หนูเป็นคนเต็มที่กับเพื่อนมาก ทุกครั้งที่เขามีปัญหาอะไร ก็เอามาปรึกษาหนูตลอด แต่พอเป็นหนูที่เวลามีเรื่องเครียด เอาไปปรึกษาเขา กลับโดนพูดใส่ว่า ‘มึงเหมือนคนบ้าเลยว่ะ’

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูเป็นคนเต็มที่กับเพื่อนมาก ทุกครั้งที่เขามีปัญหาอะไร ก็เอามาปรึกษาหนูตลอด แต่พอเป็นหนูที่เวลามีเรื่องเครียด เอาไปปรึกษาเขา กลับโดนพูดใส่ว่า ‘มึงเหมือนคนบ้าเลยว่ะ’

09 ม.ค. 2026

หนูเป็นคนเต็มที่กับเพื่อนมาก ทุกครั้งที่เขามีปัญหาอะไร ก็เอามาปรึกษาหนูตลอด

แต่พอเป็นหนูที่เวลามีเรื่องเครียด เอาไปปรึกษาเขา กลับโดนพูดใส่ว่า ‘มึงเหมือนคนบ้าเลยว่ะ’

โกรธมากที่เขาพูดแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ตอนเขามีปัญหา ก็เป็นหนูที่ปลอบเขาตลอด

          ‘คุณแจม (นามสมมติ)’ อายุ 21 สายที่สองในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเกลือ - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นให้เพื่อนเต็มร้อยตลอด แต่เหมือนเพื่อนไม่ค่อยเต็มที่กลับมาบ้างเลย

          โดย ‘คุณแจม (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “หนูคบกับเพื่อนคนหนึ่งมาตั้งแต่เตรียมอนุบาล เราสนิทกันมาก เป็นเพื่อนคนแรกในชีวิต แม้จะอยู่กันคนละโรงเรียนก็ติดต่อกันตลอด ซึ่งเขามีปัญหาเรื่องครอบครัวมาตลอด และทุกครั้งที่มีปัญหาเขาจะมาให้เราปลอบตลอด ตอนเด็กเราน้อยใจเขามากว่าทำไมเวลามีเรื่องทุกข์ โทรหาเราคนแรก แต่พอวันปกติ ไปเที่ยวกับเพื่อนอีกกลุ่ม ไม่เคยชวนเรา ทำให้เราโกรธและไม่คุยกับเขาไป 2 ปี แต่ไม่เคยได้รับข้อความจากเขาเลย 

          ผ่านไปก็มาตกตะกอนได้ว่าเป็นเราเองหรือเปล่าที่ทำให้เรื่องแย่ลง ไม่บอกออกไปว่ารู้สึกยังไง แล้วทิ้งเพื่อนออกมา ทำให้เริ่มเข้าไปคุยกับเขาก่อน เลยรู้เหตุผลของเขาว่าเวลามีปัญหาแล้วทักหาเราก่อนเพราะเขารู้สึกว่าเราคือเซฟโซนของเขา พร้อมที่จะให้เห็นมุมแย่ ๆ ในชีวิตเขา และที่ไม่ทักมาหา เพราะคิดว่าเราคงคิดมาดีแล้ว ที่จะตัดใครสักคนออกจากชีวิต ซึ่งวันแรกที่หนูอันฟอลเขา เขาบอกว่าเขาไปร้องไห้กับเพื่อนเลย หนูรู้สึกผิดมาก เราเลยปรับความเข้าใจกันจากนั้นมา พอเราโตขึ้นก็แยกย้ายกันเข้ามหาลัย เขาได้มาเป็นแฟนพี่ชายหนู ซึ่งหนูเป็นคนแนะนำเอง ทำให้เราสนิทกันมากขึ้น ซึ่งระหว่างนั้นเขาก็ไม่เคยทักมาหาหนูเลย มีแต่ฝ่ายหนูที่ทักไป 

          จนเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงที่สุดในชีวิตเขา ก็คือการสูญเสียคุณพ่อไป พ่อเขาป่วยติดเตียงอยู่แล้ว วันที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เขาโทรมาหาหนูประมาณตี 2 หนูเลยรีบไปหาเขาที่บ้าน และเป็นคนที่คอยควบคุมสถานการณ์ไว้ เพราะเขาสติหลุดไปแล้ว ทั้งผายปอดพ่อเขา ปั๊มหัวใจ คอยดึงสติเพื่อนและน้องชายเขา พาไปหาหมอ แต่สุดท้ายคุณพ่อเขาก็จากไปในวันนั้น ซึ่งในงานศพ คุณแม่ของเพื่อนก็เข้ามาขอบคุณหนูที่คอยช่วยเหลือ สิ่งที่หนูทำมันเกินกว่าความเป็นเพื่อนไปแล้ว เขาเองจากคนที่ไม่เคยพูดจาซึ้ง ก็เข้ามาขอบคุณเช่นกัน 

