เรื่องเล่าจากลูกหว้า พิจิกา 'พี่ผมแดง' I อังคารคลุมโปง X มิ้ม รัตนวดี - ลูกหว้า พิจิกา [14 ม.ค. 2568]

อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากลูกหว้า พิจิกา 'พี่ผมแดง' I อังคารคลุมโปง X มิ้ม รัตนวดี - ลูกหว้า พิจิกา [14 ม.ค. 2568]

22 ม.ค. 2025

       คุณลูกหว้า พิจิกา ได้นำเรื่อง ‘พี่ผมแดง’ มาเล่าในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (14 มกราคม 2568) ต้องบอกเลยว่า ประสบการณ์การเจอสิ่งลี้ลับของคุณลูกหว้าครั้งนี้ ทำให้ทั้ง ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ขนลุกทั้งคู่!

       ย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว คุณลูกหว้าได้ถูกเชิญไปงานแต่งของ ‘พี่บี มือคีย์บอร์ด ของวง ETC’ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้คุณลูกหว้าต้องค้างคืนที่บ้านของ ‘พี่โซ่ หัวหน้าของวง ETC’ ในใจของคุณลูกหว้าคิดว่า คงจะไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

       หลังจากตื่นขึ้น คุณลูกหว้าก็ได้ลุกขึ้นมาอาบน้ำ-แต่งหน้าตามปกติ หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเวลา 8 โมงกว่า คุณลูกหว้าจึงตัดสินใจปลุกน้องที่มาด้วยกัน แต่ทั้ง ๆ ที่คุณลูกหว้าอาบน้ำแล้ว จู่ ๆ กลับรู้สึกง่วงอย่างประหลาด ทำให้คุณลูกหว้าตัดใจสินใจเอนตัวลงเพื่อพักสายตา หลังจากที่เอนตัวไป คุณลูกหว้าก็ได้หลับในทันทีและฝันเห็นภาพทุ่งหญ้ากว้าง และได้เห็นกลุ่มคนยืนอยู่ใกล้ ๆ แต่งตัวสีสันมากมาย ในใจของคุณลูกหว้าเหมือนได้ทำการสื่อสารกับกลุ่มคนตรงนั้นว่า ‘ไม่มีอะไรนะ เราแค่มางานแต่ง’ คุณลูกหว้าก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะคิดว่าเป็นความฝัน

       ผ่านไปสักพักหนึ่ง คุณลูกหว้าก็ได้ลืมตา และได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ปลายเท้าของตน จากนั้นก็ค่อย ๆ หันศีรษะมาทางคุณลูกหว้าอย่างช้า ๆ สีผมของผู้หญิงคนนั้นเป็นสีแดงปนสีส้ม ดวงตาสีน้ำตาลปนแดง และใช้ตาคู่นั้นจ้องมองมาที่คุณลูกหว้าแบบไม่ละสายตาคุณลูกหว้าจึงสะดุ้งตื่น!

       อาการที่เกิดขึ้นนั้นเหมือนกับคนที่ฝันร้ายมาก ๆ เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง คุณลูกหว้าก็ปลอบตัวเองว่าสิ่งที่เห็นเมื่อสักครู่นี้เป็นเพียงความฝัน หลังจากนั้น คุณลูกหว้าสบายใจมากยิ่งขึ้น

       นี่ถือเป็นเหตุการณ์ครั้งแรกในชีวิตของคุณลูกหว้าที่ได้เจอกับสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้

       หลังจากที่น้องของคุณลูกหว้าตื่นขึ้นมาอาบน้ำ ในตอนนั้นตัวของคุณลูกหว้ายังไม่เล่าให้น้องฟังและคิดว่าคงไม่มีอะไรหลังจากนี้แล้ว จนกระทั่งไปที่โบสถ์และทำพิธีทุกอย่างเสร็จสิ้น ทุกคนก็ตัดสินใจไปกินกาแฟกัน และมีรุ่นพี่คนหนึ่งได้พูดขึ้นว่า

       “ด้านข้างของตัวบ้านคือโบสถ์ เป็นศาสนจักรของชาวคริสต์ แล้วทางด้านหลังของตัวบ้านก็อยู่ติดกับสุสาน”

       สิ้นคำพูดของรุ่นพี่ คุณลูกหว้าก็รู้สึกว่าจะได้รับข้อมูลที่ทำให้ทุกอย่างกระจ่าง จึงได้ตัดสินใจที่จะเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่เจอเมื่อเช้าให้ทุกคนตรงนั้นฟัง เมื่อทุกคนได้ฟัง ก็ไม่ได้มองว่าเหตุการณ์ของคุณลูกหว้าแปลก เพราะที่สุสานตรงนั้นก็มีศพของมิชชันนารี ที่เป็นคนต่างชาติฝังไว้อยู่ด้วยเหมือนกัน

       คุณลูกหว้าจึงได้รู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ตนน่าจะได้เจอกับผู้หญิงคนนั้นจริง ๆ แต่ก็ยังไม่ทราบถึงเหตุผลว่า ‘ทำไมผู้หญิงผมแดงคนนั้นถึงจ้องมองคุณลูกหว้าอย่างไม่ละสายตาไปไหนเลย’

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

 

related อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากคุณเต้ย ผีเหรียญ 'คนขวัญเเหลว' l อังคารคลุมโปง X เป้ ก๊อก ก๊อก ก๊อก [25 ก.พ. 2568 ]

02 มี.ค. 2025

เรื่องเล่าจากคุณเต้ย ผีเหรียญ 'คนขวัญเเหลว' l อังคารคลุมโปง X เป้ ก๊อก ก๊อก ก๊อก [25 ก.พ. 2568 ]

