LUCID DREAM ความฝันที่รู้ตัว

HEALTHY LIFESTYLE

LUCID DREAM ความฝันที่รู้ตัว

28 เม.ย. 2024

วันนี้เราจะมาพูดถึงทฤษฎีนึงที่ที่หลายคนอาจจะรู้จักนั่นก็คือ ลูซิดดรีม (Lucid Dream)

 

ต้องขอถามก่อนว่าทุกคนเคยจำความฝันตัวเองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ไหม ? 
เราขอเดาว่ามันอาจจะมีส่วนใหญ่ก็อาจจะพอจำได้แต่คงไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์หรือบางคนอาจจะจำไม่ได้เลย แต่ทุกคนรู้ไหมว่ามีผู้คนบางกลุ่มที่สามารถรู้ว่าตัวเองกำลังฝันหรือควบคุมตัวเองในความฝัน และเมื่อตื่นมาพวกเขาก็สามารถเล่าความฝันของตัวเองเกือบทั้งหมดและนั่นก็คือการฝันแบบ ลูซิดดรีม (Lucid Dream)

 

ลูซิดดรีม (Lucid Dream) ความฝันที่รู้ว่าตัวเองกำลังฝันอยู่และลูซิดดรีมก็ยังสามารถช่วยเราพัฒนาความคิดสร้างด้วยเพราะสามารถ ควบคุมหรือกำหนดเรื่องราวที่เราจะฝันได้ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงภาวะหลับลึกก็คือช่วง REM (Rapid eyes movement) และมักจะไม่ได้รู้ตัวตั้งแต่ต้น แต่จะมารู้ตัวในช่วงกลาง-ปลายของความฝัน โดยทฤษฎีนี้เกิดขึ้นโดยจิตแพทย์ชาวดัตช์ เฟร็ดเดอริก แวน อีเด็น (Frederik Van Eeden) ซึ่งเขาเป็นผู้ที่ศึกษาความฝันในลักษณะนี้เป็นคนแรก หลังจากนั้นก็เริ่มมีนักจิตวิทยาให้ความสนใจและเป็นที่รู้จักมากขึ้นจาดภาพยนตร์ดังอย่าง Inception ที่เอาไอเดียนี้ไปพัฒนาเป็นเรื่องราว

 

อ้างอิงรูปภาพ : https://www.vecteezy.com/vector-art/11263251-man-counting-sheep

 

และด้วยความที่เราสามารถควบคุมความฝันได้ออกแบบเหตุการณ์ต่างๆได้ด้วยตัวเอง จึงทำให้ขณะที่เราฝัน มีการใช้ ‘สมองซีกขวา’ มากขึ้น ซึ่งเป็นสมองส่วนความคิดสร้างสรรค์ ทำให้เราอาจจะได้ไอเดียใหม่ๆ จากความฝัน ไปใช้แก้ปัญหาหรือนำไปใช้กับงานของตัวเองรวมถึงยังช่วยควบคุมอารมณ์ได้อีกด้วยเพราะช่วงเวลาขณะที่หลับ ถือว่าเป็นอะไรที่ควบคุมยากที่สุด ดังนั้นการที่เราสามารถมีสติได้ในขณะที่เราฝัน เราก็จะสามารถควบคุมจิตใจได้ถึงแม้จะเป็นช่วงที่เราโกรธหรือเสียใจจนไม่สามารถควบคุมตนเองได้

 

นอกจากนี้ ลูซิดดรีมยังช่วยขจัดความกลัวในจิตใจของเราได้อีกด้วย แน่นอนว่าทุกคนต้องมีความกลัวที่ซ่อนอยู่หรือเหตุการณ์ร้ายๆ ที่ฝังใจ แต่ในความฝัน เราสามารถควบคุมความกลัวและอันตรายเหล่านั้นได้ ทำให้ชีวิตจริงเรามีแนวโน้มที่จะกลัวสิ่งนั้นน้อยลง

 

นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญเรื่อง Lucid Dream เดนโฮล์ม แอสปาย (Denholm Aspy) เคยกล่าวไว้ว่า

“บางคนอาจค้นพบพลังวิเศษหรือความสามารถพิเศษขณะที่กำลังฝัน พวกเขาสามารถต่อสู้หรือจัดการกับสิ่งที่มาทำ   ร้ายได้ เช่น บินหนี หรือใช้เทคนิคต่างๆ เพื่อปลุกตัวเองให้ตื่นจากฝันร้ายนั้น”

 

