หนูโดนกาหัวข้อสอบ รอบสัมภาษณ์ ตอนสอบเข้าโรงเรียนเพื่อเตรียมเป็นทหาร “ไม่ผ่านเพราะเป็น LGBTQ+” หลังจากที่เขารู้ว่าหนูเป็น คำถามที่โดนถาม ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเป็นทหารเลย หนูโดนถามว่า “เป็นตุ๊ดหรอ เป็นรุกหรือรับ? มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม?”

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูโดนกาหัวข้อสอบ รอบสัมภาษณ์ ตอนสอบเข้าโรงเรียนเพื่อเตรียมเป็นทหาร “ไม่ผ่านเพราะเป็น LGBTQ+” หลังจากที่เขารู้ว่าหนูเป็น คำถามที่โดนถาม ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเป็นทหารเลย หนูโดนถามว่า “เป็นตุ๊ดหรอ เป็นรุกหรือรับ? มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม?”

06 มิ.ย. 2025

หนูโดนกาหัวข้อสอบ รอบสัมภาษณ์ ตอนสอบเข้าโรงเรียนเพื่อเตรียมเป็นทหาร “ไม่ผ่านเพราะเป็น LGBTQ+”

หลังจากที่เขารู้ว่าหนูเป็น คำถามที่โดนถาม ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเป็นทหารเลย หนูโดนถามว่า “เป็นตุ๊ดหรอ เป็นรุกหรือรับ?

มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม?” พอหนูตอบทุกอย่างตามจริง ผลออกมา ไม่ผ่าน ทั้งๆที่ หนูสอบปฏิบัติ ทดสอบร่างกาย

หนูทำได้ดีทุกอย่าง คะแนน 200 ได้ 170 คะแนน  เหมือนความพยายามทั้งหมดที่หนูฝึกฝนมา 7-8 เดือน สูญเปล่าไปเลย

แต่เพื่อนผู้ชายแท้ว่ายน้ำไม่ได้ ทำคะแนนไม่ดี กลับสอบติดตัวจริง ปีหน้าคงหมดหวังแล้วเพราะอายุหนูเกิน

                “คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [4 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาการสอบทหาร ซึ่งทำได้ดีในทุกรอบ แต่ตกรอบสัมภาษณ์เพราะเป็น LGBTQIA+

                โดย “คุณเอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูอยากเป็นทหาร เลยเตรียมตัวฝึกฝนจนสอบผ่าน แต่มาตกเอารอบสัมภาษณ์ เพราะหนูเป็น LGBTQIA+ หนูเคยผ่านการเป็นทหารเกณฑ์มาก่อน รู้สึกว่าระบบการทำงานมันตอบโจทย์กับหนู ถึงจะเป็นแบบนี้ก็จริง แต่หนูไม่ชอบทำงานนั่งสวย ๆ ในออฟฟิศเท่าไหร่ หนูชอบงานท้าทาย ตอนไปสอบก็พยายามแอ๊บแมน และในวันที่สอบสัมภาษณ์ ปกติแล้วคำถามในการสัมภาษณ์มันควรจะถามเกี่ยวกับองค์กรที่เราจะเข้าไปทำงานใช่ไหม? แต่อันนี้เขาไม่ถามเลย เขาถามแค่ว่า เป็นตุ๊ดใช่ไหม มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม เป็นรุกหรือเป็นรับ? เขาถามแค่เรื่องเพศสภาพของหนู เขาไม่ถามเกี่ยวกับทหารเลย หนูคิดว่าเขาคงไม่อคติขนาดนั้น เพราะในส่วนต่าง ๆ หนูทำได้ดีมาก ตอนเทสร่างกายเขาให้ว่ายน้ำ วิ่ง ดันพื้น และดึงข้อ หนูทำได้ดีเกือบทุกสนามจนหนูยังตกใจตัวเอง ขนาดกรรมการยังถามว่า ไปกินอะไรมา แต่คนที่เขาเลือกให้ผ่านเข้าไป กลับเป็นคนที่ได้คะแนนน้อยกว่าหนู

                ที่หนูรู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับหนู คือ เพื่อนที่ไปสอบด้วยกัน เขาเป็นชายแท้ แต่เขาว่ายน้ำไม่ได้ ทำคะแนนได้ไม่ดี ซึ่งคะแนนเต็มทั้งหมด 200 คะแนน หนูทำได้ทั้งหมด 170 คะแนน ตอนนั้นหนูเลยไม่มีความคิดว่าจะไม่ติด เพราะเราเตรียมตัวมาดี ทำให้หนูคิดว่า พอเราเป็นแบบนี้แล้วทำไมไม่ให้โอกาสเราเลย ถ้าคุณบอกว่าการเป็นทหารต้องแข็งแรง หนูก็ทำให้เห็นแล้วว่าหนูทำได้ แล้วทำไมถึงไม่เอาหนูเข้าไป หนูน้อยใจในจุดนี้ หนูใช้เวลาทั้งหมด 8 เดือน ทั้งอ่านหนังสือ ฝึกฝน เตรียมร่างกาย หนูทำไปเพื่ออะไร? หนูออกไปวิ่งทุกเช้าทุกเย็น

                จริง ๆ หนูเคยไปสอบอีกสนาม หนูก็ไม่ผ่าน ซึ่งสนามนั้นหนูรู้ว่าหนูพลาดอะไร หนูเลยไม่ได้อะไรมาก แล้วในกฏเขาก็ไม่ได้มีเขียนบัญญัติไว้ว่าห้ามรับ LGBTQIA+ แถมตอนสัมภาษณ์หนูยังโดนย้ายไปห้องสอบสัมภาษณ์พิเศษ แต่ก็โดนถามแค่คำถามเดิม ๆ ที่เกี่ยวกับเพศสภาพ หนูแค่สงสัยว่า ทำไมถึงไม่เปิดโอกาสให้หนูตอบคำถามที่หนูควรจะได้ตอบเหมือนคนอื่น ๆ  เพื่อที่หนูจะได้โชว์ว่าหนูทำได้ หนูเสียใจเพราะมันเป็นปีสุดท้ายที่หนูจะสมัครได้ เพราะเขารับอายุไม่เกิน 24 ปี แล้วปีนี้หนูกำลังจะครบอายุ 24 ปี เรื่องนี้ผ่านมา 3 เดือนแล้ว แต่หนูไม่สามารถปล่อยวางได้เลย หนูเลยอยากได้คำปลอบใจจากพี่ ๆ ดีเจว่า หนูควรทำยังไงดี?’

                ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ก็เคยเจอแบบหนูเหมือนกัน เคยโดนกีดกันไม่ให้เป็นพิธีกรโรงเรียน แต่พี่ก็ไม่ได้สนใจ พี่แค่อยากจะบอกเอว่ามันก็ไม่แฟร์จริง ๆ แต่เรื่องแบบนี้มันก็สามารถเกิดขึ้นได้แหละในชีวิตจริง เข้าใจแหละว่าเสียใจ แต่ถ้าเราไม่ยอมแพ้ และไม่มองว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพสุดท้ายที่เอจะทำได้ ถ้าเอเปิดใจมันยังมีทางอื่นให้เอได้ลองทำอีกนะ ไม่อยากให้เอาสิ่งที่เกิดขึ้นไปตัดสินคุณค่าในตัวเอง’

                ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เข้าใจในสิ่งที่เอเจอนะ ไม่อยากให้เอคิดว่ามันเป็นความผิดของเอ เราไม่รู้หรอกว่าเหตุผลจริง ๆ คืออะไร มันยังมีหลายที่ ๆ เขาโอเคกับความเป็นตัวเรา เราเป็นคนมีความสามารถและความตั้งใจ พี่เชื่อว่ามันจะทำให้เอสามารถไปยังอาชีพอื่น ๆ อีกมากมาย’

                ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘เอดีเกินไปที่จะเข้าไปอยู่ในระบบราชการไทย หนูสามารถไปทำอะไรได้เยอะกว่านี้ ถ้าหนูเข้าไปหนูก็อาจจะโดนกลืนกิน เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ และเขาก็ไม่เชื่อว่าหนูจะทำมันได้อยู่แล้ว คนที่มุ่งมั่นขนาดนี้ สามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ได้แน่นอน แค่ที่นั่นไม่ได้เหมาะกับเรา’

                และสุดท้าย ดีเจทั้ง 3 คน ได้ให้ความเห็นตรงกันว่า ‘อย่าด้อยค่าตัวเองและอย่าหยุดพยายาม ปล่อยให้ตัวเองไปเจอสิ่งที่ดีกว่าแล้วเราจะใช้ชีวิตแบบมีความสุข’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูเคยโทรมาในรายการ เคสที่เคยเจอพ่อเอาปืนจ่อหัว เพราะหนูเป็น LGBTQ จนหนูหนีออกจากบ้านมากับแฟน อยู่ด้วยกันตั้งแต่ไม่มีอะไร จนมีเงิน มีธุรกิจ สร้างตัวได้แล้ว แฟนที่คบกันมา 10 ปีรักกันดีไม่เคยมีปัญหาอะไรมาก่อน แต่ล่าสุดนี้

24 มิ.ย. 2025

หนูเคยโทรมาในรายการ เคสที่เคยเจอพ่อเอาปืนจ่อหัว เพราะหนูเป็น LGBTQ จนหนูหนีออกจากบ้านมากับแฟน อยู่ด้วยกันตั้งแต่ไม่มีอะไร จนมีเงิน มีธุรกิจ สร้างตัวได้แล้ว แฟนที่คบกันมา 10 ปีรักกันดีไม่เคยมีปัญหาอะไรมาก่อน แต่ล่าสุดนี้

หนูเคยโทรมาในรายการ เคสที่เคยเจอพ่อเอาปืนจ่อหัว เพราะหนูเป็น LGBTQ จนหนูหนีออกจากบ้านมากับแฟนอยู่ด้วยกันตั้งแต่ไม่มีอะไร จนมีเงิน มีธุรกิจ สร้างตัวได้แล้ว แฟนที่คบกันมา 10 ปีรักกันดีไม่เคยมีปัญหาอะไรมาก่อนแต่ล่าสุดนี้ เขาเพิ่งย้ายออกจากบ้านหนูไปได้ 2 เดือน พร้อมกับเหตุผลว่า เขารู้ตัวแล้วว่าเขาชอบผู้ชายมากกว่าตอนนี้เขาไม่มีวี่แววกลับมาเลย ย้ายไปอยู่กับผู้ชายคนนั้น 10 ปีที่ผ่านมา มันเหมือนโลกพังทลายลงไปเลยหนูจะทำยังไงต่อไปดีคะ อยากขอกำลังใจจากทุกคน “คุณเค (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 มิถุนายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องความรักที่คบกับแฟนมา 10 ปี เคยสร้างเนื้อสร้างตัว ฝ่าฟันอุปสรรค์มาด้วยกัน แต่เขาดันบอกเลิกเพราะเพิ่งรู้ตัวว่าชอบผู้ชาย โดย “คุณเค (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เคยโทรมาในรายการแล้วครั้งหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องที่โดนพ่อไล่ออกจากบ้านเพราะเป็น LGBTQ แล้วหนีออกจากบ้านไปสร้างตัวกับแฟน แต่ปัญหาที่หนูโทรมาวันนี้ คือ หนูเพิ่งเลิกกับแฟนได้ 2 เดือน เขาบอกว่าเขาเพิ่งมารู้ตัวว่าเขาชอบผู้ชาย ซึ่งหนูอยู่กับเขามา 10 ปี เขาเป็นรักแรกของหนูและเป็นโลกทั้งใบของหนูเลย เมื่อก่อนใครๆก็บอกว่าหนูน่าอิจฉา แฟนก็รัก การงานก็ดี แต่ตอนนี้เหมือนโลกทั้งใบนั้นมันพังไปแล้ว หนูยังทำใจไม่ได้เลย หนูอยากให้พวกพี่ๆดีเจช่วยฮีลใจหนูหน่อย หนูควรทำยังไงดี?’ ซึ่ง “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่มีอะไรจะช่วยได้นอกจากเวลา เวลาจะค่อย ๆ เยียวยารักษาแผลนี้ให้ดีขึ้น แค่ต้องพยายามข่มตานอน ฝืนกิน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีโอกาสเจอใครที่จะเป็นคู่ชีวิตของเราจริง ๆ มันยังมีโอกาสอีกมากมาย จงให้โอกาสนั้นกับตัวเอง อย่าปิดโอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่ และให้ชีวิตได้เรียนรู้จากความเจ็บปวดครั้งนี้ บางทีคู่ชีวิตอาจไม่ใช่คนที่คบกันมาเป็น 10 ปีก็ได้ สุดท้ายมันอาจจะเป็นคนใหม่ที่ก้าวเข้ามาก็ได้’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่มีอะไรที่เป็นของเราถาวร ฉะนั้นอย่าให้ใครมาเป็นโลกทั้งใบของเราอีก ตราบใดที่โลกยังหมุนไปข้างหน้า นี่ไม่ใช่เรื่องเดียวที่จะทำให้เราเจ็บปวดในชีวิต ไม่ต้องเสียงดายหรืออาลัยอาวรณ์กับคนที่เราเอื้อมมือคว้าแล้วไม่เจออีกแล้ว ถ้าเขาอยู่ตรงหน้าเราไม่ได้ เราเองก็ต้อง move on ขึ้นอยู่กับเราว่าจะพร้อม move on เมื่อไหร่’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ให้เวลากับมันจนกว่าวันหนึ่งเคจะเลิกคิดว่าเขาคือโลกทั้งใบของเรา แล้วหันมาเติมโลกของเราให้มันเต็มให้ได้ มันเจ็บแต่สักวันมันจะหาย สุดท้ายเราก็ไม่ได้อยู่กับใครไปจนตาย ชีวิตมันก็แค่นี้ ลุกขึ้นมาแต่งตัวสวยและรอรักครั้งใหม่ที่จะเข้ามา’ และสุดท้ายดีเจทั้ง 3 คน (ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม) ได้ให้ความเห็นตรงกันว่า ‘ให้เวลาช่วยเยียวยาทุกอย่าง และให้โอกาสตัวเองได้เจอกับรักครั้งใหม่ที่จะเข้ามา’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หลังจากแม่เสีย หนูกลับบ้านไป อยู่กับ 4 สมาชิกในบ้าน เจอปัญหาทุกคน พ่อมีปัญหาเพื่อนบ้าน ลูกสาวเข้าสู่วัยรุ่นคุยยาก แม่สามีป่วยอัลไซเมอร์ สามีขอเงินใช้อย่างเดียว เจอแบบนี้เหนื่อยมากจะทำยังไงดี?