จะเป็นอย่างไร ถ้านาน ๆ ทีจะได้กลับบ้านเกิด แต่ดันได้เจอกับ “คนที่ไม่อยู่แล้ว” แบบไม่รู้ตัว!? เรื่องนี้ ‘คุณเต้ย ผีเหรียญ‘ ได้นำมาเล่าในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (25 กุมภาพันธ์ 2568) เมื่อเล่าจบทั้ง ’ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม‘ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพีคสุด! ถ้าพร้อมแล้วไปอ่านกันเลย! ‘คุณเต้ย ผีเหรียญ’ เล่าว่าเจ้าของเรื่องคือ ‘คุณเม่น’ เรื่องราวนี้เกิดขึ้นในปี 2567 เมื่อ คุณเม่น เดินทางกลับมายังบ้านเกิด หลังจากทำงานขุดเจาะน้ำมันในต่างประเทศเป็นเวลานาน การเดินทางกลับล่าช้าไปมาก เนื่องจากสถานการณ์โควิดในช่วงก่อนหน้านั้น เมื่อกลับถึงบ้านในจังหวัดทางภาคเหนือ ทางบ้านของคุณเม่นได้จัด ‘พิธีฮ้องขวัญ’ หรือ ‘สู่ขวัญ’ ตามประเพณีท้องถิ่น โดยหมอทำขวัญทางภาคเหนือจะเรียกกันว่า ‘หมอมด’ (หมอมด หรือหมอทำขวัญ หรือหมอพื้นบ้าน ที่ทำหน้าที่ประกอบพิธีกรรมทางความเชื่อ เช่น พิธีสู่ขวัญ (ฮ้องขวัญ) เพื่อเรียกขวัญให้กลับมาอยู่กับร่างกาย หรือทำพิธีปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกจากตัวคน) โดยเขาได้เตือนคุณเม่นว่า ให้ระวังตัวเพราะว่าตอนนั้นอายุของคุณเม่นอยู่ในช่วงเบญเพสพอดี อีกทั้งยังกล่าวว่าคุณเม่นเป็น คนขวัญแหลว หรือ ขวัญอ่อน อาจถูกสิ่งไม่ดีรังควานได้ หลังจากทำพิธีผ่านไป 1 วัน คุณเม่นออกเดินทางไปเยี่ยมญาติ พร้อมนำของฝากไปมอบให้แต่ละบ้าน จนกระทั่งไปถึงบ้านหลังสุดท้าย ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน ‘พี่ตาล’ พี่ชายที่เคยสนิทกันมากในวัยเด็ก แต่ด้วยปัญหาความขัดแย้งระหว่างผู้ใหญ่ในครอบครัว ทำให้พวกเขาไม่ได้ติดต่อกันมานานหลายปี ด้วยความคิดถึง เม่นจึงตัดสินใจไปหาโดยไม่แจ้งล่วงหน้า เนื่องจากขาดการติดต่อไปเป็นเวลานาน เลยทำให้ไม่มีช่องทางการติดต่อ เมื่อไปถึงหน้าบ้านพี่ตาล เวลาราว 6 โมงเย็น บริเวณรอบบ้านเปลี่ยนแปลงไปมาก จากพื้นที่ว่างเปล่ากลายเป็นบ้านเรียงราย และประตูหน้าบ้านของพี่ตาลถูกคล้องโซ่ปิดไว้ คุณเม่นลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจกลับ ทันใดนั้น เสียงเรียกดังขึ้นจากในบ้าน “ใครมา?” เสียงนั้นเป็นของ ‘ยายไทย’ ยายของพี่ตาล คุณเม่นจึงตอบกลับไปว่าเขามาหาพี่ตาล ยายไทยกล่าวว่า “ตาลยังไม่กลับบ้าน” ก่อนจะชวนคุณเม่นเข้าไปนั่งรอในบ้าน ทั้งสองพูดคุยกันเกือบสิบนาที แต่พี่ตาลก็ยังไม่กลับมา เวลานั้น ฟ้าเริ่มมืด คุณเม่นจึงขอตัวกลับก่อน ขณะที่กำลังเดินออกไป เสียงตะโกนโวยวายก็ดังขึ้นจากข้างบ้าน “ใครน่ะ!? เข้ามาทำอะไรบ้านคนอื่น!?” คุณเม่นหันไปตามเสียง ก็พบ อาม่าท่านหนึ่ง เดินถือไม้เท้า ขากะเผลกแล้วพูดว่า “บ้านนี้มีแต่อาตาลคนเดียว! ซี้ซั้ว! ขโมย! ขโมยขึ้นบ้าน!” คุณเม่นพยายามอธิบาย แต่ดูเหมือนอาม่าจะไม่ฟัง กลับตะโกนโวยวายเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ เวลานั้นฟ้ามืดสนิทแล้ว คุณเม่นกลัวว่าชาวบ้านจะเข้าใจผิด จึงรีบวิ่งออกจากบ้านไปขึ้นรถแล้วขับกลับบ้านทันที เมื่อกลับมาถึงบ้าน คุณเม่นพบว่าพ่อและแม่แต่งกายด้วยชุดดำ กำลังจะออกไปงานศพที่หมู่บ้านข้าง ๆ เขาจึงยังไม่ได้เล่าเรื่องที่เพิ่งพบเจอ จนกระทั่งสามทุ่มกว่า พ่อแม่กลับมาถึงบ้าน คุณเม่นจึงตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ทันทีที่พูดจบ แม่ของคุณเม่นกลับมีสีหน้าตกใจ ก่อนจะเอ่ยว่า “ยายไทยเสียไปนานแล้วนะ…” คำพูดนั้นทำให้คุณเม่นขนลุกไปทั้งตัว “เป็นไปไม่ได้… ผมเพิ่งคุยกับท่านมา!” พ่อของคุณเม่นได้เดินเข้ามาสมทบ และยืนยันว่าจริง “ยายไทยเสียไปตั้งแต่ช่วงโควิด ตอนที่ลูกยังอยู่ต่างประเทศ” แม้จะมีการส่งข่าวไป แต่ด้วยความวุ่นวายในช่วงนั้น ทำให้เขาอาจลืมไปแล้ว เขาพยายามคิดทบทวนถึงสิ่งที่ได้ยิน แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน ตกลงแล้ว…เขาเจอผีจริง ๆ ใช่ไหม? เมื่อพ่อแม่ยืนยันเรื่องการเสียชีวิตของยายไทย รวมถึงสิ่งที่เขาได้พบเจอ มันทำให้เม่นแน่ใจว่านี่คือ ครั้งแรกที่เขาเผชิญหน้ากับวิญญาณแบบเต็ม ๆ โดยไม่รู้ตัว พ่อแม่พยายามปลอบใจ บอกว่า “ท่านคงคิดถึง เพราะเลี้ยงลูกมาตั้งแต่เด็ก” พร้อมกำชับให้คุณเม่นไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ยายไทย เช้าวันรุ่งขึ้น คุณเม่นไปทำบุญตามที่พ่อแม่แนะนำ และความหวาดกลัวก็เริ่มผ่อนคลายลง กลายเป็นเพียงความคิดถึง ตกเย็น พ่อแม่ชวนเม่นไปงานศพของเพื่อนบ้านเก่าสมัยเด็ก ๆ เม่นรับปากและเดินทางไปด้วยกัน เมื่อไปถึงศาลา เขากำลังจะเดินไปไหว้ศพ แต่แล้วภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เข่าทรุดลงแทบจะล้มทั้งยืน ในกรอบรูปของผู้เสียชีวิต คือใบหน้าของอาม่าที่ไล่เขาเมื่อวาน! เม่นพยายามตั้งสติ ก่อนจะสอบถามข้อมูลจากลูกหลานของอาม่าและได้ทราบว่า อาม่าเพิ่งเสียจากอาการหัวใจวายเมื่อสองวันก่อน ที่สำคัญ ลูกหลานยังบอกว่า “อาม่าขาไม่ค่อยดี เวลาจะเดินไปไหนต้องใช้ไม้เท้าพยุง” ทุกอย่างตรงกับสิ่งที่เขาเห็นไม่มีผิด… เท่ากับว่าเย็นวันนั้น คุณเม่นได้คุยกับวิญญาณถึง 2 ดวงในวันเดียวกันโดยที่ไม่รู้ตัวว่านั่นไม่ใช่คน ซึ่งเขาก็คิดว่ามันอาจจะเป็นเพราะเขาขวัญแหลวแบบที่หมอมดบอก จนทำให้เขาสื่อสารกับดวงวิญญาณได้(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

