สามีนอกใจไปมีมือที่สาม เขาไล่หนูกับลูกออกจากบ้าน และเขาก็อยู่ด้วยกันกับชู้อย่างมีความสุข ทิ้งหนูให้เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ความโกรธแค้นนี้ทำให้หนูเกลียดขี้หน้าเขา จนไม่สามารถเผชิญหน้าเพื่อไปหย่ากับเขาได้

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

สามีนอกใจไปมีมือที่สาม เขาไล่หนูกับลูกออกจากบ้าน และเขาก็อยู่ด้วยกันกับชู้อย่างมีความสุข ทิ้งหนูให้เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ความโกรธแค้นนี้ทำให้หนูเกลียดขี้หน้าเขา จนไม่สามารถเผชิญหน้าเพื่อไปหย่ากับเขาได้

30 ม.ค. 2026

สามีนอกใจไปมีมือที่สาม

เขาไล่หนูกับลูกออกจากบ้าน

และเขาก็อยู่ด้วยกันกับชู้อย่างมีความสุข

ทิ้งหนูให้เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว

ความโกรธแค้นนี้ทำให้หนูเกลียดขี้หน้าเขา

จนไม่สามารถเผชิญหน้าเพื่อไปหย่ากับเขาได้

       ‘คุณเอ็มมี่’ (นามสมมติ) อายุ 44 ปี เป็นสายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (28 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาแชร์เรื่องราวกับ ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจเกลือ’ และ ‘หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เกี่ยวกับเรื่องที่สามีนอกใจไปมีมือที่สาม และได้ไล่เธอออกจากบ้านมาเช่าห้องอยู่กับลูก ทิ้งให้เธอเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว แล้วเลือกอยู่อย่างสุขสบายในบ้านหลังเดิมกับมือที่สาม

       ‘คุณเอ็มมี่’ ได้เล่าว่า เธอกับสามีเริ่มคบกันตั้งแต่ปี 2559 จนปี 2565 สามีก็ได้นอกใจและไปมีมือที่สาม แต่เขาก็ไม่ตัดสินใจเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง คุณเอ็มมี่จึงเลือกที่จะยังอยู่ในความสัมพันธ์นั้น เพราะไม่อยากให้ลูกทั้งสองมีปมเกี่ยวกับครอบครัว

       เมื่อต้องทนกับความสัมพันธ์ที่เจ็บปวด คุณเอ็มมี่จึงได้โทรไปหามือที่สามเพื่อที่จะเคลียร์เรื่องทั้งหมด แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรออกไป เมื่อสาวคนนั้นกดรับสายโทรศัพท์ คุณเอ็มมี่ก็ได้กดวางสายทันที หลังจากนั้นสามีก็ได้โทรมาต่อว่าและไล่คุณเอ็มมี่ออกจากบ้าน ตัวของคุณเอ็มมี่จึงได้ย้ายออกมาเช่าห้องอยู่กับลูกอีก 2 คน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นในปี 2567 ที่ผ่านมา คุณเอ็มมี่กลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวอย่างเต็มตัว เนื่องจากสามีของเธอนั้นไม่ได้ช่วยในการเลี้ยงดูลูก ทั้งค่าเรียน ค่าของใช้ รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของลูก คุณเอ็มมี่ล้วนเป็นคนทำงานหามาจ่ายเองทั้งสิ้น ส่วนสามีจะมีแวะมาหาลูกบ้าง ชั่วโมงหนึ่ง หรือครึ่งชั่วโมง แต่ไม่ได้ทำหน้าที่พ่ออย่างที่ควร เวลามาหาลูกยังชอบให้ลูกคุยโทรศัพท์กับมือที่สามอีกด้วย

       อีกทั้งคุณเอ็มมี่ยังได้บอกเกี่ยวกับความรู้สึกเพิ่มเติมว่า เธอนั้นต้องการหย่ากับสามี ซึ่งฝ่ายสามีก็คิดเช่นกันเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างต้องการหย่า และจบความสัมพันธ์ที่คาราคาซังนี้ แต่คุณเอ็มมี่ก็ได้บอกว่า อีกใจหนึ่งเธอก็โกรธแค้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอมีความคิดที่ไม่อยากหย่า เพื่อที่จะให้มือที่สามยังคงตำแหน่งมือที่สามต่อไป และที่เธอคิดทำแบบนี้ก็เพื่อจะแก้แค้นในสิ่งที่เธอเจอมา ทั้งที่เธอก็รู้ว่าการอยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้มันจะ Toxic กับชีวิตก็ตาม

