เรื่องเล่าจาก นนท์ อินทนนท์ ’เปรตขอส่วนบุญ‘ I อังคารคลุมโปง X นนท์ อินทนนท์ [ 9 ก.ค. 2567]

อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจาก นนท์ อินทนนท์ ’เปรตขอส่วนบุญ‘ I อังคารคลุมโปง X นนท์ อินทนนท์ [ 9 ก.ค. 2567]

15 ก.ค. 2024

       เรื่องราวนี้ ‘คุณนนท์ อินทนนท์‘ ได้นำมาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (9 กรกฎาคม 2567) ขนหัวลุกไปกับ ‘ดีเจแนน’, ‘ดีเจเจ็ม’ และ ‘ดีเจมดดำ‘ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ’เปรตขอส่วนบุญ‘ จะหลอนขนาดไหนนั้น ไปอ่านกันเลย!

       คุณนนท์เล่าว่า ตนเคยไปบวชที่เชียงราย เป็นวัดตรงข้ามบ้าน เป็นการบวชหลังเรียนจบก็เมื่อ 10 ปีที่เเล้ว เพราะเคยคิดหลังเรียนจบก็ตั้งใจจะบวช โดยปกติของพระใหม่ส่วนใหญ่ที่ต่างจังหวัดก็จะให้นอนในโบสถ์ ซึ่งโบสถ์ส่วนใหญ่จะไม่มีห้องน้ำในตัว ต้องเดินไปเข้าห้องน้ำด้านนอก ในคืนนั้นคุณนนท์ไม่ได้นอนคนเดียว มีคุณพ่อ คุณลุงเเละเณร 7 คน เมื่อทราบว่ามีเณรมาอยู่ด้วยก็สบายใจ จากนั้นก็พากันเข้านอน

       ในกลางดึกคืนนั้นคุณนนท์ตื่นขึ้นมาเพราะปวดปัสสาวะ จึงสะกิดปลุกคุณลุงไปเข้าห้องน้ำนอกโบสถ์ด้วยกัน พอทำธุระเสร็จก็กลับเข้ามานอนในโบสถ์ ระหว่างที่กำลังจะล้มตัวนอนก็มีเสียง เอี๊ยด เอี๊ยดด ดังขึ้น พอมองดูรอบ ๆ ก็ไม่มีอะไร เเต่หลังจากนั้นเสียง เอี๊ยดดด นั้นก็ลากยาวขึ้น ดังรอบ ๆ โบสถ์ คุณนนท์จึงสะกิดถามคุณลุงว่า

       “ลุงได้ยินเสียงอะไรมั้ย หนูว่าเสียงมันแปลก ๆ อ่ะ”

       ลุงตอบกลับว่า

       “ลุงอ่ะ ได้ยินตั้งเเต่เเรกแล้ว ที่นนท์ขยับตัวก็ไม่รู้จะได้ยินเหมือนกันมััย”

       แล้วลุงก็ได้บอกกับคุณนนท์ว่ามันคือเสียง เปรต

       พอรู้ว่าเป็นเสียงเปรตคุณนนท์ก็รู้สึกขนลุก จึงถามลุงต่อว่า

       “ทำไรได้บ้าง สวดมนต์ได้มั้ย อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้เขาได้มั้ย“

       ลุงก็ตอบกลับว่า

       ”ถ้ายิ่งทำ เขาจะยิ่งมาขอเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นนอนเเล้วตั้งสติ“

       คุณนนท์รู้แบบนี้เเล้วก็ทำอะไรไม่ได้จึงต้องข่มตาหลับ

       หลังจากที่บวชเสร็จ คุณนนท์ได้ไปถามกับหลวงพ่อว่า “หลวงพ่อ วันนั้นนนท์ได้ยินเสียงเเบบนี้นะ มันคือเสียงอะไร”

       หลวงพ่อตอบกลับว่า “เป็นเสียงเปรตนี่แหละ เเต่เป็นเปรตที่มีชีวิต“

       คุณนนท์ได้เเต่งงว่าเปรตที่มีชีวิตคืออะไร ลุงของคุณนนท์ที่นั่งอยู่ข้างกันก็สะกิดเเล้วพูดว่า

       ”เห็นป้าคนนั้นมั้ย เขาชอบขโมยของที่บิณฑบาตมาแล้วเอาไปกินเอาไปใช้“ เเล้วลุงของคุณนนท์ก็ได้อธิบายเพิ่มว่า ”เขายังไม่เสียชีวิต เเต่จิตเขาเป็นเปรต ตอนเขานอนเขาต้องชดใช้กรรม ด้วยการเป็นเปรตอยู่ในวัด“

       จนตอนนี้คุณนนท์ก็ยังเห็นคุณป้าคนนี้อยู่ที่วัด เเละยังมีพฤติกรรมเหมือนเดิม…

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

related อังคารคลุมโปง RECAP

เสียงปริศนาหลังกระต๊อบทำเสียวสันหลัง! พอมองลอดผ่านช่อง ก็เห็น...ระยะประชิดจนภาพติดตา!

10 มี.ค. 2023

เสียงปริศนาหลังกระต๊อบทำเสียวสันหลัง! พอมองลอดผ่านช่อง ก็เห็น...ระยะประชิดจนภาพติดตา!

