เรื่องเล่าจาก ‘เป้ MVL’ วนกลับมาที่เดิม I อังคารคลุมโปง X เป้ MVL [ 16 ก.ค. 2567]

อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจาก ‘เป้ MVL’ วนกลับมาที่เดิม I อังคารคลุมโปง X เป้ MVL [ 16 ก.ค. 2567]

21 ก.ค. 2024

        เรื่องราวนี้ ‘คุณเป้ MVL‘ ได้นำมาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (16 กรกฎาคม 2567) ขนหัวลุกไปกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจโซเซฟ‘ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ’วนกลับมาที่เดิม‘ จะหลอนขนาดไหนนั้น ไปอ่านกันเลย!

        คุณเป้เล่าว่า สมัยก่อนทัวร์คอนเสิร์ตเยอะมาก ต้องไปแสดงที่ต่างจังหวัด ก่อนหน้านั้นเรื่องการเดินทาง การแสดง และการเข้าพักที่โรงเเรมก็ปกติทุกอย่าง จนมาถึงจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน เมื่อมาถึงสถานที่ที่จัดคอนเสิร์ตก็มีแฟนคลับมาต้อนรับ เเล้วแฟนคลับคนหนี่งก็ถามกับคุณเป้ว่า “พี่พักโรงเเรมไหน”

        เพื่อนในวงคุณเป้จึงบอกชื่อโรงเเรมไป แต่เมื่อแฟนคลับทุกคนรู้ชื่อโรงเเรมก็ถึงกับนิ่ง ทำตัวมีพิรุธ เเล้วถามคุณเป้อีกครั้งว่าโรงเเรมชื่ออะไร คุณเป้จึงตอบชื่อโรงเเรมไป แฟนคลับได้เเต่ตอบคำว่า “ค่ะ” คุณเป้จึงสงสัยว่าโรงเเรมมันมีอะไร

        เมื่อคุยกับเเฟนคลับเสร็จก็ไป Soundcheck ระหว่างนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อเสร็จจาก Soundcheck ก็มีรุ่นน้องเข้ามาถามคุณเป้ว่า

        “พักที่ไหนหรอ เดี๋ยวผมไปส่ง”

        คุณเป้จึงตอบชื่อโรงเเรมไป รุ่นน้องได้ตอบกลับทันทีว่า

        ”เขายังเปิดอยู่หรอพี่ ยังมีคนไปพักอยู่หรอพี่?”

        คุณเป้จึงสงสัยอีกครั้งว่าโรงเเรมมันมีอะไร แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบจากใคร

        เมื่อมาถึงโรงเเรม ก่อนตนจะลงจากรถ รุ่นน้องคนนั้นก็ได้ตบไหล่คุณเป้พร้อมกับพูดว่า

        “สู้ ๆ นะพี่ เป็นไปได้ กินดื่มถึงเช้า เก็บของ เเล้วค่อยออกนะ”

        ในคืนนั้นก็มีน้องหลายวงในค่ายที่พักอยู่ด้วย ทุกคนก็ไปทำธุระส่วนตัวเเล้วไปแสดงคอนเสิร์ตกัน เมื่อแสดงเสร็จก็กลับมาที่โรงเเรมในช่วงเวลาเที่ยงคืน ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อน ผ่านไปไม่นานในช่วงเวลาไม่ถึงตี 2 ทุกคนก็ลงมารวมตัวกันข้างล่างโดยมิได้นัดหมายพร้อมกับเรื่องเล่าของเเต่ละคนรวมถึงตัวคุณเป้เองด้วย คุณเป้รู้สึกว่าทุกคนต้องโดนอะไรในห้อง จึงถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”

        เพื่อนตอบกลับว่า “พี่เจออะไร?”

        คุณเป้จึงเล่าว่า ตนรู้สึกเหนื่อยจากการแสดงคอนเสิร์ต เมื่อเอนตัวลงไปนอน ตนรู้สึกเหมือนมีมดกัดหรือมีเสี้ยนตำหลัง เวลาที่พลิกตัวก็เหมือนมีอะไรมาขูดอยู่ตลอดเวลา จนตนเผลอหลับไป เเล้วก็ฝันว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาในห้อง มุดเข้ามาในผ้าห่มจากปลายเตียง เเล้วเอามือข่วนหลัง ในฝันมันเจ็บจนตนสะดุ้งตื่น คุณเป้รู้สึกแปลกเพราะตนเจ็บหลังจริง ๆ จึงไปส่องกระจกเเล้วก็เห็นว่ามีรอยข่วนอยู่เต็มหลังของตน! คุณเป้คิดว่าสถานการณ์ไม่ดีจึงรีบใส่เสื้อผ้าเเล้วลงไปข้างล่าง

        เพื่อนคนหนึ่งของคุณเป้เล่าว่า “กำลังจะนอนก็ปิดผ้าม่าน ผ้าม่านเป็นม่านที่ต้องใช้ไม้ก้านลากเพราะมีฐานเป็นโซ่ถ่วง เมื่อปิดเสร็จก็เข้านอน สักพักผ้าม่านนั้นค่อย ๆ เลื่อนเปิดเองต่อหน้าต่อตา! แต่ก็ใจดีสู้เสือคิดว่าลูกปืนลื่นไหลไปเอง จึงได้ปิดม่านอีกครั้งเเล้วกลับมาเข้านอน สักพักก็มีเสียงดัง ครี๊ดดดดดด! มันคือเสียงผ้าม่านที่เปิดเองจนสุดมุม!”

