หนุ่มกระตุกทั้งคืน! เมื่อไปนอนรีสอร์ทใกล้วัด คืนนั้นเห็นคนมาป้วนเปี้ยนที่หน้าห้อง แต่พอลุกไปดู ร่างนั้นก็หายวับไป! ซ้ำยังโดนกระตุกข้อเท้าทั้งคืนจนนอนไม่ได้! ตื่นเช้ามาก็เจอรอยมือปริศนาอีก!!

อังคารคลุมโปง RECAP

หนุ่มกระตุกทั้งคืน! เมื่อไปนอนรีสอร์ทใกล้วัด คืนนั้นเห็นคนมาป้วนเปี้ยนที่หน้าห้อง แต่พอลุกไปดู ร่างนั้นก็หายวับไป! ซ้ำยังโดนกระตุกข้อเท้าทั้งคืนจนนอนไม่ได้! ตื่นเช้ามาก็เจอรอยมือปริศนาอีก!!

01 ธ.ค. 2023

       หลอนตั้งแต่ทางเข้า เมื่อเข้าพักในรีสอร์ท แต่กว่าจะเจอต้องผ่านเข้าไปในวัดก่อน! เรื่องหลอนนี้มาจาก ‘คุณโจ’ สายที่โทรเข้ามาในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (28 พฤศจิกายน 2566) บอกเลยว่าหลอนจน ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ขนหัวลุก! เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น ปิดไฟแล้วไปอ่านกันเลย!

       เรื่องนี้เกิดขึ้นประมาณปลายเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ตอนนั้นคุณโจจะต้องไปแข่งกีฬาในจังหวัดนครนายก จึงตัดสินใจขับรถไปกับแฟน และจองรีสอร์ทแห่งหนึ่งไว้ พอได้เวลาออกเดินทางก็ตั้งค่า GPS ไปรีสอร์ทนี้ จนประมาณ 6 โมงเย็น บน GPS ก็ขึ้นว่า อีกประมาณ 200 เมตร จะถึงรีสอร์ทให้เลี้ยวซ้าย แต่ในเส้นทางที่ไป รอบ ๆ ข้างนั้น ก็ไม่มีวี่แววที่จะเป็นซอยให้เข้าไปเจอรีสอร์ทได้เลย คุณโจก็ขับไปเรื่อย ๆ เพราะคิดว่าเส้นทางนี้ไม่ได้เปลี่ยวอะไรมาก พอถึงจุดที่ต้องเลี้ยวซ้ายก็ต้องทำให้คุณโจแปลกใจ เพราะว่ามันเป็นทางเข้าวัด! ซึ่งมันเป็นเส้นทางร่วม ก่อนจะถึงรีสอร์ทต้องผ่านวัดนี้เข้าไปก่อน คุณโจจึงเลี้ยวเข้าไป เมื่อเลี้ยวเข้าซุ้มประตูวัดไปแล้ว ก็เจอต้นไทรต้นใหญ่ อยู่ด้านหน้า ถัดไปมีโบสถ์ แล้วทางนี้จะต้องค่อย ๆ เลาะขอบข้างทางวัดไป ก็ต้องผ่านโบสถ์ ที่ไว้โกศกระดูกตั้งเรียงรายอยู่ คุณโจก็ลองขับเลาะไป ได้แต่ภาวนาในใจว่ามันอาจจะไม่ใช่ แต่สุดท้ายก็ขับไปเจอรีสอร์ทจริง ๆ

       รีสอร์ทนี้ตั้งอยู่ด้านหลังวัด เป็นตึกเป็น 2 ชั้น และเป็นบ้านพักทั้งหลังให้เลือก คุณโจเลือกบ้านพักที่เป็นหลัง เพราะว่าสะดวกกว่า หลังจากรับกุญแจเรียบร้อยแล้ว คุณโจก็ขับรถเข้าไปที่บ้านพัก ลักษณะของบ้านหลังนี้คือ เป็นบ้านชั้นเดียว มีที่จอดรถอยู่ด้านหน้า เมื่อลงจากรถก็ไขกุญแจเข้าบ้านได้เลย เวลาจอดรถก็จะบังบ้านจนมิด คนข้างนอกก็จะมองไม่เห็นบ้านเรา เราก็มองไม่เห็นคนข้างนอก และ 3 ด้านของบ้านหลังนี้จะเป็นสไตล์ก่อปูนเปลือย ด้านหน้าจะเป็นกระจกบานใหญ่ใส แล้วก็มีม่าน มีประตูไขเข้าไป

       ระหว่างที่คุณโจกำลังไขกุญแจเข้าบ้าน คุณโจก็เห็นพวงมาลัยแห้งวางอยู่ 3 - 4 พวง และธูปที่เคยถูกจุดไปแล้ว ด้วยความที่คุณโจกลัวว่าแฟนจะกังวล จึงหยิบทั้งหมดและโยนไปด้านข้างทันที ก่อนที่แฟนจะมาเห็น หลังจากนั้นก็ไขประตูเข้าบ้านไป ลักษณะด้านในของบ้านหลังนี้คือ เป็นบ้าน Studio ห้องน้ำอยู่ด้านใน เข้าไปแล้วจะเจอเตียงด้านซ้ายมือ 2 เตียง ตัวของคุณโจกับแฟนจะนอนคนละเตียงกัน คุณโจเลือกเตียงที่ติดกับริมกระจก ส่วนเตียงของแฟนจะอยู่ใกล้กับห้องน้ำ หลังจากจัดของกันเสร็จแล้ว คุณโจกับแฟนก็ออกไปหาอะไรทานข้างนอก จนคุณโจได้ลืมเรื่องของพวงมาลัยไป ประมาณ 3 - 4 ทุ่ม คุณโจและแฟนก็ได้เตรียมตัวเข้านอน เมื่อปิดม่านและปิดไฟเรียบร้อยแล้ว แต่คุณโจรู้สึกว่ามันมืดเกินไป มืดจนมองอะไรไม่เห็นจึงลุกขึ้นไปเปิดม่านเล็กน้อยเพื่อให้แสงเข้ามาได้  จากนั้นคุณโจก็กลับมาเล่นมือถือต่อ ส่วนแฟนของคุณโจหลับไปเรียบร้อย..