ฝันเห็นผู้หญิงนุ่งผ้าซิ่น เชิญเข้ามาในบ้าน จากนั้นประจำเดือนผิดปกติ 40 วัน แต่หมอบอกปกติ เลยนั่งสมาธิ พอลืมตาเห็นผู้หญิงร่างเปลือยนั่งท่าคล้ายแม่เป๋อหันมาทางไลฟ์สด!

09 มี.ค. 2024

ฝันเห็นผู้หญิงนุ่งผ้าซิ่น เชิญเข้ามาในบ้าน จากนั้นประจำเดือนผิดปกติ 40 วัน แต่หมอบอกปกติ เลยนั่งสมาธิ พอลืมตาเห็นผู้หญิงร่างเปลือยนั่งท่าคล้ายแม่เป๋อหันมาทางไลฟ์สด!

ประจำเดือนของผู้หญิงส่วนใหญ่มักมีไม่เกิน 7-10 วัน แต่ ‘คุณขวัญ’ เคยมีประจำเดือนมากสุดถึง 40 วัน จนร่างกายอ่อนเพลีย เกือบเสียทั้งงานประจำและงานดูดวง! เรื่องนี้ทำเอา ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ลุ้นไปกับความหลอน ในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (5 มีนาคม 2567) กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ผู้ถูกกระทำ’ เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว ในตอนนั้น ‘คุณขวัญ’ ทำงานประจำที่โรงพยาบาลควบคู่ไปกับอาชีพหมอดู หลังเลิกงานคุณขวัญก็จะรับคิวดูดวง และยังไลฟ์สดยามดึกพูดคุยกับลูกดวงอีกด้วย เรียกได้ว่ามีคนเข้ามาดูไลฟ์ดูดวงนี้เป็นจำนวนมาก แต่ช่วงหลัง ๆ จำนวนผู้เข้าชมไลฟ์กลับลดลงไปเรื่อย ๆ จากหลักร้อยเป็นหลักสิบ บางวันก็ไม่มีผู้เข้าชมเลย คุณขวัญคิดว่าอาจจะเป็นที่ระบบ เพราะตนไม่เคยทำตลาดแบบโปรโมตเลยสักครั้ง ทำให้อัลกอริทึมไม่ดันไลฟ์ของตนก็เป็นได้ เวลาผ่านไปไม่กี่วัน คุณขวัญฝันเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง แต่งตัวใส่ผ้าซิ่นมายืนอยู่ที่หน้าบ้าน ผู้หญิงคนนั้นถามหาคนในบ้าน คุณขวัญจึงบอกไปว่า “ถ้าอย่างนั้น เข้ามารอในบ้านก่อนเลยค่ะ” สิ้นเสียงคุณขวัญ ผู้หญิงคนนั้นก็เดินเข้าบ้านมา จากนั้น คุณขวัญก็สะดุ้งตื่นในช่วงรุ่งสาง ผ่านไปไม่กี่วัน คุณขวัญก็เป็นประจำเดือน.. คุณขวัญเล่าเพิ่มเติมว่าตนนั้นมีช่วงของประจำเดือนค่อนข้างสม่ำเสมอ นับแล้วไม่เกิน 5-7 วัน จากนั้นก็จะหายไป และไม่มีอาการปวดท้องประจำเดือนแต่อย่างใด แต่การเป็นประจำเดือนของคุณขวัญในครั้งนี้กลับแปลกไปจากเดิม คุณขวัญมีอาการปวดท้องทรมานอย่างรุนแรง ประจำเดือนมีสีคล้ำเข้มต่างจากปกติ ตอนแรกคุณขวัญไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าตนอาจจะมีเรื่องเครียดจึงทำให้ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง เมื่อเวลาผ่านไป 7 วัน ประจำเดือนของคุณขวัญก็ยังไม่หมด ทั้งยังมีปริมาณมากและไม่มีท่าทีว่าจะลดน้อยลง คุณขวัญต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยแบบกลางคืนเช้า 3 รอบและช่วงเย็นอีก 3 รอบ คุณขวัญรู้สึกว่าร่างกายของตนเริ่มผิดปกติ เพราะผลกระทบจากการเสียเลือดมากคืออ่อนเพลีย กระทั่งวันที่ 10 คุณขวัญได้ไปทำงาน พี่พยาบาลที่เป็นเพื่อนร่วมงานก็เอ่ยทักขึ้นว่า “ทำไมดูหน้าซีดจัง เป็นอะไรป่าว?” คุณขวัญจึงเล่าให้พี่พยาบาลฟังว่าอาการประจำเดือนของตนผิดปกติไป พี่พยาบาลจึงแนะนำให้ไปหาหมอเฉพาะทาง คุณขวัญจึงทำตามนั้น คุณขวัญได้ไปตรวจอย่างละเอียดเพื่อหาความผิดปกติของโรคทางนรีเวช คุณหมอสงสัยว่าอาจจะมีภาวะมดลูกโต ทำให้มีประจำเดือนผิดปกติ แต่พออัลตร้าซาวด์ก็พบว่ามดลูกปกติ คุณหมอจึงให้ยาระงับเลือด และยังแนะนำว่าหากกินยาแล้วเลือดหยุดก็ให้หยุดยาได้ คุณขวัญกินยาได้ 2 วัน เลือดก็หยุดไหล ตนจึงหยุดกินยาอย่างที่หมอแนะนำ หลังจากนั้นประมาณ 1-2 วัน ประจำเดือนก็กลับมาอีกครั้ง และยังคงออกมาในปริมาณที่มากผิดปกติ หลังจากนั้นก็ใช้เวลาเพิ่มไปอีก 10 กว่าวัน