ห้องรวมความหลอน!! เรื่องราวของคนไข้ห้องรวม ที่ห้ามเรียกพยาบาลกลางดึก เพราะไม่รู้ว่า ที่เดินมาจะเป็นคนหรือผี!!

อังคารคลุมโปง RECAP

ห้องรวมความหลอน!! เรื่องราวของคนไข้ห้องรวม ที่ห้ามเรียกพยาบาลกลางดึก เพราะไม่รู้ว่า ที่เดินมาจะเป็นคนหรือผี!!

26 ม.ค. 2024

       ต้องแอดมิทนอนห้องรวมที่โรงพยาบาล แต่บรรยากาศของคนไข้ที่นี่แปลกชอบกล เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงกับ ‘คุณไก่’ โดย ‘ครูตรี’ ได้นำเรื่องนี้มาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (23 มกราคม 2567) ฟังพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปอ่านเลย

       คุณไก่เล่าว่า ย้อนไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา คุณไก่ไม่สบาย อาหารเป็นพิษ มีอาการอาเจียน ท้องเสีย มีไข้สูง แฟนคุณไก่จึงตัดสินใจพาไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน หมอสั่งให้คุณไก่แอดมิทเพราะมีไข้ขึ้นสูง คุณไก่จึงขอห้องพิเศษเพื่อที่จะให้แฟนอยู่ด้วยได้ แต่ทางโรงพยาบาลแจ้งว่าห้องพิเศษเต็มหมดทุกห้อง เหลือแค่ห้องรวมที่มีเตียงว่าอยู่เพียงแค่ 2 เตียง คุณไก่จึงตัดสินใจพักอยู่ที่ห้องรวม บุรุษพยาบาลเข็นรถที่คุณไก่นั่ง เข้าไปยังห้องพักรวม คุณไก่บอกว่า “ตอนไปถึงหนูแทบอยากจะกลับ ต่อให้ต้องคลานกลับก็อยากกลับ”

       ด้วยความที่เป็นโรงพยาบาลเล็ก ๆ แสงไฟก็ไม่ได้มากมายนัก ภายในห้องพักรวม จะมีทั้งหมด 8 เตียง แบ่งเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งละ 4 เตียง และกั้นระหว่างเตียงด้วยผ้าม่าน  จากที่คุณไก่สังเกตุ มีเตียงว่างอยู่ 2 เตียง คือเตียงที่ 2 จากฝั่งขวา และเตียงในสุดฝั่งซ้าย คุณไก่ได้ไปนอนที่เตียงฝั่งขวา หลังจากคุณไก่ได้เตียงนอน แฟนของคุณไก่ก็บอกว่า “เฝ้าไม่ได้นะ เพราะมันเป็นห้องรวม และที่สำคัญตอนนี้มันดึกแล้ว เราต้องกลับแล้ว”  หลังจากแฟนคุณไก่กลับไป คุณไก่ก็นอนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็มีพยาบาลเดินเข้ามาเช็คคนไข้แต่ละเตียงจนเสร็จแล้วก็เดินออกไป คุณไก่ก็นอนเล่นต่อจนได้ยินเสียงเตียงข้าง ๆ ไอหนักมาก คุณไก่จึงลุกขึ้นมาแล้วพูดว่า “ขอโทษนะคะ ให้หนูเรียกพยาบาลให้ไหม” หลังจากพูดจบ เสียงไอขอเตียงฝั่งขวาก็ค่อย ๆ เบาลงเหลือเพียงเสียงไอในลำคอ คุณไก่ก็เอนตัวลงนอนต่อ แต่ด้วยอาการอาหารเป็นพิษกำเริบ จึงทำให้ปวดหนักต้องไปห้องน้ำและต้องเข็นน้ำเกลือไปด้วย ทำให้ไปห้องน้ำไม่ทัน คุณไก่ก็ใช้เวลาพอสมควรในการจัดการความเรียบร้อยของตัวเองจนเสร็จจึงกลับมาที่เตียง แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเตียงสุดท้ายที่ว่างอยู่มีผ้าม่านปิดแสดงว่ามีคนมาอยู่แล้ว

       หลังจากคุณไก่มาถึงเตียงก็นอนเช่นโทรศัพท์จนเผลอหลับไป มาสะดุ้งตื่นเพราะเสียงไอจากเตียงเดิมข้าง ๆ คุณไก่จึงลุกขึ้นเปิดผ้าม่านเตรียมจะเรียกพยาบาล แต่สายตาไปเห็นคุณยายนั่งอยู่บนเตียง นั่งจ้องเตียงข้างคุณไก่ หันมาหาคุณไก่แล้วบอกว่า “จุ๊ จุ๊ จุ๊ ผี ๆ” คุณไก่สังเกตุเห็นว่ามีการเลื่อนผ้าม่านออก คุณยายคนนั้นก็บอกอีกเหมือนเดิมว่า “จุ๊ จุ๊ จุ๊ ผี ๆ” คุณไก่จึงปิดผ้าม่านของเตียงตัวเองและนอนลง สักพักหนึ่งมีเสียงเคาะผ้าม่านจากทางฝั่งซ้ายและมีมือเลื่อนผ้าม่านออก เจอคุณป้าคนหนึ่งบอกว่า “หนู นอนไปเหอะ อย่าอะไรเลย พักผ่อน ๆ เดี๋ยวก็เช้าแล้ว” คุณไก่ตัดสินใจนอน เอาผ้ามาคลุมและหลับไป มารู้ตัวอีกทีนึงคือแฟนมาปลุก ระหว่างที่คุณไก่เล่าเรื่องทุกอย่างให้แฟนฟัง คุณหมอก็เดินมาตรวจคนไข้แต่ละเตียง จนมาถึงเตียงคุณไก่ คุณหมอบอกว่า “หลังจากให้น้ำเกลือไปคืนนึงแล้ว อาการดีขึ้น วันนี้ก็กลับบ้านได้แล้ว” คุณไก่จึงรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แฟนก็เก็บของที่เตียงให้ หลังจากกลับมาจากห้องน้ำ เห็นคุณหมอกำลังตรวจคนไข้เตียงข้าง ๆ ก็เบาใจว่าเป็นคนที่อยู่เตียงนั้นไม่ใช่ผี 

