อายุ 24 ปี ทำสวนทุเรียนกับที่บ้าน ได้โบนัส 2 แสนต่อปี อุทิศตัวให้กับครอบครัวจนไม่มีความสุขเป็นของตัวเอง ทำยังไงก็ยังดีไม่พอ แต่พ่อก็บอกว่าเราต้องเก่งให้ได้ทุกอย่างความพอใจของเราเลยขึ้นอยู่กับพ่อ จะเลิกยึดติดกับความพอใจของพ่อยังไงดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

อายุ 24 ปี ทำสวนทุเรียนกับที่บ้าน ได้โบนัส 2 แสนต่อปี อุทิศตัวให้กับครอบครัวจนไม่มีความสุขเป็นของตัวเอง ทำยังไงก็ยังดีไม่พอ แต่พ่อก็บอกว่าเราต้องเก่งให้ได้ทุกอย่างความพอใจของเราเลยขึ้นอยู่กับพ่อ จะเลิกยึดติดกับความพอใจของพ่อยังไงดีคะ?

07 ก.พ. 2025

          “คุณบี (นามสมมติ)” อายุ 24 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [5 ก.พ. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาความพอใจของเราขึ้นอยู่กับพ่อ

            โดย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเป็นลูกสาวคนเล็ก ทำสวนทุเรียนกับครอบครัวมา 5 ปีแล้ว ที่สวนได้รายได้ปีละ 6 ล้าน หนูได้โบนัสปีละ 2 แสน ไม่มีเงินเดือน แต่ถ้าเป็นของใช้ในบ้าน ค่าข้าว ก็จะเป็นเงินพ่อแม่ เงินโบนัสหนูก็เอาไปใช้ส่วนตัว ซึ่งตอนนี้หนูมีความรู้สึกว่าหนูชอบเอาคุณค่าของตัวเองไปผูกติดอยู่กับความพึงพอใจของพ่อมากเกินไป พ่อหนูอายุ 59 ปี พ่อเป็นคนที่เก่งมากๆ เก่งทุกอย่างรอบด้าน

            งานในสวนหนูแฮปปี้ แต่ว่าหนูไม่แฮปปี้กับความถูกกดดันว่าจะต้องเก่งมากๆ ถ้าเกิดว่าหนูได้รับคำชมหนูก็จะรู้สึกดีมาก แต่ถ้าวันไหนหนูถูกตำหนิ หรือถูกเข้าใจผิด เขาก็จะมองว่าหนูฉลาดน้อย บริหารงานแบบไม่ถูก บางทีหนูมีแผนงานของหนู มันก็ไม่ได้ผิด ไม่ได้เสียหาย หนูมีเหตุผลในการทำงานมากพอ มันเลยทำให้หนูรู้สึกเฟล เป็นรุ่นพ่อกับเป็นรุ่นลูกก็มีวิธีคิดที่ต่างกันมากแล้ว เช่น รถไถ รถตัดหญ้า กลไกในเครื่องยนต์ เครื่องจักร หนูรู้สึกว่าหนูน้อยใจตัวเองที่ว่าทำไมหนูไม่เก่ง  รู้สึกว่าหนูช่วยอะไรเขาไม่ได้ คือทุกอย่างหนูทำได้หมดเลยยกเว้นเรื่องนี้ สมมติถ้าเกิดว่ามันมีปัญหาขัดข้องขึ้นมา ก็จะมีแค่พ่อคนเดียวที่ทำเป็น หนูก็จะรู้สึกแย่เองคนเดียวที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย ถึงพ่อไม่ได้ว่าหนูตรงๆ แต่พ่อพูดว่าเราจะต้องเก่งให้ได้ทุกอย่าง หมายถึงเราจะต้องสมบูรณ์แบบในเรื่องนี้นะ ต้องรู้ทุกอย่างรอบตัวในการทำสวนทุเรียน

            ก่อนหน้านี้เขาก็ค่อนข้างกดดันหนู แต่พอมาถึงตอนนี้เขาก็มีทัศนคติใหม่ที่ว่า ไม่ต้องจริงจังเรื่องเรียนมากก็ได้ ออกมาทำสวนดีกว่า มันคือของจริง แต่มันก็เป็นความคิดที่หลังจากที่หนูเรียนจบแล้ว และหนูยังไม่มีครอบครัว คือ ถ้ามีครอบครัวปุ๊บเขาถึงจะแบ่งสวนให้ เคยไประบายเรื่องนี้กับพี่สาว พี่กับหนูห่างกัน 13 ปี พี่เป็นคนที่ค่อนข้างดื้อ พี่ไม่ค่อยได้อยู่กับพ่อ คือเขาเรียนสูง จบป.โท ไปเรียนต่างจังหวัด พอกลับมาก็ทำงานข้างนอก ไม่ได้มาทำสวน แล้วพี่ก็ไปเจอกับแฟน แต่งงานกัน แล้วก็ย้ายออกไปอยู่ด้วยกันเลย พ่อก็แบ่งสวนให้ทำแบบส่วนตัว พี่สาวก็บริหารแบบ ถ้าพ่อทำอะไรฉันทำด้วย แค่ทำตามไม่ได้คิดเองเท่าไหร่ ตอนแรกพ่อก็โฟกัสที่พี่สาว แต่เขาดื้อกว่าหนู คิดจะไปเขาก็ไปเลย

            พอพ่อเริ่มแก่ลง เริ่มมาคาดหวังว่าลูกจะต้องมาสานต่องานของเขา อีกอย่างคือเขาเป็นคนติดลูก ไม่อยากให้ลูกไปไหนเลย ไม่อยากให้ไปเรียนต่างจังหวัด ไม่อยากให้ไปทำงานข้างนอก จะต้องทำสวนเท่านั้น อันนี้คือความคิดที่เขาปักหมุดปักธงไว้เลย ซึ่งหนูเป็นคนที่ตามใจพ่อ หนูยอมไม่เรียนป.ตรี หนูจบปวส. และมาช่วยเขาทำสวนเลย