11 เม.ย. 2025

หลังจากแม่เสีย หนูกลับบ้านไป อยู่กับ 4 สมาชิกในบ้าน เจอปัญหาทุกคน พ่อมีปัญหาเพื่อนบ้าน ลูกสาวเข้าสู่วัยรุ่นคุยยาก แม่สามีป่วยอัลไซเมอร์ สามีขอเงินใช้อย่างเดียว เจอแบบนี้เหนื่อยมากจะทำยังไงดี?

“คุณกวาง (นามสมมติ)” อายุ 40 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [9 เม.ย 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเป็นเดอะแบกของบ้าน ปัญหาครอบครัวรุมเร้า โดย “คุณกวาง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตอนนี้รู้สึกว่าบ้านที่เราอยู่มาตลอดมันไม่มีความสุข ไม่อยากอยู่บ้าน อยากออกมา ในบ้านเราอยู่กันหลายคนเป็นครอบครัว เมื่อก่อนเราดูแลคุณแม่ที่ป่วยหนักอยู่หลายปี ไปกลับที่ทำงานร้อยกว่าโลจนท่านเสีย หลังจากที่คุณแม่เสีย ที่บ้านก็จะเหลือ คุณพ่อ สามี ตัวหนู และลูก เราก็เลยรับคุณแม่สามีมาอยู่ด้วย ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นของแต่ละคนมันเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่มันค่อย ๆ ใหญ่ขึ้น ปัญหาที่เล็กที่สุดของเราในบ้านคือ คุณพ่อ หลังจากที่คุณแม่เสีย ท่านก็ไม่ทานข้าวร่วมโต๊ะกับเราอีกเลย ท่านก็จะปลีกตัวออกไปนั่งทานคนเดียวที่ห้องส่วนตัว และท่านจะบังคับให้เรามีทัศนคติเหมือนกับท่านตรงที่ว่า ตอนนี้ท่านอยากมีเรื่องกับเพื่อนบ้านมาก จะร้องเรียนเพื่อนบ้านที่ทำตรงนี้ตรงนั้นไม่ถูก แต่ความคิดเราคือเราไม่ได้อยากมีปัญหากับเพื่อนบ้าน เพราะเขาก็ไม่ได้ทำอะไรแย่มากขนาดนั้น แต่เราก็พูดตามตรงว่า หนูทัศนคติไม่ตรงกับพ่อนะ แต่เขาก็จะตอบว่า ทำไมล่ะ ต้องไปร้องเรียนสิ ต่อมาคือ ลูก ก่อนหน้านี้ลูกของเราเขาก็น่ารักในแบบของเขา แต่พอเขาเข้าสู่วัยรุ่นก็เปลี่ยนแปลงไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ตอนนี้เขาอายุ 12 ปี เขาเริ่มเปลี่ยนตอนอายุ 11 ปี เมื่อก่อนต้องนอนกอดเขาทุกคืน ไม่กอดไม่ได้ ก่อนนอนพ่อแม่ลูกต้องกอดกัน 3 คน ต้องหอมแก้มซ้ายขวา หน้าผาก ทุกคืน พอตอนนี้เขาเข้าช่วงวัยรุ่น เขาก็มีห้องเป็นของตัวเอง ไม่ให้แม่นอนด้วยแล้ว พูดกับเราก็ห้วนไป มันก็มีน้อยใจ ถึงแม้เราเป็นแม่ เราต้องดูแลเขาอยู่แล้ว แต่ลูกอาจจะไม่ใช่กำลังใจสูงสุดของเราในตอนนี้ ต่อมาก็คือ แม่ย่า หรือแม่สามี เขาเป็นอัลไซเมอร์ เขาสร้างปัญหาทุกวัน เขาจะเอาของของเราไปซ่อนบ้าง เขาจะเดินออกจากบ้านจนหายไป แล้วก็ต้องไปตามหา เราเป็นคนดูแลเขาเป็นหลัก สามีก็ช่วยดูแลด้วย แต่เราดูแลทั้งอาหารการกิน เสื้อผ้า เพราะเขาไม่อาบน้ำ ไม่ยอมอาบ เราไม่มีงบประมาณในการจ้างพยาบาล ก็ต้องดูแลกันเอง ล่าสุดเขาจะชอบเอามีด กรรไกร ของมีคมมาห่อด้วยกระดาษทิชชู่ มัดหนังยางแล้วเอาไปซ่อน ซ่อนในห้องนอนของเขาเพราะเราจะมีห้องนอนให้เขาแยก เรื่องที่สุด ๆ ก็คือ ตกใจตอนที่กลับมาจากที่ทำงาน หุงข้าวเสียบหม้อไว้ เปิดฝาหม้อออกมาเจอฟันปลอมอยู่ในหม้อข้าว คือช็อค เพราะเราทำอะไรเขาไม่ได้ ต้องอดทนอย่างเดียว ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านเป็นกวางรับผิดชอบมาหลายปีแล้ว เพราะปัญหาหลักก็คือ สามี เขาเป็นวิศวกร เคยทำงานประจำ เราเคยมีเงินเก็บ ต่อมาพอลูกอายุได้ 5 ขวบ เราก็ส่งลูกไม่ไหวแล้ว ต้องการคนช่วย เพราะเราเลี้ยงลูกเองมา 5 ปี พอเขากลับมาช่วย เขาก็ตั้งบริษัทของเขาเอง สามีทำงานเปิดบริษัทวิศวะ แต่ที่ผ่านมามันก็ล้มลุกคลุกคลาน เงินเก็บที่เอามาลงทุน