บ้านพักร้างสร้างเรื่อง! 12 พยานหลอนเห็นตรงกัน ขนาดทำบุญใหญ่แล้วก็ยังดุดัน ไม่เกรงใจใคร! | อังคารคลุมโปง

ENTERTAINMENT NEWS

บ้านพักร้างสร้างเรื่อง! 12 พยานหลอนเห็นตรงกัน ขนาดทำบุญใหญ่แล้วก็ยังดุดัน ไม่เกรงใจใคร! | อังคารคลุมโปง

27 ธ.ค. 2022

รายการ ‘อังคารคลุมโปง’ ที่ผ่านมา (20 ธันวาคม 2565) ได้เชิญ ‘คุณแจ็ค The Ghost Radio’ กลับมาเล่าเรื่องผีกันอีกครั้ง คราวนี้แพ็คความหลอนมาเต็มกระเป๋าต้อนรับปีใหม่ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ผีในวงเหล้า’ งานนี้ทำเอาดีเจแนน และดีเจซันเดย์ต้องอ้าปากค้าง ยกให้เป็นเรื่องหลอนระดับสิบกันเลยทีเดียว !

คุณแจ็คเกริ่นเรื่องว่า ในทุก ๆ วงสนทนา และการดื่มกินสังสรรค์ ภายใต้ค่ำคืนแห่งความมืดมิด บรรยากาศหลอน ๆ ชวนให้ต้องเล่าเรื่องผี ดังนั้นเรื่องที่จะเล่านี้ ผีไม่ได้ปรากฏขึ้นมาในวงเหล้าให้เห็นจะ ๆ แต่เป็นเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นในวงสนทนา

เรื่องนี้มาจาก ‘คุณเยี่ยม’ เพื่อนของ ‘คุณเซน’ แฟนรายการ The Ghost Radio เขาเล่าว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับกลุ่มคน 12 คน ที่อยู่ในสถานที่เดียวกัน ทั้งหมดเป็นพยานความหลอนในครั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อช่วงที่พึ่งเข้าไปทำงานใหม่กับบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งในตำแหน่ง ‘โฟร์แมน’ หรือ ‘ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง’ ครั้งนั้นได้รับมอบหมายให้ไปทำงานสร้างห้างสรรพสินค้าในจังหวัดปราจีนบุรี ทางคุณเยี่ยมและเพื่อนร่วมงาน ก็ต้องเดินทางไปประจำที่ไซต์งานแห่งนั้น โดยทางบริษัทได้จัดหาที่พักไว้ให้ และต้องอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 7 เดือนเต็ม

ที่พักแห่งนี้มีลักษณะเป็นคูหาทั้งหมด 8 ห้องใหญ่ กำแพงไม่ติดกัน เหมือนเป็นแท่งสี่เหลี่ยมยาว ๆ ลึกเข้าไป ด้านหน้าของตึกติดตั้งระเบียงเหล็ก (คล้ายกับตะแกรงเหล็ก) และมีบันไดขึ้นทั้ง 2 ทาง เหมือนทางขึ้นเมรุอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งทางบริษัทจัดหาไว้ให้ 3 ห้อง นับเรียงจากฝั่งซ้าย (คุณแจ็คขอเรียกเป็นห้องซ้าย ห้องกลาง ห้องขวา) แต่ละห้องจะแบ่งเป็น 2 ห้องนอน (นอนด้วยกันห้องนอนละ 2 คน ก็จะพอดีจำนวน 12 คน) คุณแจ็คเล่าเสริมว่า อาชีพโฟร์แมนจะมีความรู้เรื่ององค์ประกอบการก่อสร้าง แต่เมื่อได้เห็นที่พักที่ถูกจัดให้พักนั้นก็เกิดความรู้สึกว่ามัน ‘แปลก’ ชอบกล

ในแต่ละห้อง ส่วนของชั้นล่างจะโล่ง มีบันไดขึ้นชั้นบน มีห้องนอน 2 ห้อง คือ ห้องนอนด้านหน้าที่ติดกับระเบียงเหล็ก และห้องนอนด้านหลัง ส่วนที่แปลกคือประตูทางเข้าของห้องนอนด้านหน้าต้องเข้าจากทางระเบียงเท่านั้น ไม่มีประตูให้เข้าจากข้างใน แม้จะเป็นสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยเพียงใด เหล่าโฟร์แมนทั้ง 12 คนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะที่พักแห่งนี้ถูกจัดมาให้เรียบร้อยแล้ว ถ้าจะให้หาที่พักใหม่ ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง

วันหนึ่ง หลังจากเลิกงาน ก็มีปาร์ตี้สังสรรค์กินดื่มกันบ้างเป็นเรื่องปกติ 1 ใน 12 โฟร์แมน นามว่า ‘คุณต้อม’ บอกว่ารู้สึกเหนื่อย จึงขอเข้าไปนอนพักแทนที่จะสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงาน สมาชิกที่เหลือไม่ได้ผิดสังเกตอะไร จึงดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน จนถึงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม คุณต้อมก็วิ่งหน้าตื่นออกมาจากห้อง แล้วบอกว่า “ผีอำว่ะ” เพื่อนร่วมงานที่เป็นชายปากกล้าก็ถามกลับไปว่า “คิดมากไปหรือเปล่า นอนมากไป ฝันมากไป ผีไม่มีหรอก และผีที่อำเนี่ย ผู้หญิงหรือผู้ชาย ถ้าเป็นผู้หญิง เดี๋ยวจัดการให้” สิ้นเสียงนั้น ทุกคนในที่นั้นก็เห็นผ้าขนหนูผืนบางที่ถูกแขวนอยู่ตรงผนังหลุดออกมา แล้วก็ถูกเหวี่ยงมาใส่หน้าของผู้ชายคนนั้น! ทุกคนทั้งอึ้งและงงกับเหตุการณ์นั้น จากนั้นพี่ซีเนียร์ในกลุ่มก็พยายามพูดเพื่อไม่ให้ทุกคนหวั่นกระเจิงไปกันใหญ่ว่า “ห้องนี้ไม่ได้ปิดประตูหน้าต่างให้มันดี ลมมันอาจจะพัดมาก็ได้” แต่ทุกคนก็อดคิดไม่ได้

