แฟนผมเคยไปกินข้าว กับคนที่เขาเคยคอลเสียวด้วย ผมเลยเอาจีพีเอสไปติด เพราะว่าระแวงเขามาก! ตอนนี้ไม่ได้ติดแล้วครับ เพราะเราจะมา Set Zero ด้วยกันใหม่

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนผมเคยไปกินข้าว กับคนที่เขาเคยคอลเสียวด้วย ผมเลยเอาจีพีเอสไปติด เพราะว่าระแวงเขามาก! ตอนนี้ไม่ได้ติดแล้วครับ เพราะเราจะมา Set Zero ด้วยกันใหม่

09 ม.ค. 2026

แฟนผมเคยไปกินข้าว กับคนที่เขาเคยคอลเสียวด้วย

ผมเลยเอาจีพีเอสไปติด เพราะว่าระแวงเขามาก!

ตอนนี้ไม่ได้ติดแล้วครับ เพราะเราจะมา Set Zero ด้วยกันใหม่

 

        คุณบี (นามสมมติ) สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (7 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวกับ ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับเรื่องที่คุณเอ (แฟน) ได้แอบไปกินข้าวกับรุ่นน้องที่เคยคอลเสียวกัน แต่ตัวคุณบีไม่โอเคกับเรื่องนี้ จึงได้ทำการติด GPS ไว้ที่รถคุณเอ คุณเอไม่พอใจมาก จึงโทรเข้ามาขอคำปรึกษาในรายการเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา


ติดตามเรื่องราวก่อนหน้าได้ที่

        ล่าสุด คุณบี (นามสมมติ) ได้โทรเข้ามาอัปเดตว่า "แฟนเขามาสารภาพกับผม ตั้งแต่วันที่ผมจับได้ ผมก็ไปด่าเขาว่าทำไมทำแบบนี้ แล้วก็บอกเลิกเขาไป เขาก็เล่าว่าแค่ไปกินข้าว ผมก็เลยให้โอกาสเขา แล้วบอกว่าครั้งนี้จะเป็นโอกาสสุดท้าย ปัจจุบันผมก็จะมีไปแฮงค์เอาท์กับเพื่อนบ้าง แต่เป็นร้านนั่งชิล ผมจะชอบเป็นแนวนี้ แต่เขาก็เริ่มจะออกไปกับเพื่อนเขาบ้าง เมื่อก่อนเขาไม่ค่อยได้ไป แต่เขาอยากเรียนรู้ว่าจะเป็นยังไง เขาก็เริ่มออกไปกับกลุ่มเพื่อนเขา ผมก็ปล่อย ไม่ได้ห้าม แต่ถ้ามีเรื่องเมื่อไหร่ผมก็จบ

        ส่วน GPS นั้น ผมเอาออกตั้งแต่วันที่เขามาบอกผมแล้ว เพราะผมคิดว่าถ้าเขาไม่ชอบ ผมก็เอาออก ก่อนหน้านั้นมันร้าวจนเกือบจะแตกแล้ว ผมก็คิดว่าถ้าเรามานั่งระแวง มันก็ไม่มีความสุขสำหรับเราด้วย ผมไม่ชอบความรู้สึกที่ต้องมานั่งคิดว่า เขาไปไหนกับใครหรือเปล่า ผมก็คือปล่อยวางไปเลย แต่ถ้ามีเหตุการณ์อื่นในอนาคต ถ้าเขากล้าจะทำอีก ผมก็จะปล่อย ไม่เสียดายด้วย เพราะผมทำเต็มที่แล้ว"

        หลังจากที่ดีเจทั้งสามได้ฟังเรื่องราวก็เบาใจ และหวังว่าทั้งคุณเอและคุณบีจะครองรักได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง 

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

สามีของเพื่อนเรา ทักมาตื๊อ ขอมีอะไรด้วย เพราะภรรยาเขากำลังท้องอยู่ เราปฏิเสธไปแล้วหลายรอบ เค้าก็ทักมาไม่หยุด ตอนนี้กำลังลังเลว่าควรเอาแชทไปให้เพื่อนดู หรือ บอกเพื่อนดีไหม? แต่เขาก็กำลังท้องแก่อยู่ แล้วเราก็ไม่ค่อยสนิทกับเพื่อนคนนี้ด้วย

12 ก.ค. 2024

สามีของเพื่อนเรา ทักมาตื๊อ ขอมีอะไรด้วย เพราะภรรยาเขากำลังท้องอยู่ เราปฏิเสธไปแล้วหลายรอบ เค้าก็ทักมาไม่หยุด ตอนนี้กำลังลังเลว่าควรเอาแชทไปให้เพื่อนดู หรือ บอกเพื่อนดีไหม? แต่เขาก็กำลังท้องแก่อยู่ แล้วเราก็ไม่ค่อยสนิทกับเพื่อนคนนี้ด้วย

