หนูมีปัญหากับเพื่อน LGBTQ โดยรวมแล้วเขาเป็นคนนิสัยดี แต่ชอบพูดจาแรง ชอบแซะเราตลอด แล้วก็ปิดท้ายประโยคว่า ‘หยอกเล่นนะๆ’ ควรจะคุยตรง ๆ ไปเลยว่าไม่โอเค ต้องจัดการความรู้สึกของตัวเอง… หรือควรที่จะสู้กลับดีคะ ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูมีปัญหากับเพื่อน LGBTQ โดยรวมแล้วเขาเป็นคนนิสัยดี แต่ชอบพูดจาแรง ชอบแซะเราตลอด แล้วก็ปิดท้ายประโยคว่า ‘หยอกเล่นนะๆ’ ควรจะคุยตรง ๆ ไปเลยว่าไม่โอเค ต้องจัดการความรู้สึกของตัวเอง… หรือควรที่จะสู้กลับดีคะ ?

28 พ.ย. 2025

หนูมีปัญหากับเพื่อน LGBTQ โดยรวมแล้วเขาเป็นคนนิสัยดี
แต่ชอบพูดจาแรง ชอบแซะเราตลอด แล้วก็ปิดท้ายประโยคว่า
‘หยอกเล่นนะๆ’ เช่น แต่งตัวตลกมาก หยอกเล่นนะๆ
อุ๊ย วันนี้หน้ามึงอุบาทว์มาก หยอกเล่นนะๆ
เวลาหนูได้ยินก็ขำตามเพื่อกลบเกลื่อน
แต่ความจริงแล้วหนูไม่โอเคเลย กลับบ้านมาร้องไห้คนเดียว
หนูอยากรู้ว่าถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้  ควรจะทำอย่างไรดี?
ควรจะคุยตรง ๆ ไปเลยว่าไม่โอเค
ต้องจัดการความรู้สึกของตัวเอง… หรือควรที่จะสู้กลับดีคะ ?

             “คุณแพร (นามสมมติ)” อายุ 22 ปี เป็นสายที่สอง ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (26 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเพื่อนปากไม่ดีชอบใช้คำพูดแรง ๆ กับเรา จะทำยังไงกับคนแบบนี้ดี

             “คุณแพร (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีปัญหากับเพื่อน LGBTQ ซึ่งโดยรวมเขาก็เป็นคนที่นิสัยดี แต่เขาชอบพูดจารุนแรง ยกตัวอย่างเช่น เมื่อวันก่อนที่เราไปกินปิ้งย่างด้วยกัน หนูเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังว่าไปกินข้าวกับแฟน และมีน้ำหมักหมูติดตะเกียบ แฟนก็เอาตะเกียบนั้นมากินต่อเลย หนูเลยตีมือแฟนแล้วบอกว่าไม่ควรกินแบบนี้ ซึ่งแฟนก็ไม่ได้ว่าอะไร หนูจึงอยากรู้ว่าสถานการณ์นี้มันปกติไหม เมื่อวันก่อนตอนที่นั่งกินปิ้งย่างกับเพื่อน ๆ เลยยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูด

             ซึ่งในโต๊ะนั้นมี 5 คน รวมหนูด้วย เพื่อน A บอกว่าแปลกเพราะเหมือนมีจุลินทรีย์ถ้าไม่แยกตะเกียบ ส่วนเพื่อน B ก็บอกว่าแปลกเหมือนกัน และบอกว่าไม่มี Common Sense ในการใช้ชีวิตเลย และเพื่อน C พูดว่าไม่แปลกเลย น้ำเสียงเหมือนประชด ทำให้หนูรู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง จึงถามกลับไปว่าเรื่องนี้มันปกติหรอ เพื่อน B ก็พูดแซะ ๆ ว่าคงเหมาะกันแล้ว เพราะไม่มี Common Sense ในการใช้ชีวิตเหมือนกัน แล้วเพื่อน ๆ ก็ขำกัน หนูก็ขำตามเพื่อกลบเกลื่อน แต่ความจริงแล้วหนูไม่โอเคเลย ทุกครั้งที่โดยแซวแรง ๆ หนูจะกลับห้องไปร้องไห้ตลอดเลย

             ต่อจากนั้น ก็มีเหตุการณ์ที่เพื่อนในโต๊ะพูดขึ้นว่า ‘แพรเปลี่ยนชื่อใช่ไหม?’ ซึ่งหนูก็ยอมรับว่าหนูเปลี่ยนชื่อเพราะดูดวงแล้วก็ไม่ค่อยพอใจกับชื่อเก่า เพื่อน A ก็พูดขึ้นมาว่า ‘เปลี่ยนชื่อเพราะจะเข้ากรุงเทพหรอ?’ พร้อมกับขำกัน และพูดทำนองประชดว่า ‘พูดเล่นนะแพร’ แล้วก็จะมีแซะเรื่องอื่น ๆ อีก แต่ตัวหนูรู้สึกไม่โอเคมาก

             หนูอยากรู้ว่าถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ ควรจะทำอย่างไรดี? ควรจะคุยตรง ๆ ไปเลยว่าไม่โอเค ควรจะจัดการความรู้สึกของตัวเอง…หรือควรที่จะสู้ดี ?’

             เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่แนะนำให้สู้ มันเป็นช่วงวัยที่รู้สึกว่าการจิกกัดเป็นเรื่องเก๋ เพราะถ้าสู้ไปแล้วเหมือนแพรออกไปรบแล้วแพ้ ตัวแพรเองจะหนักกว่าเดิม อยากจะสอนให้แพรรับมือกับคนมากกว่า ถ้าวันนึงไปอยู่ที่อื่นอาจจะเจอคนแบบนี้อีก ถ้ารับมือไม่ได้ก็อยากให้ปล่อยวาง’

             ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า  ‘ถ้าอยากจะสู้จริง ๆ แพรจะต้องไม่หวั่นไหวกับคำพูดของเขา ถ้าง่ายกว่านั้นคือแพรก็ไม่ต้องไปยุ่งกับเขา หนูก็มีสิทธิ์ที่จะเดินออกมาจากตรงที่ตัวเองไม่โอเคหรือไม่ก็หัวเราะตามน้ำไปเลย ให้คิดว่าเขาก็เป็นคนปากจัด ไม่ต้องเก็บมาคิดมาก’

             และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า  ‘ถ้าเป็นพี่ก็จะจัดการกับตัวเองเพราะเราไม่สามารถไปปรับเปลี่ยนใครได้ หรือถ้าเราไม่โอเคจริง ๆ เราอาจจะมีการรีแอคกลับไปแบบเบา ๆ ให้จบบทสนทนาเร็วที่สุดแล้วเขาจะมองออกว่าเราไม่ได้เอ็นจอยที่จะคุยเรื่องนี้…’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ถึงคราวต้องเลือก! ระหว่างแฟนกับสัตว์เลี้ยง ..จะเลือกอะไรดีคะ? l พุธทอล์คพุธโทร 17 ธันวาคม 68

19 ธ.ค. 2025

ถึงคราวต้องเลือก! ระหว่างแฟนกับสัตว์เลี้ยง ..จะเลือกอะไรดีคะ? l พุธทอล์คพุธโทร 17 ธันวาคม 68

“คุณใบชา (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (17 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับเรื่องที่เป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์มาก แต่แฟนไม่อยากให้เลี้ยง เลยต้องเลือกระหว่างแฟนกับเลี้ยงสัตว์ โดย “คุณใบชา (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ปัญหาคือหนูจะเลือกเลี้ยงสัตว์หรือเลือกแฟนดี ตอนนี้คบกับแฟนมา 10 ปีแล้ว มีเลี้ยงสัตว์ด้วยกัน เป็นหนูแกสบี้ 2 ตัว แต่ตอนนี้เหลืออยู่ 1 ตัว เพราะพึ่งเสียไปเมื่อต้นปี หลังจากที่เสียตัวแรกไปแฟนก็บอกมาตลอดว่า เขาไม่อยากเลี้ยงแล้ว เขาทำใจยาก แต่ตอนนั้นที่คุยกัน หนูก็คิดว่ามันพึ่งผ่านเหตุการณ์มา เลยไม่คิดอะไร จนอาทิตย์ที่ผ่านมา น้องอีกตัวเริ่มป่วย เพราะอายุที่เยอะแล้ว คุณหมอเริ่มบอกให้ทำใจได้แล้ว ซึ่งหนูทำใจได้นะ แต่แฟนทำใจไม่ได้ เขาเลยมาคุยว่า ถ้าตัวนี้ไปแล้วเขาจะไม่เลี้ยงแล้วนะ เขาทำใจไม่ได้ เขาไม่รู้จะรับมือกับมันยังไง แต่หนูคิดว่าเรื่องการสูญเสีย มันเป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอ ช่วงที่ผ่านมาหนูก็รู้สึกว่าเขาเปลี่ยนไป ตอนแรกนึกว่าเขาเครียดเรื่องงาน แต่เขามาพูดกับหนูว่า เขาเปลี่ยนไปเพราะว่าหนูตัวแรกมันหายไปนะ ถ้าเกิดตัวนี้มันหายไปอีกก็ไม่รู้จะทำยังไง