บ้านพักร้างสร้างเรื่อง! 12 พยานหลอนเห็นตรงกัน ขนาดทำบุญใหญ่แล้วก็ยังดุดัน ไม่เกรงใจใคร! | อังคารคลุมโปง

ENTERTAINMENT NEWS

บ้านพักร้างสร้างเรื่อง! 12 พยานหลอนเห็นตรงกัน ขนาดทำบุญใหญ่แล้วก็ยังดุดัน ไม่เกรงใจใคร! | อังคารคลุมโปง

27 ธ.ค. 2022

รายการ ‘อังคารคลุมโปง’ ที่ผ่านมา (20 ธันวาคม 2565) ได้เชิญ ‘คุณแจ็ค The Ghost Radio’ กลับมาเล่าเรื่องผีกันอีกครั้ง คราวนี้แพ็คความหลอนมาเต็มกระเป๋าต้อนรับปีใหม่ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ผีในวงเหล้า’ งานนี้ทำเอาดีเจแนน และดีเจซันเดย์ต้องอ้าปากค้าง ยกให้เป็นเรื่องหลอนระดับสิบกันเลยทีเดียว !

คุณแจ็คเกริ่นเรื่องว่า ในทุก ๆ วงสนทนา และการดื่มกินสังสรรค์ ภายใต้ค่ำคืนแห่งความมืดมิด บรรยากาศหลอน ๆ ชวนให้ต้องเล่าเรื่องผี ดังนั้นเรื่องที่จะเล่านี้ ผีไม่ได้ปรากฏขึ้นมาในวงเหล้าให้เห็นจะ ๆ แต่เป็นเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นในวงสนทนา

เรื่องนี้มาจาก ‘คุณเยี่ยม’ เพื่อนของ ‘คุณเซน’ แฟนรายการ The Ghost Radio เขาเล่าว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับกลุ่มคน 12 คน ที่อยู่ในสถานที่เดียวกัน ทั้งหมดเป็นพยานความหลอนในครั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อช่วงที่พึ่งเข้าไปทำงานใหม่กับบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งในตำแหน่ง ‘โฟร์แมน’ หรือ ‘ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง’ ครั้งนั้นได้รับมอบหมายให้ไปทำงานสร้างห้างสรรพสินค้าในจังหวัดปราจีนบุรี ทางคุณเยี่ยมและเพื่อนร่วมงาน ก็ต้องเดินทางไปประจำที่ไซต์งานแห่งนั้น โดยทางบริษัทได้จัดหาที่พักไว้ให้ และต้องอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 7 เดือนเต็ม

ที่พักแห่งนี้มีลักษณะเป็นคูหาทั้งหมด 8 ห้องใหญ่ กำแพงไม่ติดกัน เหมือนเป็นแท่งสี่เหลี่ยมยาว ๆ ลึกเข้าไป ด้านหน้าของตึกติดตั้งระเบียงเหล็ก (คล้ายกับตะแกรงเหล็ก) และมีบันไดขึ้นทั้ง 2 ทาง เหมือนทางขึ้นเมรุอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งทางบริษัทจัดหาไว้ให้ 3 ห้อง นับเรียงจากฝั่งซ้าย (คุณแจ็คขอเรียกเป็นห้องซ้าย ห้องกลาง ห้องขวา) แต่ละห้องจะแบ่งเป็น 2 ห้องนอน (นอนด้วยกันห้องนอนละ 2 คน ก็จะพอดีจำนวน 12 คน) คุณแจ็คเล่าเสริมว่า อาชีพโฟร์แมนจะมีความรู้เรื่ององค์ประกอบการก่อสร้าง แต่เมื่อได้เห็นที่พักที่ถูกจัดให้พักนั้นก็เกิดความรู้สึกว่ามัน ‘แปลก’ ชอบกล

ในแต่ละห้อง ส่วนของชั้นล่างจะโล่ง มีบันไดขึ้นชั้นบน มีห้องนอน 2 ห้อง คือ ห้องนอนด้านหน้าที่ติดกับระเบียงเหล็ก และห้องนอนด้านหลัง ส่วนที่แปลกคือประตูทางเข้าของห้องนอนด้านหน้าต้องเข้าจากทางระเบียงเท่านั้น ไม่มีประตูให้เข้าจากข้างใน แม้จะเป็นสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยเพียงใด เหล่าโฟร์แมนทั้ง 12 คนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะที่พักแห่งนี้ถูกจัดมาให้เรียบร้อยแล้ว ถ้าจะให้หาที่พักใหม่ ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง

วันหนึ่ง หลังจากเลิกงาน ก็มีปาร์ตี้สังสรรค์กินดื่มกันบ้างเป็นเรื่องปกติ 1 ใน 12 โฟร์แมน นามว่า ‘คุณต้อม’ บอกว่ารู้สึกเหนื่อย จึงขอเข้าไปนอนพักแทนที่จะสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงาน สมาชิกที่เหลือไม่ได้ผิดสังเกตอะไร จึงดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน จนถึงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม คุณต้อมก็วิ่งหน้าตื่นออกมาจากห้อง แล้วบอกว่า “ผีอำว่ะ” เพื่อนร่วมงานที่เป็นชายปากกล้าก็ถามกลับไปว่า “คิดมากไปหรือเปล่า นอนมากไป ฝันมากไป ผีไม่มีหรอก และผีที่อำเนี่ย ผู้หญิงหรือผู้ชาย ถ้าเป็นผู้หญิง เดี๋ยวจัดการให้” สิ้นเสียงนั้น ทุกคนในที่นั้นก็เห็นผ้าขนหนูผืนบางที่ถูกแขวนอยู่ตรงผนังหลุดออกมา แล้วก็ถูกเหวี่ยงมาใส่หน้าของผู้ชายคนนั้น! ทุกคนทั้งอึ้งและงงกับเหตุการณ์นั้น จากนั้นพี่ซีเนียร์ในกลุ่มก็พยายามพูดเพื่อไม่ให้ทุกคนหวั่นกระเจิงไปกันใหญ่ว่า “ห้องนี้ไม่ได้ปิดประตูหน้าต่างให้มันดี ลมมันอาจจะพัดมาก็ได้” แต่ทุกคนก็อดคิดไม่ได้

ช่วงกลางวันของวันต่อมา คุณเยี่ยมก็ออกเดินสำรวจพื้นที่รอบ ๆ สิ่งหนึ่งที่เห็นคือบริเวณหน้าประตูมีปี่เซียะตั้งอยู่ นั่นไม่ใช่จุดที่ผิดสังเกต แต่สิ่งที่ชวนสงสัยคือทุกซอกทุกมุมของตึกไม่ว่าจะเป็นประตู หน้าต่าง มีปี่เซียะวางอยู่ทุกจุด! คุณเยี่ยมคิดว่าเจ้าของตึกอาจจะมีความเชื่อทางด้านนี้ และเขาเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปี่เซียะมีไว้ทำไม จึงไม่ได้สนใจแม้จะสงสัยอยู่ในใจก็ตาม

หลังจากนั้นหลังเลิกงาน ปาร์ตี้สังสรรค์ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง เวลาประมาณเที่ยงคืนทุกคนก็เริ่มแยกย้ายไปนอน เริ่มจากห้องกลาง เป็นห้องของคุณเยี่ยมและคุณต้อม ระหว่างที่กำลังจะเคลิ้มหลับประมาณตีหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงคนเดินขึ้นมาจากบันได คล้ายกับเสียงรองเท้าคัทชูไม่ก็ส้นสูง คุณเยี่ยมนอนฟังอยู่ก็นึกสงสัยว่าใครกันที่จะใส่รองเท้าแบบนั้นเดินขึ้นบันได เพราะทั้งเขาและคุณต้อมต่างก็เป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ จากเสียงรองเท้ากระทบกับปูนก็เปลี่ยนเป็นเสียงที่กระทบกับเหล็กดัง “ก๊องแก๊ง ก๊องแก๊ง” ไปตามจังหวะการเดิน

คุณเยี่ยมที่นอนอยู่มองเห็นเงาของผู้หญิงผ่านหน้าต่าง สักพักเงานี้ก็เอาอะไรบางอย่างทุบกำแพงดัง “ตึงๆๆๆๆ” ซึ่งคุณเยี่ยมที่นอนอยู่ก็คิดว่าคงโดนเข้าให้แล้ว จึงหันไปหาคุณต้อมที่นอนอยู่ข้าง ๆ ก็พบว่า คุณต้อมเองก็ไม่ได้หลับเช่นกัน! ทั้งคู่ตาเบิกโพลงและทำได้แค่มองหน้ากัน ไม่ทันได้หายตกใจ เงาร่างนั้นก็เดินไล่บนระเบียงไปห้องซ้ายไปห้องขวา เดินไปเดินมา (ระเบียงเชื่อมกันหมด) จนถึงตีสาม คุณเยี่ยมและคุณต้อมก็ยังนอนฟังเสียงนั้นอยู่และไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเจอกับอะไร!

วันต่อมา ทั้งคู่ได้เล่าเรื่องที่เจอให้กับทุกคนฟัง ฝ่ายห้องขวาเป็นผู้หญิงก็บอกว่า “หนูคิดว่าหนูได้ยินแค่ 2 คน” ส่วนห้องทางซ้ายเป็นพี่ซีเนียร์คู่กับผู้ชายปากกล้าก็บอกว่า “ได้ยินเสียงเดินแบบนี้ทั้งคืน ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร” เมื่อทุกคนไม่รู้ว่ากำลังเจอกับอะไร แต่หลังจากนั้นเป็นเวลากว่า 1 อาทิตย์ เมื่อเข้าสู่เวลาตีหนึ่ง เสียงนั้นก็จะดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และไม่มีใครใจกล้าพอที่จะออกไปดูว่ามันคืออะไรกันแน่..

เรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นจากห้องข้างหน้าไม่พอ ห้องข้างหลังเองก็เช่นกัน เขาเล่าว่า “ตอนที่นอนอยู่นั้น ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แต่ผมโดนผีอำ” ไม่ได้โดนผีอำแค่คนเดียว แต่ทุกคนที่นอนอยู่ห้องข้างหลังก็โดนผีอำกันทุกคน! เมื่อเรื่องมันชักจะไปกันใหญ่ ทุกคนจึงตกลงกันว่าหลังจากนี้จะไม่ดื่มแอลกอฮอล์กันอีกและนอนให้เร็วขึ้น เผื่อว่าจะดีขึ้น

เมื่อเปลี่ยนเวลาให้นอนเร็วขึ้น คุณเยี่ยมกลับไม่สบายตัวอย่างที่คิด เขานอนกระสับกระส่าย จนถึงเวลา 4 ทุ่ม เสียงเคาะหน้าต่างก็ดังขึ้น! “พี่ๆ ช่วยหนูด้วย!” เป็นน้องผู้หญิง 2 คน ที่มาจากห้องขวาวิ่งมาขอความช่วยเหลือ เมื่อเปิดประตูออกไป น้องก็บอกว่า “หนูอ่ะ หลับไปแล้ว ส่วนเพื่อนอีกคนลุกไปเข้าห้องน้ำ ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนมาทำกับข้าวอยู่ข้างล่าง แล้วก็มีเสียงคนซักผ้า” เธอเล่าต่อว่าพอเข้าห้องน้ำเสร็จก็ปิดไฟเดินกลับมาที่ห้อง เพื่อนคนที่นอนอยู่ก็นอนบิดไปบิดมา สักพักก็เอามาคว้าอะไรบางอย่าง แล้วก็ตะโกนออกมา “ว๊ากกกกก!” หลุดออกมาจากอาการผีอำ! เธอเล่าเพิ่มเติมว่าเหมือนมีผู้หญิงคนนึงมานั่งทับที่หน้าอก แล้วก็จับตัวไว้ไม่ให้ขยับ พอเพื่อนที่ลุกไปเข้าห้องน้ำกลับมา ถึงได้หลุดออกจากตรงนั้น เมื่อเห็นท่าไม่ดี จึงวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือ

หลังจากได้ยินเสียงผู้หญิงเรียก ทุกคนก็มารวมตัวกันที่ห้องกลาง และพร้อมใจบอกว่า “โดนผีอำเหมือนกัน” ซึ่งจะโดนแตกต่างกันไป ผู้หญิงบ้าง ผู้ชายบ้าง บางคนไม่เห็นตัวแต่ขยับตัวไม่ได้ คุณเยี่ยมซึ่งไม่เคยโดนผีอำก็โดนเช่นกัน เหตุการณ์คือ ขณะที่กำลังนอนอยู่ เห็นผู้หญิงเดินเข้ามาในห้อง แล้วก็เอามานั่งทับที่หน้าอก จากนั้นก็บีบคอ คุณเยี่ยมก็พยายามขัดขืนแต่ก็ทำไม่ได้ และหันไปหาเพื่อนที่นอนอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับตะโกนเรียก แต่เรียกเท่าไหร่ ก็ไม่มีเสียงใดเล็ดลอด  จึงนึกถึงพระ จากนั้นเสียงก็ออกมา เพื่อนที่นอนอยู่บอกว่าได้ยินเสียงแปลก ๆ จึงปลุกคุณเยี่ยมให้ตื่น

ด้วยความที่ทั้งหมดเป็นพนักงานใหม่ การจะย้ายออกแล้วต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเองนั้นก็ดูจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ทุกคนจึงจำใจอยู่ที่นี่ต่อ ในทุก ๆ คืน ตี 1 – 3 ก็จะต้องเจอกับเหตุการณ์หลอนซ้ำ ๆ วนมาไม่จบสิ้น จะมีเพียงวันเสาร์อาทิตย์ที่แต่ละคนได้กลับบ้าน นั่นจึงเป็นเวลาหาเครื่องรางของขลังมาป้องกันตัวเอง  ซึ่งมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร…