“คุณหนู (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 ก.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแฟนเพื่อนทักมาขอมีอะไรด้วย ทั้งๆที่เพื่อนเราท้องอยู่! โดย “คุณหนู (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘หนูรู้จักรุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่ง ชื่อ เอ (นามสมมุติ) ตั้งแต่มัธยม จนมหาลัยได้เรียนคณะเดียวกัน แต่คนละสาขา ซึ่งพี่เอเป็นรุ่นพี่ที่คอยรับน้อง หนูได้มีโอกาสเป็นคนคุยกับพี่เอตั้งแต่รับน้องจนถึงปี 2 ก็เลิกคุยกัน แล้วพี่เอก็ได้ไปคบกับเพื่อนร่วมรุ่นของหนู ชื่อว่า บี (นามสมมุติ) หนูไม่ได้สนิทกับบีมาก แต่ก็ได้ร่วมกิจกรรมกันหลายอย่าง จนเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน หลังจากเรียนจบ พี่เอ กับบี ก็แต่งงานกัน ทำธุรกิจร่วมกัน แล้วบีก็ได้ตั้งท้อง ซึ่งใครหลายๆคนอิจฉาคู่รักพี่เอและบีมาก เพราะพี่เอดูแลบีดีมากๆ พ่อแม่ของทั้ง 2 ฝ่ายก็ดีมากๆเหมือนกัน จนเมื่อต้นปีหนูมีโอกาสได้เจอพี่เออีกครั้ง เพราะเปิดธุรกิจใกล้ๆกัน หนูไปร้านพี่เอค่อนข้างบ่อยเพราะว่าเขาขายของกิน ทำให้ได้เจอทั้งพี่เอ บี และครอบครัวเขา จนพี่เอน่าจะเห็นหนูบ่อยๆก็เริ่มทักมาว่าเป็นยังไงว่าง ธุรกิจไปได้ดีไหม? จนเข้าสู่ช่วงที่เศรษฐกิจซบเซา เขาก็อยากปรึกษากับเรา ทักมาทางเฟซบุ๊ก แล้วก็ขอไลน์เราไป เขาบอกว่า “อยากปรึกษาเรื่องนี้กับเรา แต่คุยในเฟสไม่ได้ เดี๋ยวบีจะหึง” หนูไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าเขาคงไม่อยากให้แฟนเข้าใจผิด วันนั้นที่เขาทักมาคุย คือ วันที่หนูนัดกับเพื่อนไปเที่ยวร้านเหล้า แล้วหนูก็ถ่ายลงสตอรี่ เขาก็ทักมาว่า “เมามั้ย กลับยังไง?” หนูตอบว่า “ไม่เมา ถึงเมาก็มีเพื่อนกลับ” เขาก็ดึงดันว่าอยากจะพากลับให้ได้ ก็เลยรู้สึกว่าดูแปลกๆ แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนดีมากๆเลยไม่ได้คิดอะไร คงจะเเค่เป็นห่วง จนไม่กี่วันต่อมาเขาก็ทักมาคุยเรื่องธุรกิจอีก แล้วก็เริ่มลากเข้าเรื่อง 18+ ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะมานัดกับเรา เขาถามแบบกว้างๆ หนูก็ตอบทั่วๆไป ไม่ได้พิเศษอะไรแบบนั้น แต่พอเริ่มรู้สึกว่ามันเยอะ หนูก็บ่ายเบี่ยงไม่ตอบ พอเวลาผ่านไป เขาก็ขอนัดเพื่อจะมีอะไรกับเรา แต่เราปฏิเสธเพราะเขาก็มีภรรยาแล้ว แถมตั้งท้องใกล้คลอดแล้วด้วย แล้วก็เป็นเพื่อนเราอีก หลังจากนั้นก็ทักมาเดือนละ 1-2 ครั้ง ทั้งๆที่ลงโซเชียลรักแฟน เตรียมตัวเจอลูกที่กำลังจะคลอด ก็ยังทักมาหาหนูเรื่อยๆ แต่หนูไม่ตอบเขาเลย ก็จะมีเจอกันบ้างนานๆที ส่วนในโซเชียลเขาก็มาส่อง เข้ามาอะไรกับเราตลอด แต่กับแฟนเขาหนูไม่ค่อยได้คุยกัน แค่เป็นเพื่อนที่รู้จัก ไม่ได้สนิทมาก จริงๆแล้วหนูเป็นคนที่มีความสัมพันธ์ One night stand (ONS) หรือ Friend with benefits (FWB) บ่อยอยู่แล้ว ผ่านแอปพลิเคชั่นแต่ไม่ได้เปิดรูปตัวเอง หนูเลยสงสัยว่าเขารู้ได้ไง? เพราะเราไม่เคยคุยกับเขาหรือคนทั่วไปเลย หนูอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า หนูควรบอกบีดีไหมว่าแฟนเขาเป็นแบบนี้? มันจะไปกระทบลูกในท้องมั้ย? บอกไปจะมีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า? เพราะเขาแต่งงานกันแล้ว ผู้หญิงไม่ควรมาเจออะไรแบบนี้’ โดย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าไม่สนิท พี่ไม่บอก เพราะเราไม่รู้ว่าฝันเขามีปัญหาอะไรหรือเปล่า เขาอาจจะทำแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้วโดยที่ภรรยาของเขาอาจจะรู้หรือไม่รู้ อาจจะเป็นกรณีที่ภรรยาท้องไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ด้วยได้ ก็เลยออกไปแรดช่วงนี้ พี่ว่าไม่สนิทกัน พี่ว่าอยู่แยๆดีกว่า ถ้าเขาไปบอกด้วยความคาดเดาไม่ได้อย่างเช่นบอกแล้วจะยังไง เขาจะเครียดจนมีผลต่อลูกมั้ย แต่ถ้าตอนนี้ไม่ยุ่งกับผู้ชายแล้วอยู่ของเราเองมันก็จะควบคุมปัญหาที่หนูกังวลได้ แต่ถ้าอยากช่วยด้วยวิธีนี้ แล้วยอมรับผลที่ตามมาก็สิทธ์ของหนู แต่ถ้าไม่บอก แล้วสามียังคงเป็นแบบนี้ สักวันภรรยาก็ต้องรู้อยู่ดีแหล่ะ’ “ดีเจเผือก” ให้คำแนะนำในมุมมองของผู้ชายว่า ‘ยื่นคำขาดกับผู้ขายคนนี้ว่า “พอแล้ว ไม่ต้องส่งอะไรมาแล้ว ถ้ามีอีกเรื่องนี้ถึงหูภรรยาเธอเเน่” เราเตือนไปก่อน’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘เห็นด้วยกับพี่เผือก ถ้าไม่หยุดก็บอกเขาว่า “พี่หยุดพูดอะไรแบบนี้นะ หนูว่ามันไม่สมควร และมันอึดอัด คิดซะว่าที่ผ่านมาไม่เคยพูดอะไรแบบนี้ เดี๋ยวเราต้องเจอกันอีก ถ้าเป็นอย่างนี้อีกก็คงต้องบอกแฟนพี่จริงๆ” และเห็นด้วยกับพี่เติ้ลว่าถ้าไม่สนิทก็คงไม่บอก พอผู้หญิงท้องแล้ว จะยิ่งคิดมากเพราะฮอร์โมนด้วย มันก็เป็นที่ความซวยของเขาที่ได้ผัวแบบนี้ไป ผู้ชายมันไม่ได้ระบายอะเนอะ มันอยู่ที่สันดานคนแล้วแหล่ะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ทำงานกับหัวหน้าคนนี้มา 3-4 ปี เวลาทำงานเราไม่เคยสาย แต่หัวหน้าใหญ่นัดกินเลี้ยงพนักงานแต่ละฝ่ายที่บ้าน เป็นงานไม่ทางการ กิน ดื่ม กันชิลล์ๆ แผนกไหนไปก็ไป แต่วันงานเราไปงานเลทกว่าหัวหน้าแผนกเราไป 1 ชั่วโมง หัวหน้าแผนกเราโกรธมาก ไม่มองหน้า ไม่รับไหว้ ไม่โอเค

