เรื่องเล่าจากสาวแอน The Ghost 'สาเหตุที่เลิกขับเเท็กซี่' l อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost [ 27 ม.ค.2569 ]

อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากสาวแอน The Ghost 'สาเหตุที่เลิกขับเเท็กซี่' l อังคารคลุมโปง X เจน - สาวแอน The Ghost [ 27 ม.ค.2569 ]

04 ก.พ. 2026

   รถแท็กซี่ที่คุณนั่ง แค่รับส่งผู้โดยสาร หรือเคย ‘พรากชีวิต’ ใครมาก่อนหรือเปล่า? เรื่องราวหลอนระทึกของคนขับรถกะดึก ที่รับผู้โดยสารสาวขึ้นรถมาด้วยความหวังดี แต่กลายเป็นสาเหตุที่ต้องเลิกขับแท็กซี่ไปตลอดชีวิต เพราะเมื่อหญิงที่ขึ้นมาบนรถนั้น ดันกลายเป็นศพที่ถูกล้อรถทับ ที่ต้องหนีไปขอความช่วยเหลือจากลุงยามหมู่บ้านใกล้ ๆ แต่ใครจะรู้ ว่านั่นคือการ 'หนีเสือปะจระเข้'...

   เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X เจน-สาวแอน The Ghost (27 มกราคม 2569)’ ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘สาเหตุที่เลิกขับเเท็กซี่’

   เรื่องราวนี้ ‘สาวแอน’ ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวที่ถูกเล่ามาโดย “คุณอาร์ท” เป็นเรื่องราวของพี่ที่รู้จัก ที่มีชื่อว่า “คุณนัท”  ซึ่งเหตุการณ์นี้ คือสาเหตุที่ทำให้ ‘คุณนัท’ ถึงกับต้องเลิกทำอาชีพสร้างเนื้อสร้างตัวของเขา นั่นคือการขับแท็กซี่ เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว ‘คุณอาร์ท’ ตกงาน จึงไปสมัครเป็นคนขับรถแท็กซี่ ซึ่งการเช่ารถแท็กซี่ 1 คัน จะถูกจัดให้มีคนขับอยู่ 2 คน ซึ่งคุณอาร์ท จะขับรถในกะกลางวัน และการทำงานในกะกลางคืน จะเป็นของพี่นัท พี่นัทเป็นคนตรงเวลามากมาตลอด เขาจะมาส่งรถประมาณตี 5 ของทุกวัน คืนวันนั้นพี่นัท ก็ออกไปทำงาน และคุณอาร์ทก็มารอรับรถปกติ แต่วันนี้ พี่นัทดันไม่มา

   คุณอาร์ทยังรอไปหลายชั่วโมง จนกระทั่ง 7 โมงเช้า พี่นัทก็ยังไม่มา จึงกลับไปรอที่บ้าน ประมาณ 9.00 น. พี่นัท โทรมา บอกว่า “อาร์ท พี่ขอโทษ 11 โมง มารับรถนะ เดี๋ยวพี่จะให้ค่าเสียเวลา” คุณอาร์ทก็ตอบตกลง และไปเจอกันที่อู่รถแท็กซี่แต่หลังจากเจอกับพี่นัท คุณอาร์ทสังเกตได้เลยว่า หน้าพี่นัท ดูซีดเซียว เหมือนคนอดหลับอดนอน แต่ก็ไม่ได้ถามไถ่อะไร แล้วไปขับรถทำงานตามปกติ 

   หลังจากการทำงานวันนั้น คุณอาร์ทก็ขับรถเข้ามาที่อู่ และเห็นว่า พี่นัทกำลังนั่งรออยู่ เมื่อเจอกัน พี่นัทพูดว่า “อาร์ท… พี่ขอแลกกะได้มั้ย พี่ไม่อยากขับกะกลางคืนแล้ว” แต่คุณอาร์ท ปฏิเสธไป เพราะไม่ชินกับการขับรถกลางคืน แต่พี่นัทก็ไม่ได้ตื้ออะไร ต่างคนจึงแยกย้ายกัน

   วันถัดมาหลังจากคุณอาร์ท กลับจากทำงาน แล้วเอารถมาส่งที่อู่ ปรากฎว่าคนที่ยืนรอกลับเป็น เจ๊ เจ้าของอู่ ไม่ใช่พี่นัท เจ๊บอกกกับคุณอาร์ทว่า พี่นัทลาออกแล้ว อยากให้คุณอาร์ทควง 2 กะเลยทั้งกลางวัน และกลางคืน ทีแรกคุณอาร์ทคิดว่า เขาทำอะไรให้พี่นัทไม่พอใจ หรือโกรธที่ไม่ยอมแลกกะ หรือเปล่า? หลังจากนั้นจึงไปหาพี่นัทที่บ้าน ขณะนั้นพี่นัทกำลังดื่มอยู่ คุณอาร์ทจึงทราบจากภรรยาพี่นัทว่า พี่นัทไม่ได้โกรธ แต่เจอผีหลอกมาต่างหาก เขาก็เอ๊ะใจว่า แค่นี้ถึงกับต้องเลิกขับแท็กซี่เลยหรอ พี่นัทจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง

   พี่นัทเล่าว่า ตอนนั้นทำงานกะดึกอยู่เขาขับไปส่งลูกค้าแถวชานเมือง แต่ขากลับมีน้องผู้หญิงคนหนึ่งยืนโบกรถพอดี เขาเองก็ดีใจที่อย่างน้อย ก็ไม่ได้ตีรถกลับไปเฉย ๆ เมื่อเปิดกระจกถามว่าจะไปไหน ผู้หญิงคนนั้นตอบว่า “ไปซอยในหมู่บ้านตรงนั้นค่ะ…” พี่นัทก็เริ่มคิดแล้วว่า ซอยตรงนั้นมันเปลี่ยวสองข้างทางเป็นป่าต้นธูป มืดไม่มีไฟ เขากลัวว่าจะโดนลวงไปปล้น แต่เขาก็เป็นห่วงน้องผู้หญิงเลยตัดสินใจไปส่ง หลังจากนั้นน้องผู้หญิงก็ขึ้นรถมาแล้วบอกว่า ไม่ขอนั่งข้างหลัง อยากนั่งข้างหน้า พี่นัทก็ตกลง 

