เรื่องเล่าจากคุณดาว ‘บนบาน’ l อังคารคลุมโปง X ตั้ม The Shock [ 22 ก.ค.2568 ]

อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากคุณดาว ‘บนบาน’ l อังคารคลุมโปง X ตั้ม The Shock [ 22 ก.ค.2568 ]

04 ส.ค. 2025

         ‘คุณดาว’ ได้เข้ามาเล่าเรื่องเกี่ยวของการไปบนบานกับศาลไม้เปล่าหลังหนึ่ง ที่ได้มีการขอโชคขอลาภแล้วดันลืมแก้บน จนทำให้ต้องเจอกับวิญญาณตามมาทวงสัญญา เรื่องราวทั้งหมดจะจบลงอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X’ (22 กรกฎาคม 2568) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’, ‘ดีเจเจ็ม’ และ ‘ดีเจมดดำ’ ในเรื่องที่มีชื่อว่า ‘บนบาน’ ที่ทำให้อาจทำให้คุณไม่กล้าบนบานศาลกล่าวอีกเลย..

         คุณดาวได้เล่าว่า ทุกครั้งที่ไปนอนต่างที่ต่างถิ่นก็จะไหว้ศาลพระภูมิตลอด ไปนอนบ้านแฟนก็จะไหว้ตลอด แต่ไม่เคยสังเกตว่าในศาลนั้นไม่มีอะไรอยู่ข้างใน

         ขณะเดียวกัน ทางบ้านของแฟนชอบเก็บของเก่า เช่น เรือเก่า เกวียน ส่วนใหญ่ทำจากไม้ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเป็นไม้อะไร หรือของแต่ละชิ้นมีเรื่องราวเป็นมาอย่างไร นอกจากนี้ ยังมีศาลไม้เปล่าตั้งอยู่ที่บ้านด้วย

         วันหนึ่ง คุณดาวพูดกับศาลหลังนั้นว่า

         “ถ้าถูกหวยงวดนี้จะเอานางรำมาถวายให้”

         ไม่นานหลังจากนั้น คุณดาวก็โชคดีจริง ๆ ความดีใจล้นหลามจนลืมไปว่า ตนเองได้ ‘บนบาน’ กับศาลเอาไว้ กระทั่งได้ออกไปสังสรรค์กับที่ทำงาน และมีคนถามขึ้นมาว่า

         “วันนี้หวยออกนะ ซื้อยัง”

         นั่นทำให้คุณดาวนึกขึ้นได้ว่าได้บนเอาไว้ จึงคิดว่ากลับไปจะซื้อของถวาย

         ระหว่างที่สังสรรค์กัน ก็มีการเล่นไพ่เกิดขึ้น คุณดาวนึงเภาวนาในใจอีกครั้งว่า ‘ขอให้มีโชคลาภ จะได้ซื้อพวงมาลัยให้เพิ่ม’ แล้วคุณดาวก็สมหวังปรารถนา

         ไม่นาน วงสังสรรค์ก็เริ่มแยกย้าย แต่ก็มีบางส่วนที่อยากสนุกต่อ จึงชวนกันไปเล่นไพ่อีกห้อง แต่คุณดาวกลับหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ จึงโทรศัพท์ไปหาแฟน เพื่อขอให้แฟนไหว้ขอศาลให้เจอกระเป๋าสตางค์ เวลาผ่านไปจนกระทั่งเช้า คุณดาวตื่นมาก็พบว่ากระเป๋าสตางค์ไม่ได้หายไปไหน แต่วางอยู่ที่เดิมตลอด

         คุณดาวเดินทางกลับบ้าน และรีบเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ ขณะนั้น หางตาก็สังเกตเห็นนางรำชุดสีเขียว หน้าขาว ปากแดง ยืนรำอยู่! ไม่นาน นางรำก็ขึ้นเตียงมาหา คุณดาวตกใจสะดุ้งตื่น ตั้งใจว่าจะรีบโทรหาแฟนเพื่อเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ไม่ว่าจะโทรไปกี่ครั้ง แฟนก็ไม่รับสาย จากนั้นก็มีเสียงหัวเราะดังแว่วเข้ามาในหู คุณดาวคิดในใจว่า ‘เลิกงานพรุ่งนี้ หนูจะรีบถวายให้ ตอนนี้หนูเหนื่อย ขอพักก่อนนะคะ’ ไม่นานเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นแฟนที่โทรกลับมานั่นเอง คุณดาวจึงรีบบอกให้แฟนจุดธูปบอกศาลอีกครั้ง จากนั้นวันรุ่งขึ้น ก็รีบไปแก้บนที่ศาลทันที หลังจากนั้น ก็ไม่มีเหตุการณ์ชวนขนหัวลุกเกิดขึ้นกับคุณดาวอีกเลย..