            ถ้าเขาไม่ได้บังคับให้ทำสวนทุเรียน หนูก็อยากไปเรียนต่อสายสถาปัตย์ แต่คือตอนนี้หนูชอบทำสวน แต่พอหนูมีความคิดเป็นของตัวเอง เลยแค่รู้สึกอึดอัดที่อยู่ภายใต้อานัส (คำสั่ง) ของเขา จนหนูไม่เป็นตัวเองแบบนี้ หนูอยากเลิกเอาความพอใจของตัวเองไปผูกกับความพอใจของพ่อ บางทีหนูก็อยากไปเที่ยวต่างจังหวัด ไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง โดยที่ไม่ได้สนใจงานจนมีความสุข แต่หนูเป็นคนที่ค่อนข้างห่วงที่บ้าน ห่วงงาน ห่วงพ่อกับแม่มาก เหมือนถวายตัวทุกอย่างเพื่องาน เพื่อที่บ้าน หนูเคยบอกว่าจะไปเที่ยว เขาก็ให้ไป ไม่ได้ห้าม แต่บรรยากาศก็จะตึงๆ

            ประเด็นหลักเลย คือ หนูไม่เคยดื้อเลย จนหนูรู้สึกว่าถูกครอบงำ ถูกยัดความคิดของพ่อทุกอย่างมาใส่ในตัวหนู หนูมองไปที่คนอื่น แต่คนอื่นก็ดื้อจนได้ทำสิ่งที่เขาต้องการ หนูเคยพูดกับแม่ว่าถ้าหนูไม่ได้เก่งหรือสมบูรณ์แบบ แบบที่พ่อหวังยังจะยินดีที่มีหนูเป็นลูกอยู่ไหม? หนูเลยอยากถามพี่ๆ ดีเจว่า จะทำยังไงถึงจะเลิกยึดติดกับความพอใจของพ่อคะ?

            เริ่มที่ “ดีเจผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เคยอ่านเจอว่า เวลาคนเราทำอะไรจงทำให้ตัวเองภูมิใจ อย่าทำอะไรเพื่อให้คนข้างๆ ภูมิใจ จงดีกว่าตัวเองในเวอร์ชั่นก่อน อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร สิ่งที่ดีที่สุดเวลาทำอะไรสักอย่างแล้วรู้สึกภูมิใจในตัวเองจังเลย นี้คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา มันเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดของตัวเอง ลองเปรียบมุมมองของตัวเอง ดูว่าเมื่อวานเราทำอะไรผิดพลาด พอมาวันนี้เราทำได้ ทำดีขึ้น อยากให้ภูมิใจกับตัวเอง ให้แยกกับสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่แสดงออกมา วิธีการที่คุณพ่อคุณแม่บีจะสอน หรือถ่ายทอด จะทิ้งมรดกอะไรไว้สักอย่างหนึ่ง มันต่างจากพ่อแม่ในยุคปัจจุบัน

            สุดท้ายแล้วเจตนา เนื้อแท้ในใจพ่อไม่ได้มีอะไรเลย นอกจากอยากให้ลูกสบายในวันที่ตัวเองไม่อยู่แล้ว ช้าหรือเร็ว สุดท้ายพ่อแม่ก็จะจากไป สิ่งที่เขาจะทิ้งไว้ให้บี คือสวนทุเรียนแห่งนี้ ซึ่งมันมีหลายวิธีมากที่จะสอน แต่คุณพ่ออายุ 59 แล้วเขามีแค่วิธีเดียวคือ ยัดให้บี บีต้องเก่ง บีต้องรู้ทุกอย่าง เพราะวันที่เขาไม่อยู่ บีจะได้ทำมันได้ แต่ในมุมของบี บีไม่เห็นจะต้องรู้ทุกอย่าง ไม่รู้วิธีการซ่อมรถไถก็จ้างแค่คนมา วิธีการคิดมันคนละโลกกันเลย แต่เจตนามันคือเจตนาเดียวกัน

            ฉะนั้นถ้าบีเปลี่ยนมุมมองได้ทั้งสองเรื่อง บีจะเข้าใจในความเป็นเขาและบีจะทำเพื่อให้ตัวเองภูมิใจ เพราะเราไม่สามารถเปลี่ยนวิธีการของพ่อในวัย 59 ปีได้แล้ว ถ้าบีช่างมันได้ในบ้างประโยค เข้าใจและรับฟัง หันหลังเดินกลับพรุ่งนี้ตื่นมาใช้ชีวิตต่อ บีทำสวนทุเรียนได้ 6 ล้านต่อปี มันแทบจะไม่มีอาชีพไหนที่ได้เยอะขนาดนี้แล้ว ลองเอาชนะตัวเองค่อยๆ ทีละเรื่อง ให้ดีกว่าเมื่อวาน’

          ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เรื่องที่ทุกคำของคุณพ่อมันส่งผลกับหนู พี่ก็จะขอตอบว่า บีต้องโฟกัสคำตอบของเรื่องต่างๆ ในชีวิต ที่มาจากตัวเอง ไม่ใช่มาจากคุณพ่อ เช่น ถ้าบีเลือกที่จะทำสวนทุเรียน ไม่ได้เลือกเรียนสถาปัตย์ที่บีชอบ บีต้องหาคำตอบให้กับตัวเองว่า เลือกเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่จะได้ช่วยเหลือครอบครัว หรือเลือกเพราะว่ามันจะดีกับอนาคตของตัวเอง แต่ว่าถ้าทำไปได้รายได้ปีละ 6 ล้าน ในอนาคตมันก็ถือว่าเป็นอาชีพที่ยั่งยืน หรือเรื่องเครื่องจักรถ้าวันนี้เราเรียนรู้มัน ก็จะมีประโยชน์กับสวนแน่ๆ เพราะพี่ก็เป็นเหมือนกัน พอมีช่างมาซ่อมถ้าเราไม่รู้ เราก็จะไม่รู้ว่าเขาโกงเราหรือเปล่า พี่ก็เข้าใจในมุมของพ่อบี เพราะพี่รู้สึกว่าเขาน่าจะมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร เขาเลี้ยงบีมาแบบ ถ้ามันทำไม่ดีก็ด่ามันไปตรงๆ ถ้ามันทำดีก็ชมมันจะได้ทำต่อไปเรื่อยๆ มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรก ถ้าบีไม่ได้ทำสวนทุเรียนเพื่อที่อยากให้พ่อบอกว่า บีเป็นลูกที่ดี พี่ว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อตัวบีมากกว่า ถ้าทำอะไรให้โฟกัสไปที่เราทำสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร ไม่ใช่ทำเพื่อดูว่าพ่อเขาชอบหรือไม่ชอบ’

            และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘งานที่บีทำอยู่มันไม่ง่าย แต่บีโชคดีที่พ่อบีรู้ทุกอย่าง เหมือนบีเป็นความหวัง เขาเลยอยากเอาสิ่งที่รู้ทั้งหมดมาใส่ที่ตัวบี มันเลยทำให้บียากกว่าคนอื่น เหนื่อยกว่าคนอื่น แต่พี่มองว่าบีเก่งนะ บีอายุ 24 บีสามารถมีโบนัสปีละ 2 แสน พี่เลยไม่รู้ว่าจะต้องแนะนำอะไรบี เพราะบีเก่งอยู่แล้ว แค่บีไปต่อด้วยความเข้าใจ เอามายเซ็ทของพี่เผือกและพี่เติ้ลบวกๆ ไปแล้วใช้ชีวิตต่อ บีรักในสวนทุเรียน แล้วพ่อก็รักในสวนทุเรียน แค่ทั้ง 2 คน มีระหว่างทางที่วิธีคิดมันต่างกัน แต่เป้าหมายเหมือนกันเลย แค่ลองเปลี่ยนมุมมองดู’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เพื่อนในกลุ่มเป็น VJ ในแอปกันหมด เพื่อนบอกไม่ต้องทำไรมาก ไลฟ์วันละ 2 ชั่วโมง เดือนนึงได้หลักหมื่น โชคดีก็จะมีลูกค้าขอแอดไลน์นอกรอบ อยากได้อะไรขอให้บอก ซื้อให้หมด ไม่ต้องการอะไรเลย หนูอยากทำแต่แฟนขอไว้ว่าอย่าทำได้ไหม?

15 มี.ค. 2024

เพื่อนในกลุ่มเป็น VJ ในแอปกันหมด เพื่อนบอกไม่ต้องทำไรมาก ไลฟ์วันละ 2 ชั่วโมง เดือนนึงได้หลักหมื่น โชคดีก็จะมีลูกค้าขอแอดไลน์นอกรอบ อยากได้อะไรขอให้บอก ซื้อให้หมด ไม่ต้องการอะไรเลย หนูอยากทำแต่แฟนขอไว้ว่าอย่าทำได้ไหม?

