บ้านพักร้างสร้างเรื่อง! 12 พยานหลอนเห็นตรงกัน ขนาดทำบุญใหญ่แล้วก็ยังดุดัน ไม่เกรงใจใคร! | อังคารคลุมโปง

ENTERTAINMENT NEWS

บ้านพักร้างสร้างเรื่อง! 12 พยานหลอนเห็นตรงกัน ขนาดทำบุญใหญ่แล้วก็ยังดุดัน ไม่เกรงใจใคร! | อังคารคลุมโปง

27 ธ.ค. 2022

รายการ ‘อังคารคลุมโปง’ ที่ผ่านมา (20 ธันวาคม 2565) ได้เชิญ ‘คุณแจ็ค The Ghost Radio’ กลับมาเล่าเรื่องผีกันอีกครั้ง คราวนี้แพ็คความหลอนมาเต็มกระเป๋าต้อนรับปีใหม่ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ผีในวงเหล้า’ งานนี้ทำเอาดีเจแนน และดีเจซันเดย์ต้องอ้าปากค้าง ยกให้เป็นเรื่องหลอนระดับสิบกันเลยทีเดียว !

คุณแจ็คเกริ่นเรื่องว่า ในทุก ๆ วงสนทนา และการดื่มกินสังสรรค์ ภายใต้ค่ำคืนแห่งความมืดมิด บรรยากาศหลอน ๆ ชวนให้ต้องเล่าเรื่องผี ดังนั้นเรื่องที่จะเล่านี้ ผีไม่ได้ปรากฏขึ้นมาในวงเหล้าให้เห็นจะ ๆ แต่เป็นเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นในวงสนทนา

เรื่องนี้มาจาก ‘คุณเยี่ยม’ เพื่อนของ ‘คุณเซน’ แฟนรายการ The Ghost Radio เขาเล่าว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับกลุ่มคน 12 คน ที่อยู่ในสถานที่เดียวกัน ทั้งหมดเป็นพยานความหลอนในครั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อช่วงที่พึ่งเข้าไปทำงานใหม่กับบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งในตำแหน่ง ‘โฟร์แมน’ หรือ ‘ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง’ ครั้งนั้นได้รับมอบหมายให้ไปทำงานสร้างห้างสรรพสินค้าในจังหวัดปราจีนบุรี ทางคุณเยี่ยมและเพื่อนร่วมงาน ก็ต้องเดินทางไปประจำที่ไซต์งานแห่งนั้น โดยทางบริษัทได้จัดหาที่พักไว้ให้ และต้องอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 7 เดือนเต็ม

ที่พักแห่งนี้มีลักษณะเป็นคูหาทั้งหมด 8 ห้องใหญ่ กำแพงไม่ติดกัน เหมือนเป็นแท่งสี่เหลี่ยมยาว ๆ ลึกเข้าไป ด้านหน้าของตึกติดตั้งระเบียงเหล็ก (คล้ายกับตะแกรงเหล็ก) และมีบันไดขึ้นทั้ง 2 ทาง เหมือนทางขึ้นเมรุอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งทางบริษัทจัดหาไว้ให้ 3 ห้อง นับเรียงจากฝั่งซ้าย (คุณแจ็คขอเรียกเป็นห้องซ้าย ห้องกลาง ห้องขวา) แต่ละห้องจะแบ่งเป็น 2 ห้องนอน (นอนด้วยกันห้องนอนละ 2 คน ก็จะพอดีจำนวน 12 คน) คุณแจ็คเล่าเสริมว่า อาชีพโฟร์แมนจะมีความรู้เรื่ององค์ประกอบการก่อสร้าง แต่เมื่อได้เห็นที่พักที่ถูกจัดให้พักนั้นก็เกิดความรู้สึกว่ามัน ‘แปลก’ ชอบกล