       ก่อนกลับ คุณไก่ก็หันไปเห็นคุณยายที่อยู่ฝั่งตรงข้ามและเดินไปไหว้ เพื่อที่เวลาหันกลับมาจะได้เห็นคนไข้เตียงข้าง ๆ เรียกได้ว่าเป็นการเนียนแอบดู คุณไก่ก็เดินไปลาคุณยายและหันหลังกลับมา เห็นคุณตาที่มีอายุมากนอนอยู่เตียงข้าง ๆ (เตียงที่ต้องการจะแอบเนียนดู) ก็เดินมาหาแฟนกำลังจะกลับ ก็เห็นคุณป้าเตียงข้าง ๆ ที่เตือนเมื่อคืนนี้ แล้วจึงเดินไปบอกว่า ”สวัสดีค่ะคุณป้า หนูกลับแล้วนะคะ“ ป้าก็บอกว่า  “ก็บอกแล้วนอนไปเดี๋ยว เช้าแล้วก็ได้กลับ” คุณไก่ก็เกิดคำถามอยู่ในใจว่า ทำไมถึงย้ำให้นอน คุณไก่เลยถามป้าไปว่า “ป้า หนูถามหน่อยสิ ทำไมถึงเชียร์ให้หนูนอนจังเลยอะ มีอะไรหรอป้า ป้าบอกหนูหน่อยสิ” คุณไก่ตื้อจนป้ายอมบอก ป้าเล่าให้ฟังว่า “ที่นี่เป็นโรงพยาบาลเล็ก ๆ และมีพยาบาลคนหนึ่ง ที่ต้องมาเข้ากระดึก กำลังจะมาที่โรงพยาบาล แต่โดนรถเบียด จนมอเตอร์ไซค์ล้มแล้วหน้าฝั่งซ้ายไถลไปกับพื้น แต่ปรากฏว่า มีหลาย ๆ คน เห็นพยาบาลคนนี้ มาเดินตรวจคนไข้ตามปกติทั้งที่หน้ายังเละ โดยเฉพาะก่อนที่จะปิดห้องจะมีพยาบาลเดินเข้ามาเช็ด บางวันก็ไม่ใช่พยาบาลจริง แต่เป็นพยาบาลคนที่หน้าเละเดินเข้ามาตรวจห้อง คนที่รู้เรื่องราวนี้ก็จะปิดผ้าม่านตรงปลายเท้าตลอด” ครูตรียังเล่าเสริมอีกว่า “เคยมีคนไข้เรียกพยาบาลเพราะหายใจไม่ออกและนอนรอพยาบาลเดินมา ปรากฏว่าเป็นพยาบาลที่หน้าฝั่งซ้ายเละเดินมา บ้างคนก็เจอเข็นรถอยู่ในโรงพยาบาล” 

       นั่นหมายความว่าคนไข้ทั้งหมดในห้องเตียงรวมที่คุณไก่เจอนั้น เป็นคนไข้ปกติ แต่พยาบาลที่เดินเข้ามา อาจจะเป็นพยาบาลที่เป็นคนจริง ๆ หรือไม่ก็อาจจะเป็นผีก็ได้ เพราะในคืนนั้น หลังจากที่คุณไก่ได้ยินเสียงไอ ก็อาสาเรียกพยาบาลให้ แต่คุณยายกลับบอกว่า “จุ๊ จุ๊ จุ๊ ผี ๆ” ก็เพราะกลัวว่าอาจจะเป็นวิญญาณของพยาบาลหน้าเละที่เสียชีวิตไปแล้วมาเดินตรวจอาการก็เป็นได้..

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

 

related อังคารคลุมโปง RECAP

ย้ายเข้าหอใหม่ แต่มีห้องว่างอยู่ห้องเดียวคือห้องตัวอย่าง ตั้งแต่เข้าไปพักก็เจอเรื่องแปลก ๆ มากมาย ทั้งตัวโดนผ้ามัดแน่น ทั้งโดนแก้ผ้าและตื่นมาก็ปากฉีกอีก! แถมเจอผีเยาะเย้ยว่าสวดมนต์ไปก็ทำอะไรไม่ได้!

16 พ.ย. 2023

ย้ายเข้าหอใหม่ แต่มีห้องว่างอยู่ห้องเดียวคือห้องตัวอย่าง ตั้งแต่เข้าไปพักก็เจอเรื่องแปลก ๆ มากมาย ทั้งตัวโดนผ้ามัดแน่น ทั้งโดนแก้ผ้าและตื่นมาก็ปากฉีกอีก! แถมเจอผีเยาะเย้ยว่าสวดมนต์ไปก็ทำอะไรไม่ได้!

