คบกับแฟนมา 10 ปี แต่หลังจดทะเบียนสมรสแฟนก็เปลี่ยนไป เขาจะชอบแคะสะดือ ชอบเกา ชอบล้วงเป้ามาให้ผมดม หนักสุดคือมายืนผึ่งน้องชายหน้าพัดลม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำ ผมด่าไปก็หันมาหัวเราะใส่ อยากรู้ว่าคู่รักคู่อื่นเป็นเหมือนกันไหม แล้วผมต้องพูดยังไงให้เขาหยุดทำ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คบกับแฟนมา 10 ปี แต่หลังจดทะเบียนสมรสแฟนก็เปลี่ยนไป เขาจะชอบแคะสะดือ ชอบเกา ชอบล้วงเป้ามาให้ผมดม หนักสุดคือมายืนผึ่งน้องชายหน้าพัดลม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำ ผมด่าไปก็หันมาหัวเราะใส่ อยากรู้ว่าคู่รักคู่อื่นเป็นเหมือนกันไหม แล้วผมต้องพูดยังไงให้เขาหยุดทำ

14 พ.ย. 2025

คบกับแฟนมา 10 ปี แต่หลังจดทะเบียนสมรสแฟนก็เปลี่ยนไป 
เขาจะชอบแคะสะดือ ชอบเกา ชอบล้วงเป้ามาให้ผมดม 
หนักสุดคือมายืนผึ่งน้องชายหน้าพัดลม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำ 
ผมด่าไปก็หันมาหัวเราะใส่ อยากรู้ว่าคู่รักคู่อื่นเป็นเหมือนกันไหม 
แล้วผมต้องพูดยังไงให้เขาหยุดทำ

         “คุณโก้” (นามสมมติ) อายุ 30 ปี เป็นสายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (12 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เรื่องแฟนมีนิสัยเปลี่ยนไปหลังแต่งงาน ชอบแคะ ชอบล้วงของตัวเองมาให้เราดม

         “คุณโก้” (นามสมมติ) ได้เล่าว่า ‘ผมมีแฟนอยู่คนหนึ่ง อยู่ด้วยกันเข้าปีที่ 10 แล้ว แฟนผมเขาเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูด เขาดูเป็นผู้ใหญ่มาก ปีที่แล้ว เราได้จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมกัน เขาก็มีนิสัยเปลี่ยนไป เวลาเขาอยู่กับผม เขาจะชอบล้วง แคะ แกะ เกาส่วนต่าง ๆ ของตัวเองมาดม ทั้งสะดือ ทั้งเป้า เขาเกาแล้วดมคนเดียวไม่พอ ยังเกาแล้วเอามาให้ผมดมด้วย ทำจนติดเป็นนิสัย ล่าสุดผมดูทีวีกับเขาที่โซฟา เขาก็มาผึ่งน้องชายที่หน้าพัดลม พอผมด่าเขา เขาก็หัวเราะใส่ ไม่ได้รู้สึกผิดอะไร ซึ่งก่อนหน้าที่จะจดทะเบียนสมรสกัน เขาไม่เคยทำแบบนี้ ผมเลยอยากรู้ว่าชีวิตคู่คนอื่น ๆ เป็นแบบนี้หรือเปล่าครับ ที่ชอบล้วง ชอบเกามาให้เราดม แล้วมีวิธีพูดกับเขายังไงบ้างให้หยุดทำ เพราะผมปรับตัวไม่ทัน’

         เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถามว่าเป็นไหม ผมก็เป็น แต่ว่าเราไม่ถึงขนาดที่เอากลิ่นไปให้คนอื่นดม ถ้าพูดถึงตามอายุ การระมัดระวังคนเราจะน้อยลง จะสังเกตเห็นว่ายิ่งเราอายุเยอะหรือเราเจอคนที่อายุเยอะ เขาจะทำอะไรโดยที่เขาอาจจะไม่ได้ทันระแวงว่าสังคมจะคิดยังไง แต่นี่ก็คือชีวิตคู่ พอยิ่งอยู่กันไป ต่อให้เรานั่งอยู่ในห้องน้ำ เขาก็เปิดเข้ามาได้ ใช้เวลาต่อไปแล้วคิดว่าเดี๋ยวเราก็จะชิน เพราะมันเลี่ยงไม่ได้แล้ว ไม่ก็ให้เขาฟอกสบู่ก็ได้ครับ’

         ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘พี่ว่ามันปกตินะ กับการที่เขาจะทำอะไรอย่างนั้น เพราะว่ามันอยู่กันมานาน พี่ว่าเขาอาจจะสบายใจกับคุณโก้มากแล้ว เขาก็เลยปล่อยตัวสุด ๆ เรื่องเกาไม่ค่อยเป็นปัญหา แต่ปัญหาคือการเอามาให้ดม ถ้ามันเหม็น คุณโก้ก็ต้องบอกเขาว่าเหม็น ตราบใดถ้ามันไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องสุขอนามัย พี่โอเค แต่ถ้าถามว่าการทำแบบนี้มันผิดปกติไหม พี่ว่าไม่นะ เพราะอย่างพี่ก็สบายใจที่จะตดใส่กันแล้ว ส่วนเรื่องปรับตัว พี่ว่าค่อย ๆ บอกเขาดีกว่า ค่อย ๆ ให้เขาเห็นว่าเราไม่ได้ชอบเรื่องแบบนี้ เพราะเขาก็เหมือนมาแกล้งเรานั่นแหละ’

สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ความคิดเห็นเหมือนทั้งสองคนเลย ก็แล้วแต่ว่าอยู่กับใคร คบกันนานแค่ไหน มองว่ามันเป็นเรื่องของความสบายใจ แต่ถ้าโก้รู้สึกว่าโก้รับไม่ได้ พี่จะให้วิธีไปก็คือถือสเปรย์หรือที่ฉีดยุง เมื่อไหร่ที่เขาให้ดม เราก็ฉีด แลกกัน ให้เขารู้ว่าเราไม่โอเคจริง แต่ถ้าเกิดว่ามันไม่หนักหนาเหลือบ่ากว่าแรงก็ให้มองว่าเขาสบายใจที่จะให้เราเป็นคนรีวิวในส่วนนั้น บางทีเขาอาจจะต้องการคำรีวิวแบบไม่อวย เพราะว่าสิ่งเหล่านี้คนอื่นทำแทนโก้ไม่ได้นะ แล้วก็พวกกลิ่นกาแฟช่วยได้ ถ้าเขายื่นมา เราก็ดมกลิ่นกาแฟให้มันจางก่อนเพื่อที่เราจะได้ตอบรับกลิ่นได้ ก็อยู่ที่ว่ามันเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กน้อยสำหรับเรา เท่านั้นเอง’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

        ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายกาวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น เรียนจบแล้ว จะอยู่เที่ยวต่อก่อนกลับไทย 1 เดือน ทักไปขอเพื่อนผู้หญิง จะขออยู่ด้วยชั่วคราว แต่เพื่อนผู้หญิงบอกว่าไม่สะดวก ก็เลยไปขอเพื่อนผู้ชายที่เรียนด้วยกันที่ญี่ปุ่น

04 ก.ค. 2025

หนูเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น เรียนจบแล้ว จะอยู่เที่ยวต่อก่อนกลับไทย 1 เดือน ทักไปขอเพื่อนผู้หญิง จะขออยู่ด้วยชั่วคราว แต่เพื่อนผู้หญิงบอกว่าไม่สะดวก ก็เลยไปขอเพื่อนผู้ชายที่เรียนด้วยกันที่ญี่ปุ่น

หนูเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น เรียนจบแล้ว จะอยู่เที่ยวต่อก่อนกลับไทย 1 เดือน ทักไปขอเพื่อนผู้หญิงจะขออยู่ด้วยชั่วคราว แต่เพื่อนผู้หญิงบอกว่าไม่สะดวก ก็เลยไปขอเพื่อนผู้ชายที่เรียนด้วยกันที่ญี่ปุ่นเพื่อนคนนี้บอกว่า มาเลย นอนด้วยกันได้ ไม่มีปัญหา หนูรู้สึกว่าอยากประหยัดเงิน แต่จะบอกแฟนหนูยังไงดีให้เขาเข้าใจว่าจะขออยู่ห้องเพื่อนผู้ชายคนนี้ กลัวว่าแฟนจะหึง แต่ถ้าต้องไปจ่ายค่าโรงแรมเองหนูก็คิดว่าจะรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว “คุณทราย (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [2 ก.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจก็อตจิ - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องราววีซ่าเหลือ อยากเที่ยวต่อ มีเพื่อนให้พักฟรีแต่ก็ดันเป็นเพื่อนผู้ชาย แต่กลัวแฟนไม่สบายใจ โดย “คุณทราย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนอยู่ประเทศญี่ปุ่น โครงการ 1 ปี เดือนหน้าจะเรียนจบแล้วแต่วีซ่ายังไม่หมดจึงวางแผนที่จะเที่ยวต่อ ซึ่งการวางแผนเที่ยวก็ต้องจองโรงแรมก่อน แต่เราก็มีเพื่อนที่ยังอยู่ญี่ปุ่นสามารถให้เราไปพักฟรีด้วยได้ แต่ประเด็นคือ เขาเป็นเพื่อนผู้ชาย แต่เราเป็นผู้หญิง หนูเองก็มีแฟนอยู่ที่ประเทศไทยก็เลยตัดสินใจอยู่ว่าจะจองโรงแรมดีมั๊ยหรือว่าไปนอนหอพักกับเพื่อนดี แต่ก็เกรงใจแฟนกลัวแฟนจะไม่สบายใจ ไม่รู้จะบอกแฟนยังไงดี? ปกติหนูกับแฟนมีอะไรจะปรึกษากันตลอด มาอยู่ญี่ปุ่นความสัมพันธ์ก็ยังดี แต่ช่วงนี้เขาไปเกณฑ์ทหาร ก็เลยไม่ได้ปรึกษาในเรื่องนี้ หนูอยากไปอยู่หอเพื่อนผู้หญิงก็เป็นหอในไปอยู่ด้วยไม่ได้ หนูอยากจะถาม 2 คำถามคือ 1. ในฐานะที่หนูยังเป็นนักศึกษาอยู่ยังไม่มีรายได้ของตัวเอง ควรจะอยู่หอเพื่อนหรือไปจองโรงแรมดี 2. ถ้าตัดสินใจไปพักกับเพื่อนผู้ชายจะบอกแฟนยังไงดี’ ซึ่งดีเจทั้ง 3 คน “ดีเจเผือก - ดีเจก็อตจิ - ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาตรงกันว่า ‘จะไปนอนที่หอพักของเพื่อนผู้ชายไม่ได้เด็ดขาดไม่ว่ากรณีไหนก็ตามเพราะเขาเป็นผู้ชาย เราเป็นผู้หญิง บนโลกใบนี้ผู้หญิงผู้ชายเป็นเพื่อนกันได้แต่จะไปนอนค้างด้วยกันเป็นเดือนไม่ได้ หรือถ้ามีเหตุจำเป็น มากที่สุดก็ให้แค่ 1 คืนเท่านั้น หรือไม่ก็ไปหาที่พักแบบ Airbnb หรือ Hostel อะไรราคาถูกก็นอนไป อย่าดิ้นรนหรือพยายามทำอะไรเกินตัว การอยู่ต่อเพื่อที่จะเที่ยวเพราะวีซ่าเหลือ มันไม่ใช่เหตุผลจำเป็นอะไรเลย ที่สำคัญเรื่องนี้อย่าไปเอ่ยปากถามแฟนเด็ดขาดเพราะจะกลายเป็นว่าทำไมเรื่องแค่นี้คิดไม่ได้ เขาอาจจะระแวงเราไปเลย จากความสัมพันธ์ดี ๆ จะกลายเป็นไม่โอเค จริงอยู่ที่เราไว้ในแฟนแต่เราไม่ควรไว้ใจคนอื่นหรือใครทั้งสิ้น’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘จริง ๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องแฟนหึง แต่มันมีเรื่องความปลอดภัยของตัวเราเองเข้ามาเกี่ยวด้วย เราจะมั่นใจได้ยังไงว่าเขาจะไม่ทำอะไรเรา รู้จักกันมาแค่ 1 ปีเอง ไม่มีใครการันตีได้เลย ต้องคิดถึงตรงนี้ด้วย หรือสมมติว่าอยากมาหางานที่นี่ ก็ตั้งเดดไลน์ไว้ ถ้าเดือนนี้เราเช่าคอนโด แล้วต้องหางานให้ได้ภายในตอนไหน ถ้าเดือนนี้ไม่สามารถมีเงินจ่ายค่าคอนโดได้ให้บินกลับเลย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูอยู่โซนยุโรป คบกับสามีต่างชาติ รักกันปกติดีทุกอย่าง แต่มีอยู่เรื่องเดียวที่เป็นปัญหา เพิ่งรู้ตอนย้ายเข้าไปที่บ้านเขา เขาเป็นคนหลับยากมาก เราหลับง่ายสุดๆ แล้วสามีจะไม่เปิดแอร์ ไม่เปิดพัดลมใดๆที่มีเสียง เพราะ ทำให้เขานอนไม่หลับ

