คุณครูสังเกตเห็นรูปวาดของเด็กหญิงเก็บตัว ‘ต้นไม้ = แม่ ส่วนผู้หญิง..คือใครไม่รู้!’ เมื่อตามไปถึงบ้านก็พบหญิงร่างใหญ่แปลกหน้า พอถามพ่อ ดันตอบว่าอยู่กันแค่ 2 คน!

ENTERTAINMENT NEWS

คุณครูสังเกตเห็นรูปวาดของเด็กหญิงเก็บตัว ‘ต้นไม้ = แม่ ส่วนผู้หญิง..คือใครไม่รู้!’ เมื่อตามไปถึงบ้านก็พบหญิงร่างใหญ่แปลกหน้า พอถามพ่อ ดันตอบว่าอยู่กันแค่ 2 คน!

01 ก.พ. 2023

รายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (24 มกราคม 2566) ที่ผ่านมา ‘คุณตั้ม The Shock’ หรือ ‘คุณตั้ม รถขนไม้’ ได้เข้ามานั่งเล่าเรื่องหลอนกันแบบสด ๆ ถึงห้องจัดรายการ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณครูโรงเรียนประถมที่สังเกตเห็นอาการแปลก ๆ ของ ‘น้องเมย์’ เด็กหญิงที่มีนิสัยเก็บตัว แต่จะหลอนอย่างไรนั้น เราสรุปไว้ให้คุณแล้ว!

เรื่องนี้มาจาก ‘คุณแอล’ เธอเล่าให้ฟังว่าเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาได้กลับบ้านต่างจังหวัด และได้พูดคุยกับน้องชาย ซึ่งเป็นคุณครูสอนคณิตศาสตร์ประจำโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่ง (จะขอเรียกน้องชายคุณแอลว่า ‘คุณครู’) หนึ่งในเรื่องที่คุยกันนั้นเป็นเรื่องของนักเรียนคนหนึ่ง นามว่า ‘น้องเมย์’ เด็กสาวบุคลิกเงียบขรึม ที่ไม่ค่อยสนใจใคร และปลีกตัวไปนั่งอยู่ที่มุมห้องคนเดียว คุณครูจึงเข้าไปถามไถ่ แต่น้องเมย์ก็ไม่ตอบรับอะไร และพยายามหลบตา จนกระทั่งสังเกตเห็นรอยช้ำที่ต้นแขน ก็ถามน้องว่าไปโดนอะไรมา ด้วยความเป็นเด็ก น้องยังไม่รู้ว่ารอยช้ำคืออะไร แต่ก็บอกคุณครูว่า “เป็นผลจากการทำการบ้านแล้วถูกพ่อดุ” คุณครูได้ยินดังนั้นก็เป็นห่วง และคิดว่าปล่อยเอาไว้คงไม่ดีแน่ จึงพาน้องไปที่สถานีตำรวจ แต่ตำรวจกลับไม่สนใจ มองว่าเป็นเรื่องเล็ก และไม่รับเรื่อง ด้วยความเป็นครูจึงไม่ยอมแพ้ พาน้องเมย์เข้าพบครูใหญ่ แต่กลับได้คำตอบว่า “อย่าไปยุ่งเลย พ่อของน้องเป็นนักการเมือง เดี๋ยวโรงเรียนเราจะมีปัญหา” เมื่อได้ยินดังนั้นคุณครูก็ผิดหวัง และก็คิดว่าจะพยายามดูแลน้องเมย์เท่าที่ตัวเองจะทำได้..

วันรุ่งขึ้น ครูใหญ่ก็แจ้งกับคุณครูว่าให้ย้ายขึ้นไปสอนชั้นป.2 แทน ทำให้ต้องจำใจย้ายขึ้นไปตามคำสั่ง แต่ก็ยังเป็นห่วงน้องเมย์อยู่ เมื่อไหร่ที่มีเวลาว่าง ก็จะแวะไปดูน้องเมย์เป็นครั้งคราว วันหนึ่ง คุณครูแวะมาดูน้องเมย์ ก็เห็นน้องกำลังก้มหน้าก้มตาวาดรูปอยู่คนเดียว ภาพวาดของน้องจะมีต้นไม้อยู่ตรงกลาง ข้าง ๆ มีผู้หญิง และเด็กผู้หญิง ส่วนด้านบนมีดวงอาทิตย์ คุณครูจึงพยายามที่จะพูดคุยด้วยการเอ่ยปากชม “น้องเมย์วาดรูปสวยมากเลย คุณครูขอเอากลับไปได้มั้ย?” น้องเมย์ก็พยักหน้าตอบรับ คุณครูจึงคิดว่านี่เป็นสัญญาณที่ดี เพราะน้องเริ่มตอบรับแล้ว

วันต่อมา คุณครูก็มาหาน้องเมย์อีกครั้ง น้องยังคงวาดรูปอยู่ที่มุมเดิม และเป็นรูปเหมือนเดิมทุกรูป คุณครูจึงคิดว่าจะเริ่มชวนคุยผ่านรูปภาพเหล่านี้ และเอ่ยปากขอรูปอีกครั้ง น้องเมย์ก็ตอบว่า “ได้” เมื่อน้องเริ่มตอบโต้ คุณครูจึงบอกน้องว่า “น้องเมย์ลองเขียนอธิบายภาพนี้หน่อยสิ ว่ามันมีอะไรบ้าง ใครเป็นใคร” น้องก็นั่งเขียนรายละเอียดตามที่คุณครูบอก ไม่นานน้องเมย์ก็เขียนเสร็จ รายละเอียดที่น้องเขียนคือ พระอาทิตย์ = พระอาทิตย์, เด็กผู้หญิง = เมย์, ใต้ต้นไม้ = แม่ และ ผู้หญิง = ใครไม่รู้ นั่นทำให้คุณครูคิดไปไกลว่าผู้หญิงคนนั้นอาจจะเป็นคนที่ทารุณกรรมน้อง!

ด้วยความร้อนใจ เย็นวันนั้นคุณครูก็รีบไปที่บ้านน้องทันที เมื่อไปถึงบ้าน ก็เห็นว่าบ้านมีลักษณะคล้าย ๆ กับรูปที่น้องเมย์วาด หลังจากกวาดสายตาไปรอบ ๆ ก็มองขึ้นไปที่หน้าต่างชั้นสอง คุณครูก็เห็นผู้หญิงร่างใหญ่คนนึง มองมาที่คุณครู ทางด้านคุณพ่อก็ต้อนรับอย่างดี และกำลังจะพาไปห้องรับแขก น้องเมย์ก็วิ่งออกมา แล้วกระซิบบอกคุณครูว่า “เขาไม่พอใจ ในสิ่งที่คุณครูมาทำแบบนี้นะ” คุณครูก็ตอบกลับไปว่า “อ๋อ ผู้หญิงที่อยู่ข้างบนหรอ? ไม่เป็นไร เขาทำอะไรครูไม่ได้หรอก” สิ้นเสียงคุณครู น้องเมย์ก็ไม่ตอบกลับอะไร คุณครูจึงเข้าไปพูดคุยกับคุณพ่อ เมื่อคุยไปคุยมา คุณครูก็หยิบเอาภาพที่น้องเมย์วาดมาให้คุณพ่อดู น้ำเสียงและสีหน้าก็เปลี่ยนไป กลายเป็นโมโหบอกว่า “มันก็แค่รูปถ่าย! ทำไมอ่ะ มันมีปัญหาอะไร” เมื่อเห็นว่าคุณพ่อไม่พอใจ จึงเปลี่ยนเรื่องไปถามถึงผู้หญิงที่อยู่ข้างบนแทน คุณพ่อก็ยิ่งหัวเสียเพิ่มขึ้นไปอีก! แล้วบอกว่า “คุณพูดอะไร แม่น้องเมย์เขาตายตั้งแต่น้องอายุ 2 ขวบ ผมอยู่กันสองคนพ่อลูก ไม่เคยเอาใครเข้าบ้าน!” คุณครูก็ไปต่อไม่ได้ ท้ายที่สุด คุณพ่อก็เชิญคุณครูออกไป แม้ในใจจะสงสัยมากก็ตามที

เมื่อสลัดความสงสัยออกไปไม่ได้ จึงไปถามจากคนละแวกบ้าน ได้คำตอบมาว่า แม่ของน้องเมย์เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ หลังจากแม่เสีย พ่อของน้องเมย์ก็กลายเป็นคนเก็บตัว และเขาอยู่กันสองพ่อลูกจริง ๆ เมื่อคุณพ่อทราบเรื่องว่าคุณครูทำแบบนั้นก็ไม่พอใจ จึงย้ายน้องเมย์ออกจากโรงเรียน ส่วนที่บ้านก็ไม่รู้ว่าย้ายหรืออยู่ต่อ เพราะคุณครูก็ไม่ได้เจอน้องเมย์อีกเลย..

แม้เรื่องที่เจอจะจบไปแล้ว แต่ความสงสัยของคุณครูยังไม่จบ เรื่องแรก ถ้าน้องเมย์อยู่กับคุณพ่อ ทำไมรูปที่วาดถึงไม่มีคุณพ่อเลย แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร..? แล้วที่น้องถูกกระทำ ถูกทำร้ายร่างกาย อาจจะเกิดจากผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า?      

related ENTERTAINMENT NEWS

หลอนกลางดึก เมื่อเจอชายแปลกหน้า ต้องสวดมนต์ตามพระถึงหลุดจากภวังค์ ช็อค! ห้องนี้เคยมีคนฆ่าตัวตาย | อังคารคลุมโปง

05 ม.ค. 2023

หลอนกลางดึก เมื่อเจอชายแปลกหน้า ต้องสวดมนต์ตามพระถึงหลุดจากภวังค์ ช็อค! ห้องนี้เคยมีคนฆ่าตัวตาย | อังคารคลุมโปง

