แฟนผมเคยไปกินข้าว กับคนที่เขาเคยคอลเสียวด้วย ผมเลยเอาจีพีเอสไปติด เพราะว่าระแวงเขามาก! ตอนนี้ไม่ได้ติดแล้วครับ เพราะเราจะมา Set Zero ด้วยกันใหม่

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนผมเคยไปกินข้าว กับคนที่เขาเคยคอลเสียวด้วย ผมเลยเอาจีพีเอสไปติด เพราะว่าระแวงเขามาก! ตอนนี้ไม่ได้ติดแล้วครับ เพราะเราจะมา Set Zero ด้วยกันใหม่

09 ม.ค. 2026

แฟนผมเคยไปกินข้าว กับคนที่เขาเคยคอลเสียวด้วย

ผมเลยเอาจีพีเอสไปติด เพราะว่าระแวงเขามาก!

ตอนนี้ไม่ได้ติดแล้วครับ เพราะเราจะมา Set Zero ด้วยกันใหม่

 

        คุณบี (นามสมมติ) สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (7 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวกับ ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับเรื่องที่คุณเอ (แฟน) ได้แอบไปกินข้าวกับรุ่นน้องที่เคยคอลเสียวกัน แต่ตัวคุณบีไม่โอเคกับเรื่องนี้ จึงได้ทำการติด GPS ไว้ที่รถคุณเอ คุณเอไม่พอใจมาก จึงโทรเข้ามาขอคำปรึกษาในรายการเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา


ติดตามเรื่องราวก่อนหน้าได้ที่

        ล่าสุด คุณบี (นามสมมติ) ได้โทรเข้ามาอัปเดตว่า "แฟนเขามาสารภาพกับผม ตั้งแต่วันที่ผมจับได้ ผมก็ไปด่าเขาว่าทำไมทำแบบนี้ แล้วก็บอกเลิกเขาไป เขาก็เล่าว่าแค่ไปกินข้าว ผมก็เลยให้โอกาสเขา แล้วบอกว่าครั้งนี้จะเป็นโอกาสสุดท้าย ปัจจุบันผมก็จะมีไปแฮงค์เอาท์กับเพื่อนบ้าง แต่เป็นร้านนั่งชิล ผมจะชอบเป็นแนวนี้ แต่เขาก็เริ่มจะออกไปกับเพื่อนเขาบ้าง เมื่อก่อนเขาไม่ค่อยได้ไป แต่เขาอยากเรียนรู้ว่าจะเป็นยังไง เขาก็เริ่มออกไปกับกลุ่มเพื่อนเขา ผมก็ปล่อย ไม่ได้ห้าม แต่ถ้ามีเรื่องเมื่อไหร่ผมก็จบ

        ส่วน GPS นั้น ผมเอาออกตั้งแต่วันที่เขามาบอกผมแล้ว เพราะผมคิดว่าถ้าเขาไม่ชอบ ผมก็เอาออก ก่อนหน้านั้นมันร้าวจนเกือบจะแตกแล้ว ผมก็คิดว่าถ้าเรามานั่งระแวง มันก็ไม่มีความสุขสำหรับเราด้วย ผมไม่ชอบความรู้สึกที่ต้องมานั่งคิดว่า เขาไปไหนกับใครหรือเปล่า ผมก็คือปล่อยวางไปเลย แต่ถ้ามีเหตุการณ์อื่นในอนาคต ถ้าเขากล้าจะทำอีก ผมก็จะปล่อย ไม่เสียดายด้วย เพราะผมทำเต็มที่แล้ว"

        หลังจากที่ดีเจทั้งสามได้ฟังเรื่องราวก็เบาใจ และหวังว่าทั้งคุณเอและคุณบีจะครองรักได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง 

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

บ้านเรากำลังรีโนเวทใหม่ เลยไปขออาศัยกับบ้านญาติ กลายเป็นมีสมาชิกอยู่ในบ้าน 5 คน แต่มี 1 ห้องน้ำ บางครั้งเราอยากเข้าห้องน้ำมันก็จะเต็มตลอด เราทนไม่ไหวจนสุดท้ายต้องไปทำธุระใต้ต้นมะม่วง

21 พ.ค. 2026

บ้านเรากำลังรีโนเวทใหม่ เลยไปขออาศัยกับบ้านญาติ กลายเป็นมีสมาชิกอยู่ในบ้าน 5 คน แต่มี 1 ห้องน้ำ บางครั้งเราอยากเข้าห้องน้ำมันก็จะเต็มตลอด เราทนไม่ไหวจนสุดท้ายต้องไปทำธุระใต้ต้นมะม่วง

