งานหนัก ใจยังไหว ร่างกายไหวไหม ?

HEALTHY LIFESTYLE

งานหนัก ใจยังไหว ร่างกายไหวไหม ?

26 เม.ย. 2023

            คนทำงานบางคนอาจเจองานหนักบ้าง เบาบ้างไม่เหมือนกัน แต่ทราบไหมคะว่าคนที่ทำงานหนักจะเกิดความเครียดสะสม ซึ่งเจ้าความเครียดนี่เหละค่ะ เป็นสาเหตุของหลายโรคเลยนะคะ เรามาเรียนรู้ลักษณะของคนที่ 'ทำงานหนัก' เกินไปกันดีกว่าค่ะ
 

1.ปวดตาและตาแห้ง

            คนที่ทำงานหนักมักจะมีความเครียด ทำให้ตับเสียสมดุล ดวงตาเป็นประตูแห่งตับ เมื่อตับร้อน จะทำให้ปวดตา ตาร้อน และตาแห้งได้ แพทย์แผนจีนแนะนำให้เอาผ้าขนหนูชุบน้ำร้อนแล้วประคบไว้บริเวณดวงตาประมาณ 30 นาทีค่ะ

 

2.เจ็บคอ เสียงแหบ

            การทำงานหนักนั้นจะทำให้ใจร้อน เร่งรีบ แล้วร่างกายจะร้อนตามหัวใจไปด้วย คนที่ทำงานหนักมักจะเจ็บคอ หรือเป็นแผลในปากได้ง่าย แพทย์แผนจีนแนะนำให้ดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งนะคะ จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้ค่ะ
 

3.ปวดหัว มึนหัว
            ความเครียด ทำให้ตับขาดสมดุล เมื่อตับขาดสมดุลก็จะเกิดความร้อนที่ตับ ความร้อนมีลักษณะที่พุ่งขึ้น ทำให้รู้สึกปวดหัว หรือมึนหัวได้ง่าย แพทย์แผนจีนแนะนำให้ใช้นิ้วมือนวดด้วยตัวเองบริเวณระหว่างหัวคิ้ว ท้ายทอย และขมับ สัก 30 นาที จะช่วยผ่อนคลายอาการปวดหัวได้ค่ะ

 

4.กล้ามเนื้อบริเวณไหล่แข็งกว่าปกติ
            อาการนี้เป็นผลจากการนั่งท่าเดียวนานๆ ทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่ดี และเกิดการเกร็งบริเวณไหล่ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นแข็งกว่าปกติ แนะนำให้นวด หรือไม่ก็ลองจัดกระดูก ฝังเข็มค่ะ


5.รับประทานอาหารมากกว่าปกติ
            ภาวะเครียดจะทำให้เรารับประทานอาหารมากเป็นพิเศษ ตามหลักแพทย์แผนจีนนั้นเมื่อม้ามอ่อนแอจะทำให้ไฟในกระเพาะมากขึ้น ไฟมากก็เผาพลาญแรง ทำให้กินอาหารไม่อิ่ม และอยากกินเรื่อยๆ ข้อนี้อาจต้องใช้ยาทานเข้าช่วยปรับสมดุลในร่างกายค่ะ

 

6.ความจำลดลง
            การทำงานหนักจะเผาพลาญพลังของร่างกาย โดยส่วนใหญ่แล้วพลังนี้จะมาจากไต พลังไตเป็นพลังที่หล่อเลี้ยงสมอง หากพลังไตโดนใช้ไปหมด พลังไตก็จะขึ้นไม่ถึงสมอง ทำให้ความจำเราลดลง แพทย์แผนจีนแนะนำให้นั่งสมาธิ ช่วยได้ค่ะ
 

