แฟนหนู โทรมาบอกว่า เขากำลังจะเปิดช่องใหม่ใน TIKTOK จะทำ Content เกี่ยวกับไปสัมภาษณ์สาวๆ หนูกลัวว่ามันจะกลายเป็นปัญหาในอนาคตรึเปล่า เพราะที่ผ่านมา เขาเคยนอกใจเรามาแล้ว 4-5 ครั้ง จะยินดีที่แฟนเริ่มทำอะไรใหม่ๆ หรือ ควรกังวลกับเรื่องนี้...

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนหนู โทรมาบอกว่า เขากำลังจะเปิดช่องใหม่ใน TIKTOK จะทำ Content เกี่ยวกับไปสัมภาษณ์สาวๆ หนูกลัวว่ามันจะกลายเป็นปัญหาในอนาคตรึเปล่า เพราะที่ผ่านมา เขาเคยนอกใจเรามาแล้ว 4-5 ครั้ง จะยินดีที่แฟนเริ่มทำอะไรใหม่ๆ หรือ ควรกังวลกับเรื่องนี้...

21 พ.ย. 2025

แฟนหนู โทรมาบอกว่า เขากำลังจะเปิดช่องใหม่ใน TIKTOK
ช่องเก่าผู้ติดตามเยอะแล้ว อยากขยาย Target ทำ Content ใหม่ๆ 
แฟนกับเพื่อน 4 คนจะทำ Content เกี่ยวกับไปสัมภาษณ์สาวๆ
ตามสถานบันเทิง ฟิลถามสเปค ขอเปิดวาร์ป ขอคอนแท็คติดตาม
แฟนหนูตอบตกลงไปแล้ว ไม่ได้โทรมาขออนุญาตหนูเลย
หนูกลัวว่ามันจะกลายเป็นปัญหาในอนาคตรึเปล่า
เพราะที่ผ่านมา เขาเคยนอกใจเรามาแล้ว 4-5 ครั้ง
จะยินดีที่แฟนเริ่มทำอะไรใหม่ๆ หรือ ควรกังวลกับเรื่องนี้...

        “คุณพลอย (นามสมมติ)” อายุ 31 สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (19 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับ แฟนเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ จะไปทำคอนเทนต์สัมภาษณ์ผู้หญิง แต่กลัวว่าเขาจะมีอะไรแอบแฝง

        โดย “คุณพลอย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมาสิบกว่าปีแล้ว เคยเลิกกันไปครั้งนึง แต่กลับมาคบกันและเราแยกกันอยู่ แฟนหนูทำอาชีพเกี่ยวกับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ทำเกี่ยวกับ TikTok / IG พวกคอนเทนต์ปั้นยอดวิว ทำมาหลายปีแล้ว และผลตอบรับค่อนข้างดี

        เมื่อวานเขาโทรมาคุยกับหนูว่า เขากับเพื่อน 4 คนปรึกษากัน อยากเปิดช่องใหม่ทำร่วมกัน เป็นคอนเทนต์ไปสถานบันเทิง เกี่ยวกับการสัมภาษณ์ผู้หญิงโดยเฉพาะ เป็นการสัมภาษณ์ถามเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ การแต่งตัว หรือสเปคผู้ชายที่ชอบ โดยแฟนหนูจะเป็นพิธีกรในการสัมภาษณ์

        การโทรมาของเขาคือแค่แจ้งให้หนูทราบ ว่าเขาทำไปแล้วนะ แต่หนูกลับมีคำถามในใจ หนูควรยินดีกับเขา แต่อีกใจหนูมันก็รู้สึกตงิดว่า อันนี้มันมีจุดประสงค์แอบแฝงมั้ย

        ย้อนกลับไปตอนที่หนูเลิกกับแฟน แฟนหนูเขาไปแฮงค์เอ้าท์กับเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งเพื่อนคนนี้ กำลังจะมาเป็นพิธีกรร่วมด้วยในรายการนี้ แล้วคนนี้เหมือนเป็นตัวชง ให้แฟนหนูติดต่อกับผู้หญิงคนนู้นคนนี้ ทีนี้หนูก็เลยรู้สึกไม่มั่นใจ ตงิดในใจ หนูก็อยากยินดีกับเขา แต่อีกใจก็ไม่ได้ชอบใจเท่าไหร่

        ตั้งแต่คบกันมา แฟนเคยนอกใจหนูไปแบบ 2 ปีครั้ง นับได้ก็ประมาณ 4 - 5 เคสได้ เขาคุยกับคนอื่นแต่หนูจับได้ แต่เขาก็เลือกหนูมาตลอดที่ผ่านมา ตอนที่เลิกกันล่าสุด ตอนแรกหนูก็เข้าใจว่าคงหมดรักกันทั้งคู่ แต่สุดท้ายหนูไปเห็นแชทย้อนหลัง ที่เขาไปคุยกับผู้หญิง หนูกลัวเหตุการณ์มันจะซ้ำรอย หนูอยากให้อิสระเขาในการใช้ชีวิต เพราะหนูก็อยากได้อิสระเต็มที่เหมือนกัน’ ปัญหาของพลอยที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ “จะจัดการกับความคิด ความรู้สึกตัวเองยังไงดีคะ?”

        เริ่มด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเพื่อจะให้เขาไปทำรายการได้ แล้วคู่ของหนูไปต่อ หนูต้องคิดว่า ต่อให้ไม่ต้องไปเจอผู้หญิงทุกคืนเขาก็นอกใจได้ เพราะที่ผ่าน ๆ มาเขานอกใจลับหลังหนูทั้งนั้น เพราะฉะนั้นมันคือตรรกะเดียวกันว่า เขาจะไปทำเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีทางที่หนูจะไม่เจอเรื่องแบบนี้ ถ้าตอนนี้ยังไม่เกิดก็ช่างมัน แต่ถ้าเกิดเมื่อไหร่ อันนี้ต้องเป็นอีกคำถามนึง ที่หนูต้องถามตัวเองว่า หนูยังจะปล่อยเรื่องนี้ให้เป็นการตัดสินใจของเขาอีกหรอ’

