เรื่องเล่าจากณัฐผี The Scary 'วันไหว้ปอบ' l อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary [ 13 ม.ค.2569 ]

อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากณัฐผี The Scary 'วันไหว้ปอบ' l อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary [ 13 ม.ค.2569 ]

21 ม.ค. 2026

     การเดินทางไปไหว้ศาลพ่อปู่ของครอบครัว ควรจบลงแค่พิธี และของเซ่นไหว้ แต่ในค่ำคืนนั้น รถที่ควรจะกลับถึงบ้าน กลับวนอยู่ที่เดิม พร้อมมีเสียงหัวเราะปริศนาดังขึ้นมาจากปลายสาย เเละของเซ่นไหว้ที่นำกลับมา ถูกเปิดออกความจริงบางอย่างก็ค่อย ๆ ถูกเปิดเผยให้เห็นว่า สิ่งที่กลับมาด้วย…ไม่ใช่แค่ของเซ่นไหว้

     เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary’ (13 มกราคม 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า‘วันไหว้ปอบ’

     คุณเจนอยู่ในครอบครัวที่นับถือศาสนาพุทธ เคารพบูชา กราบไหว้สิ่งศักสิทธิ์เป็นประจำ แต่ตัวของเจนเองไม่ได้นับถือสิ่งเหล่านั้น เพราะตัวของเธอนับถือศาสนาคริสต์ รวมถึงตัวของคุณเจนนั้นเป็นคนมีเซนส์

 วันหนึ่งที่บ้านของคุณเจนชักชวนให้เธอไปร่วมงานไหว้แก้บนศาลพ่อปู่ที่สถานที่แห่งหนึ่งทางภาคอีสาน ซึ่งปกติแล้วครอบครัวของเธอจะไปร่วมงานนี้เป็นประจำในทุก ๆ ปี แต่รอบนี้อยู่ในช่วงที่เธอเพิ่งเรียนจบใหม่ และกำลังจะเข้าทำงาน เธอจึงปฏิเสธไม่ไปร่วมงานกับที่บ้าน

     จากนั้นพ่อ แม่ และพี่สาว ของเจนจึงขับรถเดินทางไปร่วมงานกันเพียงแค่ 3 คน โดยทุกครั้งที่ไปไหว้ศาลเจ้าแห่งนี้ จะนำหัวหมูพะโล้ไปปักธูปเซ่นไหว้ และจะต้องรอลาศาลเจ้า เพื่อนำหัวหมูกลับบ้านด้วยทุกครั้ง ในระหว่างที่รอทุกคนก็เดินไปสำรวจรอบหมู่บ้านแห่งนั้น

      เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงกลางคืน เจนที่กำลังรอครอบครัวกลับมาอยู่ที่บ้าน มีความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา เธอจึงโทรถามพ่อว่าทำไมทุกคนยังไม่กลับมา พ่อก็ตอบเจนว่ากำลังกลับแล้ว แต่มันก็หาทางออกไม่เจอ ขับมาเท่าไหร่มันก็วนอยู่ที่เดิม เมื่อสิ้นเสียงพ่อพูด จู่ ๆ เจนก็ได้ยินเสียงหัวเราะของผู้หญิงปริศนา 

     ดังขึ้นมาจากปลายสายโทรศัพท์ ทำให้เจนต้องบอกพ่อให้ตั้งสติ และจอดรถเพื่อสวดมนต์ขอพร จนหาทางกลับบ้านได้สำเร็จ ในขณะที่ครอบครัวของเจนกำลังจะกลับมาถึงบ้าน เจ้าที่ที่บ้านก็ได้มาเตือนว่าอย่าให้พ่อถึงถุงเข้าบ้าน เมื่อครอบครัวของเจนเดินทางกลับมาถึง พ่อก็ได้ลงรถมาพร้อมกับถุงที่อยู่ในมือ เจนจึงถามไปว่า ‘พ่อเอาอะไรมา’

    พ่อเลยบอกว่าหัวหมูที่นำไปเซ่นไหว้เมื่อตอนเช้า แต่เมื่อเปิดดูกลับพบว่าหัวหมูเต็มไปด้วยหนอน และแมลงวัน เจนจึงบอกให้พ่อนำไปทิ้งที่ศาลเจ้าท้ายซอย เมื่อไปถึงจี้กง ที่เป็นร่างประทับของศาลแห่งนี้ ก็ได้บอกให้พ่อนำถุงไปทิ้งที่หลัง คลอง ก่อนที่พ่อจะกลับ จี้กงได้บอกว่า

 ‘มีบางสิ่งบางอย่างตามมาด้วย พรุ่งนี้พาคนที่บ้านมาทำพิธี วันนี้คงจะทำให้ไม่ได้ เพราะของมันแรง..’

     หลังจากพ่อกลับเข้ามาในบ้าน เจนที่ยืนอยู่ด้านนอกก็ได้เห็นผู้หญิง 2 คน นั่งอยู่บนหลังคารถของพ่อ ทำให้เจนตกใจมาก แต่เมื่อหันไปอีกครั้งมันก็หายไป เจนจึงกลับเข้าบ้าน ก่อนที่จะเห็นว่าผู้หญิง 2 คนนั้นกำลังนั่งมองเจนจากระเบียงบ้านของพี่สาวที่อยู่ฝั่งตรงข้าม…

     ขณะที่ทุกคนกำลังนอนหลับ จู่ ๆ พ่อของเจนก็ได้ร้องโวยวายดังลั่น ทำให้เจนรีบวิ่งไปปลุกพ่อ ก่อนที่พ่อจะตื่นมาด้วยความเหนื่อย และบอกว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งพยายามจะทำร้ายพ่อ

      ต่อมา พี่สาวของเจนร้องโวยวายขึ้นมาอีกคน เจนจึงรีบวิ่งไปหา พี่สาวได้บอกว่าฝันเห็นผู้หญิง 2 คน พยายามที่จะเข้าบ้าน เจนคิดว่าเหตุการทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันแปลกเกินไป ทุกอย่างดูคล้ายกันหมด จนถึงคนสุดท้ายที่มีอาการ คือ แม่ของเจน ที่จู่ ๆ ก็กรีดร้องโวยวาย ‘จะทำอะไรฉัน!!’

