เรื่องเล่าจากคุณต้น 'เตียงรับบริจาค' I อังคารคลุมโปง X ฟิล์ม ธนภัทร - นุ่น ศิรพันธ์ [4 ก.พ. 2568]

อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากคุณต้น 'เตียงรับบริจาค' I อังคารคลุมโปง X ฟิล์ม ธนภัทร - นุ่น ศิรพันธ์ [4 ก.พ. 2568]

08 ก.พ. 2025

      เรื่องราวความหลอนนี้มาจาก ‘คุณต้น’ สายที่ 2 จากรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (4 กุมภาพันธ์ 2568) กับเรื่องราวจากน้าสาวของคุณต้น ที่ได้ไปทำงานเป็นครูที่โรงเรียนเเห่งหนึ่งในต่างหวัด แต่กลับต้องพบเจอกับเรื่องราวความหลอนจากของบริจาคที่ตอนแรกไม่ทราบที่มา! พอได้รู้ที่มา ทำเอา ‘ดีเจเเนน’ และ ‘ดีเจ็ม’ ต่างตกใจเเละหลอนกับเหตุการณ์ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘เตียงรับบริจาค’

      คุณต้นได้เล่าว่า เรื่องราวในครั้งนี้เป็นเรื่องราวจาก คุณน้าของคุณต้น เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนที่น้าของคุณต้น ได้รับการบรรจุเป็นครูใหม่ ๆ ที่จังหวัดอยุธยา หนึ่งในเหตุผลที่คุณน้าเลือกที่จะบรรจุที่จังหวัดนี้เป็นเพราะอยู่ใกล้กับครอบครัว ซึ่งโรงเรียนที่คุณน้าได้เข้าไปบรรจุเป็นโรงเรียนที่ค่อนข้างทุรกันดาร ตัวของอาคารเรียนนี้ถูกสร้างขึ้นจากไม้เป็นส่วนใหญ่ เเละมีใต้ถุนสูงขึ้นจากพื้น ประกอบไปด้วยห้องเรียนประมาณ 7 - 8 ห้องเท่านั้น ซึ่งตัวของห้องพักครูจะถูกใช้ร่วมกับห้องพยาบาล มีเพียงเเค่ผ้าม่านผืนบางกั้นเเบ่งไว้ ด้านหนึ่งมีไว้เพื่อให้คุณครูนั่งพัก ส่วนอีกด้านก็จะเป็นห้องพยาบาลที่มีเตียงไว้ให้นักเรียนที่ไม่สบายมาใช้พัก

      คุณน้าได้เล่าว่าทุกครั้งที่อยู่ในห้องพักครู ถึงเเม้ว่าจะมีนักเรียนมานอนหรือไม่มีก็ตาม ตัวของคุณน้าจะรู้สึกถึงบรรยากาศที่เเปลกประหลาด มีทั้งความหลอนเเละความวังเวง ซึ่งมีเหตุการณ์หนึ่งในห้องพักครูที่ทำให้น้าของคุณต้นยังจำขึ้นใจ ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณเที่ยงกว่า หลังจากที่ทานข้าวเสร็จคุณน้าก็ได้กลับมาที่ห้องพักครูเพื่อนั่งพัก ในตอนที่เดินเข้าห้องพักครูมา คุณน้าได้เห็นเหมือนมีนักเรียนมานอนพักบนเตียงที่ห้องพยาบาลอยู่ จึงทำการเก็บของให้เสร็จก่อนเเล้วจึงเดินไปเพื่อดูอาการ เเต่พอเปิดม่านออกก็ไม่มีนักเรียนคนไหนนอนอยู่ คุณน้าจึงตัดสินใจเดินเข้าไปด้านในห้องพยาบาล เเต่เห็นเเค่เพียง พานทองเหลืองเก่า ๆ เเละดอกไม้แห้งที่หล่นอยู่บริเวณรอบเตียงเท่านั้น ในตอนนั้นคุณน้าก็คิดแค่ว่า คงมีเด็กนักเรียนเอาดอกไม้แห้งขึ้นมาเล่นเเล้วไม่ได้เก็บไปด้วย คุณน้าจึงนำพานทองเหลืองไปเก็บไว้ที่ห้องพักครู

      หลังจากผ่านไปได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ที่โรงเรียนนี้ก็ได้มีการจัดงานเข้าค่ายลูกเสือ และในเเต่ละปีก็จะมีการหมุนเวียนเจ้าภาพในการจัดงาน ซึ่งปีนี้เป็นปีที่โรงเรียนของคุณน้าเป็นเจ้าภาพพอดี และจำเป็นที่จะต้องมีครูบางส่วนอยู่เพื่อเฝ้านักเรียน ซึ่งก็ต้องนอนที่ห้องพักครูที่ใช้ร่วมกับห้องพยาบาล ในคืนแรกก็ยังดูปกติดีทุกอย่างจึงผ่านไปโดยไม่มีอะไร เเต่ในคืนที่ 2 คุณน้าก็ได้เจอกับเพื่อนครูต่างโรงเรียนที่มาเข้าค่ายด้วยกันพอดี ในกลางดึกคืนนั้นเพื่อนของคุณน้ามีอาการปวดท้อง จึงได้ขอไปเข้าห้องน้ำ

