ทำยังไงดีคะ รักบ้านหลังนี้มาก ไม่อยากย้ายออก แต่ดันมี ‘เจ้าจิ้งจก’ ตัวปัญหาที่ทำให้คุณแฟนอยู่ไม่ได้ !

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ทำยังไงดีคะ รักบ้านหลังนี้มาก ไม่อยากย้ายออก แต่ดันมี ‘เจ้าจิ้งจก’ ตัวปัญหาที่ทำให้คุณแฟนอยู่ไม่ได้ !

15 พ.ค. 2026

ทำยังไงดีคะ รักบ้านหลังนี้มาก ไม่อยากย้ายออก

แต่ดันมี ‘เจ้าจิ้งจก’ ตัวปัญหาที่ทำให้คุณแฟนอยู่ไม่ได้ !

        ‘คุณพีช (นามสมมุติ)’ สายที่ 4  ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (13 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นเผือก — ดีเจเติ้ล — ดีเจต้นหอม’ ด้วยคำถามที่ว่า ควรทำอย่างไรกับปัญหาเรื่อง ‘จิ้งจกในบ้าน’ ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ดันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับแฟน

        ‘คุณพีช (นามสมมุติ)’ อายุ 32 ปี เล่าว่า คบกับแฟนมาหลายปี จนปีที่แล้วเริ่มคิดที่จะลงหลักปักฐาน แฟนตัดสินใจจะซื้อบ้านอยู่ร่วมกัน ทั้งคู่ใช้เวลาในการหาบ้านจนได้เจอบ้านที่ถูกใจ ซึ่งเป็นบ้านเปล่า คุณพีชจึงได้ทำการตกแต่ง เลือกของที่ชอบเองทุกอย่าง จนกลายเป็นบ้านที่รักมาก แต่หลังจากอยู่ไปได้เพียง 2-3 เดือน เรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่เคยนึกถึงอย่าง ‘จิ้งจก’ กลับกลายเป็นปัญหาใหญ่ เพราะแฟนกลัวจิ้งจกเข้าขั้นแพนิค จิ้งจก 1 ตัวในห้องครัวก็เป็นปัญหา เพียงได้ยินเสียงก็หลอนแล้ว

        แฟนคุณพีชกลัวจิ้งจกถึงขั้นที่ก่อนลงจากรถต้องเช็กกำแพงว่ามีหรือไม่ ต้องเดินกระทืบเท้าดัง ๆ ก่อนเข้าบ้านก็ต้องตีประตูแรง ๆ เพื่อที่จะให้เจ้าจิ้งจกตกใจหนีไป ส่วนตัวคุณพีชไม่ได้ชอบจิ้งจก แต่พอแฟนกลัวก็ต้องกลายเป็นยอดมนุษย์หญิงคอยปกป้อง 

        คุณพีชเล่าว่าเคยมีอยู่คืนหนึ่งวันที่เหนื่อยมาก ต้องการพักผ่อน แต่แฟนโทรมาบอกว่ามีจิ้งจกในห้องครัว ตอนนี้กำลังจะขับรถไปรับเธอมาจับให้ ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่เธอไปนอนบ้านในเมือง อยู่ไกลกับบ้านแฟนถึง 30 กิโลเมตร เธอพยายามเสนอทุกวิถีทางที่จะทำให้แฟนไม่ต้องมารับ โดยเสนอว่าให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านช่วยจับให้ แต่แฟนก็ปฏิเสธ แม้จะบอกว่าเธอจะคุยให้เองแฟนจะได้ไม่ต้องอาย แต่แฟนก็ไม่โอเค ต้องให้เธอมาจับเท่านั้น เธอจึงโมโหและบอกแฟนว่า “ไม่ต้องมารับ เดี๋ยวไปเอง” จากนั้นเธอก็ขับรถไปด้วยความเร็ว แล้วรีบไปจับจิ้งจกให้แฟน เมื่อไปถึงก็พบว่าเจ้าจิ้งจกที่แฟนเจอตัวเล็กกว่านิ้วก้อยอีก

        นอกจากนี้ คุณพีชยังเล่าอีกว่า มีอยู่วันหนึ่ง แฟนโทรมาเหมือนต้องการปรึกษาเรื่องสำคัญ ‘เป็นเรื่องบ้าน’ คุณพีชก็ถามทันทีว่าเป็นเพราะเรื่องจิ้งจกใช่หรือไม่ แต่แฟนบอกว่านั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนเป็นเรื่อง Location บ้านไกล ได้เจอเพื่อนน้อยลง แต่คุณพีชมองว่าไม่น่าจะใช่เรื่องนี้ เพราะตั้งแต่ย้ายบ้านมา เพื่อนของแฟนก็แวะเวียนมาหลายกลุ่มแล้ว แฟนจึงเสนอว่าจะย้ายไปอยู่คอนโดพี่สาวและให้พี่สาวมาอยู่ที่บ้านแทน เพราะก่อนหน้านี้เคยอยู่คอนโดมาก่อนจึงมั่นใจว่าไม่มีจิ้งจก เพราะเป็นคอนโดสูงจิ้งจกปีนไม่ถึง