     เมื่อทุกคนเข้าไปในห้อง ก็ได้เห็นแม่นอนตาเหลือกเหมือนคนที่หายใจไม่ออกอยู่บนเตียง ก่อนที่จะตื่นมา และเล่าว่าฝันเห็นผู้หญิง 2 คนพยายามทำร้ายแม่ เมื่อทุกคนฝันถึงเรื่องเดียวกัน ในคืนนั้นจึงมีการสวดคาถาป้องกันเรื่องราวร้าย ๆ ที่เกิดขึ้น และตกลงที่จะนอนรวมกัน

     ขณะที่เจนกำลังนอนหลับจู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีมือคนหนึ่งมาโอบกอดรัดอยู่ที่หน้าอก และมือของอีกคนหนึ่งโอบรัดอยู่ที่ขาของเธอ แม้เจนพยายามจะสู้ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ หลังจากนั้นเจนได้ยินเสียงหัวเราะของผู้หญิง ซึ่งเป็นเสียงที่คุ้นเคย เหมือนกับเสียงหัวเราะปริศนาจากปลายสายโทรศัพท์ที่เธอเคยได้ยิน

    เจนท่องคาถา ก่อนจะลืมตาขึ้นมาเจอกับหญิงชราคนหนึ่งอยู่ตรงหน้าของเธอ เหมือนกับพยายามจะแฝงร่างของเธอ ทั้งสองประจันหน้ากันก่อนที่หญิงชราคนนั้นจะพูดว่า

 ‘เดี๋ยวกูจะกินแม่มึง แล้วกูจะกินคนในครอบครัวมึง แม่มึงมายุ่งเรื่องของกู’

‘หรือ..กูจะกินมึงก่อนดี’ คำพูดสุดท้ายของหญิงชรา ก่อนที่จะหายไปหลังจากเจนท่องบทสวดจนสิ้นเสียง ‘อาเมน’ ทุกอย่างก็หลุดพ้นออกจากตัวของเธอ

    วันต่อมาทุกคนได้เดินทางไปแก้ของกับพระสงฆ์รูปหนึ่ง เนื่องจากของแรงเกินกว่าที่จี้กงของศาลเจ้าท้ายหมู่บ้านจะแก้ให้ไหว

     สืบสาวเรื่องราวทั้งหมด ในตอนที่ทุกคนไปทำพิธีแก้บนที่ศาลพ่อปู่ทางภาคอีสาน ขณะที่รอของเซ่นไหว้ ทุกคนได้เดินไปสำรวจดูรอบ ๆ หมู่บ้านที่มีการทำพิธี แม่ของเจนได้เดินไปเจอบ้านหลังหนึ่ง วางของเซ่นไหว้ต่างออกไปจากบ้านหลังอื่น ๆ บนโต๊ะนั้นมีแต่เลือด ไก่สดที่เหมือนกับโดนหักคอ และของดิบอีกมากมาย ด้วยความสงสัยและประหลาดใจ แม่ของเจนได้พูดออกมาว่า ‘ทำไมที่นี่เขาไหว้กันแปลกจัง’ ทันใดนั้นเจ้าของบ้านได้ยินจึงเข้ามาถามแม่ของเจน ‘มาไหว้ด้วยกันไหม’

    แม่ของเจนได้ปฏิเสธ และเดินออกมา พร้อมกับได้ยินเสียงบทสวดแปลก ๆ ดังตามหลังมา เมื่อถึงเวลากลับบ้านพ่อได้บอกกับทุกคนว่า ‘ไปพวกเรา กลับบ้านกัน’ ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด

     หลังจากได้เดินทางมาหาพระเพื่อทำพิธี พระท่านได้บอกว่า ‘มีวิญญาณปอบตามมา 2 ตน’ ถือว่าโชคดีที่มาเจอก่อน ไม่งั้นมันคงกลายเป็น ‘ห่าก้อม’ (ห่าก้อม คือ ตำนานพญาผีปอบ ผีร้ายที่เกิดจากผู้มีวิชาอาคมแต่กระทำความผิด) ไปแล้ว… 

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

related อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากคุณเบนจี้ 'ใครในห้องน้ำ' l อังคารคลุมโปง X เต้ย ผีเหรียญ [ 9 ธ.ค.2568 ]

24 ธ.ค. 2025

เรื่องเล่าจากคุณเบนจี้ 'ใครในห้องน้ำ' l อังคารคลุมโปง X เต้ย ผีเหรียญ [ 9 ธ.ค.2568 ]