      หลังจากที่เพื่อนของคุณน้าเดินออกไปเข้าห้องน้ำ ตัวของเพื่อนคุณน้าเองได้หันไปมองที่เตียงนอนฝั่งของห้องพยาบาล และได้เห็นเหมือนมีคนนอนอยู่ที่เตียงนั้น เพื่อนคุณน้าจึงคิดว่าคงมีครูท่านอื่น ๆ นอนที่เตียงนั้น เเต่พอกลับมาจากห้องน้ำ ก็พบว่าเตียงนั้นไม่ได้มีใครนอนอยู่เลย และพอเดินเข้าไปใกล้ ๆ ก็เห็นพานทองเหลืองวางอยู่บริเวณเตียงนั้นพร้อมกับดอกไม้แห้งที่โปรยอยู่รอบ ๆ เหมือนกับครั้งที่คุณน้าเจอ ซึ่งในตอนนั้นคุณน้าก็ได้เห็นว่าเพื่อนกลับมานอนเเล้ว แต่ผ่านไปสักพักเพื่อนของคุณน้าก็ลุกขึ้นอีกรอบ แต่ครั้งนี้ เพื่อนของคุณน้าคนนั้นกลับไม่ได้ไปเข้าห้องน้ำ แต่ลุกขึ้นเพื่อไปนอนบนเตียงนอนนั้น ในตอนที่คุณน้ากำลังกึ่งหลับกึ่งตื่น คุณน้าก็รู้สึกได้ว่าบรรยากาศภายในห้องเริ่มเปลี่ยนไปจากที่ห้องมีเเต่ความมืด พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง สถานที่กลับเปลี่ยนไปจากห้องพักครูกลายเป็นเหมือนอยู่กลางป่า สิ่งเดียวที่ยังตั้งอยู่เหมือนเดิมก็คือเตียงนอนเเละเพื่อนของคุณน้าที่นอนอยู่ เเต่ในคราวนี้กลับเหมือนมีร่างบางร่างซ้อนอยู่กับเพื่อนของน้า เเละมีกลุ่มชาวบ้าน ที่ใส่ชุดเหมือนคนสมัยก่อนกำลังเดินมุ่งหน้าไปที่เตียงนอนนั้น คุณน้าก็ได้สังเกตุเห็นว่ากลุ่มชาวบ้านนั้นได้มีการส่วมใส่เสื้อผ้าสีขาวเเละดำ ซึ่งเหมือนเป็นเสื้อที่ใส่ไว้ทุกข์ พอมองดูไปเรื่อย ๆ คุณน้าก็ได้สังเกตุเห็นว่าเหมือนคนที่นอนอยู่บนเตียงนั้น ยื่นมือออกนอกเตียงเเละมีพานทองเหลืองวางรองไว้ที่มือ ชาวบ้านที่มุ่งหน้าไปทางนั้นก็หยิบขันขึ้นมาเเละรดไปที่มือของร่างนั้น คุณน้าจึงได้รู้ว่าสิ่งที่ตนกำลังเห็นอยู่คือ ‘การรดน้ำศพ’

      เมื่อได้เห็นเช่นนั้น คุณน้าก็ตกใจเเละพยายามจะดิ้นเเละร้อง เเต่ทำยังไงก็ไม่มีเสียงออกมา จนมีคุณยายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มชาวบ้าน  ได้สังเกตุเห็นว่า ตัวของคุณน้ากำลังดิ้นอยู่ ยายคนนั้นจึงได้เดินเข้ามาเเละยื่นหน้ามาใกล้ ๆ เเละ เหมือนมีน้ำบางอย่างหยดลงที่หน้าของคุณน้า ในตอนนั้น คุณน้าก็พยายามดิ้นสุดเเรงและกรี๊ดสุดเสียง จนสลบไป

      พอตื่นขึ้นก็เหมือนคนที่มีอาการสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย ซึ่งเวลาในตอนนั้นก็ใกล้จะ 6 โมงเช้าเเล้ว แต่ความน่าแปลกใจคือ เพื่อนของคุณน้าที่นอนเตียงนั้นก็สะดุ้งตื่นเหมือนกัน ทั้งคู่จึงรีบออกมาคุยกันเเละต่างก็มองหน้ากัน แต่สิ่งที่น้าเเละเพื่อนเห็นก็คือ คราบน้ำหมากที่ติดอยู่ที่หน้าของทั้ง 2 คน

      จากเหตุการณ์ในคืนนั้น คุณน้าก็ได้นำเรื่องนี้ไปถามกับครูใหญ่ของโรงเรียน ซึ่งครูใหญ่ก็ไม่ทราบเพราะว่าก่อนที่ครูใหญ่จะย้ายมา เตียงนอนเตียงนี้ก็อยู่ที่โรงเรียนนี้มานานเเล้ว ครูใหญ่จึงตัดสินใจไปถาม เจ้าอาวาสของวัดบริเวณใกล้เคียง จึงได้รู้ความจริงภายหลังว่า เตียงนอนเตียงนี้ทางวัดได้เคยนำมาใช้เพื่อรดน้ำศพ พอครูใหญ่ได้ทราบดังนั้น จึงคิดว่านำเตียงนี้ไปทำลายทิ้งเสียดีกว่า หลังจากนั้น ก็ได้รวบรวมคุณครู เพื่อนำเตียงนี้กลับไปที่วัดเเละให้ทางเจ้าอาวาสเผาเเละทำลายทิ้ง..