คือหนูเป็นคนชอบสัตว์เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่นี่เป็น 2 ตัวแรกของเขา พอคุยกันไปมา เขาบอกให้เลือกว่าจะเลี้ยงสัตว์หรือเลิกกับเขา ถ้ามีเขาต้องไม่มีสัตว์เลี้ยง หนูก็เลือกยังไม่ได้ต้องขอคิดดูก่อน แต่เขากับหนูก็ซื้อบ้านอยู่ด้วยกัน เป็นครอบครัวที่อยู่ด้วยกันจนชินไปแล้ว เข้าใจเขานะที่ไม่อยากมี คือหนูจะเป็นคนเลี้ยงเป็นหลัก เขาเห็นหน้าทุกวันก็จะมีเดินมาเล่นมาดู แต่ก็รู้ว่าตอนที่เสียสัตว์เลี้ยงไป เขาเหมือนใจไม่ค่อยไหวจริง ๆ และเขายังบอกอีกว่า ในชีวิตเขาตอนนี้ ถ้าเขาต้องรับมือกับการสูญเสียขอให้มีแค่ พ่อ แม่ พี่ชาย เรา และหนูตัวสุดท้ายนี้ก็พอ ถ้ามีเข้ามาอีกก็ไม่รู้ว่าจะรับมือมันยังไง ปัญหาของใบชาวันนี้ที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ “หนูเลือกไม่ถูก ระหว่างสัตว์เลี้ยงกับแฟน” หนูควรจะทำยังไงดีคะ เริ่มด้วย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คำขาดของเขาบางทีมันฟังดูอาจจะเอาแต่ใจ แต่อยากมองว่าผลมันเป็นยังไง เขาจะรับได้มั้ย สมองคนเราในการตีความหรือรับมือในสิ่งต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราเห็นกับตามาแล้วว่าแฟนเรา Effect มันเป็นยังไงกับการสูญเสียคนในครอบครัว แล้วเขาพูดมาชัดเจนมาก ว่าชีวิตเขาจะทำใจสำหรับคนที่มีอยู่ตรงนี้เท่านั้น เขารักเรามากเลยนะ’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนนี้เรามีแฟนแล้วก็หนูแกสบี้อยู่ ถ้าวันใดวันหนึ่งน้องต้องจากไป ตอนนั้นเรายังมีแฟนอยู่ ทีนี้ถ้าเราจะมีสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ แล้วจะต้องเสียแฟนคนนี้ไป เป็นพี่จะเอาคนที่มีอยู่ตรงนี้มากกว่า เพราะเขารักเรามาก’ ต่อด้วย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เขาเลือกพูดอะไรที่ฟังดูกระทบจิตใจเรา เพราะเขาไปถึงที่สุดของปลายทางแห่งความรู้สึกแล้ว มันไปแตะเส้นตรงนั้น เขาขอความเห็นใจกับเราไปแล้ว แต่เรากลับไม่ได้ตอบรับเขา มันเลยไปถึงจุดที่เขาจะต้องพูดอะไรบางอย่าง ว่าเรื่องนี้มันสำคัญกับเขา แกสบี้ไปที่ไหนก็เล่นได้ แต่ผู้ชายคนนี้มีคนเดียวบนโลก แล้วเตรียมคำพูดปลอบเขาในวันที่หนูอีกตัวไปได้เลย อะไรที่คือคำพูดที่ดี ในวันที่เขาจะต้องสูญเสียอีกตัวหนึ่งไป บอกเขาเลยว่า การอยู่บางทีมันทรมานมากกว่าปล่อยให้น้องไปสบาย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เราเป็นทอม เคยคบกับแฟนผู้หญิงตอนมัธยม เลิกกันไป มาเจออีกที แฟนเก่าเราอุ้มลูก มีสามีแล้ว เราโกรธบล็อกเขาทุกช่องทาง แล้วเราก็มีแฟนใหม่ จนทราบข่าวว่าแฟนเก่าเสียชีวิต ย้อนดูในโซเชียลเขาไม่เคยลบรูปเราเลย พยายามติดต่อมาคุยกับเรา