ช่วงกลางวันของวันต่อมา คุณเยี่ยมก็ออกเดินสำรวจพื้นที่รอบ ๆ สิ่งหนึ่งที่เห็นคือบริเวณหน้าประตูมีปี่เซียะตั้งอยู่ นั่นไม่ใช่จุดที่ผิดสังเกต แต่สิ่งที่ชวนสงสัยคือทุกซอกทุกมุมของตึกไม่ว่าจะเป็นประตู หน้าต่าง มีปี่เซียะวางอยู่ทุกจุด! คุณเยี่ยมคิดว่าเจ้าของตึกอาจจะมีความเชื่อทางด้านนี้ และเขาเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปี่เซียะมีไว้ทำไม จึงไม่ได้สนใจแม้จะสงสัยอยู่ในใจก็ตาม

หลังจากนั้นหลังเลิกงาน ปาร์ตี้สังสรรค์ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง เวลาประมาณเที่ยงคืนทุกคนก็เริ่มแยกย้ายไปนอน เริ่มจากห้องกลาง เป็นห้องของคุณเยี่ยมและคุณต้อม ระหว่างที่กำลังจะเคลิ้มหลับประมาณตีหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงคนเดินขึ้นมาจากบันได คล้ายกับเสียงรองเท้าคัทชูไม่ก็ส้นสูง คุณเยี่ยมนอนฟังอยู่ก็นึกสงสัยว่าใครกันที่จะใส่รองเท้าแบบนั้นเดินขึ้นบันได เพราะทั้งเขาและคุณต้อมต่างก็เป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ จากเสียงรองเท้ากระทบกับปูนก็เปลี่ยนเป็นเสียงที่กระทบกับเหล็กดัง “ก๊องแก๊ง ก๊องแก๊ง” ไปตามจังหวะการเดิน

คุณเยี่ยมที่นอนอยู่มองเห็นเงาของผู้หญิงผ่านหน้าต่าง สักพักเงานี้ก็เอาอะไรบางอย่างทุบกำแพงดัง “ตึงๆๆๆๆ” ซึ่งคุณเยี่ยมที่นอนอยู่ก็คิดว่าคงโดนเข้าให้แล้ว จึงหันไปหาคุณต้อมที่นอนอยู่ข้าง ๆ ก็พบว่า คุณต้อมเองก็ไม่ได้หลับเช่นกัน! ทั้งคู่ตาเบิกโพลงและทำได้แค่มองหน้ากัน ไม่ทันได้หายตกใจ เงาร่างนั้นก็เดินไล่บนระเบียงไปห้องซ้ายไปห้องขวา เดินไปเดินมา (ระเบียงเชื่อมกันหมด) จนถึงตีสาม คุณเยี่ยมและคุณต้อมก็ยังนอนฟังเสียงนั้นอยู่และไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเจอกับอะไร!

วันต่อมา ทั้งคู่ได้เล่าเรื่องที่เจอให้กับทุกคนฟัง ฝ่ายห้องขวาเป็นผู้หญิงก็บอกว่า “หนูคิดว่าหนูได้ยินแค่ 2 คน” ส่วนห้องทางซ้ายเป็นพี่ซีเนียร์คู่กับผู้ชายปากกล้าก็บอกว่า “ได้ยินเสียงเดินแบบนี้ทั้งคืน ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร” เมื่อทุกคนไม่รู้ว่ากำลังเจอกับอะไร แต่หลังจากนั้นเป็นเวลากว่า 1 อาทิตย์ เมื่อเข้าสู่เวลาตีหนึ่ง เสียงนั้นก็จะดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และไม่มีใครใจกล้าพอที่จะออกไปดูว่ามันคืออะไรกันแน่..

เรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นจากห้องข้างหน้าไม่พอ ห้องข้างหลังเองก็เช่นกัน เขาเล่าว่า “ตอนที่นอนอยู่นั้น ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แต่ผมโดนผีอำ” ไม่ได้โดนผีอำแค่คนเดียว แต่ทุกคนที่นอนอยู่ห้องข้างหลังก็โดนผีอำกันทุกคน! เมื่อเรื่องมันชักจะไปกันใหญ่ ทุกคนจึงตกลงกันว่าหลังจากนี้จะไม่ดื่มแอลกอฮอล์กันอีกและนอนให้เร็วขึ้น เผื่อว่าจะดีขึ้น