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

related อังคารคลุมโปง RECAP

เดจาวูสุดหลอนในวัยเด็ก ฝันเห็นคนเสียชีวิต พอตื่นขึ้นมาเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงเหมือนในฝันเป๊ะ!

24 พ.ย. 2023

เดจาวูสุดหลอนในวัยเด็ก ฝันเห็นคนเสียชีวิต พอตื่นขึ้นมาเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงเหมือนในฝันเป๊ะ!

ระหว่างทางไปน้ำตกเผลอนอนหลับในรถ จึงฝันเห็นเหตุการณ์​คนเสียชีวิตในสถานที่ที่กำลังจะไป ปรากกฎว่า พอไปถึง.. เหตุการณ์เหมือนในฝันดันเกิดขึ้นจริง! เรื่องนี้ ‘NICECNX’ ได้นำมาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (21 พฤษจิกายน 2566) ฟังพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ตัวตายตัวแทน’ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปอ่านกันได้เลย! คุณไนซ์เล่าว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของทีมงานใกล้ตัว นามสมมติว่า ‘พี่หนึ่ง’ ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตคุณไนซ์พอสมควร เพราะทุกคนล้วนเคยเกิดเหตุการณ์ ‘เดจาวู’ แต่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับพี่หนึ่งถือว่าแรงมาก ๆ เพราะพอเดจาวูเสร็จ เหตุการณ์ก็เกิดขึ้นจริงในอีกประมาณ 10 นาทีต่อมา เรื่องมีอยู่ว่าในตอนเด็ก พ่อกับแม่พาพี่หนึ่งไปเที่ยวน้ำตก เป็นน้ำตกที่มีหลายชั้น ซึ่งในน้ำตกจะมีชั้นนึงที่เป็นวังน้ำวน พี่หนึ่งชอบไปเล่นที่ชั้นนี้มาก ขณะเดินทางไปน้ำตก ด้วยความเป็นเด็กจึงนอนหลับในรถตามปกติ แต่แล้วก็ฝันว่า พอไปถึงน้ำตก กำลังจะลงเล่นน้ำ คนที่อยู่บริเวณนั้นอย่างพ่อค้าแม่ค้าวิ่งแตกตื่นกันมา พ่อกับแม่จึงถามไปถามคนแถวนั้นว่า “เกิดอะไรขึ้น อันนี้น้ำตกเปิดตามปกติรึเปล่า?” พ่อค้าแม่ค้าก็ตอบว่า “มีเด็กผู้หญิงจมน้ำ ไม่รู้เสียชีวิตรึเปล่า เพราะยังหาร่างไม่เจอ หากันมาเป็นชั่วโมงแล้ว อาจจะไม่รอดแล้วมั้ง” จากนั้นในฝันก็ตัดภาพเห็นพี่หนึ่งถึงน้ำตก เดินงัวเงียลงจากรถเพราะพึ่งตื่น เป็นจังหวะที่เขากู้ศพขึ้นมาพอดี พี่หนึ่งจึงชะเง้อดู เห็นเป็นเด็กผู้หญิงหน้าหมวย ใส่ชุดแขนสั้นสีฟ้า ผมประบ่า เป็นศพที่ถูกกู้ขึ้นมาจากในน้ำ จนในที่สุดก็สะดุ้งตื่น เป็นจังหวะเดียวกับรถใกล้จะถึงน้ำตกพอดี พอรถจอด พ่อกับแม่ก็ลงไปจากรถ แล้วคนก็วิ่งแตกตื่น แล้วหลังจากนั้นก็มีการพบศพคนเสียชีวิตเหมือนกับในฝัน! นั่นเป็นเหตุการณ์ชวนขนหัวลุกที่หนึ่งไม่เคยลืม นอกจากนี้ คุณไนซ์ยังเสริมอีกว่า จริง ๆ แล้วตอนแรกน้ำตกมีชื่ออีกชื่อหนึ่ง แต่พอมีนักท่องเที่ยวมาเสียชีวิตซ้ำเยอะ ๆ เขาจึงตั้งชื่อตามและเปลี่ยนชื่อมาเรื่อย ๆ ในมุมหนึ่งอาจเป็นเพราะสถานที่อันตราย แต่ว่าถ้าลองมุมอีกมองอาจจะเป็นการหาตัวตายตัวแทนก็เป็นได้...(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

ได้ยินเสียงอุบัติเหตุ ด้วยความอยากรู้ จึงเดินเข้าไปดู เห็นร่างหญิงสาวถูกรถชน สภาพตัวขาดออกเป็นสองท่อน! พอตกกลางคืน ท่อนล่างเดินตามเข้ามาในฝัน แม้จะวิ่งหนีด้วยความตกใจ สวดมนต์ด้วยความกลัวแต่ก็หนีไม่พ้น เพราะท่อนบนตามมาเกาะบนคอแบบไม่ทันตั้งตัว!