ระหว่างที่คุณขวัญเป็นประจำเดือนอยู่นั้น ไลฟ์สดของตนก็แทบจะไม่มีผู้ชมเข้ามาดูและยังไม่มีคิวดูดวงเข้ามาด้วย และเนื่องจากร่างกายอ่อนเพลียจนไปทำงานไม่ไหว ทำให้คุณขวัญต้องลาหยุดงานประจำบ่อยครั้ง ตอนนี้ดูเหมือนว่าทุกอย่างกระทบกันเป็นทอดแหจนคุณขวัญกลัวว่าตนจะเสียทุกอย่างไปจนหมด คุณขวัญตัดสินใจไปพบคุณหมอและทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด คุณหมอเองก็มึนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น และจ่ายยาเหมือนครั้งก่อนให้คุณขวัญ หลังจากกินยารอบนี้ ประจำเดือนกลับไม่หายไป คุณขวัญนับตั้งแต่เริ่มเป็นประจำเดือนจนถึงตอนนี้ก็ใช้เวลาร่วม 40 วัน คุณขวัญจึงฉุกคิดขึ้นมาว่า ‘หรือนี่อาจจะไม่ใช่ความผิดปกติทางการแพทย์?’ ในขณะนั้นเอง ร่างกายของคุณขวัญก็แทบจะไร้เรี่ยวแรง เรียกได้ว่าตลอดทั้งวันเธอทำได้แค่นอนพัก สุดท้ายคุณขวัญจึงรวบรวมสติเพื่อลุกขึ้นมานั่งสมาธิแล้วบอกกล่าวครูบาอาจารย์ว่า “ถ้าหากครั้งนี้ ลูกยังมีบุญ มีวาสนาที่จะหลุดพ้น ขอให้ลูกพบกับความจริง” เมื่อคุณขวัญลืมตาขึ้นมาแล้วหันไปมองที่โต๊ะทำงานที่ใช้ดูดวงและไลฟ์สดก็ปรากฏภาพผู้หญิงที่เคยเห็นในฝัน (ผู้หญิงนุ่งผ้าซิ่นที่คุณขวัญอนุญาตให้เข้ามานั่งในบ้าน) แต่ครั้งนี้.. ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ใส่เสื้อผ้า ร่างเปลือยเปล่า ผมเผ้ากระเซิงไม่เรียบร้อย เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่คุณขวัญใช้ทำงานด้วยท่านั่งยอง คล้ายกับท่าของแม่เป๋อแล้วหันไปทางไฟไลฟ์สด! ..จากนั้นก็แว๊บหายไป! คุณขวัญคิดว่านี่ไม่ใช่เรื่องปกติเป็นแน่ จึงรุดโทรหาอาจารย์ที่ตนเคารพท่านหนึ่ง หลังจากพูดคุยปรึกษากันเสร็จเรียบร้อย คืนนั้นเอง คุณขวัญก็นอนหลับแล้วฝันว่า มีพระท่านหนึ่งเดินมาหาตน แล้วบอกว่า “ช่วงนี้ไม่ค่อยดีใช่มั้ย? ช่วงนี้พูดอะไรไม่ค่อยได้ยินใช่มั้ย? พูดอะไรไม่ค่อยรู้เรื่องใช่มั้ย?” คุณขวัญพยักหน้าแล้วตอบกลับไปว่า “ใช่ค่ะ” จากนั้นพระท่านก็แนะนำให้คุณขวัญไปหยิบพระพุทธรูปที่อยู่ด้านหลังของโบสถ์ (ในฝันคุณขวัญอยู่ในโบสถ์) จากนั้นให้นำมาวางไว้เหนือหัว เมื่อคุณขวัญทำตาม พระท่านก็หยิบไม้แคะหูมาควานเข้าไปในรูหูทั้งสองข้างของคุณขวัญ เมื่อดึงออกมาก็พบว่ามันคือก้อนกระจุกผมยาวที่ติดอยู่ในนั้น! เมื่อโยนทิ้งเสร็จ พระท่านก็หันมายิ้มให้ จากนั้นก็หันหลังหายไปกับแสงสว่าง คุณขวัญสะดุ้งตื่นในเช้าวันถัดมาก็โทรหาอาจารย์แล้วเล่าเรื่องฝันให้ท่านฟัง ท่านบอกว่า “หลุดพ้นแล้วนะลูก” คุณขวัญจึงถามกลับไปว่า “อาจารย์คะ? ใครเป็นคนทำ?” อาจารย์ตอบกลับมาอย่างใจเย็นว่า “หากรู้ว่าใครทำ จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นมั้ย? อโหสิกรรมปล่อยวางได้หรือเปล่า? สายอาชีพนี้.. ถ้าเราไม่ทำเขา เขาก็จ้องจะทำเราอยู่ดี” คำตอบของอาจารย์ทำให้คุณขวัญประทับใจเป็นอย่างมาก หลังจากฝันในครั้งนั้น อาการประจำเดือนที่ผิดปกติก็เริ่มจางลงจนกลับมาเป็นปกติ คุณขวัญยังบอกอีกว่าลึก ๆ ในใจของตนนั้นอยากรู้มากว่าใครทำ คาดเดาไปเพียงว่าอาจจะเป็นคนสายอาชีพเดียวกันที่ไลฟ์สดเจอกันบ่อย ๆ แต่ก็ไม่ได้อยากจะปรักปรำใคร เป็นเพียงข้อสันนิษฐานของตนเท่านั้น และยังบอกชาวอังคารคลุมโปงอีกว่า ปัจจุบันนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมเราถึงสามารถทำของได้ง่ายขนาดนี้ นั่นเพราะบัญชีโซเชียลของเรามีชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวเรา ทำให้เป็นเรื่องง่ายที่จะทำของ..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

