ผมคบกับแฟนมา 7 ปี ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำอะไรเกินเลยกันนอกจากจับมือ แต่พอโทรเข้ามาปรึกษาในรายการครั้งก่อน จากตอนแรกระดับสกินชิพเราแค่ประมาณ 1 ตอนนี้ขยับมาเป็นระดับ 5 -6 แล้ว สเต็ปต่อไปผมควรทำยังไงต่อดี?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมคบกับแฟนมา 7 ปี ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำอะไรเกินเลยกันนอกจากจับมือ แต่พอโทรเข้ามาปรึกษาในรายการครั้งก่อน จากตอนแรกระดับสกินชิพเราแค่ประมาณ 1 ตอนนี้ขยับมาเป็นระดับ 5 -6 แล้ว สเต็ปต่อไปผมควรทำยังไงต่อดี?

09 ม.ค. 2026

ผมคบกับแฟนมา 7 ปี ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำอะไรเกินเลยกันนอกจากจับมือ

แต่พอโทรเข้ามาปรึกษาในรายการครั้งก่อน

จากตอนแรกระดับสกินชิพเราแค่ประมาณ 1

ตอนนี้ขยับมาเป็นระดับ 5 -6 แล้ว สเต็ปต่อไปผมควรทำยังไงต่อดี?

                คุณกู๊ด (นามสมมติ) อายุ 30 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (7 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวกับ ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เรื่องที่ตนนั้นคบกับแฟนมา 7 ปี แต่ไม่เคยทำอะไรไปมากกว่าการจับมือ มาฟังกันว่าเรื่องราวของคุณกู๊ดจะเป็นอย่างไร

                คุณกู๊ด (นามสมมติ) ได้เล่าว่า “เมื่อก่อนถ้าให้เปรียบเทียบความสัมพันธ์ว่าลึกซึ้งกันถึงไหน 1-10 ผมให้ 1 แต่ตอนนี้ผมให้ 5-6 ครับ หลังจากที่ตอนที่แล้วได้ออนแอร์ไป ตอนแรกผมก็ยังไม่ได้คิดว่าจะไปคุยกับเขา แต่อยู่ ๆ วันหนึ่งตอนที่เราโทรคุยกัน เขาก็พูดขึ้นมาว่าเขาอยากดูพุธทอล์คพุธโทร ผมก็ตกใจเพราะเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยดูรายการอะไรแบบนี้บ่อย

                แต่สุดท้ายเขาก็ได้ไปฟังแล้วโดยที่ผมไม่ได้บอกเขา คือเขาก็บอกผมว่าเสียงมันคล้ายกับเสียงผม แต่ตอนเล่าผมก็พยายามดัดแปลงบางส่วนเพื่อให้เขาจับไม่ได้แต่เขาก็บอกว่าเสียงมันคุ้นนะ และก็วิธีการหยุดหรือพวกคำสร้อยของผม พอเขาถามมาเราก็รีบบอกไปเลยว่า ใช่ เราเอง เขาก็ไม่ได้โกรธ

หลังจากนั้นเราก็มีการคุยกัน เขาก็บอกว่าเขาไม่ได้ติดอะไรนะ เขาโอเคกับเรื่องนี้ เพียงแต่ว่าผมไม่ได้เป็นคนรีบ ก็เลยไม่ได้สานต่อ มันเลยกลายเป็นว่าเราสองคนไม่ได้เริ่มกันสักที

                แต่พอมันเป็นแบบนี้ผมก็ค่อนข้างแฮปปี้ในระดับหนึ่ง ผมเลยไปขอเขาที่ญี่ปุ่นเมื่อประมาณต้นเดือนที่ผ่านมานี้ ถ้าจะอัพเดตเนี่ย ระดับ 5 ที่ผมบอกคือเราก็เริ่มมีการใกล้ชิดมากขึ้น อาจจะมีจุ๊บปากเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนนอนหรือตอนที่อยู่ด้วยกัน แต่ว่ามันก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น”

                หลังจากฟังเรื่องราวอัปเดตจากคุณกู๊ดจบ เหล่าดีเจต่างก็เขินจนทำตัวไม่ถูก โดย ดีเจต้นหอม ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “คุณกู๊ดอาจจะต้องเป็นคนที่เริ่มต้น มัน 7 ปีแล้วมันก็เริ่มได้แล้วแหละ ให้คุณกู๊ดศึกษาจากหนังผู้ใหญ่ได้เลย สเต็ปต่อไปคุณกู๊ดจะได้รู้ว่ามันไม่ใช่การศึกษาแค่นิสัย มันต้องศึกษากันทั้งหมดเลย เราเข้ากันได้ไหม จังหวะของเราทำให้เขาอึดอัดรึเปล่า มันเป็นเรื่องที่สามารถคุยกันได้เลย”

                ต่อมา ดีเจเผือก ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า “ให้มันไหลไปตามธรรมชาติครับ ขอให้มันพัฒนาไปอย่างถูกต้องตามครรลองและจังหวะของมันละกันครับคุณกู๊ด ยินดีด้วยที่มันได้เริ่มต้น”

                สุดท้าย ดีเจเติ้ล ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า “สุดท้ายมันจะปรับปรุงแล้วมันจะไปด้วยกันได้ทั้งคู่”

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

 มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

จะเลือกทางไหนดีคะ? หนูคิดมาตลอดว่า 'ไม่อยากมีลูก' จนตอนนี้คบกับแฟนมาเกือบ 2 ปี แต่แฟนอยากมีลูกมาก ควรยอมสละความสุขของตัวเองแล้วมีลูกให้แฟน หรือ ยอมทิ้งแฟนเพื่อจะมีความสุขในแบบที่เราต้องการ...