7.หงุดหงิดง่าย
            หงุดหงิดง่ายอันนี้ปกติค่ะ ใครทำงานหนักแล้วไม่หงุดหงิด นับถือจริงๆ ความหงุดหงิดเกิดมาจากความเครียดที่สะสม อาการนี้ตามหลักแพทย์แผนจีนเรียกว่า 'พลังตับติดขัด' แบบว่ามันแน่นอก ต้องยกออก เป็นบ่อยกับคนที่เครียด วิธีแก้อาจจะต้องปล่อยวาง หรือกินยาปรับสมดุล ลดไฟในตับค่ะ


8.ร่างกายรู้สึกเหนื่อยง่าย
            เหนื่อยง่ายมาจากสาเหตุที่ร่างกายทำงานหนัก ใช้พลังจนหมด ในทางแพทย์แผนจีน เมื่อพูดว่าพลัง ก็คือ'ชี่' ถ้าพลังชี่อ่อนแอ หรือใช้จนหมด ก็เหมือนแบตเตอรี่ที่เหลือไฟแค่ขีดเดียว รอเวลาชาร์ต ซึ่งแพทย์แผนจีนแนะนำให้ดื่มชา หรือซุปที่มีส่วนผสมของโสมอเมริกา เพราะสรรพคุณเป็นยาบำรุงพลังและหยิน หรือว่าทานยาปรับสมดุลก็ได้เช่นกันค่ะ

            เราต่างต้องทำงานหาเลี้ยงตนเองและครอบครัว สุขภาพของเราย่อมสำคัญที่สุด ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ ขอให้มีความสุขกับการทำงานค่ะ หรือจะเปิด Green Wave เป็นเพื่อนระหว่างทำงาน ช่วยลดความเครียดได้นะคะ ^^

 

ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็ม

Collector by รุ่งโนรี ’Girl Music & Travel Lover

related HEALTHY LIFESTYLE

สาเหตุที่ทำให้ปวดหลัง

02 มิ.ย. 2022

สาเหตุที่ทำให้ปวดหลัง

อาการปวดหลัง เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุนะคะ แม้ในสภาวะปกติ เนื่องจากกระดูกสันหลังรับน้ำหนักของร่างกายตลอดเวลา แต่ในเวลานอนจะรับน้ำหนักน้อยที่สุด ถ้าไม่เอาใจใส่กับอาการปวดหลังที่เกิดขึ้นชั่วครั้งชั่วคราวแล้ว อาการปวดหลังในระยะเริ่มแรก ก็จะกลายเป็นอาการปวดเรื้อรัง ทําให้ยากต่อการรักษาให้หายขาดได้นะคะ การบําบัดรักษาที่จะได้ผลดี จําเป็นจะต้องได้รับความร่วมมือร่วมใจทั้งผู้รักษาและผู้รับการรักษาค่ะสาเหตุของโรคหรือความผิดปกติที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง1.การบาดเจ็บ เช่น ตกจากที่สูง หมอนรองกระดูกเคลื่อน2.การติดเชื้อ เช่น วัณโรคของกระดูกสันหลัง3.ความผิดปกติแต่กําเนิด4.เนื้องอก เช่น การกระจายของมะเร็งจากอวัยวะอื่นมาที่กระดูกสันหลัง5.ความเสื่อมทางชีวกลศาสตร์ของหลัง เช่น ท่าทางไม่ถูกต้อง กล้ามเนื้ออ่อนแรงที่ขาดการออกกําลังกาย6.อารมณ์ตึงเครียด อาจส่งผลถึงกล้ามเนื้อหลัง ทําให้มีอาการเกร็งและปวดหลังได้ค่ะในที่นี้ขอกล่าวถึงอาการปวดหลังที่เกิดจากสาเหตุ ข้อที่ 5 และ 6การวิเคราะห์แยกกลุ่มอาการโรคอาศัยประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจพิเศษทางห้องปฏิบัติการ จากประวัติในพวกที่มีความผิดปกติของกระดูกสันหลัง เช่น กระดูกสันหลังไม่ตรง แอ่นเกินไป หรือหลังค่อมเกินไป ผู้ป่วยพวกนี้จะมีอาการปวดเวลาเคลื่อนไหว ถ้าได้พักจะทุเลาค่ะพวกที่เป็นเนื้องอกของกระดูกสันหลัง หรือจากต่อมไร้ท่อ ที่มีความผิดปกติ อาการปวดในกระดูกก็จะพบได้ โดยเฉพาะเวลานอนพักยิ่งปวดมากขึ้น และจะปวดตลอดเวลาเมื่อเคลื่อนไหวกระดูกสันหลัง บางครั้งจะเห็นอาการกระดูกสันหลังของผู้ป่วยคด(scoliosis) ทั้งนี้เป็นเพราะกล้ามเนื้อหลังหดเกร็งตัว การที่กระดูกสันหลังคด ทำให้การหดเกร็งของกล้ามเนื้อไม่สมดุล จึงทำให้ขาสั้นยาวไม่เท่ากันพวกที่มีข้อสันหลังเสื่อม จะเคลื่อนไหวไม่ได้เต็มที่ โดยเฉพาะท่าเอียงตัวไปซ้ายหรือขวา ในโรคข้อสันหลังอักเสบยึดติด จะเอียงตัวไปด้านซ้ายหรือขวาไม่ได้เลยค่ะการตรวจกระดูกสันหลัง จำเป็นต้องตรวจหาอาการกดทับประสาทสันหลังด้วย เช่น การดึงตัวของประสาทขาทางด้านหลัง(Sciatic nerve) พวกนี้ถ้าก้มตัวจะปวดร้าวลงไปตามขาทางด้านหลัง และยิ่งถ้าไอหรือจามก็จะปวดหลังมาก มีอาการปวดร้าวแปลบไปตามแนวด้านหลังขาที่ประสาทผ่านไปมุมมองต่อโรคในศาสตร์การแพทย์แผนจีนปวดหลังบั้นเอว อาจปวดข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ค่ะ มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดระหว่างแนวกลางกระดูกสันหลัง และบริเวณด้านข้างทั้งสองข้าง โดยเฉพาะเวลามีอาการปวดจะเกิดขึ้นในบริเวณดังกล่าวจึงมีชื่อเรียกว่า Lumbospinal pain โดยทั่วไปมักเรียก Lumbago หรือ TCM เรียกอาการนี้ว่า Yao Tong บริเวณบั้นเอวเป็นที่อยู่ของไต ดังนั้นอาการปวดบั้นเอวจึงสัมพันธ์กับไต อาการอาจเป็นแบบเฉียบพลัน หรือเรื้อรังก็ได้ค่ะหลักการรักษา1. ความเย็นชื้น ขับความเย็น สลายความชื้น ทะลวงและอุ่นเส้นลมปราณความร้อนชื้น ขจัดร้อน สลายความชื้น คลายกล้ามเนื้อและเอ็นเพื่อระงับปวด2. ชี่ติดขัดและเลือดคั่ง กระตุ้นเลือดให้ไหลเวียน เพื่อสลายเลือดคั่ง ปรับการไหล เวียนของชี่เพื่อระงับปวด3. ไตพร่อง บำรุงไตเพื่อเสริมความแข็งแรงให้บั้นเอว เป็นหลักการทั่วไป กรณีไต หยางพร่อง บำรุงไตหยาง เพื่อเสริมความแข็งแรงให้บั้นเอว กรณีไตอินพร่อง เลี้ยงบำรุงไตอินให้สมบูรณ์4. ความผิดปกติของเส้นลมปราณที่เกี่ยวข้องกับไต ทะลวงเส้นลมปราณ ปรับการไหลเวียนของจิงชี่ บริเวณบั้นเอว และระงับปวดสาเหตุที่ทำให้ปวดหลังมีหลายสาเหตุนะคะ เรามาค่อยๆเริ่มดูแลรักษาสุขภาพหลังไปด้วยกัน เริ่มจากเปิด Green Wave แล้วค่อยๆเอนหลัง นอนพักกันก่อนนะคะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

น้ำมูกสีนี้. . . ร่างกายกำลังบอกอะไรกับคุณ ?