       สุดท้ายคุณเอ็มมี่ได้ขอคำปรึกษากับเหล่าดีเจและคุณหมอท้อปว่า ตัวของเธอนั้นไม่สามารถกลับไปเผชิญหน้าเพื่อจะทำการหย่าร้างกับสามีได้ และที่โทรมาในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร ในครั้งนี้ ก็เพื่อต้องการทราบว่า ตัวเธอนั้นควรทำอย่างไรต่อไปเพื่อที่จะให้ตัวเองกล้าไปเผชิญหน้ากับสามีที่ตนเกลียดเข้าไส้ เพื่อดำเนินการทำการหย่าร้างตามกฎหมายให้ความสัมพันธ์นี้จบลง อีกทั้งยังเธอควรจะทำอย่างไร กับการที่ยังมีความรู้สึกที่อยากจะแก้แค้นมือที่สามอยู่

       หลังจากฟังเรื่องราวของคุณเอ็มมี่จบ เหล่าดีเจและคุณหมอท้อปก็ได้เริ่มให้คำปรึกษาคุณเอ็มมี่ด้วยความเห็นใจ โดยเริ่มจาก ‘ดีเจเกลือ’ ที่ได้กล่าวว่า “คิดว่าหน้าที่การเลี้ยงดูลูกเป็นเรื่องของทั้งพ่อและแม่ ไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่งที่ต้องแบกรับภาระไว้ฝ่ายเดียว คุณเอ็มมี่สามารถฟ้องหย่า และฟ้องค่าเสียเวลาได้ ส่วนเรื่องลูกก็ไม่ต้องกลัวว่าลูกสามารถอยู่กับเราได้มั้ย เพราะศาลน่าจะเห็นเหตุผลชัดเจนอยู่แล้ว ส่วนในเรื่องของการหย่า ถ้าคิดว่าการต้องไปเผชิญหน้ากับเขานั้นมันไม่ไหวจริง ๆ ก็ขอให้คิดถึงลูกเป็นหลัก นึกถึงหน้าลูกไว้เยอะ ๆ ว่าการไปเจอหน้ากันครั้งนี้เพื่อให้ลูกไม่ต้องเจอกับความ Toxic ต่อไป”

       นอกจากนี้ ‘ดีเจเกลือ’ ยังยกเคสกรณีของตนที่เคยผ่านประสบการณ์การหย่าร้างมาแล้วว่า “อย่างคู่ผมก็มีปัญหานี้เหมือนกัน ยอมรับว่าเราอยู่ร่วมกันไม่ได้ แล้วเราก็ทะเลาะกัน แต่สิ่งเดียวที่ทำให้เราใจเย็นได้ก็คือลูกนี่แหละ และเราทั้งคู่จะไม่ให้ลูกเห็นเวลาทะเลาะกันเลย ช่วงไหนที่เรารู้สึกว่าเราเจอกันไม่ได้เราก็จะห่าง ๆ กัน แล้วจะหาเหตุผลไปบอกกับลูกว่า ‘โอเคบางครั้งความรักมันแปรเปลี่ยนได้ พ่อแม่ยังเป็นเพื่อนกันได้ อาจจะไม่ใช่แฟนกันแล้ว แต่ก็ยังเป็นพ่อแม่ของลูกเสมอ’ ใด ๆ คือให้คิดถึงลูกไว้ ผมว่ามันจะเป็นพลังให้เราสามารถเผชิญหน้ากับสามีได้ คิดว่าทำเพื่อลูกครับ”

       ต่อมา ‘ดีเจต้นหอม’ ได้กล่าวว่า “เก็บหลักฐานว่าเขามีชู้ เก็บหลักฐานว่าเขาอยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตด้วยกัน เอาให้เห็นเลยว่าเขานอกใจเราจริง ๆ ในขณะที่เรายังถือทะเบียนสมรสอยู่ แล้วเราก็ไปทำเรื่องฟ้องสามี เรียกค่าเลี้ยงดู ฟ้องชู้เพราะทำผิดกฎหมาย ใช้วิธีการฟ้องหย่ากันเพื่อเอาเงินมาเลี้ยงดูลูก และทุก ๆ การเจอกันก็อยากให้คิดไว้ว่า ทำเพื่อลูก และแม่จะจบสิ่งนี้เพื่อลูก”

