![เรื่องเล่าจากคุณกี้ เว้าพื้นผี 'โค้งป่าอ้อย' l อังคารคลุมโปง X ต้นกล้า คืนพุธมุดผ้าห่ม [14 ก.ค.69]](https://storage.googleapis.com/atime-media-prod/content/1a0474e6-3295-42d6-a288-525c2a1fc9e7.jpeg)
21 ก.ค. 2026
เรื่องเล่าจากคุณกี้ เว้าพื้นผี 'โค้งป่าอ้อย' l อังคารคลุมโปง X ต้นกล้า คืนพุธมุดผ้าห่ม [14 ก.ค.69]
“แม่.. คนที่นั่งซ้อนท้ายรถผมมามันไม่มีหน้า” ประโยคสุดท้ายจากสายของนัท เด็กหนุ่มในหมู่บ้าน ก่อนเสียชีวิตที่โค้งป่าอ้อย ถนนสายที่มักมีคนเสียชีวิตในช่วงปลายปี จนคนเฒ่าคนแก่ร่ำลือกันว่า บริเวณนั้นเป็นที่ ‘ผีตายโหง’ และเคยเป็นป่าช้าเก่า..เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X ต้นกล้า คืนมุดผ้าห่ม [14 กรกฎาคม 2569]’ ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องเล่าจากคุณกี้ เว้าพื้นผี ‘โค้งป่าอ้อย’ ‘คุณกี้ เว้าพื้นผี’ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองเมื่อประมาณ 15-16 ปีก่อน ณ จังหวัดบ้านเกิดในแถบภาคอีสาน ช่วงนั้นเป็นเทศกาลปีใหม่ บรรยากาศในหมู่บ้านคึกคัก ผู้คนที่ไปทำงานในกรุงเทพฯ ต่างทยอยเดินทางกลับบ้าน มีการเปิดเพลงหมอลำสังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน แต่กลับมีเรื่องเล่าหนึ่งที่ผู้คนพูดถึงกันนั่นคือ ‘โค้งป่าอ้อย’ เล่าว่ามักมีคนเสียชีวิตในช่วงปลายปีของทุกปี ทั้งที่ไม่ใช่โค้งหักศอก บางคนเมาสุราแล้วขี่รถแหกโค้ง หรือชนต้นยูคาลิปตัส บางคนกลับขี่รถตกถนนไปเองทั้งที่เป็นทางตรง คนเฒ่าคนแก่เชื่อกันว่า บริเวณนั้นเป็นที่ ‘ผีตายโหง’ บ้างก็บอกว่าเคยเห็นคนเอาศพมาทิ้ง บ้างก็บอกว่าป้าอ้อยนั้นเคยเป็นป่าช้าเก่าในตอนนั้นคุณกี้ อายุราว 20 ปีปลาย ๆ เพิ่งแต่งงานได้ไม่ถึงปี และทำงานหาเช้ากินค่ำ รับจ้างทั่วไป ทั้งตัดไม้ ขุดมัน และแบกปุ๋ย วันเกิดเหตุคุณกี้อยู่กับเพื่อนอีกสองคนคือ ‘เบิร์ด’ และ ‘หนุ่ม’ ไปรับจ้างตัดไม้ยูคาลิปตัสที่หมู่บ้านข้าง ๆ ตั้งแต่เช้า ช่วงเช้าทุกอย่างเป็นไปตามปกติ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงบ่าย ทั้งสามคนกลับรู้สึกว่าบรรยากาศในป่าเงียบผิดปกติ ไม่มีแม้แต่เสียงนก เสียงสัตว์ หรือเสียงจิ้งหรีด มีเพียงเสียงต้นยูคาลิปตัสเสียดสีกันดัง “เอี๊ยด… เอี๊ยด…” หนุ่มจึงเอ่ยขึ้นว่า “มึงว่าไหม มันเงียบ ๆ แปลก ๆ นะ” เบิร์ดหัวเราะก่อนแซวกลับเป็นภาษาอีสานว่า “หรือจะเป็นผีกลับบ้านมาตอนปีใหม่” เพื่อน ๆ ต่างพากันหัวเราะ มีเพียงคุณกี้ที่ไม่ขำ เพราะเป็นคนกลัวผี และเคยได้ยินเรื่องเล่าของโค้งป่าอ้อยมานานแล้ว ช่วงเวลาประมาณหกโมงเย็น