ในแต่ละห้อง ส่วนของชั้นล่างจะโล่ง มีบันไดขึ้นชั้นบน มีห้องนอน 2 ห้อง คือ ห้องนอนด้านหน้าที่ติดกับระเบียงเหล็ก และห้องนอนด้านหลัง ส่วนที่แปลกคือประตูทางเข้าของห้องนอนด้านหน้าต้องเข้าจากทางระเบียงเท่านั้น ไม่มีประตูให้เข้าจากข้างใน แม้จะเป็นสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยเพียงใด เหล่าโฟร์แมนทั้ง 12 คนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะที่พักแห่งนี้ถูกจัดมาให้เรียบร้อยแล้ว ถ้าจะให้หาที่พักใหม่ ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง

วันหนึ่ง หลังจากเลิกงาน ก็มีปาร์ตี้สังสรรค์กินดื่มกันบ้างเป็นเรื่องปกติ 1 ใน 12 โฟร์แมน นามว่า ‘คุณต้อม’ บอกว่ารู้สึกเหนื่อย จึงขอเข้าไปนอนพักแทนที่จะสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงาน สมาชิกที่เหลือไม่ได้ผิดสังเกตอะไร จึงดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน จนถึงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม คุณต้อมก็วิ่งหน้าตื่นออกมาจากห้อง แล้วบอกว่า “ผีอำว่ะ” เพื่อนร่วมงานที่เป็นชายปากกล้าก็ถามกลับไปว่า “คิดมากไปหรือเปล่า นอนมากไป ฝันมากไป ผีไม่มีหรอก และผีที่อำเนี่ย ผู้หญิงหรือผู้ชาย ถ้าเป็นผู้หญิง เดี๋ยวจัดการให้” สิ้นเสียงนั้น ทุกคนในที่นั้นก็เห็นผ้าขนหนูผืนบางที่ถูกแขวนอยู่ตรงผนังหลุดออกมา แล้วก็ถูกเหวี่ยงมาใส่หน้าของผู้ชายคนนั้น! ทุกคนทั้งอึ้งและงงกับเหตุการณ์นั้น จากนั้นพี่ซีเนียร์ในกลุ่มก็พยายามพูดเพื่อไม่ให้ทุกคนหวั่นกระเจิงไปกันใหญ่ว่า “ห้องนี้ไม่ได้ปิดประตูหน้าต่างให้มันดี ลมมันอาจจะพัดมาก็ได้” แต่ทุกคนก็อดคิดไม่ได้

ช่วงกลางวันของวันต่อมา คุณเยี่ยมก็ออกเดินสำรวจพื้นที่รอบ ๆ สิ่งหนึ่งที่เห็นคือบริเวณหน้าประตูมีปี่เซียะตั้งอยู่ นั่นไม่ใช่จุดที่ผิดสังเกต แต่สิ่งที่ชวนสงสัยคือทุกซอกทุกมุมของตึกไม่ว่าจะเป็นประตู หน้าต่าง มีปี่เซียะวางอยู่ทุกจุด! คุณเยี่ยมคิดว่าเจ้าของตึกอาจจะมีความเชื่อทางด้านนี้ และเขาเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปี่เซียะมีไว้ทำไม จึงไม่ได้สนใจแม้จะสงสัยอยู่ในใจก็ตาม

หลังจากนั้นหลังเลิกงาน ปาร์ตี้สังสรรค์ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง เวลาประมาณเที่ยงคืนทุกคนก็เริ่มแยกย้ายไปนอน เริ่มจากห้องกลาง เป็นห้องของคุณเยี่ยมและคุณต้อม ระหว่างที่กำลังจะเคลิ้มหลับประมาณตีหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงคนเดินขึ้นมาจากบันได คล้ายกับเสียงรองเท้าคัทชูไม่ก็ส้นสูง คุณเยี่ยมนอนฟังอยู่ก็นึกสงสัยว่าใครกันที่จะใส่รองเท้าแบบนั้นเดินขึ้นบันได เพราะทั้งเขาและคุณต้อมต่างก็เป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ จากเสียงรองเท้ากระทบกับปูนก็เปลี่ยนเป็นเสียงที่กระทบกับเหล็กดัง “ก๊องแก๊ง ก๊องแก๊ง” ไปตามจังหวะการเดิน

