เพื่อนรักของหนูมีนิสัยชอบ กินข้าวต่อหนู บางทีหนูก็ไม่ชอบให้ใครมาแย่ง แล้วที่ผ่านๆมาจะมีผู้ชายหล่อ หน้าตาดี โปรไฟล์ดีๆเข้าหาหนูเยอะมาก เพื่อนบอก "ถ้าคนนี้มึงเลิกคุย กุขอได้ไหม?" ตอนแรกคิดว่าพูดเล่น...

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เพื่อนรักของหนูมีนิสัยชอบ กินข้าวต่อหนู บางทีหนูก็ไม่ชอบให้ใครมาแย่ง แล้วที่ผ่านๆมาจะมีผู้ชายหล่อ หน้าตาดี โปรไฟล์ดีๆเข้าหาหนูเยอะมาก เพื่อนบอก "ถ้าคนนี้มึงเลิกคุย กุขอได้ไหม?" ตอนแรกคิดว่าพูดเล่น...

09 เม.ย. 2024

เพื่อนรักของหนูมีนิสัยชอบ กินข้าวต่อหนู บางทีหนูก็ไม่ชอบให้ใครมาแย่ง

แล้วที่ผ่านๆมาจะมีผู้ชายหล่อ หน้าตาดี โปรไฟล์ดีๆเข้าหาหนูเยอะมาก

เพื่อนบอก "ถ้าคนนี้มึงเลิกคุย กุขอได้ไหม?" ตอนแรกคิดว่าพูดเล่น

แต่คนคุยเก่าของหนูแคปแชทเพื่อนมาให้ดูว่าเพื่อนหนูทักมาหาจริงๆ

          “คุณคะนิ้ง (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (3 เม.ย. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเพื่อนชอบกินของเหลือ ตั้งแต่ข้าว ขนม ไปจนถึงผู้ชาย!

            โดย ​“คุณคะนิ้ง (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘หนูมีเพื่อนสนิท 1 คน นามสมมุติว่า ​“บี” ในแก๊งจะมี 4 คน แต่หนูสนิทกับบีที่สุด เรา 2 คนเป็นเพื่อนสนิทกันแต่เราจะแตกต่างกันมาก ๆ บีจะเป็นคนติดเที่ยว ติดร้านเหล้า แต่หนูจะเป็นคนไม่ชอบไปไหน ชอบอยู่บ้าน ไม่ชอบเที่ยวกลางคืน สมัยมัธยมบีจะมีนิสัยนึงที่หนูรู้สึกว่าไม่โอเคเลยก็คือ เขาชอบมาแย่งข้าวหนูกิน ถ้าเป็นขนมแบบชิ้น ๆ เรายังจะแชร์กันได้ แต่บางทีมันเป็นข้าวในจานที่หนูทำมาจากห้อง พอเปิดกล่องมาปุ๊บ บีก็หันมาแล้วก็พูดว่า ขอกินบ้างดิคำนึง ซึ่งหนูยังไม่ได้กินเลย หนูก็เลยพูดอ้อม ๆ ไปว่า เออเนี่ย ความจริงกูอะไม่ชอบให้ใครมาแย่งข้าวกูกินนะ ค่อนข้างจะซีเรียส แต่เขาก็ไม่หยุด หนูก็ยอมเขา จนเราจบ ม.6 กันทั้งคู่ แล้วแยกย้ายกันไปเรียนมหาวิทยาลัยอื่น นาน ๆ ทีก็จะเจอกัน

            คราวนี้มันเป็นผลพวงต่อมาอีกเรื่องนึงคือ ด้วยความที่ตัวหนูเองมีคนเข้ามาเยอะมาก ๆ แล้วบีก็จะรู้ว่าหนูคุยกับใคร คบกับใคร รู้ตั้งแต่คุยยันเลิกคุย จะรู้กันทุกอย่าง ส่วนใหญ่คนที่เข้ามาหาหนูโปรไฟล์ดีมาก บางคนก็หล่อ บางคนก็รวย บางคนก็ทั้งหล่อทั้งรวย บีก็จะพูดเสมอว่า หาให้บ้างได้ไหม อยากได้อะไรแบบนี้บ้าง กูเป็นเพื่อนมึง ทำไมกูไม่เคยได้อะไรแบบนี้เข้ามาบ้างเลย หนูก็เลยบอกว่า โอเค เดี๋ยวหาให้ละกัน คราวนี้มันมาถึงจุดที่เริ่มจะแตกหักคือ หนูได้ไปนัดเจอกับผู้ชายคนหนึ่ง แล้วบีก็ขอไปด้วย พอไปเจอคนคุยหนู บีก็มากระซิบข้างหูว่า ถ้าคนนี้มึงเลิกคุย กูขอได้ไหม? หนูก็คิดว่าบีคงพูดเล่นแหละ คงไม่มีเพื่อนคนไหนอยากทำแบบนี้หรอก พอหนูเลิกคุยกันคนนี้ คุยกับคนที่ 2 ก็นัดเจออีก บีก็เหมือนเดิมไปด้วยแล้วพูดว่า อุ้ย คนนี้หล่ออะ ถ้ามึงเลิกคุยกูขอได้ไหมเนี่ย หล่อจริง ๆ หนูก็คิดว่าเพื่อนหยอกเล่น จนผ่านไป 3-4 คน หนูก็ไม่ได้อะไร ด้วยความที่หนูเป็นคนเชื่อใจเพื่อน พอมันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำ ๆ หนูก็มีพูดบ้างประปรายว่า มึงบ้าป่ะเนี่ย คือคุยต่อกูเนี่ยนะ บีก็ขำ

            จนมีวันหนึ่งคนคุยเก่าหนู เขาโทรมาแล้วส่งหลักฐานแชทมาว่า นิ้ง เพื่อนนิ้งทักมาหาพี่ เขามาขอคุยกับพี่นะ คือพี่ไม่รู้จะพูดยังไงดี พี่ก็ไม่อยากจะพูดทำร้ายจิตใจเขา อยากให้นิ้งจัดการคนของนิ้งเองนะ พี่อยากให้คุยกันเองเพราะเป็นเพื่อนกัน หนูก็ไปคุยกับเขาว่า มึงไปทักหาพี่เขาหรอ? เขาก็พูดว่า กูแค่ไปเต๊าะเล่น ๆ ก็ไม่มีอะไร หนูก็ไม่พอใจแหละแต่หนูก็ไม่ได้พูดอะไร หนูอยากรู้ว่า หนูควรจะพูดกับเพื่อนคนนี้ยังไง? ตอนนี้หนูยังเป็นเพื่อนกันอยู่ แต่ในอนาคตหนูอาจจะเลิกเป็นเพื่อนกัน หนูก็แค่อยากบอกให้เขาแก้นิสัยนี้แบบถาวร ไม่อยากให้เอานิสัยนี้ไปทำกับคนอื่นเพิ่ม

            ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่ต้องไปพูด เลิกคบก็คือเลิกคบ แต่ถ้าเพื่อนมาถามว่า ทำไมถึงเลิกคบ ก็บอกเหตุผลไปเลยว่า กูไม่ชอบมึงเรื่องนี้ กูก็เลยคิดว่ามึงกับกูอาจจะคนละเคมี ก็เลยเฟดแค่นั้น ส่วนเขาจะทำอะไรก็เรื่องของเขาเพราะเลิกคบแล้ว’

            ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘คือถามว่าสิ่งที่เพื่อนนิ้งทำ ที่เพื่อนบอกว่าถ้าไม่เป็นแฟนกันแล้ว ขอต่อนะ พี่รู้สึกว่าในบางคนที่เขาโอเคมันก็จะไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา แต่ตอนนี้มันเป็นปัญหาสำหรับนิ้ง เพราะนิ้งไม่ชอบคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ อันนี้มองแบบใจกว้าง พี่ก็รู้สึกว่าถ้านิ้งไม่ชอบเรื่องนี้ ก็ต้องบอกเขาให้ชัด