ความเสี่ยงของ Lucid Dream

Lucid Dream อาจไม่เหมาะกับหลาย ๆ คน เช่นกลุ่มผู้มีจิตเปราะบาง มีความผิดปกติของคลื่นสมอง มีอาการเห็นภาพหลอน (Schizophrenia) หรือหลงผิด (Delusions) อาจยิ่งทำให้ยากต่อการแยกแยะโลกแห่งความจริง และโลกแห่งความฝัน หรือสำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องการนอน ที่ควรให้ความสำคัญกับการนอนหลับลึก นอนให้เต็มอิ่ม ยิ่งฝันให้น้อยยิ่งดี มุ่งเน้นการนอนระดับ N-REM (Non-rapid Eye Movement) ไม่ใช่ REM (Rapid Eye Movement) 

 

อ้างอิงรูปภาพ : https://www.freepik.com/free-vector

 

หากใครอยากลองทำนักวิจัยเขาก็มีวิธีมาให้ทดลองกันแต่ก็อย่าลืมเรื่องความเสี่ยงกันนะต้องดูเรื่องสุขภาพตัวเองกันด้วย

1.นั่งสมาธิก่อนนอนซักประมาณ 20-30 นาที ก่อนนอน เพ่งจิตไปที่การหายใจ มีสติทุกลมหายใจ

2.ลองจดบันทึกความฝัน เพื่อจดจำรายละเอียดความฝันในแต่ละครั้งของเรา

3.ใช้เสียงเพลงมาขับกล่อมขณะหลับ โดยคลื่นความถี่ของเสียงเพลง มีส่วนในการทำให้คลื่นสมองเปลี่ยนไปได้ โดยเป็นเพลง เป็นจังหวะดนตรีที่เรียกว่า ‘binaural beats’ ความถี่ 4 – 8 Hz โดยควบคุมการหายใจให้สอคคล้องกับความถี่   

 

และนี่ก็คือ Lucid dream ความฝันที่รู้ตัว แต่ใดๆก็ตามถึงแม้เราจะสามารถควบคุมความฝันได้ด้วยตัวเองทุกคนอาจจะได้ประสบการณ์ที่น่าประทับใจแต่ก็อย่าลืมตระหนักว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันเป็นเพียงความฝันไม่ใช่ความจริง ทุกอย่างย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ทางเราหวังว่าบทความนี้จะสามารถช่วยให้ผู้อ่านทุกคนได้รับทฤษฎีความรู้ใหม่ๆแล้วนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ไม่มากก็น้อย

 

ที่มา : https://thematter.co/brief/goodsmorning/goodsmorning-1590107400/112552

https://rabbitcare.com/blog/lifestyle/lucid-dream-in-different-context-benefit-and-how-to