บ้านเรากำลังรีโนเวทใหม่ เลยไปขออาศัยกับบ้านญาติกลายเป็นมีสมาชิกอยู่ในบ้าน 5 คน แต่มี 1 ห้องน้ำบางครั้งเราอยากเข้าห้องน้ำมันก็จะเต็มตลอดเราทนไม่ไหวจนสุดท้ายต้องไปทำธุระใต้ต้นมะม่วง ‘คุณฟรีคิก’ (นามสมมติ) สายที่ 5 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (20 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษาจาก ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เรื่องที่ต้องย้ายไปอยู่กับครอบครัวใหญ่ แต่มีปัญหาเรื่องการใช้ห้องน้ำ ‘คุณฟรีคิก’ อายุ 28 ปี ได้เล่าว่า เธอเองมีเหตุที่จำเป็นต้องย้ายมาอยู่บ้านญาติ เพราะบ้านที่เคยอยู่กำลังรีโนเวทใหม่ โดยบ้านหลังนี้มีพ่อ แม่ ย่า ลุง และตัวคุณฟรีคิกเอง ซึ่งปัญหาอยู่ที่เธอไม่สามารถใช้ห้องน้ำในเวลาที่ต้องการ บางวันต้องรีบวิ่งเข้าไปจองห้องน้ำทันทีถ้าเห็นว่าตอนนั้นไม่มีใครกำลังใช้ห้องน้ำอยู่ ถึงแม้ว่าตัวเธอเองไม่ได้คิดจะใช้ห้องน้ำ และอีกเหตุผลที่ห้องน้ำไม่ค่อยว่างคือ ผู้สูงอายุในบ้านชอบซักผ้าในห้องน้ำ ทำให้ไม่สามารถใช้ห้องน้ำในช่วงเวลานั้นได้ และเนื่องจากเธอมาขออาศัยอยู่ด้วยจึงเกรงใจที่จะขอเข้าไปใช้ห้องน้ำ เธอยกเหตุการณ์เพิ่มเติมว่า ในวันหนึ่งช่วงเวลาประมาณ 9 โมง จะเป็นช่วงเวลาชุลมุนในบ้าน เธออยากเข้าห้องน้ำมากแต่ห้องน้ำก็ไม่ว่าง คุณฟรีคิกจึงต้องจำใจไปทำธุระเบาที่ใต้ต้นมะม่วงนอกบ้านแทน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอมั่นใจว่าไม่มีใครเห็นอย่างแน่นอน และเหตุการณ์ที่หนักใจที่สุดคือ คุณฟรีคิกตื่นมารออาบน้ำตั้งแต่ 6 โมงเช้าเพื่อจะเตรียมตัวไปเข้ายิมต่อ แต่จนเวลา 7 โมงแล้วก็ยังไม่ได้อาบน้ำ จะขับรถออกไปยิมก็ไม่ทันเพราะรถติดมาก ทำให้วันนั้นไม่ได้อาบน้ำและต้องตรงไปที่ออฟฟิศ คุณฟรีคิกต้องขออนุญาต CEO ว่าขอตัวไปอาบน้ำก่อนจึงจะมาเข้าทำงาน นี่คือผลจากปัญหาที่ห้องน้ำไม่พอต่อจำนวนคน เธอจึงอยากได้คำแนะนำว่า 'จะแก้ไขเรื่องปัญหาห้องน้ำไม่พออย่างไรดี' เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้กล่าวว่า “อาจจะแก้ปัญหาด้วยการไปเช่าห้องอยู่แทน หรือถ้าหากจำเป็นต้องอยู่ที่บ้านก็ลองใช้แพมเพิสผู้ใหญ่ก็ดี ดีกว่าไปทำธุระใต้ต้นมะม่วง” ต่อด้วย ‘ดีเจเผือก’ ที่สมทบคำแนะนำของ ‘ดีเจเติ้ล’ ว่า “แต่ถ้าหากทำธุระใต้ต้นมะม่วงได้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้แพมเพิสหรอก อาจจะไปอาบน้ำที่ฟิตเนสก็ได้นะ จัดการเวลาให้ทัน หรือจากคำแนะนำของพี่เติ้ลที่ให้ไปเช่าห้องอยู่ก็โอเค เพราะห้องน้ำก็มีได้แค่ห้องเดียวอยู่แล้วแก้ปัญหาไม่ได้” ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า “ถ้าแก้ที่เจ้าของบ้านไม่ได้ ก็ต้องแก้ที่ตัวเองตามที่ทุกคนให้คำแนะนำไป ไปเช่าห้องอยู่ที่อื่นใกล้ ๆ ละแวกบ้านเดียวกัน” นอกจากนี้ และคุณฟรีคิกยังเสริมคำถามปิดท้ายด้วยว่า หากเป็นดีเจทั้งสามจะแก้ปัญหาอย่างไรถ้าไม่ย้ายออก ดีเจทุกคนก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าก็จะตื่นเช้ากว่าเดิมเพื่อที่จะได้เข้าไปใช้ห้องน้ำก่อน หรือแปรงฟันที่ออฟฟิศและอาบน้ำที่ฟิตเนสก่อนเข้าบ้านแทนเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ไปทำงานที่ต่างประเทศอยู่กับแฟน แรกๆไม่มีปัญหาอะไร มีน้องที่รู้จักมาเที่ยวหาเราที่บ้าน ตอนแรกปรึกษาเราว่า เขามีคนรู้จักที่มีลูก อายุเท่าๆลูกของพี่เลย แล้วสามีเขามีชู้ เราก็ให้คำปรึกษาไปไม่ได้คิดอะไร หลังจากนั้นอีก 1 อาทิตย์ น้องคนเดิมมาหาที่บ้าน

22 ก.ค. 2025

ไปทำงานที่ต่างประเทศอยู่กับแฟน แรกๆไม่มีปัญหาอะไร มีน้องที่รู้จักมาเที่ยวหาเราที่บ้าน ตอนแรกปรึกษาเราว่า เขามีคนรู้จักที่มีลูก อายุเท่าๆลูกของพี่เลย แล้วสามีเขามีชู้ เราก็ให้คำปรึกษาไปไม่ได้คิดอะไร หลังจากนั้นอีก 1 อาทิตย์ น้องคนเดิมมาหาที่บ้าน