        ส่วนเพื่อนอีกคนหนึ่งก็เล่าว่า “เจอฝักบัวเปิดเองในขณะที่กำลังเช็ดผมอยู่ต่อหน้า พอหันไปฝักบัวก็ปิดทันที เมื่อกลับมาเข้านอนก็ได้ยินเสียงฝักบัวเปิดอีกครั้ง พอเดินไปห้องน้ำเห็นน้ำไหลอยู่ พอมองฝักบัวก็ค่อย ๆ ปิดเอง!”

        ในตอนเช้าคุณเป้จึงไปถามกับลุงยามจึงได้คำตอบว่า

        “มันไม่ใช่โรงเเรมใหม่ มันรีโนเวท เมื่อก่อนเป็นโรงพยาบาลเก่า”

        และเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา คุณเป้ได้วนกลับมานอนที่โรงเเรมเเห่งนี้อีกครั้ง..

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

related อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากคุณชิ ‘ห้องเตียงคู่’ I อังคารคลุมโปง X หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ - ปิงปอง [ 4 มิ.ย. 2567]

10 มิ.ย. 2024

เรื่องเล่าจากคุณชิ ‘ห้องเตียงคู่’ I อังคารคลุมโปง X หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ - ปิงปอง [ 4 มิ.ย. 2567]

