ผมคบกับแฟนมา 7 ปี ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำอะไรเกินเลยกันนอกจากจับมือ แต่พอโทรเข้ามาปรึกษาในรายการครั้งก่อน จากตอนแรกระดับสกินชิพเราแค่ประมาณ 1 ตอนนี้ขยับมาเป็นระดับ 5 -6 แล้ว สเต็ปต่อไปผมควรทำยังไงต่อดี?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมคบกับแฟนมา 7 ปี ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำอะไรเกินเลยกันนอกจากจับมือ แต่พอโทรเข้ามาปรึกษาในรายการครั้งก่อน จากตอนแรกระดับสกินชิพเราแค่ประมาณ 1 ตอนนี้ขยับมาเป็นระดับ 5 -6 แล้ว สเต็ปต่อไปผมควรทำยังไงต่อดี?

09 ม.ค. 2026

ผมคบกับแฟนมา 7 ปี ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำอะไรเกินเลยกันนอกจากจับมือ

แต่พอโทรเข้ามาปรึกษาในรายการครั้งก่อน

จากตอนแรกระดับสกินชิพเราแค่ประมาณ 1

ตอนนี้ขยับมาเป็นระดับ 5 -6 แล้ว สเต็ปต่อไปผมควรทำยังไงต่อดี?

                คุณกู๊ด (นามสมมติ) อายุ 30 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (7 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวกับ ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เรื่องที่ตนนั้นคบกับแฟนมา 7 ปี แต่ไม่เคยทำอะไรไปมากกว่าการจับมือ มาฟังกันว่าเรื่องราวของคุณกู๊ดจะเป็นอย่างไร

                คุณกู๊ด (นามสมมติ) ได้เล่าว่า “เมื่อก่อนถ้าให้เปรียบเทียบความสัมพันธ์ว่าลึกซึ้งกันถึงไหน 1-10 ผมให้ 1 แต่ตอนนี้ผมให้ 5-6 ครับ หลังจากที่ตอนที่แล้วได้ออนแอร์ไป ตอนแรกผมก็ยังไม่ได้คิดว่าจะไปคุยกับเขา แต่อยู่ ๆ วันหนึ่งตอนที่เราโทรคุยกัน เขาก็พูดขึ้นมาว่าเขาอยากดูพุธทอล์คพุธโทร ผมก็ตกใจเพราะเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยดูรายการอะไรแบบนี้บ่อย

                แต่สุดท้ายเขาก็ได้ไปฟังแล้วโดยที่ผมไม่ได้บอกเขา คือเขาก็บอกผมว่าเสียงมันคล้ายกับเสียงผม แต่ตอนเล่าผมก็พยายามดัดแปลงบางส่วนเพื่อให้เขาจับไม่ได้แต่เขาก็บอกว่าเสียงมันคุ้นนะ และก็วิธีการหยุดหรือพวกคำสร้อยของผม พอเขาถามมาเราก็รีบบอกไปเลยว่า ใช่ เราเอง เขาก็ไม่ได้โกรธ

หลังจากนั้นเราก็มีการคุยกัน เขาก็บอกว่าเขาไม่ได้ติดอะไรนะ เขาโอเคกับเรื่องนี้ เพียงแต่ว่าผมไม่ได้เป็นคนรีบ ก็เลยไม่ได้สานต่อ มันเลยกลายเป็นว่าเราสองคนไม่ได้เริ่มกันสักที

                แต่พอมันเป็นแบบนี้ผมก็ค่อนข้างแฮปปี้ในระดับหนึ่ง ผมเลยไปขอเขาที่ญี่ปุ่นเมื่อประมาณต้นเดือนที่ผ่านมานี้ ถ้าจะอัพเดตเนี่ย ระดับ 5 ที่ผมบอกคือเราก็เริ่มมีการใกล้ชิดมากขึ้น อาจจะมีจุ๊บปากเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนนอนหรือตอนที่อยู่ด้วยกัน แต่ว่ามันก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น”

                หลังจากฟังเรื่องราวอัปเดตจากคุณกู๊ดจบ เหล่าดีเจต่างก็เขินจนทำตัวไม่ถูก โดย ดีเจต้นหอม ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “คุณกู๊ดอาจจะต้องเป็นคนที่เริ่มต้น มัน 7 ปีแล้วมันก็เริ่มได้แล้วแหละ ให้คุณกู๊ดศึกษาจากหนังผู้ใหญ่ได้เลย สเต็ปต่อไปคุณกู๊ดจะได้รู้ว่ามันไม่ใช่การศึกษาแค่นิสัย มันต้องศึกษากันทั้งหมดเลย เราเข้ากันได้ไหม จังหวะของเราทำให้เขาอึดอัดรึเปล่า มันเป็นเรื่องที่สามารถคุยกันได้เลย”

                ต่อมา ดีเจเผือก ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า “ให้มันไหลไปตามธรรมชาติครับ ขอให้มันพัฒนาไปอย่างถูกต้องตามครรลองและจังหวะของมันละกันครับคุณกู๊ด ยินดีด้วยที่มันได้เริ่มต้น”

                สุดท้าย ดีเจเติ้ล ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า “สุดท้ายมันจะปรับปรุงแล้วมันจะไปด้วยกันได้ทั้งคู่”