เริ่มต้นปีใหม่ด้วยความหลอนต่อเนื่องกับเรื่อง หอพัก@สระบุรี จากคุณส้ม ที่ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องชวนขนหัวลุกในรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ ที่ผ่านมา (27 ธันวาคม 2565) เรื่องราวจะเป็นยังไง แท็กชวนเพื่อนมาอ่านไปด้วยกันเลย!คุณส้มที่มีอาชีพเป็นวิศวกร ต้องย้ายไปประจำไซต์งานที่ต่างจังหวัดบ่อยครั้ง ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อน คุณส้มได้ไปประจำไซต์งานที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นครั้งแรกที่คุณส้มได้ไปที่จังหวัดนี้ การจองหอพักจึงเป็นการจองออนไลน์ ไม่ได้มีการเข้าไปดูห้องจริงแต่อย่างใด เมื่อตกลงเสร็จสรรพ เวลาย้ายเข้าหอก็มาถึง...คุณส้มมีความเชื่อว่า ประตู 3 ชั้นอย่าตรงกัน เพราะเป็นทางผีผ่าน แต่หอที่เข้าไปพักอยู่เป็นแบบนั้นเลย เมื่ออยู่ไปสักพัก ก็มักจะได้ยินเสียงคนวิ่งหรือคุยกันตลอดเวลา แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากวันพระใหญ่มาถึง คุณส้มเลิกงานแล้วกลับห้องตามปกติก็อาบน้ำ ด้วยความที่เป็นคนสายตาสั้น จึงเข้าใจว่ามีเชือกห้อยอยู่ตรงผ้าม่านกลางห้อง พอเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ จึงพบว่าเป็นงูตัวเล็กที่กำลังชูคออยู่! คุณส้มตกใจร้องกรี๊ดและรีบวิ่งออกไปขอความช่วยเหลือจากแม่บ้านประจำหอทันที คุณส้มตั้งใจว่าอยากให้ช่วยไล่ออกไป แต่พอแม่บ้านมาถึงดันใช้ไม้ถูพื้นตีหัวงูจนตาย คุณส้มมองภาพนั้นด้วยความสยอง และคิดว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว หลังจากนั้นประมาณ 2 ทุ่ม ก็เตรียมเข้านอนก่อนนอนนั้น คุณส้มก็โทรคุยกับแฟนตามปกติ ผ่านไปประมาณเที่ยงคืน แฟนคุณส้มก็ปลุกคุณส้มด้วยความโมโห แล้วบอกให้เปิดกล้องระหว่างคุยกันด้วย เพราะอยากจะเช็คว่าคุณส้มอยู่กับคนอื่นหรือเปล่า แฟนคุณส้มบอกว่าได้ยินเสียงเหมือนมีคนอยู่ใกล้ ๆ คุณส้ม เมื่อได้ยินดังนั้นคุณส้มก็เริ่มใจคอไม่ดี พอเช็คว่าห้องไม่มีใครอื่นอยู่ก็ยังไม่วายทะเลาะกัน คุณส้มที่กลัวมากก็นอนไม่หลับ จึงโทรไปคุยกับคุณแม่ต่อ เวลาผ่านไปจนตี 2 คุณส้มอยู่ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น ก็รู้สึกเหมือนเห็นตัวเองนอนหลับอยู่ แล้วก็เปิดประตูออกจากห้องไป แต่นอกห้องดันเป็นบ้านไม้ 2 ชั้นเก่า ๆ ท่ามกลางหญ้ารกร้าง พอกลับเข้าไปในห้อง ก็เข้าไปนอนต่อ แล้วก็เห็นผู้ชายคนนึง ลักษณะมีฟันเหยิน ยิ้มอย่างขนลุก รูปร่างซูบผอม ทรงผมรากไทร ใส่เสื้อยืดสีดำ คุณส้มบอกว่าหน้าตาน่าเกลียดมาก มานั่งคร่อมตรงหน้าขาคุณส้ม แล้วก็พยายามจับมือดึงให้คุณส้มลุกขึ้นมา แล้วลากไปห้องน้ำ ถึงจะรู้สึกว่าร่างตัวเองถูกพาไป แต่คุณส้มก็ยังเห็นว่ามีร่างของตัวเองนอนอยู่ที่เตียงเหมือนเดิม!เมื่อฉุดกระชากกันไปกันมาสักพักใหญ่ คุณส้มก็เห็นพระ ซึ่งปกติแล้วคุณส้มก็มักจะสวดมนต์ก่อนนอนอยู่แล้ว แต่ทุกครั้งที่สวดนั้น จะต้องมีบทสวดเพราะถ้าไม่มีบทสวดก็จะสวดไม่จบ หลังจากที่เห็นพระ ท่านก็บอกว่าให้สวดตาม เมื่อสวดตามจนจบ ก็ได้ยินเสียงนกร้อง แล้วก็สะดุ้งตื่นทันที! เมื่อดูนาฬิกาก็พบว่าเป็นเวลา 6 โมงเช้า ด้วยความกลัวจึงรีบออกไปทำงานคุณส้มเล่าเรื่องที่เจอให้คุณแม่ฟัง คุณแม่ที่เชื่อเรื่องร่างทรง จึงขอที่อยู่หอ ขอเลขห้อง เพื่อให้ร่างทรงช่วย ทางร่างทรงก็บอกว่าห้องที่คุณส้มอยู่นั้น มีการฆ่าตัวตาย 6 คน โดยการรมควัน ตอนแรกคุณส้มก็ไม่เชื่อเท่าไหร่ หลังจากนั้นคุณแม่ก็เดินทางมาหา และได้ไปถามคนแถวนั้น ปรากฏว่าก็มีเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริงคุณส้มเล่าเพิ่มอีกว่ามีจุดที่ผิดสังเกตุคือ เจ้าของหอมักจะบอกให้อยู่ให้ครบ 6 เดือน กุญแจก็ต้องคืนถึงจะได้เงินประกัน พอคุณส้มออกกะทันหัน ยังไม่ทันได้คืนกุญแจ แต่ก็ไม่มีใครโทรตามให้กลับมาคืนเลย คนที่มาอยู่ห้องนี้ก่อนหน้า ก็อยู่ไม่ครบสัญญาเหมือนกัน และตอนที่ย้ายเข้าไปใหม่ ๆ ก็มีพวงมาลัยดอกไม้แห้ง ๆ วางอยู่หน้าห้องตอนนี้คุณส้มเปลี่ยนงาน ทำให้ไม่ต้องย้ายที่อยู่แล้ว ส่วนภาพของผู้ชายคนนั้นก็ยังจำได้มาจนถึงทุกวันนี้...ติดตามความหลอนย้อนหลัง

ซีรีส์ ‘อังคารคลุมโปง: เอ็กซ์ตรีม’ ขึ้นอันดับ 1 รายการทีวีผู้เข้าชมสูงสุดบน Netflix หลังเริ่มสตรีมเพียงวันเดียว

21 ส.ค. 2024

ซีรีส์ ‘อังคารคลุมโปง: เอ็กซ์ตรีม’ ขึ้นอันดับ 1 รายการทีวีผู้เข้าชมสูงสุดบน Netflix หลังเริ่มสตรีมเพียงวันเดียว

