เจฟ ซาเตอร์ ชื่นชม ไบร์ท วชิรวิชญ์ เป็นศิลปินที่เปี่ยมด้วยแพสชัน ห่วงสภาพจิตใจหลังเกิดดราม่า

ENTERTAINMENT NEWS

เจฟ ซาเตอร์ ชื่นชม ไบร์ท วชิรวิชญ์ เป็นศิลปินที่เปี่ยมด้วยแพสชัน ห่วงสภาพจิตใจหลังเกิดดราม่า

13 มิ.ย. 2024

กระแสหลังจบการแสดง ‘The Kingdoms Concert’ ดูจะเทไปทาง ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี อย่างหนักหน่วง โดยเขาถูกวิจารณ์ว่าเป็นนักร้องเสียงเพี้ยน จากการแสดงทั้งในพาร์ตเดี่ยวของตัวเอง และชัดเจนที่สุดในพาร์ตที่ต้องร้องร่วมกับเพื่อนศิลปินทั้ง นนท์ ธนนท์, เจฟ ซาเตอร์ และ THE TOYS จนถูกเปรียบเทียบเรื่องศักยภาพ จนเขาต้องออกมาขอโทษผู้ชมในช่วงท้ายคอนเสิร์ต

ล่าสุด เจฟ ซาเตอร์ หนึ่งในศิลปินหลักของคอนเสิร์ตนี้ได้ออกมาพูดถึงกระแสที่เกิดขึ้น ทั้งขอบคุณการสนับสนุนจากผู้ชม และแฟนคลับจากทุกด้อม เพื่อนศิลปินที่ทุ่มเทและตั้งใจกันอย่างเต็มที่ พร้อมกับใช้พื้นที่นี้กล่าวชื่นชม ไบร์ท ว่าเป็นศิลปินที่เปี่ยมไปด้วยแพสชัน

“ไบร์ทเป็นคนที่พยายามมากครับ ผมเชียร์อัพน้องตลอดรวมถึงติดตามผลงานของเขาด้วย ไบร์ทก็เป็นไบร์ทในแบบที่ดีที่สุด บอกพี่ผมทำได้ ผมจะทำให้ดีขึ้น ซึ่งก็อย่างที่ทุกคนได้เห็นวันที่ 2 ไบร์ทร้องดีขึ้นมาก น้องตั้งใจมาก ผมไม่เชื่อว่าเพลงไหนจะมีเวอร์ชันดีที่สุดเวอร์ชันเดียว ผมไม่เชื่อว่าเวอร์ชันผมคือดีที่สุดแล้ว

ผมว่าทุกคนมีรสนิยมในการฟังเพลงที่แตกต่างกัน ทุกความเพราะ ทุกบทเพลงขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะชอบไม่ชอบมากกว่า ยอมรับว่าเป็นห่วงเขาครับ แต่เชื่อว่าไบร์ทเข้มแข็งมาก พวกเราทุกคนเห็นเขาเต็มที่ในทุก ๆ งานที่เขาได้โอกาสในการแสดงความสามารถครับ”

ภาพ : LOVEiS ENTERTAINMENT

related ENTERTAINMENT NEWS

ภาพบรรยากาศ JEFF SATUR RED GIANT CONCERT การเติบโตของ JEFF SATUR ที่สง่างามและน่าจดจำทุกวินาที

06 พ.ค. 2025

ภาพบรรยากาศ JEFF SATUR RED GIANT CONCERT การเติบโตของ JEFF SATUR ที่สง่างามและน่าจดจำทุกวินาที