02 ก.ย. 2024

หนูอยู่โซนยุโรป คบกับสามีต่างชาติ รักกันปกติดีทุกอย่าง แต่มีอยู่เรื่องเดียวที่เป็นปัญหา เพิ่งรู้ตอนย้ายเข้าไปที่บ้านเขา เขาเป็นคนหลับยากมาก เราหลับง่ายสุดๆ แล้วสามีจะไม่เปิดแอร์ ไม่เปิดพัดลมใดๆที่มีเสียง เพราะ ทำให้เขานอนไม่หลับ

หนูอยู่โซนยุโรป คบกับสามีต่างชาติ รักกันปกติดีทุกอย่าง แต่มีอยู่เรื่องเดียวที่เป็นปัญหาเพิ่งรู้ตอนย้ายเข้าไปที่บ้านเขา เขาเป็นคนหลับยากมาก เราหลับง่ายสุดๆ แล้วสามีจะไม่เปิดแอร์ไม่เปิดพัดลมใดๆที่มีเสียง เพราะ ทำให้เขานอนไม่หลับ แต่เราขี้ร้อน แยกนอนเขาก็งอนอีก ทำไงดีคะ?“คุณเรน (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (28 ส.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม- ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาเราหลับง่ายสุดๆ แต่สามีนอนหลับยากมาก ตอนนี้กลายเป็นปัญหาการนอนของเรา!โดย “คุณเรน (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘หนูเพิ่งแต่งงานกับสามีมาได้ 1 เดือน แต่คบกันมา 5 ปีแล้ว อยู่กินกันมา 1 ปี ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันจะมีปัญหามากๆเลยก็คือ เขาเป็นคนที่นอนหลับยาก ยากมากๆ ต่างจากเรา คือ เวลาเราหัวถึงหมอนก็หลับไปเลย เลยทำให้เราไม่เข้าใจว่านอนหลับยากมันเป็นยังไง? มันขนาดนั้นเลยหรอ? เพราะสภาพแวดล้อมที่โตมา ทั้งพ่อ แม่ ญาติ พี่น้อง แม้กระทั่งรูมเมท นอนกันเปิดทีวีกันทั้งคืนก็ไม่เคยตื่นเลยพอเรามาแต่งงานกับเขา ก็มาอยู่ที่ต่างประเทศ ช่วงหน้าหนาวจะไม่มีปัญหาเพราะอากาศเย็นอยู่แล้ว นอนหลับสบาย แต่พอหน้าร้อน เขาจะบังคับเราว่าห้ามเปิดพัดลม ห้ามเปิดแอร์ เพราะเขาจะได้ยินเสียงแล้วทำให้นอนไม่หลับทั้งคืน ซึ่งอุณหภูมิตอนกลางวัน 40 กว่าๆองศา ส่วนตอนกลางคืนก็ประมาณ 39 องศา แถมอากาศแห้ง หนูหลังเปียก หนูเคยตื่นมาแล้วเลือดกำดาวไหล ไม่รู้ว่าเขาจะยอมใส่ที่อุดหูไหมเวลานอน แต่เวลาขึ้นเครื่องบินเขาจะใส่ เขามีอุปกรณ์พวกนี้อยู่แล้ว พอเราจะแยกกันนอนก็ไม่ได้อีก เพราะเขาจะงอน หนูเคยลองใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นนอนแล้ว ก็ยังร้อนอยู่ดี เขา Sensitive มากๆเลย แล้วหนูก็เล่นโทรศัพท์ไม่ได้เลยเพราะแสงจากโทรศัพท์จะแยงตาเขาจนนอนไม่หลับ ลองให้กินเมลาโทนินทุกคืน บางคืนก็ยังไม่นอน อาจจะเกี่ยวที่เขาเป็นคนเครียดประมาณนึงด้วย หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า ควรแก้ที่เราหรือแก้ที่เขา เพราะเราพยายามพูด แต่เขาก็บอกว่า มันปกติสำหรับเขาที่จะไม่เปิดแอร์หรือพัดลมนอน