ติดโปร 10 เดือน ก็ยังไม่ผ่านงาน!! แฟนหนูทำงานเป็น Editor ตัดต่อให้บริษัทเล็กๆแห่งนึง ตอนแรกบริษัทบอก 3 โปรจะผ่านงาน ขึ้นเงินเดือนให้ ตอนนี้แฟนหนูโดนต่อโปร ให้ทำงานมา 10 เดือนแล้ว อยากรู้ว่าเป็นเรื่องปกติไหม?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ติดโปร 10 เดือน ก็ยังไม่ผ่านงาน!! แฟนหนูทำงานเป็น Editor ตัดต่อให้บริษัทเล็กๆแห่งนึง ตอนแรกบริษัทบอก 3 โปรจะผ่านงาน ขึ้นเงินเดือนให้ ตอนนี้แฟนหนูโดนต่อโปร ให้ทำงานมา 10 เดือนแล้ว อยากรู้ว่าเป็นเรื่องปกติไหม?

14 พ.ย. 2025

ติดโปร 10 เดือน ก็ยังไม่ผ่านงาน!!
แฟนหนูทำงานเป็น Editor ตัดต่อให้บริษัทเล็กๆแห่งนึง
ตอนแรกบริษัทบอก 3 โปรจะผ่านงาน ขึ้นเงินเดือนให้ 
ตอนนี้แฟนหนูโดนต่อโปร ให้ทำงานมา 10 เดือนแล้ว
เงินเดือนยังเท่าเดิม แต่งานเยอะขึ้น ทำงานทั้งวัน
อยากรู้ว่าเป็นเรื่องปกติไหม? 
หนูควรแนะนำแฟนว่ายังไงดี  ควรทำต่อ หรือ หาที่ใหม่

            “คุณฟ่า” (นามสมมติ) อายุ 20 สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร ในคืนวันพุธที่ผ่านมา (12 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม”  เกี่ยวกับปัญหาที่แฟนทำงานมา 10 เดือนแล้ว แต่เขายังไม่ผ่านโปร

            โดย “คุณฟ่า” (นามสมมติ) ได้เล่าว่า ‘หนูมีแฟน เขาอายุ 24 ปี เขาได้เข้าทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งในตำแหน่งตัดต่อ ซึ่งระยะเวลา 3 เดือนเป็นระยะเวลาที่ทดลองงาน แต่ตอนนี้ ผ่านมา 10 เดือนแล้ว แฟนหนูยังไม่ผ่านโปรเลย ทางบริษัทแจ้งว่ายังไม่ได้รับงานจากภาครัฐ เลยยังไม่สามารถให้ผ่านได้ ซึ่งเขาไม่ได้ให้เหตุผลอะไรไปมากกว่านี้

            มันทำให้แฟนของหนู ทำงานโดยไม่ได้เงินเดือนที่มากขึ้น สวัสดิการสังคมที่ควรจะได้ในตอนที่ผ่านโปรก็ยังไม่ได้รับ บริษัทนี้ไม่มีตัวสัญญา เป็นการพูดด้วยปากเปล่า และในช่วงวันหยุด แฟนหนูก็ต้องเตรียมตัว คอยรอตัดงานให้เขา ถ้าเขาสั่ง ในช่วงตีสองตีสาม ก็ยังทักมาตามงานอยู่เลย

            หนูเลยอยากปรึกษาพวกพี่ว่า มันเป็นเรื่องปกติมั้ย หรือความคิดหนูแปลกเอง’

            เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นบริษัทขนาดเล็ก ระบบหรือระเบียบ จะไม่ค่อยมี อันนี้พี่ไม่ได้เหมารวมทั้งหมดนะ ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่ปกติ และมันไม่ใช่เรื่องของผลการทำงานว่าดีหรือไม่ดี เพราะแฟนหนูทำงานมา 10 เดือนแล้ว คนทั้งบริษัทก็ยังไม่ได้เป็นพนักงานประจำ ถ้าเป็นที่แฟนน้องคนเดียวอันนี้ยังพอคิดไปทางอื่นได้

พี่ว่าเขายังไม่มีกำลังพอที่จะจ้างประจำหรือพร้อมที่จะให้สวัสดิการ เขาคงรอโปรเจ็คใหญ่มา  ทั้งหมดทั้งมวลก็ขึ้นอยู่กับแฟนของฟ่า ลองคิดถึงข้อดี-ข้อเสียดู แต่อย่าคิดว่ามันไม่ดี เพราะอย่างน้อยเราก็ได้พอร์ต จากการตัดคลิปต่าง ๆ ถ้าแฟนฟ่ามีทางเลือกอื่น ยื่นพอร์ตไปที่ต่าง ๆได้  ถ้ามีโอกาสคงจะได้ขยับขยายย้ายที่ได้’

            ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อีกหนึ่งกรณี เขาอาจจะโกง พูดไปเฉย ๆ แต่จริง ๆ ตั้งใจที่จะให้เงินเดือนเท่านี้อยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับแฟนเรา ไปคุยเรื่องสัญญา ไปคุยเรื่องลิมิต ขีดเส้นให้มันชัดเจน แฟนเรารู้สึกว่าไปที่อื่นได้มั้ย การทำงานโดยไม่มีสัญญาต้องยอมรับความเสี่ยงนะ เพราะเลือกที่จะทำงานไม่มีสัญญาเอง’

            สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถึงจะไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร แต่กฎหมายคุ้มครองตามกฎหมายทุกประการ ตอนนี้คือเหมือนเขาเอาเปรียบ หล่อเลี้ยงเราไว้เฉย ๆ บริษัทจะได้งานหรือไม่ได้งาน ก็ต้องจ่ายตามข้อตกลงอยู่ดี ถ้าแฟนคุณเก่งจริงๆ ยื่นพอร์ตไปเลย เพราะตอนนี้ตัดต่อเป็นที่ต้องการมาก’

เรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App AtimeFungFin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนักใจทั้งรายการ! สาวโทรปรึกษา จะเลือกทางไหนดี? แฟนที่คบมา 10 ปี ซื้อบ้าน ซื้อรถ หมั้นด้วยกันแล้ว ประสบอุบัติเหตุ ป่วยติดเตียง สุดท้ายเราเลือกทำงานเป็นเด็กเอนฯ หาเงินเลี้ยงดูแฟน ไปเจอลูกค้าจ้างเป็นรายเดือน ตกลงจะให้เงินเลี้ยงดูเรา

28 เม.ย. 2023

หนักใจทั้งรายการ! สาวโทรปรึกษา จะเลือกทางไหนดี? แฟนที่คบมา 10 ปี ซื้อบ้าน ซื้อรถ หมั้นด้วยกันแล้ว ประสบอุบัติเหตุ ป่วยติดเตียง สุดท้ายเราเลือกทำงานเป็นเด็กเอนฯ หาเงินเลี้ยงดูแฟน ไปเจอลูกค้าจ้างเป็นรายเดือน ตกลงจะให้เงินเลี้ยงดูเรา

