ห้องพักฟรี อาหารพร้อม คือข้อเสนอที่ทำให้คุณดิว ตัดสินใจไปทำงานในสถานบันเทิงต่างประเทศ แต่สิ่งที่เธอไม่รู้ คือต้องอยู่ร่วมกับ "รูมเมทปริศนา" ที่มาพร้อมกับเสียงรองเท้าส้นสูงยามค่ำคืน พร้อมเสียงครืดด... คล้ายเล็บขูดผนัง และความหลอนของอาถรรพ์ที่ช่วยเรียกแขกทำให้ร้านมีลูกค้าเต็ม แต่สำหรับคุณดิวแล้วนี่คือเรื่องราวสุดสยองที่เธอต้องเผชิญจนวินาทีสุดท้ายก่อนกลับไทย…

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน อังคารคลุมโปง X ซัน สตอรี่ไลฟ์ (10 มี.ค. 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจโซเซฟ’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘ห้องสยอง ผีต่างเเดน’
เรื่องราวนี้เป็นประสบการณ์ของคุณดิว ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน ดิวกำลังหางานเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว แต่หาเท่าไหร่ก็ยังไม่ได้งาน จนวันหนึ่งมีคนรูจักแนะนำให้ไปทำงานในสถานบันเทิงที่ต่างประเทศใกล้ ๆ ใจหนึ่งดิวก็กลัว เพราะเธอเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว จะไปอยู่ต่างประเทศลำพังได้อย่างไร แต่พอติดต่อกับเอเจนซี่แล้ว ก็สบายใจขึ้นเมื่อรู้ว่า จะมีเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ด้วยแถมยังมีทั้งที่พัก และอาหารให้ เธอจึงเริ่มเห็นว่าดี และตอบตกลงทำสัญญาไป
เมื่อไปถึงก็มีรถมารับ ในรถมีผู้หญิงอยู่ 2-3 คน คาดว่าเป็นเพื่อนร่วมงาน เธอก็ไม่ได้คิดอะไร ลักษณะที่พักของเธอเป็นอพาร์ทเมนต์สูง 4 ชั้น และเธออยู่ชั้น 4 สภาพห้องโอเค กว้างขวางคล้ายคอนโด ด้านในห้องมี 3 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว และห้องโถงใหญ่อีกที โดยในห้องนอนจะมีเตียง 2 ชั้น ซึ่งเธอก็ขนของขึ้นมาพร้อมกับเพื่อน ๆ ที่นั่งรถมาด้วยกัน เมื่อสำรวจห้องแล้ว เอเจนซี่ก็เรียกมาคุยเรื่องกฎระเบียบการอยู่ร่วมกัน และให้เลือกว่าแต่จะนอนห้องไหนเตียงไหน คุณดิวเลือกเป็นเตียงชั้นบน ห้องแรกที่ติดห้องนั่งเล่น และมีเพื่อนที่เธอเพิ่งทำความรู้จักไปเป็นรูมเมทนอนเตียงชั้นล่าง หลังจากนั้นพวกเธอก็ได้เริ่มงาน และจะเลิกงานตี 2-3 ของทุกวัน ตัวคุณดิว บางวันเลิกงานเร็ว เธอก็จะกลับมาพักผ่อนก่อน เมื่อกลับมาถึงก็จะยังไม่มีใครอยู่ในห้อง