คุณเยี่ยมที่นอนอยู่มองเห็นเงาของผู้หญิงผ่านหน้าต่าง สักพักเงานี้ก็เอาอะไรบางอย่างทุบกำแพงดัง “ตึงๆๆๆๆ” ซึ่งคุณเยี่ยมที่นอนอยู่ก็คิดว่าคงโดนเข้าให้แล้ว จึงหันไปหาคุณต้อมที่นอนอยู่ข้าง ๆ ก็พบว่า คุณต้อมเองก็ไม่ได้หลับเช่นกัน! ทั้งคู่ตาเบิกโพลงและทำได้แค่มองหน้ากัน ไม่ทันได้หายตกใจ เงาร่างนั้นก็เดินไล่บนระเบียงไปห้องซ้ายไปห้องขวา เดินไปเดินมา (ระเบียงเชื่อมกันหมด) จนถึงตีสาม คุณเยี่ยมและคุณต้อมก็ยังนอนฟังเสียงนั้นอยู่และไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเจอกับอะไร!

วันต่อมา ทั้งคู่ได้เล่าเรื่องที่เจอให้กับทุกคนฟัง ฝ่ายห้องขวาเป็นผู้หญิงก็บอกว่า “หนูคิดว่าหนูได้ยินแค่ 2 คน” ส่วนห้องทางซ้ายเป็นพี่ซีเนียร์คู่กับผู้ชายปากกล้าก็บอกว่า “ได้ยินเสียงเดินแบบนี้ทั้งคืน ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร” เมื่อทุกคนไม่รู้ว่ากำลังเจอกับอะไร แต่หลังจากนั้นเป็นเวลากว่า 1 อาทิตย์ เมื่อเข้าสู่เวลาตีหนึ่ง เสียงนั้นก็จะดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และไม่มีใครใจกล้าพอที่จะออกไปดูว่ามันคืออะไรกันแน่..

เรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นจากห้องข้างหน้าไม่พอ ห้องข้างหลังเองก็เช่นกัน เขาเล่าว่า “ตอนที่นอนอยู่นั้น ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แต่ผมโดนผีอำ” ไม่ได้โดนผีอำแค่คนเดียว แต่ทุกคนที่นอนอยู่ห้องข้างหลังก็โดนผีอำกันทุกคน! เมื่อเรื่องมันชักจะไปกันใหญ่ ทุกคนจึงตกลงกันว่าหลังจากนี้จะไม่ดื่มแอลกอฮอล์กันอีกและนอนให้เร็วขึ้น เผื่อว่าจะดีขึ้น

เมื่อเปลี่ยนเวลาให้นอนเร็วขึ้น คุณเยี่ยมกลับไม่สบายตัวอย่างที่คิด เขานอนกระสับกระส่าย จนถึงเวลา 4 ทุ่ม เสียงเคาะหน้าต่างก็ดังขึ้น! “พี่ๆ ช่วยหนูด้วย!” เป็นน้องผู้หญิง 2 คน ที่มาจากห้องขวาวิ่งมาขอความช่วยเหลือ เมื่อเปิดประตูออกไป น้องก็บอกว่า “หนูอ่ะ หลับไปแล้ว ส่วนเพื่อนอีกคนลุกไปเข้าห้องน้ำ ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนมาทำกับข้าวอยู่ข้างล่าง แล้วก็มีเสียงคนซักผ้า” เธอเล่าต่อว่าพอเข้าห้องน้ำเสร็จก็ปิดไฟเดินกลับมาที่ห้อง เพื่อนคนที่นอนอยู่ก็นอนบิดไปบิดมา สักพักก็เอามาคว้าอะไรบางอย่าง แล้วก็ตะโกนออกมา “ว๊ากกกกก!” หลุดออกมาจากอาการผีอำ! เธอเล่าเพิ่มเติมว่าเหมือนมีผู้หญิงคนนึงมานั่งทับที่หน้าอก แล้วก็จับตัวไว้ไม่ให้ขยับ พอเพื่อนที่ลุกไปเข้าห้องน้ำกลับมา ถึงได้หลุดออกจากตรงนั้น เมื่อเห็นท่าไม่ดี จึงวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือ

หลังจากได้ยินเสียงผู้หญิงเรียก ทุกคนก็มารวมตัวกันที่ห้องกลาง และพร้อมใจบอกว่า “โดนผีอำเหมือนกัน” ซึ่งจะโดนแตกต่างกันไป ผู้หญิงบ้าง ผู้ชายบ้าง บางคนไม่เห็นตัวแต่ขยับตัวไม่ได้ คุณเยี่ยมซึ่งไม่เคยโดนผีอำก็โดนเช่นกัน เหตุการณ์คือ ขณะที่กำลังนอนอยู่ เห็นผู้หญิงเดินเข้ามาในห้อง แล้วก็เอามานั่งทับที่หน้าอก จากนั้นก็บีบคอ คุณเยี่ยมก็พยายามขัดขืนแต่ก็ทำไม่ได้ และหันไปหาเพื่อนที่นอนอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับตะโกนเรียก แต่เรียกเท่าไหร่ ก็ไม่มีเสียงใดเล็ดลอด  จึงนึกถึงพระ จากนั้นเสียงก็ออกมา เพื่อนที่นอนอยู่บอกว่าได้ยินเสียงแปลก ๆ จึงปลุกคุณเยี่ยมให้ตื่น

ด้วยความที่ทั้งหมดเป็นพนักงานใหม่ การจะย้ายออกแล้วต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเองนั้นก็ดูจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ทุกคนจึงจำใจอยู่ที่นี่ต่อ ในทุก ๆ คืน ตี 1 – 3 ก็จะต้องเจอกับเหตุการณ์หลอนซ้ำ ๆ วนมาไม่จบสิ้น จะมีเพียงวันเสาร์อาทิตย์ที่แต่ละคนได้กลับบ้าน นั่นจึงเป็นเวลาหาเครื่องรางของขลังมาป้องกันตัวเอง  ซึ่งมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร…

เหตุการณ์ดำเนินมาจนถึงช่วงประมาณเดือนที่ 4 – 5 บริษัทได้เรียกพนักงาน 6 คน เปลี่ยนไปทำงานที่อื่น ทำให้เหลือเพียง 6 คน ที่โชคร้ายยังต้องเผชิญเรื่องหลอนไม่จบไม่สิ้น ทุกคนตกลงกันว่าจะนอนด้วยกัน ห้องละ 3 คน เพื่อความสบายใจ พี่ซีเนียร์พูดขึ้นมาว่า “ที่เราเจอกันอยู่เนี่ย มันไม่ใช่ผีแค่ตัวเดียว น่าจะมีเป็นสิบ” น้อง ๆ ในกลุ่มจึงถามขึ้นว่า “พี่รู้ได้ยังไง?” พี่ซีเนียร์ตอบว่า “กูไปรู้อะไรบางอย่างมา มึงรู้มั้ยว่าค่าเช่าของที่นี่เดือนละเท่าไหร่? 3 คูหา มันเดือนละ 5,000” ซึ่งก็ได้วิเคราะห์ว่า อาจเป็นเพราะตึกนี้มันร้างมาก่อน แล้วพอมีบริษัทมาเช่าให้พนักงานอยู่ เขาก็เลยพยายามมาเคลียร์โดยการเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ มาวางไว้ และยังสังเกตอีกว่า ตลอดเวลา 4 – 5 เดือนที่ผ่านมานี้ ไม่มีใครสักคนที่เดินเข้ามาถามว่าอีก 5 คูหาที่เหลือยังว่างให้เช่ามั้ย ทั้ง ๆ ที่ตรงนี้เป็นทำเลดี ติดถนนใหญ่ ทุกคนจึงคุยกันอีกรอบว่าจะแก้ปัญหานี้กันอย่างไรดี ได้ข้อสรุปว่าจะทำบุญครั้งใหญ่ จึงไปซื้ออาหารและจัดเตรียมสิ่งของสำหรับการทำบุญ…

เมื่อวันทำบุญมาถึง ช่วงเวลากลางวันแสก ๆ หลังจากปักธูปไหว้เสร็จ พี่ซีเนียร์ก็ดันคิดอะไรแปลก ๆ ไปหยิบจานและตะเกียบมาเคาะแล้วพูดว่า “อ้าว มากินข้าวกินเร็ว” หลังจากเคาะ ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนกำลังวิ่งลงมาเป็นสิบ ๆ คน ผ้าม่านที่อยู่ตรงนั้นก็ไหวไปมา ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น!