เขาก็บอกว่าเขาโดนโกง โดนผู้รับเหมาด้วยกันโกง โดนสถาปนิกโกง มันก็ขาดทุนมาเรื่อย ๆ จนตอนนี้เขามาขอร้องเราเพราะไม่มีใครช่วยเหลือเขาแล้ว เขาขอให้เรายืมเงินคนอื่นให้เขา จนตอนนี้ครบ 1 ปีพอดี เป็นจำนวนเงินเกือบ 4 แสนบาท เขาไม่เคยช่วยจ่ายต้นจ่ายดอกเลย มันท้อมากตรงที่เราแบกรับภาระในครอบครัวแล้ว เราต้องมาแบกรับหนี้ตรงนี้ด้วย ยอมรับว่าตอนที่สามีเขามีเงิน เขาอยากได้อะไรเขาก็ซื้อเอง เขาดูแลแม่เขาก็ไม่ได้ขอเงินเรา แต่เงินของเขาไม่เคยถึงเราเลย เขาทำงานอดิเรกของเขาได้หมดเลย คือเลี้ยงปลา นก ไก่ สวยงาม กรงแพงมาก เราบอกเขาว่าถ้าบริษัทมันไปไม่ได้ เธอเปลี่ยนอาชีพไหม ไปเป็นลูกน้องคนอื่นดีไหม ทำอาชีพอื่นที่พอไปได้ไหม แต่เขาขอเวลาไปเรื่อยๆ รู้แต่ว่าลูกน้องเขาได้เงิน ร้านค้าได้เงิน ลูกค้าได้บ้าน ได้ถนน ได้อาคารไป แต่เขาเงินไม่เหลือ เขาไม่ได้มาจุนเจืออะไรมากมาย เขาจ่ายแค่ค่าน้ำดื่ม ค่าแก๊ส จนฟางเส้นสุดท้ายมันเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เราถามเขาว่า มันครบปีแล้วนะเธอจะคืนเราไหม มันไม่มีทั้งต้นทั้งดอก ไม่มีช่วยเราเลย แล้วเขาก็ตะคอกใส่หน้าเราว่า ก็มันไม่มีจะให้ทำยังไง และเขาก็ไปนอนเลย เราก็ไม่ไหวแล้ว เลยเดินไปบอกลูกว่า แม่ไม่ไหว หนูเข้าใจแม่นะว่าแม่อยู่ในจุดที่ไม่มีความสุขเลย แม่อยู่ที่นี่ไม่ได้ เลยขอเฟดตัวออกมา ไปอยู่คนเดียวที่บ้านพักของที่ทำงาน ลูกก็ร้องไห้และเข้ามากอดบอกว่า เขาเข้าใจ และเขาก็ดีขึ้นเลย พูดกับเราดีขึ้น กอดเราในวันที่เราไม่ไหว วันนี้ก็คือคืนที่ 2 ที่ออกมาอยู่คนเดียว และตอนนี้ก็จะเป็นสามีที่คอยหาอาหารให้ลูก กวางจะให้เงินลูกไว้และให้เขาให้พ่อเขาอีกทีนึง เพราะพ่อเขาก็ไม่มีซัพพอร์ท ตอนนี้มีรายได้พอในการดูแลคนในบ้านได้ มีงานประจำค่อนข้างมั่นคง แต่เราอาจจะไม่มีเงินเก็บเพราะว่าเรามีหนี้ก้อนนี้อยู่ พ่อเราดูแลตัวเองได้ พ่อเป็นข้าราชการ ได้รับบำนาญ จะมีแต่ฝั่งสามีและแม่สามีที่ไม่มีอะไรเลย หลังจากที่เราออกมาจากบ้าน สามีไม่โทรมาเลย มีแต่ส่งไลน์มาขอโทษ และนี่คือครั้งแรกที่เราเฟดตัวออกมาจากครอบครัว และเราบอกคุณพ่อแล้วว่าเราจะย้ายมาอยู่ที่บ้านพัก พ่อก็โอเค บอกว่าไม่เป็นไร ก็จะเป็นสามีที่ดูแลที่บ้าน เพราะว่าเราเทียวไปกลับ วันพฤหัสบดี-วันเสาร์ เราจะไปอยู่ที่บ้าน แต่วันจันทร์-พุธ เราจะกลับมาที่พักของเราตอนนี้ เพื่อที่จะประหยัดน้ำมัน เพราะบ้านเรากับที่ทำงานห่างกัน 50 กว่ากิโล ถ้าถามว่าสบายใจไหม ก็สบายใจ แต่ห่วงพ่อ และก็ห่วงลูก แต่ว่าเรารู้สึกอยู่ตรงนั้นไม่ไหว เลยขอเฟดตัวออกมา เพราะเราไม่อยากเห็นหน้าเขา เขาเหมือนไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย มันเหมือนเราจะไม่ได้เงินคืนแล้วใช่ไหม เคยคิดถึงการหย่า มันเหมือนหมดรักกัน เพราะมันไม่ได้ใส่ใจกัน และปัญหาเรื่องเงิน ถ้าหย่า สามีก็คงไม่น่าจะหย่า เพราะว่าเขาก็ไม่มีที่ไป เขายังเปิดกระเป๋าขอเงินเราอยู่เลย อยากจะปรึกษาพี่ ๆ ดีเจว่า เราจะได้เงินคืนไหม และในสถานการณ์นี้เราควรจะทำยังไง?’