07 มิ.ย. 2024

เราเป็นทอม เคยคบกับแฟนผู้หญิงตอนมัธยม เลิกกันไป มาเจออีกที แฟนเก่าเราอุ้มลูก มีสามีแล้ว เราโกรธบล็อกเขาทุกช่องทาง แล้วเราก็มีแฟนใหม่ จนทราบข่าวว่าแฟนเก่าเสียชีวิต ย้อนดูในโซเชียลเขาไม่เคยลบรูปเราเลย พยายามติดต่อมาคุยกับเรา

เราเป็นทอม เคยคบกับแฟนผู้หญิงตอนมัธยม เลิกกันไป มาเจออีกที แฟนเก่าเราอุ้มลูก มีสามีแล้วเราโกรธบล็อกเขาทุกช่องทาง แล้วเราก็มีแฟนใหม่ จนทราบข่าวว่าแฟนเก่าเสียชีวิตย้อนดูในโซเชียลเขาไม่เคยลบรูปเราเลย พยายามติดต่อมาคุยกับเรา รู้สึกติดค้างไม่ได้พูดอะไรกับเขาเลย “คุณนิค (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่สองในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [5มิ.ย.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาความรักที่ความรู้สึกยังค้างคา โดย “คุณนิค (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เป็นเรื่องราวที่เราเคยถูกผู้หญิงคนหนึ่งทิ้งไปนานมากแล้ว ซึ่งเรื่องมันจบไปแล้วแต่เรายังรู้สึกผิดอยู่ เริ่มจากเราเคยเป็นเพื่อนร่วมห้องกันมาก่อนตั้งแต่ม.ปลาย เค้าเคยมีแฟนเป็นผู้ชายมาก่อนแล้วก็ค่อยมาคบกับเราที่เป็นทอม เวลาที่เค้าทะเลาะกับเพื่อนเราก็จะอยู่ข้าง ๆ เค้าตลอด เค้าก็มักจะบอกกับเราว่า “อย่าทิ้งเค้าไปไหนนะ” เพราะเราเหมือนเป็นที่พึ่งทางใจให้กับเค้า จนจุดเปลี่ยนมันเกิดช่วงที่เราทั้งคู่เข้ามหาลัย เค้าสอบติดมหาลัยที่อยู่ต่างจังหวัด เราก็ไปส่งเค้าที่สนามบิน แต่หลังจากนั้นได้ 2 อาทิตย์เค้าก็โทรมาบอกเลิกเราเลย ทั้งๆไม่มีสัญญาณอะไรและเราก็ไม่ได้เตรียมใจไว้เลย ซึ่งเหตุผลที่เค้าบอกเราคือเราขี้หึงเกินไป งี่เง่าเกินไป โทษความผิดให้กับเราหมดเลย เราเลยไปส่องเฟซบุ๊คของเค้า และสิ่งที่เราเจอคือเค้าโพสรูปคู่กับผู้ชายคนหนึ่งที่น่าจะเป็นคนคุยใหม่ของเค้า เราเลยโกรธเค้ามาก ไล่ลบรูปคู่ทั้งหมด บล็อกเค้าทุกช่องทาง แต่ด้วยความที่พี่สาวของเราเรียนที่มหาลัยเดียวกับเค้า เราเลยยังได้ทราบข่าวเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้าง หลังจากจบมหาวิทยาลัย แฟนเก่าเราประกาศแต่งงานทันที เราก็แอบรู้สึกช็อคนิดนึงแต่ก็รู้สึกว่ามันผ่านมานานมากแล้วทำไมถึงต้องไปคิดอีก แต่มันดันมีเรื่องบังเอิญที่ทำให้เราต้องไปเจอเค้าและภาพที่เราเห็นคือเค้ากำลังอุ้มลูกอยู่ เราตัวชา ทำตัวไม่ถูก เลยเลือกที่จะเดินสวนไป ผ่านไปสักพักเราก็ได้ยินข่าวคราวอีกทีคือเค้าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ทั้งแม่และพี่สาวก็ไปให้กำลังใจเค้าและเหมือนจะดีขึ้น แต่สุดท้ายเค้าก็เสียชีวิต พอเราได้ยินแบบนั้นก็เหมือนโลกถล่ม สิ่งที่เราพยายามเกลียดเค้าหรือลืมเค้ามาโดยตลอดทำให้เราเสียศูนย์ไปเลย เราเลยขอแฟนคนปัจจุบันไปงานศพของเค้า และเราก็เสียใจที่คุยกับเค้าผ่านธูป และบอกกับตัวเองว่าทำไมเราไม่ทักไปคุยกับเค้า ทำไมเราถึงใจร้ายกับเค้า เราเลยกลับไปดูในเฟสบุ๊คคือเค้าไม่เคยลบรูปคู่กับเราเลย มันเลยยิ่งทำให้เราคิดว่าทำไมมีแต่เราที่มีทิฐิ และโกรธเค้าอยู่ฝ่ายเดียว ทำให้เราต้องไปปรึกษาจิตแพทย์และกินยา แต่เมื่อไหร่ที่นึกถึงเค้าเราก็จะร้องไห้ตลอด เลยอยากจะถามพี่ ๆ ว่าเราผิดมั้ยที่ตอนเลิกกันเราบล็อกเค้าทุกช่องทาง และถ้าอยากเลิกคิดเรื่องนี้พี่ช่วยแนะนำมุมมองใหม่ให้ได้มั้ยคะเพราะเราจมปลักกับตรงนี้มานานมาเกินครึ่งปีแล้ว’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คุณนิคไม่ผิดที่บล็อกเค้าเพราะเค้าบอกเลิกเรา จริง ๆ สำหรับผู้หญิงเรื่องแบบนี้เค้าวางแผนมาแล้วว่าจะเลิก กะว่าไปถึงอีกจังหวัดเค้าจะหาวิธีบอกเลิก หรือเค้าอาจจะไปแล้วไปเจอใครที่นู้นภายใน 2 อาทิตย์ สำหรับหอมมันก็คือการนอกใจ ก็ไม่มีอะไรที่ทำให้เราต้องเสียดาย เป็นหอมหอมก็ไม่ทักหา อาจจะใช้เวลาไปสักพักถึงจะให้อภัย ฉะนั้นตรงนี้ไม่ผิดอยู่แล้วเพราะเลิกกันไม่ดี ส่วนรื่องเปลี่ยนมุมมอง หอมว่าเราไม่ใช่หมอดู ไม่มีใครรู้อนาคตว่าใครจะต้องไปเจออะไร แล้วสัจธรรมของชีวิตคน เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องปกติมาก ไม่วันหนึ่งคุณนิคไปเค้าก็ไป มันไม่ใช่ความผิดเรา