       คุณโจเล่นมือถือไปได้สักพักก็รู้สึกว่ามีคนยืนอยู่นอกบ้าน จึงเหลือบตาไปมองช่องผ้าม่านที่เปิดแง้มเอาไว้ สิ่งที่คุณโจเห็นก็คือเป็นลักษณะเหมือนเงาคน คุณโจจึงพยายามมองให้ชัดว่ามันคืออะไร แต่ว่าภายในห้องนั้นมืดและข้างนอกเองก็มีเพียงแสงเล็กน้อย และได้เห็นเงาที่ว่านั่น เป็นเงาของคน และเป็นผู้หญิงแน่ ๆ เพราะว่า ช่วงผมที่มันฟูๆ จะเห็นได้ว่าเป็นผม ในระหว่างที่คุณโจกำลังพยายามจะมอง เหมือนกับว่าเขาคนนั้นกำลังหันหน้าจากขวาค่อย ๆ มาด้านซ้ายตรงที่คุณโจนอน แล้วมาหยุดตรงกันพอดี! คุณโจรู้สึกได้ว่าเขาชะงักเมื่อเห็นหน้าคุณโจ ตอนนั้นคุณโจไม่ได้คิดอะไรอย่างอื่นนอกกลัวว่าคนนั้นจะเป็นโจรมางัดรถงัดบ้าน จึงรีบพุ่งตัวไปเปิดม่าน แต่จังหวะที่คุณโจพุ่งเข้าไปก่อนจะถึงม่าน เงานั้นก็ขยับตัวไปทางขวา คุณโจก็รีบเปิดม่านจนสุด แต่ปรากฏว่ามันไม่มีอะไรเลย! คุณโจคิดว่ามันเร็วมาก ไม่น่าจะหลบได้เร็วขนาดนั้น ทางด้านแฟนก็รู้สึกตัวตื่นจึงถามว่า “มีอะไรหรือเปล่า” คุณโจก็ตอบกลับไปว่า “อ๋อ ไม่มีอะไร แค่จะมาดูว่ารถจอดดีไหม” คุณโจไม่กล้าเล่าว่าเจออะไร จึงรีบกลับไปนอนและครั้งนี้ปิดม่านทึบไปเลย สักพักนึงคุณโจก็ผล็อยหลับไป..

       คุณโจสะดุ้งตื่นเพราะว่ารู้สึกว่าถูกกระตุกที่ข้อเท้าแรงมากจนหัวตกจากหมอน ตอนนั้นคุณโจก็ยังมึนงงอยู่ และรู้สึกได้ว่าข้อเท้าทั้ง 2 ข้างนั้นเหมือนมีคนกำอยู่ เมื่อเหลือบตาไปมองปลายเท้า คราวนี้ห้องไม่ได้มืดเหมือนครั้งแรก ทำให้คุณโจเห็นว่ามีเงาอยู่ที่ปลายเท้า ซึ่งมือทั้ง 2 ข้างของเงานั้นกำลังกำข้อเท้าของคุณโจอยู่แน่นมาก! คุณโจพยายามจะขยับตัวหรือจะร้องออกมาแต่ก็ทำไม่ได้ ทำได้เพียงลืมตา จึงพยายามเพ่งมองว่ามันคืออะไร ในระหว่างที่คุณโจกำลังเพ่งมอง เงานั้นก็ค่อย ๆ สูงขึ้น แต่ว่ามือที่จับข้อเท้ายังอยู่ที่เดิม จากนั้นก็โน้มตัวเข้ามาข้างหน้า คุณโจเริ่มเห็นชัดเจนแล้วว่าคือผู้หญิงที่เห็นอยู่นอกบ้าน ผู้หญิงคนนั้นค่อย ๆ โน้มตัวเข้ามา โดยที่คุณโจก็ไม่สามารถทำอะไรได้ แม้กระทั่งหลับตา ภาพนั้นมันใกล้มาก ๆ จนผมฟู ๆ ของผู้หญิงคนนั้นมาโดนใบหน้าของคุณโจ แต่หน้าของผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เข้ามาใกล้กับหน้าของคุณโจ ในระหว่างที่คุณโจกำลังคิด ก็ได้ยินเสียงพูดจากผู้หญิงคนนี้ว่า “ดูสิ ดูสิ อยากเห็นไม่ใช่หรอ” พูดซ้ำอย่างนี้อยู่ 2 รอบแล้วก็หัวเราะ! คุณโจก็พยายามที่จะสวดมนต์ แต่ด้วยความกลัวในตอนนั้นทำให้คุณโจสวดได้แค่ “นะโมตัสสะ นะโมตัสสะ” วนอยู่แค่นี้ และขณะที่คุณโจพยายามสวด ผู้หญิงคนนั้นก็พูดมาเหมือนกันว่า “มองสิ มองสิ” แต่ ณ ตอนนั้นคุณโจก็หลับตาไม่ได้ เห็นตลอดแต่ว่ามองหน้าผู้หญิงคนนั้นได้ไม่ชัด แต่ยังมีความรู้สึกว่าก้อนผมนั้นยังมาคลอเคลียอยู่ที่หน้าเขาตลอด สักพักความรู้สึกทั้งหมดก็หายไป จึงลุกขึ้นมานั่งคิดว่าจะทำอย่างไรดี ถ้าเปิดไฟก็กลัวว่าแฟนจะตื่น คุณโจจึงพยายามนอนห่มผ้าหดขาดึงผ้าห่มให้ขึ้นมาจนถึงคอและก็หลับไปอีกรอบ..