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ในเรื่องของลูก หอมแนะนำได้ เพราะที่บ้านก็มีเด็กวัยรุ่นเหมือนกัน ซึ่งวัยนี้จะค่อนข้างมีโลกส่วนตัวสูง พูดคุยกับแม่ไม่ค่อยดี ที่บ้านหอมเลยใช้วิธีให้เขารู้สึกสงสารแม่ เช่นในกรณีของคุณกวาง ถ้าบอกลูกว่าแม่กำลังเผชิญเรื่องหนัก ๆ ลูกอายุ 12 ปี ก็น่าจะเข้าใจและให้กำลังใจได้ หอมมองว่าเขาเริ่มมีจุดเปลี่ยนที่ดี และยังรักคุณกวางอยู่ ลูกอาจกลายเป็นเซฟโซนที่ดีและเป็นกำลังใจให้คุณกวางได้ ส่วนเรื่องที่คุณกวางตัดสินใจออกมาจากบ้าน หอมว่าโอเคนะ มันเหมือนการบีบบังคับให้สามีลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับปัญหา เพราะการดูแลแม่ที่ป่วยอัลไซเมอร์มันไม่ใช่เรื่องง่าย และเขาจะปล่อยปละละเลยไม่ได้ สำหรับเรื่องเงิน 4 แสน ตอนนี้ถือว่าหายากมาก ควรให้เขาออกไปหาเงินมาช่วยจุนเจือบ้าน อย่างน้อยก็ช่วยครึ่งหนึ่ง เพื่อให้คุณกวางมีกำลังใจในการเดินหน้าต่อ’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เห็นด้วยที่คุณกวางเลือกออกมา เพราะรู้สึกว่าคุณกวางควรมีพื้นที่สงบให้ตัวเองบ้าง ดูแล้วคุณกวางคือคนที่แบกรับทุกอย่างในบ้าน จนจะไม่ไหวอยู่แล้ว พี่อยากให้มองในภาพรวมว่า ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบทุกชีวิต ถ้าบางเรื่องมันเกินกำลัง ก็ปล่อยได้ แล้วหันไปโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญก่อน ซึ่งตอนนี้คือเรื่องของสามี ถ้าเขาไม่สามารถหาเงินมาดูแลครอบครัวได้ ต้องคุยกันจริงจังว่าเพราะอะไร และถ้าวันนี้คุณกวางไม่สามารถให้เงินเขาได้อีก ก็ควรบอกเขาว่า นี่คือสิ่งที่เขาต้องแก้ไขเอง เช่น ถ้ายังยืมเงินจากคุณกวาง แต่ยังเลี้ยงนก เลี้ยงปลาอยู่ โดยไม่คิดจะขายเพื่อนำเงินมาใช้ แบบนี้ก็ผิด เพราะเขาต้องเผชิญหน้ากับหนี้ 4 แสน และยอมรับว่าใช้ชีวิตแบบเดิมไม่ได้แล้ว ถ้าเขายอมเปลี่ยนแปลง และจริงใจที่จะแก้ปัญหา ก็อาจไปกันต่อได้ แต่คุณกวางต้องชัดเจนว่า จะไม่ยืมเงินให้เขาอีก อย่าคิดว่าเราคือซูเปอร์ฮีโร่ที่จะแบกทุกอย่างได้ โดยที่ตัวเองไม่มีความสุข ทำเท่าที่ไหว ปัญหาไหนที่ไม่ใช่ของเรา ก็ปล่อยให้เจ้าของปัญหาเขาแก้เอง ไม่อย่างนั้น คนที่ไม่มีความสุขในบ้านหลังนี้จะเป็นคุณกวางเอง’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ก่อนอื่นต้องให้กำลังใจครับ ถ้าเป็นผมเจอสถานการณ์แบบนี้ ก็ไม่รู้จะรับไหวไหม การที่คุณกวางตัดสินใจออกมา ผมเข้าใจและสนับสนุน เพราะมันน่าจะถึงจุดที่ทนไม่ไหวแล้ว การออกมาครั้งนี้ ควรใช้โอกาสนี้เพื่อทบทวนหัวใจตัวเอง ว่ายังอยากมีสามีคนนี้อยู่ในชีวิตหรือเปล่า ถ้าแยกกันอยู่แล้ว ชีวิตดีขึ้นไหม หรือแย่ลง ขณะเดียวกัน อยากให้มองเห็นข้อดีที่ยังเหลืออยู่ เช่น ลูกของคุณกวาง ที่เข้าใจและรักแม่มาก แม้จะอยู่ในวัยที่เริ่มมีโลกส่วนตัว ผมเคยได้ยินมาว่าเด็กช่วง 10-12 ปี จะเป็นวัยที่ห่างจากพ่อแม่ชั่วขณะ แต่ถ้าก่อนหน้านั้นคุณกวางสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกไว้ เขาจะกลับมาเอง และจากสิ่งที่ลูกพูด ผมเชื่อว่าคุณกวางวางรากฐานความรักไว้ดีแล้ว อย่างน้อยก็ยังมีลูกเป็นที่พึ่ง หากไม่มีใครปรึกษา ก็อาจลองคุยกับลูกได้ สุดท้าย ปัญหาใหญ่ที่สุดก็คือสามี ถึงเวลาต้องคุยกันแบบตรงไปตรงมาแล้วว่า ถ้าเขาไม่เปลี่ยน คุณกวางต้องเลือกว่า ชีวิตแบบไหนที่ดีกว่าสำหรับตัวเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ถ้าเราตัดขาดเพื่อนสนิทของแฟน เจอเพื่อนคนนี้มาหลายครั้งรู้สึกว่า TOXIC กับชีวิตสุดๆ ขี้น้อยใจ ปากไม่ดี พูดแซะเราบ่อยๆ แฟนบอกแล้วแต่เราเลย แต่เค้าก็จะยังเป็นเพื่อนกันต่อไป ถ้าเราออกตัวว่าไม่ชอบ กดออกจากแชทกลุ่มในไลน์แบบนี้ จะมีผลกระทบอะไรในอนาคตไหมคะ

