งานหนัก ใจยังไหว ร่างกายไหวไหม ?

HEALTHY LIFESTYLE

งานหนัก ใจยังไหว ร่างกายไหวไหม ?

26 เม.ย. 2023

            คนทำงานบางคนอาจเจองานหนักบ้าง เบาบ้างไม่เหมือนกัน แต่ทราบไหมคะว่าคนที่ทำงานหนักจะเกิดความเครียดสะสม ซึ่งเจ้าความเครียดนี่เหละค่ะ เป็นสาเหตุของหลายโรคเลยนะคะ เรามาเรียนรู้ลักษณะของคนที่ 'ทำงานหนัก' เกินไปกันดีกว่าค่ะ
 

1.ปวดตาและตาแห้ง

            คนที่ทำงานหนักมักจะมีความเครียด ทำให้ตับเสียสมดุล ดวงตาเป็นประตูแห่งตับ เมื่อตับร้อน จะทำให้ปวดตา ตาร้อน และตาแห้งได้ แพทย์แผนจีนแนะนำให้เอาผ้าขนหนูชุบน้ำร้อนแล้วประคบไว้บริเวณดวงตาประมาณ 30 นาทีค่ะ

 

2.เจ็บคอ เสียงแหบ

            การทำงานหนักนั้นจะทำให้ใจร้อน เร่งรีบ แล้วร่างกายจะร้อนตามหัวใจไปด้วย คนที่ทำงานหนักมักจะเจ็บคอ หรือเป็นแผลในปากได้ง่าย แพทย์แผนจีนแนะนำให้ดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งนะคะ จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้ค่ะ
 

3.ปวดหัว มึนหัว
            ความเครียด ทำให้ตับขาดสมดุล เมื่อตับขาดสมดุลก็จะเกิดความร้อนที่ตับ ความร้อนมีลักษณะที่พุ่งขึ้น ทำให้รู้สึกปวดหัว หรือมึนหัวได้ง่าย แพทย์แผนจีนแนะนำให้ใช้นิ้วมือนวดด้วยตัวเองบริเวณระหว่างหัวคิ้ว ท้ายทอย และขมับ สัก 30 นาที จะช่วยผ่อนคลายอาการปวดหัวได้ค่ะ

 

4.กล้ามเนื้อบริเวณไหล่แข็งกว่าปกติ
            อาการนี้เป็นผลจากการนั่งท่าเดียวนานๆ ทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่ดี และเกิดการเกร็งบริเวณไหล่ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นแข็งกว่าปกติ แนะนำให้นวด หรือไม่ก็ลองจัดกระดูก ฝังเข็มค่ะ


5.รับประทานอาหารมากกว่าปกติ
            ภาวะเครียดจะทำให้เรารับประทานอาหารมากเป็นพิเศษ ตามหลักแพทย์แผนจีนนั้นเมื่อม้ามอ่อนแอจะทำให้ไฟในกระเพาะมากขึ้น ไฟมากก็เผาพลาญแรง ทำให้กินอาหารไม่อิ่ม และอยากกินเรื่อยๆ ข้อนี้อาจต้องใช้ยาทานเข้าช่วยปรับสมดุลในร่างกายค่ะ

 

6.ความจำลดลง
            การทำงานหนักจะเผาพลาญพลังของร่างกาย โดยส่วนใหญ่แล้วพลังนี้จะมาจากไต พลังไตเป็นพลังที่หล่อเลี้ยงสมอง หากพลังไตโดนใช้ไปหมด พลังไตก็จะขึ้นไม่ถึงสมอง ทำให้ความจำเราลดลง แพทย์แผนจีนแนะนำให้นั่งสมาธิ ช่วยได้ค่ะ
 

7.หงุดหงิดง่าย
            หงุดหงิดง่ายอันนี้ปกติค่ะ ใครทำงานหนักแล้วไม่หงุดหงิด นับถือจริงๆ ความหงุดหงิดเกิดมาจากความเครียดที่สะสม อาการนี้ตามหลักแพทย์แผนจีนเรียกว่า 'พลังตับติดขัด' แบบว่ามันแน่นอก ต้องยกออก เป็นบ่อยกับคนที่เครียด วิธีแก้อาจจะต้องปล่อยวาง หรือกินยาปรับสมดุล ลดไฟในตับค่ะ


