แฟนผมเคยไปกินข้าว กับคนที่เขาเคยคอลเสียวด้วย ผมเลยเอาจีพีเอสไปติด เพราะว่าระแวงเขามาก! ตอนนี้ไม่ได้ติดแล้วครับ เพราะเราจะมา Set Zero ด้วยกันใหม่

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนผมเคยไปกินข้าว กับคนที่เขาเคยคอลเสียวด้วย ผมเลยเอาจีพีเอสไปติด เพราะว่าระแวงเขามาก! ตอนนี้ไม่ได้ติดแล้วครับ เพราะเราจะมา Set Zero ด้วยกันใหม่

09 ม.ค. 2026

แฟนผมเคยไปกินข้าว กับคนที่เขาเคยคอลเสียวด้วย

ผมเลยเอาจีพีเอสไปติด เพราะว่าระแวงเขามาก!

ตอนนี้ไม่ได้ติดแล้วครับ เพราะเราจะมา Set Zero ด้วยกันใหม่

 

        คุณบี (นามสมมติ) สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (7 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวกับ ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับเรื่องที่คุณเอ (แฟน) ได้แอบไปกินข้าวกับรุ่นน้องที่เคยคอลเสียวกัน แต่ตัวคุณบีไม่โอเคกับเรื่องนี้ จึงได้ทำการติด GPS ไว้ที่รถคุณเอ คุณเอไม่พอใจมาก จึงโทรเข้ามาขอคำปรึกษาในรายการเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา


ติดตามเรื่องราวก่อนหน้าได้ที่

        ล่าสุด คุณบี (นามสมมติ) ได้โทรเข้ามาอัปเดตว่า "แฟนเขามาสารภาพกับผม ตั้งแต่วันที่ผมจับได้ ผมก็ไปด่าเขาว่าทำไมทำแบบนี้ แล้วก็บอกเลิกเขาไป เขาก็เล่าว่าแค่ไปกินข้าว ผมก็เลยให้โอกาสเขา แล้วบอกว่าครั้งนี้จะเป็นโอกาสสุดท้าย ปัจจุบันผมก็จะมีไปแฮงค์เอาท์กับเพื่อนบ้าง แต่เป็นร้านนั่งชิล ผมจะชอบเป็นแนวนี้ แต่เขาก็เริ่มจะออกไปกับเพื่อนเขาบ้าง เมื่อก่อนเขาไม่ค่อยได้ไป แต่เขาอยากเรียนรู้ว่าจะเป็นยังไง เขาก็เริ่มออกไปกับกลุ่มเพื่อนเขา ผมก็ปล่อย ไม่ได้ห้าม แต่ถ้ามีเรื่องเมื่อไหร่ผมก็จบ

        ส่วน GPS นั้น ผมเอาออกตั้งแต่วันที่เขามาบอกผมแล้ว เพราะผมคิดว่าถ้าเขาไม่ชอบ ผมก็เอาออก ก่อนหน้านั้นมันร้าวจนเกือบจะแตกแล้ว ผมก็คิดว่าถ้าเรามานั่งระแวง มันก็ไม่มีความสุขสำหรับเราด้วย ผมไม่ชอบความรู้สึกที่ต้องมานั่งคิดว่า เขาไปไหนกับใครหรือเปล่า ผมก็คือปล่อยวางไปเลย แต่ถ้ามีเหตุการณ์อื่นในอนาคต ถ้าเขากล้าจะทำอีก ผมก็จะปล่อย ไม่เสียดายด้วย เพราะผมทำเต็มที่แล้ว"

        หลังจากที่ดีเจทั้งสามได้ฟังเรื่องราวก็เบาใจ และหวังว่าทั้งคุณเอและคุณบีจะครองรักได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง 

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เพื่อนชอบเล่าเรื่องที่ไปเป็นชู้กับคนอื่นให้ฟัง บอกว่าตัวเองมีดวงดึงดูดคนมีเจ้าของ เรารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ไม่อยากฟัง เลยอยากถามว่าจะพูดปฏิเสธยังไงดีคะ

20 ก.พ. 2026

เพื่อนชอบเล่าเรื่องที่ไปเป็นชู้กับคนอื่นให้ฟัง บอกว่าตัวเองมีดวงดึงดูดคนมีเจ้าของ เรารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ไม่อยากฟัง เลยอยากถามว่าจะพูดปฏิเสธยังไงดีคะ