30 ส.ค. 2023

ได้ยินเสียงอุบัติเหตุ ด้วยความอยากรู้ จึงเดินเข้าไปดู เห็นร่างหญิงสาวถูกรถชน สภาพตัวขาดออกเป็นสองท่อน! พอตกกลางคืน ท่อนล่างเดินตามเข้ามาในฝัน แม้จะวิ่งหนีด้วยความตกใจ สวดมนต์ด้วยความกลัวแต่ก็หนีไม่พ้น เพราะท่อนบนตามมาเกาะบนคอแบบไม่ทันตั้งตัว!

เปิดสตูต้อนรับ ‘ต้า-สอง Paradox’ ในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (22 สิงหาคม 2566) พร้อมเรื่องเล่าที่จะมาเปิดประสบการณ์เรื่องราวอุบัติเหตุที่ชวน ‘ดีเจแนน’, ‘ดีเจเจ็ม’ มาขนหัวลุกด้วยกันกับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘สาวครึ่งตัว’ เรื่องนี้มาจากประสบการณ์ตรงของ ‘คุณอ๊อฟ’ รูมเมทคุณต้า Paradox เหตุเกิดเมื่อคืนวันหนึ่ง มีเสียงดัง ตู้ม!! เกิดขึ้นบริเวณด้านข้างหอพัก คุณอ๊อฟได้ยินเสียงก็รีบลงมาดูด้วยความอยากรู้ ปรากฏว่าภาพที่เห็นคือ ผู้หญิงถูกรถชน และมีคนกำลังยืนมุงดูร่างที่มีสภาพตัวขาดออกเป็นสองท่อน! ส่วนรถที่ประสบอุบัติเหตุต้องหยุดทันที เพราะท่อนล่างของหญิงสาวติดอยู่ที่ด้านล่างของรถ ท่อนบนกระแทกทะลุกับกระจก มาตกอยู่ที่หน้าตักคนนั่งข้างคนขับ หลังจากเคลียร์อุบัติเหตุจบลง คุณอ๊อฟเดินกลับขึ้นห้องและเข้านอนตามปกติ ระหว่างนั้นเขาก็ฝันว่า ตัวเองกำลังเดินข้ามถนนเส้นที่เพิ่งเกิดอุบัติเหตุ แล้วมีเสียงเท้าเหมือนคนกำลังเดินตามดังขึ้นเรื่อย ๆ สักพักเมื่อมองออกไปไกล ๆ ก็เห็นแสงไฟสลัวตามมุมเสาไฟ เมื่อเขาหันไปด้านหลัง ก็เห็นเป็นท่อนร่างของผู้หญิงที่เกิดอุบัติเหตุ เดินตามอยู่ไกล ๆ ทำให้เขาตกใจ! รีบข้ามถนนวิ่งกลับขึ้นห้องทันที แต่เสียงคนเดินตามก็ยังดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงรีบวิ่งหนีเข้าไปแล้วปิดประตูล็อคห้องทันที แต่เมื่อมองออกไปเขาก็ยังเห็นเป็นเงาคนยืนรออยู่ที่ขอบประตู ด้วยความที่ไม่รู้จะทำอย่างไง จึงตัดสินใจสวนมนต์และกลั้นใจเปิดประตูดู เงามืดนั้นก็หายไป เขาคิดว่าทุกอย่างคงสงบลงแล้ว จึงเดินไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าตามเคล็ด แต่พอเงยหน้ามองที่กระจก สิ่งที่เขาเห็นปรากฏว่าเป็นท่อนบนของหญิงสาวผู้นั้นเกาะอยู่บนคอของเขา หลังจากนั้นก็สะดุ้งตื่นทันที! ที่จริงมีเคล็ดที่ผู้ใหญ่เคยพูดไว้ว่า ถ้าหากเราผ่านไปเจออุบัติเหตุ อย่าทัก เพราะว่าเขาอาจจะตามมาแบบไม่รู้ตัว..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากคุณฟองน้ำ 'ใครในบ้าน' l อังคารคลุมโปง X เค้กส้ม - ฟองน้ำ [ 2 มิ.ย.2569 ]

10 มิ.ย. 2026

เรื่องเล่าจากคุณฟองน้ำ 'ใครในบ้าน' l อังคารคลุมโปง X เค้กส้ม - ฟองน้ำ [ 2 มิ.ย.2569 ]