หลังจากทำบุญให้ ก็ยังเจออยู่เหมือนเดิมไม่เบาลงเลย แม้ทุกคนจะรู้อยู่แก่ใจว่าที่แห่งนี้มีอะไรบางอย่างมาอยู่ร่วมด้วย แต่ก็ทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ จึงต้องอยู่และทำงานกันต่อไป จนกระทั่งถึงเดือนที่ 7 พนักงานกลุ่มนี้ต้องย้ายออก ก็ได้มีพนักงานใหม่เข้ามาอยู่แทน ทั้ง 2 กลุ่มได้คุยกัน หนึ่งในกลุ่มที่มาใหม่บอกว่า “ผมเอาลูกมาอยู่ด้วย วันหนึ่งผมเห็นลูกผมยื่นขนมให้ใครก็ไม่รู้” ในวันย้ายออกมีการจ้างรถชาวบ้านมาช่วยขนย้าย คุณลุงที่เป็นคนขับรถก็ชวนคุยระหว่างทาง “นึกว่าใครมาอยู่ ที่แท้ก็นายช่างนี่เอง แล้วมาอยู่ได้ยังไง ที่นี่ผีดุ นายช่างไม่รู้เหรอ” จากนั้นทุกคนก็รุมถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…

คุณลุงเล่าว่าย้อนกลับไปว่า สมัยก่อนที่ตรงนั้นยังเป็นป่าช้า จากนั้นก็มีการล้างป่าช้า ซึ่งก็ไม่รู้ว่าล้างหมดหรือไม่ ส่วนใกล้ ๆ กับบริเวณนั้นเป็นลานโล่ง แล้วก็มีการสร้างโรงพยาบาล คนที่เป็นเจ้าของที่เห็นว่ามันน่าจะพัฒนาที่ดินได้ จึงอยากสร้างอาคารพาณิชย์ แม้จะมีเสียงรอบข้างห้ามปราม แต่เขาก็ดึงดันที่จะสร้าง รวมทั้งไม่ได้สนใจโครงสร้างและการออกแบบเลย ตึกที่ได้จึงมีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมยาววางเรียงกันเหมือนกับโลงศพ! พอมีคนมาเช่า ผลประกอบการก็ไม่ดี ทำมาค้าขายไม่ขึ้น จึงให้ซินแสเข้ามาช่วยดู เขาจึงแนะนำว่าให้ปรับหน้าตาของอาคารให้ดูดีขึ้น ให้มันมีอะไรอยู่ข้างหน้าหน่อย จึงเป็นที่มาของการสร้างระเบียงนั่นเอง นั่นยิ่งทำให้เหมือนทางขึ้นเมรุเข้าไปอีก เรียกได้ว่ายิ่งแก้ยิ่งเละ

และเมื่อขุดประวัติลึกเท่าไหร่ ความน่ากลัวของคูหาเหล่านี้ก็ยิ่งทวีคูณ ห้องกลางนั้นมีเคยมีผู้หญิงผูกคอตาย ห้องขวาเคยมีสามีภรรยาทะเลาะกัน ฝ่ายชายลงมือฆ่า ส่วนห้องซ้ายเป็นสามีภรรยาเช่นกัน ฝ่ายชายฆ่าฝ่ายหญิง แล้วกินยาฆ่าตัวตายตาม ยังไม่นับรวมเคสอื่น ๆ อีก รวมแล้วมีการเสียชีวิตเกิดขึ้นกว่า 5 ราย ส่วนคูหาอื่นที่ไม่มีคนเข้าไปอยู่ก็ไม่รู้ว่ามีเคสอะไรเกิดขึ้นบ้าง…

และนี่คือเหตุการณ์หลอนทั้งหมด ที่โฟร์แมนทั้ง 12 คนเป็นพยานรู้เห็นความหลอนในครั้งนี้

ติดตามความหลอนย้อนหลังได้

related ENTERTAINMENT NEWS

“VBEYOND Presents Zommarie La Lune Concert” ฟาด! ทุกโมเมนต์ ฟินแบบไม่มีหยุด จาก “ส้ม มารี”