  เมื่อขับรถออกไปสักพัก ด้วยความที่ผู้หญิงคนนั้นใส่กระโปรงสั้นแต่งตัวล่อตา พี่นัทจึงเผลอไปมองขา และหน้าอกของน้องผู้หญิง เขาเองก็รู้สึกผิด แต่สักพักน้องผู้หญิงก็หยิบสมุดกับปากกาขึ้นมาจดป้ายทะเบียนรถปกติ แล้วจู่ ๆ ก็หันมาพูดว่า “มึงมองนมกูหรอ !” พี่นัทตกใจจึงรีบปฏิเสธ “กูไม่ได้มอง !” ระหว่างนั้นก็ขับรถไป และทะเลาะกันไป ใช้คำหยาบขึ้นมึงกู เมื่อขับไปถึงจุดกลับรถใต้สะพานทางด่วนซึ่งมืดมาก เสียงทะเลาะของน้องผู้หญิงเมื่อครู่ก็เงียบไป และเมื่อขับออกมาพ้นใต้สะพาน มีแสงสว่าง พี่นัทก็หันไปพบว่าน้องผู้หญิงได้หายไปแล้ว พี่นัทตกใจมาก และนั่งสักพัก ก่อนที่จะได้ยินเสียง ปั๊ง! ปั๊ง! ปั๊ง! ที่ท้ายรถ จึงตัดสินใจลงจากรถไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น

  สิ่งที่พี่นัทเห็นคือ ภาพสยดสยองของน้องผู้หญิงคนนั้นที่โดนล้อรถทับอยู่ มีทั้งเลือด และอวัยวะกระจายเต็มไปหมด ผู้หญิงคนนั้นพูดกับพี่นัทว่า “มึงชนกูทำไม!” พี่นัทรู้ตัวเลยว่านี่ไม่ใช่คน จึงรีบขึ้นรถ และขับหนีออกมาโดยเร็วที่สุด ขับออกมาเรื่อย ๆ จนเห็นแสงสว่างจากหมู่บ้าน และหน้าหมู่บ้านก็มีป้อมยาม ขณะนั้นมีคุณลุงคนนึง กำลังถือเก้าอี้เดินเข้าไปในป้อมพอดี พี่นัทจอดรถ และรีบวิ่งเข้าไปขอความช่วยเหลือ “ลุง ๆ ช่วยผมด้วย ผมโดยผีหลอก” ลุงจึงบอกให้พี่นัทเข้ามาก่อน ด้วยความกลัวพี่นัทก็รีบวิ่งเข้าไปนั่งหลบที่ใต้โต๊ะ ก่อนที่จะฟื้นขึ้นมาอีกทีในตอนเช้า

   เมื่อพี่นัทโดนปลุกจนตื่น ก็พบว่าข้างนอกป้อมยามมีชาวบ้านเต็มไปหมด ทุกคนต่างมามุงดู เพราะคิดว่าพี่นัทอาจจะนอนเสียชีวิตไปแล้ว จากนั้นก็มีการซักถามว่า “มาที่นี่ได้ยังไง คุณเป็นคนต่างถิ่นหนิ” คุณนัทจึงเล่าให้ฟังว่าโดนผีหลอก และมีป้าชาวบ้านคนนึงพูดขึ้นมาว่า   “หึ้ย.. ไอส้มมันยังไม่ไปไหนอีกหรอ” พี่นัทจึงถามกลับไปว่า “ส้ม… ส้มที่ว่านี่คือใคร สิ่งที่ผมเจอคืออะไร” ป้าจึงบอกให้ตามมาจะเล่าให้ฟัง

   พี่นัทตามป้าไปที่ร้านข้าวของเธอ ป้าก็เล่าให้ฟังว่า ส้ม ก็เป็นคนหมู่บ้านนี้แหละ คืนนั้นส้มไปเรียกแท็กซี่ตรงจุดที่พี่นัทเคยไปรับ เมื่อขึ้นรถไปก็จดป้ายทะเบียนรถแท็กซี่เหมือนที่ทำตอนที่ขึ้นรถพี่นัทเลย แต่จังหวะที่รถขับไปถึงจุดกลับรถใต้สะพานที่เกิดเหตุ ลุงขับแท็กซี่คนนั้นกลับจอดรถ และพยายามข่มขืนเธอแต่น้องส้มเปิดประตู และหนีไปได้ ลุงจึงขับรถหนีไป แต่หนีได้สักพัก ก็นึกขึ้นได้ว่า น้องส้มได้จดชื่อ    และทะเบียนรถของเขาไว้ จึงอยากย้อนกลับไปขอโทษ 

   เมื่อกลับไปถึง ก็พยายามตามหาแต่ส้มกลับวิ่งหนี เขาจึงคิดว่าน่าจะไม่สามารถประนีประนอมกันได้ จึงตัดสินใจ ขับรถชนน้องส้มจนเธอสลบไป และพยายามลงจากรถไปค้นหาสมุดเล่มนั้นแต่ก็หาไม่เจอ จู่ ๆ น้องส้มก็ฟื้นขึ้นมา ลุงขับแท็กซี่ จึงขับรถเหยียบเธอซ้ำ เพื่อให้แน่ใจว่าเธอเสียชีวิตแล้ว จากนั้นจึงเอารถไปส่งที่อู่ แต่ไม่นานเมื่อกฎหมายทำงาน ลุงขับแท็กซี่ก็โดนจับไปรับโทษทันที
 