        ต่อด้วย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องพยายามไม่ไปคาดหวังอะไรกับเขา ถ้าคนมันจะได้คู่กัน มันก็คงต้องซื่อสัตย์ต่อกัน ต้องไว้ใจกันได้ เพราะฉะนั้นถ้าคน ๆ นึงยังไว้ใจไม่ได้ แล้วยังมาทำไม่ดีกับเราอีก มาอ้างเรื่องงานอย่างนี้ ก็ดูกันที่ผลลัพธ์ วันดีคืนดีถ้านอกใจก็ค่อยเคลียร์กัน ถ้าเรามัวแต่ไประแวดระวังมันเสียเวลา ขนาดเขาไม่ทำงานตรงนั้นยังเกิดขึ้นเลย ก็แค่เปอร์เซ็นต์ตรงนี้มันจะมากขึ้นมาหน่อย’

        และก่อนที่ “ดีเจต้นหอม” จะให้คำปรึษา ก็ได้ถามกลับไปยังคุณพลอยว่า ‘ถ้าเขานอกใจอีกครั้งนึง จะเลิกเลยมั้ย?’ ด้านคุณพลอยก็ตอบกลับว่า ‘อาจจะยังน้า’

        “ดีเจต้นหอม” จึงให้คำปรึกษาว่า ‘เขาไม่มีทางนอกใจหนูหรอก เขาเลิกกับหนูมา 5 ครั้งแล้ว เขาเลือกหนูทุกครั้ง มันแสดงออกถึงความรักแล้ว หนูระแวงอะไร เขาไปทำงานเพื่ออนาคตของหนูกับเขาไง เรามีหน้าที่ซัพพอร์ตเขาอยู่แล้ว หนูอยู่กับเขามาตั้งสิบกว่าปี เขารักหนูขนาดไหน มีคนอื่นทุก 2 ปี เขายังเลือกหนูทุก 2 ปี แปลว่าเขารักผู้หญิงคนนี้มาก น้องคนนั้นที่สัมภาษณ์มันแค่ฉาบฉวย สุดท้ายเกิดอะไรขึ้นเขาก็เลือกหนู’

เรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App AtimeFungFin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เพื่อนชอบเล่าเรื่องที่ไปเป็นชู้กับคนอื่นให้ฟัง บอกว่าตัวเองมีดวงดึงดูดคนมีเจ้าของ เรารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ไม่อยากฟัง เลยอยากถามว่าจะพูดปฏิเสธยังไงดีคะ

20 ก.พ. 2026

เพื่อนชอบเล่าเรื่องที่ไปเป็นชู้กับคนอื่นให้ฟัง บอกว่าตัวเองมีดวงดึงดูดคนมีเจ้าของ เรารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ไม่อยากฟัง เลยอยากถามว่าจะพูดปฏิเสธยังไงดีคะ