เรื่องราวนี้ ‘คุณชิ’ ได้นำเรื่องราวสุดหลอนจากประสบการณ์ตรงที่เกิดขึ้นจริง มาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (4 มิถุนายน 2567) เตรียมขนหัวลุกไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘ห้องเตียงคู่’ จะชวนหลอนจนขนหัวลุกขนาดไหนนั้น ไปอ่านกันได้เลย ! เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ตรงของ ‘คุณชิ’ (นามสมมติ) และภรรยา โดยคุณชิเริ่มเล่าว่า ย้อนกลับไปประมาณปลายปีที่แล้ว คืนหนึ่งภรรยาของคุณชิเกิดอาการปวดท้องหนักมาก คุณชิจึงบอกกับภรรยาว่า “ไปโรงพยาบาลดีกว่าไหม ? มานอนทนปวดแบบนี้มันไม่ดีนะ” ซึ่งตอนแรกภรรยาก็รั้นไม่ยอมที่จะไป จนกระทั่งทนไม่ไหว คุณชิจึงพาไปโรงพยาบาล ขณะนั้นเป็นเวลา 4 ทุ่ม ซึ่งกว่าจะคุยกับหมอเสร็จ เวลาก็ผ่านไปจนเวลาเที่ยงคืนกว่า คุณหมอก็ได้ข้อสรุปว่า ‘ไส้ติ่งอักเสบ’ ต้องเข้าแอดมิดที่โรงพยาบาลทันที หลังจากนั้นฝ่ายทะเบียนก็เข้ามาบอกให้ภรรยาแอดมิดที่ห้อง 601 ระหว่างนั้นก็มีพยาบาลคนหนึ่ง เดินเข้ามาถามว่า “ให้คนไข้เข้าพักที่ห้องไหน” ฝ่ายทะเบนียนก็ตอบว่า “601 ไงค่ะ” พยาบาลก็เกิดอาการเลิ่กลั่กแปลก ๆ แล้วถามว่า “ทำไมให้คนไข้แอดมิดที่ห้องนั้นละ ?” ตอนนั้นคุณชิก็เกิดคำถามในใจแล้วว่า ‘ทำไมถึงนอนห้องนี้ไม่ได้ล่ะ ?’ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ฝ่ายทะเบียนก็ตอบว่า “มันเหลือห้องเดียวแล้ว ไม่มีอะไรหรอก” ก่อนที่จะหันหน้ามามองภรรยาของคุณชิ แล้วบอกว่า “พอดีว่า ห้องนี้มีคุณยายนอนอยู่คนเดียว แต่ไม่มีอะไรหรอกน้อง นอนได้สบาย คุณยายเขาแค่ ชอบนอนเปิดบทสวดฟัง ไม่มีอะไรหรอก” จากนั้น ช่วงเวลาประมาณตี 1 คุณชิและภรรยาก็ได้เข้าไปที่ห้อง 601 คุณชิเห็นว่าเตียงจะถูกจัดให้อยู่ทางด้านซ้าย ซึ่งเตียงแรกเป็นเตียงของคุณยาย และเตียงที่สอง เป็นเตียงของภรรยา และคุณชิยังสังเกตอาการป่วยของคุณยายอีกว่า คุณยายน่าจะอยู่ในอาการโคม่า อาการไม่สู้ดี และพร้อมที่จะไปแล้ว โดยมีเครื่องช่วยหายใจใส่ไว้ทางปาก และมีเสียงหายใจดัง ฮะ.. เฮือกก อยู่เสมอ.. จากนั้นคุณซิก็กลับบ้าน เพราะว่าไม่สามารถอยู่เฝ้าได้ หลังจากที่คุณชิเอาลูกเข้านอน ช่วงเวลาประมาณตี 2 ทางภรรยาก็โทรมา โดยใช้น้ำเสียงกระซิบบอกว่า “เธอ จู่ ๆ เพลงบทสวดก็ดังขึ้นมา เป็นบทสวดภาษาจีน” คุณชิจึงบอกว่า “ทางพยาบาลเข้ามาเปิดให้คุณยายฟังหรือเปล่า ?” ภรรยาของคุณซิตอบว่า “ไม่นะ ถ้าพยาบาลเข้ามา ก็ต้องได้ยินเสียงเปิดประตู” คุณชิได้แต่พูดปลอบใจว่า “มันไม่มีอะไรหรอก เธอคิดไปเอง เธออาจจะไม่ได้ฟังตอนพยาบาลเปิดประตูเข้ามา” หลังจากนั้น ภรรยาก็เหมือนจะสบายใจขึ้น ก่อนที่จะวางสายไป จนเช้าวันรุ่งขึ้น เวลา 9 โมง คุณชิก็ไปเยี่ยมภรรยา ถามว่าเมื่อคืนเป็นอย่างไรบ้าง ภรรยาก็เล่าว่าบทสวดดังทั้งคืน ไม่สามารถที่จะนอนหลับได้เลย และบทสวดก็เปิดยันเช้า เย็นวันนั้น พยาบาลก็เข้ามาบอกว่า “เดี๋ยวจะได้ย้ายห้องนะ” ภรรยาได้ยินก็รู้สึกสบายใจขึ้น จนเวลาก็ผ่านไปเกือบ 3 ทุ่ม ทางภรรยาของคุณซิ ก็ไม่ได้ย้ายห้องสักที คุณชิจึงไปถามกับพยาบาล พยาบาลก็บอกว่า “ไม่ได้ย้ายแล้วค่ะ พอดีว่าคนไข้แอดมิดเข้ามาใหม่ ทำให้ห้องเต็มเหมือนเดิม” หลังจากนั้นคุณชิก็กลับบ้าน เวลาประมาณ 5 ทุ่ม ทางภรรยาก็โทรมาบอกว่า “บทสวดดังอีกแล้ว แต่ครั้งนี้แปลกมาก เพราะหลังจากบทสวดจบ มีเสียงเรียกมาด้วย เรียกว่า หนู” ซึ่งทางภรรยาก็พยายามชะเง้อมองหาต้นทางของเสียงและเห็นว่า มีเงาคล้ายกับร่างคน สะท้อนม่าน ชะโงกมองมาทางตน ทางภรรยาของคุณชิก็พยายามหลบสายตาไม่มองไปทางนั้น และบอกว่า “เขาใส่หมวกไหมพรหมสีสีชมพู และพยายามเรียกอิหนู อิหนู… อิหนู ซ้ำอยู่นั่นแหละ” คุณชิพยายามปลอบใจว่า “ไม่มีอะไรหรอก คงมีใครมาเยี่ยมคุณยาย ในเวลานี้หรือเปล่า ?” แต่คุณชิก็รู้สึกว่า มันไม่ชอบมาพากล มีบางอย่างแปลก ๆ แต่ก็ไม่อยากให้ภรรยาคิดมาก จึงได้พูดแบบนั้นไป หลังจากนั้น ช่วงเวลาประมาณตี 2 ทางภรรยาก็โทรเข้ามาอีกครั้ง ด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ บอกว่า “เธอ ไม่ไหวแล้วอ่ะ เปิดเสียงบทสวดอะ ไม่เท่าไหร่ แต่นี่เรียกทั้งคืนเลย มารับกลับได้ไหม อยากกลับบ้านมาก เค้าไม่โอเค ไม่ไหวแล้วจริง ๆ” คุณชิจึงได้แต่ปลอบไปว่า “เค้าไปรับเธอกลับไม่ได้ ถึงเค้าไปรับได้ เธอก็ไม่สามารถกลับกับเค้าได้ เพราะเธออยู่ในกระบวนการการรักษาของแพทย์ เธอต้องอดทนนะ พยายามหลับตานอน” คุณชิรู้สึกไม่สบายใจ เพราะไม่สามารถทำอะไรได้เลย ทำเพียงแค่ปลอบใจภรรยา ซึ่งคืนนั้นคุณชิก็ไม่ได้นอน เพราะทุกครึ่งชั่วโมงทางภรรยาก็จะโทรมา เพราะทุกครั้งเมื่อเพลงจบ ก็จะมีเสียงเรียกทุกครั้ง และช่วงเวลาประมาณตี 5 ทางภรรยาก็โทรเข้ามาเล่าว่า “เมื่อสักพักก่อนหน้านี้ เกิดอะไรขึ้นไม่รู้ เพราะมีพยาบาล 3-4 คน ก็เข้ามามุงอยู่ที่เตียงของคุณยาย ก่อนที่จะใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง แล้วก็ออกกันไป ซึ่งตอนที่พยาบาลยังอยู่ เราก็ปวดเข้าห้องน้ำพอดี จึงได้เห็นว่า พยาบาลจัดคุณยายในท่านั่งพิงกับขอบเตียง ถอดเครื่องช่วยหายใจและสายน้ำเกลือ และใส่ชุดเสื้อผ้าใหม่ที่ไม่ใช่ของโรงพยาบาล พร้อมกับหมวกไหมพรมสีชมพู เราไม่น่ามองไปทางนั้นเลย” หลังจากนั้นภรรยาก็หลับไป.. เช้าวันถัดมาก็ถามพยาบาลว่า “คุณยายไปไหนหรอคะ ? เพราะตื่นมาก็ไม่เห็นแล้ว” พยาบาลก็ตอบว่า “อ๋อ คุณยายเสียตั้งแต่เที่ยงคืนแล้วค่ะ” ซึ่งคุณชิก็รู้สึกว่า ‘ตั้งแต่ช่วงหลังเที่ยงคืน ภรรยาได้นอนกับศพตลอดทั้งคืนเลย เพราะเขาพึ่งเอาคุณยายออกไปตอนเช้า’ จึงถามว่า “ทำไมถึงพึ่งมาเอาคุณยายออกไปตอนเช้า” ทางพยาบาลก็ตอบว่า “พอดีว่าห้องดับจิตเต็ม จึงต้องให้คุณยายอยู่ที่นี่ไปก่อน” พอทางภรรยาของคุณชิรู้เช่นนั้นก็ช็อก เพราะต้องนอนต่อที่ห้องนี้อีกหนึ่งคืน แต่คืนต่อมาก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะมีคนไข้คนใหม่ เข้ามานอนแทนที่ของคุณยายคุณยายแล้ว..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากคุณมิ้น หัตถา ‘คนผูกดวง’ l อังคารคลุมโปง X เบคกี้ - พิม [8 เม.ย 2568]