ความเชื่อเรื่อง "ผีกระสือ" ที่มักจะเรืองแสงออกหากินของสดคาวและเน่าเหม็นในยามวิกาลมีมาอย่างยาวนานในบ้านเรา “พี่วิทย์ พชรพล” และครอบครัวก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เชื่อว่ากระสือมีจริง โดยอิงจากประสบการณ์ขนหัวลุก ที่พี่สาวแท้ ๆ ของพี่วิทย์เห็นมากับตา! โดยเรื่องนี้พี่วิทย์ได้นำมาเล่าให้ชาว “อังคารคลุมโปง X” (7 มีนาคม 2566) ได้เสียวสันหลังไปพร้อม กัน เรื่องจะเป็นยังไงนั้น ติดตามอ่านกันได้เลย! พี่วิทย์เล่าว่าต้องย้อนกลับไปเมื่อประมาณพี่วิทย์อายุแค่ 3 ขวบ ขณะที่ยังอาศัยอยู่ในย่านปากเกร็ด จ.นนทบุรี ครอบครัวที่เริ่มมีฐานะดีขึ้น จึงมีแพลนว่าจะสร้างบ้านที่สวนฝรั่ง ระหว่างที่กำลังสร้างบ้าน ก็พักอาศัยอยู่ในกระต๊อบหลังเล็กชั่วคราวไปก่อน พี่วิทย์และพี่ ๆ ในครอบครัวก็ชอบไปตกปลาหลังกระต๊อบ เพราะมีน้ำท่วมบ่อย และมีปลิงตัวเล็ก ๆ ทำให้พ่อมักจะห้ามไม่ให้เด็ก ๆ ในครอบครัวมาเล่นบริเวณนี้ นอกจากนั้น หลังกระต๊อบก็มีไส้ไก่ หรือพวกของเน่าเสียถูกนำมาทิ้งไว้ พี่วิทย์อธิบายกระต๊อบหลังนั้นคร่าว ๆ ว่าทำจากไม้อัดยาว ๆ เรียงต่อกันทำให้จะมีช่องเล็ก ๆ ส่วนหลังคาเป็นสังกะสี ในทุก ๆ คืน จะได้ยินเสียงอะไรบางอย่างอยู่ข้างหลัง พี่สาวของพี่วิทย์ 2 คน ที่นอนอยู่ติดกับกำแพงไม้ก็นึกสงสัย และอยากรู้ให้ได้ว่ามันคือเสียงอะไร ทั้ง 2 ส่องลอดผ่านช่องแผ่นไม้กระต๊อบในระยะประชิด ก็เห็นเป็นผู้หญิงแก่ผมยาวยุ่งรุงรังกำลังกินไส้ไก่ด้วยความมูมมาม ที่สำคัญคือมีแสงไฟเล็ก ๆ ส่องสว่างขึ้นแล้วก็ดับ! พี่สาวของพี่วิทย์บอกว่า “ทุกครั้งที่พี่เล่า ภาพนั้นยังติดตาพี่อยู่เลยวิทย์” พี่วิทย์เชื่อว่าสิ่งนั้นคือ “กระสือ” ทั้งยังย้ำอย่างชัดเจนว่าไม่ได้โกหก และเล่าเสริมว่า “พี่สาวพี่ยังบอกอีกนะ ว่าตอนนั้นเขากินอย่างอร่อย เห็นหน้าไม่ชัดแต่ก็เห็นเป็นคนแก่ หลังจากเขากินเสร็จ เขาก็ลอยออกไป แต่ลอยต่ำ ๆ นะไม่ได้ลอยสูง จากนั้นก็หายไป!” และยังเล่าอีกว่าพอเช้าวันถัดมา “ลุงขาว” พี่ชายแท้ ๆ ของพ่อพี่วิทย์เดินมาบอกว่า “เนี่ย ยายคนนี้ (กระสือ) แกเอาปากไปเช็ดคราบเลือกที่ผ้าขาวม้า” พ่อพี่วิทย์ก็บอกว่า “เมื่อคืนลูกสาว 2 คนก็เห็น” แม้ตอนนั้นพี่วิทย์จะยังเด็กมาก แต่ก็จำได้ว่าหลังกระต๊อบนั้นมีน้ำท่วมขัง พี่วิทย์ชอบเอาขาไปเล่นแล้วก็ไปตกปลากับพวกพี่ ๆ แต่พ่อก็จะมาอุ้มพี่วิทย์ออกไป เพราะมีปลิงมาเกาะ แล้วยังจำได้อีกว่าหลังกระต๊อบจะมีกลิ่นเหม็นมาก เพราะทิ้งของเน่าของเสีย อย่างไส้ไก่ไว้..(เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)ติดตามฟังเรื่องเต็มได้ที่

เรื่องเล่าจากคุณกรณ์ VG13 ‘หมู่บ้านออนเซ็น’ l อังคารคลุมโปง X ต้นกล้า คืนพุธมุดผ้าห่ม [22 เม.ย 2568]

27 เม.ย. 2025

เรื่องเล่าจากคุณกรณ์ VG13 ‘หมู่บ้านออนเซ็น’ l อังคารคลุมโปง X ต้นกล้า คืนพุธมุดผ้าห่ม [22 เม.ย 2568]