   หลังจากการชันสูตรศพ และสอบสวนผู้ต้องหา ตำรวจได้ถามลุงขับแท็กซี่ว่า ลุงข่มขืน และฆ่าน้องส้มใช่ไหม ลุงปฏิเสธตอบว่า “ผมฆ่าก็จริง แต่ผมไม่ได้ข่มขืน” ตำรวจเอะใจมาก “เป็นไปไม่ได้ เพราะศพโดนข่มขืนด้วย” เมื่อไม่มีการยอมรับ จึงต้องพักการสอบสวนไว้ก่อน และไม่นานก็มีสายจากตำรวจอีกนายโทรเข้ามาว่าให้มาดูที่เกิดเหตุอีกเหตุที่บ้านน้องส้ม เมื่อไปถึง ก็พบว่าภายในห้องมีข้อความเขียนอยู่ว่า “...กูแค่ข่มขืนมึง กูไม่ได้ฆ่ามึง… คนที่ฆ่ามึง คือคนขับแท็กซี่…” และถัดจากข้อความนั้นเป็นร่างของลุงแก่ ๆ ขี้เมา แขวนคอตัวเองอยู่ 

   ตำรวจจึงสรุปได้ว่า ขณะที่ลุงขับแท็กซี่ขับรถหนีไป ลุงขี้เมาคนนี้ได้เข้ามา และข่มขืนน้องส้ม สมุดที่น้องส้มถือ จึงหล่นอยู่แถวนั้น เมื่อลุงขับแท็กซี่กลับมา ลุงขี้เมาก็หนีไป… เมื่อเล่ามาถึงอย่างนี้ คุณอาร์ทจึงพูดขึ้นว่า “แต่พี่ก็โชคดีนะ ที่มีลุงยามมาช่วยเอาไว้” พี่นัทตอบว่า “โชคดีกับผีอะไรล่ะ ที่กูสลบเพราะลุงนั่นแหละ” พี่นัทเล่าต่อว่า ในตอนที่เขาเข้าไปหลบใต้โต๊ะ ลุงยามก็เดินหยิบเก้าอี้มา แล้วพูดว่า “ผีตัวนี้ ลุงไม่กลัวมันหรอก ลุงมีวิธีหนีมันแล้ว” หลังจากนั้นลุงก็ปีนขึ้นบนเก้าอี้ และแขวนขอตัวเองต่อหน้าต่อตาพี่นัท และความจริงที่น่ากลัวสกว่านั้นคือ รถที่ทั้งสองคนขับ คือรถคันเดียวกันที่ชนน้องส้มจนเสียชีวิต…

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

related อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากคุณกิ๊บ น้ำมันผี 'ยายข้างถนน' l อังคารคลุมโปง X กิ๊บ น้ำมันผี [ 17 ก.พ.2569 ]

25 ก.พ. 2026

เรื่องเล่าจากคุณกิ๊บ น้ำมันผี 'ยายข้างถนน' l อังคารคลุมโปง X กิ๊บ น้ำมันผี [ 17 ก.พ.2569 ]