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

รับฟังเต็ม ๆ ได้ที่

           

related อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากคุณมิ้น หัตถา ‘คนผูกดวง’ l อังคารคลุมโปง X เบคกี้ - พิม [8 เม.ย 2568]

14 เม.ย. 2025

เรื่องเล่าจากคุณมิ้น หัตถา ‘คนผูกดวง’ l อังคารคลุมโปง X เบคกี้ - พิม [8 เม.ย 2568]

ในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (7 เมษายน 2568) ‘คุณมิ้น หัตถา’ นักเล่าเรื่องขวัญใจโซเชียล มาพร้อมกับเรื่อง ‘คนผูกดวง’ ประสบการณ์สัมผัสกับสิ่งลี้ลับของ ‘เมย์’ รุ่นน้องที่สนิทกัน ซึ่งเหตุการณ์แปลก ๆ เริ่มคืบคลานเข้ามาในชีวิตหลังจากเข้าร่วมพิธีกรรบางอย่าง ตามไปฟังเรื่องนี้แบบเต็ม ๆ พร้อมกันกับ ‘ดีเจมดดำ’, ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ความห่วงใยของแม่ คือความรักบริสุทธิ์ที่ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน แต่เมื่อความรักนั้นแปรเปลี่ยนเป็นความยึดมั่นในความเชื่อบางอย่าง การกระทำที่มองว่าเป็นการเสริมดวงเสริมบารมี อาจกลับกลายเป็นประตูที่เปิดพาชีวิตลูกสาวให้ก้าวเข้าสู่โลกของสิ่งลี้ลับโดยไม่รู้ตัว ‘เมย์’ หญิงสาววัยทำงานผู้ที่กำลังมีชีวิตเรียบง่าย เป็นมิตรกับทุกคน ไม่ได้เชื่อหรือสนใจเรื่องดวง โชคชะตา หรือพิธีกรรมใด ๆ แต่เธอกลับต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่เหนือคำอธิบาย หลังจากแม่ของเธอพาไปพบ ‘พ่อหมอ’ ชื่อดังจากประเทศเพื่อนบ้าน ผู้มีชื่อเสียงด้านการดูดวงและประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ แม่ของเมย์เชื่อมั่นในเรื่องดวงชะตาเป็นอย่างมาก ตำหนักไหนว่าดี สำนักไหนว่าแม่น ก็ไม่เคยพลาด จนวันหนึ่งได้พบพ่อหมอผู้ทำนายว่า เมย์เป็น ‘ดวงเชิดชูแม่’ มีชะตาแต่งงานกับเศรษฐี มีเกณฑ์ช่วยยกระดับชีวิตครอบครัวให้รุ่งเรืองได้ หากมีการทำพิธีเพื่อผูกดวงและรับขันครูเพื่อคุ้มครองชะตา แม้เมย์จะลังเลและไม่เชื่อ แต่สุดท้ายก็ยอมเข้าพิธีเพื่อความสบายใจของแม่ ภาพที่เธอจำได้ติดตาในวันนั้น คือพ่อหมอให้ชูขันเงินเหนือหัว สวดคาถาแปลกประหลาด และเอ่ยประโยคที่ทำให้เธอขนลุก “ต่อไปนี้ ข้าขอรับไว้กับตัว” จากวันนั้น ชีวิตของเมย์ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป.. แม้จะได้งานใหม่ เงินเดือนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งแม่ของเธอเชื่อว่านั่นคือผลจากการผูกดวง แต่สิ่งที่ตามมาคือข้อบังคับในการไหว้ครูทุกวันโกน ต้องมีเครื่องเซ่นทั้งเหล้า เนื้อสัตว์ ดอกไม้ และบทสวดที่ต้องท่องทุกครั้ง โดยมีข้อแม้สำคัญคือ เมย์ต้องร่วมพิธีด้วยทุกครั้ง ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม หลังจากที่ผ่านเวลาไป 3-4 เดือนหลังเข้าพิธีรับขันครู เหตุการณ์แปลกประหลาดมากมายก็เริ่มเกิดขึ้น มีคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และคนใกล้ตัว เห็นเมย์ปรากฏตัวในสถานที่ต่าง ๆ ในเวลาเดียวกับที่เธอยืนยันว่าไม่ได้อยู่ตรงนั้น เช่น ขณะที่เธออยู่บ้าน กลับมีคนเห็นเธอในออฟฟิศ หรือแม้แต่ในซูเปอร์มาร์เก็ตหน้าปากซอย ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่คำเล่าลือ หากแต่เป็นภาพที่หลายคนยืนยันว่า แน่ใจว่าใช่เมย์แน่นอน สิ่งเหล่านี้ทำให้เมย์เริ่มไม่เป็นตัวของตัวเอง เครียด กังวล และเริ่มสงสัยว่า พิธีกรรมในวันนั้นอาจไม่ได้มีแค่ครูบาอาจารย์มาคุ้มครอง แต่มีบางสิ่งตามมาโดยไม่ตั้งใจด้วย เมย์ตัดสินใจปรึกษา ‘คุณมิ้น หัตถา’ และน้องสาว ซึ่งเป็นผู้มีเซ้นส์ไวต่อสิ่งลี้ลับ หลังเล่าทุกอย่างให้ฟัง คุณมิ้นได้ให้คำแนะนำว่า ของแบบนี้ต้องแก้ที่ต้นเหตุ สิ่งที่น่าขนลุกกว่านั้น คือระหว่างทางที่คุณมิ้นกับน้องสาวขับรถไปส่งเมย์กลับบ้าน ในกระจกมองหลังของรถ พวกเธอกลับเห็น ‘เงาผู้หญิงผมดำยาว’ ลักษณะคล้ายเมย์ทุกอย่าง ยองตัวนั่งอยู่บนไหล่ของเธอ พร้อมเสียงกรีดร้องปริศนา ที่ตะโกนดังชัดเข้ามาในรถว่า “มึงอย่ามายุ่งเรื่องของกู!!” นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ก็ไม่มีใครสามารถติดต่อเมย์ได้อีกเลย เวลาล่วงเลยไปเกือบ 4 ปี ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ จากโซเชียล ไม่มีแม้แต่ข้อความจาก LINE ที่เคยใช้พูดคุยกัน เบอร์โทรศัพท์ก็กลายเป็นเบอร์ที่ไม่สามารถติดต่อได้ เพื่อนสนิทคนหนึ่งของเมย์บอกว่า ครั้งสุดท้ายที่เจอเมย์คือเมื่อปีที่แล้ว และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ใครสักคนได้เห็นเธอ ไม่มีใครล่วงรู้ได้เลยว่า ชะตากรรมของเมย์ในตอนนี้เป็นอย่างไร เธอยังมีชีวิตอยู่ดีหรือไม่ หรือพิธีกรรมที่เคยทำไว้ ได้พาชีวิตของเธอหลุดเข้าไปในโลกอีกใบที่ยากจะหาทางกลับออกมา เรื่องทั้งหมดนี้ เกิดจากความรักของแม่ ที่อยากให้ลูกประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ใครจะรู้ว่าหนทางนั้น กลับนำพาให้ลูกต้องหายไปจากชีวิตทุกคนโดยไม่มีคำลา..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากต้อม พุธพาหลอน ’ฝังจนตาย‘ l อังคารคลุมโปง X ต้อม พุธพาหลอน [ 30 ก.ย.2568 ]