เพื่อนชอบเล่าเรื่องที่ไปเป็นชู้กับคนอื่นให้ฟังบอกว่าตัวเองมีดวงดึงดูดคนมีเจ้าของเรารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ไม่อยากฟังเลยอยากถามว่าจะพูดปฏิเสธยังไงดีคะ ‘คุณบีม (นามสมมุติ)’ สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 มกราคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกลือ’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นอยากเลิกยุ่งกับเพื่อนที่ชอบไปเป็นมือที่สามของคนอื่น ‘คุณบีม (นามสมมุติ)’ อายุ 34 ปี ได้เล่าว่า เมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว เธอมีเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน ซึ่งเป็นรุ่นน้องและค่อนข้างสนิท ให้นามสมมติว่า 'เอ' แต่อยู่ด้วยกันได้ 3 ปี ก็ลาออกและแยกย้ายกัน แต่ระหว่างที่ไม่ได้ทำงานที่เดียวกันแล้ว ก็ยังคงติดต่อกัน ไปเที่ยวด้วยกัน และมาพักที่หอของเธอบ่อย ๆ เอนั้นมีสามีและลูกแล้ว ซึ่งคุณบีมรู้ว่าตลอดเวลาที่เอยังคบกับแฟน เอก็แอบคุยกับผู้ชายคนอื่นด้วย แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไร และเมื่อทำงานเยอะขึ้นก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกันสักพัก รู้เรื่องอีกทีก็ตอนที่เอได้เลิกกับแฟนไปแล้ว และย้ายมาอยู่หอใกล้กับคุณบีม ไม่นานเอก็มีแฟนใหม่ ซึ่งครั้งนี้ มีสถานะเป็นมือที่สาม เอเองก็รู้ว่าไม่ดี แต่ก็บอกว่า แค่คบเล่น ๆ และเอเป็นคนที่มีแรงดึงดูดกับคนมีเจ้าของ ต้องไปเป็นชู้ตลอด คุณบีมบอกอะไรเอก็ไม่ฟัง เพราะเอรู้ตัวเองอยู่แล้วว่าทำอะไรอยู่ ระหว่างนั้นพวกเธอก็แยกย้ายกันทำงาน แต่คุณบีมก็ยังเห็นว่าเอยังคงเที่ยวเล่นต่างจังหวัดอยู่ ไม่รู้ว่าได้ทำงานหรือเปล่า แต่ก็เข้าใจได้ว่าน่าจะมีคนเลี้ยง ซึ่งก็ไม่ได้คบจริงจัง หลังจากนั้นก็รู้อีกว่าเอยังคุยกับคนอื่นอยู่ด้วย แต่คุณบีมก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่รับไม่ได้ที่เอไปเป็นเมียน้อยคนอื่นแบบที่ไม่รู้สึกผิดเลย จึงไม่อยากติดต่อด้วย และพยายามไม่สนใจ เมินข้อความจากเพื่อนที่พยายามทักหาเธอตลอดเป็นเวลาประมาณ 3 ปี คุณบีมเห็นข้อความเหล่านั้น แต่ไม่อยากตอบ เอก็ยังทักมาซ้ำว่า “ทำไมไม่ตอบ” เหมือนจะไม่รู้ตัวว่าคุณบีมไม่ชอบ แต่เมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา คุณบีมเผลอไปกดดูสตอรี่ในโซเชียลของเอ เป็นสตอรี่ที่ลงคู่กับแฟน ซึ่งเอยังคงเป็นเมียน้อย เอจึงแคปหน้าจอที่แสดงให้เห็นว่าคุณบีมเข้าไปชมสตอรี่ และทักมาถามว่า “อยู่ไหน ส่งโลให้หน่อย” คุณบีมที่พยายามเมินข้อความมาเป็นเวลานาน ตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้ จึงส่งโลเคชั่นที่ทำงานให้ ทั้งสองจึงได้ไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน และก็เป็นอย่างทุกครั้งที่คุยกัน เอได้เล่าเรื่องที่ไปเป็นมือที่สามให้ฟัง โดยเล่าว่า เป็นเมียน้อยคนจีน เป็นมา 3 ปี ก่อนที่คนนั้นจะกลับไปแต่งงานกับแฟนตัวจริงที่จีน ทั้งคู่จึงเลิกกัน หลังจากนั้นเอก็มาเป็นเมียน้อยของแฟนคนปัจจุบันได้เกือบปีแล้ว และได้รับเงินค่าเลี้ยงดูเดือนละแสน ตอนแรกที่ตกลงกันผู้ชายไม่ยอม แต่ไม่รู้คุยกันยังไง ผู้ชายก็ยอมตกลง และเอยังบอกอีกว่า ตอนคบกับคนจีน ซึ่งเป็นจีนเทา เขาก็ให้เดือนละแสน เคยได้จับเงินล้านด้วย จึงได้ส่งเงินไปให้พ่อแม่สร้างบ้าน