        แฟนทำงานแบบ Work from home ต้องอยู่บ้านเป็นหลัก ส่วนคุณพีชจะทำงานที่ออฟฟิศ ต้องทำงานนอกสถานที่อยู่บ่อย ๆ จึงไม่อยากเห็นแก่ตัวเอาแต่ความรู้สึกตัวเองเพียงอย่างเดียว คุณพีชจึงอยากถามดีเจว่าควรจัดการกับปัญหานี้อย่างไร บ้านหลังนี้แฟนเป็นคนออกค่าใช้จ่าย แต่แฟนก็ให้คุณพีชทำหน้าที่ตกแต่งบ้านได้อย่างเสรี จนบ้านหลังนี้กลายเป็นบ้านที่คุณพีชรัก และคุณพีชเองก็ไม่อยากที่จะจากบ้านหลังนี้ไป

        หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด เหล่าดีเจก็ได้ให้คำแนะนำโดยมีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า สิ่งสำคัญคือให้ลองคุยกันจริงจังว่าปัญหาคือเรื่องอะไร เป็นเพราะ Location หรือหรือ จิ้งจก จะได้แก้ปัญหาได้ถูกจุด

        ด้าน ’ดีเจเติ้ล’ แนะนำว่า "ลองขอเวลาจากแฟนสัก 3 เดือน ทำทุกวิถีทางให้จิ้งจกหายไป นอกจากนี้ถ้าแฟนยอม ก็ลองพาเขาไปพบจิตแพทย์เผื่อจะมีทางออกที่ดีในด้านจิตใจ หรือลองพยายามหาเหยื่อวางไว้ที่มุมใดมุมหนึ่งของบ้าน ให้เป็นกันรู้ว่าอาหารอยู่ตรงนี้ ให้จิ้งจกมาอยู่ที่นี่ที่เดียว"

        ฝั่ง ‘ดีเจเผือก’ ให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า "ให้ลองจ้างบริษัทจัดการ หรือลองใช้เหยื่อดักจิ้งจกไปวาง ลองทุกวิธีที่พอจะทำให้ได้มากที่สุด น่าจะทำให้ปัญหาทุเลาลงจนอยู่ได้ และหวังว่าเมื่อเวลาผ่านไปเขาจะปรับตัวได้ดีขึ้น แม้สักนิดก็ยังดี"

        และคุณพีชมีคำถามพิเศษกับ ‘ดีเจต้นหอม’ ว่าควรวางตัวอย่างไร พูดกับเขาอย่างไร และเป็นหลักให้เขาอย่างไรดี

        ด้าน ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า “พยายามกำจัดแมลง เพราะหากไม่มีอาหารมันก็ไม่อยู่ แต่ก็ต้องบอกผู้ชายของเราด้วยเช่นกันว่า จิ้งจกมีทุกที่เราจะช่วยจับได้ก็เฉพาะที่บ้านเท่านั้น"

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ตัดสินใจแบบนี้ถูกไหม? หนุ่มโทรปรึกษา 3 ดีเจในรายการ... ล่าสุด มูลนิธิผู้ยากไร้ ติดต่อมาบอกว่า พี่สาวต่างพ่อที่ไม่ได้เจอกัน มาเป็น 10 ปี เป็นมะเร็งตับ ป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เขาอยากให้ไปเคลียร์กันก่อนถึงวาระสุดท้าย แต่ผมจะยังไม่บอกแม่...

11 ส.ค. 2023

ตัดสินใจแบบนี้ถูกไหม? หนุ่มโทรปรึกษา 3 ดีเจในรายการ... ล่าสุด มูลนิธิผู้ยากไร้ ติดต่อมาบอกว่า พี่สาวต่างพ่อที่ไม่ได้เจอกัน มาเป็น 10 ปี เป็นมะเร็งตับ ป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เขาอยากให้ไปเคลียร์กันก่อนถึงวาระสุดท้าย แต่ผมจะยังไม่บอกแม่...

