ผมอายุ 28 ปี ไม่เคยจีบใคร และ ไม่เคยมีใครมาจีบเลย จนตอนนี้ ผมไปเจอกับผู้หญิงคนนึง เขาตั้งปณิธานกับตัวเองว่าจะทำอะไร ไปไหนคนเดียว ชีวิตนี้จะไม่รักใครแล้ว ผมได้ยินแบบนี้ เลยกังวลว่า เราจะคุยกับผู้หญิงที่ ตั้งกำแพงตัวเองไว้สูงแบบนี้ยังไงดีครับ??

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมอายุ 28 ปี ไม่เคยจีบใคร และ ไม่เคยมีใครมาจีบเลย จนตอนนี้ ผมไปเจอกับผู้หญิงคนนึง เขาตั้งปณิธานกับตัวเองว่าจะทำอะไร ไปไหนคนเดียว ชีวิตนี้จะไม่รักใครแล้ว ผมได้ยินแบบนี้ เลยกังวลว่า เราจะคุยกับผู้หญิงที่ ตั้งกำแพงตัวเองไว้สูงแบบนี้ยังไงดีครับ??

06 ธ.ค. 2025

ผมอายุ 28 ปี ชีวิตนี้ที่ผ่านมา ตั้งใจเรียน ทำงาน หาเงินมาตลอด
ไม่เคยจีบใคร และ ไม่เคยมีใครมาจีบเลย 
จนตอนนี้ ผมไปเจอกับผู้หญิงคนนึงใน TIKTOK 
เขาตรงสเปคผมมาก จนเราได้ ADD FACEBOOK คุยกัน
ผมเขิน เราได้วิดีโอคอลคุยกันแล้ว 
แต่เป็นผมเองที่ทำตัวไม่ถูกว่าจะชวนคุยอะไรยังไง 
แต่เขาก็เปิดใจเล่าให้เราฟังว่า รักที่ผ่านมา 3 ครั้งของเขา
เสียใจมาตลอด เขาเลยตั้งปณิธานกับตัวเองว่าจะทำอะไร
ไปไหนคนเดียว ชีวิตนี้จะไม่รักใครแล้ว
ผมได้ยินแบบนี้ เลยกังวลว่า เราจะคุยกับผู้หญิงที่
ตั้งกำแพงตัวเองไว้สูงแบบนี้ยังไงดีครับ??

        “คุณดิน (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (3 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับเรื่องที่ไม่เคยมีแฟนหรือความรักมาก่อน และอยากจะจีบผู้หญิง แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร?

        โดย “คุณดิน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมอายุ 28 ปี ยังไม่เคยมีแฟนเลย เล่น TikTok แล้วได้ไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง เขาอายุใกล้ ๆ กัน แล้วก็ยังไม่มีแฟน เขาค่อนข้างดังมาก ผมก็เลยรู้สึกว่าคนนี้ตรงสเปคหมดเลย น่ารักดีทุกอย่างโอเคมากเลย ดูเป็นคนดี แต่เหมือนเขาบอกไว้ว่าเขาอกหักมาโดยตลอด แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไร เพราะผมไม่ได้รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว

        ผ่านไป 6 - 7 เดือน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ Facebook แนะนำ Mutual Friend ขึ้นมาเป็นเขา ผมเลยกดแอดไป ปรากฏว่าเขารับ ผมเลยลองทักไปแล้วเขาก็ตอบ เราคุยกันมาได้เกือบ 2 อาทิตย์ แต่ด้วยความที่ผมไม่เคยมีความรัก ผมจีบใครไม่เป็นเลย ผมไม่มั่นใจในตัวเองด้วย เพราะไม่เคยมีใครเข้ามาจีบ หรือผมไปจีบใครเลย เขาก็ถามผมว่าจีบเขาหรอ ผมก็บอกเขาไปตามตรงว่าจีบ แต่เขาก็บอกว่าแน่ใจหรือเปล่า เขาเคยเฮิร์ทมา แล้วตั้งปฏิญาณกับตัวเองว่า เขาไม่อยากมีใครแล้ว จะอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิต เขารับปากอะไรไม่ได้

        แต่สุดท้ายก็คุยกันมาเรื่อย ๆ ได้ประมาณ 2 อาทิตย์ ผมก็ไม่ได้เร่งรีบ แต่ลึก ๆ ก็กลัวเสียใจเหมือนกัน ผมมองว่าอย่างน้อยเสียใจกับคนดี ก็คงจะมีความเสี่ยงน้อยกว่า อย่างน้อยเขาก็ไม่เจ้าชู้ คือเขาเป็นหมอโปรไฟล์ค่อนข้างดี แต่เขาอยู่ต่างจังหวัด ผมก็กังวลเพราะผมอยู่กรุงเทพ ก็มีวิดีโอคอลคุยกันบ้าง เขากดโทรมาตอนดึก เพราะเขาไม่เชื่อว่าผมโสด

        ล่าสุดจะมีนัดเจอกัน เขาเที่ยวคนเดียวตลอด รอบนี้เขาจะบินไปต่างประเทศ เลยได้นัดกินข้าวกันก่อนเฉย ๆ ปัญหาของดินวันนี้ที่อยากปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ “ผมไม่รู้ดีลกับมันยังไง? ถ้าสุดท้ายแล้วผมกับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ไปกันต่อ” และอยากได้ความมั่นใจ’

        เริ่มด้วย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าผู้หญิงบอกว่าเขาไม่คิดจะมีใครไปตลอดชีวิต เขาพูดเพื่อดูเรา เขายังอยู่ในช่วงเลือก ฉะนั้นดินต้องไม่เข้าไปแบบสุดตัว หรือว่าเทหมดหน้าตัก เขาอาจจะรู้สึกอึดอัด ลองทำความรู้จักกันไปก่อน ผู้หญิงอยู่กับใครแล้วหัวเราะได้มากที่สุด นั่นคือความสบายใจ ถ้าอกหักก็แค่เจ็บ ยังไงต้องลุยไปก่อน รู้ไว้เลยว่าทุกครั้งที่อกหัก ครั้งแรกเจ็บเสมอ