https://www.medicalnewstoday.com/articles/323077#definition

https://www.facebook.com/brandthink.me

related HEALTHY LIFESTYLE

5 โรค ที่ทำให้คุณง่วงกลางวัน กลางคืนก็นอนไม่หลับ

24 ม.ค. 2022

5 โรค ที่ทำให้คุณง่วงกลางวัน กลางคืนก็นอนไม่หลับ

หลายๆคนโดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศหรือนักเรียนนักศึกษารวมถึงแอดก็ชอบมีอาการแบบนี้ประจำจะชอบง่วงมากเวลาบ่ายเริ่มตาปรือสัปหงกหรือบางทีก็ต้องลุกไปชงกาแฟดื่มแก้ง่วงดื่มกาแฟและกลางคืนก็นอนไม่ค่อยจะหลับถ้านานๆทีง่วงทีก็พอจะเข้าใจได้แต่ถ้าง่วงมันทุกวันต้องลองเช็คสุขภาพแล้วนะคะ เพราะคุณอาจกำลังเป็นโรคบางอย่างหรือเปล่าวันนี้จะมาเล่าให้ฟังว่าโรคอะไรชอบง่วงกลางวัน1.โรคนอนไม่หลับหลายต่อหลายคน เพราะกลางคืนนอนไม่หลับก็เลยง่วงลองสังเกตตัวเองดูนะคะว่าที่นอนไม่หลับหรือนอนดึกมากๆเพราะทำงานหนักงานเยอะตี1ตี2ยังนอนไม่หลับหรือเครียดจนนอนไม่หลับหรือเปล่าถึงทำให้วันต่อมาง่วงนอนจัด บางครั้งก็อยากจะงีบพองีบ กลางคืนนอนไม่หลับซะงั้นถ้าเป็นอย่างนั้นก็ควรคลายเครียดลดการทำงานในตอนกลางคืนแพทย์แผนจีนแนะนำพุทราจีนเก๊กฮวย ช่วยบำรุงเลือดเพราะถ้าหากนอนไม่พอ เลือดจะพร่องเก๊กฮวยจะช่วยลดอาการร้อนในจากการนอนไม่หลับเป็นเวลานานๆได้ค่ะ2.โรคอ่อนเพลียล้าเรื้อรังคนไข้อาจจะมีโรคนอนไม่หลับด้วยซึ่งก็หมายถึงการนอนไม่หลับติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนาน และเมื่อร่างกายสะสมความอ่อนเพลียหนักขึ้นเรื่อยๆนอกจากนี้ยังอาจมีสาเหตุจากการบริโภคอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลมากเกินไปจนส่งผลให้มีอาการเพลียล้าง่วงนอนความจำไม่ค่อยดีปวดหัวเป็นประจำปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบ่อยๆและหลับไม่สนิทนอนเท่าไรก็ไม่พออาการเหล่านี้กลุ่มวัยทำงานมีความเสี่ยงสูงที่สุดแพทย์แผนจีนแนะนำโสมจะช่วยเสริมภูมิเพิ่มพลังให้กับร่างกายและยังช่วยเรื่องนอนหลับด้วยนะคะ3.โรคเบาหวานโรคเบาหวานก็ทำให้อ่อนเพลียเรื้อรังได้ เพราะเลือดมีปริมาณน้ำตาลสูงและอาการง่วงนอนเป็นสัญญาณแรกๆที่แสดงหรือเตือนให้ร่างกายทราบว่ากำลังอยู่ในภาวะน้ำตาลในเลือดสูงนำไปสู่โรคเบาหวานได้ในอนาคตการบริโภคแป้งและน้ำตาลจำนวนมาก ทำให้เกิดอาการง่วงนอนได้สามารถลดเบาหวานด้วยมะระขี้นกโสม4.โรคลมหลับง่วงกลางวันค้างกลางคืนง่วงนอนมากในตอนกลางวันแต่ตอนกลางคืนกลับตาใสแป๋วและนอนไม่หลับหรือชอบหลับไม่สนิทซึ่งทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงเรื่อยๆถ้าเป็นเด็ก การพัฒนาการสมองจะช้าเรียนไม่เก่งหรือถ้าเป็นผู้ใหญ่ ก็อาจมีประสิทธิภาพในการทำงานลดลงหรือแม้กระทั่งเป็นอันตรายต่อการใช้ชีวิตด้วยเช่นง่วงระหว่างขับรถหรือใช้เครื่องจักรกลต่างๆ นอกจากนี้ยังส่งผลถึงสุขภาพจิตที่อาจกลายเป็นคนหงุดหงิดง่ายจากการพักผ่อนไม่เพียงพออีกด้วยแพทย์แผนจีนจะช่วยบำรุงด้วยปั๊กคี้โสมตังกุยแป๊ะตุ๊กฟกเหล็งเป็นต้น5.โรคโลหิตจางผู้หญิงจะมีโอกาสเป็นโรคโลหิตจางได้ง่ายเพราะสูญเสียเลือดจากการมีประจำเดือน สาเหตุอาจมาจากการได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ไม่เพียงพอ(จากดัชนีชี้วัดผู้หญิงเลือกกินมากกว่า)ส่วนสาเหตุอื่น ยังมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอจึงรู้สึกอ่อนเพลียหน้ามืดบ่อยเหนื่อยง่ายเชื่องช้าเซื่องซึมไม่สดใสจึงทำให้รู้สึกง่วงนอนบ่อยๆนั่นเองแพทย์แผนจีนแนะนำตังกุยเส็กตี่โสมและสมุนไพรที่ช่วยบำรุงเลือด5 โรคที่ทำให้เราอ่อนเพลีย แต่ละโรคไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลยนะคะทางที่ดีลองปรับชีวิตให้เป็นปกติแบบแพทย์แผนจีนนอนให้เร็วตื่นให้เช้าหรือหากนอนไม่หลับลองเลี่ยงพฤติกรรมที่สงผลต่อการนอนหลับหรือกินอาหารที่ช่วยนอนหลับข้างต้นที่แพทย์แผนจีนแนะนำ เพื่อให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น หรือกดจุดช่วยอาการนอนไม่หลับ ก็เป็นอีกทางเลือกนึงค่ะนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ส่วนเรื่องพักใจ ยกให้Green Waveเสิร์ฟ เพลงดีดีกับความรู้สึกดีดีให้คุณเองค่ะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะFacebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’GirlMusic Travel Lover