       แต่แล้วเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นอีกเหมือนเดิม ขาที่คุณโจคิดว่าหดเข้าไปแล้วก็ถูกกระตุกจนหัวตกจากหมอนอีกรอบ ทุกอย่างเหมือนถูกรีรัน ตั้งแต่โดนจับข้อเท้า โน้มตัวเข้ามาแล้วสักพักก็หลุดไป ตัวคุณโจก็ไม่รู้ว่าเขาต้องการมาแกล้งหรือว่าต้องการมาบอกว่าคุณโจทำอะไรผิด แต่คุณโจก็นึกคิดได้ว่าอาจจะเกี่ยวกับที่คุณโจโยนพวงมาลัยกับธูปทิ้งไป และในรอบ 2 นี้ ทันทีที่คุณโตเริ่มขยับตัวได้ก็รีบเปิดไฟและดูนาฬิกา ปรากฏว่าตอนนี้เป็นเวลา ตี 5 ครึ่ง แฟนของคุณโจพลิกตัวหันมาถามคุณโจว่า “นอนไม่หลับหรอ” คุณโจก็ยังไม่กล้าเล่าให้แฟนฟัง จึงตอบกลับไปว่า “เออใช่ นอนไม่หลับ” แฟนของคุณโจก็หันหลังกลับไป คุณโจตัดสินใจว่าไม่นอนต่อแล้ว จนเวลาเกือบ 6 โมงเช้า คุณโจก็ลุกไปเปิดม่าน แต่ก็ต้องทำให้คุณโตตกใจผงะถอยหลังออกมา เพราะว่าตำแหน่งที่คุณโจเห็นเงาผู้หญิงจากข้างนอกเมื่อคืนนี้ มีรอยมือที่ใหญ่และนิ้ว 4 นิ้วที่เรียวยาวมาก คุณโจก็ตัดสินใจเล่าให้แฟนฟัง

       หลังจากที่แฟนได้ฟังแล้ว แฟนก็เล่าในมุมมองของตัวเองบ้างว่า “นอนไม่หลับเหมือนกัน รู้สึกเหมือนมีแมลงหรือยุงมาไต่หน้าไต่แขน” หลังจากคุณโจได้ฟังก็คิดว่าว่าไม่น่าจะใช่ยุง จึงถามแฟนไปว่า “มันเหมือนผมหรือเปล่า ที่มันมาไรโดนหน้า” แฟนก็บอกว่า “ไม่รู้ แต่รู้สึกว่าไม่ได้อยู่คนเดียวในห้องนี้ รู้สึกเหมือนมีคนมาชะโงก แต่ว่าไม่กล้าลืมตา อาจจะเป็นผมก็ได้” ตัวแฟนก็ไม่กล้าพลิกตัวเพราะว่ากลัวคุณโจจะตื่น หลังจากคุยกันเสร็จ คุณโจก็ตัดสินใจเปิดประตูออกไปเพื่อที่จะไปดูรอยมือนั้นเพื่อหาเหตุผลว่ามันคือรอยอะไร พอเปิดประตูออกไป ตำแหน่งที่มีรอยมือนั้น ต้องเป็นคนที่สูงประมาณ 180 – 190 เซนติเมตร มือถึงจะอยู่ระดับนั้นได้ เพราะว่าพื้นห้องพักจะสูงกว่าลานจอดรถ ซึ่งรอยมือนี้เหมือนเป็นรอยมือจากไอร้อนอยู่ด้านนอก แล้วเป็นนิ้วที่ดูน่ากลัวมาก คุณโตก็คิดว่าอยู่อีกคืนไม่ได้แล้ว จะต้องย้ายที่พัก หลังจากนั้นคุณโตก็ไปแข่งกีฬา และไปเล่าให้เพื่อนฟัง

       เพื่อนก็ถามว่า “ไปนอนที่นี่ใช่ไหม” คุณโจจึงบอกว่า “ใช่” เพื่อนคุณโจจึงบอกว่า “โห ส่วนใหญ่แล้ว นักกีฬาที่ไปพักที่นี่หรือคนที่ไปพักที่นี่ ก็จะมีประสบการณ์แบบนี้หมด” ในระหว่างที่คุณโจและเพื่อนกำลังคุยกันอยู่นักกีฬาอีกกลุ่มหนึ่งที่นอนบนตึกก็มาบ่นกันว่า “นอนไม่หลับ” คุณโจจึงเข้าไปถามว่าทำไมนอนไม่หลับ สรุปแล้วหลายคนก็เจอคล้ายกันกับคุณโจ แต่เขาไม่ได้เล่าละเอียด เล่ามาแค่ว่า “เขาโดนกวน นอนกันไม่ได้” เพื่อนก็บอกว่า “ก็เป็นไปได้ว่าถ้ามาที่นี่ก็มีโอกาสที่จะเจอ” แต่คุณโจก็ไม่ได้ไปถามผู้ดูแลต่อ เพราะว่าถ้าถามไปเขาก็คงไม่เล่าให้ฟัง จึงคิดเองว่า ที่พักนี้อยู่ใกล้กับวัด ก็เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นสิ่งที่วนเวียนอยู่รอบ ๆ นี้ แต่สุดท้ายแล้วคุณโจก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่คุณโจเจอเกี่ยวอะไรกับห้องที่เขาพักหรือเปล่า..

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

related อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากคุณของขวัญ 'เจ้าของที่' I อังคารคลุมโปง X บอย ธิติพร [ 27 ส.ค. 2567]

01 ก.ย. 2024

เรื่องเล่าจากคุณของขวัญ 'เจ้าของที่' I อังคารคลุมโปง X บอย ธิติพร [ 27 ส.ค. 2567]