คืนล้อมวงดื่มในหอพักมหาวิทยาลัย กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่ไม่ควรเห็น เมื่อสังเกตว่ามีใครบางคนเดินเข้าออกห้องน้ำ ทั้งที่ในห้องมีผู้หญิงเพียงสองคน และสิ่งที่เห็น…คือกระโปรงยาวกับเท้าเปลือย ๆ หลังจากคืนนั้น ความผิดปกติเริ่มตามติดไม่หยุด ไฟถนนที่ดับไล่ตามทาง ไปจนถึงเสียงเล็บขูดหน้าต่างยามค่ำคืน… เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปงXเต้ย ผีเหรียญ ’ (9 ธันวาคม 2568) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเคเบิ้ล’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘ใครในห้องน้ำ’ เรื่องราวนี้เกิดขึ้นในสมัยที่ ‘เบนจี้’ ยังอาศัยอยู่หอพักมหาวิทยาลัย คืนหนึ่งมีรุ่นพี่ที่รู้จักกันชวนไปนั่งดื่มที่ห้อง เบนจี้จึงไปพร้อมกับรูมเมทอีกหนึ่งคน ภายในห้องมีคนนั่งล้อมวงดื่มเหล้ากันหลายคน บรรยากาศดูปกติ ไม่มีอะไรผิดสังเกตตำแหน่งที่เบนจี้นั่งอยู่เป็นจุดที่มองเห็นประตูห้องน้ำได้พอดี และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความผิดปกติ เบนจี้สังเกตเห็นว่า มีใครบางคนเดินเข้าออกห้องน้ำหลายครั้งเห็นแค่ระดับเท้า จึงไม่ได้คิดอะไร เพราะคิดว่าเป็นรุ่นพี่คนอื่นในวง จนกระทั่งเริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่เดินผ่านหน้าประตูห้องน้ำ เป็นกระโปรงยาวคลุมถึงตาตุ่ม และเท้าเปลือย ๆ เบนจี้เริ่มรู้สึกไม่แน่ใจ เพราะในวงดื่มคืนนั้น มีผู้หญิงแค่เบนจี้กับรูมเมทเท่านั้นไม่นานนัก รุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่งลุกขึ้นจะไปเข้าห้องน้ำ ทั้งที่ไม่กี่วินาทีก่อนหน้านั้น เบนจี้เพิ่งเห็นเท้าคู่นั้นเดินเข้าไปแล้ว เมื่อหันไปมองอีกครั้ง…กลับเห็นเพียงพี่ผู้ชายคนเดียวอยู่ในห้องน้ำ ไม่มีใครอื่นเลย ความรู้สึกอึดอัด และกดดันเริ่มก่อตัว เบนจี้จึงขอออกไปสูดอากาศข้างนอก และรูมเมทก็เดินตามออกมา ทั้งสองไปนั่งอยู่ที่บันไดทางขึ้นหอ เบนจี้บอกกับเพื่อนว่า…“กูเห็นนะ” เพราะส่วนตัวเป็นคนที่มีเซ้นส์เรื่องลึกลับอยู่แล้วรูมเมทตอบกลับทันทีว่า ตอนอยู่ในห้องก็รู้สึกอึดอัดเหมือนกัน พอเพื่อนถามต่อว่าเห็นเป็นยังไง ในจังหวะที่เบนจี้กำลังจะอธิบายปลายหางตากลับเห็นข้อเท้าและชายกระโปรงสีขาวแบบเดียวกับที่เห็นในห้องอยู่ด้านหลังพวกเขาร่างนั้นค่อย ๆ ย่อตัวลง จนเห็น ปลายผมสีดำยาว เหมือนกำลังโน้มตัวลงมา เพื่อฟังว่าเบนจี้จะพูดอะไรต่อเบนจี้ลดเสียงลงทันที แล้วกระซิบกับเพื่อนว่า“มันอยู่ตรงนี้…มันกำลังฟังเราอยู่”ทั้งสองนับจังหวะแล้วหันกลับไปมองพร้อมกันแต่…ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น ความไม่สบายใจทำให้ทั้งคู่รีบขอตัวกลับ ระหว่างขับรถกลับหอ เบนจี้ได้แต่ภาวนาในใจว่า ขออย่าตามกลับมาเลย แต่ขณะขับรถอยู่ เบนจี้เหลือบมองกระจกข้างเห็น ไฟถนนค่อย ๆ ดับลงทีละดวง ไล่ตามหลังมาอีกเพียงเลี้ยวซ้ายเดียวก็จะถึงหอพักแต่จู่ ๆ รถกลับ ดับกลางทาง…ฝนเริ่มตกปรอย ๆ บรรยากาศเงียบผิดปกติ โชคดีที่มีนักศึกษาผู้ชายขับรถผ่านมา จึงช่วยสตาร์ทรถให้ จนทั้งคู่สามารถกลับหอได้อย่างปลอดภัยเช้าวันถัดมา เบนจี้ถามรูมเมทว่า “เมื่อคืนหลับสบายไหม”แต่คำตอบที่ได้คือ“สบายอะไร…ได้ยินเสียงเหมือน เล็บขูดบานเกร็ดหน้าต่างทั้งคืน”ตอนแรกเบนจี้ไม่เชื่อ จนไปดูที่หน้าต่าง และพบว่า มีรอยเล็บจริง ๆ เป็นรอยเล็กยาว คล้ายเล็บยาวขีดลากลงมา คืนนั้นเอง เบนจี้ก็เริ่มได้ยินเสียงเดียวกัน และจะได้ยินเฉพาะตอนที่ปิดไฟ เสียงนั้นเกิดซ้ำ ๆ อยู่ 2-3 คืน จนกระทั่งวันเข้าพรรษา เบนจี้ได้ไปทำบุญ และอธิษฐานบอกกับสิ่งที่ตามมาว่าขอมอบบุญทั้งหมดในวันนี้ให้ ขอให้กลับไปอยู่ที่เดิมและอย่าตามมาอีกหลังจากวันนั้น…ก็ไม่มีอะไรปรากฏขึ้นอีกเลย(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากอาจารย์ฟิล์ม 'พิกัดหลอนซ่อนทาง' l อังคารคลุมโปง X อาจารย์ฟิล์ม [ 21 เม.ย.2569 ]