        เผื่อใจไว้ด้วยเพราะ 2 อาทิตย์ แต่เรามีหน้าที่ทำให้เต็มที่ เป็นธรรมชาติของตัวก็พอ ถ้าไม่เวิร์คก็แค่เลิก ดินอย่าไปกลัวการเลิกกัน เราไปให้เขาดูตัว เราก็มีสิทธิ์ดูตัวเขาเหมือนกัน จำไว้นะชีวิตยังต้องเจ็บอีกเยอะ’

        ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ดินจะเจ็บสำหรับครั้งนี้ ถ้าดินไม่มีคนนี้เป็นคนแรกให้ดินได้เจ็บ แล้วจะมีคนต่อ ๆ ไปได้ยังไง มันเป็นเรื่องปกติมาก มันมีแค่ 2 ทางเลือกคือ ‘เจ็บ’ กับ ‘สมหวัง’ จากโปรไฟล์ดิน ถ้าลองไปใช้บริการหาคู่ที่เป็นเรื่องเป็นราว ยังไงก็มีคนเข้ามาหาดินแน่นอน

        แต่ดินไปคิดว่าตัวเองดีไม่พอ แล้วไปเปิดทุกอย่างให้เขาได้รับรู้ ซึ่งถ้าเขาเป็นคนดีก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้าเขาเป็นคนไม่ดี รอได้เลยเขาจะเล่นกับหัวใจดิน เพราะสิ่งที่เขาทำมาถึงตอนนี้ บอกว่าตัวเองไม่อยากมีแฟน ไม่อยากมีใคร แต่เขารับแอดดิน วิดีโอคอลมาเพื่อเช็คว่าอยู่คนเดียวหรือเปล่า เขากำลังบริหารเสน่ห์

        ดินอย่าไปด้อยค่าตัวเอง เพียงเพราะแค่อยากให้คน ๆ หนึ่งหันมามอง เรื่องของความรักบางทีมันต้องมีจังหวะ อันไหนต้องเร่ง ต้องผ่อน บางทีเดินหน้าอย่างเดียว มันไม่เวิร์คสำหรับความรัก ประสบการณ์มันจะสอนดินเอง เราต้องตอบตัวเองว่าเราดีพอไหม ไม่ต้องให้ใครมาบอกเรา เราต้องรู้ตัวเอง ต้องบอกตัวเองได้แล้วว่าดินดีพอ ต้องปรับตรงนี้ให้ได้ก่อนที่จะไปหาความรัก ถ้าดินยังเติมตัวเองไม่เต็ม ดินอย่าหวังว่าใครจะมาเติมให้ดินได้’

        ต่อด้วย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จงสบายใจ คงทุกอย่างนี้ไว้ ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเลย และปล่อยให้มันไหลไป Glow with the flow นี่คือสถานการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับการจีบใครสักคน การที่เราเจอคนที่บอกว่าเขาอกหักมา 3 - 4 ครั้ง แล้วชีวิตนี้จะไม่รักใครอีกแล้ว มันแปลว่าเขาอยากเจอคนที่รักเขาจริง ๆ ถ้าเรารู้สึกว่าเราบริสุทธิ์ใจ และเราต้องการเวลา ที่จะพิสูจน์ตัวเองเหมือนกัน โคตรลงตัวเลย ไม่แปลกเลยที่ดินจะเบรคแตก

        แล้วเรื่องไม่มั่นใจในตัวเอง นี่คือ Position ที่ดีที่สุด เพราะเราไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ถ้าเราคิดว่าเราต่ำต้อย แต่เรามองขึ้นสูงถึงใครสักคนโคตรดีเลย เราจะได้ไม่ต้องคาดหวัง เราอยู่ข้างล่างนี่แหละ มองขึ้นไปแล้วก็ดูว่าเราจะหยิบดาวดวงนั้นได้ไหม ถ้าหยิบลงมาเราจะดูแลเขาได้ไหม ผลจะเป็นยังไงไม่รู้แต่อยากทำ ดีเลยแบบนี้ไม่ต้องไปคิดว่า เราจะจีบผู้หญิงคนนี้ติดไหม เอาตรงนี้ในการบอกตัวเองว่าพร้อมพิสูจน์ตัวเอง ถ้าสำเร็จเราได้เป็นแฟนกับเขา’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูเคยโทรมาในรายการ เคสที่เคยเจอพ่อเอาปืนจ่อหัว เพราะหนูเป็น LGBTQ จนหนูหนีออกจากบ้านมากับแฟน อยู่ด้วยกันตั้งแต่ไม่มีอะไร จนมีเงิน มีธุรกิจ สร้างตัวได้แล้ว แฟนที่คบกันมา 10 ปีรักกันดีไม่เคยมีปัญหาอะไรมาก่อน แต่ล่าสุดนี้

24 มิ.ย. 2025

หนูเคยโทรมาในรายการ เคสที่เคยเจอพ่อเอาปืนจ่อหัว เพราะหนูเป็น LGBTQ จนหนูหนีออกจากบ้านมากับแฟน อยู่ด้วยกันตั้งแต่ไม่มีอะไร จนมีเงิน มีธุรกิจ สร้างตัวได้แล้ว แฟนที่คบกันมา 10 ปีรักกันดีไม่เคยมีปัญหาอะไรมาก่อน แต่ล่าสุดนี้