04 ก.ค. 2022

“VBEYOND Presents Zommarie La Lune Concert” ฟาด! ทุกโมเมนต์ ฟินแบบไม่มีหยุด จาก “ส้ม มารี”

เป็นอีกหนึ่งวันดีดีที่อบอวลไปด้วยความสุข สำหรับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของ “ส้ม มารี เออเจนี เลอเลย์” กับ VBEYOND Presents Zommarie La Lune Concert (วี บียอนด์ พรีเซ้นส์ ส้ม มารี ลา ลูน คอนเสิร์ต) ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กรกฏาคม ที่ผ่านมา ที่เจ้าตัวทุ่มเทฝึกซ้อมเพื่อทำโชว์ออกมาให้เหล่าด้อม “สมร” ได้ฟินกัน เปิดม่านต้อนรับความสนุกกับการปรากฏตัวบนเวทีของ “ส้ม มารี” ท่ามกลางสีสันของดอกไม้ บนเวทีที่เปรียบเสมือนดวงจันทร์ของ “ส้ม” พร้อมเซอร์ไพร Special guests แขกรับเชิญสุดน่ารัก “มิว ศุภศิษฏ์” ที่มาร่วมโชว์ร้องเพลง Missing You (คิดถึงเธออยู่ดี) ต่อด้วยแขกรับเชิญต่อไป “The Parkinson” (เดอะ พาร์คินสัน), “โอ๊ต ปราโมทย์” และแขกรับเชิญคนสุดท้าย “LazyLoxy (เลซีล็อกซี)” ปิดท้ายคอนเสิร์ตกับเพลง “หรือฉันคิดไปเอง” เวอร์ชันพิเศษที่แต่งขึ้นสำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้โดยเฉพาะ ซึ่ง “ส้มตั้งใจอยากจะขอบคุณทุกๆ คนที่ได้ช่วยทำให้ความฝันของส้มเป็นจริงในวันนี้..ไม่ได้คิดไปเองอีกต่อไปแล้ว ทุกอย่างเกิดขึ้นได้เพราะการสนับสนุนจากแฟนๆ ทุกคน ขอบคุณนะคะ” เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่เต็มอิ่มไปด้วยความสุขทั้งคนดู และเจ้าของโชว์เลยทีเดียว สามารถเข้าไปชมภาพความประทับใจได้ที่ FB : Zom Marieภาพ : Zom Marie

“ลิซ่า BLACKPINK - พัคโบกอม - วี BTS” บินลัดฟ้าสู่ปารีส ร่วมงานแฟชั่นโชว์ CELINE

24 มิ.ย. 2022

“ลิซ่า BLACKPINK - พัคโบกอม - วี BTS” บินลัดฟ้าสู่ปารีส ร่วมงานแฟชั่นโชว์ CELINE

“ลิซ่า BLACKPINK” บินลัดฟ้าสู่ปารีส ประเทศฝรั่งเศษ เพื่อไปร่วมงานแฟชั่นโชว์ CELINE Men’s Summer 2023 ในฐานะ Global Brand Ambassador คนแรกและคนเดียวของแบรนด์ “Celine” นอกจากนี้ยังมีพระเอกชื่อดัง “พัคโบกอม” และ “คิมแทฮยอง” หรือ “วี BTS” เดินทางไปร่วมงานในฐานะแขกคนสำคัญอีกด้วย โดยทั้ง 3 คน ได้เดินทางไปปารีสพร้อมกันด้วยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว แต่ที่แฟน ๆ ให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก คือ แฟชั่นการแต่งตัวในการเดินทางของทั้ง 3 คน ซึ่ง “ลิซ่า” มาในลุคสุดเท่แต่แอบปนความน่ารักด้วยเสื้อฮู้ดเอวลอยสีเทากับกางเกงหนังขายาวสีดำ ส่วน “วี BTS” มาด้วยเสื้อนอกผ้าพลิ้วพิมพ์ลายเสือดาวกับกางเกงขากระดิ่ง ทางด้าน“พัคโบกอม” มาด้วยแจ็คเก็ตหนังสีน้ำตาลกับเสื้อยืดสีขาว และกางเกงยีนส์สีอ่อน งานนี้เหล่าแฟนคลับเกาหลีก็ได้ไปร่วมส่งทั้ง 3 คนกันถึงสนามบิน “Seoul Gimpo (SGBAC)” ส่วนแฟนคลับชาวไทยพร้อมใจกันติดแฮชแท็ก #LisaAimeParis จนพุ่งติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 กันเลยทีเดียว ภาพ : dispatch