8.ร่างกายรู้สึกเหนื่อยง่าย
            เหนื่อยง่ายมาจากสาเหตุที่ร่างกายทำงานหนัก ใช้พลังจนหมด ในทางแพทย์แผนจีน เมื่อพูดว่าพลัง ก็คือ'ชี่' ถ้าพลังชี่อ่อนแอ หรือใช้จนหมด ก็เหมือนแบตเตอรี่ที่เหลือไฟแค่ขีดเดียว รอเวลาชาร์ต ซึ่งแพทย์แผนจีนแนะนำให้ดื่มชา หรือซุปที่มีส่วนผสมของโสมอเมริกา เพราะสรรพคุณเป็นยาบำรุงพลังและหยิน หรือว่าทานยาปรับสมดุลก็ได้เช่นกันค่ะ

            เราต่างต้องทำงานหาเลี้ยงตนเองและครอบครัว สุขภาพของเราย่อมสำคัญที่สุด ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ ขอให้มีความสุขกับการทำงานค่ะ หรือจะเปิด Green Wave เป็นเพื่อนระหว่างทำงาน ช่วยลดความเครียดได้นะคะ ^^

 

ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็ม

Collector by รุ่งโนรี ’Girl Music & Travel Lover

related HEALTHY LIFESTYLE

3 โรคเป็นง่าย ในวันที่อากาศเปลี่ยน ร่างกายอ่อนแอ

17 ก.ค. 2025

3 โรคเป็นง่าย ในวันที่อากาศเปลี่ยน ร่างกายอ่อนแอ

1. ไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อที่อยู่ในน้ำมูกน้ำลายหรือเสมหะของผู้ป่วย ติดต่อโดยการไอจาม หรือสัมผัสกับสิ่งที่ปนเปื้อนเชื้อโรค มักมีอาการไข้สูงตัวร้อนกลัวหนาวปวดตามกล้ามเนื้อเบื่ออาหารอ่อนเพลียปวดศีรษะ คัดจมูก มีน้ำมูกใสๆไอแห้งจะมีอาการขมคอและจุกแน่นท้องวิธีป้องกัน ให้ล้างมือเป็นประจำ หลีกเลี่ยงเอามือเข้าปากแล้วขยี้ตาไม่ควรใช้ของร่วมกับผู้อื่นสวมผ้าปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจามถ้าหากมีอาการให้นอนพักผ่อนเยอะๆ ไม่ควรที่จะออกกำลังกายควร ดื่มน้ำเปล่าให้มากควรดื่มน้ำผลไม้ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี เพื่อป้องกันหวัดดื่มน้ำซุปที่ร้อนๆน้ำขิงจะช่วยปรับสมดุลของกระเพาะอาหารและช่วยไล่หวัดได้ดี2. อุจจาระร่วงเกิดจากการกินการดื่มอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อน หรือมีเชื้อโรคที่มือ แล้วเอามือไปหยิบอาหารเข้าปากหลังจากนั้น 3 - 4ชั่วโมง จะเกิดอาการถ่ายบ่อยมีไข้หรือมีมูกในอุจจาระบางคนจะมีอาการไข้ขึ้นสูงถ้าหากทานไม่ถูกสุขลักษณะมีแมลงวันมาตอมก็จะสามารถแพร่ให้กับผู้อื่นทำให้เกิดการระบาดได้ค่ะวิธีป้องกันให้ล้างมือเป็นประจำถ้าหากมีอาการถ่ายไม่ควรซื้อยาประเภทหยุดถ่ายมากินเองควรดื่มน้ำเกลือแร่ดื่มบ่อๆให้เพียงพอกับของเสียที่ออกไป ถ้าหากไม่ดื่มเกือแร่จะทำให้ร่างกายขาดสมดุลของเกลือแร่ จะทำให้เกิดอาการไตวายเฉียบพลันได้เนื่องจากขาดน้ำควรดื่มน้ำให้สะอาดปรุงอาหารให้สุกล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร หรือเข้าห้องน้ำทุกครั้ง藿香(ฮั่วเซียง)เป็นยาจีนที่ช่วยเรื่องการปรับสมดุลย์ของลำไส้ช่วยหยุดคลื่นไส้อาเจียนและช่วยหยุดถ่ายแพทย์แผนจีนจะใช้ในการไล่ลมให้ความร้อนแก่กระเพาะอาหาร และลำไส้และช่วยลดไข้ได้ด้วย3.ปอดบวมเกิดจากการติดเชื้อของปอดเพราะการหายใจเอาเชื้อที่อยู่ตามอากาศเข้ามาในลำคอจากปากพูดลงไปในปอด หรือคนที่มีเสมหะเป็นประจำ ก็ทำให้ปัญหาได้อาการจะมีไข้สูงไอเป็นประจำเจ็บหน้าอกหายใจหอบมีเสมหะมาก ถ้าเป็นเด็กจะมีอาการตัวร้อนหายใจจนชายโครงบุ๋มถ้ามีลักษณะแบบนี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีนะคะวิธีป้องกันควรหมั่นดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอกินอาหารที่มีประโยชน์ออกกำลังกายเป็นประจำพักผ่อนให้เพียงพอหลีกเลี่ยงคลุกคลีกับผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจ หลีกเลี่ยงไปในที่แออัดมันล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ“เพราะฝนที่ตกอยู่ทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้” ฝนตกเกือบทุกวัน ดูแลสุขภาพร่างกายกันเยอะๆนะคะ ส่วนเรื่องใจให้พี่อ้อยพี่ฉอดและ GREEN WAVE ช่วยดูแลค่ะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