ไปทำงานที่ต่างประเทศ อยู่กับแฟน แรกๆไม่มีปัญหาอะไร มีน้องที่รู้จักมาเที่ยวหาเราที่บ้านตอนแรกปรึกษาเราว่า เขามีคนรู้จักที่มีลูก อายุเท่าๆลูกของพี่เลย แล้วสามีเขามีชู้เราก็ให้คำปรึกษาไปไม่ได้คิดอะไร หลังจากนั้นอีก 1 อาทิตย์ น้องคนเดิมมาหาที่บ้านแล้วตัดสินใจบอกเราว่า เรื่องที่เคยปรึกษา คือเรื่องของพี่เองนะ สามีพี่มีอะไรกับน้องที่ทำงานเขาเพื่อนๆร่วมงานก็รู้ แต่ไม่มีใครกล้าพูด หลังจากนั้นเราก็สืบ และ รู้ว่าสามีไม่ได้นอกใจแค่คนเดียวแต่มีอะไรกับผู้หญิงอื่นอีก 4-5 คน โดยไม่ป้องกันเลย ตอนนี้เรารู้สึกรังเกียจตัวเองมากๆแต่ก็จำเป็นต้องอยู่กับเขาต่ออีก 2 ปี เพื่อรอเอาสัญชาติของลูกที่นั่นอยู่เพื่ออนาคตที่มั่นคงของลูก ทั้งๆที่หัวใจตัวเองเจ็บเหลือเกิน “คุณฟ้า (นามสมมติ)” สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [16 ก.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล – ดีเจตู่ภพธร” เกี่ยวกับปัญหาจับได้ว่าสามีมีชู้ แต่ตอนนี้เราอยู่กับสามีที่ออสเตรเลีย โดย “คุณฟ้า (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูกับแฟนมีลูกกัน ลูกอายุประมาณ 4 ขวบ แฟนกับหนูอยากย้ายไปอยู่ต่างประเทศเพราะอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี จึงตัดสินใจย้ายมาอยู่ต่างประเทศด้วยเงินของทางครอบครัวฝ่ายหนู ซึ่งแฟนเป็นคนมาที่ต่างประเทศก่อน และตอนนี้กำลังหาโรงเรียนอยู่เพราะลูกต้องเข้าโรงเรียนปีหน้า หลังจากนั้นหนูก็รอวีซ่าประมาณ 6 เดือนถึงได้ตามไป ดำเนินชีวิตมาเรื่อย ๆ จน 3 ปีกว่า หนูเองทำงานพอได้ค่าขนมกรุบกริบเล็กน้อย พอจ่ายแค่ค่า nursery เฉย ๆ ส่วนแฟนก็ทำงานอยู่ร้านอาหารร้านหนึ่ง เขาเป็นคนที่ตั้งใจทำงานดีทุกอย่าง ตั้งใจเลี้ยงลูก เป็น Family Man ดูแลเรา ซึ่งสังคมแฟนในที่ทำงานเพื่อนเขาก็กลายเป็นเพื่อนเราด้วย และด้วยความที่อยู่ต่างประเทศจะเป็นการแชร์บ้านกันอยู่กับเพื่อนคนไทยด้วยกัน ซึ่งคนที่มาแชร์อยู่ด้วย มีบางคนที่ทำงานอยู่ที่เดียวกันกับสามีหนูด้วย จนอยู่มาวันหนึ่งน้อง ๆ ที่รู้จักได้มาเล่นกับเรา แล้วสักพักเขาก็เริ่มเกริ่น ๆ กับเรามาประมาณว่า “พี่หนูอยากมาปรึกษา คือหนูสนิทกับทั้งฝ่ายหญิงและชาย เขาเป็นครอบครัวที่มีลูกรุ่นราวคราวเดียวกันกับพี่แหละ แล้วหนูรู้มาว่าเขานอกใจแฟนเขา พวกหนูเคยเตือนไปแล้วรอบนึง เขาก็เลิกลากันไปแต่ก็ดันกลับไปคบกันอีก” ซึ่งเรื่องที่น้องเอามาปรึกษา เขาบอกหนูว่าเป็นเรื่องของคนอื่น แล้วยังปรึกษาหนูเพิ่มอีกว่า “หนูจะทำยังไงดี บอกผู้ชายก่อนดีไหมหรือควรบอกฝ่ายหญิงไปเลย ถ้าพวกหนูบอกไปแล้วพวกหนูจะเป็นหมาไหม” หนูเลยได้แต่ให้คำแนะนำน้องเขาไปว่า “เออ ถ้าเขาจดทะเบียนแล้วก็ฟ้องชู้กันไปหรือถ้าเขายังไม่จดทะเบียนอาจจะยากหน่อย ส่วนเรื่องหมาหรือไม่หมา เราไม่ต้องไปใส่ความเห็นอะไรว่าให้เขาเลิกหรือไม่เลิก แค่บอกรายละเอียดที่เรารู้ก็พอ ให้เขาไปจัดการเรื่องในครอบครัวของเขากันเอง” อยู่มาวันหนึ่งน้อง ๆ เขาก็ได้มาเฉลยกับหนูว่า “เรื่องที่พวกหนูปรึกษาพี่ไป จริง ๆ มันเป็นเรื่องของพี่ และเขานอกใจตั้งแต่พี่ยังไม่มาที่นี่” แต่น้อง ๆ เขาก็จัดการให้เขาเลิกยุ่งกันแล้ว แต่ทีนี้น้อง ๆ ดันจับได้อีก เลยทนไม่ไหวเขาเลยอยากมาบอกหนู ที่ช็อคไปกว่านี้คือ คนที่เขานอกใจไปหาคือคนที่หนูรู้จักด้วย ซึ่งพอหนูรู้เรื่องนี้วันนั้นหนูก็รอให้เขากลับมาบ้านและได้ถามความจริงอย่างตรงไปตรงมาเลย ตอนแรกเขาก็เงียบ ไม่ได้ตอบอะไร แต่หนูก็เค้นเขาไปเรื่อย ๆ ว่า “นอกใจกัน มีอะไรกันไหม” จนเขายอมรับออกมาว่าเขานอกใจและเคยมีอะไรกันด้วยจริง ๆ หลังจากที่หนูรู้เรื่องนี้หนูก็ให้โอกาสเขาพูดอีกครั้งว่า “ตั้งแต่ที่มาเหยียบออสเตรเลียมีอะไรอีกไหมที่จะพูด” แต่เขาก็ไม่ยอมพูด บอกแค่ว่ามีแค่นี้ แต่น้อง ๆ ก็ยังมาบอกเพิ่มอีกว่า “พี่ มันไม่ใช่แค่นั้น ไม่ใช่แค่คนนี้คนเดียว” และตั้งแต่แฟนหนูมาเหยียบออสเตรเลียอาทิตย์แรก เขาก็ไปมีคนอื่นเลย และเท่าที่หนูดูมาจากหลักฐานก็ประมาณ 4-5 คนเลย จริง ๆ เรื่องนี้พึ่งเกิดมาประมาณ 4-5 วันมานี้ ตอนนี้หนูยังคงปล่อยเบลออยู่ คือหนูไม่โอเคนั่นแหละ แต่หนูไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี หนูยังตัดสินใจไม่ได้เพราะว่าเงินที่ฝ่ายครอบครัวหนูให้มาไม่ได้แปลว่าเขาจะให้หนูเลย มันเป็นเงินที่หนูยืมครอบครัวมา ซึ่งตลอดระยะเวลา 3 ปี หนูคิดว่าเงินที่ยืมมาน่าจะเป็นจำนวนเงินล้านกว่าบาทแล้ว และไม่ได้ใช้หนี้เลยเพราะว่ายังอยู่ในช่วงของวีซ่านักเรียน เราต้องเอาไปจ่ายค่าเทอม และสิ่งที่หนูอยากปรึกษาคือ หนูจะอยู่ต่อดีไหมเพื่อให้ลูกหนูได้วีซ่า’ โดย “ดีเจตู่ภพธร” ได้ให้คำว่าปรึกษาว่า ‘ใจผมถ้าด้วยความที่เราเป็นแม่แล้ว ให้เอาลูกก่อน เอาลูกเป็นหลัก เรามีเป้าหมายของเราแล้ว เราอย่าให้คน ๆ นึงมาทำลายการที่เราจะสร้างโอกาสให้กับลูก และเรื่องความช้ำใจพี่ตู่มองว่า ความช้ำใจอยู่ที่ไหนมันก็ยังช้ำหรือเปล่า ถ้าในกรณีที่เราไม่ได้ทำงานก็อยากจะแนะนำแบบนี้ แต่ถ้าวิธีอื่นก็อาจจะแยกกันอยู่ แต่ว่าเวลาส่งข้อมูลเรื่องของการขอสัญชาติก็ทำส่งด้วยในฐานะที่เขาก็เป็นพ่อที่อยากให้ลูกได้สัญชาติด้วยเหมือนกัน คือผมไม่แน่ใจว่าจะมีวิธีไหนหรืออย่างไร แต่จากที่ฟังมันดูเหมือนกับว่ามันก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้ง่ายสำหรับคุณฟ้า อยากให้อยู่แล้วใช้ชีวิตของเราด้วย เพราะสุดท้ายถ้าแยกกัน เราก็ตัวคนเดียว ไม่ว่าจะอยู่เมืองนอก อยู่ไทย หรืออยู่ที่ไหนบนโลกมันก็ยาก คุณฟ้าก็ต้องเป็น single mom อยู่ดี และผมมองว่าเรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณฟ้ามากกว่าด้วย’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาต่อว่า ‘ถ้าเอาสถานการณ์ตอนนี้ สำหรับพี่ พี่อยากให้ฟ้าทำอะไรที่จะทำให้ฟ้ามีความสุขมากกว่า พอนึกออกแหละว่าคนที่บอกว่า “เฮ้ย เลือกลูกก่อนสิวะ ทนหน่อยได้ไหม 2 ปี ให้ลูกได้วีซ่า” แต่สำหรับพี่พี่รู้สึกว่า มันจะไม่มีวิธีอื่นจริง ๆ ใช่ไหม