เหตุการณ์ดำเนินมาจนถึงช่วงประมาณเดือนที่ 4 – 5 บริษัทได้เรียกพนักงาน 6 คน เปลี่ยนไปทำงานที่อื่น ทำให้เหลือเพียง 6 คน ที่โชคร้ายยังต้องเผชิญเรื่องหลอนไม่จบไม่สิ้น ทุกคนตกลงกันว่าจะนอนด้วยกัน ห้องละ 3 คน เพื่อความสบายใจ พี่ซีเนียร์พูดขึ้นมาว่า “ที่เราเจอกันอยู่เนี่ย มันไม่ใช่ผีแค่ตัวเดียว น่าจะมีเป็นสิบ” น้อง ๆ ในกลุ่มจึงถามขึ้นว่า “พี่รู้ได้ยังไง?” พี่ซีเนียร์ตอบว่า “กูไปรู้อะไรบางอย่างมา มึงรู้มั้ยว่าค่าเช่าของที่นี่เดือนละเท่าไหร่? 3 คูหา มันเดือนละ 5,000” ซึ่งก็ได้วิเคราะห์ว่า อาจเป็นเพราะตึกนี้มันร้างมาก่อน แล้วพอมีบริษัทมาเช่าให้พนักงานอยู่ เขาก็เลยพยายามมาเคลียร์โดยการเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ มาวางไว้ และยังสังเกตอีกว่า ตลอดเวลา 4 – 5 เดือนที่ผ่านมานี้ ไม่มีใครสักคนที่เดินเข้ามาถามว่าอีก 5 คูหาที่เหลือยังว่างให้เช่ามั้ย ทั้ง ๆ ที่ตรงนี้เป็นทำเลดี ติดถนนใหญ่ ทุกคนจึงคุยกันอีกรอบว่าจะแก้ปัญหานี้กันอย่างไรดี ได้ข้อสรุปว่าจะทำบุญครั้งใหญ่ จึงไปซื้ออาหารและจัดเตรียมสิ่งของสำหรับการทำบุญ…

เมื่อวันทำบุญมาถึง ช่วงเวลากลางวันแสก ๆ หลังจากปักธูปไหว้เสร็จ พี่ซีเนียร์ก็ดันคิดอะไรแปลก ๆ ไปหยิบจานและตะเกียบมาเคาะแล้วพูดว่า “อ้าว มากินข้าวกินเร็ว” หลังจากเคาะ ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนกำลังวิ่งลงมาเป็นสิบ ๆ คน ผ้าม่านที่อยู่ตรงนั้นก็ไหวไปมา ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น!

หลังจากทำบุญให้ ก็ยังเจออยู่เหมือนเดิมไม่เบาลงเลย แม้ทุกคนจะรู้อยู่แก่ใจว่าที่แห่งนี้มีอะไรบางอย่างมาอยู่ร่วมด้วย แต่ก็ทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ จึงต้องอยู่และทำงานกันต่อไป จนกระทั่งถึงเดือนที่ 7 พนักงานกลุ่มนี้ต้องย้ายออก ก็ได้มีพนักงานใหม่เข้ามาอยู่แทน ทั้ง 2 กลุ่มได้คุยกัน หนึ่งในกลุ่มที่มาใหม่บอกว่า “ผมเอาลูกมาอยู่ด้วย วันหนึ่งผมเห็นลูกผมยื่นขนมให้ใครก็ไม่รู้” ในวันย้ายออกมีการจ้างรถชาวบ้านมาช่วยขนย้าย คุณลุงที่เป็นคนขับรถก็ชวนคุยระหว่างทาง “นึกว่าใครมาอยู่ ที่แท้ก็นายช่างนี่เอง แล้วมาอยู่ได้ยังไง ที่นี่ผีดุ นายช่างไม่รู้เหรอ” จากนั้นทุกคนก็รุมถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…

คุณลุงเล่าว่าย้อนกลับไปว่า สมัยก่อนที่ตรงนั้นยังเป็นป่าช้า จากนั้นก็มีการล้างป่าช้า ซึ่งก็ไม่รู้ว่าล้างหมดหรือไม่ ส่วนใกล้ ๆ กับบริเวณนั้นเป็นลานโล่ง แล้วก็มีการสร้างโรงพยาบาล คนที่เป็นเจ้าของที่เห็นว่ามันน่าจะพัฒนาที่ดินได้ จึงอยากสร้างอาคารพาณิชย์ แม้จะมีเสียงรอบข้างห้ามปราม แต่เขาก็ดึงดันที่จะสร้าง รวมทั้งไม่ได้สนใจโครงสร้างและการออกแบบเลย ตึกที่ได้จึงมีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมยาววางเรียงกันเหมือนกับโลงศพ! พอมีคนมาเช่า ผลประกอบการก็ไม่ดี ทำมาค้าขายไม่ขึ้น จึงให้ซินแสเข้ามาช่วยดู เขาจึงแนะนำว่าให้ปรับหน้าตาของอาคารให้ดูดีขึ้น ให้มันมีอะไรอยู่ข้างหน้าหน่อย จึงเป็นที่มาของการสร้างระเบียงนั่นเอง นั่นยิ่งทำให้เหมือนทางขึ้นเมรุเข้าไปอีก เรียกได้ว่ายิ่งแก้ยิ่งเละ

และเมื่อขุดประวัติลึกเท่าไหร่ ความน่ากลัวของคูหาเหล่านี้ก็ยิ่งทวีคูณ ห้องกลางนั้นมีเคยมีผู้หญิงผูกคอตาย ห้องขวาเคยมีสามีภรรยาทะเลาะกัน ฝ่ายชายลงมือฆ่า ส่วนห้องซ้ายเป็นสามีภรรยาเช่นกัน ฝ่ายชายฆ่าฝ่ายหญิง แล้วกินยาฆ่าตัวตายตาม ยังไม่นับรวมเคสอื่น ๆ อีก รวมแล้วมีการเสียชีวิตเกิดขึ้นกว่า 5 ราย ส่วนคูหาอื่นที่ไม่มีคนเข้าไปอยู่ก็ไม่รู้ว่ามีเคสอะไรเกิดขึ้นบ้าง…