14 เม.ย. 2025

เรื่องเล่าจากคุณมิ้น หัตถา ‘คนผูกดวง’ l อังคารคลุมโปง X เบคกี้ - พิม [8 เม.ย 2568]

ในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (7 เมษายน 2568) ‘คุณมิ้น หัตถา’ นักเล่าเรื่องขวัญใจโซเชียล มาพร้อมกับเรื่อง ‘คนผูกดวง’ ประสบการณ์สัมผัสกับสิ่งลี้ลับของ ‘เมย์’ รุ่นน้องที่สนิทกัน ซึ่งเหตุการณ์แปลก ๆ เริ่มคืบคลานเข้ามาในชีวิตหลังจากเข้าร่วมพิธีกรรบางอย่าง ตามไปฟังเรื่องนี้แบบเต็ม ๆ พร้อมกันกับ ‘ดีเจมดดำ’, ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ความห่วงใยของแม่ คือความรักบริสุทธิ์ที่ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน แต่เมื่อความรักนั้นแปรเปลี่ยนเป็นความยึดมั่นในความเชื่อบางอย่าง การกระทำที่มองว่าเป็นการเสริมดวงเสริมบารมี อาจกลับกลายเป็นประตูที่เปิดพาชีวิตลูกสาวให้ก้าวเข้าสู่โลกของสิ่งลี้ลับโดยไม่รู้ตัว ‘เมย์’ หญิงสาววัยทำงานผู้ที่กำลังมีชีวิตเรียบง่าย เป็นมิตรกับทุกคน ไม่ได้เชื่อหรือสนใจเรื่องดวง โชคชะตา หรือพิธีกรรมใด ๆ แต่เธอกลับต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่เหนือคำอธิบาย หลังจากแม่ของเธอพาไปพบ ‘พ่อหมอ’ ชื่อดังจากประเทศเพื่อนบ้าน ผู้มีชื่อเสียงด้านการดูดวงและประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ แม่ของเมย์เชื่อมั่นในเรื่องดวงชะตาเป็นอย่างมาก ตำหนักไหนว่าดี สำนักไหนว่าแม่น ก็ไม่เคยพลาด จนวันหนึ่งได้พบพ่อหมอผู้ทำนายว่า เมย์เป็น ‘ดวงเชิดชูแม่’ มีชะตาแต่งงานกับเศรษฐี มีเกณฑ์ช่วยยกระดับชีวิตครอบครัวให้รุ่งเรืองได้ หากมีการทำพิธีเพื่อผูกดวงและรับขันครูเพื่อคุ้มครองชะตา แม้เมย์จะลังเลและไม่เชื่อ แต่สุดท้ายก็ยอมเข้าพิธีเพื่อความสบายใจของแม่ ภาพที่เธอจำได้ติดตาในวันนั้น คือพ่อหมอให้ชูขันเงินเหนือหัว สวดคาถาแปลกประหลาด และเอ่ยประโยคที่ทำให้เธอขนลุก “ต่อไปนี้ ข้าขอรับไว้กับตัว” จากวันนั้น ชีวิตของเมย์ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป.. แม้จะได้งานใหม่ เงินเดือนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งแม่ของเธอเชื่อว่านั่นคือผลจากการผูกดวง แต่สิ่งที่ตามมาคือข้อบังคับในการไหว้ครูทุกวันโกน ต้องมีเครื่องเซ่นทั้งเหล้า เนื้อสัตว์ ดอกไม้ และบทสวดที่ต้องท่องทุกครั้ง โดยมีข้อแม้สำคัญคือ เมย์ต้องร่วมพิธีด้วยทุกครั้ง ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม หลังจากที่ผ่านเวลาไป 3-4 เดือนหลังเข้าพิธีรับขันครู เหตุการณ์แปลกประหลาดมากมายก็เริ่มเกิดขึ้น มีคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และคนใกล้ตัว เห็นเมย์ปรากฏตัวในสถานที่ต่าง ๆ ในเวลาเดียวกับที่เธอยืนยันว่าไม่ได้อยู่ตรงนั้น เช่น ขณะที่เธออยู่บ้าน กลับมีคนเห็นเธอในออฟฟิศ หรือแม้แต่ในซูเปอร์มาร์เก็ตหน้าปากซอย ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่คำเล่าลือ หากแต่เป็นภาพที่หลายคนยืนยันว่า แน่ใจว่าใช่เมย์แน่นอน สิ่งเหล่านี้ทำให้เมย์เริ่มไม่เป็นตัวของตัวเอง เครียด กังวล และเริ่มสงสัยว่า พิธีกรรมในวันนั้นอาจไม่ได้มีแค่ครูบาอาจารย์มาคุ้มครอง แต่มีบางสิ่งตามมาโดยไม่ตั้งใจด้วย เมย์ตัดสินใจปรึกษา ‘คุณมิ้น หัตถา’ และน้องสาว ซึ่งเป็นผู้มีเซ้นส์ไวต่อสิ่งลี้ลับ หลังเล่าทุกอย่างให้ฟัง คุณมิ้นได้ให้คำแนะนำว่า ของแบบนี้ต้องแก้ที่ต้นเหตุ สิ่งที่น่าขนลุกกว่านั้น คือระหว่างทางที่คุณมิ้นกับน้องสาวขับรถไปส่งเมย์กลับบ้าน ในกระจกมองหลังของรถ พวกเธอกลับเห็น ‘เงาผู้หญิงผมดำยาว’ ลักษณะคล้ายเมย์ทุกอย่าง ยองตัวนั่งอยู่บนไหล่ของเธอ พร้อมเสียงกรีดร้องปริศนา ที่ตะโกนดังชัดเข้ามาในรถว่า “มึงอย่ามายุ่งเรื่องของกู!!” นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ก็ไม่มีใครสามารถติดต่อเมย์ได้อีกเลย เวลาล่วงเลยไปเกือบ 4 ปี ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ จากโซเชียล ไม่มีแม้แต่ข้อความจาก LINE ที่เคยใช้พูดคุยกัน เบอร์โทรศัพท์ก็กลายเป็นเบอร์ที่ไม่สามารถติดต่อได้ เพื่อนสนิทคนหนึ่งของเมย์บอกว่า ครั้งสุดท้ายที่เจอเมย์คือเมื่อปีที่แล้ว และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ใครสักคนได้เห็นเธอ ไม่มีใครล่วงรู้ได้เลยว่า ชะตากรรมของเมย์ในตอนนี้เป็นอย่างไร เธอยังมีชีวิตอยู่ดีหรือไม่ หรือพิธีกรรมที่เคยทำไว้ ได้พาชีวิตของเธอหลุดเข้าไปในโลกอีกใบที่ยากจะหาทางกลับออกมา เรื่องทั้งหมดนี้ เกิดจากความรักของแม่ ที่อยากให้ลูกประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ใครจะรู้ว่าหนทางนั้น กลับนำพาให้ลูกต้องหายไปจากชีวิตทุกคนโดยไม่มีคำลา..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากคุณแป้ง ‘บ้านเช่า 2 ชั้น’ I อังคารคลุมโปง X เฌอปราง-มิวสิค [ 6 ส.ค. 2567]

