มีปัญหากับเพื่อนบ้านจนถึงขั้นลงไม้ลงมือ! สุดท้ายยอมลดอีโก้มอบของขวัญขอคืนดี แต่เรื่องไม่จบ! เพราะของขวัญมันมี....ติดมาด้วย!!

อังคารคลุมโปง RECAP

มีปัญหากับเพื่อนบ้านจนถึงขั้นลงไม้ลงมือ! สุดท้ายยอมลดอีโก้มอบของขวัญขอคืนดี แต่เรื่องไม่จบ! เพราะของขวัญมันมี....ติดมาด้วย!!

26 ม.ค. 2024

          เมื่อเพื่อนบ้านล้ำเส้นจนเกิดปากเสียงทำให้ต้องผิดใจ แต่หลังจากนั้นเพื่อนบ้านก็ให้ของขวัญ 1 ชิ้นแทนคำขอโทษ รับมาโดยที่ไม่รู้ว่าของขวัญชิ้นนี้มาพร้อมกับความหลอน สุดท้ายรู้ความจริงถึงกับช็อค เพราะเขาจะเอาให้ถึงตาย! เรื่องนี้ ‘ครูตรีมีเรื่องเล่า’ ได้นำเรื่องราวสุดหลอนมาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (23 มกราคม 2567) ฟังพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ของฝากจากเพื่อนบ้าน’ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น ไปอ่านกันได้เลย!

          เรื่องนี้เป็นเรื่องของ ‘คุณโต้ง’ ที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวนี้ให้ครูตรีได้ฟัง คุณโต้งเล่าว่า ตนอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวแต่มีรั้วบ้านติดกัน คุณโต้งซื้อบ้านหลังนี้เพื่อต้องการให้ครอบครัวมีความสุขที่สุด และได้จ้างคนมาจัดสวนที่บ้านเพื่อความสวยงาม ทางเพื่อนบ้านก็จัดสวนเหมือนกัน แต่สวนของเพื่อนบ้านนั้นมีต้นไม้ต้นใหญ่ และกิ่งไม้ก็เริ่มยื่นเข้ามาในตัวบ้านของคุณโต้ง (ด้านบนคือต้นไม้ของเพื่อนบ้าน ส่วนด้านล่างคือสวนของคุณโต้ง) ใบไม้ก็ร่วงลงมาที่สวนที่จัดไว้ และในสวนมีบ่อน้ำ ใบไม้ก็ร่วงลงมาตลอด คุณโต้งบอกว่าฤดูหนาวจะยิ่งเจอปัญหาหนัก เพราะใบไม้ผลัดใบก็ร่วงลงมาเต็มไปหมด

          คุณโต้งเคยพยายามไปเจรจากับเพื่อนบ้านแล้วว่า จะขอตัดกิ่งที่ยื่นเข้ามาได้หรือไม่ คำตอบที่ได้มาคือ ถ้าตัดมันจากพุ่มสวย ๆ มันก็จะกลายเป็นเบี้ยว และเพื่อนบ้านก็ไม่สนใจ กลายเป็นว่าไม่มีอะไรดีขึ้น คุณโต้งจึงให้ช่างเอาเลื่อยไฟฟ้าตัดกิ่งที่ยื่นเข้ามาบ้านของตัวเอง เมื่อตัดเสร็จก็ให้ช่างโยนกลับไปที่บ้านหลังนั้น เมื่อเพื่อนบ้านกลับมาจากที่ทำงาน ก็เห็นสภาพต้นไม้ของตัวเองกองอยู่เต็มพื้น จึงมาเอาเรื่องถึงหน้าบ้าน คุณโต้งก็บอกไปตรง ๆ ว่า “เฮ้ย! ก็ไม้บ้านคุณมันยื่นมา บอกหลายหนแล้วว่าให้ตัด ก็ไม่ตัด” หลังจากนั้นก็เกิดปากเสียงถึงขั้นชกต่อยกันหน้าบ้าน จนมีคนมาห้ามแล้วก็แยกย้ายกัน นั่นคือเหตุการณ์ของเดือนพฤศจิกายน

          ในเวลาต่อมาช่วงเดือนธันวาคมซึ่งเป็นช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ คนในหมู่บ้านนี้ค่อนข้างมีฐานะ ต่างคนต่างเป็นเจ้าของบริษัท คุณโต้งและภรรยาก็มีบริษัทเป็นของตัวเอง และทั้ง 2 คนจะมีลูกค้านำกระเช้าและของขวัญมาให้ คุณโต้งและภรรยาก็รับไว้แล้วนำไปเก็บไว้ที่บริษัท จนกระทั่งช่วงปีใหม่ คุณโต้งกับภรรยาและลูกได้ไปเที่ยว หลังจากเที่ยวเสร็จก็กลับบ้าน สิ่งที่คุณโต้งตกใจคือ เพื่อนบ้านตัดต้นไม้จนเหลือพุ่มเตี้ย ๆ และไม่ยื่นเข้ามาในบ้านของตนเลย ต่อให้ใบไม้ร่วงก็จะร่วงอยู่ในสวนของเพื่อนบ้านเท่านั้น คุณโต้งรู้สึกแปลกใจแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

          หลังจากนั้นไม่นาน คุณโต้งก็ขนกระเช้าของขวัญต่าง ๆ กลับมาจากบริษัทแล้วนำมาไว้ที่ห้องรับแขก ส่วนภรรยาก็นำของขวัญที่ได้มาไปเก็บที่ห้องรับแขกด้วยเพราะค่อนข้างเยอะ ทุกอย่างวางกองกันไว้ในห้องนั้น

          วันหนึ่ง คุณโต้งต้องรีบไปทำธุระ แต่เจอสิ่งที่ช็อคหนักกว่าเดิมคือ เมื่อเปิดประตูรั้วออกไป ก็เจอเพื่อนบ้านถือกล่องของขวัญมากล่องหนึ่ง ซึ่งเป็นของขวัญปีใหม่แล้วก็บอกว่า “มาขอโทษในสิ่งที่เคยทำเมื่อปีที่แล้ว เรามาตั้งต้นดีกันใหม่ทั้งหมดเลยได้ไหม?” ด้วยความที่คุณโต้งต้องรีบไปทำงานเลยตัดสินใจพูดไปว่า “ขอบคุณครับ” และนำเข้าบ้านไปวางรวมกับของขวัญที่อยู่ในห้องรับแขกทั้งหมด แต่ระหว่างที่เดินถือไปนั้น ก็สังเกตว่ากล่องของขวัญนี้ห่อด้วยกระดาษของห้างดังห้างหนึ่ง ซึ่งกระดาษสามารถซื้อกลับมาห่อเองได้ และฝีมือการห่อของขวัญน่าจะเป็นการห่อเอง เพราะไม่ได้ละเอียดเหมือนกับที่ซื้อมาแล้วให้ทางห้างห่อให้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้คิดอะไรต่อเพราะต้องรีบออกไปทำธุระ