17 ต.ค. 2025

ทำงานกับหัวหน้าคนนี้มา 3-4 ปี เวลาทำงานเราไม่เคยสาย แต่หัวหน้าใหญ่นัดกินเลี้ยงพนักงานแต่ละฝ่ายที่บ้าน เป็นงานไม่ทางการ กิน ดื่ม กันชิลล์ๆ แผนกไหนไปก็ไป แต่วันงานเราไปงานเลทกว่าหัวหน้าแผนกเราไป 1 ชั่วโมง หัวหน้าแผนกเราโกรธมาก ไม่มองหน้า ไม่รับไหว้ ไม่โอเค

ทำงานกับหัวหน้าคนนี้มา 3-4 ปี เวลาทำงานเราไม่เคยสาย แต่หัวหน้าใหญ่นัดกินเลี้ยงพนักงานแต่ละฝ่ายที่บ้านเป็นงานไม่ทางการ กิน ดื่ม กันชิลล์ๆ แผนกไหนไปก็ไป แต่วันงานเราไปงานเลทกว่าหัวหน้าแผนกเราไป 1 ชั่วโมงหัวหน้าแผนกเราโกรธมาก ไม่มองหน้า ไม่รับไหว้ ไม่โอเค หัวหน้าแผนกรู้สึกเสียหน้ากับหัวหน้าใหญ่ ทั้งๆที่แผนกอื่นเขามากันไม่ครบ บางคนมาเลทกว่าหนูด้วยซ้ำ หนูไม่สบายใจเลยเปิดใจคุยกับหน้าหัวแผนกเรา หัวหน้าแผนกเราบอกว่า“ไม่ต้องมาขอโทษ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ พี่จะไม่รับเรามาทำงานตั้งแต่แรกเลย”ทุกวันนี้เขายังไม่โอเคกับหนูเลย หนูจะรับมือยังไงดี?? “คุณใหม่ (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี เป็นสายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [8 ต.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องหัวหน้าที่ทำงานโกรธเพราะเราไปงานเลี้ยงสาย 1 ชั่วโมงจนถึงขั้นบอกว่าไม่น่ารับเราเข้าทำงานเลย “คุณใหม่ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูทำงานอยู่ในบริษัทเอกชน ทำงานวันจันทร์-วันศุกร์ แล้วทางหัวหน้าก็มาขอความร่วมมือว่าวันเสาร์จะมีงานเลี้ยงของบริษัท เลี้ยงกันแค่เฉพาะบางแผนก ไม่ใช่เนื่องในโอกาสพิเศษอะไรแต่ก็อยากให้ไปกันทุกคนและหัวหน้าก็มีการนัดเวลาให้มากัน ซึ่งตัวหนูเองไม่ได้ตั้งใจจะไปสายแต่ด้วย Accident ต่าง ๆ ทั้งฝนตก น้ำท่วมและรถติด ทำให้หนูไปสายประมาณ 1 ชั่วโมงจากเวลาที่หัวหน้าอยากให้ไป แล้วทีนี้เราก็รู้ตัวว่าผิดเลยไปขอโทษ แต่เขาก็โกรธมาก ๆ จนไม่รับไหว้ ไม่คุยด้วย ไม่ออกมากินเลี้ยงด้วยกันแต่หนูก็เข้าใจว่า เออ เราก็ผิดแหละ พอวันจันทร์หนูไปทำงานปกติ หนูก็ยกมือไหว้เขาแต่เขาก็ยังไม่รับไหว้อยู่อีก ก็เลยทำให้หนูรู้สึกว่า เราผิดขนาดนั้นเลยเหรอ? หนูก็เลยใช้วิธีส่งข้อความไปขอโทษเขา เขาก็อ่านแต่ไม่ตอบ พอมาตอนเย็นหนูโทรไปเพราะอยากเคลียร์ใจ แต่เขาก็ตอบกลับมาว่าไม่ได้รู้สึกอยากยกโทษให้ รู้สึกผิดหวังมาก ๆ ไม่โอเค ถึงขั้นที่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะไม่รับหนูเข้าทำงาน เขาให้เหตุผลว่าเราไม่ได้ไปช่วยเขาเตรียมงานอยู่แล้ว ก็จะต้องไปเร็วนิดนึง ไม่อยากให้คนอื่นมองไม่ดีว่ามาเป็นแขกทำไมถึงสาย พอหนูอธิบายไปเขาก็บอกว่าอย่ามาโกหก บอกว่าหนูตั้งใจที่จะไปสาย ทั้งที่ตัวหนูกับหัวหน้าก็สนิทสนมกันในระดับหนึ่งและตั้งแต่ทำงานมาก็ไม่เคยเห็นเขาโกรธขนาดนี้ ทุกคนที่ไปช้ากว่าหนูก็โดนโกรธแบบเดียวกัน งานก็เป็นงานเลี้ยงปกติ ไปสร้างสรรค์กันไม่ได้มีลูกค้าพิเศษอะไร หนูเลยสงสัยว่าหนูผิดขนาดนั้นเลยเหรอคะ? แล้วหนูจะรับมือกับบรรยากาศน่าอึดอัดในที่ทำงานนี้ยังไง?’ เริ่มที่ “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ในที่สุดแล้ว ต่อให้เราตั้งคำถามไปก็เสียเวลา ทุกอย่างตอนนี้พี่รู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผลเลย ก็แค่ตอนนี้ทำในจุดของเราให้ดีที่สุดแล้วกัน วันนี้เราอาจจะไม่ได้บรรยากาศที่ดีเท่าไหร่เพราะมันมีเรื่องที่เราก็ยังงงอยู่เลยว่าทำไมต้องคุกกรุ่นขนาดนี้ และที่สำคัญก็คือบรรยากาศทั้งหมดมันไม่ได้โดนที่หนูคนเดียว เพราะเพื่อน ๆ ที่ไปสายในวันนั้นก็โดนเหมือนกัน พี่ว่าเขาก็ไม่ได้เป็นเจ้านายที่มีคุณสมบัติที่ดีนักในมุมนี้ เพราะพี่มีความรู้สึกว่าการเป็นผู้นำควรสร้างบรรยากาศในการทำงานให้ดี หรือแม้แต่เขาจะโกรธหนักขนาดนั้นก็ได้แต่เขาควรจะอธิบาย พี่รู้สึกว่าเขาดูโกรธเกินจริงไปมาก จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามทีแต่การเป็นหัวหน้าของเขาคือต้องสื่อสารให้เป็นและต้องรับฟัง เราควรจะเป็นทีมเดียวกัน ไม่ใช่แสดงอาการแบบนี้ ปัญหาก็ไม่ได้แก้ ยังไม่ต้องไปถึงขั้นแก้ปัญหาเพราะปัญหาคืออะไรเรายังไม่รู้เลย แต่ถ้าสมมติว่าเราทำงานในจุดที่ดีที่สุด เราจะไปขอโทษอีกครั้งก็ได้ ขอโทษเป็นสิทธิ์ของเรา ให้อภัยไหมคือสิทธิ์ของเขา ถ้าเขายังแบกเรื่องนี้เอาไว้ ผ่านไป 3 เดือนหรือ 4 เดือน ก็ให้เขาแบกต่อไปเพราะถือว่าเราผ่านเรื่องราวนั้นมาแล้วและเราก็กลับไปแก้อดีตไม่ได้ แค่ครั้งต่อไป ถ้ามันจะเกิดก็ให้เป็นบทเรียนของเรา ไม่ไปสายได้ก็ดีหรือถ้าสายก็ต้องสื่อสาร อุปนิสัยใด ๆ ของเขาก็ตามที่เราไม่ชอบ หรืออุปนิสัยใดที่เพื่อนร่วมงานทำแล้วเราไม่ชอบ บอกตัวเองไปเลยว่า “เราเปลี่ยนเขาไม่ได้หรอก” ในเมื่อเปลี่ยนไม่ได้ก็เลือกตกลงกับเขายังไงให้ทรมานใจน้อยที่สุดก็แล้วกัน’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘ก็รีแอคตามสถานการณ์ไปเลย ไม่ต้องไปค้นหาคำตอบแล้ว ไม่ต้องวอแวเรื่องขอโทษเขาอีก เราขอโทษไปแล้ว สถานการณ์มันจบไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว ใหม่ต้องยอมทำตามคนอื่นที่เขาบอกว่าไม่ต้องไปสนใจ ตราบใดที่มันไม่ได้กระทบการทำงาน แต่ถ้าเขายังคงงี่เง่า เช่น ถามงานแล้วไม่ช่วยและมันเป็นสิ่งที่เขาต้องทำในฐานะหัวหน้าแล้วเขาไม่ทำ พี่ว่าถ้ามันเริ่มบานปลายไม่จบไม่สิ้นก็อาจจะต้องแจ้งฝ่ายอื่น ๆ เรื่องการทำงานของเขา เราก็ผิดที่ไปสายแต่มันไม่ใช่ความผิดพลาดที่จะต้องมาพูดจาไม่ดีใส่กันและทำตัวไม่เป็นหัวหน้าที่ดี เขาไม่มืออาชีพ พี่ว่าอันนี้ก็ล้ำเส้นไป’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ผมเชื่อว่าเมื่อเราพยายามหาเหตุผลเพื่ออธิบายอะไรสักอย่างหนึ่ง แล้วเราหาไม่ได้นั่นแปลว่า “ช่างมันครับ” มันอาจจะไม่มีเหตุผลก็ได้ คนบางคนอาจจะใช้อารมณ์ขับเคลื่อน ก็ทำตัวมืออาชีพอย่างที่เราควรจะเป็น ถ้ามันไม่ได้กระทบการทำงานถึงขนาดที่ไปทำงานแล้วไม่มีความสุข ก็จงเป็นมืออาชีพต่อไป พิสูจน์ด้วยผลงาน สุดท้ายถ้าเขาไม่เลิกก็ให้เป็นทุกข์ของเขา ใช้ชีวิตตามปกติ อะไรที่ผิดปกติก็ให้อยู่กับความรู้สึกที่ผิดปกติไป’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา20.00 – 23.00น. ทางรายการวิทยุEFM94และAppAtimeFung Fin

