นปโปะหม่ำๆ จะทำยังไง? ถ้าน้องหมาไม่ยอมกินอาหาร

HEALTHY LIFESTYLE

นปโปะหม่ำๆ จะทำยังไง? ถ้าน้องหมาไม่ยอมกินอาหาร

20 ส.ค. 2024

นปโปะหม่ำๆ หม่ำๆ กู๊ดบอย คือทำนองเพลงติดหู ที่เรามักได้ยินบนโลกโซเชียลในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งที่มาของเพลงสุดน่ารักนี้ ก็เกิดจากเจ้าหมา ‘นปโปะ’ ที่ไม่ยอมกินอาหารโดยเด็ดขาดถ้าเจ้าของไม่ร้องเพลงให้ฟัง (ต้องมีทำนองด้วยนะ ไม่งั้นหนูไม่กิน!) ทำให้ใครหลายๆคนที่ได้เห็นคลิปวิดีโอของนปโปะต้องอมยิ้มไปตามๆกัน แต่เอ๊ะ…แล้วสาเหตุที่ทำให้น้องหมาหลายๆตัว ไม่ยอมกินอาหารง่ายๆคืออะไรกันนะ

 

สาเหตุที่สุนัขไม่กินอาหาร

1.อาการป่วย

ถึงแม้ว่าการอยากอาหารที่ลดลง ไม่ได้หมายความว่าน้องๆกำลังมีโรคร้ายแรงเสมอไป แต่การตรวจหาความผิดปกติอย่างทันท่วงทีก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เช่น การเจ็บปวดทางร่างกาย ปัญหาทางช่องปากและฟัน การติดเชื้อในลําไส้ หรือมีสิ่งแปลกปลอมอุดตันทางเดินอาหาร เป็นต้น

 

2.การฉีดวัคซีน

การฉีดวัคซีนเสริมสร้างภูมิคุ้มกันอาจมีผลข้างเคียง ทำให้สุนัขสูญเสียความอยากอาหารในระยะเวลาสั้นๆได้

 

3.สภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย 

สถานที่แปลกใหม่อาจทำให้น้องหมาเกิดความเครียดและประหม่าได้ รวมไปถึงการเดินทางด้วยรถยนต์ก็อาจทำให้น้องๆรู้สึกคลื่นไส้ เมารถ ทำให้ไม่อยากอาหารได้เช่นกัน

4.พฤติกรรมส่วนตัว

นิสัยของสุนัขบางตัวอาจมีความ ‘เลือกกิน’ ไปนิด ลองสังเกตดูว่าน้องหมาของเรามีนิสัยส่วนตัวอย่างไร และนำมาปรับใช้กับวิธีการฝึกกินอาหาร เช่น การให้อาหารเป็นเวลา หลีกเลี่ยงการให้อาหารใกล้สุนัขตัวอื่นจนเกินไป การปรับชามข้าวให้มีความสูงพอดีต่อตัว ตรวจสอบอาหารว่าไม่เหม็นอับ และไม่แข็งจนเกินไป เป็นต้น

 

5.น้องหมาได้รับของรางวัลมากเกินไป

ความ ‘อิ่ม’ จากการกินขนมเยอะเกินไป อาจทำให้น้องๆรู้สึกไม่หิวอาหารแบบเดิมๆที่เคยกิน การกินขนมควรเป็น ‘รางวัล’ ของสุนัข ไม่ใช่อาหารจานหลัก และควรมีสัดส่วนไม่เกิน 10% ของแคลอรีต่อวันเมื่อคำนวณตามน้ำหนักตัว เพราะการให้ขนมมากเกินไปอาจนําไปสู่โรคอ้วนในสุนัขได้อีกด้วย

 

วิธีกระตุ้นความอยากอาหารของน้องหมา

1.เปลี่ยนอาหารเม็ด

โดยการเลือกสูตรอาหารที่มีส่วนผสมคล้ายกับอาหารสูตรเก่า และช่วยปรับให้ระบบย่อยอาหารของน้องๆรู้สึกคุ้นเคย ด้วยการค่อยๆผสมอาหารใหม่เข้ากับอาหารเก่า และเพิ่มปริมาณของอาหารใหม่ในแต่ละมื้อ

