ตอนนี้อายุ 17 แต่ลังเลกับชีวิต... จะเลือก 'ลาออก' จากโรงเรียน แล้วไปหางานทำ หรือ 'เรียนต่อ' จนจบดี ตัดสินใจไม่ได้ รู้สึกเหมือนเปลืองเงินพ่อแม่ไปวันๆ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ตอนนี้อายุ 17 แต่ลังเลกับชีวิต... จะเลือก 'ลาออก' จากโรงเรียน แล้วไปหางานทำ หรือ 'เรียนต่อ' จนจบดี ตัดสินใจไม่ได้ รู้สึกเหมือนเปลืองเงินพ่อแม่ไปวันๆ

01 ธ.ค. 2023

          “คุณชาเย็น (นามสมมติ)” อายุ 17 ปี สายที่สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม กับปัญหาที่ว่าจะเรียนต่อหรือลาออกมาทำงานดีเพราะว่าสงสารพ่อแม่ที่ทำงานลำบากมาส่งตัวเองเรียน

            โดย “คุณชาเย็น (นามสมมติ)” ได้เริ่มปรึกษาว่า ‘หนูเลือกที่จะเรียนต่อ หรือว่าเลือกที่จะออกจากโรงเรียนดี หนูสงสารพ่อแม่ที่ต้องทำงานส่งหนูเรียนเพราะว่าหนูเป็นคนที่ไม่เข้าเรียน ชอบโดดเรียน เพราะในห้องหนูไม่มีเพื่อนเลย ก็จะโดดเรียนไปนั่งที่โรงอาหารกับเพื่อนห้องอื่น เพื่อนในห้องเดียวกันก็ไม่มีใครพูดกับหนู เพราะเขาเห็นหนูเป็นคนไม่ดีกันไปหมดแล้ว หนูเคยขึ้นไปเรียนครั้งนึง เรียนไปหนูก็ไม่มีความสุข หนูสงสารพ่อแม่ที่ต้องทำงานหาส่งหนูเรียน หนูเห็นท่านทำงานลำบากแล้วสงสาร หนูเลยคิดว่า ออกทำงานดีไหมเพื่อหาเงินให้พ่อแม่บ้าง อยากหาเงินมีอะไรเป็นของตัวเองบ้าง ตอนนี้หนูอยู่ ม.4 หนูคิดว่าจะไปทำเป็นเด็กเสิร์ฟแล้วก็ไปเรียน กศน. เอาวุฒิม.6 ไปต่อมหาวิทยาลัยหนูคิดไว้ว่าอย่างนี้ หนูอยากปรึกษาว่าหนูควรลาออกมาทำงานหรือว่าควรจะเรียนต่อดี

            โดยเริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เป็นคนที่อยู่ในกลุ่มเก ไม่เรียนหนังสือ ไม่ตั้งใจ เพื่อนพี่ก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน พี่มีทั้งกลุ่มที่เป็นเด็กเรียน และไม่เรียน แต่พี่ชอบเอาตัวเองไปอยู่ในกลุ่มเด็กเกเร เพราะพี่มีปัญหาทางบ้าน บ้านพี่ไม่ค่อยอบอุ่นพี่ก็เลยไปทำอะไรแบบนั้น แต่คนที่เป็นรุ่นราวคราวเดียวหรือกลุ่มเกเรของพี่ ไม่ตายก็ติดคุก ไม่ติดคุกก็ติดยาแล้วก็เป็นบ้า ทั้งหมด 30 กว่าคน มีพี่รอดคนเดียว พี่เลยไม่แน่ใจว่าชาเย็นจะเป็น 1 ในคนที่รอดไหม ที่พี่รอดเพราะพี่หันกลับมาเรียนในวันหนึ่ง พี่เลือกที่จะไม่ติดยาแล้วก็ตายไปกับเพื่อน พี่เลือกวกกลับมา แล้วพี่รู้สึกเสียดายเวลาที่ ณ เวลานั้น กูไปทำอะไรอยู่วะ พี่ก็คิดแบบนี้ พี่อยากได้เงิน แต่การอยากได้เงินของพี่ พี่มีเป้าหมายในชีวิต ก็คือหาเงินเรียนในสิ่งที่ต้องการ

            พี่ฟังชาเย็น พี่ไม่เห็นเป้าหมายที่มันแข็งแรง เป็นเป้าหมายระยะสั้นๆ จะไปทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟแบบนี้ พี่ว่าความทะเยอทะยานมันน้อยไปหน่อย ถ้าเป็นเด็กเสิร์ฟแล้วต้องไปเรียนต่อ สุดท้ายมันก็ต้องไปเรียนต่อ แล้วปัญหาที่เพื่อนไม่คุยกับเรา มันไม่แปลกหรอกเพราะเราไปอยู่กลุ่มที่มันคนละเคมีกับเขา ถ้าวันนี้เราอยากกลับไปอยู่ ในสังคมที่เพื่อนเขาคุยกับเรา เราก็ลองคุยกับเขาก่อน เราไปตั้งใจเรียนไปอยู่ในกลุ่มของเขา มันมีวิธีในการเขาหาเพื่อนได้เยอะแยะ พี่ว่าโลกข้างนอกอันตรายเกินไป แต่มันก็อยู่ที่ใจชาเย็นนะ ถ้าอยากออกมาหาเงินจริง ๆ อันนี้ต้องคุยกับพ่อแม่ เราก็ลองปรึกษาเขาว่าให้หนูออกมาทำงานดีไหม หนูอยากหาเงิน แต่เป้าหมายต้องแข็งแรงกว่านี้หน่อยว่าทำงานอะไร ต้องการเงินเท่าไหร่

            พี่ว่าการเรียนหนังสือมันก็ให้อะไรมากกว่าที่เราคิด วุฒิการศึกษามันสามรถทำให้ง่ายกับการเปลี่ยนอาชีพ สมมติว่าอยากไปทำธุรการ ไปเรียนคุณครู  แบบนี้เขาดูวุฒิการศึกษา ยกเว้นชาเย็นจะบอกว่าหนูอยากจะไปเป็นเน็ตไอดอล หนูสามารถทำเงินได้ 100 ล้าน ไม่ต้องใช้วุฒิการศึกษา แต่ต้องถามตัวเองว่าแล้วเราชอบทางนี้ไหม  หรือเรามีความสามารถทางนี้ไหม ถ้าวันนี้เรายังไม่รู้ตัวเองว่าต้องการอะไรหรือชอบอะไร พี่ว่าการเรียนไปก่อนเป็นสิ่งที่ดี พี่แนะนำแบบนี้ แต่ถ้าอยากจะออกจริงๆ ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนว่า เราต้องการเงินนี้ไปทำอะไร เพื่ออะไรแล้วเลือกอาชีพที่เหมาะกับเรา’