โลกกลมเกิ๊นนน!! สาวสองโทรปรึกษา ไม่เชื่อในรักแท้ของ LGBTQ+ จนมาเจอผู้ชายคนนี้ ดีทุกอย่าง แล้วเขาก็นัดหนูไปกินข้าว และพาน้องชายมาด้วย สุดท้าย หนูจำได้ว่าน้องชายของเขา คือคนที่หนูเคยเล่นแอปด้วย และนัดมีอะไรกันมาหลายครั้งแล้ว...

03 เม.ย. 2023

โลกกลมเกิ๊นนน!! สาวสองโทรปรึกษา ไม่เชื่อในรักแท้ของ LGBTQ+ จนมาเจอผู้ชายคนนี้ ดีทุกอย่าง แล้วเขาก็นัดหนูไปกินข้าว และพาน้องชายมาด้วย สุดท้าย หนูจำได้ว่าน้องชายของเขา คือคนที่หนูเคยเล่นแอปด้วย และนัดมีอะไรกันมาหลายครั้งแล้ว...

“คุณไอซ์ (นามสมมุติ)” อายุ 30 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 มี.ค.66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม โดย “คุณไอซ์ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ขอท้าวความก่อนว่า หนูเป็นสาวประเภทสองและยังโสดอยู่ หนูไม่เชื่อเรื่องความรักเลยว่าจะเกิดขึ้นกับเพศทางเลือกหรือ LGBTQ อย่างหนู และหนูก็ใช้ชีวิตโสดมาเรื่อยๆ ถ้าเหงาก็มีการโหลดแอปหาคู่มาเล่นเพื่อคลายความเหงา แต่วันนึงความรักมันก็ได้เกิดขึ้นกับหนู ซึ่งหนูก็ได้เปิดใจให้ผู้ชายคนหนึ่ง เขาเป็นรุ่นพี่ที่ทำงาน เขาก็เข้ามาจีบ เหมือนเขาเป็นคนที่มาเปิดประตูหัวใจของหนู ทะลายกำแพงความโสดของเราลง ให้เรากล้าที่จะคบกับใครสักคนมากขึ้น และเรื่องราวมันก็ดีมาก คบกันมาเรื่อยๆ สักระยะนึง ตัวหนูเองจะเป็นคนไม่ถามเรื่องส่วนตัว เรื่องการเป็นอยู่อะไรต่างๆของฝั่งผู้ชายเลย คือหนูจะไม่ยุ่ง ไม่ไปสืบหาอะไรทั้งสิ้น หนูรู้แค่ว่าเขาดีกับหนู หนูดีกับเขา แต่พอระยะเวลานานเข้าเขาก็อยากให้หนูรู้จักกับทางบ้านเขา ก็เริ่มจากเขานัดหนูไปทานบุฟเฟ่ต์ที่ห้างกับน้องชายเขาก่อน พอไปถึงร้านบุฟเฟ่ต์ หนูเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน ผู้ชายคนนี้หนูรู้สึกคุ้นมาก แล้วเขาก็เดินมานั่งที่โต๊ะกับหนูกับแฟนของหนู หนูก็เลยรู้ว่า ผู้ชายคนนี้เป็นน้องชายของแฟน ซึ่งเขาเคยคุยกับหนูในแอพหาคู่และนัดเจอแล้วมีอะไรกัน ทั้งหนูและน้องชายเขาก็สตั้นกันไป ต่างคนต่างตกใจ น้องเขาก็ตกใจมากที่หนูเป็นแฟนพี่ชาย มันเหมือนเป็นละคร แต่ไม่ใช่ มันคือเรื่องจริง ที่เคยนัดมีอะไรกัน มันไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่เป็นตลอดระยะเวลาที่หนูโสด 1 – 2 เดือน ก่อนที่จะมาเจอพี่ชายของเขา หลังจากนั้น หนูก็เฟดตัวออกมาจากแฟนหนูเลย หนูไม่สามารถทำลายความรู้สึกของพี่เขาได้ เพราะเขาดีกับหนูมาก เขาไม่เคยทำให้หนูเสียใจ และหนูก็ไม่ได้มีการติดต่อกับน้องเขาด้วย มันก็เลยเป็นคำถามกับพี่เขาว่าเขาทำอะไรผิด ทำไมหนูถึงต้องเดินออกมาจากเขาทั้งๆที่เขาก็ OPEN ในเรื่องของการที่หนูเป็น LGBTQ เพราะเขาก็ไม่ได้รังเกียจอะไร เขาก็งงกับตัวเองว่าเขาทำอะไรผิด หนูก็เลยบอกเขาว่า พี่ไม่ผิด แต่เราน่าจะไม่เหมาะกันตอนนี้ผ่านมา 5 เดือนแล้ว แต่หนูกับพี่เขายังเป็นเพื่อนกันอยู่ในเฟซบุ๊ก