เมื่อเปลี่ยนเวลาให้นอนเร็วขึ้น คุณเยี่ยมกลับไม่สบายตัวอย่างที่คิด เขานอนกระสับกระส่าย จนถึงเวลา 4 ทุ่ม เสียงเคาะหน้าต่างก็ดังขึ้น! “พี่ๆ ช่วยหนูด้วย!” เป็นน้องผู้หญิง 2 คน ที่มาจากห้องขวาวิ่งมาขอความช่วยเหลือ เมื่อเปิดประตูออกไป น้องก็บอกว่า “หนูอ่ะ หลับไปแล้ว ส่วนเพื่อนอีกคนลุกไปเข้าห้องน้ำ ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนมาทำกับข้าวอยู่ข้างล่าง แล้วก็มีเสียงคนซักผ้า” เธอเล่าต่อว่าพอเข้าห้องน้ำเสร็จก็ปิดไฟเดินกลับมาที่ห้อง เพื่อนคนที่นอนอยู่ก็นอนบิดไปบิดมา สักพักก็เอามาคว้าอะไรบางอย่าง แล้วก็ตะโกนออกมา “ว๊ากกกกก!” หลุดออกมาจากอาการผีอำ! เธอเล่าเพิ่มเติมว่าเหมือนมีผู้หญิงคนนึงมานั่งทับที่หน้าอก แล้วก็จับตัวไว้ไม่ให้ขยับ พอเพื่อนที่ลุกไปเข้าห้องน้ำกลับมา ถึงได้หลุดออกจากตรงนั้น เมื่อเห็นท่าไม่ดี จึงวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือ

หลังจากได้ยินเสียงผู้หญิงเรียก ทุกคนก็มารวมตัวกันที่ห้องกลาง และพร้อมใจบอกว่า “โดนผีอำเหมือนกัน” ซึ่งจะโดนแตกต่างกันไป ผู้หญิงบ้าง ผู้ชายบ้าง บางคนไม่เห็นตัวแต่ขยับตัวไม่ได้ คุณเยี่ยมซึ่งไม่เคยโดนผีอำก็โดนเช่นกัน เหตุการณ์คือ ขณะที่กำลังนอนอยู่ เห็นผู้หญิงเดินเข้ามาในห้อง แล้วก็เอามานั่งทับที่หน้าอก จากนั้นก็บีบคอ คุณเยี่ยมก็พยายามขัดขืนแต่ก็ทำไม่ได้ และหันไปหาเพื่อนที่นอนอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับตะโกนเรียก แต่เรียกเท่าไหร่ ก็ไม่มีเสียงใดเล็ดลอด  จึงนึกถึงพระ จากนั้นเสียงก็ออกมา เพื่อนที่นอนอยู่บอกว่าได้ยินเสียงแปลก ๆ จึงปลุกคุณเยี่ยมให้ตื่น

ด้วยความที่ทั้งหมดเป็นพนักงานใหม่ การจะย้ายออกแล้วต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเองนั้นก็ดูจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ทุกคนจึงจำใจอยู่ที่นี่ต่อ ในทุก ๆ คืน ตี 1 – 3 ก็จะต้องเจอกับเหตุการณ์หลอนซ้ำ ๆ วนมาไม่จบสิ้น จะมีเพียงวันเสาร์อาทิตย์ที่แต่ละคนได้กลับบ้าน นั่นจึงเป็นเวลาหาเครื่องรางของขลังมาป้องกันตัวเอง  ซึ่งมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร…

เหตุการณ์ดำเนินมาจนถึงช่วงประมาณเดือนที่ 4 – 5 บริษัทได้เรียกพนักงาน 6 คน เปลี่ยนไปทำงานที่อื่น ทำให้เหลือเพียง 6 คน ที่โชคร้ายยังต้องเผชิญเรื่องหลอนไม่จบไม่สิ้น ทุกคนตกลงกันว่าจะนอนด้วยกัน ห้องละ 3 คน เพื่อความสบายใจ พี่ซีเนียร์พูดขึ้นมาว่า “ที่เราเจอกันอยู่เนี่ย มันไม่ใช่ผีแค่ตัวเดียว น่าจะมีเป็นสิบ” น้อง ๆ ในกลุ่มจึงถามขึ้นว่า “พี่รู้ได้ยังไง?” พี่ซีเนียร์ตอบว่า “กูไปรู้อะไรบางอย่างมา มึงรู้มั้ยว่าค่าเช่าของที่นี่เดือนละเท่าไหร่? 3 คูหา มันเดือนละ 5,000” ซึ่งก็ได้วิเคราะห์ว่า อาจเป็นเพราะตึกนี้มันร้างมาก่อน แล้วพอมีบริษัทมาเช่าให้พนักงานอยู่ เขาก็เลยพยายามมาเคลียร์โดยการเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ มาวางไว้ และยังสังเกตอีกว่า ตลอดเวลา 4 – 5 เดือนที่ผ่านมานี้ ไม่มีใครสักคนที่เดินเข้ามาถามว่าอีก 5 คูหาที่เหลือยังว่างให้เช่ามั้ย ทั้ง ๆ ที่ตรงนี้เป็นทำเลดี ติดถนนใหญ่ ทุกคนจึงคุยกันอีกรอบว่าจะแก้ปัญหานี้กันอย่างไรดี ได้ข้อสรุปว่าจะทำบุญครั้งใหญ่ จึงไปซื้ออาหารและจัดเตรียมสิ่งของสำหรับการทำบุญ…

เมื่อวันทำบุญมาถึง ช่วงเวลากลางวันแสก ๆ หลังจากปักธูปไหว้เสร็จ พี่ซีเนียร์ก็ดันคิดอะไรแปลก ๆ ไปหยิบจานและตะเกียบมาเคาะแล้วพูดว่า “อ้าว มากินข้าวกินเร็ว” หลังจากเคาะ ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนกำลังวิ่งลงมาเป็นสิบ ๆ คน ผ้าม่านที่อยู่ตรงนั้นก็ไหวไปมา ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น!