            เรื่องแย่งข้าวกินพี่รู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพื่อนที่สนิทกันจริง ๆ กินได้ไม่ติด ไม่ได้รู้สึกว่า 3 คำทำให้ชีวิตมีปัญหานะ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ถ้าเขาไม่ได้กินของหนูจนหมด พี่ว่าหนูเป็นคนหวงของด้วยแหละ ตอนนี้พี่รู้สึกว่าเหมือนนิ้งตัดสินเพื่อนโดยการเอาตัวเองเลือกเขา บางอย่างถ้าเป็นเพื่อนสนิทกันมันต้องพูดกันตรง ๆ แล้วถ้าเขาไม่ทำ ก็บอกไปว่า ไม่ได้ ไม่ชอบแบบนี้ เราก็มีสิทธิ์ที่จะเลิกคบกับเขาได้ ก็ไม่ได้มีปัญหา นิ้งอย่าบอกว่า หนูไม่อยากเลิกคบใครก่อน หนูไม่อยากทำใครหล่นหาย พี่ว่าถ้าคุยกันแล้วมันไม่โอเค รู้สึกว่าไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับการกินข้าว หรือมายุ่งกับแฟนเก่าเลย ก็ต้องห่างอย่าทนสนิทกัน แล้วยังคงมีเรื่องอย่างนี้อยู่ในใจ พี่ว่ามัน Toxic ทั้งตัวหนูเองแล้วก็เขา แล้วเราก็บอกเขาด้วยความหวังดีแล้ว จากนั้นชีวิตเขาจะเป็นยังไงก็ปล่อยเขาไป เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเขา อย่าหวังดีขนาดนั้น ถ้าสุดท้ายแล้วไม่เกิดประโยชน์อะไร’

         สุดท้าย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าคงไม่ใช่เพื่อนสนิทอะไรขนาดนั้น สำหรับมาตรฐานของพี่ ถ้าเพื่อนสนิทมันคุยกันได้ทุกเรื่อง ไม่ต้องมาลำบากมากมาย เท่าที่พี่ฟังมาทั้งหมดพี่รู้สึกว่า เราเป็นคนหวงของ หวงทุกอย่างในชีวิต และรู้สึกว่าเราเหนือกว่าเพื่อน แล้วถ้าคนนี้มาคุยต่อคนเดียวกับเรา ฉันถือว่าเธอไม่ควรมาเสมอฉันได้ คนที่คุยกับฉันถ้าไม่หล่อก็รวย ไม่ก็ทั้งหล่อทั้งรวย คำนี้พี่เด้งตัวเองออกมาจากนิ้งเลย เพราะพี่รู้สึกว่านิ้งเหนือกว่าเพื่อน

            พี่ว่ามันอาจจะไม่ใช่หน้าที่เราที่จะไปเปลี่ยนแปลงชีวิตใครภายใน 1-2 ประโยค กาลเวลาจะค่อย ๆ สอนเขาเองว่า การที่เขาทำแบบนี้กับเพื่อน เพื่อนก็จะหนีเขาไปทีละคน แบบคะนิ้งคนหนึ่งละ ถ้าแก้ไม่หายกาลเวลาก็จะทำให้เขาไม่มีเพื่อนไปเรื่อย ๆ เอง โดยที่นิ้งไม่ต้องไปเป็นผู้เปลี่ยนชีวิตใคร แล้วตอนนี้ในเมื่อชีวิตมันพัดพาให้ห่าง ๆ กันไปแล้ว ถ้าพี่เป็นคะนิ้งก็รู้สึกว่า โชคดีแล้วล่ะ ปล่อยให้เขาได้ไปใช้ชีวิตแบบนี้กับคนอื่น โชคดีของเราแล้วที่เขาออกไปจากชีวิต ถ้ายิ่งเราเป็นคนที่ไม่กล้าตัดความสัมพันธ์กับใครก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ สุดท้ายถ้าเป็นเพื่อนสนิทก็คุยกันได้ แต่พี่ว่ามันเลยเวลาที่จะคุยแล้ว ถ้ามันห่างไปแล้วก็ช่างมัน’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

บริษัทแฟนจัดสัมมนา แต่แฟนเรามาบอกว่า หัวหน้าเขาขอเก็บเงินน้องๆผู้ชายในทีมหลักหมื่น เราเลยถามว่าบริษัทจัด ทำไมเธอต้องจ่าย? แฟนบอก "หัวหน้าเขาเตรียมเด็ก N รอไว้ที่นู่นแล้ว" จะไม่ไปก็ไม่ได้ เพราะเพิ่งเลื่อนตำแหน่ง ตอนนี้หนูควรทำยังไงดี?

02 ก.ค. 2024

บริษัทแฟนจัดสัมมนา แต่แฟนเรามาบอกว่า หัวหน้าเขาขอเก็บเงินน้องๆผู้ชายในทีมหลักหมื่น เราเลยถามว่าบริษัทจัด ทำไมเธอต้องจ่าย? แฟนบอก "หัวหน้าเขาเตรียมเด็ก N รอไว้ที่นู่นแล้ว" จะไม่ไปก็ไม่ได้ เพราะเพิ่งเลื่อนตำแหน่ง ตอนนี้หนูควรทำยังไงดี?