10 ส.ค. 2024

เรื่องเล่าจากคุณแป้ง ‘บ้านเช่า 2 ชั้น’ I อังคารคลุมโปง X เฌอปราง-มิวสิค [ 6 ส.ค. 2567]

เรื่องราวนี้ ‘คุณแป้ง‘ ได้นำมาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (6 สิงหาคม 2567) ขนหัวลุกไปกับ ‘ดีเจแนน-ดีเจเจ็ม‘ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ’บ้านเช่า 2 ชั้น‘ จะหลอนขนาดไหนนั้น ไปอ่านกันเลย! คุณแป้งเล่าว่ามีพี่ที่รู้จักกัน ชื่อ ‘พี่หญิง’ เธอทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งต้องหาที่พัก ได้มาเจอกับบ้าน 2 ชั้นคล้ายตึกพาณิชย์ พี่หญิงได้เข้าไปเช่าอยู่ชั้น 1 วันหนึ่งเพื่อนของพี่หญิง 2 คนมานอนด้วย ในขณะที่นอนมีเพื่อนคนหนึ่งที่นอนติดหน้าต่าง ได้ลืมตาขึ้นแล้วมองไปที่หน้าต่าง ก็เห็นเป็นเงาหญิงชรายืนอยู่ สักพักร่างนั้นก็ลอยเข้ามาใกล้ ๆ สีหน้าของร่างนั้นดูโกรธมาก เพื่อนของพี่หญิงก็รู้สึกกลัวจนร่างกายขยับไม่ได้ จึงตัดสินใจหลับตา สักพักพี่หญิงเห็นว่าเพื่อนคนนั้นนอนอึกอัก ๆ ท่าทางแปลก ๆ จึงปลุกเเล้วถามว่า “เป็นอะไรหรือเปล่า?” เพื่อนคนนั้นตอบกลับว่า “ฉันเจอผี! เมื่อกี้เห็นคนแก่อยู่ข้างนอกตรงหน้าต่าง น่ากลัวมากเลย” พี่หญิงตอบกลับว่า “ไม่มีนะ ฝันร้ายหรือเปล่า“ เเละบอกอีกว่า ”อยู่มาตั้งนานไม่เคยเจอเลย คิดมากหรือเปล่า“ หลังจากนั้นทุกคนก็พากันนอนจนเช้า ในตอนเช้าก็แยกย้ายกันไปทำงาน จนกลับมาหลังจากเลิกงาน พี่หญิงก็สงสัยว่าทำไมวันนี้ชั้น 2 ไฟเปิดเพราะปกติกลับมาไม่เคยเปิด สักพักพี่หญิงก็ได้ยินเสียงคนร้องไห้มาจากชั้น 2 ในคืนนั้นขณะที่พี่หญิงกำลังนอนอยู่ ก็รู้สึกแปลก ๆ นอนไม่หลับ จึงลืมตาขึ้นมา ก็เจอกับหญิงชรากำลังนั่งทับอกอยู่ จนรู้สึกหายใจไม่ออก! พี่หญิงจึงใช้จิตเพื่อสื่อสารกับยายคนนั้นว่า ”หนูไปทำอะไรให้ยายหรือเปล่า อย่าทำหนูเลย หนูขอร้อง“ พอสื่อสารกับเสร็จก็สะดุ้งตื่น เเล้วร่างยายคนนั้นก็ค่อย ๆ ลอยหายจากอกขึ้นไปบนเพดาน… ในคืนถัดมาห้องชั้น 2 ไม่ได้เปิดไฟเเต่ยังคงได้ยินเสียงร้องไห้อยู่ ก็เข้านอนเเล้วก็เจอหญิงชราคนเดิม เเต่คืนนี้มาบีบคอเเละก็ทำสีหน้าโกรธใส่ พี่หญิงดิ้น เเล้วร่างหญิงชราคนนั้นก็ลอยขึ้นหายไปบนเพดานเหมือนเดิม! ในตอนเช้าตื่นมาก็พบกับรอยมือเต็มคอ ตนจึงเอาผ้าพันคอไปทำงาน กลับมาตอนเย็นหลังเลิกงานก็ได้ยินเสียงร้องไห้อีก จนครั้งนี้พี่หญิงทนไม่ไหวจึงขึ้นไปเคาะประตูชั้น 2 สักพักก็มีผู้หญิงมาเปิดประตูให้ เเล้วถามกับพี่หญิงว่า “คุณมีธุระอะไรหรือเปล่า” พี่หญิงตอบกลับไปว่า “พอดี ได้ยินเสียงคนร้องไห้ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ” ผู้หญิงคนนั้นได้ตอบกลับว่า ”อ๋อ ต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีเเม่เพิ่งเสียไป ก็เลยร้องไห้อาจจะดังไปถึงคุณ ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ นะคะ” พี่หญิงมองเข้าไปในห้อง ก็ได้เห็นรูปคุณยายคนที่ฝันถึงเเขวนอยู่ เเล้วก็รีบถามกลับไปว่า “ผู้หญิงคนนี้คือใคร” เขาก็ตอบกลับว่า “เป็นเเม่ของดิฉันเองค่ะ ที่เพิ่งเสียไปได้ไม่นาน” เเละได้ถามพี่หญิงอีกว่า “คุณมาเจอเเม่ดิชั้นหน่อยมั้ยคะ” พี่หญิงก็ตกใจเเต่ก็เดินเข้าไปในห้อง เเละได้พบกับโลงศพอยู่ในห้องเเละภายในโลงก็มีศพของคุณยายคนนั้นอยู่ด้วย ตนจึงได้บอกกลับไปว่า “เนี่ย ฉันฝันเห็นเเม่คุณมา 2 คืนเเล้วก็มาบีบคอฉัน มีอะไรอะหรือเปล่า” เขาก็มีท่าทีสงสัยว่าเเม่ไปทำพี่หญิงทำไม จึงได้เดินไปเปิดโลงศพดู ปรากฏเห็นร่างกำลังนอนคว่ำหน้าอยู่ เเล้วตำแหน่งที่โลงศพตั้งก็ตรงกับเตียงที่พี่หญิงนอนอยู่ เเล้วผู้หญิงคนนั้นก็ได้บอกกับพี่หญิงว่า “ช่วยเอาศพพลิกกลับมาเหมือนเดิมได้มั้ย” พี่หญิงก็ช่วยผู้หญิงคนนั้นพลิกศพกลับมา เสร็จเเล้วก็ออกจากห้องเเล้วกลับไปพักผ่อนที่ห้อง ในตอนเช้าพี่หญิงจึงได้ขอไปนอนกับเพื่อนจนกว่าเรื่องพิธีนี้จะเสร็จ เมื่อพิธีที่บ้านเสร็จ ตนก็กลับมายังบ้านพัก ตนก็เห็นคนกำลังขนของขึ้นไป เเล้วไม่เห็นผู้หญิงคนนั้นจึงเดินไปถามผู้ชายที่อยู่หน้าบ้านว่า “ผู้หญิงที่อยู่ข้างบนเขาไม่อยู่เเล้วหรอ ไม่เช่าต่อแล้วหรอ” ผู้ชายคนนั้นก็ตอบกลับมาว่า “ผู้หญิงไหนครับ ไม่มีนะครับ ไม่มีใครเช่านานเเล้วนะครับ” พี่หญิงก็ได้เเต่ยืนงง เเล้วได้ถามผู้ชายคนนัันกลับไปว่า “เเล้วคุณคือใคร” เขาก็ตอบกลับมาว่า “เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้” พี่หญิงจึงขอเจ้าของบ้านขึ้นไปดู เเล้วพบกับรูปของทั้ง 2 คนนั้นเเละกระถางธูปตั้งอยู่ สุดท้ายตนได้ถามกับเจ้าของบ้านว่า 2 คนนี้คือใคร ก็ได้คำตอบว่ารูปคุณยายนั้นคือเเม่ของเขาเเละอีกคนคือพี่สาวของเขา ก่อนหน้านี้คุณเเม่เสียเพราะโรคประจำตัว ในวันที่จัดงานศพก็ฝันว่าคุณเเม่อยากให้จัดงานศพที่บ้าน ส่วนพี่สาวเขารักเเม่มาก เฝ้าเเม่ไม่ยอมกินอะไร จนเป็นโรคขาดสารอาหาร จนสุดท้ายตรอมใจเสียชีวิตตามเเม่ไป..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

ปริศนาที่ต้องใช้เวลาในการหาคำตอบ! หลังจากจบทริปเที่ยว ‘อาร์ต พศุตม์’ ก็เจอวิญญาณตามติด! สืบสาวราวเรื่องจึงได้พบว่า “รอยยิ้มที่มอบให้กันในวันนั้น ทำให้จิตสุดท้ายของเขาผูกไว้กับเรา”

04 เม.ย. 2023

ปริศนาที่ต้องใช้เวลาในการหาคำตอบ! หลังจากจบทริปเที่ยว ‘อาร์ต พศุตม์’ ก็เจอวิญญาณตามติด! สืบสาวราวเรื่องจึงได้พบว่า “รอยยิ้มที่มอบให้กันในวันนั้น ทำให้จิตสุดท้ายของเขาผูกไว้กับเรา”