สาเหตุที่ทำให้ปวดหลัง

02 มิ.ย. 2022

สาเหตุที่ทำให้ปวดหลัง

อาการปวดหลัง เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุนะคะ แม้ในสภาวะปกติ เนื่องจากกระดูกสันหลังรับน้ำหนักของร่างกายตลอดเวลา แต่ในเวลานอนจะรับน้ำหนักน้อยที่สุด ถ้าไม่เอาใจใส่กับอาการปวดหลังที่เกิดขึ้นชั่วครั้งชั่วคราวแล้ว อาการปวดหลังในระยะเริ่มแรก ก็จะกลายเป็นอาการปวดเรื้อรัง ทําให้ยากต่อการรักษาให้หายขาดได้นะคะ การบําบัดรักษาที่จะได้ผลดี จําเป็นจะต้องได้รับความร่วมมือร่วมใจทั้งผู้รักษาและผู้รับการรักษาค่ะสาเหตุของโรคหรือความผิดปกติที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง1.การบาดเจ็บ เช่น ตกจากที่สูง หมอนรองกระดูกเคลื่อน2.การติดเชื้อ เช่น วัณโรคของกระดูกสันหลัง3.ความผิดปกติแต่กําเนิด4.เนื้องอก เช่น การกระจายของมะเร็งจากอวัยวะอื่นมาที่กระดูกสันหลัง5.ความเสื่อมทางชีวกลศาสตร์ของหลัง เช่น ท่าทางไม่ถูกต้อง กล้ามเนื้ออ่อนแรงที่ขาดการออกกําลังกาย6.อารมณ์ตึงเครียด อาจส่งผลถึงกล้ามเนื้อหลัง ทําให้มีอาการเกร็งและปวดหลังได้ค่ะในที่นี้ขอกล่าวถึงอาการปวดหลังที่เกิดจากสาเหตุ ข้อที่ 5 และ 6การวิเคราะห์แยกกลุ่มอาการโรคอาศัยประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจพิเศษทางห้องปฏิบัติการ จากประวัติในพวกที่มีความผิดปกติของกระดูกสันหลัง เช่น กระดูกสันหลังไม่ตรง แอ่นเกินไป หรือหลังค่อมเกินไป ผู้ป่วยพวกนี้จะมีอาการปวดเวลาเคลื่อนไหว ถ้าได้พักจะทุเลาค่ะพวกที่เป็นเนื้องอกของกระดูกสันหลัง หรือจากต่อมไร้ท่อ ที่มีความผิดปกติ อาการปวดในกระดูกก็จะพบได้ โดยเฉพาะเวลานอนพักยิ่งปวดมากขึ้น และจะปวดตลอดเวลาเมื่อเคลื่อนไหวกระดูกสันหลัง บางครั้งจะเห็นอาการกระดูกสันหลังของผู้ป่วยคด(scoliosis) ทั้งนี้เป็นเพราะกล้ามเนื้อหลังหดเกร็งตัว การที่กระดูกสันหลังคด ทำให้การหดเกร็งของกล้ามเนื้อไม่สมดุล