หนูเคยโทรมาในรายการ เคสที่เคยเจอพ่อเอาปืนจ่อหัว เพราะหนูเป็น LGBTQ จนหนูหนีออกจากบ้านมากับแฟนอยู่ด้วยกันตั้งแต่ไม่มีอะไร จนมีเงิน มีธุรกิจ สร้างตัวได้แล้ว แฟนที่คบกันมา 10 ปีรักกันดีไม่เคยมีปัญหาอะไรมาก่อนแต่ล่าสุดนี้ เขาเพิ่งย้ายออกจากบ้านหนูไปได้ 2 เดือน พร้อมกับเหตุผลว่า เขารู้ตัวแล้วว่าเขาชอบผู้ชายมากกว่าตอนนี้เขาไม่มีวี่แววกลับมาเลย ย้ายไปอยู่กับผู้ชายคนนั้น 10 ปีที่ผ่านมา มันเหมือนโลกพังทลายลงไปเลยหนูจะทำยังไงต่อไปดีคะ อยากขอกำลังใจจากทุกคน “คุณเค (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 มิถุนายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องความรักที่คบกับแฟนมา 10 ปี เคยสร้างเนื้อสร้างตัว ฝ่าฟันอุปสรรค์มาด้วยกัน แต่เขาดันบอกเลิกเพราะเพิ่งรู้ตัวว่าชอบผู้ชาย โดย “คุณเค (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เคยโทรมาในรายการแล้วครั้งหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องที่โดนพ่อไล่ออกจากบ้านเพราะเป็น LGBTQ แล้วหนีออกจากบ้านไปสร้างตัวกับแฟน แต่ปัญหาที่หนูโทรมาวันนี้ คือ หนูเพิ่งเลิกกับแฟนได้ 2 เดือน เขาบอกว่าเขาเพิ่งมารู้ตัวว่าเขาชอบผู้ชาย ซึ่งหนูอยู่กับเขามา 10 ปี เขาเป็นรักแรกของหนูและเป็นโลกทั้งใบของหนูเลย เมื่อก่อนใครๆก็บอกว่าหนูน่าอิจฉา แฟนก็รัก การงานก็ดี แต่ตอนนี้เหมือนโลกทั้งใบนั้นมันพังไปแล้ว หนูยังทำใจไม่ได้เลย หนูอยากให้พวกพี่ๆดีเจช่วยฮีลใจหนูหน่อย หนูควรทำยังไงดี?’ ซึ่ง “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่มีอะไรจะช่วยได้นอกจากเวลา เวลาจะค่อย ๆ เยียวยารักษาแผลนี้ให้ดีขึ้น แค่ต้องพยายามข่มตานอน ฝืนกิน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีโอกาสเจอใครที่จะเป็นคู่ชีวิตของเราจริง ๆ มันยังมีโอกาสอีกมากมาย จงให้โอกาสนั้นกับตัวเอง อย่าปิดโอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่ และให้ชีวิตได้เรียนรู้จากความเจ็บปวดครั้งนี้ บางทีคู่ชีวิตอาจไม่ใช่คนที่คบกันมาเป็น 10 ปีก็ได้ สุดท้ายมันอาจจะเป็นคนใหม่ที่ก้าวเข้ามาก็ได้’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่มีอะไรที่เป็นของเราถาวร ฉะนั้นอย่าให้ใครมาเป็นโลกทั้งใบของเราอีก ตราบใดที่โลกยังหมุนไปข้างหน้า นี่ไม่ใช่เรื่องเดียวที่จะทำให้เราเจ็บปวดในชีวิต ไม่ต้องเสียงดายหรืออาลัยอาวรณ์กับคนที่เราเอื้อมมือคว้าแล้วไม่เจออีกแล้ว ถ้าเขาอยู่ตรงหน้าเราไม่ได้ เราเองก็ต้อง move on ขึ้นอยู่กับเราว่าจะพร้อม move on เมื่อไหร่’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ให้เวลากับมันจนกว่าวันหนึ่งเคจะเลิกคิดว่าเขาคือโลกทั้งใบของเรา แล้วหันมาเติมโลกของเราให้มันเต็มให้ได้ มันเจ็บแต่สักวันมันจะหาย สุดท้ายเราก็ไม่ได้อยู่กับใครไปจนตาย ชีวิตมันก็แค่นี้ ลุกขึ้นมาแต่งตัวสวยและรอรักครั้งใหม่ที่จะเข้ามา’ และสุดท้ายดีเจทั้ง 3 คน (ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม) ได้ให้ความเห็นตรงกันว่า ‘ให้เวลาช่วยเยียวยาทุกอย่าง และให้โอกาสตัวเองได้เจอกับรักครั้งใหม่ที่จะเข้ามา’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สามีมีปัญหาน้องชายไม่ลุก ส่งการบ้านปีละ 2 ครั้ง ส่งทีก็ทำได้ไม่ดี ไม่กล้าบอกสามีเพราะกลัวเขาจะเสียความรู้สึก อยากมี FWB ผิดไหม หรือควรทำอย่างไรดี ?

03 เม.ย. 2026

สามีมีปัญหาน้องชายไม่ลุก ส่งการบ้านปีละ 2 ครั้ง ส่งทีก็ทำได้ไม่ดี ไม่กล้าบอกสามีเพราะกลัวเขาจะเสียความรู้สึก อยากมี FWB ผิดไหม หรือควรทำอย่างไรดี ?