       มาที่ด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้กล่าวต่อว่า “คือจริง ๆ เห็นด้วยกับพี่เกลือ กับพี่หอม ว่าอยากให้ฟ้องหย่า  เพราะว่าสิ่งที่เขาทำกับคุณเอ็มมี่คือเขาไม่มีความรับผิดชอบ เขาควรต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เขาสร้างมากับเรา นั่นก็คือลูก เขาไม่ควรปัดปัญหาแบบนี้ แต่ในกรณีที่คุณเอ็มมี่ไม่อยากวุ่นวาย อันนี้พี่เสิร์จใน Google นะ เหมือนมันจะมีวิธีการที่สามารถหย่ากันได้โดยเราไม่ต้องไปเจอเขา โดยการจดทะเบียนหย่าต่างสำนักทะเบียน เพียงแต่คุณเอ็มมี่ต้องตกลงกับเขาว่าเราจะหย่ากันแต่โดยดี และก็เรื่องทรัพย์สิน เรื่องต่าง ๆ พี่ว่าสามารถลองไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้นะ แต่ถ้าสุดท้ายในกระบวนการมันยังต้องไปเจอกันอีก ก็นึกในแบบที่พี่เกลือบอกแหละว่าเราไปเจอเขาเพื่อหลังจากนี้ไม่ต้องเจออีก และเพื่อให้ทำลูกสบายใจด้วย มันจะได้จบปัญหานี้สักที พี่เข้าใจความรู้สึกของคุณเอ็มมี่ว่าเกลียดมากจนไม่อยากเจอหน้า แต่คุณเอ็มมี่จะหนีไปทั้งชีวิตไม่ได้ พี่ว่าลองกลั้นใจไปเผชิญหน้ากับเขาเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อจบเรื่องและปัญหาทั้งหมด พี่ว่าผลลัพธ์มันก็อาจจะคุ้มค่าพอที่เราจะต้องไปเจอหน้าคน ๆ นี้อีก”

       สุดท้ายคือการให้คำปรึกษาจาก ‘คุณหมอท้อป’ ว่า “อย่างแรกคือเราก็ไม่รู้ว่า การที่เราปล่อยเขาเป็นมือที่อยู่สามอยู่แบบนี้ เขาจะรู้สึกทรมานใจหรือป่าว เพราะตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ก็ไม่เห็นจะดูทรมานเลย เราอาจจะไม่ได้สิ่งที่เราคิดว่าได้ก็ได้ แต่ว่าอย่างแรกเลย การที่เรารู้สึกแย่มันคือความรู้สึกของคนปกติ อยากให้ยอมรับก่อนว่า เราโกรธก็คือโกรธ ความรู้สึกมันเยอะแยะไปหมด ซึ่งเท่าที่ฟังจากคุณเอ็มมี่มา จะไม่โกรธก็แปลก เพราะงั้นเราเป็นคนปกติ เราโกรธได้ แต่ปัญหาหลังจากที่เราโกรธ เรารู้ว่าอารมณ์เราเป็นยังไง แล้วเราจะทำยังไงต่อ เพราะถ้าเกิดเราไม่ตั้งสติขึ้นมาเราจะเกิดความงงว่าแล้วฉันควรจะไปทางไหนต่อดี”

       ซึ่งคุณหมอท้อป ก็ได้กล่าวให้ฟังเพิ่มเติมว่าในกรณีนี้ในพาร์ทของสามีภรรยากับพาร์ทของลูกนั้นต่างกัน โดยกล่าวว่า “ถ้าเกิดพูดถึงเรื่องสามีภรรยา ให้เราทบทวนความคิดตัวเองก่อน ว่าเราอยากจะหย่าจริงมั้ย เพราะพอเมื่อกี้เริ่มคุย ๆ กันไปสักพักเริ่มมีคำพูดแล้วว่า อาจจะไม่ได้อยากหย่า แต่คำถามคือถ้าไม่หย่าแล้วจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ กรณีที่ต้องอยู่ไปแบบนี้ มันโอเคต่อตัวเรา และลูกจริง ๆ หรอ ซึ่งถ้าเขาไม่ได้รู้สึกว่าเขาผิด เขาก็จะอยู่แบบมีความสุขเหมือนเดิม หรือเขาอาจจะรู้ว่าผิด แต่เขาไม่ได้แคร์ก็ได้ ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคืออย่าไปคิดแทนเขา และการที่ปล่อยเขาเป็นมือที่สามต่อไป เขาอาจจะไม่สะทกสะท้านอะไรก็ได้เลยก็ได้ ถ้าสะทกสะท้านเขาคงไม่เลือกทางนี้แต่แรกอยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดว่าเราอยากจะตัดปัญหานี้ให้จบ เราก็ต้องดูว่ามันมีวิธีไหนบ้าง หลาย ๆ คนก็เลือกให้กฎหมายช่วย หรืออาจจะให้บุคคลอื่นมาช่วยไกล่เกลี่ย ว่าจะแบ่งหน้าที่ของสามีภรรยากันยังไง”

       และคุณหมอท้อปก็ได้พูดต่อในพาร์ทของลูกว่า “ในส่วนของลูกจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย หมอรู้ว่าเราพยายามจะเป็นแม่ที่ดี การที่เราอยากเป็นแม่ที่ดีคือการเอาลูกมาใส่ใจ แต่ตอนนี้จะแอบสับสนมั้ยว่า การเป็นแม่ที่ดี กับการที่เอาลูกมาเป็นตัวประกัน หรือเอาลูกมามีส่วนร่วมในสนามรบด้วย มันค่อนข้างลำบาก ตัวประกันในที่นี้เราอาจจะไม่ได้ตั้งใจจะให้เขามาเป็น แต่หมายถึง คือการดึงลูกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยซึ่งอาจจะอันตราย เพราะว่าไม่แน่ใจว่าอันไหนจะแย่กว่ากัน ระหว่างลูกต้องนั่งฟังว่าเมื่อไหร่แม่จะหย่ากับพ่อ กับลูกต้องเห็นแม่มานั่งทรมาน โกรธแค้นใจจนเขาโต มันก็อาจจะเป็นปมปัญหานึงในชีวิตของลูกได้