จึงทำให้ขาสั้นยาวไม่เท่ากันพวกที่มีข้อสันหลังเสื่อม จะเคลื่อนไหวไม่ได้เต็มที่ โดยเฉพาะท่าเอียงตัวไปซ้ายหรือขวา ในโรคข้อสันหลังอักเสบยึดติด จะเอียงตัวไปด้านซ้ายหรือขวาไม่ได้เลยค่ะการตรวจกระดูกสันหลัง จำเป็นต้องตรวจหาอาการกดทับประสาทสันหลังด้วย เช่น การดึงตัวของประสาทขาทางด้านหลัง(Sciatic nerve) พวกนี้ถ้าก้มตัวจะปวดร้าวลงไปตามขาทางด้านหลัง และยิ่งถ้าไอหรือจามก็จะปวดหลังมาก มีอาการปวดร้าวแปลบไปตามแนวด้านหลังขาที่ประสาทผ่านไปมุมมองต่อโรคในศาสตร์การแพทย์แผนจีนปวดหลังบั้นเอว อาจปวดข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ค่ะ มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดระหว่างแนวกลางกระดูกสันหลัง และบริเวณด้านข้างทั้งสองข้าง โดยเฉพาะเวลามีอาการปวดจะเกิดขึ้นในบริเวณดังกล่าวจึงมีชื่อเรียกว่า Lumbospinal pain โดยทั่วไปมักเรียก Lumbago หรือ TCM เรียกอาการนี้ว่า Yao Tong บริเวณบั้นเอวเป็นที่อยู่ของไต ดังนั้นอาการปวดบั้นเอวจึงสัมพันธ์กับไต อาการอาจเป็นแบบเฉียบพลัน หรือเรื้อรังก็ได้ค่ะหลักการรักษา1. ความเย็นชื้น ขับความเย็น สลายความชื้น ทะลวงและอุ่นเส้นลมปราณความร้อนชื้น ขจัดร้อน สลายความชื้น คลายกล้ามเนื้อและเอ็นเพื่อระงับปวด2. ชี่ติดขัดและเลือดคั่ง กระตุ้นเลือดให้ไหลเวียน เพื่อสลายเลือดคั่ง ปรับการไหล เวียนของชี่เพื่อระงับปวด3. ไตพร่อง บำรุงไตเพื่อเสริมความแข็งแรงให้บั้นเอว เป็นหลักการทั่วไป กรณีไต หยางพร่อง บำรุงไตหยาง เพื่อเสริมความแข็งแรงให้บั้นเอว กรณีไตอินพร่อง เลี้ยงบำรุงไตอินให้สมบูรณ์4. ความผิดปกติของเส้นลมปราณที่เกี่ยวข้องกับไต ทะลวงเส้นลมปราณ ปรับการไหลเวียนของจิงชี่ บริเวณบั้นเอว และระงับปวดสาเหตุที่ทำให้ปวดหลังมีหลายสาเหตุนะคะ เรามาค่อยๆเริ่มดูแลรักษาสุขภาพหลังไปด้วยกัน เริ่มจากเปิด Green Wave แล้วค่อยๆเอนหลัง นอนพักกันก่อนนะคะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