เพื่อให้ลูกมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยที่เราไม่ต้องทนอยู่กับผู้ชายแบบนี้ ตอนนี้มันคือเรื่องมันพึ่งเกิด พี่ไม่รู้ว่าเขาเป็นยังไง มันขึ้นอยู่กับตัวฟ้าเองว่ารู้จักผู้ชายคนนี้มากแค่ไหน แต่เอาจริง ๆ พี่ว่าฟ้าก็คงไม่ได้รู้จักเขาจริง ๆ หรอก เพราะถ้ารู้จักเขาจริง ๆ ฟ้าน่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาเป็นคนแบบนี้ พี่เลยอยากแนะนำให้ฟ้าลองดูวิธีอื่นก่อนไหม ถ้ายังไม่ต้องกลับ มันจะมีวิธีอื่นอีกไหมที่จะทำให้ชีวิตลูกของฟ้าดีขึ้นได้ โดยที่ไม่ต้องทนอยู่กับผู้ชายคนนี้ หรือไม่ก็อาจจะแยกกันอยู่เลย แต่ยังไงผู้ชายคนนั้นมันก็ต้องเลี้ยงลูกด้วยนะ เขาต้องมีความเป็นพ่อที่จะต้องรับผิดชอบลูกคนนี้อยู่ เพียงแต่ว่าไม่อยากให้เขาต้องมาเป็นหลักสำคัญในชีวิตเพียงแค่ฟ้าต้องการวีซ่าให้ลูกเฉย ๆ เพราะถ้าถึงฟ้าจะดูแลตัวเองได้ เลี้ยงลูกได้ แต่มันต้องเหนื่อยมาก ๆ เลยนะที่เมืองนอกในการที่ต้องเลี้ยงลูกไปด้วย ท้ายที่สุดถ้ามันไม่ได้จริง ๆ แล้วฟ้ายอมให้ตัวเองทุกข์ระทมตอนนี้เพื่ออนาคตของลูก พี่ก็ยังไม่รู้ว่าอนาคตมันจะดีจริงไหม จะโอเคหรือเปล่า เพราะว่าฟ้าคิดไว้แล้วว่าลูกจะดีถ้าอยู่ที่นู้น และแน่นอนอยู่แล้วมันดีกว่าเมืองไทยจริง ๆ พวกสวัสดิการต่าง ๆ เพียงแต่พี่ไม่แน่ใจว่า ถ้าฟ้าต้องแลกความสุขของชีวิตตอนนี้เพื่อให้ลูก มันจะดีไหม เพราะมันก็เป็นอนาคตที่ค่อนข้างไกลเหมือนกัน พี่ไม่ได้อยากจะบอกให้ฟ้าทิ้งเลย แต่ฟ้าต้องถามตัวเองดี ๆ เพราะมันพึ่งเกิดขึ้น และต้องดูปัจจัยหลัก ๆ อย่างแฟนคุณฟ้าด้วยว่าเขาเป็นคนยังไง มั่นใจได้ใช่ไหม และถ้าสมติดูแล้วว่าผู้ชายคนนี้ยังรับผิดชอบลูกอยู่ ก็น่าจะไปแตะในเรื่องของเงินได้ด้วย เพราะอย่างน้อยฟ้าต้องใช้เงินในการเลี้ยงดูลูก’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘โอเคแยกห้องนอน แต่ต้องคุยกันว่าสถานะตอนนี้เราจะเป็นแค่พ่อและแม่ ไม่ใช่สามีภรรยาแล้ว เธออยากมีใครเธอมีเลย ฉันจะมีใครเรื่องของฉันนะ เพราะมันคือความ รับผิดชอบลูก เป้าหมายของเราคือแค่ต้องการสัญชาติให้กับลูก ฉะนั้นเธอใช้ชีวิตแบบนี้ เราจะใช้ชีวิตแบบนี้นะ และพี่รู้สึกว่าฟ้าจะต้องหางานทำแล้วจ้างคนเลี้ยงลูกหรือถ้าจ้างไม่ไหว อาจจะต้องรอปีหน้า ต้องคุยกับเขาว่าเราจะ support อะไรซึ่งกันและกันบ้าง เขาต้องรับผิดชอบดูแลอะไรบ้าง และระหว่างนี้หนูหาสามีใหม่รอเลย ถ้าหนูอยากได้สัญชาติ มันจะเร็วกว่าด้วย และสมมติถ้าเราทนไม่ได้แล้วให้เอาลูกกลับไทยเลย ช่างสัญชาติไปเลย ปัดแอปหาคู่เลย มันไม่ได้ปิดกั้นขนาดนั้น สุดท้ายก็คืออยากให้คุยกันเลยในฐานะพ่อแม่ว่าจะรับผิดชอบลูกอย่างไร จะรับผิดชอบไปถึงเมื่อไหร่ แต่ยังไงฟ้าต้องเตรียมแผน B ของตัวเองไว้ด้วยนะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สรุปเรื่องนี้หนูทำถูกไหมคะ? ไปตลาดเจอป้าขาย Art Toy ปลอม แล้วเราเจอน้องสองคนที่ตั้งใจเก็บเงินมาซื้อ เลยเขียนโน๊ตในมือถือแล้วยื่นให้ 'ของปลอม ตามน้ำไป’ แกล้งทำเป็นรู้จักน้องแล้วบอกความจริงตอนออกร้าน