สิ่งที่เราทำมันก็ถูกต้องแล้วคือต่างคนต่างใช้ชีวิตเพราะเลิกกันไปแล้ว นิคอาจจะรู้สึกเสียดายที่น่าจะให้อภัยและคุยกับเค้าเพราะนี่คือเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่ง หอมคิดว่ามันเป็นความเสียดายมากกว่าที่คุณนิคจะเก็บมาโทษตัวเองว่าเราทำผิดทำไมเราไม่คุยกับเธอ มันไม่ใช่แค่คุณนิคอย่างเดียว เค้าอยากคุยกับเรารึเปล่า อันนี้ก็ไม่รู้ แล้วที่บอกว่าไลน์เด้งมาหาเราก็มีคนให้ข้อสันนิฐานว่า จริง ๆ เค้าอาจจะไม่ได้แอดเรามา แต่ถ้ามีเบอร์เราไลน์มันก็จะเด้งอัตโนมัติเวลาที่เค้าเปลี่ยนมือถือ และในเมื่อเค้าเป็นคนทิ้งเราก่อนเราก็ไม่ผิดที่เราทักเค้าไป แล้วการที่คุณนิครู้สึกว่าเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน และวันที่เค้าเสียชีวิตแล้วคุณนิคจะไปอโหสิกรรมอันนี้ก็เปนเรื่องที่ถูกต้อง เพราะเราไม่รู้เลยว่าวันหนึ่งเค้าจะเจออะไร เค้าจะจากเราไปตอนไหน ถ้าคุณนิครู้สึกว่านี่เป็นบทเรียนและไม่อยากเจอเรื่องแบบนี้อีก วันนี้คนที่อยู่ข้าง ๆ คุณนิค คุณนิคก็ต้องทำดีกับเค้าเช่น แฟนใหม่ที่เราคบ ถ้าวันหนึ่งเค้าเป็นอะไรขึ้นมาเราจะเสียดายอะไรที่เรายังไม่ได้ทำบ้าง ให้ทำกับคนนี้หรือทำกับคนรอบข้างเหมือนจะจากกันตลอดเวลา เพราะงั้นทำตีต่อกันกับคนที่ยังเหลืออยู่ อันนี้หอมว่าดีกว่า และเลิกคิดถึงคนที่จากไปแล้วและไม่ต้องโทษตัวเอง เพราะเค้าไปแล้วและไม่รับรู้อะไรแล้ว’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็ใกล้เคียงกับหอม เพราะพี่ก็ถามว่าว่าทำไมนิคคิดว่าตัวเองผิด แต่ด้วยจังหวะของการเลิกกันมันอาจจะกระทันหัน ซึ่งการเลิกกันแบบนี้ก็ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้นกับคู่อื่น ๆ คนเรามีการบอกบอกเลิกหรือวิธีหยุดความสัมพันธ์ที่ไม่เหมือนกัน บางคนก็หายไปเลย บางคนก็มานั่งคุย อันนี้ก็แล้วแต่คู่ แล้วพอเลิกกันไปผมมองว่าต่างคนต่างวางตัวกันดี เอาจริงคุณนิคก็ไม่ควรทักไปอยู่แล้ว เพราะมันไม่มีสาเหตุที่ต้องคุยกันในฐานะเพื่อนเก่าหรืออะไรก็ตาม ยิ่งทักคุยกันอาจจะยิ่งเป็นปัญหากับความสัมพันธ์ปัจจุบันของแฟนเค้าซะมากกว่า ผมว่าต่างฝ่ายต่างทำถูกแล้วที่ไม่ได้ติดต่อกัน และสุดท้ายคนที่จะติดค้างเรื่องคำขอโทษก็น่าจะเป็นฝ่ายเค้ามากกว่า ผมมองว่าทุกอย่างดำเนินไปตามปกติที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว ไม่เห็นว่าจะมีความผิดอะไรจากคุณนิคเลย ในเรื่องของมุมมองคุณนิคต้องล้างความคิดว่าตัวเองผิดก่อน ผมไม่เห็นว่าคุนนิคจะต้องมีอะไรที่ติดค้างหรือรู้สึกผิด เพราะต่างฝ่ายก็ต่างไปมีชีวิต คนที่เลิกกันแล้วบางทีก็ไม่เหมาะไม่ควรที่เราจะคบหากันต่อ แม้จะเป็นเพื่อนกันก็ตามมันต้องย้อนกลับไปตั้งแต่เป็นเพื่อนกัน เมื่อไหร่ที่ตัดสินใจก้าวข้ามความเป็นเพื่อนมาเป็นแฟน มันคือการเปลี่ยนแปลงที่ย้อนกลับไปไม่ได้ พอเลิกกันก็ต้องทำใจว่าความสัมพันธ์แบบเพื่อนมันจะไม่กลับมา และทุกอย่างี่เกิดขึ้นมาผมมองว่ามันเป็นเรื่องปกติทุกอย่าง’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่จะเสนอมุมมองที่ต่างพี่เผือกพี่หอมนิดนึง เท่าที่พี่ฟังมาพี่รู้สึกเสียดายชีวิตคุณนิคมากเลย พี่รู้สึกว่า 9 ปีตั้งแต่เลิกกับเค้าคุณนิคไม่ได้ไปไหนเลย อย่างตอนที่เจอเค้าอุ้มลูกแล้วคุณนิคหนี ถ้าเป็นคนที่มูฟออนแล้วพี่ว่าเค้าคงเดินไปถามสารทุกข์สุขดิบ แต่สำหรับเติ้ลมองว่าเหมือนคุณนิคยังอยากได้เค้าเป็นแฟน ยังเฝ้าดูชีวิตเค้าตลอด เรื่องของเค้ายังเข้ามากระทบจิตใจคุณนิคตลอด แล้วสุดท้ายคนที่ไม่ไปไหนก็คือตัวคุณนิค แต่วันนี้เค้าเสียไปแล้วแต่คุณนิคเองที่ยังไม่ไปไหน ซึ่งทำให้เติ้ลเสียดายเวลาที่คุณนิคจะไปมีความสุขกับตัวเอง ถ้าคุณนิคยังไม่เลิกคิดว่าตัวเองผิด ก็โปรดให้อภัยตัวเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบกับแฟนมา 10 ปี แต่หลังจดทะเบียนสมรสแฟนก็เปลี่ยนไป เขาจะชอบแคะสะดือ ชอบเกา ชอบล้วงเป้ามาให้ผมดม หนักสุดคือมายืนผึ่งน้องชายหน้าพัดลม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำ ผมด่าไปก็หันมาหัวเราะใส่ อยากรู้ว่าคู่รักคู่อื่นเป็นเหมือนกันไหม แล้วผมต้องพูดยังไงให้เขาหยุดทำ