เพราะพ่อแม่เขาก็ปิดทั้งหมดเหมือนกัน’ซึ่งทาง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้ากรณีนี้ เรานอนด้วยกันไม่ได้ สิ่งหนึ่งที่เขาต้องยอมรับคือ เขามีปัญหา แต่ถ้าจะนอนด้วยกัน เงื่อไขของเราคือต้องเปิดแอร์ ถ้าเธอไม่เปิดแอร์ ปิดทุกอย่าง มันจะกลางเป็นคนนอนไม่หลับ 2 คน แต่ถ้าเปิดแอร์ จะมีคนหลับ 1 คน คือเราหลับเขาไม่หลับ แต่จริงๆแล้วหอมจะพูดทุกอย่างเพื่อให้เปิดแอร์ หรือพัดลม ถ้าเสียงจะกวนเขา ให้แก้ที่เขาเพราะเขาผิดปกติ ถ้าเรานอนเหงื่อออกทั้ง 2 คนก็จะนอนไม่หลับ ต้องแก้เรื่องเสียง เช่น Air pod เปิดโหมดตัดเสียงรบกวนเลย เราเคยใช้วิธีนี้ กับอีกวิธีที่ทพให้นอนหลับง่ายคือ เขาต้องไปหาจิตแพทย์ เพราะมีความเครียด หรือลองนั่งสมาธิจะช่วยได้ ปล่อยให้ร้อนแล้วนอนมันไม่ดี ร่างกายเราขาดน้ำ เราสามารถไหลตายได้เลยนะ มันอันตราย พูดให้เขากลัวเยอะๆ’ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำแนะนำว่า ‘ลองพัดลมไฮโซที่มันเงียบมากๆ แต่ราคาแพง เช่นแอร์ที่เงียบที่สุดคือแอร์ในสตูดิโอ เพราะต้องให้เงียบที่สุดเวลาอัดเสียง พี่รู้สึกว่ามันคือห้องนอนของเรา 2 คนเพราะถึงขนาดที่เลือดกำดาวไหลพี่ว่าไม่ใช่แล้ว เขาต้องยอมใส่ที่อุดหู เพราะถ้าใช้ที่อุดหูบนเครื่องได้ นอนที่นี่ก็น่าจะใช้ได้ ให้เขาลองพยายามก่อน เราต้องหาตรงกลางอยูาด้วยกัน ไม่ได้แปลว่าต้องมีใครคนใดคนหนึ่งเสียสละ 100%’และ “ดีเจอั๋น” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เรื่องนอนเป็นเรื่องใหญ่มาก ฟังดูไร้สาระ แต่มันไม่ไร้สาระ พี่มีเพื่อนที่หย่ากับสามี เพราะทั้งคู่เป็นคนนอนฝั่งซ้ายของเตียง ถ้าย้ายไปฝั่งขวาจะนอนไม่หลับ แล้วเขามารู้ตอนที่แต่งแล้ว กลับมาที่เรื่องของเรา ถ้าเขานอนไม่หลับขนาดนั้น พี่ว่าการไปพบผู้เชี่ยวชาญเรื่องการนอน ไปทำ Sleep Test เขาจะได้รู้จักตัวเอง แล้ะเราก็ควรไปเพราะมันคือการแก้ปัญหาของทั้งคู่ เขาจะได้มีการนอนที่ดีขึ้น และการนอนที่ดีขึ้นของเขา ก็จะทำให้เรามีการนอนที่ดีขึ้นด้วย ในขณะเดียวกันเทคโนโลยีในโลกมีอะไรเอามาใช้ให้หมด ไม่ว่าจะที่อุดหู พัลม แอร์แบบเงียบที่สุดก็มี ถ้าไม่งั้นก็คือ เธอเขาไปนอนก่อน เธอหลับเดี๋ยวฉันค่อยตาม แต่ก็คือไม่ได้นอนพร้อมกันอยู่ดี’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

มาร่วมแชร์ความคิดเห็น... สาววัย 30 โทรปรึกษาในรายการ หนูมีคำถามอยู่ในใจ คำว่า “มีลูกเมื่อพร้อม” ที่หลายๆคนพูดกัน แค่ไหนของแต่ละคนเหรอคะ?? ถึงเรียกว่า “พร้อม” และอยากรู้ว่า... “การส่งลูกเรียนอินเตอร์” จำเป็นแค่ไหนในยุคปัจจุบัน ??