“คุณปุ้ม (นามสมมุติ)” อายุ 26 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (26 เม.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาแฟนเกิดอุบัติเหตุ โดย “คุณปุ้ม (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมาตั้งแต่ปี 2556 สถานะของเราคือหมั้นกันแล้ว และเริ่มสร้างครอบครัว มีบ้าน มีรถด้วยกัน แบบกู้ร่วม ต่างคนต่างทำงาน ระหว่างนั้นเขาก็ดูแลหนูดีมากๆ ซักชุดชั้นในให้หมด ทำกับข้าวไว้รอ เขาจะมีวันหยุดเยอะกว่าหนู เขาเลยทำให้หมดเลย แต่เดือนมิถุนายน ปี 2565 ที่ผ่านมา เขาประสบอุบัติเหตุหนัก เส้นเลือดในสมองแตก กะโหลดหน้ายุบ แขนขวาใช้งานไม่ได้ ทำให้ป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้... ภาระที่กู้ร่วมกันทุกอย่างตกมาที่หนูหมดเลย ก่อนหน้านี้แม่แฟนก็ยื่นมือมาช่วยดูแลเขา และช่วยเรื่องรายเดือนไปก่อน จนช่วงนั้นหนูก็ตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อจะไปเรียน เพราะหนูได้ทุน และรอโอกาสนี้มานานแล้ว ระหว่างที่เรียนก็ยังมีเวลา หนูเลยเรียนไปด้วย ดูแลเขาไปด้วย เพราะหนูเรียนแค่ช่วงวันเสาร์ - อาทิตย์ ส่วนวันจันทร์ - ศุกร์ หนูดูแลเขาตลอด ตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอน ช่วงที่เขาอยู่โรงพยาบาลประมาณเดือนกว่าๆ และกลับมาพักที่บ้านต่อ แต่มันมีผลกระทบที่เกิดขึ้น คือ น้ำเสียง หน้าตา นิสัยเขาเปลี่ยนไปทุกอย่างเลย เขาจำหนูได้ แต่มีปัญหาเรื่องความรู้สึก อารมณ์อ่อนไหว ซึ่งหลังจากนั้นเป็นช่วงที่ต้องกายภาพ และมันต้องใช้เวลามากๆ หนูก็ทำทุกอย่างเลย ทั้งเอาหมอมาฝังเข็ม ไม่ว่าจะเป็น หมอการแพทย์ หมอบ้าน หมอผี เอามาหมด หลังจากนั้นอาการเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จากป่วยติดเตียง กลับมาเดินได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ แต่แขนขวาใช้ไม่ได้ เพราะต้องรอผ่าตัดกระดูกก่อน จนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เขาล้มแบบวูบ ทรุดไปเลย หนูก็พาไปหาหมอ สรุปเขาเป็นเส้นเลือดในสมองแตกอีกครึ่งหนึ่ง ครั้งนี้เขาหนักมาก พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง ป่วยติดเตียงไปอีกรอบนึงเลย ซึ่งระหว่างที่เขาป่วยหนูก็ดูแลเขาเต็มที่ แม่แฟนก็ช่วยบ้าง และช่วงนั้นหนูก็ตัดสินใจออกไปทำงานกลางคืน เป็นเด็กเอนเตอร์เทน ได้เงินมาทีละ 2 – 3 พัน แต่ไม่ได้ไปบ่อย เพราะเรื่องเรียนหนูก็หนักเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน พอหนูไปทำงานก็มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามา เขาเข้าหาหนูโดยการจ้างเป็นรายเดือน เดือนละ 15,000 บาท ต้องไปเจอเขาทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ไปกินข้าวด้วยกันปกติ เขาก็มีของขวัญมาให้ตลอด แล้วก็แยกย้ายกันกลับ ไม่ได้มีอะไรเกินเลย ซึ่งตอนแรกเขาก็ไม่รู้ว่าหนูมีครอบครัวแล้ว แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าหนูมีแฟนที่ป่วย หลังๆมา เหมือนเขาเริ่มอยากจะจริงจังกับหนู เขาบอกว่าเขาก็ไม่อยากทำร้ายคนป่วยเหมือนกัน แต่สงสารหนู อยากดูแลหนูเหมือนกัน เขาพร้อมดูแลและซัพพอร์ตหนู เขาอยากให้หนูชัดเจน เคลียร์ไปชัดๆเลย เขาจึงยื่นข้อเสนอมาให้ว่า หนูจะอยู่กับเขาหรือกลับไปอยู่กับแฟนที่ป่วย? หนูกับผู้ชายคนนี้ เราทะเลาะเรื่องนี้กันมาตลอด เรื่องอื่นไม่เคยมีปัญหาเลย เหมือนเขาอยากเป็นตัวจริง แล้วก็นอยด์หนูว่าทำไมต้องมาหลอก หลังจากที่หนูได้เงินจากพี่เขา หนูก็ไม่ได้ไปทำงานอีกเลย ตอนนี้หนูไม่แน่ใจเรื่องความรู้สึกเหมือนกัน