ก็ยังมีการกดไลก์ให้กันอยู่ หนูก็เคยโพสต์ประมาณว่า ทำไมโชคชะตาไม่เข้าข้างเรา ทำไมเราเจอเรื่องดีๆ แล้วเราต้องมีเรื่องแบบนี้ ทำให้เราต้องเดินออกมา เขาก็มากดหน้าเศร้า ทุกวันนี้ก็ยังคิดถึงเขาอยู่ แต่เขาโทรมาหนูก็ตัดสายทิ้ง อยากถามพี่ๆว่าจากเหตุการณ์นี้ ถ้าหนูเดินออกมาจากเขาโดยที่หนูไม่ได้บอกเหตุผล ไม่บอกความจริง ไม่สามารถที่จะพูดความจริงในเรื่องนี้ให้เขาฟังได้ จนมันเป็นคำถามในใจเขา หนูผิดมั้ยหรือว่าหนูทำถูกแล้ว? 3 ดีเจก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เรื่องนี้ไม่มีใครผิด แต่มันเป็นเรื่องของความซวยจริงๆ ถ้าให้แนะนำอยากจะให้ไปบอกเหตุผลกับเขา เผื่อจะได้ เพราะถ้ามันไม่ได้ขึ้นมายังไงก็เสมอตัว อย่างน้อยเราและเขาก็จะได้มูฟออนเร็ว ไม่ค้างคาใจกัน ยังไงก็แยกย้ายกันเหมือนเดิม แต่ถ้าเกิดบอกไปแล้วเขาโอเคก็นัดเจอเขาข้างนอกได้ ไม่ต้องเข้าบ้านเขา ไม่ต้องไปเจอน้องเขา ถ้าคบกันรอดเราก็แยกออกมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน 2 คน แต่ถ้าคบกันแล้วไม่รอดก็แยกย้าย ที่แนะนำให้บอกเพราะไม่อยากให้สร้างปมหรือความรู้สึกแย่กับคนๆหนึ่งที่เขารู้สึกว่าไม่ดีตรงไหน ผิดอะไร เขาจะพยายามหาอะไรที่มันเป็นการโทษตัวเอง เราบอกเขาเพื่อให้เขารู้ว่าเขามีค่านะ แต่มันดันบังเอิญเกิดเรื่องไม่คาดคิดแบบนี้ขึ้นมา บางทีจากปัญหาที่เราแบกไว้ 100% เราอาจจะแบ่งไปให้เขา 50 ก็ได้ ที่เหลืออีก 50 ไปคิดต่อ แล้วถ้าช่วยกันคิดแล้วได้คำตอบว่าเราคงไปต่อกันไม่ได้จริงๆ คำตอบของไอซ์มันจะชัดเจนเลย ถ้าบอกเหตุผลมันจะชัดเจนกับความสัมพันธ์ของ 2 คนนี้เลยว่ามันจะไปในทิศทางไหนต่อ แล้วมันจะกลายเป็นว่า 2 คนจะช่วยกันเลือกทางของตัวเอง โดยที่ไม่ได้ทิ้งบาดแผลไว้ให้ใครข้างหลังไม่อยากให้คิดมาก ไม่ว่าไอซ์จะเลือกทางไหน บอกหรือไม่บอก ถ้าในอุดมคติการที่เราได้บอกอะไรโดยไม่ค้างคามันก็ดี แต่ในโลกความเป็นจริงมันก็มีบางเคสที่หนักใจเหลือเกินในการที่จะบอกแล้วก็เลือกที่จะหายไปเงียบๆ พอเวลาผ่านไปต่างคนต่างมีชีวิตของตัวเองวันนั้นจะรู้แค่ว่าเราอย่าไปรู้เลย จังหวะนั้นก็แค่ไม่ใช่ สุดท้ายเราจะเรียนรู้เองว่าถ้าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ เหตุผลมันเป็นแค่ส่วนประกอบก็เท่านั้นเอง...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนเก่า ทำให้หนูกลายเป็นคนมีปมเรื่องความรักไปเลย เพราะแฟนหนูไปแอบถ่ายพี่หนูอาบน้ำตอนนี้ หนูแต่งงานกับสามีใหม่แล้ว แต่หนูไม่ได้บอกเรื่องนี้เลย ทำให้หนูระแวงกลัวว่าแฟนจะมีพฤติกรรมแอบถ่ายคนอื่นแบบคนเก่าจะทำยังไงดี??

12 ธ.ค. 2025

แฟนเก่า ทำให้หนูกลายเป็นคนมีปมเรื่องความรักไปเลย เพราะแฟนหนูไปแอบถ่ายพี่หนูอาบน้ำตอนนี้ หนูแต่งงานกับสามีใหม่แล้ว แต่หนูไม่ได้บอกเรื่องนี้เลย ทำให้หนูระแวงกลัวว่าแฟนจะมีพฤติกรรมแอบถ่ายคนอื่นแบบคนเก่าจะทำยังไงดี??