เพียงคำพูดหนึ่งประโยคที่เผลอพูดถึงอุบัติเหตุข้างทาง กลับกลายเป็นการดึงดูดให้ ‘บางสิ่ง บางอย่าง’ ตามกลับมาถึงในบ้าน ! จากความระแวงเมื่อต้องอยู่บ้านคนเดียว ทั้งเงาดำปริศนา และเสียงเคาะประตูค่อย ๆ ทวีความรุนแรงขึ้นจนถึงขั้นเลียนเสียงคนในครอบครัว และเมื่อความอดทนถึงขีดสุด เธอจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อทวงพื้นที่ของตัวเองคืนเรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X เค้กส้ม - ฟองน้ำ [ 2 มิ.ย.2569 ]’ ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘ใครในบ้าน’ ‘คุณฟองน้ำ’ ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเอง... เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บ้านเมื่อนานมาแล้ว ตั้งแต่ตอนที่อยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งเวลาเลิกเรียนกลับมาถึงบ้านจะไม่มีใครอยู่บ้านเลย เพราะพ่อแม่ทำงานในเมือง กว่าจะกลับถึงบ้านก็ 2 ทุ่มแล้ว นั่นทำให้ช่วงตอนเย็นคุณฟองน้ำอยู่บ้านคนเดียว ในระหว่างที่อยู่คนเดียวก็จะมีกิจกรรมอย่างอื่นให้ทำ แต่นั่นก็ทำให้เธอเริ่มเจอเหตุการณ์แปลก ๆ จนทำให้ต้องกลัว เริ่มต้นจากในขณะที่อ่านหนังสืออยู่ในห้องนอน ก็จะชอบเห็นเงาดำ ๆ เดินผ่านจากข้างหลัง มีเสียงเคาะประตู เขย่าประตูห้องนอน หรือแม้แต่มีเสียงไม้ตู้เสื้อผ้าดัง ทำให้คุณฟองน้ำ ได้ไปหาข้อมูลในเว็บพันทิปว่าการที่เกิดเสียงไม้จากตู้เสื้อผ้าดัง มักเกิดจากความชื้นจนทำให้ไม้กระทบกันจนเกิดเสียง จึงคิดว่าคงไม่ใช่สิ่งลี้ลับอะไรหรอกในบางครั้งที่คุณฟองน้ำเปิดแอร์ จู่ ๆ แอร์ก็ปิดเอง แต่สักพักก็กลับมาเปิดใหม่ จึงคิดว่าอาจจะแค่ไฟตก แต่เพราะบางครั้งแอร์ปิดแล้วไม่กลับมาเปิดใหม่อีกเลย นั่นทำให้เริ่มคิดขึ้นมาแล้วว่าต้องมีสิ่งลี้ลับแน่ ๆ แต่เพราะอยู่คนเดียวจึงทำใจแข็งเอาไว้ก่อน อีกทั้งคุณฟองน้ำ ก็เลี้ยงแมวอยู่ด้วย บางครั้งพฤติกรรมของแมวก็ทำให้คุณฟองน้ำ รับรู้ว่ามีคนอยู่ข้างหน้าจริง ๆ เพราะบางครั้งจะไม่ปิดประตูห้องนอน และจะเห็นแมวของเธอเล่นอยู่ที่ทางเดินหน้าห้อง ปกติแล้วแมวมักจะเล่นที่พื้น เศษตามพื้น แต่แมวกระโดดเล่นเหมือนมีคนเล่นด้วย นั่นจึงทำให้เธอเริ่มกลัวแต่ยังไม่ได้ทำอะไร ได้แต่อดทนมาเรื่อย ๆ จนคนในบ้านเริ่มเจอกับตัวมากขึ้น แม่ของคุณฟองน้ำเจอในรูปแบบเสียง เลียนเสียงคนในบ้านเพื่อเรียกแม่ หรือพี่ชายคุณฟองน้ำเองก็เจอแบบเดียวกัน จนต้องแก้ปัญหาด้วยการไม่ขานรับเวลามีคนเรียกชื่อกันเองภายในบ้าน และต้องให้เจ้าตัวขึ้นมาเรียกด้วยตัวเองแทนจนเรื่องราวที่คุณฟองน้ำสุดจะทนที่สุดก็คือ วันนั้นเองคุณฟองน้ำ ทำธุระหนักอยู่ในห้องน้ำแล้วก็มีเสียงเคาะประตู