ตัดสินใจแบบนี้ถูกไหม? หนุ่มโทรปรึกษา 3 ดีเจในรายการ...ล่าสุด มูลนิธิผู้ยากไร้ ติดต่อมาบอกว่า พี่สาวต่างพ่อที่ไม่ได้เจอกันมาเป็น 10 ปี เป็นมะเร็งตับ ป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เขาอยากให้ไปเคลียร์กันก่อนถึงวาระสุดท้าย แต่ผมจะยังไม่บอกแม่เพราะกลัวแม่จะเครียด ผมควรทำยังไง จะบอกหรือไม่บอกแม่ดี? “คุณเค (นามสมมุติ)” อายุ 36 ปี สายที่สามของรายการ “พุธทอล์ค พุธโทร” เมื่อคืนวันพุธที่ผ่าน (2 ส.ค.66) ได้โทรเข้ามาปรึกษาพี่ๆดีเจ ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาชีวิตว่าคิดถูกไหมที่ไม่ได้บอกแม่ว่าพี่สาวป่วยติดเตียง โดย “คุณเค (นามสมมุติ)” อายุ 36 ปี เล่าว่า ‘ผมมีพี่สาวต่างพ่อที่ไม่ได้เจอกันมา 10 ปีแล้ว จนมีมูลนิธิผู้ยากไร้ได้ติดต่อมาหาผม แล้วบอกว่าพี่สาวเป็นผู้ป่วยติดเตียงและมองไม่เห็น ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิก็แจ้งกลับมาว่าพี่สาวผมเป็นมะเร็งตับอยู่ในระยะสุดท้าย ไม่สามารถที่จะรักษาได้เเเล้ว ซึ่งพี่สาวคนนี้เป็นพี่สาวคนละพ่อกัน ก่อนหน้านี้แม่กับพี่สาวก็เจอกัน พี่สาวเป็นคนมาหา ปกติแม่ไม่เคยมีการพูดถึงพี่สาวเลย นอกจากจะหลุดพูดมาจริงๆ แต่นานๆที เขาจะหลุดมาสักครั้งสองครั้ง ทางพี่สาวก็ไม่มีญาตินอกจากลูกของเขาที่อยู่สถานกำพร้า ผมได้เจอกันครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะเป็นแบบนี้ก็ปี 2550 ล่าสุดผมก็ไปเยี่ยมเขามาแต่ตอนนั้นเขาพึ่งได้รับยานอนหลับไป ได้เจอตอนเขานอนหลับอยู่ก็เลยไม่ได้คุยกัน สำหรับสติของพี่สาวการรับรู้ไม่ได้ 100% เดี๋ยวผมจะลองหาเวลาไปเจอเขาในช่วงที่เขาไม่ได้หลับ อาจจะลองพูดคุยดูถ้าเขาพอที่จะพูดคุยได้ ณ ตอนนี้ทางมูลนิธิเหมือนเขาอยากให้ไปเคลียร์กันก่อนจะถึงวาระสุดท้าย แต่ทีนี้ผมตัดสินใจว่า จะยังไม่บอกคุณแม่จนกว่าไฟนอลหรือแย่สุดคือตอนเขาไม่อยู่เเล้ว ใจผมคือ...ไม่อยากบอกแม่ เลยตัดสินใจที่จะไม่บอก ผมประเมินสภาพจิตใจของแม่น่าจะรับไม่ไหว เพราะเขาก็อายุเยอะ เดี๋ยจะมีรักษาดวงตาด้วย แล้วแม่ก็เป็นคนที่ชอบคิดมาก ย้ำคิดย้ำทำ ช่วงนี้ก็ใกล้ผ่าตัดผม ผมก็กลัวว่าแม่จะเครียด ผมอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า ‘ถ้าผมตัดสินใจในวันนี้มันโอเคไหมหรือว่ามันมีทางอื่นที่พวกพี่ๆคิดว่ามันดีกว่านี้มั้ย?’