หลังจากทำบุญให้ ก็ยังเจออยู่เหมือนเดิมไม่เบาลงเลย แม้ทุกคนจะรู้อยู่แก่ใจว่าที่แห่งนี้มีอะไรบางอย่างมาอยู่ร่วมด้วย แต่ก็ทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ จึงต้องอยู่และทำงานกันต่อไป จนกระทั่งถึงเดือนที่ 7 พนักงานกลุ่มนี้ต้องย้ายออก ก็ได้มีพนักงานใหม่เข้ามาอยู่แทน ทั้ง 2 กลุ่มได้คุยกัน หนึ่งในกลุ่มที่มาใหม่บอกว่า “ผมเอาลูกมาอยู่ด้วย วันหนึ่งผมเห็นลูกผมยื่นขนมให้ใครก็ไม่รู้” ในวันย้ายออกมีการจ้างรถชาวบ้านมาช่วยขนย้าย คุณลุงที่เป็นคนขับรถก็ชวนคุยระหว่างทาง “นึกว่าใครมาอยู่ ที่แท้ก็นายช่างนี่เอง แล้วมาอยู่ได้ยังไง ที่นี่ผีดุ นายช่างไม่รู้เหรอ” จากนั้นทุกคนก็รุมถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…

คุณลุงเล่าว่าย้อนกลับไปว่า สมัยก่อนที่ตรงนั้นยังเป็นป่าช้า จากนั้นก็มีการล้างป่าช้า ซึ่งก็ไม่รู้ว่าล้างหมดหรือไม่ ส่วนใกล้ ๆ กับบริเวณนั้นเป็นลานโล่ง แล้วก็มีการสร้างโรงพยาบาล คนที่เป็นเจ้าของที่เห็นว่ามันน่าจะพัฒนาที่ดินได้ จึงอยากสร้างอาคารพาณิชย์ แม้จะมีเสียงรอบข้างห้ามปราม แต่เขาก็ดึงดันที่จะสร้าง รวมทั้งไม่ได้สนใจโครงสร้างและการออกแบบเลย ตึกที่ได้จึงมีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมยาววางเรียงกันเหมือนกับโลงศพ! พอมีคนมาเช่า ผลประกอบการก็ไม่ดี ทำมาค้าขายไม่ขึ้น จึงให้ซินแสเข้ามาช่วยดู เขาจึงแนะนำว่าให้ปรับหน้าตาของอาคารให้ดูดีขึ้น ให้มันมีอะไรอยู่ข้างหน้าหน่อย จึงเป็นที่มาของการสร้างระเบียงนั่นเอง นั่นยิ่งทำให้เหมือนทางขึ้นเมรุเข้าไปอีก เรียกได้ว่ายิ่งแก้ยิ่งเละ

และเมื่อขุดประวัติลึกเท่าไหร่ ความน่ากลัวของคูหาเหล่านี้ก็ยิ่งทวีคูณ ห้องกลางนั้นมีเคยมีผู้หญิงผูกคอตาย ห้องขวาเคยมีสามีภรรยาทะเลาะกัน ฝ่ายชายลงมือฆ่า ส่วนห้องซ้ายเป็นสามีภรรยาเช่นกัน ฝ่ายชายฆ่าฝ่ายหญิง แล้วกินยาฆ่าตัวตายตาม ยังไม่นับรวมเคสอื่น ๆ อีก รวมแล้วมีการเสียชีวิตเกิดขึ้นกว่า 5 ราย ส่วนคูหาอื่นที่ไม่มีคนเข้าไปอยู่ก็ไม่รู้ว่ามีเคสอะไรเกิดขึ้นบ้าง…

และนี่คือเหตุการณ์หลอนทั้งหมด ที่โฟร์แมนทั้ง 12 คนเป็นพยานรู้เห็นความหลอนในครั้งนี้

ติดตามความหลอนย้อนหลังได้

related ENTERTAINMENT NEWS

ครอบครัวคนเป็น ย้ายเข้ามาอยู่ทับที่ครอบครัวคนตาย.. เฮี้ยนจนต้องนอนกอดโฉนดเพื่อบอกว่าที่นี่เป็นของเรา!

27 ม.ค. 2023

ครอบครัวคนเป็น ย้ายเข้ามาอยู่ทับที่ครอบครัวคนตาย.. เฮี้ยนจนต้องนอนกอดโฉนดเพื่อบอกว่าที่นี่เป็นของเรา!