30 เม.ย. 2026

เรื่องเล่าจากอาจารย์ฟิล์ม 'พิกัดหลอนซ่อนทาง' l อังคารคลุมโปง X อาจารย์ฟิล์ม [ 21 เม.ย.2569 ]

ก่อนไปถึงจุดหมาย แต่ระหว่างทางอาจทำให้ไปไม่ถึง ขณะขับรถไปงานศพต่างจังหวัดกับเพื่อนในรถ 4-5 คน กลับมีสิ่งแปลก ๆ ทั้ง Google map ค้างไม่บอกพิกัด และเสาไฟทั้งสามที่คนขับเห็นเพียงคนเดียว เมื่อไปถึงคนในหมู่บ้านดันมีคำพูดเตือนอย่างหน้าประหลาดใจ จนสุดท้ายมารู้ความจริงว่า สิ่งที่เห็นไม่ใช่เสาไฟ! เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X อาจารย์ฟิล์ม’ (15 เม.ย. 2569)’ ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘พิกัดหลอนซ่อนทาง’ ‘อาจารย์ฟิล์ม’ ได้มาเล่าเรื่องราวที่ตนนั้นเจอ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นช่วงโควิดระบาดใหม่ ๆ และเพิ่งเริ่มมีประกาศว่าจะมีการล็อกดาวน์ เรื่องนี้ได้เกิดขึ้นก่อนล็อกดาวน์ ตอนนั้นพ่อของเพื่อนสนิทเสีย จึงต้องรวมตัวกับเพื่อนพากันไปงานศพที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ซึ่งก็ได้รวมตัวกับเพื่อนกัน 4 คน โดยมีอาจารย์ฟิล์ม อาสาเป็นคนขับรถให้ และช่วงนั้นเหมือนจะเริ่มงดเว้นการเดินทาง พวกรถขนส่งก็เริ่มไม่ค่อยมี ในวันที่ทราบเรื่องว่าต้องไปไหว้นั้นก็เป็นช่วงที่ใกล้จะเผาพอดี ทั้งหมดจึงได้รีบนัดไปกันในวันสวดวันสุดท้ายทั้งหมดจึงได้รีบพากันออกเดินทางทันทีก่อนที่ฟ้าจะมืด แต่กว่าจะไปถึงชลบุรีฟ้าก็ได้เริ่มมืดลง ทั้งหมดจึงได้พากันเข้าไปเช็กอินโรงแรมที่จองไว้ก่อนที่จะเร่งเดินทางต่อไปยังวัดให้ทันสวด ระหว่างทางในขณะที่ขับรถอยู่บนถนนใหญ่ รอบข้างก็ไม่ค่อยมีรถคันอื่นขับผ่านสัญจรไปมาสักเท่าไหร่ จะมีเพียงรถขนส่งไม่กี่คันเท่านั้น ระหว่างที่ขับรถ ก็จะให้เพื่อนหนึ่งคนในกลุ่มชื่อ เอก ที่เป็น LGBTQ รับหน้าที่คอยดูแมพให้ และเมื่อขับรถไปเรื่อย ๆ จู่ ๆ เอกก็ได้พูดขึ้นมาว่า “ฟิล์มช่วยกูหน่อย เอฟมันเป็นอะไรก็ไม่รู้ นั่งพึมพัมอะไรอยู่คนเดียว” อาจารย์ฟิล์มจึงได้หันไปชวนคุยแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบอะไรกลับมาจากเอฟ เลยคิดว่าช่างมัน และหันกลับมาโฟกัสกับการขับรถต่อ ในจังหวะนั้นบรรยากาศรอบข้างก็เริ่มมืดขึ้น อาจารย์ฟิล์มจึงได้หันมองซ้ายขวา หาจุดที่จะเป็นจุดสนใจ เพื่อจำเส้นทางที่ขับมาสำหรับขากลับ ว่าหากเจอจุดนี้ก็จะรู้ได้ว่าเป็นเส้นทางที่ถูกต้อง ทันใดนั้นก็ได้หันออกไปเห็นเสาไฟสูงด้านขวามือ 3 ต้น เลยได้จำไว้ และหันกลับมาขับรถต่อไปยังจุดหมายขณะเดียวกันทางด้านของเอก ก็ยังคงนั่งก้มหน้าพึมพัมอยู่ จนขับไปเรื่อย ๆ เอกก็ได้บอกว่า จะมีทางเลี้ยวซ้ายที่จะผ่านหมู่บ้านนิดนึง และจะถึงวัดเลย ซึ่งก็เลยขับกันไปตามทาง แต่ขับไปยังไงก็ยังไม่ถึงวัดสักที จนเอกก็ได้บอกว่า GPS มันค้าง ทันใดนั้นเอฟก็ได้เงยหน้าขึ้นมา และบอกว่าให้ขับไปข้างหน้าอีกนิดนึง