แฟนเก่า ทำให้หนูกลายเป็นคนมีปมเรื่องความรักไปเลยพี่สาวหนูอาบน้ำอยู่แล้วเงยหน้าไปดู เห็นว่ามีมือถือแอบถ่ายสรุปว่าแฟนหนูไปแอบถ่ายพี่หนูอาบน้ำ นอกจากพี่สาวน้องสาวแท้ๆของแฟนเก่าก็โดน ญาติ คนรอบตัวเขาก็โดนหมดพอเลิกกันไป แฟนเก่าคนนี้ไปคบกับเพื่อนสนิทของหนูอีกตอนนี้ หนูแต่งงานกับสามีใหม่แล้ว แต่หนูไม่ได้บอกเรื่องนี้เลยทำให้หนูระแวงทุกครั้งที่สามีคุยกับเพื่อนหนู หนูก็จะไม่พอใจกลัวว่าเขาจะแอบคบกันเหมือนคนก่อน และ ก็กลัวว่าแฟนจะมีพฤติกรรมแอบถ่ายคนอื่นแบบคนเก่าจะทำยังไงดี?? “คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี เป็นสายแรกที่โทรเข้ามาในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาแฟนเก่าแอบถ่ายคลิปพี่สาว แม้จะเลิกกันไปแล้วแต่ก็รู้สึกผิดมาก “คุณเอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เรื่องนี้เกิดขึ้นประมาณ 4 ปีที่แล้ว ตอนนั้นหนูคบกับแฟนมาได้ประมาณ 3 ปี เขาเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนเดียวกัน แล้วเขามีปัญหาทะเลาะกับที่บ้านบ่อย โดยเฉพาะกับแม่ เขาเป็นพี่คนโต แล้วแม่เขาเหมือนกลัวว่ามีแฟนแล้วจะสนใจครอบครัวน้อยลง เลยทำให้แม่เขาไม่ชอบหนูหนักมาก ถึงขั้นตามมาด่าพ่อแม่หนูถึงที่บ้าน รุนแรงถึงขั้นสุดท้ายแม่เขาไล่เขาออกจากบ้าน พ่อกับแม่หนูเห็นว่าเขาดีกับหนูมาก ก็เลยให้เขามาอยู่ด้วย แต่ก็แยกบ้านกันคนละหลัง มีวันหนึ่งหลังทานข้าวกับครอบครัวเสร็จ พี่สาวหนูขอตัวไปอาบน้ำก่อน ห้องน้ำบ้านหนูเป็นแบบกำแพงปูนสูง ๆ มีสองห้องติดกัน แล้วมีช่องด้านบนโล่ง ๆ หน่อย ตอนที่พี่สาวอาบน้ำอยู่ เขาเงยขึ้นไปเห็นเสื้อของแฟนหนูพาดบนกำแพง แล้วก็เห็นมือถือที่ยื่นขึ้นมาในท่าทางเหมือนกำลังแอบถ่ายอยู่ พี่สาวหนูตกใจมาก รีบคลุมผ้าออกมาจากห้องน้ำ พี่สาวมาถามหนูว่า ‘เคสโทรศัพท์แฟนสีอะไร?’ หนูก็ตอบว่า ‘สีดำ’ แล้วก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จนพี่สาวพาหนูกลับไปดูที่ห้องน้ำ หนูเห็นเสื้อของแฟนพาดอยู่จริง ๆ หนูเลยให้พี่สาวไปพักก่อน เพราะตอนนั้นเขาเสียขวัญมาก ส่วนหนูเดินไปเรียกแฟนออกมาจากห้องน้ำ เขาอยู่นานมาก และพอออกมาก็สั่นเหมือนคนทำอะไรผิด หนูเลยขอดูโทรศัพท์ ซึ่งตอนนั้นไม่มีคลิปอะไรแล้ว หนูเลยเก็บโทรศัพท์ไว้กับพี่สาวเพื่อจะเอาไปให้ร้านเช็คในตอนเช้า คืนนั้นหนูให้น้า คอยเฝ้าแฟนไว้เพราะกลัวว่าเขาจะทำอะไรแปลก ๆ น้าบอกว่าเขานอนไม่ได้ทั้งคืน เดินไปเดินมาเหมือนคนกลัวมาก จนเช้าวันถัดมาเขาป่วย หนูเลยพาไปโรงพยาบาลและเขาขอให้หนูพากลับไปส่งที่บ้านเขา พอหนูไปส่งเขาเสร็จกลับมาถึงบ้านตัวเอง พี่สาวก็เปิดคลิปที่ร้านโทรศัพท์กู้คืนมาให้ดู เป็นหลักฐานชัด ๆ ว่าเขาแอบถ่ายพี่สาวหนูจริง ๆ หนูช็อกมาก เพราะคนนึงก็แฟน อีกคนก็พี่ของตัวเอง หนูกลัวมาก เลยขอให้พี่สาวตัวเองอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ หลังจากนั้นหนูขับไปที่บ้านเขาอีกรอบเพื่อมาเคลียร์เรื่องนี้กับเขา แต่เขามีอาการเหมือนคนเสียสติไปแล้ว ทั้งถอดสายน้ำเกลือ ขว้างของ และพยายามทำร้ายหนู หนูเลยเอาเรื่องนี้มาคุยกับญาติของเขาและมานั่งนึกก็รู้สึกแปลกใจว่าเมื่อตอนคบกันแรก ๆ เคยเห็นคลิปคล้าย ๆ แบบนี้ในมือถือเขาแล้ว