สามีมีปัญหาน้องชายไม่ลุก ส่งการบ้านปีละ 2 ครั้ง ส่งทีก็ทำได้ไม่ดีไม่กล้าบอกสามีเพราะกลัวเขาจะเสียความรู้สึกอยากมี FWB ผิดไหม หรือควรทำอย่างไรดี ? ‘คุณแองจี้ (นามสมมุติ)’ สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (1 เมษายน 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับเรื่องที่สามีส่งการบ้านไม่ได้ ถึงส่งก็ทำไม่ดี ควรหา FWB มาแทน หรือให้เขาไปพบแพทย์ดี ‘คุณแองจี้ (นามสมมุติ)’ อายุประมาณ 30 ปีกลาง ๆ ได้เล่าว่า “แต่งงานมา 10 ปีแล้ว ช่วงแรก ๆ สามีก็ส่งการบ้านดี เป็นปกติ วันเว้นวันได้เลย เพราะเป็นช่วงที่เราพยายามอยากมีลูกด้วยกัน แต่สามีเริ่มมีปัญหา ปีที่ 5-6 หลังจากแต่งงาน ซึ่งเป็นช่วงที่เรารู้สึกว่าอายุมากขึ้นแล้ว ไม่อยากมีลูกแล้ว เลยต้องป้องกันด้วยการสวมถุงยางทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เวลาที่จะเริ่มกิจกรรม เราต้องหยุดเพื่อสวมถุงยางก่อน แต่หลังจากที่หยุดไป สามีมีอาการอ่อนตัว ไม่สามารถทำกิจกรรมต่อได้ ทำให้สามีไม่มั่นใจในตัวเอง แม้กระทั่งต่อมาเรามีปัญหา ทำให้ต้องตัดมดลูกไป และไม่ต้องใช้ถุงยางเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์อีกแล้ว แต่ความมั่นใจของสามีลดลงจนแทบไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้อีกเลย จนมารู้ตัวอีกที สามีและเราทำกิจกรรมกันปีละ 2 ครั้งเท่านั้น ซึ่งแต่ละครั้งก็ไม่ได้ดี หรือสมบูรณ์เหมือนเมื่อก่อนตอนที่เขายังไม่มีปัญหา แองจี้คิดว่าสามีเองก็อยาก แต่ร่างกายไม่ตอบสนอง สามีของแองจี้รู้สึกว่า ‘เขาเป็นสามีที่บกพร่อง’ แต่สำหรับแองจี้ เขาคือสามีที่ดีทุกอย่าง แต่ปัญหาของเขาอาจจะเกิดจากการขาดความมั่นใจจนเครียดเท่านั้น อย่างไรก็ตามแองจี้ก็ไม่กล้าบอกให้สามีไปพบแพทย์ เพราะกลัวว่าเขาจะเสียความรู้สึก เสียศักดิ์ศรี และยิ่งเสียความมั่นใจไปกว่าเดิม ตัวแองจี้เองมีความต้องการทางเพศปกติ แต่สามีตอบสนองไม่ได้ สามีก็พยายามที่จะช่วยในวิธีที่ไม่ต้องสอดใส่ แต่เขาก็ทำไม่ค่อยเก่ง ทำยังไม่ค่อยถูกจุด เราทั้งคู่ไม่เคยมีประสบการณ์กับใครมาก่อนแต่งงานด้วย เวลาที่เราอยากบอกสามีเกี่ยวกับเรื่องที่เขาช่วยเราไม่ถูกจุด หรือยังไม่ดี ก็จะมีความเขินอาย และกระอักกระอ่วนเล็กน้อย จึงไม่กล้าบอกสามีไป ทำให้เราไม่แฮปปี้ในเรื่องนี้ เขาเป็นสามีที่ดี แต่เราก็ยังรู้สึกขาด ทั้งที่สามีอายุแค่ 20 ปลาย แองจี้จึงคิดว่า อาจเพราะเราไม่น่าดึงดูดมากพอ หรือสามีเบื่อ เพราะเราแก่กว่าหรือเปล่า จึงอยากปรึกษาพี่ ๆ ดีเจว่า แอบคิดอยากมี FWB (friend with benefits) จะผิดมั้ย ถึงแม้จะรู้สึกผิดต่อสามีมาก หรือเราควรบอกเขาให้ไปหาหมอ แล้วควรบอกอย่างไรให้เขาไม่รู้สึกแย่” เริ่มต้นด้วย ‘ดีเจอั๋น’ ให้คำแนะนำว่า “พี่ว่าการแนะนำให้สามีไปหาหมอเราสามารถคุยกันให้เป็นเหมือนเรื่องสนุก ๆ ผ่อนคลายก่อนก็ได้ หรือมีวิธีการคุยของตัวเอง ซึ่งแต่ละคนก็แตกต่างกัน พี่มองว่าเป็นสามีภรรยากันแล้วมันน่าจะคุยกันได้นะ เข้าใจในความรู้สึกที่ไม่อยากกดดันเขา พี่ขอแยกออกเป็น 2 กรณี ถ้าเขาทำไม่ดีตรงนั้นมันสามารถคุยกันได้ แต่ในกรณีที่เขาทำไม่ได้อันนี้ต้องไปพบหมอ ถ้าเป็นพี่โดนผู้หญิงบอกให้ไปพบหมอ พี่ก็ไม่เสียความรู้สึก และการคุยกันตรง ๆ มันง่ายกว่าการไปแอบมี FWB นะ” ต่อด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ให้คำแนะนำว่า “พี่ว่าคุณแองจี้ต้องคุยกับแฟนมากกว่านี้ ไม่ต้องอาย หรือกลัวว่าเขาจะมองว่าเราเป็นคนหมกมุ่นทางเพศ การคุยกันแบบนี้มันเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะคุณแองจี้ที่บอกว่าสามีมีกิจกรรมแค่ 2 ครั้งต่อปี เราสามารถถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงได้ว่า เธอกังวลอะไรหรือเปล่า เพราะมันแสดงออกชัดทางร่างกายว่าน้องชายเขาไม่แข็งตัว พี่ว่าเขาคงไม่มองว่าคุณแองจี้ไปดูถูกเขาหรอก ทั้งคู่เริ่มต้นมาด้วยกัน เป็นคนแรกของกันและกัน ก็ควรจะลองผิดลองถูกไปด้วยกัน อย่างคำปรึกษาจาก ‘หมอท้อป’ในสัปดาห์ก่อน ๆ ว่า มันเป็นเรื่องปกติของสามีภรรยา เวลามีปัญหาก็ยอมรับว่ามันเป็นปัญหา อย่ามัวเอาไปซุกไว้ใต้พรม คุยกันด้วยความเป็นห่วง คุณแองจี้น่าจะรู้ว่าต้องคุยกับสามีแบบไหน และพี่เห็นด้วยกับพี่อั๋นว่า การได้คุยกัน มันดีกว่าการไปหา FWB มากเลย” ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำแนะนำว่า “เห็นด้วยว่าเป็นเรื่องปกติ และเป็นเรื่องธรรมชาติที่สามารถคุยได้ จริง ๆ หอมสามารถแนะนำแพทย์ เกี่ยวกับ Sex Therapy ที่เป็นอาจารย์ช่วยเรื่องชีวิตคู่ได้ แต่ก็แองจี้ต้องไปคุยกับแฟนว่า คุณแองจี้จะชวนแฟนไปปรึกษายังไง เรื่องบนเตียงก็เป็นพาร์ตหนึ่งของชีวิตคู่เช่นกัน ถ้าคุณแองจี้มองว่าเป็นปัญหาถึงขั้นที่อยากหา FWB นั่นแปลว่ามันไม่ใช่ปัญหาที่เล็กแล้ว แต่อย่าไปเล่าแบบนี้ให้เขาฟังนะ ว่าถึงขั้นอยากจะไปมี FWB และอย่าเพิ่งบอกก็ได้ว่าเขาทำให้เราไม่ถูกจุด เพราะเขาอาจเสียความมั่นใจได้ แต่สามารถพูดได้ว่าอยากให้เขาทำอย่างไรให้เรา ค่อย ๆ พูดไป ถ้าไม่กล้าพูด และไปหาหมอ ก็สามารถฝากให้หมอช่วยบอกเขาได้ ถ้าได้ไปพบแพทย์จริง ๆ หมอจะคุ้ยหาสาเหตุ และรักษาจนได้ มันเป็นอีกศาสตร์ที่ช่วยเรื่องชีวิตคู่ เป็นเรื่องปกติ มีอีกหลาย ๆ คู่เลยที่เป็นแบบนี้ คนที่อวัยวะเพศไม่แข็งตัว พี่มั่นใจได้เลยว่ามีเยอะ ถ้าเราอยากอยู่ด้วยกันต่อ ให้แก้ปัญหาปัจจุบันร่วมกันก่อน”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ทุกครั้งที่ผมมีแฟน ผมรักแฟนของผมมาก แต่ทุกครั้งที่มีโอกาสผมก็จะนัดไปมีอะไรกับคนอื่น โดยที่แฟนไม่รู้เลย เพราะผมคิดว่าถ้าแฟนไม่รู้ก็ไม่ผิดรึเปล่า แต่ทุกคนที่ผมนอนกับเขาผมไม่ได้รู้สึกอะไรเลย เพราะผมรักแฟนของผมคนเดียว