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

 มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมถูกผู้ใหญ่ LGBTQ คนนึง มาคัดตัวไปเป็นคนถือป้ายของจังหวัด คัดไป 5 คน ขอให้ไปลองชุดที่บ้านเขา เขาให้ผมถอดหมดจนเหลือแค่บอกเซอร์ แล้วเอามือมาขยำของผม ผมผลักพี่เขาแล้วหนีออกมา ปรากฏว่าทุกคนโดนเหมือนกัน อาจารย์โทรไปต่อว่า เขาขอโทษ

30 ส.ค. 2024

ผมถูกผู้ใหญ่ LGBTQ คนนึง มาคัดตัวไปเป็นคนถือป้ายของจังหวัด คัดไป 5 คน ขอให้ไปลองชุดที่บ้านเขา เขาให้ผมถอดหมดจนเหลือแค่บอกเซอร์ แล้วเอามือมาขยำของผม ผมผลักพี่เขาแล้วหนีออกมา ปรากฏว่าทุกคนโดนเหมือนกัน อาจารย์โทรไปต่อว่า เขาขอโทษ

ผมถูกผู้ใหญ่ LGBTQ คนนึง มาคัดตัวไปเป็นคนถือป้ายของจังหวัด คัดไป 5 คนขอให้ไปลองชุดที่บ้านเขา เขาให้ผมถอดหมดจนเหลือแค่บอกเซอร์ แล้วเอามือมาขยำของผมผมผลักพี่เขาแล้วหนีออกมา ปรากฏว่าทุกคนโดนเหมือนกัน อาจารย์โทรไปต่อว่า เขาขอโทษแล้วให้ค่าตกใจมา แต่เรามีปมนี้ มาตลอดปีกว่า“คุณเจมส์ (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [29 ส.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับเรื่องถูกลวนลามจนกลายเป็นปมฝังใจ นึกถึงทีไรก็จะโกรธจนตัวสั่นโดย “คุณเจมส์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เรื่องนี้ผ่านมา 1 ปีแล้ว คือ ตอนที่ผมยังเรียนอยู่ มีคนมาหาเด็กถือป้ายเเล้วผมก็เป็น 1 ใน 5 คนที่ได้รับคัดเลือกถือป้ายของมหาลัย ในงานประจำจังหวัด ตอนแรกผมไม่ได้ไป เเต่อาจารย์ที่เขารู้จักผมอยากให้ไปคัด ก็เลยลองไปคัดเเล้วผ่านการคัดเลือก เขาก็นัดให้ไปลองชุดวันอาทิตย์ 5 โมงเช้า แต่พอวันเสาร์เขาบอกว่าใครว่างก็ไปก่อนได้เลย ผมก็ไปเเล้วมันก็มีคนไปก่อนหน้าแล้ว ผมเป็นคนที่ 4 แล้วทีนี้มีพี่คนที่ 3 เขาลองชุดเสร็จแล้ว สีหน้าพี่เขาไม่ค่อยสู้ดีเลย เหมือนพยายามต้องการจะบอกอะไรกับผม เเต่เขาไม่พูดอะไรกับผม เพราะพี่เขาคนนั้นที่เขาเป็นคนฟิตติ้งอยู่ด้วย ซึ่งพี่เขาเป็น LGBTQ ค่อนที่มีอายุมาก ผมก็ไม่ได้เอะใจอะไร ก็เลยเข้าบ้านพอเข้าบ้านเขาก็ล็อคประตูเลย เขาก็ให้ผมถอดเสื้อผ้า ตอนแรกให้ถอดเเค่เสื้อ เเล้วเขาก็บอกให้ถอดกางเกงด้วยก็เลยถอด ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะคิดว่าลองชุด พอลองชุดแรกเขาก็เริ่มมาจับอวัยวะเพศของผมอะครับ ผมก็ตกใจเเล้วถามเขาว่า “อันนี้คืออะไร?” เเล้วเขาก็ให้เหตุผลว่า “เป็นเเค่พี่น้องกัน เล่นกัน ไม่ต้องกลัว” ก็ลองชุดจนเสร็จ 2 ชุด ผมก็คิดว่ากลับได้เเล้ว เขาก็บอกว่าอย่าเพิ่งกลับ ให้ไปนั่งแต่งหน้าห้องเขาก่อน ผมก็ถามว่า “ทำไมต้องแต่งหน้าด้วย?” เขาก็บอกว่า “ต้องดูว่าหน้าเราอ่ะ เเต่งออกมาเเล้วเข้ากับชุดที่เราลองมั้ย” ผมก็โอเคไม่ติดอะไรก็ไปนั่งเเต่งหน้า เขาก็ชวนคุยไปเรื่อยเเล้วก็ไปหยิบเบียร์มาให้ ฟีลแบบว่ากินเป็นเพื่อนเขาหน่อย เหมือนผมไม่ได้นั่งเเต่งหน้า แต่เหมือนนั่งเล่น นั่งคุย เเล้วก็พยายามชวนคุยเรื่องลามก เเล้วเขาก็ขอประมาณว่า “ขอทำกับผมได้มั้ย?” เเบบทำเเล้วเสร็จด้วยกันไม่ถึงกับมีเซ็กส์ เหมือนผมไม่ยินยอมเเล้วเขาก็เริ่มรุนเเรง เริ่มมีการดึงกระชากแขน บีบเเขน พยายามดึงบ็อกเซอร์ผมลง จนสุดท้ายผมโมโห เลยพูดตรง ๆ ใส่เขาว่า “ไม่โอเคนะครับ อันนี้คือให้มาลองชุด ไม่ได้มาให้คุณลวนลาม” เขาก็ยอมปล่อยผมออกมา ผมก็เลยออกมาได้ พอออกมาจากบ้านก็เจอพี่คนก่อนหน้านี้ ที่บอกว่าเขาหน้าเสีย เขาก็ถามว่า “โดนอะไรบ้าง?” ก็เลยเล่าให้ฟัง กลายเป็นว่าพี่เขาก็โดนเหมือนกัน เเล้วโดนค่อนข้างหนักกว่าผมเลย เเละทุกคนที่ไปลองชุด 4 คนครับโดนหมดเลยเรื่องนี้อาจารย์เขาก็เคลียร์ให้หมดแล้ว เขาก็รับผิดชอบด้วยการทำขวัญเเละขอโทษเรียบร้อย เรื่องจบไปจบได้ปีนึงเเล้ว เรื่องจบเเต่ภาพในหัวมันยังไม่จบ เวลาที่ผมมหาลัยมันจะมีเพื่อนที่ชอบแกล้ง ชอบจับเนื้อต้องตัวเรา เวลาที่มาจับผมก็จะโมโหทันที เเล้วเหมือนเรื่องนั้นมันก็เด้งเข้ามาให้หัวอ่ะ บางทีผมจะนอนพออะไรว่าง ๆ ในหัวมันก็มีเรื่องนี้เด้งเข้ามาตลอด เเละเป็นคนที่อารมณ์เสียง่ายมาก โมโหมากๆ โกรธสุด ๆ กำหมัดทนกัดฟันตัวเองจนตัวสั่นเลย เคยยืนอาบน้ำเเล้วเหมือนระบายในกระจก เคยโมโหจนถึงขั้นที่ต่อยประตูห้องน้ำพังเลย โมโหจนเพื่อนตกใจเเล้วก็นั่งงงว่าเราเป็นอะไรเพราะเรื่องนี้ส่วนมากเพื่อนไม่รู้ ผมเคยเป็นซึมเศร้ากับแพนิคมาก่อน เป็นก่อนจะมาเกิดเหตุการณ์นี้ 3 ปี เเล้วก็ไม่เคยไปปรึกษาหมอเรื่องนี้เลย เรื่องอาการนี้ไม่ได้ใครเเต่เรื่องเหตุการณ์นั้นมีคุณเเม่ที่รู้เรื่องคนเดียว ก็เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจทั้งสามคนว่า ผมไม่ชอบความทรงจำอะไรแบบนี้เลย ทำยังไงให้มันหายไปดี? ผมไม่อยากคิดเรื่องพวกนี้แล้ว ไม่มีความสุขเลยซึ่งดีเจทั้งสามคน (ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น) ก็ได้ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ มันเป็นจิตใต้สำนึกของเราไปแล้วว่าถ้าเจอสิ่งเหล่านี้เเล้วร่างกายกับความรู้สึกมันจะตอบโต้ มันเหมือนถ้าจะรักษาจริง ๆ จัง ๆ แบบถอนรากถอนโคนต้องปรึกษาคุณหมอจริง ๆ เเล้วค่อย ๆ บำบัดไปจนเราดีขึ้น อันนี้มันเหนือบ่ากว่าแรงที่เราจะรักษาด้วยตัวเอง พวกพี่เป็นได้แค่กำลังใจให้เเละทุกคนเข้าใจความรู้สึกของเราหมดเลย มันไม่ควรเกิดเหตุการณ์เเบบนี้ด้วยซ้ำ ถ้าเขาทำแบบนั้นกับทุกคนแสดงว่าเขาป่วย มันทำให้คนดูถูกเพศนี้เข้าไปอีก กลายเป็นเพศคุกคามเวลาคนมองทั้ง ๆ ที่มันเป็นปลาเน่าตัวเดียว ณ วันนี้พวกพี่ก็ถือว่าเพื่อนเรา เราไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวใด ๆ ทั้งสิ้น มีพวกพี่ที่รับฟังเเละเข้าใจ ถ้ายังโกรธ ยังเเค้นอยู่เราต้องให้เวลา การที่เราบอกว่าให้อภัย มันเป็นเรื่องที่ต้องขัดเกลาเเละกระบวนการต่าง ๆ ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องทำเองก็ได้ในวันที่เรายังไม่ได้เเข็งเเรงพอ ไม่ผิดที่เรายังโกรธยังเเค้นอยุ่ เเต่เราไม่ควรปล่อยมันไว้ มันไม่ได้มีค่าทำให้ชีวิตที่เหลือของเราย่ำแย่นะ หลุดพ้นจากตัวมันไปเลย ใช้ชีวิตที่เหลือของเราอย่างมีคุณภาพ อย่าให้คนเเบบนั้นมาลดทอนคุณภาพเรา‘เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

โยนเงินให้ 5000 ! แล้วเขาก็ทิ้งหนูกับลูกในท้องไปเลย สาวอายุ 19 ปี โทรปรึกษาสามดีเจในรายการ... คบกับแฟนมา 4 ปี ตอนนี้กำลังท้องได้ 6 เดือนแล้ว แต่จับได้ว่าแฟนนอกใจ หนูอยากกลับมาใช้ชีวิตปกติ แบบมีความสุข อยากจะมูฟออนต้องทำยังไง?

