บ้านพักร้างสร้างเรื่อง! 12 พยานหลอนเห็นตรงกัน ขนาดทำบุญใหญ่แล้วก็ยังดุดัน ไม่เกรงใจใคร! | อังคารคลุมโปง

ENTERTAINMENT NEWS

บ้านพักร้างสร้างเรื่อง! 12 พยานหลอนเห็นตรงกัน ขนาดทำบุญใหญ่แล้วก็ยังดุดัน ไม่เกรงใจใคร! | อังคารคลุมโปง

27 ธ.ค. 2022

รายการ ‘อังคารคลุมโปง’ ที่ผ่านมา (20 ธันวาคม 2565) ได้เชิญ ‘คุณแจ็ค The Ghost Radio’ กลับมาเล่าเรื่องผีกันอีกครั้ง คราวนี้แพ็คความหลอนมาเต็มกระเป๋าต้อนรับปีใหม่ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ผีในวงเหล้า’ งานนี้ทำเอาดีเจแนน และดีเจซันเดย์ต้องอ้าปากค้าง ยกให้เป็นเรื่องหลอนระดับสิบกันเลยทีเดียว !

คุณแจ็คเกริ่นเรื่องว่า ในทุก ๆ วงสนทนา และการดื่มกินสังสรรค์ ภายใต้ค่ำคืนแห่งความมืดมิด บรรยากาศหลอน ๆ ชวนให้ต้องเล่าเรื่องผี ดังนั้นเรื่องที่จะเล่านี้ ผีไม่ได้ปรากฏขึ้นมาในวงเหล้าให้เห็นจะ ๆ แต่เป็นเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นในวงสนทนา

เรื่องนี้มาจาก ‘คุณเยี่ยม’ เพื่อนของ ‘คุณเซน’ แฟนรายการ The Ghost Radio เขาเล่าว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับกลุ่มคน 12 คน ที่อยู่ในสถานที่เดียวกัน ทั้งหมดเป็นพยานความหลอนในครั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อช่วงที่พึ่งเข้าไปทำงานใหม่กับบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งในตำแหน่ง ‘โฟร์แมน’ หรือ ‘ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง’ ครั้งนั้นได้รับมอบหมายให้ไปทำงานสร้างห้างสรรพสินค้าในจังหวัดปราจีนบุรี ทางคุณเยี่ยมและเพื่อนร่วมงาน ก็ต้องเดินทางไปประจำที่ไซต์งานแห่งนั้น โดยทางบริษัทได้จัดหาที่พักไว้ให้ และต้องอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 7 เดือนเต็ม

ที่พักแห่งนี้มีลักษณะเป็นคูหาทั้งหมด 8 ห้องใหญ่ กำแพงไม่ติดกัน เหมือนเป็นแท่งสี่เหลี่ยมยาว ๆ ลึกเข้าไป ด้านหน้าของตึกติดตั้งระเบียงเหล็ก (คล้ายกับตะแกรงเหล็ก) และมีบันไดขึ้นทั้ง 2 ทาง เหมือนทางขึ้นเมรุอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งทางบริษัทจัดหาไว้ให้ 3 ห้อง นับเรียงจากฝั่งซ้าย (คุณแจ็คขอเรียกเป็นห้องซ้าย ห้องกลาง ห้องขวา) แต่ละห้องจะแบ่งเป็น 2 ห้องนอน (นอนด้วยกันห้องนอนละ 2 คน ก็จะพอดีจำนวน 12 คน) คุณแจ็คเล่าเสริมว่า อาชีพโฟร์แมนจะมีความรู้เรื่ององค์ประกอบการก่อสร้าง แต่เมื่อได้เห็นที่พักที่ถูกจัดให้พักนั้นก็เกิดความรู้สึกว่ามัน ‘แปลก’ ชอบกล

ในแต่ละห้อง ส่วนของชั้นล่างจะโล่ง มีบันไดขึ้นชั้นบน มีห้องนอน 2 ห้อง คือ ห้องนอนด้านหน้าที่ติดกับระเบียงเหล็ก และห้องนอนด้านหลัง ส่วนที่แปลกคือประตูทางเข้าของห้องนอนด้านหน้าต้องเข้าจากทางระเบียงเท่านั้น ไม่มีประตูให้เข้าจากข้างใน แม้จะเป็นสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยเพียงใด เหล่าโฟร์แมนทั้ง 12 คนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะที่พักแห่งนี้ถูกจัดมาให้เรียบร้อยแล้ว ถ้าจะให้หาที่พักใหม่ ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง

วันหนึ่ง หลังจากเลิกงาน ก็มีปาร์ตี้สังสรรค์กินดื่มกันบ้างเป็นเรื่องปกติ 1 ใน 12 โฟร์แมน นามว่า ‘คุณต้อม’ บอกว่ารู้สึกเหนื่อย จึงขอเข้าไปนอนพักแทนที่จะสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงาน สมาชิกที่เหลือไม่ได้ผิดสังเกตอะไร จึงดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน จนถึงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม คุณต้อมก็วิ่งหน้าตื่นออกมาจากห้อง แล้วบอกว่า “ผีอำว่ะ” เพื่อนร่วมงานที่เป็นชายปากกล้าก็ถามกลับไปว่า “คิดมากไปหรือเปล่า นอนมากไป ฝันมากไป ผีไม่มีหรอก และผีที่อำเนี่ย ผู้หญิงหรือผู้ชาย ถ้าเป็นผู้หญิง เดี๋ยวจัดการให้” สิ้นเสียงนั้น ทุกคนในที่นั้นก็เห็นผ้าขนหนูผืนบางที่ถูกแขวนอยู่ตรงผนังหลุดออกมา แล้วก็ถูกเหวี่ยงมาใส่หน้าของผู้ชายคนนั้น! ทุกคนทั้งอึ้งและงงกับเหตุการณ์นั้น จากนั้นพี่ซีเนียร์ในกลุ่มก็พยายามพูดเพื่อไม่ให้ทุกคนหวั่นกระเจิงไปกันใหญ่ว่า “ห้องนี้ไม่ได้ปิดประตูหน้าต่างให้มันดี ลมมันอาจจะพัดมาก็ได้” แต่ทุกคนก็อดคิดไม่ได้

ช่วงกลางวันของวันต่อมา คุณเยี่ยมก็ออกเดินสำรวจพื้นที่รอบ ๆ สิ่งหนึ่งที่เห็นคือบริเวณหน้าประตูมีปี่เซียะตั้งอยู่ นั่นไม่ใช่จุดที่ผิดสังเกต แต่สิ่งที่ชวนสงสัยคือทุกซอกทุกมุมของตึกไม่ว่าจะเป็นประตู หน้าต่าง มีปี่เซียะวางอยู่ทุกจุด! คุณเยี่ยมคิดว่าเจ้าของตึกอาจจะมีความเชื่อทางด้านนี้ และเขาเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปี่เซียะมีไว้ทำไม จึงไม่ได้สนใจแม้จะสงสัยอยู่ในใจก็ตาม

หลังจากนั้นหลังเลิกงาน ปาร์ตี้สังสรรค์ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง เวลาประมาณเที่ยงคืนทุกคนก็เริ่มแยกย้ายไปนอน เริ่มจากห้องกลาง เป็นห้องของคุณเยี่ยมและคุณต้อม ระหว่างที่กำลังจะเคลิ้มหลับประมาณตีหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงคนเดินขึ้นมาจากบันได คล้ายกับเสียงรองเท้าคัทชูไม่ก็ส้นสูง คุณเยี่ยมนอนฟังอยู่ก็นึกสงสัยว่าใครกันที่จะใส่รองเท้าแบบนั้นเดินขึ้นบันได เพราะทั้งเขาและคุณต้อมต่างก็เป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ จากเสียงรองเท้ากระทบกับปูนก็เปลี่ยนเป็นเสียงที่กระทบกับเหล็กดัง “ก๊องแก๊ง ก๊องแก๊ง” ไปตามจังหวะการเดิน

คุณเยี่ยมที่นอนอยู่มองเห็นเงาของผู้หญิงผ่านหน้าต่าง สักพักเงานี้ก็เอาอะไรบางอย่างทุบกำแพงดัง “ตึงๆๆๆๆ” ซึ่งคุณเยี่ยมที่นอนอยู่ก็คิดว่าคงโดนเข้าให้แล้ว จึงหันไปหาคุณต้อมที่นอนอยู่ข้าง ๆ ก็พบว่า คุณต้อมเองก็ไม่ได้หลับเช่นกัน! ทั้งคู่ตาเบิกโพลงและทำได้แค่มองหน้ากัน ไม่ทันได้หายตกใจ เงาร่างนั้นก็เดินไล่บนระเบียงไปห้องซ้ายไปห้องขวา เดินไปเดินมา (ระเบียงเชื่อมกันหมด) จนถึงตีสาม คุณเยี่ยมและคุณต้อมก็ยังนอนฟังเสียงนั้นอยู่และไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเจอกับอะไร!