เพื่อนชอบเล่าเรื่องที่ไปเป็นชู้กับคนอื่นให้ฟังบอกว่าตัวเองมีดวงดึงดูดคนมีเจ้าของเรารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ไม่อยากฟังเลยอยากถามว่าจะพูดปฏิเสธยังไงดีคะ ‘คุณบีม (นามสมมุติ)’ สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 มกราคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกลือ’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นอยากเลิกยุ่งกับเพื่อนที่ชอบไปเป็นมือที่สามของคนอื่น ‘คุณบีม (นามสมมุติ)’ อายุ 34 ปี ได้เล่าว่า เมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว เธอมีเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน ซึ่งเป็นรุ่นน้องและค่อนข้างสนิท ให้นามสมมติว่า 'เอ' แต่อยู่ด้วยกันได้ 3 ปี ก็ลาออกและแยกย้ายกัน แต่ระหว่างที่ไม่ได้ทำงานที่เดียวกันแล้ว ก็ยังคงติดต่อกัน ไปเที่ยวด้วยกัน และมาพักที่หอของเธอบ่อย ๆ เอนั้นมีสามีและลูกแล้ว ซึ่งคุณบีมรู้ว่าตลอดเวลาที่เอยังคบกับแฟน เอก็แอบคุยกับผู้ชายคนอื่นด้วย แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไร และเมื่อทำงานเยอะขึ้นก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกันสักพัก รู้เรื่องอีกทีก็ตอนที่เอได้เลิกกับแฟนไปแล้ว และย้ายมาอยู่หอใกล้กับคุณบีม ไม่นานเอก็มีแฟนใหม่ ซึ่งครั้งนี้ มีสถานะเป็นมือที่สาม เอเองก็รู้ว่าไม่ดี แต่ก็บอกว่า แค่คบเล่น ๆ และเอเป็นคนที่มีแรงดึงดูดกับคนมีเจ้าของ ต้องไปเป็นชู้ตลอด คุณบีมบอกอะไรเอก็ไม่ฟัง เพราะเอรู้ตัวเองอยู่แล้วว่าทำอะไรอยู่ ระหว่างนั้นพวกเธอก็แยกย้ายกันทำงาน แต่คุณบีมก็ยังเห็นว่าเอยังคงเที่ยวเล่นต่างจังหวัดอยู่ ไม่รู้ว่าได้ทำงานหรือเปล่า แต่ก็เข้าใจได้ว่าน่าจะมีคนเลี้ยง ซึ่งก็ไม่ได้คบจริงจัง หลังจากนั้นก็รู้อีกว่าเอยังคุยกับคนอื่นอยู่ด้วย แต่คุณบีมก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่รับไม่ได้ที่เอไปเป็นเมียน้อยคนอื่นแบบที่ไม่รู้สึกผิดเลย จึงไม่อยากติดต่อด้วย และพยายามไม่สนใจ เมินข้อความจากเพื่อนที่พยายามทักหาเธอตลอดเป็นเวลาประมาณ 3 ปี คุณบีมเห็นข้อความเหล่านั้น แต่ไม่อยากตอบ เอก็ยังทักมาซ้ำว่า “ทำไมไม่ตอบ” เหมือนจะไม่รู้ตัวว่าคุณบีมไม่ชอบ แต่เมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา คุณบีมเผลอไปกดดูสตอรี่ในโซเชียลของเอ เป็นสตอรี่ที่ลงคู่กับแฟน ซึ่งเอยังคงเป็นเมียน้อย เอจึงแคปหน้าจอที่แสดงให้เห็นว่าคุณบีมเข้าไปชมสตอรี่ และทักมาถามว่า “อยู่ไหน ส่งโลให้หน่อย” คุณบีมที่พยายามเมินข้อความมาเป็นเวลานาน ตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้ จึงส่งโลเคชั่นที่ทำงานให้ ทั้งสองจึงได้ไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน และก็เป็นอย่างทุกครั้งที่คุยกัน เอได้เล่าเรื่องที่ไปเป็นมือที่สามให้ฟัง โดยเล่าว่า เป็นเมียน้อยคนจีน เป็นมา 3 ปี ก่อนที่คนนั้นจะกลับไปแต่งงานกับแฟนตัวจริงที่จีน ทั้งคู่จึงเลิกกัน หลังจากนั้นเอก็มาเป็นเมียน้อยของแฟนคนปัจจุบันได้เกือบปีแล้ว และได้รับเงินค่าเลี้ยงดูเดือนละแสน ตอนแรกที่ตกลงกันผู้ชายไม่ยอม แต่ไม่รู้คุยกันยังไง ผู้ชายก็ยอมตกลง และเอยังบอกอีกว่า ตอนคบกับคนจีน ซึ่งเป็นจีนเทา เขาก็ให้เดือนละแสน เคยได้จับเงินล้านด้วย จึงได้ส่งเงินไปให้พ่อแม่สร้างบ้าน เพื่อนของเอก็เป็นเด็กเสี่ย มีคนเลี้ยงใช้ชีวิตสบายทุกคน คุณบีมไม่อยากรับรู้เรื่องเหล่านี้ แต่ไม่กล้าปฏิเสธ เพราะกลัวเพื่อนเสียใจ และก็สนิทกัน รู้จักกันมานาน เอก็เป็นเพื่อนที่ดี เพียงแต่คุณบีมไม่ชอบพฤติกรรมที่มักจะไปเป็นมือที่สามของคนอื่นแบบนี้ เอรู้ตัวว่าทำอะไรอยู่แต่ก็คิดถึงแค่เงินอย่างเดียว แม้คุณบีมจะไม่เคยบอกเอไปตรง ๆ ว่ามันไม่ดี แต่ถ้าจะหายไป หรือบล็อกไปเฉย ๆ โดยไม่ได้บอกอะไร ก็กลัวว่าเอจะมาตามถึงออฟฟิศหรือมาที่หอ เพราะปกติเอก็ทำแบบนี้ตลอด หรือจะแกล้งเมินข้อความต่อไปก็ทำให้คุณบีมไม่กล้าโพสต์หรือเคลื่อนไหวในโซเชียล กลัวเอจะหาว่าออนไลน์อยู่ทำไมไม่ตอบแชท จึงอยากปรึกษาพี่ ๆ ดีเจ ว่า จะพูดปฏิเสธเพื่อนอย่างไรดี เริ่มที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำแนะนำว่า "พี่เป็นคนที่พูดตรง ๆ กับเพื่อนได้หมดเลย พี่คงพูดว่า เธอ ช่วงนี้ ไอสิ่งที่เธอเป็นอยู่ สำหรับในมุมมองเรา เรามองว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดว่ะ กลายเป็นว่าตอนนี้เคมีเรามันเริ่มไม่เข้ากัน และฉันไม่สบายใจที่จะคุยกับเธอเลย ฉันอึดอัด เพราะมันเป็นเรื่องที่ฉันอาจจะถือนะ ฉันไม่ค่อยชอบ เอาเป็นว่าถ้าแกยังใช้ชีวิตแบบนี้อยู่ เราเฟดออกจากกันก่อนดีกว่า วันไหนที่เธอกลับมาใช้ชีวิตแบบที่ถูกต้อง ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ค่อยทักมาหาฉัน ฉันยังอยู่ตรงนี้ ยังเป็นเพื่อนเธอ" ต่อด้วย ‘ดีเจเกลือ’ พูดว่า "หลักการพูดตรง ๆ แบบไม่ให้เกิดการปะทะ คือพูดถึงความรู้สึกตัวเอง แบบไม่ตัดสิน แน่นอนว่าเพื่อนเขาก็รู้ว่าตัวเองทำอะไร รู้ว่าตัวเขาเองก็ทำผิด แต่มนุษย์เราก็ยังเลือกทางที่คิดว่าดีกับตัวเองที่สุด ฉนั้น บอกแค่ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาเรารู้สึกอย่างไร และมันรบกวนจิตใจเรามาก เธอเลือกแบบนี้ แต่ฉันรู้สึกแบบนี้ ฉันคิดว่ามันจะสบายใจกว่าถ้าเราไม่ได้คุยกัน และอย่างที่หอมบอก ถ้าวันหนึ่งเธอเลิกทำแบบนี้แล้ว ฉันก็ยังเป็นเพื่อนเธออยู่ แต่ว่าในฐานะเพื่อนที่รู้สึกว่าเราอยากยืนข้างความถูกต้อง เราขอเลือกแบบนี้ อย่าแคร์ความรู้สึกเพื่อนมาก ให้แคร์ตัวเองก่อน มันถึงขั้นที่ทำให้คุณบีมไม่กล้าเคลื่อนไหวในโซเชียล ก็ดูลำบากไป" ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ แนะนำว่า "ไม่ต้องพูดดีกว่า แค่ซ่อนเขาออกไปจากโซเชียล แต่ถ้าเพื่อนตามไปที่บริษัท หรือที่หอจริง ๆ ค่อย เลือกที่จะพูดตรง ๆ ว่า ขอโทษด้วยตลอดเวลาที่ผ่านมา เราไม่โอเคที่เธอเป็นเมียน้อยคนอื่น เราขอให้เธอไม่ต้องมายุ่งกับเราอีก เราไม่สบายใจ เราอึดอัดมาก เรารู้จักกันแค่นี้และจบเถอะ" ‘ดีเจเกลือ’ เสริมอีกว่า ‘คุณบีมมีวิธีการรับมือกับปัญหาแบบยอมตาม การแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้บ่อย ๆ จะทำให้คุณเจอแต่ความทุกข์นะครับ ต้องฝึกตัวเองที่จะเข้มแข็งยืนหยัดที่จะพูดถึงความรู้สึกตัวเองให้ได้นะครับ’เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ชอบใส่ใจเพื่อนบ้านมาก อยากรู้อยากเห็นความเคลื่อนไหวเขาอยู่ตลอดเวลา อยากเลิกนิสัยนี้เลยแก้ปัญหาด้วยการเอาม่านมาติดหน้าต่างจะได้ไม่เห็นเขา

08 ม.ค. 2026

ชอบใส่ใจเพื่อนบ้านมาก อยากรู้อยากเห็นความเคลื่อนไหวเขาอยู่ตลอดเวลา อยากเลิกนิสัยนี้เลยแก้ปัญหาด้วยการเอาม่านมาติดหน้าต่างจะได้ไม่เห็นเขา

