ชอบใส่ใจเพื่อนบ้านมาก อยากรู้อยากเห็นความเคลื่อนไหวเขาอยู่ตลอดเวลา อยากเลิกนิสัยนี้เลยแก้ปัญหาด้วยการเอาม่านมาติดหน้าต่างจะได้ไม่เห็นเขา

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ชอบใส่ใจเพื่อนบ้านมาก อยากรู้อยากเห็นความเคลื่อนไหวเขาอยู่ตลอดเวลา อยากเลิกนิสัยนี้เลยแก้ปัญหาด้วยการเอาม่านมาติดหน้าต่างจะได้ไม่เห็นเขา

08 ม.ค. 2026

ชอบใส่ใจเพื่อนบ้านมาก อยากรู้อยากเห็นความเคลื่อนไหวเขาอยู่ตลอดเวลา

อยากเลิกนิสัยนี้เลยแก้ปัญหาด้วยการเอาม่านมาติดหน้าต่างจะได้ไม่เห็นเขา

          คุณคุกกี้ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี เป็นสายที่ 12 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (7 มกราคม 2569) ได้ฝากเรื่องเข้ามาอัปเดตกับ ดีเจเผือก-ดีเจเติ้ล-ดีเจต้นหอม เรื่องที่ตนนั้นมักจะชอบแอบมองบ้านตรงข้าม หนักเข้าถึงขั้นไม่สามารถเลิกแอบมองได้ มาฟังกันว่าเรื่องราวของคุณคุกกี้จะเป็นอย่างไร

          คุณคุกกี้ (นามสมมติ) ได้เล่าว่า “ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านที่เพิ่งย้ายมาใหม่ แรก ๆ ก็จะใส่ใจเขาว่าไปใครมาบ้างแต่พอทำไปบ่อย ๆ มันก็เลยกลายเป็นความเคยชิน มันทำให้เราอยากใส่ใจเขาตลอด แล้วก็เล่าให้แฟนฟัง อยากจะเลิกนิสัยนี้ แต่ปัจจุบันตอนนี้ไม่ได้เป็นพะวงกับบ้านของเพื่อนบ้านอีกแล้ว หน้าต่างที่ส่องถ้ามันหยุดไม่ได้ที่จะดูเขา เราก็เลยเอาม่านไปติดและมันก็ได้ผล ตอนนี้เรากับสามีก็ไม่ส่องเขาแล้ว ใช้ชีวิตกับสามีแบบปกติ’

          หลังจากฟังเรื่องราวอัปเดตจากคุณคุกกี้จบ ดีเจเผือก ก็ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า “ต้องห้ามใจตัวเองไม่ให้ไปแหวกม่านนั้น เพราะถ้าทำหนึ่งครั้ง สมองก็อาจจะจำ และทำให้เราหยุดดูเขาไม่ได้”

          ต่อมา ดีเจต้นหอม ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า “ให้คิดว่าม่านคือหิน คือกำแพงที่เราไม่สามารถเอามือดึงได้ อย่าแหวกม่าน เมื่อไหร่ถ้าเอามือไปแหวกม่านแล้ว ขอให้โทรเข้ามาปรึกษา พุธ Therapist (ทุกวันพุธสุดท้ายของเดือน)”

          สุดท้าย ดีเจเติ้ล ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า “ดีแล้ว ถูกแล้ว มันมีม่านปิดแล้ว จากนี้ไปเรากับเขาคนละชีวิตกัน”

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

 มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

บริษัทมาขอความร่วมมือให้ออกจากงาน แต่เรารู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม เพราะไม่มีค่าชดเชยให้ เราเลยไม่เซ็นต์ยินยอม

19 ก.พ. 2026

บริษัทมาขอความร่วมมือให้ออกจากงาน แต่เรารู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม เพราะไม่มีค่าชดเชยให้ เราเลยไม่เซ็นต์ยินยอม