          ระหว่างวันนั้นทั้งวัน คุณโต้งก็ไม่มีสมาธิเพราะในใจคิดอย่างเดียวว่า ‘เพื่อนบ้านเอาอะไรมาให้’ เมื่อกลับมาที่บ้าน ปรากฏว่าของในห้องรับแขกไม่มีแล้ว เพราะภรรยาของคุณโต้งให้แม่บ้านขนของไปไว้อีกห้องหนึ่ง คุณโต้งจึงเดินไปที่ห้องเก็บของ ก็เจอกับของที่เพื่อนบ้านเอามาให้ หลังจากนั้นก็แกะกล่องออกมาดู ก็พบว่าเป็นตุ๊กตาหมีตัวหนึ่งซึ่งน่ารักมาก ตอนแรกคุณโต้งคิดว่าจะเอาให้ลูกเล่น แต่เมื่อคิดถึงพฤติกรรมที่ผ่านมาจึงเกิดความระแวง คุณโต้งจึงโยนตุ๊กตาหมีทิ้งไว้ในห้องและปิดห้องไว้ แล้วก็กลับเข้าห้องของตัวเอง

          เช้าวันต่อมา คุณโต้งเดินเข้าไปในห้องเพื่อสำรวจตุ๊กตาว่าตุ๊กตาตัวนี้มีอะไรแปลกไปหรือไม่ จากการสำรวจ ผลออกมาว่าทุกอย่างปกติ จึงคิดว่าเพื่อนบ้านคงสำนึกได้จริง ๆ และคงอยากคืนดีด้วย จึงตัดสินใจว่าวันนี้จะแวะซื้อของขอบคุณเพื่อนบ้าน จะได้ปิดศึกที่มีมายาวนาน จากนั้นก็นำตุ๊กตาตัวนั้นไปวางประดับไว้ที่ห้องรับแขกและออกไปทำงาน

          เมื่อกลับมาพี่เลี้ยงบอกว่า “คุณโต้งคะ น้องร้องไห้ทั้งวันเลย เอาไม่อยู่เลยค่ะ” คุณโต้งจึงเข้าไปคุยกับลูกว่า “หนูเป็นอะไร?” ลูกก็ตอบว่า “ผี ๆ ผีมา ผีมา” คุณโต้งคิดว่าไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน หรืออาจจะเกี่ยวกับตุ๊กตา คุณโต้งพยายามพลิกดูตุ๊กตาแต่ก็ไม่มีอะไร จากนั้นก็นำตุ๊กตาไปเก็บไว้อีกห้องหนึ่งแล้วปิดประตู คืนนั้น คุณโต้งนอนหลับ แล้วรู้สึกร้อน กระสับกระส่าย หายใจไม่ออก จึงลืมตาเพื่อจะไปปรับแอร์ แต่สิ่งที่คุณโต้งเห็นคือ มีผู้ชายคนหนึ่ง หน้าเต็มไปด้วยเลือด ก้มหน้าจ้องเขาอยู่ สภาพดูโกรธและอาฆาตแค้น! คุณโต้งรู้สึกช็อคเพราะหน้าจะประสานกันแล้ว คุณโต้งร้องโวยวายเสียงดังจนภรรยาตื่น พอลุกไปเปิดไฟก็พบว่าไม่มีอะไร คุณโต้งคิดว่าตนอาจจะฝันไป

          เช้าวันถัดมา คุณโต้งนั่งคุยกับภรรยาที่ห้องรับแขกและเล่าเรื่องที่เจอเมื่อคืนให้ฟัง ขณะที่คุยกันอยู่นั้น ในห้องรับแขกจะมีจุดหนึ่งที่เป็นกล้องวงจรปิดและก็มีจอมอนิเตอร์อยู่ คุณโต้งก็เห็นเหมือนเงาดำ ๆ เงาหนึ่งเดินไป-มาในห้องเก็บของ! คุณโต้งก็ฉุกคิดขึ้นว่า ‘เฮ้ย! หรือว่าเกี่ยววะ’ แต่ตอนนั้นคุณโต้งยังไม่มั่นใจจึงปล่อยผ่านไป

          คืนนั้นคุณโต้งนอนหลับและรู้สึกหนักกว่าเดิม เหมือนมีอะไรมาทับที่ตัว เมื่อลืมตาขึ้นมาก็เจอผู้ชายคนเดิมกำลังเอามือกดเขาอยู่ และแนบหน้าเข้ามาใกล้ ๆ ด้วยสภาพหน้าซีด ตาโบ๋ เลือดเต็มตัว แล้วพยายามจะขยี้! คุณโต้งก็ร้องโวยวายจนภรรยาตื่น ลุกไปเปิดไฟขึ้นมาดูก็ไม่เจออะไรเหมือนเดิม แต่ค่อนข้างมั่นใจแล้วว่าต้องเกี่ยวกับตุ๊กตาตัวนี้

          เช้าวันรุ่งขึ้น คุณโต้งจัดการเผาตุ๊กตาตัวนี้เพื่อที่เรื่องจะได้จบ เมื่อเผาเสร็จ ก็ชวนภรรยาไปทำธุระข้างนอก หลังจากเสร็จธุระก็กลับบ้าน ด้วยความที่สบายใจว่าทุกอย่างจบแล้ว คืนนั้นก็เจอผู้ชายคนเดิมแต่หนักขึ้น เพราะเขาเลื่อนมาตรงหน้าอก พยายามขยี้! คุณโต้งก็ดิ้น และนานมากกว่าภรรยาจะตื่นมาเปิดไฟ เมื่อตื่นมาคุณโต้งก็คิดว่าทำไมเรื่องยังไม่จบ ทั้ง ๆ ที่เผาไปแล้ว เช้าวันถัดมาจึงคุยกับภรรยาว่า “ไปปรึกษาหลวงพ่อที่เรารู้จักไหม” ซึ่งเป็นวัดในจังหวัดอยุธยา จากนั้นก็ขับรถมุ่งหน้าไปที่วัดแห่งนั้น

          เมื่อไปถึงหลวงพ่อก็ขอดูดวงชะตา หลังจากที่ดูเสร็จ หลวงพ่อก็พูดว่า “มีของตามตัวเรามา แล้วของนี้ต้องการจะทำให้เราถึงตาย” คุณโต้งก็บอกว่า “ผมเจอแล้วหลวงพ่อ แต่ผมเผาไปแล้ว” หลวงพ่อก็บอกว่า “วิธีแก้คือวิธีนั้นแหละ ต้องเผาและบังสกุล คือทำบุญอุทิศให้เขาไป เขาจะได้ไป” คุณโต้งก็บอกว่า “ถ้างั้นหลวงพ่อ ผมเผาไปเรียบร้อย ทำแค่พิธีบังสกุลให้ก็พอ” หลวงพ่อก็มองและพูดต่อว่า “มันไม่ใช่ มันไม่จบ เพราะว่าที่เผาไปมันไม่ใช่ต้นเหตุ ต้องหาสาเหตุให้เจอเพราะว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนเขาอาฆาตรุนแรงมาก ต้องหาให้เจอว่าต้นเหตุคืออะไร?”

          หลังจากนั้นคุณโต้งก็กลับมาคุยกับภรรยาที่ห้องรับแขก ทุกอย่างเริ่มตันเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ ตาก็เหลือบไปเห็นที่เดิมตรงจอมอนิเตอร์ ก็เห็นเงาที่ห้องนั้นเหมือนเดิมจึงคิดว่าต้องเป็นห้องนั้นแน่ ๆ คุณโต้งเข้าไปรื้อของในห้อง สิ่งที่เจอคือ กล่องของขวัญของเพื่อนบ้าน ที่ตอนแรกคุณโต้งแกะไปแล้ว เมื่อหยิบขึ้นมา ภรรยาก็นึกขึ้นได้ทันที เพราะตอนวันปีใหม่ภรรยาได้ของที่จับฉลากแบบเดียวกันมาจากห้างเดียวกัน แต่อันนั้นห่อดีกว่า ปรากฏว่าที่คุณโต้งแกะตอนแรกคือของภรรยา แต่ของเพื่อนบ้านยังอยู่ในห้องนั้น!

          หลังจากแกะออกมา ของที่อยู่ข้างในคือกล่องเครื่องประดับ แต่ไม่สามารถเปิดได้ คล้าย ๆ เป็นโมเดลเพื่อตั้งโชว์อย่างเดียว ด้วยความที่ไม่รู้ คุณโต้งจึงนำกล่องนี้กลับไปหาหลวงพ่อ แล้วบอกว่า “หลวงพ่อครับ ที่ผมเจอคืออันนี้ หลวงพ่อว่ามันใช่ไหม” หลวงพ่อดูเสร็จจึงบอกว่า “ใช่ และตรงนี้มันมีที่เปิด ยังไงก็ทุบ” แต่หลวงพ่อพูดก่อนว่า “ธรรมดาคุณไสยที่มันผูกจิตวิญญาณเข้าด้วยกัน มันต้องมีสื่อ ถ้ามีเศษกระดูกหรือเถ้ากระดูกของผีตายโหง มันจะต้องมีของโยมด้วย ดังนั้นมันต้องมีสื่อจากโยมและสื่อของโยมคืออะไร เพื่อนบ้านเขาทำยังไงถึงได้”

          เรื่องราวทั้งหมดคลี่คลายลง หลังจากที่ให้เด็กวัดกับสัปเหร่อนำเหล็กมาตอกเพื่อเปิดออก สิ่งที่เจอคือ ท่อนกระดูกสีขาว เหมือนกระดูกที่เผาแล้ว แต่สิ่งที่มัดด้วยคือ ผมกระจุกหนึ่ง แล้วคุณโต้งก็จำได้ทันทีว่าเป็นผมของเขาเอง ซึ่งเพื่อนบ้านเอาไปตั้งแต่ตอนชกต่อยกัน เขาวางแผนทั้งหมดไว้ตั้งแต่ตอนนั้น ก็เลยจงใจจิกหัว และกระตุกผมไปเพื่อนำไปทำสิ่งนี้ หลวงพ่อจึงจัดการทำพิธีคลายและเผาทุกอย่างเรียบร้อย คุณโต้งบอกว่า “หลังจากนี้ มันจะเป็นยังไงต่อหลวงพ่อ เราจะต้องทำอะไรกักอะไรเขาไหม” หลวงพ่อบอกว่า “ไม่ต้อง เพราะสิ่งนี้ดวงวิญญาณเขาถูกกักมาเพื่อนำมาทำร้ายโยม เมื่อมันคลายสะกดทุกอย่าง ยังไงก็ต้องกลับไปหาคนนั้น เพราะเขาเป็นคนบังคับดวงวิญญาณนี้มา” หลังจากนั้นสิ่งที่คุณโต้งรู้คือไม่นานเพื่อนข้างบ้านของคุณโต้งก็ย้ายออกไปจากหมู่บ้านแห่งนั้นโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ..

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

 

related อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากคุณฉัตร 'งานพิเศษ' I อังคารคลุมโปง X หมอพิพิม [ 3 ก.ย. 2567]

10 ก.ย. 2024

เรื่องเล่าจากคุณฉัตร 'งานพิเศษ' I อังคารคลุมโปง X หมอพิพิม [ 3 ก.ย. 2567]