วันต่อมา ทั้งคู่ได้เล่าเรื่องที่เจอให้กับทุกคนฟัง ฝ่ายห้องขวาเป็นผู้หญิงก็บอกว่า “หนูคิดว่าหนูได้ยินแค่ 2 คน” ส่วนห้องทางซ้ายเป็นพี่ซีเนียร์คู่กับผู้ชายปากกล้าก็บอกว่า “ได้ยินเสียงเดินแบบนี้ทั้งคืน ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร” เมื่อทุกคนไม่รู้ว่ากำลังเจอกับอะไร แต่หลังจากนั้นเป็นเวลากว่า 1 อาทิตย์ เมื่อเข้าสู่เวลาตีหนึ่ง เสียงนั้นก็จะดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และไม่มีใครใจกล้าพอที่จะออกไปดูว่ามันคืออะไรกันแน่..

เรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นจากห้องข้างหน้าไม่พอ ห้องข้างหลังเองก็เช่นกัน เขาเล่าว่า “ตอนที่นอนอยู่นั้น ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แต่ผมโดนผีอำ” ไม่ได้โดนผีอำแค่คนเดียว แต่ทุกคนที่นอนอยู่ห้องข้างหลังก็โดนผีอำกันทุกคน! เมื่อเรื่องมันชักจะไปกันใหญ่ ทุกคนจึงตกลงกันว่าหลังจากนี้จะไม่ดื่มแอลกอฮอล์กันอีกและนอนให้เร็วขึ้น เผื่อว่าจะดีขึ้น

เมื่อเปลี่ยนเวลาให้นอนเร็วขึ้น คุณเยี่ยมกลับไม่สบายตัวอย่างที่คิด เขานอนกระสับกระส่าย จนถึงเวลา 4 ทุ่ม เสียงเคาะหน้าต่างก็ดังขึ้น! “พี่ๆ ช่วยหนูด้วย!” เป็นน้องผู้หญิง 2 คน ที่มาจากห้องขวาวิ่งมาขอความช่วยเหลือ เมื่อเปิดประตูออกไป น้องก็บอกว่า “หนูอ่ะ หลับไปแล้ว ส่วนเพื่อนอีกคนลุกไปเข้าห้องน้ำ ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนมาทำกับข้าวอยู่ข้างล่าง แล้วก็มีเสียงคนซักผ้า” เธอเล่าต่อว่าพอเข้าห้องน้ำเสร็จก็ปิดไฟเดินกลับมาที่ห้อง เพื่อนคนที่นอนอยู่ก็นอนบิดไปบิดมา สักพักก็เอามาคว้าอะไรบางอย่าง แล้วก็ตะโกนออกมา “ว๊ากกกกก!” หลุดออกมาจากอาการผีอำ! เธอเล่าเพิ่มเติมว่าเหมือนมีผู้หญิงคนนึงมานั่งทับที่หน้าอก แล้วก็จับตัวไว้ไม่ให้ขยับ พอเพื่อนที่ลุกไปเข้าห้องน้ำกลับมา ถึงได้หลุดออกจากตรงนั้น เมื่อเห็นท่าไม่ดี จึงวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือ

หลังจากได้ยินเสียงผู้หญิงเรียก ทุกคนก็มารวมตัวกันที่ห้องกลาง และพร้อมใจบอกว่า “โดนผีอำเหมือนกัน” ซึ่งจะโดนแตกต่างกันไป ผู้หญิงบ้าง ผู้ชายบ้าง บางคนไม่เห็นตัวแต่ขยับตัวไม่ได้ คุณเยี่ยมซึ่งไม่เคยโดนผีอำก็โดนเช่นกัน เหตุการณ์คือ ขณะที่กำลังนอนอยู่ เห็นผู้หญิงเดินเข้ามาในห้อง แล้วก็เอามานั่งทับที่หน้าอก จากนั้นก็บีบคอ คุณเยี่ยมก็พยายามขัดขืนแต่ก็ทำไม่ได้ และหันไปหาเพื่อนที่นอนอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับตะโกนเรียก แต่เรียกเท่าไหร่ ก็ไม่มีเสียงใดเล็ดลอด  จึงนึกถึงพระ จากนั้นเสียงก็ออกมา เพื่อนที่นอนอยู่บอกว่าได้ยินเสียงแปลก ๆ จึงปลุกคุณเยี่ยมให้ตื่น

ด้วยความที่ทั้งหมดเป็นพนักงานใหม่ การจะย้ายออกแล้วต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเองนั้นก็ดูจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ทุกคนจึงจำใจอยู่ที่นี่ต่อ ในทุก ๆ คืน ตี 1 – 3 ก็จะต้องเจอกับเหตุการณ์หลอนซ้ำ ๆ วนมาไม่จบสิ้น จะมีเพียงวันเสาร์อาทิตย์ที่แต่ละคนได้กลับบ้าน นั่นจึงเป็นเวลาหาเครื่องรางของขลังมาป้องกันตัวเอง  ซึ่งมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร…