“คุณเตย (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [13 มีนาคม 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาอยากทำ VJ ในแอปพลิเคชันแต่แฟนหวงไม่อยากให้เราทำ โดย “คุณเตย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีเพื่อนในกลุ่มที่ทำวีเจด้วยกันหลายคน บางคนเขาทำ 2-3 แอป แต่แอปที่เพื่อนทำก็มีหลายเรท เริ่มตั้งแต่การชวนคุย ไปจนถึงเรื่อง 18+ เพื่อนส่วนใหญ่ก็ทำเรทชวนคุย แต่งหน้า แต่งตัวสวย ๆ ชวนคนในแอปคุย พูดอ้อน ให้คนในแอปเปย์ของขวัญ พอหนูอยู่ในกลุ่มเพื่อนแบบนี้ เพื่อนก็จะคุยกันประมาณว่า ได้เงินเยอะ บางคนที่โชคดีก็มีคนเปย์นอกแอป คือ ถ้ามี User ที่อยากได้ไลน์หรืออยากได้อินสตาแกรมส่วนตัวของเรา เราสามารถตั้งเรทราคาเองได้ ก็จะมีการทักมาเปย์หลังไมค์ เพราะถ้าเปย์ในแอปก็จะมีการหักส่วนต่าง บางคนได้เดือนละหลาย ๆ หมื่น พอหนูได้ยินบ่อย ๆ ก็เกิดกิเลส อยากได้เงินบ้าง... ต่อมาหนูได้ไปปรึกษาแฟน ซึ่งแฟนอายุน้อยกว่าหนู 2 ปี และกำลังเรียนอยู่ แฟนก็ไม่ได้ห้ามแต่ขอว่าไม่ทำได้ไหม? แฟนให้เหตุผลว่า ถ้าหนูทำเขาจะรู้สึกแย่ที่ไม่มีปัญญาเลี้ยง จนต้องให้คนอื่นมาเปย์แฟนตัวเอง หนูก็บอกว่ากับเขาว่า ไม่ใช่ให้คนอื่นมาเลี้ยง หนูก็ทำงานเลี้ยงตัวเองได้ แต่หนูแค่อยากมีรายได้เสริม อยากเอาเงินส่วนนี้ไปเสริมความงาม เข้าคลินิกทำหน้า เพราะเห็นว่าได้รายได้ดี ทำแค่วันละ 2 ชั่วโมงอยู่ที่บ้านก็ได้ แฟนก็บอกว่า ได้เงินก็จริง แต่แฟนคงเสียความรู้สึก และถ้าได้เงินง่าย ได้เยอะ มันจะทำให้เราติดสบายหรือเปล่า แต่ถ้าอยากทำจริง ๆ ก็ทำได้ แต่ไม่อยากให้ทำดีกว่า แฟนก็ถามหนูว่า เขาจะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวเกินไปหรือเปล่า? ซึ่งหนูก็ได้ไปเสิร์ชและอ่านในพันทิป มีหลายคู่ที่มีปัญหากันเพราะแฟนไปทำวีเจ อีกใจหนึ่งหนูก็อยากได้เงิน แต่อีกใจหนึ่งหนูก็แคร์ความรู้สึกแฟน ก็เลยมีคำถามอยากถามพวกพี่ ๆ ดีเจ 3 คำถาม คำถามละคนเพราะอยากเห็นมุมมองของพี่ ๆ ดีเจแต่ละคน ซึ่ง “ดีเจเผือก” ได้คำถามที่ 1 คือ ถ้าแฟนพี่มาขอทำวีเจ จะให้ทำไหมและเหตุผลคืออะไร? โดยให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องดูก่อนว่าในโลกสมมตินั้น ข้อจำกัดในการใช้ชีวิตของพี่เดือดร้อนขนาดไหน ถ้าไม่ได้เดือดร้อนพี่ก็ไม่อยากให้ทำ แอปวีเจก็เป็นการไลฟ์สดอีกแบบหนึ่ง หรือไลฟ์สดทำอาหารในอีกแพลตฟอร์มก็มี อย่างแอปที่พี่สตรีมเกมก็มีคนมาไลฟ์แบบพูดคุย ไลฟ์ประดิษฐ์ของ พี่คงอยากให้แฟนพี่ไปทำในแพลตฟอร์มที่พี่สบายใจและแฟนก็ยังหารายได้เสริมได้ด้วย พี่มองว่าถ้ามีทางเลือกอื่นที่สามารถสร้างรายได้เสริม พี่ก็อยากให้ทำทางเลือกอื่นที่สร้างรายได้มากกว่า พี่ก็จะช่วยหาด้วย’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้คำถามที่ 2 คือ ยังไงกับคนที่ทำงานแบบนี้ แล้วคิดว่าคนทำงานแบบนี้ติดสบายไหม? โดยให้คำปรึกษาว่า ‘พี่รู้สึกว่างานนี้ไม่ได้สบายและยากมาก คือ 1. ต้องมีรูปร่างหน้าตาที่ดี ที่จะดึงให้คนมาดูได้ 2. ต้องมีลูกล่อลูกชนที่จะดึงคนให้กดหัวใจ และส่งของขวัญเปย์ตลอดทั้งชั่วโมง สำหรับพี่ มันไม่ใช่งานสบายที่ใคร ๆ ก็ทำได้ แล้วพี่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าคนที่ทำงานนี้ติดสบาย ต้องอาศัยความตั้งใจ ลงแรงกาย ใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ พี่อยากจะบอกเตยอีกว่า อย่าพึ่งคิดว่าการทำวีเจมันทำง่าย ๆ แล้วจะได้เงิน ถ้าเรายังไม่ได้ทำ มันอาจจะมีรายละเอียดอีกหลายอย่าง ที่พอเราทำแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่ เตยต้องถามตัวเองให้ดี ๆ ก่อน’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้คำถามที่ 3 คือ ถ้าแฟนพี่มาพูดแบบนี้พี่ยังจะทำงานวีเจอยู่ไหม? โดยให้คำปรึกษาว่า ‘พี่จะดูว่าพี่ต้องทำอะไรบ้าง ถ้าให้พี่ไปเต้น พี่ก็ไม่ทำเพราะไม่ใช่ทาง พี่เป็นสายขายความสามารถ พี่ว่าเตยควรหาตรงกลางระหว่างแฟน เช่น ทำคอนเทนต์แต่งหน้า คอนเทนต์นั่งคุยไปเรื่อย ๆ หรือ NPC แต่ถ้าเตยเลือกแฟนคนนี้ เตยต้องเลือกคอนเทนต์ที่ไม่ทำร้ายจิตใจแฟน แต่ถ้าเตยเลือกทางวีเจ พูดอ้อน ขายเซ็กซี่ เตยก็ต้องไม่มีแฟน หรือต้องมีแฟนที่ยอมรับได้ ทุกวันนี้มีวิธีหาเงินทางออนไลน์หลายวิธีมาก ขายของออนไลน์ การทำ Affiliate เตยต้องไปหาความสามารถของตัวเองให้เจอก่อน มันจะดีกว่าการแก้ผ้าแล้วได้เงิน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สิบปีที่แล้ว ผมคบกับแฟน แฟนบอกผมว่าแฟนท้อง ผมยืดอกรับแบบแมนๆ เลี้ยงลูกจนโต ไม่นานมานี้ สังเกตว่า แฟนผมเขาชอบแอบไปคุยกับผู้ชายอีกคน จนรู้ความจริงว่า ที่แท้ลูกที่ผมเลี้ยงมาเป็นลูกผู้ชายอีกคน ตอนนี้ผมเลิกกับแม่ของลูกแล้ว

20 มิ.ย. 2025

สิบปีที่แล้ว ผมคบกับแฟน แฟนบอกผมว่าแฟนท้อง ผมยืดอกรับแบบแมนๆ เลี้ยงลูกจนโต ไม่นานมานี้ สังเกตว่า แฟนผมเขาชอบแอบไปคุยกับผู้ชายอีกคน จนรู้ความจริงว่า ที่แท้ลูกที่ผมเลี้ยงมาเป็นลูกผู้ชายอีกคน ตอนนี้ผมเลิกกับแม่ของลูกแล้ว

