ตอนไปเดตแรกกับแฟนฝรั่ง เขาบอกว่าไม่ชอบคนทำศัลยกรรม เราเลยไม่กล้าบอกว่าเราทำจมูกมา จนตอนนี้ก็ไม่คิดว่าจะคบกันมาได้ถึง 2 ปี เรื่องนี้ติดอยู่ในใจเรามาก จะบอกเขาดีมั้ยคะว่าเราทำจมูกมา แล้วถ้าจะบอก ควรหาจังหวะไหนบอกดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ตอนไปเดตแรกกับแฟนฝรั่ง เขาบอกว่าไม่ชอบคนทำศัลยกรรม เราเลยไม่กล้าบอกว่าเราทำจมูกมา จนตอนนี้ก็ไม่คิดว่าจะคบกันมาได้ถึง 2 ปี เรื่องนี้ติดอยู่ในใจเรามาก จะบอกเขาดีมั้ยคะว่าเราทำจมูกมา แล้วถ้าจะบอก ควรหาจังหวะไหนบอกดีคะ?

16 ม.ค. 2026

ตอนไปเดตแรกกับแฟนฝรั่ง เขาบอกว่าไม่ชอบคนทำศัลยกรรม

เราเลยไม่กล้าบอกว่าเราทำจมูกมา

จนตอนนี้ก็ไม่คิดว่าจะคบกันมาได้ถึง 2 ปี

เรื่องนี้ติดอยู่ในใจเรามาก จะบอกเขาดีมั้ยคะว่าเราทำจมูกมา

แล้วถ้าจะบอก ควรหาจังหวะไหนบอกดีคะ?

        ‘คุณพิ้งค์ (นามสมมุติ)’ สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (14 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก-ดีเจก๊อตจิ-ดีเจต้อนหอม’ เรื่องที่ตนนั้นรู้สึกกังวลใจ จะบอกแฟนดีหรือไม่ ว่าเราทำศัลยกรรมมา กลัวว่าเขาจะไม่ชอบเรา

        ‘คุณพิ้งค์ (นามสมมุติ)’ อายุ 28 ปี ได้เล่าว่า ตอนอายุ 23-24 ปี ได้ตัดสินใจทำศัลยกรรมจมูก หลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตปกติ ไม่ได้มีปัญหาอะไร เวลามีคนคุยหรือมีแฟน ไม่ว่าจะคนไทยหรือชาวต่างชาติ ก็ไม่ได้ปิดบังอะไรเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ได้ยกประเด็นขึ้นมาพูด เช่น หากพูดคุยประเด็นเกี่ยวกับเรื่องศัลยกรรม ตนก็จะบอกไปว่า “รู้มั้ยว่าเราก็เคยทำศัลยกรรมมา” ซึ่งทุก ๆ คนก็ไม่ได้มีปัญหา หรือมีท่าทีเปลี่ยนไปในทางที่ไม่ดี

        แต่ปัจจุบันคุณพิ้งค์มีแฟนที่คบกันมา 2 ปี เป็นชาวต่างชาติจากทางยุโรป ซึ่งเขาก็เป็นคนดี ดูแล เทคแคร์ สม่ำเสมอดีมาตลอด แต่ตลอดระยะเวลาที่คบกัน แฟนของคุณพิ้งค์ยังไม่เคยรู้ว่าเธอทำศัลยกรรมจมูก เหตุที่เธอไม่กล้าบอกและไม่กล้าพูดถึงเรื่องนี้ เป็นเพราะตั้งแต่วันแรกที่ไปเดตกัน โต๊ะข้าง ๆ คือโต๊ะของผู้หญิงชาวต่างชาติที่ดูออกได้เลยว่าน่าจะทำศัลยกรรมมาเยอะ และแฟนของคุณพิงค์ก็พูดขึ้นมาว่า “เห็นผู้หญิงโต๊ะนั้นมั้ย ผมน่ะ ไม่ค่อยชอบคนที่ทำศัลยกรรมเท่าไหร่เลย” นั่นทำให้คุณพิ้งค์พูดกับตัวเองในใจว่า ‘เอ๊ะ เราเองก็ทำศัลยกรรมาเหมือนกันนี่’ แต่ก็ไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อ เพราะเป็นการเดตครั้งแรก และยังไม่ได้คิดว่าต้องสานสัมพันธ์ลึกซึ้ง

        แต่เมื่อเวลาผ่านไปทั้งคู่ก็เข้ากันได้ และระหว่างนั้นก็มีประเด็นเกี่ยวกับศัลยกรรมเข้ามาให้ได้พูดถึงบ้าง และทุกครั้งคุณพิ้งค์จะพยายามปัดออก ไม่อยากพูดถึง กลัวแฟนจะถามว่าเธอเคยทำศัลยกรรมมาหรือเปล่า หรืออยากทำมั้ย และกลัวว่าจะโกหก เพราะไม่อยากให้เขาผิดหวัง แต่การที่ปิดบังแบบนี้ทำให้รู้สึกว่าไม่ซื่อสัตย์กับแฟน รู้สึกว่านี่คือสิ่งที่ควรจะบอกแฟน คือสิ่งที่คนเป็นแฟนควรรู้ แต่ถ้าบอกความจริงไป ก็กลัวว่าเขาจะเปลี่ยนไป ทำให้เรื่องนี้ยังติดอยู่ในใจคุณพิ้งค์มาตลอด

        เธอจึงอยากได้คำปรึกษาจากพี่ ๆ ดีเจว่า “มีมุมมองอย่างไรกับเรื่องนี้ จะทำอย่างไรต่อไปดี จะบอกแฟนดีมั้ย? ควรบอกในจังหวะไหนดี? หรือไม่ควรบอก จนกว่าเขาจะถามดีคะ”

        เริ่มที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “จากเหตุการณ์ของคุณพิ้งค์ ที่มี Trigger ในตอนที่แฟนพูดว่า ไม่ชอบคนทำศัลยกรรมตั้งแต่เดตแรกจนทำให้ไม่กล้าบอก ก็สามารถเข้าใจได้ แต่ถ้ามาบอกความจริงตรง ๆ ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันคือการหักหลังหรือไม่ซื่อสัตย์ แต่กลับกันถ้าเกิดว่าผู้ชายเคยถามว่าพิ้งค์ทำศัลยกรรมมาหรือเปล่า แล้วพิ้งค์ตอบว่าไม่เคย แต่มาบอกทีหลังว่าเคยทำ อันนี้อาจจะมีนิดนึงที่ “เอ๊ะ ทำไมต้องโกหกกันล่ะ”  แต่สุดท้ายพี่คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ พี่ไม่เลิกกับแฟนด้วยเหตุผลนี้ มันเข้าใจได้ แต่ถ้าพี่ชอบพิ้งค์ในแบบที่เป็นหน้านี้ ไม่อยากให้เปลี่ยน เมื่อพิ้งค์มาสารภาพ พี่ก็อาจจะถามต่อว่า พิ้งค์จะทำต่ออีกมั้ย พี่ไม่อยากให้ทำแล้ว พิ้งค์โอเคมั้ยเท่านั้น ฉนั้นพี่คิดว่าพิ้งค์สามารถบอกแฟนได้นะ”

        ต่อด้วย ‘ดีเจก๊อตจิ’ พูดว่า “จากเหตุการณ์เดตแรกวันนั้น พิ้งค์บอกว่าผู้หญิงโต๊ะข้าง ๆ เป็นคนที่เห็นแล้วรู้ได้เลยว่าทำศัลยกรรมาเยอะ มันก็อาจจะแปลว่า ผู้ชายเขาหมายถึง เขาไม่ชอบคนที่ทำศัลยกรรมจนเว่อร์เกินไปหรือเปล่า สำหรับพี่ หนูคบกันมาตั้ง 2 ปี เขาน่าจะรักหนู เราน่าจะคุยกันได้นะ เพราะหนูทำศัลยกรรมมาแล้วหนูสวย หนูดูเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าคนรักกัน คบกันมาดีทุกอย่าง แต่จะเลิกกับหนูเพราะแค่หนูทำจมูก หนูเลิกไปเถอะ

        สุดท้ายต่อด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ เสริมไปว่า “พิ้งค์อย่ากังวลเลย ชาวต่างชาติไม่ได้ซีเรียสอะไรขนาดนั้นหรอก พี่ว่าเขาซีเรียสกับคนที่ทำเยอะเกินไปจริง ๆ มากกว่า ถ้าเกิดเขามองว่ามันคือเรื่องใหญ่ เขาไม่ชอบการศัลยกรรมจริง ๆ เขาต้องถามพิ้งค์ตั้งแต่วันแรกที่เจอกับพิ้งค์แล้วว่าทำมาหรือเปล่า แต่วันนี้เขาอยู่กับพิ้งค์ในวันที่พิ้งค์เป็นแบบนี้ แปลว่า เขาชอบพิ้งค์ไปแล้ว ชอบที่เป็นแบบนี้ ชอบที่เราเป็นเราแล้ว แต่ว่าจะหาจังหวะบอกเขายังไง อาจจะต้องหาจังหวะประมาณว่า “อุ้ย…เธอ จมูกผู้หญิงคนนี้สวยจัง” แต่ถ้าเขาตอบมาว่า “ไม่เอา ไม่ชอบคนทำจมูก” เราก็ค่อยใช้จังหวะนั้นบอกไปว่า “แต่ฉันมีอะไรจะบอก จริง ๆ แล้วจมูกฉันก็ทำนะ” ใช้วิธีนี้ก็ได้ อย่างที่ก๊อตจิบอกเลยว่า ถ้าผู้ชายไม่มีเหตุผลขนาดที่จะเลิกกับหนูเพราะแค่เรื่องทำจมูก ก็เลิกไปเถอะ แล้วช่วงนี้กำลังข้าวใหม่ปลามัน พี่ว่าเขาจะเข้าใจ รับได้ทุกอย่างแหละ”

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ทำยังไงดีคะ รักบ้านหลังนี้มาก ไม่อยากย้ายออก แต่ดันมี ‘เจ้าจิ้งจก’ ตัวปัญหาที่ทำให้คุณแฟนอยู่ไม่ได้ !

15 พ.ค. 2026

ทำยังไงดีคะ รักบ้านหลังนี้มาก ไม่อยากย้ายออก แต่ดันมี ‘เจ้าจิ้งจก’ ตัวปัญหาที่ทำให้คุณแฟนอยู่ไม่ได้ !