บริษัทมาขอความร่วมมือให้ออกจากงานแต่เรารู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม เพราะไม่มีค่าชดเชยให้เราเลยไม่เซ็นต์ยินยอม ‘คุณแปม’ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี เป็นสายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 กุมภาพันธ์ 2569) ได้โทรเข้ามาแชร์เรื่องราวกับ 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกลือ' เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่บริษัทขอความร่วมมือให้เธอลาออกจากงาน โดยที่ตัวเธอนั้นรู้สึกว่าสิ่งนี้มันไม่ยุติธรรม ‘คุณแปม’ ได้เล่าว่าเธอนั้นเป็นพนักงานบริษัทเอกชนที่หนึ่ง ซึ่งเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ทางบริษัทก็ได้มีการเลิกจ้างพนักงานแบบถูกต้องตามกฎหมาย และจ่ายค่าทดแทนให้ตามปกติ ต่อมาเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ทางบริษัทก็ได้มีการเรียกพนักงานจำนวนหนึ่งเข้าไปคุยส่วนตัวว่า สถานการณ์ตอนนี้บริษัทกำลังประสบปัญหา และมีความจำเป็นที่จะต้องลดจำนวนพนักงานลงเพื่อให้บริษัทสามารถอยู่รอดต่อไปได้ ซึ่งในส่วนนี้คุณแปมก็เข้าใจ แต่ที่ทำให้คุณแปมรู้สึกแปลกใจคือการที่ทางบริษัทมาบอกว่า ขอความร่วมมือให้ลาออกเอง โดยบอกว่าสามารถเลือกจะออกหรือไม่ออกก็ได้ แต่ทางบริษัทจะสามารถจ่ายเงินเดือนให้ได้ถึงแค่สิ้นเดือนมีนาคมนี้เท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าจุดนี้เป็นสิ่งที่ทำให้คุณแปมรู้สึกไม่โอเค ทางบริษัทจึงบอกให้ไปคุยกับเจ้าของด้วยตัวเอง เวลาผ่านมาหนึ่งสัปดาห์ ก็ไม่มีความคืบหน้าอะไรเกิดขึ้น คุณแปมจึงได้ติดต่อถามทางบริษัทไปอีกครั้ง ทางบริษัทก็ได้ตอบกลับมาว่า ทางเจ้าของบริษัทรับทราบเรื่องนี้แล้ว แต่ทางบริษัทก็ไม่มีทางเลือก จึงได้อนุญาตให้คุณแปมทำงานที่บริษัทนี้ต่อไปได้ ตั้งแต่วันนั้นคุณแปมก็รู้สึกว่า เจ้าของบริษัทเริ่มหลบหน้าหลบตามากขึ้น ทำให้เกิดบรรยากาศที่อึดอัด กระอักกระอ่วน และรู้สึกไม่มั่นคงกับงานที่ต้องทำต่อ เธอนึกภาพไม่ออกว่าจะสามารถทำต่อไปได้อีกนานแค่ไหน โดยคุณแปมได้บอกว่า ส่วนตัวเธอนั้น เข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ของบริษัทเป็นอย่างดี แต่การที่มาขอความร่วมมือให้ลาออกแบบนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมอย่างมากกับพนักงาน โดยคุณแปมยืนยันว่าตนนั้นไม่สมัครใจจะลาออกเอง จึงได้ปรึกษาเหล่าดีเจว่า เธอสามารถทำอย่างไรได้บ้าง หรือถ้าเป็นเหล่าดีเจทั้งสามจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร เพราะในตอนนี้เธอได้เสียความรู้สึก และเกิดความกดดันเล็ก ๆ กับบรรยากาศการทำงานในบริษัทนี้ไปแล้ว หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจนจบ เหล่าดีเจทั้งสามก็ได้ให้คำปรึกษาด้วยความเห็นใจ โดยเริ่มจาก 'ดีเจเกลือ' ที่ได้บอกว่า “สำหรับผม มันถูกต้องเพราะเป็นการถามความสมัครใจ มันเป็นสิทธิ์ของเราที่จะเลือกได้ว่าจะออกหรือจะไม่ออก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสุดท้ายแล้วทางบริษัทเองก็ไม่มีทางเลือก