เหตุการณ์ดำเนินมาจนถึงช่วงประมาณเดือนที่ 4 – 5 บริษัทได้เรียกพนักงาน 6 คน เปลี่ยนไปทำงานที่อื่น ทำให้เหลือเพียง 6 คน ที่โชคร้ายยังต้องเผชิญเรื่องหลอนไม่จบไม่สิ้น ทุกคนตกลงกันว่าจะนอนด้วยกัน ห้องละ 3 คน เพื่อความสบายใจ พี่ซีเนียร์พูดขึ้นมาว่า “ที่เราเจอกันอยู่เนี่ย มันไม่ใช่ผีแค่ตัวเดียว น่าจะมีเป็นสิบ” น้อง ๆ ในกลุ่มจึงถามขึ้นว่า “พี่รู้ได้ยังไง?” พี่ซีเนียร์ตอบว่า “กูไปรู้อะไรบางอย่างมา มึงรู้มั้ยว่าค่าเช่าของที่นี่เดือนละเท่าไหร่? 3 คูหา มันเดือนละ 5,000” ซึ่งก็ได้วิเคราะห์ว่า อาจเป็นเพราะตึกนี้มันร้างมาก่อน แล้วพอมีบริษัทมาเช่าให้พนักงานอยู่ เขาก็เลยพยายามมาเคลียร์โดยการเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ มาวางไว้ และยังสังเกตอีกว่า ตลอดเวลา 4 – 5 เดือนที่ผ่านมานี้ ไม่มีใครสักคนที่เดินเข้ามาถามว่าอีก 5 คูหาที่เหลือยังว่างให้เช่ามั้ย ทั้ง ๆ ที่ตรงนี้เป็นทำเลดี ติดถนนใหญ่ ทุกคนจึงคุยกันอีกรอบว่าจะแก้ปัญหานี้กันอย่างไรดี ได้ข้อสรุปว่าจะทำบุญครั้งใหญ่ จึงไปซื้ออาหารและจัดเตรียมสิ่งของสำหรับการทำบุญ…

เมื่อวันทำบุญมาถึง ช่วงเวลากลางวันแสก ๆ หลังจากปักธูปไหว้เสร็จ พี่ซีเนียร์ก็ดันคิดอะไรแปลก ๆ ไปหยิบจานและตะเกียบมาเคาะแล้วพูดว่า “อ้าว มากินข้าวกินเร็ว” หลังจากเคาะ ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนกำลังวิ่งลงมาเป็นสิบ ๆ คน ผ้าม่านที่อยู่ตรงนั้นก็ไหวไปมา ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น!

หลังจากทำบุญให้ ก็ยังเจออยู่เหมือนเดิมไม่เบาลงเลย แม้ทุกคนจะรู้อยู่แก่ใจว่าที่แห่งนี้มีอะไรบางอย่างมาอยู่ร่วมด้วย แต่ก็ทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ จึงต้องอยู่และทำงานกันต่อไป จนกระทั่งถึงเดือนที่ 7 พนักงานกลุ่มนี้ต้องย้ายออก ก็ได้มีพนักงานใหม่เข้ามาอยู่แทน ทั้ง 2 กลุ่มได้คุยกัน หนึ่งในกลุ่มที่มาใหม่บอกว่า “ผมเอาลูกมาอยู่ด้วย วันหนึ่งผมเห็นลูกผมยื่นขนมให้ใครก็ไม่รู้” ในวันย้ายออกมีการจ้างรถชาวบ้านมาช่วยขนย้าย คุณลุงที่เป็นคนขับรถก็ชวนคุยระหว่างทาง “นึกว่าใครมาอยู่ ที่แท้ก็นายช่างนี่เอง แล้วมาอยู่ได้ยังไง ที่นี่ผีดุ นายช่างไม่รู้เหรอ” จากนั้นทุกคนก็รุมถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…

คุณลุงเล่าว่าย้อนกลับไปว่า สมัยก่อนที่ตรงนั้นยังเป็นป่าช้า จากนั้นก็มีการล้างป่าช้า ซึ่งก็ไม่รู้ว่าล้างหมดหรือไม่ ส่วนใกล้ ๆ กับบริเวณนั้นเป็นลานโล่ง แล้วก็มีการสร้างโรงพยาบาล คนที่เป็นเจ้าของที่เห็นว่ามันน่าจะพัฒนาที่ดินได้ จึงอยากสร้างอาคารพาณิชย์ แม้จะมีเสียงรอบข้างห้ามปราม แต่เขาก็ดึงดันที่จะสร้าง รวมทั้งไม่ได้สนใจโครงสร้างและการออกแบบเลย ตึกที่ได้จึงมีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมยาววางเรียงกันเหมือนกับโลงศพ! พอมีคนมาเช่า ผลประกอบการก็ไม่ดี ทำมาค้าขายไม่ขึ้น จึงให้ซินแสเข้ามาช่วยดู เขาจึงแนะนำว่าให้ปรับหน้าตาของอาคารให้ดูดีขึ้น ให้มันมีอะไรอยู่ข้างหน้าหน่อย จึงเป็นที่มาของการสร้างระเบียงนั่นเอง นั่นยิ่งทำให้เหมือนทางขึ้นเมรุเข้าไปอีก เรียกได้ว่ายิ่งแก้ยิ่งเละ