13 ต.ค. 2025

เรื่องเล่าจากต้อม พุธพาหลอน ’ฝังจนตาย‘ l อังคารคลุมโปง X ต้อม พุธพาหลอน [ 30 ก.ย.2568 ]

เมื่อนักศึกษาแพทย์ต้องศึกษาร่างของอาจารย์ใหญ่ ซึ่งปกติแล้วอวัยวะภายในของร่างอาจารย์ใหญ่ก็ไม่ควรจะมีสิ่งแปลกปลอมปะปน แต่กลับมีเข็มหมุดปักอยู่ภายในร่างนับสิบเข็ม เมื่อผ่าออกมาก็พบเข้ากับสัตว์เลื้อยคลานทั้งเป็นและตายหลากชนิด! นี่คือเรื่องสุดหลอนที่ถูกถ่ายทอดโดย ‘คุณต้อม พุธพาหลอน’ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ฝังจนตาย’ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X ต้อม พุธพาหลอน’ (30 กันยายน 2568) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 7 ปีก่อน ‘คุณอิง’ นักศึกษาแพทย์สาวหน้าตาน่ารักที่กำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาแห่งหนึ่ง งานอดิเรกของอิงคือการแต่งตัวคอสเพลย์ไปตามงานต่าง ๆ โดยเธอได้เล่าว่า ช่วงนั้นเธอกำลังศึกษาอยู่ในปีท้าย ๆ ของมหาวิทยาลัย กำหนดการของนักศึกษาช่วงปีปลายจะต้องเรียนเกี่ยวกับร่างของ ‘อาจารย์ใหญ่’ มีการผ่าตัดและเรียนรู้เรื่องเส้นเลือดและอวัยวะภายในต่าง ๆ ในร่างการของคนเรา ด้วยสภาพของศพที่จำเป็นต้องแช่อยู่ในฟอร์มาลีน ทำให้ภายในห้องตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นเหม็นของฟอร์มาลีน แม้จะพยายามใช้ยาดมหรือยาหม่องมาช่วยบรรเทากลิ่นให้จางลงแต่ก็ไม่เป็นผล รุ่นพี่จึงให้คำแนะนำว่าทำอย่างไรก็ได้ให้ตัวเองเกิดการชินให้ได้มากที่สุดเพราะทุกคนต้องเรียนอยู่กับอาจารย์ใหญ่เป็นเวลาเกือบปี การเรียนของอิงจะมีการแบ่งกันเป็นกลุ่ม กลุ่มของอิงมีสมาชิกอยู่ประมาณ 3-4 คน ลักษณะของอาจารย์ใหญ่จะมีผ้าสีขาวคลุมแบ่งเป็นช่อง เอาไว้เพื่อให้ดูเฉพาะอวัยวะส่วนที่ต้องศึกษา ส่วนหน้าตาของศพไม่ได้มีการห้ามไว้จึงสามารถเปิดเผยให้นักศึกษาดูได้หากต้องการศึกษาเพิ่ม แต่ตัวของอิงนั้นด้วยความหวาดกลัวจึงไม่ได้อยากเห็นสักเท่าไหร่ ในช่วงแรก อาจารย์จะสอนเรื่องของเส้นเลือดภายในร่างกาย ระหว่างที่กลุ่มของอิงกำลังศึกษาดูเส้นเลือดตามร่างกาย เดิมทีอวัยวะบางส่วนในร่างกายหากมีการผ่าไปศึกษาแล้วจะต้องนำออกเพื่อรอการไปทำบุญร่วมกับร่างนั้น ร่างกายของอาจารย์ใหญ่สัมผัสผิวหนังจะแห้งกร้านคล้ายคลึงกับที่เห็นในภาพยนตร์ นักศึกษายังคงผ่าดูเส้นเลือดภายในไปเรื่อย ๆ ในระหว่างที่อาจารย์สอนอยู่ อิงก็ได้พบเข็มหมุดอยู่ภายในเส้นเลือดของร่างตรงใบหน้า ซึ่งในความเป็นจริงแล้วก็ไม่ควรมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาอยู่ในนั้นได้ สิ่งนี้สร้างความสงสัยให้กับอิงเป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากมีการนำร่างเข้าไปแช่ในฟอร์มาลีนแล้วนั่นแปลว่าจะต้องมีการตรวจสอบสภาพร่างกายของศพมาแล้วว่าไม่มีอะไรแปลกปลอมอยู่ภายในเรือนร่าง และเมื่อตรวจไปได้สักพักก็พบว่าเข็มที่อยู่ภายในร่างไม่ได้มีเพียงแค่ 1-2 เล่ม แต่กลับมีอยู่ภายในนั้นมากกว่า 10 เล่ม! เห็นอย่างนั้นอิงจึงเรียกอาจารย์มาดู ตัวอาจารย์เองพอเห็นเรือนร่างที่เต็มไปด้วยเข็มหมุดสีหน้าก็เปลี่ยนไป อาการตกตะลึงหน้าเหวอนั้นทำเอาทุกคนต่างสับสนกับสิ่งตรงหน้า