21 ต.ค. 2025

น้ำมูกสีนี้. . . ร่างกายกำลังบอกอะไรกับคุณ ?

รู้หรือไม่ น้ำมูกประกอบขึ้นมาจาก น้ำ โปรตีน แอนติบอดี้ และเกลือ ซึ่งสีของมันสามารถชี้วัดสุขภาพของเราได้สำหรับสีของน้ำมูกแบ่งออกเป็นตามนี้ค่ะ1. น้ำมูกใสเป็นอาการปกติของคนสุขภาพดี อาจจะเกิดขึ้นได้เมื่ออากาศหนาวมาก เจอลม คนที่เป็นภูมิแพ้ก็จะเกิดน้ำมูกใสๆไหลตอนเช้าได้ แพทย์แผนจีนแนะนำดื่มน้ำขิงเป็นประจำทุกเช้าค่ะ2. น้ำมูกขาวขุ่นเป็นอาการของคนเริ่มจะมีอาการหวัด น้ำมูกไปคลั่งอยู่ในโพรงไซนัสก่อนจะออก ทำให้สะสมและหนาแน่น มักจะเหนียว หรือแห้งไปแล้ว ก็เลยทำให้เวลาสั่งก็จะออกมาพร้อมกับน้ำมูกใสๆ เริ่มจะไม่สบาย แพทย์แผนจีนแนะนำกินน้ำเก๊กฮวย น้ำใบหม่อน น้ำขิงได้เหมือนกันค่ะ3. น้ำมูกเหลืองบางคนเหลืองมาก เหลืองน้อย บางคนเขียวเลย เป็นก้อนๆ คืออยู่ในขั้นที่ติดเชื้อไวรัสมา และแอนติบอดี้กำลังต่อสู้กับเชื้อโรคไข้หวัด เราอาจจะทานวิตามินซี ยาแก้แพ้ และนอนหลับให้เพียงพอ ถ้าแพทย์แผนจีนจะให้ยาขับปอดร้อน เพราะเชื่อว่าปอดร้อนหรือลมร้อนมากระทบปอด เป็นสาเหตุทำให้น้ำมูกเขียวข้น บางคนนอนไม่พอทำให้ภูมิคุ้มกันถอย ก็อาจจะทำให้เป็นหวัดมีไข้จริงๆได้ แพทย์แผนจีนแนะนำ เก๊กฮวยใบหม่อน ดอกสายน้ำผึ้งช่วยลดปอดร้อนได้นะคะ4. น้ำมูกเขียวเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของเราต่อสู้กับเซลล์เชื้อโรค แต่ในระยะที่น้ำมูกสีเขียวนี้ นอกจากติดเชื้อแล้วสำหรับบางคนอาจมีไข้ไปแล้วก็ได้ เริ่มมึนๆ ร้อนๆ หนาวๆในแพทย์แผนจีนเรียกว่าร้อนลงปอด มีเสมหะขุ่นข้น ความร้อนค้างอยู่ในปอด ทำให้เกิดเสมหะร้อน และปอดชื้น ระยะนี้เราควรลดความร้อนในปอด ขับเสมหะที่อยู่ในปอด และบำรุงปอดให้แข็งแรง แต่หากแข็งแรงมากๆ อาจจะสีนี้อยู่ไม่กี่วัน ล้างจมูกและนอนให้เพียงพอ แพทย์แผนจีนแนะนำ เก๊กฮวย หวีซิงเฉ่า เปลือกส้ม ช่วยลดปอดร้อน ขับปอดชื้น5. น้ำมูกใสมีสีแดงหรือเป็นก้อนแดงๆแสดงว่าภายในจมูกมีแผลอยู่ เนื่องมาจากเส้นเลือกฝอยในโพรงจมูกแตก อาจจะมาจากเราเอานิ้วไปแคะ หรือภายในโพรงจมูกมันแห้งมาก อยู่ประเทศที่มีอากาศหนาวและแห้ง และมีอีกสาเหตุคือถ้าผู้ป่วยที่เพิ่งผ่าตัดโพรงจมูกในระยะแรกก็อาจจะมีก้อนเลือดที่ยังค้างอยู่ข้างในถูกขับออกมาก็ได้ค่ะ บางคนเป็นภูมิแพ้ก็ทำให้มีเลือดออกได้เหมือนกันนะคะ แพทย์แผนจีนเรียกว่าปอดร้อนแห้งกระทบเส้นเลือด แนะนำกินถั่วเขียว มะระ น้ำแกงต่างๆเป็นประจำ ไม่รับประทานของเผ็ดร้อนอย่างพวกขิง พริก ที่ทำให้ร่างกายร้อนจัด6. น้ำมูกสีน้ำตาลสีนี้ก็ยังคงเป็นเซลล์เม็ดเลือดนะคะ แต่ว่าอาจจะมอยู่นานใกล้จะหมดแล้วค่อยออก ก็เลยเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีน้ำตาล อาจจะมาจากมีน้ำมูกสีแดง และเปลี่ยนเป็นน้ำตาลค่ะ7. น้ำมูกสีดำปัจจัยที่ทำให้เกิดน้ำมูกสีดำมีหลายอย่าง กรณีแรกเป็นผู้ป่วยที่ชอบสูบบุหรี่ มีอาการติดเชื้อของระบบหายใจของร่างกายได้ อีกกรณีคือคุณไปเจอมลภาวะคือ เดินอยู่ข้างถนนมีควันรถท่อไอเสียต่างๆ อากาศในเมือง อีกทั้งแม้แต่นักเคมีหรือวิศวกร ช่างเทคนิคที่ทำงานอยู่ในไซท์งานที่ต้องเจอฝุ่นละออง กลับบ้านพบว่าน้ำมูกมีสีดำๆ เขม่าๆได้เช่นกัน ถ้าเป็นแบบนี้ก็ควรล้างจมูก ไม่ควรเอานิ้วไปแคะแกะเองนะคะ ล้างจมูกเพื่อเอาสิ่งสกปรกออก แพทย์แผนจีนแนะนำ กินเก๊กฮวย แปะฮัก กิกแก้(桔梗) เหล่านี้ช่วยบำรุง ลดปอดร้อน ทำให้ปอดแข็งแรงสีของน้ำมูกสามารถช่วยบอกสัญญาณสุขภาพเบื้องต้นได้นะคะ แต่ถ้ามีอาการผิดปกติร่วมด้วย เช่น ไข้สูง ปวดหัว หรือไอเรื้อรัง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติมนะคะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