ทำยังไงดีคะ รักบ้านหลังนี้มาก ไม่อยากย้ายออกแต่ดันมี ‘เจ้าจิ้งจก’ ตัวปัญหาที่ทำให้คุณแฟนอยู่ไม่ได้ ! ‘คุณพีช (นามสมมุติ)’ สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (13 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นเผือก — ดีเจเติ้ล — ดีเจต้นหอม’ ด้วยคำถามที่ว่า ควรทำอย่างไรกับปัญหาเรื่อง ‘จิ้งจกในบ้าน’ ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ดันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับแฟน ‘คุณพีช (นามสมมุติ)’ อายุ 32 ปี เล่าว่า คบกับแฟนมาหลายปี จนปีที่แล้วเริ่มคิดที่จะลงหลักปักฐาน แฟนตัดสินใจจะซื้อบ้านอยู่ร่วมกัน ทั้งคู่ใช้เวลาในการหาบ้านจนได้เจอบ้านที่ถูกใจ ซึ่งเป็นบ้านเปล่า คุณพีชจึงได้ทำการตกแต่ง เลือกของที่ชอบเองทุกอย่าง จนกลายเป็นบ้านที่รักมาก แต่หลังจากอยู่ไปได้เพียง 2-3 เดือน เรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่เคยนึกถึงอย่าง ‘จิ้งจก’ กลับกลายเป็นปัญหาใหญ่ เพราะแฟนกลัวจิ้งจกเข้าขั้นแพนิค จิ้งจก 1 ตัวในห้องครัวก็เป็นปัญหา เพียงได้ยินเสียงก็หลอนแล้ว แฟนคุณพีชกลัวจิ้งจกถึงขั้นที่ก่อนลงจากรถต้องเช็กกำแพงว่ามีหรือไม่ ต้องเดินกระทืบเท้าดัง ๆ ก่อนเข้าบ้านก็ต้องตีประตูแรง ๆ เพื่อที่จะให้เจ้าจิ้งจกตกใจหนีไป ส่วนตัวคุณพีชไม่ได้ชอบจิ้งจก แต่พอแฟนกลัวก็ต้องกลายเป็นยอดมนุษย์หญิงคอยปกป้อง คุณพีชเล่าว่าเคยมีอยู่คืนหนึ่งวันที่เหนื่อยมาก ต้องการพักผ่อน แต่แฟนโทรมาบอกว่ามีจิ้งจกในห้องครัว ตอนนี้กำลังจะขับรถไปรับเธอมาจับให้ ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่เธอไปนอนบ้านในเมือง อยู่ไกลกับบ้านแฟนถึง 30 กิโลเมตร เธอพยายามเสนอทุกวิถีทางที่จะทำให้แฟนไม่ต้องมารับ โดยเสนอว่าให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านช่วยจับให้ แต่แฟนก็ปฏิเสธ แม้จะบอกว่าเธอจะคุยให้เองแฟนจะได้ไม่ต้องอาย แต่แฟนก็ไม่โอเค ต้องให้เธอมาจับเท่านั้น เธอจึงโมโหและบอกแฟนว่า “ไม่ต้องมารับ เดี๋ยวไปเอง” จากนั้นเธอก็ขับรถไปด้วยความเร็ว แล้วรีบไปจับจิ้งจกให้แฟน เมื่อไปถึงก็พบว่าเจ้าจิ้งจกที่แฟนเจอตัวเล็กกว่านิ้วก้อยอีก นอกจากนี้ คุณพีชยังเล่าอีกว่า มีอยู่วันหนึ่ง แฟนโทรมาเหมือนต้องการปรึกษาเรื่องสำคัญ ‘เป็นเรื่องบ้าน’ คุณพีชก็ถามทันทีว่าเป็นเพราะเรื่องจิ้งจกใช่หรือไม่ แต่แฟนบอกว่านั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนเป็นเรื่อง Location บ้านไกล ได้เจอเพื่อนน้อยลง แต่คุณพีชมองว่าไม่น่าจะใช่เรื่องนี้ เพราะตั้งแต่ย้ายบ้านมา เพื่อนของแฟนก็แวะเวียนมาหลายกลุ่มแล้ว แฟนจึงเสนอว่าจะย้ายไปอยู่คอนโดพี่สาวและให้พี่สาวมาอยู่ที่บ้านแทน เพราะก่อนหน้านี้เคยอยู่คอนโดมาก่อนจึงมั่นใจว่าไม่มีจิ้งจก เพราะเป็นคอนโดสูงจิ้งจกปีนไม่ถึง แฟนทำงานแบบ Work from home ต้องอยู่บ้านเป็นหลัก ส่วนคุณพีชจะทำงานที่ออฟฟิศ ต้องทำงานนอกสถานที่อยู่บ่อย ๆ จึงไม่อยากเห็นแก่ตัวเอาแต่ความรู้สึกตัวเองเพียงอย่างเดียว คุณพีชจึงอยากถามดีเจว่าควรจัดการกับปัญหานี้อย่างไร บ้านหลังนี้แฟนเป็นคนออกค่าใช้จ่าย แต่แฟนก็ให้คุณพีชทำหน้าที่ตกแต่งบ้านได้อย่างเสรี จนบ้านหลังนี้กลายเป็นบ้านที่คุณพีชรัก และคุณพีชเองก็ไม่อยากที่จะจากบ้านหลังนี้ไป หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด เหล่าดีเจก็ได้ให้คำแนะนำโดยมีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า สิ่งสำคัญคือให้ลองคุยกันจริงจังว่าปัญหาคือเรื่องอะไร เป็นเพราะ Location หรือหรือ จิ้งจก จะได้แก้ปัญหาได้ถูกจุด ด้าน ’ดีเจเติ้ล’ แนะนำว่า "ลองขอเวลาจากแฟนสัก 3 เดือน ทำทุกวิถีทางให้จิ้งจกหายไป นอกจากนี้ถ้าแฟนยอม ก็ลองพาเขาไปพบจิตแพทย์เผื่อจะมีทางออกที่ดีในด้านจิตใจ หรือลองพยายามหาเหยื่อวางไว้ที่มุมใดมุมหนึ่งของบ้าน ให้เป็นกันรู้ว่าอาหารอยู่ตรงนี้ ให้จิ้งจกมาอยู่ที่นี่ที่เดียว" ฝั่ง ‘ดีเจเผือก’ ให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า "ให้ลองจ้างบริษัทจัดการ หรือลองใช้เหยื่อดักจิ้งจกไปวาง ลองทุกวิธีที่พอจะทำให้ได้มากที่สุด น่าจะทำให้ปัญหาทุเลาลงจนอยู่ได้ และหวังว่าเมื่อเวลาผ่านไปเขาจะปรับตัวได้ดีขึ้น แม้สักนิดก็ยังดี" และคุณพีชมีคำถามพิเศษกับ ‘ดีเจต้นหอม’ ว่าควรวางตัวอย่างไร พูดกับเขาอย่างไร และเป็นหลักให้เขาอย่างไรดี ด้าน ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า “พยายามกำจัดแมลง เพราะหากไม่มีอาหารมันก็ไม่อยู่ แต่ก็ต้องบอกผู้ชายของเราด้วยเช่นกันว่า จิ้งจกมีทุกที่เราจะช่วยจับได้ก็เฉพาะที่บ้านเท่านั้น"เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบผู้ชายโปรไฟล์ดี หน้าตาดี ได้เกือบปี จับได้เขานอนกับหญิงอื่น ตอนนี้เลิกกันแล้ว แต่ห้ามใจตัวเอง ตามรังควานเขาไม่ได้ ตอนนี้ทั้งรัก ทั้งแค้น อยากมูฟออนทำไงดีคะ?

18 ธ.ค. 2023

คบผู้ชายโปรไฟล์ดี หน้าตาดี ได้เกือบปี จับได้เขานอนกับหญิงอื่น ตอนนี้เลิกกันแล้ว แต่ห้ามใจตัวเอง ตามรังควานเขาไม่ได้ ตอนนี้ทั้งรัก ทั้งแค้น อยากมูฟออนทำไงดีคะ?