เรื่องราวนี้ ’คุณของขวัญ’ ได้นำมาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (27 สิงหาคม 2567) ขนหัวลุกไปกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวทีมีชื่อว่า ‘เจ้าที่’ จะหลอนขนาดไหนนั้น ไปอ่านกันเลย! โดยคุณของขวัญเล่าว่า ย้อนกลับไปตอนม.ปลาย อายุ 17-18 ปี เนื่องจากพ่อ-แม่อย่าร้างกัน บ้านอยู่นอกตัวเมือง จึงย้ายมาอยู่กับคุณพ่อในตัวเมืองเชียงราย ซึ่งเป็นหมู่บ้าน ตัวบ้านเป็นบ้านมือสองที่ซื้อมารีโนเวทใหม่ ชั้นแรกจะเป็นกึ่งปูนกึ่งไม้ ส่วนชั้นที่สองจะเป็นไม้ ห้องนอนของตนอยู่ชั้นที่สองห้องติดกับถนน เมื่องมองออกไปก็จะเห็นกิ่งไม้ ต้นไม้ เป็นเงาอยู่ตลอด ส่วนคุณพ่อนั้นแต่งงานใหม่ ครอบครัวใหม่จึงย้ายเข้ามาอยู่ด้วย ตนจึงเหมือนเป็นผู้อยู่อาศัย และไม่ค่อยได้คลุกคลีกับครอบครัว พอกลับมาจากโรงเรียน กินข้าวเสร็จ ก็ขึ้นมาอยู่ห้องนอน บางครั้งพ่อก็ไม่ได้อยู่บ้านตลอด ต้องออกไปธุระ คุณของขวัญก็จะอยู่บ้านคนเดียวเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีความรู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่คนเดียว เพราะบางครั้งก็ได้ยินเดิน เสียงแปลก ๆ ทำให้รู้สึกว่าไม่น่าใช่เสียงไม้ลั่น มันมีความรู้สึกแบบนี้บ่อยครั้ง จนกระทั่งคืนหนึ่ง.. คืนนั้น ตนจำได้ว่าน่าจะนอนไปแล้ว ไม่ได้ดูเวลาว่าดึกขนาดไหน จากเตียงนอนขวามือเป็นหน้าต่างที่จะเห็นกิ่งไม้และต้นไม้ ตอนที่นอนหันหลังให้หน้าต่างอยู่นั้นก็สะดุ้งตื่นเหมือนมีคนมอง ในใจก็คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรมองมาจากหน้าต่างได้ เพราะอยู่ชั้นสอง คุณของขวัญก็พยายามไม่มอง เพราะกลัวว่าจะเจออะไร แต่สุดท้ายก็ต้องหันไปมองว่าคืออะไร ปรากฎว่าเป็นเงาผู้ชาย ไม่รู้ว่ารูปร่างหน้าตาเป็นยังไง เขามองตนอยู่! ตอนนั้นคิดในใจว่า คงเป็นกิ่งไม้ ต้นไม้ แต่อีกใจก็ตั้งคำถามว่า ‘ทำไมไม่เห็นมีเงากิ่งไม้อะไรเลย มีแต่เงาคน’ คุณของขวัญรู้สึกตกใจและพยายามข่มตา ไม่แน่ใจว่าหลับหรือตื่น คล้ายฝันซ้อนฝัน พอพลิกตะแคงตัวไปข้างไหนก็จะเจอเขาตรงนั้นแบบนั้นเรื่อย ๆ จนเผลอหลับไป เรื่องนี้คุณของขวัญไม่ได้ปรึกษาคุณพ่อ เพราะไม่แน่ใจว่ากึ่งหลับกึ่งตื่นหรือเห็นจริง ๆ จึงเก็บเรื่องนี้เอาไว้ จนมีอยู่คืนหนึ่งที่คิดว่าน่าจะใช่ที่สุดคือ กลางดึกคืนนั้น คุณของขวัญจำได้ว่า ที่นอนเป็นฟูก สูงจากพื้น 5-10 เซนติเมตร ท่านอนคือแขนซ้ายยื่นออกไปนอกที่นอนที่เป็นพื้นไม้ หันหลังให้หน้าต่าง ได้ยินเสียงเคาะประตู ก๊อก ก๊อก ก๊อก คิดว่าคงเป็นคุณพ่อ ไม่ก็น้องสาวต่างแม่มาเคาะประตู เพราะล็อคประตูเอาไว้ คุณของขวัญจึงถามออกไปว่า ”มีอะไร ดึกดื่นแบบนี้มีอะไรหรือเปล่า“ แล้วเขาก็เปิดประตูเข้ามา คุณของขวัญก็ตกใจเพราะตนมั่นใจว่าล็อคประตูแต่เปิดเข้ามาได้อย่างไร ตนก็ค่อย ๆ มองจากเท้าไล่ขึ้นมาขา ตัว และหัว ถึงแม้จะมืด แต่ก็มีไฟกิ่งจากด้านนอกเข้ามา เห็นได้ว่า ผอมติดกระดูก ผิวแทน ค่อย ๆ เดินเข้ามาหาที่ปลายมือที่ยื่นออกไปนอกที่นอน ไม่แน่ใจว่าใส่กางเกงหรือไม่ แต่ใส่เสื้อขาวตัวโคร่งใหญ่ เขาค่อย ๆ นั่งยอง ๆ ลงมา จังหวะนั้น เห็นเป็นหัวกะโหลกแบบหนังหุ้มกะโหลก หลังจากนั้นเขาก็จับมือของคุณของขวัญขึ้นมา แล้วก็เอาเข้าปากของเขา! คุณของขวัญตกใจว่าเขาทำแบบนี้ทำไม ด้วยความตกใจจึงสะบัดตัว เหมือนจะหลุดจากภวังค์ มือก็หล่นลงพื้น แล้วก็รีบวิ่งออกไป แต่จังหวะนั้น ประตูเปิดอยู่จริง ๆ พอลงมาชั้นที่หนึ่ง ก็วิ่งเข้าไปกอดพ่อที่นอนอยู่กลางบ้าน แล้วก็นอนกับพ่อคืนนั้น พอเช้ามาก็เล่าให้พ่อฟัง พ่อก็บอกว่า บ้านหลังนี้ซื้อต่อมาจากญาติ ไม่มีอะไรน่ากลัว แต่มีญาติที่เสียชีวิตในบ้านนี้ ไม่ได้เกิดจากการฆ่าตัวตาย เสียจากโรคมะเร็ง เขาแค่เป็นคนรักบ้าน หลังจากคืนนั้น คุณของขวัญจะไหว้เจ้าที่ ศาลพระภูมิ ไหว้เหมือนผู้ใหญ่ในบ้านคนหนึ่ง เวลาจะไปไหน หรือเวลากลับมาบ้าน ก็จะไหว้แล้วบอกว่า ”หนูไปโรงเรียนแล้วนะคะ / หนูกลับมาจากโรงเรียนแล้วนะคะ” หลังจากที่ไหว้ แนะนำตัวกับศาลพระภูมิ เจ้าที่ ก็ไม่เจออีกเลย..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