เพื่อนของเอก็เป็นเด็กเสี่ย มีคนเลี้ยงใช้ชีวิตสบายทุกคน คุณบีมไม่อยากรับรู้เรื่องเหล่านี้ แต่ไม่กล้าปฏิเสธ เพราะกลัวเพื่อนเสียใจ และก็สนิทกัน รู้จักกันมานาน เอก็เป็นเพื่อนที่ดี เพียงแต่คุณบีมไม่ชอบพฤติกรรมที่มักจะไปเป็นมือที่สามของคนอื่นแบบนี้ เอรู้ตัวว่าทำอะไรอยู่แต่ก็คิดถึงแค่เงินอย่างเดียว แม้คุณบีมจะไม่เคยบอกเอไปตรง ๆ ว่ามันไม่ดี แต่ถ้าจะหายไป หรือบล็อกไปเฉย ๆ โดยไม่ได้บอกอะไร ก็กลัวว่าเอจะมาตามถึงออฟฟิศหรือมาที่หอ เพราะปกติเอก็ทำแบบนี้ตลอด หรือจะแกล้งเมินข้อความต่อไปก็ทำให้คุณบีมไม่กล้าโพสต์หรือเคลื่อนไหวในโซเชียล กลัวเอจะหาว่าออนไลน์อยู่ทำไมไม่ตอบแชท จึงอยากปรึกษาพี่ ๆ ดีเจ ว่า จะพูดปฏิเสธเพื่อนอย่างไรดี เริ่มที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำแนะนำว่า "พี่เป็นคนที่พูดตรง ๆ กับเพื่อนได้หมดเลย พี่คงพูดว่า เธอ ช่วงนี้ ไอสิ่งที่เธอเป็นอยู่ สำหรับในมุมมองเรา เรามองว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดว่ะ กลายเป็นว่าตอนนี้เคมีเรามันเริ่มไม่เข้ากัน และฉันไม่สบายใจที่จะคุยกับเธอเลย ฉันอึดอัด เพราะมันเป็นเรื่องที่ฉันอาจจะถือนะ ฉันไม่ค่อยชอบ เอาเป็นว่าถ้าแกยังใช้ชีวิตแบบนี้อยู่ เราเฟดออกจากกันก่อนดีกว่า วันไหนที่เธอกลับมาใช้ชีวิตแบบที่ถูกต้อง ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ค่อยทักมาหาฉัน ฉันยังอยู่ตรงนี้ ยังเป็นเพื่อนเธอ" ต่อด้วย ‘ดีเจเกลือ’ พูดว่า "หลักการพูดตรง ๆ แบบไม่ให้เกิดการปะทะ คือพูดถึงความรู้สึกตัวเอง แบบไม่ตัดสิน แน่นอนว่าเพื่อนเขาก็รู้ว่าตัวเองทำอะไร รู้ว่าตัวเขาเองก็ทำผิด แต่มนุษย์เราก็ยังเลือกทางที่คิดว่าดีกับตัวเองที่สุด ฉนั้น บอกแค่ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาเรารู้สึกอย่างไร และมันรบกวนจิตใจเรามาก เธอเลือกแบบนี้ แต่ฉันรู้สึกแบบนี้ ฉันคิดว่ามันจะสบายใจกว่าถ้าเราไม่ได้คุยกัน และอย่างที่หอมบอก ถ้าวันหนึ่งเธอเลิกทำแบบนี้แล้ว ฉันก็ยังเป็นเพื่อนเธออยู่ แต่ว่าในฐานะเพื่อนที่รู้สึกว่าเราอยากยืนข้างความถูกต้อง เราขอเลือกแบบนี้ อย่าแคร์ความรู้สึกเพื่อนมาก ให้แคร์ตัวเองก่อน มันถึงขั้นที่ทำให้คุณบีมไม่กล้าเคลื่อนไหวในโซเชียล ก็ดูลำบากไป" ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ แนะนำว่า "ไม่ต้องพูดดีกว่า แค่ซ่อนเขาออกไปจากโซเชียล แต่ถ้าเพื่อนตามไปที่บริษัท หรือที่หอจริง ๆ ค่อย เลือกที่จะพูดตรง ๆ ว่า ขอโทษด้วยตลอดเวลาที่ผ่านมา เราไม่โอเคที่เธอเป็นเมียน้อยคนอื่น เราขอให้เธอไม่ต้องมายุ่งกับเราอีก เราไม่สบายใจ เราอึดอัดมาก เรารู้จักกันแค่นี้และจบเถอะ" ‘ดีเจเกลือ’ เสริมอีกว่า ‘คุณบีมมีวิธีการรับมือกับปัญหาแบบยอมตาม การแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้บ่อย ๆ จะทำให้คุณเจอแต่ความทุกข์นะครับ ต้องฝึกตัวเองที่จะเข้มแข็งยืนหยัดที่จะพูดถึงความรู้สึกตัวเองให้ได้นะครับ’เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมอายุ 28 ปี ไม่เคยจีบใคร และ ไม่เคยมีใครมาจีบเลย จนตอนนี้ ผมไปเจอกับผู้หญิงคนนึง เขาตั้งปณิธานกับตัวเองว่าจะทำอะไร ไปไหนคนเดียว ชีวิตนี้จะไม่รักใครแล้ว ผมได้ยินแบบนี้ เลยกังวลว่า เราจะคุยกับผู้หญิงที่ ตั้งกำแพงตัวเองไว้สูงแบบนี้ยังไงดีครับ??