13 มี.ค. 2025

ทุกครั้งที่ผมมีแฟน ผมรักแฟนของผมมาก แต่ทุกครั้งที่มีโอกาสผมก็จะนัดไปมีอะไรกับคนอื่น โดยที่แฟนไม่รู้เลย เพราะผมคิดว่าถ้าแฟนไม่รู้ก็ไม่ผิดรึเปล่า แต่ทุกคนที่ผมนอนกับเขาผมไม่ได้รู้สึกอะไรเลย เพราะผมรักแฟนของผมคนเดียว

ทุกครั้งที่ผมมีแฟน ผมรักแฟนของผมมาก แต่ทุกครั้งที่มีโอกาสผมก็จะนัดไปมีอะไรกับคนอื่นโดยที่แฟนไม่รู้เลย เพราะผมคิดว่าถ้าแฟนไม่รู้ก็ไม่ผิดรึเปล่าแต่ทุกคนที่ผมนอนกับเขาผมไม่ได้รู้สึกอะไรเลยเพราะผมรักแฟนของผมคนเดียว อยากหยุดพฤติกรรมนี้ ควรจะเริ่มจากอะไรดีครับ? “คุณนัท (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [12 มีนาคม 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจอ๋อง – ดีเจอ้อย’ เกี่ยวกับปัญหามีแฟนอยู่แล้ว แต่ยังไปมีอะไรกับคนอื่นทุกครั้งที่มีโอกาส โดย “คุณนัท (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมมีแฟนเป็นผู้ชาย ตั้งแต่แฟนคนแรก ก็เป็นแฟนที่ผมรักมาก เพราะมันเป็นรักแรก ทุกอย่างก็อาจจะจับผิด จับถูก แต่ทุกครั้งเลยที่ผมมีแฟน ถ้ามีโอกาสผมก็จะนัดเจอกับคนอื่นหรือว่ามีเซ็กส์กับคนอื่นทุกครั้ง ถ้าโดนจับได้ แล้วแฟนให้อภัย ผมก็ยังเลือกที่จะรักแฟนต่อ แต่แฟนคนแรกไม่ได้โชคดี เพราะเขารับไม่ได้เลยเลิกกันไป พอมาแฟนคนที่สอง ผมก็รักมาก ยังรู้สึก appreciate กับแฟนเสมอ แต่ทุกครั้งที่มีโอกาส ผมก็จะนัดกับคนอื่น ไม่ใช่แค่นัดมีเซ็กซ์อย่างเดียว แต่จะนัดเจอหาเพื่อนทานข้าว นัดแฮงค์เอ้าท์กัน แต่ว่าที่นัดกันไม่ใช่เพื่อนของผม ผมจะหาคนแปลกหน้าคนอื่น และเป็นแบบนี้อยู่เรื่อยๆ จนกระทั้งถึงแฟนคนปัจจุบัน ที่คบกันได้จะ 3 ปีแล้ว ช่วงแรกๆ ที่คุยกันเหมือนความสัมพันธ์มันยังไม่ชัดเจน เราก็รู้สึกฟรีสไตล์อยู่แล้ว จะเจอใครก็ได้ และตั้งแต่แฟนคนแรกจนถึงคนนี้ มันไม่เกี่ยวกับช่วงเวลา ถึงจะเป็นการจีบกันตั้งแต่เดือนแรกๆ ผมก็จะสามารถไปมีอะไรกับคนอื่นได้ ผมไม่มีช่วงโปรโมชั่นเลย ผมจะคุยกับเขาบอกฝันดี อะไรเสร็จ พอมีเวลา ผมก็จะไปดื่ม ไปกับคนอื่น ยกเว้นตอนคบกับแฟนคนแรก ผมยังรู้สึกแบบไม่กล้าทำ และจะมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมลองทำ มันรู้สึกตื่นเต้น ตั้งแต่นั้นมามันก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ผมทำแบบนั้น ทุกวันนี้ผมก็ยังอยู่กับแฟน เขาจะไปๆ มาๆ ระหว่างบ้านเขากับคอนโดผม แฟนไม่รู้เลยว่าผมไปมีอะไรกับคนอื่น เขาก็เคยจับได้ 1 ครั้ง แล้วเขาก็ให้อภัย และอีก 1 ครั้ง คือเกือบจะจับได้ แต่ผมก็บอกไปว่านั้นเป็นเพื่อนผมจริงๆ เพราะตอนที่จับได้ตอนนั้นคือการไป แฮงค์เอ้าท์ แต่ตัวผมเวลาที่มีโอกาส ไม่ว่าแฟนจะกลับบ้านหรืออยู่ห่างกัน ผมก็จะมีเพื่อนที่แฮงค์เอ้าท์หรือว่ามีเซ็กส์กันได้ และก็ไม่ใช่คนเดิม เวลาที่ผมจะปรึกษาเพื่อน หรือคนรอบตัว เพื่อนก็จะเป็นสไตล์ประมาณว่า ไม่ได้เบลม ไม่ได้ห้ามอะไร ก็จะกลางๆ ผมเลยไม่ได้มองมุมอื่นว่าจะมีคนที่รู้สึกแบบนี้ไหม แล้วผมอยากรู้ว่า จะเริ่มจากอะไร ถ้าเราไม่อยากทำแบบนี้แล้ว แล้วเหตุผลอะไรที่เราต้องไม่ทำแล้ว การที่ผมเหงาแล้วนัดกับคนอื่นตลอด อยากเจอคนอื่น หรือว่ามีเซ็กส์ ผมรู้สึกว่าถ้าแฟนจับไม่ได้มันก็ดูไม่ได้มีอะไร ด้วยความที่ผมรู้ว่าเขาจะจับผมได้ด้วยอะไร และก็คำพูดอะไรที่เขาจะยอมใจอ่อน แต่ผมก็ยังไม่ได้นึกภาพวันนั้นว่าเขาจะจับได้ แล้วเลิกกับผมเลยหรือเปล่า แล้วเรื่องเซ็กส์กับแฟน แรกๆ มันก็บ่อย แต่พอมาหลังๆ ก็ยังมีอยู่ มันก็ไม่แย่ แฟนก็ไม่ได้รู้สึกว่าผมทำแย่ และผมก็ยังแฮปปี้ทุกครั้งที่มีอะไรกับเขาอยู่ แต่ก็ไม่ได้บ่อยครั้งเหมือนเมื่อก่อน ด้วยความที่แฟนผมก็งานยุ่ง ยิ่งตอนทำงานต่างคนก็ต่างยุ่ง คือ เลิกงานมามันก็เหนื่อย แต่ว่าบางครั้ง สมมติว่าผมไปเจอคนอื่นมาแล้ว หรือว่าไปทำกับคนอื่นมาแล้ว พอกลับมามันก็ไม่ได้อยากจะมีอะไรกับเขา เพราะว่าเราก็เหนื่อยแล้ว ซึ่งผมก็เปิดเผยตัวแฟนกับที่บ้านอยู่แล้ว คือผมก็อยากมีแฟน อยากไปไหนมาไหน แล้วมีแบบว่าคนนี้นะ คือแฟนเรา อะไรแบบนี้ และผมก็รักแฟนมาก