          หลังจากงานศพพ่อเพื่อน หนูก็ท้อง หนูวิตกกังวลมาก ฟุ้งซ่านกับทุกอย่าง แล้วก็ไม่ได้มีใครให้ปรึกษา ก็เลยทักคุยกับเพื่อนคนนี้ทุกวันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ จนเพื่อนพูดมา “มึงเหมือนคนบ้าเลยว่ะ” แล้วก็มีท่าทีที่รำคาญและไม่อยากคุย หนูโกรธมาก ในวันที่เราแย่ขนาดนี้ ทำไมไม่มีใครอยู่ข้าง ๆ เลย หนูเลยถอยห่างและอันฟอลไปเกือบ 2 เดือน

          จนงานบวชพี่ชายก็ได้มีโอกาสคุยกับเพื่อน และได้ปรับความเข้าใจกันจึงรู้ว่าเขาเองก็เสียใจไม่แพ้กัน แต่ความสัมพันธ์ของเราหลังจากนั้นจนปัจจุบันก็ยังเหมือนเดิมคือมันไม่สมดุลกัน หนูไม่รู้จะทำยังไงดี” ปัญหาของแจมที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ “จะจัดการกับความไม่สมดุลกันในความสัมพันธ์ยังไงดี?”

          เริ่มด้วย ดีเจต้นหอม ได้ให้คำปรึกษาว่า “หนูเป็นคนขี้น้อยใจมาก ถ้าเขาไม่ได้นิสัยเหมือนเรา เขาอาจจะทำตัวไม่ถูก พอโตแล้วเราไม่จำเป็นจะต้องติดคนใดคนหนึ่งมากขนาดนั้น เขาก็รักเราในฐานะเพื่อนแหละ แต่ถ้าคนนี้ทำให้หนูรู้สึกน้อยใจบ่อย ๆ หนูก็เฟด ลดระดับตัวเองลง แต่ไม่ต้องถึงขึ้นอันฟอล มันจะดูเหมือนเด็กทะเลาะกัน

          อยากให้หนูปรับตัวเอง ไม่ต้องให้ความสำคัญ หรือความคาดหวังมากขนาดนั้น หนูมีแฟน ลองเอาเวลานั้นไปคิดถึงแฟน ไม่ต้องไปคิดถึงคนนั้น เพราะอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคาดหวังและต้องการ เจอหน้ากันทักกันพอแล้ว แค่รู้ว่าอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ ลองฝึกถ้าจะน้อยใจอะไรสักอย่าง ขอให้มีเหตุผลและมีน้ำหนัก อยู่ให้ได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาคิดถึงเขาตลอดเวลา”

          ต่อด้วย ดีเจเติ้ล ได้ให้คำปรึกษาว่า “ใช่ว่าเรามีเพื่อนตอนเด็ก แล้วเพื่อนจะต้องเป็นเด็กคนนั้นไปตลอด ตัวแจมก็เปลี่ยน ในมุมมองเพื่อนคงมองว่า ทำไมแจมถึงขี้น้อยใจขนาดนี้ คงอยากห่างเพราะคงลำบากใจทุกครั้ง ที่ทำให้แจมน้อยใจ แจมต้องปล่อยให้มันสบาย ๆ และต้องไม่คิดว่าเขาจะต้องเปลี่ยน

          ถ้าแจมยังอยากจะมีความสัมพันธ์กับเขา ก็ต้องเข้าใจตรงนี้ว่าเรามีหน้าที่อะไรตรงนี้สำหรับเขา ถ้าแจมบอกไม่ได้คาดหวัง แจมก็เป็นที่ระบาย เป็นที่พึ่งพิงในยามที่เขามีปัญหา ซึ่งถ้าแจมไม่โอเคตรงนี้ ก็มีสิทธิ์ที่พูดออกไปบอกเขาตรง ๆ ไปเลย ตอนนี้ก็ไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่ต้องพยายามกลับไปหา ปล่อยให้ชีวิตมันดำเนินไป”