“คุณข้าว (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (26 มิ.ย. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับแฟนไปสัมนาต่างประเทศ แต่โดนเก็บเงินจ้างเด็กเอ็น “คุณข้าว (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘แฟนต้องไปสัมนาไปดูงานกับทางบริษัทที่ต่างประเทศ แล้วแฟนมาบอกว่าต้องไปที่ที่นึง (ขอไม่เอ่ยชื่อ) แล้วเหมือนผู้จัดการจะเรียกเก็บเงินพนักงานในแผนกทุกคน เพื่อไปซื้อบริการ หรือจ้างเด็กเอ็นมาเอ็นเตอร์เทรน หนูงงว่า ทำแบบนี้กันได้ด้วยหรอ? เพราะผู้จัดการก็มีภรรยาแล้ว แล้วทำไมถึงจะจ้างเด็กเอ็น หนูไม่ค่อยสบายใจเลย ไม่ใช่หนูไม่ไว้ใจแฟนนะ แต่บางทีหนูไม่ไว้ใจเพื่อนร่วมงานเขา สมมติว่าแฟนหนูไม่ได้ทำก็จริง แต่ถ้าเกิดว่าโดนยั่วยุ พี่คุิดว่ามันจะอยู่เฉยๆได้ใช่มั้ยคะ ซึ่งหนูไม่โอเคเลยถ้าแฟนจะซื้อบริการ หนูถามเขาแล้วว่าอยากไปไหม เขาก็บอกว่า “ไม่อยากไป แต่ไม่รู้จะปฏิเสธยังไง เพราะเพิ่งได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นมา” หนูเพิ่งคบกันมาไม่นานมากเกือบครึ่งปี เวลามีอะไรก็จะเล่าให้ฟัง เขาเคยเล่าให้หนูฟังว่าเคยไปเมื่อปีที่แล้ว แต่ครั้งนั้นมีเพื่อนไปด้วย เลยไม่ได้อยู่ร่วมวงเพราะแอบหนีกันมา แต่ครั้งนี้เพื่อนเขาไม่อยู่ด้วย หนูอยากถามว่า “ถ้าแฟนหนูไปหนูจะไว้ใจเขาได้ไหม หรือจะเอายังไงดี’ โดย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าพี่รับไม่ได้เรื่องเด็กเอ็น แฟนก็ไม่มีสิทธิ์ไปปาร์ตี้เด็กเอ็นอยู่แล้ว และพี่ก็เชื่อว่าไม่มีใครบังคับให้ใครใช้บริการนี้ได้ถ้าเจ้าตัวไม่เต็มใจ เป็นไปไม่ได้ เพราะนี้คือสิ่งที่ไม่ปกติ มันอาจจะเป็นพฤติกรรมปกติของผู้ชาย แต่ก็เป็นแค่คนเฉพาะกลุ่มที่ชอบแบบนี้ แล้วคนเหล่านี้ก็จะไม่บังคับคนที่ซื่อสัตย์ หรือรักแฟนให้ร่วมทำกิจกรรมนี้แน่นอน และด้วยประสบการณ์ของพี่ที่เขาเล่าว่า ”ปีที่เลยเคยเจอแบบนี้แล้วหนีออกมา“ มันคือการเล่าเกริ่นไปก่อนว่าเขาเป็นคนแบบไหน ถ้าหนีออกมาได้ มันไม่ได้ตั้งแต่แรก แล้วที่พี่ถามว่า ”ข้าวรับได้ไหมเรื่องเด็กเอ็น“ ถ้ารับไม่ได้ นั่นแปลว่ากิจกรรมนี้ต้องไม่เกิดขึ้นกับเธอ ต้องปฏิเสธ เพราะถ้าข้าวรับไม่ได้แล้วข้าวจะแคร์ผู้ชายคนนี้ทำไมที่เขาเป็นผู้ชายสายปาร์ตี้เด็กเอ็น ของแบบนี้ไม่มีใครบังคับให้ใครทำ มันไม่เหมือนการประกวดแต่งแฟนซีของงานเลี้ยงบริษัท อันนั้นมันเป็นกฎบริษัท แต่การใช้บริการเด็กเอ็นโดยการจ่ายเงิน ต้องมาจากความสัมครใจทั้งนั้น พี่จะไม่ตัดสินว่าแฟนข้าวเป็นแบบนั้นหรือป่าว แต่ถ้าข้าวรับไม่ได้ ไม่ผิดเลยที่จะยืนคำขาดว่า ไปสัมนากับบริษัทได้ แต่ไปกิจกรรมนี้ไม่ได้ แล้วในบริษัทไม่มีใครหน้าไหนบังคับเธอได้ด้วย เพราะมันเป็นสิ่งที่ปฏิเสธแล้วมันไม่น่าเกลียด แล้วพี่อยากให้ข้าวสังเกตุแฟน ไปเช็คเลยว่าเขาเป็นคนแบบไหนกันแน่ ระวังจะเจอตัวพ่อ ลองเผื่อใจไว้หน่อย เพราะผู้ชายดีๆปฏิเสธแน่นอน’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่คิดว่ามันไม่ใช่กิจกรรมหลักแน่ๆ ลองคิดดูนะว่ามีบริษัทจัดงานสัมนา แล้วปาร์ตี้เด็กเอ็นอยู่ในตารางกิจกรรม มันประหลาดนะ มันเหมือนกับแค่ไปเที่ยวกันแล้วพอกลางคืนก็ออกไปปาร์ตี้เตรียมเด็กเอ็นไว้ เพราะฉนั้น Main Event ควเป็นการไปเที่ยวไปทัวร์ แต่คงมีสักคืนหนึ่งที่แก๊งนี้จะแยกตัวออกไปเที่ยว เพราะฉนั้นไม่ใช่เรื่องเลยที่จะบอกว่าโดนบังคับ ไม่มีทางเลย ยิ่งกลุ่มหนึ่งแยกออกไป แล้วแฟนของข้าวบอกว่า “ตัวเองเค้าโดยบังคับ” ไม่เลยมึงอะอยากไปเองค่ะ ยิ่งบริษัทใหญ่ยิ่งไม่มีทางเลย พี่ยังไม่ได้ตัดสินแฟนหนูนะ ถ้าเกิดแฟนไม่อยากไปจริงๆ ลองให้เขาปฏิเสธ ลองไม่ไปดู แค่ไปเที่ยวปกติ ไปทัวร์ พอตกกลางคืนก็กลับเข้าห้อง’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เห็นด้วยกับทุกคนเลย พี่ว่าถ้าข้าวไม่ชอบ ก็บอกเขาไปเลย แล้วมาดูว่าเขาจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไง เขาจะไป เขาจะไม่ไป หรือถ้าแบบขี้เหล่สุดคือเขาจ่ายเงินแต่ไม่ไป และมันก็มีวิธีที่ทำให้ข้าวสบายใจว่าเขาไม่ได้ไปจริงๆ วิดีโอคอลก็ยังได้ พี่ว่ามันเป็นสิ่งที่เขาต้องพิสูจน์ ว่าเขาไม่ไปที่นั้น ถ้าเขาพูดออกมาว่าไม่ชอบ ม่อยากไปที่นั้น พี่ว่าข้าวก็มีสิทธิ์ขอให้เขาทำในสิ่งที่เขาพิสูจน์ได้ว่าเขาไม่ได้ไปจริงๆ และยิ่งข้าวบอกว่า เขาได้เลื่อนขั้น เขายิ่งมีสิทธิ์เลือกว่าเขาจะทำอะไรไม่ทำอะไรนะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หลังจากแม่เสีย หนูกลับบ้านไป อยู่กับ 4 สมาชิกในบ้าน เจอปัญหาทุกคน พ่อมีปัญหาเพื่อนบ้าน ลูกสาวเข้าสู่วัยรุ่นคุยยาก แม่สามีป่วยอัลไซเมอร์ สามีขอเงินใช้อย่างเดียว เจอแบบนี้เหนื่อยมากจะทำยังไงดี?

11 เม.ย. 2025

หลังจากแม่เสีย หนูกลับบ้านไป อยู่กับ 4 สมาชิกในบ้าน เจอปัญหาทุกคน พ่อมีปัญหาเพื่อนบ้าน ลูกสาวเข้าสู่วัยรุ่นคุยยาก แม่สามีป่วยอัลไซเมอร์ สามีขอเงินใช้อย่างเดียว เจอแบบนี้เหนื่อยมากจะทำยังไงดี?