แต่ด้วยความมึนงงและความไม่สมเหตุสมผลของการมีเข็มหมุดอยู่ภายในร่างกายจึงทำให้อาจารย์คิดว่าคงเป็นฝีมือกลั่นแกล้งของนักศึกษาที่อาจเล่นพิเรนทร์นำเข็มมาใส่ในร่างของอาจารย์ใหญ่ จึงได้เอ่ยตักเตือนกลุ่มของอิงไป ทางฝั่งอิงนั้นก็ได้ปฏิเสธไปว่ากลุ่มของเธอไม่ได้เป็นคนทำ หลังจบการเรียนการสอนก็ทำการนำผ้าไปปิดแผลตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย และในจังหวะที่มีเพียงเสียงก้าวเดินของกลุ่มนักศึกษาที่กำลังออกจากห้อง ก็มีเสียงร้องของตุ๊กแกดังออกมาท่ามกลางความเงียบสงัด ทำให้ทุกฝีเท้าของอิงและเพื่อน ๆ หยุดชะงักและเกิดความสงสัยว่าเพราะอะไรถึงมีเสียงร้องของสัตว์เลื้อยคลานชนิดนั้นดังออกมาจากห้องเรียน ชั่วโมงเรียนถัดมา ในคราวนี้จะเป็นการเรียนเกี่ยวกับปอดและกระเพาะของมนุษย์ ซึ่งในระหว่างที่อิงกำลังกรีดใบมีดตรวจสอบร่างกายของร่างชายคนหนึ่งอยู่นั้น จู่ ๆ อวัยวะที่ควรจะแน่นิ่งกลับมีการกระตุกและสั่นไหวราวกับคนที่ยังมีชีวิตอยู่! และในจังหวะที่จะต้องตรวจสอบตรงส่วนของกระเพาะอาหาร ตัวของอิงที่กำลังดูในส่วนของหน้าท้องก็สังเกตเห็นความปิดปกติของกระเพาะอาหารที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ ทั้ง ๆ ที่เมื่อมีการแช่ฟอร์มาลีนอวัยวะต่าง ๆ ก็ควรที่จะต้องหดตัวลง นอกจากว่าภายในเรือนร่างนั้นจะมีบางสิ่งบางอย่างกักเก็บเอาไว้ ระหว่างที่ตรวจสอบ ทันทีที่ใบมีดกรีดฝังลงไปในกระเพาะของร่างเปลือยเปล่าตรงหน้าก็รับรู้ได้ถึงการขยับของอวัยวะภายใน อิงตัดสินใจผ่าลงไปจนสุด และพบกับคำตอบของการเคลื่อนไหวในร่างกายนั้นที่ทำเอาเธอถึงกับช็อค! เพราะภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของอิงนั้นคือซากของตุ๊กแกที่อยู่ภายในกระเพาะของร่างอาจารย์ใหญ่! ซากของสัตว์เลื้อยคลานที่มีทั้งเป็นและตาย บางตัวสภาพเน่าเปื่อยและอีกประมาณ 4-5 ตัวที่กำลังมุดอยู่ภายในอวัยวะนั้น พอแผลถูกผ่าเปิด ตุ๊กแกตัวที่ยังมีชีวิตอยู่ก็รีบออกมาจากรอยแผลและวิ่งผ่านไปท่ามกลางเสียงกรีดร้องของนักศึกษาที่หวาดกลัวอยู่ในห้อง และพอตรวจสอบลึกลงไปในร่างกายก็พบว่าไม่ได้มีเพียงแค่ตุ๊กแก แต่ยังมีตะขาบ หนอนและสัตว์อีกมากมายที่ต่างหลบอยู่ข้างในกระเพาะของเรือนร่างนั้นอีกด้วย ความหวาดกลัวและตื่นตระหนกทำให้มือของอิงเลื่อนไปโดนผ้าที่ปกคลุมร่างของอาจารย์ใหญ่ไว้ เผยเห็นใบหน้าของผู้ชายคนหนึ่ง ทั้งที่ในความเป็นจริงหน้าตาของศพควรจะแน่นิ่งไม่มีความรู้สึกอะไร แต่สีหน้าของชายหนุ่มคนนั้นมันแสดงออกว่ากำลังเจ็บปวดและทรมานอยู่ราวกับว่าเขานั้นยังมีชีวิตอยู่! เหตุการณ์ชุลมุนนั้นทำให้คาบเรียนต้องหยุดลง หลังจากผ่านมาได้ไม่นาน ตัวของอิงก็ได้มาทราบเรื่องราวจากเพื่อน ๆ ที่เล่ากันมาปากต่อปากว่า โดยปกติแล้ว อาจารย์ผู้สอนจะต้องไปนำพระไปทำพิธีถอนของให้ผู้ชายคนนี้ที่ตายไปแล้ว เพราะมีความเชื่อที่ว่าของขลังต่าง ๆ ต่อให้ร่างกายจะตายไปแล้วแต่ของเหล่านั้นก็ยังคงทำงานอยู่และกัดกินผู้ชายคนนั้นไปตลอด และเมื่ออิงกลับมาเรียนวิชาเดิมก็ได้พบว่าร่างของอาจารย์ใหญ่นั้นก็ได้แทนที่เป็นร่างอื่นไปแล้ว.. (เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากคุณต้อม พุธพาหลอน 'ตามเอาคืน' l อังคารคลุมโปง X พี่ยม แท๊กซี่ผี [ 19 ส.ค.2568 ]