เพราะทุกครั้งผมไม่เคยคิดที่จะหนีคนนี้ไปคบกับใคร ที่เคยไปเจอกันเลย ต้องบอกว่าจริงๆ ผมรู้สึกเหงาทุกครั้งที่อยู่คนเดียว เพราะมันก็จะมีบางอย่างที่ผมขาดไปในตอนเด็ก เรื่องปมในตอนเด็ก คือ ผมรู้สึกว่าผมเป็นคนขี้น้อยใจ ตั้งแต่ตอนเด็กๆ ผมเป็นลูกคนสุดท้อง ซึ่งผมเป็นลูกคนเดียวที่พ่อแม่ไม่ได้เลี้ยง เนื่องจากช่วงที่ผมเกินเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดี พ่อกับแม่ต้องทำงานหนักมาก ผมเป็นคนเดียวที่ถูกจ้างเลี้ยงและอยู่ห่างไกลจากคุณพ่อคุณแม่ แบบกินนอนอยู่กับคนที่เลี้ยง ทุกคนนี้ก็ยังติดต่อกับคนที่เลี้ยงผมอยู่และสนิทกับเขามาก แต่บางทีผมก็รู้สึกว่า ผมน้อยใจที่พอไปเปิดรูปตอนเด็กๆ จะมีรูปที่พ่อแม่อยู่กับพี่สาวพี่ชายทุกรูปเลย และตอนที่ผมเป็นเด็ก ก็ไม่มีรูปผมเลย ซึ่งน้อยมากๆ พอเทียบกับพี่สาวพี่ชาย เช่น ตอนที่พี่ๆ รับบัณฑิตจะมีรูปคู่ตลอด และคือ พี่สาวคนกลางเขาจะได้รับความเป็นห่วงจากครอบครัวมาก หรือว่าผมคิดไปเอง ผมก็ไม่แน่ใจ ซึ่งต่างจากผมเลย มันเป็นคนรู้สึกด้วยที่ตอนเด็กๆ ผมรู้ว่านี่คือ พ่อกับแม่นะ แต่ผมไม่ได้นอนกับพวกเขาเลย รู้แค่ว่าตอนเย็นเขาก็จะมารับผมกลับบ้าน มันเลยยังรู้สึกน้อยใจจนถึงทุกวันนี้ ผมก็พยายามคิดว่ามันเกี่ยวกันหรือเปล่า แต่พอมาจนถึงตอนนี้ ผมก็ยังแอบรู้สึกว่า ถ้าสมมติว่าเขาจับได้ อาจจะไปกันไม่รอดแล้ว และตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ไม่ว่าจะเทศกาลไหนก็แล้วแต่ ผมจะโรแมนติกมาก ทำทุกอย่างให้เขา จากใจจริงๆ ไม่ใช่ทำเพื่อกลบความผิด แต่เวลาที่เขาไม่อยู่ เขากลับบ้านหลายวันอะไรแบบนี้ ผมก็ไม่อยากอยู่คนเดียว แต่ถ้าเกิดแฟนผมไปมีอะไรกับคนอื่น ผมว่าผมก็คงไม่โอเค แล้วคิดว่าเขาก็คงจะไม่ทำ ผมอยากจะปรึกษาพี่ๆ ดีเจว่า ถ้าผมจะหยุด ผมควรจะเริ่มจากอะไรดี และการหยุดของผมเป็นสิ่งที่ดีมากๆ ใช่ไหมครับ?’ เริ่มที่ “ดีเจอ๋อง” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘หลังจากนี้ ถ้าเราเหงาและอยากไปมีอะไรกับคนอื่น ลองเปลี่ยนไปทำในสิ่งที่เราชอบและมีคุณค่าในชีวิตแทนดีไหม?’เพราะบางครั้ง ความเหงาอาจมาจากความไม่มั่นใจในตัวเอง รู้สึกดีไม่พอ หรือไม่สามารถอยู่กับตัวเองได้อย่างสบายใจ จึงพยายามหาคนอื่นมาช่วยเติมเต็มให้รู้สึกว่ามีค่าและได้รับความสนใจ แต่จริง ๆ แล้วคุณค่าในตัวเองไม่ได้ขึ้นอยู่กับการได้รับความสนใจจากคนอื่น เราสามารถเติมเต็มตัวเองได้ด้วยสิ่งที่มีความหมายในชีวิต และที่สำคัญ อย่าลืมนึกถึงแฟนของเราด้วย อย่ามัวแต่พยายามทำให้คนอื่นมีความสุขจนลืมใส่ใจคนที่อยู่ข้าง ๆ’ ต่อมา “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คำว่าแฟนต้องแฟร์ มันมีคู่หลาย ๆ คู่นะที่รักกันแล้วก็ไปมีอะไรกับคนอื่นได้ แต่อันนั้นต้องเกิดภายใต้เงื่อนไขว่า ทุกฝ่ายต้องรู้ แต่อันนี้น้องปิดบังแฟน พี่กลับรู้สึกว่าถ้ามีแฟนแล้วเอาไว้หลอก อย่างงั้นก่อนจะเลิกมีเซ็กพล้ำเพื่อ พี่ว่าน้องเลิกกับแฟนก่อนดีกว่า คำว่าแฟนไม่ได้เป็นเครื่องประดับ ว่ามีคนนี้เป็นแฟนแล้วจบ แต่การเป็นแฟนคือการที่เรารับผิดชอบความรู้สึกซึ่งกันและกัน ทั้งต่อหน้าและรับหลัง คนทุกคนอยากได้ความจริงใจ อย่าเอาความหลายใจไปแลกกับความรัก เพราะมันแลกกันไม่ได้’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คำถามที่นัทโทรมาถามว่า “การหยุดเรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องดีใช่ไหม?” ถ้าจุดเริ่มต้นคือคำถามนี้ ว่าอะไรดีหรือไม่ดี นั่นถือว่าหนักเลยนะ… เพราะคนเราจะหยุดบางอย่างได้เพราะสองเหตุผลหลัก ๆ คือ เราคิดได้ และ หยุดเพื่อใครสักคน แต่ถ้านัททำไม่ได้สักอย่าง การหยุดอาจไม่ใช่คำตอบของนัทก็ได้ ลองตกลงกับตัวเองให้ดีว่าต้องการอะไรจริง ๆ”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนดีทุกอย่างแต่เขาไม่ค่อยใส่ใจ เราเลยนอกใจแฟนไปมีอะไรกับเด็กฝึกงาน เราจะตัดสัมพันธ์กับน้องฝึกงานยังไงดีคะ แฟนเราเป็น 90% ของเรา แต่น้องฝึกงานก็เติมเต็ม 10% ที่หายไป ตอนนี้เหมือนเราหลอกผู้ชายทั้งสองคนในเวลาเดียวกัน