ไปรับน้องใหม่ที่รร.ประถม เมื่อไปถึงก็ไหว้ศาล แต่ลมพัดแรงจนธูปเกิดไฟลามไปที่ศาล และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของความสยอง!

31 มี.ค. 2024

ไปรับน้องใหม่ที่รร.ประถม เมื่อไปถึงก็ไหว้ศาล แต่ลมพัดแรงจนธูปเกิดไฟลามไปที่ศาล และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของความสยอง!

การรับน้องใหม่ที่หลอนจนจำไม่ลืม เมื่อรุ่นพี่พาไปทำกิจกรรมแต่เกิดเหตุไฟไหม้ศาลไม้ จนทำให้มีแต่เรื่องแปลก เกิดขึ้น! เรื่องนี้ ‘คุณแรก’ ได้นำมาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (26 มีนาคม 2567) ฟังพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘คืนสยองรับน้องใหม่’ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น ไปอ่านกันได้เลย! เรื่องนี้เป็นเรื่องราวประสบการณ์ที่เจอกับตัวเองของ ‘คุณแรก’ ซึ่งเกิดขึ้นช่วงไปรับน้องใหม่ออกค่ายอาสา ประมาณยุค 90s ช่วงนั้นคุณแรกเข้าไปเรียนปี 1 สมัยนั้นจะมีช่วงปิดเทอมฤดูหนาว รุ่นพี่ก็จะใช้ช่วงนี้เพื่อรับน้องใหม่ไปออกค่ายอาสาพัฒนา ครั้งนี้คุณแรกได้ไปต่างอำเภอ ซึ่งเป็นโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง คุณแรกและเพื่อน ๆ ไม่เคยรู้จักมาก่อนว่าตรงนั้นคืออะไร รู้แค่ว่าทางเข้าเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ เมื่อทุกคนไปถึงที่นั่น ก็จะมีต้นไทรใหญ่ผูกผ้าแพร มีศาลไม้เก่ามาก และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนมารับตรงจุดนั้น เมื่อมาถึงก็ไปไหว้ศาลก่อนเป็นอันดับแรก รุ่นพี่ก็แจกธูปให้รุ่นน้องอธิษฐานขอพรให้กิจกรรมผ่านไปได้ด้วยดี จากนั้นรุ่นพี่จะเก็บรวบรวมธูปทั้งหมดไปปักไว้ที่กระถางธูป แต่ในช่วงหน้าหนาวเช่นนี้ เมื่อลมหนาวพัดมา ธูปที่รวมกันเป็นกำใหญ่ก็เกิดไฟลุกลามไปติดที่ศาลไม้ ทุกคนต่างตกใจและพยายามช่วยกันดับไฟ เมื่อไฟดับลง ปรากฏว่าศาลไม้เสียหายไปส่วนหนึ่ง ทุกคนจึงตกลงกันว่าจะช่วยออกเงินเพื่อบูรณะซ่อมแซม แต่คุณแรกกับเพื่อนรู้สึกไม่สบายใจ คิดว่าเป็นลางไม่ดีแน่ ๆ เมื่อไหว้ศาลเสร็จ ทุกคนก็เข้าไปในโรงเรียน กำหนดการทำกิจกรรมที่นี่คือ 3 วัน 2 คืน เมื่อเข้าไปก็ทำกิจกรรมต่าง ๆ ทาสีห้องน้ำ ถางป่า ตัดต้นไม้ เริ่มพัฒนาพื้นที่และแบ่งหน้าที่กันทำ หลังจากทำกิจกรรมเสร็จ รุ่นพี่ก็บอกว่า “คืนนี้เราจะมีการเข้าสู่ฐานเพื่อวัดกำลังใจ เตรียมใจให้พร้อมนะ” ซึ่งที่โรงเรียนแห่งนี้จะมีท่อซีเมนต์ รุ่นพี่เห็นท่อซีเมนต์เรียงกันอยู่จึงเลือกตรงนี้เป็นฐานแรกในการทำกิจกรรม โดยจะขุดหลุมตรงทางออกและนำผ้ายางมารองทำให้มีน้ำขังเป็นแอ่ง จากนั้นรุ่นพี่ก็ไปซื้อปลาไหลจากชาวบ้าน เพื่อนำมาทำกับข้าวให้รุ่นน้องกิน แต่ก่อนจะทำอาหารนั้น ก็นำปลาไหลมาปล่อยลงในแอ่งน้ำเต็มไปหมด เพื่อให้รุ่นน้องทำกิจกรรม