เรื่องหลอนสุดพีคเกี่ยวกับการเจอวิญญาณปริศนามาตามติดจาก ‘อาร์ต พศุตม์’ ที่ได้เล่าในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ ที่ผ่านมา (21 มีนาคม 2566) ชวนให้ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเคเบิ้ล’ นั่งเกร็งขนลุกและลุ้นไปกับการไขปริศนาในครั้งนี้ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น เชิญอ่านไปพร้อมกันได้เลย! คุณอาร์ตเล่าว่าเรื่องราวที่เป็นปริศนานี้ ต้องใช้เวลาและการสืบสวน จนเรื่องค่อย ๆ ถูกเฉลยไปทีละอย่าง และปะติดปะต่อกันจนเข้าล็อค เรื่องมันเริ่มจากคุณอาร์ตไปถ่ายรายการ ‘One ArtArt’ ซึ่งเป็นคอนเทนต์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวบนช่อง YouTube ของตัวเอง ในครั้งนี้คุณอาร์ตไปถ่ายทำถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี และสถานที่ที่จะไปนั้น คือ ‘สะพานศรีสุราษฎร์’ และ ‘แพ 500 ไร่’ เมื่อมาถึงสะพานศรีสุราษฎร์ในเวลาโพล้เพล้ แสงและบรรยากาศกำลังลงตัว คุณอาร์ตจึงเก็บภาพบรรยากาศด้วยโดรนและกล้องโกโปร เมื่อได้ภาพสวย ๆ ที่ต้องการแล้ว คุณอาร์ตและทีมงานก็พากันกลับไปที่โรงแรม มาเที่ยวทั้งทีก็ต้องมีสังสรรค์ กระทั่งเวลาเที่ยงคืน ทุกคนก็แยกย้ายกันเข้านอน คุณอาร์ตที่แยกห้องนอนอยู่คนเดียวก็พลันเหลือบไปเห็นเงาดำ ๆ พอมองชัด ๆ ก็เห็นว่าเป็นผู้หญิงผมยาวประบ่ายืนอยู่ที่หน้าประตูห้อง คุณอาร์ตคิดในใจว่าไม่ใช่คนอย่างแน่นอน และด้วยความที่ไม่ได้กลัวและเหนื่อยมาก จึงพูดกับวิญญาณตนนั้นไปว่า “ขอนอนนะ เพราะพรุ่งนี้ทำงาน” พูดจบก็ผล็อยหลับไป เช้าวันรุ่งขึ้น คุณอาร์ตก็ออกถ่ายรายการต่อที่แพ 500 ไร่ สถานที่ท่องเที่ยวที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาและผืนน้ำสีฟ้ามรกต ทีมงานเห็นว่าคุณอาร์ตชอบเล่นน้ำมาก จึงชวนให้มาเล่นน้ำด้วยกัน แต่วันนั้น คุณอาร์ตกลับรู้สึกแปลกไปและไม่อยากลงเล่นน้ำ แม้แต่ตอนที่ต้องไปพายเรือคายัก คุณอาร์ตก็รีบพายเพื่อเก็บภาพแล้วรีบกลับขึ้นฝั่ง นั่นสร้างความแปลกใจให้ทีมงานแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร หลังจากนั้นไม่นาน หนึ่งในทีมงานก็ขอกลับเข้าฝั่งเพื่อไปทำธุระก่อน และเนื่องจากที่นี่ไม่ค่อยมีสัญญาณโทรศัพท์ ทีมงานคนนั้นจึงกลับมาแจ้งข่าวร้ายว่าคุณพ่อของเขารถคว่ำ ทุกคนจึงต้องกลับอย่างกะทันหัน 2 – 3 วันหลังจากนั้น ก็มีข่าว ‘ผู้หญิงโดดสะพานศรีสุราษฎร์’ ขึ้นมาที่หน้าฟีดในโซเชียลมีเดียของคุณอาร์ต แต่ก็ไม่ได้กดเข้าไปอ่านรายละเอียดของข่าวแต่อย่างใด ผ่านไปอีก 2 – 3 วัน ข่าวนี้ก็ขึ้นหน้าฟีดอีกครั้ง คราวนี้คุณอาร์ตรู้สึกตงิดใจแปลก ๆ ขึ้นมา จึงตัดสินใจกดเข้าไปอ่าน ปรากฏว่าผู้หญิงที่โดดสะพานวันนั้น เป็นวันเดียวกัน และอยู่ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับตอนที่คุณอาร์ตอยู่บนสะพานนั้นพอดิบพอดี คุณอาร์ตจึงเช็คภาพจากกล้องที่ได้บันทึกมา ก็พบว่ามีภาพผู้หญิงคนนั้นติดอยู่ในกล้องด้วย! และภาพความทรงจำในหัวของคุณอาร์ตก็ย้อนกลับไปในช่วงเวลานั้น ว่าผู้หญิงคนนี้ได้มองมาที่ตนพร้อมกับส่งยิ้มให้ หลังไล่ดูภาพจบคุณอาร์ตก็คิดว่านี่คงเป็นแค่การบังเอิญเจอกันก่อนที่ผู้หญิงคนนี้จะตัดสินใจจบชีวิตลง.. เวลาผ่านไปจนกระทั่งมีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้น คุณอาร์ตรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างกำลังตามติดตัวคุณอาร์ต จึงได้ถามผู้หญิงที่นับถือ (คุณอาร์ตไม่ได้ให้ข้อมูลว่าเป็นใคร) ว่าวิญญาณที่ตามอยู่เป็นใคร มาจากไหน แต่คำตอบที่ได้ก็ยิ่งทำให้คุณอาร์ตทวีความสงสัย