เรื่องราวนี้ ‘คุณฉัตร‘ ได้นำมาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (3 กันยายน 2567) ขนหัวลุกไปกับ ‘ดีเจแนน’, ‘ดีเจเจมส์’ และ ‘ดีเจมดดำ‘ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ’งานพิเศษ‘ จะหลอนขนาดไหนนั้น ไปอ่านกันเลย! คุณฉัตรเล่าว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของลูกค้า ตนทำงานนวดเเละรู้จักลูกค้าคนหนึ่งชื่อ ‘คุณเเอ๋ม’ เขาเป็นแฟนตัวยงรายการผี ตนจึงได้เเซวคุณแอ๋มว่า “พี่ มีเรื่องผีปะ?” เขาก็ตอบกลับมาว่า “มี อยากฟังปะละ” จากนั้นคุณแอ๋มก็เล่าย้อนกลับไปเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว คุณเเอ๋มตกงานจึงไปหาเพื่อนในกรุงเทพฯ ระหว่างที่ขับรถมาก็เห็นบ้านหลังหนึ่งเป็นบ้านทาวน์เฮาส์ ติดป้ายประกาศรับจ้างเฝ้าบ้าน คุณเเอ๋มก็ไปถามเพื่อนว่า “บ้านหลังนั้นเป็นอะไรถึงประกาศเเบบนั้น” เพื่อนของคุณเเอ๋มก็ตอบว่า “อ๋อ บ้านหลังเนี่ยเป็นผู้ดีหน่อย เหมือนเขาจะไปต่างประเทศ เขาเลยให้จ้างคนเฝ้าบ้าน เเล้วแกสนใจมั้ยล่ะ” คุณเเอ๋มสนใจจึงไปเจรจากับบ้านหลังนั้น เมื่อถึงบ้านหลังนั้นก็พูดว่า “ขอโทษนะคะ มีใครอยู่มั้ยคะ?” จากนั้นก็มีผู้หญิงชื่อว่า ‘คุณเอ๋ย’ อายุราว 50-60 ปีเดินออกมา เเล้วก็ได้คุยกันเรื่องป้ายเปิดรับสมัครคนเฝ้าบ้าน คุณเอ๋ยบอกกับคุณเเอ๋มว่า “ให้ 1 อาทิตย์ น้องเลือกได้เลยว่าจะเอาเงินกี่บาท” คุณเเอ๋มจึงตอบกลับไปว่า ”งั้นหนูขอ 1 หมื่นบ้านได้มั้ย?“ คุณเอ๋ยตกลงและบอกว่า ”ได้ ถ้างั้นพรุ่งนี้น้องเริ่มงานได้เลย“ วันต่อ คุณเเอ๋มก็เก็บของเพื่อจะเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้ เมื่อมาถึงคุณเอ๋ยก็พาสำรวจบ้าน ทุกอย่างภายในบ้านดูปกติทั่วไป เเล้วก็บอกว่า “น้อง ทำอะไรเต็มที่นะ เหมือนบ้านตัวเองเลยไม่ต้องเกรงใจ” เเล้วก็พาไปดูชั้นบน ซึ่งชั้นบนมี 2 ห้องเเละมีห้องน้ำอยู่ตรงกลาง คุณเอ๋ยยังบอกอีกว่า “ถ้าจะทำอะไร ให้ไปห้องฝั่งขวานะ ห้องฝั่งซ้ายห้ามเข้าไปมันเป็นห้องใหญ่ พี่ฝากบ้านด้วยนะ” พูดจบก็แยกย้าย ปล่อยให้คุณแอ๋มอยู่ในบ้านตามงานที่ได้รับมอบหมาย คุณเเอ๋มใช้ชีวิตประจำวันอย่างปกติ เมื่อถึงเวลาประมาณ 2 ทุ่มตนก็ได้เปิดทีวี สักพักหนึ่งก็มีเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 20 มาเรียกคุณเเอ๋ม ตนจึงเดินออกไปหาเด็กคนนั้น เด็กผู้หญิงคนนั้นก็ถามว่า ”พี่อยู่บ้านหลังนี้หรอคะ“ ตนจึงตอบกลับไปว่า ”อ๋อ มาเฝ้าบ้านค่ะ“ เด็กคนนั้นก็ตอบกลับว่า ”หนูเอาขนมมาให้ค่ะ ขนมชั้น” เเล้วก็พูดว่า “หนูไปก่อนนะคะ” คุณเเอ๋มจึงเกิดความสงสัย บางทีเธออาจจะแค่มาทักทายจึงไม่ได้เอะใจ ไม่นาน คุณเเอ๋มรู้สึกหิวจึงคิดว่าจะกินขนมที่น้องคนนั้นให้มา ปรากฎว่าขนมนั้นเหมือนเป็นขนมที่หมดอายุ มีราขึ้น ตนก็ไม่คิดอะไร คิดว่าอาจจะทิ้งไว้นานทำให้เสีย จึงนำขนมไปทิ้ง แล้ววันถัดมาน้องคนนี้ก็มาหาเเละนั่งคุยกับคุณเเอ๋ม เป็นเช่นนี้อยู่หลายวัน วันต่อมาน้องก็มานั่งคุยกับคุณเเอ๋มเเล้วถามว่า “พี่ทำงานอะไรคะ” คุณเเอ๋มตอบกลับว่า “พี่เนี่ยทำงานบริษัทหนึ่ง พี่ตกงาน” เเละได้ถามน้องกลับว่า “หิวน้ำมั้ย เดี๋ยวพี่เอาน้ำให้” น้องก็ตอบกลับมาว่า “ในตู้เย็นอ่ะ มีน้ำส้มขวดหนึ่ง เอามาให้หนูด้วย” คุณเเอ๋มได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกงงเล็กน้อยเเต่ก็ไม่ได้คิดอะไร เมื่อเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อจะเอาน้ำ ปรากฏว่าในตู้เย็นนั้นมีน้ำส้มอย่างที่น้องบอกจริง ๆ ตนจึงหยิบน้ำส้มขวดนั้นมาให้น้อง เเล้วน้องก็ได้พูดว่า “พี่รู้ปะ หนูชอบกินน้ำส้มมากเลย” หลังจากนั้นก็คุยกันไปสักพัก น้องก็เดินกลับไป เเต่คุณเเอ๋มก็สงสัยว่าบ้านของน้องคนนี้อยู่ตรงไหน จึงสะกดรอยตามน้องไปดู เเต่น้องก็หายไปแล้ว! จนกระทั่งใกล้จะหมดกะ คุณเเอ๋มก็ได้ทำความสะอาดบ้านหลังนั้นให้ เมื่อทำเสร็จก็คิดว่าจะทำความสะอาดห้องเล็กให้ แต่เขาห้ามไม่ให้เข้าห้องนั้น คุณแอ๋มจึงตัดสินใจเสียมารยาทเข้าไปในห้องนั้น เเละก็ได้พบกับโลงศพสีขาวตั้งอยู่บนพื้น เเละรูปหน้าศพคือน้องคนนั้นที่มาหาคุณเเอ๋มเป็นประจำ! จากนั้นน้องคนนั้นก็เดินขึ้นบันไดมาช้า ๆ เเละพูดว่า “พี่เห็นเเล้วใช่มั้ย? พ่อเเม่หนูไม่เคยสนใจหนูเลย ให้หนูอยู่บ้านคนเดียว เเม่ก็ไปต่างประเทศ พ่อก็มีเมียน้อย” คุณเเอ๋มสังเกตเห็นในมือของน้องมีน้ำยาล้างห้องน้ำอยู่ จากนั้นน้องก็เอาน้ำยาล้างห้องน้ำกรอกปากตัวเอง เเล้วชักดิ้นชักงอต่อหน้าคุณเเอ๋ม! คุณเเอ๋มตกใจรีบเก็บของไปอยู่บ้านเพื่อนทันที สองวันผ่านไป พี่เอ๋ยกลับมา คุณเเอ๋มก็รีบเล่าเรื่องนี้ให้พี่เอ๋ยฟัง เเล้วเขาก็ร้องไห้พร้อมกับพูดว่า “นั่นลูกสาวพี่เอง พี่อ่ะไม่มีเวลาให้เขา” ตนจึงถามไปว่า “ทำไมไม่ทำพิธีตามศาสนา“ เขาก็ตอบกลับว่า ”พี่ทำใจไม่ได้ ก็เลยเก็บไว้ก่อน“ จนกระทั่ง 2 สัปดาห์ผ่านไป พี่เอ๋ยก็ได้ทำพิธีตามศาสนาเเละได้ส่งข้อความหาคุณเเอ๋มว่า ”มาหาพี่ที่งานศพหน่อย พี่มีเรื่องจะคุยด้วย“ ตนทราบเช่นนั้นก็ไปหาคุณเอ๋ยเเละก็ได้อยู่ช่วยงานศพ เมื่อเสร็จทุกอย่างทั้งคู่ก็มานั่งคุยกัน พี่เอ๋ยพูดว่า ”ในนี้ มีเงินอยู่ก้อนหนึ่ง น้องเก็บไว้ได้มั้ย รวมถึงบ้านหลังนี้ด้วย เเล้วก็มาทำงานกับพี่“ คุณแอ๋มตอบตกลงไปเเละก็ได้ทราบว่า ลูกของเขามาเข้าฝันพี่เอ๋ย บอกว่าให้พี่คนนี้มาอยู่บ้านหลังนี้เพราะเขารู้สึกชอบและถูกชะตา(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

ไปทักคนอื่นเรื่องเจ้ากรรมนายเวร ช่วยเขาจนเสร็จสรรพ แต่เจ้ากรรมนายเวรเขาไม่พอใจ จะมาเอาเป็นตัวตายตัวแทน!