เมื่อรับคุณยายคนหนึ่งขึ้นรถมาด้วยในเส้นทางที่มืดเปลี่ยว กลับพบกับความน่ากลัวตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้คุยกัน “เห็นยายด้วยหรอ” เสียงพูดจากยายแก่ข้างถนน ที่ยังคงติดอยู่ในใจกับการหายตัวไปในศาลาร้าง แต่สิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่ในรถ กลับกลายเป็นคำตอบของความน่ากลัวที่พบได้เจอ… เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X กิ๊บ น้ำมันผี’ (17 กุมภาพันธ์ 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘ยายข้างถนน’ เรื่องราวนี้ ‘คุณกิ๊บ น้ำมันผี’ ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวของ ‘คุณศักดิ์’ ซึ่งตัวของพี่ศักดิ์เอง เขาเป็นคนขับรถส่งผักจากจังหวัดหนึ่ง ไปสู่จังหวัดหนึ่งซึ่งมีระยะทางไกลร่วม 300 กิโลเมตร พี่ศักดิ์จึงชักชวนแฟนของเขาให้ร่วมเดินทางไปด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง ในครั้งนี้ช่วงเวลาประมาณ 6 โมงเย็น ทั้งสองได้หยุดแวะพักระหว่างทาง เพื่อรับประทานข้าวเย็นกันที่ร้านอาหารริมทางแห่งหนึ่งพี่ศักดิ์ได้เล่าว่า ขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งรับประทานข้าวกัน จู่ ๆ ก็มีหญิงชราคนหนึ่ง เดินมาหาพี่ศักดิ์ และแฟนหญิงชราคนนั้นเดินมาด้วยท่าทางหลังค่อม มือที่เหี่ยวย่นได้ถือตุ๊กตา และพวงมาลัยเก่า ๆ จำนวนหนึ่ง พร้อมกับยื่นมาให้เขาทั้งสอง และพูดว่า “ช่วยยายซื้อหน่อย” ด้วยความสงสาร แฟนของพี่ศักดิ์จึงมอบเงินไปให้หญิงชราคนนั้น จำนวน 200 บาท แลกกับตุ๊กตาเก่า มีลักษณะแขนขายาวตัวหนึ่ง หลังจากนั้นทั้งสองได้ออกเดินทางต่อ เมื่อขับขี่รถไปเรื่อย ๆ จากถนนใหญ่มีไฟรายล้อมรอบก็ค่อย ๆ กลายเป็นถนนคับแคบ ไฟก็ค่อย ๆ มืดลงไปจนถึงถนนเลนส์เดียวที่เต็มไปด้วยป่าทั้งสองข้างทาง และไม่มีไฟแม้แต่ดวงเดียว บรรยากาศยิ่งน่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ ในตอนนั้นแฟนของพี่ศักดิ์ได้พักงีบหลับ ส่วนตัวของพี่ศักดิ์เองก็ขับรถต่อไป จนไปเจอกับคุณยายคนหนึ่งเดินอยู่ข้างหน้าริมทางถนนเพียงลำพัง…ด้วยความที่พี่ศักดิ์ มีความเชื่อกับตัวเองไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เขาจะไม่จอดรถในที่เปลี่ยวแบบนี้เด็ดขาด เมื่อขับผ่านไปสักพัก จู่ ๆ เขาก็เห็นยายคนนั้นอีกครั้ง และคิดกับตัวเองว่า “คนแก่ที่ไหนจะมาเดินข้างถนนในตอนนี้” ด้วยความกลัว พี่ศักดิ์ จึงรีบขับรถให้ผ่านยายไปให้เร็วที่สุด แต่กลับต้องจอดกะทันหัน เมื่อได้ยินเสียงร้องตะโกนบอกให้หยุดจากแฟน… แฟนของพี่ศักดิ์ยืนยันที่จะรับยายขึ้นรถ เพื่อที่จะไปส่งคุณยายที่บ้าน พี่ศักดิ์ก็ได้เตือนว่ามันดูผิดปกติ แต่แฟนของพี่เขาก็คงยังยืนยันว่าจะรับยายกลับไปด้วยให้ได้ ขณะที่แฟนของพี่ศักดิ์กำลังจะหันไปเปิดประตูรถเพื่อที่จะลงไปหายายจู่ ๆ หน้าของยายก็มาจ่ออยู่ที่กระจกข้างรถแบบไม่ทันตั้งตัว จนทำให้พี่ศักดิ์ และแฟนของเขาตกใจแฟนของพี่ศักดิ์ลดกระจกลง และถามยายว่า “ยายมาจากไหน ทำไมมาเดินที่มืด ๆ แบบนี้”ยายแสยะยิ้มออกมา ทำให้เห็นว่าปากของยายนั้นไม่มีฟันหลงเหลืออยู่เลยสักซี่ก่อนยายจะถามกลับมาว่า “เห็นยายด้วยหรอ” แฟนของพี่ศักดิ์ก็ยังคงไม่คิดอะไร และชวนยายขึ้นรถมาพร้อมกัน เมื่อออกเดินทางต่ออีกครั้งพี่ศักดิ์ ได้แต่คิดกับตัวเองอยู่ในใจว่า สิ่งที่เห็นก่อนหน้านั้นคืออะไรกันแน่ จังหวะนั้นยายที่นั่งอยู่ข้างหลังก็ได้ชะโงกหน้ามามองพี่ศักดิ์ พร้อมกับพูดว่า “ไม่ต้องสงสัยหรอก” ขณะที่ขับรถไประหว่างทางมีหมาตัวหนึ่งวิ่งตัดหน้ารถ จนทำให้พี่ศักดิ์ขับรถชนโดยที่ไม่ทันได้เบรคเมื่อพี่ศักดิ์ และแฟนของเขาลงไปดูหมาตัวนั้น กลับเห็นภาพสยองเมื่อพบว่า หัวของหมาตัวนั้น มันได้ขาดหายไป หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ จนคุณยายได้ลงมาจากรถ และก้มลงไปดึงหัวของหมาออกมาจากข้างหน้ารถ แล้วโยนมันทิ้งไปพรอมกับพูดว่า “ไปเถอะมันถึงเวลาตายของมันแล้ว”เมื่อทุกคนกลับขึ้นรถพี่ศักดิ์ ได้แต่ขับรถต่อไปด้วยความเกร็ง และเกรงกลัวยายคนนั้นเมื่อถึงทางโค้งบ้านของยาย ก็พบว่าที่ตรงนั้นมันเป็นที่เปลี่ยว ไม่มีบ้านของคนอยู่เลยสักหลังมีเพียงแต่ศาลารอรถที่เก่าผุพัง แต่ยายก็ยังคงยืนยันว่าบ้านของแกนั้นอยู่ตรงนี้ เมื่อยายลงจากรถไปก็ได้หันหลัง และเดินเข้าไปในศาลาเก่าหลังนั้น จู่ ๆ ยายก็ได้หายวับไปกับตา ทำให้ทั้งสองคนตกใจกับภาพตรงหน้า และรีบขับรถหนีออกไปจากที่ตรงนั้นในทันที หลังจากนั้น พี่ศักดิ์ได้เล่าว่า ตนเองได้แวะไปทำบุญที่วัดแห่งหนึ่ง หลวงพ่อก็ได้ทักว่ามีบางสิ่งบางอย่างอยู่ในรถ เมื่อเปิดรถเข้าไปดูหลวงพ่อได้หยิบตุ๊กตาที่ซื้อมาจากหญิงชราริมทาง และนำมีดมากรีดมันจนได้พบว่า “มีกระดูกนิ้วมือของมนุษย์อยู่ในตุ๊กตาตัวนั้นเต็มไปหมด จึงเป็นสาเหตุให้ทั้งสองคนได้พบเจอกับสัมเวสี นั่นก็คือ ยายข้างถนน” พี่ศักดิ์ และแฟนของเขาจึงขับรถไปที่ถนนเส้นเดิมเพื่อตามหาหญิงชราที่ขายตุ๊กตาให้ เมื่อเจอหญิงชราคนนั้น แฟนของพี่ศักดิ์ก็ได้เข้าไปถาม “ยายเอาอะไรมาขายให้หนู” แต่กลับไม่ได้รับคำตอบ รวมถึงหญิงชราคนนั้นยังวิ่งหนีไปในทันที ทำให้ทั้งสองวิ่งตามไปจนไปเจอหญิชราคนนั้นอยู่ใต้ต้นไม้ ที่มีศาลขนาดใหญ่ตั้งอยู่ และได้เห็นว่าตุ๊กตาที่หญิงชรานำมาขาย คือ ตุ๊กตาถวายศาล(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากลูกนัท The Ghost Radio 'ห่อหมกปลาช่อน' l อังคารคลุมโปง X เจน - ลูกนัท The Ghost [ 4 พ.ย.2568 ]

11 พ.ย. 2025

เรื่องเล่าจากลูกนัท The Ghost Radio 'ห่อหมกปลาช่อน' l อังคารคลุมโปง X เจน - ลูกนัท The Ghost [ 4 พ.ย.2568 ]

ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ ต้องออกไปหาสถานที่ตกปลา แต่รอบนี้กลับไปเจอบ่อน้ำแห่งหนึ่ง ที่ได้มีคนเข้ามาเตือนว่า ที่นี่ห้ามไป..เพราะเจ้าของที่หวงมาก แต่สุดท้ายกลับบอกให้ไปได้ เพียงแต่ต้องพูดบอกไปว่า จะเอาปลาไปทำห่อหมกปลาช่อนให้ตากินนะ สุดท้ายหลังจากตกปลาได้ จะนำปลากลับไปฝาก กลับได้ไปรับรู้ถึงเรื่องราวบางอย่าง ที่ทำให้ต้องรู้สึกเสียน้ำตา.. คุณลูกนัท’ ได้มาเล่าเรื่องราวของ ‘คุณเก่ง’ ที่ได้เดินทางไปบ่อตกปลาในทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ในระหว่างทางกลับได้ไปพบตายายคู่หนึ่ง เข้ามาเตือนว่าอย่าไปที่บ่อแห่งนี้ เพราะว่าเจ้าของเก่า…หวงที่ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X เจน - ลูกนัท The Ghost’ (4 พฤศจิกายน 2568) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจโซเซฟ’ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ห่อหมกปลาช่อน’เหตุการณ์ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เก่งมีงานอดิเรกเป็นการตกปลา ในทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ จนกระทั่ง เก่งไปเจอสถานที่แห่งหนึ่ง ที่เหมาะแก่การตกปลาเป็นอย่างมากเช้ามืดในวันรุ่งขึ้น เก่งเริ่มออกเดินทางขี่มอเตอร์ไซค์ ไปถึงยังที่หมายในช่วงเช้าตรู่ ภาพตรงหน้าที่ปรากฏ กลับทำให้เก่งรู้สึกเฟลขึ้นมา เพราะความไม่ตรงปกจากที่ดูรูปมา เก่งรู้สึกเสียดายถ้าจะต้องกลับในทันที จึงเปิดแผนที่เพื่อหาสถานที่อื่นแทน และได้เจอกับบ่อน้ำแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลมาก จึงตัดสินใจที่จะเดินทางไปยังสถานที่แห่งนั้น แต่ในระหว่างทางบังเอิญไปพบกับบ้านไม้ ลักษณะสองชั้น ใต้ถุนสูงโปร่ง ที่มีคนอาศัยอยู่ เป็นตายายคู่หนึ่ง เก่งจึงเข้าไปสอบถามเส้นทางในการไปตกปลา แต่ก็ได้คำตอบกลับมาว่า บ่อน้ำแห่งนี้เจ้าที่หวงมาก มีแต่คุณตาเท่านั้นที่ไปตกได้ เก่งจึงตัดสินใจที่จะกลับมือเปล่า แต่ทันทีที่จะกลับ คุณตากลับตะโกนเรียกว่า “จะตกก็ไปตก เจ้าของที่ไม่ได้อยู่แล้ว แต่บอกเขาไปด้วยนะว่า ตาให้ไปตกแล้วจะเอาปลาไปทำห่อหมกปลาช่อนให้ตากิน” เก่งได้แต่นึกในใจว่า เจ้าของที่ไม่อยู่ได้อยู่แล้ว จะให้ไปบอกกับใคร หลังจากนั้น เก่งก็ได้เดินทางไปจนถึงบ่อ และได้เริ่มตกปลาที่บริเวณนั้น เวลาผ่านไป 1 - 2 ชัวโมง ตกได้ปลาแต่ปรากฏว่าปลาที่ได้เป็นปลาตัวเล็ก ๆ เก่งนึกได้ถึงคำพูดของคุณตาก่อนหน้า เลยพูดเอ่ยขึ้น ตามที่คุณตาได้บอกไว้...หลังจากนั้นไม่นาน ปรากฏว่า ได้ปลาช่อนตัวใหญ่มาก ตกมาได้ถึง 6 ตัว เก่งจึงคิดที่จะนำปลาที่ได้มา ไปฝากไว้ที่บ้านของตา แต่พอเดินทางไปถึง บ้านกลับปิดสนิท และมีบรรยากาศที่เงียบสงัด จึงตัดใจที่จะกลับมาในภายหลัง ในระหว่างนั้นเก่งขับมอเตอร์ไซค์ ออกไปหาร้านข้าว ก็ไปเจอกับร้านข้าวแห่งหนึ่ง และได้จอดแวะทาน แต่ป้าร้านข้าวก็ได้ทักถามขึ้นมาว่า “ทำไมเราถึงมาจากทางนั้น ไปตกปลามาหรอ?” เก่งตอบกลับไปว่า “ผมไปตกปลา ที่บ่อตรงนั้นมา”ป้าทำสีหน้าตกใจ เพราะด้วยความที่เจ้าของเป็นคนหวงที่มาก และไม่ให้ใครเข้าไปตกปลา แต่เก่งก็ตอบกลับไปว่า “คุณตาบ้านข้างหน้าบ่อ เขาบอกว่าให้ตกได้” ป้าร้านข้าวทำสีหน้างุนงง และได้พูดตอบแบบนิ่ง ๆ “เอ็งไม่กลัวผีหรอ” เก่งยิ่งเกิดอาการงง? กับคำพูดของป้า แต่หลังจากทานข้าวเสร็จ เก่งก็เดินทางกลับไปยังบ่อตกปลา แต่ระหว่างทางได้แวะบ้านของตาอีกครั้ง และได้เห็นตายืนอยู่ริมรั้วบ้าน เก่งจึงเอ่ยทักว่าเอาปลามาฝาก แต่ตาก็ตอบปฏิเสธในทันที และบอกว่าเอาไปทำไม่ไหวหรอก เพราะว่าแก่แล้ว เก่งนึกในใจว่าจะเอาปลากลับไปทำ และรอบหน้าจะนำมาฝากตากับยาย หลังจากคิดเสร็จเก่งก็เดินทางกลับบ้านในทันที แต่ระหว่างทางได้แวะร้านข้าวในอีกครั้ง ป้ารีบเดินเข้ามาถามในทันที “เจอลุงไหม เอ็งนี่ท่าจะไม่กลัวผีจริง ๆ” เก่งได้แต่ทำหน้าครุ่นคิดไปอยู่พักหนึ่ง หลังจากนั้นป้าก็ได้เริ่มเล่าเรื่องราวบางอย่างให้เก่งฟัง ในอดีต คุณตามีชื่อว่า ‘ตาแม้น’ เป็นหนุ่มหล่อ และเป็นที่ชื่นชอบของสาว ๆ หนึ่งในคนที่ชอบตาแม้น มีชื่อว่า “ยายมา” เป็นเจ้าของบ่อตกปลา ยายแม้นเป็นคนที่หวงบ่อมาก แต่ตาแม้นเป็นคนเดียว ที่ยายมาให้มาตกปลาได้ และเวลาตกได้จะนำปลา ไปให้ยายมาทำห่อหมกปลาช่อนให้กิน ทั้งสองคนก็คอยดูแลกัน และกันอยู่เรื่อย ๆแต่พอเวลาผ่านไป ตาแม้นกลับไปมีอะไรกับ ยายมี พี่สาวของ ยายมา ด้วยความโกรธของยายมา จึงทำยาสั่งให้ทั้งคู่เกิดอาการอยากกินห่อหมกปลาช่อน หลังจากที่ทั้งคู่ได้กินเข้าไปก็เสียชีวิตลงในทันที เวลาผ่านไปยายมา เกิดความเสียใจ ที่เสียคนรักไปทั้ง 2 คน จึงรู้สึกตรอมใจ และได้ผูกคอเสียชีวิตลงในบ้านหลังนั้น หลังจากที่ได้ยินและรับรู้เรื่องราวทั้งหมด เก่งจึงกลับบ้านไปทำห่อหมกปลาช่อนในเช้าวันถัดมา เก่งได้นำห่อหมกปลาช่อน จากปลาที่ตกได้ นำมาจุดธูปให้คุณตา และคุณยาย(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากคุณโอม 'ลงข่วงปอบ' l อังคารคลุมโปง X อาจารย์ฟิล์ม [ 21 เม.ย.2569 ]

