ถึงคราวต้องเลือก! ระหว่างแฟนกับสัตว์เลี้ยง ..จะเลือกอะไรดีคะ? l พุธทอล์คพุธโทร 17 ธันวาคม 68

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ถึงคราวต้องเลือก! ระหว่างแฟนกับสัตว์เลี้ยง ..จะเลือกอะไรดีคะ? l พุธทอล์คพุธโทร 17 ธันวาคม 68

19 ธ.ค. 2025

         “คุณใบชา (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (17 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับเรื่องที่เป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์มาก แต่แฟนไม่อยากให้เลี้ยง เลยต้องเลือกระหว่างแฟนกับเลี้ยงสัตว์

        โดย “คุณใบชา (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ปัญหาคือหนูจะเลือกเลี้ยงสัตว์หรือเลือกแฟนดี ตอนนี้คบกับแฟนมา 10 ปีแล้ว มีเลี้ยงสัตว์ด้วยกัน เป็นหนูแกสบี้ 2 ตัว แต่ตอนนี้เหลืออยู่ 1 ตัว เพราะพึ่งเสียไปเมื่อต้นปี หลังจากที่เสียตัวแรกไปแฟนก็บอกมาตลอดว่า เขาไม่อยากเลี้ยงแล้ว เขาทำใจยาก แต่ตอนนั้นที่คุยกัน หนูก็คิดว่ามันพึ่งผ่านเหตุการณ์มา เลยไม่คิดอะไร

        จนอาทิตย์ที่ผ่านมา น้องอีกตัวเริ่มป่วย เพราะอายุที่เยอะแล้ว คุณหมอเริ่มบอกให้ทำใจได้แล้ว ซึ่งหนูทำใจได้นะ แต่แฟนทำใจไม่ได้ เขาเลยมาคุยว่า ถ้าตัวนี้ไปแล้วเขาจะไม่เลี้ยงแล้วนะ เขาทำใจไม่ได้ เขาไม่รู้จะรับมือกับมันยังไง แต่หนูคิดว่าเรื่องการสูญเสีย มันเป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอ ช่วงที่ผ่านมาหนูก็รู้สึกว่าเขาเปลี่ยนไป ตอนแรกนึกว่าเขาเครียดเรื่องงาน แต่เขามาพูดกับหนูว่า เขาเปลี่ยนไปเพราะว่าหนูตัวแรกมันหายไปนะ ถ้าเกิดตัวนี้มันหายไปอีกก็ไม่รู้จะทำยังไง คือหนูเป็นคนชอบสัตว์เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่นี่เป็น 2 ตัวแรกของเขา

        พอคุยกันไปมา เขาบอกให้เลือกว่าจะเลี้ยงสัตว์หรือเลิกกับเขา ถ้ามีเขาต้องไม่มีสัตว์เลี้ยง หนูก็เลือกยังไม่ได้ต้องขอคิดดูก่อน แต่เขากับหนูก็ซื้อบ้านอยู่ด้วยกัน เป็นครอบครัวที่อยู่ด้วยกันจนชินไปแล้ว เข้าใจเขานะที่ไม่อยากมี คือหนูจะเป็นคนเลี้ยงเป็นหลัก เขาเห็นหน้าทุกวันก็จะมีเดินมาเล่นมาดู แต่ก็รู้ว่าตอนที่เสียสัตว์เลี้ยงไป เขาเหมือนใจไม่ค่อยไหวจริง ๆ และเขายังบอกอีกว่า ในชีวิตเขาตอนนี้ ถ้าเขาต้องรับมือกับการสูญเสียขอให้มีแค่ พ่อ แม่ พี่ชาย เรา และหนูตัวสุดท้ายนี้ก็พอ ถ้ามีเข้ามาอีกก็ไม่รู้ว่าจะรับมือมันยังไง ปัญหาของใบชาวันนี้ที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ “หนูเลือกไม่ถูก ระหว่างสัตว์เลี้ยงกับแฟน” หนูควรจะทำยังไงดีคะ

        เริ่มด้วย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คำขาดของเขาบางทีมันฟังดูอาจจะเอาแต่ใจ แต่อยากมองว่าผลมันเป็นยังไง เขาจะรับได้มั้ย สมองคนเราในการตีความหรือรับมือในสิ่งต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราเห็นกับตามาแล้วว่าแฟนเรา Effect มันเป็นยังไงกับการสูญเสียคนในครอบครัว แล้วเขาพูดมาชัดเจนมาก ว่าชีวิตเขาจะทำใจสำหรับคนที่มีอยู่ตรงนี้เท่านั้น เขารักเรามากเลยนะ’

        ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนนี้เรามีแฟนแล้วก็หนูแกสบี้อยู่ ถ้าวันใดวันหนึ่งน้องต้องจากไป ตอนนั้นเรายังมีแฟนอยู่ ทีนี้ถ้าเราจะมีสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ แล้วจะต้องเสียแฟนคนนี้ไป เป็นพี่จะเอาคนที่มีอยู่ตรงนี้มากกว่า เพราะเขารักเรามาก’

        ต่อด้วย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เขาเลือกพูดอะไรที่ฟังดูกระทบจิตใจเรา เพราะเขาไปถึงที่สุดของปลายทางแห่งความรู้สึกแล้ว มันไปแตะเส้นตรงนั้น เขาขอความเห็นใจกับเราไปแล้ว แต่เรากลับไม่ได้ตอบรับเขา มันเลยไปถึงจุดที่เขาจะต้องพูดอะไรบางอย่าง ว่าเรื่องนี้มันสำคัญกับเขา แกสบี้ไปที่ไหนก็เล่นได้ แต่ผู้ชายคนนี้มีคนเดียวบนโลก แล้วเตรียมคำพูดปลอบเขาในวันที่หนูอีกตัวไปได้เลย อะไรที่คือคำพูดที่ดี ในวันที่เขาจะต้องสูญเสียอีกตัวหนึ่งไป บอกเขาเลยว่า การอยู่บางทีมันทรมานมากกว่าปล่อยให้น้องไปสบาย’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

 ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูคบกับแฟนมาปีกว่าๆ แฟนหนูเขาเคยผ่านการแต่งงานมาแล้วหนูเคยคุยกับแฟนว่า ในอนาคตมองความรักของเราเป็นยังไง แต่กลับได้คำตอบมาว่า ยังไม่ได้มีเราอยู่ในอนาคตเขาเลย ยังคิดภาพไม่ออก แต่จะโฟกัสปัจจุบันให้ดีที่สุดก็พอ

28 พ.ย. 2025

หนูคบกับแฟนมาปีกว่าๆ แฟนหนูเขาเคยผ่านการแต่งงานมาแล้วหนูเคยคุยกับแฟนว่า ในอนาคตมองความรักของเราเป็นยังไง แต่กลับได้คำตอบมาว่า ยังไม่ได้มีเราอยู่ในอนาคตเขาเลย ยังคิดภาพไม่ออก แต่จะโฟกัสปัจจุบันให้ดีที่สุดก็พอ