23 พ.ค. 2023

มาร่วมแชร์ความคิดเห็น... สาววัย 30 โทรปรึกษาในรายการ หนูมีคำถามอยู่ในใจ คำว่า “มีลูกเมื่อพร้อม” ที่หลายๆคนพูดกัน แค่ไหนของแต่ละคนเหรอคะ?? ถึงเรียกว่า “พร้อม” และอยากรู้ว่า... “การส่งลูกเรียนอินเตอร์” จำเป็นแค่ไหนในยุคปัจจุบัน ??

“คุณนนท์ (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (17 พ.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับความพร้อมในการมีลูก โดย “คุณนนท์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูค่อนข้างสับสนที่เวลาหลายๆคนชอบพูดว่า มีลูกเมื่อพร้อม หนูก็เลยอยากรู้ว่าคำว่าพร้อม มันคือยังไง แล้วเอาอะไรมาเป็นเกณฑ์ในการวัด คำถามแรกหนูอยากถามว่า ถ้าสมมติมีลูก การส่งลูกเรียนโรงเรียนอินเตอร์ มีความจำเป็นมาก น้อยขนาดไหน? แล้วค่าเรียนลูกควรจะคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้? อีกเรื่องนึง Facilities (สิ่งอำนวยความสะดวก) ในประเทศไทย ถ้ามองในหลายๆมุมก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเอื้อต่อการมีลูกอะไรขนาดนั้น แล้วแบบนี้การมีลูกเป็นการเห็นแก่ตัวมั้ย? ที่เกิดมาในยุคแบบนี้... ซึ่ง 3 ดีเจก็ได้ให้คำแนะนำว่า ‘พร้อมสำหรับพวกพี่คือ เมื่อลูกออกมาแล้ว ใครเป็นคนเลี้ยง มีเงินแค่ไหน แล้วเรามีเวลาขนาดไหน และพร้อมจะเปลี่ยนเป้าหมาย เปลี่ยนความสำคัญ พร้อมสละทุกอย่างในชีวิตเพื่อเด็กคนหนึ่งหรือยัง? ส่วนโรงเรียน ไม่จำเป็นต้องเรียนอินเตอร์ แต่ถ้าอยากให้ลูกได้ภาษาอังกฤษ ให้ไปเรียนเพิ่มเติมเอาได้ เพราะภาษาก็โคตรสำคัญในโลกนี้และโลกอนาคต มันเป็นโอกาสที่จะเพิ่มมากขึ้นเมื่อคุณได้ภาษา และเราดูเอาว่าลูกเราไปในทางไหน สายวิชาการ หรือสายครีเอทีฟ แล้วลองหาโรงเรียนที่เหมาะกับลูก เพราะลูกจะโชว์ออกมาให้เห็นเลยว่าถ้าเขาเป็นสายครีเอทีฟ เขาจะมีความคิดสร้างสรรค์ เขาจะจับนู้นจับนี่มาประดิษฐ์กัน อยากเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ อยากเป็นผู้ใหญ่ แต่ถ้าเด็กท่องจำจะไม่มีอะไรที่เป็นครีเอทีฟเลย ไม่ได้อยากเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เด็กพวกนี้อาจจะเป็นสายวิชาการ มันจะมีบางอย่างบอกออกมาเลย ซึ่งพี่กับน้องก็ไม่เหมือนกันด้วย มันจะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเด็กเลย ถึงเวลานั้นเราค่อยเลือกโรงเรียนที่เหมาะกับลูก ถามว่าเห็นแก่ตัวมั้ย? ตอบไม่ได้เหมือนกัน แต่ถ้าดูเหมือนเห็นแก่ตัวก็ต่อเมื่อเราดูแลเขาได้ไม่ดี เราไม่ได้มีความพร้อมในการดูแลเขา แล้วการที่เอาเขาออกมาเพียงหวังว่าจะให้เขาเลี้ยงเราในยามแก่ นั่นก็คือความเห็นแก่ตัว จากที่เราไม่เคยห่วงใคร แต่ความห่วงของเรามันจะไปลงที่เขาคนเดียวเลย แต่มันเป็นความสุขทางใจที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน เพราะความรักของเขามันไม่มีเงื่อนไข การมีลูกมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ถ้าชีวิตนี้ไม่ต้องการมีห่วงกับใครเลยก็อย่ามีลูกเลย เพราะมันเป็นห่วงที่เราไม่มีทางถอดออกจากชีวิตได้ และหน้าที่แม่มันลาออกไม่ได้...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สามีของเพื่อนเรา ทักมาตื๊อ ขอมีอะไรด้วย เพราะภรรยาเขากำลังท้องอยู่ เราปฏิเสธไปแล้วหลายรอบ เค้าก็ทักมาไม่หยุด ตอนนี้กำลังลังเลว่าควรเอาแชทไปให้เพื่อนดู หรือ บอกเพื่อนดีไหม? แต่เขาก็กำลังท้องแก่อยู่ แล้วเราก็ไม่ค่อยสนิทกับเพื่อนคนนี้ด้วย