“คุณกระต่าย(นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (13 ธ.ค 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น กับปัญหาเลิกกับแฟน แต่ยังรู้สึกรักเขา ถึงขั้นเคยไปตามรังควานผู้หญิงเขาทุกคน แต่ก็เลิกทำไปแล้ว โดย “คุณกระต่าย(นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า หนูไม่สามารถมูฟออนจากแฟนเก่าได้ ก่อนหน้านี้หนูรักเขามาก แต่ตอนนี้ทั้งรักทั้งเกลียด และไม่สามารถมูฟออนได้ เขาเป็นคนที่ดีมาก และอบอุ่นมากคนนึง ด้วยความที่เขาเป็นคนหน้าตาดี ทำให้หนูคิดว่าเขาคงไม่จริงจังกับหนู แต่พอคุยกันไปมาก็ตกลงที่จะอยู่ด้วยกัน ซึ่งระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันนั้นไม่นานแต่ก็รักเขามาก อยู่มาวันนึงเขาขอไปกินเหล้า ต้องเท้าความก่อนว่าก่อนหน้านี้หนูเป็นคนที่ชอบโทรจิกโทรตามตลอด แต่รอบนี้หนูตัดสินใจที่จะปล่อยเพราะคิดว่าคงไม่มีอะไร แต่พอเขากลับมาบ้านตัวเขากลับไม่มีกลิ่นเหล้า มีแต่กลิ่นน้ำหอม อีกทั้งเนื้อตัวก็สะอาดผิดปกติ หนูเองก็สงสัยอยู่ในใจแต่คิดว่าคงไม่มีอะไร ด้วยความที่คนเราจะมีเซนส์ถ้าเกิดว่ามีอะไรผิดปกติจะรับรู้ได้ จนวันถัดมาเขาทำตัวน่ารักซึ่งผิดปกติมาก ๆ จากที่ปกติชอบมีอะไรกับเราแล้วไม่ใส่ถุงยาง แต่วันนั้นเขากลับยอมใส่ถุงให้ ตอนที่เขาหลับ หนูจึงแอบเช็คโทรศัพท์เขา ลองเปิด Google Maps ดูไทมไลน์ ก็เห็นหมดเลยว่าเขาไปไหน ไปกี่โมง ไปที่ไหน ซึ่งตอนที่รู้ หนูไม่ได้โวยวายอะไรทำตัวตามปกติ แต่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ไม่กี่วัน เพราะหนูรับไม่ได้ หนูจึงตัดสินใจที่จะคุยกับเขา สรุปความได้ว่าเขาไปมีอะไรกับคนอื่น หาสาวจากแอพลิเคชันนึงแล้วจึงนัดไปมีอะไรกัน เขาให้เหตุผลว่าเขาเบื่อหนู แต่ยังไม่อยากเริ่มต้นใหม่จึงยังไม่บอกเลิก เขาอยากลองไปมีอะไรกับคนอื่นดูก่อน เขายังบอกหนูอีกว่าการที่เขาไปมีอะไรกับคนอื่นมันทำให้เขามีความสุขมาก ๆ ทำให้เขาหายเครียดได้ ซึ่งหนูทำไม่ได้ สุดท้ายหนูกับเขาก็จบกันไม่ดี เพราะหนูตามราวีรังควานผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาในชีวิตเขาไม่จบไม่สิ้น เพราะหนูทั้งแค้น ทั้งรัก ทั้งเป็นห่วงเขา เขาเป็นคนที่ทำให้หนูรู้จักคำว่า ทั้งรัก ทั้งเกลียด ว่ามันเป็นแบบไหน หนูจึงอยากขอคำปรึกษาว่า “หนูควรมูฟออนยังไง แล้วควรรักษาใจตัวเองยังไง ณ ตอนนี้หนูไม่สามารถเริ่มความสัมพันธ์กับใครได้เลย เพราะยังกลัวและเข็ดจากเหตุการณ์ครั้งนั้น” คุณกระต่ายยังเสริมอีกว่า ตอนนี้หนูเลิกตามรังควานเขาประมาณ 1 เดือนแล้ว แต่หนูแค่ต้องการที่จะมาจัดการความรู้สึกตัวเองว่าจะต้องทำยังไงถึงจะลืมเขา หรือจะทำยังไงให้ความรู้สึกที่มีกับเขาน้อยลง ตอนนี้แค่เหมือนหนูยังปล่อยวางไม่ได้ รอบล่าสุดที่คุยกันเขายังบอกหนูอีกว่าตอนแรกเขารู้สึกผิดแต่ก็รู้สึกเกลียดหนูด้วย ก็เลยกลายเป็นว่าตอนนี้เราสองคนเกลียดกัน ไม่ได้ต้องการที่จะกลับมาหากัน เพราะตัวหนูก็ไม่รู้ว่าจะยังมีความเชื่อใจให้เขาได้มั้ย ถ้าเขากลับมา ก่อนหน้านี้หนูมีแฟนมีครอบครัวมาแล้วสองครั้งแต่ก็จบไม่ดีเหมือนกัน ส่วนตัวหนูก็มีลูกแล้ว 2 คน คนโตอยู่กับหนู ส่วนคนเล็กอยู่กับพ่อเขา หนูมีลูกคนแรกตอนอายุ 16 ปี ซึ่งตอนนี้คนโตก็อายุ 7 ขวบได้แล้ว โดย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘วิธีการที่จะตัดใครออกจากชีวิตมันง่ายมาก คือให้นึกถึงความเลวของเขา แต่พี่จะไม่แค้น ไม่ไปราวีผู้หญิง เพราะพี่รู้สึกว่ามันทำให้เราไร้คุณค่า