เวลามุดออกมาจากท่อจะต้องผ่านแอ่งปลาไหลนี้ก่อน พอตกกลางคืน คุณแรกก็เข้าสู่กิจกรรม รุ่นพี่ปล่อยรุ่นน้องครั้งละ 2 คน เพื่อให้คลานเข้าไปในท่อ ทุกคนจะมีไฟฉายพลาสติกอันเล็กติดตัวคนละอัน เมื่อคลานเข้าไปภายในท่อจะแคบมาก คุณแรกเป็นคนตัวโตก็ไม่อยากมุดท่อนี้ พอถึงคิว คุณแรกก็ถอยหลังไปต่อท้ายตลอด จนกระทั่งเหลือแค่คุณแรกกับเพื่อน ในที่สุดก็ต้องมุดเข้าไป รุ่นพี่บอกว่า “ถึง 2 คนสุดท้ายแล้ว ปิดฐานนี้เข้าไปได้เลย” คุณแรกก็คลานเข้าไปช้า ๆ เพราะว่าใส่กางเกงขาสั้นกับเสื้อยืด ถ้าคลานเร็วมาก ข้อศอกกับหัวเข่าอาจจะถลอกได้ คุณแรกคลานไปเรื่อย ๆ แล้วเพื่อนอีกคนก็คลานตามหลังมา เมื่อถึงช่วงกลางท่อเพื่อนก็ตีก้นคุณแรกแล้วพูดว่า “แรก ๆ เร็ว ๆ รีบหน่อย!” คุณแรกจึงหันไปมองเพื่อนแล้วพูดว่า “อะไรวะ แค่นี้ก็เจ็บหัวเข่า เจ็บข้อศอกแล้วเนี้ย” เพื่อนก็พยายามดันก้นคุณแรกและบอกว่า “แรก เร็ว ๆ มีคนคลานตามเรามา” คุณแรกก็คิดว่าจะมีคนคลานตามมาได้อย่างไร ในเมื่อตัวเขาเองและเพื่อนคือ 2 คนสุดท้าย เพื่อนของคุณแรกก็บอกว่า “มีผู้หญิง มีอายุ คลานติดเรามาเลย” สักพักเพื่อนของคุณแรกก็โวยวาย คุณแรกจึงรีบคลานจนพ้นท่อผ่านแอ่งปลาไหลออกมา เพื่อนก็รีบคลานตามมา แต่ยังไม่ขึ้นมาจากแอ่งปลาไหล รีบหันไปแล้วพยายามส่องไฟฉายเข้าไปในท่อ ตอนนั้นเพื่อนของคุณแรกกลัวมาก รุ่นพี่ก็พาขึ้นมาข้างบนแล้วถามว่า “เป็นอะไร?” เพื่อนของคุณแรกก็บอกว่า “มีผู้หญิงแก่คลานตามหลังมาติด ๆ แล้วหน้าของผู้หญิงคนนี้ก็มาดมอยู่ที่ก้น แล้วมีเสียงพูดว่า หอมน่ากินจังเลย แล้วเอาหน้ามาดมตรงก้นอีก” เพื่อนของคุณแรกก็เลยพยายามเอาเท้าดันข้างหลังเพื่อให้ผู้หญิงคนนั้นออกไป เขาก็ตกใจและเร่งให้คุณแรกคลานออกมาให้เร็วที่สุด แต่พอมองดูเข้าไปในท่อ ปรากฏว่าไม่มีใครตามออกมาเลย หลังจากนั้นรุ่นพี่ก็บอกว่า “เปื้อนกันแล้ว ไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวยังมีด่านต่อไปอีก วันนี้จะมีด่านวัดกำลังใจ 2 ด่าน จะมีด่านบ้านพักครูที่จะทำเป็นด่านเล่นผีถ้วยแก้ว แล้วรุ่นน้องทุกคนจะต้องมานั่งล้อมรอบกองไฟ ลานอเนกประสงค์ด้านหน้า แล้วเมื่อก่อไฟแล้วจะมีรุ่นพี่นำเนื้อชิ้นใหญ่ ๆ ปิ้งให้น้องกินระหว่างรอเข้าฐาน” จากนั้นรุ่นพี่ 4 คนก็ไปที่บ้านพักครู ซึ่งเป็นบ้านที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ เพื่อไปเตรียมฐานเล่นผีถ้วยแก้ว และทำผีหลอกน้องตรงนี้ เมื่อรุ่นพี่ขึ้นไปก็ไม่เปิดไฟ จุดเทียนสร้างบรรยากาศและวางแผนกันว่า รุ่นพี่ 2 คน จะพารุ่นน้องเล่นผีถ้วยแก้ว รุ่นพี่จะเป็นคนลากแก้วให้เลื่อนตามที่เขาต้องการ ซึ่งทุกอย่างถูกเซ็ทไว้หมด แล้วจะให้น้องเข้าไปหาของในห้องนอน จะมีรุ่นพี่อีกส่วนหนึ่งปลอมเป็นผีอยู่ในห้องนั้นเพื่อหลอกน้อง ระหว่างที่รุ่นพี่ทั้ง 4 คนกำลังเตรียมฐาน อยู่ ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินขึ้นมาบนชั้น 