          ต่อด้วย ดีเจเกลือ ได้ให้คำปรึกษาว่า “อย่ารู้สึกผิดที่เราต้องการความรักกลับมา ภาษารักของคนเรามันไม่เหมือนกัน ถ้ามันไม่ตรงกันมันก็จะเกิดปัญหา เมื่อเราบอกความต้องการของเราไปแล้ว ถ้าเขายังไม่ปลี่ยนมันก็จะเป็นปัญหาแบบนี้ สิ่งที่เราทำได้คือเข้าใจเขา แล้วก็เข้าใจตัวเอง ถ้ารู้สึกไม่ไหวก็เปลี่ยนความสัมพันธ์ หาเพื่อนใหม่ คนอื่น ๆ คนที่มีภาษารักแบบเดียวกับเรา คนที่เติมเต็มความรักแบบนั้นให้กับเราได้ โดยที่เราไม่รู้สึกว่าต้องพยายาม”

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

 ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แม่โทรหาพ่อ พ่อออกไปสังสรรค์กับเพื่อน พ่อลืมกดวางสาย แม่นั่งฟังต่อ 1 ชั่วโมงกว่า ได้ยินตั้งแต่พ่อเมากับเพื่อน จนพาผู้หญิงอีกคนไปนอนด้วยกัน ตอนมีอะไรกัน แม่ได้ยินทุกอย่าง พีคสุดผู้หญิงคนนั้นคือคนแถวบ้านที่รู้จักด้วย

08 มี.ค. 2024

แม่โทรหาพ่อ พ่อออกไปสังสรรค์กับเพื่อน พ่อลืมกดวางสาย แม่นั่งฟังต่อ 1 ชั่วโมงกว่า ได้ยินตั้งแต่พ่อเมากับเพื่อน จนพาผู้หญิงอีกคนไปนอนด้วยกัน ตอนมีอะไรกัน แม่ได้ยินทุกอย่าง พีคสุดผู้หญิงคนนั้นคือคนแถวบ้านที่รู้จักด้วย