06 ธ.ค. 2025

ผมอายุ 28 ปี ไม่เคยจีบใคร และ ไม่เคยมีใครมาจีบเลย จนตอนนี้ ผมไปเจอกับผู้หญิงคนนึง เขาตั้งปณิธานกับตัวเองว่าจะทำอะไร ไปไหนคนเดียว ชีวิตนี้จะไม่รักใครแล้ว ผมได้ยินแบบนี้ เลยกังวลว่า เราจะคุยกับผู้หญิงที่ ตั้งกำแพงตัวเองไว้สูงแบบนี้ยังไงดีครับ??

ผมอายุ 28 ปี ชีวิตนี้ที่ผ่านมา ตั้งใจเรียน ทำงาน หาเงินมาตลอดไม่เคยจีบใคร และ ไม่เคยมีใครมาจีบเลยจนตอนนี้ ผมไปเจอกับผู้หญิงคนนึงใน TIKTOKเขาตรงสเปคผมมาก จนเราได้ ADD FACEBOOK คุยกันผมเขิน เราได้วิดีโอคอลคุยกันแล้วแต่เป็นผมเองที่ทำตัวไม่ถูกว่าจะชวนคุยอะไรยังไงแต่เขาก็เปิดใจเล่าให้เราฟังว่า รักที่ผ่านมา 3 ครั้งของเขาเสียใจมาตลอด เขาเลยตั้งปณิธานกับตัวเองว่าจะทำอะไรไปไหนคนเดียว ชีวิตนี้จะไม่รักใครแล้วผมได้ยินแบบนี้ เลยกังวลว่า เราจะคุยกับผู้หญิงที่ตั้งกำแพงตัวเองไว้สูงแบบนี้ยังไงดีครับ?? “คุณดิน (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (3 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับเรื่องที่ไม่เคยมีแฟนหรือความรักมาก่อน และอยากจะจีบผู้หญิง แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร? โดย “คุณดิน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมอายุ 28 ปี ยังไม่เคยมีแฟนเลย เล่น TikTok แล้วได้ไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง เขาอายุใกล้ ๆ กัน แล้วก็ยังไม่มีแฟน เขาค่อนข้างดังมาก ผมก็เลยรู้สึกว่าคนนี้ตรงสเปคหมดเลย น่ารักดีทุกอย่างโอเคมากเลย ดูเป็นคนดี แต่เหมือนเขาบอกไว้ว่าเขาอกหักมาโดยตลอด แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไร เพราะผมไม่ได้รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว ผ่านไป 6 - 7 เดือน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ Facebook แนะนำ Mutual Friend ขึ้นมาเป็นเขา ผมเลยกดแอดไป ปรากฏว่าเขารับ ผมเลยลองทักไปแล้วเขาก็ตอบ เราคุยกันมาได้เกือบ 2 อาทิตย์ แต่ด้วยความที่ผมไม่เคยมีความรัก ผมจีบใครไม่เป็นเลย ผมไม่มั่นใจในตัวเองด้วย เพราะไม่เคยมีใครเข้ามาจีบ หรือผมไปจีบใครเลย เขาก็ถามผมว่าจีบเขาหรอ ผมก็บอกเขาไปตามตรงว่าจีบ แต่เขาก็บอกว่าแน่ใจหรือเปล่า เขาเคยเฮิร์ทมา แล้วตั้งปฏิญาณกับตัวเองว่า เขาไม่อยากมีใครแล้ว จะอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิต เขารับปากอะไรไม่ได้ แต่สุดท้ายก็คุยกันมาเรื่อย ๆ ได้ประมาณ 2 อาทิตย์ ผมก็ไม่ได้เร่งรีบ แต่ลึก ๆ ก็กลัวเสียใจเหมือนกัน ผมมองว่าอย่างน้อยเสียใจกับคนดี ก็คงจะมีความเสี่ยงน้อยกว่า อย่างน้อยเขาก็ไม่เจ้าชู้ คือเขาเป็นหมอโปรไฟล์ค่อนข้างดี แต่เขาอยู่ต่างจังหวัด ผมก็กังวลเพราะผมอยู่กรุงเทพ ก็มีวิดีโอคอลคุยกันบ้าง เขากดโทรมาตอนดึก เพราะเขาไม่เชื่อว่าผมโสด ล่าสุดจะมีนัดเจอกัน เขาเที่ยวคนเดียวตลอด รอบนี้เขาจะบินไปต่างประเทศ เลยได้นัดกินข้าวกันก่อนเฉย ๆ ปัญหาของดินวันนี้ที่อยากปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ “ผมไม่รู้ดีลกับมันยังไง? ถ้าสุดท้ายแล้วผมกับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ไปกันต่อ” และอยากได้ความมั่นใจ’ เริ่มด้วย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าผู้หญิงบอกว่าเขาไม่คิดจะมีใครไปตลอดชีวิต เขาพูดเพื่อดูเรา เขายังอยู่ในช่วงเลือก