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘คอนโด’ เป็นหนึ่งทางเลือกที่อยู่อาศัยของคนสมัยใหม่ แต่ขึ้นชื่อว่า ‘ที่อยู่’ คงหนีไม่พ้นการเปลี่ยนมือ ผลัดวนกันเข้ามาอยู่อาศัย เรื่องนี้ก็เช่นกัน จะเป็นอย่างไร..? เมื่อหนึ่งครอบครัวคนเป็น ย้ายเข้าไปอยู่คอนโดของครอบครัวคนตาย เรื่องหลอนจาก ‘คุณหยก’ ที่ได้โทรเข้ามาเล่าในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (24 มกราคม 2566) ที่ผ่านมาคุณหยกเล่าว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวของเพื่อนที่ชื่อว่า ‘คุณข้าวโอ๊ต’ มีน้องสาวชื่อ ‘เปิ้ล’ และยังเป็นคนแม่เลี้ยงเดี่ยวของ ‘น้องแอคชั่น’ เมื่อลูกเริ่มโตขึ้น คุณข้าวโอ๊ตก็ได้เริ่มความสัมพันธ์กับ ‘คุณเก่ง’ จนในที่สุดก็จดทะเบียนสมรสด้วยกัน ครอบครัวที่เริ่มจะสมบูรณ์จึงมองหาที่อยู่อาศัยใหม่ด้วยกัน คอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่เดินทางสะดวก ราคาไม่สูงมาก แถมยังเป็นคอนโดใหม่ คอนโดมือสองแห่งนี้จึงตอบโจทย์ครอบครัวนี้ได้ไม่ยากในช่วงแรก คุณข้าวโอ๊ตก็ยังไป ๆ มา ๆ ระหว่างคอนโดเก่าเคยอยู่กับน้องสาวอย่างคุณเปิ้ล และคอนโดของครอบครัวใหม่ เพราะน้องแอคชั่นติดแม่และน้ามาก จึงไม่อยากรวบรัดให้ย้ายที่อยู่ ต้องให้เวลาน้องแอคชั่นปรับตัวด้วย ส่วนทางด้านคุณเก่ง ก็เข้าไปอยู่ก่อนเพื่อเช็คระบบ ทั้งประปา ไฟฟ้า และความเรียบร้อยทั้งหมดของคอนโดนิสัยการนอนของคุณข้าวโอ๊ตคือไม่ค่อยชอบนอนเปิดแอร์ ถ้านอนคนเดียวก็จะเปิดหน้าต่างไว้ ซึ่งนั่นทำให้ได้กลิ่น Aftershave อ่อน ๆ ในช่วงเช้า และจะเริ่มเข้านอนเวลา 3 ทุ่มทุกวัน ความหลอนเริ่มต้นขึ้นจากจุดนี้ ระหว่างที่นอนเล่นโทรศัพท์กำลังจะเคลิ้มหลับ คุณข้าวโอ๊ตก็ได้ยินเสียงเปิดประตู และเสียงของชายที่ไม่รู้จักดังขึ้นว่า “อ้าวคุณ” หรือบางทีก็เป็นเสียงผู้หญิงพูดขึ้นก่อน พูดประมาณว่า “วันนี้ทำงานมาเหนื่อยมั้ย?” “วันนี้กินข้าวกับอะไรมา” เป็นบทสนทนาสั้น ๆ ทั่วไปเหมือนครอบครัวนึง คุณโอ๊ตก็คิดแค่เพียงว่าอาจจะเป็นเสียงจากห้องข้าง ๆ สักพักก็เริ่มชินกับเหตุการณ์นี้ จากนั้นก็พาน้องแอคชั่นย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันหลังจากน้องแอคชั่นย้ายเข้ามา พฤติกรรมการกินของน้องก็เปลี่ยนไป ปกติแล้วน้องจะกินข้าวจนหมด แต่หลัง ๆ ไม่เป็นแบบนั้น คุณข้าวโอ๊ตสงเกตุว่าน้องจะเหลือข้าวไว้ช้อนนึงบ้าง คำสองคำบ้าง บางทีก็นั่งเล่นหัวเราะอยู่คนเดียว ซึ่งน้องแอคชั่นที่อายุ 6-7 ขวบ ก็น่าจะเลยวัยที่จะนั่งเล่นหรือพูดคนเดียวแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คุณข้าวโอ๊ตหนักใจอะไร เพราะบางทีก็คิดว่าคุยกับน้าในมือถือ หรือเล่นเกมอยู่คนเดียวจนกระทั่งวันหยุดวันหนึ่ง คุณข้าวโอ๊ตกำลังทำสวนเล็ก ๆ อยู่ที่ระเบียง ซึ่งมีทั้งต้นไม้ใหม่ที่ย้ายเข้ามา และต้นไม้เก่าของเจ้าของเก่าปะปนกันอยู่ด้วย ถ้าใบไหนตายแล้ว คุณข้าวโอ๊ตก็จะดึงออก ระหว่างที่ทำสวนอยู่นั้น น้องแอคชั่นก็ร้องขึ้นมาว่า “ไม่เอาๆ อย่าทำแบบนี้ แอคชั่นกลัว ไม่เอาน้องแพรว พี่ไม่เล่น!” คุณข้าวโอ๊ตก็สงสัยว่าน้องแพรวเป็นใครจึงเอ่ยปากถามว่า “น้องแอคชั่นคุยกับใครคะลูก?” น้องก็ตอบกลับมาว่า “เนี่ยแม่ น้องแพรวชอบเล่นแบบนี้ ยิ้มกว้างเลย” คุณข้าวโอ๊ตก็สงสัยว่าเล่นยังไง จึงเดินเข้าไปหาและถามให้แน่ใจอีกครั้งว่า “หนูเล่นกับใครอยู่หรอ?” น้องตอบกลับทันควันด้วยความใสซื่อว่า “เนี่ยไง น้องแพรว ยืนอยู่ข้างหลังแม่ไง” “ตอนนี้น้องแพรววิ่งเข้าไปในห้องแม่แล้ว” นั่นทำให้คุณข้าวโอ๊ตถึงกับต้องนิ่ง เมื่อตั้งสติได้ก็รีบชวนน้องแอคชั่นออกไปกินข้าวข้างนอก แต่ก่อนจะไป คุณข้าวโอ๊ตต้องอาบน้ำก่อน ระหว่างที่จะเปิดประตูเข้าห้องน้ำ น้องแอคชั่นก็พูดขึ้นมาอีกครั้งว่า “เนี่ย.. น้องแพรวอยู่ในตู้ ถ้าไม่เชื่อแอคชั่นแม่ลองเปิดดูเลย!” พอเห็นลูกรบเร้าแบบนั้น