และเมื่อขุดประวัติลึกเท่าไหร่ ความน่ากลัวของคูหาเหล่านี้ก็ยิ่งทวีคูณ ห้องกลางนั้นมีเคยมีผู้หญิงผูกคอตาย ห้องขวาเคยมีสามีภรรยาทะเลาะกัน ฝ่ายชายลงมือฆ่า ส่วนห้องซ้ายเป็นสามีภรรยาเช่นกัน ฝ่ายชายฆ่าฝ่ายหญิง แล้วกินยาฆ่าตัวตายตาม ยังไม่นับรวมเคสอื่น ๆ อีก รวมแล้วมีการเสียชีวิตเกิดขึ้นกว่า 5 ราย ส่วนคูหาอื่นที่ไม่มีคนเข้าไปอยู่ก็ไม่รู้ว่ามีเคสอะไรเกิดขึ้นบ้าง…

และนี่คือเหตุการณ์หลอนทั้งหมด ที่โฟร์แมนทั้ง 12 คนเป็นพยานรู้เห็นความหลอนในครั้งนี้

ติดตามความหลอนย้อนหลังได้

related ENTERTAINMENT NEWS

อยากรู้ว่าใครผิดคะ?? หนูยืนต่อแถวจ่ายเงินที่ 7-11 อยู่ดีๆ พอถึงคิว ผู้ชายที่ยืนอีกแถว สไลด์ตัวมาทางขวา แซงคิวหนูเฉยเลย! เค้ามาก่อนเราก็จริง แต่เค้าอยู่คนละเคาน์เตอร์ ทำแบบนี้ก็ได้หรอ...

24 ก.พ. 2023

อยากรู้ว่าใครผิดคะ?? หนูยืนต่อแถวจ่ายเงินที่ 7-11 อยู่ดีๆ พอถึงคิว ผู้ชายที่ยืนอีกแถว สไลด์ตัวมาทางขวา แซงคิวหนูเฉยเลย! เค้ามาก่อนเราก็จริง แต่เค้าอยู่คนละเคาน์เตอร์ ทำแบบนี้ก็ได้หรอ...

“คุณหนู (นามสมมุติ)” สายที่สี่ในรายการพุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22/02/2023) ได้โทรมาปรึกษาดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาการเข้าร้านสะดวกซื้อโดย “คุณหนู (นามสมมุติ)” ได้ปรึกษาว่า ‘หนูไปซื้อของที่ 7-11 แล้วมันมีเคาน์เตอร์จ่ายเงิน 3 แถว หนูก็ยืนต่ออยู่แถวที่ 3 ด้านในสุดของร้าน ใกล้ๆกับเคาน์เตอร์เวฟอาหาร ในร้านคือคนเยอะมาก แล้วแถวที่หนูยืนมันรันคิวเร็วกว่าแถว 2 ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างๆหนูอีกเคาน์เตอร์ เขาก็คงคิดว่าแถว 3 ว่างมั้ง แล้วมันเป็นจังหวะที่หนูกำลังจะยื่นมือไปวางของที่เคาน์เตอร์ เขาก็สไลด์ตัวมาเสียบเลย ทั้งๆที่เขาต่ออยู่แถว 2 พนักงานก็คิดเงิน ต่อให้เขามาก่อนเรา แต่อยู่คนละเคาน์เตอร์ แถวนี้มันก็ควรจะเป็นคิวของหนูรึป่าว?และติดตามรับชม รายการพุธทอล์ค พุธโทร ได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

8 ปีที่หนูไม่เคยลืม... พ่อเป็นคนอารมณ์ร้อน เอาปืนจ่อหัวหนู วิ่งเท้าเปล่าหนีตายออกจากบ้าน ไปขออาศัยอยู่บ้านแฟน มาวันนี้แม่ขอให้กลับบ้าน ถ้าทุกคนเป็นหนูจะกลับไปไหมคะ?

10 ก.พ. 2023

8 ปีที่หนูไม่เคยลืม... พ่อเป็นคนอารมณ์ร้อน เอาปืนจ่อหัวหนู วิ่งเท้าเปล่าหนีตายออกจากบ้าน ไปขออาศัยอยู่บ้านแฟน มาวันนี้แม่ขอให้กลับบ้าน ถ้าทุกคนเป็นหนูจะกลับไปไหมคะ?

