้มันไม่ได้เกิดจากพ่อ แต่มันเป็นเพราะตัวของพยาบาลคนนั้น เป็นเรื่องที่เราบังเอิญไปเจอคนแบบนี้ ทางด้าน “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘เอาชื่อไป complain กับทางโรงพยาบาล ให้เขาได้รับรู้ว่าบุคคลนี้เป็นปัญหาของแผนกนั้นอยู่ แล้วพยายามบอกคุณพ่อว่า มันไม่ได้เป็นปัญหาที่พ่อ แต่มันเป็นปัญหาที่คน ลองยกตัวอย่างคนที่เขาดีๆ สุดท้ายไม่ใช่ความผิดของพ่อเลย อาการ ร่างกายที่จะดีขึ้นก็คือ จิตใจต้องดีขึ้นก่อน ถ้าจิตใจเราแข็งแรงเดี๋ยวอย่างอื่นก็จะตามมาครับ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘หนูอยากให้คุณพ่อรักษาตัวเอง ไม่ใช่เพื่อใครเลย แต่เพื่อครอบครัวของเรา เพื่อคนที่เรารัก กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าเกิดพ่อห่อเหี่ยว คนในบ้านก็จะห่อเหี่ยวตามนะ ขอให้พ่อกลับไปรักษาเราจะได้อยู่กับลูกหลานไปนาน ๆ ส่วนเรื่องพยาบาล พ่อไม่ผิดเลย ยายนั่นมันร้ายเอง คนอย่างยายนั่นต้องเจอคนแบบหนู...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-