       หมอว่าสามีรักเราป่าว เราไม่รู้ แต่ลูกรักเราแน่นอน เราทำให้คนที่เขารักเราและเรารักเขาดีกว่ามั้ย ถ้าเราข้ามผ่านเรื่องเลวร้ายแบบนี้ไปได้ สักวันที่ลูกโตขึ้น ลูกจะเห็นแม่เป็นตัวอย่างที่ดี ที่ถึงแม้ว่าแม่จะเจอเรื่องที่แย่มาขนาดนี้ แต่แม่ยังดูแลเขา ยังเข้มแข็ง และยังคงเป็นแม่ที่ดีได้ต่อไป เมื่อถึงวันนั้นเขาก็จะเห็นเอง ว่าใครคือคนที่รักและทุ่มเทให้กับเขามาโดยตลอด”

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

 มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูมีปัญหากับเพื่อน LGBTQ โดยรวมแล้วเขาเป็นคนนิสัยดี แต่ชอบพูดจาแรง ชอบแซะเราตลอด แล้วก็ปิดท้ายประโยคว่า ‘หยอกเล่นนะๆ’ ควรจะคุยตรง ๆ ไปเลยว่าไม่โอเค ต้องจัดการความรู้สึกของตัวเอง… หรือควรที่จะสู้กลับดีคะ ?

28 พ.ย. 2025

หนูมีปัญหากับเพื่อน LGBTQ โดยรวมแล้วเขาเป็นคนนิสัยดี แต่ชอบพูดจาแรง ชอบแซะเราตลอด แล้วก็ปิดท้ายประโยคว่า ‘หยอกเล่นนะๆ’ ควรจะคุยตรง ๆ ไปเลยว่าไม่โอเค ต้องจัดการความรู้สึกของตัวเอง… หรือควรที่จะสู้กลับดีคะ ?