            ต่อมาที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘เราอยู่กับเพื่อนแบบไหนก็มีความเป็นไปได้ว่าเราจะกลายเป็นคนแบบนั้นเยอะมาก เลือกอยู่กับคนที่จะพาเราไปสู่สิ่งที่ดี พาเราเจริญขึ้น อันนี้คำแนะนำแรก คำแนะนำที่สอง ถ้าสงสารคุณพ่อคุณแม่จริงๆ สิ่งที่ง่ายที่สุดก็คือทำให้เงินที่เขาจ่าย กลับมามีค่ากลับมาคุ้มค่า ไม่ยากเลยแค่เดินขึ้นไปเรียน ขึ้นไปแล้วเขาไม่คุยด้วยไม่แปลกครับเพราะว่า ชาเย็นบอกเคยขึ้นไปครั้งเดียวแล้วใครจะคุยกับหนูล่ะลูก เพราะเขาเรียนกันมาไม่รู้เท่าไหร่แล้ว หนูเพิ่งเคยขึ้นไปครั้งเดียว ถ้าสมมติหนูเป็นคนที่นั่งเรียนอยู่ แล้วก็มีใครไม่รู้ที่โดดเรียนตลอดเลย แล้ววันหนึ่งมาเพิ่งขึ้นมา หนูจะไปสนิทกับเขาหรอ หนูจะอยากคุยกับเขาหรอ ต่อให้เขาไม่ได้มองว่าหนูเป็นคนดีหรือไม่ดีก็เถอะ เขาก็ไม่ได้สนิทพอที่จะเดินเข้ามาคุย ถ้าเขารู้ว่าใครดีใครไม่ดีแล้วไม่อยากจะมาอยู่กับคนไม่ดี ก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ถ้าชาเย็นจะบอก ชาเย็นไม่ใช่เป็นคนไม่ดี ชาเย็นแค่ขึ้นไปเรียนอยู่กับเพื่อนมันก็จะค่อยๆ รู้จักกันไปเอง

            ทีนี้ทำไมถึงอยากให้กับไปเรียน การเรียนให้มันจบอย่างน้อยคือการศึกษาขั้นต่ำ วุฒิการศึกษาที่ชาเย็นจะได้มันทำให้ชาเย็นจะเอาไปยื่นทำงานในอนาคตได้มากกว่าเยอะเลย แล้วโรงเรียนที่มีกฎระเบียบครอบไว้ชาเย็นยังไม่อยู่ แล้วถ้าไปเรียน กศน. ที่ไม่มีอะไรมาครอบไว้ ชาเย็นจะบังคับตัวเองได้หรอ แล้วจะจบไหม กศน. แล้วคิดว่าตัวเองจะสอบผ่านไหม จะเรียนตามเขาได้ไหมในเมื่อกฎของโรงเรียนหนูยังทำไม่ได้เลย พี่บอกสั้นๆ ว่า เรียนให้จบม.6 นี่เป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดที่คนเราจะรับผิดชอบตัวเองได้’

            สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อยากให้เรียน เพราะว่าฟังจนถึงตอนนี้ พี่อาจจะรีบตัดสินเร็วเกินไปแต่พี่คิดว่าชาเย็นไม่น่ารอดในการออกไปทำงานและหาเลี้ยงชีพด้วยตัวเองแล้วจะกลับไปเรียน กศน. ไปต่อมหาวิทยาลัย พี่คิดแบบี้เลยนะ อย่างที่พี่เผือกถาม หนูเรียนตอนนี้ตามหลักสูตรปกติหนูยังทำไม่ได้ ที่มีเงินจากพ่อแม่ที่ส่งให้หนูไปเรียน แล้วการที่ต้องไปเรียนและทำงานไปด้วยพี่ว่ามันยากมากเลยนะ อันนั้นพี่จะเห็นในกรณีของคนที่เขาไม่มีโอกาส ไม่มีเงิน เขามีเป้าหมายว่า เขาทำงานเพื่อหาเงินเพื่อนส่งตัวเองเรียน กศน. อันนั้นพี่เข้าใจได้ และพี่เชื่อว่าแบบนั้นเขาจะประสบความสำเร็จ เขามีเป้าหมายในชีวิต

            แต่ตอนนี้ชาเย็นเหมือนเอาอันนี้มาแก้ปัญหาที่มันเป็นการแก้ปัญหาผิดวิธีมากเลย พวกพี่พยายามจะถามว่า การที่กลัวว่าพ่อแม่จะเสียใจที่ทำงานส่งหนูเรียน หนูก็แค่ไปตั้งใจเรียนให้มันจบ หนูบอกปัญหาเรื่องเพื่อน พี่บอกว่าปัญหาเรื่องเพื่อนแค่นี้หนูยังสู้มันไม่ได้ หนูยังกลัว โลกข้างนอกพี่ว่ามันเลวร้ายกว่านี้อีก หนูจะทำอย่างไรถ้าหนูไปเสิร์ฟแล้วโดนเจ้าของร้านโกง หนูจะทำอย่างไรถ้าโดนลูกค้าด่า เพื่อนร่วมงานไม่คบ  หรืออะไรก็ตามมันเกิดขึ้นได้ทั้งหมด โลกข้างนอกพี่ว่ามันโหดกว่าในโรงเรียน เยอะ เพื่อนไม่คุยกับหนูเพราะคิดว่าหนูเกเร ปัญหาแบบนั้นสำหรับพี่ มันสามารถแก้ปัญหาได้ แต่หนูเลือกที่จะเอาตัวเองออกจากโรงเรียน กระโจนเข้าสู่สิ่งที่มันมันเยอะกว่านี้ถ้ามันจะเกิดปัญหาขึ้น