12 ก.ค. 2024

สามีของเพื่อนเรา ทักมาตื๊อ ขอมีอะไรด้วย เพราะภรรยาเขากำลังท้องอยู่ เราปฏิเสธไปแล้วหลายรอบ เค้าก็ทักมาไม่หยุด ตอนนี้กำลังลังเลว่าควรเอาแชทไปให้เพื่อนดู หรือ บอกเพื่อนดีไหม? แต่เขาก็กำลังท้องแก่อยู่ แล้วเราก็ไม่ค่อยสนิทกับเพื่อนคนนี้ด้วย

“คุณหนู (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 ก.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแฟนเพื่อนทักมาขอมีอะไรด้วย ทั้งๆที่เพื่อนเราท้องอยู่! โดย “คุณหนู (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘หนูรู้จักรุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่ง ชื่อ เอ (นามสมมุติ) ตั้งแต่มัธยม จนมหาลัยได้เรียนคณะเดียวกัน แต่คนละสาขา ซึ่งพี่เอเป็นรุ่นพี่ที่คอยรับน้อง หนูได้มีโอกาสเป็นคนคุยกับพี่เอตั้งแต่รับน้องจนถึงปี 2 ก็เลิกคุยกัน แล้วพี่เอก็ได้ไปคบกับเพื่อนร่วมรุ่นของหนู ชื่อว่า บี (นามสมมุติ) หนูไม่ได้สนิทกับบีมาก แต่ก็ได้ร่วมกิจกรรมกันหลายอย่าง จนเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน หลังจากเรียนจบ พี่เอ กับบี ก็แต่งงานกัน ทำธุรกิจร่วมกัน แล้วบีก็ได้ตั้งท้อง ซึ่งใครหลายๆคนอิจฉาคู่รักพี่เอและบีมาก เพราะพี่เอดูแลบีดีมากๆ พ่อแม่ของทั้ง 2 ฝ่ายก็ดีมากๆเหมือนกัน จนเมื่อต้นปีหนูมีโอกาสได้เจอพี่เออีกครั้ง เพราะเปิดธุรกิจใกล้ๆกัน หนูไปร้านพี่เอค่อนข้างบ่อยเพราะว่าเขาขายของกิน ทำให้ได้เจอทั้งพี่เอ บี และครอบครัวเขา จนพี่เอน่าจะเห็นหนูบ่อยๆก็เริ่มทักมาว่าเป็นยังไงว่าง ธุรกิจไปได้ดีไหม? จนเข้าสู่ช่วงที่เศรษฐกิจซบเซา เขาก็อยากปรึกษากับเรา ทักมาทางเฟซบุ๊ก แล้วก็ขอไลน์เราไป เขาบอกว่า “อยากปรึกษาเรื่องนี้กับเรา แต่คุยในเฟสไม่ได้ เดี๋ยวบีจะหึง” หนูไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าเขาคงไม่อยากให้แฟนเข้าใจผิด วันนั้นที่เขาทักมาคุย คือ วันที่หนูนัดกับเพื่อนไปเที่ยวร้านเหล้า แล้วหนูก็ถ่ายลงสตอรี่ เขาก็ทักมาว่า “เมามั้ย กลับยังไง?” หนูตอบว่า “ไม่เมา ถึงเมาก็มีเพื่อนกลับ” เขาก็ดึงดันว่าอยากจะพากลับให้ได้ ก็เลยรู้สึกว่าดูแปลกๆ แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนดีมากๆเลยไม่ได้คิดอะไร คงจะเเค่เป็นห่วง จนไม่กี่วันต่อมาเขาก็ทักมาคุยเรื่องธุรกิจอีก แล้วก็เริ่มลากเข้าเรื่อง 18+ ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะมานัดกับเรา เขาถามแบบกว้างๆ หนูก็ตอบทั่วๆไป ไม่ได้พิเศษอะไรแบบนั้น แต่พอเริ่มรู้สึกว่ามันเยอะ หนูก็บ่ายเบี่ยงไม่ตอบ พอเวลาผ่านไป