2 ของบ้านพักครู เป็นผู้ชายใส่เสื้อห่านคู่ ใส่กางเกงสีกากี แล้วก็ยิ้มให้กับรุ่นพี่ที่อยู่บ้านนี้ รุ่นพี่ก็ตกใจและถามว่า “ไหนว่าบ้านนี้ไม่มีใคร พี่อยู่บ้านนี้หรอครับ?” ผู้ชายคนนั้นก็ตอบว่า “อ๋อ ครูไม่ได้อยู่บ้านนี้หรอก แต่เห็นมีเด็กมาทำกิจกรรม ครูเลยมาตรวจดูความเรียบร้อยว่าเป็นยังไงกันบ้าง เดี๋ยวขออนุญาตเข้าไปในห้องนอนหน่อยนะจะไปเอาของ แล้วเดี๋ยวครูก็ไปละ พวกเธอทำกันเต็มที่เลย” จากนั้นครูก็เปิดประตูเข้าไปในห้องนอน รุ่นพี่ทั้ง 4 คนก็เตรียมอุปกรณ์จนเสร็จในบริเวณด้านหน้า เหลือแค่ในห้องนอนที่รอให้คุณครูคนนี้ออกมา รุ่นพี่คนหนึ่งไปเคาะประตูเรียก “ครูครับ ๆ พวกผมจะต้องเซ็ทห้องต่อนะครับ” สักพักประตูห้องก็เปิดเอง ภาพในห้องจะเห็นพัดลมเพดาน คุณครูคนนี้มีเชือกผูกคอแล้วห้อยอยู่กับพัดลม รุ่นพี่ทั้ง 4 คนก็มองเหวอด้วยความตกใจ คุณครูก็พูดว่า “เนี่ย หลอกผีมันต้องหลอกแบบนี้!” แล้วทั้งหมดก็วิ่งหนีลงบันไดไปลานอเนกประสงค์ จนกระทั่งในที่สุดรุ่นพี่ก็สั่งยกเลิกด่านบ้านพักครู หลังจากนั้นก็ให้รุ่นน้องทำกิจกรรมรอบกองไฟ มีรุ่นพี่ที่ย่างเนื้อให้รุ่นน้องชื่อว่า ‘พี่บ๊อบ’ ซึ่งพี่บ๊อบเป็นคนผมยาว เฮฮา และชอบดื่ม เขาแอบพกเหล้ามาดื่มด้วย พี่บ๊อบปวดฉี่เลยบอกรุ่นน้องว่า “เดี๋ยวพี่ไปฉี่ก่อนนะ มาหมุนเนื้อแทนหน่อย” พี่บ๊อบก็ไปฉี่ใต้ต้นไม้ใหญ่ห่างไปไม่ไกลมาก เมื่อเสร็จพี่บ๊อบก็มานั่งย่างเนื้อต่อ แต่พฤติกรรมของพี่บ๊อบเปลี่ยนไปตรงที่ว่า เมื่อเลาะเนื้อที่สุกด้านนอกออกไป เนื้อด้านในที่ยังไม่สุก พี่บ๊อบก็เลาะเนื้อส่วนนั้นออกมาจับใส่ปากแล้วเคี้ยว ทุกคนมองและคิดว่าทำไมถึงกินเนื้อดิบแบบนั้น แต่ก็คิดว่ากินซอยจุ๊แบบอีสานเลยไม่แปลกใจ เมื่อกินไปสักพัก พี่บ๊อบก็เริ่มเอามีดที่เลาะเนื้อมาจับผมยาว ๆ หั่นผมของตัวเองออกแล้วโยนเข้ากองไฟ พร้อมกับหัวเราะและพูดว่า “ไหน ๆ ใครคนไหนวะตัดต้นไม้กู?” แล้วก็หัวเราะเหมือนคนเสียสติ รุ่นพี่ที่เป็นเพื่อนกันก็เข้ามาช่วยล็อคตัวพี่บ๊อบ แย่งมีดกันจนมีดบาดเพื่อน กว่าพี่บ๊อบจะได้สติก็พักใหญ่ เมื่อมีสติก็เล่าให้ทุกคนฟังว่า ตนไปฉี่ตรงโคนต้นไม้ใหญ่ แล้วรู้สึกว่าเหมือนมีน้ำหยดใส่หัว ก็เลยแหงนขึ้นไปดู ปรากฏว่าบนต้นไม้มีผู้ชายผูกคอห้อยอยู่ และฉี่ใส่หัวของตน หลังจากนั้นภาพก็ตัด มารู้สึกตัวอีกทีก็ในวงกองไฟ พี่บ๊อบจึงได้สติและจำเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เช้าวันรุ่งขึ้น รุ่นพี่ตัดสินใจกลับทันที ซึ่งนอนได้แค่คืนเดียว แล้วทิ้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้ให้กับเจ้าหน้าที่ทำต่อ พร้อมกับบริจาคเงินเพื่อจะซ่อมแซมศาลที่เกิดไฟไหม้ ตอนกลับรุ่นพี่ก็พาทุกคนไปไหว้ศาลอีกครั้งเพื่อขอขมา แล้วเดินทางกลับ(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