พิม ลัทธ์กมล เล่าเรื่อง ‘เคาะ 3 ครั้ง’ l อังคารคลุมโปง X เบคกี้ - พิม [8 เม.ย 2568]

13 เม.ย. 2025

พิม ลัทธ์กมล เล่าเรื่อง ‘เคาะ 3 ครั้ง’ l อังคารคลุมโปง X เบคกี้ - พิม [8 เม.ย 2568]

เป็นนักแสดงที่ทุ่มเท อยากรู้ความเป็นอยู่ของตัวละคร จึงขอไปนอนในสถานที่ถ่ายทำจริง แต่ใครจะคิด ว่าคืนนั้นจะไม่ได้นอนจนถึงเช้า และทำให้เปลี่ยนความเชื่อเรื่อง ‘ผี’ ไปตลอดกาล ติดตามเรื่องเล่าของ ‘คุณพิม ลัทธ์กมล’ ที่ได้นำเรื่อง ‘เคาะ 3 ครั้ง’ มาเล่าในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (8 เมษายน 2568) พร้อมด้วย ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ต้องขนลุกไปพร้อมๆ กัน! ‘คุณพิม’ ได้นำเรื่อง ‘เคาะ 3 ครั้ง’ มาเล่า โดยคุณพิมได้เล่าว่า คุณพิมได้ไปถ่ายหนังที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับชายแดนเขมร ด้วยความที่คุณพิมเป็นนักแสดง จึงอยากลองเรียนรู้สถานที่ที่ใช้ถ่ายทำจริง ๆ ว่าตัวละครใช้ชีวิตอย่างไร คุณพิมจึงชวนเพื่อนมานอนด้วยกันที่สถานที่จริง สถานที่แห่งนี้เป็นกระต๊อบที่สร้างจากไม้ รอบ ๆ กระต๊อบที่คุณพิมและเพื่อนนอน ไม่มีบ้านคน มีแค่คนมาเฝ้าซึ่งเป็นชาวบ้านในแถบนั้น ที่ไม่มีโทรศัพท์ และไม่รู้เรื่องเทคโนโลยีมากนัก ในคืนนั้นเวลาตี 3 คุณพิมได้ตื่นขึ้นมา เพราะอุณหภูมิในกระต๊อบเริ่มลดลง จากที่อากาศร้อนกลายเป็นเย็นจนเหมือนอยู่ในห้องแอร์ และเมื่อคุณพิมตื่นก็รู้สึกยุกยิกตามร่างกาย พอหันไปทางเพื่อนที่นอนอยู่ด้านข้าง ก็มีเห็นว่ามีอาการยุกยิกเหมือนกัน ขณะเดียวกัน คุณพิมก็เริ่มได้ยินเสียงระนาค ที่บรรเลงช้า ๆ คุณพิมจึงถามเพื่อนว่า “มีคนมาเปิดเพลงแกล้งเราไหม” เพื่อนคุณพิมจึงตอบกลับมาว่า“ไม่นะ ที่นี่มีแค่เรานอนกัน 2 คน คนที่มาเฝ้าก็เป็นชาวบ้านที่ไม่มีโทรศัพท์” คุณพิมจึงเริ่มสงสัยว่ามันคือเสียงอะไร แต่ก็กลัวจนไม่กล้าขยับตัว และเสียงระนาดยังคงดังต่อไป และตอนนั้นเองคุณพิมและเพื่อนก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเหมือนคนกำลังเดินขึ้นมา ตึก ตึก ตึก และเสียงนั้นก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องคุณพิม ในใจคุณพิมก็ยังคิดว่าอาจเป็นคนที่มาเฝ้าเดินขึ้นมา แต่สิ่งนั้นก็ยังหยุดอยู่ที่หน้าประตูเป็นเวลานาน และทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้น ตึง! ตึง! ตึง! เสียงเคาะดังขึ้นที่หัวเตียง แต่คุณพิมก็ยังคิดว่ามีใครมาแกล้งหรือเปล่า คุณพิมและเพื่อนจึงลองตั้งสติด้วยการนอนหลับไปอีกหนึ่งครั้ง แต่อากาศก็ยังเย็นลงเรื่อย ๆ เพลงยังคงบรรเลงต่อไป จนเช้าถึงหายไป และในคืนนั้นคุณพิมกับเพื่อนจึงแทบไม่ได้นอน เพราะความกังวลจนไม่กล้าขยับตัวไปไหน ในช่วงเช้าคุณพิมจึงไปถามชาวบ้านเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ตัวเองได้เจอ ชาวบ้านแถวนั้นจึงบอกว่า “ที่แถวนั้นมันแรง ก่อนไปนอนได้ขอไหม” คุณพิมจึงตอบไปว่า “ไม่ได้ขอค่ะ แค่ไปนอนเฉย ๆ” คุณพิมจึงได้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนคือ เขามาทักทาย คืนต่อมาคุณพิมได้เปลี่ยนที่นอน ไปนอนในบ้านที่ทางทีมงานเตรียมไว้ให้ และได้กราบไหว้ก่อนจะเข้านอน ทำให้ไม่เจออะไรอีกเลย เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้คุณพิมที่ไม่เคยเชื่อลี้ลับ กลายเป็นเชื่อ 100% ว่า ผีมีจริงแน่นอน(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากคุณออโต้ เดอะโกส ‘แอปหาคู่’ l อังคารคลุมโปง X แจ็ค The Ghost Radio [29 เม.ย 2568]