คุณข้าวโอ๊ตจึงตัดสินใจเปิดดูข้างในตู้ พอเปิดออกมาก็ได้กลิ่นแป้งเด็กลอยเข้ามาเตะจมูกทันที จากนั้นคุณข้าวโอ๊ตก็บอกลูกว่า “น้องแอคชั่นอย่าไปไหนนะ รอแม่แปปนึง” พูดเสร็จก็รีบกุลีกุจอล้างตัวแล้วขับรถออกไปห้างทันที หลังจากนั้นก็โทรเล่าเรื่องราวที่เจอให้คุณเก่งฟัง คุณเก่งก็บอกว่า “ที่นี่พึ่งเปิดใหม่ ไม่น่าจะมีประวัติอะไรนะ แล้วเราก็ซื้อตรงกับเจ้าของเลย ไว้เดี๋ยวเราว่างตรงกันจะเล่าให้ฟัง จะได้สบายใจ” แล้วก็วางสายไป คุณข้าวโอ๊ตพาน้องแอคชั่นเดินเตร็ดเตร่อยู่ที่ห้างจนถึงเวลาต้องกลับ เมื่อถึงหน้าคอนโด น้องแอคชั่นก็อยากกินไก่ทอดขึ้นมา จึงแวะซื้อก่อนเข้าห้อง น้องก็พูดขึ้นมาว่า “แม่ซื้อเผื่อน้องแพรวด้วยนะชิ้นนึง เพราะน้องแพรวชอบแย่งน้องกิน แอคชั่นต้องแบ่งข้าวไว้ให้น้องกินด้วยช้อนนึงตลอด” ประโยคนั่นทำให้คุณข้าวโอ๊ตปะติดปะต่อเรื่องราวเข้าด้วยกันถึงพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไปของลูกเมื่อถึงห้อง น้องแอคชั่นก็แบ่งไก่ทอด 1 ชิ้นไว้อีกจานข้าง ๆ แล้วก็นั่งกินในส่วนของตัวเองไป คุณข้าวโอ๊ตก็ชวนลูกคุยตามประสาคนเป็นแม่ จนกระทั่งน้องแอคชั่นพูดขึ้นมาว่า “แม่ครับ น้องแพรวมาขอบคุณครับ อยู่ข้าง ๆ แม่เลย” คุณข้าวโอ๊ตที่ใจไม่ดีมาทั้งวันก็รีบพาน้องแอคชั่นอาบน้ำเข้านอนทันที ส่วนตัวเองก็กินยาแก้แพ้เพื่อที่จะได้นอนหลับ กระทั่งหลับไป..กลางดึกคืนนั้น.. คุณข้าวโอ๊ตรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ และเมื่อพลิกตัวก็ได้กลิ่น Aftershave ลอยมาอีกครั้ง พอลืมตาก็เห็นร่างของผู้ชายและผู้หญิงลอยขนาบข้างน้องแอคชั่น เสียงผู้หญิงพูดว่า “ทำไมทิ้งของของชั้นแล้วไม่บอกกันก่อน” คุณข้าวโอ๊ตตกใจสบถคำหยาบคายออกมาเป็นประโยค แล้วผู้หญิงคนนั้นก็พูดขึ้นว่า “ชั้นไม่ได้พูดจาหยาบคายกับเธอเลยนะ ทำไมไม่พูดกับชั้นดี ๆ ” จากนั้นก็มีเสียงดัง “ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ!” ตรงหัวเตียง พอมองขึ้นไปก็เห็นร่างของเด็กอายุประมาณ 4-5 ขวบ มองก้มหน้าโกรธ ๆ แล้วก็อ้าปากขึ้น กรามล่างหักค้างอย่างสยดสยอง คุณข้าวโอ๊ตเห็นดังนั้นก็กรี๊ดแล้วสลบไป!เช้าวันต่อมา คุณข้าวโอ๊ตรู้สึกตัวขึ้นก็เห็นว่าน้องแอคชั่นอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็รีบพาลูกไปส่งโรงเรียน พอจะกลับคอนโด ในใจก็คิดหนัก เพราะยังรู้สึกสยองกับเรื่องที่เจอเมื่อคืนมาก จึงกลับไปที่อยู่เก่าก่อน แล้วค่อยไปทำงาน หลังจากนั้นก็คุยกับคุณเก่งว่าสรุปที่นี่มีประวัติอะไรหรือเปล่า แต่ก็ไม่ได้เรื่องอะไรมาก เพราะคุณเก่งเองก็พยายามถามเจ้าของเก่าแล้ว ระหว่างนั้นเอง คุณข้าวโอ๊ตที่เจอเรื่องนี้บ่อยเข้าก็ทนไม่ไหว หยิบเอาโฉนดมานอนกอด พอเจอก็บอกว่า “ขอโทษนะคะ แต่หนูเป็นเจ้าของห้องนี้ร่วมกับแฟนหนูค่ะ หนูซื้อโดยถูกต้อง อย่ามาทำแบบนี้ ถ้ามีอะไรอย่ามาทำให้เห็นแบบนี้ บอกมาได้ เข้าฝันก็ได้ บอกดี ๆ แล้วลูกพี่ พี่ดูแลด้วย อย่ามายุ่งกับลูกหนู หนูกลัว!” แล้วร่างที่ลอยอยู่ก็ค่อย ๆ หายไป ส่วนน้องแพรวก็ยังเล่นแบบนั้นอยู่จนกระทั่งวันหยุดของคุณเก่งมาถึง คุณเก่งบอกว่า “เจ้าของห้องบอกว่า ผมรับช่วงต่อมา เป็นห้องของครอบครัวพี่ชายผม แล้วเขาประสบอุบัติเหตุรถคว่ำตายยกครอบครัวในระหว่างทางที่กำลังขับกลับมาที่คอนโด ส่วนน้องแพรวที่ตอนนั้นไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย ก็กระเด็นไปนอกกระจก แล้วปากก็ไปเกี่ยวกับกระจกข้าง จนกรามล่างฉีก จิตสุดท้ายของครอบครัวนี้ก็คงจะอยากกลับบ้าน”เมื่อได้ยินดังนั้น ครอบครัวคุณข้าวโอ๊ตก็หมั่นทำบุญตักบาตรทุกเช้า กลายเป็นธรมมเนียมจนชินชา เพราะก่อนออกจากบ้านก็จะพูดว่า “น้องแพรวฝากดูบ้านด้วยนะ มีอะไร อยากบอกอะไรก็มาเข้าฝันน้านะ” พอกลับเข้าบ้านก็จะพูดว่า “กลับมาแล้วนะ ของอยู่ตรงนี้นะ” กลายเป็นอยู่ด้วยกันแต่เหตุการณ์สยองนั้นไม่ได้เจออีกแล้ว..ติดตามความหลอนย้อนหลัง