            แล้วสำหรับพี่ การเรียนมันทำให้พี่มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ มันไม่ใช่แค่วิชาความรู้ที่เราจะได้จากโรงเรียน แต่มันยังหมายถึงการที่เราจะรู้จักการปรับตัวให้เข้ากับเพื่อน รู้จักการเข้าสังคม รู้จักการทำงานร่วมกับคนอื่น ซึ่งตอนนี้พี่คิดว่ามันเร็วมากเลยที่ชาเย็นจะตัดสินใจหันหลังให้มันเลย เพียงเพราะว่าเพื่อนไม่คุยกับเรา ชาเย็นแก้ปัญหาที่ผิดอยู่ตอนนี้ เพราะคุณพ่อคุณแม่ลำบากในการหาเงินมาให้หนู หนูก็ต้องเห็นคุณค่าของมัน โดยการไปเรียนหนังสือและตั้งใจเรียน ช่วงม.ปลาย มันจะเป็นช่วงที่ทำให้หนูได้รู้ว่าหนูอยากเรียนเพื่อไปเป็นอะไร จะทำให้หนูได้รู้ว่าหนูชอบอะไร โลกภายนอกมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ที่หนูพูดพี่ว่าหนูยังไม่เจออะไรมาเลย สำหรับพี่ยังไงการเรียนก็สำคัญและมันก็ทำให้พี่เป็นผู้เป็นคนก็เพราะการเรียนนี่แหละ ทั้งเพื่อน คุณครู กิจกรรม ถ้าหนูเลือกออกมาแล้ว มันกลับไปหาแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว คิดดีๆ นะ พี่อยากให้กลับไปเรียนหนังสือ’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เวลาส่วนตัวของหนูกับแฟน แทบไม่เหลือเลยค่ะ เพื่อนแฟนบอกว่าจะมาขออยู่หอด้วยชั่วคราว 1 เดือน ตอนนี้ผ่านมาแล้ว 3 เดือน เพื่อนยังอยู่ แฟนหนูต้องคอย ทำความสะอาดห้อง เก็บขยะ ล้างจาน ทำทุกอย่าง ตอนนี้ถ้าหนูจะไปห้องแฟนก็ไม่สะดวกเหมือนเดิมแล้ว

25 มิ.ย. 2025

เวลาส่วนตัวของหนูกับแฟน แทบไม่เหลือเลยค่ะ เพื่อนแฟนบอกว่าจะมาขออยู่หอด้วยชั่วคราว 1 เดือน ตอนนี้ผ่านมาแล้ว 3 เดือน เพื่อนยังอยู่ แฟนหนูต้องคอย ทำความสะอาดห้อง เก็บขยะ ล้างจาน ทำทุกอย่าง ตอนนี้ถ้าหนูจะไปห้องแฟนก็ไม่สะดวกเหมือนเดิมแล้ว

เวลาส่วนตัวของหนูกับแฟน แทบไม่เหลือเลยค่ะ เพื่อนแฟนบอกว่าจะมาขออยู่หอด้วยชั่วคราว 1 เดือนตอนนี้ผ่านมาแล้ว 3 เดือน เพื่อนยังอยู่ แฟนหนูต้องคอย ทำความสะอาดห้อง เก็บขยะ ล้างจาน ทำทุกอย่างตอนนี้ถ้าหนูจะไปห้องแฟนก็ไม่สะดวกเหมือนเดิมแล้ว แฟนเคยบอกเพื่อนว่า...“พี่สาวจะย้ายมาอยู่ด้วย ทำไมยังไม่ออก” เพื่อนตอบ “นี่มึงไล่กูหรอ??”ตอนนี้กลายเป็นปัญหาของคู่เรามากๆเลยค่ะจะทำยังไงดี? “คุณซันนี่ (นามสมมติ)” อายุ 20 ปี เป็นสายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [18 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเพื่อนแฟนมาอยู่ในห้องแฟน แต่ไม่ช่วยออกเงินอะไรเลย โดย “คุณซันนี่ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีแฟน พวกหนูกำลังเรียนมหาวิทยาลัยกันอยู่ หนูกับแฟนอยู่หอนอก แต่ไม่ได้อยู่หอเดียวกัน ทีนี้เพื่อนของแฟนมาขออยู่หอกับแฟนหนู มาอยู่ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จนตอนนี้ 3 เดือนแล้ว เขาให้เหตุผลว่า ทางบ้านเขามีปัญหาเรื่องการเงิน ซึ่งเขาพยายามจะให้ตัวเองไปอยู่หอในให้ได้ แต่มันเป็นไปไม่ได้แล้ว เพราะปี 1 เขาอยู่กันหมดแล้ว และอีกเรื่องเขาดูเหมือนไม่ยอมหาหอเอง เพราะหอดีๆ ราคาถูกมันก็เริ่มเต็มหมดแล้ว สุดท้ายก็ต้องมาอยู่กับแฟนหนู แล้วแฟนเขาก็ไม่กล้าพูด ไม่กล้าปฎิเสธ แฟนเขาพูดว่า ก็คงต้องรับกรรม ด้วยความที่แฟนหนูเป็น Introvert แต่พอเพื่อนเขามาอยู่ ความเป็นส่วนตัวเขาหายไปหมดเลย ส่วนเรื่องการล้างจาน หรือทำความสะอาด ทางเพื่อนคนนี้ก็ไม่ได้รักสะอาดขนาดนั้น ถามว่าช่วยค่าหอมั้ย เขาก็ช่วย แต่เรื่องค่าน้ำค่าไฟมันแพงขึ้น ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเขาใช้ค่าไฟเป็นพันเลย แล้วมันไม่ใช่ว่าเพื่อนมีปัญหาการเงินคนเดียว แต่ทางแฟนหนูก็มี เขาก็ต้องจัดการชีวิตของเขา แต่พอทุกอย่างมันเพิ่มขึ้น มันบั่นทอนความเป็นส่วนตัวของเขามากขึ้น แฟนหนูเลยรู้สึกไม่ดี เวลาส่วนตัวของหนูกับแฟนก็น้อยลงมาก และเราก็ทะเลาะกันมากขึ้น แฟนหนูเคยอ้างไปแล้วว่า เดี๋ยวเดือนหน้าพี่สาวของกูจะมาแล้วนะเพื่อน ทำไมยังไม่ออก เพื่อนก็เลยคิดว่า อ้าว มึงไล่กูหรอ จริงๆหนูก็บอกผ่านแฟนไปแล้วว่า หาหอใหม่ได้แล้ว เพราะว่าหอดีๆแถวนี้จะไม่มีแล้วนะ ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ก็คือมันจะอยู่แบบนี้ไม่ได้แล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่แฟนหนูจะต้องมาคอยเช็ดตามเก็บกวาดทุกเรื่องในห้อง ล่าสุดเพื่อนอีกคนของแฟนมาอยู่ในห้องแฟนด้วย จริงๆเพิ่งมาอยู่ด้วย 1 - 2 วันก่อน ทั้งสามคนเขาสนิทกัน แต่คนที่เพิ่งเข้ามาอยู่ เขาหอบข้าวหอบของเข้ามา เพราะว่าเขาเช่าหอกับ roommate ที่เป็นผู้หญิง แล้วครอบครัวของผู้หญิงคนนั้นมาหา เขาเลยต้องออกมาอยู่ชั่วคราว เพื่อให้ครอบครัวเขาเข้าใจว่าผู้หญิงคนนั้นอยู่หอคนเดียว ก็เลยสร้างความลำบากใจกับแฟนหนูเวลานอน เหมือนมาเลี้ยงลูก หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า จะทำยังไงให้เพื่อนคนนี้ออกไปดีคะ? หนูอยากได้ความเป็นส่วนตัวของหนูกับแฟนกลับมาด้วย แล้วก็ไม่อยากให้แฟนต้องมาคอยลำบากใจ เดี๋ยวเพื่อนจะมาดึก เดี๋ยวเพื่อนต้องเล่นเกมแล้วเขาต้องรีบนอนไว ไม่อยากให้เพื่อนคนนี้อยู่นานกว่านี้อีกแล้ว’ ทางด้าน “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ห้องของพี่ก็เคยเป็นห้องประมาณนี้ แต่บางทีอยู่เป็น 10 คน กับเพื่อนๆก็โอเค แต่มันจะเริ่มมีปัญหาตอนที่เรามีแฟน บางทีแฟนก็มาหา แรกๆก็อยู่ร่วมกันได้ สักพักก็เริ่มไม่ได้ ซึ่งพี่ใช้วิธีพูดกับเพื่อน พี่ว่ามันอยู่ที่ความเด็ดขาดและการจัดการของเจ้าของห้อง สุดท้ายแฟนเราต้องเป็นคนที่จัดการเรื่องนี้ได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าหนูอยากให้ปัญหานี้จบ หนูอาจจะต้องรับบทนางวีน ไปนั่งๆหน้าคว่ำอยู่ในห้อง มองมันให้มันรู้ว่าเราไม่แฮปปี้ที่มีมันอยู่ ก็ต้องชัดเจนว่าเราจะอยู่กับแฟน หรือไม่ก็พูดเลยว่าทำยังไงดีเราอยู่ด้วยกัน 3 คนไม่ได้ เราต้องการเวลาส่วนตัวกับแฟน’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เริ่มให้เห็นถึงความไม่สะดวก ให้เขาพูดกับเพื่อนเป็นกิจลักษณะว่า มันจะต้องมีวันที่ยังไงมึงก็ต้องย้ายออกนะ เพราะตอนนี้แฟนกูมาที่ห้องไม่ได้เลย แล้วเขาก็ถามกูตลอดว่ามึงจะอยู่ถึงเมื่อไร แล้วไหนจะพี่กูมาอีก เขาก็ไม่โอเคที่มาแล้วเจอคนอื่น มันไม่มีใครแก้ปัญหาให้ได้นะนอกจากตัวเราเอง เพื่อนบางคนถ้ามันไม่ได้ก็ไม่ต้องคบ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