และนี่คือเหตุการณ์หลอนทั้งหมด ที่โฟร์แมนทั้ง 12 คนเป็นพยานรู้เห็นความหลอนในครั้งนี้

ติดตามความหลอนย้อนหลังได้

related ENTERTAINMENT NEWS

ตกหลุมรักไม่ไหว! กับความพิเศษใส่ใจจาก “คิม มินกยู” ถึงแฟนชาวไทย ในงาน “Heavenly Moment” Kim Mingue Fanmeet in Bangkok

03 พ.ค. 2023

ตกหลุมรักไม่ไหว! กับความพิเศษใส่ใจจาก “คิม มินกยู” ถึงแฟนชาวไทย ในงาน “Heavenly Moment” Kim Mingue Fanmeet in Bangkok

พูดคำว่า “เยี่ยมจริงๆ” แค่ 3 ครั้ง ก็คงไม่พอ สำหรับความสนุกสุดฟิน ในเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง ที่แฟนๆ ได้รับจากนักแสดงหนุ่ม “คิม มินกยู” (Kim MinGue) เจ้าชายลักยิ้มแห่งประเทศเกาหลี ในงานแฟนมีตติ้งครั้งที่สองของเขาในประเทศไทย กับงาน “Heavenly Moment” Kim Mingue Fanmeet in Bangkok ที่จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 22 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา ณ หอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งหนุ่ม “คิม มินกยู” กลับมาประเทศไทยอีกครั้ง ในรอบ 1 ปี เรียกว่าเก็บความคิดถึงเพื่อมารอเจอแฟนๆ ของเขาในวันนี้โดยเฉพาะ ดังนั้นเมื่อได้พบสบตากับแฟนๆ ชาวไทยอีกครั้ง หนุ่มมินกยู เลือกเพลง Love, Maybe จากซีรีส์ Business Proposal เพลงโปรดของเหล่าแฟนๆ มาเปิดต่อมความคิดถึงแรก จากนั้นเขาก็ทักทายแฟนๆ เป็นภาษาไทย ว่า “สวัสดีครับ คิดถึงมากๆ ครับ” พร้อมขอบคุณแฟนๆ ที่มอบความรักให้กับเขาอย่างสม่ำเสมอ จนทำให้เขาได้กลับมาเจอกับแฟนๆ อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ก็ทำให้เขาตื่นเต้นจนมือสั่นเลยทีเดียว แค่เริ่มต้นก็น่าเอ็นดูไม่ไหว ซึ่งงานนี้หนุ่มมินกยูเขาเตรียมความพิเศษมาให้แฟนๆ แบบจุใจ ให้อิ่มหนำไปกับทุกช่วงเวลาใน “Heavenly Moment” ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาพูดคุยเพื่อละลายความคิดถึง ซึ่งหนุ่มมินกยูก็เก็บภาพช่วงเวลาในชีวิตประจำวันของเขา มาแชร์กับแฟนๆ ซึ่งจังหวะนี้ทำเอาแฟนๆ ใจบางไม่ไหว เมื่อได้เห็นมุมความเป็น “ทาสแมว” ของเขาคนนี้ กับประโยคเด็ดทัชใจคนฟัง “แมว แค่อยู่บนโลกนี้ก็ถือว่าเป็นความรักแล้ว” ฟังแล้วอยากยกตำแหน่งหัวหน้าทาสแมวให้ไปเลย โมเม้นต์แรกเรียกว่าเต็มไปด้วยน่ารัก ต่อมาด้วยโมเม้นต์ที่สองที่เต็มไปด้วยความฟิน เพราะนอกจากหนุ่มมินกยูจะมาเล่าถึงผลงานที่ผ่านมาของเขาอย่างซีรีส์ Business Proposal และ The Heavenly Idol ผลงานเรื่องล่าสุดแล้ว ช่วงนี้ยังได้เชิญแฟนคลับผู้โชคดีขึ้นมาแสดงบทบาทจากฉากประทับใจในซีรีส์อีกด้วย งานนี้แฟนๆ ฟิน ส่วนเจ้าชายลักยิ้มของเรานั้นเขินไม่ไหว แต่ความเซอร์วิสเซอร์ใจยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะในซีรีส์ The Heavenly Idol หนุ่มมินกยูเขารับบทเป็น “ท่านมหาปุโรหิตในคราบไอดอล” จึงต้องมีมิชชั่นเซอร์วิสแบบไอดอล ไม่ว่าจะเป็นการทำท่า Ending Fairy ตามมาด้วยจับคู่ความหล่อของเขากับไอเท็มสุดคิ้วท์ และคอร์สเรียนภาษาไทยแบบรวบรัด ซึ่งจบมิชชั่นนี้หนุ่มมินกยูก็ได้เพลงไทยกลับไปร้องให้บรรดาน้องเหมียวที่บ้านฟังแล้ว หลังจากนั้นก็มาถึงโมเม้นต์เวลาดีๆ ที่เรียกว่าเซอร์วิสของจริง! เพราะนอกจากเตรียมเกมส์มาเล่นกับแฟนๆ แล้ว หนุ่มมินกยู ยังเตรียมของขวัญมาให้แฟนๆ ที่ขึ้นมาเล่นเกมส์อีกด้วย เป็นหมวกพร้อมลายเซ็น และพวงกุญแจที่เขา Custom เองกับมือ เป็นของขวัญที่มีชิ้นเดียวในโลก และยังไม่หมด! เพราะยังมีอีกหนึ่งของขวัญเป็นภาพโมเม้นต์น่ารักๆ ที่บอกใบ้ได้แค่ว่า “พระเอกคนอื่นขี่ม้าขาว แต่หนุ่มมินกยูนั้นขี่ไดโนเสาร์” แต่จะเป็นภาพแบบไหน เฉพาะแฟนคลับในแฟนมีตฯ ครั้งนี้เท่านั้น ที่จะได้เห็นภาพสุด Exclusive นี้เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ และแล้วก็มาถึงช่วงเวลาสุดท้ายของงานแฟนมีตติ้งครั้งนี้ หนุ่มมินกยูที่มอบความสุขให้แฟนๆ ไปอย่างเต็มอิ่ม ก็ถึงเวลารับพลังงานแบบบวกๆ จากแฟนๆ กลับไปบ้าง กับคลิปวิดีโอแฟนโปรเจกต์ที่เหล่าแฟนคลับจัดทำขึ้นมา เพื่อเล่าเรื่องราวความรัก ความประทับใจ ความภูมิใจที่พวกเขามีต่อหนุ่มมินกยู งานนี้บอกเลยว่ามีคนเสียน้ำตาหนักมาก โดยเฉพาะหนุ่ม “มินกยู” ที่กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เช่นกัน และพูดขอบคุณแฟนๆ ทั้งน้ำตาว่า..“ความรู้สึกของผมตอนนี้ไม่รู้จะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ยังไง มันประทับใจ ซาบซึ้งใจมากๆ ครับ ผมไม่ได้เป็นคนที่ร้องไห้เก่งขนาดนี้นะครับ แต่ว่ามันเป็นความรู้สึกที่ถ้าไม่เจอกับสถานการณ์แบบนี้ก็อาจจะไม่เข้าใจความรู้สึกของผมที่รู้สึกในตอนนี้ แต่หวังว่าผมกับแฟนๆ ทุกคน จะอยู่ในความรู้สึกแบบนี้ไปด้วยกันไปนานๆ นะครับ ขอบคุณทุกๆ คนที่มางานวันนี้นะครับ ทุกคนมีความสุขเหมือนผมใช่ไหมครับ เพราะทุกคนมางานวันนี้ ผมเลยได้สร้างความสุขไปพร้อมกับทุกคน (ภาษาไทย) “รักทุกคนมากๆ ครับ แล้วพบกันใหม่นะครับ”ทำบรรยากาศซึ้งไปทั้งฮอลล์แล้ว หนุ่มมินกยูก็โบกมือลาแฟนๆ ของเขา ไปด้วยเพลง Suddenly ที่เขาตั้งใจมอบเป็นของขวัญสุดท้ายให้กับแฟนคลับของเขาได้กลับบ้านไปด้วยความประทับใจ ใน “Heavenly Moment” ของวันนี้ภาพ MGCONNEXT