สิบปีที่แล้ว ผมคบกับแฟน แฟนบอกผมว่าแฟนท้อง ผมยืดอกรับแบบแมนๆ เลี้ยงลูกจนโต ไม่นานมานี้สังเกตว่า แฟนผมเขาชอบแอบไปคุยกับผู้ชายอีกคน จนรู้ความจริงว่า ที่แท้ลูกที่ผมเลี้ยงมาเป็นลูกผู้ชายอีกคนตอนนี้ผมเลิกกับแม่ของลูกแล้ว แต่ลูกก็ยังอยู่กับผม ผมเลี้ยงเขามาขนาดนี้แล้ว รักเหมือนลูกของตัวเองและเลี้ยงต่ออย่างดี จนตอนนี้เปิดใจคุยกับผู้หญิงคนใหม่ เขารู้ทุกเรื่องที่เกิดกับผม แต่ทุกครั้งเวลาเรามีปัญหากันเขาจะเอาปมเรื่องนี้มาด่าผม “พี่โง่ปะวะ ไปรับลูกใครมาเลี้ยงก็ไม่รู้” ผมควรจะไปต่อกับเขา หรือ พอแค่นี้ดี “คุณโจ๋ (นามสมมติ)” อายุ 37 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [18 มิ.ย.68] โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเลี้ยงลูกมานาน แต่เพิ่งรู้ว่าไม่ใช่ลูกตัวเอง มีคนคุยใหม่เขาก็ไม่ยอมรับ โดย “คุณโจ๋ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมอายุเท่านี้เคยผ่านการแต่งงานมีครอบครัวมาแล้ว ผมคบกับคนนี้มาสิบปีก็ปกติดีทุกอย่าง จนวันหนึ่งผมจับได้ว่าเขาคุยกับผู้ชายคนอื่น ซึ่งข้อความนั้นเป็นการอัปเดตเรื่องลูกซะส่วนใหญ่ ผมสงสัยก็เลยเก็บข้อมูลมาเรื่อย ๆ จนเพิ่งได้รู้ว่าลูกที่ผมเลี้ยงมาตั้งนานไม่ใช่ลูกของผม เรื่องมันเกิดจากตอนนั้นอายุ 24 ปี เขาท้องผมก็คิดว่าเป็นของผม ก็แมน ๆ เลยรับเป็นลูก ผมก็เลี้ยงมาอย่างดี อนาคตดีเลย พอผมมาเห็นแชทก็ใจสลาย ไปถามเขาเขาก็ไม่ยอมรับจนต้องเปิดแชทให้ดู เขาก็ยอม หลังจากนั้นเราก็เลิกกันด้วยดี ตอนนี้ลูกยังอยู่กับผมเพราะผมผูกพันธ์ไปแล้ว และที่บ้านของผมก็รัก ทางด้านแฟนเก่าผม หลังจากเลิกรากันไปก็มีครอบครัวใหม่ของเขาแล้ว ไม่ค่อยได้มาหาลูกเท่าไหร่ หลังจากแยกกันได้ 3 ปี ตัวผมก็แอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งมาเป็นปีแล้ว วันหนึ่งมีโอกาสได้คุยกัน ผมเปิดใจไม่มีอะไรปิดบัง เริ่มตั้งแต่เล่าโปรไฟล์ว่าผมมีลูกมาแล้ว เล่าเรื่องทุกอย่างเพราะไม่อยากให้มีปัญหาในภายหลัง เขาก็โอเค คุยกันไป 6-7 เดือน ปมอันนี้ก็ทำให้ผมไม่สามารถก้าวข้ามผ่านไปคบกับเขาได้ เพราะเขามาว่าผมว่า “พี่โง่ปะวะ ไปรับลูกใครมาเลี้ยงก็ไม่รู้” ทั้ง ๆ ที่เขารู้โปรไฟล์ผมตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เขาก็ตึงใส่ผม ตอนแรกก็คุยกันมาดีโทรคุยกันบ้าง แต่พอพูดถึงลูก เขาก็อารมณ์ขึ้นทันที เขาบอกว่ามันเป็นปมของเขา เขาบอกอีกว่าถ้าเขาเจอผู้ชายที่ฐานะเท่ากันกับผมแล้วไม่มีลูก เขาพร้อมเขี่ยผมทิ้งได้ตลอด แต่ที่เขายังคุยอยู่ถึงทุกวันนี้เพราะผมมีประโยชน์ ผมช่วยเหลือเขาได้ตลอด อยากได้อะไรผมหาให้ พาไปไหนผมก็พาไป อยากลงทุนผมก็ช่วยเสนอแนวคิดให้ ผมแบ่งเวลาให้กับเขาและลูกได้ ผมก็เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่า เวลามองมาเห็นผมมีโปรไฟล์แบบนี้ ผู้หญิงเขาจะมองแบบไหน? แบบเขาหรอ? และการตัดสินใจรับลูกคนอื่นมาเลี้ยง ผมตรรกะเพี้ยนมั้ย? ชอบมีคนพูดกับผมแบบนี้… ซึ่ง “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องเริ่มที่ตัวคุณโจ๋ก่อน ถ้ามีความตั้งใจที่จะไม่บอกความจริงกับลูกแล้วจะเลี้ยงเขาเหมือนลูกแท้ ๆ ต้องเลิกคิดว่าลูกเป็นลูกของคนอื่นก่อน เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนมาว่าเราโง่ที่ไปเลี้ยงลูกคนอื่น ให้ตอบกลับไปว่า “อย่ามายุ่งกับลูกกู” ที่บอกว่าตายแทนลูกคนนี้ได้ จงประพฤติแบบนั้น แล้วเขาจะไม่มีคุณค่าพอที่จะอยู่ในชีวิตของเราอีกต่อไป ต่อไปประเด็นผู้หญิงคนอื่นจะคิดแบบนี้มั๊ย บอกเลยว่า ไม่ อาจจะมีคนที่คิดแบบนี้และไม่ได้คิดแบบนี้ เพราะยิ่งสมัยนี้มีอีกมากมาย การหย่าร้างกัน มีลูก มีความรักครั้งใหม่ เขาก็ดูแลในแบบที่เข้าใจกันได้ อย่าให้ความคิดแย่ ๆ ของผู้หญิงคนนึงมาทำให้เราผิด ซึ่งมันจะย้อนกลับไปที่ข้อแรกว่าคุณจะตั้งคำถามกับการมีลูกคนนี้ว่าเป็นปัญหาในชีวิตคุณหรือเปล่า ซึ่งมั่นไม่ควร โจ๋ไม่ควรลังเลว่าตัดสินใจถูกหรือผิด ตอนนี้มันขัดกันเองอยู่ ณ วันนั้นที่รับมาเขาคือลูกของเรา ณ วันนี้ไม่ว่าเราจะเจอความจริงอะไรก็ตาม เขาก็คือลูกของเรา ถ้าทำให้ตัวเองเชื่อว่าเขาคือลูกของเราได้ มันจะไม่มีคำถามอื่นแล้ว’ ต่อไป “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผู้หญิงไม่ได้คิดแบบนี้ทุกคน พี่มองว่าผู้หญิงที่หยาบคายแบบนั้นคือส่วนน้อยแค่โจ๋เลือกผิดคน เพราะคำพูดแต่ละคำไม่ให้เกียรติเราเลยสักนิด โง่ที่สุดของโจ๋ไม่ใช่การเก็บลูกคนนี้มาเลี้ยง แต่เป็นการเลือกผู้หญิงคนนี้เข้ามาอยู่ในชีวิต ถึงเขาจะมองเรามีประโยชน์ แต่พี่ไม่เห็นประโยชน์ในตัวเขาเลย ถ้าเอาเข้ามา Toxic แน่นอน ถ้าลูกเราเป็นที่หนึ่งแล้วคนที่เข้ามาใหม่ต้องเดินไปพร้อมกับครอบครัวเราได้ ไม่ใช่มาเห็นแก่ตัว ผู้หญิงคนนี้ยังต่ำกว่ามาตรฐาน’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผู้หญิงดี ๆ ถ้าได้ฟังเรื่องราวนี้แล้วเค้าจะพูดว่า "โจ๋เป็นสุภาพบุรุษมากเลย, โจ๋มีความเป็นพ่อที่ดีเลย, พอรู้ความจริงแล้วยังเลี้ยงต่อนี่คือหัวหน้าครอบครัวที่พึ่งพาได้สุด ๆ" ผู้หญิงดี ๆ จะคิดแบบนี้ ส่วนผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไงไปคิดเอาเอง ซึ่งที่โจ๋บอกว่าคบผู้หญิงคนนี้บอกกันทุกอย่างแบบไม่ปิดบังแม้กระทั่งเรื่องลูก สำหรับพี่ พี่มองว่าไม่จำเป็นต้องบอกใครเลยเพราะเขาคือลูกโจ๋ ผู้หญิงที่เข้ามาต้องเป็นอีกคนที่ทำให้โจ๋นั้นสมบูรณ์ ไม่ใช่เข้ามาให้ตั้งคำถามกับลูก ใครที่เข้ามาทำให้ลังเลสามารถตัดออกจากชีวิตได้เลย’ ทั้งนี้ “ดีเจต้นหอม” ได้ฝากไว้ว่า ‘ลูกต้องไม่ใช่ปมของเรา ลูกคือความสุข อย่าทำให้ความสุขนี้หายไป’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