นาทีนี้ต้องยกให้กับความหลอนของซีรีส์ใหม่แกะกล่องจาก Netflix อย่าง ‘อังคารคลุมโปง: เอ็กซ์ตรีม’ (Terror Tuesday Extreme) ที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวที่เคยสร้างความระทึกขวัญชวนผวามาแล้วในรายการวิทยุยอดฮิตจาก EFM อย่าง ‘อังคารคลุมโปง’ มาถ่ายทอดเป็นรูปแบบซีรีส์ จัดเต็มทั้ง 8 ตอนเล่าเรื่องราวครบรส พร้อมเติมรสชาติเพิ่มดีกรีความสยองแบบเข้มข้นที่จะทำให้ผู้ชมผวาจนต้องนอนคลุมโปงหลังจากสตรีมให้ชมพร้อมกันแบบรวดเดียวครบทั้ง 8 ตอนเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ก็สามารถทะยานขึ้นไปยืนเป็นอันดับที่ 1 ของรายการทีวีที่มียอดผู้ชมสูงที่สุดบน Netflix โดยใช้เวลาเพียงวันเดียวเท่านั้น พร้อมกับกระแสคำวิจารณ์จากผู้ชมถึงดีกรีความหลอน ความเขย่าขวัญ ฝีมือทางการแสดงของนักแสดงนำ และสุดยอดโปรดักชันที่ช่วยเสริมให้ซีรีส์ 8 ตอนสร้างปรากฏการณ์สุดสะพรึงใครดูครบทั้ง 8 ตอนแล้วมาแชร์กันหน่อยชอบตอนไหนที่สุด และสำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู สามารถรับชม ‘อังคารคลุมโปง: เอ็กซ์ตรีม’ ได้แล้ววันนี้บน Netflix เท่านั้นภาพ : NetflixTH

โศกนาฏกรรมสุดเศร้า คละเคล้าความสยอง ‘หมอบี’ พบหุ่นจำลองปริศนา กับพฤติกรรมประหลาดของอาม่าเจ้าของบ้าน!

10 พ.ย. 2022

โศกนาฏกรรมสุดเศร้า คละเคล้าความสยอง ‘หมอบี’ พบหุ่นจำลองปริศนา กับพฤติกรรมประหลาดของอาม่าเจ้าของบ้าน!