“คุณกวาง (นามสมมติ)” อายุ 40 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [9 เม.ย 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเป็นเดอะแบกของบ้าน ปัญหาครอบครัวรุมเร้า โดย “คุณกวาง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตอนนี้รู้สึกว่าบ้านที่เราอยู่มาตลอดมันไม่มีความสุข ไม่อยากอยู่บ้าน อยากออกมา ในบ้านเราอยู่กันหลายคนเป็นครอบครัว เมื่อก่อนเราดูแลคุณแม่ที่ป่วยหนักอยู่หลายปี ไปกลับที่ทำงานร้อยกว่าโลจนท่านเสีย หลังจากที่คุณแม่เสีย ที่บ้านก็จะเหลือ คุณพ่อ สามี ตัวหนู และลูก เราก็เลยรับคุณแม่สามีมาอยู่ด้วย ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นของแต่ละคนมันเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่มันค่อย ๆ ใหญ่ขึ้น ปัญหาที่เล็กที่สุดของเราในบ้านคือ คุณพ่อ หลังจากที่คุณแม่เสีย ท่านก็ไม่ทานข้าวร่วมโต๊ะกับเราอีกเลย ท่านก็จะปลีกตัวออกไปนั่งทานคนเดียวที่ห้องส่วนตัว และท่านจะบังคับให้เรามีทัศนคติเหมือนกับท่านตรงที่ว่า ตอนนี้ท่านอยากมีเรื่องกับเพื่อนบ้านมาก จะร้องเรียนเพื่อนบ้านที่ทำตรงนี้ตรงนั้นไม่ถูก แต่ความคิดเราคือเราไม่ได้อยากมีปัญหากับเพื่อนบ้าน เพราะเขาก็ไม่ได้ทำอะไรแย่มากขนาดนั้น แต่เราก็พูดตามตรงว่า หนูทัศนคติไม่ตรงกับพ่อนะ แต่เขาก็จะตอบว่า ทำไมล่ะ ต้องไปร้องเรียนสิ ต่อมาคือ ลูก ก่อนหน้านี้ลูกของเราเขาก็น่ารักในแบบของเขา แต่พอเขาเข้าสู่วัยรุ่นก็เปลี่ยนแปลงไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ตอนนี้เขาอายุ 12 ปี เขาเริ่มเปลี่ยนตอนอายุ 11 ปี เมื่อก่อนต้องนอนกอดเขาทุกคืน ไม่กอดไม่ได้ ก่อนนอนพ่อแม่ลูกต้องกอดกัน 3 คน ต้องหอมแก้มซ้ายขวา หน้าผาก ทุกคืน พอตอนนี้เขาเข้าช่วงวัยรุ่น เขาก็มีห้องเป็นของตัวเอง ไม่ให้แม่นอนด้วยแล้ว พูดกับเราก็ห้วนไป มันก็มีน้อยใจ ถึงแม้เราเป็นแม่ เราต้องดูแลเขาอยู่แล้ว แต่ลูกอาจจะไม่ใช่กำลังใจสูงสุดของเราในตอนนี้ ต่อมาก็คือ แม่ย่า หรือแม่สามี เขาเป็นอัลไซเมอร์ เขาสร้างปัญหาทุกวัน เขาจะเอาของของเราไปซ่อนบ้าง เขาจะเดินออกจากบ้านจนหายไป แล้วก็ต้องไปตามหา เราเป็นคนดูแลเขาเป็นหลัก สามีก็ช่วยดูแลด้วย แต่เราดูแลทั้งอาหารการกิน เสื้อผ้า เพราะเขาไม่อาบน้ำ ไม่ยอมอาบ เราไม่มีงบประมาณในการจ้างพยาบาล ก็ต้องดูแลกันเอง ล่าสุดเขาจะชอบเอามีด กรรไกร ของมีคมมาห่อด้วยกระดาษทิชชู่ มัดหนังยางแล้วเอาไปซ่อน ซ่อนในห้องนอนของเขาเพราะเราจะมีห้องนอนให้เขาแยก เรื่องที่สุด ๆ ก็คือ ตกใจตอนที่กลับมาจากที่ทำงาน หุงข้าวเสียบหม้อไว้ เปิดฝาหม้อออกมาเจอฟันปลอมอยู่ในหม้อข้าว คือช็อค เพราะเราทำอะไรเขาไม่ได้ ต้องอดทนอย่างเดียว ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านเป็นกวางรับผิดชอบมาหลายปีแล้ว เพราะปัญหาหลักก็คือ สามี เขาเป็นวิศวกร เคยทำงานประจำ เราเคยมีเงินเก็บ ต่อมาพอลูกอายุได้ 5 ขวบ เราก็ส่งลูกไม่ไหวแล้ว ต้องการคนช่วย เพราะเราเลี้ยงลูกเองมา 5 ปี พอเขากลับมาช่วย เขาก็ตั้งบริษัทของเขาเอง สามีทำงานเปิดบริษัทวิศวะ แต่ที่ผ่านมามันก็ล้มลุกคลุกคลาน เงินเก็บที่เอามาลงทุน เขาก็บอกว่าเขาโดนโกง โดนผู้รับเหมาด้วยกันโกง โดนสถาปนิกโกง มันก็ขาดทุนมาเรื่อย ๆ จนตอนนี้เขามาขอร้องเราเพราะไม่มีใครช่วยเหลือเขาแล้ว เขาขอให้เรายืมเงินคนอื่นให้เขา จนตอนนี้ครบ 1 ปีพอดี เป็นจำนวนเงินเกือบ 4 แสนบาท เขาไม่เคยช่วยจ่ายต้นจ่ายดอกเลย มันท้อมากตรงที่เราแบกรับภาระในครอบครัวแล้ว เราต้องมาแบกรับหนี้ตรงนี้ด้วย ยอมรับว่าตอนที่สามีเขามีเงิน เขาอยากได้อะไรเขาก็ซื้อเอง เขาดูแลแม่เขาก็ไม่ได้ขอเงินเรา แต่เงินของเขาไม่เคยถึงเราเลย เขาทำงานอดิเรกของเขาได้หมดเลย คือเลี้ยงปลา นก ไก่ สวยงาม กรงแพงมาก เราบอกเขาว่าถ้าบริษัทมันไปไม่ได้ เธอเปลี่ยนอาชีพไหม ไปเป็นลูกน้องคนอื่นดีไหม ทำอาชีพอื่นที่พอไปได้ไหม แต่เขาขอเวลาไปเรื่อยๆ รู้แต่ว่าลูกน้องเขาได้เงิน ร้านค้าได้เงิน ลูกค้าได้บ้าน ได้ถนน ได้อาคารไป แต่เขาเงินไม่เหลือ เขาไม่ได้มาจุนเจืออะไรมากมาย เขาจ่ายแค่ค่าน้ำดื่ม ค่าแก๊ส จนฟางเส้นสุดท้ายมันเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เราถามเขาว่า มันครบปีแล้วนะเธอจะคืนเราไหม มันไม่มีทั้งต้นทั้งดอก ไม่มีช่วยเราเลย แล้วเขาก็ตะคอกใส่หน้าเราว่า ก็มันไม่มีจะให้ทำยังไง และเขาก็ไปนอนเลย เราก็ไม่ไหวแล้ว เลยเดินไปบอกลูกว่า แม่ไม่ไหว หนูเข้าใจแม่นะว่าแม่อยู่ในจุดที่ไม่มีความสุขเลย แม่อยู่ที่นี่ไม่ได้ เลยขอเฟดตัวออกมา ไปอยู่คนเดียวที่บ้านพักของที่ทำงาน ลูกก็ร้องไห้และเข้ามากอดบอกว่า เขาเข้าใจ และเขาก็ดีขึ้นเลย พูดกับเราดีขึ้น กอดเราในวันที่เราไม่ไหว วันนี้ก็คือคืนที่ 2 ที่ออกมาอยู่คนเดียว และตอนนี้ก็จะเป็นสามีที่คอยหาอาหารให้ลูก กวางจะให้เงินลูกไว้และให้เขาให้พ่อเขาอีกทีนึง เพราะพ่อเขาก็ไม่มีซัพพอร์ท ตอนนี้มีรายได้พอในการดูแลคนในบ้านได้ มีงานประจำค่อนข้างมั่นคง