สิ้นสุดการรอคอย 12 ธันวาคมนี้ ‘ONE OK ROCK’ ประกาศ Luxury Disease Asia Tour 2023 กรุงเทพฯ พบกัน ณ อิมแพ็คอารีน่า เมืองทองธานี

12 มิ.ย. 2023

สิ้นสุดการรอคอย 12 ธันวาคมนี้ ‘ONE OK ROCK’ ประกาศ Luxury Disease Asia Tour 2023 กรุงเทพฯ พบกัน ณ อิมแพ็คอารีน่า เมืองทองธานี

ONE OK ROCK ร็อกแบนด์ชื่อดังระดับโลก จากแดนปลาดิบ กลับมาพบกับแฟนๆ อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการประกาศเอเชียทัวร์ Luxury Disease Asia Tour 2023 แล้ววันนี้! หลังจากที่พวกเขาพัดพากระแสความบ้าคลั่งไปเยือนอเมริกาเมื่อปลายปี 2022 และได้กลับมาทำโดมทัวร์ทั่วประเทศญี่ปุ่นถึง 6 เมืองใหญ่ รวมไปถึงการประกาศยุโรปทัวร์ ล่าสุด ONE OK ROCK พร้อมแล้ว ที่จะมาพบกับแฟนๆ ทั่วเอเชียอีกครั้ง นับเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่ ONE OK ROCK ได้กลับมาทัวร์คอนเสิร์ตที่เอเชีย หลังจากยกเลิกทัวร์ไปเมื่อปี 2020 (จากสถานการณ์โรคระบาดครั้งใหญ่) โดยในทัวร์ครั้งนี้ จะประกอบด้วยการแสดงใน 6 เมือง ได้แก่LUXURY DISEASE ASIA TOUR 202316/09/2023 Taipei – Taipei Nangang Exhibition Center17/09/2023 Taipei – Taipei Nangang Exhibition Center26/09/2023 Manila – Smart Araneta Coliseum29/09/2023 Jakarta – Beach City International Stadium07/10/2023 Hong Kong – Central Harbourfront Event Space12/12/2023 Bangkok – Impact Arena18/12/2023 Singapore – Singapore Indoor Stadiumและจะมีประกาศเพิ่มเติมอีกในอนาคตนอกจากนี้ พวกเขายังได้ประกาศถ่ายทอดสดสตรีมมิ่งคอนเสิร์ต ในวันที่ 3 มิถุนายน ที่จะถึงนี้ เพื่อให้แฟนๆ ทั้วโลก ได้มัน! ไปพร้อมๆ กัน และเตรียมตัวอุ่นเครื่อง ก่อนที่จะเจอพวกเขาในทัวร์คอนเสิร์ต Luxury Disease ในประเทศต่างๆ ที่เหลืออยู่สำหรับแฟนๆ ชาวไทยที่ตั้งตารอทัวร์คอนเสิร์ตในครั้งนี้ เตรียมตัวไว้ให้พร้อม! เพราะ Avalon Live ผู้จัดมากคุณภาพ พร้อมเสิร์ฟความมันอย่างเต็มอิ่ม เต็มสเกลที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานีจดลงปฏิทินไว้ว่าเราจะพบกัน วันอังคารที่ 12 ธันวาคม 2023 ตั้งแต่เวลา 20:00 น. เป็นต้นไป ติดตามรายละเอียดเพิ่มเต็มเร็วๆ นี้ ทาง https://www.facebook.com/AVALONLIVEภาพ AVALONLIVE

“ปราง กัญญ์ณรัณ” เปิดใจ! ปิดฉากรัก 10 ปีกับ “โต้ง ทูพี” หลังจากนี้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

23 ส.ค. 2022

“ปราง กัญญ์ณรัณ” เปิดใจ! ปิดฉากรัก 10 ปีกับ “โต้ง ทูพี” หลังจากนี้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