12 ก.ค. 2023

ไปทักคนอื่นเรื่องเจ้ากรรมนายเวร ช่วยเขาจนเสร็จสรรพ แต่เจ้ากรรมนายเวรเขาไม่พอใจ จะมาเอาเป็นตัวตายตัวแทน!

รายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ ในครั้งนี้ (27 มิถุนายน 2566) ต้อนรับแขกรับเชิญอย่าง ‘คุณสายฝน พรหมญาณ’ หมอดูชื่อดังที่มาเล่าประสบการณ์หลอนที่เจอมากับตัวให้ทั้ง ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจม’ ฟัง เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเข้าไปยุ่งในเรื่องที่ไม่ควรเข้าไปยุ่ง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น แท็กเพื่อนมาอ่านไปพร้อมกันเลย! เมื่อประมาณ 8 ปีก่อน ขณะนั้นคุณฝนกำลังไฟแรงเดินหน้าปฏิบัติธรรม ด้วยความที่ร้อนวิชาจึงเข้าไปทักผู้ชายคนหนึ่ง เมื่อคุณฝนสามารถตอบชื่อแฟนของผู้ชายคนนี้ รวมถึงสีที่แฟนของเขาชอบ ไปจนถึงได้เล่าเหตุการณ์ที่เขาเกือบโดนรถชนได้อย่างถูกต้อง ผู้ชายคนนี้ถึงกับต้องผละตัวออกมาจากงานที่เขากำลังทำแล้วมานั่งฟังที่คุณฝนพูด คุณฝนเห็นภาพว่าผู้ชายคนนี้ได้เสียขาไป จึงเตือนผู้ชายคนนั้นว่า ให้ระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาให้ดี และยังบอกอีกว่า เขาเคยสัญญาว่าจะไปบวชตอนรอดจากเหตุการณ์รถชนครั้งนั้น แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ไปบวช เขาจึงตอบกลับมาว่า จะไปบวชภายในเดือนนี้ คุณฝนจึงกำชับว่าให้รีบบวชโดยเร็วที่สุด หาไม่แล้วเจ้ากรรมนายเวรที่ทำให้โดนรถชนครั้งนั้น อาจจะตามมาเอาชีวิตไปก็ได้ ผู้ชายคนนี้ขอบคุณคุณฝนเป็นอย่างมากที่ช่วยแนะนำวิธีการแก้เคราะห์ให้เสร็จสรรพโดยไม่ได้เก็บค่าครูแม้แต่บาทเดียว ในตอนนั้นเอง.. คุณฝนไม่รู้เลยว่าเธอได้ทำอะไรลงไป! เมื่อคุณฝนกลับมาถึงที่บ้าน ก็เริ่มเกิดอาการร้อนรุ่มที่ตัว เริ่มอ่อนเพลียและหนักที่หัวจนอยากเข้านอน พอตื่นมาก็รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถลุกขึ้นจากเตียงได้ ทั้งร่างกายรู้สึกแสบร้อนทรมานไปหมด คุณฝนรู้สึกเหมือนหัวถูกกดเอาไว้แล้วมีใครบางคนทุบมาที่หัวตลอดเวลา! คุณฝนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อาการคุณฝนตอนนั้นเหมือนกับคนที่กำลังจะเป็นไข้ แต่ก็ยังไม่ได้ถึงขั้นเชื่อมโยงสิ่งนี้กับเหตุการณ์ที่ได้ไปช่วยผู้ชายคนนั้น และแล้วในความฝันกลางดึก คุณฝนก็พบกับร่างของชายคนหนึ่งมายืนอยู่ใกล้ ๆ ที่ผิวของร่างชายคนนี้ไหม้เกรียมแถมมีไฟฟอนสีแดงแตกออกมา คุณฝนมองเห็นร่างนี้ได้แบบพร่ามัวและเลือนลาง แต่ก็ยังสามารถได้ยินสิ่งที่เขาพูดออกมา สิ่งนั้นเองที่เปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับการดูดวงของคุณฝนตลอดไป “มึงอ่ะ อยากยุ่งเรื่องของกูมากใช่ไหม มึงตายแทนมันไปเลยนะ!” แม้จะตื่นอยู่แต่คุณฝนกลับไม่สามารถลุกขึ้นจากเตียงได้เลย ที่ดวงตาก็เริ่มมีน้ำไหลออกมา คุณฝนนอนปวดหัวแสบร้อน ขณะที่คนในบ้านคอยเช็ดตัวให้ คุณฝนไม่สามารถอธิบายออกมาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น มันเหมือนกับว่ามีคำพูดนั้นกระแทกเข้าหาตลอดเวลา ตอนนี้คุณฝนรู้สึกเหมือนถูกดึงถูกทึ้งไม่หยุดหย่อน สุดท้ายแฟนและแม่แฟนต้องพาไปส่งที่โรงพยาบาล เมื่อไปตรวจที่โรงพยาบาลสารพัดวิธีแล้ว หมอเจ้าของไข้ก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าคุณฝนเป็นอะไรกันแน่ สุดท้ายหมอจึงลงความเห็นว่าอาจจะต้องเจาะไขสันหลังมาตรวจดูและผ่าเปิดกะโหลกไปเลย เพราะมีข้อสันนิษฐานว่าอาจมีความผิดปกติบางอย่างเกี่ยวกับน้ำในสมอง เมื่อคุณฝนซึ่งตอนนั้นไม่สามารถขยับร่างกายได้ยินเข้า จึงอธิษฐานให้บุญกุศลที่เคยทำไว้และการไปฏิบัติธรรมตลอดมาช่วยให้รอด คุณฝนบอกกับเสียงที่เข้ามาว่านับจากนี้ทุกเดือนจะไปปฏิบัติธรรมและไม่ทักใครหรือเข้าไปช่วยใครอีกเลย หากเขามิได้มีเจตนาจะร้องขอตั้งแต่แรก คุณฝนสะอื้นให้กับตัวเองแล้วรำพันว่าตนไม่ควรไปอวดอุตริไปทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสมนี้แต่แรกเพราะมันเป็นเรื่องระหว่างเจ้ากรรมนายเวร เสียงนั้นก็ตอบกลับว่าคุณฝนไม่มีทางรอดไปได้ เพราะคุณฝนได้เข้าไปยุ่งกับเรื่องที่ตนไม่ควรเข้าไปยุ่ง ขณะที่ได้ยินแพทย์เจ้าของไข้ถามแฟนว่าให้เจาะไขสันหลังเลยไหม ผ่าตัดเลยไหม เพราะต้องรีบทำอะไรสักอย่างแล้ว คุณฝนพยายามส่ายหัวให้คนเห็นเป็นสัญญาณว่าไม่ต้องการ คุณฝนผู้ซึ่งเป็นคนที่นับถือ “พระแม่” เป็นอย่างยิ่ง จึงบอกกับพระแม่ว่าตนขออุทิศชีวิตตัวเองให้กับการทำดี แล้วสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรแบบนี้อีกเลย.. เช้าวันต่อมา หมอคนที่จะผ่าตัดให้ก็มีเคสพิเศษเข้ามากะทันหัน จึงต้องให้หมอคนใหม่มาดูแลแทน แล้วคำวินิจฉัยก็เปลี่ยนไป หมอคนใหม่บอกว่าคุณฝนไม่ได้เป็นอะไรสามารถกลับบ้านได้ทันที สาเหตุที่ไม่สามารถขยับตัวได้คงเป็นเพราะไมเกรนทำพิษ ซึ่งอาจเกิดความเครียดตอนทำงาน สุดท้ายอาการต่าง ๆ ที่เหลือก็ค่อย ๆ ดีขึ้นเป็นระยะ หลังจากนั้น คุณฝนก็ไปปฏิบัติธรรมทุกเดือนตามสัญญา คุณฝนเรียนรู้ว่าบางครั้งแม้เราจะมีดวงตาเห็นนิมิตอะไรบางอย่างในตัวคนคนหนึ่ง แต่เราก็ไม่มีสิทธิไปบอกเขาอยู่ดี เพราะผลที่ตามมามันอาจรุนแรงก็เป็นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเราไม่มีครู..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