หนูก็จะเอาเขาไปเปรียบเทียบกับแฟนที่ป่วยของหนูด้วย ก่อนหน้านี้ก็มีคนเข้ามา แต่ก็ไม่ได้มีใครดีกว่าแฟนหนูสักคน หนูคิดว่าถ้าแฟนไม่ป่วย หนูน่าจะตัดสินใจได้ง่ายกว่านี้ เพราะหนูเลือกแฟนแน่นอน! แต่ตอนนี้แฟนป่วยมันก็เลยทำให้เป็นอุปสรรคใหญ่มากๆกับชีวิตหนู แฟนไม่เคยบอกให้ไปหาคนใหม่ มีแต่เขาบอกว่าอย่าทิ้งเขานะ และบ้านหลังแรกของเราก็ไม่ได้อยากให้ปล่อยบ้านไป ประเด็น คือ หนูทิ้งแฟนที่ป่วยไม่ได้ เพราะเขาไม่มีใครเลย เขามีน้องชายอยู่ที่ต่างจังหวัด และพ่อกับแม่ก็อายุจะ 60 แล้ว บ้านเขาก็ไม่ได้มีฐานะด้วย และหนูก็ต้องซัพพอร์ตทางบ้านหนู แต่ช่วงที่หนูต้องดูแลเขา หนูก็ไม่ได้กลับบ้านตัวเองเลย...’ 3 ดีเจให้คำปรึกษา “คุณปุ้ม (นามสมมุติ)” ว่า ‘ถ้าวันนี้ปุ้มทิ้งเขา ปุ้มแอบดูเห็นแก่ตัวไปหน่อย เพราะคบกันมาเป็น 10 ปี นึกถึงวันนั้น ถ้าคนที่ประสบอุบัติเหตุเป็นเราแทน ปุ้มคิดว่าเขาจะทิ้งเรามั้ย? สิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้จากที่ปุ้มโทรมาวันนี้ คือ รู้เลยว่าตอนนี้ปุ้มเหนื่อยมาก เหมือนแบกทุกอย่างไว้กับตัวหมดเลย ไม่ว่าจะเรียน ฝึกงาน ส่งเงินค่าบ้าน แม้กระทั่งจะต้องดูแลเขาอีก การที่หนูต้องไปทำงานกลางคืน ต้องไปเจอข้อเสนอนี้ มันก็เกิดจากความตั้งใจของหนูที่จะเอาเงินไปดูแลเขา ตอนนี้ให้โฟกัสที่แฟนที่ป่วยก่อน แนะนำให้เขากลับไปอยู่ที่บ้าน ให้พ่อแม่ดูแลลูกเขาแทน ส่วนเราออกไปทำงาน บ้านที่กู้ร่วมกันคือขายออกไป เคลียภาระให้หมด ตอนนี้ไม่ใช่จังหวะที่เราจะทิ้งแฟนคนนี้ไป มันคือคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา แต่ไม่ได้บอกให้อยู่ตรงนี้ไปตลอด เพราะการที่จะเดินออกจากชีวิตใคร เราต้องคุยกับเขาก่อน ต้องได้รับความยินยอมจากเขาด้วย ไม่งั้นมันจะกลายเป็นเราทิ้งเขา ต้องคุยและตกลงกัน ให้เป็นสถานพเพื่อนแล้วดูแลกัน ปุ้มจะไม่รู้สึกผิดเลย แต่ถ้าวันนี้ปุ้มเดินออกจากชีวิตเขา โดยที่ทิ้งเขาไป สิ่งนี้มันจะอยู่ในใจปุ้มไปตลอดชีวิตเลย... ส่วนผู้ชายคนใหม่ บอกให้เขาเข้าใจว่าตอนนี้ยังคงทำไม่ได้ แต่ให้รอหน่อยได้มั้ย? ลองยืดข้อเสนอ ยืดเวลากับเขาดู แต่เราก็ไม่รู้อีกว่าเราจะฝากชีวิตไว้กับผู้ชายคนใหม่ได้ยาวนานแค่ไหน ถ้าปุ้มอยากจะไปเริ่มใหม่จริงๆ อยากให้ประวิงเวลาไปก่อน เพื่อพิสูจน์ให้มากกว่านี้ เพราะนี่แค่ช่วงแรกๆที่คบกัน เขายังอดทนรอไม่ได้เลย เรามีปัญหาขนาดนี้ แต่เขายื่นคำขาดให้เราไปทิ้งแฟนซะ มันก็มีมุมไม่ดีที่อาจจะเตือนสติตัวเอง ให้ใจเย็นๆ ค่อยๆดูไป ปุ้มลองไปคุยกับทางบ้านแฟน บอกเขาได้หมดเลยว่าตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไง มีคนเข้ามา มีคนเลี้ยงดูแล มีคนอยากให้ไปเริ่มต้นใหม่ แต่สิ่งที่ทำให้ปุ้มยังอยู่เพราะปุ้มรักแฟน ทางบ้านเขาก็ต้องช่วยอะไรบ้าง ความรักก็ใช่ แต่การดูแลคนป่วย เงินก็ต้องกิน ต้องใช้ เขาเองก็ต้องช่วยเหลือ เพราะนี่ก็คือลูกชายของเขา และเขาจะได้เข้าใจว่าการตัดสินใจครั้นี้มันยิ่งใหญ่กับการที่เรายังอยู่ตรงนี้ ณ ตอนนี้ลองทำอะไรให้ภาระเหล่านี้มันเบาบางลง เพื่อให้เราได้รู้ว่าเรายังรักเขาจริงๆหรือเปล่า? แต่ถ้าวันหนึ่งที่มันไม่ไหวจริงๆ ทุกคนก็เคารพการตัดสินใจของหนู ไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ แต่สุดท้ายมันก็แล้วแต่ตัวหนู เพราะหนูต้องเป็นคนตัดสินใจ....’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเป็นคนเต็มที่กับเพื่อนมาก ทุกครั้งที่เขามีปัญหาอะไร ก็เอามาปรึกษาหนูตลอด แต่พอเป็นหนูที่เวลามีเรื่องเครียด เอาไปปรึกษาเขา กลับโดนพูดใส่ว่า ‘มึงเหมือนคนบ้าเลยว่ะ’