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นหอมจะแกล้งๆถามแม่แบบสมมติเหตุการณ์ ถามว่า พี่คนนี้เป็นไงบ้าง แม่ได้ติดต่อมั้ย แม่คิดถึงมั้ย? แล้วถ้าเขาไม่อยู่แม่จะว่าไง ค่อยๆประเมินไป ถ้าเเม่บอกว่าถ้าเขาจะไปก็อยากเจอนะ ก็ต้องทำให้ตามนั้น เพราะว่ามันก็เป็นสิทธิของคุณแม่เหมือนกันที่จะได้บอกลาลูกสาวของเขา เเต่ถ้าเเม่คิดว่าก็ไม่ได้เจอกันแล้ว ไม่สนใจมันจะตายก็ชั่งมันอะไรแบบนี้ เราก็ไม่ต้องบอก เคน่าจะรู้ว่าจะแกล้งถามยังไงเพราะเเม่ของเค เคน่าจะรู้ดีสุด’ ทางด้าน “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าระหว่างรู้กับไม่รู้ คุณแม่จะเจ็บปวดอันไหนมากกว่ากัน ณ ตอนนี้ทำไมเราถึงไปคิดแทนเขา ในมุมที่ถ้าเขามีอะไรกันจริงๆนะ ถ้าคุณแม่ได้กลับเพื่อไปอโหสิกรรมมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้อววิตกกังวล การที่เขาจะได้รู้ว่าลูกสาวเขากำลังจะเสียชีวิตแล้วเขาอยากจะมีอะไรที่พูดกัน พี่คิดว่าการที่หลานเอาเบอร์คุณเคให้ทางเจ้าหน้าที่แล้วบอกว่าจะให้เคลียร์ใจกัน มันก็น่าจะมาจากฝั่งพี่สาวว่าเขาอยากจะเจอคุณแม่ของเขานะ เข้าใจในความหวังดีของคุณเค แต่สำหรับคุณแม่มันจะโอเคไหม ถ้าสุดท้ายเขารู้ว่าลูกจะเสียชีวิตเเล้ว เขาอยากจะไปส่งเเล้วการที่คุณเคไปตัดตรงนี้ออกบางทีอาจจะไม่ใช่ในสิ่งที่เขาต้องการ’ ส่วน “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘รู้สึกว่าพี่สาวคุณเคชีวิตเขาน่าสงสาร ทั้งโรคภัยหรือแม้กระทั่งญาติใกล้ชิดก็ไม่มี ผมเคารพการตัดสินใจของคุณเคอยู่ในระดับหนึ่ง อยากให้ลองทบทวนดูอีกสักที อย่างน้อยคุณเคไปอยู่กับเขาในวาระสุดท้ายในสถานะลูกพี่ลูกน้องก็ยังดีกว่าปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวนะ ไม่ช้าหรือเร็วคุณแม่ก็อาจจะรู้เรื่องนี้ คุณเคลองคิดดูว่าเวลาไหนที่เหมาะกับการบอก อย่าปล่อยให้พี่สาวโดดเดี่ยวไปมากกว่านี้เลย’ สุดท้ายนี้...พี่ๆดีเจยังบอกอีกว่า ‘พี่สาวเขายังมีแม่อยู่นะ เขาเป็นสายเลือดเดียวกัน แม่คุณเคมีคุณเค แต่พี่สาวไม่มีใครเลยนะ เขาอาจจะเหลือแม่แค่คนเดียว เเล้วก็เป็นกำลังใจให้กับคุณเคและขอให้ทุกการตัดสินใจส่งผลดีกับคุณเคด้วย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เพื่อนหนูเปิดร้านอาหารตามสั่ง ลูกค้าออเดอร์ "กะเพราไม่เผ็ด" คนในครัวเสียงแตก คนนึงบอกไม่เผ็ดคือต้องใส่พริกนิดเดียว อีกคนบอก ไม่เผ็ดคือไม่ใส่พริกเลย สุดท้ายทำไม่ใส่พริกไปส่งลูกค้า ลูกค้าบอกอยากได้แบบใส่พริกนิดนึง