หนูคบกับแฟนมาปีกว่าๆ แฟนหนูเขาเคยผ่านการแต่งงานมาแล้วเจอผู้หญิงคนเก่านอกใจมา หนูเคยคุยกับแฟนว่าในอนาคตมองความรักของเราเป็นยังไง แต่กลับได้คำตอบมาว่ายังไม่ได้มีเราอยู่ในอนาคตเขาเลย ยังคิดภาพไม่ออกแต่จะโฟกัสปัจจุบันให้ดีที่สุดก็พอ และ“ถ้าอนาคตความสัมพันธ์ของเรามัน TOXIC พี่ก็พร้อมไป”พอเราได้ยินประโยคนี้ รู้สึกได้เลยว่ารักของเราทำไมมันดูไม่มั่นคงเลย เหมือนเขาจะไปเมื่อไหร่ก็ได้ถ้ามีปัญหากันแต่ทุกวันนี้เขาก็เป็นแฟนที่ดี ทำหน้าที่ได้ดีเสมอมานะคะ “คุณมะม่วง (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (26 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับเรื่องแฟนดูไม่ได้อยากมีเราในอนาคตขนาดนั้น โดย “คุณมะม่วง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูกับแฟนคบกันมาได้ปีกว่า แฟนหนูอายุ 35 ปี ปัญหาที่เจอคือแฟนเขาไม่ได้มีภาพอนาคตร่วมกันกับหนูเลย หนูเป็นพวกชอบวางแผนอนาคต อยากได้ความมั่นใจ อยากได้ความมั่นคงว่าเขาอยากมีหนูในอนาคต แต่เขาบอกว่ายังไม่คิดถึงขั้นนั้น แล้วเขายังบอกอีกว่าตั้งแต่มีแฟนมา เขาบอกยังไม่เคยรักใครขนาดนั้นเลย เพราะเขารู้สึกว่ารักตัวเองมากที่สุด และเขาจะบอกให้แฟนทุกคนที่เคยคบ ให้รักตัวเองมากที่สุดเหมือนกัน บางทีเขาก็จะรู้สึกอัด และทำตัวไม่ถูก เวลาที่หนูคลั่งรักเขามาก ๆ เขาอยากให้หนูรักเขาแบบพอดีปกติไปเรื่อย ๆ แล้วเขาก็เคยพูดขึ้นมาว่า “อยู่ดี ๆ พี่ก็อยากไปเที่ยว นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยคนเดียวบ้าง” หนูก็ถามเขาว่า “พี่รักหนูมั้ย?” เขาก็ให้คำตอบหนูไม่ได้ มันก็น่าจะหมายความว่า เขาไม่ได้รักหนูขนาดนั้น หนูเลยถามเขาว่า “พี่เป็นแฟนกับคนที่ไม่ได้รักได้หรอ” เขาก็บอกว่า “เป็นได้หมดนะ ตราบใดที่มันไม่ได้มีเรื่อง Toxic เกิดขึ้น” คือเราอยู่กันแบบนี้ มันต้องมีเรื่องไม่เข้าใจกันอยู่แล้ว สำหรับหนูคือต้องการคุย เพื่อปรับความเข้าใจ แต่สำหรับเขาคือเขาไม่คุย ถ้าเขาตัดสินใจแล้วว่ามันไปต่อไม่ได้ก็คือจบ หนูเลยรู้สึกว่า ถ้าคบกับเขาไปถ้ามันมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น เหมือนเขาพร้อมที่จะเลิกกับหนูตลอดเวลา ถ้ามองแค่ปัจจุบัน ทุกวันนี้ก็มีความสุขดี แต่พอนึกถึงไปอนาคต เขาอาจไม่ได้คิดถึงหรือรักหนูขนาดนั้น ถ้ามีเรื่องอะไรที่ทะเลาะกันแล้วเขาไม่โอเค เขาก็พร้อมที่จะไปทุกเมื่อ ปัญหาของมะม่วงวันนี้ที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ “แฟนไม่ได้มีอนาคตร่วมกันกับหนู” หนูควรจะคิดหรือทำยังไงต่อดีคะ’ เริ่มด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ดูแค่ปัจจุบัน ถ้ามะม่วงไม่ไปถามเขาถึงอนาคต มันก็ไม่เกิดปัญหาเลย ถ้าทุกวันนี้มันยังมีความสุข แล้วมะม่วงยังโอเคกับมันอยู่ จะทำให้ตัวเองอกหักทำไม ถ้าเขายังไม่พูดออกมา เพราะไม่มีใครรู้ว่าอนาคตมันจะเป็นยังไง’ ต่อด้วย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องถอยมาเพื่อเช็คความสัมพันธ์ ถ้าถอยออกมาแล้วเขาไม่คิดถึงเราสักนิด เขาไม่ได้เช็คตัวเองเลยว่าเราสำคัญขนาดไหน ก็แปลว่ามะม่วงไม่ได้สำคัญจริง ๆ การถอยออกมาไม่ได้ถอยเพื่อเลิก แต่ถอยมาเพื่อเช็คความสัมพันธ์ ถ้าเกิดเขากลับมาง้อก็เปิดใจคุยกันเลยว่า เราอยู่ในระดับไหนของความสัมพันธ์ ไม่ต้องพูดเรื่องแต่งงานเพราะมันไกลเกิน ถ้าตัดสินจากที่มะม่วงเล่า มะม่วงยังไม่ได้อยู่จุดที่สำคัญเลย เหมือนอยู่ก็ได้ ถึงไม่ใช่เราจะเป็นใครก็ได้ แต่ถ้ามีความสุขหรือพอใจกับสิ่งเหล่านี้ ก็ไปต่อได้นะ เพราะคบกับใครมันไม่มีทางรู้อนาคตอยู่แล้ว ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ชอบเรื่องของการพูด ถ้าถึงวันที่เจ็บก็แค่เจ็บ ก็ถือว่าทำเต็มที่แล้ว’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘นิสัยของผู้ชายแบบนี้ มีเปอร์เซ็นต์สูงมากที่วันหนึ่ง จะเสียคนที่รักไปเมื่อเขาไปเจอคน ที่แสดงออกหรืออ่อนโยนมากกว่า มะม่วงก็วัดจากปัจจุบัน ว่าพร้อมที่จะเสี่ยงและวัดใจกับคน ๆ นี้ หรือเปล่า ถ้าปัจจุบันมันดีพอที่จะทำให้เรารอคนนี้ ก็ไม่ผิดที่เราจะใช้เวลาเพื่อพิสูจน์เขา แต่คนเรามันมีจำกัดของเวลา มันอยู่ที่เวลาของมะม่วงมันมีนานแค่ไหน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เพื่อนชอบเล่าเรื่องที่ไปเป็นชู้กับคนอื่นให้ฟัง บอกว่าตัวเองมีดวงดึงดูดคนมีเจ้าของ เรารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ไม่อยากฟัง เลยอยากถามว่าจะพูดปฏิเสธยังไงดีคะ