นอนน้อยแต่นอนนะ ระวังเสี่ยงโรคมะเร็ง

30 พ.ค. 2023

นอนน้อยแต่นอนนะ ระวังเสี่ยงโรคมะเร็ง

อย่างที่เรารู้กันว่าการนอนน้อย หรือ นอนดึก จะส่งผลให้ร่างกายของเราต้องเผชิญกับโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคสมองเสื่อม โรคอัลไซเมอร์ และอาจจะรวมถึงปัญหาสุขภาพต่าง ๆ อีกมากมายทั้ง อารมณ์แปรปรวน ขี้หลงขี้ลืม น้ำหนักขึ้นไว แก่ก่อนวัย ไม่มีสมาธิ แต่จริง ๆ แล้ว ความร้ายกาจของการนอนน้อย หรือการนอนดึก อาจจะทำให้เราเสี่ยงในเรื่องของมะเร็งเพิ่มขึ้นอีกด้วย แต่ว่าจะต้องนอนน้อยแค่ไหน หรือนอนมานานเท่าไหร่ถึงเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ วันนี้กรีนเวฟจะพาไปหาคำตอบด้วยกันต้องนอนดึกมานานแค่ไหนถึงเสี่ยงโรคร้ายจริง ๆ คงต้องบอกว่าไม่มีตัวเลขที่ตายตัว เพราะปัจจัยในการเกิดโรคของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และจะไม่มีการบอกว่านอนดึกมานานกี่ปีถึงจะเกิดโรคอะไร ขึ้นอยู่กับการปรับตัวแต่ละคน บางคนนอนดึกเป็น 10 ปี ก็ไม่เป็นอะไรก็มี แต่โดยมากการนอนดึกต่อเนื่อง 6 เดือน – 1 ปี ระดับโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ก็จะเริ่มร่วงลง เมื่อฮอร์โมนลดลงการเกิดโรคต่าง ๆ ของแต่ละคนก็จะไม่เหมือนกันละ เพราะปัจจัยแต่ละโรคมันไม่ได้ขึ้นอยู่แต่แค่การนอนอย่างเดียวGrowth Hormone คืออะไรโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) เป็นฮอร์โมนสำคัญสำหรับการเจริญเติบโต มีหน้าที่สำคัญทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีบทบาทที่แตกต่างกันในเด็ก โกรทฮอร์โมนทำหน้าที่สร้างความเจริญเติบโตให้เด็ก มีส่วนช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อและกระดูก หากเด็กคนไหนขาดฮอร์โมนตัวนี้จะทำให้รูปร่างเตี้ย ตัวเล็ก ไม่มีกล้ามเนื้อ อาจมีภาวะอ้วนจากการสะสมไขมันที่ลำตัวมากในผู้ใหญ่ กรทฮอร์โมนทำหน้าที่สำคัญหลายอย่าง เช่น ช่วยกระบวนการซ่อมแซมร่างกาย ช่วยเพิ่มมวลและความสามารถของกล้ามเนื้อ ควบคุมการเผาผลาญพลังงาน ช่วยลดการสะสมของไขมัน ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยในการฟื้นตัวจากการบาดเจ็บหรือการเจ็บป่วย ชะลอความแก่ชรา แต่ถ้าใครมีโกรทฮอร์โมนที่น้อยกว่าปกติเมื่อเทียบกับคนในวัยเดียวกันจะทำให้คนๆ นั้นมีความเสี่ยงการเป็นโรคอัลไซเมอร์ โรคพากินสันหรือโรคทางด้านหัวใจและเส้นเลือดผิดปกติได้ นอกจากนั้นยังทำให้ผิวพรรณเหี่ยวย่น ไม่เต่งตึง ใบหน้าหย่อนคล้อยดูเหมือนแก่กว่าวัย ดังนั้นการที่มีโกรทฮอร์โมนในระดับที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อลดความเสี่ยงการเป็นโรคและชะลอการแก่ก่อนวัยอันควรโดยการเพิ่มโกรทฮอร์โมนสามารถทำได้หลายวิธี และ 1 ในนั้น คือเรื่องของการนอน ควรนอนไม่เกิน 4 ทุ่ม เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายจะสามารถผลิตโกรทฮอร์โมนได้มากที่สุด โดยปกติโกรทฮอร์โมนจะหลั่งช่วง 5 ทุ่ม - ตี 2 และควรนอนไม่ต่ำกว่า 7-8 ชั่วโมงต่อคืนนอนน้อยเสี่ยงโรคมะเร็ง ?ได้มีการศึกษาและวิจัยว่าในคน 1,240 คน พบว่ามีคนที่นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงถึง 47% จะมีอาการของมะเร็งลำไส้ มากกว่าคนที่นอนหลับอย่างน้อย 7 ชม.