05 ก.พ. 2024

สรุปเรื่องนี้หนูทำถูกไหมคะ? ไปตลาดเจอป้าขาย Art Toy ปลอม แล้วเราเจอน้องสองคนที่ตั้งใจเก็บเงินมาซื้อ เลยเขียนโน๊ตในมือถือแล้วยื่นให้ 'ของปลอม ตามน้ำไป’ แกล้งทำเป็นรู้จักน้องแล้วบอกความจริงตอนออกร้าน

สรุปเรื่องนี้หนูทำถูกไหมคะ? ไปตลาดเจอป้าขาย Art Toy ปลอมแล้วเราเจอน้องสองคนที่ตั้งใจเก็บเงินมาซื้อ เลยเขียนโน๊ตในมือถือแล้วยื่นให้ 'ของปลอม ตามน้ำไป’แกล้งทำเป็นรู้จักน้องแล้วบอกความจริงตอนออกร้าน ไปเล่าให้เพื่อน เพื่อนบอกไม่ควรทำเหมือนเราช่วยน้อง แต่กำลังทำร้ายป้าอยู่ “คุณหยก(นามสมมติ)” อายุ 32 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [31 ม.ค 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับการถ้าเราห้ามคนไม่ให้ซื้อของปลอม ถือว่าผิดมั้ยคะ? โดย “คุณหยก(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หนูไปเดินตลาดกลางคืนแห่งหนึ่ง เพื่อจะดูของเล่น เราก็ไปเดินกับเพื่อนแล้วก็ไปหยุดอยู่ร้านหนึ่ง คนขายเป็นคุณป้า อายุเยอะหน่อย เราก็เดินดูของเล่นไป ด้วยความที่เราเป็นสาย Art Toy พอเราดู เราก็รู้แหละว่าเป็นของปลอม ก็หยิบ ๆ ถามราคาขำ ๆ แต่คงไม่ซื้อหรอก สักพัก มีเด็กวัยรุ่น น่าจะเป็นแฟนกัน เดินมายืนข้าง ๆ แล้วก็พูดประมาณว่า “เนี้ย นู้น นี่ นั้น เราอยากได้ เราเก็บเงินมาซื้อ” เราก็เหล่ ๆ พอเห็นจังหวะที่น้องหยิบขึ้นมา 2-3 กล่อง เหมือนจะซื้อ เราก็แบบคิดในใจว่า “น้องโดนแน่ ๆ ” หนูก็เลยพิมพ์ข้อความใส่โน้ตมือถือประมาณว่า “ปลอม ตามน้ำ อยู่นิ่ง ๆ” ด้วยความที่หนูเป็นกุลสตรี หนูก็เข้าไปหาน้องผู้หญิง จับมือน้อง แล้วบอกว่า (นามสมมติ น้องแอน) “น้องแอน วันนั้นเราไปเจอน้องที่นั่นใช่ไหม พี่จำเราได้ เรายังถ่ายรูปด้วยกันอยู่เลย” หนูก็เอามือถือไปจ่อที่หน้าน้อง พอน้องเห็นข้อความ น้องก็นิ่งไปเลย หนูก็พูดว่า “ป่ะ ไปกินข้าวกับพี่ไหม เราจะซื้อของตรงนี้ใช่ป่ะ มา BTS เดี๋ยวมันจะเกะกะหรือเปล่า ไปกินข้าวกันก่อน เดี๋ยวค่อยกลับมาซื้อ” แล้วหนูก็ลากน้องเดินออกไป แล้วก็อธิบายให้น้องฟังว่า “แกลองดูตรงนี้สิ จุดสังเกตมันตรงนี้ คือมันปลอม” น้องก็พูดว่า “อ้าวหรอพี่ หนูเกือบโดนแหนะ” เรื่องมันจะจบอยู่แค่นี้แหละ หนูก็ไม่อะไรหรอก แต่พอดีที่แยกย้ายกับเด็ก 2 คนนั้นไป หนูก็คุยกันกับเพื่อน เพื่อนมันก็บอกประมาณว่า “เฮ้ย คือจริง ๆ แล้ว การที่แกทำแบบนี้มันไม่โอเคหรือเปล่า เพราะว่าการซื้อขายมันเป็นเรื่องของคนสองคนที่เขาดีลกัน การที่เราเอาตัวเองไปแทรก มันไปขัดวงจรเขา แกช่วยน้องเขา แต่ในขณะเดียวกัน แกก็ทำร้ายป้าเขานะเว้ย” มันเป็นความนอยด์ในใจเรา