พี่จะมองว่าเขาไม่ได้คู่ควรกับเรา แล้วก็ไม่ได้คู่ควรขนาดที่ต้องไปราวีเพื่อเอาเขาคืนมา ฉะนั้นการที่เขาจะไปอยู่กับใคร ถ้าภูมิคุ้มกันเราแข็งพอ เราไม่ต้องเลิกติดตามเขา แต่ถ้าภูมิคุ้มกันเราต่ำมากถึงขนาดไปราวีเขา พี่แนะนำให้เราเลิกติดตามเขาทุกช่องทาง แล้วก็บล็อค ลบรูปคู่ ที่มันทำให้เราดูแล้วรู้สึกเจ็บปวด หรืออะไรที่ทำให้รู้สึกว่ายังแค้นให้ตัดออกไปเลย ทีนี้วิธีมูฟออนคือ ถ้ามีลูกให้มองหน้าลูกเยอะ ๆ เราคือโลกทั้งใบของลูก ลูกจะรู้สึกแย่มากถ้ารู้ว่าแม่ตัวเองกำลังทุกข์หรือเสียใจ โลกของเขาถ้าแม่เขามีความสุขมันทำให้โลกเขามีความสุขไปด้วย ทำให้โลกของลูกและเรามีความสุขไปด้วยกัน ตัดคนที่ไม่ใช่ออกจากชีวิต พี่ก็หวังว่ากระต่ายจะมีความสุขในเร็ววัน เพราะว่าความสุขของกระต่ายจะส่งผลถึงลูกของกระต่ายด้วย มองหน้าลูกเยอะ ๆ แล้วคิดว่าลูกเราไม่ควรต้องมาเห็นเรานั่งทุกข์เพราะคนเลว ๆ ลูกไม่ควรต้องรับสิ่งเหล่านั้น เพราะเขารักเรามาก’ ต่อมาเป็น “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าอันนี้เป็นห้วงเวลานึงที่คุณกระต่ายต้องใช้เวลาในการทำใจเหมือนเดิม คุณกระต่ายต้องเข้าใจว่าเราเป็นคนที่ใช้เวลามูฟออนนานกว่าคนอื่น อย่างแรกเลยพี่อยากให้คุณกระต่ายเข้าใจตัวเอง ไม่ต้องพยายามบีบคั้นให้ตัวเองทำใจให้ได้ เพราะโดยธรรมชาติของคุณกระตายเป็นคนแบบนี้ บางคนแผลเจ็บแล้วหายเร็ว บางคนใช้เวลานานเพราะเรื้อรัง พี่เห็นด้วยกับพี่หอม ถ้าคุณกระต่ายมีลูกแล้ว ความสำคัญที่สุดในชีวิตคุณกระต่ายก็คงเป็นเรื่องของลูก ไม่ว่าเราจะผิดหวังขนาดไหนกับเรื่องความรักที่เป็นเรื่องส่วนตัวของเรา พี่ไม่อยากให้คุณกระต่ายเอาสิ่งนั้นมากระทบตัวคุณกระตาย จนลามไปกระทบลูก ถ้าเรายิ่งเสียเวลาให้เรื่องนั้นมากเท่าไหร่ เวลาที่เราควรมีให้กับลูกเรามันจะถูกลดทอนไปด้วยเท่านั้น เอาเวลามาใช้ประโยชน์กับลูก และตัวเราเองดีกว่าที่จะไปเฝ้ารออะไรที่จะไม่กลับมาอีก ซ้ำแล้วเขายังเกลียดเราอีก ทำสิ่งไม่ดีกับเราด้วย’ สุดท้ายเป็น “ดีเจอั๋น” ให้คำปรึกษาว่า ‘ในที่สุดแล้วเราอยากเห็นตัวเราเองเติบโตไปเป็นกระต่ายแบบไหนในอนาคต เราอยากเห็นตัวเราเองเป็นคุณแม่แบบไหน ไม่จำเป็นเป็นต้องเป็นภรรยาก็ได้ เป็นแค่คนหนึ่งคน เราอยากพาตัวเองไปจุดไหน ซึ่งมันจะเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ เราอาจจะบังเอิญไปเจอคนเจ้าชู้ เข้าใจว่ามันคงต้องเจ็บบ้าง ถ้าหากว่าเรารู้สึกว่าเขาทรยศเรา แต่พี่คิดว่าถ้าเราอยู่กับความปรารถนาร้ายในทุกรูปแบบ ในที่สุดแล้วมันคือไฟที่เผาตัวเราเอง ตอนนี้เขาอาจจะมีความสุขอยู่ก็ได้ ในขณะที่เรายังรู้สึกร้อนรน เช่นกันถ้าตอนนี้ยังรู้สึก เจ็บ ปวด แค้น ยังปล่อยวางไม่ได้ ก็ยังไม่ต้องพยายาม ถ้ายังอยากจะถือไว้ ก็ถือไว้สักพักเดี๋ยวก็เมื่อยเอง แล้วมันจะหยุดเอง เหมือนถ้าเสียใจ แล้วยังรู้สึกว่ายังอยากร้องไห้ก็ร้องออกมา ก็ค่อย ๆ คุยกับตัวเองว่าเมื่อไหร่ที่เรายังปรารถนาร้ายกับคนอื่น ไม่มีทางเลยที่จะมีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นกับชีวิตเรา เอาพลังงานทำชีวิตเราให้ดี คือวิธีการแก้แค้นที่ดีที่สุดในทุกรูปแบบ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมเป็นเกย์ มีแฟนที่คบกันมา 8 ปี แต่ตั้งแต่ปีที่ 2 เขาออกไปสวิงกิ้ง นอกบ้านกับคนอื่นมาตลอด แต่ผมมีอะไรกับเค้าแค่คนเดียวมาตลอด แฟนบอกผมว่ามันคือรสนิยมทางเพศรูปแบบนึง สรุปแล้วผมผิดปกติ หรือ แฟนกันแน่ที่ผิดปกติ พอไปถามเพื่อนผม ตอบไม่เหมือนกันเลยครับ