ปรากฏว่าเจอเข้ากับคุณลุงคนหนึ่งที่กำลังปั่นจักรยานสวนมา เอฟจึงได้เปิดกระจกแล้วถามทางกับคุณลุง จึงทำให้รู้ว่าได้ขับเลยวัดมาแล้ว ทั้งหมดจึงได้ถอยกลับไปตามทางที่ลุงบอก เลี้ยวไปไม่กี่ร้อยเมตรก็ได้ถึงวัดที่เป็นจุดหมายปลายทาง แต่กว่าจะมาถึงงานก็สวดเสร็จ ทั้งหมดจึงได้จะพากันเข้าไปไหว้เคารพศพ และขอโทษเพื่อนที่มาช้าจนไม่ทันสวด จังหวะนั้นพวกคุณลุงคุณป้าก็ได้ลุกขึ้นมาต้อนรับ และถามไถ่ทำให้ทั้งหมดใจชื้นขึ้น จากที่รู้สึกผิด และกลัวว่าจะโดนดุ หลังจากที่ไหว้เคารพศพเสร็จ จึงจะไปกินข้าว แต่เอฟก็ได้พูดขึ้นมาว่าตนนั้นถือว่าจะไม่กินข้าวงานศพ ทุกคนเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงได้ตัดสินใจไม่กิน และจะไปหากินข้างนอกพร้อมกันทีเดียว จึงได้ขอตัวลากลับก่อน ทันใดนั้นได้มีคุณป้าคนนึงบอกว่า “พวกหนูอย่าเพิ่งกลับเลย นอนที่นี่กันมั้ย” ทั้งหมดจึงได้ปฏิเสธไปเพราะจองโรมแรมไว้แล้ว สักพักก็ได้มีคุณลุงสัปเหร่อเดินเข้ามาถามหาว่า “ใครเป็นคนขับรถ” อาจารย์ฟิล์มจึงได้ตอบไป แล้วคุณลุงสัปเหร่อคนนั้นก็ได้จูงมือไป และเอาพระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ มาใส่ไว้ในมือของอาจารย์ฟิล์ม พร้อมบอกให้เอาสิ่งนี้ไว้ในรถ หลังจากนั้นทั้งหมดจึงได้พากันขับรถกลับในจังหวะที่กำลังจะเลี้ยวรถออกจากวัด ก็ได้เห็นว่าคุณลุงคุณป้ายืนเรียงกันมาส่งอยู่ที่หน้าวัด ทั้งหมดจึงได้สบายใจ และขับรถกลับทางถนนใหญ่เส้นเดิม แต่เหตุการณ์กลับมีเรื่องน่าตกใจตรงที่ว่าไม่ว่าจะขับมาไกลแค่ไหนมองซ้ายขวาก็ไม่เห็นเสาไฟสูง 3 ต้นนั้นเลย เจอเพียงแค่ 2 ต้นเท่านั้นจึงได้หันไปถามเอกว่า เอกเห็น 3 ต้นรึป่าวซึ่งเอกก็บอกว่า เห็นแค่ 2 ต้น ถามแฟน แฟนก็ตอบว่าเห็นแค่ 2 ต้นเอฟจึงได้บอกขึ้นมาว่าอย่าเพิ่งพูดอะไรต่อ ให้ขับไปก่อนจนกว่าจะถึงที่พัก เมื่อถึงที่พักจึงได้หันไปถามเอฟว่า เกิดอะไรขึ้น เอฟเป็นคนที่มีเซนส์ในเรื่องนี้จึงได้บอกว่า จริง ๆ แล้วนั้นเอฟรู้สึกไม่ดีตั้งแต่ที่ขับรถขาไปบนถนนเส้นนั้นแล้ว เอฟบอกว่ามีความรู้สึกเหมือนกับมีคนมากระซิบอยู่ข้างหูตลอดเวลา พร้อมบอกว่าสิ่งที่อาจารย์ฟิล์มเห็นนั้นคือ เปรต ไม่ใช่เสาไฟอย่างที่คิด และบอกว่าตนนั้นก็เห็น 3 ต้นเหมือนกัน แต่ต้นที่ 3 นั้นเป็นขาคนตัวสูง ซึ่งลุง และป้าที่วัดคงรู้ว่าพวกเราไปเจออะไรมาจึงได้ให้พระพุทธรูป และมายืนส่งกลับที่หน้าวัดนั่นเองวันถัดไป ทั้งหมดก็ได้พากันขับรถเดินทางไปที่วัดตามเดิม และไปเล่าให้กับคุณลุงคุณป้าฟังเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ป้าแกจึงได้ตอบกลับมาว่า “ที่ไม่อยากให้กลับไป อยากให้นอนที่วัดก็เพราะรู้นี่แหละว่าเขาตามมาด้วย..”(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากคุณรัก ‘เรื่องเล่าบนเถียงนา’ l อังคารคลุมโปง X เจน - ลูกนัท The Ghost [ 30 มิ.ย.2569 ]