เมื่อต้องย้ายเข้าหอใหม่ แต่ชั้นที่จะไปอยู่ดันไม่มีห้องว่าง มีแค่ห้องตัวอย่างที่อยู่ใกล้กับลิฟต์ ทำให้ต้องเจอเรื่องแปลกประหลาดชวนขนหัวลุก! เรื่องหลอนจาก ‘คุณต้น “Wolftone’ ที่มาเล่าในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (7 พฤศจิกายน 2566) พร้อมเจอกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ เรื่องนี้จะประหลาดอย่างไรนั้น ไปอ่านพร้อมกันเลย! เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ในสมัยที่คุณต้นเรียนอยู่มหาวิทยาลัยย่านนครปฐม เป็นช่วงระหว่างปี 1 ขึ้นปี 2 ช่วงนั้นเขาย้ายหอพักจากหอพักเก่าไปหอพักหนึ่ง ซึ่งมีเพื่อนที่เรียนด้วยกันอยู่ที่นั่นชื่อ ‘คุณเบนซ์’ เขาจึงชวนคุณต้นย้ายเข้าไป คุณเบนซ์พักอยู่ที่ชั้น 2 ในวันที่ไปเลือกห้อง คุณต้นจึงไม่ได้ไปดูชั้นอื่นเลยนอกจากชั้น 2 เพราะว่าต้องการที่จะอยู่ใกล้ ๆ กัน ไปเรียนจะได้สะดวก แต่ชั้น 2 ไม่มีห้องไหนว่าง ยกเว้นห้องตัวอย่าง เลขที่ 207 ลักษณะของห้องนี้คือ เมื่อออกจากลิฟต์แล้วเลี้ยวซ้ายก็จะถึงเลย เรียกได้ว่าอยู่เยื้องกับลิฟต์ หากเปิดประตูเข้าไปก็เหมือนห้องทั่วไป ทางซ้ายมีห้องน้ำ มีเตียง ถัดไปเป็นโซฟาและตู้ คุณต้นจึงตัดสินใจเลือกห้องนั้น เขาใช้ชีวิตอยู่ในห้องนั้นประมาณ 1 - 2 เดือน จนคุณต้นเริ่มสนิทกับคนในหอ สนิทกับ รปภ. คุณป้าแม่บ้าน และคุณป้าพนักงาน ซึ่งพวกเขาก็มักจะนั่งสังสรรค์อยู่ใต้หอพักก่อนจะขึ้นนอนเป็นประจำ ส่วนคุณต้นก็จะนั่งอยู่กับคุณลุงรปภ. เป็นประจำ มีอยู่วันหนึ่งพวกเขานั่งสังสรรค์กันตามปกติ แต่มีเพื่อนของคุณต้น ชื่อ ‘คุณคิน’ เข้ามานั่งร่วมวงด้วย พวกเขาก็นั่งกินกันไปเรื่อย ๆ จนถึงตี 1 - 2 ก็เริ่มเมา จากนั้นจึงขึ้นไปนอน คุณคินก็ไม่ได้กลับไปที่หอพักตัวเองเพราะหอพักเขาอยู่ไกล คุณต้นจึงพาคุณคินขึ้นมานอนที่ห้องของตัวเอง โดยคุณคินนอนบนเตียง ส่วนคุณต้นนอนอยู่ที่โซฟา ไม่นานทั้งคู่ก็หลับไป เช้าวันต่อมา คุณต้นตื่นเพราะเสียงของเพื่อนที่พูดว่า “ต้น มึงทำอะไรอยู่เนี่ย มึงแกล้งมึงเล่นอะไรอยู่เนี่ย” ด้วยความสะลึมสะลือ เขาจึงตื่นขึ้นไปดู สิ่งที่เขาเห็นคือ คุณคินโดนห่อด้วยผ้าห่มแน่น ๆ เหมือนกับนุ่งผ้าออกมาจากห้องน้ำ เหมือนกับข้าวต้มมัดที่แน่น ๆ ซึ่งผิดธรรมชาติจากการห่มผ้าทั่วไป แล้วที่แปลกกว่านั้นคือ คุณคินไม่ได้สวมเสื้อผ้า แต่เสื้อผ้าทั้งหมดไปกองอยู่หน้าห้องน้ำ และชุ่มไปด้วยน้ำ! คุณคินตกใจมากจึงหันมาถามคุณต้นว่า “แกล้งอะไร” คุณต้นยังมึนงง เพราะตนไม่ได้ทำอะไร จำได้ว่าต่างคนต่างนอน พอตื่นมาก็เจอสภาพแบบนี้แล้ว แต่หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็ไปเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง ทุกคนก็ขำขันคิดเพียงว่าเป็นเรื่องโจ๊กเล่าสนุกเท่านั้น หลังจากนั้นผ่านไป 2 สัปดาห์ คุณคินก็ไปสังสรรค์กับเพื่อนอีกกลุ่มที่บ้านพักของเพื่อน คราวนี้ก็คล้าย ๆ กัน คือนั่งดื่มกันไปเรื่อย ๆ แต่ครั้งนี้ คุณคินขึ้นไปนอนที่ห้องของเพื่อน ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กันกับห้องพักคุณต้น หลังจากภาพตัดหลับไป เหตุการณ์แปลก ๆ ตอนเช้า ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้หนักกว่าครั้งแรก เพราะคุณคินตื่นมาพร้อมกับเสื้อที่ชุ่มไปด้วยน้ำ เมื่อจับที่ปากก็รู้สึกเจ็บมาก เขาจึงรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำเพื่อดูตัวเองในกระจก ก็เห็นว่าตัวเอง ปากแตก ปากข้างล่างฉีกประมาณ 4 เซนติเมตร มีเลือดอาบเต็มเสื้อ ฟันแตกผ่าครึ่งแล้วฝังไปในริมฝีปากล่าง และที่แปลกไปกว่านั้นคือ เขามีสำลีอยู่รอบตัว ทีแรกคิดว่าอาจจะล้มแล้วเพื่อนมาช่วยทำแผล