อยากทำให้ความสัมพันธ์กับภรรยาดีขึ้น ด้วยการไปออนเซ็น ที่ภรรยาชอบ แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อไปเจอศาลที่แปลกตา และดันปากไวทักไปว่า “สกปรก” หลังจากนั้นเรื่องราวสุดหลอนที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นไม่หยุด…! ไปติดตามเรื่องเล่าของ ‘คุณกร’ ที่ได้นำเรื่อง ‘หมู่บ้านออนเซ็น’ มาเล่าในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X (22 เมษายน 2568)’ พร้อมด้วย ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ถ้าพร้อมแล้ว ไปอ่านกันเลย! คุณกรได้เล่าว่า.. เมื่อ 7 ปีก่อน เพื่อนของคุณกรที่ชื่อ ‘คุณแมน’ (นามสมมติ) รู้สึกว่าชีวิตคู่ระหองระแหง คุณแมนจึงชวนคุณหญิง(ภรรยา) ไปเที่ยวออนเซ็นที่ประเทศญี่ปุ่นเพราะคุณหญิงชอบ และคิดว่าการไปเที่ยวครั้งนี้จะเป็นโอกาสที่จะได้เชื่อมความสัมพันธ์กันอีกครั้ง ก่อนไปก็ฝากลูกไว้กับแม่ จากนั้นคุณแมนก็จองตั๋วเครื่องบินทันที ส่วนที่พักคุณแมนตั้งใจจะไปจองเมื่อไปถึงเพื่อจะเซอร์ไพรส์คุณหญิง ช่วงที่ทั้งคู่ไปเป็นช่วงที่ยังมีฝนตกอยู่ คุณแมนและคุณหญิงจึงเลือกนั่งรถบัสไปลงที่จุดหมาย เมื่อไปถึงก็พบว่าหมู่บ้านนี้ เป็นหมู่บ้านออนเซ็นที่มีบ่อออนเซ็นอยู่หลายบ่อ และที่พักเป็นแบบบ้านเช่าเรียวกัง สไตล์ญี่ปุ่นเก่า ๆ ที่ประกาศอยู่บนเว็บไซต์ ระหว่างทางที่เดินไปยังบ้านพัก คุณแมนก็สังเกตได้ว่า ไม่ว่าจะซ้ายหรือขวาก็ไม่มีคนอยู่ และบ้านบริเวณนั้นเป็นบ้านร้าง เมื่อคุณแมนและคุณหญิงเดินไปถึงบ้านพัก ก็พบกับกุญแจบ้านที่เจ้าของวางไว้ให้หน้าประตู ในคืนแรกทั้งสองคนได้พักผ่อนกันตามปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้น เช้าวันรุ่งขึ้น คุณแมนและคุณหญิงเลือกที่จะเดินตามแผนที่ ที่บอกตำแหน่งที่ตั้งของบ่อออนเซ็น และไปแช่บ่อออนเซ็นจนถึงเย็น ระหว่างที่เดินทางกลับมาบ้านพัก สายตาของคุณแมนมองไปเห็นศาลที่ตั้งอยู่ เป็นศาลหินเก่า ๆ ที่มีลักษณะแปลกตา ตั้งอยู่ใต้ต้นไม้ และด้วยความแปลกตาคุณแมนและคุณหญิงจึงลองเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ พอได้เห็นใกล้ ๆ ก็พบว่าเป็นตุ๊กตาผู้หญิง สวมชุดกีโมโนสีขาวหนึ่งตัว กำลังนั่งคุกเข่า ผมยาว ทั้งตัวค่อนข้างม่อมแมม ในตอนนั้นคุณแมนได้คิดในใจว่า ‘แปลกมาก ทำไมถึงมีตุ๊กตาแบบนี้อยู่ในศาสนา’ คุณแมนจึงสะกิดคุณหญิงให้ดูตุ๊กตาตัวนี้ด้วยเหมือนกัน แล้วพูดว่า “ดูดิ แปลกมากเลย แล้วดูตัวสกปรกด้วยอะ ไม่น่าเอาตุ๊กตาสกปรกแบบนี้มาตั้งในศาลเลย ดูน่ากลัวมาก” คุณแมนพูดขึ้นแบบไม่ได้คิดอะไร และเดินเข้าไปในหมู่บ้านเหมือนเดิม และคืนที่สอง ช่วงเวลาประมาณ 4-5 ทุ่ม ในขณะที่คุณแมนกำลังหลับอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงร้อง เสียงคนพูด แต่ลักษณะของเสียงคล้ายกับเสียงลมพัด และเสียงฝน คุณแมนจึงคิดว่าอาจจะเป็นเสียงของคุณหญิง และพยายามที่จะพลิกตัวไปดู แต่ตัวของคุณแมนที่นอนหงายอยู่ก็เหมือนถูกล็อกเอาไว้ และรู้สึกหายใจไม่ออกเหมือนมีอะไรกดทับอยู่บริเวณหน้าอก ในเวลาเดียวกันนั้นคุณแมนก็รู้สึกเหมือนมีเส้นผมริ้ว ๆ สัมผัสเข้าที่ใบหน้า พร้อมกับเสียงร้องที่ดังขึ้นอยู่เรื่อย ๆ ในตอนนั้นคุณแมนคิดแค่ว่าจะทำอย่างไรดี ตัวของคุณแมนเองก็อยากลืมตาขึ้นมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะอาจจะเป็นคุณหญิงที่พลิกตัวมา และเอาเส้นผมมาสัมผัสที่ใบหน้าของเขา คุณแมนเริ่มคันที่หน้ามากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ขยับตัวไม่ได้ และรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก จึงพยายามฝืนแรงลืมตาขึ้นมา เมื่อลืมตาขึ้นมา ทุกสิ่งก็มืดสนิท แต่ด้วยความที่ยังรู้สึกคันหน้า คุณแมนจึงพยายามสะบัดหน้าไปมา ทันใดนั้นคุณแมนรู้ได้ทันทีว่า ที่เห็นว่ามืดสนิทนั้นต้องเป็นอะไรสักอย่างแน่นอน คุณแมนจึงเงยหน้าขึ้นไปบนเพดาน เส้นผมที่ติดอยู่ที่หน้าของคุณแมนก็เริ่มถอยออกและยาวขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงเพดาน และเห็นเป็นหน้าของผู้หญิงกำลังจ้องมองมาที่คุณแมน โดยจ้องมาด้วยสายตาที่โกรธจัด ดวงตาแดงก่ำ หน้าซีดขาว คอยาว ส่วนลำตัวที่กดตัวของคุณแมนไว้ เป็นผู้หญิงใส่ชุดกิโมโนสีขาวสกปรก เมื่อเห็นอย่างนั้น คุณแมนจึงตกใจเป็นอย่างมากและกรี๊ดออกมาสุดเสียง เพื่อที่จะให้ตัวเองหลุดจากการถูกกด และเมื่อหลุดออกมาได้แล้ว คุณแมนก็หันไปหาคุณหญิงเพื่อปลุกทันที แต่พอหันไปแทนที่จะเป็นใบหน้าของคุณหญิง ก็กลับกลายเป็นใบหน้าของผู้หญิงที่กดตัวคุณแมนไว้ ที่กำลังจ้องมาด้วยสายตาโกรธจัด คุณแมนจึงตกใจจนสะดุ้งลุกขึ้น และรีบไปตามหาคุณหญิง คุณแมนเลื่อนประตูทุกบานที่เปิดได้ภายในบ้าน โดยหวังว่าจะพบคุณหญิง และตะโกนเรียกคุณหญิง แต่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา ซึ่งข้างนอกฝนก็ยังคงตกอยู่ คุณแมนพยายามมองไปทั่วบ้าน เพื่อจะหารองเท้าแต่ก็พบว่ารองเท้าได้หายไป ดังนั้นคุณแมนคิดว่าคุณหญิงอาจจะออกไปข้างนอก จึงหาไฟฉายกับร่ม และเปิดประตูออกไปข้างนอกทันที เมื่อส่องไฟฉายออกไปข้างนอกก็มืดสนิท มีแต่ไฟฉายของคุณแมนเท่านั้นที่สว่างอยู่ และส่องไปอีกไกล ๆ ที่บริเวณต้นไม้ก็เห็นเป็นเงาตะคุ่ม ๆ อยู่ คุณแมนก็คิดในใจว่า ‘จะใช่ภรรยาของเขาหรือเปล่า’ คุณแมนค่อย ๆ เดินเข้าไป และตะโกนเรียกชื่อคุณหญิงไปด้วย เมื่อเดินไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มเห็นชัดขึ้น และตรงนั้นก็เป็นคุณหญิงที่ยืนอยู่หน้าศาล ทั้งตัวเปียก ยืนก้มหน้า และตัวก็แกว่งซ้ายขวาไปมาอยู่แบบนั้น คุณแมนจึงเดินเข้าไปเขย่าตัวคุณหญิง พร้อมกับตะโกนเรียก “หญิง! หญิงเป็นอะไร! หญิง!” คุณแมนทำแบบนั้นอยู่นานกว่าที่คุณหญิงจะรู้สึกตัว เมื่อคุณหญิงรู้สึกตัวก็ตกใจว่า ตัวเธอเองมายืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร เพราะก่อนหน้านี้ในขณะที่หลับอยู่ คุณหญิงได้ฝันว่า มีผู้หญิงหน้าตาดี ชวนให้เดินออกมาตรงนี้ แต่ไม่คิดว่าตัวเองจะเดินออกมาจริง