21 ก.ค. 2023

โยนเงินให้ 5000 ! แล้วเขาก็ทิ้งหนูกับลูกในท้องไปเลย สาวอายุ 19 ปี โทรปรึกษาสามดีเจในรายการ... คบกับแฟนมา 4 ปี ตอนนี้กำลังท้องได้ 6 เดือนแล้ว แต่จับได้ว่าแฟนนอกใจ หนูอยากกลับมาใช้ชีวิตปกติ แบบมีความสุข อยากจะมูฟออนต้องทำยังไง?

“คุณโอ๋ (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [19 ก.ค. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเติ้ล-ดีเจต้นหอม-ดีเจอั๋น เกี่ยวกับปัญหาชีวิตที่กำลังตั้งท้องแต่แฟนนอกใจ ก่อนไปเขาให้เงินเราแค่ 5,000 “คุณโอ๋ (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า หนูมีแฟนอายุ 23 ปี คบกับได้ 4 ปีแล้ว ตอนนี้หนูกำลังตั้งครรภ์ได้ 6 เดือน แต่จับได้ว่าแฟนนอกใจ เขาให้เงินไว้ 5,000 บาท แล้วก็ทิ้งหนูไปเลย เรา 2 คน ไม่ได้แต่งงานและจดทะเบียนสมรสกัน ตอนนี้หนูกับแฟนเลิกกันแล้ว ไม่ได้ติดต่อ ตัดขาดกันทุกช่องทางมาเป็นเวลา 2 สัปดาห์แล้ว หนูไม่ได้ตั้งใจท้องแต่ทางครอบครัวของหนูและแฟนไม่อยากให้เอาออก หนูเลยตัดสินใจเก็บลูกไว้แล้วดรอปเรียนออกมาทำงาน ส่วนแฟนหนูไม่ได้เรียน เขาจบมัธยมปลายแล้วก็ทำงานเลย แฟนของหนูเขาดูเป็นคนเจ้าชู้ แต่ตั้งแต่คบกันมาก็ไม่เคยมีเรื่องนอกใจ หรืออาจจะมีแต่หนูไม่เคยจับได้ เขาดูแลหนูดีทุกอย่างยิ่งตอนท้องยิ่งดีเป็นพิเศษ หลังจากเกิดเรื่องหนูเล่าทุกอย่างให้ครอบครัวของหนูฟัง เขาไม่ได้โกรธที่หนูท้อง เขาให้กำลังใจพร้อมที่จะดูแลหนูและลูก แต่ทางบ้านของแฟนบอกกับหนูว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนสองคนไม่อยากเข้ามายุ่ง ถ้าลูกคลอดออกมาค่อยว่ากัน คุณโอ๋ถามพี่ๆดีเจว่า หนูจะทำใจ Move on ยังไงดี? หนูยังรัก ยังเห็นเขาอยู่ในทุกๆที่ หนูไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงต้องจบแบบนี้ หนูอยากกลับไปใช้ชีวิตปกติแบบมีความสุขเหมือนที่แฟนหนูทำอยู่ตอนนี้ หนูจะต้องทำยังไง? “ดีเจต้นหอม” ให้คำแนะนำว่า ‘ให้คุณโอ๋คิดถึงลูกให้มากๆ ตอนนี้คุณโอ๋มีหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่มากคือ หน้าที่แม่ ตอนท้องมันจะภาวะของมีฮอร์โมนที่มันสวิงมากๆ ยิ่งเราเ ครียดมากเท่าไหร่มันยิ่งส่งผลต่อลูกในท้องมากเท่านั้น ส่วนการ Move on คงต้องใช้เวลา นับจากวันนี้ อะไรที่ทำให้นึกถึงผู้ชายคนนั้นต้องพยายามลบออกไป ไม่รู้จะให้เขากลับมาทำไม ต่อให้เขากลับมาก็คงมารับผิดชอบดูแลคุณโอ๋กับลูกไม่ได้ ทั้งทางบ้านเขาและตัวเขาไม่มีอะไรดีให้น่าเสียดาย ฉะนั้นควรตัดสิ่งที่ไม่ดีนี้ออกไปจากชีวิต แล้วมาโฟกัสกับหน้าที่ในปัจจุบัน หน้าที่แม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มันหนักกว่าการทิ้งผู้ชายคนนึงไปอีก ส่วนจะใช้ชีวิตให้มีความสุขแบบเดิม มันเป็นแบบเดิมไม่ได้เพราะตอนนี้คุณโอ๋มีอีก 1 ชีวิตอยู่ในท้อง เราจะมีชีวิตแบบเดิมได้ก็ตอนลูกโต ถ้าคุณโอ๋อยากมีแฟน มีครอบครัวใหม่ ก็ทำได้ถ้าเราเจอใครสักคนที่รับได้ในความเป็นเรา ในเมื่อคุณโอ๋เลือกที่จะเก็บลูกไว้ ลูกจะเป็นทุกอย่าง และมาทดแทนความรักที่ขาดหายไป โลกทั้งใบของลูกก็คือคุณโอ๋ คุณโอ๋ควรเอาความรักทั้งหมดทุ่มเทให้ลูก ลูกอาจจะเป็นศูนย์รวมความรักทั้งหมดของโอ๋เลยก็ได้ ดังนั้นโฟกัสกับปัจจุบันและชีวิตที่เหลือ ส่วนอดีตที่เลวร้าย ช่างมัน ให้เวลาค่อยๆรักษา แล้วเราจะดีขึ้น’ “ดีเจอั๋น” แนะนำว่า ‘จริงๆแล้ว ‘ควรมีเมื่อพร้อม’ ในทุกๆเรื่องไม่ว่าเรื่องไหนก็ตาม แต่เมื่อสิ่งนี้มันเกิดขึ้นแล้ว เราต้องกลับมาอยู่กับความจริงให้ได้ก่อน อย่าโทษตัวเองนานเพราะมันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น ห้ามคิดว่าชีวิตตัวเองพัง ไม่เหลือโอกาสในการใช้ชีวิตหรือมีความสุขอีกแล้ว เรายังมีโอกาส ที่จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น เรายังมีครอบครัวที่คอยซัพพอร์ตทั้งจิตใจและร่างกาย ตอนนี้สิ่งที่คุณโอ๋ควรกังวลน้อยที่สุดคือเรื่องการเสียผู้ชายคนนี้ไป มันดูง่ายที่ทุกคนบอกให้ทิ้งเขาไป สำหรับคุณโอ๋มันเป็นเรื่องยากเพราะคุณโอ๋ยังรักเขาอยู่ แต่อยากให้คุณโอ๋ค่อยๆตระหนัก คิดถึงเขาให้น้อยลง หันไปโฟกัสเรื่องอื่นที่สำคัญกว่านี้ให้มากขึ้น แล้วจะรู้ว่า ‘คนๆนี้คือยาพิษ’ มันไม่มีประโยชน์เลยที่จะได้เขานี้กลับมาในชีวิต คิดว่าลูกคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาให้มา นอกจากนั้นมันไม่มีค่าเลย คุณโอ๋ต้องยืนขึ้น รับผิดชอบตัวเองและเป็นคุณแม่ที่ดีให้ได้ ทำให้ครอบครัวที่ซัพพอร์ตเราอยู่ภูมิใจ เอาความเศร้าทั้งหมดมาเปลี่ยนเป็นพลังบวกเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนเราไปสู่สิ่งที่ดีกว่านี้ให้ได้ แล้ววันนึงที่คุณโอ๋มีอิสระมากพอ ค่อยคิดว่าตัวเองจะมีความสุขกับชีวิตยังไง คิดซะว่านี่คือโจทย์ของชีวิต ผู้ชายคนนั้นแค่ปัญหาที่เราต้องแก้ แล้วทำมันให้ดีที่สุด’ ส่วน “ดีเจเติ้ล” แนะนำเสริมว่า ‘เรื่องที่คุณโอ๋เจอมันเป็นเรื่องยากมากที่จะผ่านไปให้ได้ในอายุ 19 ปี แต่มันมีคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวหลายคนที่อายุเท่าคุณโอ๋แล้วเลี้ยงลูกได้ดี ชีวิตมีความสุข แต่ก็มีฝั่งที่ชีวิตพัง แล้วแต่ว่าคุณโอ๋อยากให้ชีวิตของตัวเองเป็นแบบไหน หลังจากนี้อีก 3 เดือนก่อนที่ลูกจะคลอด คุณโอ๋ต้องทำให้ลูกเห็นว่า ถึงจะมีพ่อที่ไม่ดี ไม่เห็นคุณค่าของแม่และลูก แต่ลูกโชคดีที่มีแม่เป็นคุณโอ๋ที่สามารถทำหน้าที่ให้ความรักแทนพ่อที่ทำไม่ได้ เอาความเศร้าในแต่ละวันมาเปลี่ยนเป็นพลังเพื่อดูแลตัวเองและลูก เป็นตัวอย่างที่ดีให้เขา ส่วนจะทำยังไงใช้ชีวิตมีความสุข คุณโอ๋ลองถามคุณแม่ตัวเองก็ได้ว่า ตอนที่คุณแม่มีคุณโอ๋ ท่านมีความสุขมากขนาดไหนกับการที่ได้เป็นแม่คนๆนึง เรายังมีความสุขได้แค่เรามีอีกมือนึงที่จับลูกเราไว้เท่านั้นเอง’ พี่ๆดีเจทิ้งท้ายว่า ‘สิ่งนี่น่ากลัวที่สุดคือการที่ผู้ชายคนนั้นกลับมา เพราะเขาจะกลับมาเป็นภาระให้คุณโอ๋ แล้วก็ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าเขาจะทิ้งเราไปอีกหรือเปล่า บอกตัวเองว่า หัวใจที่เจ็บปวดที่สุดในวันนี้จะกลายเป็นหัวใจที่มีความสุขในอนาคต คุณโอ๋ต้องมองไปในทางที่ดีเศร้าไปก็ไม่มีประโยชน์มันจะส่งผลกระทบต่อลูกในท้อง ถ้าตอนนี้ต้องการกำลังใจให้ไปกอดพ่อแม่และครอบครัว พวกเขาพร้อมให้กำลังใจและความรักกับคุณโอ๋เสมอ’ สุดท้ายนี้พี่ๆดีเจทุกคนเป็นกำลังใจให้คุณโอ๋ผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเปลี่ยนที่ทำงานมาหลายที่เจอแต่ "หัวหน้าผู้ชาย" สังคมง่ายๆ ตรงๆ ไม่จุกจิก ย้ายมาทำงานที่ใหม่ เจอ "หัวหน้าผู้หญิง" สังคมทำงานมีแต่ผู้หญิงๆ จุกจิก แบ่งพรรค แบ่งพวก นินทากัน จนตอนนี้รู้สึกอึดอัดมาก แต่งานดี เงินโอเค จะทนอยู่ หรือ ไปหาที่ใหม่ดีคะ?