หญิง รฐา เล่าเรื่อง ‘เจ้าของโรงเรียนเก่า’ l อังคารคลุมโปง X หญิง รฐา - ก๊ก ปริญญา [ุ6 พ.ค.2568]

17 พ.ค. 2025

หญิง รฐา เล่าเรื่อง ‘เจ้าของโรงเรียนเก่า’ l อังคารคลุมโปง X หญิง รฐา - ก๊ก ปริญญา [ุ6 พ.ค.2568]

เมื่อ ‘หญิง รฐา’ ได้ไปถ่ายทำภาพยนตร์ชวนหลอนขนหัวลุกเรื่อง ‘The Tutor พี่วรรณมาสอน’ ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในระหว่างถ่ายทำนั้น ทุกคนในกองมีอาการแปลก ๆ แต่ไม่ยอมพูดอะไร หลังจากนั้น หญิง รฐา ก็รู้สึกขนหัวลุกได้ด้วยตัวเอง! เกิดอะไรขึ้นระหว่างการถ่ายทำ? และทุกคนในกองพบเจอกับอะไรกันแน่? หาคำตอบไปพร้อมกันกับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘เจ้าของโรงเรียนเก่า’ ใน ‘อังคารคลุมโปง X’ (6 พฤษภาคม 2568) พร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ หลังจากอ่านจบแล้ว อาจทำให้คุณ คิดถึงโรงเรียนเก่าของตนเองก็เป็นได้.. หญิง รฐา ได้เล่าว่า ระหว่างที่กำลังถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง ‘The Tutor พี่วรรณมาสอน’ มีอยู่วันหนึ่งต้องไปถ่ายในตึกโรงเรียน ซึ่งซีนที่ต้องเข้าฉากในวันนั้นตนจะต้องแต่งเอฟเฟ็กต์ผีด้วย ตารางการถ่ายทำแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงเช้าจะถ่ายซีนของคุณครูที่ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนช่วงบ่ายจะถ่ายซีนที่เป็นผี ซึ่งทำให้มีเวลาให้แต่งหน้าหลายชั่วโมง แต่ระหว่างนั้นจู่ ๆ ทุกคนก็แปลกไป มีพิรุธ เหมือนมีอะไรปิดบังอยู่ จนผู้ช่วยของหญิง รฐา ต้องลุกขึ้นเดินไปถาม แต่ก็ไม่มีใครเล่าอะไรให้ฟัง เพราะคุณหญิง รฐายังต้องรับบทผีอยู่กลัวว่าจะหลุดและกลัว จากนั้นการถ่ายทำก็ดำเนินไปตลอดทั้งวัน จนมาถึงซีนสุดท้าย ได้เปลี่ยนไปถ่ายที่ห้องปิดตายด้านหน้าของโรงเรียน ซึ่งห้องมีลักษณะเป็นโถงยาว เสมือนห้องผู้อำนวยการ ทางเข้าห้องนั้นเป็นพื้นต่างระดับ ต้องก้าวขาสูงในการเข้าไป ถือว่าเป็นอะไรที่แปลกมากอย่างหนึ่ง การถ่ายทำในห้องนั้นเกิดเรื่องราวแปลก ๆ มากมาย เช่น กล้องถ่ายไม่ติด แต่หญิง รฐา พยายามมองในมุมวิทยาศาสตร์ เมื่อถึงคิวสุดท้ายเวลาประมาณเที่ยงคืน หญิง รฐา ได้สังเกตเห็นว่าพื้นที่ตรงกลางห้องนั้นถูกจัดเซ็ทให้ดูสวยแปลกตา ทั้งที่วันนี้ทั้งวันไม่มีใครใช้พื้นที่ตรงนั้นในการถ่ายทำเลย เธอจึงคิดว่าคงเป็นของสถานที่จริงทั้งหมด และนับเป็นเรื่องแปลกเรื่องที่ 2 ของวันนั้น หลังจากนั้น เธอได้ย้ายไปถ่ายห้องตรงข้าม เป็นซีนที่คุณหญิง รฐา ต้องยืนคนเดียว 'พี่อ๊อด' (ผู้กำกับ) จึงพูดว่า “หญิงยืนตรงนี้คนเดียวนะ แต่เดี๋ยวพี่จะให้น้องผู้หญิงอีก 2 คนมาคุกเข่าตรงนี้ ” หลังจากพูดจบ หญิง รฐา ก็คิดว่าต้องมีเรื่องอะไรบางอย่างเกิดขึ้น เมื่อเริ่มถ่ายทำเทคแรก หางตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเหมือนคนใส่ชุดไทยโจงกระเบนสีน้ำเงิน ตอนนั้นเธอรู้สึกแปลกใจ แต่ยังไม่ได้รู้สึกอะไรมาก จนกระทั่งผู้กำกับสั่งคัต เธอจึงหายใจเข้าลึก ๆ แล้วหันไปสู้กับสิ่งที่เห็น พอหันหน้าไปก็พบว่าเงาที่หางตาเห็นนั้นเป็นเพียงกรอบรูปเท่านั้น ในใจตอนนั้น คิดว่าคงเป็นรูปของเสด็จพ่อรัชกาลที่ 5 แต่ก็นึกขึ้นได้ว่า ‘แล้วทำไมถึงมาวางในห้องที่มันรกร้างแบบนี้?’ แต่แล้วก็ไม่ได้คิดอะไรต่อ และจดจ่ออยู่กับการถ่ายทำต่อไป ซีนถัดมาเป็นซีนอารมณ์ที่อเล็กซ์ (อเล็กซานดร้า อริดา มาเต้) ต้องแสดงอาการกลัวต่อหน้ากล้อง โดยมีหญิง รฐา ยืนอยู่ข้างหลัง ในเทคแรกกล้องปรับโฟกัสไม่ทันจึงพลาดไป รวมแล้วถ่ายทั้งหมด 4-5 เทค ก็พบว่ามีเทคหนึ่งที่กล้องไม่โฟกัสใครเลย ซึ่งตามหลักการแล้วไม่มีทางเป็นไปได้ หญิง รฐา ยังคงคิดในมุมวิทยาศาสตร์อยู่เพราะวันนั้นเธอใส่คอนแทคเลนส์ผี ดวงตาอาจจะแห้งและพร่ามัวได้ เมื่อเวลาผ่านไป เธอได้เห็นเป็นเงาผู้ชาย สีดำ สูงใหญ่ อยู่ข้างหลังคุณอเล็กซ์ ซึ่งก็คือข้างหน้าของเธอนั่นเอง ทันใดนั้นเธอจึงระลึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 8 ทิศ และพูดว่า “หญิงมาเป็นนักแสดง มาด้วยจิตที่ดี อยากมาเล่นบทให้คนเข้าใจว่าการเป็นครูเป็นอาชีพที่ดี มีความคาดหวัง มีความกดดัน หญิงมาดี เดี๋ยวจะกลับแล้ว ถ้าทำอะไรผิดพลาด ถ้ามีอะไรไม่ดี ขอโทษ ขอให้มันผ่านไปได้ด้วยดีเพราะจะเสร็จแล้ว จะไม่รบกวนแล้ว” หลังจากนั้นการถ่ายทำก็ลื่นไหลไปจนจบ ผู้กำกับให้ผ่าน หญิง รฐา ไม่พูดคุยกับใคร และกลับบ้านคนเดียว พร้อมทั้งพูดคำแก้เคล็ดว่า “หญิงกลับมาคนเดียวนะ มีแค่คนรถกับหญิงนะ” เช้าวันถัดมา หญิง รฐา ได้โทรสอบถามผู้ช่วยว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้น ผู้ช่วยบอกว่า “ทุกคนเจอกันหมด เจอตรงจุดที่พี่หญิงยืนเลย” ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับคนในรูปด้วย เมื่อ หญิง รฐา หาคำตอบว่าบุคคลในภาพคือใคร ก็มีข้อมูลว่าเหมือนจะเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนนั่นเอง..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