มีเพื่อนคนนึง ไม่ค่อยสนิทกัน แต่เค้าส่งคลิปมาให้หนูไม่หยุด ส่งมาให้ทั้งวัน ทั้งคืน คลิปตลก คลิปไวรัล คลิปโซเชียลต่างๆ บางทีหนูก็ไม่ได้เข้าไปดู ลองไม่ตอบไป 2-3 วัน ก็ยังส่งมาไม่หยุด จะบล็อกก็ไม่รู้ว่าจะเสียเพื่อนไปไหม ถ้าเจอแบบนี้ทำไงกันคะ?

26 ก.ค. 2024

มีเพื่อนคนนึง ไม่ค่อยสนิทกัน แต่เค้าส่งคลิปมาให้หนูไม่หยุด ส่งมาให้ทั้งวัน ทั้งคืน คลิปตลก คลิปไวรัล คลิปโซเชียลต่างๆ บางทีหนูก็ไม่ได้เข้าไปดู ลองไม่ตอบไป 2-3 วัน ก็ยังส่งมาไม่หยุด จะบล็อกก็ไม่รู้ว่าจะเสียเพื่อนไปไหม ถ้าเจอแบบนี้ทำไงกันคะ?

“คุณเบ (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่ห้าในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [24 ก.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องเพื่อนที่ไม่สนิทชอบส่งคลิปมาให้เรามากเกินไปจนมันน่ารำคาญ โดย “คุณเบ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีปัญหาคือจะมีเพื่อนที่ไม่สนิท ที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานานมากเเล้ว เเต่ว่ามีโซเชี่ยลกัน ติดต่อในโซเชียลบ้าง คือเขาจะชอบส่ง Reels ส่งคลิปมาใน DM ไอจี แชร์มาตลอดเวลาทั้งวันเป็นสิบ ๆ อัน เป็นคลิปตลกบ้าง คลิปศิลปิน คลิปทั่วไปเรื่อยเปื่อย ด้วยความที่มันส่งมาทั้งวัน เเล้วหนูก็รำคาญ คนที่มีพฤติกรรมเเบบนี้มี 2 คน แรกๆ หนูก็ตอบค่ะ ก็ตามมารยาท เพื่อนแชร์อะไรมาให้หนูก็ดู รีเเอคชั่นกลับไป เเต่มันเหมือนหนูยิ่งตอบมันก็ยิ่งส่ง เเล้วหนูเป็นคนตอบเร็วเเล้วไม่ชอบให้มีโนติค้าง เเล้วเป็นว่าก็ส่งมาไม่หยุดเลย คนที่ 1 เขาจะชอบส่งศิลปินที่เขาชอบมา หนูรู้จักแต่ไม่ได้ชอบ เหมือนส่งมาหวีดเมนตัวเองว่า “แก เมนเราน่ารัก ทำแบบนั้นแบบนี้น่ารักมั้ย” หนูเลยตอบรีเเอคไปแบบกว้าง ๆ ไปไม่ได้ลงดีเทลเหมือนที่เขาต้องการ เพราะหนูคิดไปเองว่า ถ้าหนูรีเเอคแบบคนไม่มีใจ เขาจะส่งมาน้อยลง เเต่ว่าไม่ ชีก็ส่งมาเรื่อย ๆ เลย ขอแค่หนูตอบอะไรก็ได้ คนที่ 2 เนี่ยหนักเลย คนนี้เขาชอบแชร์มีม เเชร์เรื่องตลกเรื่อยเปื่อย คือมาทุกช่องทางโซเชี่ยลที่หนูมีกับเขาเลย คือหนูจะมีเฟสบุ้ค ไอจีเขา เขาก็ส่งมาหมดเลย เฟสบุ้คนี่หนักเลย คือมันจะแบ่งเป็น 2 อย่างใช่มั้ยคะ แท็กหนูใต้โพสต์มาเป็นสิบ เเล้วก็ยังเเชร์มาในเเมสเซนเจอร์ของเฟสบุ้คมาอีก ด้วยความที่หนูไม่ค่อยเล่นเฟสบุ้คเเล้วเพราะว่ามีพ่อแม่มีญาติอยู่ หนูก็ไม่ค่อยตอบ เขาก็เหมือนย้ายแพลตฟอร์มมาที่ไอจี มาส่ง เเต่เขาก็ไม่ได้หยุดส่งในเฟสนะคะ เขาก็เเชร์ 3 แพลตฟอร์มเลย คือมันเยอะมาก หนูก็เคยเห็นเขาเเท็กหลายคนอยู่นะคะในโพสต์ที่เขาเเท็กหนู หนูก็กดเข้าไปอ่านไม่ตอบ เพื่อให้โนติมันหายไป มีครั้งนึงชีคนที่ 2 เขาก็ทักหนูกลับมาว่า “เป็นอะไรอะ ไม่ตอบเลย ป่วยหรอ?” หนูก็ตอบกลับไปว่า “ส่งมาเยอะขนาดนี้ตอบไม่ไหวหรอกจ้า” เขาก็อ่านไม่ตอบเเล้วก็หายไปสักพัก ไม่ถึงวันเขาก็แชร์มาอีก หนูทำมาทุกวิถีทางเเล้ว ไม่อ่านไม่ตอบ ทิ้งไว้หลาย ๆ วันเเล้วค่อยไปกดออก เเต่เหมือน 2 คนนี้เขาไม่ลดละความพยายามเลย เขาเห็นหนูอ่านเเล้วก็จะส่งมาใหม่ทันที ไม่สนใจว่าหนูจะไม่ตอบนานเเค่ไหนเเล้วส่งมาเรื่อย ๆ ทีเนี่ย เเจ้งเตือนหนูก็จะชึ้น 2 อัน เป็นเขา 2 คนอยู่ตลอดเลย ไม่เคยหายไปเลย หนูก็เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่า หนูจะทำยังไงดีให้เขาเลิกส่งมาให้หนู หรือว่าส่งมาให้มันปริมาณไม่เยอะขนาดนี้’ ซึ่ง “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเเชร์มีมลอย ๆ มาในกรุ๊ปจะไม่ตอบ เเต่ถ้าเขายิงตรงถึงเรา อาจจะเข้าไปอ่านแล้วตอบนิด ๆ หน่อย ๆ ตามมารยาท เเต่ถ้ารัว ๆ จะไม่ตอบจะไม่สนใจเลย บางคนเขามีความสุขกับการแชร์มีม โดยไม่ต้องการคำตอบด้วย เเค่รู้สึกว่าให้เพื่อนได้เห็นอะไรตลก ๆ เหมือนเรา’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าไม่มีโอกาสได้เจอ เป็นพี่พี่บล็อกไปแล้ว พี่ไม่เหนื่อยมาลบหรอก หรือเบไปตั้งไม่ให้เเท็กได้นะในเฟสบุ้ค เเต่ในไอจีพี่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ถ้ามันทำให้รำคาญ พี่จะบล็อก! ไม่เห็นต้องเเคร์เขาเลยถ้าไม่ใช่เพื่อนที่สนิทเเบบจะเจอกันอยู่เเล้วอะ ถ้าบอกไปแล้ว ทำให้เขารู้ไปเเล้วว่าไม่อยากรับสารเหล่านี้ เเล้วเขายังทำอยู่ก็ต้องบล็อกอะ เพราะไม่รู้จะทำยังไงเเล้ว’ เเละสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘เป็นพี่ถ้าไม่สนิทพี่จะไม่อ่านเลย พี่จะลบ ถ้าเขาถามว่าเป็นอะไรทำไมไม่อ่าน ก็ตอบไปเลยว่ารู้ว่าที่ส่งอะไรมามันไม่สำคัญ ขี้เกียจอ่าน พูดตรงๆ เเต่ถ้าไม่อยากพูดตรง ๆ อีกวิธีคือให้อันฟอลเขาเเล้วไปตั้งค่าให้เเค่คนที่เราติดตามเท่านั้นส่งข้อความได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แม๊ !! คุณครูสุดลำบากใจ เจอผู้ปกครอง ‘กดดัน’ ลูกตัวเองเหลืออีก 1 คะแนนจะไม่ติด 0 แต่แม่มาบอกว่า… ให้ครูช่วยปัดๆเศษ เพิ่มเกรดให้เป็นสักเกรด 1.5 หรือ 2 ไปสิ ทุกอย่างก็อยู่ที่ปลายปากกาครูอยู่แล้ว

06 ต.ค. 2023

แม๊ !! คุณครูสุดลำบากใจ เจอผู้ปกครอง ‘กดดัน’ ลูกตัวเองเหลืออีก 1 คะแนนจะไม่ติด 0 แต่แม่มาบอกว่า… ให้ครูช่วยปัดๆเศษ เพิ่มเกรดให้เป็นสักเกรด 1.5 หรือ 2 ไปสิ ทุกอย่างก็อยู่ที่ปลายปากกาครูอยู่แล้ว