19 พ.ย. 2024

หนูเปลี่ยนที่ทำงานมาหลายที่เจอแต่ "หัวหน้าผู้ชาย" สังคมง่ายๆ ตรงๆ ไม่จุกจิก ย้ายมาทำงานที่ใหม่ เจอ "หัวหน้าผู้หญิง" สังคมทำงานมีแต่ผู้หญิงๆ จุกจิก แบ่งพรรค แบ่งพวก นินทากัน จนตอนนี้รู้สึกอึดอัดมาก แต่งานดี เงินโอเค จะทนอยู่ หรือ ไปหาที่ใหม่ดีคะ?

“คุณบันนี่” สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [13 พ.ย. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาเรื่องสังคมที่ทำงาน โดย “คุณบันนี่” ได้เล่าว่า ‘ต้องเกริ่นก่อนว่าหนูย้ายที่ทำงานมา ทำงานมาได้ 6 ปีแล้ว เปลี่ยนที่ทำงานมาหลายที่ ซึ่งทุกที่เคยมีหัวหน้าผู้ชายมาตลอด ตอนนี้เปลี่ยนบริษัทที่ทำงานมา 3 เดือน แล้วก็เปลี่ยนหัวหน้ามาเป็นผู้หญิง หนูอึดอัดกับสังคมที่ทำงานที่เพิ่งเข้ามาใหม่มาก ตอนที่ทำงานที่เก่าในสังคมที่ทำงานนั้นๆก็จะมีเพื่อนผู้ชาย เพื่อนผู้หญิง และ LGBTQ ครบหมด แต่มันน่าจะเป็นที่หัวหน้า ตอนนี้เป็นฟีลเหมือนโรงเรียนหญิงล้วน ข้างบนก็เป็นผู้หญิง ข้างล่างก็ผู้หญิง ทุกคนเป็นผู้หญิงหมดเลย ความแตกต่าง คือ หนูรู้สึกว่ามันหยุมหยิม ปัญหาที่เจอตอนนี้เหมือนไม่ได้โฟกัสปัญหาที่งาน แต่ปัญหาไปกองอยู่ที่คนมากกว่าที่งาน มีดราม่าบ้าง ทุกวันนี้เหมือนมีมที่โซเชียลทำกันเลยที่เราเดินเข้าออฟฟิศ แล้วต้องแสดงละครเป็นอีกคนนึง หรือเวลาเลิกงานปุ๊บ ร่างนั้นโดนถอดออกไป บางทีก็มีเหตุการณ์ที่เขามีลูกรักในที่ทำงาน ก็เข้าใจว่าทุกที่มี แต่หนูไม่รู้ว่ามันเกี่ยวมั้ย คือ หนูก็ไม่ได้อยากจะโทษว่าเป็นเพศอะไร แล้วจะเป็นอีกแบบนึง เหมือนเขาจะพูดกับน้องๆ Gen ใหม่อีกอย่างนึง แล้วมาพูดกับหนูอีกอย่างนึง บางครั้งหนูก็จะกลายเป็นคนดูดุ จริงๆเราไม่ได้มีอะไรเลย แต่เขาวางคาแรคเตอร์หนูอีกแบบนึง เขาอาจจะหวังดีที่ให้น้องเกรงใจ แต่สำหรับตัวเขาเอง คาแรคเตอร์ดูเป็นคนใจดี มันอาจจะเป็นการวางตัวของเขามั้ง หนูอาจจะไม่ชิน จริงๆหนูก็ใจดีกับน้องๆ แต่ด้วยอำนาจหน้าที่การรับผิดชอบของหนูต้องประสานกับน้อง ซึ่งในที่ทำงานนี้หนูก็มีเพื่อนที่เป็น Gen เดียวกับเรา วัยใกล้กันมากๆ ห่างกันปีนึง เขาอยู่มาก่อน มีตำแหน่งโตกว่าหน่อย เขาก็เคยพูดกับหนูว่าอยากให้เราคีพเก็บอารมณ์ หรือการแสดงออก ใจเย็นกว่านี้ เพราะหนูเป็นคนใจร้อน เขาอยากให้บรรยากาศการทำงานมันดี เขาไม่อยากให้มีความปะทะอะไรกันเลย แต่ในความเป็นจริงมันก็จะมีปัญหาที่ซุกอยู่ใต้พรม ปัญหาที่เราจะไม่แก้ ปัญหาที่เราจะเก็บ จะไม่พูดกันตรงๆ อย่างตอนที่หนูทำงานกับหัวหน้าผู้ชายที่ผ่านมา มันอาจจะเป็นความชินของหนู เช่น หัวหน้าไม่ชอบใจ หรือรู้สึกว่างานนี้ทำทำไม เขาก็จะพูดออกมาเลยว่า ทำทำไมวะ ไม่ดีนะ แต่พอเป็นสังคมผู้หญิงล้วนมันเหมือนต้องไปหาเหตุผลอ้อมมาก่อนว่ามันไม่ดีเพราะอะไร มันก็เลยทำให้หนูอึดอัดหนูรู้สึกว่าระดับความอดทนประมาณ 6.5/10 ซึ่งทั้ง Career Path , เงินเดือน , ตำแหน่ง ตอนนี้มันดีหมดเลย หนูติดแค่ปัญหาเรื่องนี้ คำถามที่อยากจะถามพี่ๆคือ หนูควรจะปรับตัวให้เข้ากับเขา เพื่อด้านอื่นๆในหน้าที่การงานที่มันดี หรือหนูควรจะรู้สึกว่าพอแล้วไปหางานใหม่?เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ทำงานกับหัวหน้าคนนี้มา 3-4 ปี เวลาทำงานเราไม่เคยสาย แต่หัวหน้าใหญ่นัดกินเลี้ยงพนักงานแต่ละฝ่ายที่บ้าน เป็นงานไม่ทางการ กิน ดื่ม กันชิลล์ๆ แผนกไหนไปก็ไป แต่วันงานเราไปงานเลทกว่าหัวหน้าแผนกเราไป 1 ชั่วโมง หัวหน้าแผนกเราโกรธมาก ไม่มองหน้า ไม่รับไหว้ ไม่โอเค