ด้วยตรรกะของหนู หนูคิดว่าทำถูกแต่เพื่อนกลับมองว่าหนูเผือก ที่ไปยุ่งกับเขา ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เป็นห่วงเรื่องที่หยกเอาตัวเองเข้าไปแทรก โดยที่มันอาจมีเอฟเฟคกับตัวหยกเอง เช่น ป้านั้นอาจจะมารุมตีหยก คือเหมือนหาเรื่องใส่ตัว เรื่องที่ป้าขายของผิดลิขสิทธิ์ เราไม่ใช่ตำรวจ เรื่องลิขสิทธิ์ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ป้าเขาก็อาจหลบหลีกตำรวจอยู่ หรือตำรวจอาจจะเล็งป้าอยู่ แต่มันไม่ใช่หน้าที่เราที่จะจับกุมเขา หรือในกรณีแบบนี้ สมมติว่าเรานั่งอยู่ แล้วเห็นผู้ชาย/ผู้หญิงนั่งอยู่ ผู้หญิงลุกไปแล้วผู้ชายใส่อะไรลงไปในแก้ว เคสแบบนี้อันตรายถึงชีวิตเราได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘การที่หยกเข้าหาด้วยวิธีการแบบนั้น ถ้าคนจิตไม่แกร่งเอาดี ๆ เขาตกใจ เขาอาจจะเหวอ ทำตัวไม่ถูก ประมาณว่า “คนนี้เป็นอะไรอ่ะ” พี่รู้สึกว่าวิธีนี้ทำได้นะในกรณีที่มันซีเรียสจริง ๆ ถ้าเป็นพี่ พี่ก็อาจจะหยิบมาแล้วก็พูดประมาณว่า “เอ๊ะ มันต้องมีตัวเลขตรงนี้หรือเปล่า ไม่แน่ใจเพราะหนูเคยเห็น” แล้วให้ดูรีแอคว่าคนขายเขาจะตอบยังไง แล้วให้น้อง 2 คนนั้น คิดด้วยตัวเอง พี่ชื่นชมในความตั้งใจของหยกที่จะช่วยเหลือคน แต่ว่าหยกต้องหาวิธีที่มันไม่ทำให้ตัวเองสุ่มเสี่ยงกว่านี้’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘วิธีการเข้าหาน่ากลัวมาก ถ้าเราจะใช้วิธีนี้ต้องเป็นเหตุการณ์เหมือนโดนลากไปเพื่อโดนปล้น เราเองไม่สนับสนุนของไม่ถูกลิขสิทธิ์ มันถูกต้องแล้ว แต่การที่เราเข้าไปแล้วเป็นนาตาชา โรมานอฟ ยื่นข้อความลับแบบนี้ พวกเรา 3 คน ตกใจกับวิธีการนี้มาก แล้วก็คิดว่าถ้าพี่เจอแบบนี้ พี่อาจจะไม่สนใจ แล้วซื้อตรงนั้นเลยก็ได้ หยกอยากช่วยน้องเขาจริง ๆ แต่เลือกวิธีการที่ซับซ้อนไปหน่อย หรือวิธีการแบบนี้มันอาจทำให้เพื่อนหยกตกใจ แล้วหาเหตุผลมา108 มาบอกว่าวิธีนี้ไม่เวิร์คหรอก เจตนาดีแต่หาวิธีการที่ไม่เป็นอันตรายขนาดนี้’ ก่อน “คุณหยก(นามสมมติ)” วางสาย พี่ ๆ ดีเจทั้ง 3 คน ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า ‘เจตนาหยกดี พี่ไม่อยากให้หยกทิ้งเจตนานี้ แต่ใช้กับสถานการณ์ให้ปลอดภัยกว่านี้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบสามีมา 17 ปี ไม่เคยมีปัญหาเรื่องผู้หญิง วันก่อนได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนสามีว่า สามีหนูไปข่มขืนผู้หญิงที่ทำงานด้วยกันตอนไปดูงานที่จีน สถานทูตติดต่อมา สามีฝากข้อความมาแค่ "ให้รอ เดี๋ยวเค้าจะรับโทษแล้วกลับไป" ไม่ขอโทษหนูเลยสักคำ หนูควรรอตามที่เขาขอไหม?