หนูมีปัญหากับเพื่อน LGBTQ โดยรวมแล้วเขาเป็นคนนิสัยดีแต่ชอบพูดจาแรง ชอบแซะเราตลอด แล้วก็ปิดท้ายประโยคว่า‘หยอกเล่นนะๆ’ เช่น แต่งตัวตลกมาก หยอกเล่นนะๆอุ๊ย วันนี้หน้ามึงอุบาทว์มาก หยอกเล่นนะๆเวลาหนูได้ยินก็ขำตามเพื่อกลบเกลื่อนแต่ความจริงแล้วหนูไม่โอเคเลย กลับบ้านมาร้องไห้คนเดียวหนูอยากรู้ว่าถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ ควรจะทำอย่างไรดี?ควรจะคุยตรง ๆ ไปเลยว่าไม่โอเคต้องจัดการความรู้สึกของตัวเอง… หรือควรที่จะสู้กลับดีคะ ? “คุณแพร (นามสมมติ)” อายุ 22 ปี เป็นสายที่สอง ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (26 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเพื่อนปากไม่ดีชอบใช้คำพูดแรง ๆ กับเรา จะทำยังไงกับคนแบบนี้ดี “คุณแพร (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีปัญหากับเพื่อน LGBTQ ซึ่งโดยรวมเขาก็เป็นคนที่นิสัยดี แต่เขาชอบพูดจารุนแรง ยกตัวอย่างเช่น เมื่อวันก่อนที่เราไปกินปิ้งย่างด้วยกัน หนูเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังว่าไปกินข้าวกับแฟน และมีน้ำหมักหมูติดตะเกียบ แฟนก็เอาตะเกียบนั้นมากินต่อเลย หนูเลยตีมือแฟนแล้วบอกว่าไม่ควรกินแบบนี้ ซึ่งแฟนก็ไม่ได้ว่าอะไร หนูจึงอยากรู้ว่าสถานการณ์นี้มันปกติไหม เมื่อวันก่อนตอนที่นั่งกินปิ้งย่างกับเพื่อน ๆ เลยยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูด ซึ่งในโต๊ะนั้นมี 5 คน รวมหนูด้วย เพื่อน A บอกว่าแปลกเพราะเหมือนมีจุลินทรีย์ถ้าไม่แยกตะเกียบ ส่วนเพื่อน B ก็บอกว่าแปลกเหมือนกัน และบอกว่าไม่มี Common Sense ในการใช้ชีวิตเลย และเพื่อน C พูดว่าไม่แปลกเลย น้ำเสียงเหมือนประชด ทำให้หนูรู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง จึงถามกลับไปว่าเรื่องนี้มันปกติหรอ เพื่อน B ก็พูดแซะ ๆ ว่าคงเหมาะกันแล้ว เพราะไม่มี Common Sense ในการใช้ชีวิตเหมือนกัน แล้วเพื่อน ๆ ก็ขำกัน หนูก็ขำตามเพื่อกลบเกลื่อน แต่ความจริงแล้วหนูไม่โอเคเลย ทุกครั้งที่โดยแซวแรง ๆ หนูจะกลับห้องไปร้องไห้ตลอดเลย ต่อจากนั้น ก็มีเหตุการณ์ที่เพื่อนในโต๊ะพูดขึ้นว่า ‘แพรเปลี่ยนชื่อใช่ไหม?’ ซึ่งหนูก็ยอมรับว่าหนูเปลี่ยนชื่อเพราะดูดวงแล้วก็ไม่ค่อยพอใจกับชื่อเก่า เพื่อน A ก็พูดขึ้นมาว่า ‘เปลี่ยนชื่อเพราะจะเข้ากรุงเทพหรอ?’ พร้อมกับขำกัน และพูดทำนองประชดว่า ‘พูดเล่นนะแพร’ แล้วก็จะมีแซะเรื่องอื่น ๆ อีก แต่ตัวหนูรู้สึกไม่โอเคมาก หนูอยากรู้ว่าถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ ควรจะทำอย่างไรดี? ควรจะคุยตรง ๆ ไปเลยว่าไม่โอเค ควรจะจัดการความรู้สึกของตัวเอง…หรือควรที่จะสู้ดี ?’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่แนะนำให้สู้ มันเป็นช่วงวัยที่รู้สึกว่าการจิกกัดเป็นเรื่องเก๋ เพราะถ้าสู้ไปแล้วเหมือนแพรออกไปรบแล้วแพ้ ตัวแพรเองจะหนักกว่าเดิม อยากจะสอนให้แพรรับมือกับคนมากกว่า ถ้าวันนึงไปอยู่ที่อื่นอาจจะเจอคนแบบนี้อีก ถ้ารับมือไม่ได้ก็อยากให้ปล่อยวาง’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘ถ้าอยากจะสู้จริง ๆ แพรจะต้องไม่หวั่นไหวกับคำพูดของเขา ถ้าง่ายกว่านั้นคือแพรก็ไม่ต้องไปยุ่งกับเขา หนูก็มีสิทธิ์ที่จะเดินออกมาจากตรงที่ตัวเองไม่โอเคหรือไม่ก็หัวเราะตามน้ำไปเลย ให้คิดว่าเขาก็เป็นคนปากจัด ไม่ต้องเก็บมาคิดมาก’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ถ้าเป็นพี่ก็จะจัดการกับตัวเองเพราะเราไม่สามารถไปปรับเปลี่ยนใครได้ หรือถ้าเราไม่โอเคจริง ๆ เราอาจจะมีการรีแอคกลับไปแบบเบา ๆ ให้จบบทสนทนาเร็วที่สุดแล้วเขาจะมองออกว่าเราไม่ได้เอ็นจอยที่จะคุยเรื่องนี้…’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ขอวิธีเตือนคนบนถนนที่ลืมเอาขาตั้งขึ้นทีครับ ผมขี่มอไซค์อยู่เห็นคนลืมเอาขาตั้งขึ้น ผมเลยรีบตะโกนไปว่า “พี่ครับ ขาตั้งงงงงงงงงงงงง!!” สรุปว่าพี่เขาตกใจ รถล้มเลย ผมรู้สึกผิดมากเลยลงไปช่วย หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น ... เวลาเห็นใครไม่เอาขาตั้งขึ้น

05 ส.ค. 2025

ขอวิธีเตือนคนบนถนนที่ลืมเอาขาตั้งขึ้นทีครับ ผมขี่มอไซค์อยู่เห็นคนลืมเอาขาตั้งขึ้น ผมเลยรีบตะโกนไปว่า “พี่ครับ ขาตั้งงงงงงงงงงงงง!!” สรุปว่าพี่เขาตกใจ รถล้มเลย ผมรู้สึกผิดมากเลยลงไปช่วย หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น ... เวลาเห็นใครไม่เอาขาตั้งขึ้น