แต่เราอาจจะไม่มีเงินเก็บเพราะว่าเรามีหนี้ก้อนนี้อยู่ พ่อเราดูแลตัวเองได้ พ่อเป็นข้าราชการ ได้รับบำนาญ จะมีแต่ฝั่งสามีและแม่สามีที่ไม่มีอะไรเลย หลังจากที่เราออกมาจากบ้าน สามีไม่โทรมาเลย มีแต่ส่งไลน์มาขอโทษ และนี่คือครั้งแรกที่เราเฟดตัวออกมาจากครอบครัว และเราบอกคุณพ่อแล้วว่าเราจะย้ายมาอยู่ที่บ้านพัก พ่อก็โอเค บอกว่าไม่เป็นไร ก็จะเป็นสามีที่ดูแลที่บ้าน เพราะว่าเราเทียวไปกลับ วันพฤหัสบดี-วันเสาร์ เราจะไปอยู่ที่บ้าน แต่วันจันทร์-พุธ เราจะกลับมาที่พักของเราตอนนี้ เพื่อที่จะประหยัดน้ำมัน เพราะบ้านเรากับที่ทำงานห่างกัน 50 กว่ากิโล ถ้าถามว่าสบายใจไหม ก็สบายใจ แต่ห่วงพ่อ และก็ห่วงลูก แต่ว่าเรารู้สึกอยู่ตรงนั้นไม่ไหว เลยขอเฟดตัวออกมา เพราะเราไม่อยากเห็นหน้าเขา เขาเหมือนไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย มันเหมือนเราจะไม่ได้เงินคืนแล้วใช่ไหม เคยคิดถึงการหย่า มันเหมือนหมดรักกัน เพราะมันไม่ได้ใส่ใจกัน และปัญหาเรื่องเงิน ถ้าหย่า สามีก็คงไม่น่าจะหย่า เพราะว่าเขาก็ไม่มีที่ไป เขายังเปิดกระเป๋าขอเงินเราอยู่เลย อยากจะปรึกษาพี่ ๆ ดีเจว่า เราจะได้เงินคืนไหม และในสถานการณ์นี้เราควรจะทำยังไง?’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ในเรื่องของลูก หอมแนะนำได้ เพราะที่บ้านก็มีเด็กวัยรุ่นเหมือนกัน ซึ่งวัยนี้จะค่อนข้างมีโลกส่วนตัวสูง พูดคุยกับแม่ไม่ค่อยดี ที่บ้านหอมเลยใช้วิธีให้เขารู้สึกสงสารแม่ เช่นในกรณีของคุณกวาง ถ้าบอกลูกว่าแม่กำลังเผชิญเรื่องหนัก ๆ ลูกอายุ 12 ปี ก็น่าจะเข้าใจและให้กำลังใจได้ หอมมองว่าเขาเริ่มมีจุดเปลี่ยนที่ดี และยังรักคุณกวางอยู่ ลูกอาจกลายเป็นเซฟโซนที่ดีและเป็นกำลังใจให้คุณกวางได้ ส่วนเรื่องที่คุณกวางตัดสินใจออกมาจากบ้าน หอมว่าโอเคนะ มันเหมือนการบีบบังคับให้สามีลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับปัญหา เพราะการดูแลแม่ที่ป่วยอัลไซเมอร์มันไม่ใช่เรื่องง่าย และเขาจะปล่อยปละละเลยไม่ได้ สำหรับเรื่องเงิน 4 แสน ตอนนี้ถือว่าหายากมาก ควรให้เขาออกไปหาเงินมาช่วยจุนเจือบ้าน อย่างน้อยก็ช่วยครึ่งหนึ่ง เพื่อให้คุณกวางมีกำลังใจในการเดินหน้าต่อ’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เห็นด้วยที่คุณกวางเลือกออกมา เพราะรู้สึกว่าคุณกวางควรมีพื้นที่สงบให้ตัวเองบ้าง ดูแล้วคุณกวางคือคนที่แบกรับทุกอย่างในบ้าน จนจะไม่ไหวอยู่แล้ว พี่อยากให้มองในภาพรวมว่า ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบทุกชีวิต ถ้าบางเรื่องมันเกินกำลัง ก็ปล่อยได้ แล้วหันไปโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญก่อน ซึ่งตอนนี้คือเรื่องของสามี ถ้าเขาไม่สามารถหาเงินมาดูแลครอบครัวได้ ต้องคุยกันจริงจังว่าเพราะอะไร และถ้าวันนี้คุณกวางไม่สามารถให้เงินเขาได้อีก ก็ควรบอกเขาว่า นี่คือสิ่งที่เขาต้องแก้ไขเอง เช่น ถ้ายังยืมเงินจากคุณกวาง แต่ยังเลี้ยงนก เลี้ยงปลาอยู่ โดยไม่คิดจะขายเพื่อนำเงินมาใช้ แบบนี้ก็ผิด เพราะเขาต้องเผชิญหน้ากับหนี้ 4 แสน และยอมรับว่าใช้ชีวิตแบบเดิมไม่ได้แล้ว ถ้าเขายอมเปลี่ยนแปลง และจริงใจที่จะแก้ปัญหา ก็อาจไปกันต่อได้ แต่คุณกวางต้องชัดเจนว่า จะไม่ยืมเงินให้เขาอีก อย่าคิดว่าเราคือซูเปอร์ฮีโร่ที่จะแบกทุกอย่างได้ โดยที่ตัวเองไม่มีความสุข ทำเท่าที่ไหว ปัญหาไหนที่ไม่ใช่ของเรา ก็ปล่อยให้เจ้าของปัญหาเขาแก้เอง ไม่อย่างนั้น คนที่ไม่มีความสุขในบ้านหลังนี้จะเป็นคุณกวางเอง’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ก่อนอื่นต้องให้กำลังใจครับ ถ้าเป็นผมเจอสถานการณ์แบบนี้ ก็ไม่รู้จะรับไหวไหม การที่คุณกวางตัดสินใจออกมา ผมเข้าใจและสนับสนุน เพราะมันน่าจะถึงจุดที่ทนไม่ไหวแล้ว การออกมาครั้งนี้ ควรใช้โอกาสนี้เพื่อทบทวนหัวใจตัวเอง ว่ายังอยากมีสามีคนนี้อยู่ในชีวิตหรือเปล่า ถ้าแยกกันอยู่แล้ว ชีวิตดีขึ้นไหม หรือแย่ลง ขณะเดียวกัน อยากให้มองเห็นข้อดีที่ยังเหลืออยู่ เช่น ลูกของคุณกวาง ที่เข้าใจและรักแม่มาก แม้จะอยู่ในวัยที่เริ่มมีโลกส่วนตัว ผมเคยได้ยินมาว่าเด็กช่วง 10-12 ปี จะเป็นวัยที่ห่างจากพ่อแม่ชั่วขณะ แต่ถ้าก่อนหน้านั้นคุณกวางสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกไว้ เขาจะกลับมาเอง และจากสิ่งที่ลูกพูด ผมเชื่อว่าคุณกวางวางรากฐานความรักไว้ดีแล้ว อย่างน้อยก็ยังมีลูกเป็นที่พึ่ง หากไม่มีใครปรึกษา ก็อาจลองคุยกับลูกได้ สุดท้าย ปัญหาใหญ่ที่สุดก็คือสามี ถึงเวลาต้องคุยกันแบบตรงไปตรงมาแล้วว่า ถ้าเขาไม่เปลี่ยน คุณกวางต้องเลือกว่า ชีวิตแบบไหนที่ดีกว่าสำหรับตัวเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเป็นสาวสอง อายุ 18 ค่ะ เจอผู้ชายคนนึง เขามาจีบหนู คบกันได้เดือนนึง เขาบอกว่าจะพาไปเปิดตัวกับที่บ้าน แต่ที่บ้านเขาไม่โอเคกับสาวสอง เพราะแฟนเก่าของผู้ชายคนนี้เคยไปหลอกเค้ามา เค้าเลยบอกว่าขอเลิกกับหนูเพราะที่บ้านไม่โอเค