ต้องให้คุณแปมทำต่อไป เพราะถ้าหากเขาไล่คุณออก เขาก็ไม่มีเงินชดเชยคุณ ในขณะเดียวกัน ถ้าคุณไม่ออกเองเขาก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะถ้าเขาไปบังคับให้คุณออก มันก็ผิดกฎหมาย ความรู้สึกกระอักกระอ่วนมันไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับเราหรอก ทางบริษัทเขาก็มีความรู้สึกนี้เช่นกัน ผมรู้สึกว่าสุดท้ายแล้ว มันก็ต้องไปจบลงด้วยการคุยกันอยู่ดี คุยกับทางบริษัทว่าจะสามารถช่วยเหลือเราได้เท่าไหร่ แล้วเราต้องการเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอ เพื่อที่จะหาตรงกลางของสถานการณ์นี้ ความรู้สึกของเรามันเสียไปแล้ว ช่วงนี้เราอดทนได้ แต่เราก็ต้องคิดไว้เสมอว่า เดี๋ยวเราก็จะต้องออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อื่น ให้หาลู่ทางการทำงานใหม่เตรียมรอไว้ได้เลย” ต่อมา 'ดีเจเติ้ล' ได้บอกว่า “ถ้าเป็นพี่ พี่ว่าพี่ยังคงอยู่ต่อ ณ เหตุการณ์ตอนนั้นนะ เพราะเรายังไม่รู้เลยว่าจะออกไปทำอะไรต่อ แต่พี่จะรอดูทรงก่อนว่า หลังจากนี้เขาจะปฏิบัติกับเรายังไง ถ้าแค่การที่เจ้าของบริษัทหลบหน้าหลบตา สำหรับพี่มันยังทนได้ แต่ถ้าพี่รู้ว่าบริษัทนี้มันกำลังจะเจ๊ง พี่ก็จะไปหาลู่ทางใหม่ หาบริษัทอื่นเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีกว่า แต่อีกลู่ทางนึงคือทางกฎหมาย ถ้าเขาเริ่มทำให้เรารู้สึกว่า เราอึดอัด เราก็คุยต่อรองกับเขาว่า ให้เขาจ้างเราออกได้มั้ย แต่ถ้าเป็นพี่ พี่จะไม่ยอมออกเองเด็ดขาด ถ้าพี่ยังไม่เห็นว่าพี่มีลู่ทางใหม่ที่ดี” สุดท้าย 'ดีเจต้นหอม' ได้บอกว่า “ตอนนี้ถ้าแปมออกเอง ค่าชดเชยหรือค่าเสียหายแปมจะไม่ได้อะไรเลย พี่ก็ไม่แนะนำให้แปมออก และเห็นด้วยกับพี่เติ้ลว่า ตอนนี้บริษัทมันไม่มั่นคงแล้ว อดทนทำไปก่อนแล้วหางานใหม่ พอได้งานใหม่แล้วเราก็ชั่งน้ำหนักเลย ไม่ต้องเสียดายเงินชดเชยก็ได้ ถ้าเรามีงานที่จะไปต่อแล้ว เราจะสามารถต่อรองกับทางบริษัทง่ายขึ้น” หลังจากที่ดีเจทั้งสามให้คำแนะนำจบ คุณแปมก็ได้มีอีกหนึ่งคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่ว่า ตอนนี้ทางบริษัทแจ้งว่า ถ้าตัวเธอนั้นไม่โอเคกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก็ให้ไปคุยกับเจ้าของบริษัทเอง เธอควรที่จะไปคุยดีหรือไม่ ดีเจทั้งสามก็ได้ออกความเห็นตรงกันว่า เธอควรเข้าไปคุยให้เคลียร์ ด้วยความรู้สึกที่พร้อมจะเข้าอกเข้าใจกัน แบบเราเข้าใจเขา เขาเข้าใจเรา คุยกันด้วยความเข้าใจ และอาจทำให้หาทางออกร่วมกันได้ง่ายขึ้นเรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมผิดไหมที่ไม่โอเคกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมเลิกกับแฟนไปแล้ว มีแฟนใหม่ไปแล้ว ผมเคยขอเพื่อนในกลุ่ม ไว้ว่าไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับ แฟนเก่าของผมแล้ว เพราะอยากให้เกียรติคนใหม่ แต่ผมเพิ่งรู้ว่า เพื่อน 5-6 คนในกลุ่มจองตั๋ว ที่พัก ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟนเก่าเรา