25 มี.ค. 2024

เพื่อนหนูเปิดร้านอาหารตามสั่ง ลูกค้าออเดอร์ "กะเพราไม่เผ็ด" คนในครัวเสียงแตก คนนึงบอกไม่เผ็ดคือต้องใส่พริกนิดเดียว อีกคนบอก ไม่เผ็ดคือไม่ใส่พริกเลย สุดท้ายทำไม่ใส่พริกไปส่งลูกค้า ลูกค้าบอกอยากได้แบบใส่พริกนิดนึง

เพื่อนหนูเปิดร้านอาหารตามสั่ง ลูกค้าออเดอร์ "กะเพราไม่เผ็ด"คนในครัวเสียงแตก คนนึงบอกไม่เผ็ดคือต้องใส่พริกนิดเดียวอีกคนบอก ไม่เผ็ดคือไม่ใส่พริกเลย สุดท้ายทำไม่ใส่พริกไปส่งลูกค้าลูกค้าบอกอยากได้แบบใส่พริกนิดนึง ทุกคนคิดว่า กะเพราไม่เผ็ด สรุปต้องใส่พริกไหมคะ?? “คุณกิ๊ฟ(นามสมมติ)” สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (20 มี.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหากะเพราไม่เผ็ด... โดย ​“คุณกิ๊ฟ(นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘เพื่อนหนูเปิดร้านอาหาร มีออเดอร์เข้ามาว่ากะเพราไม่เผ็ด แม่ของเพื่อนเห็นออเดอร์ปุ๊บ เขาก็เลยบอกว่าให้ใส่พริกไป แต่เพื่อนตัดสินใจไม่ใส่เพราะเขามีความรู้สึกว่า ถ้าเกิดใส่พริกยังไงมันก็ต้องเผ็ด แต่อาจจะเผ็ดน้อย เขาก็เลยไม่ใส่ พอเอาไปให้ลูกค้า ปรากฏลูกค้าบอกว่า...ใส่ ทีนี้เขาก็เลยกลับมาบ้าน แล้วเหมือนเขาโทรไปถามยายกับสามีของเขา สามีกับยายเขาก็เลยบอกว่า ต้องใส่ เขาก็โทรมาถามกิ๊ฟ ก็เลยบอกว่าถ้าเป็นเรา เราก็ไม่ใส่ เพราะว่าถ้าใส่ยังไงมันก็ต้องมีความเผ็ดนิดนึง สามีเขาก็ประมาณว่า ทำไปให้เขาใหม่เลยนะ เดี๋ยวเสียลูกค้า เพื่อนเขาก็มองว่าไม่ได้ผิด ไม่เผ็ด มันก็แปลว่าไม่ใส่พริกก็ได้ ซึ่งกิ๊ฟกับเพื่อนมองว่า ไม่ใส่ มันน่าจะโอเค เพราะเผื่อเขาเอาไปให้เด็กกิน อยากถามพี่ ๆ ว่า ถ้าสมมติสั่งกะเพราไม่เผ็ด คือใส่พริก หรือไม่ใส่พริก? ซึ่ง “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ผมว่าอยู่ที่ออเดอร์ไม่ชัดเจน คือคำว่าไม่เผ็ด ถ้าสำหรับความหมายของผม ไม่เผ็ดคือไม่ใส่พริก ต้องเปลี่ยน ถ้าอย่างงั้นต้องบอกว่ากะเพราไม่ใส่พริก เพราะว่าปลายพริกนิดเดียวกับบางคนก็เผ็ด’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าของดิฉันที่กินกะเพราแล้วก็เป็นคนไม่กินเผ็ด ถ้าบอกว่าไม่เผ็ด คือใส่ แต่ใส่นิดเดียว ต้องบอกให้เพื่อนใส่ในช้อยส์ให้เคลียร์ไปเลยว่า ไม่ใส่พริก เผ็ดน้อย เผ็ดมาก รณรงค์คนไทยสั่งกะเพราครั้งต่อไป ถ้าจะเอาไม่เผ็ด ต้องบอกว่าไม่ใส่พริก’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘คือหอมรู้สึกว่า Wording คำว่าไม่เผ็ด หมายถึงเผือกที่ถูกต้อง แต่เราส่วนใหญ่ใช้ผิดกันมาโดยตลอด จนมันกลายเป็นบรรทัดฐานของสังคมที่ใช้ผิดไปแล้วว่าไม่เผ็ดคือพริกน้อย ระดับเผ็ดไม่เผ็ด สุกไม่สุก แม้กระทั่งไข่ดาวยังยากเลย เราว่าน่าจะเป็นปัญหากับหลาย ๆ ร้านเหมือนกัน บางร้านเลยมีเป็นช้อยส์ให้ว่า เผ็ดน้อย เผ็ดกลาง ผิดมาก ไม่ใส่พริก ต้องมีช้อยส์แบบนี้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนหนูชอบเล่าเรื่องพี่ที่ทำงานคนนึงให้หนูฟังตลอด วันนี้พี่เขาไปไหน ทำอะไร ซื้ออะไรมาใหม่ เขาก็จะเล่าให้หนูฟัง หนูกับแฟนเป็นรักทางไกล นานๆทีได้เจอกัน แต่ทุกครั้งที่เราได้คอลกัน คุยกัน ในบทสนทนาก็จะมีเรื่องผู้หญิงคนนี้ตลอด