ตอนนั้นรู้สึกกลัวมาก ๆ ถึงแม้ว่าจะเสร็จธุระแล้วแต่ก็ไม่กล้าที่จะออกไปเพราะกลัวเจออะไรบางอย่าง ทำให้ต้องเอาถังน้ำในห้องน้ำมากันไว้ที่ประตู และใช้เท้ายันเอาไว้จากชักโครกเพื่อกันไม่ให้มีใครเข้ามา หลังจากที่เขาเคาะ และเขย่าประตูไม่หยุด ก็หยุด และเปลี่ยนมาหมุนลูกบิดแทน คุณฟองน้ำคิดว่าเหมือนเขารู้ว่าเราเริ่มกลัวเลยแกล้งหนักขึ้น จนเริ่มได้ยินเสียงว่ามีคนในบ้านกลับมาถึงบ้านแล้ว จึงตะโกนถามให้มั่นใจว่ามาถึงแล้วหรอ และในทันทีที่คนในบ้านขานตอบกลับมาก็รีบเดินออกมาจากห้องน้ำเลย แต่สุดท้ายสิ่งที่ทำให้คุณฟองน้ำ ต้องจัดการเด็ดขาดกับสิ่งนี้ก็คือ วันหนึ่งในขณะที่เธออ่านหนังสืออยู่ในห้องนอนก็มีเสียงเขย่าประตู ซึ่งการเขย่าประตูครั้งนี้มันแรงมากจนแมวของเธอกลัว ซึ่งเธอมองว่าปกติแมวยังเล่นกับเขา แต่นี่คือแมวเริ่มกลัว ถ้าเธอยังอยู่นิ่ง ๆ และไม่จัดการอะไรไม่ได้แล้ว เธอโกรธมากจึงพูดออกมาเลยว่า...“จะหยุดได้หรือยัง รู้มั้ยว่านี่บ้านของใคร มาอาศัยอยู่บ้านคนอื่นแท้ ๆ พ่อแม่นี่เป็นคนซื้อ และถ้านี่โตไปมันก็จะตกเป็นของนี่ นี่จะเป็นเจ้าของบ้าน ถ้ายังอยู่ด้วยกันดี ๆ ไม่ได้ก็จะไปฟ้องแม่ให้แม่เอาหมอผีมาไล่” หลังจากที่จบประโยคก็เงียบไปเลย ตอนแรกคิดนานมากว่าจะใช้สรรพนามแทนตัวเองว่าอะไรดี เพราะไม่อยากแทนตัวเองว่าหนู มันจะเหมือนเป็นเบี้ยล่างของเขา แต่ก็ไม่กล้าใช้คำว่า กู มึง เช่นกันเพราะกลัวเขาจะโกรธแล้วมันจะไปกันใหญ่ สุดท้ายพอแม่ของคุณฟองน้ำ กลับมาถึงบ้านก็รีบไปฟ้องแม่เลยในทันที แม่ของเธอจึงไปปรึกษาเพื่อน และโชคดีที่คุณยายที่เป็นแม่ของเพื่อนสนิทแม่เป็นผู้ใหญ่ที่จังหวัดยโสธร ได้รับเชิญเป็นประธานพิธีงานบุญเยอะ จึงมีของสายขาวเยอะ ด้วยความที่เป็นคนเฒ่าคนแก่จากอีสานจึงมีคาถาที่สืบทอดกันมาจากตระกูลกันอยู่เลย เขาจึงท่องคาถาใส่ของฝากมาให้คุณฟองน้ำ ที่บ้านอย่างสายสิญจน์ หวายลูกนิมิต และกำชับให้แม่ของเธอนำมาไว้ที่ประตูหน้าบ้าน หลังบ้าน หัวเตียงนอน และประตูห้องนอน ซึ่งในตอนที่จะนำไปแขวนไว้ที่หัวเตียงนอนก็ร้อนไปหมดเลย เหมือนไฟไหม้ แต่แม่ก็สู้ และแขวนได้สำเร็จ พอแขวนเสร็จความร้อนก็หายไปหมดเลย หลังจากนั้นก็ไม่เจอเหตุการณ์ประหลาดอีกเลย สุดท้ายคุณฟองน้ำ ได้ไปถามหมอดู ซึ่งไม่ได้การันตีว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ หมอดูบอกว่ามีคนในบ้านของคุณฟองน้ำ ขับรถผ่านถนนที่เจอวัยรุ่นขับรถมอเตอร์ไซค์ล้ม และด้วยความที่เป็นคนรุ่น BabyBoomer จึงพูดทักไปว่า “สมแล้วแหละ พวกซิ่งป่วนเมือง” จึงทำให้เขาโกรธ และตามกลับมาที่บ้าน(เป็นความเชื่อส่วนบุคคลโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