เจฟ ซาเตอร์ (Jeff Satur) ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นถึงพลังของศิลปินที่เติบโตอย่างมั่นคงและยิ่งใหญ่ ผ่านคอนเสิร์ตครั้งสำคัญในชีวิต JEFF SATUR RED GIANT CONCERT เมื่อวันที่ 3-4 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี การแสดงครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพียงคอนเสิร์ตธรรมดา แต่คือภาพสะท้อนเส้นทางชีวิตของศิลปินคนหนึ่งที่เติบโตจากจุดเล็ก ๆ จนกลายเป็น Red Giant ที่สว่างไสว และมีแรงโน้มถ่วงดึงดูดใจผู้ชมทั่วทั้งฮอลล์ตั้งแต่ประกาศจัดคอนเสิร์ต กระแสตอบรับก็ถาโถมอย่างท่วมท้น บัตรถูกจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว จนต้องเพิ่มรอบแสดงทันที นี่คือแรงปรารถนาของเหล่าคุณวันเสาร์ ที่อยากเห็นอิมแพ็คฯ เล็กลงภายใต้พลังแห่งความรักและแรงสนับสนุนที่มอบให้เจฟอย่างเต็มหัวใจเวทีถูกออกแบบให้เป็นดั่งจักรวาลของ เจฟ เปิดฉากด้วยซีนจำลองกระดานหมากรุกขาวดำ ซึ่งเขาเปรียบเปรยถึงชีวิตที่เต็มไปด้วยการเลือกเดิน ก่อนจะพาทุกคนเข้าสู่เส้นทางชีวิตผ่านเสียงเพลง ไล่เรียงตั้งแต่ ‘Black Tie’, ‘Highway’ และ ‘Ride or Die’ สะท้อนตัวตนและเส้นทางที่เขาเดินมา พร้อมกับการเล่าเรื่องผ่านธีม Red Giant ซึ่งเปรียบดวงอาทิตย์ที่ขยายตัวสู่จุดสูงสุดที่เต็มไปด้วยพลังและทรงอิทธิพลห้องแห่งความทรงจำเริ่มต้นด้วยวัยเด็ก ผ่านบทเพลง ‘ฉันก่อนเจอเธอ (Lost and Found)’ และ ‘ไม่กล้าบอกชัด’ ก่อนจะก้าวสู่ช่วงชีวิตวัยผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยความสับสน ความฝัน และการเรียนรู้ ผ่านบทเพลงอย่าง ‘Complicated’, ‘Lucid’ และ ‘Loop’ ที่ตอกย้ำพลังทางดนตรีและการถ่ายทอดอารมณ์อันลึกซึ้งเซกชันแขกรับเชิญก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าจดจำ วันแรกได้พบกับเสียงทรงพลังจาก ต้าห์อู๋, วิลเลี่ยม LYKN, มาง bamm และ Flower.far ก่อนที่ ญาญ่า อุรัสยา จะปรากฏตัวพร้อมสร้างความสดใส และ HUGO ที่มอบโชว์สุดเท่ชวนหัวใจเต้นแรงวันที่สองมาพร้อมเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่เมื่อทีมนักแสดงจาก KinnPorsche The Series ยกทีมขึ้นเวที พร้อมโชว์ที่เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นฮอลล์ ก่อนปิดท้ายด้วยแขกรับเชิญพิเศษ BOWKYLION ในเพลง ‘รักแท้หรือแค่เหงา’ และ ‘Die With A Smile’ ซึ่งร่วมสร้างโมเมนต์ประทับใจ และเติมเต็มเวทีด้วยบทเพลงลึกซึ้ง ‘วิงวอน’ฉากท้ายของคอนเสิร์ตกลายเป็นภาพจำฝังใจ เมื่อ เจฟ ปรากฏตัวบนเสลี่ยงในเพลง ‘เหมือนวิวาห์ (Rain Wedding)’ ท่ามกลางสายฝนและพายุจำลอง ก่อนจะปิดท้ายด้วยบทเพลง ‘Stranger’ และ ‘ซ่อน(ไม่)หา (Ghost)’ ที่สื่อสารถึงผู้ชมทุกคน คนแปลกหน้าที่เชื่อมโยงถึงกันผ่านเสียงเพลงเกือบ 4 ชั่วโมงที่เวทีแห่งนี้ได้กลายเป็นจักรวาลส่วนตัวของ เจฟ ซาเตอร์ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว การเติบโต น้ำตา และรอยยิ้ม คอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่ใช่แค่ความสำเร็จทางดนตรี หากแต่เป็นหมุดหมายสำคัญของชีวิต ที่ เจฟ ได้ประกาศไว้ชัดว่าเขาพร้อมจะเติบโตต่อไป ท่ามกลางความรักของทุกคนที่อยู่เคียงข้าง“พวกคุณทำตามฝันของคุณ ผมทำตามฝันของผม แล้วเรามาร้องเพลงด้วยกันใหม่” เจฟ ซาเตอร์ภาพ : Warner Music Thailand