เธอจึงนั่งเล่นโทรศัพท์ พักผ่อนตามอัธยาศัย แต่ไม่นาน เธอก็ได้ยินเสียงส้นสูงจากข้างนอก เสียงคล้ายคนเดินขึ้นบันไดมา เสียงนั้นใกล้ขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงชั้น 4 และเดินต่อมาหยุดที่หน้าห้องเธอ คุณดิวได้ยินเสียงเหมือนกับว่าคนด้านนอกกำลังไขกุญแจห้องอยู่ เธอไม่ได้คิดอะไร เพราะคงเป็นเพื่อนร่วมงานที่เลิกเร็วเหมือนกัน จากนั้นประตูก็เปิด เสียงรองเท้าคู่นั้นก็เดินเข้าห้องมา แต่ที่แปลกคือเธอได้ยินเสียง “ครืดด…” ลากยาว คล้ายคนเอาเล็บเดินขูดตามผนังห้อง เธอเริ่มไหวตัวรู้สึกถึงอันตราย คนด้านนอกอาจเป็นโจรก็ได้ เสียงขูดผนังนั้นลากยาวมาหยุดที่หน้าห้องของเธอ และพยายามที่จะเปิดประตู คุณดิวกลัวมากแต่ทำได้แค่นั่งกอดหมอนแน่น เงียบเสียง และมองไปที่กลอนประตูที่กำลังถูกเขย่าโดยใครสักคนที่อยู่ด้านนอก แถมยังได้ยินเสียง ฮัมเพลงเบา ๆ เป็นทำนองจากเธอคนนั้น คุณดิวไม่รู้เลยว่าคนด้านนอกต้องการอะไร และเพลงที่ฮัมฟังดูไม่คุ้นหู ไม่ใช่เพลงไทยแน่ ๆ แต่ออกไปทางเพลงมลายู คุณดิวกลัวมากแต่ก็ทนเงียบฟังจนกระทั่ง ทั้งเสียงฮัมเพลง และการเขย่าประตูนั้นหยุดไป
เวลาประมาณตี 3 เพื่อนของคุณดิวกลับห้องมา เมื่อเห็นว่าคราวนี้เป็นเพื่อนจริง ๆ เธอจึงสบายใจ และหลับไปโดยไม่รู้ตัว และหลังจากว่านั้นเธอก็รู้สึกได้ว่า ที่นี่ต้องมีอะไรแปลก ๆ แน่แต่เธอก็ยังใช้ชีวิตปกติของเธอต่อไป
ตัวคุณดิวเคยเป็นภูมิแพ้แบบหนักมาก เมื่อเจอควันบุหรี่ อาการแพ้ของเธอจะเป็นหนัก และวันหนึ่งในขณะทำงาน ต้องอยู่กับลูกค้าที่สูบบุหรี่ จึงทำให้วันต่อมาเธอต้องลาป่วยไปทำงานไม่ได้เธอไปหาหมอ และได้ยาแก้แพ้มาเมื่อถึงห้องเธอกินยาก่อนเลย เพื่อที่จะได้นอนพักผ่อน เพราะโดยปกติฤทธิ์ยาแก้แพ้จะทำให้ง่วง แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอนอนไม่หลับ ทั้งที่ก็ง่วงมาก สักพักก็เริ่มได้ยินเสียงส้นสูงเดิน และเสียงขูดเล็บ แบบที่เคยได้ยินก่อนหน้า เมื่อเดินมาถึงหน้าห้อง ก็เขย่าลูกบิดประตู ฮัมเพลง แต่ไม่เปิดเข้ามา เช่นอย่างเดิมไม่มีผิด ต้องความที่ง่วงมากจากฤทธิ์ยา คุณดิวจึงทำใจไว้แล้ว เพราะเธอในสภาพนี้คงหนีไปไหนไม่ได้ แต่ในความโชคร้ายยังมีความโชคดีไม่นานเพื่อนร่วมห้องเธอเปิดประตูเข้ามา และเสียงของบุคคลปริศนาที่ทำให้คุณดิวกลัวนั้น ก็หายไปดื้อ ๆ เมื่อเพื่อนเปิดประตูมา ก็พบว่า คุณดิวหน้าซีดมาก แต่คุณดิวก็ไม่ได้เล่าอะไรให้เพื่อนฟัง เพื่อนจึงเดินเข้าไปในครัวก่อนที่เธอจะหลับลงด้วยความสบายใจที่ในที่สุดเพื่อนกลับมา