04 พ.ค. 2025

เรื่องเล่าจากคุณออโต้ เดอะโกส ‘แอปหาคู่’ l อังคารคลุมโปง X แจ็ค The Ghost Radio [29 เม.ย 2568]

ในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (29 เมษายน 2568) มีเรื่องราวสุดหลอนจาก ‘คุณออโต้’ เมื่อน้องชายของคุณออโต้ได้มีการเล่นเเอปหาคู่จนได้ไปเจอกับเรื่องราวหลอนเเละน่ากลัวที่ทำให้จำไม่เคยลืม หลอนไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ แล้วคุณจะรู้ว่าบางครั้งคนที่เราคุยในเเอปนั้นอาจจะไม่ใช่คนเป็นก็ได้.. ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 7 ปีที่เเล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของน้องชายของคุณออโต้ ที่ชื่อว่า ‘ออฟ’ในช่วงนั้น คุณออฟได้มีการทำงานเป็นหัวหน้าของบริษัทโทรศัพท์เเห่งหนึ่งในภาคอีสาน ซึ่งก็ได้มีการจัดงานเลี้ยงขึ้นในบริษัท มีการกินเลี้ยงกันตั้งเเต่เวลา 4 โมงเย็น ถึง 4 ทุ่ม โดยตัวคุณออฟต้องออกจากงานเลี้ยงมาก่อนเนื่องด้วยมีธุระในตอนเช้าของอีกวัน โดยระยะทางที่คุณออฟต้องขับรถกลับนั้นประมาณ 130 กิโลเมตร ทุุกอย่างก็ดูเหมือนจะปกติ เเต่พอถึงประมาณครึ่งทาง ด้วยความล้าจากการทำงาน ทำให้คุณออฟตัดสินใจเเวะพักที่ปั๊มน้้ำมันเเห่งหนึ่ง ในตอนนั้นเอง เเอปหาคู่ที่คุณออฟเล่นก็ได้มีการเเจ้งเตือนดังขึ้นทำให้คุณออฟได้เข้าไปดูในเเอปนั้น เเละพบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าตาโปรไฟล์ทุกอย่างตรงกับสเปคของคุณออฟเป็นอย่างมาก คุณออฟจึงตัดสินใจที่คุยกับผู้หญิงคนนั้นตามประสาหนุ่มโสด จากในตอนเเรกที่คุณออฟอยู่ในอาการง่วง ก็ตื่นในทันทีเมื่อได้คุยกับผู้หญิงคนนั้น เเต่ในขณะที่คุย คุณออฟก็ได้เอ๊ะใจกับประโยคหนึ่งที่ผู้หญิงคนนั้นได้พิมพ์มา เธอพิมพ์มาว่า “พี่เนี่ยชอบทำบุญเนอะ พี่คงจะมีบุญเยอะ” ซึ่งถือเป็นประโยคสนทนาที่ค่อนข้างเเปลกกับคนที่พึ่งจะคุยกัน เเต่ในตอนนั้นคุณออฟคิดเเค่ว่าผู้หญิงคนนั้นคงจะสังเกตุจากโปรไฟล์คุณออฟ หลังจากนั้นผู้หญิงคนนั้นก็ได้ถามกับคุณออฟอีกรอบว่า “พี่จะไปไหนต่อหรอ” คุณออฟจึงตอบไปว่า “กำลังจะกลับบ้าน” ทางผู้หญิงถามอีกครั้งว่า “พี่ไม่อยากเจอหน้าหนูหรอ” ซึ่งในมุมนี้สามารถมองในเเง่ร้ายได้ว่า ถ้าผู้หญิงคนนี้เป็นนกต่อเพื่อจะล่อให้คุณออฟไปหาที่่หอพัก อาจจะมีการชิงทรัพย์หรือเกิดเหตุร้ายขึ้นได้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว คุณออฟก็เริ่มใจอ่อนเพราะผู้หญิงคนนี้ตื้อหลายรอบ คุณออฟจึงได้ทำการบอกลูกพี่ลูกน้องก่อนว่าจะไปรับผู้หญิงคนนี้ไปเที่ยวด้วย เเละในช่วงนั้นตรงกับเทศกาลปีใหม่พอดี ทั้งคู่จึงตกลงกันว่าจะไปเที่ยวที่ผับเเห่งหนึ่ง จากนั้นคุณออฟก็บอกผู้หญิงคนนั้น เเละทำการขับรถไปรับตามโลเคชั่น ระหว่างที่ขับไป สองข้างทางก็มีเเต่ป่า ต้นไม้ เเต่พอใกล้จะถึงจุดหมายทางด้านหน้ากลับมีหอพักเรียงรายอยู่มากมาย พอจอดรถเข้าที่เรียบร้อย คุณออฟก็ถ่ายรูปเเละส่งไปให้น้องชายอีกคน เผื่อจะมีเหตุฉุกเฉินจะได้สามารถมาช่วยได้ทัน ในระหว่างที่คุณออฟกำลังส่งข้อความ ก็ได้มีผู้หญิงคนหนึ่งมาเคาะที่กระจกรถฝั่งทางด้านคนขับ ในตอนนั้นคุณออฟก็ได้เห็นตัวจริงของผู้หญิงคนนั้นว่าสวยกว่าในรูปอีก ทุกความกังวลได้หายไปในทันที นอกจากนี้ เมื่อสังเกตรอบข้างก็พบว่ามีรถยนต์ และรถมอเตอร์ไซต์จอดอยู่ คงไม่มีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้น คุณออฟได้พูดบอกกับผู้หญิงคนนั้นให้ขึ้นรถเพราะตนจะพาไปทานข้าว ผู้หญิงก็ได้ตอบว่า “พี่รอเเปปนึงได้ไหม หนูขอทำงานก่อนต้องส่งพรุ่งนี้เช้า พี่เข้ามานั่งที่ห้องก่อน” ได้ยินดังนั้น คุณออฟก็ตัดสินใจที่จะตามผู้หญิงคนนั้นไป ในจังหวะที่ผู้หญิงคนนั้นเปิดประตูห้อง คุณออฟก็ได้กลิ่นเหม็นอับชื้นลอยออกมาจากภายในห้อง เเต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก พอเข้าไปด้านในของห้อง อีกหนึ่งเรื่องที่เเปลกประหลาดคือ ผู้หญิงคนนั้นปิดไฟมืดทั้งห้อง เเต่เปิดเพียงเเค่โคมไฟอันเดียวที่โต๊ะทำงาน คุณออฟนั่งรอผู้หญิงคนนั้นทำงาน เเต่ด้วยความเหนื่อยล้าจากเรื่องงาน