11 ต.ค. 2024

ผมเป็นเกย์ มีแฟนที่คบกันมา 8 ปี แต่ตั้งแต่ปีที่ 2 เขาออกไปสวิงกิ้ง นอกบ้านกับคนอื่นมาตลอด แต่ผมมีอะไรกับเค้าแค่คนเดียวมาตลอด แฟนบอกผมว่ามันคือรสนิยมทางเพศรูปแบบนึง สรุปแล้วผมผิดปกติ หรือ แฟนกันแน่ที่ผิดปกติ พอไปถามเพื่อนผม ตอบไม่เหมือนกันเลยครับ

ผมเป็นเกย์ มีแฟนที่คบกันมา 8 ปี แต่ตั้งแต่ปีที่ 2 เขาออกไปสวิงกิ้ง นอกบ้านกับคนอื่นมาตลอดแต่ผมมีอะไรกับเค้าแค่คนเดียวมาตลอด แฟนบอกผมว่ามันคือรสนิยมทางเพศรูปแบบนึงสรุปแล้วผมผิดปกติ หรือ แฟนกันแน่ที่ผิดปกติ พอไปถามเพื่อนผม ตอบไม่เหมือนกันเลยครับ “คุณต้น (นามสมมติ)” อายุ 24 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [8 ต.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเรื่องที่ผมแปลกหรือแฟนแปลก เพราะแฟนมีรสนิยมชอบไปมีอะไรกับคนอื่น ทั้ง ๆ ที่ยังคบกับเราอยู่ โดย “คุณต้น (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ต้องท้าวความก่อนว่าเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ผมได้คบกับแฟนคนนึง เราเป็นคู่รักชาย-ชาย ก็คือช่วง 2 ปีเเรกคบกันมันก็ไม่ได้มีอะไร ก็รักหวานอมขมกลืนกันปกติ เป็นแฟนคู่รักปกติ เเต่พอมาอยู่ในช่วงผลัดเปลี่ยนจากมัธยมขึ้นเป็นมหาลัย ด้วยสังคมที่มันใหญ่ขึ้น ด้วยสังคมที่มันเจริญมากยิ่งขึ้น ตัวผมเองก็เรียนอยู่อีกมหาลัยนึง แฟนผมเองก็เรียนอยู่อีกมหาลัยนึง ซึ่งเขาเป็นรุ่นพี่เขาจะได้เข้ามหาลัยก่อนผมปี 1 อยู่แล้ว เขาก็จะเจอโลกก่อนผม ผมไม่ได้เข้าใจวงการการเป็น LGBTQ สักเท่าไหร่ในช่วงนั้นเพราะว่าเป็นเด็กจากบ้านนอกเข้าไปเรียนมหาลัย ก็พบปัญหาว่าแฟนเริ่มมีรสนิยมทางเพศที่เปลี่ยนไป วันนึงนอนกันอยู่ เขาก็บอกว่า “คุณครับ เค้าอยากมีเซ็กส์เเบบ 3 คนจังเลย” ด้วยเราเองก็ เฮ้ย! มันไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตมากก่อน คำพูดนี้ทำไมมันมาจากคนของเรา ตัวผมเองก็ไม่ได้หาคำตอบอะไรนะเลยถามว่า “ทำไมถึงคิดเเบบนั้น” เขาก็ตอบว่า “เค้ามาอยู่ในสังคมที่ใหญ่ขึ้น อยากรู้อะไรที่มันตื่นเต้นมากขึ้นกว่านี้” ซึ่งตัวเราเองรักเขามากนะ รักเขามากกว่าตัวเองแหละ ก็ยอมนะ ยอมให้เขาออกไปมีอะไรกับคนอื่นตามที่เขาอยากจะออกไป ไม่ได้มาสวิงกับผม ถามว่าเราโอเคมั้ย ความรู้สึกลึก ๆ ในใจเราอ่ะเราไม่ได้โอเคหรอก แต่ด้วยความรักที่เรารักเขามาก เราก็ยอม หลังจากนั้นก็มีการออกไปใช้ชีวิตเเบบนี้เรื่อย ๆ อยู่กันมา 4-5 ปีจนผมเรียนจบ เขาเรียนจบก่อนก็ไปทำงานที่ต่างจังหวัด เเต่ผมทำงานที่จังหวัดเดิม คือมันมีความสัมพันธ์ที่ห่างกันไปแล้วตั้งเเต่คุณออกไปมีอะไรกับคนอื่นเเล้ว ก็คือห่างกันด้วยระยะทาง ก็มีการคุยกันเรื่องการใช้ชีวิตเเบบนี้ มันสุ่มเสี่ยงนะ ควรหยุดการทำพฤติกรรมเเบบนี้ได้เเล้ว เขาก็โอเค เดี๋ยวจะหยุดพฤติกรรมนี้เเล้วเรากลับไปใช้ชีวิตคู่กัน ก็แยกย้ายกันไปทำงาน ผมก็ไปหาเขาทุกเสาร์ - อาทิตย์เพราะว่าหยุดตรงกัน มันมีอยู่ช่วงนึง ด้วยนิสัยเราเป็นคนชอบเก็บกวาดห้องปกติ ก็ไปเจอเส้นผมตามพื้นหลากสีมาก ชมพู ฟ้า เขียว ม่วง ด้วยความเป็นคนขี้สงสัย เราก็เก็บเส้นผมพับใส่กระดาษทิชชู่ไว้ รอเขากลับมาจากที่ทำงาน ผมก็ถามว่าคุณเปลี่ยนสีผมหรอ? ทำไมในห้องคุณมีเส้นผมหลายสี ผมก็ได้คำตอบจากเขาว่า “อ๋อ ไม่ได้เปลี่ยน เเต่พี่ที่ทำงานเขาเปลี่ยนสีผมกันหลายคน มันอาจจะติดถุงเท้าผมกลับมาก็ได้” ด้วยความที่รักเขามากเลยไม่ได้สงสัยเลย ก็ผ่านไปไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น หลังจากนั้นผมก็ให้โอกาสเขาอีกเเล้ว กลับมาคุยเหมือนเดิม เเต่เริ่มมีการใช้แอปพลิเคชั่นติดตามกันเกิดขึ้น เเละเวลานอนก็จะคอลหากันตลอดเวลา ผมจะโทรหาตั้งเเต่ 4 โมงเย็นจนถึง 6 โมงเช้าของอีกวัน ด้วยความคิดผมเองมองว่าถ้าเราเห็นกันเเละกันอยู่ตลอดเวลา มันคงจะไม่มีโอกาสที่จะไปทำแบบนั้น เเต่มันไม่มีผลเลย มีเหตุการณ์นึงเกิดขึ้น เพื่อนผมโทรมาหาเเล้วบอกว่า “ไม่ไหวละ มึงต้องขึ้นไปหากูหน่อยละ มันมีเรื่องที่ต้องคุย” ก็ตัดสินใจจัดการทำภารกิจตัวเองให้เสร็จเเล้วก็ไปหาเขา ก็ได้คุยกันว่ามันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ก็ไปนั่งรวมกันกับเพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน วันนั้นก็มีประมาณ 11 คน ก็มีเพื่อนคนนึงเดินมาตบไหล่เบา ๆ เเล้วพูดว่า “ขอโทษนะที่ทำเเบบนี้ พอดีว่าต้องพูด เก็บไว้ไม่ได้” คือเพื่อนคนนี้ไปมีอะไรกับแฟนผมมา ทั้ง ๆ ที่เห็นผมคอลกันอยู่ เเต่แฟนผมแหงนหน้าจอขึ้น เพื่อไม่ให้เห็น ให้เห็นเเค่เพดาน และปิดลำโพงไว้ มันเป็นจังหวะเที่ยงคืนถึงตี 1 ผมก็ต้องนอนเเต่ก็คอลกันไว้ทั้งวันทั้งคืน พอคนที่ 1 มาสารภาพ ก็มีคนที่ 2 3 4 5 6 มาสารภาพว่าได้กันหมดเลย เขารวมตัวมาบอกเราว่าให้เราหยุดกับคน ๆ นี้เเล้ว เพราะมันไม่ได้มีเเค่นี้ หลังจากนั้นเราก็ได้คุยกันเเล้วก็ได้เลิกกัน หลังจากที่เลิกกัน ผมเลยถามเพื่อนว่าเหตุการณ์แบบนี้ที่มันเกิดขึ้นกับผม การที่แฟนออกไปมีอะไรกับคนอื่น มันเป็นเรื่องปกติมั้ย? มันก็เสียงแตกกันว่ามันก็ไม่ได้แปลกเลย คู่เราก็เป็น อีกเสียงคือไม่ถูก ความรักมันไม่จำเป็นต้องออกไปแบบนั้น ก็เลยอยากปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนว่าในความสัมพันธ์แบบ LGBTQ ผมเองที่ไม่ปกติหรือเขาที่ไม่ปกติ? โดยดีเจทั้ง 3 คน (ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม) ได้ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘ไม่ได้ผิดปกติ มันขึ้นอยู่กับความชอบเเละรสนิยม เเล้วก็เงื่อนไขข้อตกลงระหว่างกัน ไม่เกี่ยวกับ LGBTQ เพราะว่าชายหญิงก็มี มีคู่ที่ Open Relationship มี FWB มีคนที่อยู่ใน Swinging Group ที่มีแฟนอยู่เเล้ว เขาไปเสร็จเเล้วก็กลับมาใช้ชีวิตคู่กัน ซึ่งรสนิยมของเราก็ต้องตรงกัน เเต่ของต้นเป็นแบบรักเดียวใจเดียว ก็ต้องหาคนที่ไม่ได้ออกไปทำแบบนั้น ไม่ได้มีใครแปลก แฟนก็ไม่ได้เเปลก เเต่เป็นเเค่เรื่องรสนิยมที่แตกต่างกัน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เสียความมั่นใจไปเลย... สาวโทรแชร์ประสบการณ์กับ 3 ดีเจ เพิ่งไปนัด One Night Stand ครั้งแรกกับหนุ่มในแอปหาคู่ ตอนเจอกัน เขินมาก ทำตัวไม่ถูกเลยชวนเขาคุย ถามไปเรื่อยๆ จนเขาพูดว่า "เธออย่าล่กดิ" โยนเสื้อใส่อกเรา แล้วออกจากห้องไปเลย