เริ่มโพล้เพล้ หลังเบิกค่าแรงเรียบร้อย ทั้งสามคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ระหว่างทางออกจากป่า คุณกี้สังเกตเห็นเงาดำคล้ายคน สูงเกือบ 3 เมตร ตรงอยู่ข้างต้นยูคาลิปตัส แต่เมื่อหันกลับไปมองอีกครั้งกลับไม่พบสิ่งใดแล้ว คุณกี้จึงคิดว่าตัวเองคงเหนื่อยจนตาฝาด และไม่ได้คิดอะไรก่อนจะกลับบ้านไปอาบน้ำ และตั้งใจจะขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปหาแฟนที่อยู่อีกหมู่บ้านหนึ่งซึ่งห่างออกไปราว 4 กิโลเมตร และหาซื้อของกินมาฉลองปีใหม่ด้วยกันเวลาประมาณสองทุ่มนิด ๆ คุณกี้ขี่รถออกจากบ้านตามปกติ ถนนระหว่างหมู่บ้านมืดสนิท มีเพียงแสงไฟหน้ารถส่องนำทาง เมื่อเข้าใกล้โค้งป่าอ้อยก็เริ่มรู้สึกใจหวิว แต่ก็ยังขี่ต่อไป จนกระทั่งเห็นคนยืนก้มหน้าอยู่ริมไหล่ทางมืด ๆ ในตอนแรกคุณกี้ตกใจจนอุทานออกมา แต่เมื่อขี่เข้าไปใกล้ก็เห็นว่าเป็น ‘นัท’ น้องในหมู่บ้านที่ไปทำงานโรงงานอยู่ที่กรุงเทพ นาน ๆ จะกลับบ้านสักครั้ง นัทมีลักษณะนิสัยเงียบ ๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร คุณกี้เมื่อเห็นว่าเป็นน้องที่รู้จักก็โล่งใจ ในคืนนั้นนัทสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์เก่าที่มีรอยขาดเล็กน้อย ยืนกอดอกอยู่ข้างทาง จึงจอดรถถามว่าจะไปไหน นัทเงยหน้าขึ้นมา จังหวะนั้นคุณกี้ลมแทบจับ เพราะใบหน้านัทมีลักษณะซีดเผือดราวกับคนป่วย ก่อนจะตอบว่า “อยากกลับบ้าน” คุณกี้จึงบอกให้นัทขึ้นซ้อนท้าย เดี๋ยวจะไปส่งทันทีที่นัทขึ้นรถ คุณกี้รู้สึกว่ารถยวบลง หนักจนอดแซวไม่ได้ว่า “ไปกรุงเทพมากินเยอะหรือเปล่า ตัวหนักชิบหายเลย” แต่นัทกลับเงียบผิดปกติ ไม่ตอบคำถาม คุณกี้พยายามชวนคุย แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาดังอยู่ด้านหลัง จนทำให้รู้สึกขนลุก เพราะลมหายใจนั้นเย็นผิดปกติ เมื่อเหลือบมองกระจกมองหลัง ก็เห็นนัทนั่งก้มหน้าอยู่ แต่เหมือนกำลังจะยิ้ม คุณกี้เริ่มรู้สึกไม่ดี จึงเร่งความเร็วของรถ แต่ยิ่งเข้าใกล้บริเวณป่าช้าเก่าหน้าหมู่บ้าน รถก็ยิ่งแปลก กระตุกและดับลงกลางทางหน้าป่าช้า ทุกอย่างรอบตัวเงียบสนิท ไม่ว่าคุณกี้จะพยายามสตาร์ตรถอย่างไรก็ไม่ติด ขณะเดียวกันก็มีกลิ่นเหม็นไหม้ปนกลิ่นคาวเลือดลอยมา คุณกี้จึงหันกลับไปมอง และเกือบสติหลุดเมื่อเห็นนัทยังคงนั่งซ้อนท้ายอยู่ แต่คอกลับเอียงผิดรูปไปทางด้านหลัง เลือดค่อย ๆ ไหลออกจากปาก ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา แหบกับคุณกี้ เป็นภาษาอีสานว่า “อ้าย… ผมเจ็บคอ” คุณกี้ชาไปทั้งตัว ขยับไม่ได้ ก่อนที่รถมอเตอร์ไซค์จะสตาร์ตติดขึ้นมาเอง