11 ต.ค. 2024

หนูเป็นสาวสอง อายุ 18 ค่ะ เจอผู้ชายคนนึง เขามาจีบหนู คบกันได้เดือนนึง เขาบอกว่าจะพาไปเปิดตัวกับที่บ้าน แต่ที่บ้านเขาไม่โอเคกับสาวสอง เพราะแฟนเก่าของผู้ชายคนนี้เคยไปหลอกเค้ามา เค้าเลยบอกว่าขอเลิกกับหนูเพราะที่บ้านไม่โอเค

หนูเป็นสาวสอง อายุ 18 ค่ะ เจอผู้ชายคนนึง เขามาจีบหนู คบกันได้เดือนนึง เขาบอกว่าจะพาไปเปิดตัวกับที่บ้านแต่ที่บ้านเขาไม่โอเคกับสาวสอง เพราะแฟนเก่าของผู้ชายคนนี้เคยไปหลอกเค้ามาเค้าเลยบอกว่าขอเลิกกับหนูเพราะที่บ้านไม่โอเค หนูควรขออีกสัก 2 ปี แล้วกลับไปทักเขาดีไหมคะ? “คุณเนเน่ (นามสมมติ)” อายุ 18 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [8 ต.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเราเป็น LGBTQ+ คบกับผู้ชายคนนึง เเต่พ่อเเม่แฟนไม่ชอบเราเลยต้องเลิกคุย ควรรอเขาดีมั้ย? โดย “คุณเนเน่ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตอนนี้หนูทำงานเป็นเซลล์ ได้ไปเจอผู้ชายคนนึงในแอป ๆ นึง เขาอายุ 29-30 ปี คุยกันจนได้มาอยู่กัน อยู่กินกันมาด้วยกันอะไรเเบบนี้เหมือนแฟนคนนึง คบกันได้ซักพักไม่ถึงปี โดยส่วนตัวหนูเป็นสาวสอง ตอนแรกครอบครัวเขาไม่รู้ว่าเขาคบกับหนู มีวันนึงตัวผู้ชายเขาจะพาหนูไปพบกับครอบครัวเขา เขาก็ได้บอกกับพ่อเเม่เขาว่าจะพาเราไปหานะ เเล้วก็ได้โทรกลับมาหาเราบอกว่า พ่อแม่เขาไม่โอเคนะที่เราเป็นสาวสองอะไรเเบบนี้ หนูต้องการอยู่กับเขาเเต่ตอนนี้เขาเลิกคุยกับหนูไปแล้วได้ประมาณครึ่งเดือน ก่อนหน้าที่จะเลิกกันเขาบอกว่าไม่อยากทิ้งหนูไปไหน ยังอยากอยู่กับหนู เเต่เหมือนเขาเลือกครอบครัว พ่อแม่เขาบอกว่าอายุก็ต่างกัน อายุเท่านี้จะไปทำงานอะไรได้ ดูเเลลูกเขายังไงได้ เเละเขาก็บอกว่าถึงเราคุยกันไปก็ไม่ได้คบกันอยู่ดี ซึ่งก่อนหน้านั้นลูกเขาเคยมีแฟนเป็นสาวสองมาก่อน เเต่เหมือนแบบไปหลอกลูกชายเขา หลอกเงิน หลอกอะไรเเบบนี้ ตัวเขาก็เลยไม่โอเคกับการที่ให้ลูกชายเขามีแฟนเป็นสาวสองอีกครั้ง เพราะกลัวเราจะไปหลอกเขาอีก หลังจากที่เลิกคุยกันก็มีการติดต่อกันนิดหน่อย ประมาณว่าทำอะไร เป็นยังไงบ้าง เเล้วเหมือนหนูจะทักไปหาเขาอีกเขาก็บอกว่าไม่อยากให้เราทักไปอีก กลัวลืมเราไม่ได้เเล้วก็ขอบล็อค หนูลืมเขาไม่ได้หรอกเพราะสำหรับหนูเขาเป็นผู้ชายที่ดีที่หนูเจอมา ถ้าเกิดคนเขารักเราจริงเขาจะทำทุกอย่างเพื่อเรา มันมีอยู่วันนึงรถพ่อของเขาเสียกลางทางด่วน เเล้วเหมือนเขาเงินไม่พอเลยทักมายืมเรา เราก็เลยโอนไปให้ทันที หนูก็อยากรู้ว่า เฮ้ย! เราก็อยากรู้ว่าเราก็เคยช่วยพ่อเธอนะ ทำไมเธอไม่ลองคุยกับเขาว่าเราก็มีข้อดีนะ ตอนนั้นโอนไป 2 ยอด เป็นยอดรวม 5,000 บาท ตอนนี้เขาก็โอนคืนเเล้วเเต่คืนไม่หมดยังเหลืออีกนิดหน่อย เเต่เราก็บอกว่าไม่เป็นไร เพราะตอนที่เขามาหาเราเขาพาไปเลี้ยงข้าวเงี้ย เราก็ไม่เคยออกเองซักบาท หนูว่าจะเริ่มต้นใหม่ พยายามคุยกับคนอื่นเเต่ก็ไม่มีใครดีเท่าเขา ก็เลยอยากปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนว่าอีก 2 ปีบรรลุนิติภาวะเเล้ว หนูควรรอเขาอีกดีมั้ย?’ โดยเริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องถามว่าการรอของเนทรมานรึเปล่า ถ้าเรายังไม่ได้เจอไปเจอใครใหม่ มันก็เป็นสิทธิ์ของเราที่จะอยู่ไปแบบนี้ รอเขาอยู่เงียบ ๆ เราสามารถใช้ชีวิตอยู่กับความฝันนี้ได้ ถ้าชีวิตมันไม่ทรมานมาก คนเรามันรอได้อยู่เเล้วเเต่อย่าไปรบกวนเขา เเล้วลองดูพอเราโตขึ้น มีงานมีการเป็นหลักเป็นฐานมากขึ้น บ้านเขาจะเปิดรับเราอย่างที่เราคิดมั้ย เเต่เตือนตัวเองนะว่าผลลัพธ์มันจะออกมายังไงก็ได้ เขาอาจจะยังไม่ได้ชอบเราเหมือนเดิม 2 ปีอาจจะสูญเปล่าก็ได้ ก็เตือนตัวเองนะว่ามีสิทธิ์ผิดหวัง’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ’ไม่น่าลงทุนต่อ มีความสุ่มเสี่ยงที่จะไม่มีอะไรดีขึ้นในการรอ เพราะคบกันไม่ถึงเดือน ยังไม่มีความผูกพัน ยังไม่มีความรักเกิดขึ้นก่อตัวขึ้นมา การรอของเนเน่ถ้ามีความสุขก็รอไป เเต่คุณเเม่คิดว่าอย่าเอาใจไปเล่นทั้งใจเลยว่าจะรอผู้ชายคนนี้ ตามหาสิ่งที่ใช่สำหรับเรา อะไรที่ไม่ใช่เทได้นะ ไม่ใช่ไม่มีใครดีเท่าเขา เเค่เรายังไม่เจอ ช่วงเวลาสั้น ๆ มักจะหอมหวานเสมอมันยังไม่ใช่ ถ้าเริ่มต้นเเค่เนี้ยเเล้วเทเราอะ ไม่ต้องรอเขาไม่ได้ควรค่า’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ’การที่เราคบกันไม่ถึงเดือนเเล้วเขาพาเราไปเปิดตัวกับพ่อเเม่ คิดว่ามันสมเหตุสมผลมั้ย อย่าลืมนะเขาบอกมาเเล้วว่าเขาเคยมีแฟนเป็นสาวสอง พ่อแม่เขาก็ไม่ชอบ คนปกติก็ยิ่งระวังตัวนะว่าอย่าเพิ่งให้พ่อแม่รู้ เขาอยู่กับหนู 2 คนสบาย ๆ ในห้องก็ได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องให้พ่อแม่ตัดสินเลยอยู่ด้วยกันถ้าเขาชอบหนูรักหนู ลองนิ่ง ๆ คิดดูว่าสิ่งที่เขาทำมันสมเหตุสมผลหรือเปล่า ถ้าสิ่งที่เขาทำเป็นเรื่องจริง พี่ว่ามันก็ยากมากเหลือเกินที่หนูจะไปทำให้เขาไม่ชอบ ในเมื่อเราเกิดมาแบบนี้อ่ะ หนูอายุเท่านี้หนูมีความสุขกับชีวิตดีกว่า หนูควรจะเจอคนที่น่ารักกับหนูอ่ะ ยุคนี้มีพ่อแม่มากมายที่เขาโอเคที่ลูกเขาจะมีแฟนเป็นสาวสอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูโดนพี่ที่อยู่ชมรมเต้นลวนลาม แต่แฟนเขาทักมาข่มขู่ว่า “ถ้ายังทำอะไรแบบนี้อยู่ เดี๋ยวเจอกูนะ เจอกูแน่” หลังจากนั้น เวลาเลิกเรียนก็มีคนขับรถตาม คนเดินตามบ้าง จนหนูประสาทหลอน หนูไม่ไหว หนูแพนิค หนูหวาดระแวง หนูควรทำยังไงดีคะ?