09 พ.ค. 2025

คบสามีมา 17 ปี ไม่เคยมีปัญหาเรื่องผู้หญิง วันก่อนได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนสามีว่า สามีหนูไปข่มขืนผู้หญิงที่ทำงานด้วยกันตอนไปดูงานที่จีน สถานทูตติดต่อมา สามีฝากข้อความมาแค่ "ให้รอ เดี๋ยวเค้าจะรับโทษแล้วกลับไป" ไม่ขอโทษหนูเลยสักคำ หนูควรรอตามที่เขาขอไหม?

“คุณน้ำ (นามสมมติ)” สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [7 พ.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเพิ่งรู้ว่าแฟนโดนจับ คดีข่มขืนเพื่อนร่วมงานที่ไปทำงานด้วยกันที่ประเทศจีน โดย “คุณน้ำ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเพิ่งได้รับสารจากเพื่อนแฟนว่า แฟนโดนจับคดีข่มขืนเพื่อนร่วมงาน หนูคบกับแฟนมา 17 ปีแล้ว ไม่ได้แต่งงาน แต่จดทะเบียนสมรสกัน มีลูกด้วยกัน 3 คนแล้ว ซึ่งแฟนเพิ่งจะได้ไปดูงานที่ประเทศจีนชั่วคราว 3 เดือน แต่ไปได้แค่ 2 เดือนก็มีคดีแบบนี้แล้ว ผู้เสียหายที่โดนคือเพื่อนร่วมงานผู้หญิงที่ไปด้วยกันจากประเทศไทย แต่หนูไม่รู้จักเขา แต่ตอนนี้เขายังไม่ได้ตัดสินใจเพราะเพิ่งโดนจับ แต่จากที่หนูฟังมา เหมือนเขาน่าจะตัดสิน และจำคุกที่จีนเลย ซึ่งหนูไม่รู้รายละเอียดอะไรเลย และเรายังไม่ได้ติดต่อกันเลย เพราะทางนู้นเขาไม่ให้ติดต่ออะไรเลย ฟังจากเพื่อนที่ไปด้วยกันกับเขาเล่าให้ฟัง ตอนแรกเพื่อนเขาก็ไม่เชื่อเหมือนกัน แต่แฟนหนูเป็นคนยอมรับว่าเขาทำจริง เขาก็เลยต้องเชื่อแบบนั้น และมีทางสถานทูตโทรมาหา คือ แฟนหนูเขาฝากข้อความกลับมาหาหนูว่า เขาอยู่ได้นะ ไม่ต้องเป็นห่วง ให้รอเขานะ เดี๋ยวเขากลับมา แต่ไม่ได้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลย ตอนที่เขาโดนจับมีตำรวจโทรมาหาหนู หนูก็ขอคุยกับเขาถามเขาว่า ทำไปทำไม เขาบอก เรื่องมันยาว เดี๋ยวกลับมาเล่าให้ฟัง แล้วเขาก็ไม่พูดอะไรเลย ประเด็นคือทางคู่กรณีไม่ได้เป็นคนแจ้งตำรวจ แต่เขาไปให้บริษัทที่พาไปดูงานเป็นคนแจ้ง เพราะบริษัทเขาไม่ยอมที่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ตอนแรกหนูไม่คิดและไม่เชื่อเลยว่าเขาจะทำแบบนี้ และคนในครอบครัวก็ไม่มีใครเชื่อเลย เพราะอยู่กันมา 17 ปีเขาไม่เคยมีเรื่องนอกใจ หรือไปมีคนอื่นเลย เวลาฟังข่าวคุยกัน เขาก็จะชอบพูดว่า มีครอบครัวแล้ว มีภรรยาแล้วจะไปเอาคนอื่นทำไม? จะไปทำคนอื่นทำไม? เราคุยกันตลอด ไม่มีเรื่องแบบนี้เลย หนูเลยมั่นใจว่าเขาไม่น่าจะทำ แต่เพื่อนเขาบอกว่าแฟนหนูเขายอมรับกับตำรวจทั้งหมดเลย หนูก็เลยต้องยอมรับความจริง จากที่เพื่อนเขามาเล่าให้ฟัง คือ เขาไม่ได้เมา เพิ่งไปกินข้าวมา แล้วทางคู่กรณีซื้อน้ำขึ้นมาบนห้อง แล้วให้แฟนหนูช่วยยกขึ้นไป แล้วเรื่องก็เกิดขึ้น หนูพยายามคิดว่าเขาตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่เขาก็ทำไปแล้ว ซึ่งตอนที่เขาทำมันไม่มีหรอกที่ไม่ตั้งใจ สุดท้ายเขาก็นอกใจหนูไปแล้ว มันเกิดขึ้นไปแล้ว หนูเลยคิดว่าหนูต้องรอเขาด้วยหรอทั้งๆที่เขาหักหลังหนู ในกรณีที่ไม่รอเขาแล้วในส่วนเรื่องลูก หนูน่าจะผ่อนรถไม่ไหว ก็น่าจะปล่อยให้เขายึดไป ให้เหลือแค่บ้าน เพราะบ้านหนูยังส่งไหว ทางแม่แฟนก็อยู่กับหนู ตอนแรกหนูก็โมโหแล้วถามแม่แฟนไปว่า แล้วแม่จะอยู่บ้านหนูในฐานะอะไร? พอหนูใจเย็นลง หนูก็คิดว่าแม่เขาไม่ได้ผิดอะไร ถ้าหนูไล่เขาไป เขาก็ไม่มีที่อยู่ หนูสามารถเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงลูกเองได้ แล้วก็มีน้องหนูคอยซัพพอร์ตตลอด ทางแม่แฟนก็จะคอยช่วยเลี้ยงลูก และลูกๆก็รับรู้เรื่องนี้แล้วด้วย ใจหนูตอนนี้ไม่อยากรอแล้ว เพราะหนูรับไม่ได้ กลัวว่าวันนึงมันจะเกิดขึ้นอีก แล้วถ้าวันนึงกลับมาดีกับเขา แผลที่มันอยู่ในใจหนูมันจะอยู่กับหนูตลอด แล้วหนูจะมองหน้าเขายังไง หนูเลยอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า หนูจะทำยังไงดี ควรรอดีมั้ย?’ ดีเจทั้ง 3 คน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาในทางเดียวกันว่า ‘พวกพี่คิดว่าควรมูฟออน ไปต่อ ไม่รอแล้ว ไม่รู้จะรอไปเพื่ออะไร ถ้าเป็นคดีอื่นก็อาจจะเข้าใจ แต่นี่มันคดีข่มขืน เป็นคดีอาชญากรรม มันไปทำร้ายผู้หญิงอีกคนนึงด้วย ขนาดสมยอมระหว่างกันเรายังรับไม่ได้เลย แต่นี่เขาไม่ได้สมยอมด้วย ถึงใจมันจะอยากรอ แต่ไม่รู้โทษมันจะยาวนานแค่ไหน เพราะกฎหมายที่จีนน่าจะแรงมาก คงมีสิทธิ์ถึงตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นถ้าเราคิดว่าไม่อยากรอ แล้วเราเลี้ยงลูกได้เอง ก็ไปต่อส่วนแม่เขา ถ้าเป็นคนดี ช่วยเลี้ยงหลานได้ก็อยู่ด้วยกันไป เพราะพ่อแม่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าเขายังดีกับเราอยู่ พี่ๆว่าเราก็อยู่กันได้นะ แล้วถ้าลูกเขากลับมาก็ให้เขารับผิดชอบชีวิตกันเองต่อ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-