ดาเมจเกินต้าน! “ฮวัง อินยอบ” ทำ “ไฮลี่ไทย” ใจบางในงาน ‘2022 HWANG IN YOUP 1st Fan Meeting in Bangkok’

26 ก.ย. 2022

ดาเมจเกินต้าน! “ฮวัง อินยอบ” ทำ “ไฮลี่ไทย” ใจบางในงาน ‘2022 HWANG IN YOUP 1st Fan Meeting in Bangkok’

จบลงไปอย่างสวยงาม สำหรับ ‘2022 HWANG IN YOUP 1st Fan Meeting in Bangkok’ แฟนมีตติ้งในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบครั้งแรกของ “ฮวัง อินยอบ” งานนี้จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 10 ก.ย. 2565 ที่ผ่านมา ณ แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ถือเป็นครั้งแรกที่หนุ่ม “ฮวัง อินยอบ” ได้มาเยือนประเทศไทย และได้พบกับชาวไฮลี่ไทยเป็นครั้งแรก! โดย “ฮวัง อินยอบ” ปรากฏตัวด้วยลุคหล่อเท่ ในคอนเส็ปท์ “ฮัน ซอจุน” ตัวละครที่แฟนๆ เลิฟสุดๆ จากซีรี่ส์เรื่อง "True Beauty" ที่มาพร้อมกับเพลงประกอบซีรี่ส์สุดไพเราะอย่าง Missing Youแล้ว “ฮวัง อินยอบ” ได้ทักทายแฟนๆ ชาวไทยอย่างเป็นทางการด้วยภาษาไทยว่า “สวัสดีครับ ผมอินยอบครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”สำหรับแฟนมีตติ้งครั้งนี้ “ฮวังอินยอบ” เตรียมเกมต่างๆ มาฝากแฟนๆ มากมาย เพื่อให้รู้จัก รู้ใจ และใกล้ชิดกับเขามากขึ้น เริ่มจากเกมแรก Hwang Quiz? เกมตอบคำถามเกี่ยวกับประเทศไทยแบบเจาะลึก ให้หนุ่มอินยอบได้รู้จักเมืองไทยมากขึ้นอีกขั้นมาถึงช่วงที่ IY QA ที่ฮวังอินยอบ ต้องตอบคำถามจากโพสอิทของแฟนๆ ซึ่งข้อนี้เรียกว่าสนอง need ให้ชาวไฮลี่ เพราะมีทั้งคนที่เขียนมาบอกรักนะจุ๊บๆ แอ้วเอินหนุ่มอินยอบให้ต้องเขิน แต่ไฮลี่ไทยสู้มา อินยอบก็ขอสู้กลับด้วยประโยคเด็ดว่า “ถ้าคุณชอบผม ผมก็ชอบคุณครับ” เจอประโยคนี้เข้าไปไฮลี่ไทยล้มทั้งยืนเลยทีเดียวและ IY GAME เป็นช่วงที่จับฉลาก Lucky Fan ขึ้นมาร่วมเล่นเกม ซึ่งแฟนๆ จะต้องเอาชนะเขาให้ได้ เพื่อที่จะได้ถ่ายรูปโพลารอยด์ และของขวัญสุดพิเศษ ซึ่งแต่ละเกมนั้นทำเอาชาวไฮลี่ใจบางกับความฟิน ไม่ว่าจะเป็นเกมแข่งดันมือ เกมจ้องตา และสุดท้ายกับเกมงัดข้อแต่เผลอแป๊ปเดียว ช่วงเวลาของความสุขก็มาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว ซึ่งหนุ่มอินยอบ ได้เตรียม IY Present มาฝากแฟนๆ กับมิชชั่นที่เขาตกแต่งพัดสไตล์เกาหลีเป็นของขวัญสุดพิเศษที่มีชิ้นเดียวในโลกให้กับไฮลี่ไทยผู้โชคดีที่สุดในวันนี้เจอความน่ารัก แสนดี ใส่ใจคนรอบข้างขนาดนี้ ยิ่งทำให้ชาวไฮลี่ไทยประทับใจในตัวหนุ่มฮวังอินยอบ ซึ่งก่อนจะ Say Goodbye “ฮวัง อินยอบ” ก็มอบบทเพลง I Mean It เพลงประกอบซีรี่ส์เรื่อง The Sound of Magic ที่เขาร้องเอง มาร้องให้แฟนๆ ชาวไทยฟังสดๆ อีกด้วย ถือเป็นของขวัญส่งท้ายที่จะทำให้แฟนๆ ชาวไทยหลับฝันดีในค่ำคืนสุดพิเศษนี้ภาพ : Applewood