คุณกี้แหกปากร้อง และรีบบิดคันเร่งออกจากตรงนั้นทันที โดยไม่ทันรับรู้ว่ายังมีน้ำหนักใครนั่งซ้อนท้ายอยู่หรือไม่ และไม่กล้าหันกลับไปมองด้วยความกลัว จนกระทั่งมาถึงหน้าหมู่บ้าน เมื่อจอดรถ และหันกลับไปดูก็ไม่พบนัทแล้ว ในอากาศเย็น ๆ แต่เหงื่อคุณกี้กลับไหลเป็นเม็ด ๆ คุณกี้พยายามบอกตัวเองว่าแค่ตาฝาด หรือเหนื่อยก่อนจะรีบขี่รถไปหาแฟนทันทีเมื่อไปถึงบ้านแฟน กลับพบเพียงพ่อตาคนเดียว ท่านบอกว่าแฟนออกไปงานศพของนัท คุณกี้ไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน รีบขี่รถไปวัดที่จัดงานทันที (เป็นการตายแบบผิดธรรมชาติ) เมื่อเห็นรูปตั้งหน้าศพ ก็พบว่าเป็นภาพนัทในชุดเสื้อยืดสีดำแบบเดียวกับที่เพิ่งนั่งซ้อนท้ายรถของตน คุณกี้ถึงกับขาอ่อนล้มทั้งยืน ก่อนจะถามแฟนด้วยน้ำเสียงสั่นกลัวว่า“นัทตายเมื่อไหร่” ได้คำตอบทั้งน้ำตาว่า “นัทตายตั้งแต่เมื่อคืน เมาแล้วขี่รถแหกโค้งตรงป่าอ้อย”คำตอบนั้นทำให้คุณกี้ตัวชา เพราะจุดที่นัทประสบอุบัติเหตุ คือจุดเดียวกับที่คุณกี้จอดรถรับนัทขึ้นซ้อนท้ายนั่นเอง แต่เรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านั้น… หลังสวดพระเสร็จ คุณกี้ได้จุดธูปขอขมาศพ พร้อมพูดว่า “มึงอย่ามาหลอกกูนะ กูกลัว” จังหวะนั้น แม่ของนัทเดินมาถามว่า “เมื่อคืนนี้ลูกแม่ได้พูดอะไรกับเอ็งไหม” คุณกี้เพียงส่ายหน้า แต่แม่กลับร้องไห้ออกมา แล้วเล่าว่า“ก่อนวันตายมันโทรมาหาป้า มันร้องไห้บอกว่ามีคนนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่ออกจากวงเหล้า ไม่รู้ว่าเป็นใคร”ประโยคสุดท้ายก่อนที่สายจะตัดไป นัทพูดกับแม่ว่า “แม่.. คนที่นั่งซ้อนท้ายรถผมมามันไม่มีหน้า” หลังจากนั้นนัทก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นทำให้คุณกี้จับไข้ และป่วยถึง 5 วัน นับตั้งแต่วันนั้นมา คุณกี้ก็ไม่เคยกล้าขี่รถผ่านโค้งป่าอ้อยแห่งนั้นอีกเลย ปัจจุบันบริเวณโค้งป่าอ้อยได้มีการตั้งศาลไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว(เป็นความเชื่อส่วนบุคคลโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)
![เรื่องเล่าจาก 'ต้นกล้า คืนพุธมุดผ้าห่ม' "เด็กที่ชวนไปเล่นซ่อนแอบ" I อังคารคลุมโปง X ต้นกล้า คืนพุธมุดผ้าห่ม [ 5 พ.ย. 2567 ]](https://storage.googleapis.com/atime-media-prod/content/8c41f020-32d3-47e5-a1ba-69742be1d978.jpeg)





![เรื่องเล่าจากคุณเรนนี่น้ำพริกผีบอก 'ตามหาเเฟน' | อังคารคลุมโปง X ไท ธนาวุฒิ [4 มี.ค. 2568 ]](https://storage.googleapis.com/atime-media-prod/content/75dd3f36-c526-4d9b-ad01-e1982aef08fe.jpeg)