20 มี.ค. 2023

จะเลือกทางไหนดีคะ? หนูคิดมาตลอดว่า 'ไม่อยากมีลูก' จนตอนนี้คบกับแฟนมาเกือบ 2 ปี แต่แฟนอยากมีลูกมาก ควรยอมสละความสุขของตัวเองแล้วมีลูกให้แฟน หรือ ยอมทิ้งแฟนเพื่อจะมีความสุขในแบบที่เราต้องการ...

“คุณเดย์ (นามสมมุติ)” อายุ 24 ปี สายที่สามในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15/03/2566) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจต้นหอม - ดีเจเฟี๊ยต เกี่ยวกับปัญหาไม่อยากมีลูก โดย “คุณเดย์ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘เราจะเสียสละความสุขของตัวเองเพื่อมีลูกกับแฟน หรือยอมทิ้งแฟนเพื่อจะมีความสุขในแบบที่เราต้องการดี? หนูคบกับแฟนมาเกือบ 2 ปีแล้ว แฟนอายุ 27 ปี แฟนหนูเขาอยากแต่งงาน มีลูก มีครอบครัว แต่ตัวหนูเองคิดมาตลอดว่าแค่คบกันแล้วมีความสุข มีชีวิตคู่กันสองคน เลี้ยงสัตว์ด้วยกัน แค่อยากมีรูปพรีเวดดิ้งแต่ไม่อยากมีลูก คือแฟนเขาบอกไม่ได้อยากจะมีตอนนี้ แต่เขาอยากจะมีตอนอายุ 30 ต้นๆ อยากสร้างไปด้วยกัน อยากให้มีพร้อมมากกว่านี้ที่จะมีลูกคนนึง หนูเคยคุยกับแฟนว่ารับเลี้ยงอุปการะดีมั้ย แต่เขาไม่ยอม เขาบอกว่าอยากมีเป็นของเขาเอง ซึ่งหนูมาจากครอบครัวที่เขาค่อนข้าง Toxic เพิ่งจะได้ใช้ชีวิตของตัวเองตอนอายุ 22 หลังจากหนูย้ายออกมาจากบ้านแล้ว หนูก็เลยรู้สึกไม่อยากมีลูก และหนูก็มีความคิดนี้มาตั้งแต่เด็กๆแล้วก่อนที่จะมีแฟนอีก หนูมีหลานชายคนนึง แม่เขาทิ้งเขาไป หนูก็เลี้ยงเขาเหมือนเป็นลูกของหนูเลย หนูคิดว่าขนาดเลี้ยงหลาน หนูยังเลี้ยงเขาได้ไม่ดีเลย แล้วถ้าหนูมีลูก หนูจะเลี้ยงเขาได้จริงๆเหรอ? และมันมีปัจจัยเรื่องของค่าใช้จ่ายด้วย ด้วยความที่หนูเป็นเสาหลักของบ้านด้วย แล้วถ้าเกิดหนูมีลูกขึ้นมาอีกคนนึง หนูก็อาจจะให้ที่บ้านได้ไม่เต็มร้อยเท่านี้ หนูชัดเจนตั้งแต่คบกันแรกๆเลยว่าหนูไม่อยากมีลูกนะและก็พูดมาตลอด แฟนก็บอกว่าแต่พี่อยากมีนะ แต่เดี๋ยวไว้ค่อยคุยกันเนอะ ก่อนหน้านี้ทะเลาะกันค่อนข้างหนัก คือ หนูไปเล่นกับหลานสาวที่เพิ่งเกิดได้ 4-5 เดือน หนูก็ถ่ายคลิปกับรูปน้องมา แล้วเอาให้แฟนดู เขาก็บอกว่าน่ารักดีเนอะ เราน่าจะมีบ้าง หนูก็พูดทีเล่นทีจริงว่าหนูไม่อยากมีอ่ะพี่ เขาก็น้อยใจ ไม่คุย นิ่งใส่หนูไปทั้งวันเลย จนเช้าอีกวันเขาก็มาบอกหนูว่า ถ้าเกิดหนูไม่ได้คิดอยากจะมีลูกกับเขา