09 ม.ค. 2026

หนูเป็นคนเต็มที่กับเพื่อนมาก ทุกครั้งที่เขามีปัญหาอะไร ก็เอามาปรึกษาหนูตลอด แต่พอเป็นหนูที่เวลามีเรื่องเครียด เอาไปปรึกษาเขา กลับโดนพูดใส่ว่า ‘มึงเหมือนคนบ้าเลยว่ะ’

หนูเป็นคนเต็มที่กับเพื่อนมาก ทุกครั้งที่เขามีปัญหาอะไร ก็เอามาปรึกษาหนูตลอดแต่พอเป็นหนูที่เวลามีเรื่องเครียด เอาไปปรึกษาเขา กลับโดนพูดใส่ว่า ‘มึงเหมือนคนบ้าเลยว่ะ’โกรธมากที่เขาพูดแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ตอนเขามีปัญหา ก็เป็นหนูที่ปลอบเขาตลอด ‘คุณแจม (นามสมมติ)’ อายุ 21 สายที่สองในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเกลือ - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นให้เพื่อนเต็มร้อยตลอด แต่เหมือนเพื่อนไม่ค่อยเต็มที่กลับมาบ้างเลย โดย ‘คุณแจม (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “หนูคบกับเพื่อนคนหนึ่งมาตั้งแต่เตรียมอนุบาล เราสนิทกันมาก เป็นเพื่อนคนแรกในชีวิต แม้จะอยู่กันคนละโรงเรียนก็ติดต่อกันตลอด ซึ่งเขามีปัญหาเรื่องครอบครัวมาตลอด และทุกครั้งที่มีปัญหาเขาจะมาให้เราปลอบตลอด ตอนเด็กเราน้อยใจเขามากว่าทำไมเวลามีเรื่องทุกข์ โทรหาเราคนแรก แต่พอวันปกติ ไปเที่ยวกับเพื่อนอีกกลุ่ม ไม่เคยชวนเรา ทำให้เราโกรธและไม่คุยกับเขาไป 2 ปี แต่ไม่เคยได้รับข้อความจากเขาเลย ผ่านไปก็มาตกตะกอนได้ว่าเป็นเราเองหรือเปล่าที่ทำให้เรื่องแย่ลง ไม่บอกออกไปว่ารู้สึกยังไง แล้วทิ้งเพื่อนออกมา ทำให้เริ่มเข้าไปคุยกับเขาก่อน เลยรู้เหตุผลของเขาว่าเวลามีปัญหาแล้วทักหาเราก่อนเพราะเขารู้สึกว่าเราคือเซฟโซนของเขา พร้อมที่จะให้เห็นมุมแย่ ๆ ในชีวิตเขา และที่ไม่ทักมาหา เพราะคิดว่าเราคงคิดมาดีแล้ว ที่จะตัดใครสักคนออกจากชีวิต ซึ่งวันแรกที่หนูอันฟอลเขา เขาบอกว่าเขาไปร้องไห้กับเพื่อนเลย หนูรู้สึกผิดมาก เราเลยปรับความเข้าใจกันจากนั้นมา พอเราโตขึ้นก็แยกย้ายกันเข้ามหาลัย เขาได้มาเป็นแฟนพี่ชายหนู ซึ่งหนูเป็นคนแนะนำเอง ทำให้เราสนิทกันมากขึ้น ซึ่งระหว่างนั้นเขาก็ไม่เคยทักมาหาหนูเลย มีแต่ฝ่ายหนูที่ทักไป จนเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงที่สุดในชีวิตเขา ก็คือการสูญเสียคุณพ่อไป พ่อเขาป่วยติดเตียงอยู่แล้ว วันที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เขาโทรมาหาหนูประมาณตี 2 หนูเลยรีบไปหาเขาที่บ้าน และเป็นคนที่คอยควบคุมสถานการณ์ไว้ เพราะเขาสติหลุดไปแล้ว ทั้งผายปอดพ่อเขา ปั๊มหัวใจ คอยดึงสติเพื่อนและน้องชายเขา พาไปหาหมอ แต่สุดท้ายคุณพ่อเขาก็จากไปในวันนั้น ซึ่งในงานศพ คุณแม่ของเพื่อนก็เข้ามาขอบคุณหนูที่คอยช่วยเหลือ สิ่งที่หนูทำมันเกินกว่าความเป็นเพื่อนไปแล้ว เขาเองจากคนที่ไม่เคยพูดจาซึ้ง ก็เข้ามาขอบคุณเช่นกัน หลังจากงานศพพ่อเพื่อน หนูก็ท้อง หนูวิตกกังวลมาก ฟุ้งซ่านกับทุกอย่าง แล้วก็ไม่ได้มีใครให้ปรึกษา ก็เลยทักคุยกับเพื่อนคนนี้ทุกวันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ จนเพื่อนพูดมา “มึงเหมือนคนบ้าเลยว่ะ” แล้วก็มีท่าทีที่รำคาญและไม่อยากคุย