ขึ้นไปนอกจากมีความเสี่ยงในเรื่องของมะเร็งลำไส้แล้วยังมีความเสี่ยงในเรื่องของการเกิดฝ้าได้อีกด้วยเวลาที่เรานอน ฮอร์โมนของเราจะถูกสร้างให้รู้สึกผ่อนคลายและมีการสร้างของเม็ดสีที่มันเป็นไม่คล้ำ แต่ถ้าเกิดว่าเรานอนดึกจนเกินไป สมองแทนที่มันจะถูกพักและสร้างเม็ดสีที่ดี มันจะเปลี่ยนเป็นกระตุ้นเม็ดสีดำ ขึ้นมาเยอะแทน มันจะไปกระตุ้นฮอร์โมนชื่อ melanocyte stimulating hormone เรียกย่อว่า MSH ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระกระตุ้นในการสร้างเม็ดสีดำ และก็อาจจะทำให้ ยิ่งนอนน้อยยิ่งมีรอยเหี่ยวย่นเยอะ และก็ฝ้าเยอะได้พยายามนอนเร็วแล้ว แต่เป็นคนนอนหลับยากทำยังไงดีก่อนที่จะนอนถ้ากินมื้อเย็นหรือมื้อใหญ่ เช่นบุฟเฟ่ต์ก่อนหน้าที่จะเข้านอน 3 ชั่วโมงจะทำให้หลับยากยิ่งขึ้น เพราะเวลาที่เรากินมื้อเย็นเป็นมื้อใหญ่ หรือกินบุฟเฟ่ต์ในปริมาณที่เยอะ จะยิ่งไปกระตุ้น ให้ร่างกายหลั่ง Cortisol ออกมามากยิ่งขึ้น (Cortisol ฮอร์โมนความเครียด) เมื่อร่างการมีหลั่ง Cortisol ออกมามากยิ่งขึ้น ก็จะทำให้เข้าสู่วงจรการนอนหลับได้ยากขึ้นห่างแสงสีฟ้าอย่างต่ำ 2 เมตร เพราะคลื่นทำงานของมือถือ เค้าจะรบกวน การทำงานของสมองได้ กว่าที่ร่างกายจะสั่งให้หลับ มันจะมีการสร้างตัวสั่งให้หลับชื่อฮอร์โมนว่า Melatonin โดย Melatonin จะออกมาตอนที่ทุกอย่างมืด เพราะฉะนั้นเวลาที่เราเปิดไฟ ก็จะทำให้ melatonin มันไม่ออกมา แต่ตัวที่หนักกว่าไหที่เราเปิดคือแสงสีฟ้า หรือเรียกว่า Blue Light ซึ่งมันจะยับยั้งการหลั่ง melatonin ได้มากกว่า เพราะฉะนั้นเวลาที่เราหลับไปแล้ว แล้วดูแสงสีฟ้าขึ้นมา มันก็จะยิ่งทำให้กระตุ้นร่างกาย ทำให้ตัวสั่งหลับมันไม่ออกมามากยิ่งขึ้น เราก็จะนอนยากออกกำลังกายก่อนนอนบางคนคิดว่าทำให้ตัวเองเหนื่อยแล้วจะยิ่งนอนหลับได้ดี แต่จริง ๆ แล้วสำหรับคนที่ Sensitive ในเรื่องของการนอน จะแนะนำให้ออกกำลังกายก่อน 6 โมงเย็น เพราะว่าเวลาที่ออกกำลังกายแล้วเนี่ยมันจะมี Adrenaline Epinephrine หลั่ง ซึ่งพวกนี้เป็นสารของคาวม Active และความสดชื่น ทำให้ร่างกายตื่น เพราะฉะนั้นพอเราไปเข้านอน มันก็ยังคงความสดชื่นอยู่ เลยทำให้หลับยากชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ก็สามารถไปกระตุ้นในเรื่องของการนอนได้เหมือนกัน โดยปกติคาเฟอีนใช้เวลาขับออกจากร่างกายประมาณ 6-8 ชั่วโมง สมมุติถ้าเราจะนอนตอน 3 ทุ่ม สำหรับคนทั่วไป ถ้ากินเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนไปช่วงบ่าย 3 กว่าจะเข้านอนเค้าก็สามารถระบายคาเฟอีกออกจากร่างกายได้หมด แต่สำหรับคนที่ Sensitive หากกินเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในช่วบ่าย 3 เหมือนกัน ร่างกายอาจจะระบายออกมาไม่ทัน อาจจะต้องขยับเวลามากินช่วงก่อนเที่ยงเลยด้วยซ้ำแต่หากใครอยากดื่มชาก่อนนอน เราก็ขอแนะนำเป็นชาคาโมมายล์เท่านั้น เพราะเป็นชาตัวเดียวเท่านั้นที่ช่วยเรื่องการนอนหลับได้ดีเป็นอย่างไรกันบ้างคะกับสาระความรู้เกี่ยวกับเรื่องการนอนหลับที่เอามาฝากกันวันนี้ อย่าลืมว่านอกจากจะดูแลตัวเองเรื่องของการกินและการออกกำลังกายแล้ว สุขภาพการนอนที่ดีก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เราร่างกายเราแข็งแรงได้เช่นเดียวกัน