16 ส.ค. 2023

เสียความมั่นใจไปเลย... สาวโทรแชร์ประสบการณ์กับ 3 ดีเจ เพิ่งไปนัด One Night Stand ครั้งแรกกับหนุ่มในแอปหาคู่ ตอนเจอกัน เขินมาก ทำตัวไม่ถูกเลยชวนเขาคุย ถามไปเรื่อยๆ จนเขาพูดว่า "เธออย่าล่กดิ" โยนเสื้อใส่อกเรา แล้วออกจากห้องไปเลย

เสียความมั่นใจไปเลย... สาวโทรแชร์ประสบการณ์กับ 3 ดีเจเพิ่งไปนัด One Night Stand ครั้งแรกกับหนุ่มในแอปหาคู่ตอนเจอกัน เขินมาก ทำตัวไม่ถูกเลยชวนเขาคุย ถามไปเรื่อยๆจนเขาพูดว่า "เธออย่าล่กดิ" โยนเสื้อใส่อกเรา แล้วออกจากห้องไปเลยตอนนี้ไม่มั่นใจในตัวเองเลย ทำยังไงให้เอาความรู้สึกพวกนี้หมดไปสักที “คุณอิง (นามสมมุติ)” อายุ 21 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (9 ส.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก -ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอมเกี่ยวกับปัญหานัด One Night Stand ครั้งแรก ยังไม่ทันเริ่ม ก็โดนเขาบอกว่าอย่าล่ก แล้วก็ออกจากห้องไปเลย โดย “คุณอิง (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘เหตุการณ์ที่หนูเจอ ทำให้หนูเสียความมั่นใจจากการนัด ONS (One Night Stand) หนูขอเกริ่นก่อนว่า... ครั้งนี้คือการนัด ONS ครั้งแรกของหนู คิดว่าเรียนมหาลัยมา 4ปีแล้ว หนูก็อยากลองสักครั้งนึง เราเจอกันทางแอปหาคู่ ส่วนรูปที่ใช้ในโปรไฟล์กับตัวจริงก็ใกล้เคียงกัน ใส่ฟิลเตอร์นิดหน่อย ซึ่งเขาอายุพอๆกับหนู เราคุยกันและตกลงนัดกันคืนนั้นเลย เพราะอยู่ใกล้กันมาก หลังจากนั้นเขาก็มาที่ห้องหนู คือตอนนั้น ยอมรับเลยว่าเขินมากไม่รู้จะเริ่มยังไง หนูก็เลยชวนเขาคุย ถามไปเรื่อยนู่น นั่น นี่ ช่วงแรกๆเขาก็ตอบหนูปกติ ดูจอยกับเรามาก สักพักนึงเขาก็เริ่มตอบบ้าง ไม่ตอบบ้าง นั่งเล่นโทรศัพท์บ้าง เริ่มไม่จอยแล้ว ซึ่งในระหว่างที่หนูชวนเขาคุย เขาจะพูดขึ้นมาตลอดเลยว่า เธออย่าล่กดิว่ะ อย่าล่กได้ปะ พอเห็นเขาพูดบ่อย ๆ หนูก็เลยเลิกถามเขา มันก็เลยกลายเป็นการเงียบใส่กัน แต่หนูว่า หนูก็ไม่ได้มีแสดงอาการตัวสั่น ตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น หนูคิดว่าอาจจะชวนเขาคุยเยอะเกินไปกว่าที่หนูคิด ตอนคุยกันก็ถามประมาณ เธอเคยนัดหรือป่าว นัดมากี่คนแล้ว เรียนที่ไหน คณะอะไร คำถามประมาณนี้... หลังจากนั้นเขาก็พูดย้ำอีกรอบ เธอดูล่กจัง ถ้าไม่อยากทำ เดี๋ยวกลับก็ได้นะ หนูก็เลยถามเขาไปตรงๆว่า จะเริ่มเลยไหมหละ? เขาก็พยักหน้า แล้วเหมือนแบบสถานการณ์ตอนนั้นเขาดูแฮปปี้ขึ้นมาเลย ต่างจากก่อนหน้านี้ที่เขาตึงใส่หนู แล้วทีนี้ก็ตามสเต็ปเลย เล้าโลมกันปกติ แล้วหนูก็เหมือนอยากจูบเขา ก็เลยถามเขาว่า ไม่ Kiss กันหน่อยหรอ เขาก็นิ่งใส่หนูไปแป๊ปนึง แล้วก็ตอบกลับมาว่า เราไม่ค่อยชอบจูบอะ หลังจากนั้นเขาก็หยุดทำทุกอย่าง แล้วก็พูดต่ออีกว่า เธอดูล่กว่ะ ไม่ธรรมชาติเลย แล้วเขาก็โยนเสื้อมาปิดหน้าอกหนูไว้ แล้วก็ลุกขึ้น บอกกับหนูอีกรอบว่า เธอดูล่กอะ ไม่ธรรมชาติ แล้วก็ออกจากห้องหนูไปเลย ตอนนั้นคือหนูนั่งเอ๋อเลย หนูตั้งตัวไม่ทันว่าหนูผิดอะไร ที่หนูโทรเข้ามาวันนี้ก็เพราะ มันเสียความมั่นใจไปแล้ว คืนนั้นหนูนอนไม่หลับ รู้สึกดาวน์มาก ไม่มั่นใจในตัวเอง หนูอยากรู้วิธีเอาความรู้สึกนี้ออกไป แล้วก็อยากรู้ว่าที่หนูทำออกไปคืนนั้นมันดูล่กจริงๆหรอ? หนูค้างคาใจมากที่อยู่ดีๆเขาก็ไปเลย ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” เริ่มให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับคนบางคนที่เขาจะนัดมาเพื่อมีเพศสัมพันธ์ เขาไม่ต้องการการพูดคุยนะ เขามาเพื่อต้องการทำสิ่งนั้นแล้วจบ แล้วก็กลับ มันไม่ใช่การมาเดท เขาไม่ได้ต้องการมาอารัมภบท ไม่ต้องการจะรู้จัก บางคนไม่สนใจชื่อด้วยซ้ำว่าชื่ออะไร มันคือการนัดมาเพื่อทำกิจกรรมนั้นอย่างเดียว เรารู้สึกการที่น้องพยายามพูดคุย พยายามไปถามอย่าง “อยากจูบ” คือถ้าธรรมชาติคนที่เขาทำอะไรแบบนี้ เขาจะไม่ถาม ถ้าอยากทำเขาทำเลย พี่เลยรู้สึกว่าเนี่ยคือสาเหตุที่เขาทำแบบนั้นกับอิง แต่เอาจริง ๆ มันมีสาเหตุอีกมากมาย ที่พี่พูดคือพี่เดาจากสถานการณ์ที่อิงเล่ามานะ ต่อมาที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ไม่รู้ธรรมชาติของการนัดมีอะไรกันผ่านแอป เพราะเท่าที่พี่ฟัง พี่ไม่ได้รู้สึกมันล่ก หรืออะไรนะ พี่ก็รู้สึกมันคือการทำความรู้จักกันก่อน แบบเปิดประตูมาจะให้จุดระเบิด ปั้ง โป้ง เป้ง แล้วแยกย้าย มันก็ตลกนะ หรือเอาแบบนี้ คิดในมุมพี่ อิงดันไปเจอคนที่เขาโผงผาง คนละสไตล์กับเรา ทั้งสองคนอาจต้องการเซ็กส์เหมือนกัน แต่คนนึงไม่อยากคุย อีกคนอาจจะเออเราคุยกันก่อนสิ แล้วดันไปเจอคนที่ไม่รักษาน้ำใจ ขี้รำคาญ มันก็หงุดหงิดอะไรมาด้วยหรือเปล่า แต่พอพี่ฟังจบ พี่กลับรู้สึกโชคดีจังเลย เหมือนเป็นโชคดีของอิงที่ไม่ได้อะไรมากกว่านี้กับคนนี้ เพราะไม่รู้ว่าถ้ามีอะไรกันจริงๆ แล้วพอแยกย้าย บรรยากาศตอนนั้นอาจจะทำให้อิงรู้สึกยิ่งด้อยค่าตัวเองลงไปอีกหรือเปล่า เราอาจจะมาลงในสนามที่เราไม่เคย แล้วเราก็ไม่รู้ธรรมชาติของคนในแอปนี้ ว่าเขาต้องแนะนำตัวไหม คุยกันแค่ไหน หลายครั้งที่คนโทรเข้าพุธทอล์ค พุธโทร แล้วเล่าว่าไปเล่นผิดสนาม มือใหม่ เข้าไปเขาอาจจะมีทำเนียมของเขาที่เราอาจไม่รู้ เพราะฉะนั้นพี่ว่าเรื่องนี้ไม่อยากให้เอาไปผูกกับความมั่นใจ หรือคุณค่าในตัวเอง พยายามคิดไว้ว่าในโลกที่เขานัดเจอกันผ่านแอป มันก็ไม่ต้องมานั่งประดิดประดอยกันมาก ถ้าเราอยากประดิดประดอย อยากคุยก็ต้องลองช่องทางอื่น เอาเป็นว่า รสนิยม สไตล์มันดันไม่ตรงกัน แล้วดันไปเจอคนไม่แคร์อะไรด้วย จะไปก็ไปเลย มันเลยทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเราอยู่ถูกที่ ถูกเวลา แล้วก็ถูกคน มันก็คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ทั้งหลายทั้งมวลถ้าต้องการอะไรที่สวยงามก็หาช่องทางที่เหมาะสมกับเรา และกลับไปถามกับตัวเองว่า “ฉันเหมาะกับ One Night Stand หรือเปล่า” ปิดจบกันที่ “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า “ไม่ต้องไปเสียความมั่นใจ คนนั้นก็อ่อนด้อยเหมือนกันแหละ ทำไมไม่เริ่มก่อนหละ มาว่าอิงล่ก ก็เปิดมาก่อนสิ ถ้าเปิดเราก็พร้อมตามอยู่แล้ว เป็นผู้ชายก็ลุกมากก่อนสิ งี้ก็มือใหม่เหมือนกันนั้นแหละ เข้าไม่ถูกไง” ‘เอาแบบนี้ถ้าอยากได้คนที่มีชั้นเชิง เป็นงานก็อาจจะต้องหาคนที่อายุมากกว่านี้ แล้วอิงเป็นคนชอบแบบมีเรื่องราวก่อนจะมีเพศสัมพันธ์ ถ้าแบบนี้เวลาหนูเข้าในแอป มันจะมีให้เลือกหลายประเภท มันมีโอกาสที่หนูจะเจอคนแบบจู่โจม หนูลองเปลี่ยนสนามไปร้านเหล้า มีคนแนะนำ เราดีลกันหน้างาน หนูยังเลือกคนได้ ยังสนทนากันได้นิดนึง ยังพอได้จีบกันหน่อย…..’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-