แม่โทรหาพ่อ พ่อออกไปสังสรรค์กับเพื่อน พ่อลืมกดวางสายแม่นั่งฟังต่อ 1 ชั่วโมงกว่า ได้ยินตั้งแต่พ่อเมากับเพื่อนจนพาผู้หญิงอีกคนไปนอนด้วยกัน ตอนมีอะไรกัน แม่ได้ยินทุกอย่างพีคสุดผู้หญิงคนนั้นคือคนแถวบ้านที่รู้จักด้วย ตอนนี้แม่เศร้ามา 2-3 แล้ว หนูจะทำยังไงดีคะ? “คุณนิค(นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [6 มี.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาที่คุณแม่ได้ยินเสียงคุณพ่อกับชู้กำลังมีอะไรกันในโทรศัพท์ โดย ​“คุณนิค(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘คุณแม่คุยโทรศัพท์กับคุณพ่อ ได้ยินเสียงคุณพ่อสังสรรค์กับเพื่อนๆ และมีอะไรกับผู้หญิงอีกคนนึง เพราะคุณพ่อเมาแล้วลืมกดวาง แต่คุณแม่ไม่วางสาย เพราะอยากรู้ว่าในวงนั้นเขาคุยอะไรกันบ้าง? จนมันลามไปถึงตรงนั้น คุณแม่อายุ 69 ปี ส่วนคุณพ่ออายุ 58 ปี จะอายุน้อยกว่าคุณแม่ วันเกิดเหตุ คือคืนวันเสาร์ จากที่คุณแม่เล่าให้ฟัง คุณพ่อขอไปสังสรรค์กับเพื่อน ๆ ตามปกติ คุณแม่เป็นคนไม่โทรจิก ไม่โทรตาม แค่จะถามว่าอยู่ไหน เมื่อไหร่จะกลับแค่นั้น คุณพ่อเป็นคนที่ชอบสังสรรค์กับเพื่อนอยู่ตลอด แต่คุณแม่ก็เข้าใจในส่วนนี้ วันนั้นเหตุการณ์คือ คุณพ่อไปสังสรรค์ คุณแม่ก็โทรตามปกติ คุณพ่อบอกว่า เดี๋ยวกลับแล้ว คุณพ่อก็คิดว่าคุณแม่วางสายโทรศัพท์ไปแล้ว แต่หลังจากนั้นคุณแม่ก็แอบฟังว่าเขาคุยอะไรกัน ก็ฟังไปเรื่อย ๆ จนถึงจุด ๆ หนึ่ง เขาได้ยินเสียงคุณพ่อกับผู้หญิงคนนึงมีอะไรกัน มีการบอกว่าต้องทำยังไง และเสียงผู้หญิงตอนมีอะไรกันมันออกมาด้วย ซึ่งคุณพ่อน่าจะเอาโทรศัพท์ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงและเมาในระดับหนึ่ง คุณแม่ก็ฟังจนเขาเสร็จภารกิจ ไปส่งกันแต่ไม่ถึงหน้าบ้าน เพราะเขาตกลงกันว่าจะส่งแค่ครึ่งทาง หลังจากที่กลับมาบ้าน คุณแม่ก็เคลียร์ตรงนั้นเลย คุณแม่มีสติ แต่ไม่รู้ว่าคุณพ่อพูดอะไรออกไปบ้าง เช้ามาคุณแม่ก็โทรหานิคเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ส่วนนิคก็โทรถามคุณพ่อว่า เหตุการณ์มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงทำแบบนั้นลงไป คุณพ่อก็ไม่ปฏิเสธ เขาบอกว่า เขาเมา อารมณ์ชั่ววูบ และไม่ได้ป้องกันด้วย ผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนกับผู้ชายอีกคนหนึ่งในงาน เขาก็ไม่ใช่คนไกล อยู่หมู่บ้านข้าง ๆ คุณพ่อบอกคุณแม่ว่าเขามีครอบครัว มีสามี มีลูกแล้ว แต่สามีของผู้หญิงคนนั้นทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัด คุณแม่บอกว่าไม่ได้นอนเลย 2 - 3 วัน หนูกับคุณแม่อยู่คนละจังหวัด แต่อยู่จังหวัดใกล้ ๆ กัน หนูก็ได้แต่โทรไปถามว่า โอเคใช่ไหม จะทำยังไงกันดี คุณแม่ก็บอกว่า ตอนนี้ทำอะไรไม่ถูกเลย คุณแม่ค่อนข้างช็อคเพราะได้ยินทุกอย่าง หนูอยากถามว่า หนูจะปลอบใจแม่ยังไงดี เพราะไม่รู้ว่าแบบไหนจะช่วยให้ดีขึ้น?’ ซึ่ง “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ช่วงนี้ก็วิดีโอคอลหาคุณแม่บ่อย ๆ ปลอบใจกัน เวลาเห็นหน้าอาจจะส่งผลดีมากขึ้น สุดท้ายแล้วถึงแม่จะร้องไห้ ก็จะค่อย ๆ เยียวยาในตัวของมันเอง ได้เห็นหน้าลูก ได้เห็นหน้าหลาน อาจจะพอช่วยเยียวยาในช่วงนี้ไปได้บ้าง เรื่องราวมันค่อนข้างจะแรงมาก สิ่งที่ได้ยินมันเป็นซีนที่ทำร้ายจิตใจแบบมหาศาล ถ้าเราจะปลอบแม่ เราก็ต้องเชื่อก่อนว่า มันคือความผิดพลาด สิ่งที่เกิดขึ้นจากความมึนเมาแค่ครั้งเดียว คืนเดียวของพ่อ ก็คงต้องบอกว่า พ่อไม่เคยมีประวัติ มันก็เป็นไปได้ที่เขาจะเมาแล้วขาดสติ ชั่ววินาทีเดียวอะไรมันก็เกิดขึ้นได้ แต่เชื่อว่าไปนั่งพร่ำบอกว่าพ่อเป็นยังไง มันก็คงช่วยลำบากเพราะเหตุการณ์พึ่งเกิด ก็ทำได้แต่ชวนคุณแม่คุยเรื่องอื่น ชวนดูหลาน เลี้ยงหลาน ส่งรูปหลานให้ดูเยอะ ๆ ก็จะช่วยเยียวยาคนแก่ได้มาก เอาลูกของเราเป็นตัวช่วยสมานแผลให้กับคุณยาย’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าทำได้อยากให้คุณนิคจับเขาแยกกันก่อน เพราะว่าเขาอยู่ด้วยกัน 2 คน ถ้าคุณแม่ไม่เคยรับรู้ ไม่เคยระแคะระคาย แล้วมาเจอตอนอายุ 69 ปี พี่ว่าก็ช็อค แล้วมาเจอเหมือนอยู่ในไลฟ์สด ต้องฟังไปเรื่อย ๆ จนจบ ก็ไม่แปลกที่คุณแม่จะมีอาการอย่างนี้ อาจจะให้มาอยู่กับทางหนูก่อน เพื่อไม่ให้ว่างหรือฟุ้งซ่าน เพราะตอนนี้พี่ว่าถ้าเขาอยู่คนเดียว ไม่มีอะไรมาดึงความสนใจ เขาก็ต้องคิดแต่เรื่องนี้ คล้าย ๆ กับพี่เผือกว่า เอาอย่างอื่นมาดึงความสนใจเขาก่อน พี่ว่ามันต้องใช้เวลาสักพักกับเรื่องนี้ จนเขาตกตะกอน ซึ่งพอเขาแยกออกมามันอาจจะเป็นได้ 2 ทางเลยคือ เขาตัดสินใจให้อภัยคุณพ่อ หรือเลิกกัน ซึ่งไม่ว่าจะยังไง พี่ว่าการที่นิคจะทำได้ดีที่สุดคือ น่าจะทำให้เขาเห็นว่า ไม่ว่ามันจะหัวหรือก้อย อยู่ต่อหรือเลิก คุณแม่จะมีคุณนิคอยู่ด้วย พร้อมซัพพอร์ตคุณแม่’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ตัวต้นเหตุคือคุณพ่อ สร้างความกลัวให้คุณพ่อเรื่องการที่ไม่ป้องกัน พ่อรู้ไหมจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง? แชร์ตัวอย่างต่าง ๆ ที่ผิดพลาดในครั้งเดียว แล้วชีวิตเปลี่ยนไปทั้งชีวิต บอกพ่อเลยว่าอีก 3 เดือนพ่อต้องไปตรวจ ถ้าเกิดว่าพ่อไม่เป็น ถือว่าพ่อโชคดีมาก ๆ ฉะนั้นพ่อจงรักษาความโชคดีนี้เอาไว้ เพราะวันนี้ถ้าพ่อเป็นอะไรขึ้นมา พ่ออาจจะเสียแม่ไปด้วย การแยกตอนนี้มันยากมาก ความผูกพันที่แม่มีกับพ่อมันยาวนานมากแหละ แต่คนที่ตัดสินใจคือคุณแม่ว่าจะอยู่หรือจะไป เพียงแต่ ณ ตอนนี้เราดึงคุณแม่ออกมาก่อน ให้คุณแม่ตกตะกอนทางด้านความคิด ความรู้สึก ตอนนี้ฮีลใจคุณแม่ สร้างความกลัวให้คุณพ่อเพื่อไม่ให้ทำผิดอีก’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