ไม่อยากเป็นเกาต์ ให้เค้าดูแลสิ

01 มี.ค. 2022

ไม่อยากเป็นเกาต์ ให้เค้าดูแลสิ

โรคเกาต์เป็นโรคข้ออักเสบที่เกิดจากผลึกของ Monosodium Urate Monohydrate ตกตะกอนในข้อ ซึ่งมีผลมาจากกรดยูริก ซึ่งเป็นผลผลิตของกระบวนการเมตาบอลิสซึ่มของสารพิวรีน (Purene metabolism) ฟังแล้วอาจจะงง แต่ถ้า พิวรีนสูงมากจนตกตะกอนเป็นผลึกของยูเรทสะสมตามข้อต่อเนื้อเยื่อ รอบๆ ข้อและไต ทำให้พบผลึกนี้ในเม็ดเลือดขาวของน้ำไขข้อจากการเจาะข้อที่กำลังอักเสบได้เลยนะคะโรคเกาต์เป็นโรคปวดข้อเรื้อรังชนิดหนึ่ง ส่วนใหญ่จะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงส่วนมากพบในผู้ชายอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป เพราะผู้ชาย ชอบกินเหล้า กินเบียร์ จริงๆ แล้วการขับยูริกในผู้หญิงจะดีกว่าผู้ชายส่วนผู้หญิงพบได้น้อย ถ้าพบมักจะเป็นหลังวัยหมดประจำเดือนค่ะปวดเกาต์ ปวดแรกๆมักจะเป็นเพียงข้อเดียว ข้อที่พบส่วนมาก จะเป็นนิ้วหัวแม่เท้า ส่วนข้อเท้า ข้อเข่า ก็อาจพบในผู้ป่วยบางราย ข้อจะบวมและเจ็บมากจนเดินไม่ไหว ผิวหนังในบริเวณนั้นจะตึง เอาหลังมือไปวัดจะร้อนและแดง ขณะที่เดินอาการ เริ่มทุเลา ผิวหนังบริเวณนั้นจะลอกและคันได้ผู้ป่วยมักเริ่มมีอาการปวดในช่วงตอนกลางคืน และมักจะเป็นหลังดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ไตขับกรดยูริกได้น้อยลง หรือ หลังกินเลี้ยง โต๊ะจีนมื้ออาหารที่กินมากกว่าปกติ หรือ เดินสะดุด บางครั้งอาจมีอาการขณะมีภาวะความเครียดทางจิตใจก็อาจจะทำให้ปวดได้ค่ะถ้าปวดเกาต์ข้อที่ปวดจะมีลักษณะ บวม แดง ร้อน อาจมีไข้ร่วมด้วย บางรายอาจมีตุ่มขึ้นใสๆ หรือมีน้ำไหลออกมา ถ้าไม่ได้รับการรักษา อาจะทำให้เกิดภาวะข้อพิการ นิ่วในทางเดินปัสสาวะ ซึ่งอาจทำให้มีการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะแทรกซ้อนตามมาได้และเป็นโรคไตในที่สุดค่ะนอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ป่วยโรคเกาต์มักมีโอกาสเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง และภาวะหลอดเลือดแดงแข็งมากกว่าคนปกติ และหากไม่ได้ควบคุมโรคเหล่านี้ ในที่สุดก็อาจกลายเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมองตีบและไตวายได้นะคะ1. อาการปวดจาก ลม-ชื้น-ร้อนอาการอักเสบเฉียบพลัน มักเกิดเวลากลางคืนมีไข้ร่วม กระหายน้ำ แน่นหน้าอกปวดหัว เหงื่อออก ปัสสาวะเข้ม ท้องผูก- อาการโรคเกาต์ตามกลุ่มอาการลมร้อนชื้น ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ แก้ปวด ขับร้อน ขับชื้น สลายลมร้อน2. อาการปวดจาก ลม-เย็น-ชื้น ข้อบวม อักเสบ เคลื่อนไหวข้อลำบาก มีก้อน Tophiถ้าลมเยอะตำแหน่งข้อที่อักเสบจะเปลี่ยน ถ้าความเย็นมาก จะปวด อักเสบมากและเป็นเฉพาะบางที่ ถ้าความชื้นมาก ข้อจะหนัก ไม่เปลี่ยนตำแหน่ง ร่วมกับอาการชาร่วมด้วย- อาการตามกลุ่มลมเย็นชื้น และม้ามพร่อง ทานยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณ แก้ปวด สลายลมเย็น ขับชื้น อุ่นเส้นลมปราณ บำรุงม้าม3. อาการปวดจากเสมหะอุดตันเป็นระยะข้ออักเสบเรื้อรัง ข้อผิดรูป มีก้อน Tophi มากจนทะลุออกมา ผิวหนังเปลี่ยนสีลิ้นซีดและใหญ่หรือเป็นสีม่วงคล้ำ มีตำรับยาสมุนไพรจีนต่างๆ หลายตำรับสำหรับอาการปวดบวมแต่ละชนิด- อาการโรคเกาต์ตามกลุ่มอาการเสมหะอุดตัน ทำการฝังเข็มตามจุดเส้นลมปราณที่มีสรรพคุณ แก้ปวด สลาย และขับเสมหะฝังเข็มตามกลุ่มอาการ ทำการฝังเข็มปรับสมดุลร่างกายตามกลุ่มอาการต่างๆ ลดเสมหะ ขับลม ลดร้อน หรือลดเย็น ขึ้นอยู่กับหัตถการของแพทย์แต่ละท่านถ้ารู้ว่าเป็นเก๊าต์หรือยูริกสูง ควรปฏิบัติตัวยังไง เรามีคำแนะนำจากแพทย์แผนจีนมาฝากค่ะ1. ควรดื่มน้ำสะอาดให้ปริมาณเพียงพอ เพื่อป้องกันนิ่วในไต2. กรณีอ้วน ควรลดน้ำหนักลงทีละน้อย ไม่ควรลดแบบหักโหมฮวบฮาบ เพราะอาจทำให้มีการสลายตัวของเซลล์รวดเร็วเกินไป และมีการสร้างกรดยูริก ทำให้ข้ออักเสบกำเริบได้ค่ะ3. ควรงดแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์4. ควรระวังอย่าให้ข้อกระดูกได้รับบาดเจ็บ5. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกรดยูริกสูง เช่น เครื่องในสัตว์ ไข่ปลา ปลาซาร์ดีน หอย กะปิ อาหารที่มียีสต์ และยอดผักชนิดต่างๆสมุนไพรที่ช่วยลดการเกิดเก๊าต์1.ลูกเดือยสรรพคุณของลูกเดือยนั่นก็คือ ช่วยขับปัสสาวะ แก้ร้อนใน ขับความชื้นบำรุงสุขภาพ บำรุงไต ม้าม บำรุงเลือดลม อีกทั้งยังบรรเทาอาการโรคเก๊าต์ จากความร้อนชื้น ได้อีกด้วย วิธีใช้ ต้มเป็นน้ำ กินได้ทั้งเนื้อและน้ำค่ะ2.เห็ดหลินจือมีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูการทำงานของไต และลดการอักเสบของไต เมื่อไตทำงานดีขึ้นทำให้ไตสามารถขับกรดยูริคออกจากร่างกายได้มากขึ้น ยิ่งควบคุมอาหารที่มีสารพิวรีนด้วยแล้ว ยิ่งทำให้บรรเทาอาการได้ดียิ่งขึ้น ชงเป็นชาก็ได้นะคะ3.ขมิ้นชันจัดเป็นสมุนไพรประจำบ้านสรรพคุณครอบจักรวาล ซึ่งขมิ้นชันช่วยลดอาการอักเสบ ลดอาการปวดข้อ ทำให้อาการปวดข้อลดลง เป็นผลดีต่อคนเป็นเกาต์ วิธีใช้ ใช้ทานเป็นอาหาร หรือทานสด4.ชาตะไคร้ใบเตยนำตะไคร้ 4 - 5 ต้น ใบเตย 2 - 3 ใบ ล้างน้ำให้สะอาด นำไปต้มในน้ำ ปิดฝาประมาณ 30 นาที ดื่มแทนน้ำประมาณ 1 สัปดาห์ ช่วยล้างกรดยูริคในกระแสเลือด แต่การทานสมุนไพรนี้มีผลให้ปัสสาวะบ่อยนะคะ“ไม่อยากเป็นเกาต์ ให้เค้าดูแล” แต่ถ้าไม่มีใครเทคแคร์ เราก็ต้องดูแลตัวเองนะคะทุกคน ด้วยความปรารถนาดีจาก Green Wave ค่ะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