20 ก.พ. 2026

เพื่อนชอบเล่าเรื่องที่ไปเป็นชู้กับคนอื่นให้ฟัง บอกว่าตัวเองมีดวงดึงดูดคนมีเจ้าของ เรารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ไม่อยากฟัง เลยอยากถามว่าจะพูดปฏิเสธยังไงดีคะ

เพื่อนชอบเล่าเรื่องที่ไปเป็นชู้กับคนอื่นให้ฟังบอกว่าตัวเองมีดวงดึงดูดคนมีเจ้าของเรารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ไม่อยากฟังเลยอยากถามว่าจะพูดปฏิเสธยังไงดีคะ ‘คุณบีม (นามสมมุติ)’ สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 มกราคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกลือ’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นอยากเลิกยุ่งกับเพื่อนที่ชอบไปเป็นมือที่สามของคนอื่น ‘คุณบีม (นามสมมุติ)’ อายุ 34 ปี ได้เล่าว่า เมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว เธอมีเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน ซึ่งเป็นรุ่นน้องและค่อนข้างสนิท ให้นามสมมติว่า 'เอ' แต่อยู่ด้วยกันได้ 3 ปี ก็ลาออกและแยกย้ายกัน แต่ระหว่างที่ไม่ได้ทำงานที่เดียวกันแล้ว ก็ยังคงติดต่อกัน ไปเที่ยวด้วยกัน และมาพักที่หอของเธอบ่อย ๆ เอนั้นมีสามีและลูกแล้ว ซึ่งคุณบีมรู้ว่าตลอดเวลาที่เอยังคบกับแฟน เอก็แอบคุยกับผู้ชายคนอื่นด้วย แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไร และเมื่อทำงานเยอะขึ้นก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกันสักพัก รู้เรื่องอีกทีก็ตอนที่เอได้เลิกกับแฟนไปแล้ว และย้ายมาอยู่หอใกล้กับคุณบีม ไม่นานเอก็มีแฟนใหม่ ซึ่งครั้งนี้ มีสถานะเป็นมือที่สาม เอเองก็รู้ว่าไม่ดี แต่ก็บอกว่า แค่คบเล่น ๆ และเอเป็นคนที่มีแรงดึงดูดกับคนมีเจ้าของ ต้องไปเป็นชู้ตลอด คุณบีมบอกอะไรเอก็ไม่ฟัง เพราะเอรู้ตัวเองอยู่แล้วว่าทำอะไรอยู่ ระหว่างนั้นพวกเธอก็แยกย้ายกันทำงาน แต่คุณบีมก็ยังเห็นว่าเอยังคงเที่ยวเล่นต่างจังหวัดอยู่ ไม่รู้ว่าได้ทำงานหรือเปล่า แต่ก็เข้าใจได้ว่าน่าจะมีคนเลี้ยง ซึ่งก็ไม่ได้คบจริงจัง หลังจากนั้นก็รู้อีกว่าเอยังคุยกับคนอื่นอยู่ด้วย แต่คุณบีมก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่รับไม่ได้ที่เอไปเป็นเมียน้อยคนอื่นแบบที่ไม่รู้สึกผิดเลย จึงไม่อยากติดต่อด้วย และพยายามไม่สนใจ เมินข้อความจากเพื่อนที่พยายามทักหาเธอตลอดเป็นเวลาประมาณ 3 ปี คุณบีมเห็นข้อความเหล่านั้น แต่ไม่อยากตอบ เอก็ยังทักมาซ้ำว่า “ทำไมไม่ตอบ” เหมือนจะไม่รู้ตัวว่าคุณบีมไม่ชอบ แต่เมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา คุณบีมเผลอไปกดดูสตอรี่ในโซเชียลของเอ เป็นสตอรี่ที่ลงคู่กับแฟน ซึ่งเอยังคงเป็นเมียน้อย เอจึงแคปหน้าจอที่แสดงให้เห็นว่าคุณบีมเข้าไปชมสตอรี่ และทักมาถามว่า “อยู่ไหน ส่งโลให้หน่อย” คุณบีมที่พยายามเมินข้อความมาเป็นเวลานาน ตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้ จึงส่งโลเคชั่นที่ทำงานให้ ทั้งสองจึงได้ไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน และก็เป็นอย่างทุกครั้งที่คุยกัน เอได้เล่าเรื่องที่ไปเป็นมือที่สามให้ฟัง โดยเล่าว่า เป็นเมียน้อยคนจีน เป็นมา 3 ปี ก่อนที่คนนั้นจะกลับไปแต่งงานกับแฟนตัวจริงที่จีน ทั้งคู่จึงเลิกกัน หลังจากนั้นเอก็มาเป็นเมียน้อยของแฟนคนปัจจุบันได้เกือบปีแล้ว และได้รับเงินค่าเลี้ยงดูเดือนละแสน ตอนแรกที่ตกลงกันผู้ชายไม่ยอม แต่ไม่รู้คุยกันยังไง ผู้ชายก็ยอมตกลง