ชอบใส่ใจเพื่อนบ้านมาก อยากรู้อยากเห็นความเคลื่อนไหวเขาอยู่ตลอดเวลาอยากเลิกนิสัยนี้เลยแก้ปัญหาด้วยการเอาม่านมาติดหน้าต่างจะได้ไม่เห็นเขา คุณคุกกี้ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี เป็นสายที่ 12 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (7 มกราคม 2569) ได้ฝากเรื่องเข้ามาอัปเดตกับ ดีเจเผือก-ดีเจเติ้ล-ดีเจต้นหอม เรื่องที่ตนนั้นมักจะชอบแอบมองบ้านตรงข้าม หนักเข้าถึงขั้นไม่สามารถเลิกแอบมองได้ มาฟังกันว่าเรื่องราวของคุณคุกกี้จะเป็นอย่างไร คุณคุกกี้ (นามสมมติ) ได้เล่าว่า “ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านที่เพิ่งย้ายมาใหม่ แรก ๆ ก็จะใส่ใจเขาว่าไปใครมาบ้างแต่พอทำไปบ่อย ๆ มันก็เลยกลายเป็นความเคยชิน มันทำให้เราอยากใส่ใจเขาตลอด แล้วก็เล่าให้แฟนฟัง อยากจะเลิกนิสัยนี้ แต่ปัจจุบันตอนนี้ไม่ได้เป็นพะวงกับบ้านของเพื่อนบ้านอีกแล้ว หน้าต่างที่ส่องถ้ามันหยุดไม่ได้ที่จะดูเขา เราก็เลยเอาม่านไปติดและมันก็ได้ผล ตอนนี้เรากับสามีก็ไม่ส่องเขาแล้ว ใช้ชีวิตกับสามีแบบปกติ’ หลังจากฟังเรื่องราวอัปเดตจากคุณคุกกี้จบ ดีเจเผือก ก็ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า “ต้องห้ามใจตัวเองไม่ให้ไปแหวกม่านนั้น เพราะถ้าทำหนึ่งครั้ง สมองก็อาจจะจำ และทำให้เราหยุดดูเขาไม่ได้” ต่อมา ดีเจต้นหอม ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า “ให้คิดว่าม่านคือหิน คือกำแพงที่เราไม่สามารถเอามือดึงได้ อย่าแหวกม่าน เมื่อไหร่ถ้าเอามือไปแหวกม่านแล้ว ขอให้โทรเข้ามาปรึกษา พุธ Therapist (ทุกวันพุธสุดท้ายของเดือน)” สุดท้าย ดีเจเติ้ล ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า “ดีแล้ว ถูกแล้ว มันมีม่านปิดแล้ว จากนี้ไปเรากับเขาคนละชีวิตกัน”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สามีที่คบกันมา 14 ปี บอกเลิกคืนเค้าท์ดาวน์ หลังจากที่เราจับได้ว่าเขามีผู้หญิงอีกคน สามีบอก "กูหมดรักมึงมา 2-3 ปีแล้วรู้ไว้ด้วย" ได้ยินแล้วช็อคเข้าโรงพยาบาลเลย ตอนนี้สามีลากกระเป๋าออกบ้านไปแล้ว ควรเดินต่อไปยังไงดีคะ

12 ม.ค. 2024

สามีที่คบกันมา 14 ปี บอกเลิกคืนเค้าท์ดาวน์ หลังจากที่เราจับได้ว่าเขามีผู้หญิงอีกคน สามีบอก "กูหมดรักมึงมา 2-3 ปีแล้วรู้ไว้ด้วย" ได้ยินแล้วช็อคเข้าโรงพยาบาลเลย ตอนนี้สามีลากกระเป๋าออกบ้านไปแล้ว ควรเดินต่อไปยังไงดีคะ