จึงถามเพื่อน ๆ ที่นอนด้วยกัน สรุปว่าไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพิ่งมารู้ตอนเช้าพร้อมกันนี่เอง ทุกคนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นคุณต้นก็รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องผิดปกติ แต่แล้วเหตุการณ์แบบนั้นก็ไม่เกิดขึ้นกับคุณคินอีก ไปเกิดกับคุณต้นแทน.. ผ่านเหตุการณ์นั้นไปอีกประมาณ 2 สัปดาห์ วันหนึ่งหลังจากกลับจากเรียนคุณต้นก็มานอนพักที่ห้องตามปกติ ไม่ได้ดื่มหรือมีอาการมึนเมาแต่อย่างใด เหตุการณ์ก็เกิดขึ้นตอนเช้าอีกครั้ง คุณต้นโดนห่อเป็นข้าวต้มมัด โดนรัดแน่นมากและโดนแก้ผ้าด้วย ส่วนเสื้อผ้าไปกองอยู่หน้าห้องน้ำ และชุ่มไปด้วยน้ำเหมือนครั้งก่อน! แล้วหลังจากนั้น คุณต้นก็เจอเหตุการ์ณแบบนี้อีก 3 – 4 ครั้ง กระทั่งคืนก่อนจะถึงครั้งสุดท้ายที่คุณต้นทนไม่ไหว คืนนั้นเขาก็นอนปกติ เขารู้สึกว่าเขาโดนกดที่หน้าอกแรงมาก เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตนมีอาการผีอำ เมื่อเขาพยายามลืมตา ก็รู้สึกได้ว่าสิ่งที่กำลังกดเขาอยู่คือผู้หญิง! เขาพยายามลืมตาและสวดมนต์ แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ตอบกลับมาว่า “มึงไม่ได้ผลหรอก มึงทำไปเลย มันไม่ได้ผล สวดไปเลย มีพระหรอ” ราวกับกำลังเยาะเย้ยคุณต้น ผ่านไปไม่นาน คุณต้นก็ลุกขึ้นมาได้ จากนั้นก็รีบหยิบโทรศัพท์โทรหาคุณเบนซ์บอกว่า “กูโดนแล้ว กูเริ่มไม่ไหวแล้ว มันมากเกินไปแล้วนี่มันครั้งที่ 4 ครั้งที่ 5 แล้วไม่ไหวแล้ว” แต่คุณต้นก็ตอบกลับไปว่า “โอเค ไม่เป็นไร งั้นอยู่ไปก่อน ดูกันไปก่อน” จนมาถึงเหตุการณ์สุดท้าย เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้คุณต้นตัดสินใจย้ายออกจากห้องนั้นไปห้องอื่นเลยคือ…! วันนั้นคุณต้นนั่งดื่มกับเพื่อนตามปกติ แต่ครั้งนี้เพื่อนเล่าให้ฟังว่า เวลาประมาณ 5 ทุ่ม อยู่ ๆ คุณต้นก็เดินขึ้นไปบนห้องแบบไม่บอกใคร หายไปจากวงสังสรรค์นั้นแล้วก็ขึ้นไปนอน ซึ่งคุณต้นรู้ตัวแค่ว่าตอนนั้นเหมือนมีบางอย่างบอกเขาว่าต้องขึ้นไปข้างบนและไปนอนได้แล้ว ความจำสุดท้ายของคุณต้นคือ เขาเปิดประตูเข้าไปในห้องแล้วก็วาร์ปหลับไป ตื่นเช้ามาอีกที ก็ได้ยินเสียงคุณเบนซ์เรียก “ต้น มึงโดนอีกแล้วว่ะ มึงย้ายห้องเหอะ กูสงสารมึง” ทันทีที่คุณเบนซ์เห็นหน้าคุณต้นก็อึ้งไปสักพักเพราะว่าเสื้อผ้าของคุณต้นนั้นชุ่มไปด้วยเลือด ปากของคุณต้นนั้นฉีกไปประมาณ 3 เซนติเมตร นั่นทำให้คุณต้นไม่อยากทนอีกต่อไป จึงไปถามกับรปภ. และคุณป้าพนักงานว่า ชั้น 2 มีเหตุการณ์อะไรมาก่อนหรือไม่ แต่พวกเขาก็ไม่ยอมปริปากบอกจนคุณต้นต้องพยายามเค้นถาม จึงได้คำตอบมาว่า บริเวณลิฟท์ชั้น 2 จะมีผู้หญิงคนหนึ่งวนเวียนอยู่ตรงนั้น ป้าแม่บ้านเห็นประจำ และมักจะเห็นเดินไปเดินมาบริเวณห้อง 207 ที่คุณต้นอยู่ รปภ.และแม่บ้านบอกมาแค่นั้น คุณต้นก็สืบไม่ได้ว่าผู้หญิงคนนี้คือใคร จนกระทั่งเหตุการณ์สุดท้าย หลังจากที่คุณต้นย้ายห้องไปแล้ว เหตุการณ์นี้เป็นการการันตีว่าสิ่งที่คุณต้นเห็นและทำทั้งหมดเป็นคนคนเดียวกัน นั่นคือเมื่อคุณต้นย้ายห้องไป ในคืนหนึ่งก็ฝันว่า กำลังจะไปเรียน พอเปิดประตูแล้วหันไปทางซ้าย ซึ่งเป็นห้อง 207 ที่เคยอยู่ เขาก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่ง ผิวสีเหลือง ผมประบ่า แต่ไม่เห็นหน้า แล้วร่างนั้นก็ถอยหลังค่อย ๆ หายไปในเงา แล้วคุณต้นก็สะดุ้งตื่น! นั่นทำให้คุณต้นได้รู้ว่าคือคนเดียวกันกับที่เคยกดคุณต้น แต่ว่าก็หาสาเหตุไม่ได้ว่าสิ่งที่เจอมันคืออะไร แล้วผู้หญิงคนนั้นคือใคร..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

สองพี่น้องอยากไปงานวัด แต่ติดลมจนรถหมด ตัดสินใจโบกรถแถวนั้นกลับบ้าน บังเอิญว่าคันที่ให้ติดไปด้วยดันเป็นรถขนโลงศพ! นั่งไปสักพักโลงศพก็เปิดออกมาเป็นหน้าคนแล้วถามว่า “มึง 2 คนเป็นใคร! มาอยู่บนนี้ได้ยังไง!” หลังจากนั้นก็เกิดเรื่องน่าสลดกับสองพี่น้อง!

25 ก.ย. 2023

สองพี่น้องอยากไปงานวัด แต่ติดลมจนรถหมด ตัดสินใจโบกรถแถวนั้นกลับบ้าน บังเอิญว่าคันที่ให้ติดไปด้วยดันเป็นรถขนโลงศพ! นั่งไปสักพักโลงศพก็เปิดออกมาเป็นหน้าคนแล้วถามว่า “มึง 2 คนเป็นใคร! มาอยู่บนนี้ได้ยังไง!” หลังจากนั้นก็เกิดเรื่องน่าสลดกับสองพี่น้อง!

รายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (5 กันยายน 2566) ขอต้อนรับ ‘พี่ขวัญ น้ำมันพราย’ ที่จะมาพบกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ พร้อมกับเรื่องเล่าของสองพี่น้องที่ต้องเดินกลับบ้านหลายสิบกิโลเมตรในตอนตี 2 จะเกิดเรื่องอะไรหลอน ๆ ในคืนนี้ จะเป็นยังไงไปอ่านกันเลย! พี่ขวัญเล่าว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าจาก ‘พี่หม่อม’นักเล่าเรื่องผีที่รู้จักกัน เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปประมาณ 20 กว่าปี เกิดขึ้นที่ภาคอีสาน เป็นเรื่องราวของสองพี่น้องคู่หนึ่งที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ห่างไกลกับตัวเมือง ชื่อ ‘หนุ่ม’ และ ‘เปีย’ ในช่วงเวลานั้นมีการจัดงานวัด แต่ว่างานวัดแห่งนี้จัดขึ้นในตัวอำเภอเมือง ซึ่งเป็นระยะทางที่ไกลมาก ในสมัยนั้นการจะโดยสารเข้าไปในตัวอำเภอค่อนข้างลำบาก ชาวบ้านจึงต้องรวมจำนวนคนให้มาก ๆ เพื่อที่จะได้ไปด้วยกันทีเดียว งานวัดงานนี้เป็นงานประจำปีของจังหวัด สองพี่น้องก็มีรู้สึกว่าอยากไปเที่ยวกันมาก จึงคุยปรึกษากับผู้ใหญ่บ้านว่าจะเดินทางไปอย่างไรกันดี เพราะตอนกลางคืนจะไม่มีรถประจำทางมาให้บริการ ผู้ใหญ่บ้านเห็นความตั้งใจของลูกบ้าน และอยากให้ไปเที่ยวกันจึงติดต่อรถให้ ซึ่งเป็นรถขนส่งสินค้าที่เข้ามารับวัตถุดิบจากหมู่บ้านไปขายในตัวจังหวัด ทางเจ้าของรถขนส่งก็รับปากว่าจะมารับ แต่มีข้อแม้ว่า ถ้าถึงเวลาเที่ยงคืนแล้วต้องกลับเลย ห้ามโอ้เอ้ เพราะเขาจะต้องตื่นมารับสินค้าแต่เช้าตรู่เพื่อไปขายในเมืองวันพรุ่งนี้ และทั้งสองฝ่ายก็ตกลงกันตามนั้น พอถึงวันงาน ชาวบ้านทั้งหมดก็มารวมตัวกันเพื่อโดยสารรถขนส่งคันนี้ไป ซึ่งมี 2 พี่น้องหนุ่มกับเปียไปด้วย พอไปถึงงาน เจ้าของรถก็บอกว่า “เที่ยงคืนนะ นี่คือเวลานัดหมายของเรา เที่ยงคืนต้องกลับ ไม่ว่าจะอะไร ห้ามโอเอ้ ถ้ามาไม่ทันก็จะไม่รอ” ทุกคนก็แยกย้ายกันไปสนุกสนาน จนใกล้เวลาเที่ยงคืน เปียคนเป็นน้องก็บอกหนุ่มคนพี่ว่า “ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว เดี๋ยวรถไม่รอเรานะ” คนพี่ก็บอกว่า “ไม่เป็นไรช่างมัน จะเป็นอะไรวะนาน ๆ มาเที่ยวกันที กลับกันเองก็ได้ เดี๋ยวหาโบกรถชาวบ้านกลับไปที่อำเภอเราก็ได้” พอถึงเวลาเที่ยงคืน รถขนส่งคันนั้นก็กลับไป สองพี่น้องก็ยังเที่ยวกันไปเรื่อย ๆ จนร้านค้า, ลิเก, หมอลำ และดนตรี เริ่มทยอยกันปิด บรรยากาศเริ่มกร่อย จนคนเป็นน้องบอกกับพี่ว่า “หรือเราจะนอนกันที่วัดก็ได้นะแล้วตอนเช้าค่อยกลับ” แต่คนพี่ก็ปฏิเสธเพราะตนกลัวผี จึงตัดสินใจกันเดินกลับในเวลาตี 2 สองพี่น้องพากันเดินกลับ และคิดว่าจะโบกรถระหว่างทาง ในระหว่างทางเดินที่ออกจากวัดก็มีเสียงหมาหอนตลอดทาง สองพี่น้องโบกรถกันไปเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่มีคันไหนไปทางเดียวกันเลย สุดท้ายโชคก็เข้าข้าง ปรากฏว่ามีรถคันหนึ่งขับผ่านมา เป็นลุงขับรถกระบะขนของที่ไปหมู่บ้านใกล้เคียงหมู่บ้านของสองพี่น้อง ทั้งคู่จึงขอติดรถไปด้วย จากนั้นก็กระโดดขึ้นไปนั่งที่ท้ายกระบะ ทั้งสองก็พูดคุยกันไปว่าโชคดีที่มีรถกลับ ระหว่างนั้นก็สังเกตว่าบนรถบรรทุกอะไรบางอย่างมาด้วย แต่เพราะความมืดทำให้มองไม่ชัด กระทั่งรถขับไปถึงไฟแดง แสงไฟก็ทำให้ทั้งคู่ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็น เพราะว่ารถกระบะที่พวกเขาขึ้นมานั้นบรรทุกโรงศพมา! ทั้งคู่ผงะถอยหลัง และคิดว่าจะลงจากรถ แต่ก็ไม่ทันเพราะว่ารถออกตัวก่อน ทั้งคู่รู้สึกเริ่มกลัว และเนื่องจากเส้นทางในต่างจังหวัดไม่ได้ราบเรียบ ทำให้จู่ ๆ ฝาโรงศพก็เปิดเอง! แล้วฝาโรงศพที่เปิดอยู่ก็เลื่อนปิดเอง! ด้วยความกลัว เปียคนน้องก็ย้ายตัวเองไปนั่งข้างพี่หนุ่มและคิดว่าจะเอาอย่างไรกันดี ระหว่างนั้นฝาโรงก็เปิดขึ้นมาอีกครั้ง! ทั้งคู่เห็นดังนั้นก็พยายามเอื้อมมือเคาะกระจกให้ลุงจอดรถ แต่สิ่งที่ทั้งคู่เห็นคือ มีหน้าคนโผล่ออกมาจากโรงศพ ใบหน้านั้นมองมาที่สองพี่น้องและพูดว่า “มึงสองคนเป็นใครมาอยู่บนนี้ได้ยังไง!” สิ้นเสียงนั้น สองพี่น้องก็ร่วงลงตกจากรถทันที! ลุงคนขับตกใจ จึงจอดรถและลงมาดู ปรากฏว่าเห็นสองพี่น้องตกจากรถ คนพี่อย่างหนุ่มร้องโอดโอย แต่คนน้องอย่างเปียสลบไปแล้ว ลุงคนขับโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ทำการสอบสวน ลุงจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังว่า ลุงขับรถมากันสองคนกับเด็กขนของ แล้วสองพี่น้องคู่นี้ก็โบกรถขอติดกลับไปด้วย แต่เมื่อไม่เห็นวี่แววของเด็กขนของ ตำรวจจึงถามว่าเด็กขนของอยู่ไหน ลุงก็ชี้ไปที่ท้ายรถ ตำรวจจึงเรียกมาคุย เด็กขนของบอกว่า “ผมนั่งหลังรถมา ผมหนาว เลยเข้าไปนอนในโรง ผมได้ยินเสียงคนคุยกัน ผมก็ไม่รู้ว่าใครมาคุยกันบนรถ ผมเลยเปิดโรงมาดู แล้วถามว่า มึงสองคนเป็นใครมาอยู่บนนี้ได้ยังไง” สรุปแล้วตำรวจจึงต้องดำเนินคดีกับเด็กขนของเพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้คนเสียชีวิต และระหว่างที่จะพาตัวคุณลุงและเด็กขนของไปสถานีตำรวจ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ก็แจ้งมาว่า คนพี่ที่กำลังเดินทางไปโรงพยาบาลเสียชีวิตแล้ว เรียกได้ว่าเสียชีวิตทั้งพี่ทั้งน้อง ทำให้ทั้งตัวลุงคนขับและเด็กขนของต้องติดคุก แต่ก็ติดคุกได้ไม่นาน เพราะทางเจ้าของร้านโรงศพช่วยอธิบายว่าการกระทำของทั้งคู่นั้นไม่ได้เจตนา หลังออกจากคุกและมาทำงานต่อเหมือนเดิม เจ้าของร้านก็สั่งไม่ให้เด็กขนของคนนี้นอนในโรงอีก แต่ว่าผ่านไปได้ไม่นาน เด็กขนของคนนี้ก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุตกรถตายเหมือนกัน! คนจึงโจษขานกันเป็นสองเสียงว่า เป็นเพราะเมาจึงตกรถ แต่อีกเสียงก็บอกว่าเป็นเพราะอาธรรพ์ที่ไปหลอกสองพี่น้องจนทำให้เขาตาย..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากวีซ่า The Shock 'เรียลลิตี้พาหลอน' l อังคารคลุมโปง X วีซ่า The Shock [ 7 เม.ย.2569 ]