02 ก.ย. 2025

แฟนหนูชอบเล่าเรื่องพี่ที่ทำงานคนนึงให้หนูฟังตลอด วันนี้พี่เขาไปไหน ทำอะไร ซื้ออะไรมาใหม่ เขาก็จะเล่าให้หนูฟัง หนูกับแฟนเป็นรักทางไกล นานๆทีได้เจอกัน แต่ทุกครั้งที่เราได้คอลกัน คุยกัน ในบทสนทนาก็จะมีเรื่องผู้หญิงคนนี้ตลอด

แฟนหนูชอบเล่าเรื่องพี่ที่ทำงานคนนึงให้หนูฟังตลอด วันนี้พี่เขาไปไหน ทำอะไรซื้ออะไรมาใหม่ เขาก็จะเล่าให้หนูฟัง หนูกับแฟนเป็นรักทางไกล นานๆทีได้เจอกันแต่ทุกครั้งที่เราได้คอลกัน คุยกัน ในบทสนทนาก็จะมีเรื่องผู้หญิงคนนี้ตลอดแต่ผู้หญิงคนนี้เขาก็มีแฟนแล้วนะคะ หรือ หนูคิดมากไปเอง หลังๆมานี้ ไม่ได้แค่เล่าให้ฟังแล้วเขาขับรถไปรับ นั่งมาทำงานด้วยกันบ่อยๆ จะทำยังไงให้เขาเลิกพูดถึงผู้หญิงคนนี้สักทีโดยที่เราเองจะดูเป็นคนรักที่ไม่งี่เง่าเกินไป เพราะเขาอาจจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่สนิทกันเฉยๆก็ได้... “คุณเจ (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [27 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อม” เกี่ยวกับปัญหาที่แฟนชอบเอาเรื่องของรุ่นพี่ในที่ทำงานมาเล่าเยอะเกินไป จนเรารู้สึกว่าเขาไม่สนใจเราและไม่ชอบใจเท่าไหร่ โดย “คุณเจ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘คบกับแฟนมา 6 ปี หนูกับแฟนอยู่คนละจังหวัดกัน แต่ละเดือนจะเจอกันแค่ประมาณ 2-3 ครั้ง แฟนชอบเล่าเรื่องของพี่ที่ทำงานให้ฟังทุกวัน แฟนหนูเขาทำงานที่นี่มาก่อน แล้วรุ่นพี่เขามาทำงานทีหลัง เขาสนิทกันเพราะว่าเขาอยู่ห้องพักใกล้กัน แฟนหนูเป็นผู้หญิง พี่เขาก็เป็นผู้หญิง เขาไปทำงานและกินข้าวด้วยกันทุกวันแบบนี้มาประมาณ 1 ปี แรก ๆ แฟนหนูเขามาชมพูดเขาให้ฟังว่าพี่เขาเก่ง มีอะไรแฟนหนูก็จะปรึกษาพี่คนนี้ตลอด หนูก็ดีใจเพราะก่อนหน้านี้แฟนหนูไม่ค่อยสนิทกับคนในที่ทำงาน แต่พักหลังแฟนหนูชอบมาเล่าให้ฟังว่าพี่เขาเป็นยังไง ซื้อของอะไรมาใหม่ แล้วก็เล่าว่าพี่เขาพาไปดูน้ำหอมกัน หนูเคยพูดเรื่องน้ำหอมกับแฟนไปหลายครั้งมาก แต่เหมือนเขาไม่เคยสนใจ จนกระทั่งพี่คนนี้เขาพูด เขากลับก็สนใจขึ้นมาเลย หนูเลยคิดว่าทำไมเขาไม่สนใจสิ่งที่หนูพูดบ้าง เพราะหนูก็เคยพูดเรื่องนี้เหมือนกัน แต่หนูไม่เคยบอกเขาว่าหนูไม่ชอบแล้วก็ไม่ได้อยากฟังเรื่องของพี่คนนี้ อย่างล่าสุดหนูเคยส่งร้านอาหารไปให้เขาดูว่าอยากกินร้านนี้ แต่เขาไปกินกับพี่คนนั้นแทนที่ีจะไปกินกับหนู หนูแค่ไม่ชอบที่แฟนเอาเรื่องของคนอื่นมาเล่าให้เราฟัง หนูไม่กล้าพูดกับเขากลัวว่าเขาจะหาว่าเราคิดเล็กคิดน้อย กลัวเขาจะเสียใจ อยากรู้ว่าจะทำยังไงดีให้หนูสบายใจขึ้น?’ ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องยินดีไปกับเขาว่าเขาเจอคนที่สนิทมากคนหนึ่งที่เขาไม่เคยเจอในที่ทำงาน พี่ว่าคบกันมา 6 ปี พูดตรง ๆ ได้เลยว่า เราเชื่อมั่นในตัวเขา แต่การกระทำของเขาทำให้เรารู้สึกสำคัญน้อยลงเรา แต่ไม่ถึงกับต้องให้เขาเลิกคบกัน เราอาจจะต้องลองมาปรับความสัมพันธ์ของเรากันใหม่ แต่พี่ว่าสุดท้ายควรต้องพูด’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าจะบอกว่าไม่ต้องพูด แล้วเก็บศัตรูให้ใกล้ตัวที่สุด ถ้าวันหนึ่งเขาพัฒนาความสัมพันธ์ขึ้นมามันก็เป็นไปได้ อย่างน้อยเขาก็เล่าให้เราฟังตลอด แต่ถ้าเจรู้สึกว่ามันไม่มีอะไรจริง ๆ แต่เรื่องนี้มันกวนใจมันก็เป็นเรื่องปกติที่มนุษย์จะมีหึงหวงกันบ้าง ถ้าคบกับด้วยความเข้าใจ เขาก็คงเข้าใจแหละ สุดท้ายมันก็ต้องช่วยกันหาทางออก’ และสุดท้าย “ดีเจอ้อม” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘อาจจะเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้เขาไม่ค่อยสนิทกับใคร พอเขามีเพื่อนเขาเลยอยากเล่าให้เราฟัง ก็บอกกับเขาไปตรง ๆ เลยว่า เรายินดีกับเขานะที่มีเพื่อนร่วมงานที่ดี แต่ช่วยเราลดเรื่องของเขาให้น้อยลงหน่อย แล้วหันมาพูดเรื่องของเราสองคนให้มากขึ้น แล้วความสัมพันธ์ของเราก็จะดีขึ้นด้วย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมอายุ 27 ตอนนี้ทำงานเงินเดือน XXX,XXX บาท แต่ชีวิตผมไม่มีความสุขเลย เจอสังคมที่ทำงานแย่ หัวหน้าไม่พอใจอะไรขว้างของเสียงดัง จนตอนนี้ได้ไปฟัง PODCAST แล้วคิดได้ว่าอยากจะเก็บเงินก้อนนึง แล้วออกมาทำธุรกิจ

15 ส.ค. 2025

ผมอายุ 27 ตอนนี้ทำงานเงินเดือน XXX,XXX บาท แต่ชีวิตผมไม่มีความสุขเลย เจอสังคมที่ทำงานแย่ หัวหน้าไม่พอใจอะไรขว้างของเสียงดัง จนตอนนี้ได้ไปฟัง PODCAST แล้วคิดได้ว่าอยากจะเก็บเงินก้อนนึง แล้วออกมาทำธุรกิจ