ๆ พอได้สติคุณแมนและคุณหญิงจึงรีบกลับมาที่บ้านพัก เมื่อมาถึงทั้งคู่ก็ไม่มีใครกล้านอนจนถึงเช้า เช้าวันต่อมาคุณแมนและคุณหญิง ยังรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และคิดว่าทั้งคู่ฝันไป แต่ด้วยแพลนที่จะต้องไปเที่ยวบ่อออนเซ็นในวันนี้ คุณแมนและคุณหญิงจึงตัดสินใจที่จะไปเที่ยวกันต่อ และพยายามลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน พอตกเย็น คุณแมนและคุณหญิงก็กลับมาบ้านพัก ระหว่างทางเดินกลับเมื่อถึงจุดตั้งศาลตุ๊กตากิโมโน เพียงแค่คุณแมนมองไป ก็เกิดอาการปวดหัวอย่างหนัก เจ็บคอ และไข้ขึ้นสูง ทั้งคู่ตัดสินใจเรียกรถโรงพยาบาล เมื่อไปถึงจึงได้ให้ประกันประสานงานกับทางโรงพยาบาล และสรุปได้ข้อว่าต้องนอนที่โรงพยาบาล 2 คืน แต่ด้วยอาการของคุณแมนที่แย่ลง ทำให้ต้องจองตั๋วเครื่องบินกลับประเทศไทยทันที เมื่อถึงประเทศไทย อาการของคุณแมนก็ยังไม่ดีขึ้น คอที่รู้สึกเจ็บก็เริ่มเป็นหนองกลืนน้ำลายลำบาก จนต้องส่งเข้าห้อง ICU ส่วนคุณหญิงที่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับเหตุการณ์นี้ จึงได้โทรหาพี่สาวที่เป็นคนมีเซ้นส์เรื่องวิญญาณ เพราะคุณแมนมีอาการนอนเพ้อพูดว่า ‘กลัวแล้ว กลัวแล้ว’ และเมื่อพี่สาวคุณหญิงมาถึงหน้าห้อง ICU ก็พูดขึ้นมาว่า “มีผู้หญิงผมยาว ใส่ชุดสีขาวสกปรก ยืดจ้องหน้าแฟนเธออยู่นะ ไปทำอะไรมาหรือเปล่า ทำไมเขาตามมา เขาเป็นใคร ดูเหมือนเขาจะไม่พูดภาษาไทย แล้วยังโกรธมากด้วย” ได้ยินดังนั้น คุณหญิงจึงเล่าเหตุการณ์เกิดขึ้นทั้งหมดให้พี่สาวฟัง พี่สาวคุณหญิงจึงพยายามที่จะสื่อสารกับวิญญาณและบอกกับคุณหญิงว่า “ผู้หญิงคนนี้โกรธมาก แล้วต้องการเอาชีวิตคุณแมนให้ได้ เขาโกรธมากที่ไปดูถูกเขา” คุณหญิงจึงถามว่า “ไปดูถูกอะไร” พี่สาวจึงบอกว่า “ก็ไปยืนดูถูกเขา เหมือนไปเหยียดหยามเขาที่หน้าศาล เขารับไม่ได้ เขาจะเอาชีวิตไปให้ได้ และยังไปนอนในบ้านของเขาอีก” และเมื่อสื่อสารกันไปมาก็ได้รู้ว่า ผู้หญิงคนนี้เคยผิดหวังในความรัก เธอตัดสินใจจบชีวิตลงด้วยการผูกคอในห้องนอนของตัวเอง ในบ้านหลังนั้น ทำให้วิญญาณของผู้หญิงคนนี้เฮี้ยนมาก คนที่เคยอยู่ในหมู่บ้านนั้นก็เริ่มทยอยออกกันทีละหลังจนไม่เหลือใคร คนในหมู่บ้านพยายามหาหมอผีมาปราบแต่ก็ไม่ได้ผล จึงได้สร้างศาลขึ้นมาและเอาตุ๊กตากิโมโนญี่ปุ่นที่เปรียบเหมือนตัวแทนของผู้หญิงคนนั้นเอาไปไว้ในศาล เมื่อวันเวลาผ่านไปจึงไม่ค่อยมีคนมาดูแล จึงทำให้สกปรกจนมาถึงปัจจุบัน และด้วยความเป็นสถานที่ท่องเที่ยว หลาย ๆ คนในหมู่บ้านจึงปล่อยให้บ้านแต่ละหลังเป็นบ้านเช่าสำหรับนักท่องเที่ยว พอได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด คุณแมนและคุณหญิงเลยได้ทำการขอขมากรรมอยู่บ่อยครั้ง ที่ไปดูถูก เหยียดหยามผู้หญิงคนนั้น และอาการของคุณแมนก็ค่อย ๆ ดีขึ้น จากเหตุการณ์นี้ทำให้คุณแมนที่ไม่เคยเชื่อเรื่องผี ก็เชื่อขึ้นมาทันที(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