“คุณแบม (นามสมมติ)” อายุ 42 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย กับปัญหาที่ว่าสามีที่คบกันมานานบอกเลิกเราวันสิ้นปี เราเสียใจช็อก ถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล โดย “คุณแบม (นามสมมติ)” ได้เริ่มปรึกษาว่า ‘โดนสามีบอกเลิกตอนวันสิ้นปีที่ผ่านมา คบกับเขามา 4 ปี แต่งงานกันอีก 10 ปี เริ่มจากแบมระแคะระคายเขามานานแล้ว เพราะมันมีเบอร์แปลก ๆ ล็อกอินเข้าใน Facebook เขา พอไปถามเขา เขาก็ตอบมาว่า ไม่รู้ เราก็เลยเก็บเบอร์นี้ไว้ เอาไปโทร เอาไปเช็กตามระบบ มันไม่ใช่เบอร์คอลเซ็นเตอร์ เราก็ไปถามเขาอีกครั้ง ให้เขาโทรไป เขาก็ไม่ยอมโทร จนเมื่อวันที่ 31 ที่ผ่านมา เป็นวันที่แบมหยุดงานอยู่บ้าน แต่แฟนต้องออกไปทำงานในคืนนั้น ระหว่างที่เขาอาบน้ำ แบมได้ใช้แท็บเล็ตของเขากดโทรไปที่เครื่องนั้น ปรากฎว่ามันมีประวัติการโทรเข้าโทรออกที่เบอร์นั้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม โดยที่ไม่ได้เมมเบอร์ไว้ แบมก็เลยกดโทรออกไป สักพักหนึ่งก็มีคนรับสาย แบมก็เงียบก่อน ผู้หญิงคนนั้นก็พูดขึ้นมาว่า “อยู่ไหนอะ” แบมก็เลยพูดไปว่า “เธอเป็นใคร นี่เราเป็นเมียของ…นะ” ผู้หญิงก็วางสายไป เราก็ไปเคาะประตูสามีเรียกออกมาคุยว่า คืออะไร แต่เขาก็ไม่ยอมรับ เขาก็นั่งนิ่งไปสักพักนึง แล้วก็พูดว่า “กูไม่ได้รักมึงมา 2-3 ปีแล้ว” เราก็ช็อก เพราะก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้มีสัญญาณอะไร แบมก็ถามเขาไปว่า “เราผิดอะไร” เขาก็บอกว่า “เธอไม่ได้ผิดอะไรหรอก แต่เขาผิดเอง ไม่รู้จักพอเอง” แบมก็เลยบอกว่า “เลิกได้ไหม” เขาก็บอก “เลิกไม่ได้” แล้วก็บอกว่า “ขนาดกูพูดกับมึงขนาดนี้แล้ว มึงยังหน้าด้านที่จะยื้อกูไว้อีกหรอ” เขาพูดแบบนี้มา เราก็ช็อกไป เขาก็พาส่งโรงพยาบาล แล้วก็มาเฝ้าเรา 2 คืน แต่เขาก็จะพูดว่า “คือไงอะ คือกูต้องไปไหม” อย่างนี้ตลอด และในวันที่ออกก็มีจิตแพทย์มาคุยกับแบม บอกแบมว่า “คุณมีภาวะซึมเศร้าแล้วนะ เป็นมานานแล้ว” แล้วก็เรียกผู้ชายมาคุยว่า “คุณต้องรับผิดชอบในสิ่งที่คุณทำนะ ถ้าคุณจะไปจากเขา คุณต้องรับผิดชอบให้อาการเขาดีขึ้นก่อน” เขาก็บอกกับคุณหมอว่า “เขาไม่ได้เป็นคนผิด แบมเป็นคนไม่รักตัวเองเอง” อาการเราเริ่มมีตั้งแต่ช่วงที่เราเริ่มระแคะระคายเรื่องเขา จนเครียดสะสมมาตลอด และเราก็ไม่ได้บอกใครเลยเรื่องนี้ แม้กระทั่งพ่อ-แม่ เพราะว่ากลัวพ่อ-แม่จะเกลียดเขา หลังจากกลับจากโรงพยาบาล เขาก็บอกว่า “เขาจะอยู่ดูแล จนกว่าแบมจะดีขึ้น” แต่พออีกวัน เขาไปทำงานแล้วโทรกลับมาบอกแบมว่า “ทำไมเขาต้องอยู่ ในเมื่อเขาพูดชัดเจนแล้วว่าไม่รักแบมแล้ว เขาไม่อยู่หรอกนะ อยู่เพื่ออะไร ทำไมต้องยื้อไว้” แบมก็เลยบอกเขาว่า “งั้นก็เข้ามาเก็บของ” อีกสักพักนึงเขาก็เข้ามาเก็บของออกไป แล้วเขาก็ทิ้งเราไปเลย วันนี้แบมเลยอยากให้พี่ ๆ แนะนำให้มูฟออนให้ได้ ให้ลืมเรื่องฝันร้ายนี้ มันเป็นฝันร้ายที่สุดในชีวิตแบมแล้ว’ ซึ่ง ‘ดีเจเผือก’ ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า “ทุกครั้งเราพยายามจะบอกทุกคนเสมอว่า เวลามันจะช่วยนะ ช่วงนี้ก็ประคับประคองไป ใครไหวแค่ไหน เอาให้มันสุดให้มันผ่านไปได้ เวลามันจะค่อย ๆ เยียวยา วันนี้ร้องเท่านี้ พรุ่งนี้เรื่องเดิม ๆ ที่ทำให้เราร้องไห้ ก็อาจจะไม่ร้องแล้ว แค่เรามีสติรู้ตัวว่า ณ เวลานี้ฉันเศร้าและแน่นอนว่าฉันควรต้องเศร้า ถ้า 15 ปี แล้วเขาจากไปใจร้ายแบบนี้แล้ว ฉันไม่เศร้าสิถึงแปลก อยู่ด้วยกันมาตั้ง 15 ปี แต่สุดท้ายเมื่อเราเริ่มเข้มแข็งพอ คนเราก็จะต้องค่อย ๆ ลุกขึ้นได้ เดินต่อไปได้ แต่ ณ เวลานี้อาจจะต้องพักให้ร่างกายได้เยียวยาก่อน ซึ่งก็ปล่อย อยากเศร้าก็เศร้า ร้องไห้ก็ร้อง หาเพื่อนสักคนที่พร้อมจะนั่งฟังแบบ เศร้าให้หมดไป แล้วเราก็จะแข็งแรงขึ้นเอง แต่ต้องใช้เวลา คนเราใช้เวลาไม่เท่ากัน ของแบม 15 ปี อาจจะใช้เวลานานหน่อย แต่ไม่มีวิธีอื่นนอกจากจะให้เวลามันเยียวยา ในความคิดของพี่ เป็นกำลังใจให้ อย่างน้อยก็ยังไม่มีความผูกพันด้านอื่น เขาชัดเจนมาขนาดนี้ เมื่อมันจบตอนนี้ดีกว่าปล่อยให้คาราคาซังแล้วต้องปวดหัวมากว่านี้ ทุกอย่างมองในแง่ดีถึงแม้มันอาจจะยากก็ตาม” ต่อมาที่ ‘ดีเจอ้อย’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “พี่เห็นด้วยกับเผือกอันนึงคือ เรากำลังทำสิ่งผิดธรรมชาติอยู่ รักมาขนาดนี้ เขาเดินจากไปแล้วเราต้องมูฟออนให้ได้ภายในไม่กี่วัน มันเป็นเรื่องยากมาก เข้าใจว่าคนที่กำลังเสียใจมาก ๆ แล้วมาบอกว่ามันจะดีขึ้น ไม่ค่อยมีใครเชื่อหรอก ทั้ง ๆ ที่เวลามันรักษาได้ทุกแผล แค่รอให้ไหว ในเรื่องของซึมเศร้าก็ต้องรักษากันไป ต่อมาคือที่บอกว่าไม่อยากบอกคนรอบตัวเพราะว่าไม่อยากให้ทุกคนเกลียดเขา พี่ว่าคนละเรื่อง พ่อแม่จะเกลียดหรือเปล่านั่นเป็นสิทธิของเขา พี่ไม่อยากให้น้องมีปัญหาซ้ายขวาหน้าหลัง เสียใจเรื่องสามีจากไปก็แย่แล้ว ต้องมานั่งปิดบังไม่ให้คนอื่นรู้ ไม่สามารถแสดงความอ่อนแอให้กับคนที่บ้านเห็นได้ โลกใบนี้มันจะเหมือนหนักและทับตัวหนูอยู่ หนูไม่ได้เล่าให้พ่อแม่ฟัง คิดหรอว่าเขาจะไม่รู้ อยู่ด้วยกัน ผู้ชายเก็บของออกจากบ้านลูกสาว เขาต้องรู้อยู่แล้วว่าจะต้องมีอะไรเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเขาจะเกลียดหรือไม่เกลียด ไม่เกี่ยว ความจริงคือความจริง พี่ไม่อยากให้น้องคอยสร้างภาพลักษณ์ให้ใคร เพียงแต่ว่าพี่อยากให้น้องมีทีมของตัวเอง อย่างน้อยก็ยังมีสายซัพพอร์ต หัวเราะด้วยกันเสียงจะดังขึ้น เวลาร้องไห้เสียงสะอื้นจะเบาลง หนูร้องไห้เลยเต็มที่ อันนี้คือวิธีการเยียวยาธรรมชาติของมนุษย์ เสียใจก็ร้องออกมา ไม่ต้องพยายามเข็มแข็งในตอนที่ยังอ่อนแอ เดี๋ยวแผลจะใหญ่ไป แล้ววันนึงจะคิดได้ว่า ก็แค่คนไม่รักกัน ใครน่าเสียใจกว่ากัน เธอสูญเสียคนที่รักเธอไป 1 คน ฉันเสียคนที่ไม่รักฉันไป 1 คน คิดดูสิว่าใครน่าจะเห็นคุณค่ามากกว่ากัน วันนี้น้องกำลังแบกหลายอย่างมากเกินไป เขาจากไป ต้องปิดบังที่บ้าน ซึมเศร้าหนูก็เป็น มันเลยเป็นปัญหาที่หนูเห็นปัญหานั้นมันใหญ่โตเกินความจริงไปนิด พี่รู้แหละว่าการที่สามีจากไปแบบนี้ มันเป็นเรื่องน่าเสียใจที่สุด มันทำให้หนูมีคำถามมากมายว่าเราผิดอะไร แต่พี่เห็นแค่ว่า คนไม่รับผิดชอบความรู้สึกของน้องคนนึง อยากจะไปก็ด่า ๆ ให้รู้สึกว่าการจากไปไม่ใช่เรื่องผิด ไม่สนใจว่าหนูจะรู้สึกอย่างไร วันนี้หนูรักเขาไม่อยากให้เขาเสียใจ แต่เขารักหนูน้อยไปเลยสมารถทำให้หนูเสียใจได้ขนาดนี้เรื่อย ๆ สู้ไปทีละวัน แล้วมันจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ต้องไปตั้งคำถามว่าเมื่อไหร่จะดีขึ้น ข้างหน้าไม่รู้ เอาวันนี้ก่อน พี่จะยกตัวอย่างเสมอว่า ไม่มีใครลืมกระเป๋าสตางค์ ในวันที่ถามตัวเองเสมอว่าเมื่อไหร่จะลืมกระเป๋าสตางค์ การลืมมันเกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตไปทุกวันตามปกติจนชิน รู้ตัวอีกทีกระเป๋าหายไปไหน การลืมความเจ็บปวดเช่นเดียวกัน เราไม่ต้องไปหาเหตุผลอะไรอีกแล้ว เพราะคนจะไปพูดอะไรก็ได้ ถ้าตอนนี้หนูรู้สึกไม่กล้าบอกใคร หนูกอดตัวเองให้แน่น แล้วคุณพ่อคุณแม่ของหนู หนูต้องดูแลหัวใจท่านด้วย ไม่มีคุณพ่อคุณแม่คนไหน เลี้ยงลูกให้มานั่งร้องไห้เพราะผู้ชายไม่รัก รักตัวเองให้เยอะ ๆ ” สุดท้าย ‘ดีเจเติ้ล’ ให้คำปรึกษาว่า “เมื่อวานได้อ่านหนังสือ Lots Of Love เป็นเรื่องของผู้หญิงคนนึงที่อยู่กับสามีมานาน ประมาณคุณแบม แล้วสามีเป็นมะเร็ง มีเวลาไม่นานสามีก็จากไป เขาเขียนเล่าว่าช่วงเวลานั้นมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วเขาผ่านมาได้อย่างไร ที่เติ้ลฟังสิ่งที่คุณแบมเล่ารู้สึกว่ามันมีความคล้ายกันอยู่ในเรื่องนี้ ตอนที่เราอ่านก็รู้สึกว่าเขาจะผ่านมันไปได้อย่างไร เราก็ลุ้น เขาเขียนว่าวันที่สามีเขาเสีย หลังจากนั้นเข้าก็ร้องแบบเดี๋ยวทรุด เดี๋ยวร่วง ตื่นเช้ามาก็ร้อง เข้าห้องน้ำก็ร้อง นั่งรถไฟฟ้าไฟก็ร้อง เพราะว่านั่งรถไปทำงานกับสามีทุกวัน แต่ว่าอันนึงที่เขาเขียนแล้วเรารู้สึกว่า มันดีมากเลย คือเขาบอกว่า พอมันร้องไป ตอนแรกเขาก็กลัวเหมือนกันว่ามันจะตาย เขาจะต้องตายแน่ ๆ ถ้าสามีเขาไม่อยู่แล้ว แต่สุดท้ายพอเขาร้องแล้วรู้สึกหายใจไม่ออก เขาก็พยายามที่จะหายใจ แล้วเขาก็บอกว่า มันไม่มีใครตายจากความเสียใจอันนี้ อยากจะบอกคุณแบมเหมือนกันว่า เราเสียใจ แล้วมันก็ผ่านมาแค่ 10 วัน เราเป็นคนปกติแล้วที่รู้สึกแบบนี้กับความผูกพันธ์ที่ตัวเองมีมา เติ้ลก็อยากจะบอกกับคุณแบมว่า ร้องไปเลย เสียใจได้ไปเลย สุดท้ายถึงเวลา อย่างคุณหมวยที่อยู่ในเรื่องนี้ เขาใช้เวลาเป็น 10 ปีเลยเหมือนกัน ในการที่จะผ่านมันไปได้ แต่แล้วในหนังสือสุดท้ายที่เขามาเขียนก็คือ ทุกวันนี้เขายังรัก และยังคิดถึงแฟนเขาที่เสียไป แต่ตอนนี้เขาตายไม่ได้เพราะเขาจะไปดูคอนเสิร์ต BTS เขามีจุดมุ่งหมายในชีวิตเขาอันใหม่ เติ้ลอยากจะเทียบกับเรื่องของคุณแบมว่า คุณแบมเห็นไหมว่าคุณหมวยที่เขาเสียคนรักไปทั้งที่เขายังรักกันอยู่มาก เราว่ามันทรมาณ ถ้าจะเทียบกับเคสคุณแบม มันอาจจะทรมาณมากกว่า เพราะว่าเขาคนนั้นเขาไม่ได้รักคุณแบมแล้ว เหมือนถ้าคนที่เขารักกันมาก ๆ แล้วเขาจากกันเขายังผ่านมันมาได้ ปัจจุบันนี้เขายังมีชีวิตเพื่อตัวเขาเองได้เติ้ลว่าคุณแบมก็ผ่านมันไปได้เหมือนกัน เพียงแต่ว่ามันต้องใช้เวลาเท่านั้นเอง อยากบอกคุณแบมว่าอยากให้กลับมารักตัวเองมาก ๆ เขาเลือกที่จะทำแบบนั้นกับเรามันไม่มีใครนอกจากเราในตอนนี้กับคุณพ่อคุณแม่ที่บ้าน มันถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องหันกลับมาดูแลตัวเอง เข้าใจว่ามันยามาก แต่เติ้ลเชื่อว่ามันจะต้องผ่านไปได้อย่างแน่นอน”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมนอกใจแฟน บอกเลิกกันก่อนวันครบรอบ 3-4 วัน พอไปอยู่กับแฟนใหม่ ผมดันคิดถึงแฟนเก่า ก็เลยเลิกกับแฟนใหม่เพื่อไปง้อแฟนเก่า แต่ตอนนั้นแฟนเก่าผมก็มีคนใหม่ไปแล้ว จนเขาสองคนเลิกกัน ตอนนี้ผมอยากได้วิธีไปง้อแฟนเก่าที่ผมเคยนอกใจเขามาหน่อยครับ