3 โรคเป็นง่าย ในวันที่อากาศเปลี่ยน ร่างกายอ่อนแอ

17 ก.ค. 2025

3 โรคเป็นง่าย ในวันที่อากาศเปลี่ยน ร่างกายอ่อนแอ

1. ไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อที่อยู่ในน้ำมูกน้ำลายหรือเสมหะของผู้ป่วย ติดต่อโดยการไอจาม หรือสัมผัสกับสิ่งที่ปนเปื้อนเชื้อโรค มักมีอาการไข้สูงตัวร้อนกลัวหนาวปวดตามกล้ามเนื้อเบื่ออาหารอ่อนเพลียปวดศีรษะ คัดจมูก มีน้ำมูกใสๆไอแห้งจะมีอาการขมคอและจุกแน่นท้องวิธีป้องกัน ให้ล้างมือเป็นประจำ หลีกเลี่ยงเอามือเข้าปากแล้วขยี้ตาไม่ควรใช้ของร่วมกับผู้อื่นสวมผ้าปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจามถ้าหากมีอาการให้นอนพักผ่อนเยอะๆ ไม่ควรที่จะออกกำลังกายควร ดื่มน้ำเปล่าให้มากควรดื่มน้ำผลไม้ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี เพื่อป้องกันหวัดดื่มน้ำซุปที่ร้อนๆน้ำขิงจะช่วยปรับสมดุลของกระเพาะอาหารและช่วยไล่หวัดได้ดี2. อุจจาระร่วงเกิดจากการกินการดื่มอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อน หรือมีเชื้อโรคที่มือ แล้วเอามือไปหยิบอาหารเข้าปากหลังจากนั้น 3 - 4ชั่วโมง จะเกิดอาการถ่ายบ่อยมีไข้หรือมีมูกในอุจจาระบางคนจะมีอาการไข้ขึ้นสูงถ้าหากทานไม่ถูกสุขลักษณะมีแมลงวันมาตอมก็จะสามารถแพร่ให้กับผู้อื่นทำให้เกิดการระบาดได้ค่ะวิธีป้องกันให้ล้างมือเป็นประจำถ้าหากมีอาการถ่ายไม่ควรซื้อยาประเภทหยุดถ่ายมากินเองควรดื่มน้ำเกลือแร่ดื่มบ่อๆให้เพียงพอกับของเสียที่ออกไป ถ้าหากไม่ดื่มเกือแร่จะทำให้ร่างกายขาดสมดุลของเกลือแร่ จะทำให้เกิดอาการไตวายเฉียบพลันได้เนื่องจากขาดน้ำควรดื่มน้ำให้สะอาดปรุงอาหารให้สุกล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร หรือเข้าห้องน้ำทุกครั้ง藿香(ฮั่วเซียง)เป็นยาจีนที่ช่วยเรื่องการปรับสมดุลย์ของลำไส้ช่วยหยุดคลื่นไส้อาเจียนและช่วยหยุดถ่ายแพทย์แผนจีนจะใช้ในการไล่ลมให้ความร้อนแก่กระเพาะอาหาร และลำไส้และช่วยลดไข้ได้ด้วย3.ปอดบวมเกิดจากการติดเชื้อของปอดเพราะการหายใจเอาเชื้อที่อยู่ตามอากาศเข้ามาในลำคอจากปากพูดลงไปในปอด หรือคนที่มีเสมหะเป็นประจำ ก็ทำให้ปัญหาได้อาการจะมีไข้สูงไอเป็นประจำเจ็บหน้าอกหายใจหอบมีเสมหะมาก ถ้าเป็นเด็กจะมีอาการตัวร้อนหายใจจนชายโครงบุ๋มถ้ามีลักษณะแบบนี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีนะคะวิธีป้องกันควรหมั่นดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอกินอาหารที่มีประโยชน์ออกกำลังกายเป็นประจำพักผ่อนให้เพียงพอหลีกเลี่ยงคลุกคลีกับผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจ หลีกเลี่ยงไปในที่แออัดมันล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ“เพราะฝนที่ตกอยู่ทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้” ฝนตกเกือบทุกวัน ดูแลสุขภาพร่างกายกันเยอะๆนะคะ ส่วนเรื่องใจให้พี่อ้อยพี่ฉอดและ GREEN WAVE ช่วยดูแลค่ะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

8 อาการ ร่างกายฟ้องว่าคุณกำลัง “ทำงานหนัก”

19 ธ.ค. 2023

8 อาการ ร่างกายฟ้องว่าคุณกำลัง “ทำงานหนัก”