3 เรื่องหลอนของคนขับรถ ที่ต้องเจอกับเหตุการณ์แปลกๆ ระหว่างทาง!

01 มี.ค. 2024

3 เรื่องหลอนของคนขับรถ ที่ต้องเจอกับเหตุการณ์แปลกๆ ระหว่างทาง!

เรื่องนี้เป็นเรื่องของ ‘คุณโก้’ ที่ ‘พี่แจ็ค The Ghost Radio’ ได้นำเรื่องมาเล่าในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (27 กุมภาพันธ์ 2567) พร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเคเบิ้ล’ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวคุณโก้ตอนที่ขับรถไปรับผู้โดยสาร เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปอ่านกันเลย!เรื่องที่หนึ่ง คุณโก้เคยทำอาชีพไรด์เดอร์ส่งอาหาร หลังจากเกิดอุบัติเหตุก็เปลี่ยนจากขับมอเตอร์ไซค์มาขับรถยนต์รับ-ส่งคนแทน วันหนึ่ง คุณโก้ได้ขับรถจากจังหวัดปราณบุรีกำลังจะเข้าหัวหิน ระหว่างทางได้เจอพระรูปหนึ่งกำลังเดินอยู่ข้างทาง คุณโก้จึงจอดรถแล้วถามพระว่า “หลวงพี่จะไปหัวหินหรือเปล่า ผมกำลังจะเข้าหัวหิน เดี๋ยวผมไปส่งถึงวัดเลย จะได้ไม่ต้องเดินเหนื่อย” หลังจากพูดคุยกันเสร็จ หลวงพี่ก็เปิดประตูด้านหลังแล้วก็ขึ้นไปนั่งข้างซ้าย ตลอดการเดินทาง พระท่านสวดมนต์แผ่เมตตาอยู่ตลอดเวลา นั่นทำให้คุณโก้รู้สึกสงสัย เพราะปกติคุณโก้ก็ไม่เคยรับผู้โดยสารที่เป็นพระมาก่อน แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรจนกระทั่งถึงวัด หลวงพี่ก็ได้เปิดประตูลงจากรถจากนั้นก็ชะโงกหน้าเข้ามาในรถแล้วพูดว่า “โยม โยมที่มากับเขาเนี่ย ลงมาเถอะไม่ต้องตามเขาไป ไม่ต้องจองเวรจองกรรมอะไรกับเขา เขาเป็นคนดี ลงมาอาตมาขอบิณฑบาตนะโยม” จากนั้นหลวงพี่ก็ปิดประตูรถแล้วเดินจากไป ทิ้งคุณโก้ให้อยู่กับความสงสัยคนเดียวในรถ แต่คุณโก้ก็ไม่ได้ลงไปถามว่าหลวงพี่พูดอะไร พูดกับใคร นอกจากนี้ พี่แจ็คยังได้สอบถามคุณโก้ว่า “ก่อนหน้านั้นตอนที่อยู่บนรถคุณโก้มีความรู้สึกแปลก ๆ อะไรบ้างไหม” แต่คุณโก้ก็ไม่ได้มีอาการอะไร ไม่ได้รู้สึกแปลกอะไร คุณโก้จึงวิเคราะห์กับพี่แจ็คเล่น ๆ ว่า เป็นเพราะคุณโก้อัธยาศัยดี เวลาที่ผู้โดยสารขึ้น คุณโก้ก็จะพูดว่า “เชิญคร้าบ!” อาจจะมีสิทธิ์เป็นไปได้ที่จะมีวิญญาณขึ้นมาด้วยเรื่องที่สอง หลังจากวันนั้นเวลาผ่านไปไม่นาน คุณโก้ได้ไปรับผู้โดยสาร เมื่อไปยังจุดหมายที่จะรับผู้โดยสาร คุณโก้ก็เห็นมีผู้โดยสารทั้งหมด 4 คน คนแรกเป็นผู้สูงอายุ คนที่สองเป็นผู้ชายวัยกลางคน คนที่สามเป็นผู้หญิงวัยกลางคน และคนสุดท้ายเป็นผู้หญิงอายุไม่มากเท่าไร ทั้งหมดขึ้นมาบนรถ โดยที่น้องผู้หญิงขึ้นมาก่อน และตามด้วย ชาย-หญิง วัยกลางคน แต่คุณป้าคนแก่ไม่ได้ขึ้นมาด้วย คุณโก้เข้าใจว่าอาจจะมายืนส่งขึ้นรถ จุดที่น่าสังเกตคือทั้ง 3 คนที่ขึ้นมาใส่ชุดดำหมดเลย แต่คุณโก้ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ขับรถไปเรื่อย ๆ จนถึงที่หมาย ชายวัยกลางคนเปิดประตูลงไปก่อน ผู้หญิงลงตาม คุณโก้เช็คในแอปฯว่าจ่ายเงินแล้ว จึงกดเสร็จสิ้นการรับส่งในครั้งนี้ จากนั้นผู้โดยสารก็ปิดประตูแล้วคุณโก้ก็ขับรถออกไป คุณโก้ขับไปได้ยังไม่ถึง 1 กิโลเมตร ก็ได้ยินเสียงเหมือนผู้หญิงร้องไห้มาจากเบาะข้างหลัง เขามองกระจกหลังและสิ่งที่เห็นคือ เด็กผู้หญิงผมสั้นนั่งกอดเข่าพิงเบาะรถมองออกไปนอกหน้าต่าง คุณโก้พยายามถามว่า “น้องทำไมถึงไม่ลง แล้วพี่ต้องทำยังไง จะให้ไปกลับไปส่งไหม” น้องผู้หญิงร้องไห้สะอื้นแล้วก็บอกว่า “กลับ ไป” คุณโก้ตอบกลับไปว่า “พี่ต้องกลับไปส่งน้องใช่ไหมเนี่ย มันเสียเวลาพี่นะ พี่ต้องทำมาหากินด้วยนะเนี่ย” แต่คุณโก้ก็กลับไปส่ง พอถึงที่หมาย ผู้ชายวัยกลางคนก็เปิดประตูรถแล้วพูดว่า “รู้ได้ยังไงเนี่ย ว่าผมลืมของไว้ ผมกำลังแจ้งที่ศูนย์เลยว่าช่วยตามรถให้หน่อย ผมลืมของไว้” แล้วคุณโก้ก็บอกว่า “ยังไม่มีใครแจ้งผมเลย ผมมาเองก็พี่ลืมน้องไว้” ผู้โดยสารอึ้งแล้วก็เข้ามาหยิบของออกไป แล้วก็บอกว่า “มาคุยกับผมก่อน” คุณโก้จึงลงจากรถ ผู้ชายคนนั้นก็ถามว่า “น้องคืออะไร” คุณโก้ตอบไปว่า “ก็พี่ขึ้นมา แล้วก็น้องขึ้นมา แล้วตอนลงไปผมก็นึกว่าลงไปหมดแล้ว เนี่ยผมก็วนมาส่ง” ผู้ชายคนนั้นจึงเปิดถุงกระดาษที่ลืมไว้แล้วบอกว่า “เนี่ย น้องผมอยู่ในนี้” ในถุงกระดาษนั้นมีตลับใส่อัฐิไว้ แล้วก็พูดอีกว่า “น้องเสียไปนานแล้ว คนที่ดูแลอัฐินี้ตลอดคือแม่ผม แล้วก็เมื่อ 2 วันก่อนแม่ผมเพิ่งเสีย” คุณโก้ตกใจจึงพูดว่า “เดี๋ยวนะ แม่เพิ่งเสีย ใช่ป้าที่มาส่งแล้วแต่งตัวแบบนี้ ใช่ไหม” ชายคนนั้นบอกว่า “ใช่ นั่นคือชุดสุดท้ายที่ผมใส่ไปในโลงให้กับคุณแม่ผม” พี่แจ็คก็ได้สอบถามว่า “แล้วหลังจากนั้นทำยังไง เพราะตอนนั้นก็ประมาณ 3 ทุ่ม แล้วต้องขับรถกลับจากหัวหินไปปราณบุรี” คุณโก้บอกว่า “ก็เปิดรายการผีฟัง” พี่แจ็คจึงถามว่า “แล้วกลับได้ใช่ไหม” คุณโก้ตอบกลับว่า “มันก็ต้องได้แหละ เพราะยังไงผมก็ต้องกลับ”เรื่องสุดท้าย วันหนึ่ง คุณโก้ขับรถจนถึงช่วงกลางคืน มีคนเรียกให้ไปรับตามปกติ พอไปถึงก็มีผู้หญิงวัยกลางคน เปิดประตูขึ้นมานั่งอยู่ด้านหลังฝั่งซ้าย วันนั้นคุณโก้ขับรถมาทั้งวันจึงรู้สึกอ่อนเพลีย สักพักก็รู้สึกว่าด้านหลังเบาะเหมือนมีอะไรดันอยู่ตลอด คุณโก้คิดว่ารถคงสะเทือน จากนั้นก็มีความรู้สึกว่าที่พิงเบาะข้างหลังเหมือนมีมือเล็ก ๆ เย็น ๆ ลูปที่คอ คุณโก้จึงเอาปกคอเสื้อขึ้นมาบังไว้แล้วก็ขับรถต่อ ผ่านมาสักพัก เหมือนมีลมมาเป่าที่หูซ้ายที ขวาที แล้วคุณโก้ก็ได้พูดออกมาว่า “อะไรวะเนี่ย!” ผู้โดยสารจึงกระแอมขึ้นมา แล้วทุกอย่างก็หยุดแล้วหายไป แม้คุณโก้จะรู้สึกแปลก ๆ แต่เขาก็ขับรถต่อไป รถคุณโก้เป็นรถ 7 ที่นั่ง จึงพับเบาะหลังไว้เพื่อที่จะได้มีพื้นที่ใส่กระเป๋าผู้โดยสาร คุณโก้มองกระจกหลังแล้วเห็นเด็กนั่งหันหลังแล้วขย่มรถอยู่! แต่รถคุณโก้ไม่ได้ขยับตาม คุณโก้ตกใจจึงจอดรถแล้วกำลังจะหันไปถามผู้โดยสาร แต่ผู้หญิงคนนั้นพูดออกมาก่อนว่า “พี่ขับไปเถอะ เดี๋ยวก็ถึงแล้ว” คุณโก้รู้สึกว่ามีบางอย่างแปลก ๆ แน่นอน เมื่อถึงที่หมาย ผู้หญิงคนนี้ก็เปิดประตูแล้วพูดว่า “ ถ้าขับรถแล้วง่วงอะ อันตรายนะ นอนหลับให้เพียงพอ ที่พี่เห็นอะลูกหนูเอง” จากนั้นผู้หญิงคนนี้ก็ลงจากรถปิดประตูแล้วก็ไปเลย คุณโก้ก็คิดในใจว่า สิ่งที่มาด้วยน่าจะเป็นอะไรบางอย่างที่เธอเลี้ยงไว้ แล้วก็พามาด้วย สิ่งที่เขาทำ (ขย่มรถให้สะเทือน) น่าจะเป็นเพราะคุณโก้ง่วง จึงมาทำให้มีสติเพื่อที่จะให้แม่ของเขาปลอดภัย(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

album
efm
-

-