ประสบการณ์ชวนตระหนกตกใจและขนหัวลุกนี้ เป็นของ ‘หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ’ ที่ได้เข้ามาร่วมแชร์ประสบการณ์หลอนในรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (8 พฤศจิกายน 2565) เรื่องที่นำมาเล่าจะน่าตกใจและเสียวสันหลังขนาดไหน เราสรุปไว้ให้คุณอ่านข้างล่างนี้แล้ว กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘สายใยของครอบครัว’‘หมอบี’ เล่าว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นมาไม่นาน และเหตุเกิดที่ต่างประเทศ โดยมีผู้ว่าจ้างคนหนึ่งสงสัยว่า ‘พี่ชาย’ ถูกของเข้า และอยากให้มาช่วยดูพฤติกรรมแปลก ๆ ของ ‘อาม่า’ ด้วยต้องบอกก่อนว่าครอบครัวนี้ค่อนข้างมีอิทธิพลและร่ำรวย ชาวบ้านแถวนั้นต่างก็รู้จักกันดี เมื่อไปถึง ผู้ว่าจ้างก็บอกว่าพี่ชายของเขามีอาการผิดปกติ และยังไม่มีใครเห็นพี่ชายมานานเป็นเดือนแล้วด้วย ทางผู้ว่าจ้างเองก็ยืนยันและมั่นใจว่า พี่ชายของเขาถูกทำของใส่โดยพี่สะใภ้แน่นอน นอกจากนี้ ‘อาม่า’ หรือแม่ของผู้ว่าจ้าง ที่เรียกได้ว่ามีอำนาจสูงสุดของบ้าน ก็ยังคอยซื้อวัตถุดิบต่าง ๆ ไปทำอาหารที่บ้านของพี่ชายอยู่ทุกวัน แม้จะไม่มีใครเคยเห็น แม้แต่เงาของพี่ชายและครอบครัวเลยก็ตาม..ถึงอย่างนั้น ‘อาม่า’ ก็ยืนกรานว่าครอบครัวของเธอไม่มีอะไรผิดปกติ อยู่กันอย่างมีความสุข ลูกสะใภ้ก็ทำตัวดีไม่มีปัญหาอะไร และไม่ยอมให้หมอบีเจอเดินทางไปบ้านของพี่ชาย หมอบีจึงจำใจยอมแพ้และกำลังจะออกจากบ้านหลังนั้น แต่น้องหมาสูงอายุที่นอนติดเตียง เพียงแค่หายใจก็ยังยากลำบาก ซึ่งโดยปกติแล้วจะนอนอยู่เฉยๆ ไม่มีปฏิกิริยากับใคร อยู่ ๆ ก็ตะเกียกตะกายตัวเข้ามาขวางหมอบีไว้ไม่ให้ออกจากบ้าน คนในบ้านเองก็แปลกใจว่าทำไมน้องถึงทำแบบนี้ แต่หมอบีเองก็ไม่ได้สนใจ จึงเดินเลี่ยงไปอีกทาง แต่น้องก็ยังคลานมาขวางหมอบีอีกอยู่ดี หมอบีจึงทำได้เพียงลูบหัวและส่งความรู้สึกบอกน้องไปว่า “ไม่เป็นไรนะ ถ้ามีอะไรจะช่วยเต็มที่” สุดท้ายก็เดินออกจากบ้านไปในคืนนั้น ทางผู้ว่าจ้างก็ได้โทรมาหาหมอบีและบอกว่า น้องหมาตัวนั้นได้ส่งเสียงหอนโหยหวนที่หน้าประตูห้องของพี่ชาย (เดิมเคยอยู่บ้านหลังนี้ แต่ปัจจุบันย้ายออกไปมีบ้านเป็นของตัวเอง) เรียกได้ว่าผิดปกติกว่าทุกครั้ง เพราะมันไม่เคยเห่าหรือหอนมานานมากแล้ว..วันรุ่งขึ้น หมอบีก็ไปที่บ้านหลังนั้นตั้งแต่เช้าตรู่ ทุกคนในบ้านก็พยายามช่วยพูดให้อาม่ายอมใจอ่อนพาไปหาพี่ชายที่บ้านอีกหลัง อาม่าจึงบอกให้พิสูจน์อะไรบางอย่าง ถ้าเชื่อว่าช่วยได้จะยอมพาไป หมอบีจึงทำบางสิ่งบางอย่างให้อาม่าเชื่อ (หมอบีขอละตรงนี้ไว้เป็นความลับ) เมื่ออาม่าเชื่อแล้ว จึงบอกว่าจะพาไป แต่มีเงื่อนไขว่าหมอบีจะต้องไปคนเดียวเท่านั้น!พอไปถึงบ้านของพี่ชาย หมอบีก็ได้ยินเพื่อนบ้านโวยวายเรื่องกลิ่นเหม็นที่มาจากบ้านหลังนี้ และเมื่อได้เดินเข้าไปในบ้าน หมอบีก็ได้กลิ่นเหม็นที่ว่านั้นเข้าอย่างจัง หมอบีคิดในใจว่าจะต้องมีศพที่เน่าจนหนอนขึ้นยั๊วะเยี๊ยะเต็มไปหมดแน่นอน แต่ภาพที่เห็นกลับเป็นอาหารเน่าบูดกองใหญ่วางซ้อนกันอยู่บนโต๊ะอาหาร สภาพเละเทะเกินจะบรรยาย แต่เมื่อหันกลับมามองที่อาม่า ท่านกลับมีสีหน้าเรียบเฉยจนผิดปกติ แถมอาม่ายังบอกอีกว่า ก็เนี่ยไง ยังอยู่กันดี เป็นปกติ อาม่าก็ยังมาทำอาหารให้ ‘พวกเขา’ กินทุกวันอยู่เลย นั่นทำให้หมอบีรู้สึกขนหัวลุกกับพฤติกรรมแบบนี้ และเกิดข้อสงสัยว่า “แล้วอาม่าทำอาหารให้ใครกิน?”