อ้าว แฟนใหม่เธอหน้าคุ้นๆ!! หนูรู้จักกับผู้ชายคนนึง สนิทกันมานาน จนเพื่อนๆในที่ทำงานก็ยังแซวว่า คู่นี้น่าจะได้เป็นแฟนกัน เราก็กะจะบอกชอบเขาก่อนลาออกจากงาน ปรากฏว่า ยังไม่ทันลาออก เขาไปเปิดตัวกับน้องผู้หญิงร้านข้างๆ

30 มิ.ย. 2025

อ้าว แฟนใหม่เธอหน้าคุ้นๆ!! หนูรู้จักกับผู้ชายคนนึง สนิทกันมานาน จนเพื่อนๆในที่ทำงานก็ยังแซวว่า คู่นี้น่าจะได้เป็นแฟนกัน เราก็กะจะบอกชอบเขาก่อนลาออกจากงาน ปรากฏว่า ยังไม่ทันลาออก เขาไปเปิดตัวกับน้องผู้หญิงร้านข้างๆ

อ้าว แฟนใหม่เธอหน้าคุ้นๆ!! หนูรู้จักกับผู้ชายคนนึง สนิทกันมานาน จนเพื่อนๆในที่ทำงานก็ยังแซวว่าคู่นี้น่าจะได้เป็นแฟนกัน เราก็กะจะบอกชอบเขาก่อนลาออกจากงาน ปรากฏว่า ยังไม่ทันลาออกเขาไปเปิดตัวกับน้องผู้หญิงร้านข้างๆ หนูเฮิร์ทมากตอนนี้ ต้องทนเห็นเขาไปกินข้าวกันทุกวันมีความสุขกันต่อหน้าหนู ล่าสุดหนูบอกกับผู้ชายคนนี้ไปว่า “หลังจากนี้ชีวิตนี้ไม่ต้องมาเจอกันอีก”เขาก็เหมือนจะรับรู้แล้ว หนูจะวางตัวยังไงต่อไปดีหลังจากนี้... “คุณแพร (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี เป็นสายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [25 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาแอบชอบรุ่นพี่ในที่ทำงาน โดนเล่นกับใจสุดท้ายเปิดตัวกับคนอื่น โดย “คุณแพร (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาหนูได้งานใหม่ เป็นงานในห้างสรรพสินค้า หนูเพิ่งขึ้นมาอยู่กรุงเทพได้ไม่นาน เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย แล้วได้มาเจอกับพี่คนนึง เขาสุภาพมาก ตรงสเปคเรา คำพูดคำจาจะเรียกเราว่าหนู ตอนแรกไม่ได้คิดอะไรแต่อยู่ไปนาน ๆ ก็เริ่มสนิทกัน ดูแลกันมากขึ้น ถึงขั้นที่สามารถคุยกันเรื่องเซ็กซ์ หรือเรื่องแฟนเก่าได้ คุยกันได้ยิ่งกว่าเพื่อนผู้หญิงอีก มีการเล่นถึงเนื้อถึงตัวกัน เช่น วิ่งไปกอด เกาะแขนในบริบทที่อ้อน ๆ ได้ บางครั้งเหมือนจะปัดป้องแต่ก็ยังเล่นด้วยได้ วันนึงหนูก็ลองแกล้งเขาโดยการบอกว่า ‘สงกรานต์นี้เดี๋ยวไปเล่นน้ำกับผู้ชายดีกว่า นัดผู้ชายเอาไว้’ เขาก็นิ่งไปเลย หนูเลยคิดว่าเขาก็คงชอบเราเหมือนกันมั้ง พี่ผู้จัดการเขาก็ดูออก ทุกคนคิดแบบนี้กันหมดเลยว่าหนูกับพี่เขาต้องชอบกันแน่ ๆ ต้องเป็นแฟนกันแน่ เราก็เล่นกันปกติ หลังจากนั้นหนูก็เฉลยว่าที่พูดไปหนูแกล้งเล่น พี่เขาก็ดูดีใจ แล้ววันนั้นเราเจอลูกค้าแล้วรู้สึกนอย พี่เขาก็ชวนไปกินข้าวเลย เหมือนปลอบใจ จนกระทั่งอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาก็บอกกับหนูว่าเขาชอบน้องร้านข้าง ๆ นะ ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาเคยบอกว่าเขาชอบสาวหมวย ตัวเล็ก ซึ่งก็ตรงกับหนูเหมือนกัน สรุปแล้วเมื่อสองวันก่อนเขาชวนน้องร้านข้าง ๆ เข้ามาในร้านของเราและขอคอนแทคกันต่อหน้า ต่อตาหนูเลย หนูยืนอึ้งว่าที่ผ่านมาหนูคิดไปเองหรอ ? ทั้ง ๆ ที่หนูเคยเกริ่นไปแล้วว่าชอบเขานะ หนูก็พยายามทำใจ เขาอาจจะเทสระบบเรา จากที่เล่นกันถึงเนื้อถึงตัว พูดคุยเรื่องเซ็กซ์กัน ก็ไม่ทำอีกเลยเพราะหนูมองว่าเขากำลังจะสานสัมพันธ์กับคนอื่นแล้ว แต่ในใจก็เจ็บ วันนี้หนูบอกกับพี่หัวหน้างานว่าปวดท้อง จะขอลาไปหาหมอ กลับมาเขาก็ดูเป็นห่วงเรา หนูนั่งพักอยู่ในห้องก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพที่เขาชวนกันไปกินข้าวอีก จริง ๆ หนูยอมตั้งแต่เขาขอไลน์แล้ว แต่พี่เขาก็ยังพยายามทำตัวเหมือนเดิม แตะเนื้อต้องตัวพูดคุยเหมือนเดิม แต่เราคือทำไม่ได้แล้ว