1.ปวดตาและตาแห้งคนที่ทำงานหนักมักจะมีอารมณ์เครียด ทำให้ตับเสียสมดุล ดวงตาเป็นประตูแห่งตับ เมื่อตับร้อน จะทำให้ปวดตา ตาร้อน และตาแห้งได้นะคะ แพทย์แผนจีนแนะนำให้เอาผ้าขนหนูชุบน้ำร้อนแล้วประคบไว้บริเวณดวงตาประมาณ 30 นาทีค่ะ2.เจ็บคอ เสียงแหบการทำงานหนักจะทำให้ใจร้อน เร่งรีบ แล้วร่างกายจะร้อนตามหัวใจไปด้วย คนที่ทำงานหนักมักจะเจ็บคอ หรือเป็นแผลในปากได้ง่าย อันนี้แพทย์แผนจีนแนะนำให้ดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งนะคะ จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้ค่ะ3.ปวดหัว มึนหัวความเครียด ทำให้ตับขาดสมดุล เมื่อตับขาดสมดุลก็จะเกิดความร้อนที่ตับ ความร้อนมีลักษณะที่พุ่งขึ้น ทำให้รู้สึกปวดหัวหรือมึนหัวได้ง่าย แพทย์แผนจีนแนะนำให้ใช้นิ้วมือนวดด้วยตัวเองบริเวณระหว่างหัวคิ้ว ท้ายทอย และขมับสัก 30 นาที จะช่วยผ่อนคลายอาการปวดหัวได้ แต่ถ้ามีโอกาสลองไปฝังเข็มดูนะคะ จะทำให้หัวโล่งโปร่งสบายทีเดียว4.กล้ามเนื้อบริเวณไหล่แข็งกว่าปกติอาการนี้เป็นผลจากการนั่งท่าเดียวนานๆ ทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่ดี และเกิดการเกร็งบริเวณไหล่ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นแข็งกว่าปกติ แพทย์แผนจีนแนะนำให้นวด หรือไม่ก็ลองจัดกระดูก ฝังเข็มค่ะ5.รับประทานอาหารมากกว่าปกติภาวะเครียดจะทำให้เรารับประทานอาหารมากเป็นพิเศษ ตามหลักแผนจีนนั้นเมื่อม้ามอ่อนแอจะทำให้ไฟในกระเพาะมากขึ้น ไฟมากก็เผาพลาญแรง พลอยให้กินอาหารไม่อิ่ม และอยากกินเรื่อยๆ ข้อนี้อาจต้องใช้ยาทานเข้าช่วยปรับสมดุลในร่างกายค่ะ6.ความจำลดลงการทำงานหนักจะเผาพลาญพลังของร่างกาย โดยส่วนใหญ่แล้วพลังนี้จะมาจากไต พลังไตเป็นพลังที่หล่อเลี้ยงสมอง หากพลังไตโดนใช้ไปหมด พลังไตก็จะขึ้นไม่ถึงสมอง ทำให้ความจำเราลดลง แพทย์แผนจีนแนะนำให้นั่งสมาธิค่ะ ช่วยได้จริงๆ7.หงุดหงิดง่ายหงุดหงิดง่ายอันนี้ปกติค่ะ ใครทำงานหนักแล้วไม่หงุดหงิด นับถือจริงๆ ความหงุดหงิดเกิดมาจากความเครียดที่สะสม อาการนี้ตามหลักแพทย์แผนจีนเรียกว่า 'พลังตับติดขัด' แบบว่ามันแน่นอก ต้องยกออก เป็นบ่อยกับคนที่เครียด วิธีแก้อาจจะต้องปล่อยวาง หรือกินยาปรับสมดุล ลดไฟในตับค่ะ8.ร่างกายรู้สึกเหนื่อยง่ายเหนื่อยง่ายมาจากสาเหตุที่ร่างกายทำงานหนัก ใช้พลังจนหมด ในทางแพทย์แผนจีน เมื่อพูดว่าพลัง ก็คือ'ชี่' เมื่อพลังชี่อ่อนแอ หรือใช้จนหมดก็เหมือนแบตเตอรี่ที่เหลือไฟแค่ขีดเดียว รอเวลาชาร์ต ซึ่งแพทย์แผนจีนแนะนำให้ดื่มชา หรือซุปที่มีส่วนผสมของโสมอเมริกา เพราะสรรพคุณเป็นยาบำรุงพลังและหยิน หรือว่าทานยาปรับสมดุลก็ได้เช่นกันค่ะ มีกันกี่อาการคะ ลองสังเกตตัวเอง หาเวลาพักผ่อน หรือจะเปิด GREEN WAVE ฟังไปด้วยตอนทำงาน ช่วยผ่อนคลายไปในตัวนะคะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

album
greenwave
-

-