เมื่อเดินไปห้องนั่งเล่นของบ้าน ทีวีถูกเปิดทิ้งไว้ อากาศในห้องเย็นเฉียบ และหมอบีก็รู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง ภาพตรงหน้าคือก้อนอะไรบางอย่างที่ถูกมัดกันจนมีรูปร่างคล้ายกับคนในสภาพนั่งอยู่บนโซฟา และมีอะไรบางอย่างที่หมอบีก็ยังไม่ทราบ ถูกนำมาแปะจนกลายเป็นใบหน้า วาดปากฉีกยิ้มชวนเสียวสันหลัง หมอบีเล่าว่าหุ่นนี้ประกอบไปด้วย ‘พี่ชาย’ และลูกของพี่ชายอีก 2 คน อาม่าบอกเพิ่มเติมว่า “ก็เนี่ยไง ลูกชั้นก็อยู่ตรงนี้”สักพักนึง อาม่าก็พาเดินเข้าไปที่ครัว ซึ่งหมอบีเองก็สัมผัสได้ว่าครัวนี้ถูกใช้ทำอาหารเป็นประจำ มีการเก็บล้างอย่างดี หมอบีคิดในใจ 2 อย่าง อย่างแรก อาม่าอาจมีอาการป่วยทางจิต และสอง ลูกสะใภ้หายไปไหน? เมื่อเดินดูข้างในบ้านเสร็จแล้ว หมอบีจึงเดินออกมาสำรวจนอกบ้าน รวมทั้งได้ข้อมูลสำคัญจากเพื่อนบ้านแถวนั้นว่า ในทุกวัน ๆ ลูกสะใภ้จะพาอาม่ามาที่บ้านในช่วงเย็นหลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายพิสูจน์หลักฐานก็ได้เข้ามาตรวจสอบบ้านหลังนี้ หมอบีก็ถูกเรียกตัวให้ไปที่บ้านหลังเกิดเหตุนั้นอีกครั้ง จึงได้ทราบว่า หุ่นที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่มีอะไรบางอย่างแปะไว้เป็นใบหน้า มันคือหน้าจริง! หมอบีอธิบายต่อว่ามันคือชิ้นเนื้อเละ ๆ ที่ถูกนำมาตัดแต่ง และติดเข้าไปที่หุ่น เมื่อเข้าไปในครัว และเปิดข้างล่างซิงก์ล้างจานออก ก็พบกับหุ่นของผู้หญิงนั่งคดคู้อยู่ใต้ซิงก์ อีกมือถือมีดอยู่ในท่าเตรียมจะจ้วงอะไรบางอย่าง และเช่นกัน ใบหน้านั้นคือเศษชิ้นเนื้อที่ถูกตัดแต่งจนเป็นใบหน้าที่มีรอยยิ้มอย่างสยดสยอง!กลายเป็นว่าทุกคนที่ตามหา เสียชีวิตไปหมดแล้ว เมื่อสืบให้ลึกขึ้นก็พบว่าศพทั้งหมดนั้น ถูกนำไปทำพิธีและฌาปนกิจเรียบร้อยทุกอย่างแล้ว แต่ไม่มีใครรู้ ส่วนทางด้านอาม่าก็มีอาการเบลอ คุยด้วยไม่ได้ หมอบีไม่สามารถสอบถามอะไรอาม่าเพิ่มเติมได้เลย หลังจากนั้นได้มีการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า หุ่นเหล่านั้นมีอาหารปนเปื้อนอยู่ อาจจะเป็นอาม่าที่ป้อนอาหารเข้าไปก็เป็นได้ ซึ่งอาหารเหล่านั้นเมื่อตรวจสอบดูอีกทีก็พบว่ามีเศษชิ้นเนื้อของลูกสะใภ้ปะปนอยู่ด้วย หมอบีเล่าต่อว่าเนื้อพวกนี้ เขาจะแยกเก็บไว้เป็นบางส่วนเพื่อทำฮวงซุ้ย และอาจจะถูกขโมยออกมาก็เป็นได้นอกจากนี้ตำรวจยังได้สืบหาเบาะแสเพิ่มเติมพบว่า ลูกสะใภ้มักจะถูกผู้เป็นสามีทำร้ายร่างกายอยู่บ่อย ๆ แต่ก็ไม่เคยปริปากบอกใคร และพยายามดูแลครอบครัวให้ดีที่สุดอยู่เสมอ ในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ เธอก็มักจะพาอาม่าไปซื้อวัตถุดิบเพื่อมาทำอาหารทุกวัน นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมหุ่นของลูกสะใภ้จึงถือมีดและอยู่ในท่าพร้อมที่จะทำร้ายคนอื่นอยู่นั่นเองหมอบีเล่าต่อว่า ศพทั้ง 4 ชีวิตนั้น เสียชีวิตไปเป็นระยะเกือบ 1 เดือน ตรงตามกับที่ผู้ว่าจ้างบอกว่าไม่มีใครพบเห็นพี่ชายมาเป็นเวลากว่า 1 เดือนหลังจากนี้หมอบีก็ยังต้องกลับไปสืบเรื่องนี้ต่ออีกครั้ง เพราะตอนนี้ทางตำรวจเองก็สันนิษฐานว่าคนทำอาจไม่ใช่ลูกสะใภ้ ถ้าอย่างนั้นแล้ว ใครคือคนร้ายตัวจริง? หรือมีอะไรอยู่เบื้องลึกเบื้องหลังโศกนาฏกรรมในครั้งนี้กันแน่...ชมไลฟ์สดย้อนหลัง