11 เม.ย. 2026

เรื่องเล่าจากวีซ่า The Shock 'เรียลลิตี้พาหลอน' l อังคารคลุมโปง X วีซ่า The Shock [ 7 เม.ย.2569 ]

การถ่ายทำเรียลลิตี้ได้เริ่มต้นขึ้น เรื่องราวสุดแปลกที่ได้เจอ อาหารสุดสยองที่ได้กิน การดำเนินรายการไปพร้อมกับเส้นทางความหลอนที่รออยู่ตรงหน้า เมื่อได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่า ทางผ่านผี โดยไม่รู้ตัว ทำให้ดวงวิญญาณนับสิบ ตามติดอยู่เคียงข้าง จนยากจะทนไหว… เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน อังคารคลุมโปง X วีซ่า The Shock (07 เมษายน 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘เรียลลิตี้พาหลอน’ เรื่องราวนี้ ‘วีซ่า The Shock’ ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวของตนเอง ย้อนกลับไปในช่วงที่วี เพิ่งเริ่มต้นการทำงานในวงการบันเทิง และได้เดินทางไปถ่ายทำรายการในหมู่บ้านแห่งหนึ่งบนยอดเขาสูง ซึ่งในการถ่ายทำรายการวันที่สอง วีได้รับหน้าที่ให้เป็นพิธีกรภาคสนามให้กับทางรายการ โดยเน้นย้ำกับวีว่า การถ่ายทำครั้งนี้จะเน้นความเป็นเรียลลิตี้ และจะพาวีไปชมการคาโครงว่าเป็นอย่างไรวีเองก็เกิดความสงสัยว่า สิ่งที่เขาจะต้องไปเจอนั้นคืออะไร? และเมื่อวีได้เดินทางไปถึงสถานที่ถ่ายทำ จึงได้พบกับบรรยากาศภายในหมู่บ้าน ที่เหมือนมีการจัดงานเลี้ยงงานหนึ่ง วีจึงได้เริ่มต้นการดำเนินรายการในฐานะพิธีกรพาผู้ชมไปชมหมู่บ้านแห่งนั้น เมื่อวีได้เดินเข้าไปจึงพบกับถ้วยกระทงวางตามทางเรียงรายกันเต็มไปหมดตลอดทั้งทาง และผู้คนในชุมชนมีการรวมตัวกันทำบางสิ่งบางอย่างกันอยู่ที่ริมทางน้ำ เมื่อวีได้เดินเข้าไปใกล้ ๆ กลับพบกับโครงร่างของหมูที่โดนแหวก สภาพไม่น่ามองสักเท่าไหร่ และในโครงของหมูตัวนั้นมีเนื้อของหมูดิบที่ถูกการยำ ปรุงรสวางไว้อยู่ในโครงร่างนั้นจู่ ๆ ก็มีคนในหมู่บ้านแห่งนั้น หยิบเนื้อหมูขึ้นมาใส่ใบไม้ พร้อมกับถือแก้วเหล้านำมันมาเสิร์ฟให้กับวีได้ลองชิม ด้วยความที่วีนั้นยังเด็ก และไม่รู้ว่าสิ่งนั้นมันคืออะไร เขาจึงเกิดความคิดที่อยากจะลองรับประทานมันดูสักครั้ง เมื่อเขาได้ลองรับประทานมันเข้าไปแล้ว ทันใดนั้นความรู้สึกแรกของวี คือความพะอืดพะอม และเขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองนั้น กำลังจะขาดใจ แต่ก็ทำได้เพียงแค่อดทนอดกลั้นเก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้ เมื่อการถ่ายทำรายการได้เสร็จสิ้นลงไป วีได้เดินออกมาจากสถานที่แห่งนั้น และได้เดินผ่านสนามเด็กเล่นเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งมีโกลฟุตบอลวางไว้เพียงแค่ฝั่งเดียว วีจึงคิดสงสัยว่าเด็ก ๆ ที่นี่จะเล่นฟุตบอลกันอย่างไร เมื่อเขาได้เดินเข้าไปใกล้ ๆ จึงสังเกตุเห็นว่าโกลฟุตบอลอันนั้น มันปักลงพื้นดินไม่แน่นทำให้เสาเอียงลงมา วีจึงช่วยโหนเสาเหล็กอันนั้น เพื่อที่จะปักเสาของโกลฟุตบอลให้ลงดินไปให้แน่น จู่ ๆ ผู้คนในหมู่บ้านได้วิ่งเข้ามาห้ามวีเอาไว้ พร้อมพูดกับคุณวีว่า ‘ไม่ได้ ๆ ทำแบบนี้ไม่ได้’ เมื่อได้ยินเช่นนั้น วีจึงคิดสงสัยอยู่ภายในใจว่าทำไมถึงทำแบบนี้ไม่ได้ เมื่อผู้ใหญ่บ้านเดินเข้ามาเห็น จึงเรียกแม่หมอประจำหมู่บ้านเข้ามาทำพิธีกรรมบางอย่าง โดยการเชือดไก่สดทั้งหมด 7 ตัว และโยนลงไปที่เสาดินแห่งนั้น วีก็ยังไม่เข้าใจว่า ตัวเองนั้นทำอะไรผิดไป เขาจึงเดินเข้าไปอธิบายกับผู้ใหญ่บ้าน ว่าเขาเห็นว่าโกลฟุตบอลอันนั้น เสามันถูกวางไว้ไม่แน่นหนาพอ เขาจึงเข้ามาช่วยยึดเหนี่ยวมัน แต่ผู้ใหญ่บ้านกลับบอกว่าประตูนี้คือ ประตูทางผ่านผี ในหมู่บ้านแห่งนี้ หากมีใครสักคนเสียชีวิต จะต้องแบกร่างไร้ลมหายใจของคนคนนั้น เข้ามาลอดผ่านประตูนี้ไป เพื่อให้เป็นทางผ่านไปสู่อีกภพหนึ่งหลังจากเสร็จสิ้นพิธีกรรม วีได้เดินทางกลับมาที่พักของตนเอง ซึ่งเป็นเหมือนบังกะโลหลังเล็ก ๆ หลังหนึ่ง เมื่อเปิดประตูเข้าไปความคิดแรกของคุณวีที่ดังขึ้นมาในใจคือ นี่เราต้องนอนตรงนี้จริง ๆ หรอ แต่เขาเองก็ไม่มีทางเลือกมากนัก ในตอนนั้นด้วยความที่วี มีความเชื่อในเรื่องพระเจ้า เรื่องการไม่ยึดติดกับสิ่งของ ซึ่งตัวของวีเอง ก็มีลูกประคำร้อยเป็นสร้อยเส้นหนึ่ง พกติดตัวตลอด แต่ในวันนั้นเขากลับถอดมันเก็บไว้ในกระเป๋า ก่อนที่จะออกไปสังสรรค์นอกห้องเมื่อถึงเวลาช่วงเวลากลางดึก วีได้กลับมาที่บังกะโลหลังนั้น และนอนพักผ่อนแต่จู่ ๆ ในคืนนั้นคุณวีได้ตื่นขึ้นมา พร้อมกับความรู้สึกที่ว่าเหมือนมีใครมาเล่นตรงปลายเท้าของเขา เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาก็ได้พบหญิงสาวคนหนึ่งสวมใส่ชุดชาวเขานั่งอยู่ที่ปลายเท้า ด้วยความตกใจทำให้คุณวีสะดุ้งตื่น ตาเบิกกว้างจนได้พบว่าในห้องเล็ก ๆ ห้องนี้มีวิญญาณรวมอยู่กันมากกว่า 20 ชีวิต ทั้งนั่งอยู่ข้าง ๆ นั่งห้อยขาอยู่บนคาน และอีกมากมาย ทันทีที่ได้สติคุณวีจึงรีบวิ่งออกจากห้องนั้นออกมาในทันที เหตุการณ์นี้ทำให้คุณวีคิดได้ว่า สาเหตุของเรื่องราวหลอนที่เขาได้พบเจอ เกิดจากการที่ตัวของเขาเองนั้นได้ถอดสร้อยลูกประคำออก และไปยุ่งเกี่ยวกับประตูทางผ่านผี ทำให้มีดวงวิญญาณคอยตามติดเขาเพื่อขอส่วนบุญ(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากณัฐผี ’อพาร์ตเม้นท์ร้าง 8 ชั้น‘ l อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary [ 8 ก.ค.2568 ]

19 ก.ค. 2025

เรื่องเล่าจากณัฐผี ’อพาร์ตเม้นท์ร้าง 8 ชั้น‘ l อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary [ 8 ก.ค.2568 ]