เราไม่โอเค ตอนเย็นหนูก็ถามว่า ‘วันนี้พี่กลับยังไง’ เขาก็ชี้ไปที่ร้านข้าง ๆ แต่หนูเห็นว่าไฟปิดแล้วเลยงง สรุปคือเขาเดินกลับไปรับน้องร้านข้าง ๆ มาต่อหน้าต่อตาหนูอีกแล้ว หนูก็พยายามเก็บอารมณ์ไม่ให้เสียใจ หนูก็พลั้งปากพูดไปว่า ‘พี่ หลังจากนี้เราไม่ต้องมาเจอกันอีกนะ เราตัดขาดกันไปเลย แพรไม่อยากเจอพี่’ พี่เขาก็ตอบกลับแบบติดตลก แซว ๆ อีก หนูเลยอยากขอคำปรึกษาว่าหนูต้องทำงานที่นี่อีก 5 วันต้องเห็นเขาไปไหนมาไหนด้วยกัน จะต้องจัดการความรู้สึกยังไง กับวันที่ 29 นี้จะมีงานเลี้ยงส่งหนู หนูควรบอกเขาอีกรอบมั๊ยว่าชอบ” ซึ่ง “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘นี่คือบทเรียนของการทำที่อะไรตามใจและตามอารมณ์ พูดออกไปด้วยอารมณ์โดยไม่มีการวางแผนคิดหน้าคิดหลังให้ดี “เราไม่ต้องมาเจอกันอีก” เป็นประโยคที่แรงมากทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้เป็นอะไรกันเลย เขาคงคิดว่าแพรเป็นอะไร อันนี้เป็นสิ่งที่พลาดมาก ๆ แค่คุยกับเขาน้อยลงพี่ว่าก็ชัดเจนอยู่แล้วว่ารู้สึกยังไง แพรก็ใช้ชีวิตตามปกติได้เลย เพราะเดี๋ยวก็แยกกันใช้ชีวิตอยู่แล้ว ส่วนวันงานเลี้ยงส่งก็วางตัวดี ๆ เพราะอย่างน้อยเขาก็แสดงให้เราเห็นผ่านการกระทำของเขาแล้วว่าไม่ได้คิดอะไร ขั้นสุดท้ายของการเป็นเพื่อนสนิทแล้วมีคนนึงอยากข้ามขั้นไป เขาก็คงพยายามบอกว่าเราเป็นเพื่อนกันเถอะ ในเมื่อทั้งคู่ชัดเจนกันอยู่แล้ว ก็เป็นเพื่อนกันให้ได้อย่างที่พูดไว้ เด็ดขาดเลยก็ดี ถ้าเขาชวนคุย อยากคุยกับตอบไม่อยากคุยก็ไม่ต้องคุย ขอให้โชคดีกับวันเลี้ยงส่ง และอย่าถือสากับคำพูดของคนเมา’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ทำตัวปกติได้เลยถ้าลาไม่ได้ แต่ถ้าลาได้ก็แนะนำให้ลาแล้วเก็บของไปตั้งตัวที่บริษัทใหม่เลย กับเขาก็ไม่ต้องไปยุ่งอีกแล้ว วันเลี้ยงส่งถ้าเขาไม่ไปก็ไม่ต้องเสียใจด้วย เพราะเราลั่นไปแล้วว่าอย่าเจอกันอีก ต้องทำตามที่พูดไว้ให้ได้ 5 วันที่เหลืออยู่ไปทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าไปที่ใหม่ก็อย่าทำแบบนี้อีก ให้มันจบแค่ตรงนี้’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนอยู่ด้วยกันก่อนหน้านี้ก็สนุกสนาน แพรเป็นคนสนุก เขาอยู่ด้วยแล้วสบายใจแต่เขาให้สถานะเราได้แค่ “เพื่อน” และเขาวางสถานะนี้มีนานแล้ว เท่าที่พี่ฟังผู้ชายไม่ได้มีใจเลย แพรคิดไปเองแล้วก็สร้างโมเมนต์เองโดยการทำให้เค้าหึง เขาเงียบก็บอกว่าเขาหึง แถมมีเพื่อนยุยงอีก เรื่องราวเลยไปไกลจนเขาสนิทใจกับแพรและพร้อมที่จะเปิดใจเล่าว่าชอบน้องร้านข้าง ๆ เพราะเขามองว่าแพรคือเพื่อนที่สนิทที่สุด หารู้ไม่ว่าแพรหึง งอน ไปแล้ว แถมแพรก็ทำอะไรที่เป็นผีบ้าออกไป โดยการพูดใส่อารมณ์อีก แพรสำคัญตัวผิดสถานะ อย่าทำอะไรแบบนี้อีก สำหรับพี่ถ้าเขามางานเลี้ยงส่งก็ทำตัวปกติเลยแบบเพื่อนกัน พี่มีให้ 3 ทางเลือก 1.งอนให้ถึงที่สุด ไม่คุยด้วยเลย 2.ทำตัวเหมือนเดิม เหมือนวันนั้นโดนของมาแล้วไม่ได้พูดอะไร 3.บอกตรง ๆ ว่าที่พูดว่าไม่ต้องมาเจอกันแล้ว ยอมรับว่าหึง หนูชอบพี่ แต่จำไว้ว่าการสารภาพว่าชอบเขาอย่าคาดหวังว่าชอบเขากลับ พูดติดตลกไปได้เลย ให้เรื่องนี้เป็นบทเรียน ของบางอย่างต้องรอเมคชัวร์ก่อนจะได้ไม่เจ็บหัวใจ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมมีปมเรื่องความรัก เพราะเคยโดนเทคืนข้ามปี และ คืนฮาโลวีน พอถึงเทศกาลฮาโลวีน และ เทศกาลปีใหม่แต่ละปี ผมจะรู้สึกนอยด์ๆ ไม่ครื้นเครงแบบคนอื่น จะทำยังไงให้ก้ามข้ามความรู้สึกนี้ไปได้ดีครับ ?