เมื่อสถานบันเทิง ไม่ได้ให้ความบันเทิงอย่างที่คุณคิด! รวม 3 เรื่องสั้น ‘สถานไม่บันเทิง’ จาก ‘ตั้น The Shock’

02 ธ.ค. 2022

เมื่อสถานบันเทิง ไม่ได้ให้ความบันเทิงอย่างที่คุณคิด! รวม 3 เรื่องสั้น ‘สถานไม่บันเทิง’ จาก ‘ตั้น The Shock’

หนึ่งในสถานที่ที่ใครหลายคนเลือกไปคลายทุกข์ แล้วปลดปล่อยความสนุกคงหนีไม่พ้น ‘สถานบันเทิง’ แต่เรื่องราวที่คุณ ‘ตั้น The Shock’ นำมาเล่า อาจทำให้นักท่องราตรีหลายคนต้องมีเสียวสันหลังกันบ้าง กับ 3 เรื่องหลอนในตีม ‘สถานไม่บันเทิง’ ในรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (29 พฤศจิกายน 2565)เรื่องแรกที่จะเล่าต่อไปนี้ คุณตั้นบอกว่าเป็นเรื่องที่เล่ากันปากต่อปาก เกิดขึ้นที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ในภาคอีสาน ที่แห่งนี้เป็นศูนย์รวมแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ มีทั้งโรงแรม สถานบันเทิง คาราโอเกะ รวมถึงอาบอบนวดด้วย แต่ในปัจจุบันมีแค่โรงแรมเท่านั้นที่ยังเปิดบริการอยู่ แต่นอกนั้นได้ปิดทำการไปเรียบร้อยแล้วเนื่องจากเป็นสถานบันเทิงที่มีขนาดใหญ่ ทำให้มีพนักงานที่เป็นช่างซ่อมบำรุงเข้าออกอยู่บ่อยครั้ง วันหนึ่ง ทางสถานบันเทิงแห่งนี้ได้มีการแจ้ง ‘พี่ชัย (นามสมมติ)’ ให้เข้ามาซ่อมไฟเพดาน การเข้าไปซ่อมครั้งนี้ กำหนดเวลาไว้ที่ 2 ทุ่ม พี่ชัยพร้อมกับลูกน้องอีก 1 คน เตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ และบันไดลิงเพื่อที่จะปีนขึ้นไปซ่อมไฟบนเพดาน เมื่อเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว พี่ชัยก็ขอไปเข้าห้องน้ำ…ในระหว่างที่เดินไปเข้าห้องน้ำ พี่ชัยก็รู้สึกว่าทางเดินนี้มันมืดเกินไป และก็มองเห็นเป็นเงาคนอยู่ข้างหน้า แต่ก็คิดว่าคงเป็นพนักงานของที่นี่ จากนั้นก็เดินตามเขาไป จังหวะที่เดินไปนั้น ก็เกิดเสียง “ปึ้ง!” พี่ชัยเดินชนเข้ากับกำแพง! ในใจจึงคิดว่า “อ้าว...แล้วเขาเดินไปไหนวะ? แล้วห้องน้ำไปทางไหน?” แล้วก็คลำกำแพงเพื่อหาทางเดินไปต่อ คิดว่าตาคงพร่าเพราะความมืด เมื่อเข้าห้องน้ำเสร็จแล้วจึงเดินกลับมา มองซ้ายมองขวาหาลูกน้องก็ไม่เจอ พวกอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เตรียมไว้ก็ไม่มี สงสัยจะขึ้นไปข้างบนแล้ว งั้นเดี๋ยวจะตามขึ้นไป…คิดได้ดังนั้น พี่ชัยก็ปีนบันไดตามขึ้นไป ด้วยความมืดก็เปิดไฟที่คาดอยู่กับหัวแล้วส่องมองขึ้นไป ก็พบว่าเป็นขาที่สวมชุดพนักงาน พี่ชัยคิดในใจว่านี่คงเป็นลูกน้องของตัวเองแน่ ๆ จึงแกล้งเงียบ เพราะอยากให้ตกใจ จากนั้นก็ค่อย ๆ ปีนย่องขึ้นไปจับขาคู่นั้น ในจังหวะที่เอื้อมมือไปจับขาก็มีเสียงคุ้นหูเรียก “พี่ชัย! ขึ้นไปทำอะไร ไม่รอกันเลยนะ” พี่ชัยคิดในใจว่า “เสียงมาจากไหนวะ?” ระหว่างนั้นเสียงคุ้นหูก็ตะโกนดังขึ้นมาอีกว่า “พี่ชัย ลงมาก่อน ของยังอยู่นี่อยู่เลย” ตอนนี้พี่ชัยรู้แล้วว่าเสียงอยู่ข้างล่าง แต่มือยังจับขาคู่นั้นอยู่ไม่ปล่อย พี่ชัยหันไปมองข้างล่าง แสงไฟจากไฟฉายคาดหัวสาดส่องไปหาลูกน้องที่อยู่ข้างล่าง จากนั้นพี่ชัยก็ค่อย ๆ เงยหน้ากลับขึ้นไปมองด้านบน สิ่งที่จับอยู่นั้นมั่นใจได้เลยว่าเป็นขา แต่มีแค่ขาเท่านั้น! ท่อนบนไม่มีอะไรทั้งนั้น! พี่ชัยตกใจสุดขีด รีบปล่อยมือและพลาดตกลงมาทันทีเมื่อสืบไปสืบมาก็พบว่า ก่อนหน้าที่พี่ชัยจะได้รับการจ้างวานให้เข้ามาทำงาน เคยมีช่างที่เข้ามาซ่อมฝ้าแล้วก็ถูกไฟช็อตจนเสียชีวิต เขาก็อาจจะเป็นช่างคนนั้นก็เป็นได้...เรื่องถัดมา ต้องขอย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ช่วงที่สถานบันเทิงยังสามารถเปิดได้ถึงตี 2-3 มีแม่บ้านคนหนึ่ง นามสมมติว่า ‘ป้าพิมพ์’ อายุประมาณ 60 ปี รับหน้าที่ทำความสะอาดอยู่ในส่วนเดียวกับที่พี่ชัยเข้าไปซ่อมไฟ และชอบมากวาดพื้นโดยจะห้ามไม่ให้คนอื่นเข้ามาช่วย เพราะมักจะมีเศษเงิน หรือของมีค่าเล็ก ๆ น้อย ๆ ตกตามพื้น ป้าพิมพ์จะได้เก็บไว้คนเดียว และด้วยความที่ป้าพิมพ์ไม่อยากให้ใครเข้ามาช่วยหรือแอบมาเก็บของมีค่าไป จึงจะกวาดพื้นจากหน้าเวทีไล่ไปจนถึงประตูทางออก เพื่อที่จะได้มองประตูอยู่ตลอดเวลาคืนหนึ่ง หลังจากที่สถานบันเทิงปิดบริการ ป้าพิมพ์ก็บอกให้ทุกคนกลับบ้าน ส่วนตัวเองจะอยู่ทำความสะอาดคนเดียวเช่นเคย ระหว่างที่ป้าพิมพ์กวาดขยะอยู่นั้นก็เงยหน้าขึ้นมา เห็นผู้หญิงคนนึง ใส่เสื้อผ้าดูเป็นนักท่องราตรี เธอยืนอยู่ที่โต๊ะถัดไปจากจุดที่ป้าพิมพ์ยืนอยู่ประมาณ 3-4 โต๊ะ ป้าพิมพ์ก็ตกใจ แล้วร้องถามว่า “หนู! ที่นี่ปิดแล้วนะ หนูไม่กลับบ้านหรอ? หนูรอใครอยู่” ผู้หญิงคนนั้นนิ่งแล้วก็ตอบกลับว่า “หนูมารอแฟน” ด้วยความสงสัยป้าพิมพ์ก็ถามต่อไปว่า “แล้วแฟนหนูไปไหนแล้ว?” อีกฝ่ายตอบกลับมาว่า “หนูก็ไม่รู้” ป้าจึงพูดไปว่า “อ้าว แล้วทำไมไม่กลับบ้านล่ะ?” ผู้หญิงคนนั้นก็ตอบกลับว่า “หนูก็ไม่รู้จะกลับยังไง” ป้าพิมพ์ที่เป็นห่วงจึงบอกไปว่า “งั้นรอป้ามั้ย? ป้าจะไปส่ง” อีกฝ่ายตอบกลับด้วยเสียงนิ่งเรียบว่า “หนูไปไหนไม่ได้ หนูต้องอยู่ที่นี่…”ป้าพิมพ์ที่ในใจเต็มไปด้วยความมึนงงแต่ก็ไม่ได้จะซักไซ้ถามต่อ จึงกลับมาทำหน้าที่ของตัวเอง เมื่อกำลังกวาดไล่เข้าไปใกล้อีกฝ่ายขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่ป้าพิมพ์มองเห็นก็คือร่างกายของผู้หญิงคนนี้ก็เริ่มบวมและปริเหมือนกำลังจะแตก ผิวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียว สิ่งที่ป้าพิมพ์เห็นชัดที่สุดเลยก็คือลิ้นของผู้หญิงคนนี้จุกปาก แล้วเธอก็บอกกับป้าพิมพ์ว่า “หนูต้องอยู่ จนกว่าเขาจะให้หนูไป...” จากนั้นผู้หญิงคนนี้ก็ค่อย ๆ เดินผ่านไหล่ของป้าพิมพ์ไป ป้าพิมพ์ก็หันตามไปดู แล้วร่างของผู้หญิงคนนั้นก็หายไป ไม่ทันไรก็มีเสียงกรี๊ดของผู้หญิงจากข้างบนดังสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณ พอป้าพิมพ์เงยหน้ามองขึ้นไป ก็เห็นเป็นร่างของผู้หญิงคนนึงแขวนคอห้อยลงมา!รู้ตัวอีกที ก็ได้ยินเสียงจากใครบางคนพูดว่า “ป้าทำอะไร ทำไมไม่กลับบ้าน? หวงเงินถึงกับต้องนอนเฝ้าที่นี่เลยหรอ” ป้าพิมพ์จึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง แล้วทุกคนที่ได้ฟังต่างก็งงว่าผีผู้หญิงที่ว่านี้ มาจากไหน? ลุงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ทำงานอยู่ที่มานานที่สุด จึงเล่าว่าน่าจะเป็นผู้หญิงคนนึง เป็นนักเที่ยวแล้วดันมาชอบนักร้องคนนึง แต่ก็เหมือนถูกหลอกให้มานั่งเฝ้าเขาทุกคืน แต่นักร้องคนนั้นก็ไม่เคยกลับพร้อมกับเธอเลย จนวันหนึ่ง ผู้หญิงคนนี้ก็จับได้ว่านักร้องคนนี้กลับไปกับผู้หญิงคนอื่น ด้วยความเสียใจเพราะโดนหลอก จึงแขวนคอฆ่าตัวตาย!!และเรื่องสุดท้าย เกิดขึ้นในโรงแรมที่มีอาบอบนวดเปิดให้บริการ นักเที่ยวคนหนึ่งเดินทางมาจากต่างจังหวัดพร้อมกับกลุ่มเพื่อน ขอใช้นามสมมติว่า ‘บอย’ เขาเป็นนักเที่ยวอาบอบนวดที่ไปมาแทบทุกจังหวัด เมื่อมาเยือนถึงจังหวัดนี้ ก็ต้องลองใช้บริการที่นี่สักหน่อยคืนนั้นบอยรู้สึกว่าสาว ๆ ที่อยู่ในตู้ข้างหน้า ช่างไม่โดนใจเขาเอาเสียเลย จนเพื่อนที่มาด้วยกันเลือกได้แล้วก็ขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว บอยก็ยังนั่งรออยู่ หวังว่าจะมีสักคนที่โดนใจเขาสักที เวลาล่วงเลยไปถึง 5 ทุ่ม สาว ๆ ในตู้หลาย ๆ คนก็เริ่มไปรับแขก พนักงานเชียร์แขกก็เริ่มเอือมระอากับบอยที่ไม่ยอมเลือกผู้หญิงสักที จึงไม่ขอยุ่งและไม่สนใจบริการบอยระหว่างนั้นบอยก็จิบเครื่องดื่มไปเรื่อย ๆ มีคนเข้าออกวนเวียนไปมา ปรากฏว่าบอยหันไปสะดุดตากับผู้หญิงคนนึง เดินออกมาจากประตูทางเดิน แล้วก็มานั่งอยู่คนเดียว บอยถูกใจมากแต่ก็ขอดูอีกหน่อยว่าสวยโดนใจจริงหรือไม่ เพราะไฟในที่นี่มักจะหลอกตา เมื่อนั่งเพ่งจนรู้สึกว่าคนนี้ใช่ จึงกวักมือเรียกพนักงานเชียร์แขก แต่ก็ไม่มีใครสนใจ พอหันกลับไปมองที่ผู้หญิงคนนั้นอีกรอบ ก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติของผู้หญิงคนนี้..โดยปกติสาว ๆ ในตู้กระจกก็มักจะนั่งแต่งหน้าบ้าง หรือมองลูกค้าไปเรื่อยเปื่อย แต่กับเธอไม่ใช่ เธอมองจ้องมาที่บอยอย่างเห็นได้ชัด บอยสบตากลับไป จากนั้นผู้หญิงคนนั้นก็เริ่มร้องไห้ จากน้ำตาสีใสกลายเป็นสีแดงเหมือนเลือด จนทั้งตัวเริ่มเปียกเป็นสีแดงไปหมด ตามธรรมชาติของคนเมื่อเจอเรื่องแบบนี้ก็จะต้องโวยวายหรือรีบเข้าไปถามไถ่ว่าเป็นอะไร ไม่ก็หาคนมาช่วย แต่ ณ ตอนนั้น บอยกลับขยับตัวไม่ได้!ไม่นานบอยก็ได้ยินเสียงดังเข้ามาในหูว่า “มึงฆ่ากูทำไม” พูดย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ อยู่แบบนั้น ตัวบอยเองนั้นพูดไม่ได้ ขยับตัวไม่ได้ ในระหว่างที่คิดอยู่ในหัวว่าจะทำยังไง ผู้หญิงคนนั้นก็เริ่มลุกขึ้น เดินลงมาจากบันไดทีละขั้นด้วยความไม่เป็นธรรมชาติ เหมือนเดินลงมาแล้วขาหักไปทีละข้าง จนล้มลงไปแล้วก็คลานมากับพื้น เธอลากตัวเองมาจนถึงที่กั้น ส่วนมือก็ข้ามกระจกออกมา ตรงมาหาบอยที่นั่งอยู่! ระหว่างที่คลานมาบอยก็ได้ยินเสียงในหูดังอยู่ตลอดว่า “มึงฆ่ากูทำไม!”เมื่อเข้ามาประชิดตัว มือทั้ง 2 ข้างของผู้หญิงคนนี้จิกอยู่ที่ขาของบอย แล้วก็เงยหน้ามอง แล้วปากก็พูดว่า “มึง ฆ่า กูทำ ไม!” หลังจากนั้นบอยก็รู้สึกเหมือนหลุดจากภวังค์ แล้วก็ตะโกนขึ้นมาว่า “กูไม่ได้ทำ!” จากนั้นภาพก็ตัดไป!เมื่อรู้สึกตัว บอยที่อยู่ในสภาพน็อคอยู่กับเก้าอี้ลืมตาขึ้นมาก็เห็นกลุ่มเพื่อน และพนักงานเชียร์แขกมารุมถามว่าเกิดอะไรขึ้น บอยได้เล่าเรื่องที่เจอให้กับทุกคนฟังถึงได้รู้ว่า ผู้หญิงคนนี้เธอเคยให้บริการอยู่ที่นี่จริง ๆ แต่ถูกชาวต่างชาติทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตอยู่ในห้องที่ให้บริการ ทำให้สภาพที่บอยเห็นว่ามีขาหักแขนหักนั้น ก็อาจจะเกิดจากการโดนซ้อมจนกระดูกหักนั่นเองติดตามความหลอนย้อนหลังได้

album
efm
-

-