“คุณเค (นามสมมุติ)” อายุ 26 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (08/02/2023) ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างตนกับพ่อโดย “คุณเค (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ต้องบอกก่อนว่าหนูเป็น LGBTQ แล้วเดิมทีครอบครัวของหนูอยู่กันด้วยความรักใคร่กันมาตลอด จนพ่อเริ่มมีปัญหากับแม่เรื่องที่พ่อมีบ้านเล็กบ้านน้อย แล้วก็ทำให้พ่อเปลี่ยนไป คุณพ่อไม่มีอาชีพ ปกติแม่จะเป็นคนเลี้ยงคนทั้งครอบครัวเลย และบอกเลยว่าหนูกับพ่อแทบไม่ค่อยได้คุยกันเลย เพราะพ่อเป็นคนอารมณ์ร้อนมากๆ หนูไม่สามารถปรึกษาอะไรได้เลย เวลามีปัญหาหรือไม่พอใจพ่อจะทำร้ายร่างกายทั้งหนูและแม่เลย แต่พ่อไม่ดื่ม อาจเป็นเพราะแกโตมาในพื้นฐานครอบครัวที่อารมณ์ร้อนด้วยพอหนูอายุได้ 18 ปี หนูก็ตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อไปสอบเข้ามหาลัย แต่พ่อด้วยความที่แกว่าง ก็เลยรับลูกสุนัขมาเลี้ยง โดยที่ไม่ได้ปรึกษาคนในบ้านเลย แล้วน้องเขาก็ยังเด็ก พ่อเลยให้หนูเลี้ยงแทน ในขณะที่หนูกำลังพยายามทำเกรด ตั้งใจเรียน ทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อจะได้เข้ามหาลัยตามที่คาดหวังไว้ แล้วหนูก็อดทนเลี้ยงมาให้พ่อสักพักนึง หนูก็เริ่มทนไม่ไหวแล้ว ก็ไปบอกกับพ่อดีๆว่าให้พ่อไปดูแลหมาแทนได้มั้ย? เพราะหนูต้องอ่านหนังสือ คือหนูพูดตรงๆเลย และไม่ได้มีทะเลาะอะไรกันเลย แต่หลังจากนั้นพ่อก็โมโหหนูมาก แล้วก็พังห้องที่หนูกำลังอ่านหนังสือสอบอยู่ พีคสุดคือพ่อเอาปืนมาจ่อที่หัวของหนู แล้ววันนั้นก็คือเวลาเที่ยงคืนแล้ว มันดึกมาก หนูก็วิ่งออกมาจากบ้านเท้าเปล่าเลย ตอนแรกนึกว่าพ่อแค่ไม่พอใจหนู แต่มันไม่น่าใช่ เพราะหนูได้ยินเสียงปืนมาจากหลังบ้าน หนูก็รู้เลยว่าถ้าไม่ออกมาตอนนั้นคือหนูไม่รอดแล้วแต่หนูโชคดีอย่างนึง คือ หนูมีแฟน แล้วมันก็เป็นช่วงที่หนูเรียนจบพอดี ก็เลยไปอยู่มหาลัย เรียนมาประมาณ 5 – 6 ปี เรียนจบหนูก็กลับมาอยู่บ้านแฟน แต่ไม่ได้กลับไปบ้านตัวเอง เพราะมันยังมีเรื่องที่ยังไม่เคลียร์ใจ ตั้งแต่วันที่หนีออกมาหนูก็ไม่เคยกลับบ้านเลย 8 ปีแล้ว จนตอนนี้หนูก็ทำงานแล้ว ปกติจะโทรคุยกับแม่ แต่เรื่องนี้แม่ไม่เคยทราบเลยว่าหนูมีปัญหาในใจตลอด และพ่อก็ไม่เคยโทรมาถามความรู้สึกหนูเลยว่าหนูรู้สึกยังไง หนูมีน้องสาว 1 คน แต่พ่อจะรักใคร่เอ็นดูมากกว่าเพราะน้องเป็นผู้หญิงด้วย แต่หนูเป็นเพศทางเลือก พ่อก็เป็นคนจีนด้วยเขาก็คงไม่โอเค แต่น้องก็เจอแบบที่หนูเจอเหมือนกัน...