เขาก็ขอนัดเพื่อจะมีอะไรกับเรา แต่เราปฏิเสธเพราะเขาก็มีภรรยาแล้ว แถมตั้งท้องใกล้คลอดแล้วด้วย แล้วก็เป็นเพื่อนเราอีก หลังจากนั้นก็ทักมาเดือนละ 1-2 ครั้ง ทั้งๆที่ลงโซเชียลรักแฟน เตรียมตัวเจอลูกที่กำลังจะคลอด ก็ยังทักมาหาหนูเรื่อยๆ แต่หนูไม่ตอบเขาเลย ก็จะมีเจอกันบ้างนานๆที ส่วนในโซเชียลเขาก็มาส่อง เข้ามาอะไรกับเราตลอด แต่กับแฟนเขาหนูไม่ค่อยได้คุยกัน แค่เป็นเพื่อนที่รู้จัก ไม่ได้สนิทมาก จริงๆแล้วหนูเป็นคนที่มีความสัมพันธ์ One night stand (ONS) หรือ Friend with benefits (FWB) บ่อยอยู่แล้ว ผ่านแอปพลิเคชั่นแต่ไม่ได้เปิดรูปตัวเอง หนูเลยสงสัยว่าเขารู้ได้ไง? เพราะเราไม่เคยคุยกับเขาหรือคนทั่วไปเลย หนูอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า หนูควรบอกบีดีไหมว่าแฟนเขาเป็นแบบนี้? มันจะไปกระทบลูกในท้องมั้ย? บอกไปจะมีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า? เพราะเขาแต่งงานกันแล้ว ผู้หญิงไม่ควรมาเจออะไรแบบนี้’ โดย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าไม่สนิท พี่ไม่บอก เพราะเราไม่รู้ว่าฝันเขามีปัญหาอะไรหรือเปล่า เขาอาจจะทำแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้วโดยที่ภรรยาของเขาอาจจะรู้หรือไม่รู้ อาจจะเป็นกรณีที่ภรรยาท้องไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ด้วยได้ ก็เลยออกไปแรดช่วงนี้ พี่ว่าไม่สนิทกัน พี่ว่าอยู่แยๆดีกว่า ถ้าเขาไปบอกด้วยความคาดเดาไม่ได้อย่างเช่นบอกแล้วจะยังไง เขาจะเครียดจนมีผลต่อลูกมั้ย แต่ถ้าตอนนี้ไม่ยุ่งกับผู้ชายแล้วอยู่ของเราเองมันก็จะควบคุมปัญหาที่หนูกังวลได้ แต่ถ้าอยากช่วยด้วยวิธีนี้ แล้วยอมรับผลที่ตามมาก็สิทธ์ของหนู แต่ถ้าไม่บอก แล้วสามียังคงเป็นแบบนี้ สักวันภรรยาก็ต้องรู้อยู่ดีแหล่ะ’ “ดีเจเผือก” ให้คำแนะนำในมุมมองของผู้ชายว่า ‘ยื่นคำขาดกับผู้ขายคนนี้ว่า “พอแล้ว ไม่ต้องส่งอะไรมาแล้ว ถ้ามีอีกเรื่องนี้ถึงหูภรรยาเธอเเน่” เราเตือนไปก่อน’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘เห็นด้วยกับพี่เผือก ถ้าไม่หยุดก็บอกเขาว่า “พี่หยุดพูดอะไรแบบนี้นะ หนูว่ามันไม่สมควร และมันอึดอัด คิดซะว่าที่ผ่านมาไม่เคยพูดอะไรแบบนี้ เดี๋ยวเราต้องเจอกันอีก ถ้าเป็นอย่างนี้อีกก็คงต้องบอกแฟนพี่จริงๆ” และเห็นด้วยกับพี่เติ้ลว่าถ้าไม่สนิทก็คงไม่บอก พอผู้หญิงท้องแล้ว จะยิ่งคิดมากเพราะฮอร์โมนด้วย มันก็เป็นที่ความซวยของเขาที่ได้ผัวแบบนี้ไป ผู้ชายมันไม่ได้ระบายอะเนอะ มันอยู่ที่สันดานคนแล้วแหล่ะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-