ขอวิธีเตือนคนบนถนนที่ลืมเอาขาตั้งขึ้นทีครับ ผมขี่มอไซค์อยู่เห็นคนลืมเอาขาตั้งขึ้นผมเลยรีบตะโกนไปว่า “พี่ครับ ขาตั้งงงงงงงงงงงงง!!” สรุปว่าพี่เขาตกใจ รถล้มเลยผมรู้สึกผิดมากเลยลงไปช่วย หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น ... เวลาเห็นใครไม่เอาขาตั้งขึ้นใจก็อยากเตือนเขา แต่ก็กลัวเหตุการณ์จะซ้ำรอย “คุณบี (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [30 ก.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเตือนคนที่ขับรถมอเตอร์ไซค์แล้วไม่เอาขาตั้งขึ้น แต่เขาดันเกิดอุบัติเหตุ โดย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมขับมอเตอร์ไซค์แล้วเห็นคนไม่เอาขาตั้งขึ้น ก็เลยขับรถเข้าไปใกล้ ๆ แล้วตะโกนให้คนเอาขาตั้งขึ้น แต่เขาก็ตกใจจนรถพุ่งเข้าฟุตบาทแล้วล้มลงไป คนขับเหมือนจะเป็นคนมีอายุหน่อย หลังจากนั้นทำให้เราระแวงไม่กล้าเตือนใครอีกเลยเพราะก็รู้สึกผิด อยากรู้ว่าเราจะมีวิธีอะไรที่จะเตือนคนที่ไม่เอาขาตั้งขึ้นเวลาขับรถได้บ้าง?’ ทางด้าน “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คนปกติถ้าเขาเซียนเขาก็จะไม่ล้มนะ ถ้าเราไม่ตะโกนก็ชี้ แต่วิธีที่ง่ายที่สุดมันก็คือตะโกนบอกนั่นแหละ การที่เราเตือนคนอื่นเป็นเรื่องที่ดีแล้ว ถือว่าเป็นการทำบุญ’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่านั้นแล้ว ยกเว้นจะเขียนไว้ที่หน้าผาก หรือเรียกให้เขาหันมาก่อนแล้วค่อย ๆ บอกเขาให้เอาขาตั้งขึ้น ลองใช้น้ำเสียงที่อ่อนลงหน่อย’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผมไม่ได้ขับมอเตอร์ไซต์ แต่ถ้าคนที่ขับแล้วไม่ได้เอาขาตั้งขึ้นเวลาเลี้ยวมันจะล้มเลยนะ หรือเรารอให้ถึงไฟแดงแล้วค่อยบอกเขา แต่ก็อย่าตะโกนดังเพราะบางทีคนสูงอายุจะตกใจง่าย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สรุปเรื่องนี้หนูทำถูกไหมคะ? ไปตลาดเจอป้าขาย Art Toy ปลอม แล้วเราเจอน้องสองคนที่ตั้งใจเก็บเงินมาซื้อ เลยเขียนโน๊ตในมือถือแล้วยื่นให้ 'ของปลอม ตามน้ำไป’ แกล้งทำเป็นรู้จักน้องแล้วบอกความจริงตอนออกร้าน

05 ก.พ. 2024

สรุปเรื่องนี้หนูทำถูกไหมคะ? ไปตลาดเจอป้าขาย Art Toy ปลอม แล้วเราเจอน้องสองคนที่ตั้งใจเก็บเงินมาซื้อ เลยเขียนโน๊ตในมือถือแล้วยื่นให้ 'ของปลอม ตามน้ำไป’ แกล้งทำเป็นรู้จักน้องแล้วบอกความจริงตอนออกร้าน