หนูโกรธมาก ในวันที่เราแย่ขนาดนี้ ทำไมไม่มีใครอยู่ข้าง ๆ เลย หนูเลยถอยห่างและอันฟอลไปเกือบ 2 เดือน จนงานบวชพี่ชายก็ได้มีโอกาสคุยกับเพื่อน และได้ปรับความเข้าใจกันจึงรู้ว่าเขาเองก็เสียใจไม่แพ้กัน แต่ความสัมพันธ์ของเราหลังจากนั้นจนปัจจุบันก็ยังเหมือนเดิมคือมันไม่สมดุลกัน หนูไม่รู้จะทำยังไงดี” ปัญหาของแจมที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ “จะจัดการกับความไม่สมดุลกันในความสัมพันธ์ยังไงดี?” เริ่มด้วย ดีเจต้นหอม ได้ให้คำปรึกษาว่า “หนูเป็นคนขี้น้อยใจมาก ถ้าเขาไม่ได้นิสัยเหมือนเรา เขาอาจจะทำตัวไม่ถูก พอโตแล้วเราไม่จำเป็นจะต้องติดคนใดคนหนึ่งมากขนาดนั้น เขาก็รักเราในฐานะเพื่อนแหละ แต่ถ้าคนนี้ทำให้หนูรู้สึกน้อยใจบ่อย ๆ หนูก็เฟด ลดระดับตัวเองลง แต่ไม่ต้องถึงขึ้นอันฟอล มันจะดูเหมือนเด็กทะเลาะกัน อยากให้หนูปรับตัวเอง ไม่ต้องให้ความสำคัญ หรือความคาดหวังมากขนาดนั้น หนูมีแฟน ลองเอาเวลานั้นไปคิดถึงแฟน ไม่ต้องไปคิดถึงคนนั้น เพราะอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคาดหวังและต้องการ เจอหน้ากันทักกันพอแล้ว แค่รู้ว่าอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ ลองฝึกถ้าจะน้อยใจอะไรสักอย่าง ขอให้มีเหตุผลและมีน้ำหนัก อยู่ให้ได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาคิดถึงเขาตลอดเวลา” ต่อด้วย ดีเจเติ้ล ได้ให้คำปรึกษาว่า “ใช่ว่าเรามีเพื่อนตอนเด็ก แล้วเพื่อนจะต้องเป็นเด็กคนนั้นไปตลอด ตัวแจมก็เปลี่ยน ในมุมมองเพื่อนคงมองว่า ทำไมแจมถึงขี้น้อยใจขนาดนี้ คงอยากห่างเพราะคงลำบากใจทุกครั้ง ที่ทำให้แจมน้อยใจ แจมต้องปล่อยให้มันสบาย ๆ และต้องไม่คิดว่าเขาจะต้องเปลี่ยน ถ้าแจมยังอยากจะมีความสัมพันธ์กับเขา ก็ต้องเข้าใจตรงนี้ว่าเรามีหน้าที่อะไรตรงนี้สำหรับเขา ถ้าแจมบอกไม่ได้คาดหวัง แจมก็เป็นที่ระบาย เป็นที่พึ่งพิงในยามที่เขามีปัญหา ซึ่งถ้าแจมไม่โอเคตรงนี้ ก็มีสิทธิ์ที่พูดออกไปบอกเขาตรง ๆ ไปเลย ตอนนี้ก็ไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่ต้องพยายามกลับไปหา ปล่อยให้ชีวิตมันดำเนินไป” ต่อด้วย ดีเจเกลือ ได้ให้คำปรึกษาว่า “อย่ารู้สึกผิดที่เราต้องการความรักกลับมา ภาษารักของคนเรามันไม่เหมือนกัน ถ้ามันไม่ตรงกันมันก็จะเกิดปัญหา เมื่อเราบอกความต้องการของเราไปแล้ว ถ้าเขายังไม่ปลี่ยนมันก็จะเป็นปัญหาแบบนี้ สิ่งที่เราทำได้คือเข้าใจเขา แล้วก็เข้าใจตัวเอง ถ้ารู้สึกไม่ไหวก็เปลี่ยนความสัมพันธ์ หาเพื่อนใหม่ คนอื่น ๆ คนที่มีภาษารักแบบเดียวกับเรา คนที่เติมเต็มความรักแบบนั้นให้กับเราได้ โดยที่เราไม่รู้สึกว่าต้องพยายาม”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมไม่เข้าใจ! เวลาไปซื้อของที่ห้าง / สะดวกซื้อ ทีไร สิ่งที่ผมเจอคือ เวลาคนหน้าผมคิดเงินนาน – ของเยอะ พนักงานจะเปิดเค้าเตอร์คิดเงินใหม่ แต่เขาจะเรียกคนที่ 3 คนต่อคิวหลังผมขึ้นไปคิดเงินก่อน แต่ผมที่ยืนเป็นคนที่ 2 มาก่อน กลับต้องรอ เจอแบบนี้บ่อยมาก