14 พ.ย. 2025

คบกับแฟนมา 10 ปี แต่หลังจดทะเบียนสมรสแฟนก็เปลี่ยนไป เขาจะชอบแคะสะดือ ชอบเกา ชอบล้วงเป้ามาให้ผมดม หนักสุดคือมายืนผึ่งน้องชายหน้าพัดลม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำ ผมด่าไปก็หันมาหัวเราะใส่ อยากรู้ว่าคู่รักคู่อื่นเป็นเหมือนกันไหม แล้วผมต้องพูดยังไงให้เขาหยุดทำ

คบกับแฟนมา 10 ปี แต่หลังจดทะเบียนสมรสแฟนก็เปลี่ยนไปเขาจะชอบแคะสะดือ ชอบเกา ชอบล้วงเป้ามาให้ผมดมหนักสุดคือมายืนผึ่งน้องชายหน้าพัดลม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำผมด่าไปก็หันมาหัวเราะใส่ อยากรู้ว่าคู่รักคู่อื่นเป็นเหมือนกันไหมแล้วผมต้องพูดยังไงให้เขาหยุดทำ “คุณโก้” (นามสมมติ) อายุ 30 ปี เป็นสายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (12 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เรื่องแฟนมีนิสัยเปลี่ยนไปหลังแต่งงาน ชอบแคะ ชอบล้วงของตัวเองมาให้เราดม “คุณโก้” (นามสมมติ) ได้เล่าว่า ‘ผมมีแฟนอยู่คนหนึ่ง อยู่ด้วยกันเข้าปีที่ 10 แล้ว แฟนผมเขาเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูด เขาดูเป็นผู้ใหญ่มาก ปีที่แล้ว เราได้จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมกัน เขาก็มีนิสัยเปลี่ยนไป เวลาเขาอยู่กับผม เขาจะชอบล้วง แคะ แกะ เกาส่วนต่าง ๆ ของตัวเองมาดม ทั้งสะดือ ทั้งเป้า เขาเกาแล้วดมคนเดียวไม่พอ ยังเกาแล้วเอามาให้ผมดมด้วย ทำจนติดเป็นนิสัย ล่าสุดผมดูทีวีกับเขาที่โซฟา เขาก็มาผึ่งน้องชายที่หน้าพัดลม พอผมด่าเขา เขาก็หัวเราะใส่ ไม่ได้รู้สึกผิดอะไร ซึ่งก่อนหน้าที่จะจดทะเบียนสมรสกัน เขาไม่เคยทำแบบนี้ ผมเลยอยากรู้ว่าชีวิตคู่คนอื่น ๆ เป็นแบบนี้หรือเปล่าครับ ที่ชอบล้วง ชอบเกามาให้เราดม แล้วมีวิธีพูดกับเขายังไงบ้างให้หยุดทำ เพราะผมปรับตัวไม่ทัน’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถามว่าเป็นไหม ผมก็เป็น แต่ว่าเราไม่ถึงขนาดที่เอากลิ่นไปให้คนอื่นดม ถ้าพูดถึงตามอายุ การระมัดระวังคนเราจะน้อยลง จะสังเกตเห็นว่ายิ่งเราอายุเยอะหรือเราเจอคนที่อายุเยอะ เขาจะทำอะไรโดยที่เขาอาจจะไม่ได้ทันระแวงว่าสังคมจะคิดยังไง แต่นี่ก็คือชีวิตคู่ พอยิ่งอยู่กันไป ต่อให้เรานั่งอยู่ในห้องน้ำ เขาก็เปิดเข้ามาได้ ใช้เวลาต่อไปแล้วคิดว่าเดี๋ยวเราก็จะชิน เพราะมันเลี่ยงไม่ได้แล้ว ไม่ก็ให้เขาฟอกสบู่ก็ได้ครับ’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘พี่ว่ามันปกตินะ กับการที่เขาจะทำอะไรอย่างนั้น เพราะว่ามันอยู่กันมานาน พี่ว่าเขาอาจจะสบายใจกับคุณโก้มากแล้ว เขาก็เลยปล่อยตัวสุด ๆ เรื่องเกาไม่ค่อยเป็นปัญหา แต่ปัญหาคือการเอามาให้ดม ถ้ามันเหม็น คุณโก้ก็ต้องบอกเขาว่าเหม็น ตราบใดถ้ามันไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องสุขอนามัย พี่โอเค แต่ถ้าถามว่าการทำแบบนี้มันผิดปกติไหม พี่ว่าไม่นะ เพราะอย่างพี่ก็สบายใจที่จะตดใส่กันแล้ว ส่วนเรื่องปรับตัว พี่ว่าค่อย ๆ บอกเขาดีกว่า ค่อย ๆ ให้เขาเห็นว่าเราไม่ได้ชอบเรื่องแบบนี้ เพราะเขาก็เหมือนมาแกล้งเรานั่นแหละ’สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ความคิดเห็นเหมือนทั้งสองคนเลย ก็แล้วแต่ว่าอยู่กับใคร คบกันนานแค่ไหน มองว่ามันเป็นเรื่องของความสบายใจ แต่ถ้าโก้รู้สึกว่าโก้รับไม่ได้ พี่จะให้วิธีไปก็คือถือสเปรย์หรือที่ฉีดยุง เมื่อไหร่ที่เขาให้ดม เราก็ฉีด แลกกัน ให้เขารู้ว่าเราไม่โอเคจริง แต่ถ้าเกิดว่ามันไม่หนักหนาเหลือบ่ากว่าแรงก็ให้มองว่าเขาสบายใจที่จะให้เราเป็นคนรีวิวในส่วนนั้น บางทีเขาอาจจะต้องการคำรีวิวแบบไม่อวย เพราะว่าสิ่งเหล่านี้คนอื่นทำแทนโก้ไม่ได้นะ แล้วก็พวกกลิ่นกาแฟช่วยได้ ถ้าเขายื่นมา เราก็ดมกลิ่นกาแฟให้มันจางก่อนเพื่อที่เราจะได้ตอบรับกลิ่นได้ ก็อยู่ที่ว่ามันเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กน้อยสำหรับเรา เท่านั้นเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายกาวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ตอนนี้อายุ 17 แต่ลังเลกับชีวิต... จะเลือก 'ลาออก' จากโรงเรียน แล้วไปหางานทำ หรือ 'เรียนต่อ' จนจบดี ตัดสินใจไม่ได้ รู้สึกเหมือนเปลืองเงินพ่อแม่ไปวันๆ

01 ธ.ค. 2023

ตอนนี้อายุ 17 แต่ลังเลกับชีวิต... จะเลือก 'ลาออก' จากโรงเรียน แล้วไปหางานทำ หรือ 'เรียนต่อ' จนจบดี ตัดสินใจไม่ได้ รู้สึกเหมือนเปลืองเงินพ่อแม่ไปวันๆ