หรือไม่ได้คิดจะสร้างครอบครัวกับเขา เขาก็มองอนาคตที่จะอยู่กับหนูไม่ออกเหมือนกัน ล่าสุดเพิ่งโทรคุยกัน แล้วเขาก็พูดกับหนูว่า ถ้าเกิดหนูคิดที่จะไม่อยากมีลูกอยู่ พี่ก็ไม่รู้จะไปต่อยังไง หนูลองกลับไปคิดก่อนมั้ย พี่ไม่รู้ว่าหนูจะใช้เวลาเท่าไร แต่พี่ขอคำตอบภายในสิ้นปีได้มั้ย เพราะเขาอายุเยอะขึ้นทุกปี เขาก็อยากจะมีครอบครัว แต่ถ้าหนูไม่คิดจะสร้างครอบครัวกับเขา เขาก็คงอยากจะหยุดความสัมพันธ์นี้ และเขาบอกว่า ถ้าหนูตัดสินใจที่จะไม่มีลูกจริงๆ ก็อยากให้รีบบอกเลย หรือถ้าคิดอยากจะมี ก็อยากให้มีเพราะตัวหนูจริงๆ ไม่ใช่เพราะอยากอยู่กับเขา หนูจะใช้เวลาคิดอีกหน่อยดีมั้ย หรือปักธงว่าจะไม่มีลูกแล้วเดินจากเขาไป... 3 ดีเจ ให้คำปรึกษาว่า ‘เรื่องนี้ไม่มีใครผิดหรือถูกเลย แต่ถ้าเขามีเป้าหมายที่ชัดเจนขนาดนั้น แล้วเราเองก็มีเป้าหมายที่ชัดเจนขนาดนี้ ในเมื่อเป้าหมายไม่ตรงกันก็แปลว่ามันไปด้วยกันไม่ได้ แต่ถ้าเกิดพูดคุยกันแล้ว อีกฝ่ายยอมปรับตรงกลางระหว่างกันแปลว่ายังไปต่อได้ การที่จะเดินเคียงข้างใครสักคน เป้าหมายควรจะไปในทางเดียวกัน... อยากให้เดย์นั่งเปิดใจคุยกับเขาเลย เดี๋ยวเราก็จะหาคำตอบได้ว่าเราควรจะไปต่อหรือเปล่า คนบางคนจะมีภาพติดอยู่ในใจว่าต้องมีลูกสิ ชีวิตครอบครัวถึงจะสมบูรณ์แบบและมีการโยนความคิดมาจากครอบครัวว่าอยากมีหลาน อยากอุ้มหลาน ถ้าเขาเป็นคนมองอนาคตเราก็คงเดินไปกับเขาไม่ได้ เพราะเขาวางความสุขไว้ที่อนาคต ไม่ได้วางความสุขไว้ที่ปัจจุบันเหมือนเดย์ เดย์ชัดเจนกับตัวเอง ไม่ได้เอาความคิดของคนอื่นมาครอบตัวเองว่าชีวิตครอบครัวจะเป็นอย่างไร ถ้าเราไปอยู่ในความฝันของคนอื่น แล้วเราไม่มีความสุข สุดท้ายเราก็จะทุกข์ทรมานเอง ซึ่งในเมื่อวันนี้เดย์ยังไม่พร้อมที่จะเป็นแม่จริงๆ จงเคารพความรู้สึกตัวเองเพราะการเป็นแม่คือการเสียสละทั้งชีวิต แม้กระทั่งวันนึงที่พ่อแม่ไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว คนเป็นพ่อเป็นแม่ยังต้องเตรียมทุกอย่างไว้ให้ลูกเลย...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ครอบครัวหนูไม่ได้มีฐานะมาก พ่อเกษียณแล้วแต่เงินบำนาญก็ได้ไม่เยอะ พ่อมีเงินก้อนจาก การเวนคืนที่ดินมาก้อนใหญ่ เหลือเงินประมาณ 4 ล้านบาท เก็บไว้ในบัญชีของพ่อเอง แต่คุณแม่แอบเข้ารหัสมือถือพ่อไปใช้ คุณแม่เล่นหวยประเทศเพื่อนบ้าน วันละ 20,000+ บาท

06 ต.ค. 2025

ครอบครัวหนูไม่ได้มีฐานะมาก พ่อเกษียณแล้วแต่เงินบำนาญก็ได้ไม่เยอะ พ่อมีเงินก้อนจาก การเวนคืนที่ดินมาก้อนใหญ่ เหลือเงินประมาณ 4 ล้านบาท เก็บไว้ในบัญชีของพ่อเอง แต่คุณแม่แอบเข้ารหัสมือถือพ่อไปใช้ คุณแม่เล่นหวยประเทศเพื่อนบ้าน วันละ 20,000+ บาท

ครอบครัวหนูไม่ได้มีฐานะมาก พ่อเกษียณแล้วแต่เงินบำนาญก็ได้ไม่เยอะ พ่อมีเงินก้อนจากการเวนคืนที่ดินมาก้อนใหญ่ เหลือเงินประมาณ 4 ล้านบาท เก็บไว้ในบัญชีของพ่อเองแต่คุณแม่แอบเข้ารหัสมือถือพ่อไปใช้ คุณแม่เล่นหวยประเทศเพื่อนบ้าน วันละ 20,000+ บาทเอาเงินไปเล่นจนหมดไป 4 ล้านบาทแล้ว จนไม่เหลือสักบาท และ มีหนี้เพิ่มอีก 2-3 แสนแต่หนูยังต้องกู้เรียน กยศ.เองอยู่เลย รู้สึกเสียใจ ตอนนี้ครอบครัวกำลังจะได้เงินเวนคืนอีกก้อนกำลังจะได้คืนอีกมา 4 ล้าน หนูจะรักษาเงินก้อนสุดท้ายไว้ยังไงดี? กลัวแม่ทำเหมือนเดิม “คุณฟาง (นามสมมติ) อายุ 19 สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [1 ต.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาแม่ติดพนัน จนมองข้ามชีวิตคนรอบข้าง โดย “คุณฟาง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ที่บ้านของหนูไม่ได้มีฐานะร่ำรวยมาก คุณพ่อคุณแม่ไม่มีใครทำงาน เพราะคุณแม่เป็นแม่บ้าน ส่วนคุณพ่อก็เกษียณมา มีเงินบำนาญไม่ได้เยอะ และจุดเปลี่ยนผันของที่บ้านคือ ที่ดินได้ถูกเวียนคืน เลยได้เงินมาก้อนนึง ก้อนใหญ่รวมๆแล้ว ต้องได้ทั้งหมดสิบห้าล้าน แต่ตอนนี้ได้มาก่อนหกล้าน ทีนี้ก็เลยเอาเงินไปซื้อรถ เพราะว่าที่บ้านไม่มี ตอนนี้เลยเหลือประมาณสี่ล้าน คุณพ่อของหนูท่านก็เก็บเงินไว้ในโทรศัพท์ของคุณแม่ เพราะท่านไม่ใช้โทรศัพท์เลย เวลาจะคุยโทรศัพท์ หรือทำอะไร ก็จะผ่านแม่ตลอด แต่เป็นบัญชีของคุณพ่อ ตามจริง คุณแม่เขาก็ไม่รู้รหัส แต่ว่าท่านก็แอบดู แล้วก็เอาเงินไปใช้ ตอนหนูประมาณ ม.2 ก็จับได้ว่าคุณแม่แอบเอาเงินไปใช้เล่นหวย เพราะหนูชอบเล่นโทรศัพท์ของท่าน ตอนนั้นก็ยังเป็นเด็กไม่กล้าพูดอะไร เลยได้แต่ถ่ายๆไว้ส่งให้พี่สาวตนเอง พี่ก็เลยเป็นคนจัดการคุยกับแม่ให้ ท่านก็รับปากว่า จะไม่เล่นหวยแล้ว แต่หนูก็จับได้เรื่อยๆว่า ท่านยังเล่นอยู่ ก็เลยได้พูดกับแม่ว่า ‘ถ้าแม่ยังไม่เลิกเล่น หนูจะไปบอกพ่อนะว่าแม่เอาเงินพ่อมา’ แต่ท่านก็ไม่ได้กลัวหรอก แม่เขาพูดว่า ‘ถ้าอยากให้บ้านแตกก็บอกเลย’ ตอนนั้นหนูยังมัธยมต้นอยู่เลย ก็รู้สึกจุกจนไม่กล้าพูดอะไร พอผ่านมาจนหนู ม.5 แม่ก็ดูเล่นหนักขึ้นเรื่อยๆ พี่สาวเลยตัดสินใจบอกคุณพ่อ ว่าแม่แอบเอาเงินไปนะ คุณพ่อก็บอกว่าท่านรับได้ สูงสุดคือล้านนึง แต่พอไปดูจริงๆ เงินมันไม่เหลือแล้วสักบาท ก็เลยได้รู้ความจริงว่าคุณแม่เล่นวันละสองหมื่น บวกกับหนี้ที่สร้างไว้อีกสองสามแสน คุณแม่เขาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หนูรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบแตกสลาย เพราะอีกปีนึงหนูก็ขึ้นมหาลัยแล้ว ทำไมท่านถึงไม่คิดถึงอนาคตของลูกเลย ทุกๆครั้งที่เกิดการพูดคุยกันคุณพ่อจะบอกเสมอว่า เก็บเงินไว้ให้ลูกเรียน แต่คุณแม่ไม่เข้าใจ ท่านรู้สึกว่า แล้วฉันเป็นใคร ฉันก็เป็นเมีย ทำไมฉันไม่ได้ใช้เงินเธอบ้าง แต่ดีที่คุณพ่อท่านมีเงินกับธนาคารที่ออกมาพอดีในตอนนั้น เลยพอส่งหนูเรียนได้ แต่ตอนนี้ เงินก้อนจากการเวียนคืน กำลังจะได้มาในปีสองปีนี้ จากสิบห้าล้าน เหลือสี่ล้าน เพราะเราขึ้นศาลกัน จริงๆควรจะได้มากกว่านี้ แต่ถูกลดลงมา ซึ่งคุณแม่ท่านก็ยังไม่หยุดเล่น ยังแอบยักยอกเงินคุณตาเวลาที่ไปเก็บตลาดนัด ยักยอกเงินน้าที่จ้างให้เฝ้าร้านเครื่องซักผ้า ค่อนข้างเดือดร้อนคนหลายๆคน และถ้าเงินก้อนสุดท้ายออกมา คุณแม่คงไปสร้างหนี้ ให้คุณพ่อคอยจ่ายให้อยู่ดี หนูเลยอยากจะปรึกษาพวกพี่ว่า หนูควรจัดการความรู้สึกตัวเองยังไง? ไม่อยากมองแม่เป็นคนไม่ดี’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ให้ลองเปลี่ยนความคิดจากการที่มองคุณแม่เป็นคนไม่ดี ให้มองว่าท่านป่วยจะดีกว่าเพราะเท่าที่พี่ทำรายการมา และคุยกับคุณหมอ มันเกิดจากสมองชัดเจน แล้วลองคุยกับคนรอบข้างให้ดีว่า เราจะจัดการสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยจากคุณแม่ยังไง เช่นไม่ตามใจ ไม่ให้เงิน แยกเก็บเงินเป็นหลายๆกองมั้ย ต้องเซ็นกี่คนถึงจะเบิกได้ คงต้องทำความเข้าใจมากๆ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เป็นคนใช้ไม้แข็ง คือเขาจะไม่ได้เงินจากพี่เลยสักบาท มันต้องเกิดการพูดคุยกัน แบ่งเงิน เหมือนโอเค คนละล้าน แล้วแม่จะเอาเงินไปถลุงจนหมดตัวก็ให้เขาเป็นไป ส่วนพ่อถ้าได้ล้านนึง แล้วจะตามเช็ดให้แม่ ก็แล้วแต่พ่อ แต่อีกสองล้าน คือเราต้องเก็บไว้ และทำให้เขาเห็นว่าเขาจะไม่ได้เงินจากเราจริงๆสักบาท’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ช่างแม่เลยนะ แล้วเรียกครอบครัวมาคุยกันว่า ปัญหาของแม่ คือแบบนี้ และมันคงไม่จบ ให้กันเงินไว้ให้เป็นค่าเทอมของเรา มันคงทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่านี้แล้ว การที่เราไม่ดูแลแม่ เพราะแม่ทำสิ่งนี้ ก็ไม่ใช่ว่าบาป ถ้าเราดูแลจนสุดทาง แล้วเขายังเลือกเป็นแบบนี้อยู่ เราเลือกได้ ก็พูดให้เขาคิดว่า ถ้าแม่ยังอยากไปกับเราทำให้ครอบครัวชีวิตดีขึ้น เราจะไปด้วยกัน แต่ถ้าทำให้มันถอยหลังลง เราก็จะไม่ไปด้วย ให้แม่ดูแลชีวิตตัวเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูบูชาปี่เซียะมา ร้านแนะนำให้ทำพิธีก่อนเริ่มวันใหม่ วันนั้นกลับมา ห้าทุ่มครึ่ง เหลือเวลาครึ่งชั่วโมง รีบจุดธูป ทำพิธี แล้วไปอาบน้ำ ออกมาควันเต็มห้อง แฟนโกรธมาก แต่เราดันไปถามว่า "เธอเห็นตัวเลขบนรูปไหม?" เพราะตอนเช้าวันที่ 16 แล้ว แฟนด่าเราใหญ่เลย