ว่าที่เจ้าสาวอึ้ง! แฟนแอบคุยกับผู้หญิงอีกคนในช่วงกำลังเตรียมงานแต่ง... จะจัดงานต่อไปเพื่อ ‘ไว้หน้าผู้ใหญ่’ ดีไหม?

14 ก.ค. 2022

ว่าที่เจ้าสาวอึ้ง! แฟนแอบคุยกับผู้หญิงอีกคนในช่วงกำลังเตรียมงานแต่ง... จะจัดงานต่อไปเพื่อ ‘ไว้หน้าผู้ใหญ่’ ดีไหม?

รายการพุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (13 กรกฎาคม 2565) เปิดรายการมาด้วยสายของ “คุณเอ (นามสมมุติ)” ที่โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก – ดีเจไตเติ้ล – ดีเจพี่อ้อย (Greenwave) หลังจาก “คุณเอ (นามสมมุติ)” รู้ว่าแฟนคุยกับผู้หญิงอีกคนในช่วงที่เราเตรียมงานแต่งงานโดย “คุณเอ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า คบกับแฟนตั้งแต่สมัยเรียน จนตอนนี้คบกันมา 10 กว่าปีแล้ว แฟนเป็นคนที่ค่อนข้างเจ้าชู้ ขี้หยอด ตั้งแต่คบกันจับได้ว่าแฟนคุยกับคนอื่นมาตลอด เวลาที่ไปปาร์ตี้กัน เพื่อน ๆ ก็จะชอบแซวแฟนถึงเรื่องผู้หญิง แต่เราไม่ได้สนใจ เพราะเวลาที่อยู่ด้วยกัน เขาโอเคมากดีทุกอย่าง เราไว้ใจเขามาก ๆ ไม่เคยเช็คโทรศัพท์ไม่เคยเข้าไปดูเฟซบุ๊กเขาเลย พอเรียนจบ ต่างคนก็ต่างทำงานเก็บเงินร่วมกัน และวางแผนว่าจะแต่งงานกันในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ จนมีอยู่วันนึงเพื่อนก็ทักมาหาเรา แล้วถามว่าทำไมแฟนเธอลงสตอรี่เหมือนคนจีบสาวแล้วอกหักเลย เราก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะคิดว่าเขาอาจจะเครียดกับงานหรือเปล่า เพราะเขาเพิ่งได้งานใหม่ ซึ่งงานของเขาค่อนข้างเครียดและกดดัน เขาก็คงลงสตอรี่แบบเครียด ๆ จนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่าน เราก็ได้เข้าเฟซบุ๊กของแฟน ไปเจอแชทที่แฟนแอบคุยกับผู้หญิงคนอื่น และผู้หญิงคนนั้นก็มีลูกแล้ว เขาเหมือนคุยหยอดกัน แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งอื่น ๆ ที่แฟนเคยแอบคุย เพราะมีทั้งบอกรัก บอกคิดถึง หลังจากนั้นเราก็ได้ไปเจอข้อความที่แฟนซื้อของให้ลูกของผู้หญิงคนนั้น ซึ่งแม่ค้าถามแฟนเราว่า ‘คุณพ่อเผื่อไซต์รองเท้าไหมคะ’ เขาก็แคปแชทส่งให้ผู้หญิงคนนั้นดู แล้วบอกว่า ‘แม่ค้าพูดแบบนี้มาใจฟูมากเลย’ เราเห็นข้อความนั้นแล้วรู้สึกเจ็บมาก ๆ ผิดหวังในตัวเขาและเจ็บใจที่เขาทำแบบนี้กับเรา เพราะตอนที่เขาแอบคุยกันมันเป็นจังหวะที่เรากับแฟนวางแผนแต่งงานและแจกการ์ดด้วยกันแล้ว หลังจากนั้นเราก็คุยกับแฟนถึงเรื่องนี้ เขาขอโทษและบอกว่าไม่ได้มีอะไร ก็แค่บริหารเสน่ห์เหมือนทุก ๆ ครั้ง เราจึงพูดกลับไปว่า ‘แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ คุณกำลังจะเป็นครอบครัวนะแต่ทำไมยังทำแบบนี้’ งานนี้ “คุณเอ (นามสมมุติ)” อยากได้คำแนะนำจึงโทรเข้ามาปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนผ่านรายการพุธทอล์คพุธโทรของ EFM94 ว่าจะทำยังไงดีระหว่าง ‘ยกเลิกงานแต่งงาน’ หรือ ‘เลือกที่จะเดินหน้าแต่งงานต่อเพื่อไว้หน้าผู้ใหญ่’ ซึ่งดีเจทั้ง 3 คน ก็ได้ให้คำปรึกษาไปในทางเดียวกันว่า “ต้องคิดให้ดี ๆ เพราะคนที่แต่งงานคือเรากับแฟน จบงานแต่งไปแล้วก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันต่อไป แล้วเราจะเลือกรักษาหน้าผู้ใหญ่ โดยที่ไม่คิดถึงหัวใจตัวเองเลยหรอ ถ้าวันหนึ่งต้องยกเลิกงานแต่งจริง ๆ เราก็ไม่ใช่คนที่น่าอาย เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด เราแค่อยากเลือกคนที่ดีที่สุดเท่านั้น...” สุดท้ายดีเจพี่อ้อยก็ได้ทิ้งท้ายไว้ว่า ‘งานแต่งงานครั้งนี้ เหมือนเห็นเหวอยู่ข้างหน้าแต่น้องพร้อมโดด...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