ทำให้คุณออฟเผลอหลับไป ในช่วงจังหวะที่หลับไป คุณออฟได้ฝันเห็นคนมากมายยืนล้อมตัวคุณออฟไว้ภายในห้องนั้น ทั้งคนเเก่ เด็ก วัยรุ่น ยืนล้อมเเละพูดว่า “เฮ้ย ไอนี้มันบุญเยอะ ขอบุญจากมันหน่อยดิ” ฝันนั้นทำให้คุณออฟสะดุ้งตื่นขึ้นมา เเละมองรอบ ๆ ห้อง คุณออฟก็เห็นว่าทุกอย่างยังปกติดี ห้องยังเหมือนเดิม ผู้หญิงคนนั้นก็ยังทำงานอยู่เหมือนเดิม คุณออฟจึงได้นอนพักอีกครั้งหนึ่ง เพื่อจะรอให้ผู้หญิงคนนั้นทำงานเสร็จ เเต่สักพัก คุณออฟก็ได้ยินเสียงของน้องผู้หญิงคนนั้น ทำเสียงประมาณว่า ‘โจ๊ะ โจ้ จิง โจ๊ะ’ ด้วยความสงสัย คุณออฟเงยหน้าเพื่อที่จะมองดูจึงได้เห็นว่า ผู้หญิงคนนั้นกำลังทำท่ารำอยู่ พอทำเสร็จก็ได้จดอะไรบางอย่างลงไปในสมุดที่โต๊ะนั้น ตอนเเรกคุณออฟคิดว่าผู้หญิงคนนี้คงเรียนด้านนาฎศิลป์หรืออะไรบางอย่าง เเต่หลังจากที่ผู้หญิงคนนี้รำเสร็จ ผู้หญิงคนนั้นได้หันหน้ามาเเละยิ้มถามกับคุณออฟว่า “พี่ หนูรำสวยรึป่าว?” คุณออฟก็ได้พูดชมเเละเผลอหลับไปอีกครั้ง เวลาผ่านไปไม่รู้นานเท่าไหร่ ผู้หญิงคนนี้ได้เข้ามาสะกิดคุณออฟ เเละพูดบอกว่า “ไปพี่ เสร็จเเล้ว ตอนนี้ทุกเวลาเราสองคนต้องไปเเล้ว” เเต่ตอนนั้นก็เป็นเวลาประมาณ ตี 1 เกือบจะ ตี 2 เเล้ว คุณออฟจึงได้บอกไปว่าตนไม่ไหวเเล้ว เพราะเหนื่อยและเพลีย จึงได้ขอนอนค้างที่นี่ เเล้วในตอนเช้าค่อยไปหาอะไรกินด้วยกัน ผู้หญิงคนนั้นก็ทำหน้าไม่พอใจเเละเดินหายเข้าไปในความมืด จนกระทั่งเวลาประมาณ 6 โมงเช้า คุณออฟตื่นขึ้นอีกครั้งเพราะมีมดเเละเเมลงมากัดคุณออฟ ในตอนที่ลืมตาขึ้น เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้คุณออฟถึงกับต้องตกใจ เพราะตอนที่ตื่นขึ้น คุณออฟไม่ได้อยู่ในหอพัก เเต่กลับนอนอยู่ในตึกร้างที่ยังสร้างไม่เสร็จ ตอนเเรกคุณออฟคิดว่าตนโดนปล้น เเต่พอสำรวจตัวเอง ทุกอย่างก็ยังอยู่ครบ พอมองไปทางที่รถของคุณออฟที่จอดอยู่ คุณออฟก็ถึงกับต้องตกใจอีกครั้ง เพราะว่ารถของคุณออฟจอดอยู่บริเวณดงหญ้าที่สูงมาก เเละไม่ได้มีอาคารหรือหอพักอยู่บริเวณรอบ ๆ เลย พอสำรวจไปเรื่อย คุณออฟจึงได้เห็นว่าในตรงนั้นมีที่เก็บกระดูกของคนตายอยู่ เเละพอมองไปอีกจึงได้รู้ว่าตนอยู่ใกล้กับวัดร้าง เป็นวัดที่เหมือนขาดการดูเเลมานานมาก ๆ คุณออฟจึงรีบทำการขับรถออกมาจากบริเวณตรงนั้น เเละพักตั้งสติที่ร้านขายของชำไม่ใกล้ไม่ไกลก่อน หลังจากจอดพักไม่นาน ก็ได้มีเเม่ค้าคนหนึ่งเดินเข้ามาถามกับตัวคุณออฟว่า “ไอหนุ่ม มาจากไหนเนี่ย” อาจจะเพราะคุณออฟยังใส่ชุดทำงานอยู่จึงโดนถามเเบบนั้น เมื่อตั้งสติได้คุณออฟก็เริ่มเล่าเหตุการณ์ที่ตนเจอให้กับเเม่ค้าฟัง เเต่เเม่ค้าคนนี้กลับพูดว่า “เจออีกเเล้วหรอเนี่ย” จากนั้น เเม่ค้าก็ได้เล่าให้ฟังถึงประวัติของพื้นที่ตรงนี้ว่า สมัยก่อนพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นสถานปฎิบัติธรรม คอยช่วยรักษาคนที่เป็นโรคเอดส์ เเต่เพราะขาดการดูเเลซ่อมเเซมจึงถูกปล่อยให้รกร้าง พอได้ยินเเบบนั้นคุณออฟก็เช็คโทรศัพท์ของตัวเอง เเละได้พบข้อความของน้องชายเกือบ 100 กว่าข้อความ คุณออฟได้โทรกลับไป น้องชายของคุณออฟได้พูดขึ้นว่า “พี่ เมื่อคืนพี่ไปไหนมา เเล้วส่งรูปบ้าอะไรมาให้ผมเนี่ย” คุณออฟตอบไปด้วยความมึนงงว่า “ก็รูปหอพักที่พี่ไปไง” พอดูรูปภาพนั้นอีกที คุณออฟได้เห็นว่ารูปที่ตนส่งไปคือ รูปป่าเเละรูปที่เก็บกระดูกของคนตาย ในตอนนั้นคุณออฟจึงได้ทำการขับรถไปที่หอพักของน้องชาย เพื่อที่จะกลับมาดูสถานที่นี้อีกครั้งด้วยกัน เเละได้พบว่า สถานที่ที่คุณออฟมาในเมื่อคืนก็คือวัดที่ถูกทิ้งร้างไปเเล้ว หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น คุณออโต้ก็ได้ถามกับคุณออฟว่า “เเล้วทำไมเขาถึงบอกว่า มึงมีบุญเยอะวะ” คุณออฟจึงได้เล่าว่า “อีก 2 เดือนในตอนนั้น กำลังจะบวช อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้หญิงคนนั้น อยากจะได้ส่วนบุญของก็เป็นไปได้..”(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากมิวสิค 'เปรตเเถวบ้าน' l อังคารคลุมโปง X ปลายฟ้า-มิวสิค [ 11 พ.ย.2568 ]