มาร่วมแชร์ความคิดเห็น... สาววัย 30 โทรปรึกษาในรายการ หนูมีคำถามอยู่ในใจ คำว่า “มีลูกเมื่อพร้อม” ที่หลายๆคนพูดกัน แค่ไหนของแต่ละคนเหรอคะ?? ถึงเรียกว่า “พร้อม” และอยากรู้ว่า... “การส่งลูกเรียนอินเตอร์” จำเป็นแค่ไหนในยุคปัจจุบัน ??

23 พ.ค. 2023

มาร่วมแชร์ความคิดเห็น... สาววัย 30 โทรปรึกษาในรายการ หนูมีคำถามอยู่ในใจ คำว่า “มีลูกเมื่อพร้อม” ที่หลายๆคนพูดกัน แค่ไหนของแต่ละคนเหรอคะ?? ถึงเรียกว่า “พร้อม” และอยากรู้ว่า... “การส่งลูกเรียนอินเตอร์” จำเป็นแค่ไหนในยุคปัจจุบัน ??

“คุณนนท์ (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (17 พ.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับความพร้อมในการมีลูก โดย “คุณนนท์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูค่อนข้างสับสนที่เวลาหลายๆคนชอบพูดว่า มีลูกเมื่อพร้อม หนูก็เลยอยากรู้ว่าคำว่าพร้อม มันคือยังไง แล้วเอาอะไรมาเป็นเกณฑ์ในการวัด คำถามแรกหนูอยากถามว่า ถ้าสมมติมีลูก การส่งลูกเรียนโรงเรียนอินเตอร์ มีความจำเป็นมาก น้อยขนาดไหน? แล้วค่าเรียนลูกควรจะคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้? อีกเรื่องนึง Facilities (สิ่งอำนวยความสะดวก) ในประเทศไทย ถ้ามองในหลายๆมุมก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเอื้อต่อการมีลูกอะไรขนาดนั้น แล้วแบบนี้การมีลูกเป็นการเห็นแก่ตัวมั้ย? ที่เกิดมาในยุคแบบนี้... ซึ่ง 3 ดีเจก็ได้ให้คำแนะนำว่า ‘พร้อมสำหรับพวกพี่คือ เมื่อลูกออกมาแล้ว ใครเป็นคนเลี้ยง มีเงินแค่ไหน แล้วเรามีเวลาขนาดไหน และพร้อมจะเปลี่ยนเป้าหมาย เปลี่ยนความสำคัญ พร้อมสละทุกอย่างในชีวิตเพื่อเด็กคนหนึ่งหรือยัง? ส่วนโรงเรียน ไม่จำเป็นต้องเรียนอินเตอร์ แต่ถ้าอยากให้ลูกได้ภาษาอังกฤษ ให้ไปเรียนเพิ่มเติมเอาได้ เพราะภาษาก็โคตรสำคัญในโลกนี้และโลกอนาคต มันเป็นโอกาสที่จะเพิ่มมากขึ้นเมื่อคุณได้ภาษา และเราดูเอาว่าลูกเราไปในทางไหน สายวิชาการ หรือสายครีเอทีฟ แล้วลองหาโรงเรียนที่เหมาะกับลูก เพราะลูกจะโชว์ออกมาให้เห็นเลยว่าถ้าเขาเป็นสายครีเอทีฟ เขาจะมีความคิดสร้างสรรค์ เขาจะจับนู้นจับนี่มาประดิษฐ์กัน อยากเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ อยากเป็นผู้ใหญ่ แต่ถ้าเด็กท่องจำจะไม่มีอะไรที่เป็นครีเอทีฟเลย ไม่ได้อยากเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เด็กพวกนี้อาจจะเป็นสายวิชาการ มันจะมีบางอย่างบอกออกมาเลย ซึ่งพี่กับน้องก็ไม่เหมือนกันด้วย มันจะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเด็กเลย ถึงเวลานั้นเราค่อยเลือกโรงเรียนที่เหมาะกับลูก ถามว่าเห็นแก่ตัวมั้ย? ตอบไม่ได้เหมือนกัน แต่ถ้าดูเหมือนเห็นแก่ตัวก็ต่อเมื่อเราดูแลเขาได้ไม่ดี เราไม่ได้มีความพร้อมในการดูแลเขา แล้วการที่เอาเขาออกมาเพียงหวังว่าจะให้เขาเลี้ยงเราในยามแก่ นั่นก็คือความเห็นแก่ตัว จากที่เราไม่เคยห่วงใคร แต่ความห่วงของเรามันจะไปลงที่เขาคนเดียวเลย แต่มันเป็นความสุขทางใจที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน เพราะความรักของเขามันไม่มีเงื่อนไข การมีลูกมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ถ้าชีวิตนี้ไม่ต้องการมีห่วงกับใครเลยก็อย่ามีลูกเลย เพราะมันเป็นห่วงที่เราไม่มีทางถอดออกจากชีวิตได้ และหน้าที่แม่มันลาออกไม่ได้...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเมาไม่รู้ตัว พลาดมีอะไรกับคนที่เพิ่งรู้จักได้ไม่ถึงเดือน และเขาก็ไม่ได้ป้องกัน หนูกลัวท้องก็เลยจะกินยาคุม แต่เขาบอกกับหนูว่า “ไม่ต้องกินหรอก ไม่เคยพลาดท้อง” อยากรู้ว่า หนูจะดูเป็นผู้หญิงไร้ค่าสำหรับเขาหรือเปล่า?

21 มี.ค. 2023

หนูเมาไม่รู้ตัว พลาดมีอะไรกับคนที่เพิ่งรู้จักได้ไม่ถึงเดือน และเขาก็ไม่ได้ป้องกัน หนูกลัวท้องก็เลยจะกินยาคุม แต่เขาบอกกับหนูว่า “ไม่ต้องกินหรอก ไม่เคยพลาดท้อง” อยากรู้ว่า หนูจะดูเป็นผู้หญิงไร้ค่าสำหรับเขาหรือเปล่า?