27 เม.ย. 2026

เรื่องเล่าจากคุณโอม 'ลงข่วงปอบ' l อังคารคลุมโปง X อาจารย์ฟิล์ม [ 21 เม.ย.2569 ]

การทำพิธีกรรมลงข่วง บูชาผีฟ้าที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเป็นประจำในทุกปี คำห้ามปรามที่ไม่สามารถหยุดความอยากรู้เอาไว้ได้ กลับทำให้เจอเรื่องราวประหลาดชวนขนลุก ตาศรีผู้เป็นพ่อต้องหยุดเรื่องราวพวกนี้เอาไว้ ด้วยไสยเวทย์สุดขลัง แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องจากไป สิ่งลี้ลับที่น่ากลัวกลับออกอาละวาดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง พวกเขาจึงต้องหาทางหยุดมัน… เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X อาจารย์ฟิล์ม’ (21 เมษายน 2569)’ ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘ลงข่วงปอบ’ เรื่องราวนี้ ‘คุณโอม’ ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวของคุณยายคนหนึ่ง ย้อนกลับไปเมื่อ 50 - 60 ปีที่แล้ว ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในสมัยก่อนนั้น ผู้คนในหมู่บ้านจะมีความเชื่อในการนับถือศาสนาพุทธ และการบูชาผี ซึ่งในหมู่บ้านแห่งนี้มีหมอทำใหญ่ชื่อว่ ‘ตาศรี’ ผู้เป็นพ่อของคุณยาย ตาศรีเป็นที่เคารพของผู้คนที่นับถือศาสนาพุทธในหมู่บ้านนี้ ส่วนคนที่เขานับถือบูชาผี จะมีแม่เมือง ผู้เป็นหัวหน้าในการทำพิธีกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับผี ด้วยกันทั้งหมด 3 คนในแต่ละปี ณ หมู่บ้านแห่งนี้ ผู้คนที่นับถือผีจะมารวมตัวกันทำพิธีลงข่วง (ลงข่วง คือ พิธีกรรมบูชาผีฟ้า มีการร้องรำทำเพลง) ซึ่งตัวของคุณยายนั้น ชอบไปดูการลงข่วงผีฟ้ามาก ๆ แต่ตาศรี พ่อของคุณยายกลับห้ามคุณยายไว้เสมอ และกล่าวตักเตือนว่า“อย่าไปดู คนพวกนี้เขาโดนปอบกินกันไปหมดแล้ว มีปอบขี่คอพวกเขากันทุกคนเลย”แม้ว่า...การลงข่วงจะบูชาผีฟ้า แต่เมื่อใช้วิชาในทางที่ผิดผีปอบจะครอบงำตัวตนพวกเขาไว้ถึงแม้จะเตือนเช่นนี้ แต่ก็ไม่สามารถห้ามคุณยายไว้ได้ ในระหว่างทางที่คุณยายได้กลับบ้านหลังจากดูการลงข่วงเสร็จ ในเส้นทางที่สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าไม้รกมืด และเปลี่ยว จู่ ๆ คุณยายก็ได้เห็นเหมือนจุ้ม หรือกลุ่มก้อนสีขาว ๆ กลุ่มหนึ่งลอยขึ้นมา คุณยายจึงเอะใจกับสิ่งที่เห็น และเมื่อตั้งใจมองภาพตรงหน้า ปรากฏว่าสิ่งนั้นมันได้เริ่มขยายใหญ่ขึ้นจนเห็นโครงหน้าเหมือนลิง มีผมยาว ตาสีแดง มือ และขาทั้งสองข้างค่อย ๆ ปรากฏมา ร่างกายค่อย ๆ สูงขึ้นจนเทียบเท่าต้นตาล แลบลิ้นออกมายาวถึงพื้น และตวัดลิ้นมาทางที่คุณยายยืนอยู่ เคุณยายจึงรีบวิ่งหนีกลับเข้าไปในบ้านของตนเอง เมื่อถึงบ้านแล้วผีตนนั้นจึงได้สลายหายไปเมื่อตาศรีรู้เรื่องที่เกิดขึ้น จึงรีบทำพิธีป้องกันไม่ให้ผีเหล่านี้เข้าบ้านของตน และใช้วิชาไสยเวทย์ไปถล่มพิธีลงข่วงนั้นที่ผีฟ้ากำลังลงอยู่ ทำให้พิธีแตกล่มสลาย นับตั้งแต่วันนั้นมาผีฟ้า และแม่เมืองทั้งสาม แม้จะพยายามทำพิธีอย่างไรก็ตาม ตาศรีจะพยายามทำลายพิธีนั้นเสมอ จนท้ายที่สุด ทุกคนก็ไม่สามารถทำพิธีได้ เวลาผ่านไปได้สักพักหนึ่ง ด้วยอายุของตาศรีที่มีมากแล้ว ทำให้ตาศรีเสียชีวิตลงไปตามอายุขัย เมื่อไม่มีคนคอยดูแลหมู่บ้านแห่งนี้ ผีปอบที่อยู่กับคนทรงจึงได้ออกอาละวาด ออกหากิน และเข้าสิงคนในหมู่บ้าน ใครที่โดนเข้าสิง จะโดนพาตัวไปหาหลวงตาซุยผู้มีวิชาคอยช่วยที่วัด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากสวดมนต์ไล่ผีออกไป แต่เมื่อไล่ผีออกจากร่างไปแล้ว คนที่โดนสิงกลับต้องเสียชีวิตลง โดยมีลักษณะเลือดออกหู ออกตา เหมือนกับว่าร่างกายโดนกัดกินไปจนหมดสิ้นจนถึงเวลาที่หลวงตาซุยได้มรณะภาพไป และไม่มีใครคอยช่วยเหลือคนในหมู่บ้านให้รอดพ้นจากเหล่าผีร้าย ทำให้คนในหมู่บ้านนี้โดนผีปอบเข้าสิงร่างเรื่อย ๆ จนทุกคนแทบทนไม่ไหว ไปนิมนต์หลวงปู่สีทัศน์ วัดพระธาตุหมื่นหินมาช่วย เมื่อเดินทางมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้หลวงปู่จึงจัดการทำพิธี 1 วัน 1 คืน เพื่อต่อสู้กับผีทั้งหลาย เมื่อทำพิธีเสร็จสิ้นไปในรุ่งเช้า ชาวบ้านได้นำเสลี่ยงมารับหลวงปู่เพื่อทำการโปรยข้าวรอบหมู่บ้าน หลังจากทำพิธีกรรมในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไป แม่เมืองผีฟ้าในหมู่บ้าน กลับเกิดอาการล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุกันทั้งสามคน ทำให้คนที่นับถือผีฟ้า ต้องทยอยพากันย้ายหนีออกจากหมู่บ้านแห่งนี้ไป…(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากณัฐผี The Scary 'วันไหว้ปอบ' l อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary [ 13 ม.ค.2569 ]