วันถัดมา คุณดิวเลิกงานเร็วกลับมาที่ห้อง และได้ยินเสียงเดินเช่นเดิมอีก แต่ครั้งนี้เสียงรองเท้าส้นสูงคู่นั้น เดินตรงไปที่ครัว ก่อนจะเริ่มได้ยินเสียงคล้ายหยิบมีด 2 เล่ม มาถูกกันเสียงแหลมเล็กแสบหู รวมกับเสียงฮัมเพลงทำนองจังหวะเดิมที่เคยได้ยิน ระหว่าง ที่กำลังตกใจพยายามโทรเพื่อน แต่โทรเท่าไหร่เพื่อนก็ไม่รับสาย เพราะกำลังทำงานอยู่ คุณดิวจึงแข็งใจ และพยายามข่มตานอนให้หลับ จนเช้าวันรุ่งขึ้นที่เพื่อนกลับมา คุณดิวจึงเล่าให้เพื่อนฟังว่าเธอเจออะไร เพื่อนกลับตอบมาว่า “เอาขนมไปไหว้เขายังล่ะ รู้มั้ยว่าคนก่อนหน้านี้เขาไหว้แล้วเขาได้ลูกค้าเต็มเลยนะ” แต่คุณดิวรู้สึกว่า ไม่เกี่ยวกัน นี่กำลังเจอผีอยู่นะ จะให้ไปไหว้อะไร ไม่เอาหรอก ทั้งคู่จึงไม่ได้คุยกันต่อ
คุณดิวก็อยู่แบบนั้นมาเรื่อย ๆ จนถึง 1 วันสุดท้ายก่อนหมดสัญญา คืนนี้คุณดิวจึงไปนอนห้องแฟน ส่วนเพื่อน ๆ ก็อยู่ที่อพาร์ทเมนต์เดิมกันครบทุกคน ช่วงประมาณตี 4 เพื่อนของคุณดิวได้โทรมาด้วยน้ำเสียงโวยวายว่า “มึงอยู่ไหน! มึงรู้มั้ย สิ่งที่มึงเล่าให้กูฟังอ่ะ กูเจอแล้วนะเว้ย เขากำลังสับหมูแล้วฮัมเพลงอยู่เนี่ย” คุณดิวก็ไม่รู็จะช่วยเพื่อนยังไง ได้แต่บอกไปว่า “รออยู่ในห้องอย่าออกไปไหนนะ” และเช้าวันรุ่งขึ้นก็รีบโทรหาเพื่อนด้วยความเป็นห่วง เพื่อนได้เล่ารายละเอียดให้ฟังว่า ขณะนั้นพวกเธออยู่ในห้องกัน 2 คน สักพักนึงก็ได้ยินเสียง สับ! สับ! สับ! และฮัมเพลง ตามด้วยเสียงเหมือนคนเดินเอาเล็บขูดผนังทั่วห้อง ครืดด…ครืดด… แถมยังมีเสียงหัวเราะก้องกังวาลของผู้ชายอีกด้วย ทั้งคู่รอจนเสียงเงียบไป และรีบวิ่งออกมาจากห้องมานั่งอยู่ข้างถนนจนถึงเช้า
ถึงวันถัดมาที่ คุณดิวต้องบินกลับไทย แต่ก็ยังสงสัยอยู่ว่าสิ่งที่เธอเจอคืออะไรกันแน่ เลยถามพี่ที่เป็นคนแนะนำให้เธอมาทำงาน พี่เขาบอกว่า ที่สถานบันเทิงในสิงคโปร์จะมีความเชื่อว่า ต้องมีการเล่นของให้ร้านมีลูกค้าเยอะ ๆ และไว้ที่ที่พักของพนักงาน เพื่อให้มีสเน่ห์ดึงดูดลูกค้านั่นเอง…
(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)