ฉะนั้นดินต้องไม่เข้าไปแบบสุดตัว หรือว่าเทหมดหน้าตัก เขาอาจจะรู้สึกอึดอัด ลองทำความรู้จักกันไปก่อน ผู้หญิงอยู่กับใครแล้วหัวเราะได้มากที่สุด นั่นคือความสบายใจ ถ้าอกหักก็แค่เจ็บ ยังไงต้องลุยไปก่อน รู้ไว้เลยว่าทุกครั้งที่อกหัก ครั้งแรกเจ็บเสมอ เผื่อใจไว้ด้วยเพราะ 2 อาทิตย์ แต่เรามีหน้าที่ทำให้เต็มที่ เป็นธรรมชาติของตัวก็พอ ถ้าไม่เวิร์คก็แค่เลิก ดินอย่าไปกลัวการเลิกกัน เราไปให้เขาดูตัว เราก็มีสิทธิ์ดูตัวเขาเหมือนกัน จำไว้นะชีวิตยังต้องเจ็บอีกเยอะ’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ดินจะเจ็บสำหรับครั้งนี้ ถ้าดินไม่มีคนนี้เป็นคนแรกให้ดินได้เจ็บ แล้วจะมีคนต่อ ๆ ไปได้ยังไง มันเป็นเรื่องปกติมาก มันมีแค่ 2 ทางเลือกคือ ‘เจ็บ’ กับ ‘สมหวัง’ จากโปรไฟล์ดิน ถ้าลองไปใช้บริการหาคู่ที่เป็นเรื่องเป็นราว ยังไงก็มีคนเข้ามาหาดินแน่นอน แต่ดินไปคิดว่าตัวเองดีไม่พอ แล้วไปเปิดทุกอย่างให้เขาได้รับรู้ ซึ่งถ้าเขาเป็นคนดีก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้าเขาเป็นคนไม่ดี รอได้เลยเขาจะเล่นกับหัวใจดิน เพราะสิ่งที่เขาทำมาถึงตอนนี้ บอกว่าตัวเองไม่อยากมีแฟน ไม่อยากมีใคร แต่เขารับแอดดิน วิดีโอคอลมาเพื่อเช็คว่าอยู่คนเดียวหรือเปล่า เขากำลังบริหารเสน่ห์ ดินอย่าไปด้อยค่าตัวเอง เพียงเพราะแค่อยากให้คน ๆ หนึ่งหันมามอง เรื่องของความรักบางทีมันต้องมีจังหวะ อันไหนต้องเร่ง ต้องผ่อน บางทีเดินหน้าอย่างเดียว มันไม่เวิร์คสำหรับความรัก ประสบการณ์มันจะสอนดินเอง เราต้องตอบตัวเองว่าเราดีพอไหม ไม่ต้องให้ใครมาบอกเรา เราต้องรู้ตัวเอง ต้องบอกตัวเองได้แล้วว่าดินดีพอ ต้องปรับตรงนี้ให้ได้ก่อนที่จะไปหาความรัก ถ้าดินยังเติมตัวเองไม่เต็ม ดินอย่าหวังว่าใครจะมาเติมให้ดินได้’ ต่อด้วย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จงสบายใจ คงทุกอย่างนี้ไว้ ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเลย และปล่อยให้มันไหลไป Glow with the flow นี่คือสถานการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับการจีบใครสักคน การที่เราเจอคนที่บอกว่าเขาอกหักมา 3 - 4 ครั้ง แล้วชีวิตนี้จะไม่รักใครอีกแล้ว มันแปลว่าเขาอยากเจอคนที่รักเขาจริง ๆ ถ้าเรารู้สึกว่าเราบริสุทธิ์ใจ และเราต้องการเวลา ที่จะพิสูจน์ตัวเองเหมือนกัน โคตรลงตัวเลย ไม่แปลกเลยที่ดินจะเบรคแตก แล้วเรื่องไม่มั่นใจในตัวเอง นี่คือ Position ที่ดีที่สุด เพราะเราไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ถ้าเราคิดว่าเราต่ำต้อย แต่เรามองขึ้นสูงถึงใครสักคนโคตรดีเลย เราจะได้ไม่ต้องคาดหวัง เราอยู่ข้างล่างนี่แหละ มองขึ้นไปแล้วก็ดูว่าเราจะหยิบดาวดวงนั้นได้ไหม ถ้าหยิบลงมาเราจะดูแลเขาได้ไหม ผลจะเป็นยังไงไม่รู้แต่อยากทำ ดีเลยแบบนี้ไม่ต้องไปคิดว่า เราจะจีบผู้หญิงคนนี้ติดไหม เอาตรงนี้ในการบอกตัวเองว่าพร้อมพิสูจน์ตัวเอง ถ้าสำเร็จเราได้เป็นแฟนกับเขา’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คุณแม่โทรปรึกษา 3 ดีเจ มีลูกสาวอายุ 11 ขวบ เขาเป็นคนที่ทำอะไรต้องเป๊ะทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องเรียน บางวันทำการบ้าน อ่านหนังสือถึงตี 1 – 2 รู้สึกว่าเขาจะมีภาวะเครียดสะสม ไม่มีความสุขเวลาไปโรงเรียน พาเขาย้ายโรงเรียนแล้วก็ยังเครียดเหมือนเดิม