ผมอายุ 27 ตอนนี้ทำงานเงินเดือน XXX,XXX บาท แต่ชีวิตผมไม่มีความสุขเลย เจอสังคมที่ทำงานแย่หัวหน้าไม่พอใจอะไรขว้างของเสียงดัง จนตอนนี้ได้ไปฟัง PODCAST แล้วคิดได้ว่าอยากจะเก็บเงินก้อนนึง แล้วออกมาทำธุรกิจ เปิดร้านหมูกระทะเอง แต่ที่บ้านไม่สนับสนุนทุกคนบอกว่าเสี่ยงเกินไป ตอนนี้เราเป็นเหมือนเสาหลัก ค่าใช้จ่ายในบ้านทั้งหมดยังต้องพึ่งเราอยู่ถ้าเราออกไปทำแล้วไม่รอด ก็จะเสียรายได้ประจำ 6 หลักไปเลยทุกคนคิดว่า ผมควรจะตัดสินใจยังไงดีครับ? “คุณจ๊อยส์ (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [13 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจอ๋อง – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาทำงานประจำได้เงินเดือน 6 หลักแต่กลับไม่มีความสุขในการทำงานเลย โดย “คุณจ๊อยส์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมทำงานประจำตอนนี้ได้เงินเดือน 6 หลักแต่ไม่มีความสุขในการทำงานเลย ด้วยความที่งานตอนนี้เพิ่งทำมาได้ 3 เดือน ยังไม่ผ่านโปรด้วยซ้ำ แต่ผมเครียดมาก กดดันมาก เหมือนพลังชีวิตมันพังลงและสูญเสียความเป็นตัวเองไปเยอะเลย คือต้องย้อนไปเมื่อตอนอายุ 19-20 ตอนนั้นผมเรียนช่าง จบปุ๊บเศรษฐกิจไม่ดี หางานยากมาก ผมก็เลยไปฝึกงาน 2 ที่รวมระยะเวลาก็ 9 เดือนเพราะผมเชื่อว่ามันจะเป็นใบเบิกทางชีวิตให้เราได้ พอฝึกจบก็เกิด COVID 19 พอดี ผมเลยตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาตรีสายวิศวกรรม แต่จังหวะดีโชคเข้าข้าง ทำให้ผมได้งานจากการที่ใช้วุฒิช่างยื่นไป ผมก็ทำงานควบคู่กันไป แต่พอทำงานเป็นกะด้วยเรียนด้วย ส่งผลให้ผมป่วยติดเชื้อในกระเพาะอาหาร ผมก็ฉุดคิดได้ว่าอยากลองทำงานอะไรที่มันใหญ่ขึ้นแล้วไม่กระทบเรื่องสุขภาพ ก็เลยตัดสินใจลาออกไปเรียนต่อปอโทที่ต่างประเทศ กลับมาไทยก็ได้เข้าทำงานต่อเลย ทุกอย่างเร็วไปหมดไม่ได้พักเลย บริษัทแรกที่เข้าไปทำยังไม่ตอบโจทย์ก็ลาออกมาทำในสายที่ผมคุ้นเคย พอย้ายมาบริษัทที่นี่ผมมีตำแหน่งที่สูงขึ้น คนภายนอกมองมาจะมองว่าผมชีวิตดีมากแต่ความจริงแล้วเบื้องหลังเต็มไปด้วยความเครียด มันหนักมากเหมือนเป็น Work ไร้ Balance จริง ๆ มันไม่มีเวลาได้พักหรือได้ใช้ชีวิตเลย แต่ที่มันหนักอาจเป็นเพราะหน้าที่และสภาพแวดล้อมของที่ทำงาน บางครั้งถ้ามีคนทำงานพลาด หัวหน้าก็จะมีความก้าวร้าวนิดนึง มีการปาข้าวของใส่บ้าง มันทำให้ผมเครียดว่าผมจะทำงานพลาดไม่ได้นะ นอกจากเรื่องหัวหน้าแล้วก็ยังมีงานที่โหลดหรือหลาย ๆ อย่างที่เราจะต้องตัดสินใจด้วย แต่จริง ๆ ก็ได้เงินเดือนสูงขึ้นตามไปด้วย มากกว่าที่เก่า 20% เลย หลัง ๆ ผมฟัง Podcast เยอะจนคิดว่าสิ่งที่ผมทำอยู่ตอนนี้ใช่สิ่งที่ผมชอบจริง ๆ หรือเปล่าหรือแค่เป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อความมั่นคง ก็เลยมานั่งคุยกับตัวเองจนตระหนักได้ว่าผมชอบงานบริการหนิ ชอบคุยกับคน เราเป็น Extrovert มันทำให้เกิดสิ่งที่ผมอยากทำคือการเปิดร้านอาหาร ผมก็เลยไปปรึกษาเพื่อน แต่คำพูดของเพื่อนทำให้ผมตกใจ เพื่อนบอกผมว่า “เฮ้ยจ๊อยส์ เราเป็นเพื่อนกันมา 10 ปีนี่เป็นครั้งแรกที่นายพูดว่านายชอบอะไร ชีวิตนายต้องเป็นยังไง” แต่พอผมเอาไปปรึกษากับที่บ้านกลับไม่มีใครเห็นด้วยกับผมเลยเพราะเขาก็มองว่ามันไร้สาระ ด้วยความแม่ผมป่วยเป็นโรคร้ายอยู่ด้วยและน้องสาวก็ยังเรียนอยู่มหาลัยเอกชน แม่ก็เลยพูดประชดผมว่าถ้าออกมาทำแล้วเจ๊งแม่ก็จะไม่รักษาต่อแล้ว ผมก็เลยอยากถามพี่ดีเจว่า ถ้าพี่เป็นผม ทำงานเก็บเงินไปสักพัก