ลุงข้างบ้านที่ไม่ได้เจอกันนาน พอกลับมาเจอทุกครั้ง ลุงยังทักทายและยิ้มให้ พอรู้ความจริง ขนหัวลุกไม่หยุด!

26 ก.พ. 2024

ลุงข้างบ้านที่ไม่ได้เจอกันนาน พอกลับมาเจอทุกครั้ง ลุงยังทักทายและยิ้มให้ พอรู้ความจริง ขนหัวลุกไม่หยุด!

เรื่องนี้ ‘คุณออโต้’ ได้นำมาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (20 กุมภาพันธ์ 2567) ฟังพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับลุงข้างบ้านที่ไม่ได้เจอกันนาน พอกลับมาเจอกันอีก ลุงก็ทักทายและยิ้มให้เสมอ แต่พอมารู้ความจริงถึงกับช็อก เรื่องราวนี้จะเป็นอย่างไร ไปอ่านกันเลย! โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประสบการณ์ที่เคยเจอกับตัวเองของคุณออโต้เมื่อ 25 ปีก่อน เป็นช่วงที่กำลังเรียนที่มหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1 ซึ่งในช่วง 4 เดือนแรกที่ไปเรียน คุณออโต้ก็ได้ทำกิจกรรมของมหาวิทยาลัย จึงไม่ค่อยมีเวลากลับบ้าน จนกระทั่งสอบปลายภาคเสร็จแล้วปิดเทอม จึงได้กลับบ้าน บ้านคุณออโต้อยู่ต่างจังหวัด พ่อแม่เป็นข้าราชการ จึงไม่ค่อยอยู่บ้าน คุณออโต้จึงตัดสินใจนั่งรถกลับบ้านแต่จะไปลงที่บ้านเพื่อนก่อน เพื่อรอให้พ่อแม่กลับบ้านแล้วคุณออโต้ถึงจะกลับ ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงปิดเทอม เพื่อน ๆ ต่างมหาวิทยาลัย ก็ได้นัดมารวมตัวกันเพื่อดื่มสังสรรค์ จนกระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 4-5 ทุ่ม คุณออโต้ก็คิดว่าถ้าดึกไปมากกว่านี้ กลัวว่าพ่อแม่จะเข้านอนก่อน ซึ่งจะเข้าบ้านไม่ได้ คุณออโต้ก็เลยขอให้ ‘คุณบี’ (นามสมมติ) ขับรถไปส่งที่บ้าน ส่วนตัวของคุณบีเป็นคนกลัวผีมาก พอขับรถไปส่งคุณออโต้ถึงแค่หน้าปากซอยก็ขอกลับทันที ก่อนกลับคุณบีก็บอกกับคุณออโต้ว่า “ไอ้โต้ มึงเดินเข้าบ้านมึงเองนะ” คุณออโต้ที่เกรงใจเพื่อนมากจึงตอบไปว่า “ได้ ๆ ไม่เป็นไร เดี๋ยวเดินเข้าบ้านเอง” บ้านคุณออโต้ห่างจากปากซอยประมาณ 800-900 เมตร และสามารถเลือกเส้นทางเดินกลับบ้านได้ 2 เส้นทางคือ เส้นทางแรกต้องเดินผ่านวัด ผ่านกำแพงวัดที่มีโกฐกระดูกของผู้เสียชีวิต และเส้นทางที่ 2 คือ ทางเล็ก ๆ ที่ต้องเดินลัดเลาะตามบ้านของคนอื่น ซึ่งในเวลานั้นคุณออโต้ก็ตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ 2 ก่อนที่จะถึงบ้านคุณออโต้ จะต้องเดินผ่านบ้านของ ‘ลุงเพชร’ ที่เป็นช่างเย็บเสื้อผ้า ซึ่งลุงเพชรรู้จักกับคุณออโต้มานานและเย็บชุดนักเรียนให้คุณออโต้มาตั้งแต่สมัยมัธยม ในขณะที่คุณออโต้กำลังเดินผ่านไปข้างหลังบ้านลุงเพชร ก็ได้ยินเสียงไอขึ้นมา “แค่ก ๆ” คุณออโต้จึงหันไปมองที่ต้นเสียง ปรากฏว่าเป็นลุงเพชรที่กำลังนั่งอยู่บนแคร่ตรงสวนหลังบ้าน คุณออโต้ตกใจจึงพูดกับลุงเพชรไปว่า “โห้ลุง! ทำไมยังไม่นอน” ลุงเพชรก็ยิ้มให้ แล้วตอบกลับมาว่า “ออโต้พึ่งกลับมาบ้านหรอ” คุณออโต้ที่กำลังรีบกลับบ้านเพราะกลัวพ่อแม่จะนอนหลับก่อนแล้วจะเข้าบ้านไม่ได้ จึงตอบส่ง ๆ ไปว่า “ครับ ๆ” พอถึงบ้านคุณออโต้ก็ทำธุระส่วนตัว เสร็จแล้วก็ขึ้นไปชั้น 2 ของบ้าน พอไม่ได้กลับบ้านนาน ก็รู้สึกคิดถึงบรรยากาศเก่า ๆ จึงออกไปดูวิวที่ระเบียง ปรากฏว่าคุณออโต้ยังเห็นลุงเพชรนั่งอยู่บนแคร่เหมือนเดิม คุณออโต้รู้สึกแปลกใจ เพราะต่างจังหวัดคนมีอายุจะเข้านอนเร็ว คุณออโต้ก็คิดในใจสักพัก ก็ได้ยินเสียงน้องชายตะโกนขึ้นมาว่า “พี่ออโต้ มาดูคอมให้หน่อย” จากนั้นคุณออโต้ก็ลงไปดูคอมให้น้อง เวลาผ่านไปสักพักก็เดินกลับมาที่เดิม แต่ครั้งนี้ก็ไม่เจอลุงเพชรแล้ว ตลอดระยะเวลาที่ปิดเทอม คุณออโต้ก็มีการไปดื่มสังสรรค์กับเพื่อนเป็นประจำ กลับบ้านทีก็ 4-5 ทุ่ม ซึ่งคุณออโต้ก็ใช้จะเส้นทางเดิมที่ลัดเลาะตามบ้านของคนอื่น และทุก ๆ ครั้งที่กลับบ้าน ก็จะเจอลุงเพชรทักทายและยิ้มให้ตลอด จนเวลาผ่านไปใกล้ถึงวันที่จะเปิดเทอม คุณออโต้มีชุดนักศึกษาตัวหนึ่งที่ซื้อมาผิดไซส์ จึงตั้งใจว่าจะเอาไปให้ลุงเพชรซ่อมให้ วันนั้นคุณออโต้ก็ตื่นแต่เช้า เพื่อที่จะขอเงินแม่ไปจ่ายค่าซ่อมชุด แม่ก็ถามว่า “จะเอาไปซ่อมที่ไหน” คุณออโต้ก็ตอบไปว่า “กับลุงเพชรไงครับ” พอแม่ได้ยินก็มีท่าทีที่ตกใจ และสีหน้าเหมือนคนกำลังจะร้องไห้ แม่ก็ถามย้ำอีกรอบหนึ่งว่า “จะเอาไปซ่อมที่ไหน” คุณออโต้ก็ตอบเหมือนเดิมว่า “ลุงเพชรไงครับ ลุงที่อยู่ข้างบ้านเรา” พอพูดจบแม่ก็เดินมาตีคุณออโต้ แล้วก็ตวาดใส่คุณออโต้ว่า “จะไปแก้กับลุงเพชรได้ยังไง ลุงเพชรตายไปตั้งแต่แกไปเรียนที่มหาวิทยาลัยช่วงแรก ๆ แล้ว” ซึ่งคุณออโต้ไม่เชื่อ เพราะเจอลุงเพชรทุกวันและลุงเพชรก็ยังทักทายคุณออโต้ปกติ แม่ก็ยังบอกอีกว่า “อย่าโกหกนะ แม่กลัว” คุณออโต้คิดว่าแม่ตัวเองขี้เหนียวหาว่าจนนั้นกุเรื่องคนเสียชีวิตมาพูดแทน คุณออโต้หัวเสียจึงเดินออกจากบ้านแล้วเจอพ่อ คุณออโต้ก็เดินไปขอเงินพ่อ พ่อเลยถามว่า “จะเอาเงินไปทำอะไร” คุณออโต้ก็ตอบไปว่า “จะเอาไปจ่ายค่าซ่อมชุดนักศึกษา” ซึ่งพ่อก็ถามคำถามเดียวกับแม่ว่า “จะเอาไปซ่อมที่ไหน” คุณออโต้ก็ตอบเหมือนเดิมว่า “ลุงเพชรไงครับ ลุงที่อยู่ข้างบ้านเรา” พอพ่อได้ยินก็นิ่งไปสักพัก พ่อก็พูดขึ้นมาว่า “ลุงเพชรแกเสียแล้วนะ” หลังจากนั้นพ่อก็เดินเข้าไปหยิบอะไรบางอย่างในบ้าน แล้วยื่นให้คุณออโต้ดู ปรากฏว่าเป็นซองงานศพของลุงเพชร พอคุณออโต้เห็นถึงกับช็อก ทำตัวไม่ถูก ซึ่งคุณออโต้จึงกลับมาคิดกับตัวเองว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คุณออโต้เจอลุงเพชรทุกวัน ลุงเพชรก็ยังทักทายและยิ้มให้ปกติ แล้วพ่อก็เล่าให้คุณออโต้ฟังว่า “ก่อนที่ลุงเพชรจะเสียชีวิต ลุงเพชรถามหาออโต้ด้วย” คุณออโต้ก็คิดว่า ด้วยความที่สนิทกันกับลุงเพชรและรู้จักกันมานาน ตั้งแต่เด็ก ๆ ลุงเพชรอาจอยากมาลาคุณออโต้ก็ได้(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจาก ขวัญ น้ำมันพราย 'กูยังไม่ตาย' I อังคารคลุมโปง X ขวัญ น้ำมันพราย [ 10 ก.ย. 2567]