ทำยังไงให้ไตแข็งแรง

11 มี.ค. 2024

ทำยังไงให้ไตแข็งแรง

1.รักษาระดับอารมณ์ ให้คงที่อยู่เสมอแพทย์แผนจีนกล่าวไว้ว่า ความกลัวทำร้ายไต คนที่เป็นโรคไตไม่ควรเครียด ต้องทำจิตใจให้สงบ ทำให้สดชื่น รู้จักผ่อนคลาย คนที่มีปัญหาทางด้านไต จะเป็นคนที่หงุดหงิดง่าย อารมณ์เสียบ่อย น้อยใจง่าย2.ไม่หักโหมกับการทำงานการทำงานหามรุ่งหามค่ำ เป็นบ่อเกิดแห่งความเครียด และการพักผ่อนน้อย ทำให้สมองแล่นตลอดเวลา การที่สมองเราเแล่นตลอดเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน จะทำให้เราสูญเสียพลังชี่และพลังจิงที่บำรุงสมองไตเป็นอวัยวะที่สร้างสารจิงไปเลี้ยงสมองสมองคิดช้า เพราะไตไม่สามารถส่งสารจิงไปเลี้ยงสมองได้เพียงพอ คนที่มีปัญหาทางไตจะมีอาการคิดอะไรช้า คิดไม่ออก และเครียดง่ายค่ะ3.อย่าให้ระบบทางเดินอาหารขาดสมดุลคนที่มีปัญหาระบบไตพลังจากไตจะไม่ส่งผลไปที่กระเพาะอาหารและม้าม จะทำให้มีอาการท้องอืดบ่อยถ่ายไม่ออกคลื่นไส้ง่าย อาการเหล่านี้เป็นเพราะในแพทย์แผนจีนไตกำกับปัสสาวะและอุจจาระการที่ไตไม่มีพลังชี่เพียงพอกับการขับปัสสาวะจะทำให้ปัสสาวะออกช้ากระปิดกระปอยออกน้อยไม่สุดปัสสาวะกลางคืนบ่อยถ้าหากไตไม่มีพลังชี่ไปขับอุจจาระ จะท้องผูกง่ายท้องอืดบ่อยเหนื่อยง่ายการบำรุงไต ได้ด้วยวิธีง่ายๆ1.ถูเอวบำรุงไตการถูให้ความร้อนบริเวณเอวบ่อยๆจะช่วยเสริมพลังหยางให้กับไต เหมาะสำหรับปัสสาวะบ่อยเวลากลางคืน2.นวดท้องน้อยเพิ่มพลังชี่นวดบริเวณใต้สะดือ จะช่วยกระตุ้นการขับถ่ายให้ดีขึ้นค่ะ3.นวดใบหูเสริมไตให้แข็งแรงการนวดใบหูให้นวดจากบนลงล่าง จะช่วยสะท้อนจุดต่างๆของใบหู เสริมร่างกายและเสริมพลังไตได้ค่ะนอกจากดูแลใจแล้วอย่าลืมดูแลไตด้วยนะคะ เพราะไตถือเป็นอีกหนึ่งอวัยวะที่สำคัญมาก ทำหน้าที่ขับของเสียออกจากร่างกายดังนั้นการดูแลไตจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องให้ความสำคัญไม่แพ้ใจเลยค่ะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

album
greenwave
-

-