วันที่ 1-2: ผสมอาหารใหม่ 25% กับอาหารเก่า 75%

วันที่ 3-5: ผสมอาหารใหม่ 50% กับอาหารเก่า 50%

วันที่ 6-7: ผสมอาหารใหม่ 75% กับอาหารเก่า 25%

วันที่ 8 เป็นต้นไป : อาหารใหม่ 100%

ซึ่งสุนัขบางตัวอาจจำเป็นต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนนานมากกว่านี้ โดยเฉพาะกับน้องๆที่มีกระเพาะย่อยอาหารบอบบาง

 

2.เพิ่มท็อปปิ้งตกแต่งอาหาร หรือ ทําให้อาหารเม็ดนิ่มลง

เติมน้ำหรือซุปผักอุ่นๆลงในอาหารแห้งและปล่อยแช่ให้นิ่ม ช่วยให้น้องหมาเคี้ยวอาหารได้ง่าย เพิ่มกลิ่น กระตุ้นความอยากอาหาร (ตรวจสอบให้แน่ใจด้วยนะ ว่าไม่มีหัวหอมหรือกระเทียมอยู่ในส่วนผสมของน้ำซุป เพราะอาจทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงทำให้น้องเป็นโรคโลหิตจางได้)

 

3.หลีกเลี่ยงการให้อาหารโดยไม่มีเงื่อนไข

การวางอาหารของน้องหมาทิ้งไว้ให้เดินมากินตอนไหนก็ได้ อาจจะดูเป็นวิธีที่สะดวก แต่ก็ส่งผลตามมาหลายอย่าง เช่น การไม่เห็นพฤติกรรมความอยากอาหารที่เปลี่ยนไปของน้องๆ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของปัญหาทางร่างกาย

 

ผู้เลี้ยงควรกำหนดเวลาให้อาหารอย่างชัดเจน และทำการจับเวลา 15 นาที หากในช่วงเวลานี้น้องๆมีท่าทีไม่ยอมกินอาหารที่วางไว้ ให้เก็บอาหารจนกว่าจะถึงเวลามื้อต่อไป เป็นการฝึกให้น้องหมาไม่ติดนิสัยเมินอาหารนั่นเอง

 

4.ทําให้มื้ออาหารเป็นเรื่องสนุก

ทำให้การกินอาหารตื่นเต้นขึ้น ด้วยการใส่อาหารไว้ในเครื่องเล่นสำหรับน้องหมา กระตุ้นสัญชาตญาณการหาอาหาร รวมไปถึงการให้คำชมเมื่อน้องๆยอมกินอาหารนั่นเอง

 

สุดท้ายนี้ การเมินไม่ยอมกินอาหารของน้องหมาเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งพฤติกรรมส่วนตัว ความประหม่า หรืออาการเจ็บป่วย เจ้าของจำเป็นต้องสังเกตนิสัยและความผิดปกติที่น้องๆพยายามจะบอกเรา และหากน้องหมาไม่ยอมกินอาหารนานกว่าสองวัน (หรือสองมื้อหากมีโรคประจําตัว) ควรติดต่อสัตวแพทย์ เพื่อตรวจให้แน่ใจว่าน้องๆจะสุขภาพดี เหมือนกับน้องนปโปะ ที่หนูแค่อยากได้ยินคำชมเยอะๆตอนกินข้าวเฉยๆน้า

 