29 ก.ค. 2025

ผมผิดไหมที่ไม่โอเคกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมเลิกกับแฟนไปแล้ว มีแฟนใหม่ไปแล้ว ผมเคยขอเพื่อนในกลุ่ม ไว้ว่าไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับ แฟนเก่าของผมแล้ว เพราะอยากให้เกียรติคนใหม่ แต่ผมเพิ่งรู้ว่า เพื่อน 5-6 คนในกลุ่มจองตั๋ว ที่พัก ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟนเก่าเรา

ผมผิดไหมที่ไม่โอเคกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมเลิกกับแฟนไปแล้ว มีแฟนใหม่ไปแล้ว ผมเคยขอเพื่อนในกลุ่มไว้ว่าไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับ แฟนเก่าของผมแล้ว เพราะอยากให้เกียรติคนใหม่ แต่ผมเพิ่งรู้ว่าเพื่อน 5-6 คนในกลุ่ม จองตั๋ว ที่พัก ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟนเก่าเราโดยไม่ได้บอกเรารู้อีกทีเขาก็เตรียมไปทริปนี้กันแล้ว ตอนนี้ผมไม่โอเคมากๆ “คุณบี (นามสมมติ)” สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [23 ก.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเลิกกับแฟนแล้ว แต่เพื่อนทั้งกลุ่มยังไปเที่ยวกับแฟนเก่าเราอยู่ โดย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้วผมมีแฟน ผมเลยพาแฟนมาแนะนำให้เพื่อนรู้จัก ในวันเกิดของเขา เขาอยากจัดทริปไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนแก๊งนี้ แต่ดันเลิกกับผมซะก่อน เพราะผมจับได้ว่าเขาคุยกับคนอื่น ผมก็คิดว่าจะไม่มีทริปนี้อีกแล้ว แต่เหมือนเขาจะทักไปหาเพื่อนลับหลังผม พอเพื่อนมาขอผม ผมก็ให้ไป แต่พอหลังจากนั้นผมก็บอกกับเพื่อนว่า ไม่ให้ติดต่อกับแฟนเก่าผมแล้วได้มั๊ย? และก็บอกกับแฟนเก่าผมด้วยว่า ไม่ติดต่อกับเพื่อนผมแล้วได้มั๊ย? เพราะช่วงนั้นผมมีคนคุยใหม่แล้ว แต่เพื่อนก็ยังพูดถึงแฟนเก่าผมต่อหน้าคนใหม่อยู่ ผมเพิ่งรู้ว่าตั้งแต่เลิกกันไปแฟนเก่าผมเขาก็ยังคุยกับเพื่อนผมอยู่ คือช่วงที่เลิกกันผมไม่ได้บอกเพื่อนว่าเหตุผลที่เลิกกันคืออะไร แต่เพื่อนก็บอกว่ารู้หมดแล้วเพราะแฟนเก่าเล่าให้ฟัง ซึ่งผมก็ไม่ได้รีเช็กด้วยว่าข้อมูลถูกต้องมั๊ย จนปีนี้เขาก็ชวนกันไปเที่ยวต่างจังหวัดอีก เขานัดกันลับหลังผมเหมือนเดิม จริง ๆ แล้วถึงผมจะบอกว่าไม่อยากให้ติดต่อกัน แต่ถ้ายังอยากคุยกัน อยากไปเจอกันบ้าง ผมโอเค แต่ถ้าถึงขั้นไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน อันนี้ผมยังรับไม่ได้ เพื่อนผมแก๊งนี้รวมมาจากหลายฝั่งมาก ทั้งเพื่อนผมตั้งแต่เรียน, เพื่อนที่ทำงาน, เพื่อนของเพื่อน, แฟนของเพื่อน ก็รู้จักมาเป็นทอด ๆ แต่ในทั้งหมดที่พูดไปก็มีเพื่อนคนนึงที่อยู่ฝั่งผมแล้วก็เข้าใจความรู้สึกของผม คอยเป็นสายสืบส่งข่าวให้ผม คอยอัปเดตประจำเพราะแฟนเขาอยู่ในทีมที่ไป ผมเลยจะถามว่า ถ้าผมบอกเพื่อนแล้วว่าผมไม่โอเคที่จะไปต่างจังหวัดด้วยกัน แต่เขาก็ไปคุยกันลับหลังอยู่ดีว่าจะไปเที่ยวกัน โดยที่ไม่มาถามผมเลย และก็มีเพื่อนที่บอกจะไม่ไป แต่ก็ได้รู้ว่าเขาก็ไม่พอใจผมเท่าไหร่ที่ไม่ได้ไป เขามองว่าผมยึดติด ถ้าเป็นพวกพี่จะรู้สึกยังไงแล้วก็มีมุมมองยังไง?’