21 มี.ค. 2025

ถ้าเราตัดขาดเพื่อนสนิทของแฟน เจอเพื่อนคนนี้มาหลายครั้งรู้สึกว่า TOXIC กับชีวิตสุดๆ ขี้น้อยใจ ปากไม่ดี พูดแซะเราบ่อยๆ แฟนบอกแล้วแต่เราเลย แต่เค้าก็จะยังเป็นเพื่อนกันต่อไป ถ้าเราออกตัวว่าไม่ชอบ กดออกจากแชทกลุ่มในไลน์แบบนี้ จะมีผลกระทบอะไรในอนาคตไหมคะ

“คุณฟ้า (นามสมมุติ)” อายุ 25 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [19 มี.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับเพื่อนในกลุ่ม โดย “คุณฟ้า (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูรู้จักเพื่อนคนหนึ่งตั้งเเต่ ม.ปลาย เขาเป็นเพื่อนสนิทของแฟนหนู ก็รู้จักกันพร้อมๆกับตอนที่หนูคบกับเเฟนตอน ม. 4 นิสัยของเขามีความเหมือนผู้หญิงมากจนเกินไป ตอนนี้หนูก็มีงานทำเเล้ว เลยทำให้หนูไม่มีเวลา เขาก็จะมาน้อยใจบอกว่าหนูเปลี่ยนไป หนูไม่เหมือนเดิม มันเลยทำให้เพื่อนๆต้องคอยตามง้อ คอยตามเอาอกเอาใจตลอด หนูก็เลยไม่ค่อยชอบนิสัยเเบบนี้เท่าไหร่ พอเขาน้อยใจเมื่อไหร่ ก็จะโพสต์ลงโซเชียลตลอด เเต่ตอนนี้ดีขึ้นมากเเล้วเพราะเขาเพิ่งคบกับเเฟน ก็เลยไม่ค่อยได้อยู่กับเพื่อนกับเเฟนหนูเท่าไหร่ เมื่อก่อนในฐานะเพื่อนเขาถือว่าเป็นเพื่อนที่ดีมาก เช่น ตอนที่เรียนจบใหม่ๆ เเฟนหนูเขาเป็นนักบอล เขาก็ตามไปดูเเฟนหนูเเข่งบอลทุกจังหวัดเลย เเต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้หนูรู้สึกไม่ชอบเพื่อนคนนี้ ก็คือในตอนที่เเฟนหนูเลิกเป็นนักบอล เเล้วมาทำงานประจำเเทน มันทำให้เพื่อนคนนี้กับเเฟนหนูไม่ค่อยได้เจอ ไม่ค่อยได้ไปเตะบอลด้วยกันเพราะไม่มีเวลา พอเเฟนหนูปฎิเสธที่จะไปเตะบอลด้วย เขาก็หายไปเลย เเล้วไปโพสต์ตัดพ้อ ติดต่อไม่ได้ โทรไปก็ไม่รับ ไลน์ไม่ตอบ เเล้วเขาก็หายไปเเบบนี้เกือบเดือนเลย เราทักชวนเขาไปข้างนอก เขาก็ไม่ไป ทั้งๆที่ปกติเราจะไปเที่ยวข้างนอกด้วยกันทุกอาทิตย์ พวกเราก็เลยตามง้อกัน เเต่สุดท้ายเขาก็กลับมาเองเเล้วก็บอกว่า ไม่ได้โกรธนะ เเกล้งเล่นเฉยๆ เเละด้วยความที่หนูเป็นเพื่อนกับเขามานาน หนูก็รู้ว่าเขาน้อยใจเเหละ เเต่ปากเเข็ง มันก็เลยทำให้หนูไม่ชอบเขา หนูเลยปิดกั้นไอจีเพราะจะได้ไม่ต้องมาหงุดหงิดกับสตอรี่ของเขา จริงๆหนูก็อยากกดออกจากกลุ่มไลน์ด้วย เเต่ยังเกรงใจเเฟนอยู่ เลยยังไม่ได้ออก พอมารอบที่ 2 เรื่องที่หนูไม่โอเค คือ ตอนนั้นหนูไปเที่ยวทะเลกับกลุ่มเพื่อนๆของหนู ด้วยความที่หนูไม่โอเคกับคนนั้นตั้งเเต่เรื่องเเรก หนูเลยไม่ชวนเขาไปด้วย เเต่ชวนเพื่อนในกลุ่มของเขาไปอีก 2 คน แล้วเขาก็เลยโทรมาเช็คกับหนูว่ามีใครบ้าง เเต่ก็ไม่ได้พูดถามออกมาตรงๆว่าทำไมถึงไม่ชวนเขาไปด้วย หนูเลยคิดในใจว่าเป็นเเบบนี้เเสดงว่าน้อยใจเเน่นอน กลับจากทะเลก็คงโดนงอนอีกแน่เลย เเละมันก็จริงแบบที่หนูคิด เพราะตอนที่หนูกลับถึงกรุงเทพ เราก็ไปร้านเหล้ากันต่อ โดยมีเพื่อนคนนี้ไปด้วย แล้วเขาก็มาพูดน้อยใจกับเเฟนหนูว่า เดี๋ยวนี้มันไม่เหมือนเดิมเเล้วเนอะ เมื่อก่อนก็ชวนไปไหนด้วยกัน เดี๋ยวนี้ก็ไม่ชวนเเล้ว