22 พ.ย. 2023

คุณแม่โทรปรึกษา 3 ดีเจ มีลูกสาวอายุ 11 ขวบ เขาเป็นคนที่ทำอะไรต้องเป๊ะทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องเรียน บางวันทำการบ้าน อ่านหนังสือถึงตี 1 – 2 รู้สึกว่าเขาจะมีภาวะเครียดสะสม ไม่มีความสุขเวลาไปโรงเรียน พาเขาย้ายโรงเรียนแล้วก็ยังเครียดเหมือนเดิม

คุณแม่โทรปรึกษา 3 ดีเจ มีลูกสาวอายุ 11 ขวบเขาเป็นคนที่ทำอะไรต้องเป๊ะทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องเรียนบางวันทำการบ้าน อ่านหนังสือถึงตี 1 – 2 รู้สึกว่าเขาจะมีภาวะเครียดสะสมไม่มีความสุขเวลาไปโรงเรียน พาเขาย้ายโรงเรียนแล้วก็ยังเครียดเหมือนเดิมตอนนี้แม่รู้สึกกังวลและเป็นห่วงมาก ควรพาลูกสาวไปพบจิตแพทย์ดีไหม? “คุณแม่เหมียว (นามสมมติ)” อายุ 48 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับเรื่องของลูกสาวอายุ 11 ขวบ รู้สึกกังวลและเป็นห่วง เพราะเขาเครียดเกินวัย โดยสายนี้ “คุณแม่เหมียว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ลูกสาวค่อนข้างมีภาวะเครียดสะสม ไม่มีความสุขเลยเวลาที่ลูกสาวอยู่ในโรงเรียน ต้องบอกว่าลูกสาวส่วนตัวเป็นคน Perfectionist มาก ทำอะไรก็ต้องดีทุกอย่าง เขาเป็นคนที่ลายมือสวย ระบายสีสวย แม้กระทั่งการเรียนก็ต้องดีที่สุด เขาจะสร้างบรรทัดฐานของตัวเองให้เป็นคนที่ดีมาตลอด จนทำให้เขาเริ่มมีความเครียดสะสม พอลูกสาวเราขึ้น ป.5 การเรียนของเขาก็เริ่มเข้มข้นขึ้น ครูที่สอนก็ไม่ได้ใจดีเหมือนเมื่อก่อน จะมีดุบ้าง ด่าบ้าง แต่ไม่ได้ดุหรือด่าลูกสาวเราคนเดียว หมายถึงว่าเขาก็พูดถึงโดยรวม แต่ลูกสาวเราก็จะเก็บมาคิดมาก เวลามีการบ้านเขาก็จะนั่งทำจนดึกดื่น ยิ่งช่วงสอบเขาจะนั่งติวหรืออ่านหนังสือดึกมาก บางทีอ่านไม่เข้าใจ เขาก็จะร้องไห้ หรือให้เราปลุกเขาตั้งแต่ตี 5 เรารู้สึกว่ามันเครียดเกินกว่าที่เด็กวัยนี้ควรจะเป็น ซึ่งเขาก็เป็นคนที่มีภาวะเครียดมาหลายปีอยู่แล้ว เคยมีเหตุการณ์หนึ่ง สมัยที่ลูกสาวเราเรียนอยู่ที่โรงเรียนเก่า เขามีภาวะเครียดเกี่ยวกับครูผู้สอน แม่ก็แก้ปัญหา โดยการพาเขาย้ายโรงเรียนไป ซึ่งเราก็มีการคุยกับครูไว้ว่าให้ดูแลเขาเป็นพิเศษ ตอนที่ลูกสาวขึ้น ป.5 คุณครูที่สอนแต่ละวิชาก็มีหลากหลายขึ้น แม่ก็เข้าใจ เพราะว่าแม่ก็อยากให้เขาเจอกับสังคมที่มันหลากหลายอยู่เหมือนกัน เพราะโตไปเขาก็ต้องเจออะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่เหมือนว่าลูกสาวยังคงเครียดอยู่เหมือนเดิม