Author : L’ara

related HEALTHY LIFESTYLE

ยีนส์ทรงนี้ ดีกับหุ่นไหมนะ

10 เม.ย. 2024

ยีนส์ทรงนี้ ดีกับหุ่นไหมนะ

สวัสดีสาว ๆ วันนี้เราจะมาพูดถึงกางเกงยอดฮิตที่ทุกบ้านต้องมี นั่นก็คือ “กางเกงยีนส์”เชื่อว่าทุกคนต้องมีกางเกงยีนส์กันอยู่แล้ว แต่บางคนคงเลือกที่จะพับเก็บเข้าตู้ไปเพราะอาจจะคิดว่าหุ่นเราไม่เหมาะกับกางเกงยีนส์ ใส่แล้วไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง หรือบางคนอยากใส่กางเกงยีนส์แต่ไม่รู้ว่ากางเกงยีนส์แบบไหนจะเหมาะกับเรานะ วันนี้เรามีคำตอบมาให้เรามาเริ่มกันที่เช็ครูปร่างตัวเองกันว่าหุ่นเราเป็นทรงไหนกันนะขอบคุณรูปภาพจากเว็บไซต์ : https://i.pinimg.com1.หุ่นทรงแอปเปิ้ล ( Apple Shape ) ลักษณะคือมีรูปร่างเป็นทรงกว้าง หน้าอก เอว สะโพกมีขนาดเท่ากัน2.หุ่นทรงลูกแพร์ ( Pear Shape ) ลักษณะคือช่วงบนเล็กกว่าช่วงล่าง เอวเล็ก แต่มีสะโพกและต้นขา3.หุ่นทรงสามเหลี่ยมคว่ำ (Triangle Shape) ลักษณะคือช่วงบนใหญ่กว่าช่วงล่าง ไหล่กว้าง แต่ช่วงสะโพกจะมีขนาดเล็ก4.หุ่นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า (Rectangle Shape) ลักษณะคือช่วงบนและล่างมีขนาดเท่ากันไม่มีเอว รูปร่างตรง5.หุ่นทรงนาฬิกาทราย (Hourglass Shape) ลักษณะคือมีความสมดุลระหว่างช่วงบนและช่วงล่าง เอวคอด ดูมีอก มีสะโพกเมื่อทุกคนรู้จักรูปร่างตัวเองแล้วต่อไปเรามาเลือกกางเกงยีนส์กันดีกว่ากางเกงยีนส์ที่เหมาะสำหรับหุ่นแอปเปิ้ลทรงขากระบอกใหญ่ , ทรงขาบาน,ทรงขาม้า-ควรเน้นกางเกงยีนส์เอวสูงหรือกางเกงยีนส์ที่มีช่วงขอบเอวกว้าง เพราะขอบเอวกว้างๆนั้นจะช่วยในการเก็บหน้าท้องให้เข้ารูปได้ดีมากขึ้น-ไม่ควรกางเกงยีนส์ที่บีบช่วงขามาก ๆ อย่างเช่นกางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ เพราะการที่ใส่กางเกงยีนส์ที่บีบช่วงขา จะทำให้ลำตัวดูใหญ่ขึ้นกางเกงยีนส์ที่เหมาะสำหรับหุ่นลูกแพร์ทรงขากระบอกใหญ่ , ทรงขาบาน,ทรงขาม้า-ควรเน้นกางเกงยีนส์สีทึบหรือสีเข้ม เพราะจะช่วยอำพรางสะโพกและเลือกกางเกงยีนส์ที่ช่วยกระชับสะโพกได้ดี อย่างกางเกงยีนส์เอวปกติหรือเอวสูง เพราะเก็บสะโพกได้ดีและเอวดูเล็กลง-ไม่ควรเลือกกางเกงยีนส์ที่รัดต้นขาหรือรัดรูปร่าง เช่น ทรงสกินนี่ เพราะจะทำให้ต้นขาและสะโพกชัดเกินไปกางเกงยีนส์ที่เหมาะสำหรับหุ่นสามเหลี่ยมคว่ำทรงขาม้า,ทรงบอย,ทรงขาบาน,ทรงขากระดิ่ง-ควรเลือกกางเกงยีนส์ที่มีสีอ่อนกว่าเสื้อ เพราะจะช่วยทำให้สะโพกออกมาดูเด่นมากขึ้น และสวมเสื้อที่สีเข้มเพราะว่าจะช่วยอำพรางไหล่ที่กว้างของเราได้-ไม่ควรเลือกกางเกงยีนส์ทรงสกินนี่เพราะจะทำให้สะโพกดูแคบกว่าเดิมกางเกงยีนส์ที่เหมาะสำหรับหุ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าทรงสกินนี่, ทรงขาม้า, ทรงกระบอกเล็ก, ทรงขาบาน-ควรเลือกกางเกงยีนส์เอวปกติหรือเอวต่ำและกางเกงยีนส์ควรมีลูกเล่นตรงช่วงสะโพกเพราะจะช่วยเพิ่ม volume ให้กับสะโพก ทำให้เราดูมีสะโพกมากขึ้น-ไม่ควรใส่กางเกงยีนส์เอวสูง จะทำให้เอวเด่นเกิน และทำให้เราดูไม่มีส่วนเว้าโค้งกางเกงยีนส์ที่เหมาะสำหรับหุ่นนาฬิกาทรายทรงสกินนี่,ทรงขาม้า,ทรงกระบอกเล็ก,ทรงขาบาน,ทรงกระบอกใหญ่-ควรใส่กางเกงยีนส์เอวปกติหรือเอวสูง จะช่วยทำให้ขาดูยาวสวยขึ้น และกางเกงยีนส์เอวสูงจะช่วยให้ช่วงเอวเห็นชัดขึ้น จากที่เอวคอดอยู่แล้วก็จะทำให้เอวเราชัดกว่าเดิม-ไม่ควรสวมกางเกงยีนส์เอวต่ำ เพราะจะทำให้สะโพกดูใหญ่และทำให้ขาสั้นลงอีกด้วย...............................................................................ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วลิสต์กันไว้หรือยังว่ากางเกงยีนส์ทรงไหนเหมาะกับเราบ้าง นอกจากจะได้กางเกงที่เหมาะกับแล้วเรายังได้เช็ครูปร่างตัวเองอีกด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าเราจะมีรูปร่างแบบไหน ชอบเสื้อผ้าแบบไหน ขอแค่เรามั่นใจในตัวเองมั่นใจกับสิ่งที่เสื้อผ้าที่เราใส่แค่นี้ก็พอแล้วว Have a good day นะคะ :)