เตรียมร่างกายให้ฟิต รับหน้าฝน

02 ส.ค. 2023

เตรียมร่างกายให้ฟิต รับหน้าฝน

แค่อยากจะรู้ว่าตรงที่เธอยืนนั้นมีฝนตกไหม สบายดีไหม... ~~ อ๊ะ ๆ ไม่ได้เศร้าอะไรนะทุกคนน ก็แหม ช่วงนี้พี่ฝนเขาแวะทักทายบ่อยซะเหลือเกิน โดยเฉพาะช่วงจะเลิกงานเนี่ย ละพอโดนฝนทีไร เดี๋ยวหวัดเอย น้ำมูกเอยทักหาทุ๊กกกกที ฮัดชิ้วว!!นอกจากอุปกรณ์กันฝนต่าง ๆ ที่ต้องเตรียม อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การเตรียมร่างกายของเราให้พร้อมนั่นเอง เพราะถ้า ร่างกายเราแข็งแรง ไม่ว่าจะฝนตกหรือแดดออก ก็ไม่หวั่น! วันนี้กรีนเวฟ เลยมีทริคดูแลตัวเองให้พร้อมรับมือกับหน้าฝนมาทุกคนกัน ใครอยากมีร่างกายฟิตรับหน้าฝนตามไปดูกันเลย ! !ภูมิคุ้มกันภูมิคุ้มกันเป็นสิ่งที่เราต้องเตรียมให้พร้อมเป็นอย่างแรกและเป็นอย่างสำคัญ เพราะถ้าภูมิคุ้มกันเราแข็งแรงไม่ว่าจะฤดูไหน เราก็พร้อมจะรับมือ โดยคนเราเนี่ยจะมีภูมิคุ้มกันมาตั้งแต่เกิด แต่มันก็จะลดลงได้ถ้าไม่ดูแล หรือเสริมภูมิคุ้มกันอยู่เสมอภูมิคุ้มกันเนี่ย เขาก็มีชื่อเรียกเหมือนกันน้า จะมีทั้งหมด 2 ระบบ (หรือ 2 ชื่อนั่นเอง)Innate Immunity ภูมิคุ้มกันตั้วนี้ เป็นภูมิคุ้มกันครอบจักรวาล ก็คือ ว่าจะเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียอะไรที่ไม่รู้จัก เจ้าภูมิคุ้มกันตัวนี้ก็จะสามารถกำจัดได้ทั้งหมด!Adaptive Immunity ภูมิคุ้มกันตัวนี้เป็นภูมิคุ้มกันแบบจดจำ ก็คือมันจะต้องเจอเชื้อก่อนสักหนึ่งครั้ง พอมันเจอเชื้อและจำได้ หลังจากนั้นมันถึงจะต่อสู้กับเชื้อนั้นได้ เช่น ตอนที่เราฉีดวัคซีน เราต้องฉีดเข้าไปก่อนให้ร่างกายเราเจอเชื้อสักนิดนึง ให้ร่างกายจดสักหน่อยนึง ที่นี้ พอครั้งต่อไปร่างกายเราจำได้ พอเจอเชื้อนี้ปุ๊บก็จะสามารถสู้ได้ปั๊บสิ่งที่เราต้องเผชิญกับทุกวันนี้ มีทั้งสิ่งที่ร่างกายเราไม่เคยรู้จักมาก่อน อย่างเช่น Covid – 19 และ P.M 2.5 ซึ่งสิ่งเรานี้พอมันเกิดขึ้น หรือมีขึ้นมาแล้ว ร่างกายเราก็ต้องการภูมิคุ้มกันเพื่อไปจัดการเหมือนกัน หรืออีกหนึ่งที่หลาย ๆ คนไม่อยากเจอ ก็คือ มะเร็ง ทั้งหมดนี้ เราต้องการภูมิคุ้มกันเข้าไปจัดการทั้งสิ้นทำยังไงให้ภูมิคุ้มกันเพิ่มมากขึ้นจริง ๆ การเพิ่มภูมิกันให้สูงขึ้นมีหลากหลายวิธีมาก แต่สิ่งหนึ่งที่หลาย ๆ คนรู้จักกันดีก็คือ การออกกำลังกายซึ่งมีงานวิจัยที่เปรียบเทียบ ระหว่างคนที่เดินเฉย ๆ กับกับคนที่ออกกำลังกาย 20 นาที 3 วันติดกัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ภูมิคุ้มกันแตกต่างกัน 