04 ก.ค. 2026

เรื่องเล่าจากคุณรัก ‘เรื่องเล่าบนเถียงนา’ l อังคารคลุมโปง X เจน - ลูกนัท The Ghost [ 30 มิ.ย.2569 ]

ใครจะไปคิดว่าการแวะทักทายคนรู้จักหน้าหมู่บ้าน จะกลายเป็นเรื่องราวสุดสยองที่ไม่มีใครคาดคิด! เมื่อเขาได้ฟังเรื่องเล่าเฉียดตายจาก ‘ผีแม่ม่าย’ จนจบ แต่พอเขาเดินกลับบ้านก็ได้รู้ความจริงว่าคนที่พึ่งแวะคุยมาตายไปหลายปีแล้ว แล้วคนที่เล่าเรื่องให้เขาฟังเมื่อกี้คือใครกันแน่ ?เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X เจน - ลูกนัท The Ghost [ 30 มิ.ย.2569 ]’ ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจโซเซฟ’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘เรื่องเล่าบนเถียงนา’ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ‘คุณม้ง’ เดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาลปีใหม่ หลังจากที่ไม่ได้กลับบ้านมาหลายปี ทันทีที่รถบขส. ถึงที่หมาย ระหว่างทางที่กำลังเดินเข้าหมู่บ้าน คุณม้งก็บังเอิญเจอกับ ‘พี่ตั้ม’ คนรู้จักในหมู่บ้านกำลังนั่งเล่นอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้านพอดี ด้วยความที่ไม่ได้เจอกันนาน คุณม้งเลยแวะเข้าไปทักทาย “พี่ตั้ม สบายดีมั้ยพี่?” พี่ตั้มก็ตอบกลับมาตามปกติ ถามไถ่กลับมาว่ากลับมาเยี่ยมบ้านหรอ ก่อนที่จะชวนคุณม้งนั่งคุยด้วยกัน แล้วพี่ตั้มก็เปิดบทสนทนาขึ้นมาว่า“จำโต้งได้มั้ย? พี่มีเรื่องของโต้งมาเล่าให้ฟัง”พี่ตั้มเล่าให้ฟังว่า หลังจากที่ตัวแกเองพึ่งกลับมาจากต่างประเทศ พ่อแม่ก็ใช้ให้เขาไปนอนเฝ้านาข้าวตรงเถียงนา เพราะกลัวว่าจะมีคนมาขโมยข้าว คืนนั้นพี่ตั้มเลยได้เจอกับ ‘โต้ง’ ที่มาเฝ้านาเหมือนกัน คุยไปคุยมาจนได้รู้ว่าตอนนี้โต้งเองก็มีแฟนแล้ว แถมแฟนยังหน้าตาดีมาก เป็นชาวบ้านแถวนี้แต่ไม่รู้ว่ามาจากหมู่บ้านไหน หลังจากนั้นแฟนของโต้งก็พาเพื่อนผู้หญิงหน้าตาดีอีกหลายคนมานอนเล่นที่เถียงนาด้วยกัน และด้วยความที่ตั้มยังโสดอยู่ เลยแกล้งถามไปว่าเพื่อนของแฟนมีใครยังโสดบ้างมั้ย ซึ่งได้คำตอบกลับมาว่ายังโสดอยู่ทุกคน ตั้มเลยขอจีบในทันที คืนแรกทั้งกลุ่มก็นั่งคุยกันไปเพลิน ๆ จนตั้มเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ พอตื่นเช้ามาสาว ๆ ทั้งหมดก็หายไปหมดแล้ว ตั้มจึงคิดว่าพวกเธอทั้งหมดคงกลับเข้าบ้านกันไปตอนเช้าแล้ว พอเข้าคืนที่สอง เหล่าสาว ๆ ก็กลับมาหาที่เถียงนาอีกครั้ง แต่คราวนี้ตั้มก็เอะใจว่าเมื่อคืนตัวเองหลับไปตั้งแต่ตอนไหน คืนนี้เลยตั้งใจจะอยู่คุยกับสาว ๆ ยันเช้าไปเลย แต่คุยไปคุยมาก็เผลอหลับไปอีกจนได้ เช้าวันต่อมา ตั้มตื่นขึ้นมาแล้วหันไปเห็นโต้งนอนนิ่งสนิทอยู่บนเถียงนา ปลุก และเขย่าเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่น จนตั้มเริ่มใจคอไม่ดีเลยรีบวิ่งเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อตามหาคนมาช่วยดู แต่คำตอบที่ได้รับจากชาวบ้านทำเอาตั้มกลับช็อกกว่าเดิม ชาวบ้านบอกว่าโต้งตายไปหลายวันแล้วนะ !”ซึ่งตั้มก็เถียงว่าจะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อเขาพึ่งนั่งคุยกับโต้งมาสองคืนเต็ม ๆ ชาวบ้านเลยอธิบายให้ฟังว่าโต้งพึ่งเสียชีวิตจากอาการ ‘ไหลตาย’ และเหล่าผู้หญิงที่ตั้มเห็นก็ไม่ใช่คน แต่เป็น ‘ผีแม่ม่าย’ ที่มาเอาชีวิตผู้ชายในหมู่บ้านไปหลายคนแล้ว ช่วงที่ผ่านมาในหมู่บ้านเจอดีกันหมด ตกกลางคืนไม่มีใครกล้าออกไปนอนที่เถียงนาเลย ผู้ชายทุกคนต้องเอาปลัดขิกมาแขวนไว้หน้าบ้าน และต้องแต่งหน้าทาปากให้เหมือนผู้หญิงเพื่อหลอกผีแม่ม่าย เพราะตกดึกจะมีเสียงผู้หญิงมาตะโกนเรียกหน้าบ้าน ถ้าใครเผลอขานรับ คืนนั้นจะหลับ และไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย แต่ความซวยของโต้งคือ โต้งไม่ได้อยู่บ้านจึงไม่รู้เรื่องที่ชาวบ้านเตือนกัน พอตกดึกแล้วออกไปนอนที่เถียงนาจึงโดนเรียก และตามพวกผีแม่ม่ายไป ส่วนตั้มก็รอดมาได้หวุดหวิดเพราะคืนนั้นพวกสาว ๆ ก็ชวนตั้มกลับบ้านไปด้วยกันแล้วแต่ตั้มปฏิเสธไป ไม่อย่างนั้นสภาพก็คงไม่ต่างกับโต้ง หลังจากพี่ตั้มเล่าเรื่องสุดหลอนจบ คุณม้งก็เตรียมตัวจะเดินเข้าบ้าน เลยชวนพี่ตั้มให้เดินเข้าไปด้วยกัน แต่พี่ตั้มก็ปฏิเสธพร้อมบอกว่า “ไม่เป็นไร เอ็งไปเถอะ แต่ฝากความคิดถึงให้พ่อแม่เอ็งด้วยนะ” คุณม้งก็งงว่าอยู่หมู่บ้านเดียวกันแท้ ๆ จะฝากความคิดถึงไปทำไม ทำไมไม่เข้าไปทักทายเอง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากจึงเดินกลับเข้าบ้านเพียงคนเดียว พอถึงบ้านแม่คุณม้งก็ทักว่าทำไมมาถึงบ้านช้า ทั้ง ๆ ที่รถบขส. มาถึงตั้งนานแล้ว คุณม้งเลยเล่าให้ฟังว่า “พอดีแวะนั่งคุยกับพี่ตั้ม ลูกของยายข้างบ้านอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้านนี่เอง” แต่พอแม่ฟังจบก็พูดว่า“เอ็งจะบ้าหรอ ไอ้ตั้มมันตายไปหลายปีแล้ว !” ซึ่งความจริงก็คือ ตั้มไปทำงานที่ต่างประเทศ และได้เสียชีวิตลงด้วยอาการ ‘ไหลตาย’ ที่ต่างประเทศ และเพราะเสียชีวิตนอกเมืองไทย ทำให้ศพของตั้มยังไม่ได้ถูกส่งกลับมาที่ไทย เรื่องราวทั้งหมดจึงเป็นคุณม้งโดนตั้มที่เป็นผี มาเล่าเรื่องผีโต้งให้ฟัง หลอกซ้อนหลอก แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือ คุณม้งเจอตั้ม และนั่งคุยกันตอนกลางวันได้ปกติเลย(เป็นความเชื่อส่วนบุคคลโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากแบงค์เกนสไตล์ 'โดนของที่บ่อน' l อังคารคลุมโปง X แบงค์เกนสไตน์ [ 24 มี.ค.2569 ]