หลังจากมีข่าวปิดฉากรัก 10 ปี ระหว่างนางเอกสาว “ปราง กัญญ์ณรัณ” และแรปเปอร์ชื่อดัง “โต้ง ทูพี” ล่าสุด “ปราง” ก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองคนว่า ‘ตอนนี้ปรางกับโต้งเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เราตัดสินใจกันมาประมาณ 2 เดือนแล้ว พอเป็นเรื่องของการแต่งงาน มันมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะที่เราต้องหันหน้ามาคุย มาทบทวนในจุดประสงค์หลาย ๆ อย่าง หนูเองก็เพิ่งรู้ว่าการพัฒนาจากคนที่เป็นแฟนกันไปสู่คนที่จะมาใช้ชีวิตร่วมกันเป็นครอบครัว มันมีดีเทลเยอะมาก ๆ หนูกับโต้งก็ได้เรียนรู้กันมาเรื่อย ๆ อยู่แล้วแต่มันก็เป็นอีกจุดเปลี่ยนหนึ่งที่เราเองก็ยอมรับว่าเราต้องมานั่งคุยกันเรื่องฟางเส้นสุดท้ายที่มีในข่าว มันไม่มีหรอก เราใช้ชีวิตกันมานาน รู้จักกันค่อนข้างดีอยู่แล้ว เป็นเพื่อน เป็นแฟนที่ดีต่อกันมาเสมอ เพียงแต่เราไม่สามารถมาอธิบายเป็นข้อ ๆ ให้ฟังได้ขนาดนั้น หวังว่าทุกคนจะเข้าใจว่าความสัมพันธ์เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน มันเป็นเรื่องยากสำหรับเราสองคนมาก ๆ อยากให้เชื่อใจเราสองคนว่า เราได้ใช้เวลาคิดและทบทวนกันมาอย่างหนักมาก ๆ ก่อนที่จะถึงวันที่ตัดสินใจ เราไม่ได้ผ่านจุดนั้นมาง่าย ๆ ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เราก็ได้ปรับจูนกันมาตลอด ส่วนตัวหนูก็อยากให้เกียรติความรัก 10 ปีที่สวยงามของหนูมาก ๆ มันเป็นโมเมนต์ที่สวยงาม และทุก ๆ เหตุการณ์ทุก ๆ เรื่องราวได้เเกิดขึ้นจริง ถึงแม้วันนี้มันจะกลายเป็นความทรงจำที่ดีของหนูกับโต้ง แต่พวกเราจะเก็บมันไว้อย่างดี เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน คอยซัพพอร์ตกันเสมอ ยอมรับว่าไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตก็เป็นส่วนหนึ่งในปัญหา เราพยายามกันมาถึงที่สุดแล้ว เป็นความรู้สึกของทั้งสองฝ่าย ไม่มีใครเริ่มก่อน ตลอดเวลาที่อยู่ในความสัมพันธ์เราคุยกันด้วยเหตุผลมาตลอด ไม่ได้มีการง้องอนกันเหมือนในข่าว เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ พวกเราอายุ 30 กันแล้วเราใช้เหตุผลเป็นที่ตั้ง เป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเราทั้งสองคน มันไม่ใช่การตัดสินใจของหนูคนเดียว แต่เป็นการตัดสินใจร่วมกัน ความรู้สึกในวันนี้ไม่ได้โกรธ งอน เสียใจหรืออะไรต่อกัน มันมีแต่ความเข้าใจ ส่วนเรื่องมือที่สามไม่มีแน่นอน อยากจะขอโทษจริง ๆ สำหรับคนที่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องในความสัมพันธ์ของหนูกับโต้ง ระหว่างทางที่มีข่าวออกมา หนูเองรู้สึกแย่มากที่ไม่สามารถออกมาพูดป้องกันใครหลาย ๆ คนได้ที่เขาต้องมาถูกวิพากย์วิจารณ์หรือรบกวนชีวิตส่วนตัว แต่ตอนนั้นหนูเองก็ต้องการเวลา รอโอกาสที่เหมาะสมเหมือนวันนี้ที่ได้ออกมาพูด ขอบคุณสำหรับกำลังใจและขอโทษถ้าทำให้ใครหลาย ๆ คนต้องเสียใจกับเรื่องนี้ แต่อย่างที่บอกขอให้ทุกคนเชื่อใจว่าพวกเราได้คิด ใช้เวลากับเรื่องนี้อย่างมาก อยากให้ทุกคนให้กำลังใจพวกเราดีกว่า อย่ากดดันกันเลย ตอนนี้หนูเองก็ยอมรับว่าไม่ได้อยู่ในสภาวะที่ง่ายเหมือนกัน’ ภาพ : ladiiprang