13 ก.ย. 2024

เรื่องเล่าจาก ขวัญ น้ำมันพราย 'กูยังไม่ตาย' I อังคารคลุมโปง X ขวัญ น้ำมันพราย [ 10 ก.ย. 2567]

เรื่องราวนี้ ‘คุณขวัญ น้ำมันพราย‘ ได้นำมาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (11 กันยายน 2567) ขนหัวลุกไปกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม‘ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ’กูยังไม่ตาย‘ จะหลอนขนาดไหนนั้น ไปอ่านกันเลย! คุณขวัญเล่าว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของ ‘ปุ๊ก’ ที่เป็นเพื่อนของตนในสมัยเรียน ปวช. ทั้งคู่ไม่ได้เจอกันมา 20 ปีแล้ว ย้อนกลับไปเมื่อปี 40 ก่อน หลังจากเรียน ปวช.จบที่ระยอง ปุ๊กก็ได้ย้ายไปอยู่อีกจังหวัด ได้ไปเจอเพื่อนใหม่และได้เช่าหอพักอยู่ด้วยกัน ซึ่งหอพักนี้คือหอพักของเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่มที่ชื่อ ‘ตั๋ม’ เเละยังเป็นที่รวมพลของกลุ่ม หอพักในสมัยนั้นมีโทรศัพท์กลางที่ตั้งอยู่หน้าหอพัก เมื่อมีปัญหาอะไรก็โทรหา รปภ. ได้ วันนั้นเป็นวันที่จะเริ่มเรียนซัมเมอร์ ในกลุ่มมีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ ‘เล็ก’ ซึ่งเป็นคนที่สวยมาก แต่น่าสงสารเพราะว่าพ่อแม่เสียไปแล้ว ทุกวันนี้เล็กจึงอยู่กับยายเเล้วก็หลานที่บ้านหลังหนึ่ง เล็กมักจะพยายามชวนเพื่อนในกลุ่มว่า “ว่าง ๆ ไปเที่ยวบ้านชั้นสิ” เพื่อน ๆ ทราบเช่นนั้นก็รวมตัวกันไป ปรากฏว่าบ้านของเล็กนั้นอยู่อีกอำเภอซึ่งไกลมาก เมื่อถึงบ้านของเล็ก ปุ๊กก็ได้บอกกับคุณขวัญว่า “ไม่อยากนอนค้างที่บ้านหลังนี้เลย บ้านหลังนี้น่ากลัวมาก“ ซึ่งลักษณะของบ้านจะเป็นไม้ยก 2 ชั้น ตั้งอยู่กลางสวนมะพร้าว มืดทะมึน ห้องน้ำอยู่นอกตัวบ้านเเละบ้านหลังนี้คุณตาของเล็กเพิ่งจะเสียชีวิตไป ในตอนแรกปุ๊กคิดว่าบ้านหลังนี้อยู่กัน 3 คน เเต่ปรากฎว่ามีเเฟนของเล็กอยู่ด้วยอีกคน ในคืนวันนั้นปุ๊กเเละกลุ่มเพื่อนได้นอนเปิดประตูอยู่บนชั้น 2 แต่แล้วก็มีเสียง ปึก ปึก ปึกก! เหมือนเป็นเสียงคนเดินขึ้นบันได ในระหว่างที่มีเสียงนั้น ทุกคนก็จ้องไปประตูเพื่อดูว่าเป็นใครที่เดินขึ้นมา แต่เมื่อสุดขั้นบันได เสียงนั้นก็เงียบหายไป… ไม่มีใครเดินออกมา! ทุกคนได้เเต่สงสัยว่าเป็นใครเเต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก จากนั้นในตอนเช้าก็แยกย้ายกลับบ้าน ผ่านไปเมื่อปุ๊กเรียนซัมเมอร์จบ วันสุดท้ายของการเรียนวันนั้นก็ได้กลับบ้านที่ระยอง ในขณะที่เดินทางกลับก็มีเพจเจอร์เเจ้งเตือนขึ้นมา ซึ่งคนที่ส่งมาก็คือตั๋มเเละได้บอกว่า “เล็กตายเเล้ว” ปุ๊กก็ตกใจเเละไม่เชื่อในสิ่งที่ตั๋มบอก เพราะก่อนที่ปุ๊กจะขึ้นรถกลับบ้านนั้นทั้งคู่ยังกล่าวลากันอยู่เลยเเละเล็กยังได้บอกปุ๊กอีกว่าจะไปทำบุญกับครอบครัว ปุ๊กติดต่อเล็กไม่ได้จึงรอเวลาให้เล็กกลับไปที่หอ ในระหว่างที่รอ ปุ๊กก็ได้ทำธุระของตัวเองไปจนลืมเวลา เวลาล่วงเลยมาจนถึง 3 ทุ่ม พอปุ๊กนึกขึ้นได้จึงโทรไปหา รปภ.ที่หอว่า ปุ๊ก : ไปตามเพื่อนให้หน่อย ตามตั๋มให้หน่อย หนูอยากรู้เรื่องเพื่อนหนู เพื่อนหนูตาย รปภ. : ไม่ตามให้หรอก ดึกแล้ว ไม่ใช่พ่อแม่ ถ้าเกิดเป็นธุระด่วนก็ตาม เมื่อปุ๊กทราบเช่นนั้นก็ได้โทรหาเพื่อนที่อยู่อีกหลังหนึ่ง เพื่อนในกลุ่มก็สงสัยเเละบอกว่า “เล็กตายจริงหรอวะ?” ปุ๊กก็ตอบกลับว่า “จริง ก็มันบอกว่าไอเล็กตาย” ในขณะที่คุยกันก็มีเพื่อนบอกว่า “ปุ๊ก มึงมีเบอร์โทรศัพท์บ้านไอเล็กไม่ใช่หรอ มึงไม่โทรไปล่ะ” ปุ๊กจึงวางสายจากเพื่อนเเล้วโทรไปที่บ้านของเล็ก สายแรกที่โทรไปไม่มีใครรับ จึงโทรไปอีกครั้งปรากฏว่ามีคนรับสาย ซึ่งคนที่รับสายนั้นเป็นหลานของปุ๊ก “ฮัลโหล น้าปุ๊กหรอ” ปุ๊ก : เป็นไงบ้าง น้าเล็กอยู่ป่าว หลาน : น้าเล็กหรอ เดี๋ยวนะ อ๋อนั่นไง น้าเล็กเดินลงมาพอดี ปุ๊ก : เอ้า น้าเล็กเดินลงมาแล้วหรอ ขอน้าคุยกับน้าเล็กหน่อย เล็ก : เออ ปุ๊กเป็นไง (เเล้วก็มีไอหลังพูดจบ) ปุ๊ก : เป็นไรอ่ะ ทำไมไออย่างงี้ เล็ก : เออ กูเจ็บคอนิดหน่อย ว่าไง ปุ๊ก : มึง ไอตั๋มมันเพจมาบอกกูว่ามึงตายอะ เล็ก : มึงจะบ้าหรอ กูยังไม่ตาย ระหว่างนั้นก็มีเสียงคุณยายของเล็กแทรกขึ้นมาว่า คุณยายเล็ก : ไม่ต้องออกไปเเล้วนะ ไม่ต้องชวนไปเที่ยวไหนเเล้วนะ เมื่อปุ๊กได้ยินเสียงเล็กเช่นนั้นก็โล่งใจว่าเล็กยังไม่ตาย แล้วก็วางสายไป.. วันต่อมา มีเพจเจอร์เเจ้งเตือนซึ่งเป็นของเพื่อนอีกคนที่ส่งมาหาปุ๊ก ส่งมาบอกว่า “ไอปุ๊ก เล็กตายแล้ว” ปุ๊กไม่เชื่อเพราะเพิ่งคุยกับเล็กเมื่อคืน จึงโทรกลับไปหาเพื่อนคนนั้นเเล้วบอกว่า “เออ เดี๋ยวพรุ่งนี้กูไปบ้านมัน” ในวันถัดมา ปุ๊กร้อนใจจึงรีบไปบ้านของเล็กที่ชลบุรี ซึ่งไปกับเพื่อนคนที่ส่งเพจเจอร์มาหา ระหว่างทางที่ไปก็ไม่มีคนเเต่เมื่อใกล้จะถึงบ้านของเล็กก็เริ่มมีคนเยอะขึ้น เมื่อปุ๊กเเละเพื่อนมาถึงบ้านของเล็ก สิ่งที่เห็นคือโลงศพตั้งอยู่ 3 โลงในบ้าน! ซึ่งมีโลงของคุณยาย หลานเเละเล็ก ตั้งเรียงกันอยู่ ซึ่งสาเหตุการตายคือโดนรถพ่วงกลับรถกระทันเเล้วชน คอหักตายคาที่!(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

album
efm
-

-