28 มี.ค. 2026

เรื่องเล่าจากแบงค์เกนสไตล์ 'โดนของที่บ่อน' l อังคารคลุมโปง X แบงค์เกนสไตน์ [ 24 มี.ค.2569 ]

การเดินทางสู่ชีวิตในบ่อนที่ฝันใฝ่ โดยไม่รู้เลยว่าพื้นที่แห่งนี้อันตรายมากกว่าที่คาดคิด… หญิงสาวที่แฝงไปด้วยความน่ากลัว เสียงเรียกร้องที่ดังขึ้นในความฝันครั้งสุดท้าย ‘กลับมาสิ กลับมาหาฉัน’ นำไปสู่วินาทีแห่งความตายที่เขานั้นต้องหลุดพ้นออกมาจากมันให้ได้…เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X แบงค์เกนสไตล์’ (24 มีนาคม 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘โดนของที่บ่อน’ เรื่องราวนี้ ‘แบงค์เกนสไตล์’ ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวของ ‘คุณเจ’ เจ้าหน้าที่เวรเปลในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง คุณเจมีความฝันที่อยากไปใช้ชีวิตในบ่อนดูสักครั้ง ด้วยจังหวะชีวิตในตอนนั้น คุณเจได้รับเงินโบนัสจำนวนหนึ่งจากการทำงาน เขาจึงเริ่มเตรียมเงิน และหาข้อมูลในการไปเที่ยวบ่อนที่ประเทศเพื่อนบ้านตามความฝันของเขา คุณเจได้ติดต่อกับทัวร์บริษัทหนึ่งเพื่อสอบถามข้อมูลในการไปเที่ยวสถานที่แห่งนั้น ด้วยความที่ คุณเจมีอายุไม่มากนัก และยังดูเป็นวัยรุ่นคนหนึ่ง เจ้าของทัวร์จึงได้ตักเตือนให้เขามีสติอยู่เสมอเมื่อเดินทางไปถึงบ่อนรวมทั้งยังเตือน คุณเจให้ระมัดระวังผู้หญิงในสถานที่แห่งนั้นไว้ให้ดีคุณเจเดินทางไปถึงบ่อนขนาดใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้าน ก็ได้มีผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อว่าจันทร์ เข้ามาต้อนรับ และคอยดูแล คุณเจตลอดช่วงเวลาที่อยู่ในสถานที่แห่งนั้น หลังจากที่คุณเจได้สนุกสนานกับการเล่นเกมในบ่อนแล้ว หลังจากนั้นเขาก็ได้มีการตกลง ชักชวนคุณจันทร์ไปร่วมสนุกต่อกันที่ห้องของคุณเจเมื่อกลับมาถึงห้องพัก คุณเจกลับพบว่า คุณจันทร์นั้นไม่ได้มีหน้าตาที่สวยงาม เหมือนกันตอนที่อยู่ในบ่อน แต่เขาก็ไม่ติดใจเรื่องนี้ และคิดว่าไม่เป็นไรจึงปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป ก่อนที่ทั้งสองจะร่วมสนุกกันในห้อง จันทร์ได้ขอตัวเข้าห้องน้ำเพื่อที่จะอาบน้ำ และล้างหน้าของเธอ ขณะที่คุณเจนั่งรอคุณจันทร์อยู่นั้น เขากลับได้ยินเสียงพึมพำคล้ายบทสวดบทหนึ่ง ดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบในห้อง ก่อนที่คุณจันทร์จะเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยใบหน้าที่ไร้การแต่งแต้มเครื่องสำอางค์ ด้วยความกลัว คุณเจจึงขอปฏิเสธที่จะอยู่ในห้องนี้ต่อไป และชวนคุณจันทร์แต่งหน้า แต่งตัวเพื่อออกไปเที่ยวด้วยกัน และแยกย้ายกันในตอนหลังคุณเจ เดินทางกลับมาถึงห้องของตนเองด้วยเซนส์บางอย่างที่กำลังเตือนเขา คุณเจจึงขอย้ายห้องกะทันหัน ด้วยสัญชาตญาณที่กำลังบอกให้เขาหนีบางสิ่งบางอย่างออกมา ด้วยความสงสัย