‘คุณณัฐผี’ ได้เข้ามาเล่าเรื่องราวที่ได้ไปถ่ายรายการที่จังหวัดขอนแก่น แล้วดันไปเรียกชื่อวิญญาณที่ผูกคอตาย จนทำให้โดนวิญญาณตามกลับบ้าน! เรื่องราวทั้งหมดจะจบลงอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X’ (8 กรกฎาคม 2568) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ในเรื่องที่มีชื่อว่า ‘อพาร์ตเม้นท์ร้าง 8 ชั้น’ ที่ทำให้คุณจะไม่กล้าเรียกชื่อใครแบบสุ่มสี่สุ่มห้า! คุณณัฐเล่าว่า ตนได้มีโอกาสเดินทางไปถ่ายรายการที่อพาร์ตเมนต์ร้าง 8 ชั้นในจังหวัดขอนแก่น ที่นี่มีคนผูกคอตายบริเวณชั้น 6 และชั้น 7 เมื่อไปถึงหน้าอพาร์ตเมนต์ก็มีห่อของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและขวดแอลกอฮอล์วางอยู่พร้อมธูป 1 ดอก ทราบมาว่าน้องชายของผู้เสียชีวิตเป็นคนมาไหว้ทุกวัน และยังบอกอีกว่าพี่เดินลงมากินทุกวัน พอเริ่มถ่ายรายการ คุณณัฐก็เริ่มได้ยินเสียงแปลก ๆ และกลิ่นเหม็นเน่า เมื่อเดินขึ้นไปจนถึงบริเวณชั้น 6 กำลังจะไปชั้น 7 ซึ่งเป็นบริเวณนั้นเป็นจุดเกิดเหตุ สังเกตได้จากมีคราบน้ำเหลืองอยู่ตรงนั้น ในระหว่างที่กำลังคุยกันก็ได้ยินเสียงดังขึ้นมาบริเวณชั้น 7 จึงให้กู้ภัยขึ้นไปดู แต่ก็ไม่พบอะไร ภารกิจที่ต้องทำในรายการคือเล่นผีตะเกียบ ระหว่างที่เล่นก็จะมีการถามคำถามวิญญาณไปเรื่อย ๆ แต่ขณะที่กำลังเล่นอยู่ คุณณัฐกลับเรียกชื่อของวิญญาณตนนั้น แล้วตะเกียบก็ค่อย ๆ หุบ ซึ่งหมายความว่าวิญญาณตนนั้นได้มาอยู่ตรงนี้แล้ว หลังจากนั้นตากล้องก็บอกให้คุณณัฐลองถามว่าวิญญาณอยู่ชั้น 6 หรือชั้น 7 ถ้าอยู่ชั้น 6 ให้หุบเข้า ถ้าอยู่ชั้น 7 ให้กางออก พอสิ้นคำถามตะเกียบก็กางออก แล้วเสียงกระทืบเท้าก็ดังขึ้นบริเวณชั้น 7 จนวงเล่นผีตะเกียบแตกกระเจิง! พอลงมา ทีมงานก็จุดธูปบอกดวงวิญญาณเพื่อขอขมา ขณะที่กำลังปักธูปลงพื้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือเสียงกระทืบเท้าดังขึ้นอีกครั้งจากชั้นบนดังลงมาถึงชั้นล่าง! สิ่งที่เกิดขึ้นยังไม่จบเพียงเท่านี้ หลังจากนั้นทุกคนก็ออกไปทานข้าวกันต่อ โดยมีทั้งหมด 4 คน แต่พนักงานก็เดินมาจัดจาน แต่ดันเกินมา 1 ชุด! จากนั้นเมื่อกลับถึงโรงแรมก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน เพราะต้องตื่นเช้าเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ทุกร้านที่จอดแวะทานข้าว พนักงานก็จะจัดจานมาให้เกิน 1 ชุดตลอด เมื่อถึงกรุงเทพทุกคนก็แยกกันเดินทางกลับบ้านของตัวเอง คุณณัฐเองก็เช่นกัน ขณะที่กำลังจะเปิดประตูบ้าน ก็มีเงาดำ ๆ เดินแทรกคุณณัฐเข้าไป พอวางของเสร็จคุณณัฐก็ไปอาบน้ำ ระหว่างที่กำลังอาบน้ำอยู่ก็เห็นเงาดำหมือนผู้ชายโผล่มาที่ด้านหลังจากในกระจก! เช้าวันถัดมาคุณณัฐก็ไปหาคนรู้จักคนหนึ่ง คนนั้นบอกกับคุณณัฐว่า “ไปไหนมา มีคนตามมา ยืนรออยู่ข้างหน้า ใส่เสื้อสีส้ม ใส่กางเกงขาตัด” คุณณัฐจึงรีบโทรหากู้ภัยเพื่อขอดูรูปศพของคนที่ผูกคอตาย ปรากฎว่าลักษณะเหมือนกับที่คนรู้จักบอก หลังจากนั้นคุณณัฐก็ไปทำบุญให้ดวงวิญญาณนั้น ระหว่างที่กำลังกรวดน้ำอยู่ก็ได้กลิ่้นเหม็นเน่าแรงมาก แล้วหลังจากนั้นดวงวิญญาณก็ไม่มาให้คุณณัฐเห็นอีกเลย แต่ล่าสุด เมื่อคุณณัฐได้มาเจอกับรุ่นน้องคนหนึ่งก็เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง รุ่นน้องก็บอกว่า วิญญาณตนนี้ เขายังตามมาถึงทุกวันนี้ รุ่นน้องของคุณณัฐลอง Generated AI ให้คุณณัฐดูในสิ่งที่เขาเห็น ก็ได้ยินเสียง “เห้ย” ดังขึ้นมาในบ้าน เขาจึงรีบปิดคอมแล้วนอนด้วยความตกใจกลัว เมื่อถึงตอนเช้าระหว่างที่กำลังบิณฑบาต พระท่านก็บอกรุ่นน้องของคุณณัฐว่า “มีวิญญาณมายืนรออยู่หน้าบ้าน เป็นวิญญาณร่างดำ ๆ ใส่เสื้อสีส้ม กางเกงขาตัด” และทุกวันนี้วิญญาณตนนี้ก็ยังอยู่ เมื่อพูดถึงเขาก็อาจจะมาปรากฎตัวให้เห็นอีกครั้ง(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

album
efm
-

-