25 พ.ย. 2024

หนูบูชาปี่เซียะมา ร้านแนะนำให้ทำพิธีก่อนเริ่มวันใหม่ วันนั้นกลับมา ห้าทุ่มครึ่ง เหลือเวลาครึ่งชั่วโมง รีบจุดธูป ทำพิธี แล้วไปอาบน้ำ ออกมาควันเต็มห้อง แฟนโกรธมาก แต่เราดันไปถามว่า "เธอเห็นตัวเลขบนรูปไหม?" เพราะตอนเช้าวันที่ 16 แล้ว แฟนด่าเราใหญ่เลย

หนูบูชาปี่เซียะมา ร้านแนะนำให้ทำพิธีก่อนเริ่มวันใหม่ วันนั้นกลับมา ห้าทุ่มครึ่งเหลือเวลาครึ่งชั่วโมง รีบจุดธูป ทำพิธี แล้วไปอาบน้ำ ออกมาควันเต็มห้อง แฟนโกรธมาก แต่เราดันไปถามว่า"เธอเห็นตัวเลขบนรูปไหม?" เพราะตอนเช้าวันที่ 16 แล้ว แฟนด่าเราใหญ่เลย หนูผิดมากหรอคะ? “คุณส้ม (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคือวันพุธที่ [20 พ.ย. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องบูชาปี่เซี๊ยะจนเกือบไฟไหม้บ้านแฟน โดย “คุณส้ม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า สำหรับตัวหนูเป็นคนที่มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องปี่เซี๊ยะ ก็เลยไปซื้อปี่เซี๊ยะที่ร้าน ๆ นึงมา โดยทางร้านเขาก็บอกว่า จะมีวันที่ที่ต้องบูชาตาม วัน/เดือน/ปี/เกิด ของหนู พอเสร็จเรียบร้อย วันนั้นหนูกลับถึงบ้าน 5 ทุ่มครึ่ง คืออีกครึ่งชั่วโมง มันเป็นวันเกิดของหนู ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่หนูต้องบูชา ไม่งั้นมันจะเลยฤกษ์ แล้วหนูต้องนอนกับแฟนที่บ้าน แต่หนูต้องบอกก่อนว่าแฟนหนูเป็นคนใจเย็นมาก ไม่พูดคำหยาบ เรียบร้อย สุภาพ ทีนี้หนูก็ทำพิธีอย่างรวดเร็ว แบบว่ามันก็จะมีพาน แต่หนูไม่ได้ไปจุดธูปข้างล่าง เพราะคนอื่นเค้านอนกันหมดแล้ว หนูก็เลยขออนุญาตแฟนว่า ขอจุดในห้องนอนได้ไหม แค่แบบแปปเดียวจริง ๆ มันก็จะมีธูป มีแผ่นทอง มีกำไล มีเส้นแดง หนูก็จุดเรียบร้อย ทีนี้ระหว่างรอธูปดับ หนูก็ไปอาบน้ำ พอหนูอาบน้ำเสร็จ หนูคิดในใจ หนูจะได้เลขเด็ดแล้ว แต่พอออกมาจากห้องน้ำ เห็นแฟนกำลังพัด คือเหมือนธูปมันจะมอด ใกล้จะดับ แต่กลิ่นมันโขมงมาก สิ่งที่หนูเห็น หนูก็อึ้ง หนูทำไร ไม่ถูก แต่แฟนหนูก็เคลียร์ทุกอย่าง ทั้งธูป ทั้งควัน เสร็จแล้วเขาก็พูดว่า เฮ้ยส้ม!! ทำไมเธอถึงทำแบบนี้ ฉันเตือนแล้ว มาเป็นชุด หนูก็เลย ทำไรไม่ถูก เสร็จปุ๊ปหนูก็เลยเดินไปถามเขาดี ๆ ว่า ‘เธอ ๆ เธอเห็นเลขไหม?’ คำถามนี้แหล่ะมันเลยทำให้เค้าโมโหหนักกว่าเดิม หนักกว่าเดิมแบบว่า เฮ้ย!! ส้มทำไมเธอถึงถามฉันด้วยคำถามแบบนี้วะ แทนที่จะมาดูว่าบ้านเป็นอะไรไหม? หนูก็เลยยืนงงอยู่ แฟนหนูก็เลยพูดต่อว่า ทำไมส้มโตแต่ตัว ทำไมส้มไม่ใช้สมองเลย เราคบกันมานานมาก คำพูดเหล่านั้นหนูไม่เคยได้ยินจากปากเขาเลย วันนี้ได้ยินแล้วค่อนข้างอึ้ง หนูก็เลยตะคอกกลับไปว่า หุบปากได้ไหม!! แล้วเค้าก็สบถคำที่ค่อนข้างทำให้หนูตกใจ หลังจากคืนนั้น คือก้นชนก้น ไม่พูดไม่จา ไม่อะไรกันทั้งนั้น คือคิดในใจแล้วว่า ‘หนังสือเล่มสุดท้ายของชีวิตล่ะ’ คือกำลังจะโบกมือบ๊ายบายกันแล้ว แต่สุดท้ายคือหนูก็ตกลงกันว่าโอเค ปรับความเข้าใจกัน คำถามที่หนูอยากจะถามพี่ๆดีเจคือ “หนูรู้นะหนูผิดตรงที่หนูไม่รู้ หนูไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ อยากรู้แค่ว่าหนูผิดมากไหม? ที่ต้องมาพูดแรงกับหนูขนาดนี้” ทางด้านดีเจทั้ง 3 ท่าน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” ให้ความคิดเห็นพร้อมกันไปในทางเดียวกันว่า ‘มากกก’ ส้มผิดมากค่ะ ส้มสมควรโดนด่า ถูกต้องแล้ว ไม่โดนทำร้ายกายก็ดีแค่ไหนแล้ว ต้องขอบคุณแฟนของส้มที่เตือนสติส้ม นอกจากนี้ “ดีเจต้นหอม” ยังพูดทิ้งท้ายอีกว่า ‘กลับไปบ้าน แล้วไปนวดแข้ง นวดขา นวดบ่าเขาให้ดี ดีที่เค้ายังไม่บอกเลิก ‘หนังสือเล่มสุดท้าย’ เค้าควรเป็นคนพูด...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คุณพ่อ ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แต่สุดท้ายปฏิเสธการรักษาเพราะ … ไปใช้สิทธิประกันสังคม ครั้งแรกได้ยินพยาบาลบ่นใส่ “เบื่อตาแก่คนนี้จัง” ครั้งที่สอง ขอให้พาไปห้องน้ำหน่อยได้ไหม? พยาบาลบอก “ตายในห้องน้ำมาหลายคนแล้ว” จนครั้งนี้ เศร้าที่สุดคือ พ่อบอก...

21 ส.ค. 2023

คุณพ่อ ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แต่สุดท้ายปฏิเสธการรักษาเพราะ … ไปใช้สิทธิประกันสังคม ครั้งแรกได้ยินพยาบาลบ่นใส่ “เบื่อตาแก่คนนี้จัง” ครั้งที่สอง ขอให้พาไปห้องน้ำหน่อยได้ไหม? พยาบาลบอก “ตายในห้องน้ำมาหลายคนแล้ว” จนครั้งนี้ เศร้าที่สุดคือ พ่อบอก...