และเอยังบอกอีกว่า ตอนคบกับคนจีน ซึ่งเป็นจีนเทา เขาก็ให้เดือนละแสน เคยได้จับเงินล้านด้วย จึงได้ส่งเงินไปให้พ่อแม่สร้างบ้าน เพื่อนของเอก็เป็นเด็กเสี่ย มีคนเลี้ยงใช้ชีวิตสบายทุกคน คุณบีมไม่อยากรับรู้เรื่องเหล่านี้ แต่ไม่กล้าปฏิเสธ เพราะกลัวเพื่อนเสียใจ และก็สนิทกัน รู้จักกันมานาน เอก็เป็นเพื่อนที่ดี เพียงแต่คุณบีมไม่ชอบพฤติกรรมที่มักจะไปเป็นมือที่สามของคนอื่นแบบนี้ เอรู้ตัวว่าทำอะไรอยู่แต่ก็คิดถึงแค่เงินอย่างเดียว แม้คุณบีมจะไม่เคยบอกเอไปตรง ๆ ว่ามันไม่ดี แต่ถ้าจะหายไป หรือบล็อกไปเฉย ๆ โดยไม่ได้บอกอะไร ก็กลัวว่าเอจะมาตามถึงออฟฟิศหรือมาที่หอ เพราะปกติเอก็ทำแบบนี้ตลอด หรือจะแกล้งเมินข้อความต่อไปก็ทำให้คุณบีมไม่กล้าโพสต์หรือเคลื่อนไหวในโซเชียล กลัวเอจะหาว่าออนไลน์อยู่ทำไมไม่ตอบแชท จึงอยากปรึกษาพี่ ๆ ดีเจ ว่า จะพูดปฏิเสธเพื่อนอย่างไรดี เริ่มที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำแนะนำว่า "พี่เป็นคนที่พูดตรง ๆ กับเพื่อนได้หมดเลย พี่คงพูดว่า เธอ ช่วงนี้ ไอสิ่งที่เธอเป็นอยู่ สำหรับในมุมมองเรา เรามองว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดว่ะ กลายเป็นว่าตอนนี้เคมีเรามันเริ่มไม่เข้ากัน และฉันไม่สบายใจที่จะคุยกับเธอเลย ฉันอึดอัด เพราะมันเป็นเรื่องที่ฉันอาจจะถือนะ ฉันไม่ค่อยชอบ เอาเป็นว่าถ้าแกยังใช้ชีวิตแบบนี้อยู่ เราเฟดออกจากกันก่อนดีกว่า วันไหนที่เธอกลับมาใช้ชีวิตแบบที่ถูกต้อง ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ค่อยทักมาหาฉัน ฉันยังอยู่ตรงนี้ ยังเป็นเพื่อนเธอ" ต่อด้วย ‘ดีเจเกลือ’ พูดว่า "หลักการพูดตรง ๆ แบบไม่ให้เกิดการปะทะ คือพูดถึงความรู้สึกตัวเอง แบบไม่ตัดสิน แน่นอนว่าเพื่อนเขาก็รู้ว่าตัวเองทำอะไร รู้ว่าตัวเขาเองก็ทำผิด แต่มนุษย์เราก็ยังเลือกทางที่คิดว่าดีกับตัวเองที่สุด ฉนั้น บอกแค่ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาเรารู้สึกอย่างไร และมันรบกวนจิตใจเรามาก เธอเลือกแบบนี้ แต่ฉันรู้สึกแบบนี้ ฉันคิดว่ามันจะสบายใจกว่าถ้าเราไม่ได้คุยกัน และอย่างที่หอมบอก ถ้าวันหนึ่งเธอเลิกทำแบบนี้แล้ว ฉันก็ยังเป็นเพื่อนเธออยู่ แต่ว่าในฐานะเพื่อนที่รู้สึกว่าเราอยากยืนข้างความถูกต้อง เราขอเลือกแบบนี้ อย่าแคร์ความรู้สึกเพื่อนมาก ให้แคร์ตัวเองก่อน มันถึงขั้นที่ทำให้คุณบีมไม่กล้าเคลื่อนไหวในโซเชียล ก็ดูลำบากไป" ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ แนะนำว่า "ไม่ต้องพูดดีกว่า แค่ซ่อนเขาออกไปจากโซเชียล แต่ถ้าเพื่อนตามไปที่บริษัท หรือที่หอจริง ๆ ค่อย เลือกที่จะพูดตรง ๆ ว่า ขอโทษด้วยตลอดเวลาที่ผ่านมา เราไม่โอเคที่เธอเป็นเมียน้อยคนอื่น เราขอให้เธอไม่ต้องมายุ่งกับเราอีก เราไม่สบายใจ เราอึดอัดมาก เรารู้จักกันแค่นี้และจบเถอะ" ‘ดีเจเกลือ’ เสริมอีกว่า ‘คุณบีมมีวิธีการรับมือกับปัญหาแบบยอมตาม การแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้บ่อย ๆ จะทำให้คุณเจอแต่ความทุกข์นะครับ ต้องฝึกตัวเองที่จะเข้มแข็งยืนหยัดที่จะพูดถึงความรู้สึกตัวเองให้ได้นะครับ’เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูอายุ 18 แล้ว เริ่มอยากมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง แต่คุณแม่ก็ยังเข้าห้องมาตลอด แบบไม่เคาะประตู บางทีเข้ามาย้ายของ จัดของจนหนูหาของอะไรไม่เจอเลย เคยล็อคกุญแจแล้ว แต่คุณแม่ก็มีกุญแจสำรอง จะเจรจา