01 พ.ย. 2024

ผมมีปมเรื่องความรัก เพราะเคยโดนเทคืนข้ามปี และ คืนฮาโลวีน พอถึงเทศกาลฮาโลวีน และ เทศกาลปีใหม่แต่ละปี ผมจะรู้สึกนอยด์ๆ ไม่ครื้นเครงแบบคนอื่น จะทำยังไงให้ก้ามข้ามความรู้สึกนี้ไปได้ดีครับ ?

“คุณเต้ (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [30 ต.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับการโดนเทช่วงเทศกาล แล้วกลายเป็นปมในชีวิตตัวเอง “คุณเต้ (นามสมมุติ)” โทรมาเล่าสั้นๆว่า ‘จริงๆไม่มีอะไรมาก แต่เห็นว่าพรุ่งนี้เป็นคืนวันฮาโลวีน ก็เลยอยากจะโทรมาเล่าปมเล็กๆในใจว่าตัวเองเคยโดนเท ตอนคืนวันเทศกาล ทั้งฮาโลวีน และปีใหม่ พรุ่งนี้เพื่อนๆก็นัดผมไปเที่ยวฮาโลวีน แต่ผมกลับยกเลิกนัดเพื่อน เพราะว่าไม่อยากไปแล้ว นอยด์ ตอนนั้นที่โดนเทวันฮาโลวีนคือเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ที่โดนคืนข้ามปีนั้นสมัยเด็กๆ ก็ไม่รู้จะก้าวข้ามไปยังไงดี?’ งานนี้ “ดีเจต้นหอม” ให้ความคิดเห็นว่า ‘ดีแล้วที่เขาเทเราคืนวันฮาโลวีน คิดซะว่าเป็นคืนปล่อยผี แล้วไปหาคนใหม่ซะ!!’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็แชร์ประสบการตัวเองสั้นๆว่า ‘เคยโดนคนคนนึงเทมาคืนข้ามปีเหมือนกัน แต่ขอเขาว่า อย่า ไม่ให้เลิกคืนนี้ หลังจากนั้น 2-3 วันก็เลิกกัน’ ส่วน “ดีเจเผือก” ก็แนะนำว่า ‘ให้ไปหาคนใหม่ คุยกันแต่แรกเลยว่าถ้าวันใดวันนึงจะเลิกกัน อย่ามาเลิกกันช่วงเทศกาล ตกลงกันตั้งแต่แรกเลย สุดท้ายยังไงเราก็ต้องมีคนใหม่’ และทั้งสามดีเจก็แซวๆว่า ‘ตอนนี้ในไลฟ์สด แชทจากแฟนๆ ชมว่าเต้เสียงหล่อ พร้อมดามใจเต้เลยทันที’ หลังจากนั้น “คุณเต้ (นามสมมุติ)” บอกว่าพอฟังพี่ๆแล้วมีกำลังใจเลย พรุ่งนี้ผมจะไปเที่ยวที่ข้าวสารกับเพื่อนเหมือนเดิม ไทป์ของผม ได้หมดเลย ใครก็ได้ เพศไหนก็ได้ครับ เรื่องอายุผมก็ไม่ติด วิธีสังเกตผมก็เป็นผู้ชาย สูง 170 กว่าๆ น้ำหนัก 60 ใส่แว่นกลม แล้วก็สวมแหวนนิ้วที่นิ้วโป้งข้างขวานะครับงานนี้ทำเอาชาวพุธโทรเรี่ยนที่โสดอยู่ ถึงกับแซวๆมาในคอมเม้นต์ไลฟ์สดว่า ‘จะออกไปตามล่าหาคุณเต้กันที่ข้าวสารเลยจ้า’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-