คุณพ่อ ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แต่สุดท้ายปฏิเสธการรักษาเพราะ…ไปใช้สิทธิประกันสังคม ครั้งแรกได้ยินพยาบาลบ่นใส่ “เบื่อตาแก่คนนี้จัง”ครั้งที่สอง ขอให้พาไปห้องน้ำหน่อยได้ไหม? พยาบาลบอก “ตายในห้องน้ำมาหลายคนแล้ว”จนครั้งนี้ เศร้าที่สุดคือ พ่อบอก เปลี่ยนผ้าอ้อมให้หน่อยนะครับ เจ้าหน้าที่บอก...“คนนี้ก็จะตาย คนนั้นก็จะเปลี่ยนผ้าอ้อม มาดูกันว่าใครจะตายก่อนกัน” “คุณปีใหม่ (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา(16ส.ค. 66)ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก -ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอมเกี่ยวกับปัญหาคุณพ่อเจอคำพูดที่ทำร้ายจิตใจจากบุคลากรทางการแพทย์จนไม่มีใจอยากรักษา โดย “คุณปีใหม่ (นามสมมติ)” เล่าว่า `พ่อป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลรัฐในตัวจังหวัดแห่งหนึ่ง หลังจากที่เข้าคีโมครบหกครั้งแล้ว พ่อมีสภาวะแทรกซ้อน ก็คือเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พ่อมีอาการปวดขาข้างขวาขึ้นมา แล้วทีนี้คุณหมอจะนัดพบทุกๆ 3 เดือน เพื่อตรวจเลือด แต่แกมีอาการปวดขาแล้วไม่ยอมไปหาหมอเลย ด้วยทางบ้านหนูก็ไม่ได้มีรถยนต์ ไม่ได้มีรถส่วนตัว เวลาที่จะไปหาหมอแต่ละทีจะลำบาก ก็ต้องไปรถโดยสารแทน แกเลยรอให้ถึงกำหนดนัดก่อน ถึงจะไปโรงพยาบาล แล้วกำหนดนัดอีกครั้งก็คือ กันยายนเลย แต่ด้วยอาการของแก มันปวดมาก จนนอนไม่ได้ ทานข้าวไม่ได้เป็นระยะเกือบเดือนเลย จนถึงสัปดาห์ที่แล้ว ก็เลยตัดสินใจจะเรียกรถฉุกเฉิน คือจะต้องไปหาหมอแล้วแกรอไม่ไหวแล้ว พอไปถึงโรงพยาบาล คุณหมอตรวจอาการเบื้องต้นและด้วยพ่อมีโรคประจำตัว คุณหมอบอกว่า “จะต้องให้คุณหมอที่เป็นเจ้าของไข้มาดูอาการ และค่อยทำเรื่องส่งไปรักษากระดูก” คือต้องรอก่อน พอคุณหมอเจ้าของไข้มาถึงก็ให้พ่อนอนรอดูอาการที่ห้องรวมคนไข้ เบื้องต้นหนูได้แจ้งหมอไว้แล้วว่า พ่อไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้นะ เพราะคุณพ่อเดินไม่ได้จากอาการปวดขา เวลาที่แกปวดขาก็จะปวดตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาจนถึงเอว รวมไปถึงอวัยวะเพศและมีอาการร้อนมาจากข้างใน และด้วยตำแหน่งเตียงของพ่อจะอยู่ห่างจากห้องน้ำประมาณ 10 เมตร คืออยู่อีกฝั่งหนึ่งของห้อง หนูก็เลยขอคุณหมออยู่เฝ้าพ่อได้ไหม คุณหมอแจ้งกลับมาว่า ตามปกติแล้วจะไม่ให้ญาติอยู่เฝ้า หนูกับแม่คุยกันว่าไม่เป็นไรถ้าหมอไม่ให้เฝ้า จะให้พ่อใส่แพมเพิสแทน ซึ่งแกไม่เคยใส่แพมเพิสมาก่อน คืนแรกที่ใส่แพมเพิสแกหนูคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร จนวันต่อมาหนูเลิกงานรีบไปหาพ่อเลย สิ่งที่หนูเจอคือ คุณพ่อมีอาการหน้าซีด ตัวสั่นเหมือนตกใจอยู่ตลอดเวลา หนูคิดว่าเป็นอาการจากที่แกไม่ได้กินข้าว หรือปวดขามากจนไม่ได้นอนหรือเปล่า ก็เลยถาม “พ่อวันนี้ปวดขาไหม” แกตอบไม่ค่อยปวดเท่าไหร่ แล้วก็เงียบไป ซึ่งปกติพ่อจะเป็นคนชอบชวนคุย เวลาถามกลายเป็นคนถามคำตอบคำ ซึ่งตามปกติเวลาเยี่ยมของโรงพยาบาลรัฐ เขาจะแบ่งเป็น 3 ช่วง เริ่มจาก 6 โมงเช้า - 8 โมง และช่วงเที่ยง – บ่ายโมง ช่วงสุดท้าย 5 โมง – 1 ทุ่ม พอใกล้หมดเวลาเยี่ยม พ่อก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเข้าแชทไลน์กลุ่ม แล้วพิมพ์เล่าถึงเหตุการณ์แรกที่แกเจอว่า เมื่อคืนพ่อโดนพยาบาลดุ เพราะแกจะให้พยาบาลช่วยเปลี่ยนแพมเพิสให้ ด้วยความที่แกไม่เคยใส่แพมเพิสมาก่อน