แม่ก็ถามหนูว่าอยู่บ้านแฟนนานแล้ว ไม่เกรงใจเขาหรอ? แต่จริงๆหนูช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายเขาทุกอย่าง เพราะหนูไม่อยากเป็นภาระใคร แต่แม่อยากให้หนูกลับไปอยู่บ้าน ถามว่าอยากกลับมั้ย หนูก็อยาก แม่ชอบพูดเข้าข้างพ่อ บอกว่าพ่อดีขึ้นแล้วนะ เขาอายุมากขึ้นแล้ว ความคิดเขาคงเปลี่ยน ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว แต่เมื่อไม่นานมานี้แม่ก็ยังโทรมาเล่าเรื่องที่พ่อฟิลขาด อารมณ์ร้อน ให้หนูฟังเหมือนเดิม หนูก็กลัวจะโดนอีก หนูก็เข้าใจแหละว่าแม่รักพ่อ แต่ในใจหนูตอนนี้คือมองหน้าพ่อไม่ได้แล้ว ไม่รู้จะคุยเรื่องอะไร แต่แม่อยากให้กลับไปอยู่บ้าน อยากให้กลับไปอยู่กับครอบครัวเหมือนเดิม แต่หนูคิดว่าครอบครัวหนูเขาก็ควรเซฟความรู้สึกหนูด้วยสิ ไม่ใช่แค่อยู่ครบ อยู่กันครบแล้วทำไม? หนูโตแล้ว และหนูรู้ว่ายังไงพ่อก็เปลี่ยนไม่ได้ถ้าเป็นพวกพี่ๆดีเจ จะกลับไปอยู่กับครอบครัวตัวเองมั้ย? หรือจะอยู่ตรงนี้ของเราเหมือนเดิมดีแล้ว?3 ดีเจได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนนี้เคอายุ 26 ปีแล้ว ควรจะเป็นช่วงเวลาที่จะสร้างเนื้อสร้างตัว หรือหาความมั่นคง หาเอนเนอร์จี้ในการทำงาน ไม่ใช่มานั่ง Toxic กับครอบครัว ถ้าแม่อยากเจอให้นัดแม่มาหาหรือมาเจอกันข้างนอก ไม่จำเป็นต้องเข้าไปอยู่ในบ้าน ถ้าพ่อ Toxic ไม่ต้องรับโทรศัพท์ ถ้าพ่อแรงมาก็แรงกลับได้ให้รู้ว่าไม่ยอมแล้วเหมือนกันแสดงออกชัดเจนไปเลยว่าถ้าพ่อจะเป็นคนแบบนี้ก็อย่ามายุ่งกับเค ต่อให้วันนึงบังเอิญเจอกับพ่อ แล้วพ่อทำอะไรที่รุนแรงกับเราหรือร่างกายเราก็ต้องไม่ยอมนะ หรือถ้าเอาปืนมาจ่อหัวอีก ให้แจ้งตำรวจ ลงบันทึกประจำวันเคเก่งมากเลยนะ สำหรับสิ่งที่เคต้องเจอ สามารถประคองชีวิตได้ และต้องขอบคุณแฟนเคด้วยที่เขาเป็นครอบครัว บ้านอีกหลังให้เค ทั้งๆที่บ้านจริงๆ มันไม่น่าอยู่ และมันไม่มีประโยชน์อะไรเลยกับการที่จะกลับไปเพื่อให้แม่สบายใจว่าเรามีภาพพ่อ-แม่-ลูกอยู่พร้อมกัน แต่ความรู้สึกของคนที่เป็นลูกและพ่อ มันไม่เคยได้เชื่อมสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเลย แล้วจะกลับไปเพื่ออะไร?ตอนนี้พยายามทำชีวิตตัวเองให้ดีเพื่อวันใดวันหนึ่งเราได้ดูแล เอาน้องออกมาจากบ้านนั้นได้ ส่วนแม่ละไว้ในฐานที่เข้าใจเลยว่านี่คือชีวิตที่เขาเลือกว่าเขาจะทนอยู่กับผู้ชายคนนี้ จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่สำหรับเรา เราเลือกจะมีชีวิตเราได้ เราเลือกที่จะไม่กลับไปเจอคนแบบนี้ที่ไม่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางhttps://www.youtube.com/live/sC5zxuGHJQQ?feature=shareใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ก๋วยเตี๋ยว Lover !! ทำไงดี มีเพื่อน 5 คนในกลุ่ม กินก๋วยเตี๋ยวทุกมื้อ ทุกวันไปแล้ว 4 คน เหลือเราคนเดียว อยากกินอย่างอื่นบ้างจัง...