‘เจฟ ซาเตอร์’ จัดเต็มกับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในไทยกับ ‘JEFF SATUR LIVE ON SATURN : FIRST SOLO CONCERT IN BANGKOK’

24 มี.ค. 2023

‘เจฟ ซาเตอร์’ จัดเต็มกับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในไทยกับ ‘JEFF SATUR LIVE ON SATURN : FIRST SOLO CONCERT IN BANGKOK’

ผ่านไปแล้วสำหรับคอนเสิร์ตที่หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในโมเมนต์หูเคลือบทองของแฟนเพลง สำหรับ JEFF SATUR LIVE ON SATURN : FIRST SOLO CONCERT IN BANGKOK เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ รอยัลพารากอน ฮอลล์ ที่ ‘เจฟ ซาเตอร์’ มาพร้อมกับเพอร์ฟอร์มานซ์จัดเต็ม ที่ทำให้เราสัมผัสได้ถึงตัวตนและความสามารถทางด้านดนตรี ของเจฟอย่างแท้จริงบรรยากาศหน้างานเต็มไปด้วยเหล่าแฟนคลับ (คุณวันเสาร์) ที่รอเข้างาน พร้อมด้วยเจ้ามาสคอตดาวเสาร์สุดน่ารักที่แฟน ๆ ร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อคอนเสิร์ตครั้งนี้โดยเฉพาะ เริ่มด้วย 3 เพลงแรกที่อยู่ในสังกัด Wayfer Records ภายใต้ Warner Music Thailand อย่าง Highway, ทำไมมันยาก (Complicated) และ แค่เงา (Hide) ก่อนจะทักทายเหล่าคุณวันเสาร์สั้น ๆ แล้วไปมันส์กันต่อ กับเพลงใหม่ล่าสุด Dum Dum ที่เพิ่งปล่อยมาเพียงแค่ 3 วันก่อนคอนเสิร์ต และแสดงสดที่นี่เป็นที่แรก ตามมาด้วย Steal The Show ผลงานร่วมกับศิลปินเกาหลี SHAUN ที่มาพร้อมกับโชว์สุดอลังการสร้างเสียงกรี๊ดได้สนั่นฮอลล์และในคอนเสิร์ตครั้งนี้เจฟไม่ได้มาแค่คนเดียว ยังชวนอีก 2 แขกรับเชิญที่คาดไม่ถึงว่าจะมาร่วมโชว์กับเจฟในคอนเสิร์ตครั้งนี้ นั่นก็คือ โจอี้ ภูวศิษฐ์ และ มิลลิ ดนุภา โดยเจฟและโจอี้ได้ร่วมกันร้องเพลงฮิตอย่างนะหน้าทอง พร้อมกับการประชันฝีมือโซโล่พิณของ 2 หนุ่มที่หาดูไม่ได้ที่ไหนแน่นอน รวมถึงเพลงสุดใจ ที่ทั้งคู่ได้โชว์สกิลล์เสียง จนผู้ชมขนลุกกันไปทั้งฮอลล์เมื่อถึงคิวของสาวมิลลิ ทั้งฮอลล์ก็ส่งเสียงดังลั่นต้อนรับ มาพร้อมกับเพลง Weekend และ โลกคู่ขนาน (Isekai) ที่มิลลิตั้งใจเลือกเพลงขึ้นมาเพื่อโชว์สกิลล์การร้องเพลงแบบอื่น ที่นอกเหนือจากสกิลล์การเป็นแร็พเปอร์ของมิลลิที่เราคุ้นชินและที่พลาดไม่ได้กับเพลงที่แฟน ๆ ชาวไทยตั้งตารออย่าง Hype Boy ที่เจฟได้ไปโชว์ลีลาการเต้นสุดน่ารักไว้ในโชว์หลาย ๆ ประเทศก่อนหน้านี้ ซึ่งเจฟได้เต้นจัดเต็มพร้อมกับทีมแดนเซอร์ที่มาสร้างความสดใสไปทั้งเวทีและมาถึงจุดเซอร์ไพรส์ของโชว์ สำหรับใครที่เป็นแฟนคลับ เจฟ ซาเตอร์ มายาวนาน จะต้องฟินไปกับซิงเกิ้ลสุดฮิตในตำนาน ไม่กล้าบอกชัด ที่หนุ่มเจฟนำกลับมามาร้องในคอนเสิร์ตครั้งนี้ เพื่อเป็นของขวัญให้แฟน ๆ ที่ติดตามเจฟมาตลอดระยะเวลา 10 ปีของการเดินทาง และเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของการเป็นศิลปินมากความสามารถอย่างแท้จริงJEFF SATUR LIVE ON SATURN : FIRST SOLO CONCERT IN BANGKOK เป็นอีกหนึ่งโชว์คุณภาพที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า 'เจฟ ซาเตอร์' ศิลปินไทยคนนี้พร้อมที่จะแสดงความสามารถในเวทีต่าง ๆ ทั่วโลก และตั้งตารอคอยจะได้เห็นเจฟ ซาเตอร์ ขึ้นคอนเสิร์ต โชว์เพอร์ฟอร์มานซ์หูเคลือบทองให้แฟน ๆ ได้ฟังกันอีกสักครั้ง!ภาพ: Warner Music Thailand