พีพี-กฤษฏ์ เสียใจกับดราม่าที่เกิดขึ้น หลังโดนสมาชิกวง Gym and Swim พาดพิงผลงานและเหยียดเพศ

08 มิ.ย. 2022

พีพี-กฤษฏ์ เสียใจกับดราม่าที่เกิดขึ้น หลังโดนสมาชิกวง Gym and Swim พาดพิงผลงานและเหยียดเพศ

เป็นที่วิพากย์วิจารณ์กันอย่างหนักสำหรับแฮชแท็กดราม่าที่ร้อนแรงในโลกโซเชียล #แบนGymandswim (วันที่ 4 มิถุนายน 2565) หลังจากมีสมาชิกวง Gym and Swim ได้โพสต์พาดพิงผลงานและใช้ถ้อยคำในลักษณะเหยียดเพศ 2 ศิลปินชื่อดัง “บิวกิ้น พุฒิพงศ์” และ “พีพี กฤษฏ์” เมื่อทั้งคู่ได้โพสต์ภาพการร่วมขึ้นแสดงในงานเทศกาลดนตรี Summer Sonic 2022 ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหลังจากมีกระแสดราม่า ทำให้ทางต้นสังกัดของวง Gym and Swim ได้ออกมาแถลงการณ์ขอโทษและลงโทษสมาชิกคนที่โพสต์เรียบร้อยแล้วภาพ : pp.krittล่าสุด “พีพี กฤษฏ์” ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นที่โดนพาดพิงว่า “เสียใจกับดราม่าที่เกิดขึ้น ถ้าเขาว่าพีคนเดียว พีรู้สึกไม่หนักเท่าที่เขาว่าบิวกิ้นและทีมของพีด้วย เพราะพี่ ๆ ทุกคนตั้งใจทำผลงานออกมาอย่างดีที่สุด และพีดีใจมาก ๆ ที่มีแฟนคลับรัก ซัพพอร์ตกันขนาดนี้”“พีอยากให้ทุกคนให้เกียรติและเคารพการตัดสินใจของพีเหมือนที่พีให้เกียรติและเคารพกันตัดสินใจของทุกคน ถือว่าเป็นประสบการณ์ในเรื่องที่จะโพสต์หรือพูดถึงใครในโซเชียลต้องระวังให้มาก ๆ เพราะมันเป็นพื้นที่สาธารณะ”

วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย เปิดหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ คว้าตั๋วเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกเนชั่นส์ลีก2022 ได้เป็นครั้งแรก

04 ก.ค. 2022

วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย เปิดหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ คว้าตั๋วเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกเนชั่นส์ลีก2022 ได้เป็นครั้งแรก

เสร็จสิ้นลงไปแล้วสำหรับการแข่งขันวอลเลย์บอลเนชั่นลีก 2022 สนาม 3 ที่ประเทศบัลแกเรีย ทีมนักตบสาวไทยจบอันดับที่ 8 มี 15 คะแนน เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ สามารถผ่านเข้าไปเล่นในรอบไฟนอลส์ 8 ทีมสุดท้ายได้เป็นครั้งแรก สำหรับในรอบ 8 ทีม จะแข่งขันแบบ น็อกเอาต์ หรือแพ้ คัดออก จะทำการแข่งขันกัน ระหว่างวันที่ 13-17 กรกฎาคมนี้ ที่กรุงอันคาร่า ประเทศตุรเคีย โดยนักตบสาวไทยจะดวลกับ ทีมสาวตุรเคีย ในวันพุธที่ 13 กรกฏาคมนี้ ส่วนโปรแกรมคู่อื่นๆ วันที่ 13 กรกฏาคม ทีมสาวอิตาลี พบ ทีมสาวจีน วันที่14 กรกฏาคม แข่งขัน 2 คู่ ทีมสาวบราซิล พบ ทีมสาวญี่ปุ่น และ ทีมสาวสหรัฐฯ พบ ทีมสาวเซอร์เบีย มาร่วมส่งแรงเชียร์แรงใจให้ทีมนักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติผ่าเข้าสู่รอบต่อไปกันด้วยนะครับ ภาพ : volleyball.teamthai

album
efm
-

-