สุดยอด “เทพบิว” เข้าที่ 4 วิ่ง 100 เมตร ชวดเหรียญทองแดง แค่เสี้ยววินาที ศึกกรีฑาเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี ชิงแชมป์โลก2022 ที่ประเทศโคลัมเบีย

03 ส.ค. 2022

สุดยอด “เทพบิว” เข้าที่ 4 วิ่ง 100 เมตร ชวดเหรียญทองแดง แค่เสี้ยววินาที ศึกกรีฑาเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี ชิงแชมป์โลก2022 ที่ประเทศโคลัมเบีย

เช้าวันที่ 3 สิงหาคม ตามเวลาประเทศไทย “เทพบิว ภูริพล บุญสอน” ลมกรดเยาวชนไทยวัย 16 ปี เจ้าของ 3 เหรียญทองซีเกมส์ครั้งที่ 31 ที่ประเทศเวียดนามที่ผ่านมาลงแข่งขันชิงชัยเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร “เทพบิว” อยู่ในลู่ที่ 5 แม้จะออกสตาร์ทไม่ดีรั้งอันดับสุดท้าย แต่ก็เร่งสปืดขึ้นมา เข้าเส้นชัยอันดับที่ 4 ด้วยสถิติ 10.12 วินาที เท่ากับ “เบนจามิน ริชาร์ดสัน” จากแอฟริกาใต้ แต่เมื่อดูจากภาพถ่ายอย่างละเอียดแล้วผลออกมาว่า “ริชาร์ดสัน” เข้าเส้นชัยก่อนเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ชวดเหรียญทองแดง ไปอย่างน่าเสียดายส่วนเหรียญทองตกเป็นของ “เลตซิล เตโบโก” จาก บอตสวาน่า ทำเวลา 9.91 วินาที เป็นสถิติโลกของศึกชิงแชมป์โลกรุ่นนี้ด้วย เหรียญเงิน “บูวาห์จี ครูมี” จากจาเมกา เวลา 10.02 วินาที และเหรียญทองแดง “เบนจามิน ริชาร์ดสัน” จากแอฟริกาใต้ เวลา 10.12 วินาทีถึงแม้จะพลาดเหรียญวิ่ง 100 เมตร แต่ในรอบรองชนะเลิศ “เทพบิว” ก็ยังสามารถทำลายสถิติประเทศไทยที่ตัวเองได้ทำไว้ด้วยเวลา 10.09 วินาที อีกด้วย สำหรับ “เทพบิว” ยังมีให้ลุ้นอีก 1 รายการคือ วิ่ง 200 ม. ซึ่งเป็นตัวเต็งและระยะที่เจ้าตัวถนัด โดยจะลงแข่งรอบคัดเลือก วันนี้ 3 สิงหาคม เวลา 23.25 น. ส่วนรอบรองฯ และรอบชิง จะแข่งขันในวันที่ 4 สิงหาคมมาร่วมส่งแรงเชียร์และแรงใจให้ เทพบิว คว้าชัย ถึงประเทศโคลัมเบีย กันด้วยนะครับภาพ : ppbs_b

album
efm
-

-