วันนี้เลยอยากปรึกษาว่า แม่ควรพาลูกสาวไปพบจิตแพทย์ไหม? เพราะว่าคุยกับหลาย ๆ บอกเราคิดไปเอง บางคนก็บอกว่ามันคือธรรมชาติของเด็ก ดีแล้วที่ลูกสาวเรามีความขยันมุ่งมั่นดี แต่เราก็รู้สึกว่ามันหนักเกินไปอยู่ดี หรืออีกอย่างที่อยากสอบถามคือ เราเองหรือเปล่าที่ต้องไปพบจิตแพทย์เอง เพราะรู้สึกว่าเราจะห่วงลูกมากเกินไป ซึ่งดีเจทั้ง 3 คน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” มีความคิดเห็นไปในทางเดียวกัน ว่า ‘สำหรับพวกเรา สิ่งที่เกิดกับลูกเป็นสิ่งที่ต้องคิดมาก ต้องใส่ใจอยู่แล้ว มันต้องคอยสังเกต สิ่งแบบนี้มันเป็นอะไรที่น่ากังวลมาก อะไรที่มันแพ้ไม่ได้ ยอมรับความผิดหวังไม่ได้ เราควรที่จะพาเขาไปพบจิตแพทย์เลยตอนนี้ เพราะว่าเด็กวัยนี้กำลังจะเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นแล้ว ตอนนี้เรายังควบคุมเขาได้ ควรที่จะพาเขาไปให้เร็วที่สุด มันเครียดเกินไป เหมือนว่าเขาไม่ได้ใช้ชีวิตวัยเด็กเลย ได้วิ่งเล่นหมือนเด็กคนอื่น ๆ เลย ถ้าคุณแม่รู้สึกว่าตัวเองเลี้ยงลูกแล้วมันเครียด มันมีปัญหา ก็ไปพบจิตแพทย์ได้ เพราะเขาจะบอกเลยว่าคุณแม่ควรที่จะทำตัวยังไงเพราะว่าเราเป็น Effect สำหรับเขาอยู่แล้ว มันต้องเริ่มที่คุณแม่ เดี๋ยวลูกก็จะปรับไปตามนั้น การมีลูกเราคิดน้อยไม่ได้ มันควรมีความบาลานซ์กัน ในระหว่างรอที่จะไปพบแพทย์ เราก็หาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกในเน็ตดูก่อน มันจะมีข้อมูลมากมาย ทั้งเทคนิคต่าง ๆ หรือคลิปวิดีโอที่มันจะพอเป็นแนวทางสำหรับคุณแม่ได้ หรือหากิจกรรมระหว่างครอบครัวให้เขารู้สึกได้ผ่อนคลาย รวมถึงการศึกษาที่มันเข้มข้นมากเกินไปอาจจะยังไม่เหมาะ ถ้ามันจะทำให้เด็กคนนึงต้องมีภาวะเครียดขนาดนี้ โรงเรียนทางเลือกอาจจะเป็นทางเลือกอีกอย่างหนึ่งก็ได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูโกนขนจิโม๊ะจนเกลี้ยง รักษาความสะอาด พอหนูกำลังจะทำกิจกรรมกับสามี สามีเห็นแล้วตกใจจนน้องชายหลับกลางอากาศ สามีบอกว่าไม่ชินเลย ที่จิโม๊ะไม่มีขนแบบนี้ ตอนนี้หนูจะจัดการปัญหานี้ยังไงดีคะ?? จะโกนขนจิโม๊ะให้เกลี้ยงแบบนี้ต่อไปดีไหม

09 ก.ย. 2025

หนูโกนขนจิโม๊ะจนเกลี้ยง รักษาความสะอาด พอหนูกำลังจะทำกิจกรรมกับสามี สามีเห็นแล้วตกใจจนน้องชายหลับกลางอากาศ สามีบอกว่าไม่ชินเลย ที่จิโม๊ะไม่มีขนแบบนี้ ตอนนี้หนูจะจัดการปัญหานี้ยังไงดีคะ?? จะโกนขนจิโม๊ะให้เกลี้ยงแบบนี้ต่อไปดีไหม