20 พ.ย. 2025

เรื่องเล่าจากมิวสิค 'เปรตเเถวบ้าน' l อังคารคลุมโปง X ปลายฟ้า-มิวสิค [ 11 พ.ย.2568 ]

'คืนหมาหอน' ในช่วงวันเลือกตั้งที่ชาวบ้านในพื้นที่จะรู้กันเลยว่า ต้องรีบเข้านอนก่อนฟ้ามืดเพราะอาจจะมีการเก็บหัวคะแนนกันเกิดขึ้น ในคืนนั้นก็มีเสียงดัง ‘ปั้ง’ เกิดขึ้นในกลางดึกแบบที่คิดไว้ หลังจากนั้นผ่านไปสามวันคุณแม่ ได้ยินเสียงหมาหอนดังไล่มาตามถนน พร้อมกับเห็นเงาสูงใหญ่เดินผ่านจุดเกิดเหตุ!? เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปงXปลายฟ้า - มิวสิค’ (11 พฤศจิกายน 2568) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจโซเซฟ’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘เปรตแถวบ้าน’ ‘มิวสิค’ ได้เล่าเรื่องราวของ ‘คุณแม่’ ที่เคยเจอเหตุการณ์นี้ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นที่จังหวัดสมุทรปราการเมื่อก่อนคุณแม่ จะอาศัยอยู่ใกล้ตลาดปลาแห่งหนึ่ง ซึ่งพื้นที่แถบนั้นเมื่อก่อนชาวบ้าน จะเรียกคืนคืนหนึ่งว่า คืนหมาหอน จะเป็นช่วงวันเลือกตั้ง ที่ชาวบ้านต่างรู้กันดีว่า ต้องรีบเข้าบ้านก่อนฟ้ามืด เพราะจะมีการ เก็บหัวคะแนน ในคืนก่อนเลือกตั้ง ซึ่งตึกที่คุณแม่ อาศัยอยู่จะใกล้กับบ้านของหัวคะแนนคนหนึ่งนั้น และตึกนั้นค่อนข้างแปลกตา เพราะเป็นตึกกระจกแบบ 360 องศา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จึงทำให้มองเห็นวิวได้ทั้งหมดเลย คืนนั้น…คุณแม่ รู้ว่าจะมีการเก็บหัวคะแนน จึงเข้านอนเร็ว แต่เมื่อมองออกไปทางหน้าต่าง ก็เห็นว่าชายคนนั้นยังไม่เข้าบ้าน นั่งดื่ม นั่งคุยกับเพื่อนอย่างไม่รู้ชะตากรรม… ไม่นานหลังจากนั้น เสียงดัง ‘ปั้ง!’ ก็ดังขึ้นกลางดึก คุณแม่ กับคุณยายได้ยินเต็มสองหู ต่างรู้ทันทีว่า เขาโดนเก็บแล้ว เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งคู่เดินไปดูที่เกิดเหตุ ก็พบเพียง คราบเลือด ทิ้งไว้ให้เห็นอยู่ตรงจุดนั้นหลังจากนั้นเวลาผ่านไปได้ สามวัน คืนนั้นขณะที่คุณแม่ นอนอยู่ในห้องฝั่งหัวเตียงหันไปทางถนนที่มีแสงไฟลอดหน้าต่างเข้ามากระทบกับกำแพงตรงปลายเท้า คุณแม่ได้ยินเสียงหมาหอน…เสียงนั้น ค่อย ๆ ดังขึ้น จนเหมือนเสียงมันไล่เข้ามา ตามทางถนนหน้าบ้าน จากนั้นเสียง ‘วี๊ดดดด…’ ก็ดังขึ้น พร้อมกับเห็นเงาของสิ่งที่มีชีวิต สูงใหญ่มากผิดปกติ ค่อย ๆ เดินผ่านไปช้า ๆ เงานั้นทอดยาวผ่านปลายเตียงของคุณแม่ พร้อมกับเสียง ‘วี๊ดดดด’ ที่ดังยาวต่อเนื่องไม่ขาดสายคุณแม่เชื่อว่า…สิ่งที่เห็นในคืนนั้น คือ ‘เปรต’ ที่กลับมาวนเวียนอยู่ตรงจุดที่เขาเสียชีวิต เพราะครบ สามวัน พอดีกับความเชื่อของคนโบราณ(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

album
efm
-

-