2 เท่าแต่ถ้าเราออกกำลังกายหนักจนเกินไป ก็คือหัวใจจะเต้นเร็ว 180 – 190 ครั้ง / นาที หรือ อยู่ในประมาณ โซน 5 ต่อเนื่องนานเกิน 1 ชั่วโมง ทำให้มีโอกาสเป็นหวัดมากกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายเลย 6 เท่าการนอนอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของเราให้สูงขึ้น ก็คือในเรื่องของการนอน แหม! มาถึงข้อนี้หลายคนจะเป็นกังวล บางคนเลิกงานดึก บางคนนอนไม่หลับ แต่อย่างน้อย ๆ ควรนอนให้ได้ 6- 8 ชั่วโมง แต่ถ้าช่วงเวลาที่ดีในการการนอนแนะนำเป็นก่อน 5 ทุ่ม เพราะ NK CELL หรือ เซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทหารที่แกร่งที่สุดในร่างกาย เป็นด่านหน้าในการต่อสู้กับสิ่งที่แปลกปลอม ไม่ว่าจะที่รู้จัก หรือไม่รู้จัก NK Cell สามารถกำจัดได้หมด ซึ่งมันจะมาต่อเมื่อเรานอนก่อน 5 ทุ่มพอบอกว่า ถ้านอนก่อน 5 ทุ่ม ถึงจะมี NK Cell หลาย ๆ คนอาจจะถอดใจ หรือรู้สึกท้อ เพราะนอนหลัง 5 ทุ่มมาโดยตลอด แต่ไม่ต้องห่วงนะทุกคน เพราะ แค่เราหันมานอนเร็วแค่ 1 วัน NK Cell จะขึ้นกลับมาเป็นตัวเดิมได้แล้ว แต่ก็ไม่ใช่ นอนเร็วแค่วันเดียวน้า อย่าลืมต้องทำอย่างสม่ำเสมอด้วยนะทุกคนนการกินที่ทำร้ายภูมิคุ้มกันนอกการดูแลตัวเองทั้งในด้านออกกำลังกาย และการนอนแล้ว อีกสิ่งหนึ่งคือการกิน การกินหรือสิ่งที่เข้าปากเราสำคัญมากเหมือนกัน หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่าน้ำตาล ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำลายภูมิคุ้มกันของเรา เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยง อีกสิ่งหนึ่งก็คือสิ่งที่เป็นกรด อย่างเช่น คนที่ชอบกินเนื้อสัตว์ใหญ่เยอะ ๆ พวกเนื้อวัว เนื้อแดง ที่มีค่า PH 6-7 อันนี้ก็จะสามารถทำร้ายภูมิคุ้มกันได้เหมือนกัน ส่วนสารอาหารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้ ก็จะเป็นพวก วิตามิน C, D และ Zinc ที่จะมาช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง หรืออาจจะเป็นพวก Whole Grain ธัญพืช ข้าวโอ๊ต ผักใบเขียว เจ้าพวกนี้ก็สามารถช่วยเสริมภูมิของเราได้เหมือนกันบอกเลยว่าภูมิคุ้มกันของร่างกายเราสำคัญที่สุด ถ้าอยากร่างกายฟิตก็ต้องดูแลภูมิคุ้มกันให้ดี เพราะไม่ว่าจะไวรัสอะไรเข้ามา Covid-19 หรือ แม้แต่กระทั่งเซลล์ร่างกาย กลายพันธุ์เป็นมะเร็ง ภูมิคุ้มกันที่ดีก็จะสามารถจัดการได้ ลองทำตาม หรือปรับกันไปทีละข้อ เชื่อว่าภูมิคุ้มกันจะดีขึ้นแน่นอน ^^