หนุ่มวิศวกรจบใหม่ไฟแรงอยากทำงานต่อในยามวิกาล โชคร้ายดันเจอผีสาวหลอกจนต้องวิ่งขอความช่วยเหลือจากพี่รปภ. พอจะออกจากตึกดันเห็นว่ามีมือปริศนากำลังบีบคอพี่รปภ.คนนั้นอยู่! สุดท้ายได้รู้ความจริงถึงกับช็อกเพราะหลอนสองเด้ง!

29 ก.ย. 2023

หนุ่มวิศวกรจบใหม่ไฟแรงอยากทำงานต่อในยามวิกาล โชคร้ายดันเจอผีสาวหลอกจนต้องวิ่งขอความช่วยเหลือจากพี่รปภ. พอจะออกจากตึกดันเห็นว่ามีมือปริศนากำลังบีบคอพี่รปภ.คนนั้นอยู่! สุดท้ายได้รู้ความจริงถึงกับช็อกเพราะหลอนสองเด้ง!

มาลุ้นความระทึกจนขนหัวลุกไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ จากเรื่อง ‘คนขยัน ชั้นสาม’ โดย 'อ๊อฟ คนเห็นผี' ในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (26 กันยายน 2566) จะลุ้นระทึกแค่ไหน ปิดไฟแล้วแท็กเพื่อนมาอ่านไปพร้อมกันเลย! คุณอ๊อฟเรื่องนี้เป็นเรื่องของเพื่อน ใช้นามสมมุติว่า ‘คุณกร’ ย้อนไปในสมัยที่คุณกรเรียนจบวิศวกรใหม่ ๆ ก็ได้บรรจุตำแหน่งวิศวกรในสถานที่ราชการแห่งหนึ่ง ด้วยตำแหน่งงานและหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบก็มักจะมีงานเข้ามาอยู่เรื่อย ๆ ในช่วงเริ่มงานแรก ๆ คุณกรก็กลับบ้านหลังเวลาเลิกงานตามปกติ พอนานเข้างานที่ทำก็เริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นานวันเข้า คุณกรเกิดความสงสัยว่าทำไมทุกคนถึงได้กลับตรงเวลางานกันได้ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากเพราะคิดว่าคงเป็นเรื่องปกติของพนักงานที่นี่ อยู่มาวันนึงคุณกรรู้สึกว่าอยากเคลียร์งานที่ค้างอยู่ให้เสร็จ เลยบอกคนอื่น ๆ ว่า “พวกพี่กลับกันไปก่อนเลย เดี๋ยวผมกลับทีหลัง” หลังจากคุณกรพูดจบประโยค ทุกคนหันมามองหน้ากันด้วยอาการตกใจ จากนั้นก็หันมามองที่คุณกรพร้อมถามว่า “แน่นะ” แล้วพูดต่อว่า “ถ้ามึงตัดสินใจอย่างงั้น ก็เคารพการตัดสินใจมึงนะ” จากนั้นคนอื่นก็เก็บของกลับบ้านตามปกติ ในขณะที่คุณกรซ่อมบำรุงงานอยู่นั้น ก็รู้สึกมีอาการเมื่อยล้าจากการใช้สายตาอย่างหนักจึงตัดสินใจงีบหลับไปสักพัก ในขณะที่เขาหลับอยู่ จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าอยู่ก็มีใครบางคนมาเขย่าเก้าอี้จนทำให้สะดุ้งตื่นขึ้นมา คุณกรคิดเพียงว่าคงมีคนปลุกให้ตื่นหรือมาแกล้งเพียงเท่านั้น หลังจากที่เขาตื่น ก็เดินไปห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว พอมาถึงห้องน้ำปรากฏว่าห้องน้ำชายถูกล็อกด้วยกุญแจอยู่ จึงตัดสินใจมาเข้าฝั่งห้องน้ำหญิงแทน หลังจากคุณกรทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย พอจะออกจากห้องน้ำปรากฏว่าประตูห้องน้ำเกิดมีปัญหาจนทำให้คุณกรต้องติดอยู่ในห้องน้ำสักพัก ไม่นานเขาก็สังเกตเห็นเงาของผู้หญิงเดินเข้ามา จึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากเธอ “ช่วยด้วยครับ ๆ พอดีประตูมันเปิดไม่ออก กลอนมันน่าจะล็อกจากข้างนอก” สักพักก็มีเสียงประตูดังปั้ง! พร้อมกับประตูที่กำลังค่อย ๆ เปิดออก คุณกรเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังเดินเข้าห้องน้ำไป ด้วยความรู้สึกที่เขินอายที่ตนมาเข้าห้องน้ำหญิง จึงอยากอธิบายและขอบคุณเธอที่ช่วยเอาไว้ ในขณะกำลังล้างมืออยู่และรอเธอออกมาจากห้องน้ำ คุณกรรู้สึกว่าเป็นเวลาที่นานมาก จึงเคาะประตูถาม “ขอโทษนะครับ ๆ เป็นอะไรรึเปล่าครับ” แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับจากเธอเลย จู่ ๆ ประตูก็เริ่มแง้มออกอย่างช้า ๆ และผู้หญิงคนนั้นก็เดินออกมาตามปกติ แต่ในขณะที่เธอกำลังล้างมืออยู่นั้น คุณกรก็รู้สึกแปลก ๆ และขนหัวลุกอย่างบอกไม่ถูก คุณกรสังเกตเห็นคนที่ยืนล้างมือข้าง ๆ นั้นไม่มีเงาในกระจก! และยังหันมาแสยะยิ้มให้อย่างสยดสยอง! คุณกรเห็นดังนั้นก็เกิดอาการสติหลุด และวิ่งออกจากห้องน้ำทันที! คุณกรวิ่งหนีออกมาและบังเอิญวิ่งมาชนกับพี่รปภ. คนหนึ่งชื่อว่า ‘พี่ต้น’ และเล่าเรื่องราวที่ตนเจอมาให้พี่ต้นฟัง แต่พี่ต้นกลับบอกมาว่าเป็นเรื่องปกติของคนที่ต้องทำงานเวลากลางคืนแค่นั้นเอง คุณกรจึงขอร้องพี่ต้นให้อยู่เป็นเพื่อนและพาไปเก็บของที่ห้องทำงานก่อนจะขอลงจากตึกไปพร้อมกัน ตัวอาคารที่คุณกรทำงานอยู่นั้นไม่มีลิฟต์ คุณกรจึงจำเป็นที่จะต้องเดินลงบันได ในระหว่างทางที่จะลงจากตึก คุณกรก็ยังคงเกิดอาการผวาอยู่ตลอด และเกาะติดพี่ต้นไปด้วยความกลัว เพื่อความปลอดภัยของทั้งคู่ พี่ต้นจึงบอกกับคุณกรว่า “คุณครับ ถ้าเกาะกันไปแบบนี้ และมืดด้วยเนี่ย ตกบันไดคอหักตายแน่เลย ค่อย ๆ เดินกันดีกว่า” จากนั้นพี่ต้นก็ให้คุณกรเดินนำไปก่อน ส่วนพี่ต้นจะฉายไฟฉายนำทางให้ จนทั้งคู่เดินมาถึงบันไดชั้นสุดท้าย คุณกรก็สังเกตเห็นแสงไฟหยุดชะงักไปจึงหันกลับไปมอง ก็พบว่าพี่ต้นยืนแช่อยู่กับที่และมีมือสีขาวปริศนาโผล่ออกมาลักษณะคล้ายว่ากำลังบีบคอของพี่ต้นอยู่! คุณกรเห็นแบบนั้นแล้วยิ่งทำให้ผวาตกใจจนสติหลุดและวิ่งหนีไปทันที คุณกรมีอาการหวาดผวาจนต้องลางานถึง 3 วัน หลังจากกลับมาทำงานปกติก็รู้สึกอยากขอบคุณพี่ต้นและขอโทษที่วันนั้นวิ่งหนีไปก่อนในเหตุการณ์คืนนั้น คุณกรได้ซื้อกาแฟกับขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ มาให้พี่ต้นที่ป้อมยาม แต่ปรากฏว่าที่ป้อมยามไม่ใช่พี่ต้น จึงถามคนที่อยู่ที่ป้อมยามว่า “ผมมาหาพี่รปภ.ต้นครับ พี่เขาเป็นยังไงบ้างครับ” ยามที่อยู่ตรงนั้นก็สงสัยจึงถามกลับไปว่า “ต้นไหน?….ต้นนี้รึเปล่า” พร้อมกับหยิบสมุดรายชื่อรวมของยามขึ้นมา “ใช่ครับ พี่คนนี้แหละ เขาเข้ากะวันนี้รึเปล่า?” คุณกรตอบทันทีหลังเห็นรูปบนสมุดเล่มนั้น แต่พี่ยามกลับมีสีหน้าเปลี่ยนไป พร้อมตอบกลับคุณกรทันทีว่า “ยามต้นตายไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว” คุณกรถึงกับช็อกและถามถึงเหตุการณ์ต่อ ยามก็เล่าให้ฟังว่า “ในขณะที่พี่ต้นทำงานปกติ ก็ไล่ปิดไฟนามโถงทางเดินมาเรื่อย ๆ ด้วยความมืดจนทำให้เขาไม่ทันสังเกตเห็นบันได จนทำให้เขาพลัดตกบันไดลงมาคอหักตายคาที่” หลังจากที่คุณกรได้รู้ความจริงทุกอย่างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้คุณกรไม่กล้าที่จะเข้ามาทำงานที่นี่ในยามวิกาลคนเดียวอีกเลย และหลังจากทุกคนในบริษัทได้ทราบเรื่องที่คุณกรประสบพบเจอในคืนนั้นต่างก็ลือกันสนั่นหูว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ในอดีตเกิดอะไรขึ้นบ้าง เรื่องของเรื่องก็คือหญิงสาวในห้องน้ำที่คุณกรเจอนั้นเสียชีวิตจากอาการป่วยกำเริบในขณะที่เธอเข้าห้องน้ำอยู่ แต่กลับไม่มีใครทราบว่าเธอหายไปไหน จนกระทั่งเธอเสียชีวิตไปในที่สุด ส่วนสาเหตุที่ทุกคนไม่เล่าเรื่องที่เคยเกิดขึ้นให้คุณกรฟัง ก็เพราะว่ากลัวคุณกรจะไม่กล้าทำงาน และไม่อยากขัดความตั้งใจของเขา ที่อยากจะนั่งทำงานต่อในยามวิกาลเท่านั้นเอง(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

album
efm
-

-