06 มิ.ย. 2025

ผมไม่เข้าใจ! เวลาไปซื้อของที่ห้าง / สะดวกซื้อ ทีไร สิ่งที่ผมเจอคือ เวลาคนหน้าผมคิดเงินนาน – ของเยอะ พนักงานจะเปิดเค้าเตอร์คิดเงินใหม่ แต่เขาจะเรียกคนที่ 3 คนต่อคิวหลังผมขึ้นไปคิดเงินก่อน แต่ผมที่ยืนเป็นคนที่ 2 มาก่อน กลับต้องรอ เจอแบบนี้บ่อยมาก

ผมไม่เข้าใจ! เวลาไปซื้อของที่ห้าง / สะดวกซื้อ ทีไร สิ่งที่ผมเจอคือ เวลาคนหน้าผมคิดเงินนาน – ของเยอะพนักงานจะเปิดเค้าเตอร์คิดเงินใหม่ แต่เขาจะเรียกคนที่ 3 คนต่อคิวหลังผมขึ้นไปคิดเงินก่อน แต่ผมที่ยืนเป็นคนที่ 2 มาก่อนกลับต้องรอ เจอแบบนี้บ่อยมาก จนถามพนักงานว่า ทำไมผมได้ทีหลัง ทั้งๆที่ผมมาก่อน แล้วพนักงานก็เรียกผมไปคิดเงินแต่ช้าคนอื่นๆไปเลย “คุณนาย (นามสมมติ)” อายุ 34 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [4 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเรื่องการต่อคิวเข้าแถวเพื่อชำระเงินสินค้า โดย “คุณนาย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมได้ไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าห้างหนึ่งที่ขายเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้าง แล้ววันนั้นมีคนมาต่อคิวหน้าผม 1 คน และต่อหลังผมอีก 3 คน แล้วคนข้างหน้ามีของค่อนข้างเยอะที่เขาต้องจ่าย พวกจาน แก้ว ประมาณ 20 ใบที่มันต้องห่อและระมัดระวัง ทีนี้คนด้านหลังผมอีก 3 คน โดนพนักงานเรียกไปให้เข้าแถวจ่ายเงินอีกเคาน์เตอร์นึง ซึ่งผมก็งงว่าทำไมไม่เรียกผม เพราะผมมาก่อน มันควรจะเรียกหัวแถวก่อนไหม ด้วยความที่ตอนนั้นผมค่อนข้างรีบ แล้วเคาน์เตอร์หลักดันมีแค่เคาน์เตอร์เดียวที่เขาเปิด เพราะเคาน์เตอร์ที่เขาเปิดเพิ่มคือเคาน์เตอร์รอง คนหลังผมมีของไม่เยอะ มีแค่ 3 - 4 ชิ้น ผมเลยสงสัยว่าแบบนี้ปกติไหม? ผมก็เลยถามพนักงานว่า “ทำไมผมได้ทีหลังครับ ทั้งๆที่ผมมาก่อน?” หลังจากผมถามเสร็จ เขาถึงเรียกผมไป แต่ก็ช้ากว่า 3 คนที่ต่อหลังผม จน 3 คนที่ต่อหลังผมเขาขึ้นรถกลับบ้านไปแล้ว บางครั้งผมก็เจอตามร้านสะดวกซื้อด้วยเหมือนกัน แล้วพนักงานเขาก็เรียกคนข้างหลังไปก่อน เท่าที่สังเกตมา ผมเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยมาก แล้วเป็นช่วงที่รีบด้วย มันก็อารมณ์เสียนิดนึง ผมเลยอยากถามและปรึกษาพี่ๆ ดีเจทั้ง 3 คนว่า ถ้าเราไม่มีน้ำใจเราผิดไหมครับ?’ หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวของคุณนายแล้ว ดีเจทั้ง 3 คน (ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม) ก็ให้ความคิดเห็นและคำปรึกษาไปในทางทิศเดียวกันว่า ‘ส่วนมากที่เจอพนักงานก็จะตัดท้ายแถว เพราะคนท้ายสุดรอนานแล้ว แต่จริง ๆ มันก็ผิดหลัก มันควรเอาคนที่สองมาเลย ซึ่งมันก็เป็นแบบนี้ทุกที่ ฉะนั้นเราก็ควรจะรณรงค์ว่าควรเรียกคนที่มาก่อน อย่าตัดท้ายแถว’ ทางด้าน “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมอีกว่า ‘สิ่งที่คุณนายพูดดูมีเหตุและผล มันไม่เคยมีใครรู้สึกเสียเปรียบกับเรื่องพวกนี้ ใครที่ทำงานด้านบริการ แล้วกำลังจะเปิดอีกเคาน์เตอร์นึงเพื่อให้ลูกค้ามาชำระสินค้า ให้เรียกคนที่มาก่อน “First come First Serve ใครมาก่อนต้องได้รับบริการก่อน” สุดท้ายคือ จริง ๆ แล้วเขาก็ไม่ได้ผิดหรอก แต่มันคือวิถีที่ทำตามกันมา มันไม่มีใครลุกขึ้นมาบอก ซึ่งรวมถึงการที่เราไม่มีน้ำใจมันก็ไม่ใช่สิ่งผิดเหมือนกัน เพราะมันคือการรักษาสิทธิ์ตัวเองตามลำดับก็เท่านั้นเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูมีแฟนแต่เหมือนมีพ่ออีกคน เค้าอายุ 50 เรา 31 อยากไปไหนเค้าไปรับไปส่งทุกที่ ไม่ให้ไปเจอคนอื่น ให้อยู่บ้านเทรดหุ้นอย่างเดียว เค้าให้เงินหนูทุกเดือน หนูไม่ได้เจอใคร อยากไปประกวดนางงาม เขาก็ห้ามกลัวว่าหนูจะไปเจอผู้ชายคนอื่น