เขาตัดพ้อออกมาเยอะมากๆ เเฟนหนูก็ยิ้มๆขำๆออกไป พอกลับจากร้านเหล้า เขาก็พิมพ์เข้ามาในกลุ่มว่า เนี้ย เพื่อนไปทะเลเเล้วไม่ชวนผม ผมก็ไม่ซีนะ ผมไม่ได้น้อยใจอะไร นี่เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้หนูโกรธมากๆที่มาเเซะกันเเบบนี้ หนูเลยทนไม่ไหวเเล้วไปโพสต์สตอรี่ในไอจีว่า อ่อ ขอบคุณที่เเจ้งให้ทราบค่ะ เขาก็ตอบกลับสตอรี่มาว่า นี้มึงหมายถึงกูรึป่าว หนูเลยถามเขาตรงๆว่า ถ้ามึงน้อยใจอะไร บอกกูตรงๆได้นะกูมีเหตุผล เเล้วเขาก็บอกว่า เเค่เเซวเล่น ฝากบอกเเฟนด้วยว่าเเกล้งๆ หนูเลยตอบตัดบทไปว่า ตามนั้นเเหละ ความสัมพันธ์ของหนูกับเพื่อนเเฟนเลยชะงักกันอยู่ตอนนี้ เเล้วเเฟนของหนูก็บอกว่า เขาจะไม่ยุ่ง ให้เราเคลียกันเอาเอง ต้องบอกก่อนว่าปกติกลุ่มของหนูทุกๆปีจะมีการจัดทริปไปเที่ยวด้วยกัน เเต่ปีนี้ทุกคนในกลุ่มคิดเหมือนกันว่าเพื่อนคนนี้ จะเอาเเต่ใจขึ้้นเรื่อยๆ ปีนี้ทริปก็เลยล่มไป เเละวันนี้ก็เป็นวันเกิดของเพื่อนคนนี้ เเฟนหนูก็ไป เเต่หนูไม่ได้ไปด้วย ซึ่งตอนนี้มันก็เหลือเเค่ช่องทางเดียวที่หนูจะออกมา ก็คือกลุ่มไลน์ หนูเลยอยากปรึกษากับพี่ๆดีเจว่า หนูไม่ได้อยากจะสนิทกับเพื่อนคนนี้เเล้ว อยากถอยความสัมพันธ์กลับไปเป็นเเค่คนรู้จัก เเละอยากออกจากกลุ่มไลน์ มันจะมีผลอะไรที่ตามมามั้ย?’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้ามันเป็นกลุ่มไลน์ใหญ่เเบบคนเยอะๆ พี่อาจจะเเนะนำว่าเปลี่ยนชื่อเเล้วออกเลย ฟ้าอาจจะต้องลองคำนวณดูว่า ในระยะเวลา วัน เดือน ปี เราต้องเจอคนๆนี้กี่ครั้ง เพราะการมองหน้ากันไม่ติดมันจะเกิดขึ้นเเค่ตอนที่ฟ้าเจอคนๆนั้นเเหละ เเละถ้าฟ้าคิดว่าการที่เจออะไรเเบบนี้เเล้วมัน Toxic มาเกินไปเราก็ต้องเลือกตัวเองไว้ก่อน เเล้วก็คุยกับเเฟนให้ดีๆเพราะคนกลางก็คงมีความหนักใจ หรือไม่ก็ฟ้าอาจจะหลับหูหลับตาไปเพื่อประคองความสัมพันธ์ของเพื่อนเเละเเฟนไปต่อก็ได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนเเรกพี่อาจจะเเนะนำว่าให้ฟ้าฝืนอยู่ต่อไป เเต่พี่ก็คิดว่าสักวันอาจจะมีวันที่ฟ้าทนไม่ไหวเเล้วมันจะเเย่ไปกว่านี้ เพราะงั้นก็ออกจากกลุ่มได้เลยพี่มองว่าเเฟนฟ้า ก็อาจจะไม่ได้อะไร เเต่ฟ้าก็อาจจะต้องรับมือกับเหตุการณ์ตอนที่เราต้องเจอหน้าเขาให้ได้’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘วันนี้อย่าพึ่งออกจากกลุ่ม เพราะเป็นวันเกิดเขา เดียวถ้าเขาเห็นเเล้วเขาเมาอยู่เขาอาจจะโทรมาเคลียเดียวมันจะเป็นเรื่องใหญ่ รอให้ผ่านมาสักพักนึงเเล้วเตี๊ยมกับเเฟน พอฟ้ากดออกกลุ่มปุ๊ป ให้เเฟนส่งรูปภาพเข้าไปในกลุ่มเยอะๆเขาจะได้ไม่เห็นว่าฟ้าออกไป เเล้วถ้าเขาถามก็อาจจะให้เเฟนตอบไปเลยว่า อ่อโทรศัพท์ฟ้าเสีย อะไรเเบบนั้น’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เจอแต่ผู้ชาย “โปรไฟล์ดีๆ” รู้สึกดี แต่พอถึงขั้นจะต้องจริงจัง นัดเจอ หนูกลับเป็นฝ่ายที่ไม่กล้าเจอ เพราะ แอบเข้าไปส่อง IG ส่องโปรไฟล์เขามาแล้ว ก็คิดไปเองว่า เราไม่คู่ควรกับเขาเลย 4 คนแล้ว ที่เรารู้สึกแบบนี้