แม๊ !! คุณครูสุดลำบากใจ เจอผู้ปกครอง ‘กดดัน’ลูกตัวเองเหลืออีก 1 คะแนนจะไม่ติด 0 แต่แม่มาบอกว่า…ให้ครูช่วยปัดๆเศษ เพิ่มเกรดให้เป็นสักเกรด 1.5 หรือ 2 ไปสิทุกอย่างก็อยู่ที่ปลายปากกาครูอยู่แล้ว พอคุณครูปฏิเสธแม่ไม่พอใจ พิมพ์มาต่อว่าในไลน์ยาวเลย เจอแบบนี้ทำไงดี? “คุณครูหวาน (นามสมมุติ)” อายุ 25 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 ต.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก -ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอมเกี่ยวกับปัญหาเด็กที่สอนไม่ส่งงานจนต้องติด 0 แต่พอผู้ปกครองรู้กลับมาต่อว่าและกดดันให้เราเพิ่มเกรดให้ โดย “คุณครูหวาน (นามสมมุติ)” ได้เริ่มเล่าว่า ‘ปฏิบัติหน้าที่เป็นครู สอนประจำวิชาหนึ่ง โดยรับผิดชอบสอนเด็กมัธยมปลาย เด็กวัยนี้ก็ค่อนข้างที่จะคุยรู้เรื่อง แล้วช่วงนี้เป็นช่วงประกาศคะแนนเก็บของเด็กๆ เพื่อให้เด็กๆ พอได้รู้ว่าเรามีคะแนนเก็บเท่าไหร่ ต้องทำคะแนนสอบปลายภาคเพิ่มอีกแค่ไหน ตามปกติก็จะเรียกเด็กๆ มาดูคะแนนก่อน แต่ในวันนั้นเกิดข้อผิดพลาดเผลอให้เด็กดูคะแนนเก็บ แล้วเด็กดันเห็นคะแนนรวมทั้งหมด เมื่อเด็กรู้คะแนนเก็บทั้งหมดก็จะสามารถคำนวณเกรดตัวเองได้เลย ตามเกณฑ์ทั่วไป อย่าง 80 คะแนนจะได้เกรด 4 แล้วเมื่อเด็กเห็นคะแนนรวม ก็จะรู้ว่าตัวเองติด 0 ก็คือคะแนนไม่ถึง 50 ในคะแนนเต็ม 100 ตอนแรกตัวเด็กเองก็ไม่ได้มีพฤติกรรมโวยวายอะไร ดูแล้วก็ยอมรับ เดิมทีเด็กคนนี้ไม่ได้มีพฤติกรรมก่อกวนอะไร เรียกได้เลยว่าเป็นเด็กเรียบร้อยคนนึงเลย แค่ไม่ได้สนใจการเรียนขนาดนั้น ตกเย็นหลังจากเลิกเรียน ผู้ปกครองของเด็กคนนี้ก็ส่งแชทไลน์มาบอกทำนองว่า ลูกของเขามาบอกว่าติด 0 เป็นเรื่องจริงมั้ย? จากนั้นก็รีบชี้แจงไปว่าช่วงนี้ยังไม่ได้เป็นช่วงประกาศคะแนน แต่เกิดความผิดพลาดทำให้น้องเห็นคะแนนไปก่อน แต่ว่าน้องคะแนนรวมไม่ถึง 50 เลยทำให้น้องต้องติด 0 ซึ่งในตอนนั้นผู้ปกครองก็ไม่ได้มีการโวยวายอะไรในแชทไลน์ เป็นการรับทราบตรงกันก็จบไป แต่ปรากฏว่าวันสุดท้ายที่เป็นวันสอบ อยู่ ๆครูที่ปฎิบัติหน้าที่ประจำชั้นด้วยกัน ก็เดินมาบอกว่า ‘น้อง เดี๋ยววันนี้ผู้ปกครองของเด็กคนนี้จะเข้ามาหานะ’ โดยที่ไม่ได้ถามก่อนเลยว่าสะดวกหรือว่างมั้ย แล้วพอผู้ปกครองที่เป็นคุณแม่เดินทางมาถึง ก็พูดคุยกันโดยที่คุณแม่เองก็ไม่ได้มีพฤติกรรมพูดคำหยาบ โมโหร้ายหรืออะไรเลย ก็คิดว่าเหมือนจะคุยกันรู้เรื่องด้วยซ้ำ และในตอนแรกคิดว่าเหตุผลที่คุณแม่มาเพราะไม่พอใจที่ลูกจะติด 0 เพราะอีกแค่ 1 คะแนนนักเรียนก็จะไม่ต้องติด 0 เบื้องต้นก็ได้ชี้แจงไปว่า ไม่รู้ว่าจะเพิ่มคะแนนส่วนไหนให้กับเด็กได้แล้ว เพราะมันเป็นเกณฑ์ของวิชาการ เป็นระเบียบที่ว่าถ้าเพิ่มให้หนึ่งคนก็ต้องเพิ่มให้กับคนอื่น ๆด้วย เพราะเด็กทุกคนต้องมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน คุณแม่ก็พูดตอบกลับมาว่า ‘ลูกของเขาจำเป็นต้องใช้เกรดยื่นเข้ามหาวิทยาลัยนะ’ ซึ่งในกรณีแบบนี้คุณแม่จำเป็นต้องติดต่อทางวิชาการ เพราะคุณครูไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเกรดเองได้ ทางคุณแม่พูดขึ้นมาว่า ‘แล้วทำไมต้องติดต่อวิชาการ ในเมื่อคะแนนมันอยู่ในดุลยพินิจของครู แค่ปลายปากกาเองครูก็เพิ่มเองสิ’ โดยคำพูดและสีหน้าท่าทางของผู้ปกครองคนนี้แสดงออกถึงความกดดันมาก ๆในตอนนั้น โดยการพูดคุยครั้งนี้ไม่ได้พูดเป็นการส่วนตัว