เรื่องกล้วย ๆ กับประโยชน์ของกล้วย 4 สี

06 มิ.ย. 2023

เรื่องกล้วย ๆ กับประโยชน์ของกล้วย 4 สี

กล้วย เป็นผลไม้ที่กินกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะกินง่าย ประโยชน์เยอะ แต่ส่วนใหญ่ กล้วยที่มักจะกินกันก็คือกล้วยสุก สีเหลืออร่าม แต่จริง ๆ ประโยชน์ของกล้วย มีอีกมากมาย ไม่ว่ากินแบบดิบที่มีสีเขียว แบบห่ามที่เป็นสีเขียวอมเหลือง แบบสุกที่สีเหลืองน่ากิน หรือจะเป็นแบบงอมสีเหลือง ๆ เข้ม ๆ มีจุดดำๆ ที่ดูไม่ค่อยน่า ซึ่งในแต่ละสีก็จะมีประโยชน์ที่ต่างกันออกไป ตามไปดูกันดีกว่า ว่ากล้วยทั้ง 4 สีมีประโยชน์อะไรบ้าง1. กล้วยดิบ (เปลือกสีเขียว)มักจะนิยมเอามาทำเป็นผงกล้วยดิบ ส่วนมากจะช่วยในเรื่องของกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน เพราะว่าในกล้วยดิบ จะมีสารที่ชื่อ แทนนิน ซึ่งจะมีส่วนในการเคลือบกระเพาะ ก็เหมาะกับคนที่เป็นโรคกระเพาะ2. กล้วยห่าม (เปลือกสีเขียว ๆ เหลือง ๆ )สามารถรับประทานได้สดๆ รสชาติไม่หวานจัด ติดรสฝาดเล็กน้อย มีโพแทสเซียมสูง จึงให้ผลดีกับผู้มีอาการท้องเสียเนื่องจากผู้ป่วยจะสูญเสียโพแทสเซียมออกจากร่างกายมาก ซึ่งหากขาดมากอาจมีผลกระทบกับการเต้นของหัวใจได้ นอกจากนี้ยังมีจุลินทรีย์ตัวดีในลำไส้ (Probiotic) ค่อยข้างเยอะ เป็นแบคทีเรียชนิดดีที่พบในลำไส้ เลยช่วยให้จุลินทรีย์ชนิดนี้เพิ่มจำนวนขึ้นและยังอุดมไปด้วยสารแทนนิน ซึ่งมีส่วนช่วยในการรักษาอาการท้องเสียชนิดที่ไม่รุนแรงได้3. กล้วยสุก (เปลือกสีเหลืองสด)มีรสรสชาติอร่อย เป็นที่นิยมในการกิน แต่จะมีฤทธิ์ระบายอ่อน ๆ เพราะว่าในกล้วยสุกนั้นจะมีสารที่เป็นเพ็กตินเยอะ เพ็กตินคือสารที่มีเส้นใย กากใย เพราะฉะนั้นก็จะทำให้มีฤทธิ์ช่วยให้ขับถ่ายง่ายขึ้น ช่วยทำให้คนที่เป็นริดสีดวงทวารขับถ่ายง่ายขึ้น ช่วยแก้ปัญหาท้องผูก4. กล้วยงอม (เปลือกสีเหลืองเข้ม คล้ำๆ )อาจจะดูเหมือนไม่น่ากิน แต่กลับให้ผลดีอย่างมากมายในการเพิ่มภูมิต้านทานโรคภัยต่างๆ มี Beta Carotene สูง มีสารต้านอนุมูลอิสระ มีสารต้านมะเร็ง ยิ่งกล้วยสุกมากเท่าไหร่ มีจุดสีดำที่เปลือกมากขึ้นเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้เกิดสารเสริมภูมิต้านทานนี้มากขึ้นข้อควรระวังใช่ว่ากล้วยจะมีประโยชน์กับทุกนะ เพราะถ้าคนที่มีระดับค่าไตเสื่อมค่อนข้างมาก ต้องระวังในเรื่องของโพแทสเซียม อาจจะไม่เหมาะกับการกินกล้วย เพราะกล้วยนั้นมีโพแทสเซียมสูงกว่าผลไม้ชนิดอื่น แต่ถ้าคนทั่วไปที่ไม่ต้องกังวลเรื่องของโพแทสเซียม การกินกล้วยจะไม่ทำให้ชโพแทสเซียมสูงขึ้นได้ส่วนอีกกรณีในการกินที่ต้องระวัง คือบุคคลที่มีอาการท้องเสีย ถ้าบังเอิญว่าเราท้องเสียอยู่ แล้วไปกินกล้วยสุก ก็อาจจะทำให้ท้องเสียมากยิ่งขึ้นได้ และอาจจะต้องระวังเรื่องของน้ำตาลที่ซ่อนอยู่ในกลัว ถ้าหากกินมากเกินไปเป็นยังไงกันบ้างกับประโยชน์ของกล้วยทั้ง 4 สี ไม่ว่าจะแบบไหนก็ดีต่อร่างกายและสุขภาพของเราทั้งนั้น ใครชอบกินแบบไหน หรืออยากลองกินแบบก็ไปเลือกกันได้