แต่เป็นคลิปคุณอาของเขาที่โดนแอบถ่าย ตอนแรกหนูคิดว่าเป็นคลิปทั่วไป เพราะหน้าไม่ชัด เขาก็บอกว่าเป็นแฟนเพื่อนถ่ายเล่นกัน จนตอนหลังมารู้ว่าน้องสาวแท้ ๆ ของเขาก็เคยโดนถ่ายเหมือนกัน… หนูเลยตัดสินใจเลิก แต่ตอนนี้หนูแต่งงานแล้ว สามีดีมาก เราเข้ากันได้ดีทั้งคู่และครอบครัว ถึงจะคบกันไม่นานก่อนจะแต่ง แต่ความสัมพันธ์มั่นคงและอบอุ่นมากจริง ๆ แต่เรื่องในอดีตมันกลายเป็นปมในใจหนูไปแล้ว เวลาสามีคุยกับเพื่อนผู้หญิง หนูก็จะคิดลบ คิดมาก จนต้องกินยาช่วยไม่ให้จิตใจพัง บางทีหนูยังไม่อยากกลับบ้าน เพราะพอเห็นหน้าพี่สาว ก็จะนึกถึงเหตุการณ์วันนั้นขึ้นมาอีก ทั้งที่สามีไม่ได้ทำอะไรผิดเลย กลายเป็นหนูที่หงุดหงิดใส่เขาเฉย ๆ หนูยังไม่กล้าเล่าเรื่องทั้งหมดนี้ให้สามีฟังด้วย เพราะมองว่าเรื่องมันหนักมาก ไม่อยากเอาความเครียดนี้ไปให้สามีต้องรับรู้ เลยมาถามว่า…หนูควรทำยังไงดี หนูไม่อยากเอาปมนี้ไปทำร้ายสามีของหนูอีกแล้ว’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเราอยากจะแบกความเครียดไว้คนเดียวเพื่อคนที่เรารัก มันไม่ผิดนะ ถ้าเราแบกรับไหวและไม่กระทบกับคนรอบตัว ถ้ากับสามีคนนี้ เราตกลงว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว พี่เชื่อว่าเราสามารถเล่าให้เขาฟังได้นะ ยิ่งเป็นเรื่องในใจที่ส่งผลกับชีวิตคู่ในปัจจุบันเป็นพี่ก็จะคุยเรื่องนี้กับเขา ถ้าสามีเอเป็นคนดีแบบที่เล่าจริง พี่เชื่อว่าเขาจะเข้าใจและช่วยหาวิิิธีที่ทำให้เอค่อย ๆ ดีขึ้น การที่เรามีคนอยู่ข้าง ๆ กับเรื่องที่มันหนักมากพี่ว่ามันดีกว่าอยู่แล้ว ทั้งหมดนี้ควบคู่ไปกับการปรึกษาจิตแพทย์ได้ เชื่อว่าคุณหมอจะมีวิธีการรักษา จัดการกับความคิดที่ยังจดจำเรื่องเดิม ๆ อยู่’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘เคยได้ยินประโยคนี้ไหม อย่าเอาอดีตมากรีดปัจจุบัน วันนี้ถ้าเอรู้สึกว่าเจอคนที่ดีแล้ว เอต้องรักษาเขาไว้ มันเป็นเรื่องของความไว้ใจเพราะงั้นเราต้องมาแก้ไขปัญหานี้ด้วยกัน จริง ๆ เขาอาจจะคิดว่า ฉันไม่ได้คิดอะไร ฉันนั่งกับใครก็ได้ แต่ถ้าเขารับรู้ปมนี้ของเอ เขาจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเอ เพราะงั้นบอกสิ่งที่อยู่ในใจเรา เพื่อให้เขาสร้างความมั่นใจช่วยเหลือไปกับเรา แต่ในส่วนของเอ เอต้องคิดเสมอว่าเราเจอคนดีแล้ว หน้าที่คือต้องรักษาเขาให้ดี ทำให้เขาอยู่กับเราและสบายใจมากที่สุด’ และสุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘พี่เป็นคนนอก พี่ฟังเรื่องนี้พี่ยังเห็นใจที่โดนกระทำจากแฟนเก่า อย่าคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เล่าแล้วจะยิ่งทำให้เขาทุกข์ใจ พี่ว่าเขาจะเข้าใจและเห็นใจเอนะ เขาจะได้รับรู้เรื่องที่มันเกิดขึ้นที่ส่งผลกระทบอะไรต่อชีวิตคู่ของเราตอนนี้ แล้วอีกอย่างเอไม่ได้เป็นคนทำ เอเป็นเหยื่อ และซึ่งตอนนี้แต่งงานแล้ว เขาคือคนที่จะต้องอยู่ทุกช่วงเวลาของเราทั้งร้ายและดี และเรื่องสุดท้ายที่พี่จะบอกคือเอต้องไปคุยกับนักจิตบำบัด พี่ว่าสิ่งที่เจอมันอาจจะรุนแรงและฝั่งลึก คำแนะนำพวกพี่อาจจะช่วยเอมากไม่ได้ เอต้องต้องไปคุยแบบลึกซึ้งเลยว่าจะแก้ปัญหานี้ยังไง นักจิตบำบัดจะช่วยเอได้แน่นอน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-