แต่พูดคุยในห้องพักครู ซึ่งมีครูท่านอื่น ๆนั่งรวมอยู่ด้วย สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนั้นก็คือการพยายามอธิบายให้ผู้ปกครองคนนั้นเข้าใจว่า ในการสอนของครูจะเป็นการสอนร่วมกับครูท่านอื่นด้วย ทำให้ไม่สามารถตัดสินใจหรือเปลี่ยนแปลงเองได้คนเดียว อธิบายไปก็เหมือนจะจบเหมือนผู้ปกครองจะเข้าใจ วันถัดมา ผู้ปกครองคนเดิมก็ส่งแชทไลน์มาอีกครั้ง เป็นข้อความยาวมาก ๆเรียงยาวมาขนาดที่ว่าต้องเลื่อนอ่านเรื่อย ๆแต่ไม่มีคำหยาบ โดยความหมายในข้อความนั้นประมาณว่า ครูขาดจริยธรรม ศีลธรรม ครูเองสามารถแก้ไขคะแนนได้ทำไมไม่แก้ ต้องให้ติดต่อวิชาการทำไม และประโยคที่ว่าเป็นครูประจำชั้น จะไม่ช่วยหรอ ลูกเขาก็ไม่ใช่คนไม่ดี ไม่ได้เอาเกรดไปฆ่าคน เลยทำให้รู้ว่าจริง ๆแล้วสิ่งที่ผู้ปกครองไม่พอใจไม่ใช่การที่ลูกของเขาติด 0 แต่ไม่พอใจต้องการที่จะให้เพิ่มเกรดจากติด 0 เป็นเกรด 1.5 หรือ 2 เพื่อให้เกรดลูกเขาออกมาสวย ถึงเกณฑ์ที่จะยื่นเข้ามหาวิทยาลัย ยอมรับตามความจริงก็เกือบจะใจอ่อนอยู่เหมือนกัน เพราะนักเรียนคนนี้ไม่ได้มีพฤติกรรมเลวร้ายอะไร เลยพูดออกไปวันที่ผู้ปกครองมาที่โรงเรียนว่า ถ้าให้ช่วยคือทำได้เพียงให้ไม่ติด 0 แต่นักเรียนก็ต้องมาทำงานเพิ่ม หรือต่อให้เด็กคนนี้จะติด 0 หรือ ไม่ติด 0 เกรดมากสุดที่ได้ก็คือ 1 จริง ๆ แล้วสิ่งที่ได้กลับมาคือ ผู้ปกครองมองหน้าแล้วพูดว่า 1.5 ได้ไหม หรือ 2 ได้ไหม ภาพที่ผู้ปกครองพูดใส่หน้ามันกลายเป็นภาพติดตาไปเลย เหตุการณ์นี้ก็เข้าใจถึงความหวังดีของผู้ปกครองที่ทำเพื่อลูกจริง ๆเพียงแต่มันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แล้วข้อความที่เขาเคยส่งมา มันลบสิ่งที่เขาพยายามใส่ว่าเป็นครูอย่างนู้นอย่างนี้ออกไปไม่ได้ มันย้ำเตือนว่าเป็นอย่างนี้จริง ๆหรอ แม้จะรู้ตัวว่าไม่ได้เป็นครูอย่างที่เขาพูดมา การพูดคุยครั้งสุดท้ายคือไม่รู้จะอธิบายยังไงแล้ว เพราะเขาปิดกั้นตัดสินไปแล้วว่าเป็นครูที่ขาดจริยธรรม ศีลธรรม ขาดความสามารถในการสอน เลยตอบกลับไปแค่ว่า ‘ขอบคุณค่ะ’ สิ่งที่ผู้ปกครองตอบกลับมาครั้งสุดท้ายคือ ‘อย่าแค่ขอบคุณนะ อ่านแล้วคิดตามด้วยนะ’ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ได้ตัดสินใจลาออกจากการเป็นครูก่อนหน้านี้แล้ว แต่เหตุผลที่ลาออกไม่เกี่ยวกับผู้ปกครองคนนี้ โดยวันศุกร์นี้จะเป็นวันสุดท้ายของการทำงาน เลยอยากปรึกษาพี่ ๆว่าจะทิ้งข้อความสุดท้ายในกลุ่มไลน์ผู้ปกครองอย่างไงดี ” ‘ดีเจเผือก’ เริ่มให้คำปรึกษาว่า “ขอชื่นชมคุณครูนะครับ เสียดายที่ลาออกแล้ว ผมว่าการศึกษาเราต้องการครูแบบครูหวานเยอะเลย นี่คือตัวอย่างของครูที่ดี ที่ต้องเจอกับความพ่อแม่รังแกฉันที่หลาย ๆคนคงได้เห็นอะไรแบบนี้ และสงสารลูกของเขาที่ต้องมีคุณแม่แบบนี้ มันไม่ใช่แค่พฤติกรรมที่ สำหรับผมใช้คำว่า น่ารังเกียจ สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ แต่เชื่ออย่างมาก ๆว่าระบบความคิดแบบนี้มันจะถูกถ่ายทอดลงไปในระบบความคิดของลูกเขาไม่มากก็น้อย ซึ่งเขาก็คงต้องการครูอย่างครูหวาน ที่จะทำให้เขารู้ว่าการสอนลูกที่แท้จริง การที่เขาช่วยลูกแบบไหน ที่เป็นการช่วยลูกจริง ๆ คนเราความรักบังตาแล้วก็ช่วยเหลือลูก ญาติพี่น้องในแบบที่มันไม่ใช่การช่วย มันยิ่งทำให้เขาเหมือนตกหลุมความเห็นแก่ตัว ความไม่ยอมรับกติกา ความซิกแซก ความใต้โต๊ะ ความคอรัปชั่นไปในตัวตั้งแต่เด็ก ซึ่งเรื่องเรียนเป็นเรื่องใหญ่มากนะ ลองคิดว่าผู้หญิงคนนี้ไปห้าง ต่อคิวเป็นไหม ไปสวนสนุกเขาต่อคิวกัน คนนี้แซงไหม ไปกินข้าวศูนย์อาหารเขาให้เก็บถาด คนนี้เก็บไหม สงสารเขา จุดแรกคืออยากจะบอกครูหวานคือจงมั่นใจในสิ่งที่ครูหวานทำนะครับ มันเป็นสิ่งที่ระบบการศึกษาไทยต้องการมาก ๆเลยนะครับ สุดท้ายคำพูดเหล่านั้นที่เขาพิมพ์มา มันก็คือแค่การพยายามกลับผิดเป็นถูก กลับถูกเป็นผิด บางทีเราอาจจะคิดแค่ว่าเราเจอกับคนที่ระบบความคิดผิดเพี้ยนไปหมด เพราะฉะนั้นเขาจะมองตรรกะในชีวิตเขากลับด้าน อย่าทำให้ระบบความคิดที่ผิดเพี้ยนของใครสักคนมาทำให้คุณค่าในตัวเราหายไปเลยครับ ส่วนข้อความสุดท้ายได้หมดเลยครับ เชื่อว่าครูหวานจะสื่อสารออกไปในแบบที่มันโอเค ความตั้งใจ ที่เราอยากจะเป็นครูแบบไหนพูดออกไปได้หมดเลย ” ต่อมาที่ ‘ดีเจเติ้ล’ ให้คำปรึกษาว่า “ข้อความสุดท้ายครูหวานต้องไม่คาดหวังว่าเขาจะสำนึกจากข้อความครูหวานเลย พี่ว่าเขารู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่ควรจะเป็นตากฎกติกาคืออะไร เขาแค่ไม่อยากเล่นตามกฎกติกา เขาแค่อยากได้สิ่งที่อยากได้ ซึ่งบางทีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกเขาต้องการหรือเปล่า เราอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหลังบ้านเขาเป็นยังไง เอาจากใจพี่ พี่ไม่อยากให้ครูหวานส่งอะไรปเลยด้วยซ้ำ เพราะว่าพี่รู้สึกว่าไม่มีความจำเป็นอะไรที่ครูหวานต้องอธิบายในสิ่งที่ครูหวานคิดอีกแล้ว คือในการกระทำของครูหวานถึงตอนนี้มันแสดงให้เห็นถึงจุดยืนในวิชาชีพนี้ของครูหวานแล้ว แล้วมันก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องด้วย ไม่ต้องไปสนใจในสิ่งที่แม่ของเด็กคนนั้นพูดเลย เพราะว่าเรารู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่เขาพูดเขาต้องการอะไร เขาจะหาเรื่องมาเบนครูหวานทุกอย่างเลยเพราะครูหวานไม่ให้เขาแค่นั้น ซึ่งมันไม่ใช่ มันผิด แต่สิ่งที่ครูหวานทำคือสิ่งที่ถูกต้อง ถูกแล้วอยากให้เชื่อมั่น โดยไม่ต้องสงสัยว่าตัวเองทำถูกหรือผิด ” ปิดจบกันที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำปรึกษาว่า “ก็เป็นข้อความที่จะให้พิมพ์ กราบขอบคุณสมาคมผู้ปกครองที่ให้เกียรติหวานได้มาเป็นครูประจำโรงเรียนแห่งนี้ หวานได้เรียนรู้ทั้งข้อดีและข้อเสียมากมาย การที่เด็กจะเติบโตมาอย่างเพียบพร้อมและแข็งแกร่งนั้น ไม่ใช่ฝากความหวังไว้ที่โรงเรียนเท่านั้น คนในบ้าน โดยเฉพาะคุณแม่ควรมีศักยภาพมากพอในการดูแลให้ลูกเติบโต ซึ่งหากคุณแม่ขาดศักยภาพก็จะส่งผลต่อการเรียนของเด็ก อยากให้คุณแม่สังเกตลูก ๆดูนะคะ ใครที่ลูก ๆมีการเรียนที่ตกต่ำ อยากให้คุณแม่เนี่ยกลับไปเสริมทักษะพัฒนาตัวลูกและตัวเองด้วย ช่วงนี้เราจะสอนและคาดหวังให้ลูกโตไปไม่โกง ฉะนั้นมันควรจะถูกสอนตั้งแต่ที่บ้าน ให้มันจบที่รุ่นคุณแม่นะคะ จากนั้นครูหวานหนีไปให้ไกล แล้วเปลี่ยนชื่อไลน์ด้วย สายนี้ได้คำแนะนำครบรสครูหวานเลือกใช้ได้เลยนะ ”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สิ้นปีตั๋วกลับใต้แพงมาก เดินทางวิธีไหนก็ลำบาก แต่ประเด็นคือ รักแรกที่เราเคยแอบชอบมา 5 ปี ทักชวนเรากลับบ้านด้วยกันไหม ใจนึงก็อยาก แต่อีกใจนึงก็กลัวใจตัวเองจะหวั่นไหว เพราะเราทั้งคู่ต่างก็มีแฟนกันอยู่แล้ว ถ้าเป็นทุกคน จะตัดสินใจยังไงกันคะ ??