04 ก.ย. 2025

เรื่องเล่าจากคุณต้อม พุธพาหลอน 'ตามเอาคืน' l อังคารคลุมโปง X พี่ยม แท๊กซี่ผี [ 19 ส.ค.2568 ]

‘คุณต้อม พุธพาหลอน’ ได้เข้ามาเล่าเรื่องราวที่ได้ฟังมาจาก ‘คุณฟ้า’ ที่เพิ่งย้ายไปออฟฟิศใหม่ ซึ่งมีเพื่อนในทีมชอบกลั่นแกล้งจนทำให้มีคนเสียชีวิต! เรื่องราวทั้งหมดจะจบลงอย่างไร สามารถติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X พี่ยม แท๊กซี่ผี’ (19 สิงหาคม 2568) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจเชาเชา’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ในเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ตามเอาคืน’ ที่จะทำให้ทุกคนเชื่อว่าเวรกรรมมีจริง! เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับ ‘คุณฟ้า’ ในออฟฟิศแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ วันแรกที่ย้ายเข้ามาทำงาน รู้สึกว่าบรรยากาศที่ทำงานดีมาก เธอมีเพื่อนในแผนกทั้งหมด 4 คนคือ ‘พี่โจ – มด - แอน และอิง’ วันแรกในระหว่างที่ฟ้ากำลังทำงานอยู่ ปากกาของเธอก็ร่วงลงไปในซอกข้างโต๊ะ เธอจึงล้วงมือไปหยิบ แต่สิ่งที่ทำให้ต้องแปลกใจคือสิ่งที่เธอหยิบได้เป็นเส้นผมของผู้หญิงกระจุกใหญ่ที่มาพร้อมกับกลิ่นเหม็นเน่า จากนั้นก็ถามเพื่อนร่วมงานว่า “นี่คือเส้นผมใครหรอ?” เมื่อสิ้นสุดคำถาม จากบรรยากาศที่สดใสกลับกลายเป็นอึมครึม ทุกคนต้องหยุดชะงักกับคำถามของฟ้าเหมือนกับว่ากำลังตกใจกลัวอะไรบางอย่างอยู่ ไม่นาน พี่โจก็หันมาต่อว่าคนอื่น ๆ “กูบอกแล้วใช่ไหม ให้เอาเส้นผมไปทิ้ง ถ้าเกิดยังไม่ทิ้ง พวกมึงติดคุกกันหมดแน่!” ด้วยความไม่เข้าใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า ฟ้าจึงอาสาเอาเส้นผมไปทิ้งเอง ระหว่างที่เธอเข้าไปในห้องน้ำช่วงอาทิตย์กำลังจะตกดิน ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงกำลังร้องไห้ออกมาเหมือนกำลังเสียใจ เสียงร้องไห้ค่อย ๆ ดังขึ้น ๆ กลายเป็นเสียงกรีดร้องพร้อมกับทุบไปที่ผนัง จนทำให้ฟ้าตกใจ จากนั้นฟ้าก็เอาเรื่องนี้กลับไปเล่าให้เพื่อนร่วมงานฟัง ทุกคนได้แต่นิ่งแล้ววันนั้นก็ผ่านไป ต่างคนต่างแยกย้ายกลับบ้านโดยไม่มีใครพูดอะไร เช้าวันต่อมา ทุกคนก็มาทำงานตามปกติ ระหว่างที่ทุกคนมาทำงานกันครบหมดแล้ว ขาดเพียงแค่พี่โจ จู่ ๆ HR ของบริษัทก็เดินเข้ามาแล้วบอกว่า “พี่มีข่าวร้ายมาบอก พี่โจเสียแล้วนะ” พร้อมบอกสาเหตุที่พี่โจเสียชีวิตคือ พี่โจใช้สารเสพติดจนเห็นภาพหลอนแล้วผูกคอตายที่บ้านของตัวเอง ทุกคนต่างไม่เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะ ‘มด’ ซึ่งเป็นรุ่นน้องคนสนิทของพี่โจ เธอตัดสินใจกดโทรไปยังเบอร์ของพี่โจแล้วเปิดลำโพงให้ทุกคนฟัง สิ่งที่เกิดขึ้นคือไม่ใช่เสียงพี่โจที่ตอบกลับมา แต่กลับกลายเป็นเสียงเพลงมอญร้องไห้ที่ดังขึ้น พร้อมกับเสียงญาติของพี่โจถามว่า “ใครคะ?” ทำให้ทุกคนแน่ใจได้ว่าพี่โจเสียชีวิตแล้วจริง ๆ หลังจากนั้นบรรยากาศในที่ทำงานก็แย่ลงทุกวัน มดตัดสินใจว่าจะลาออก แต่แอนที่นั่งทำงานอยู่ข้าง ๆ ก็กระชากมือแล้วพูดว่า “จะไปไหนมด มึงก็เป็นต้นเหตุนะ” มดก็ตอบกลับทันทีว่า “ไอ้กานต์มันตายของมันเอง กูไม่เกี่ยว” ฟ้าที่ฟังทั้งคู่ทะเลาะกันไปมา ก็จับใจความได้ว่า เพื่อนร่วมงานทุกคน ได้มีการกลั่นแกล้งกานต์จนทำให้เธอต้องจบชีวิตลง รวมถึงพี่โจที่เป็นคนต้นเรื่อง เอากรรไกรไปแกล้งจะตัดผมกานต์ ซึ่งผมที่ตัดออกมาเยอะพอสมควร ทำให้กานต์ร้องไห้ออกมา แล้วกลับบ้านไปกินยาฆ่าตัวตาย และแม้ว่าทุกคนจะเอาเส้นผมไปทิ้งแล้ว แต่มันก็ยังกลับมาอยู่ที่เดิม ระหว่างที่มดกับแอนกำลังทะเลาะกัน แอนก็พูดออกมาว่า “ไม่เกี่ยวห่าอะไร ไม่งั้นไอ้กานต์มันคงไม่ตามมึงไปถึงบ้านหรอก” มดสติแตกจับหัวแอนกระแทกโต๊ะทำงาน ทำให้แอนทนไม่ไหวคว้ามีดคัตเตอร์ไปโดนมุมปากของมดจนเกือบถึงหู แล้วเลือดก็ไหลออกมา ทำให้ต้องส่งตัวมดไปโรงพยาบาล หลังจากนั้นทั้งสองก็โดนไล่ออกเนื่องจากทำผิดกฎบริษัทอย่างร้ายแรง สิ่งที่ฟ้าทราบมาหลังจากนั้น คือ มดที่เป็นคนที่มีใบหน้าสวยหลังจากที่เสียโฉมก็เป็นโรคซึมเศร้า แอนก็กลายเป็นคนเสียสติ คุณฟ้าจึงเชื่อว่าทั้งหมดนี้คือผลของวิบากกรรมที่ทุกคนได้ก่อเอาไว้..เขียน: ชิติพัทธ์ เพ็ชรมาลัยเรียบเรียง: วันทนีย์ ไชยชาติภาพ: กิตติพงษ์ นาคทอง(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากณัฐผี The Scary 'วันไหว้ปอบ' l อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary [ 13 ม.ค.2569 ]

21 ม.ค. 2026

เรื่องเล่าจากณัฐผี The Scary 'วันไหว้ปอบ' l อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary [ 13 ม.ค.2569 ]