Fit check เลือกสูทแบบไหนคือ ใช่ สำหรับคุณผู้ชาย

03 พ.ค. 2024

Fit check เลือกสูทแบบไหนคือ ใช่ สำหรับคุณผู้ชาย

SUITSสูท หรือ ชุดสูท หากเรานึกถึงคำนี้กันแล้ว หลายคนอาจคิดถึงเสื้อผ้าที่มีดีไซต์ที่เอกลักษณ์เฉพาะตัว มักสวมใส่ ใช้กันในการทำงาน หรือวันสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะในงานรื่นเริงอย่าง งานแต่ง หรือจะจริงจังอย่าง งานพิธี ผู้คนก็มักสวมใส่ชุดสูทกันอยู่เสมอ ๆ แล้วเคยสงสัยกันไหมว่าทำไม ต้อง “ชุดสูท”Suit (สูท) คือเครื่องแต่งกายแบบที่หลากสไตล์ สากล ที่ต้องประกอบไปด้วย Suit Jacket (แจ๊คเก็ตสูท) ใส่คู่กับ Suit Trousers (กางเกงสูทขายาว) โดยใช้เนื้อผ้าและโทนสีที่เหมือนกันแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือพูดกันง่ายๆว่า สูท คือ ชุดที่ตัดมาจากผ้าผืนเดียวกันนั้นเอง ประวัติศาสตร์ของสูทนั้นมีมานานตั้งแต่สมัยตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 เลยทีเดียว ในยุคสมัยนั้น สูท เป็นดั่งตัวแทนความมีอารยะ ความหรูหราฟู่ฟ่า และเสริมความสง่างาม ให้ผู้สวมใส่มี บุคลิกภาพที่ดี ดูภูมิฐานทางปัญญาด้วยความเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่แปลกเลยที่ สูท จะกลายเป็นเครื่องแต่งกายยอดนิยมตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 จนถึงยุคสมัยปัจจุบันเราจะมาแนะนำกับรูปแบบ สูท ยอดฮิต มีอะไรกันบ้าง และเหมาะกับใครSingle-Vent หรือ สูท แบบกระดุม แถวเดียว เหมาะกับทุกรูปร่าง มีแบบ 1 / 2 / 3 กระดุม1 กระดุมเอกลักษณ์ แฟชั่นสูทแนวแคชชวล สมัยใหม่ ใส่สบาย เหมาะสำหรับผู้ชายรูปร่างเล็ก ใส่แล้วดูหุ่นดี เน้นรัดช่วงเอวให้ดูเข้ารูปเข้าทรงมากขึ้น ช่วยให้ดูหุ่นเพรียวขึ้นข้อแนะนำ สามารถเลือกติดหรือไม่ติดกระดุมก็ได้ หากอยู่ในงานทางการควรติดกระดุมตลอดเวลา ปลดกระดุมเมื่อต้องการนั่ง2 กระดุมเอกลักษณ์ แฟชั่นสูทสุภาพ ทางการระดับสุด มาตรฐานสูทสากลนิยมใช้ในปัจุบัน เหมาะสำหรับผู้ชายทุกรูปร่าง / รูปร่างใหญ่ข้อแนะนำ เมื่อติดกระดุมให้ติดเม็ดบนสุดเม็ดเดียวเท่านั้น ปลดกระดุมเมื่อต้องการนั่ง3 กระดุมเอกลักษณ์ ลุคทางการ สูทสไตล์วินเทจย้อนยุค สูทสไตล์คลาสสิค เหมาะสำหรับ ผู้ชายสูงช่วงตัวยาว ช่วยบาลานซ์ส่วนสูงได้ดี ใส่แล้วช่วยเพิ่มความโดดเด่น เพิ่มแฟชั่นให้ดูมีมิติข้อแนะนำ หากติดกระดุม ให้เลือกติด สองเม็ดบน หรือติดแค่เม็ดกลางอย่างเดียว เท่านั้นปลดกระดุมเมื่อต้องการนั่งเสมอDouble-Vent หรือ สูท แบบกระดุม สองแถว เหมาะกับรูปร่างสมส่วนและ รูปร่างใหญ่ มักมี 4 / 6 / 8 กระดุม4 กระดุมเอกลักษณ์ สไตล์ที่ให้ความวินเทจสูง สามารถออกงานทางการ หรือลำลอง ใส่คู่กับกางเกงชิโน่ หรือกางเกงยีนส์เพื่อให้ดูลำลองมากขึ้น เหมาะกับผู้ชายรูปร่างสมส่วน / รูปร่างใหญ่ ช่วยปกปิดช่วงลำตัวทำให้ดูสูงโปร่งขึ้นได้ข้อแนะนำ เลือกติดกระดุมเพียง สองเม็ดแถบบนสุด ไม่นิยมติดกระดุมเม็ดล่าง ไม่ต้องปลดกระดุมเมื่อนั่ง เพราะออกแบบช่วงตัวให้กว้างกว่าแบบมาฐาน6 กระดุมเอกลักษณ์ สไตล์ที่ให้ความวินเทจ คลาสสิก โดยเฉพาะ เหมาะสำหรับผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ ออกแบบช่วง อก กว้าง และมีความยาวสูท มากกว่าแบบมารฐานข้อแนะนำ เลือกติดกระดุมเพียง สองเม็ดแถบบนสุด และเม็ดซ่อนไม่นิยมติดกระดุมเม็ดล่าง ไม่นิยมปลดกระดุมเมื่อนั่ง เพราะออกแบบช่วงตัวกว้างกว่าแบบมาฐานCredits :https://www.dgrie.com/blog/double-breasted-single-brested-suit/https://www.dgrie.com/blog/big-size-suit-guide/https://www.suitcube.com/double-breasted-suit/https://www.dgrie.com/blog/how-to-pick-buttons-for-a-suit/https://www.kaidee.com/blog/how-to-choose-suit/Author : MIK_MIKAZUKI

album
greenwave
-

-