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเพื่อนไปเที่ยวกับแฟนเก่าเราอันนี้พี่ว่าแปลก แต่จะไม่เข้าไปยุ่งอะไรกับพวกเขาเลยแล้วจะกลับมานั่งพิจารณาตัวเองว่า เอ้า นี่ใช่เพื่อนเรามั๊ยเนี่ย แต่เท่าที่ฟังความสัมพันธ์ของกลุ่มนี้เหมือนไม่มีใครเป็นเพื่อนใครเป็นพิเศษเพราะมันเกิดจากการรวมจากหลายที่และต่างสถานะกัน เขาจึงเลือกทำในสิ่งที่เขาต้องการทำโดยไม่มีความเป็นเพื่อนมาเกี่ยวข้อง เขาอยากไปเที่ยวเขาก็แค่ไปเที่ยว มันไม่ใช่กลุ่มเพื่อนรักที่อยู่ด้วยกันมานานทำให้ไม่แปลกเพราะตอนนี้เขาอาจจะสนิทกับแฟนเก่ามากกว่าเราด้วยซ้ำ เลิกกันแล้วก็เลิกสิ เพราะฉะนั้นถ้าไม่โอเคก็แค่เอาตัวเองออกมา เป็นพี่พี่จะไม่บอกเพื่อนว่าห้ามไปกับแฟนเก่า พี่ไม่ทำเด็ดขาดเลยพี่จะปล่อยให้เพื่อนไปแล้ววันไหนเราพร้อมค่อยว่ากัน คนที่ไม่โอเคก็ต้องจัดการตัวเองซึ่งก็มีแค่เราคนเดียว เราค่อยจัดทริปใหม่ที่มีแค่คนที่โอเคกับเราก็ได้ และเรื่องนี้เพื่อนก็มีสิทธิ์คิดว่าเรายึดติดได้เหมือนกัน’ ต่อไป “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่จะไม่มองว่าทำไมเพื่อนไปกับแฟนเก่า แต่พี่จะมองว่าจากที่เล่ามาเพื่อนกลุ่มนี้เป็นเพื่อนเที่ยวหรือเปล่า เพราะถ้าเพื่อนที่มาเจอกันเพื่อไปเที่ยวก็เป็นไปได้ที่จะสนิทกับแฟนเก่าเรามากกว่าเราอยู่แล้ว สำหรับพี่คำว่าเพื่อนสนิทถ้ารู้ว่าแฟนเก่าของเพื่อนนอกใจส่วนใหญ่มันจะเลิกยุ่งไปโดยอัตโนมัติ จะไม่ยุ่งเลยโดยที่เราไม่ต้องพูด เราโกรธได้แต่ก็ต้องทำใจเพราะเหมือนเพื่อนจะไม่ได้เห็นบีเป็นเพื่อนสนิทจนต้องเกรงใจด้วยซ้ำ บีเป็นแค่สังคม เพราะฉะนั้นตอนนี้บีอาจจะต้องทบทวนความสัมพันธ์ของเรากับเพื่อนก่อนว่าตรงกันมั๊ย’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นพี่ไม่แฮปปี้กับเพื่อนกลุ่มนี้ก็ไม่ต้องคบต่อเหมือนกัน แต่ความจริงถ้าเป็นเพื่อนสนิทมันจะไม่ไปเที่ยวกับแฟนเก่าเราหรอก มันจะแคร์เรา เราอย่าพยายามเรียกร้องความสำคัญจากคนที่ไม่ได้สนิทขนาดนั้น เพราะสังคมนี้มันกว้าง เราไม่ต้องแคร์ทุกคนบนโลก อยู่กับใครแล้วมีความสุขก็อยู่กับคนนั้นไม่จำเป็นต้องมีเพื่อน 6-7 คนหรอก แล้วกลุ่มนี้บียังไม่ไว้ใจที่จะเปิดใจเล่าเหตุผลที่เลิกกันให้เขาฟังกันเลย อันนี้ต้องจัดการที่ตัวเอง เอาตัวเองเป็นหลัก เวลามันจะคัดคนไปเรื่อย ๆ สุดท้ายชีวิตเราก็จะเหลือเพื่อนไม่กี่คน เราไม่ต้องเน้นปริมาณแต่เน้นคุณภาพ หาคนที่เข้าใจเราดีกว่า’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผิดปกติไหมคะ? เราไปสมัครงานบริษัทแห่งหนึ่ง เป็นบริษัทใหญ่ของต่างประเทศ เอ๊ะแรก ขอถ่ายบัตรประชาชนหน้า-หลัง เอ๊ะสอง ให้เซ็นรับรองบัตรประชาชนแบบห้ามขีดทับบัตร ทุกคนว่าแปลกไหมคะ