07 ต.ค. 2024

หนูอายุ 18 แล้ว เริ่มอยากมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง แต่คุณแม่ก็ยังเข้าห้องมาตลอด แบบไม่เคาะประตู บางทีเข้ามาย้ายของ จัดของจนหนูหาของอะไรไม่เจอเลย เคยล็อคกุญแจแล้ว แต่คุณแม่ก็มีกุญแจสำรอง จะเจรจา

หนูอายุ 18 แล้ว เริ่มอยากมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง แต่คุณแม่ก็ยังเข้าห้องมาตลอดแบบไม่เคาะประตู บางทีเข้ามาย้ายของ จัดของจนหนูหาของอะไรไม่เจอเลย เคยล็อคกุญแจแล้วแต่คุณแม่ก็มีกุญแจสำรอง จะเจรจา พูดกับแม่ยังไงให้เขาเข้าใจหนูสักทีคะ? หนูให้เข้ามาได้แต่อย่ามาย้ายของ “คุณแจกัน (นามสมมติ)” อายุ 18 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [2 ต.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย‘ เกี่ยวกับปัญหาทำยังไงให้คุณเเม่เลิกเข้าห้องส่วนตัวเรา เพราะรู้สึกเริ่มโตเเล้ว โดย “คุณเเจกัน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ครอบครัวหนูแยกทางกัน มีพี่น้อง 3 คน หนูเป็นคนกลาง พ่อแม่แยกทางกัน พี่สาวไปอยู่กับแฟน น้องชายไปอยู่กับพ่อ ส่วนหนูอยู่กับเเม่ ตอนนี้คุณเเม่อายุ 42 ปี เมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา หนูขอแม่เเยกห้องนอนส่วนตัว คุณเเม่ก็โอเค ให้แยกนอนได้ บางทีคุยกันก็เหมือนเขาไม่พอใจ ผ่านไปอาทิตย์นึงคุณเเม่ก็เริ่มเข้าห้องเราโดยที่ไม่เคาะหรือบอกเราก่อน บางทีหนูไปโรงเรียนกลับมาของที่วางอยู่บนโต๊ะเหมือนเดิมก็หายหรือหาไม่เจอ เช่น หนูเรียนมีการบ้าน เขาจะชอบจัดเเล้วเขาจะเก็บรวมไปเลย บางทีหนูล็อคห้อง หรือติดป้ายไว้เเล้ว เคยคุยกับเเม่เเล้วด้วย เเม่ก็โอเคจะไม่เข้า เเต่พอผ่านไปแค่ 2 - 3 วันเขาก็ยังเข้าห้องเหมือนเดิม หนูไม่ได้ว่าที่เขาเข้าห้อง เเต่หนูอยากให้เขาบอกก่อนว่า จะเข้าไปเก็บของนะหรือจะเข้าไปห้องให้ บางทีหนูนอนอยู่ เขาก็จะเข้ามาโดยที่ไม่บอกเรา เข้ามาเฉย ๆ ดูเเล้วก็ออกไป บางทีหนูอาบน้ำเเต่งตัวอยู่ เขาก็เข้ามาเลย ทำให้หนูรู้สึกเหมือนเขาเข้ามาในพื้นที่ของหนู ทำให้หนูเกิดอาการเหมือนหงุดหงิดตัวเอง ไม่ได้หงุดหงิดแม่ หนูก็เก็บไว้ว่าอย่าไปหงุดหงิดเขา เหมือนเราเคยนอนด้วยในห้องเดียวกัน พอหนูแยกออกมาเขาอาจจะเเบบอยากรู้รึเปล่าว่าเราแยกออกมาเเล้ว ยังเป็นเหมือนเดิมรึเปล่า? หนูเป็นคนทำความสะอาดทั้งบ้านเอง เหมือนเรื่องของเราก็จะไม่ให้แม่ยุ่ง ซักผ้าหรืออะไรก็ทำเองหมดเลย เพราะไม่อยากให้แม่ทำ หนูไม่รู้ว่าต้องจัดการยังไง ก็เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจทั้งสามคนว่า หนูควรต้องทำยังไงดี? โดยเริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘หัวอกคนเป็นพ่อเป็นเเม่รู้เเหละว่าวันนึงลูกจะโต จะไปมีชีวิตของตัวเอง เราจะไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าห้องโดยพลการอีกต่อไป