เลือกกินชีสให้เหมาะกับตัวเอง

24 ก.ค. 2023

เลือกกินชีสให้เหมาะกับตัวเอง

โอ้ยยย แค่พูดชื่อก็อยากกินแล้วค่าาาาา คนรักชีสอย่างเรา ๆ ถ้าเมนูไหนมีชีสต้องขอเพิ่มเท่านั้น!!! ถึงแม้จะรู้ว่ากินเยอะ อาจจะไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ใครมันจะไปอดใจไหว่อ่าาาาา ฮือออ แต่ไม่เป็นไรทุกคน ในเมื่อมันหยุดกินไม่ได้ วันนี้กรีนเวฟแจกทริคในการเลือกกินชีส ชีสแบบไหนที่ควรกิน ชีสแบบไหนที่เหมาะกับเรา เวลากินชีสจะได้ไม่รู้สึกผิด ว่าแล้วตามไปดูกันดีกว่าประเภทของชีสชีสจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆDairy Product ที่ทำจากนมNon Dairy Product ไม่ได้ทำจากนมวัว ซึ่งจะเรียกว่า Vegan CheeseDairy Product ที่ทำจากนมวัวเอานมวัวทั้งหมดมาทำเป็นชีส โดยไม่มีการสกัดเอา Fat ออก ซึ่งมีทั้งส่วนที่เป็นไขมันเยอะ เลยทำให้มี Saturated Fat หรือไขมันอิ่มตัวที่สูง และคอเลสเตอรอลสูง ซึ่งจะไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคหัวใจ หรือว่าคนที่มีไขมันในเลือดสูงชีสที่เขียนว่า LOW FAT คือมี % ของ FAT หรือไขมันน้อยกว่าชีสอื่น ๆ ประมาณ 25% ซึ่งชีสที่มีเขียนว่า LOW FAT จะมีการสกัดเอา FAT ออกไปให้ 25%Non Dairy Product ที่ทำจากถั่ว มะพร้าวหรือเรียกอีกอย่างว่า Vegan Cheese รสชาติจะไม่ได้อร่อยเท่าชีสที่ทำจากนมวัว แต่มีประโยชน์มากกว่า เพราะชีสที่ทำจากนมวัวจะไม่มีไฟเบอร์ แต่ถ้าเป็นชีสที่ทำมาจากพืชหรือที่เราเรียกว่า Non Dairy จะมีไฟเบอร์เข้ามาเพิ่มขึ้นทำให้การขับถ่ายดี และก็ Low Sugar ควบคุมระดับน้ำตาลให้ลดลง ลดคอเลสเตอรอลได้ โซเดียมน้อยกว่า Texture จะไม่แข็งมาก เพราะไม่ได้ผ่านการบ่ม ส่วนใหญ่จะทำจากถั่ว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับนอยากกินชีสแต่ก็อยากดูแลสุขภาพ ออกแนว Plant basedการแบ่งชีสออกตาม Textureถ้าสังเกตชีสที่มีขายอยู่ทั่วไปในท้องตลาด เราจะพบว่าจะมีทั้งแบบที่เป็นก้อน ๆ และแบบที่เป็นนุ่ม ๆ ซึ่งชีสที่แข็ง ๆ หน่อย มันจะเป็นชีสที่ผ่านการบ่ม