เพราะรู้แค่เพียงว่าเป็นผู้หญิง แต่ไม่รู้เลยว่าเขาเป็นใคร.. ความสงสัยรังแต่จะทำให้คุณอาร์ตไม่สบายใจและตงิดใจขึ้นมาอีกครั้ง จึงเปิดดูภาพฟุตเทจที่ถ่ายติดผู้หญิงที่โดดสะพานดูอีกครั้ง เมื่อสังเกตดูดี ๆ อีกครั้ง คุณอาร์ตก็แทบช็อค! เพราะรูปร่างหน้าตาลักษณะของผู้หญิงคนนี้ตรงกับสิ่งที่เห็นในมุมมืดตรงประตูที่โรงแรม! คุณอาร์ตจึงคิดว่าใช่แน่ ๆ เพราะหากเทียบทามไลน์วันเวลาที่เขาเสียชีวิตก็จะตรงกันพอดีกับเหตุการณ์ที่คุณอาร์ตเจอ คำถามผุดขึ้นมาในหัวทันทีว่า “เขาตามเรามาทำไม? และตามมาเพื่ออะไร?” ปริศนาและวิญญาณที่ตามติดอยู่กับคุณอาร์ตร่วมเดือน คุณอาร์ตจึงพยายามหาจุดเชื่อมโยงของเหตุการณ์ทั้งหมดอีกครั้ง จนพบว่า ตอนที่ไปเที่ยวแพ 500 ไร่ แล้วรู้สึกว่าไม่อยากลงเล่นน้ำ เพราะผู้หญิงคนนั้นเสียชีวิตในน้ำ ราวกับเขามองดูอยู่ในน้ำอย่างไรอย่างนั้น และยังพบอีกว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่คุณพ่อของหนึ่งในทีมงานเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ พอได้รับการรักษาแล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่ามีผู้หญิงใส่เสื้อสีน้ำตาลตัดหน้ารถเขา จนเกิดอุบัติเหตุนั่นเอง เมื่อคุณอาร์ตวิเคราะห์ดูแล้วก็ตรงกับลักษณะของผู้หญิงที่กระโดดสะพานเสียชีวิต! คุณอาร์ตนำเรื่องนี้ไปเล่าให้ผู้หญิงที่นับถือฟังอีกครั้ง และถามว่าคุณพ่อของทีมงานคนนั้นเกี่ยวข้องกันอย่างไร เธอจึงตอบว่า ในคืนที่นั่งดื่มสังสรรค์กันที่โรงแรม ถ้ามีใครจิตอ่อนหรือมีญาติที่จิตอ่อนที่สุด ผู้หญิงคนนั้นก็จะไปหาทันที! นั่นทำให้คุณอาร์ตมั่นใจว่าเขาเองคิดถูก เมื่อปริศนาเริ่มคลี่คลาย แต่วิญญาณตนนั้นยังคงตามติดคุณอาร์ตอยู่เรื่อย ๆ และเมื่อไม่รู้จะทำอย่างไร จึงไปขอคำปรึกษาจากพระรูปหนึ่ง พระท่านก็ตอบว่า “ช่วยอะไรไม่ได้ เขาอยากอยู่กับคุณอาร์ต” เมื่อไม่พบหนทางแก้ไขและผูกใจสงสัย “จะอยากอยู่เพื่ออะไร? ทั้ง ๆ ที่เจอกันแค่เสี้ยวนาที” คุณอาร์ตตัดสินใจนำภาพฟุตเทจที่ถ่ายติดผู้หญิงคนนี้โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย เพื่อเช็คว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันจริงหรือไม่จริงกันแน่.. และแล้วปริศนาทุกอย่างก็กระจ่าง เมื่อมีข้อความหนึ่งส่งรูปตัวเองที่ถ่ายคู่กับผู้หญิงคนนั้น พร้อมกับประโยคชวนขนหัวลุกว่า “คนนี้ไงคะ ที่โดดน้ำตาย” และอธิบายว่าสาเหตุมาจากทะเลาะกับแฟน ส่วนคนที่ส่งมาคือพี่สะใภ้นั่นเอง เมื่อคุณอาร์ตเพ่งมองดูรูปนั้นอีกครั้งก็จำได้ทันทีว่าก่อนที่จะไปถ่ายรายการ คุณอาร์ตไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีมาแล้ว ผู้หญิงที่เสียชีวิตเป็นแฟนคลับที่บังเอิญเจอกับคุณอาร์ตในร้านค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งความทรงจำดี ๆ ในวันนั้นจบลงที่ผู้หญิงคนนี้พูดไว้ว่า “ถ้าพี่อาร์ตมาอีกเมื่อไหร่ มาหาหนูอีกนะคะ” คุณอาร์ตก็ตบปากรับคำไปว่า “ได้ครับ เดี๋ยวมาหานะครับ” ในที่สุดเรื่องราวทุกอย่างก็ปะติดปะต่อกันจนครบ “รอยยิ้มที่มอบให้กันในวันนั้น ทำให้จิตสุดท้ายของเขาได้ผูกไว้กับเรา ที่พระท่านบอกว่า ช่วยอะไรเราไม่ได้ เพราะตัวเราต้องรู้เองว่าเขาเป็นใคร” คุณอาร์ตกล่าว หลังจากนั้นคุณอาร์ตจึงตัดสินใจพาเขากลับไปส่งยังที่สะพานแห่งนั้นพร้อมบอกกับเขาว่า“มาส่งแล้วนะ ไปอยู่ในที่ของตัวเอง ใครเชิญไปไหนก่อนหน้านี้ก็ไปตามเสียงเรียกนั้นนะ” และเขาก็หายไปและไม่ปรากฏให้คุณอาร์ตเห็นอีกเลย...(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)ติดตามฟังเรื่องเต็มได้ที่

album
efm
-

-