นี่คือที่พ่อแม่รุ่นใหม่พยายามบอกตัวในทุก ๆ วัน เเต่มันโครตยากเลย ด้วยวัยของคุณเเม่ที่เท่า ๆ พี่พี่ว่าคุยได้ มันเปลี่ยนได้ เพราะฉะนั้นต้องมีวิธีการคุยจะไม้อ่อนไม้เเข็งอันนี้เเล้วเเต่เเจกัน ถ้าเคยคุยแบบไม้อ่อนเเล้วยังเหมือนเดิม ก็ตเองขยับเป็นไม้เเข็งขึ้น เเต่ก็ไม่รู้ความคิดเขาถ้าโดนอย่างงี้พอเขาโดนเเบบนี้จะยังไง เเต่พี่ว่าถ้าเห็นลูกเริ่มจริงจังขึ้นไม่ว่าจะคำพูดหรือการกระทำที่โตขึ้น เป็นพี่พี่ยอมเปลี่ยนนะ อย่างน้อยยังได้ก้าวเข้าไปในห้องเขาอ่ะ ถ้าไม่ได้จริง ๆ ให้คุณเเม่ฟังคลิปนี้’ ต่อมา “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษา ‘เข้าใจหมดว่าเราอยากมีโลกส่วนตัว เเต่ก็ต้องเข้าใจความเป็นเเม่เลี้ยงเดี่ยวเเล้วหนูเป็นลูกที่ใกล้เขามากที่สุด เขาก็จะเเอบคิดเข้าใจไปเองว่า ยังไงลูกต้องอยู่ในอ้อมกอดของชั้นตลอดไป ชั้นจะปกป้องเขาให้เขาไม่เจอสิ่งที่ไม่ดีต่าง ๆ นา ๆ เเละม่ความไม่ค่อยไว้ใจลูกสาวหน่อย ๆ การที่เขาได้เข้าไปในห้องของลูกสาว เหมือนเขาได้เข้าไปอยู่โลกของลูกสาวด้วย เขาเลยอยากสร้างความมั่นใจว่ายังอยู่ในสายตาชั้น ไม่มีอะไรหรอก อยากให้ทำความเข้าใจด้วย เเม่ไม่ได้เข้ามาอยู่ในห้องตลอดชีวิตเราหรอก วันนึงก็ต้องจากกัน ก่อนจะถึงวันนั้นปรับวิธีคิดเราจะได้ไม่หงุดหงิดมากเกินไป ยังไงก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเรา มันก็เป็นบทเรียนให้หนูเหมือนกัน ที่หนูต้องรักเเละปกป้องตัวเองด้วย ค่อย ๆ สร้างความมั่นใจไปเรื่อย ๆ ถ้าเเม่มั่นใจในตัวเรามากขึ้น สิ่งเหล่านี้มันจะค่อย ๆ หายไป เพราะฉะนั้นมันไม่ได้แปลว่าพูดกับเเม่ 1 ครั้งเเล้วเเม่อยู่ในโอวาทของลูกสาวตลอดไป เเต่เมื่อไหร่ที่มันมาจากความรัก ปัญหาความรักแก้ง่ายกว่าปัญหาความไม่รัก ให้สื่อสารที่เป็นทางบวกเเละลองเข้าใจความเป็นห่วงของคุณเเม่ดูบ้าง’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันต้องหาตรงกลางที่ทั้งคู่แฮปปี้ พี่ว่ามันสามารถคุยได้นะถ้ามันส่งผลกระทบการเรียนเราอ่ะหรือเรามีนัดกันกับเขามั้ย ทุกวันอาทิตย์หรือทุกวันใด ๆ หนูอยู่ในห้องด้วยเเล้วเเม่ก็จัดจะได้รู้ว่าย้ายของเเล้วก็บอกหนูจะได้รู้ อย่าทำโดยที่หนูไม่อยู่อ่ะเพราะบางทีมันจะวุ่นวายต่อการหาของ ส่วนไอการเข้ามาโดยที่ไม่มีสัญญาณก่อนอ่ะ หรือมันโมบายอะไรหน้าห้องมั้ย อะไรก็ได้ให้ถ้าร่างเข้าผ่านเเล้วมันจะเกิดเสียงอะ เพื่อให้เขาเองก็ต้องมีสติด้วยนะว่าต้องเคาะก่อนต้องบอกก่อนเข้าอ่ะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ขอวิธีเตือนคนบนถนนที่ลืมเอาขาตั้งขึ้นทีครับ ผมขี่มอไซค์อยู่เห็นคนลืมเอาขาตั้งขึ้น ผมเลยรีบตะโกนไปว่า “พี่ครับ ขาตั้งงงงงงงงงงงงง!!” สรุปว่าพี่เขาตกใจ รถล้มเลย ผมรู้สึกผิดมากเลยลงไปช่วย หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น ... เวลาเห็นใครไม่เอาขาตั้งขึ้น