“คุณบีน่า (นามสมมุติ)” อายุ 22 ปี สายที่สองในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 มีนาคม 2566) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจต้นหอม - ดีเจเฟี๊ยต เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ที่พลาดไปมีอะไรกับคนที่พึ่งรู้จัก โดย “คุณบีน่า (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูรู้จักกับผู้ชายคนนึงอายุ 26 ปี ได้รู้จักกันผ่านเฟซบุ๊ก เพราะก่อนหน้านี้ได้เจอกันที่งานศพของรุ่นน้องที่รู้จัก ตอนนั้นหนูจำเขาไม่ได้ แต่เขาจำหนูได้เลยแอดเฟซบุ๊กและทักมาถามสารทุกข์สุกดิบว่า เป็นยังไงบ้าง ยังเสียใจอยู่มั้ย เขาก็หยอดว่า เนี่ยตัวจริงน่ารักว่าในรูปอีกนะ เหมือนเขาจะเข้ามาจีบ ซึ่งตอนแรกหนูก็ไม่ได้ชอบเขา แค่ตอบตามมารยาท และก็คุยกันมาเรื่อยๆ จนมีโอกาสได้นัดเจอกันถึง 3 ครั้ง ด้วยความที่หนูเป็นคนชอบดื่ม ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือใคร หนูไปได้หมดเลย ตอนนั้นก็ได้นัดเจอกับเขาครั้งแรก ไปดื่มด้วยกัน 2 คน เขามารับหนูประมาณจะ 5 ทุ่มแล้ว เขาบอกกับหนูว่า ตอนนี้ร้านใกล้ปิดแล้วไปดื่มที่บ้านพี่ไหม ซึ่งหนูออกมากับเขาแล้ว หนูเลยปฏิเสธไม่ได้ หนูก็บอก โอเค แต่เที่ยงคืนต้องมาส่งนะ พอมาถึงบ้านเขา เราก็ดื่มด้วยกันแล้วเขาก็พยายามลวนลามหนู ตอนนั้นหนูยังไม่ได้เมามาก ก็เลยปฏิเสธเขาไปว่า ยังไม่พร้อม เราเพิ่งรู้จักและนัดเจอกันครั้งแรกเอง แต่คืนนั้นหนูนอนค้างบ้านเขาแต่ยังไม่ได้มีอะไรกัน ต่อมาครั้งที่สองก็นัดเจอทานข้าวกันปกติ ไม่ได้มีอะไร จนล่าสุด 2 อาทิตย์แล้ว ตอนนั้นหนูดื่มอยู่ที่บ้านคนเดียว ดื่มไปค่อนข้างเยอะ แล้วมีรุ่นพี่คนหนึ่งโทรตามให้ไปดื่มต่อข้างนอกใกล้ๆ บ้าน ซึ่งตอนนั้นหนูก็เริ่มเมาแล้วด้วย แต่หนูก็ตัดสินใจไป พอหนูไปดื่มกับรุ่นพี่ได้สักพัก เขาก็ทักมาบอกว่า เขาออกมาดื่มเหมือนกัน มาดื่มต่อกับพี่มั้ย แล้วหนูเมาไม่รู้เรื่องเลยเผลอตอบตกลงไปกับเขา หลังจากนั้นภาพตัดเลย รู้สึกตัวอีกทีตื่นมาประมาณ 6 โมงเช้า มีความรู้สึกกำลังจะพลิกตัว แล้วจะเอามือคว้าหมอนข้างมากอด แต่มันไม่ใช่หมอนข้าง มันเป็นเขานอนหันหลังอยู่ข้างๆ และหนูก็ไม่ได้ใส่ชุดชั้นใน แต่สวมเสื้อผ้าของเขาอยู่ หนูตกใจมากก็เลยไปเปิดแชทดู รู้เลยว่าเมื่อคืนหนูพลาดแล้ว หลังจากนั้นหนูก็ปลุกเขามาถามว่า เมื่อคืนได้ป้องกันมั้ย เขาก็ตอบว่าไม่ หนูทำอะไรไม่ถูกเลยกลับบ้าน ไม่ได้คุยอะไรกับเขา และพอถึงบ้านหนูก็ทักไปหาเขาว่าหนูต้องกินยาคุมหรือเปล่า เขาก็ตอบกลับมาว่า ไม่ต้องกินหรอก ไม่เคยพลาดท้อง แต่หนูก็เลือกที่จะกินยาคุม ซึ่งหนูกังวลทุกอย่างเลย ทั้งเรื่องท้อง เรื่องโรคติดต่อบ้าง แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ตรวจโรค ได้แค่ตรวจเลือดจากการตรวจสุขภาพ ตอนนี้กำลังรอเวลาอยู่ประมาณ 7-15 วัน ค่อยตรวจอีกทีหนึ่ง ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง หนูก็เลิกดื่ม เลิกเที่ยวเลย หนูอยากรู้ว่า เขาจะมองว่าเราเป็นผู้หญิงไม่ดีมั้ย? 3 ดีเจ ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า‘เรื่องที่เขาจะมองหนูยังไง มันไม่สำคัญเท่ากับเรื่องสุขภาพที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายหนู หลังจากมีเซ็กส์ที่ไม่ยินยอมและไม่ป้องกันการมีอะไรกับผู้ชายที่พึ่งรู้จักกัน ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า หนูไม่ได้เสียตัวถ้าหนูยินยอมพร้อมใจและเต็มใจ สนุกร่วมกันแล้วแยกย้าย แต่ถ้ากินเหล้าเมาแล้วพลาดไม่ได้ป้องกัน มันเหมือนกับว่า ไม่ได้สนุก ไม่ได้ป้องกัน ไม่ได้อะไรเลย เสียอย่างเดียว ลองคิดดูว่าถ้าหนูโดนคนที่เขาทำแย่ๆแบบนี้ใส่ แต่เป็นเพื่อน พี่ น้องของหนูล่ะ? ภาพที่มองมายังปัญหานี้อาจะเปลี่ยนไป ดังนั้นต่อจากนี้ ตัวหนูควรสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง ไม่ปล่อยให้คนอื่นมาฉวยโอกาสกับหนูได้ง่ายๆ ไม่พาตัวเองไปเสี่ยง ทบทวนว่าหนูได้บทเรียนอะไรกับเรื่องนี้บ้าง แล้วมาตั้งตัวใหม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ควรไปขอคำปรึกษาจากคุณหมอว่าหนูควรทำอย่างไรต่อไปดี อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้หญิงและผู้ชายควรจะรู้ ก็คือ มียา PrEP และยาต้าน HIV สำหรับคนที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ไม่ได้ตั้งใจ อย่าวางใจว่าไม่มีอะไรหรอก และอย่าไปคิดว่าการตรวจสุขภาพมันจะบอกทุกอย่าง ถือซะว่านี่คือบทเรียนครั้งสำคัญมากๆในชีวิต...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ทำไมอาจารย์ชอบปล่อยเลทคะ? นักศึกษาโทรถามในรายการ เวลาไปเรียน... หมดเวลาแล้ว แต่อาจารย์ไม่ปล่อยสักที กินเวลาวิชาอื่นไป 10 – 15 นาที ไปเรียนอีกตึกแทบไม่ทัน ที่เพื่อนๆไม่กล้าบอกก็เพราะ อาจารย์คนนี้ ‘ดุ’ มากซะด้วย