สรุปเรื่องนี้หนูทำถูกไหมคะ? ไปตลาดเจอป้าขาย Art Toy ปลอมแล้วเราเจอน้องสองคนที่ตั้งใจเก็บเงินมาซื้อ เลยเขียนโน๊ตในมือถือแล้วยื่นให้ 'ของปลอม ตามน้ำไป’แกล้งทำเป็นรู้จักน้องแล้วบอกความจริงตอนออกร้าน ไปเล่าให้เพื่อน เพื่อนบอกไม่ควรทำเหมือนเราช่วยน้อง แต่กำลังทำร้ายป้าอยู่ “คุณหยก(นามสมมติ)” อายุ 32 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [31 ม.ค 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับการถ้าเราห้ามคนไม่ให้ซื้อของปลอม ถือว่าผิดมั้ยคะ? โดย “คุณหยก(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หนูไปเดินตลาดกลางคืนแห่งหนึ่ง เพื่อจะดูของเล่น เราก็ไปเดินกับเพื่อนแล้วก็ไปหยุดอยู่ร้านหนึ่ง คนขายเป็นคุณป้า อายุเยอะหน่อย เราก็เดินดูของเล่นไป ด้วยความที่เราเป็นสาย Art Toy พอเราดู เราก็รู้แหละว่าเป็นของปลอม ก็หยิบ ๆ ถามราคาขำ ๆ แต่คงไม่ซื้อหรอก สักพัก มีเด็กวัยรุ่น น่าจะเป็นแฟนกัน เดินมายืนข้าง ๆ แล้วก็พูดประมาณว่า “เนี้ย นู้น นี่ นั้น เราอยากได้ เราเก็บเงินมาซื้อ” เราก็เหล่ ๆ พอเห็นจังหวะที่น้องหยิบขึ้นมา 2-3 กล่อง เหมือนจะซื้อ เราก็แบบคิดในใจว่า “น้องโดนแน่ ๆ ” หนูก็เลยพิมพ์ข้อความใส่โน้ตมือถือประมาณว่า “ปลอม ตามน้ำ อยู่นิ่ง ๆ” ด้วยความที่หนูเป็นกุลสตรี หนูก็เข้าไปหาน้องผู้หญิง จับมือน้อง แล้วบอกว่า (นามสมมติ น้องแอน) “น้องแอน วันนั้นเราไปเจอน้องที่นั่นใช่ไหม พี่จำเราได้ เรายังถ่ายรูปด้วยกันอยู่เลย” หนูก็เอามือถือไปจ่อที่หน้าน้อง พอน้องเห็นข้อความ น้องก็นิ่งไปเลย หนูก็พูดว่า “ป่ะ ไปกินข้าวกับพี่ไหม เราจะซื้อของตรงนี้ใช่ป่ะ มา BTS เดี๋ยวมันจะเกะกะหรือเปล่า ไปกินข้าวกันก่อน เดี๋ยวค่อยกลับมาซื้อ” แล้วหนูก็ลากน้องเดินออกไป แล้วก็อธิบายให้น้องฟังว่า “แกลองดูตรงนี้สิ จุดสังเกตมันตรงนี้ คือมันปลอม” น้องก็พูดว่า “อ้าวหรอพี่ หนูเกือบโดนแหนะ” เรื่องมันจะจบอยู่แค่นี้แหละ หนูก็ไม่อะไรหรอก แต่พอดีที่แยกย้ายกับเด็ก 2 คนนั้นไป หนูก็คุยกันกับเพื่อน เพื่อนมันก็บอกประมาณว่า “เฮ้ย คือจริง ๆ แล้ว การที่แกทำแบบนี้มันไม่โอเคหรือเปล่า เพราะว่าการซื้อขายมันเป็นเรื่องของคนสองคนที่เขาดีลกัน การที่เราเอาตัวเองไปแทรก มันไปขัดวงจรเขา แกช่วยน้องเขา แต่ในขณะเดียวกัน แกก็ทำร้ายป้าเขานะเว้ย” มันเป็นความนอยด์ในใจเรา ด้วยตรรกะของหนู หนูคิดว่าทำถูกแต่เพื่อนกลับมองว่าหนูเผือก ที่ไปยุ่งกับเขา ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เป็นห่วงเรื่องที่หยกเอาตัวเองเข้าไปแทรก โดยที่มันอาจมีเอฟเฟคกับตัวหยกเอง เช่น ป้านั้นอาจจะมารุมตีหยก คือเหมือนหาเรื่องใส่ตัว เรื่องที่ป้าขายของผิดลิขสิทธิ์ เราไม่ใช่ตำรวจ เรื่องลิขสิทธิ์ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ป้าเขาก็อาจหลบหลีกตำรวจอยู่ หรือตำรวจอาจจะเล็งป้าอยู่ แต่มันไม่ใช่หน้าที่เราที่จะจับกุมเขา หรือในกรณีแบบนี้ สมมติว่าเรานั่งอยู่ แล้วเห็นผู้ชาย/ผู้หญิงนั่งอยู่ ผู้หญิงลุกไปแล้วผู้ชายใส่อะไรลงไปในแก้ว เคสแบบนี้อันตรายถึงชีวิตเราได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘การที่หยกเข้าหาด้วยวิธีการแบบนั้น ถ้าคนจิตไม่แกร่งเอาดี ๆ เขาตกใจ เขาอาจจะเหวอ ทำตัวไม่ถูก ประมาณว่า “คนนี้เป็นอะไรอ่ะ” พี่รู้สึกว่าวิธีนี้ทำได้นะในกรณีที่มันซีเรียสจริง ๆ ถ้าเป็นพี่ พี่ก็อาจจะหยิบมาแล้วก็พูดประมาณว่า “เอ๊ะ มันต้องมีตัวเลขตรงนี้หรือเปล่า ไม่แน่ใจเพราะหนูเคยเห็น” แล้วให้ดูรีแอคว่าคนขายเขาจะตอบยังไง แล้วให้น้อง 2 คนนั้น คิดด้วยตัวเอง พี่ชื่นชมในความตั้งใจของหยกที่จะช่วยเหลือคน แต่ว่าหยกต้องหาวิธีที่มันไม่ทำให้ตัวเองสุ่มเสี่ยงกว่านี้’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘วิธีการเข้าหาน่ากลัวมาก ถ้าเราจะใช้วิธีนี้ต้องเป็นเหตุการณ์เหมือนโดนลากไปเพื่อโดนปล้น เราเองไม่สนับสนุนของไม่ถูกลิขสิทธิ์ มันถูกต้องแล้ว แต่การที่เราเข้าไปแล้วเป็นนาตาชา โรมานอฟ ยื่นข้อความลับแบบนี้ พวกเรา 3 คน ตกใจกับวิธีการนี้มาก แล้วก็คิดว่าถ้าพี่เจอแบบนี้ พี่อาจจะไม่สนใจ แล้วซื้อตรงนั้นเลยก็ได้ หยกอยากช่วยน้องเขาจริง ๆ แต่เลือกวิธีการที่ซับซ้อนไปหน่อย หรือวิธีการแบบนี้มันอาจทำให้เพื่อนหยกตกใจ แล้วหาเหตุผลมา108 มาบอกว่าวิธีนี้ไม่เวิร์คหรอก เจตนาดีแต่หาวิธีการที่ไม่เป็นอันตรายขนาดนี้’ ก่อน “คุณหยก(นามสมมติ)” วางสาย พี่ ๆ ดีเจทั้ง 3 คน ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า ‘เจตนาหยกดี พี่ไม่อยากให้หยกทิ้งเจตนานี้ แต่ใช้กับสถานการณ์ให้ปลอดภัยกว่านี้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผิดปกติไหมคะ? เราไปสมัครงานบริษัทแห่งหนึ่ง เป็นบริษัทใหญ่ของต่างประเทศ เอ๊ะแรก ขอถ่ายบัตรประชาชนหน้า-หลัง เอ๊ะสอง ให้เซ็นรับรองบัตรประชาชนแบบห้ามขีดทับบัตร ทุกคนว่าแปลกไหมคะ