“คุณชาเย็น (นามสมมติ)” อายุ 17 ปี สายที่สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม กับปัญหาที่ว่าจะเรียนต่อหรือลาออกมาทำงานดีเพราะว่าสงสารพ่อแม่ที่ทำงานลำบากมาส่งตัวเองเรียน โดย “คุณชาเย็น (นามสมมติ)” ได้เริ่มปรึกษาว่า ‘หนูเลือกที่จะเรียนต่อ หรือว่าเลือกที่จะออกจากโรงเรียนดี หนูสงสารพ่อแม่ที่ต้องทำงานส่งหนูเรียนเพราะว่าหนูเป็นคนที่ไม่เข้าเรียน ชอบโดดเรียน เพราะในห้องหนูไม่มีเพื่อนเลย ก็จะโดดเรียนไปนั่งที่โรงอาหารกับเพื่อนห้องอื่น เพื่อนในห้องเดียวกันก็ไม่มีใครพูดกับหนู เพราะเขาเห็นหนูเป็นคนไม่ดีกันไปหมดแล้ว หนูเคยขึ้นไปเรียนครั้งนึง เรียนไปหนูก็ไม่มีความสุข หนูสงสารพ่อแม่ที่ต้องทำงานหาส่งหนูเรียน หนูเห็นท่านทำงานลำบากแล้วสงสาร หนูเลยคิดว่า ออกทำงานดีไหมเพื่อหาเงินให้พ่อแม่บ้าง อยากหาเงินมีอะไรเป็นของตัวเองบ้าง ตอนนี้หนูอยู่ ม.4 หนูคิดว่าจะไปทำเป็นเด็กเสิร์ฟแล้วก็ไปเรียน กศน. เอาวุฒิม.6 ไปต่อมหาวิทยาลัยหนูคิดไว้ว่าอย่างนี้ หนูอยากปรึกษาว่าหนูควรลาออกมาทำงานหรือว่าควรจะเรียนต่อดี’ โดยเริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เป็นคนที่อยู่ในกลุ่มเก ไม่เรียนหนังสือ ไม่ตั้งใจ เพื่อนพี่ก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน พี่มีทั้งกลุ่มที่เป็นเด็กเรียน และไม่เรียน แต่พี่ชอบเอาตัวเองไปอยู่ในกลุ่มเด็กเกเร เพราะพี่มีปัญหาทางบ้าน บ้านพี่ไม่ค่อยอบอุ่นพี่ก็เลยไปทำอะไรแบบนั้น แต่คนที่เป็นรุ่นราวคราวเดียวหรือกลุ่มเกเรของพี่ ไม่ตายก็ติดคุก ไม่ติดคุกก็ติดยาแล้วก็เป็นบ้า ทั้งหมด 30 กว่าคน มีพี่รอดคนเดียว พี่เลยไม่แน่ใจว่าชาเย็นจะเป็น 1 ในคนที่รอดไหม ที่พี่รอดเพราะพี่หันกลับมาเรียนในวันหนึ่ง พี่เลือกที่จะไม่ติดยาแล้วก็ตายไปกับเพื่อน พี่เลือกวกกลับมา แล้วพี่รู้สึกเสียดายเวลาที่ ณ เวลานั้น กูไปทำอะไรอยู่วะ พี่ก็คิดแบบนี้ พี่อยากได้เงิน แต่การอยากได้เงินของพี่ พี่มีเป้าหมายในชีวิต ก็คือหาเงินเรียนในสิ่งที่ต้องการ พี่ฟังชาเย็น พี่ไม่เห็นเป้าหมายที่มันแข็งแรง เป็นเป้าหมายระยะสั้นๆ จะไปทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟแบบนี้ พี่ว่าความทะเยอทะยานมันน้อยไปหน่อย ถ้าเป็นเด็กเสิร์ฟแล้วต้องไปเรียนต่อ สุดท้ายมันก็ต้องไปเรียนต่อ แล้วปัญหาที่เพื่อนไม่คุยกับเรา มันไม่แปลกหรอกเพราะเราไปอยู่กลุ่มที่มันคนละเคมีกับเขา ถ้าวันนี้เราอยากกลับไปอยู่ ในสังคมที่เพื่อนเขาคุยกับเรา เราก็ลองคุยกับเขาก่อน เราไปตั้งใจเรียนไปอยู่ในกลุ่มของเขา มันมีวิธีในการเขาหาเพื่อนได้เยอะแยะ พี่ว่าโลกข้างนอกอันตรายเกินไป แต่มันก็อยู่ที่ใจชาเย็นนะ ถ้าอยากออกมาหาเงินจริง ๆ อันนี้ต้องคุยกับพ่อแม่ เราก็ลองปรึกษาเขาว่าให้หนูออกมาทำงานดีไหม หนูอยากหาเงิน แต่เป้าหมายต้องแข็งแรงกว่านี้หน่อยว่าทำงานอะไร ต้องการเงินเท่าไหร่ พี่ว่าการเรียนหนังสือมันก็ให้อะไรมากกว่าที่เราคิด วุฒิการศึกษามันสามรถทำให้ง่ายกับการเปลี่ยนอาชีพ สมมติว่าอยากไปทำธุรการ ไปเรียนคุณครู แบบนี้เขาดูวุฒิการศึกษา ยกเว้นชาเย็นจะบอกว่าหนูอยากจะไปเป็นเน็ตไอดอล หนูสามารถทำเงินได้ 100 ล้าน ไม่ต้องใช้วุฒิการศึกษา แต่ต้องถามตัวเองว่าแล้วเราชอบทางนี้ไหม หรือเรามีความสามารถทางนี้ไหม ถ้าวันนี้เรายังไม่รู้ตัวเองว่าต้องการอะไรหรือชอบอะไร พี่ว่าการเรียนไปก่อนเป็นสิ่งที่ดี พี่แนะนำแบบนี้ แต่ถ้าอยากจะออกจริงๆ ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนว่า เราต้องการเงินนี้ไปทำอะไร เพื่ออะไรแล้วเลือกอาชีพที่เหมาะกับเรา’ ต่อมาที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘เราอยู่กับเพื่อนแบบไหนก็มีความเป็นไปได้ว่าเราจะกลายเป็นคนแบบนั้นเยอะมาก เลือกอยู่กับคนที่จะพาเราไปสู่สิ่งที่ดี พาเราเจริญขึ้น อันนี้คำแนะนำแรก คำแนะนำที่สอง ถ้าสงสารคุณพ่อคุณแม่จริงๆ สิ่งที่ง่ายที่สุดก็คือทำให้เงินที่เขาจ่าย กลับมามีค่ากลับมาคุ้มค่า ไม่ยากเลยแค่เดินขึ้นไปเรียน