22 ส.ค. 2024

หนูมีแฟนแต่เหมือนมีพ่ออีกคน เค้าอายุ 50 เรา 31 อยากไปไหนเค้าไปรับไปส่งทุกที่ ไม่ให้ไปเจอคนอื่น ให้อยู่บ้านเทรดหุ้นอย่างเดียว เค้าให้เงินหนูทุกเดือน หนูไม่ได้เจอใคร อยากไปประกวดนางงาม เขาก็ห้ามกลัวว่าหนูจะไปเจอผู้ชายคนอื่น

หนูมีแฟนแต่เหมือนมีพ่ออีกคน เค้าอายุ 50 เรา 31 อยากไปไหนเค้าไปรับไปส่งทุกที่ไม่ให้ไปเจอคนอื่น ให้อยู่บ้านเทรดหุ้นอย่างเดียว เค้าให้เงินหนูทุกเดือน หนูไม่ได้เจอใครอยากไปประกวดนางงาม เขาก็ห้ามกลัวว่าหนูจะไปเจอผู้ชายคนอื่น ตอนนี้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็น นกน้อยในกรงทอง “คุณหวาน (นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [21 ส.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจอั๋น – ดีเจเติ้ล’ เกี่ยวกับปัญหาแฟนทำตัวเหมือนพ่อ โดย “คุณหวาน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีแฟนที่เหมือนพ่อ แฟนหนูอายุ 50 คบกันมา 5 ปี เค้าจะทำเหมือนเราเป็นง่อย เช่น เวลาจะออกไปไหนต้องไปกับเค้าตลอด จากที่หนูขับรถไปนู่นนี่ได้ในตอนที่ยังไม่ได้อยู่ด้วยกัน พออยู่ด้วยกันเค้าก็ห้าม แล้วบอกว่าเป็นห่วง กลัวอุบัติเหตุ ตั้งแต่มาอยู่ด้วยกัน หนูก็ไม่เคยทำให้ไม่ไว้ใจ หนูอยากไปทำงานเค้าก็ไม่ให้หนูทำงาน หนูกับเค้าเจอกันตอนช่วงโควิด และงานหนูคืองานสายบริการ แล้วมันไม่มีลูกค้าเลย ทางที่ทำงานก็เลยแจ้งมาว่าขอไม่คอนเฟิร์มว่าถ้ากลับไปทำงานจะได้เงินเท่าเดิมมั้ย? แฟนหนูเลยเสนอว่าไม่ต้องทำงานหรอก ไปอยู่กับเค้า เค้าจะสอนเทรดหุ้น พอหนูไปอยู่กับเค้าจากคนที่เคยมีรูทีนทำงาน ตื่นเช้ามาทำงาน ๆ แต่กลับกลายเป็นว่าอยู่แต่หน้าจอ เทรดหุ้น กินข้าว ใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้าน หนูอยากทำอะไรเค้าก็ห้าม ตอนนี้ก็คืออยู่ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ หนูจะขอกลับไปทำงาน เค้าก็บอกว่าหนูทำงานกับใครไม่ได้ เพราะหนูก็มีส่วนที่ทำให้เค้าเป็นแบบนี้ คือตอนแรก ๆ หนูไม่เถียงเค้าเลย เวลาเค้าพูดมาหนูก็ฟัง เวลาไม่โอเคหนูก็เฉย ๆ ไป เพราะรู้ว่าถ้าหนูบอกเค้าไปหรือพูดอะไรไป เค้าก็จะหาว่าหนูเถียง หนูไม่ฟัง ในตอนช่วงโควิดหนูอยากลงประกวดนางงาม เค้าก็บอกว่าเดี๋ยวต้องไปเจอคนนู้นคนนี้ เช่น ช่างแต่งหน้าที่อาจจะพาเราไปเจอผู้ชายใหม่ เพราะเค้ากลัวหนูจะทิ้งเค้า หนูเลยอยากถามว่าหนูควรจะเป็นแบบนี้ต่อไป หรือควรจะพูดให้เค้าเปลี่ยนความคิดมากกว่านี้?’ งานนี้ “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คุยตรง ๆ เลย วันนี้หนูอึดอัดเรื่องไหนหนูเรียกเค้ามาคุยแล้วบอกเค้าไปเลย เช่น ชีวิตที่ตอนนี้หนูไม่ได้แแสดงความคิดเห็นเลย เรามาอยู่ด้วยกันไม่ได้แปลว่าหนูจะทิ้งชีวิตหนูทั้งหมดไว้ที่นี่ หนูรักคนนี้หนูก็ไม่ได้ไปไหน เพียงแต่ว่าหนูก็ต้องมีชีวิตของหนูที่มันทำให้หนูมีความสุขบ้าง ตอนนี้หนูอึดอัดเรื่องนี้ หนูไม่ได้ทำความฝันของหนูเลย และพี่ไม่ต้องกังวลว่าหนูจะมีคนใหม่ การที่หนูมีคนใหม่แปลว่าหนูไม่ซื่อสัตย์ พี่ไม่ต้องเสียดายหนูเลย แต่ ณ วันนี้หนูไม่ได้อยากเลิกกับพี่เพราะถ้าหนูอยากเลิกกับพี่หนูไปนานแล้ว แล้วหนูอสากจะบอกพี่ว่าไม่ต้องคาดหวังให้ใครมาอยู่กับเราตลอดชีวิต ณ วันนี้เรามีความสุข แต่ถ้าพี่ทำให้หนูอึดอัด หนูอาจจะอยากออกจากตรงนี้ก็ได้ พูดตรง ๆ เลย ว่า ที่หนูเรียกพี่มาคุยวันนี้เพื่อที่จะบอกว่าหนูต้องการใช้ชีวิตในแบบของหนู อะไรที่หนูอยากทำหนูจะบอกพี่หนูจะให้เกียรติพี่ แต่หนูไม่อยากให้พี่มาห้ามหนูอีกแล้วเพราะหนูไม่อยากทะเลาะ ไม่ใช่ว่าหนูทำเพื่อพี่อยู่แล้วตัวหนูก็มาอึดอัด’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าหวานต้องทำตัวให้แข็งแรง พี่รู้สึกว่าหวานอ่อนแอเหมือนอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเค้า อีกอย่างที่มีปัญหาคือหวานไม่มีพื้นที่ของตัวเอง และหวานต้องไปพูดกับแฟนว่า 1. พี่ต้องไว้ใจว่าหนูจะไม่นอกใจ เรื่องหึงหวงหยุดคิดได้แล้วค่ะห้าปีแล้ว 2. ไว้ใจว่าหนูสามารถดูแลตัวเองได้เพราะฉะนั้นต้องมีพื้นที่ให้หนูทำอะไรที่หนูอยากทำ แต่ถ้าทั้งหมดทั้งมวลเค้ายังไม่ยอมหวานก็ต้องนึกถึงตัวเอง’ สุดท้าย “ดีเจอั๋น” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘หวานปล่อยให้ภาวะนี้เกิดขึ้นเอง เรายอมตัวเล็กเอง ไม่ได้แปลว่าให้กร่างนะ เราแค่เป็นตัวเองยืนแบบอกผายไหล่พึ่ง แล้วก็รักตัวเองมีศักดิ์ศรีในแบบของตัวเองแค่นั้นเอง และมีอะไรก็พูดกันดี ๆ มีอะไรต้องคุยกัน และไม่ได้อยู่ด้วยความกลัว ลองคุยกับเค้าเลยแล้วดูอาการของเค้า และอย่าเอาความเสียดายมาเป็นตัวตั้ง เพราะเรามีความรู้เรามีงานเราหางานได้ และเรายังสามารถดูแลตัวเองได้ เพราะถ้าเราปล่อยเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เราอาจจะโดนเค้าถีบออกจากบ้านเองก็ได้ แล้วถ้าคิดว่าต้องแต่งงาน คุยเคลียร์ให้จบ แล้วลองดูว่ามันคุยกันมีแพลนนั้นมั้ย เพราะถ้าเราคิดว่าจะฝากผีฝากไข้ไว้กับคนนี้มันก็ต้องได้อะไรบ้าง แต่ก่อนที่เราจะหวังให้เค้าฟังเรา เราก็ต้องทำตัวให้น่าฟัง ถ้าอยากให้เค้ารักก็ต้องทำตัวน่ารักถ้าอยากได้รับเกียรติก็ต้องทำตัวให้มีเกียรติ อยากให้เค้าเห็นค่าเราก็ต้องทำตัวมีค่าและเห็นค่าตัวเองก่อน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-