เจฟ ซาเตอร์ ซาบซึ้งแฟนคลับเคารพชีวิตส่วนตัว หลังถูกนำภาพถ่ายกับหญิงสาวมาจับผิดสถานะ

18 ก.ค. 2024

เจฟ ซาเตอร์ ซาบซึ้งแฟนคลับเคารพชีวิตส่วนตัว หลังถูกนำภาพถ่ายกับหญิงสาวมาจับผิดสถานะ

ก่อนหน้านี้บนโซเชียลมีเดียมีการแชร์ภาพถ่ายของ เจฟ ซาเตอร์ ศิลปินและนักแสดงชื่อดังกับหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งมีการเปิดเผยในเวลาต่อมาว่าเธอคือ วีวี่ หนึ่งในทีมงานเบื้องหลังของ Studio on Saturn แต่จากภาพถ่ายหลายคนโฟกัสไปที่ความสนิทสนมของทั้งคู่ พร้อมกับตั้งคำถามว่าพวกเขาอยู่ในสถานะคนพิเศษหรือไม่จากประเด็นดังกล่าวทำให้ เจฟ และ วีวี่ ถูกโจมตีอย่างหนัก เพราะหากย้อนกลับไม่ในการสัมภาษณ์กับสื่อที่ผ่านมา เจฟ ยืนยันตลอดว่าเขาอยู่ในสถานะโสด และจากดราม่าที่เกิดขึ้นทำให้เขาต้องรีบเข้าไปพูดคุยกับแฟนคลับของตัวเอง พร้อมกับอธิบายถึงประเด็นที่หลายคนกำลังตั้งข้อสงสัย แต่ก็กลับรับรู้ได้ถึงพลังของความรักจากแฟน ๆ ที่พร้อมจะเข้าใจและเคารพชีวิตความเป็นส่วนตัว ไม่ว่าเขาจะมีความสัมพันธ์ที่พิเศษกับใครก็ตามเจฟ บอกว่ารู้จักและทำงานร่วมกับ วีวี่ มานานกว่า 12 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีสถานะหรืออะไรที่ชัดเจน เป็นความซับซ้อนทางความสัมพันธ์ แต่หากในอนาคตมีการขยับหรือพัฒนาขึ้นจะมาบอกกับทุกคนอย่างแน่นอน“จริง ๆ ผมไม่ได้จะมายืนยันความชัดเจน ไม่ได้มาบอกเรื่องสเตตัส แต่มายืนยันคำพูด และความจริงในความสัมพันธ์ เสมือนเวลาขึ้นบันไดมีการก้าวไปหนึ่งขั้น แต่ละขั้นจะมีความซับซ้อน มีอะไรระหว่างทาง และผมไม่ได้ชอบที่จะบอกว่าตอนนี้เรากำลังอยู่บันไดขั้นไหน เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว และเหตุการณ์นี้ก็ทำให้ผมรู้สึกใกล้ชิดกับแฟนคลับมากขึ้น ความรักที่เราเคยคิดว่ามีเท่านี้แต่จริง ๆ มันมีมากกว่าที่เราเห็น”เจฟ ยังบอกอีกว่าหลังมีข่าวต่าง ๆ ออกไป วีวี่ ก็กังวลเพราะอาจทำให้เกิดผลกระทบกับ เจฟ พร้อมบอกว่าเธอคือผู้หญิงที่เก่ง เธอคือศิลปินที่ต้องการเพียงพื้นที่เงียบ ๆ ให้ทำงาน แต่ขณะเดียวกันก็โล่งใจและเข้าใจว่าคนที่เข้าไปแสดงความคิดเห็นแย่ ๆ ไม่น่าใช่แฟนคลับ เพราะหากเป็นแฟนคลับจริงจะต้องให้เกียรติคนอื่นภาพ : jeffsatur