22 ก.ค. 2025

ผิดปกติไหมคะ? เราไปสมัครงานบริษัทแห่งหนึ่ง เป็นบริษัทใหญ่ของต่างประเทศ เอ๊ะแรก ขอถ่ายบัตรประชาชนหน้า-หลัง เอ๊ะสอง ให้เซ็นรับรองบัตรประชาชนแบบห้ามขีดทับบัตร ทุกคนว่าแปลกไหมคะ

“คุณปลา (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี เป็นสายที่ 6 ในรายการ "พุธทอล์ค พุธโทร" เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (16 กรกฎาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจตู่ภพธร” เกี่ยวกับปัญหาญาติไปสมัครงาน แล้วโดนขอสำเนาบัตรประชาชนทั้งหน้าและหลังบัตร แล้วห้ามขีดทับข้อมูล โดย “คุณปลา (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ช่วงนี้ญาติของหนูเขากำลังหางานอยู่ ก็มีการหว่านเรซูเม่ตาม platform ต่าง ๆ คราวนี้ก็มี recruit ติดต่อเข้ามาให้สัมภาษณ์ที่บริษัทแห่งหนึ่ง เป็นบริษัทใหญ่ในต่างประเทศ มีการเข้าไปสัมภาษณ์เรียบร้อย สัมภาษณ์เสร็จกลับมาบริษัทก็ไม่ได้มีการแจ้งผลกลับมาว่าผ่าน แต่เป็นทาง recruit ติดต่อกลับมาแทน ขั้นตอนต่อไปคือให้ญาติหนูส่งเอกสารต่าง ๆ และสลิปเงินเดือน แต่ติดที่สำเนาบัตรประชาชน ทาง recruit เขาขอสำเนาบัตรประชาชนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพราะถ้าแค่ยืนยันตัวตนแค่ด้านหน้าก็พอแล้วไหม เคยปฏิเสธไปแล้วแต่เขาก็บอกว่าทางนู้นขอมา แล้วเขาก็แจ้งว่าไม่ให้ขีดคร่อมบัตรหรือบังข้อมูลในบัตรประชาชน ให้เซ็นในที่ว่างเท่านั้น เลยอยากสอบถามดูว่าแบบนี้คือแปลกไหมและกลัวว่าถ้าปฏิเสธไปจะไม่ได้งาน?’ ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ปกติเดี๋ยวนี้เขาไม่เอาข้างหลังบัตรกันแล้ว แต่คิดว่ามันไม่เป็นผลถ้าเราไม่ให้เอกสารแล้วจะไม่ได้งาน ถ้าคุณสมบัติเราผ่านแล้ว เขาก็ไม่น่าจะเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็น อยากให้เช็คดี ๆ เกี่ยวกับบริษัทและคนที่ติดต่อเข้ามา หรือไม่ก็ให้ลองติดต่อ HR ไปเองเลย น่าจะได้คำตอบ’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘ถ้าไม่ขีดคร่อมบัตรเคยเจอ แต่ไม่ต้องถ่ายหลังบัตรก็ได้ เอาแค่หน้าบัตรแล้วแจ้งเขาไปว่าไม่สะดวกส่งหลังบัตร เพราะมันเป็นข้อมูลที่ส่วนตัวมาก ๆ แล้วลงรีวิวในโซเชียลถามเลยว่าใครเคยเจอบ้าง’ และสุดท้าย “ดีเจตู่ ภพธร” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘สำหรับผมต่อให้เราขีดคร่อมทับข้อมูลไป แต่ถ้าคนมันจะเอาไปทำอะไรไม่ดี มันก็เอาไปทำได้อยู่แล้ว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