EFM94 เปิดสตูดิโอต้อนรับ “The Parkinson” มาโชว์พลังเสียงสด ๆ ในรายการพฤหัสจุ๊กกรู้ววว

23 ส.ค. 2022

EFM94 เปิดสตูดิโอต้อนรับ “The Parkinson” มาโชว์พลังเสียงสด ๆ ในรายการพฤหัสจุ๊กกรู้ววว

สองดีเจอารมณ์ดี “ดีเจอ๋อง – ดีเจหยาดพิรุณ” เปิดสตูดิโอต้อนรับ 4 หนุ่ม “The Parkinson” มาแนะนำซิงเกิลใหม่ “ไหนวะ” พร้อมร้องให้ฟังกันสด ๆ ในรายการพฤหัสจุ๊กกรู้วววของ EFM94 โดยงานนี้ “The Parkinson” ก็ไม่พลาดที่จะขอร่วมเล่น TOPIC ประจำสัปดาห์ ‘ขอ 1 เพลงร้องคลอรอฝนหยุด’ บอกเลยว่าได้ฟังพลังเสียงของทั้ง 4 หนุ่มแล้วเพราะเกินต้านแน่นอน... นอกจากนี้ 2 ดีเจก็เอาใจแฟน ๆ ด้วยการขอฟังเพลงฮิตติดหู “จะบอกเธอว่ารัก” จาก “The Parkinson” ทำเอาแฟน ๆ นอนหลับฝันดีกันไปเลย!และมาถึงรายการพฤหัสจุ๊กกรู้วววทั้งที “The Parkinson” ก็ขอโชว์ร้องเพลง “ไหนวะ” ให้แฟน ๆ ได้ฟังกันสด ๆในรายการอีกด้วย บอกเลยว่าเนื้อหาบาดลึก เพลงเพราะกินใจสุดๆตามไปรับชมความจุ๊กกรู้วววย้อนหลังกันได้ที่หรือรอติดตามชมสดพร้อมกัน ทุกคืนวันพฤหัสบดี 2 ทุ่มถึง 4 ทุ่ม ที่ EFM94 / Facebook Live / YouTube Live / App Atime FungFin และที่ atime.live/efm

album
efm
-

-