17 ต.ค. 2025

ทำงานกับหัวหน้าคนนี้มา 3-4 ปี เวลาทำงานเราไม่เคยสาย แต่หัวหน้าใหญ่นัดกินเลี้ยงพนักงานแต่ละฝ่ายที่บ้าน เป็นงานไม่ทางการ กิน ดื่ม กันชิลล์ๆ แผนกไหนไปก็ไป แต่วันงานเราไปงานเลทกว่าหัวหน้าแผนกเราไป 1 ชั่วโมง หัวหน้าแผนกเราโกรธมาก ไม่มองหน้า ไม่รับไหว้ ไม่โอเค

ทำงานกับหัวหน้าคนนี้มา 3-4 ปี เวลาทำงานเราไม่เคยสาย แต่หัวหน้าใหญ่นัดกินเลี้ยงพนักงานแต่ละฝ่ายที่บ้านเป็นงานไม่ทางการ กิน ดื่ม กันชิลล์ๆ แผนกไหนไปก็ไป แต่วันงานเราไปงานเลทกว่าหัวหน้าแผนกเราไป 1 ชั่วโมงหัวหน้าแผนกเราโกรธมาก ไม่มองหน้า ไม่รับไหว้ ไม่โอเค หัวหน้าแผนกรู้สึกเสียหน้ากับหัวหน้าใหญ่ ทั้งๆที่แผนกอื่นเขามากันไม่ครบ บางคนมาเลทกว่าหนูด้วยซ้ำ หนูไม่สบายใจเลยเปิดใจคุยกับหน้าหัวแผนกเรา หัวหน้าแผนกเราบอกว่า“ไม่ต้องมาขอโทษ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ พี่จะไม่รับเรามาทำงานตั้งแต่แรกเลย”ทุกวันนี้เขายังไม่โอเคกับหนูเลย หนูจะรับมือยังไงดี?? “คุณใหม่ (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี เป็นสายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [8 ต.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องหัวหน้าที่ทำงานโกรธเพราะเราไปงานเลี้ยงสาย 1 ชั่วโมงจนถึงขั้นบอกว่าไม่น่ารับเราเข้าทำงานเลย “คุณใหม่ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูทำงานอยู่ในบริษัทเอกชน ทำงานวันจันทร์-วันศุกร์ แล้วทางหัวหน้าก็มาขอความร่วมมือว่าวันเสาร์จะมีงานเลี้ยงของบริษัท เลี้ยงกันแค่เฉพาะบางแผนก ไม่ใช่เนื่องในโอกาสพิเศษอะไรแต่ก็อยากให้ไปกันทุกคนและหัวหน้าก็มีการนัดเวลาให้มากัน ซึ่งตัวหนูเองไม่ได้ตั้งใจจะไปสายแต่ด้วย Accident ต่าง ๆ ทั้งฝนตก น้ำท่วมและรถติด ทำให้หนูไปสายประมาณ 1 ชั่วโมงจากเวลาที่หัวหน้าอยากให้ไป แล้วทีนี้เราก็รู้ตัวว่าผิดเลยไปขอโทษ แต่เขาก็โกรธมาก ๆ จนไม่รับไหว้ ไม่คุยด้วย ไม่ออกมากินเลี้ยงด้วยกันแต่หนูก็เข้าใจว่า เออ เราก็ผิดแหละ พอวันจันทร์หนูไปทำงานปกติ หนูก็ยกมือไหว้เขาแต่เขาก็ยังไม่รับไหว้อยู่อีก ก็เลยทำให้หนูรู้สึกว่า เราผิดขนาดนั้นเลยเหรอ? หนูก็เลยใช้วิธีส่งข้อความไปขอโทษเขา เขาก็อ่านแต่ไม่ตอบ พอมาตอนเย็นหนูโทรไปเพราะอยากเคลียร์ใจ แต่เขาก็ตอบกลับมาว่าไม่ได้รู้สึกอยากยกโทษให้ รู้สึกผิดหวังมาก ๆ ไม่โอเค ถึงขั้นที่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะไม่รับหนูเข้าทำงาน เขาให้เหตุผลว่าเราไม่ได้ไปช่วยเขาเตรียมงานอยู่แล้ว ก็จะต้องไปเร็วนิดนึง ไม่อยากให้คนอื่นมองไม่ดีว่ามาเป็นแขกทำไมถึงสาย พอหนูอธิบายไปเขาก็บอกว่าอย่ามาโกหก บอกว่าหนูตั้งใจที่จะไปสาย ทั้งที่ตัวหนูกับหัวหน้าก็สนิทสนมกันในระดับหนึ่งและตั้งแต่ทำงานมาก็ไม่เคยเห็นเขาโกรธขนาดนี้ ทุกคนที่ไปช้ากว่าหนูก็โดนโกรธแบบเดียวกัน งานก็เป็นงานเลี้ยงปกติ ไปสร้างสรรค์กันไม่ได้มีลูกค้าพิเศษอะไร หนูเลยสงสัยว่าหนูผิดขนาดนั้นเลยเหรอคะ? แล้วหนูจะรับมือกับบรรยากาศน่าอึดอัดในที่ทำงานนี้ยังไง?’ เริ่มที่ “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ในที่สุดแล้ว ต่อให้เราตั้งคำถามไปก็เสียเวลา ทุกอย่างตอนนี้พี่รู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผลเลย ก็แค่ตอนนี้ทำในจุดของเราให้ดีที่สุดแล้วกัน วันนี้เราอาจจะไม่ได้บรรยากาศที่ดีเท่าไหร่เพราะมันมีเรื่องที่เราก็ยังงงอยู่เลยว่าทำไมต้องคุกกรุ่นขนาดนี้ และที่สำคัญก็คือบรรยากาศทั้งหมดมันไม่ได้โดนที่หนูคนเดียว เพราะเพื่อน ๆ ที่ไปสายในวันนั้นก็โดนเหมือนกัน พี่ว่าเขาก็ไม่ได้เป็นเจ้านายที่มีคุณสมบัติที่ดีนักในมุมนี้ เพราะพี่มีความรู้สึกว่าการเป็นผู้นำควรสร้างบรรยากาศในการทำงานให้ดี หรือแม้แต่เขาจะโกรธหนักขนาดนั้นก็ได้แต่เขาควรจะอธิบาย พี่รู้สึกว่าเขาดูโกรธเกินจริงไปมาก จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามทีแต่การเป็นหัวหน้าของเขาคือต้องสื่อสารให้เป็นและต้องรับฟัง เราควรจะเป็นทีมเดียวกัน ไม่ใช่แสดงอาการแบบนี้ ปัญหาก็ไม่ได้แก้ ยังไม่ต้องไปถึงขั้นแก้ปัญหาเพราะปัญหาคืออะไรเรายังไม่รู้เลย แต่ถ้าสมมติว่าเราทำงานในจุดที่ดีที่สุด เราจะไปขอโทษอีกครั้งก็ได้ ขอโทษเป็นสิทธิ์ของเรา ให้อภัยไหมคือสิทธิ์ของเขา ถ้าเขายังแบกเรื่องนี้เอาไว้ ผ่านไป 3 เดือนหรือ 4 เดือน ก็ให้เขาแบกต่อไปเพราะถือว่าเราผ่านเรื่องราวนั้นมาแล้วและเราก็กลับไปแก้อดีตไม่ได้ แค่ครั้งต่อไป ถ้ามันจะเกิดก็ให้เป็นบทเรียนของเรา ไม่ไปสายได้ก็ดีหรือถ้าสายก็ต้องสื่อสาร อุปนิสัยใด ๆ ของเขาก็ตามที่เราไม่ชอบ หรืออุปนิสัยใดที่เพื่อนร่วมงานทำแล้วเราไม่ชอบ บอกตัวเองไปเลยว่า “เราเปลี่ยนเขาไม่ได้หรอก” ในเมื่อเปลี่ยนไม่ได้ก็เลือกตกลงกับเขายังไงให้ทรมานใจน้อยที่สุดก็แล้วกัน’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘ก็รีแอคตามสถานการณ์ไปเลย ไม่ต้องไปค้นหาคำตอบแล้ว ไม่ต้องวอแวเรื่องขอโทษเขาอีก เราขอโทษไปแล้ว สถานการณ์มันจบไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว ใหม่ต้องยอมทำตามคนอื่นที่เขาบอกว่าไม่ต้องไปสนใจ ตราบใดที่มันไม่ได้กระทบการทำงาน แต่ถ้าเขายังคงงี่เง่า เช่น ถามงานแล้วไม่ช่วยและมันเป็นสิ่งที่เขาต้องทำในฐานะหัวหน้าแล้วเขาไม่ทำ พี่ว่าถ้ามันเริ่มบานปลายไม่จบไม่สิ้นก็อาจจะต้องแจ้งฝ่ายอื่น ๆ เรื่องการทำงานของเขา เราก็ผิดที่ไปสายแต่มันไม่ใช่ความผิดพลาดที่จะต้องมาพูดจาไม่ดีใส่กันและทำตัวไม่เป็นหัวหน้าที่ดี เขาไม่มืออาชีพ พี่ว่าอันนี้ก็ล้ำเส้นไป’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ผมเชื่อว่าเมื่อเราพยายามหาเหตุผลเพื่ออธิบายอะไรสักอย่างหนึ่ง แล้วเราหาไม่ได้นั่นแปลว่า “ช่างมันครับ” มันอาจจะไม่มีเหตุผลก็ได้ คนบางคนอาจจะใช้อารมณ์ขับเคลื่อน ก็ทำตัวมืออาชีพอย่างที่เราควรจะเป็น ถ้ามันไม่ได้กระทบการทำงานถึงขนาดที่ไปทำงานแล้วไม่มีความสุข ก็จงเป็นมืออาชีพต่อไป พิสูจน์ด้วยผลงาน สุดท้ายถ้าเขาไม่เลิกก็ให้เป็นทุกข์ของเขา ใช้ชีวิตตามปกติ อะไรที่ผิดปกติก็ให้อยู่กับความรู้สึกที่ผิดปกติไป’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา20.00 – 23.00น. ทางรายการวิทยุEFM94และAppAtimeFung Fin

album
efm
-

-