22 ก.ค. 2025

ผิดปกติไหมคะ? เราไปสมัครงานบริษัทแห่งหนึ่ง เป็นบริษัทใหญ่ของต่างประเทศ เอ๊ะแรก ขอถ่ายบัตรประชาชนหน้า-หลัง เอ๊ะสอง ให้เซ็นรับรองบัตรประชาชนแบบห้ามขีดทับบัตร ทุกคนว่าแปลกไหมคะ

“คุณปลา (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี เป็นสายที่ 6 ในรายการ "พุธทอล์ค พุธโทร" เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (16 กรกฎาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจตู่ภพธร” เกี่ยวกับปัญหาญาติไปสมัครงาน แล้วโดนขอสำเนาบัตรประชาชนทั้งหน้าและหลังบัตร แล้วห้ามขีดทับข้อมูล โดย “คุณปลา (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ช่วงนี้ญาติของหนูเขากำลังหางานอยู่ ก็มีการหว่านเรซูเม่ตาม platform ต่าง ๆ คราวนี้ก็มี recruit ติดต่อเข้ามาให้สัมภาษณ์ที่บริษัทแห่งหนึ่ง เป็นบริษัทใหญ่ในต่างประเทศ มีการเข้าไปสัมภาษณ์เรียบร้อย สัมภาษณ์เสร็จกลับมาบริษัทก็ไม่ได้มีการแจ้งผลกลับมาว่าผ่าน แต่เป็นทาง recruit ติดต่อกลับมาแทน ขั้นตอนต่อไปคือให้ญาติหนูส่งเอกสารต่าง ๆ และสลิปเงินเดือน แต่ติดที่สำเนาบัตรประชาชน ทาง recruit เขาขอสำเนาบัตรประชาชนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพราะถ้าแค่ยืนยันตัวตนแค่ด้านหน้าก็พอแล้วไหม เคยปฏิเสธไปแล้วแต่เขาก็บอกว่าทางนู้นขอมา แล้วเขาก็แจ้งว่าไม่ให้ขีดคร่อมบัตรหรือบังข้อมูลในบัตรประชาชน ให้เซ็นในที่ว่างเท่านั้น เลยอยากสอบถามดูว่าแบบนี้คือแปลกไหมและกลัวว่าถ้าปฏิเสธไปจะไม่ได้งาน?’ ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ปกติเดี๋ยวนี้เขาไม่เอาข้างหลังบัตรกันแล้ว แต่คิดว่ามันไม่เป็นผลถ้าเราไม่ให้เอกสารแล้วจะไม่ได้งาน ถ้าคุณสมบัติเราผ่านแล้ว เขาก็ไม่น่าจะเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็น อยากให้เช็คดี ๆ เกี่ยวกับบริษัทและคนที่ติดต่อเข้ามา หรือไม่ก็ให้ลองติดต่อ HR ไปเองเลย น่าจะได้คำตอบ’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘ถ้าไม่ขีดคร่อมบัตรเคยเจอ แต่ไม่ต้องถ่ายหลังบัตรก็ได้ เอาแค่หน้าบัตรแล้วแจ้งเขาไปว่าไม่สะดวกส่งหลังบัตร เพราะมันเป็นข้อมูลที่ส่วนตัวมาก ๆ แล้วลงรีวิวในโซเชียลถามเลยว่าใครเคยเจอบ้าง’ และสุดท้าย “ดีเจตู่ ภพธร” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘สำหรับผมต่อให้เราขีดคร่อมทับข้อมูลไป แต่ถ้าคนมันจะเอาไปทำอะไรไม่ดี มันก็เอาไปทำได้อยู่แล้ว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-