การเดินทางไปไหว้ศาลพ่อปู่ของครอบครัว ควรจบลงแค่พิธี และของเซ่นไหว้ แต่ในค่ำคืนนั้น รถที่ควรจะกลับถึงบ้าน กลับวนอยู่ที่เดิม พร้อมมีเสียงหัวเราะปริศนาดังขึ้นมาจากปลายสาย เเละของเซ่นไหว้ที่นำกลับมา ถูกเปิดออกความจริงบางอย่างก็ค่อย ๆ ถูกเปิดเผยให้เห็นว่า สิ่งที่กลับมาด้วย…ไม่ใช่แค่ของเซ่นไหว้ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary’ (13 มกราคม 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า‘วันไหว้ปอบ’ คุณเจนอยู่ในครอบครัวที่นับถือศาสนาพุทธ เคารพบูชา กราบไหว้สิ่งศักสิทธิ์เป็นประจำ แต่ตัวของเจนเองไม่ได้นับถือสิ่งเหล่านั้น เพราะตัวของเธอนับถือศาสนาคริสต์ รวมถึงตัวของคุณเจนนั้นเป็นคนมีเซนส์วันหนึ่งที่บ้านของคุณเจนชักชวนให้เธอไปร่วมงานไหว้แก้บนศาลพ่อปู่ที่สถานที่แห่งหนึ่งทางภาคอีสาน ซึ่งปกติแล้วครอบครัวของเธอจะไปร่วมงานนี้เป็นประจำในทุก ๆ ปี แต่รอบนี้อยู่ในช่วงที่เธอเพิ่งเรียนจบใหม่ และกำลังจะเข้าทำงาน เธอจึงปฏิเสธไม่ไปร่วมงานกับที่บ้าน จากนั้นพ่อ แม่ และพี่สาว ของเจนจึงขับรถเดินทางไปร่วมงานกันเพียงแค่ 3 คน โดยทุกครั้งที่ไปไหว้ศาลเจ้าแห่งนี้ จะนำหัวหมูพะโล้ไปปักธูปเซ่นไหว้ และจะต้องรอลาศาลเจ้า เพื่อนำหัวหมูกลับบ้านด้วยทุกครั้ง ในระหว่างที่รอทุกคนก็เดินไปสำรวจรอบหมู่บ้านแห่งนั้น เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงกลางคืน เจนที่กำลังรอครอบครัวกลับมาอยู่ที่บ้าน มีความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา เธอจึงโทรถามพ่อว่าทำไมทุกคนยังไม่กลับมา พ่อก็ตอบเจนว่ากำลังกลับแล้ว แต่มันก็หาทางออกไม่เจอ ขับมาเท่าไหร่มันก็วนอยู่ที่เดิม เมื่อสิ้นเสียงพ่อพูด จู่ ๆ เจนก็ได้ยินเสียงหัวเราะของผู้หญิงปริศนา ดังขึ้นมาจากปลายสายโทรศัพท์ ทำให้เจนต้องบอกพ่อให้ตั้งสติ และจอดรถเพื่อสวดมนต์ขอพร จนหาทางกลับบ้านได้สำเร็จ ในขณะที่ครอบครัวของเจนกำลังจะกลับมาถึงบ้าน เจ้าที่ที่บ้านก็ได้มาเตือนว่าอย่าให้พ่อถึงถุงเข้าบ้าน เมื่อครอบครัวของเจนเดินทางกลับมาถึง พ่อก็ได้ลงรถมาพร้อมกับถุงที่อยู่ในมือ เจนจึงถามไปว่า ‘พ่อเอาอะไรมา’ พ่อเลยบอกว่าหัวหมูที่นำไปเซ่นไหว้เมื่อตอนเช้า แต่เมื่อเปิดดูกลับพบว่าหัวหมูเต็มไปด้วยหนอน และแมลงวัน เจนจึงบอกให้พ่อนำไปทิ้งที่ศาลเจ้าท้ายซอย เมื่อไปถึงจี้กง ที่เป็นร่างประทับของศาลแห่งนี้ ก็ได้บอกให้พ่อนำถุงไปทิ้งที่หลัง คลอง ก่อนที่พ่อจะกลับ จี้กงได้บอกว่า‘มีบางสิ่งบางอย่างตามมาด้วย พรุ่งนี้พาคนที่บ้านมาทำพิธี วันนี้คงจะทำให้ไม่ได้ เพราะของมันแรง..’ หลังจากพ่อกลับเข้ามาในบ้าน เจนที่ยืนอยู่ด้านนอกก็ได้เห็นผู้หญิง 2 คน นั่งอยู่บนหลังคารถของพ่อ ทำให้เจนตกใจมาก แต่เมื่อหันไปอีกครั้งมันก็หายไป เจนจึงกลับเข้าบ้าน ก่อนที่จะเห็นว่าผู้หญิง 2 คนนั้นกำลังนั่งมองเจนจากระเบียงบ้านของพี่สาวที่อยู่ฝั่งตรงข้าม… ขณะที่ทุกคนกำลังนอนหลับ จู่ ๆ พ่อของเจนก็ได้ร้องโวยวายดังลั่น ทำให้เจนรีบวิ่งไปปลุกพ่อ ก่อนที่พ่อจะตื่นมาด้วยความเหนื่อย และบอกว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งพยายามจะทำร้ายพ่อ ต่อมา พี่สาวของเจนร้องโวยวายขึ้นมาอีกคน เจนจึงรีบวิ่งไปหา พี่สาวได้บอกว่าฝันเห็นผู้หญิง 2 คน พยายามที่จะเข้าบ้าน เจนคิดว่าเหตุการทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันแปลกเกินไป ทุกอย่างดูคล้ายกันหมด จนถึงคนสุดท้ายที่มีอาการ คือ แม่ของเจน ที่จู่ ๆ ก็กรีดร้องโวยวาย ‘จะทำอะไรฉัน!!’ เมื่อทุกคนเข้าไปในห้อง ก็ได้เห็นแม่นอนตาเหลือกเหมือนคนที่หายใจไม่ออกอยู่บนเตียง ก่อนที่จะตื่นมา และเล่าว่าฝันเห็นผู้หญิง 2 คนพยายามทำร้ายแม่ เมื่อทุกคนฝันถึงเรื่องเดียวกัน ในคืนนั้นจึงมีการสวดคาถาป้องกันเรื่องราวร้าย ๆ ที่เกิดขึ้น และตกลงที่จะนอนรวมกัน ขณะที่เจนกำลังนอนหลับจู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีมือคนหนึ่งมาโอบกอดรัดอยู่ที่หน้าอก และมือของอีกคนหนึ่งโอบรัดอยู่ที่ขาของเธอ แม้เจนพยายามจะสู้ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ หลังจากนั้นเจนได้ยินเสียงหัวเราะของผู้หญิง ซึ่งเป็นเสียงที่คุ้นเคย เหมือนกับเสียงหัวเราะปริศนาจากปลายสายโทรศัพท์ที่เธอเคยได้ยิน เจนท่องคาถา ก่อนจะลืมตาขึ้นมาเจอกับหญิงชราคนหนึ่งอยู่ตรงหน้าของเธอ เหมือนกับพยายามจะแฝงร่างของเธอ ทั้งสองประจันหน้ากันก่อนที่หญิงชราคนนั้นจะพูดว่า‘เดี๋ยวกูจะกินแม่มึง แล้วกูจะกินคนในครอบครัวมึง แม่มึงมายุ่งเรื่องของกู’‘หรือ..กูจะกินมึงก่อนดี’ คำพูดสุดท้ายของหญิงชรา ก่อนที่จะหายไปหลังจากเจนท่องบทสวดจนสิ้นเสียง ‘อาเมน’ ทุกอย่างก็หลุดพ้นออกจากตัวของเธอ วันต่อมาทุกคนได้เดินทางไปแก้ของกับพระสงฆ์รูปหนึ่ง เนื่องจากของแรงเกินกว่าที่จี้กงของศาลเจ้าท้ายหมู่บ้านจะแก้ให้ไหว สืบสาวเรื่องราวทั้งหมด ในตอนที่ทุกคนไปทำพิธีแก้บนที่ศาลพ่อปู่ทางภาคอีสาน ขณะที่รอของเซ่นไหว้ ทุกคนได้เดินไปสำรวจดูรอบ ๆ หมู่บ้านที่มีการทำพิธี แม่ของเจนได้เดินไปเจอบ้านหลังหนึ่ง วางของเซ่นไหว้ต่างออกไปจากบ้านหลังอื่น ๆ บนโต๊ะนั้นมีแต่เลือด ไก่สดที่เหมือนกับโดนหักคอ และของดิบอีกมากมาย ด้วยความสงสัยและประหลาดใจ แม่ของเจนได้พูดออกมาว่า ‘ทำไมที่นี่เขาไหว้กันแปลกจัง’ ทันใดนั้นเจ้าของบ้านได้ยินจึงเข้ามาถามแม่ของเจน ‘มาไหว้ด้วยกันไหม’ แม่ของเจนได้ปฏิเสธ และเดินออกมา พร้อมกับได้ยินเสียงบทสวดแปลก ๆ ดังตามหลังมา เมื่อถึงเวลากลับบ้านพ่อได้บอกกับทุกคนว่า ‘ไปพวกเรา กลับบ้านกัน’ ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด หลังจากได้เดินทางมาหาพระเพื่อทำพิธี พระท่านได้บอกว่า ‘มีวิญญาณปอบตามมา 2 ตน’ ถือว่าโชคดีที่มาเจอก่อน ไม่งั้นมันคงกลายเป็น ‘ห่าก้อม’ (ห่าก้อม คือ ตำนานพญาผีปอบ ผีร้ายที่เกิดจากผู้มีวิชาอาคมแต่กระทำความผิด) ไปแล้ว…(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

album
efm
-

-