13 ธ.ค. 2024

ผมนอกใจแฟน บอกเลิกกันก่อนวันครบรอบ 3-4 วัน พอไปอยู่กับแฟนใหม่ ผมดันคิดถึงแฟนเก่า ก็เลยเลิกกับแฟนใหม่เพื่อไปง้อแฟนเก่า แต่ตอนนั้นแฟนเก่าผมก็มีคนใหม่ไปแล้ว จนเขาสองคนเลิกกัน ตอนนี้ผมอยากได้วิธีไปง้อแฟนเก่าที่ผมเคยนอกใจเขามาหน่อยครับ

“คุณอ๊อฟ (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 ธ.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาการนอกใจแฟน โดย “คุณอ๊อฟ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมนอกใจแฟน เมื่อเดือนมีนาคมช่วงต้นปีก็เป็นวันครบรอบ 3 ปีผมกับแฟน แต่แฟนผมจับได้ก่อนว่าผมนอกใจเขา เราเลยเลิกกันก่อนจะถึงวันครบรอบประมาณ 3 – 4 วัน แล้วผมก็ได้มาอยู่กับทางคนใหม่ เหตุการณ์ตอนนั้นคือประมาณว่าผมก็ง้อเขาเหมือนเขาจะคืนดีกับผมแล้ว แต่เขาลง Story IG ประชดผมแบบลงกับผู้ชาย กลายเป็นผมเองที่รับไม่ได้ผมเลยบอกเลิกเขาไปอีกครั้งแต่เรื่องทั้งหมดก็ผ่านมาเกือบ 1 ปีแล้ว พอหลังจากที่เลิกกันไป ผมก็ไปอยู่กับคนใหม่ เราคบกันได้ประมาณ 3 เดือนผมรู้สึกว่าเหมือนตัวเองรู้สึกผิดแล้วผมรู้มาว่าเขาไปพูดกับเพื่อนผมว่า เขารู้สึกว่า เขาผิดตรงไหน เขาแย่ตรงไหน ทำไมเขาถึงโดนทำแบบนี้ ผมเลยคิดว่าเขาคงจะยังมูฟออนไม่ได้ พอผมได้ยินแบบนี้ผมเลยตัดสินใจเลิกกับแฟนคนใหม่ แล้วกลับไปบอกเหตุผลกับเขาว่าที่ผมนอกใจเขาครั้งนั้น เพื่ออะไร เพราะอะไร เพื่อเคลียร์ปัญหาที่ผมได้ก่อไว้เพราะผมแค่ตั้งใจจะอธิบายกับเขาทุกอย่างให้มันกลับมาถูกต้องยังไม่ได้ต้องการที่จะให้เขากับมาคบกับผม หลังจากที่ผมอธิบายกับเขาทั้งหมดจนเราคุยกันลงตัวทุกอย่าง เขาก็ได้บอกกับว่า ตอนนี้เขามีคนใหม่แล้วนะ ผมก็โอเค แล้วเราก็แยกย้ายกันไป ส่วนเขาก็คบกับคนใหม่มาจนถึงช่วงสิ้นปีนี้ ผมก็อยู่คนเดียวของผมมาตลอดไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับเขาเลย แต่ตอนเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาเขาติดต่อผ่านเพื่อนผมมาว่าจะยืมเต็นท์เอาไปเที่ยว เพื่อนก็มาบอกผม ผมก็เลยบอกโอเคเดี๋ยวเอาไปให้ จากนั้นเราก็ได้โทรคุยกันจนรู้ว่าเขาพึ่งเลิกกับแฟนใหม่เขาเหมือนกัน จากนั้นจนเรื่องมาถึงปัจจุบันเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว จริง ๆ เรื่องที่ผมจะปรึกษาคือ ผมควรปล่อยให้เขาอยู่ตรงนั้นไหม เพราะว่าที่เราคุยกันตอนเดือนพฤจิกายนเขาบอกว่าเขาก็มีคนคุยอยู่แล้วนะตอนนี้ ถึงแม้เขาจะเลิกกับคนนั้นแล้วเขาก็บอกผมว่าเขาให้สถานะผมได้แค่เพื่อน แต่ตอนนี้ผมก็ได้ไปทานข้าวกับเขาหลังจาดวันนั้นประมาณ 3 ครั้ง มันมีเหตุการณ์ก่อนจะเจอกันครั้งแรกเขาเป็นลมชักเข้าโรงพยาบาล อยู่ ๆ เขาจะเป็นโรคหัวใจผมก็ได้ไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาลแต่พอไปถึงเจอแฟนเก่าเขา ผมก็เลยไม่ได้เข้าไปเยี่ยมเขา แล้วก้ไปรู้มาว่าแฟนเก่าเขามาตามง้อ คนที่เขาคุยอยู่ก็มาหาเขาเหมือนกัน ตอนนี้ปัจจุบันก็คือ เขาบอกให้ผมเป็นเพื่อนแต่ผมบอกเขาว่าผมไม่เป็นเพื่อนผมขอเป็นคนรู้จักแล้วกัน ผมก็เลยอยากปรึกษาพี่ ๆ ผมจะทำยังไงให้เขาใจอ่อนกลับมาคบกับผมดี?’ ซึ่งเริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าจากที่ฟังดูมีโอกาสที่จะกลับมาคบกันได้แต่มันก็ขึ้นอยู่กับผู้หญิงคนนั้นด้วย มันตอบยาก แต่ว่าถ้าอ๊อฟอยากจะทำให้เขากลับมารักเราก็ต้องทำให้เขาเห็นว่าเราอยากจะกลับไป สมมุติอันนี้จะตอบในมุมว่าอยากให้เขามารักเราอีกรอบ แต่พี่จะห่วงว่าอ๊อฟจะทำได้ไหมจะไม่นอกใจเขาอีกแล้ว เราต้องพิสูจน์ว่าจะไม่ใช่อ๊อฟคนเดิมแล้ว ส่วนเขาก็คือต้องอยู่ที่เขาแล้วว่าเขาจะยังไง เขาอาจจะเห็นเราเป็นแค่แฟนเก่าก็เลยให้เกียรติยังผูกพันมาทำอะไรก็ได้หรือเขาก็อาจจะหว่านเสน่ห์ แล้วก็บอกอ๊อฟทีหลังก็ได้ว่ากูไม่รู้สึกอะไรกับมึงเลยกูแค่แกล้งมึงก็ได้ หรือสุดท้ายเขาอาจจะมีเยื่อใยอยู่ อ๊อฟพิสูจน์ตัวเองแล้วก็กลับมารักกับอ๊อฟอีกทีก็ได้ มันเป็นไปได้หมดเลย’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เขามีใจให้อ๊อฟอยู่แล้ว ผู้หญิงถ้าเลิกกับแฟนเก่าที่นอกใจ ถ้ามันเกลียดมันไม่มองหน้าอยู่แล้ว มึงทำเขาขนาดนั้นเป็นกูถ้าโกรธกูก็ไม่คุย แต่ถ้าเกิดว่าเอาเรื่องเต็นท์มาอ้าง แปลว่ายังอยากกลับมาคุยอยู่ แต่การที่จะแบบมาดีกับมึงง่าย ๆ มันง่ายไปอ๊อฟมึงทำอะไรกับกูไว้มันก็ต้องมีชั้นเชิงนิดนึง มันก็ต้องดูว่าจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมไหม แสดงความมั่นใจหรือเปล่าคือครั้งนี้อ๊อฟมีหน้าที่ลงทุนอย่างเดียวโดยที่ไม่รู้ว่าผลกำไรกลับคืนมาไหมหรือจะขาดทุน แต่ในเมื่ออ๊อฟรู้สึกว่าอ๊อฟต้องการของสิ่งนี้ทำได้แค่ลงทุนแล้ว รอผลลัพธ์ว่าจะใช่หรือไม่ใช่ ให้เคล็ดลับแล้วกันเข้าทางเพื่อนด้วย เพื่อนก่อนถ้าเพื่อนมันตั้งป้อมปุ๊บเพราะวัยนี้เป็นวัยเชื่อเพื่อน ทำให้เขามั่นใจตัวเขาก่อน ให้เขาเห็นความพยายามแล้วเราก็ไม่ทำให้เขารู้สึกอึดอัด ช่วยเหลือเขาในวันที่เขาไม่มีใคร แล้วก้เข้าทางเพื่อนเขา สเต็ปต่อไปคือการดูแลเขาไปเรื่อย ๆ จนถึงเวลาวันนึงที่เรามั่นใจแล้วว่าเขาน่าจะมีใจเพื่อนเขาเราโอเคแล้ว ก็ยื่นคำขาดเลยไปต่อหรือพอแค่นี้ถ้าเขาบอก เฮ้ยระหว่างเรายังไงก็เป็นไปไม่ได้ ไปแผนล้ำลึกเลยปล่อยข่าวว่ามีใครสักคนนึงที่กำลังจีบเราอยู่เป็นการกดดันเขา มึงต้องรีบตัดสินใจแล้วอันนี้เป็นสเต็ป ๆ ไล่เลเวลไป’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาเสริมอีกว่า ‘มันต้องเคลียร์ตัวเองก่อน คือคราวเนี้ยถ้าเรากลับไปแล้วยังทำเรื่องอีก การที่เราทำร้ายใครสักคนในรอบแรกเนี่ยมันก็เลวร้ายมากพออยู่แล้ว แต่คือมัน 2 รอบเราจะไม่เหลืออะไรให้เคารพตัวเองอีกเลยนะหมายถึงว่า วันนึงเมื่ออ๊อฟอายุขึ้นมาก ๆ จนอ๊อฟตกตะกอนในชีวิตแล้ว อ๊อฟคิดย้อนมามันจะรู้สึกเกลียดตัวเองเวอร์ชั่นนี้เลยนะว่า เฮ้ยกับคน ๆ นึงเราทำ 2 รอบเลยเหรอวะ มันทำให้เขาเจ็บแล้วเจ็บอีก ถามตัวเองก่อนแล้วกันว่ามั่นใจกับการรีเทิร์นครั้งนี้ ถ้ามั่นใจจริงเขียนไว้เลยว่าให้หวังแบบไม่หวังเพราะเราไม่รู้หรอกว่าเขาจะโอเคหรือเปล่า หลัก ๆ จริง ๆ อาจจะไม่ได้อยู่ที่เราเพราะเขาคือคนที่เจ็บแผลอยู่ที่เขาให้เราทำให้ตายยังไง ถ้าเขาไม่อยากรีเทิร์นมันก็ไม่เกิดขึ้น แต่คือเขาก็ดูมีเยื่อใยอยู่แต่เยื่อใยนี้จะเป็นเยื่อใยเพื่อนหรือว่าเยื่อใยรีเทิร์นเป็นแฟนอีกครั้งไม่รู้เพราะฟังแค่นี้ไม่รู้จริง ๆ ก็ได้แต่หวังแบบไม่หวังทำดีเข้าไว้เหมือนจีบเขาอีกครั้งนึง แต่จีบครั้งเนี้ยรู้ไว้เลยว่าเรามีคดีเหมือนเขารู้แล้วว่าเราเป็นคนไม่ดีแล้วการเป็นคนไม่ดีจะจีบผู้หญิงคนนึงด้วยความจริงใจต้องทำยังไงไปคิดเอาเอง ก็ลองดูถ้าคิดว่าสงบแล้วจริงก็ลองดูโอกาสอีกสักครั้งนึง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-