24 ม.ค. 2025

แฟนดีทุกอย่างแต่เขาไม่ค่อยใส่ใจ เราเลยนอกใจแฟนไปมีอะไรกับเด็กฝึกงาน เราจะตัดสัมพันธ์กับน้องฝึกงานยังไงดีคะ แฟนเราเป็น 90% ของเรา แต่น้องฝึกงานก็เติมเต็ม 10% ที่หายไป ตอนนี้เหมือนเราหลอกผู้ชายทั้งสองคนในเวลาเดียวกัน

“คุณบุ๋ม (นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [22 ม.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย’ เกี่ยวกับปัญหาความรัก แอบคบกับเด็กฝึกงานทั้งๆที่มีแฟนอยู่แล้ว โดย “คุณบุ๋ม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ปัจจุบันคบกับแฟนมาได้ 4 ปีแล้ว แฟนอายุน้อยกว่าหนู เรื่องราวเกิดขึ้นประมาณตอนที่เราคบกันได้ 3 ปี ตอนคบกันก็ดี หนูอยู่บ้านเขามาตั้งแต่ปีแรก หนูก็ทำตัวดีมาตลอด แฟนเราเขาก็นิสัยดี ทำงานก็โอเค มีความรับผิดชอบ ดีทุกอย่าง ที่บ้านเขาก็รับหนูได้ แต่ว่าเขาก็คือเขา ทำงานอย่างเดียว ไม่ค่อยสนใจ ไม่ค่อยเทคแคร์เท่าไหร่ตั้งแต่แรกเลย เหมือนหนูเป็นคนติด skinship แต่ว่าเขาเป็นคนนิ่งๆ โดยส่วนตัวหนูเป็นคนเจ้าชู้อยู่แล้วระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่มีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นมาตลอด 3 ปี หนูก็เจอพฤติกรรมที่เขาไม่ค่อยสนใจเราเท่าไหร่ น้อยมากที่เขาจะถามว่ากินข้าวหรือยัง ไม่ได้ถามเลยว่าเราเหนื่อยมั้ย เป็นหนูมากกว่าที่ถามแบบนั้น จนวันหนึ่งมีเด็กฝึกงานเข้ามาที่บริษัท เขาก็น่ารักดีและหนูเป็นคนขี้เล่นชอบหยอดเขา ซึ่งเราก็รู้จักในฐานะที่หนูดูแลเขาแล้วก็มี LINE ส่วนตัวกัน พอเขาเข้ามาฝึกงานก็เห็นว่าน่ารักดีเลยหยอดกันไปมาจนเขาทักมาจีบหนูก็เลยได้คุยกัน คุยกันไปคุยกันมา ก็เริ่มบ่อยขึ้น มีนัดไปกินข้าวด้วยกัน สานสัมพันธ์กันมาพักใหญ่ๆ หนูกับแฟนก็เริ่มมีปัญหากันหลายเรื่อง เรื่องไม่สนใจก็สะสมมา ยังมีปัญหากับเรื่องครอบครัวเขา คือครอบครัวเขาดีทั้งหมด แต่มันจะมีอยู่คนหนึ่งที่เขาไม่ดีกับหนู หนูเลยไม่ดีกับเขามันเลยทำให้มีปัญหากัน ทำให้เราทะเลาะกันบ่อยขึ้น แล้วหนูก็ออกไปเจอเพื่อนบ่อยขึ้น หาเพื่อนไปเที่ยว ซึ่งในนั้นก็มีเด็กฝึกงานอยู่ด้วย แล้วหนูก็เริ่มห่างกับแฟน ไปกินข้าวกับเพื่อนบ่อยก็เริ่มถลำลึกจนไม่กลับบ้าน ถึงขั้นที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเด็กฝึกงาน แต่เด็กฝึกงานคนนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าหนูมีแฟนอยู่แล้ว และหนูก็ตั้งใจที่จะไม่บอกเรื่องนี้เพราะไม่ได้คิดจะเลือกเขาตั้งแต่แรก และมันก็ถลำลึกไปเรื่อยๆ มากขึ้นเรื่อยๆ หนูกับแฟนก็ทะเลาะกันหนักเข้าไปใหญ่ จนวันหนึ่งเหมือนเขาจับได้ จากที่แฟนไม่เคยพูดจาไม่เพราะก็เริ่มขึ้นมึง-กู โยนเสื้อผ้าหนูออกจากตู้ ถึงขั้นไล่หนูออกจากบ้าน หนูเลยพูดขอโอกาสว่า “จะไม่ทำอย่างงี้อีก” ซึ่งหนูตั้งใจพูดไปแบบนั้นเพื่อให้เขาอยู่ต่อเพราะว่าหนูไม่มีครอบครัวที่กรุงเทพ แล้วหนูไม่อยากเริ่มต้นใหม่ หลังจากนั้นก็ง้อเขาอยู่เรื่อยๆ ช่วงที่ทะเลาะกับเขา หนูก็พยายามกลับบ้านเร็ว ทำกับข้าวไว้ให้เขา แต่มันก็เหมือนเป็นผลของการกระทำ เพราะเขาก็ออกไปกินเหล้ากับเพื่อน กลับดึก กลับมาบ้านก็เดินหนี เหมือนเขาทำแบบที่หนูทำเพื่อประชดหนู ซึ่งหนูก็รู้อยู่แล้วว่าเขาก็ไม่ได้มีคนอื่น