16 ธ.ค. 2024

สิ้นปีตั๋วกลับใต้แพงมาก เดินทางวิธีไหนก็ลำบาก แต่ประเด็นคือ รักแรกที่เราเคยแอบชอบมา 5 ปี ทักชวนเรากลับบ้านด้วยกันไหม ใจนึงก็อยาก แต่อีกใจนึงก็กลัวใจตัวเองจะหวั่นไหว เพราะเราทั้งคู่ต่างก็มีแฟนกันอยู่แล้ว ถ้าเป็นทุกคน จะตัดสินใจยังไงกันคะ ??

“คุณกุ๊บกิ๊บ (นามสมมติ)” อายุ 24 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคือวันพุธที่ [11 ธ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาปีใหม่นี้คนที่เราเคยแอบชอบ ทักมาชวนกลับบ้านด้วย โดย “คุณกุ๊บกิ๊บ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ปัญหาที่ตัวเองเจอคือ ‘เพื่อนที่เป็นรักแรกของหนูตอนม.2 ชวนกลับบ้านที่ต่างจังหวัดด้วยกัน’ แต่หนูไม่รู้ว่าต้องตัดสินใจไป หรือไม่ไปดี? เพราะว่าต่างคนก็ต่างมีแฟนกันอยู่แล้วทั้งคู่ ซึ่งตอนนี้หนูกับเขาอยู่โซนภาคกลางเหมือนกัน หนูอยู่กรุงเทพฯ แล้วเขาอยู่อีกจังหวัดนึง หนูกับเขาคุยกันผ่านแอปพลิเคชันนึง เขาก็บอกว่า ‘เอองั้นเธอก็กลับกับเราสิ’ ค่าเครื่องจะได้ไม่ต้องจ่ายเพราะช่วงปีใหม่มันแพง แล้วเราก็แบบใจฟูเนอะ ตั้งแต่ม.2 อ่ะ หนูชอบเขา แต่มันก็มีส่วนที่ตะขิดตะขวงใจอย่างนึงก็คือหนูก็มีแฟน เขาก็มีแฟน ถามว่าหนูอยากไปไหม? หนูก็อยากไปนะ หนูไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรกับหนูไหม แต่เขาก็บอกคิดถึงหนูอยู่นะ ‘ตอนเด็ก ๆ เราจีบกันเลยค่ะ’ คือหนูชอบเขาแล้วก็มีการกุ๊กกิ๊กกันอยู่ตลอด 5 ปี ตั้งแต่ ม.2 จนถึงปี 1 แต่มันเป็นอดีตนะ คำถามที่อยากจะถามพี่ดีเจคือ ‘ควรไปกับเขาดีไหม?’ คือเราอยากกลับบ้าน อยากเจอแม่ด้วย ทางด้านดีเจทั้ง 3 ท่าน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” ให้ความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า ‘ไปกับใครก็ได้ แต่ไปกับเขาไม่ได้’ ที่เหลือไปหาทางกลับเอาเอง เพราะมีแฟนกันแล้ว ถ้าสมัยก่อนยังกลับบ้านเองได้อันนี้ กุ๊บกิ๊บกำลังจะหาเหตุ กำลังหาข้ออ้างที่จะไปกับกิ๊กเก่า ซึ่งแฟนเรามีอยู่แฟนเขาก็มีอยู่ “คุณกุ๊บกิ๊บ (นามสมมติ)” ทิ้งท้ายต่อว่า มันก็จะมีอีกคำถามนึงตอนแรกหนูก็พยามยื้อว่า เราไม่อยากไปเรากลัวแฟนเราด้วย แล้วก็กลัวแฟนเขาเสียใจด้วย แล้วเหมือนเขาก็ตัดพ้อกลับมาว่า ‘อะไรอะ เราแค่ไปเราเป็นเพื่อนกันนะ’ หนูเลยบอกว่า เราก็เกรงใจแฟนเธอนะ เธอก็มีแฟนอยู่แล้วถ้าแฟนเสียใจขึ้นมาทำยังไง? เขาก็บอกว่าแฟนเราไม่ได้งี่เง้าขนาดนั้นหรอก ทาง ‘ดีเจเติ้ล’ เลยให้คำปรึกมาว่าเนี่ยมันดูเหมือนอ่อยอ่ะ เหมือนอ่อยให้ไปเจอกันอ่ะ สุดท้ายนี้ทั้งสามดีเจ ได้ให้คำปรึกษาต่อว่า ‘ใจเราไม่บริสุทธ์ไปแล้ว เราคิดไปแล้ว ‘คนบางคนก็ไม่เหมาะเป็นเพื่อน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-