พิม ลัทธ์กมล เล่าเรื่อง ‘เคาะ 3 ครั้ง’ l อังคารคลุมโปง X เบคกี้ - พิม [8 เม.ย 2568]

13 เม.ย. 2025

พิม ลัทธ์กมล เล่าเรื่อง ‘เคาะ 3 ครั้ง’ l อังคารคลุมโปง X เบคกี้ - พิม [8 เม.ย 2568]

เป็นนักแสดงที่ทุ่มเท อยากรู้ความเป็นอยู่ของตัวละคร จึงขอไปนอนในสถานที่ถ่ายทำจริง แต่ใครจะคิด ว่าคืนนั้นจะไม่ได้นอนจนถึงเช้า และทำให้เปลี่ยนความเชื่อเรื่อง ‘ผี’ ไปตลอดกาล ติดตามเรื่องเล่าของ ‘คุณพิม ลัทธ์กมล’ ที่ได้นำเรื่อง ‘เคาะ 3 ครั้ง’ มาเล่าในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (8 เมษายน 2568) พร้อมด้วย ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ต้องขนลุกไปพร้อมๆ กัน! ‘คุณพิม’ ได้นำเรื่อง ‘เคาะ 3 ครั้ง’ มาเล่า โดยคุณพิมได้เล่าว่า คุณพิมได้ไปถ่ายหนังที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับชายแดนเขมร ด้วยความที่คุณพิมเป็นนักแสดง จึงอยากลองเรียนรู้สถานที่ที่ใช้ถ่ายทำจริง ๆ ว่าตัวละครใช้ชีวิตอย่างไร คุณพิมจึงชวนเพื่อนมานอนด้วยกันที่สถานที่จริง สถานที่แห่งนี้เป็นกระต๊อบที่สร้างจากไม้ รอบ ๆ กระต๊อบที่คุณพิมและเพื่อนนอน ไม่มีบ้านคน มีแค่คนมาเฝ้าซึ่งเป็นชาวบ้านในแถบนั้น ที่ไม่มีโทรศัพท์ และไม่รู้เรื่องเทคโนโลยีมากนัก ในคืนนั้นเวลาตี 3 คุณพิมได้ตื่นขึ้นมา เพราะอุณหภูมิในกระต๊อบเริ่มลดลง จากที่อากาศร้อนกลายเป็นเย็นจนเหมือนอยู่ในห้องแอร์ และเมื่อคุณพิมตื่นก็รู้สึกยุกยิกตามร่างกาย พอหันไปทางเพื่อนที่นอนอยู่ด้านข้าง ก็มีเห็นว่ามีอาการยุกยิกเหมือนกัน ขณะเดียวกัน คุณพิมก็เริ่มได้ยินเสียงระนาค ที่บรรเลงช้า ๆ คุณพิมจึงถามเพื่อนว่า “มีคนมาเปิดเพลงแกล้งเราไหม” เพื่อนคุณพิมจึงตอบกลับมาว่า“ไม่นะ ที่นี่มีแค่เรานอนกัน 2 คน คนที่มาเฝ้าก็เป็นชาวบ้านที่ไม่มีโทรศัพท์” คุณพิมจึงเริ่มสงสัยว่ามันคือเสียงอะไร แต่ก็กลัวจนไม่กล้าขยับตัว และเสียงระนาดยังคงดังต่อไป และตอนนั้นเองคุณพิมและเพื่อนก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเหมือนคนกำลังเดินขึ้นมา ตึก ตึก ตึก และเสียงนั้นก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องคุณพิม ในใจคุณพิมก็ยังคิดว่าอาจเป็นคนที่มาเฝ้าเดินขึ้นมา แต่สิ่งนั้นก็ยังหยุดอยู่ที่หน้าประตูเป็นเวลานาน และทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้น ตึง! ตึง! ตึง! เสียงเคาะดังขึ้นที่หัวเตียง แต่คุณพิมก็ยังคิดว่ามีใครมาแกล้งหรือเปล่า คุณพิมและเพื่อนจึงลองตั้งสติด้วยการนอนหลับไปอีกหนึ่งครั้ง แต่อากาศก็ยังเย็นลงเรื่อย ๆ เพลงยังคงบรรเลงต่อไป จนเช้าถึงหายไป และในคืนนั้นคุณพิมกับเพื่อนจึงแทบไม่ได้นอน เพราะความกังวลจนไม่กล้าขยับตัวไปไหน ในช่วงเช้าคุณพิมจึงไปถามชาวบ้านเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ตัวเองได้เจอ ชาวบ้านแถวนั้นจึงบอกว่า “ที่แถวนั้นมันแรง ก่อนไปนอนได้ขอไหม” คุณพิมจึงตอบไปว่า “ไม่ได้ขอค่ะ แค่ไปนอนเฉย ๆ” คุณพิมจึงได้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนคือ เขามาทักทาย คืนต่อมาคุณพิมได้เปลี่ยนที่นอน ไปนอนในบ้านที่ทางทีมงานเตรียมไว้ให้ และได้กราบไหว้ก่อนจะเข้านอน ทำให้ไม่เจออะไรอีกเลย เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้คุณพิมที่ไม่เคยเชื่อลี้ลับ กลายเป็นเชื่อ 100% ว่า ผีมีจริงแน่นอน(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

album
efm
-

-