21 ม.ค. 2026

เรื่องเล่าจากณัฐผี The Scary 'วันไหว้ปอบ' l อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary [ 13 ม.ค.2569 ]

การเดินทางไปไหว้ศาลพ่อปู่ของครอบครัว ควรจบลงแค่พิธี และของเซ่นไหว้ แต่ในค่ำคืนนั้น รถที่ควรจะกลับถึงบ้าน กลับวนอยู่ที่เดิม พร้อมมีเสียงหัวเราะปริศนาดังขึ้นมาจากปลายสาย เเละของเซ่นไหว้ที่นำกลับมา ถูกเปิดออกความจริงบางอย่างก็ค่อย ๆ ถูกเปิดเผยให้เห็นว่า สิ่งที่กลับมาด้วย…ไม่ใช่แค่ของเซ่นไหว้ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary’ (13 มกราคม 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า‘วันไหว้ปอบ’ คุณเจนอยู่ในครอบครัวที่นับถือศาสนาพุทธ เคารพบูชา กราบไหว้สิ่งศักสิทธิ์เป็นประจำ แต่ตัวของเจนเองไม่ได้นับถือสิ่งเหล่านั้น เพราะตัวของเธอนับถือศาสนาคริสต์ รวมถึงตัวของคุณเจนนั้นเป็นคนมีเซนส์วันหนึ่งที่บ้านของคุณเจนชักชวนให้เธอไปร่วมงานไหว้แก้บนศาลพ่อปู่ที่สถานที่แห่งหนึ่งทางภาคอีสาน ซึ่งปกติแล้วครอบครัวของเธอจะไปร่วมงานนี้เป็นประจำในทุก ๆ ปี แต่รอบนี้อยู่ในช่วงที่เธอเพิ่งเรียนจบใหม่ และกำลังจะเข้าทำงาน เธอจึงปฏิเสธไม่ไปร่วมงานกับที่บ้าน จากนั้นพ่อ แม่ และพี่สาว ของเจนจึงขับรถเดินทางไปร่วมงานกันเพียงแค่ 3 คน โดยทุกครั้งที่ไปไหว้ศาลเจ้าแห่งนี้ จะนำหัวหมูพะโล้ไปปักธูปเซ่นไหว้ และจะต้องรอลาศาลเจ้า เพื่อนำหัวหมูกลับบ้านด้วยทุกครั้ง ในระหว่างที่รอทุกคนก็เดินไปสำรวจรอบหมู่บ้านแห่งนั้น เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงกลางคืน เจนที่กำลังรอครอบครัวกลับมาอยู่ที่บ้าน มีความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา เธอจึงโทรถามพ่อว่าทำไมทุกคนยังไม่กลับมา พ่อก็ตอบเจนว่ากำลังกลับแล้ว แต่มันก็หาทางออกไม่เจอ ขับมาเท่าไหร่มันก็วนอยู่ที่เดิม เมื่อสิ้นเสียงพ่อพูด จู่ ๆ เจนก็ได้ยินเสียงหัวเราะของผู้หญิงปริศนา ดังขึ้นมาจากปลายสายโทรศัพท์ ทำให้เจนต้องบอกพ่อให้ตั้งสติ และจอดรถเพื่อสวดมนต์ขอพร จนหาทางกลับบ้านได้สำเร็จ ในขณะที่ครอบครัวของเจนกำลังจะกลับมาถึงบ้าน เจ้าที่ที่บ้านก็ได้มาเตือนว่าอย่าให้พ่อถึงถุงเข้าบ้าน เมื่อครอบครัวของเจนเดินทางกลับมาถึง พ่อก็ได้ลงรถมาพร้อมกับถุงที่อยู่ในมือ เจนจึงถามไปว่า ‘พ่อเอาอะไรมา’ พ่อเลยบอกว่าหัวหมูที่นำไปเซ่นไหว้เมื่อตอนเช้า แต่เมื่อเปิดดูกลับพบว่าหัวหมูเต็มไปด้วยหนอน และแมลงวัน เจนจึงบอกให้พ่อนำไปทิ้งที่ศาลเจ้าท้ายซอย เมื่อไปถึงจี้กง ที่เป็นร่างประทับของศาลแห่งนี้ ก็ได้บอกให้พ่อนำถุงไปทิ้งที่หลัง คลอง ก่อนที่พ่อจะกลับ จี้กงได้บอกว่า‘มีบางสิ่งบางอย่างตามมาด้วย พรุ่งนี้พาคนที่บ้านมาทำพิธี วันนี้คงจะทำให้ไม่ได้ เพราะของมันแรง..’ หลังจากพ่อกลับเข้ามาในบ้าน เจนที่ยืนอยู่ด้านนอกก็ได้เห็นผู้หญิง 2 คน นั่งอยู่บนหลังคารถของพ่อ ทำให้เจนตกใจมาก แต่เมื่อหันไปอีกครั้งมันก็หายไป เจนจึงกลับเข้าบ้าน ก่อนที่จะเห็นว่าผู้หญิง 2 คนนั้นกำลังนั่งมองเจนจากระเบียงบ้านของพี่สาวที่อยู่ฝั่งตรงข้าม… ขณะที่ทุกคนกำลังนอนหลับ จู่ ๆ พ่อของเจนก็ได้ร้องโวยวายดังลั่น ทำให้เจนรีบวิ่งไปปลุกพ่อ ก่อนที่พ่อจะตื่นมาด้วยความเหนื่อย และบอกว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งพยายามจะทำร้ายพ่อ ต่อมา พี่สาวของเจนร้องโวยวายขึ้นมาอีกคน เจนจึงรีบวิ่งไปหา พี่สาวได้บอกว่าฝันเห็นผู้หญิง 2 คน พยายามที่จะเข้าบ้าน เจนคิดว่าเหตุการทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันแปลกเกินไป ทุกอย่างดูคล้ายกันหมด จนถึงคนสุดท้ายที่มีอาการ คือ แม่ของเจน ที่จู่ ๆ ก็กรีดร้องโวยวาย ‘จะทำอะไรฉัน!!’ เมื่อทุกคนเข้าไปในห้อง ก็ได้เห็นแม่นอนตาเหลือกเหมือนคนที่หายใจไม่ออกอยู่บนเตียง ก่อนที่จะตื่นมา และเล่าว่าฝันเห็นผู้หญิง 2 คนพยายามทำร้ายแม่ เมื่อทุกคนฝันถึงเรื่องเดียวกัน ในคืนนั้นจึงมีการสวดคาถาป้องกันเรื่องราวร้าย ๆ ที่เกิดขึ้น และตกลงที่จะนอนรวมกัน ขณะที่เจนกำลังนอนหลับจู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีมือคนหนึ่งมาโอบกอดรัดอยู่ที่หน้าอก และมือของอีกคนหนึ่งโอบรัดอยู่ที่ขาของเธอ แม้เจนพยายามจะสู้ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ หลังจากนั้นเจนได้ยินเสียงหัวเราะของผู้หญิง ซึ่งเป็นเสียงที่คุ้นเคย เหมือนกับเสียงหัวเราะปริศนาจากปลายสายโทรศัพท์ที่เธอเคยได้ยิน เจนท่องคาถา ก่อนจะลืมตาขึ้นมาเจอกับหญิงชราคนหนึ่งอยู่ตรงหน้าของเธอ เหมือนกับพยายามจะแฝงร่างของเธอ ทั้งสองประจันหน้ากันก่อนที่หญิงชราคนนั้นจะพูดว่า‘เดี๋ยวกูจะกินแม่มึง แล้วกูจะกินคนในครอบครัวมึง แม่มึงมายุ่งเรื่องของกู’‘หรือ..กูจะกินมึงก่อนดี’ คำพูดสุดท้ายของหญิงชรา ก่อนที่จะหายไปหลังจากเจนท่องบทสวดจนสิ้นเสียง ‘อาเมน’ ทุกอย่างก็หลุดพ้นออกจากตัวของเธอ วันต่อมาทุกคนได้เดินทางไปแก้ของกับพระสงฆ์รูปหนึ่ง เนื่องจากของแรงเกินกว่าที่จี้กงของศาลเจ้าท้ายหมู่บ้านจะแก้ให้ไหว สืบสาวเรื่องราวทั้งหมด ในตอนที่ทุกคนไปทำพิธีแก้บนที่ศาลพ่อปู่ทางภาคอีสาน ขณะที่รอของเซ่นไหว้ ทุกคนได้เดินไปสำรวจดูรอบ ๆ หมู่บ้านที่มีการทำพิธี แม่ของเจนได้เดินไปเจอบ้านหลังหนึ่ง วางของเซ่นไหว้ต่างออกไปจากบ้านหลังอื่น ๆ บนโต๊ะนั้นมีแต่เลือด ไก่สดที่เหมือนกับโดนหักคอ และของดิบอีกมากมาย ด้วยความสงสัยและประหลาดใจ แม่ของเจนได้พูดออกมาว่า ‘ทำไมที่นี่เขาไหว้กันแปลกจัง’ ทันใดนั้นเจ้าของบ้านได้ยินจึงเข้ามาถามแม่ของเจน ‘มาไหว้ด้วยกันไหม’ แม่ของเจนได้ปฏิเสธ และเดินออกมา พร้อมกับได้ยินเสียงบทสวดแปลก ๆ ดังตามหลังมา เมื่อถึงเวลากลับบ้านพ่อได้บอกกับทุกคนว่า ‘ไปพวกเรา กลับบ้านกัน’ ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด หลังจากได้เดินทางมาหาพระเพื่อทำพิธี พระท่านได้บอกว่า ‘มีวิญญาณปอบตามมา 2 ตน’ ถือว่าโชคดีที่มาเจอก่อน ไม่งั้นมันคงกลายเป็น ‘ห่าก้อม’ (ห่าก้อม คือ ตำนานพญาผีปอบ ผีร้ายที่เกิดจากผู้มีวิชาอาคมแต่กระทำความผิด) ไปแล้ว…(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

album
efm
-

-