เจฟ ซาเตอร์ จะมารับบทนำใน Project D ของ GDH ร่วมกับ อิงฟ้า วราหะ ซึ่งมีกำหนดเปิดกล้องปลายปีนี้

29 ส.ค. 2023

เจฟ ซาเตอร์ จะมารับบทนำใน Project D ของ GDH ร่วมกับ อิงฟ้า วราหะ ซึ่งมีกำหนดเปิดกล้องปลายปีนี้

GDH ออกมาอัปเดตความคืบหน้าของ Project D (Working Title) หนึ่งในโปรเจกต์ภาพยนตร์ชิ้นใหม่ของ GDH ผลงานของผู้กำกับ บอส-นฤเบศ กูโน ว่าจะกลับมาเริ่มกระบวนการทำงานอีกครั้ง หลังต้องระงับการทำงานไปชั่วคราว โดยมีความเปลี่ยนแปลงลิสของนักแสดงซึ่งครั้งนี้ได้ เจฟ ซาเตอร์ (Jeff Satur) ศิลปินและนักแสดงมากความสามารถมารับบทนำคู่กับ อิงฟ้า วราหะ“บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด ขอประกาศอัปเดตความคืบหน้าของภาพยนตร์ โปรเจกต์ D (Working Title) ซึ่งทางบริษัทมีเหตุจำเป็นต้องระงับการถ่ายทำไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากความไม่ลงตัวของระยะเวลาในการเตรียมงาน“ซึ่งทางบริษัทฯ ผู้กำกับภาพยนตร์ และทีมงานที่เกี่ยวข้องกับโปรเจกต์นี้ ได้ใช้เวลาในช่วงที่ผ่านมาในการแก้ไขปรับเปลี่ยนรายละเอียดต่างๆ ของบทภาพยนตร์จนสมบูรณ์เรียบร้อย ทางบริษัทฯ จึงขอแจ้งให้แฟน ๆ ทราบว่า ขณะนี้ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวกำลังจะเข้าสู่กระบวนการเตรียมงานก่อนการถ่ายทำจริงแล้ว โดยทีมนักแสดงหลักทั้ง 5 ท่าน ได้แก่ เจฟ ซาเตอร์, อิงฟ้า วราหะ, พงศกร เมตตาริกานนท์, หฤษฎ์ บัวย้อย และ สีดา พัวพิมล จะเริ่มทำการเวิร์กช็อปร่วมกัน เพื่อให้พร้อมสำหรับการเปิดกล้องที่จะเกิดขึ้นในปลายปีนี้“ทางบริษัทฯ ขอขอบคุณแฟนๆ ที่ให้ความสนใจรอชมภาพยนตร์เรื่องนี้ และให้การสนับสนุนที่ดีเสมอมา”สำหรับ Project D ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน GDH Line Up 2023 นำแสดงโดย พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร แต่เนื่องด้วยระยะเวลาในการเตรียมงาน รวมถึงสถานที่ที่ไม่ลงตัว ทำให้ต้องระงับการถ่ายทำไปชั่วคราว ขณะที่แฟนคลับเองก็แอบเสียดายที่จะไม่ได้เห็นฝีมือการแสดงภาพยนตร์ของ พีพี แต่ก็เคารพการตัดสินใจของทุกฝ่ายทางด้าน เจฟ ซาเตอร์ ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้แล้วว่า เป็นโอกาสดีที่ได้ร่วมงานกับทาง GDH และนักแสดงทุกคนในเรื่อง ส่วนตัวเขารู้สึกว่าเป็นงานที่ท้าทายมาก รวมถึงประเด็นหลักของเรื่องที่จะพูดถึงก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจทีเดียว“จริงๆ เราคุยกันมาประมาณ 3-4 เดือนแล้ว พอได้เห็นตัวบทก็รู้สึกว่ามันท้าทายมาก หลังจากนั้นก็ได้เข้าไปแคสต์กับพี่บอสผู้กำกับ ความน่าสนใจของตัวบทคือ มีการพูดถึงประเด็นที่น่าสนใจมาก ๆ ซึ่งเกี่ยวกับ LGBT ด้วย แล้วมันเป็นประเด็นที่ผมพูดมาตลอด เรารู้สึกว่าก็ดีนะถ้าเราจะได้เป็นตัวแทนในการพูดถึงเรื่องนี้แทนคนที่เขาไม่สามารถพูดออกมาได้ รวมถึงไดนามิกของเรื่องมันค่อย ๆ ไล่ไปจนถึงจุดที่มันไม่น่าจะไปถึงได้“ตอนแรกผมก็รู้สึกกังวลว่าผมเหมาะหรือเปล่า ซึ่งผู้ใหญ่บอกว่าจากการได้ดูวิดีโอแคสต์ก็รู้สึกว่านี่เป็นเวอร์ชั่นที่เขาอยากจะเห็นในหนังเรื่องนี้ ตอนแรกที่ผมกังวลเพราะตัวบทมันท้าทายมาก แล้วผมอาจจะมีเวลาเตรียมตัวไม่ได้เยอะขนาดนั้น แล้วการที่จะต้องทรานส์ฟอร์มตัวเองไปเป็นคนอื่นมันก็ยาก การทำงานเพลงมันคือการเป็นตัวเรา แต่งานหนังมันเป็นการทิ้งตัวเราแล้วไปเป็นคนอื่น“ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันกดดันอะไรในเรื่องนี้ แต่ถ้าจะกดดันผมกดดันกับเรื่องบทมากกว่า ในฐานะเป็นนักแสดงสิ่งที่ต้องทำการบ้านจริง ๆ คือตัวบท แล้วเราจะไปเป็นคนคนนั้นในหนังเรื่องนี้ได้ยังไง”เจฟ ยังบอกอีกว่า คาแร็กเตอร์ในเรื่องนี้ถือว่าเป็นที่สุดของการทรานส์ฟอร์มตัวเอง เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่แฟน ๆ ได้เห็นเขาในลุคผิวดำและต้องโกนหัว ซึ่งเขามองว่าหากจะต้องไปเป็นคนอื่น ก็ต้องทิ้งตัวตนของตัวเองไว้ที่หน้าเซ็ตแล้วเข้าไปในโลกของตัวละครนั้นจริง ๆ ต้องรอดูว่าฝีมือการแสดงของเขาจะออกมาเป็นยังไง แต่ที่แน่ ๆ เจฟ ก็ทุ่มสุดตัวเลยทีเดียวภาพ : Wayfer Records

album
efm
-

-