12 ก.ย. 2023

ทำไมอาจารย์ชอบปล่อยเลทคะ? นักศึกษาโทรถามในรายการ เวลาไปเรียน... หมดเวลาแล้ว แต่อาจารย์ไม่ปล่อยสักที กินเวลาวิชาอื่นไป 10 – 15 นาที ไปเรียนอีกตึกแทบไม่ทัน ที่เพื่อนๆไม่กล้าบอกก็เพราะ อาจารย์คนนี้ ‘ดุ’ มากซะด้วย

ทำไมอาจารย์ชอบปล่อยเลทคะ? นักศึกษาโทรถามในรายการเวลาไปเรียน... หมดเวลาแล้ว แต่อาจารย์ไม่ปล่อยสักทีกินเวลาวิชาอื่นไป 10 – 15 นาที ไปเรียนอีกตึกแทบไม่ทันที่เพื่อนๆไม่กล้าบอกก็เพราะ อาจารย์คนนี้ ‘ดุ’ มากซะด้วยอยากได้วิธีการจากทุกคนว่าควรทำยังไงดี ถ้าเจอแบบนี้?? “คุณนิ (นามสมมุติ)” สายสุดท้ายของรายการ “พุธทอล์ค พุธโทร” เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [6 ก.ย.66] ได้โทรเข้ามาปรึกษาพี่ๆดีเจ ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเผือก เกี่ยวกับปัญหาอยากรู้ว่าทำไมอาจารย์ชอบปล่อยเลท โดย “คุณนิ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ที่มหาวิทยาลัยจะให้เรียนคาบละ 50 นาที แล้วก็จะมีให้เดินทาง 10 นาที เพื่อที่จะไปเรียนวิชาใหม่ แต่จะมีอาจารย์คนหนึ่งก็คือสอนครบ 60 นาทีเลย แล้วตัวอาจารย์เขาก็เป็นคนที่ค่อนข้างที่จะดุมาก อาจารย์เขาก็จะเข้าสอนก่อนเวลา ที่เขาปล่อยช้าบางทีก็ชอบเม้าท์ บางทีก็สอนบ้าง มันก็จะมีบางทีที่เขาสอนไม่ทันค่ะ หรือบางทีเขาก็สอนเสร็จเเล้วแต่ก็พูดเรื่องอื่นต่อ วิชานี้เป็นวิชาที่สาขาวิชาที่จะต้องเจอตลอด ๆ เลยเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-