08 พ.ย. 2024

หนูโดนพี่ที่อยู่ชมรมเต้นลวนลาม แต่แฟนเขาทักมาข่มขู่ว่า “ถ้ายังทำอะไรแบบนี้อยู่ เดี๋ยวเจอกูนะ เจอกูแน่” หลังจากนั้น เวลาเลิกเรียนก็มีคนขับรถตาม คนเดินตามบ้าง จนหนูประสาทหลอน หนูไม่ไหว หนูแพนิค หนูหวาดระแวง หนูควรทำยังไงดีคะ?

“คุณเม (นามสมมติ)” อายุ 16 สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 พ.ย. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหา การถูกลวนลามจากคนรู้จักในชมรม แล้วส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดย “คุณเม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า เดิมทีหนูเป็นคนชอบเต้นได้เข้ามาเรียน แล้วมันจะมีชมรมนึงที่รวมทุกสายชั้นทุกเพศทุกวัยชอบเต้นก็สามารถมาเข้าได้ หนูก็เลยเข้าไปอยู่ได้สักพักนึง แล้วทีนี้มันมีพี่คนนึงเขาบอกว่าเหมือนอยากจะเต้นวงผู้ชายบ้าง เขาก็เลยโพสต์หาในเพจของโรงเรียนว่าแบบมีใครสนใจไหม แล้วมีพี่ผู้ชายคนนึงทักมาแล้วเขาก็มาขอเข้า เขาดูเป็นคนที่แบบว่าหน้าตาคือโอเคเลยดูเป็นคนดีหล่อด้วยในระดับนึง ทุกคนก็เลยจะว่าชอบก็ชอบ แต่ว่าเขาคนนั้นก็มีแฟนแล้วด้วย แล้วทีนี้ก็คือมันมีวันนึงที่เราซ้อมกันอยู่ แล้วก็คือโรงเรียนหนูมันจะมีลิฟต์ พอซ้อมเสร็จหนูก็รอซ้อมทีมหญิงต่อ ซ้อมทีมหญิงเสร็จทุกคนก็จะแยกย้ายกลับบ้าน แต่ทางกลับก็คือมันต้องไปลงลิฟต์กันหนูเดินรั้งท้ายสุดเลย แล้วก็มีพี่ผู้ชายเขารั้งท้ายกับหนูก็คืออยู่หลังหนู เขาก็เหมือนเอามือมาจับก้นหนู แต่ว่าหนูหันไปแล้วก็แบบว่าเอ้ยอะไรอะพี่ แล้วเขาก็เฉย ๆ หนูก็เลยคิดว่าเขาน่าจะมือโดนหรือเปล่าอะไรแบบนี้ ก็เลยลงไปข้างล่าง ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับพี่เขาก็เลยถามหนูว่า ตอนนั้นก็มีหนูกับพี่เขาสองคนก็เลยถามว่าไปซื้อส้มตำเป็นเพื่อนพี่ได้ไหม หนูก็ไม่ได้คิดไรมาก หน้าตาเขาก็ดูเป็นคนดีหนูก็เลยบอกว่าโอเคค่ะได้เดี๋ยวหนูไปเป็นเพื่อน อันนี้ก็คือนั่งรถมอเตอร์ไซค์ไป สั่งส้มตำปกติแล้วสักพักนึงเขาก็บอกว่าเดี๋ยวพาพี่ไปเอาของแป๊บนึงนะ หนูก็เลยตามเขาไปแต่ว่ามันเป็นเหมือนร้านที่ปิดอยู่ แล้วก็มันมีช่องเล็ก ๆ ให้เข้าไปหนูก็เดินตามเขาไป แล้วสักพักเขาก็เหมือนหันมาแล้วก็แบบจับหน้าอกหนูเลย แบบจับหน้าอกหนูแล้วก็บีบหน้าอกหนูเลย แล้วหนูก็เลยถามว่าพี่ทำอะไร เขาก็เลยบอกว่าพี่ชอบเรา พี่อยากได้เรามากเลย หนูก็บอกว่าหนูไม่โอเค คือพี่มีแฟนแล้ว หนูก็บอกตรง ๆ ว่าตอนนั้นหนูก็กลัวด้วย แล้วทีนี้ก็เลยพยายามเดินออกมาจากตรงนั้น แล้วพี่เขาก็เลยแบบเอามือหนู กระชากมือหนูแล้วก็ไปจับตรงเป้าของพี่เขา แล้วก็เลยถามว่า พี่พอจะได้ไหมขนาดพี่แบบโอเคไหม หนูก็เลยแบบเออพี่หนูไม่โอเคค่ะพี่ จนหนูพยายามเดินหนีหรือพยายามกลับมาเอารถที่โรงเรียน เพราะว่าหนูมีรถของหนูอยู่หนูก็พยายามกลับมาเอารถที่โรงเรียนหนูก็เดินมาเลย พี่เขาก็ขับรถตามมาแล้วก็แบบโอเคเดี๋ยวพี่ไปส่ง หนูก็ให้เขาไปส่ง ครั้งนี้เขาไปส่งที่โรงเรียนจริงๆ พี่เขาก็บอกว่าเรื่องนี้เก็บไว้เป็นความลับระหว่างเรานะ แต่หนูเป็นคนที่คิดมากด้วย หนูก็เลยไปปรึกษาพี่คนนึงที่เขาแบบเต้นเก่งมาก เขามีคนรู้จักเยอะ พี่เขาก็เอาไปโพสต์ในสตอรี่ ว่าถ้ายังอยากมีที่ยืนในสังคมเต้นอยู่ไหมแล้วเขาก็มาเห็น เขาก็ทักเข้าไปใน DM ไอจีของพี่เขาแล้วก็แบบเออเหมือนขอโทษ พี่เขาก็เลยให้ทักมาขอโทษหนูพอขอโทษหนูเสร็จ เรื่องก็จบเลยวันสองวัน หลังจากนั้นก็มีผู้หญิงคนนึงเขาทักมาพี่หนูในวงที่เป็นหัวหน้าวงที่เป็นผู้หญิง เขาก็ทักมาแล้วก็เชิงประมาณด่าลง ๆ ในกลุ่มว่าแบบไปทำอะไรกับผัวคนอื่นไว้ก็แบบรับหน่อยนะ แบบมารับความจริงหน่อย เขาก็ทักไปหาพี่หัวหน้าวงว่าแบบอยากจะให้หนูมาขอโทษ แต่พอหนูทักไปเขาก็แบบเหมือนด่าหนูอย่างเดียวจนไม่ฟัง หนูก็เลยบอกว่าถ้าไม่ฟังกันก็ไม่ต้องทักมา จะฟังเมื่อไหร่ค่อยทักมาจนพี่หัวหน้าวงเขาตั้งกลุ่มให้เลยแล้วเคลียร์กันในกลุ่ม หนูก็บอกว่าหนูโอเคหนูก็พยายามขอโทษที่หนูเอาไปบอกคนอื่นคือเขาโกรธที่หนูเอาไปบอกคนอื่น เขาด่าประมาณว่าทำอะไรไว้กับผัวคนอื่นหัดมารับเรื่องรับความจริงหน่อยนะ แล้วก่อนหน้านี้หนูเพิ่งมารู้เรื่องจากรุ่นพี่ที่เป็นหัวหน้าวงว่าเขาโทรมาบอกว่า เขาอยู่กับแฟนเขาเขาอยู่กับผัวเขาใช่ไหมค่ะ เขาก็เหมือนโทรมาแล้วผัวเขาก็แย้งว่าแบบไม่น้องมันมาอ่อยก่อน เหมือนพี่หัวหน้าวงเขาก็ได้ยินแต่พี่หัวหน้าวงเขาก็เข้าข้างหนูเขาก็แบบว่า ถ้าแฟนมันไม่คิดอะไรจริง ๆ มันไม่ไปทำกับน้องแบบนั้นหรอก หลังจากนั้นพี่ผู้หญิงเขาก็เหมือนทักมาขู่หนูว่า ถ้ายังอะไรแบบนี้อยู่ เดี๋ยวเจอกูนะ เจอกูแน่อะไรแบบนี้ ช่วงหลังจากนั้นมันก้มีคนขับรถตามมั่ง คนเดินตามบ้าง จนหนูประสาทหลอนจนหนูไม่ไหวหนูแพนิคเพราะว่าเดิมทีหนูก็เป็นซึมเศร้ากับแพนิคอยู่แล้วด้วย หนูก็เลยแบบไปกันใหญ่เลยหวาดระแวง หนูเลยอยากถามพี่ ๆ ว่า หนูควรทำยังไงคะ? เพราะว่าหนูไปพบจิตแพทย์แล้วหนูก็แบบไม่ดีขึ้นเลยแถมยังได้ยามาเพิ่มด้วย! เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘แนะนำให้พ่อแม่พาไปลงบันทึกประจำวัน แล้วก็อาจจะแบบขอเบอร์ที่ติดต่อคุณตำรวจว่า ถ้าสมมุติเรากำลังขับรถหลังจากเลิกเรียน แล้วถ้าเกิดเราเจออะไรแบบนี้ให้เราโทรหาเขาได้ไหม เพื่ออย่างน้อยมันจะได้อุ่นใจว่าก่อนที่มันจะทำอะไรเรา เรายังมีเวลาโทรหาคุณตำรวจหรือโทรหาใครสักคนนึงที่เป็นผู้ใหญ่ ที่พอรับรู้ว่าอีนี่มันมาแล้วนะอะไรอย่างงี้ แล้วก็ถ้าเกิดเขามีการข่มขู่อะไรอีก ต้องเก็บหลักฐานไว้ถ้าคราวหน้ามันมีอีก มีคนคำแนะนำว่ากลับดึกๆ พกอุปกรณ์ป้องกันตัวเอาไว้ด้วยจะได้อุ่นใจ แล้วพี่ก็จะบอกให้หนูสบายใจอย่างนึงว่า ด้วยความที่เขาอยู่โรงเรียนเดียวกับเราการที่เขาจะทำอะไรบุ่มบ่ามมันก็จะมีผลกับเขาตอนเรียนเหมือนกัน ส่วนใหญ่ที่มันตีกันมันจะต่างโรงเรียนที่มันจะเอาเรื่องกันส่วนใหญ่จะต่างโรงเรียน แล้วถ้าโรงเรียนเดียวกัน ถ้ามันจะทำมันทำไปแล้ว ครั้งหน้าว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็คือว่าต้องเด็ดขาดในการไม่เข้าไปกับเขา เคสนี้ยังมองว่าโชคดีที่ผู้ชายยังไม่กล้าที่จะข่มขืน หรือซื้ออุปกรณืเพื่อป้องกันตัวเยอะแยะ ติดตัวไว้ พวงกุญแจสำหรับส่งสัญญาณเสียงขอความช่วยเหลือก็สามารถช่วยได้ให้คนร้ายมันรู้สึกตกใจ หรือ อะไรอื่นๆเมลองไปศึกษาดู ต่อมา “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ลองดูถ้าไม่อยากได้คนปรึกษาที่ไม่ใช่จิตแพทย์ก็ มีแบบที่เขาจะเป็นคนที่เคยถูกล่วงละเมิดคือจริง ๆ เราหาคนที่มีประสบการณ์คล้ายๆกัน มันอาจจะแชร์ความรู้สึกกันได้มากกว่าหมอที่เราไปคุยแล้วมันไม่ชอบ คือจริงๆแล้วจิตแพทย์มันก็เปลี่ยนคนได้แต่ว่าด้วยความที่อยู่ต่างจังหวัด การจะเข้าถึงจิตแพทย์ที่อาจจะดีๆ กรุงเทพมันก็ไม่ได้ง่ายบางคนก็ถูกจริตเรา บางคนให้คำแนะนำไม่ถูกก็ยิ่งหนัก ก็ถ้าอยู่ต่างจังหวัดแล้วจิตแพทย์มันหาไม่ได้ก็ลองทางเพจ มันมีคนที่เคยเป็นเหยื่อมาก่อนแล้วเขาก็ผ่านพ้นมาได้ มันมีวิธีที่จะจัดการกับความคิดตัวเองอยู่บ้าง ถ้าเรามีโอกาสได้คุยกับคนเหล่านั้นอาจจะดีขึ้น ลองหาพวกช่องทางเสิร์ช Google ดูก็ได้ เพจผู้หญิงที่ชื่อข้างกาย สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า เลี่ยงไปไหนที่เปลี่ยว ๆ คนเดียวสุ่มเสี่ยงทางไหนที่ไม่ใช่ทางปกติที่คนชุมชน หนูเลี่ยงดีกว่าช่วงนี้ แล้วก็ลองคุยกับนักจิตบำบัดพี่เห็นมีสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ลองดูได้เผื่อเราลองหานักจิตบำบัดหรืออะไรที่เรารู้สึกว่า ถ้าคนแนะนำแล้วเราโอเค เราแบบอยากฟังอย่างที่เหมือนว่ามันดูถูกจริตกับเราที่เราสามารถทำได้ แต่มีอันนึงที่ฟังแล้วแบบเหมือนอยากจะให้ข้อคิดน้องเมย์นะ คือบางทีเราแบบเห็นคนคนนึงหน้าตาไว้ใจได้อะไรแบบนี้ บางทีเราแบบไปกับเขาสองต่อสองอาจจะต้องระวังตัวมากกว่านี้ เพราะว่าคือเอาจริงๆถ้าวันนั้นรู้สึกว่าเขาเป็นคนมาจับก้นเราแล้ว ก็ไม่ควรไปกับเขาแล้วแม้ว่าเราจะแบบใช่ไม่ใช่ แต่พี่รู้สึกว่าสัญชาตญาณมันไม่ควรไปกับเขาแล้วกับการที่เห็นว่าบ้านหลังนั้นต้องเดินเข้าไปในช่องลึก ๆ พี่ว่าเราต้องรู้สึกตัวแล้วว่าห้ามเขาไป หนูอาจจะต้องมีกลไกลป้องกันตัวเองมากกว่านี้ที่มันจะต้องรู้สึกว่ามันอันตรายนะมันดูสุ่มเสี่ยง คือสำหรับพี่รู้สึกว่าเขาบอกว่าเขาจะไปส่งเป็นพี่พี่ไม่ไปกับเขาแล้วนะ ตอนท้ายคือหลังจากเกิดเรื่องทั้งหมดแล้วเขาบอกว่าเดี๋ยวเขาจะไปส่งเป็นพี่พี่ไม่ไปกับเขาแล้ว แต่เมย์ยังตัดสินใจไปกับเขาอันนี้พี่ว่ามันเหมือนเอาตัวเองกลับไปอยู่กับเขาอีก มันก็เลยรู้สึกว่ามันเสี่ยงเกินไป ถ้าอนาคตสถานการณ์มันแบบนี้อีกเมย์ต้องคิดให้รอบคอบกว่านี้ ขอให้มันผ่านไปวันนี้หนูไม่เป็นไรก็ดีแล้วก็ระวังตัวไม่ให้มันสุ่มเสี่ยงแบบนั้นอีกเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin#พุธทอล์คพุธโทร #พุธทอล์คพุธโทรRECAP #ดีเจเผือก #ดีเจเติ้ล #ดีเจเผือก #EFM94

album
efm
-

-