มันเป็นแบบนั้นอยู่ 2 เดือน แต่ในช่วงนั้นหนูก็ไม่ได้หยุดคุยกับเด็กฝึกงาน มีเวลาเจอกันก็ยังได้เจอ บางทีเลิกงานก็ยังไปเจอกัน ที่หนูยังไม่หยุดคุยกับเด็กฝึกงานเพราะหนูคิดว่าหนูยังไม่ได้แต่งงานก็ยังมีสิทธิ์เลือก กับแฟนก็ยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ หนูก็ยอมให้เขาทำแบบนั้นไปเรื่อยๆ จนมันเกิดเหตุการณ์ที่ถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาล แต่วันนั้นแฟนหนูเลือกที่จะตัดหนู ทิ้งให้หนูเผชิญปัญหาตรงนั้นคนเดียว ซึ่งมันหนักมาก หนูก็คิดว่าไม่เป็นอะไร ต้องผ่านไปให้ได้ แต่เด็กฝึกงานคอยให้กำลังใจและอยู่ข้างๆ หนู เขาบอกกับหนูว่า “มันไม่เป็นอะไร มันไม่เกิดขึ้นกับเราหรอก” แต่หนูอยากได้คำพูดแบบนี้จากแฟนหนูมากกว่า และตอนนี้ผ่านมา 1 ปีแล้ว หนูก็ยังคบซ้อนทั้ง 2 คนอยู่ อยู่กับคนนี้ 3 วัน กับอีกคนหนึ่ง 4 วัน โดยที่ทั้งคู่ยังไม่รู้ และหนูก็คิดว่าแฟนรักหนูจนไม่คิดจะตามหาว่าหนูไปทำอะไร อยู่ที่ไหน แค่หนูกลับไปบ้านเขาก็ดูมีความสุขแล้ว เพราะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เราทะเลาะกันหนักมาก จนหนูย้ายออกมาอยู่หอ เขาปล่อยให้หนูขับรถ 590 กิโล กลับบ้านคนเดียวช่วงปีใหม่ หนูเลยบอกกับแม่ว่าหนูจะย้ายออกมาจากบ้านเขา แต่สุดท้ายเขาก็นั่งรถทัวร์ตามมา ในช่วงปีใหม่ก็ยังตึงใส่กันจนไม่มีความสุข ซึ่งช่วงที่หนูย้ายมา เด็กฝึกงานก็ไม่ได้ฝึกที่บริษัทต่อแล้ว เราก็ไม่ค่อยได้คุยกัน แต่ปัจจุบันเด็กฝึกงานคนนั้นก็กลับมาทำงานที่บริษัท หนูกับแฟนก็ยังอยู่และตกลงซื้อบ้านด้วยกัน ตอนนี้เป็นรักสามเศร้าแต่ทั้ง 2 คนก็ยังไม่รู้ กับแฟน เขาดีพร้อมทุกอย่างที่หนูต้องการ 90% แต่อีก 10% ที่แฟนไม่ได้มีให้หนู แต่เด็กฝึกงานคนนั้นเขามีให้ หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า มีวิธีไหนที่เราจะปล่อยเด็กฝึกงานไปไหม?” เริ่มที่ “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘หนูบอกว่าเขาไม่ได้ทำผิดอะไรแต่หนูไม่กล้าบอกเลิก มันแปลกตรงที่หนูไม่กล้าบอกเลิก แต่ดันกล้านอกใจ กับเด็กฝึกงานคนนั้นหนูก็ตั้งใจหลอกเขา หนูจะบอกว่าหนูยังไม่รู้จะเลือกใครดี แต่หนูยังไม่ได้เปิดโอกาสให้ใครสักคนเลือกหนูเลย เพราะหนูดันปิดบังทั้งคู่ วิธีการปล่อยเด็กฝึกงานง่ายจะตายไป หนูแค่บอกความจริงเขาไปว่า พี่ทรยศแฟนมามีหนู แล้วหนูไม่จำเป็นต้องคิดเลยว่าจะทำยังไงดีถึงจะตัดเขาได้ อยากได้ความจริงใจ แต่ทำไมหนูเอาความหลายใจเข้าไปแลกล่ะ’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘แฟนที่หนูบอกว่ามีดี 90% ทุกวันนี้เขายังรักผู้หญิงที่เห็นแก่ตัวแบบหนู 100% ได้เลย ทำไมหนูถึงคิดว่าหนูต้องการ 10% จากคนอื่น’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จริงๆ เราไม่จำเป็นต้องถามคนไปทั่วว่าตัดคนหนึ่งยังไง เราทำได้แค่ไม่ทำเท่านั้นเอง เด็กฝึกงานมี 10% พี่ไม่รู้ว่าต้องหาผู้ชายคนไหนที่ให้เราได้ 90% อีก แล้วเราถามตัวเองหรือยังว่าให้คนๆ นั้นกี่เปอร์เซ็นต์ เราเอา 10% มาเทียบกับคนที่ให้เรา 90% มันแทบจะไม่ต้องเป็นช้อยส์เลยด้วยซ้ำ สุดท้ายแล้วมันอยู่ที่เราจะทำหรือไม่ หรือทำเมื่อไหร่แค่นั้นเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-