อาจจะมีอาการร้อนหรือปัสสาวะเต็มแล้ว แกเรียกพยาบาล 2-3 ครั้ง โดยแต่ละครั้งก็เว้นระยะประมาณ 30 นาที พยาบาลก็รับรู้ ฟังที่พ่อพูดแล้วก็เดินหนีไป จนประมาณตี 3 - 4 คุณพ่อก็ถามอีกครั้งว่า “เปลี่ยนแพมเพิสให้หน่อยได้ไหมครับ มันเต็ม” พยาบาลก็ตอบกลับด้วยภาษาอีสาน แปลออกมาก็ความหมายประมาณ ฉันเบื่อตาแก่คนนี้จัง... เหตุการณ์ที่สอง ต่อเนื่องจากที่พยาบาลไม่ยอมเปลี่ยนแพมเพิสให้ แกก็พยายามที่จะลุกไปเข้าห้องน้ำเอง แต่ด้วยความที่แกไม่มีไม้เท้า ทำให้ขณะที่พยายามลุกก็เกิดเสียงดังที่เตียงขึ้น ทำให้พยาบาลหันมาเห็น แล้วถามว่า “ทำอะไร” พ่อก็บอกว่า“จะไปเข้าห้องน้ำครับ พาไปเข้าห้องน้ำได้ไหม” พยาบาลพูดประมาณว่า “ตายมาหลายคนแล้วนะอยู่ในห้องน้ำ” หนูคิดว่าเหมือนพยาบาลจะสื่อว่าเดี๋ยวลื่นอะไรประมาณนี้ จนเหตุการณ์ที่สามที่พ่อเจอคือ เตียงข้างๆเป็นผู้สูงอายุใกล้จะเสียชีวิตแล้ว พยาบาลก็มารุมดูกันที่เตียงแล้วมีคนยืนข้าง ๆเตียงของพ่อ พ่อก็เลยกระซิบบอก “คุณหมอครับ ผมรบกวนเปลี่ยนแพมเพิสให้หน่อยได้ไหม” ซึ่งคนที่ยืนอยู่เป็นบุรุษพยาบาล ตอบกลับพ่อว่า “เอ้า! คนนึงก็จะตาย อีกคนก็จะเปลี่ยนแพมเพิส มาดูกันว่าใครจะตายก่อนกัน” หลังจากนั้นพ่อโทรหาหนู แกขอกลับบ้าน หนูก็ถามแกเป็นอะไรหรือเปล่า เป็นเพราะเหตุการณ์ที่พิมพ์มาใช่ไหม หนูก็บอกแกไม่เป็นไรนะหนูจะคุยกับคุณหมอให้ว่าขอย้ายได้ไหม แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เจอคุณหมอ พ่อเซ็นปฏิเสธ การรักษาเองทั้งหมด พอกลับบ้านมา พ่อเปลี่ยนไปเหมือนเป็นคนละคน แกจะพูดเรื่องที่แกเจอย้ำๆ ซ้ำๆ ประมาณว่า พ่อจู้จี้เกินไปหรอ พ่อไปเป็นภาระให้เขาหรือเปล่า หรือเขาคิดว่าพ่อเป็นโรคจิตหรือเปล่า? หลังจากนั้นหนูก็โทรไปร้องเรียนกับทางโรงพยาบาล เขาก็แจ้งมาว่าตอนนี้พ่อมีอาการน่าเป็นห่วงนะ ยังไม่ได้ทำการรักษาอะไรเลย พ่อเซ็นยกเลิกทั้งหมดก่อน หนูบอกเหตุผลที่พ่อยกเลิกการรักษาว่าพ่อเจออะไรบ้าง ทางโรงพยาบาลก็บอก ถ้างั้นจะย้ายตึกให้ ญาติต้องดูแลคนไข้เอง แต่ตอนนี้พ่อไม่อยากรักษาแล้ว แกบอกว่า “ถ้าเกิดพ่อจะตาย ก็อย่าเอาพ่อไปที่นี่อีก” หนูอยากขอคำแนะนำวิธีหรือคำพูดยังไงดี ไม่ให้พ่อโทษแต่ตัวเอง... ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘พูดไปเลยว่าพยาบาลคนนั้นคงเครียด อาจจะมีเรื่องเยอะแยะมากมาย คนอื่นๆก็โดนแบบนี้เหมือนกัน พ่อไม่ต้องไปสนใจ พูดให้พ่อรับรู้ว่าสิ่งนี้มันไม่ได้เกิดจากพ่อ แต่มันเป็นเพราะตัวของพยาบาลคนนั้น เป็นเรื่องที่เราบังเอิญไปเจอคนแบบนี้ ทางด้าน “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘เอาชื่อไป complain กับทางโรงพยาบาล ให้เขาได้รับรู้ว่าบุคคลนี้เป็นปัญหาของแผนกนั้นอยู่ แล้วพยายามบอกคุณพ่อว่า มันไม่ได้เป็นปัญหาที่พ่อ แต่มันเป็นปัญหาที่คน ลองยกตัวอย่างคนที่เขาดีๆ สุดท้ายไม่ใช่ความผิดของพ่อเลย อาการ ร่างกายที่จะดีขึ้นก็คือ จิตใจต้องดีขึ้นก่อน ถ้าจิตใจเราแข็งแรงเดี๋ยวอย่างอื่นก็จะตามมาครับ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘หนูอยากให้คุณพ่อรักษาตัวเอง ไม่ใช่เพื่อใครเลย แต่เพื่อครอบครัวของเรา เพื่อคนที่เรารัก กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าเกิดพ่อห่อเหี่ยว คนในบ้านก็จะห่อเหี่ยวตามนะ ขอให้พ่อกลับไปรักษาเราจะได้อยู่กับลูกหลานไปนาน ๆ ส่วนเรื่องพยาบาล พ่อไม่ผิดเลย ยายนั่นมันร้ายเอง คนอย่างยายนั่นต้องเจอคนแบบหนู...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-