โบกเท่าไหร่ ก็ไม่จอด!! หนูเลิกงานมา โบกรถเมล์กลับบ้าน ยืนตรงป้าย ยื่นแขนตรง แล้วหันหน้าไปทางรถวิ่ง รถเมล์ไม่จอดเลย จนมีคันนึงจอด ก็เลยเปิดใจถามกระเป๋า กระเป๋าบอก "ถ้ายื่นแขนแล้วต้องโบกขึ้นลงด้วย บางทีคนขับไม่รู้ว่ายื่นแขนมาโบกรถ"

14 มิ.ย. 2024

โบกเท่าไหร่ ก็ไม่จอด!! หนูเลิกงานมา โบกรถเมล์กลับบ้าน ยืนตรงป้าย ยื่นแขนตรง แล้วหันหน้าไปทางรถวิ่ง รถเมล์ไม่จอดเลย จนมีคันนึงจอด ก็เลยเปิดใจถามกระเป๋า กระเป๋าบอก "ถ้ายื่นแขนแล้วต้องโบกขึ้นลงด้วย บางทีคนขับไม่รู้ว่ายื่นแขนมาโบกรถ"

โบกเท่าไหร่ ก็ไม่จอด!! หนูเลิกงานมา โบกรถเมล์กลับบ้านยืนตรงป้าย ยื่นแขนตรง แล้วหันหน้าไปทางรถวิ่ง รถเมล์ไม่จอดเลยจนมีคันนึงจอด ก็เลยเปิดใจถามกระเป๋า กระเป๋าบอก "ถ้ายื่นแขนแล้วต้องโบกขึ้นลงด้วยบางทีคนขับไม่รู้ว่ายื่นแขนมาโบกรถ" ทุกคนโบกรถเมล์ท่าไหนกันคะ? “คุณรถเมล์ (นามสมมติ)” อายุ 20 ปีปลายๆ สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [12 มิ.ย. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาต้องโบกรถเมล์ท่าไหน คนขับถึงจะจอดรับ โดย “คุณรถเมล์ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘เนื่องจาก BTS ส่วนต่อขยาย มีการปรับขึ้นราคาเหมาเป็น 15 บาท แล้วทีนี้หนูจะอยู่ในช่วงสถานีที่ต่อขยายเลยต้องจ่าย 15 บาท ซึ่งดูจากเงินของตัวเองแล้ว มันมีทางที่จะประหยัดได้ ก็เลยตัดสินใจไม่ขึ้น BTS เปลี่ยนมาลองขึ้นรถเมล์ดู ซึ่งปัญหาคือวันนั้นหนูเลิกงานประมาณ 4 โมงเย็น หนูก็โบกรถเมล์สายหนึ่ง คือ รถเมล์สายนี้บางทีเขาก็จอด แต่บางทีเขาก็ไม่จอด หนูก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วหนูเจอเหตุการณ์นี้ประจำ จนหลายครั้งเข้าหนูก็ทนไม่ไหว ก็ได้มีการโทรไปร้องเรียนบ้าง แล้วล่าสุดหนูก็โบกรถเมล์สายเดิมแต่เขาไม่จอดรับหนูอีกแล้ว ซึ่งคันถัดไปมาพอดี หนูก็โบก แต่คันนี้เขาจอดรับ พอขึ้นรถเมล์ไป หนูก็เลยแกล้งๆ ถามพี่กระเป๋ารถเมล์ว่า “พี่คะคือหนูสงสัยอ่ะ ก่อนหน้าคันพี่ หนูก็โบกแต่เขาไม่จอดเลย” พี่กระเป๋ารถเมล์ก็ตอบมาว่า “หรอเขาไม่จอดหรอ เขาไม่เห็นรึป่าว หนูโบกยังไง” หนูก็อธิบายท่าโบกให้พี่กระเป๋ารถเมล์ฟัง คือ หนูยกแขนขนานกับถนน ส่วนฝ่ามือก็คว่ำลง แล้วก็ยกตรงๆ ไม่ได้มีการขยับแขนโบกขึ้นลงหรืออะไร เพราะหนูคิดว่ามันน่าจะเป็นท่าปกติ เป็นสัญลักษณ์ที่ใครๆ ก็รู้ หนูคิดแบบนั้น แล้วหนูก็ยืนท่านั้นอยู่นานมากๆ เพราะคิดว่าเขาต้องเปลี่ยนเลนมาเพื่อจอดรับ พี่กระเป๋ารถเมล์ก็บอกว่า “ตอนที่พี่เห็นหนูเมื่อกี้ พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าหนูจะโบกรถเมล์รึป่าว” พี่เขาก็แนะนำว่า รอบหน้าให้โบกขึ้นลง ก็เลยจะอยากจะปรึกษาพี่ๆ ว่าหนูควรทำยังไงดี’ โดย “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ของหนูมันเหมือนคนที่ยืน แล้วแค่ยื่นแขนขนานกับถนนตรงๆ โดยไม่ได้มีการเคลื่อนไหวอะไร คือการที่ยืนแบบนี้มันก็อาจจะดูแปลก แล้วคนขับอาจจะคิดว่าสรุป โบกมั้ย หนูโบกขึ้นลงเลยเคลื่อนไหวให้เขาเห็น ซึ่งรถเมล์เขาทำเวลารึป่าวอันนี้ไม่รู้นะ แต่เขาขับเร็วเป็นเรื่องปกติ สมมุติเขาขับเร็วแล้วมันไม่มีอะไรเคลื่อนไหว เขาอาจจะมองเป็นถังขยะ หรือคนถือป้ายโฆษณาข้างทาง อะไรแบบนี้รึป่าว แต่ถ้าโบกขึ้นลงแบบ “เห้ยยยยยย จอดดดด!” ถ้าแบบนี้อ่ะมันเห็น ลองเพิ่มการเคลื่อนไหวดู บางทีคนขับเขาไม่ได้ใส่ใจกับป้ายเท่าไหร่ไง เผลอๆ ไม่ทันเห็น ขับเลยไปแล้วก็ทำไรไม่ได้ เราต้องเรียกให้จิตเขาอยู่กับเราให้ได้’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ใครมันจะมายืนท่านี้ขนานกับถนนอ่ะ ถ้าไม่ใช่โบกรถ พี่ว่ามันไม่เกี่ยวกับท่าโบกรถของหนูหรอก คือ คนขับรถอ่ะขี้เกียจเราต้องยอมรับว่ารถเมล์ในกรุงเทพมีหลายคันหลายสายมาก ที่บางทีเขาก็ไม่จอดเพราะเขาแค่ไม่อยากรับ อันนี้คือเรื่องจริงที่ต้องยอมรับ เขาก็แค่ไม่เข้ามารับ มันขึ้นอยู่กับจรรยาบรรณของคนขับคันนั้น ซึ่งมันก็มีคันดีๆ ที่จอดรับผู้โดยสารทุกป้าย แต่มันก็มีคันที่ผ่านไปเลย มันก็มีเยอะเช่นกัน พี่โดนประจำตอนสมัยเรียน ถ้ามันไม่เหนือบ่ากว่าแรงก็ลองเคลื่อนไหวดู แต่พี่จะบอกว่า อย่าไปโทษตัวเอง มันเป็นที่คนขับ’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คือท่านี้มันคือท่าโบกรถ มันจะมีอย่างงี้นะ สมมติถ้ารถเมล์สายเดียวกัน แล้วมันขับตีคู่กันมา คันแรกมันจะไม่จอด มันจะให้คันหลังจอด ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับจรรยาบรรณของคนขับอย่างที่พี่เติ้ลบอก คราวหลังนะโบกขึ้นลงเลยแรงๆ เลย ฟีลแบบ “กูอยู่นี่!!!!” ซึ่งคนส่วนใหญ่เวลาโบกรถเมล์เขาก็จะยืนค่อมไปอีกเลนเลย แล้วโบกขึ้นลงแรงๆ หนูลองเคลื่อนไหวดู ซึ่งคนขับก็ร้อยพ่อพันแม่ บางคนก็รับ บางคนก็ไม่รับ ดีชั่วก็อยู่ในนั้นอ่ะ คือคนขับอาจจะคิดแบบนี้ก็ได้ถ้า โบกแรงๆ แสดงว่าอยากกลับบ้านมาก แต่ถ้าโบกแบบนิ่งๆ แสดว่าไม่ค่อยอยากกลับบ้านเท่าไหร่ รอคันถัดไปละกัน แต่ถ้าผู้โดยสารโบกส่วนใหญ่เขาก็จะจอดรับนะ เพราะมันเป็นหน้าที่เขา’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-