จนกลายเป็นก้อนแข็ง ชีสประเภทที่เราพบเจอได้ ก็จะมีอย่างเช่นCheddar CheeseParmesan CheeseMozzarella CheeseSwiss Cheeseส่วนชีสอีกแบบคือชีสที่จะมีเนื้อสัมผัสที่นุ่ม หรือ Fresh Cheese ซึ่งชีสประเภทนี้จะไม่ได้ผ่านการบ่ม เช่นCottage cheeseFeta cheeseRicotta cheeseเลือกกิน Chesses ยังไงให้เหมาะกับตัวเองในความเป็นชีส มันจะมีวิตามินและแร่ธาตุในตัวอยู่แล้ว จะมีทั้ง ฟอสฟอรัส สังกะสี วิตามิน B12 อันนี้คือ Basic ที่ชีสทุกชนิดจะมี เพียงแต่ว่าอันไหนมีอะไรมากน้อย อันนั้นก็อาจจะต้องลงรายละเอียดอีกทีนึง แต่ถ้าจะพูดถึงเรื่องการกินชีสให้เหมาะสมกับตัวเอง อาจจะแบ่งออกเป็นกลุ่ม ๆกลุ่มที่ต้องการแคลเซียมสูง ก็จะให้กิน Cheddar Cheese เพราะว่า Cheddar Cheese 100 กรัมมีแคลเซียม 710 มิลลิกรัม (ซึ่งมีมากกว่านมวัวอีก) และมีวิตามิน D เหมาะกับคนที่ต้องการช่วยเรื่องกระดูกกลุ่มที่ต้องระวังเรื่องความเค็ม ก็คือคนที่มีปัญหาเรื่องไต หรือว่าความดันสูง ที่ต้องควบคุมในเรื่องของเกลือก็ต้องทานประเภท Swiss Cheese เพราะว่าใน 1 Oz. มันจะมีโซเดียมแค่ 53 มิลลิกรัม ต่างจากพวก Feta cheese เพราะใน Feta cheese 1 Oz. มีโซเดียม 323 มิลลิกรัม ถ้าคนเป็นโซเดียมสูงก็ให้เลือกเป็น Swiss Cheeseถ้าอยู่ในกลุ่มที่ต้องการคุมเรื่องน้ำหนัก แล้วยังอยากจะทานชีสก็ให้เลือก Cottage cheese เพราะว่า Cottage cheese เค้าทำจากนมที่พร่องมันเนย มีไขมันต่ำ แต่มีโปรตีนสูง และก็ไม่ผ่านการบ่มด้วย แคลอรี่ก็จะน้อยถ้าอยากดูแลเรื่องสมดุลลำไส้ ก็อาจจะต้องบอกเลยว่าในตัวชีสทำให้เรามี Probiotic ในร่างกายเยอะอยู่แล้ว ในชีสอย่าง Cheddar Cheese เขามีทั้ง lactobacillus acidophilus lactobacillus paracasei คือเป็นกลุ่มตระกูลแบคทีเรียตัวดีเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นสมดุลลำไส้เราต่อให้เรารู้แล้วว่าควรชีสอะไรให้เหมาะกับตัว แต่ก็อย่าลืมนะทุกคน ว่าควรกินแต่พอดีด้วย อย่ากินเยอะมากจนเกินไป เลือกที่เหมาะสมกับตัวเอง เพราะถ้าเลือกกินให้ดีก็มีประโยชน์ในตัวมันได้