17 ต.ค. 2022

ก๋วยเตี๋ยว Lover !! ทำไงดี มีเพื่อน 5 คนในกลุ่ม กินก๋วยเตี๋ยวทุกมื้อ ทุกวันไปแล้ว 4 คน เหลือเราคนเดียว อยากกินอย่างอื่นบ้างจัง...

ก๋วยเตี๋ยว Lover !! ทำไงดี มีเพื่อน 5 คนในกลุ่ม กินก๋วยเตี๋ยวทุกมื้อ ทุกวันไปแล้ว 4 คน เหลือเราคนเดียว อยากกินอย่างอื่นบ้างจัง....สายสุดท้ายในรายการพุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (12 ตุลาคม 2565) เป็นสายของ “คุณปลาทู (นามสมมุติ)” ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย นภาพร” ถึงปัญหาการกินเวลานัดเจอกันกับกลุ่มเพื่อน.โดย “คุณปลาทู (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ในกลุ่มหนูจะมีเพื่อนอยู่ประมาณ 4 – 5 คน เขาชอบกินก๋วยเตี๋ยวกันมาก ๆ เลย แบบทุกครั้งเวลาที่เจอหรือรวมกลุ่มกันก็จะนัดไปกินก๋วยเตี๋ยวกันทุกครั้ง ยิ่งช่วงนี้เจอกันบ่อยมาก เจอกันเกือบทุกวันแล้วเขาก็ชวนกันไปกินก๋วยเตี๋ยวกัน เวลาที่ไปบ้านหนูก็จะกินแค่ร้านนี้ เวลาไปบ้านเพื่อนก็จะกินแค่ร้านนี้แต่เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวทุกครั้ง หนูก็ต้องไปกิน ถ้าไม่ไป ไม่ได้เพราะเขาไม่ยอม หนูกินจนเอียนแล้ว หนูพูดทุกครั้งว่าหนูไม่อยากกิน ไปกินอย่างอื่นกันบ้างเถอะ เขาก็บอกก๋วยเตี๋ยวมันอร่อยนะ มันมีสารอาหารเยอะ เขาก็อ้างมาหมดทุกอย่าง แต่หนูไม่ไหวแล้ว ทั้งกลุ่มเขาชอบกินก๋วยเตี๋ยวกันหมด ไม่มีใครคิดเหมือนหนูเลยสักคน.หนูเคยพยายามดื้อว่าไม่ไป ไม่เอา ไม่กิน แต่เขาก็ไม่ยอม ลากหนูไปด้วยอยู่ดี เวลาหนูอยากไปกินอย่างอื่นเขาก็ไปบ้างบางครั้งแต่กินน้อยมาก หนูไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงชอบกินก๋วยเตี๋ยวกันทุกครั้งที่เจอกัน.“คุณปลาทู (นามสมมุติ)” จึงได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนในรายการพุธทอล์คพุธโทรของ EFM94 ว่าจะทำยังไงให้เพื่อนในกลุ่มไปกินอย่างอื่นบ้าง นอกจากก๋วยเตี๋ยว...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง..รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

“Yes Indeed Band” สุดปัง! เตรียมขึ้น “Big Mountain Music festival 12”

22 มิ.ย. 2022

“Yes Indeed Band” สุดปัง! เตรียมขึ้น “Big Mountain Music festival 12”

สร้างปรากฎการณ์สยามแตกกันเลยทีเดียว! สำหรับวงดนตรีระดับมัธยม “Yes Indeed Band” การรวมตัวของ 5 สมาชิก พอร์ส - นรากร อิสระวรางกูล (ร้องนำ+กีตาร์ อายุ 18 ปี), แพนเค้ก - อิสรีย์ อิสระวรางกูล (ร้องนำ อายุ 16 ปี), มังกร - รัชชานนท์ วรกิจไพบูลย์ (มือกลอง อายุ 18 ปี), ทะเล – ยศธก ชะเอม (กีตาร์โซโล่) อายุ 15 ปี และ ติน - ตฤณ ฟูจิตนิรันดร์ (คีย์บอร์ด อายุ 15 ปี) จากวันแรก จนถึงวันนี้ กลายเป็นที่รู้จักได้รับความนิยมมากขึ้น บวกกับกระแสไวรัลบนโลกโซเชียล ทำให้มีแฟนคลับมารอชมโชว์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มาเล่นโชว์ เปิดหมวก รวมไปถึง มีเหล่าศิลปินนักร้องชื่อดัง ต่างก็แวะเวียนมาร่วมแจมกันอีกด้วย ยิ่งตอกย้ำปรากฎการณ์ “Yes Indeed Band” ให้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ล่าสุด “ป๋าเต็ด - ยุทธนา บุญอ้อม” หัวเรือใหญ่ “Big Mountain Music festival” ประกาศผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว “Yuthana Boonorm” ชวนน้องๆ วง “Yes Indeed Band ” มาขึ้นคอนเสิร์ตบนเวที “Big Mountain Music festival 12 ” ด้วยแคปชัน “ให้ขึ้นเวทีไหนดีนะ” ทำเอาแฟนๆเข้ามาคอมเม้นต์กันอย่างมากมายเลยทีเดียวภาพ : Yuthana Boonorm

album
efm
-

-