ขึ้นไปแล้วเขาไม่คุยด้วยไม่แปลกครับเพราะว่า ชาเย็นบอกเคยขึ้นไปครั้งเดียวแล้วใครจะคุยกับหนูล่ะลูก เพราะเขาเรียนกันมาไม่รู้เท่าไหร่แล้ว หนูเพิ่งเคยขึ้นไปครั้งเดียว ถ้าสมมติหนูเป็นคนที่นั่งเรียนอยู่ แล้วก็มีใครไม่รู้ที่โดดเรียนตลอดเลย แล้ววันหนึ่งมาเพิ่งขึ้นมา หนูจะไปสนิทกับเขาหรอ หนูจะอยากคุยกับเขาหรอ ต่อให้เขาไม่ได้มองว่าหนูเป็นคนดีหรือไม่ดีก็เถอะ เขาก็ไม่ได้สนิทพอที่จะเดินเข้ามาคุย ถ้าเขารู้ว่าใครดีใครไม่ดีแล้วไม่อยากจะมาอยู่กับคนไม่ดี ก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ถ้าชาเย็นจะบอก ชาเย็นไม่ใช่เป็นคนไม่ดี ชาเย็นแค่ขึ้นไปเรียนอยู่กับเพื่อนมันก็จะค่อยๆ รู้จักกันไปเอง ทีนี้ทำไมถึงอยากให้กับไปเรียน การเรียนให้มันจบอย่างน้อยคือการศึกษาขั้นต่ำ วุฒิการศึกษาที่ชาเย็นจะได้มันทำให้ชาเย็นจะเอาไปยื่นทำงานในอนาคตได้มากกว่าเยอะเลย แล้วโรงเรียนที่มีกฎระเบียบครอบไว้ชาเย็นยังไม่อยู่ แล้วถ้าไปเรียน กศน. ที่ไม่มีอะไรมาครอบไว้ ชาเย็นจะบังคับตัวเองได้หรอ แล้วจะจบไหม กศน. แล้วคิดว่าตัวเองจะสอบผ่านไหม จะเรียนตามเขาได้ไหมในเมื่อกฎของโรงเรียนหนูยังทำไม่ได้เลย พี่บอกสั้นๆ ว่า เรียนให้จบม.6 นี่เป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดที่คนเราจะรับผิดชอบตัวเองได้’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อยากให้เรียน เพราะว่าฟังจนถึงตอนนี้ พี่อาจจะรีบตัดสินเร็วเกินไปแต่พี่คิดว่าชาเย็นไม่น่ารอดในการออกไปทำงานและหาเลี้ยงชีพด้วยตัวเองแล้วจะกลับไปเรียน กศน. ไปต่อมหาวิทยาลัย พี่คิดแบบี้เลยนะ อย่างที่พี่เผือกถาม หนูเรียนตอนนี้ตามหลักสูตรปกติหนูยังทำไม่ได้ ที่มีเงินจากพ่อแม่ที่ส่งให้หนูไปเรียน แล้วการที่ต้องไปเรียนและทำงานไปด้วยพี่ว่ามันยากมากเลยนะ อันนั้นพี่จะเห็นในกรณีของคนที่เขาไม่มีโอกาส ไม่มีเงิน เขามีเป้าหมายว่า เขาทำงานเพื่อหาเงินเพื่อนส่งตัวเองเรียน กศน. อันนั้นพี่เข้าใจได้ และพี่เชื่อว่าแบบนั้นเขาจะประสบความสำเร็จ เขามีเป้าหมายในชีวิต แต่ตอนนี้ชาเย็นเหมือนเอาอันนี้มาแก้ปัญหาที่มันเป็นการแก้ปัญหาผิดวิธีมากเลย พวกพี่พยายามจะถามว่า การที่กลัวว่าพ่อแม่จะเสียใจที่ทำงานส่งหนูเรียน หนูก็แค่ไปตั้งใจเรียนให้มันจบ หนูบอกปัญหาเรื่องเพื่อน พี่บอกว่าปัญหาเรื่องเพื่อนแค่นี้หนูยังสู้มันไม่ได้ หนูยังกลัว โลกข้างนอกพี่ว่ามันเลวร้ายกว่านี้อีก หนูจะทำอย่างไรถ้าหนูไปเสิร์ฟแล้วโดนเจ้าของร้านโกง หนูจะทำอย่างไรถ้าโดนลูกค้าด่า เพื่อนร่วมงานไม่คบ หรืออะไรก็ตามมันเกิดขึ้นได้ทั้งหมด โลกข้างนอกพี่ว่ามันโหดกว่าในโรงเรียน เยอะ เพื่อนไม่คุยกับหนูเพราะคิดว่าหนูเกเร ปัญหาแบบนั้นสำหรับพี่ มันสามารถแก้ปัญหาได้ แต่หนูเลือกที่จะเอาตัวเองออกจากโรงเรียน กระโจนเข้าสู่สิ่งที่มันมันเยอะกว่านี้ถ้ามันจะเกิดปัญหาขึ้น แล้วสำหรับพี่ การเรียนมันทำให้พี่มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ มันไม่ใช่แค่วิชาความรู้ที่เราจะได้จากโรงเรียน แต่มันยังหมายถึงการที่เราจะรู้จักการปรับตัวให้เข้ากับเพื่อน รู้จักการเข้าสังคม รู้จักการทำงานร่วมกับคนอื่น ซึ่งตอนนี้พี่คิดว่ามันเร็วมากเลยที่ชาเย็นจะตัดสินใจหันหลังให้มันเลย เพียงเพราะว่าเพื่อนไม่คุยกับเรา ชาเย็นแก้ปัญหาที่ผิดอยู่ตอนนี้ เพราะคุณพ่อคุณแม่ลำบากในการหาเงินมาให้หนู หนูก็ต้องเห็นคุณค่าของมัน โดยการไปเรียนหนังสือและตั้งใจเรียน ช่วงม.ปลาย มันจะเป็นช่วงที่ทำให้หนูได้รู้ว่าหนูอยากเรียนเพื่อไปเป็นอะไร จะทำให้หนูได้รู้ว่าหนูชอบอะไร โลกภายนอกมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ที่หนูพูดพี่ว่าหนูยังไม่เจออะไรมาเลย สำหรับพี่ยังไงการเรียนก็สำคัญและมันก็ทำให้พี่เป็นผู้เป็นคนก็เพราะการเรียนนี่แหละ ทั้งเพื่อน คุณครู กิจกรรม ถ้าหนูเลือกออกมาแล้ว มันกลับไปหาแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว คิดดีๆ นะ พี่อยากให้กลับไปเรียนหนังสือ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-