“คุณนิดา (นามสมมติ)” อายุ 34 ปี เป็นสายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [3 ก.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกลือ” เกี่ยวกับปัญหาของขนน้องสาวที่มากวนใจทำให้ต้องกำจัดทิ้ง แต่มันกลับทำให้สามีไม่มีอารมณ์ร่วม โดย “คุณนิดา (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘แต่งงานกับสามีมาประมาณ 8-9 ปี ไม่เคยมีปัญหาเรื่องอื่น ๆ เลย ก่อนหน้านี้เราทายยาคุม ประจำเดือนก็มาน้อยเราเลยไม่ได้สนใจกับเรื่องขนน้องสาวขนาดนั้น แต่พอตัดสินใจว่าจะมีลูกกับสามีก็เลยหยุดทานยาคุมไป ประจำเดือนก็มาเยอะขึ้น เราเลยมีการเล็มขนน้องสาวให้สั้นลงบ้าง แต่มีอยู่วันหนึ่งเราเล่นโทรศัพท์อยู่ก็มีความรู้สึกว่า อยากกำจัดขนน้องสาสออกไปให้หมดเลย จะได้เป็นการรักษาความสะอาดไปด้วย เราเลยลองสั่งครีมกำจัดขนมากำจัดขนน้องสาวจนหมดเกลี้ยง ตอนแรกก็ได้มีการบอกสามีแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นปัญหา พอแฟนเขาเห็นน้องสาวของเราเขาก็ตกใจบอกว่าเหมือนของเด็กเลย แล้วเขาก็บอกว่าน่ากลัว มีอยู่วันหนึ่งก็มีอะไรกัน แล้วมือเขาก็สัมผัสไปโดนตรงนั้นของเรา แล้วเขาก็บอกเราว่า เขาทำต่อไม่ได้แล้ว แล้วอยู่ดี ๆ น้องชายของเขาก็หลับกลางอากาศไปเลย แล้วหลังจากวันนั้นเขาก็ไม่เข้าใกล้ แล้วก็ไม่ยุ่งกับตรงนั้นอีกเลย ก็เลยคิดว่าเรื่องนี้มันเป็นปัญหาจริง ๆ หรอสำหรับชีวิตคู่ เลยอยากมาขอความคิดเห็นว่ามันเป็นเรื่องปกติไหมที่สามีจะไม่มีอารมณ์เพราะเราไม่มีขนน้องสาว?’ ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่คงตอบในมุมผู้ชายไม่ได้ในเรื่องของความรู้สึก แต่พี่จะตอบในเรื่องของความสวยงาม ปกติผู้หญิงเขาก็กำจัดขนกันอยู่แล้ว พี่ว่ามันเป็นรสนิยมส่วนบุคคลมากกว่า มันก็ไม่แปลกถ้าแฟนจะรู้สึกว่ามันแปลก ๆ อาจจะต้องคุยกับเขาว่าควรทำยังไงดี อธิบายให้เขาเข้าใจเรื่องความสะอาด’ ต่อมา “ดีเจเกลือ” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันเป็นไปได้ที่แฟนเราจะไม่มีอารมณ์เพราะเราไม่มีขนน้องสาว มันมีกลุ่มอาการที่เรียกว่า Phobia เราไม่รู้ว่าเขามี Trauma อะไรเกี่ยวกับความเกลี้ยงเกลา เหมือนกับคนที่เป็นโรคกลัวขน อันนี้เราก็ต้องเข้าใจเขา ซึ่งมันก็ต้องเกิดจากการพูดคุยว่าจะหาทางออกยังไง หรือถ้าเราอยากจะกำจัดขนจริง ๆ แต่ถ้าแฟนเขายังไม่มีอารมณ์ร่วมให้ลองปรึกษานักจิตวิทยาเพื่อเข้ารับการบำบัดดู’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เมื่อไหร่ที่ผู้หญิงกำจัดขนออกมันจะเห็นสีที่แท้จริงของน้องสาวเรา ซึ่งผู้ชายจะไม่เคยเห็นมาก่อน พี่แนะนำว่าไปเลเซอร์ฝังสี ขนน้องสาวมันมีประโยชน์ แต่ข้อเสียของขนคือมันจะทำให้เกิดกลิ่นได้ง่าย คราวนี้เราต้องแยกให้ออกว่าเขาไม่ชอบสีของน้องสาวเราหรือไม่ชอบความเกลี้ยงเกลาจริง ๆ ไม่งั้นเจ็บตัวฟรี ลองเลือกดูว่าวิธีไหนเหมาะกับคู่เรา’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-