คุณเจได้แอบกลับไปดูห้องเดิมของตนเองอยู่ห่าง ๆ และพบว่าคุณจันทร์ได้กลับมาที่ห้องเดิมของเขา ก่อนที่จะเข้าไปทำบางสิ่งบางอย่างในห้องก่อนที่จะกลับไปหลังจากที่... คุณเจได้เดินทางกลับมาจากสถานที่อโคจรแห่งนั้น ขณะที่เขากำลังนอนหลับพักผ่อนจู่ ๆ เขาก้ได้ฝันถึงจันทร์ หญิงสาวจากบ่อนที่เขาเคยเที่ยวสนุกด้วยกัน ในฝันนั้นทั้งสองกำลังร่วมรักกัน โดยคุณจันทร์ได้ขึ้นคร่อมอยู่บนตัวของคุณเจ พร้อมกับพนมมือ และพูดว่า ‘กลับมาสิ กลับมาหาฉัน’ความฝันในคืนนั้นทำให้หัวใจของคุณเจ เต้นแรงจนเกินกว่าคนปกติ และด้วยใจลึก ๆ ของเจก็มีความรู้สึกว่า เขาอยากกลับไปสถานที่แห่งนั้นอีกครั้ง เมื่อเขาได้เล่าเรื่องนี้ให้กับพี่ ๆ ที่รู้จัก ทุกคนต่างเตือนคุณเจว่า เรื่องนี้มันคล้ายกับการโดนของ คุณเจจึงได้นึกถึงช่วงเวลา ที่เขากับคุณจันทร์ได้เที่ยวด้วยกัน ในตอนนั้นคุณจันทร์ดูมีท่าทีที่แปลกไป คล้ายกับคนที่มีพิรุธ เหมือนกำลังจะพยายามทำอะไรบางอย่างในคืนต่อมา คุณเจได้ฝันแบบเดิมอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้หัวใจของเขาได้เต้นแรงจนดับสิ้นไป คุณเจ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อยื้อชีวิตของเขาเอาไว้ ขณะเดียวกัน แม่ของคุณเจได้รีบเดินทางมาหาเขา ทั้งที่ไม่มีใครแจ้งเรื่องนี้ให้แม่เขาทราบเลย แม่ของคุรเจจึงได้บอกทุกคนว่า ขณะที่แม่นั่งสมาธิจู่ ๆ รูปสมัยเด็กของคุณเจได้ร่วงหล่นตกลงมาแตก พร้อมกับมีเสียงของย่าทวดพูดขึ้นมาว่า ‘ลูกมึงกำลังลำบาก ไปช่วยหลานกูด้วย’เมื่อคุณเจ ฟื้นขึ้นมาเขาได้บอกว่า ในตอนที่เขาสลบไปเขากลับได้ยินเสียงแม่ของเขา และมือของแม่ได้เข้ามาดึงเขาไว้ จนหลุดพ้นจากช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ คุณเจได้หาวิธีการแก้ของโดยการดื่มน้ำมนต์ และอาบน้ำมนต์ ทันทีที่คุณเจดื่มน้ำศักสิทธิ์นั้นเข้าไป เขาก็ได้อ้วกนำสิ่งชั่วร้ายออกมาจนหมด และเขาต้องทำแบบนี้ติดต่อกันมาเรื่อย ๆ เป็นเวลา 3 เดือน จนสุดท้ายแล้ว ทุกคนได้สืบเรื่องราวเหล่านี้จนได้ทราบว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันยิ่งกว่าการเล่นของใส่เพื่อหวังทรัพย์สิน หากย้อนกลับไปในตอนที่คุณเจนั้น ถูกสอบถามจากทัวร์แห่งหนึ่ง ถึงอายุ การดื่มเหล้า การสูบบุหรี่ ด้วยความที่คุณเจอายุยังน้อย ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ทำให้ร่างกายของเขาแข็งแรง และเป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้ค้าขายอวัยวะรวมถึงกลุ่มผู้หญิงที่คอยบริการอยู่ในสถานที่แห่งนั้น บางกลุ่มได้มีการตั้งสำนักเป็นของตัวเอง เพื่อเล่นของมาดึงดูดลูกค้า บางคนก็ถูกหลอกล่อให้หมดตัว ส่วนบางคนก็ต้องหายสาบสูญไปโดยที่ไม่มีใครทราบ การไปในสถานที่อโคจรแห่งนี้ จึงเป็นพื้นที่อันตราย มากกว่าที่ทุกคนคาดคิด…(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

album
efm
-

-