31 ม.ค. 2025

เจอแต่ผู้ชาย “โปรไฟล์ดีๆ” รู้สึกดี แต่พอถึงขั้นจะต้องจริงจัง นัดเจอ หนูกลับเป็นฝ่ายที่ไม่กล้าเจอ เพราะ แอบเข้าไปส่อง IG ส่องโปรไฟล์เขามาแล้ว ก็คิดไปเองว่า เราไม่คู่ควรกับเขาเลย 4 คนแล้ว ที่เรารู้สึกแบบนี้

เจอแต่ผู้ชาย “โปรไฟล์ดีๆ” รู้สึกดี แต่พอถึงขั้นจะต้องจริงจัง นัดเจอ หนูกลับเป็นฝ่ายที่ไม่กล้าเจอเพราะ แอบเข้าไปส่อง IG ส่องโปรไฟล์เขามาแล้ว ก็คิดไปเองว่า เราไม่คู่ควรกับเขาเลย 4 คนแล้วที่เรารู้สึกแบบนี้ จะสร้างความมั่นใจให้ตัวเองกล้าอยู่ในความสัมพันธ์ที่จริงจังยังไงดีคะ? “คุณน้ำตาล (นามสมมติ)” อายุ 22 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [29 ม.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาความไม่มั่นใจในตัวเองที่ส่งผลต่อความรัก ความสัมพันธ์ โดย “คุณน้ำตาล (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเป็นคนที่ขาดความมั่นใจในตัวเองมาก ๆ จนกระทบต่อชีวิตและความสัมพันธ์ หนูเคยเลิกกับผู้ชายมาแล้ว 4 คน เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรกับเขา ตั้งแต่เด็ก ครอบครัวเลี้ยงหนูให้พึ่งพาตัวเอง ไม่ซัพพอร์ตเรื่องที่มองว่าไม่จำเป็น เช่น การเที่ยวเล่นหรือการซื้อของฟุ่มเฟือย ฐานะที่บ้านก็เป็นฐานะปานกลาง แต่หนูก็ต้องหาเงินเองมาตลอด และหนูก็เริ่มมองคนที่ประสบความสำเร็จ สวยๆ รวยๆ และเก่งๆ เพราะหนูอยากเป็นแบบนั้น รู้สึกว่าการมีเงินทำให้ชีวิตดีขึ้น ซึ่งหนูมองว่าความคิดนี้มันก็ดี เพราะผลักดันให้หนูพยายามพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด เพราะตอนที่เราเริ่มมีเงิน ชีวิตมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ แต่ข้อเสียคือ หนูจะชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนที่ดูดีและมีพร้อมทุกอย่าง จนเกิดความรู้สึกด้อยค่าตัวเอง รู้สึกซึมไปเลยว่าเราจะมีแบบนี้ได้มั้ย แล้วทำไมเราถึงไม่มีชีวิตแบบนี้? ต่อให้หนูจะมีแล้ว แต่หนูรู้สึกว่ามันยังไม่พอ เท่าไรก็ไม่พอ หนูอิจฉาคนที่มีอาชีพดี ชีวิตสบาย และครอบครัวที่ซัพพอร์ตโดยไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องลำบาก พอหนูเข้าใกล้ช่วงเรียนจบ หนูก็สร้างฐานะของตัวเองได้ในระดับที่ไม่ต้องลำบากเหมือนเมื่อก่อน มีบ้าน มีรถ และเริ่มมีคนที่มีฐานะดีเข้ามาจีบ แต่พอความสัมพันธ์เริ่มจริงจัง หนูกลับคิดมาก เริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับสังคมและเพื่อนรอบข้างของเขา แล้วก็รู้สึกว่าตัวเองสวยไม่พอ ฐานะปานกลาง หนูรู้สึกแย่มาก หนูเลยเลือกที่จะถอยห่างและหายไปแบบเงียบ ๆ เพราะไม่อยากคิดมากซ้ำ ๆ เป็นแบบนี้กับคนที่เข้ามาถึงสี่ครั้งแล้ว จนมาถึงช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา หนูได้รู้จักผู้ชายคนหนึ่งผ่านแอปฯ แล้วก็คุยกัน เลยได้แลก IG กัน หนูก็แอบอึ้งเพราะเขามีผู้ติดตามเยอะ และเป็นนักกีฬาระดับประเทศ มีหน้าตาดี จนเพจต่าง ๆ เอาไปลง และมีแฟนคลับสาว ๆ กรี๊ดเยอะ แรก ๆ หนูไม่ได้คิดอะไรมาก คุยกันตามปกติ แต่พอได้ลองพูดคุยจริง ๆ หนูกลับรู้สึกว่าเราเข้ากันได้ดีมาก ทั้งเรื่องฐานะ การงาน ปัญหาชีวิต รวมถึงความสัมพันธ์เก่า ๆ ของเขา เขากล้าเปิดใจและคุยกันจนหนูรู้สึกสบายใจมาก ไลฟ์สไตล์ก็ตรงกัน จนมันถึงในจุดๆนึงที่เขาอยากเจอหนู แต่ความรู้สึกเดิม ๆ ของหนูก็กลับมาอีก หนูเริ่มกังวล หนูรู้สึกไม่มั่นใจ ไม่พร้อม หนูก็เลยหาข้ออ้างมาเรื่อยๆที่จะไม่ไปเจอเขา เขาเองก็เริ่มรู้สึกไม่ดีที่หนูเป็นแบบนี้ สุดท้ายความสัมพันธ์เราก็เริ่มห่างกันไป ต่างคนต่างหาย หลังจากนั้น หนูลงสตอรี่แล้วเขาตอบกลับมา เราเลยกลับมาคุยกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้หนูรู้สึกว่าเราเข้าใจกันมากกว่าเดิม จนถึงจุดที่ต้องเจอกันอีกครั้ง แต่หนูยังไม่มั่นใจเหมือนเดิม หนูก็ยังคงหาข้ออ้างไม่ไปหาเขาเหมือนเดิม หนูกังวลเพราะเพื่อนของเขาสวยมาก สังคมเขาครบมาก หนูกลัวว่าตัวเองจะไม่ดีพอสำหรับเขา หนูกลัวผิดหวัง และสงสัยว่าทำไมเขาถึงมาชอบหนู ทั้งที่คนรอบตัวเขามีแต่คนที่ดูดีและสมบูรณ์แบบ หนูก็เลยอยากจะมาปรึกษาพี่ ๆ ว่า หนูควรทำยังไงถึงจะก้าวข้ามความรู้สึกนี้ไปได้? ถึงจะไม่เจอคนนี้ แต่พอไปเจอคนอื่นต่อไป หนูไม่อยากจะหนีเขาไปอีกแล้ว เพราะเราก็มีโอกาสมาอยู่ข้างหน้าแล้ว’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าความไม่มั่นใจของหนูรุนแรงจนกลัวไปหมด อาจต้องลองปรึกษานักจิตวิทยา เพราะต่อให้หนูไปเจอเขา ก็ไม่มีอะไรการันตีว่าความสัมพันธ์จะราบรื่น และอย่ากังวลที่เขาจะมีแต่คนสวย ๆอยู่รอบตัว ผู้ชายไม่ได้ชอบผู้หญิงสวยทุกคน บางคนมองหาคนที่ใช่ และไม่ใช่แค่เขาที่เป็นฝ่ายเลือก หนูก็มีสิทธิ์เลือกเหมือนกัน แต่ถ้าความรู้สึกนี้มันฝังลึกจริง ๆ การพบนักจิตวิทยาอาจช่วยได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘หนูต้องเลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นก่อนเลย เพราะว่าไม่มีทางที่หนูจะสวยที่สุด ดีที่สุด รวยที่สุด เพราะทุกอย่างจะมีขั้นกว่าเสมอ ถ้าหนูเทียบตัวเองกับคนอื่นไปเรื่อย ๆ จะไม่มีวันพอใจในตัวเอง และโลกโซเชียลเต็มไปด้วยภาพที่แต่งมาแล้ว หนูต้องเป็น The Best Version of ตัวเอง และอย่าลืมว่า ถ้าหนูไม่มีอะไรดี ทำไมถึงมีผู้ชายสี่คนมาสนใจ? ’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ในอีกมุมหนึ่ง คนที่ใช่สำหรับเรา ควรทำให้เรารู้สึกมีคุณค่า ไม่ใช่ทำให้เราด้อยกว่าคนอื่น บางทีหนูอาจเคยเจอคนที่ดีแล้ว แต่ไม่ได้ให้โอกาสเขา และลอง Social Detox ถ้าหนูรู้ว่าตัวเองเปรียบเทียบกับโซเชียลจนเป็นปัญหา การลดการใช้ลงอาจช่วยให้หนูรู้สึกดีขึ้น‘เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-