เรื่องสิวสิวจากนมวัว

07 ก.พ. 2024

เรื่องสิวสิวจากนมวัว

ใคร ๆ ก็บอกว่าการดื่มนมทุกวันมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แล้วมันดีต่อสุขภาพจริงไหม ทำไมดื่มแล้วสิวถึงขึ้นล่ะ แล้วนมทำให้สิวขึ้นจริงหรือเปล่า วันนี้เรามาตอบข้อสงสัยกันนมวัวมีประโยชน์จริงหรือเปล่า ?นมวัวมีประโยชน์จริง เพราะอุดมไปด้วยสารยสารอาหารที่มีคุณประโยชน์หลายชนิด หลัก ๆ ก็คือแคลเซียมที่ช่วยดูแลกระดูก และช่วยให้ฟันแข็งแรง มีโพแทสเซียมช่วยป้องกันโรคหัวใจ รวมถึงวิตามินบี แร่ธาตุต่าง ๆ ที่ช่วยป้องกันโรคเบาหวานการดื่มนมวัวทำให้สิวขึ้นจริงเหรอ ?จากการวิจัยของแพทย์ผิวหนังที่ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า “นมวัว” มีส่วนทำให้ผู้ที่เป็นสิวที่เกิดจากฮอร์โมน เป็นสิวเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากกระบวนการในการย่อยนมของร่างกายนั้นจะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโตขึ้นมา ทำให้ฮอร์โมนที่ทำให้เกิดสิวอย่าง แอนโดรเจน ก็ถูกผลิตขึ้นมาเพิ่มด้วย นอกจากนั้นในนมวัวที่รีดออกมาจากแม่วัวที่เพิ่งคลอดลูก ก็จะมีฮอร์โมนสูง ทำให้เวลาที่คนเราดื่มนมเข้าไป ฮอร์โมนในนมวัวเหล่านี้กลับไปกระตุ้นต่อมไขมันของเราให้ทำงานมากขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการหน้ามัน และเป็นสิวตามมา สำหรับคนที่มีปัญหาสิวฮอร์โมน ควรจะเปลี่ยนมาดื่มนมที่เป็นสารสกัดจากพืชแทน เช่น นมถั่วเหลือง หรือนมข้าว เป็นต้นตอนนี้เราก็ได้รู้แล้วว่าผลข้างเคียงจากนมวัวสามารถทำให้สิวเราขึ้นได้เหมือนกัน แต่เราไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องงดการดื่มนมไปเลย ซึ่งเราสามารถเลี่ยงไปดื่มนมแพะ นมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์ หรือน้ำนมข้าวแทนได้ เพราะคุณค่าทางสารอาหารมีประโยชน์ วิตามิน ที่สามารถทดแทนนมวัวได้เหมือนกันที่มา https://www.wongnai.com/articles/6-acne-treatment-doubthttps://www.sanook.com/health/31693/Author : DODOMILK

album
greenwave
-

-