พอมีเงินก้อนก็ลาออกมาทำในสิ่งที่อยากทำมั้ย เพราะใจนึงผมก็อยากลองทำอะไรบางอย่างก่อนที่จะอายุ 30 อย่างน้อยถ้ามันไม่สำเร็จเราก็กลับมาหางานประจำทำใหม่ได้แต่ผมก็กังวลความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเท่านี้แล้ว ’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ในระบบการศึกษาไทยค่อนข้างเร่งรีบ เรียนมัธยมจบก็ต้องเข้ามหาลัยเลย ถ้า Gap Year ก็จะถูกมองว่าสอบไม่ติด พอจบมหาลัยก็ต้องรีบหางานทำ ถ้า Gap Year ก็จะถูกมองว่าตกงาน ประเทศเราไม่เคยปลูกฝังหรือบอกเด็กว่าสามารถพักเพื่อค้นหาตัวเองได้ ถ้าถามว่าจะลาออกจากออฟฟิศไป Gap Year ได้มั๊ยก็ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดในชีวิตคุณ ถ้าเรื่องเงินและเวลาไม่ใช่ปัญหาก็ไปได้ ต้องถามว่าคุณจ๊อยส์คิดว่าตัวเองทำได้มั๊ย ถ้าได้ก็ลาออกเลย ถ้าไม่ได้ ผมก็ยังเชื่อว่าบริษัทนี้ไม่ได้เป็นที่เดียวที่ให้ผลตอบรับเท่านี้ คุณยังสามารถหางานแบบเดียวกันในบริษัทอื่นได้โดยที่อาจจะดีต่อสุขภาพจิตมากกว่า อย่าคิดว่าถ้าออกจากการทำงานนี้แล้วจะต้องหยุดงานไปเลย คราวนี้ต้องมาคำนวณรายรับ-รายจ่ายแล้วว่าจะพอกับการที่ Gap Year มั๊ยเพราะฉะนั้นประเมินข้อจำกัดของตัวเองและวางแผนให้สอดคล้องกับข้อจำกัด’ ต่อมา “ดีเจอ๋อง” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คุณจ๊อยส์ต้องถามตัวเองก่อนว่าที่ไม่มีความสุขเพราะอะไร เพราะพี่มองว่าไม่ว่าจะงานอะไรก็เครียดและกดดันได้หมด ถ้าเราอยู่ไม่ถูกที่ แล้วคุณเคยถามตัวเองหรือยังว่าที่นี่ใช่ที่ของตัวเองมั๊ย การที่เราจะทำงานอะไรเราต้องมีความสุขกับมัน แต่ ณ เศรษฐกิจตอนนี้การที่มีงานเกาะไว้ก่อนก็ได้เปรียบกว่า แต่งานที่เกาะก็ต้องมีความสุขด้วย ถ้าไม่มีก็อยากให้หางานใหม่ถึงแม้เงินจะไม่ได้หกหลักหรือลดลงมาหน่อย แต่เรามีความสุขในการใช้ชีวิตอ๋องจะเลือกทางนี้มากกว่า และถ้าเงินเก็บเราเยอะพอที่จะใช้ได้ในระหว่างที่หยุดงานก็พักได้เลย แต่ไม่สนับสนุนเพราะไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีงานสนับสนุนเราอยู่หรือเปล่า แล้วตอนนี้เราสามารถทำงานประจำควบคู่กับการทำงานประจำได้มั๊ย จากที่ฟังข้อจำกัดต่าง ๆ รู้สึกว่างานประจำยังเป็นเซฟโซนกับเราได้อยู่ ถ้าเราหาความสุขกับงานนี้ไม่ได้เราก็ต้องไปหาจากความสุขสิ่งอื่น ใช้เวลาว่างทำในสิ่งที่ชอบแล้วดูว่ามันสามารถพัฒนาเป็นธุรกิจได้จริงหรือเปล่า อย่าเพิ่งหยุดงานประจำ ตอนนี้อาจจะเหนื่อยหน่อยแต่ก็คุ้ม’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ทำอะไรให้นึกถึงภาระของเราเป็นที่ตั้ง จากนั้นเรามาหางานที่ทำให้เรามีความสุข ทำหลาย ๆ อย่างมาประกอบกันให้ได้รายรับพอกับค่าใช้จ่าย เช่น ชอบการไปสอนมากในวันเสาร์ แล้วจันทร์ - ศุกร์ทำอะไรได้บ้างที่ต้องไม่เกิดการลงทุนและเราทำควบคู่กับงานไปได้ด้วย อย่าเอาเงินไปลงทุนเพราะเศรษฐกิจบ้านเราช่วงนี้มันยังไม่ดี ลองมองตลาดออนไลน์ลองทำหลาย ๆ อย่าง แนะนำว่าถ้าเบื่องานเก่าจริง ๆ ให้ค่อย ๆ เริ่มทำงานใหม่โดยที่ไม่ต้องเอาตัวเราเข้าไปทำทุกวัน ถ้าชอบทำอาหารลองเปิดร้านขายอาหารที่เปิดแค่วันอาทิตย์อย่างเดียว ซึ่งต้องเป็นเมนูที่ไม่มีในท้องตลาด แล้วทำให้คนติดเพื่อรอให้ถึงวันอาทิตย์ และอีกงานที่น่าสนใจคืองานแบบ Affiliate กำลังเป็นที่นิยม ลองมองอาชีพแบบนี้ดู’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา20.00 – 23.00น. ทางรายการวิทยุEFM94และAppAtimeFung Fin

album
efm
-

-