05 ส.ค. 2025

ขอวิธีเตือนคนบนถนนที่ลืมเอาขาตั้งขึ้นทีครับ ผมขี่มอไซค์อยู่เห็นคนลืมเอาขาตั้งขึ้น ผมเลยรีบตะโกนไปว่า “พี่ครับ ขาตั้งงงงงงงงงงงงง!!” สรุปว่าพี่เขาตกใจ รถล้มเลย ผมรู้สึกผิดมากเลยลงไปช่วย หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น ... เวลาเห็นใครไม่เอาขาตั้งขึ้น

ขอวิธีเตือนคนบนถนนที่ลืมเอาขาตั้งขึ้นทีครับ ผมขี่มอไซค์อยู่เห็นคนลืมเอาขาตั้งขึ้นผมเลยรีบตะโกนไปว่า “พี่ครับ ขาตั้งงงงงงงงงงงงง!!” สรุปว่าพี่เขาตกใจ รถล้มเลยผมรู้สึกผิดมากเลยลงไปช่วย หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น ... เวลาเห็นใครไม่เอาขาตั้งขึ้นใจก็อยากเตือนเขา แต่ก็กลัวเหตุการณ์จะซ้ำรอย “คุณบี (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [30 ก.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเตือนคนที่ขับรถมอเตอร์ไซค์แล้วไม่เอาขาตั้งขึ้น แต่เขาดันเกิดอุบัติเหตุ โดย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมขับมอเตอร์ไซค์แล้วเห็นคนไม่เอาขาตั้งขึ้น ก็เลยขับรถเข้าไปใกล้ ๆ แล้วตะโกนให้คนเอาขาตั้งขึ้น แต่เขาก็ตกใจจนรถพุ่งเข้าฟุตบาทแล้วล้มลงไป คนขับเหมือนจะเป็นคนมีอายุหน่อย หลังจากนั้นทำให้เราระแวงไม่กล้าเตือนใครอีกเลยเพราะก็รู้สึกผิด อยากรู้ว่าเราจะมีวิธีอะไรที่จะเตือนคนที่ไม่เอาขาตั้งขึ้นเวลาขับรถได้บ้าง?’ ทางด้าน “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คนปกติถ้าเขาเซียนเขาก็จะไม่ล้มนะ ถ้าเราไม่ตะโกนก็ชี้ แต่วิธีที่ง่ายที่สุดมันก็คือตะโกนบอกนั่นแหละ การที่เราเตือนคนอื่นเป็นเรื่องที่ดีแล้ว ถือว่าเป็นการทำบุญ’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่านั้นแล้ว ยกเว้นจะเขียนไว้ที่หน้าผาก หรือเรียกให้เขาหันมาก่อนแล้วค่อย ๆ บอกเขาให้เอาขาตั้งขึ้น ลองใช้น้ำเสียงที่อ่อนลงหน่อย’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผมไม่ได้ขับมอเตอร์ไซต์ แต่ถ้าคนที่ขับแล้วไม่ได้เอาขาตั้งขึ้นเวลาเลี้ยวมันจะล้มเลยนะ หรือเรารอให้ถึงไฟแดงแล้วค่อยบอกเขา แต่ก็อย่าตะโกนดังเพราะบางทีคนสูงอายุจะตกใจง่าย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-