
21 ม.ค. 2022
ปวดหลัง ที่ไม่ใช่แค่หลัง
ปวดหลัง(Backache)เป็นอาการปวดเมื่อยตึงร้าวหรือเจ็บที่หลังสาเหตุหลักๆที่ทำให้ปวดหลังเช่นกิจกรรมในชีวิตประจำวันยืนเดินหรือนั่งไม่ถูกท่ายกของหนักเกินไปอุบัติเหตุการกระแทกการเล่นกีฬาหรือเป็นผลมาจากโรคต่างๆค่ะอาการปวดหลังเป็นอาการที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างมากเหมือนที่หลายคนอุทาน“ไม่ปวดไม่รู้หรอก” ไม่ใช่แค่กับผู้สูงอายุนะคะที่จะเผชิญกับอาการปวดหลังแต่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะคนวัยทำงานคนที่ทำงานนั่งเป็นประจำหรือทำงานแบกหามสาเหตุของอาการปวดหลังอาการปวดหลังสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัยเช่นการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันการทำท่าทางที่ไม่ถูกต้องสะสมเป็นเวลานานการเคล็ดขัดยอกการตึงการอักเสบของกล้ามเนื้อ หรือเส้นเอ็นบริเวณหลังปัญหาของหมอนรองกระดูกปัญหาของกระดูกสันหลัง และเส้นประสาทปัญหาจากโรคหรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆซึ่งอาการปวดหลัง จะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของร่างกายและการดำเนินชีวิตประจำวันสาเหตุของอาการปวดหลังสามารถเกิดได้จากปัจจัยต่างๆต่อไปนี้สาเหตุที่เกิดจากปัญหาของกระดูกสันหลังสามารถเกิดขึ้นได้จากการเคลื่อนตัวของข้อกระดูกกล้ามเนื้อหรือหมอนรองกระดูกตัวอย่างเช่นหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม(Degenerative Discs)เกิดจากการที่หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมหดตัวหรือฉีกขาด ทำให้กระดูกสันหลังชนหรือถูกันมักเกิดขึ้นได้เมื่อมีอายุมากขึ้นหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท(HerniatedหรือSlipped Discs)หมอนรองกระดูกคือเนื้อเยื่ออ่อนที่อยู่ระหว่างข้อกระดูกสันหลังมักเกิดการสึกหรอหรือฉีกขาดแล้วกดทับเส้นประสาททำให้เกิดอาการปวดหลังส่วนล่างหรือบริเวณสะโพกหมอนรองกระดูกสันหลังโป่งนูน(Bulging Discs)เป็นการโป่งออกของหมอนรองกระดูกมาดันโดนเส้นประสาทแต่อาการจะไม่มากเท่าหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาทกระดูกสันหลังตีบเกิดขึ้นจากการที่กระดูกสันหลังหดตัวลงทำให้กระดูกสันหลังและเส้นประสาทต้องรับน้ำหนักของร่างกายเพิ่มมากขึ้นเป็นสาเหตุให้เกิดอาการชาที่บริเวณขา และไหล่มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุกระดูกสันหลังเคลื่อน(Spondylolisthesis)เป็นการเสื่อมสภาพ หรืออักเสบที่ข้อต่อและเส้นเอ็นที่ทำหน้าที่ประคองกระดูกสันหลังโรครากประสาทคอ(Cervical Radiculopathy)เกิดจากการได้รับแคลเซียมในปริมาณที่มากเกินไปทำให้เกิดกระดูกงอกขึ้นมาสาเหตุที่เกิดจากการบาดเจ็บและอุบัติเหตุอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดหลังหรือนำไปสู่ปัญหาของการเคลื่อนไหวร่างกายได้เช่นบาดเจ็บหรือเกิดการฉีกขาดที่เส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อบริเวณกระดูกสันหลังมักเป็นผลมาจากการยกของหนักหรือการเล่นกีฬาสาเหตุที่เกิดจากการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันเช่นการนั่งห่อหลังที่โต๊ะทำงานยกของหนักเกินไปมีน้ำหนักตัวมากไม่ออกกำลังกายสูบบุหรี่ใส่รองเท้าส้นสูงสาเหตุจากภาวะทางอารมณ์ทั้งความเครียดความวิตกกังวลภาวะซึมเศร้าสามารถทำให้เกิดความเครียดสะสมและส่งผลต่อกล้ามเนื้อได้สาเหตุอื่นๆอาการปวดหลังสามารถเป็นผลมาจากอาการหรือโรคต่างๆได้ดังต่อไปนี้โรคข้ออักเสบ(Arthritis)เป็นสาเหตุให้เกิดอาการตึงบวมและอักเสบโรคข้อเสื่อม(Osteoarthritis)เกิดจากการเสื่อมหรือกระดูกถูกทำลายพบมากในผู้สูงอายุโรคข้อสันหลังอักเสบยึดติด(Ankylosing Spondylitis)เป็นโรคข้ออักเสบอีกชนิดหนึ่งที่ส่งผลต่อแนวกระดูกสันหลังกระดูกสันหลังคด(Scoliosis)เป็นอาการที่เป็นมาตั้งแต่เกิดมักเริ่มพบอาการปวดในวัยกลางคนการตั้งครรภ์น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบต่อกระดูกสันหลังเนื้องอกเป็นสาเหตุมาจากโรคมะเร็งแต่พบได้ไม่มากที่จะกระจายไปที่บริเวณหลังโรคไฟโบรมัยอัลเจีย(Fibromyalgia)คือกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อเอ็นและเนื้อเยื่ออ่อนกระดูกอักเสบติดเชื้อ(Osteomyelitis)เป็นการติดเชื้อในกระดูกและหมอนรองกระดูกโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่(Endometriosis)นิ่วในไตและการติดเชื้อที่ไตนอกจากนี้ยังอาจตรวจพบสาเหตุการปวดหลังตามตำแหน่งของอาการได้ดังนี้ค่ะบริเวณต้นคอเป็นการปวดตั้งแต่ช่วงฐานกระโหลกศีรษะไปจนถึงช่วงไหล่สามารถขยายไปถึงหลังช่วงบนและแขนได้อาจทำให้ไม่สามารถขยับคอและศีรษะได้เต็มที่และส่งผลให้เกิดการปวดศีรษะได้อาจเกิดจากการห่อตัวนั่งหรือยืนหลังไม่ตรงนอนผิดท่ารวมถึงการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆโดยไม่พักเป็นต้นอาจเป็นการปวดแบบไม่ทราบสาเหตุหรือเป็นผลมาจากโครงสร้างที่ผิดปกติโรคมะเร็งกระดูกหักหรือจากกิจกรรมในชีวิตประจำวันเช่นการทำท่าทางที่ไม่ถูกต้องการยกของหนักเกินไปนั่งหลังไม่ตรงยืนในท่าเดิมหรือขับรถเป็นเวลานานบริเวณก้นและขาอาจเกิดจากหมอนรองกระดูกเคลื่อนทำให้เส้นประสาทไซอาติก(Sciatica)ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่เริ่มตั้งแต่เชิงกรานยาวเชื่อมต่อไปที่ขาแต่ละข้างลงไปถึงเท้าเกิดระคายเคืองหรือถูกกระดูกสันหลังกดทับ จะทำให้เกิดอาการปวดตามแนวเส้นประสาทไซอาติกนี้การรักษาอาการปวดหลังการรักษาอาการปวดหลังมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการหรือสาเหตุของการทำให้เกิดอาการปวดหลังถ้าเป็นอาการปวดในระยะสั้นคือเพิ่งปวดหรือปวดไม่มากสามารถบรรเทาได้ด้วยตัวเองโดยการทาครีมบรรเทาอาการปวดหรือรับประทานยาแก้ปวดที่วางขายตามร้านขายยาทั่วไปหากใช้ยาแก้ปวดติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจส่งผลข้างเคียงต่อการทำงานของไต และเกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารได้นะคะส่วนอาการปวดรุนแรงหรือเรื้อรังแพทย์อาจแนะนำให้รับประทานยาแก้ปวดควบคู่ไปกับการรักษารูปแบบอื่นเช่นการทำกายภาพบำบัดการฝังเข็มการป้องกันอาการปวดหลังการป้องกันอาการปวดหลังสามารถทำได้หลายวิธีโดยเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้หลังการยืนการเดินการนั่งหรือการนอนรวมไปถึงการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรงขึ้นทำให้ยากต่อการอักเสบ หรืออ่อนล้า และไม่กลับไปสู่อาการปวดหลังอีกการรักษาโดยด้วยตนเองและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมพักผ่อนและพยายามมองโลกในแง่บวก การพักผ่อนเป็นส่วนสำคัญของการฟื้นฟูจากอาการต่างๆยิ่งกังวลก็อาจจะทำให้อาการหายช้าลงพยายามให้กำลังใจตัวเองผู้ที่มองโลกในแง่บวกมีแนวโน้มที่จะฟื้นฟูตัวเองจากอาการป่วยได้ดีกว่าปรับเปลี่ยนท่านอนการทำท่าเดิมนานๆอาจเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังเช่นการนอนหงายเป็นเวลานาน ทำให้น้ำหนักของร่างกายไปกดลงที่กระดูกสันหลังเพียงยกขาขึ้นและสอดหมอนไปใต้เข่าหรือนอนตะแคงแล้วใช้หมอนสอดไปที่ระหว่างขาจะสามารถช่วยลดน้ำหนักที่กดลงและบรรเทาอาการปวดหลังได้เป็นอย่างดีการประคบร้อน หรือประคบเย็นบางคนพบว่ามีอาการดีขึ้นหลังอาบน้ำอุ่นหรือเอาถุงน้ำร้อนมาประคบในบริเวณที่มีอาการหรือการประคบเย็นโดยนำน้ำแข็งห่อด้วยผ้าแล้วนำมาประคบก็สามารถบรรเทาอาการได้เช่นกันค่ะออกกำลังกายบางครั้งสาเหตุของอาการเจ็บหลังมาจากการยืนหรือนั่งผิดท่าหรือยกของหนักเกินไปหลายคนคิดว่านอนพักอยู่บนเตียงจะสามารถฟื้นตัวได้ดีกว่าแต่การออกกำลังกายที่ได้มีการเคลื่อนไหวร่างกายในท่าทางที่ถูกต้องและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อบริเวณหลังจะสามารถบรรเทาอาการปวดได้เช่นการว่ายน้ำการเดิน การปั่นจักรยานการเล่นโยคะการเล่นพิลาทิสการบริหารและการยืดกล้ามเนื้อเป็นต้นการรักษาโดยใช้ยาการใช้ยาแก้ปวดยาที่แพทย์มักจะจ่ายให้กับผู้ที่มีอาการปวดหลังคือยาอะเซตามีโนเฟน(Acetaminophen)เช่นพาราเซตามอลไทลินอลหรือยาในกลุ่มNSAIDsเช่นไอบูโปรเฟนนาโปรเซนหรือยาที่ออกฤทธิ์แรงกว่ายาแก้ปวดถ้าใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจส่งผลข้างเคียงต่อการทำงานของไตในผู้ป่วยบางรายได้และเกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหารได้นะคะหากการใช้ยาบรรเทาอาการปวดรูปแบบอื่นไม่สามารถบรรเทาอาการปวดได้แพทย์อาจแนะนำให้ฉีดสเตียรอยด์เข้าที่บริเวณรอบๆเส้นประสาทไขสันหลังหรือในบริเวณที่ปวดซึ่งจะช่วยลดการอักเสบรอบเส้นประสาทไขสันหลังได้การรักษาหลังการรักษาโดยใช้ยาการทำกายภาพบำบัดเป็นการรักษาที่ทำให้ผู้ป่วยบรรเทาอาการปวดช่วยให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวร่างกายได้ถูกวิธีและลดอาการบาดเจ็บให้ดีขึ้นเพื่อให้สามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำได้ตามปกติโดยแพทย์มักจะแนะนำให้ผู้ป่วยทำกายภาพบำบัดหลังสำหรับการบาดเจ็บหรือมีปัญหาสุขภาพระยะยาวเช่นการปวดเรื้อรังโรคข้ออักเสบเป็นต้นวิธีการรักษาอาจแตกต่างกันออกไปเช่นการออกกำลังกายการกระตุ้นด้วยไฟฟ้าทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการและเงื่อนไขของผู้ป่วยแต่ละรายค่ะการบำบัดโดยการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม(Cognitive Behavioural Therapy)มีจุดประสงค์เพื่อปรับเปลี่ยนความคิดความเชื่อความรู้สึกและพฤติกรรมโดยนักบำบัดจะวิเคราะห์ความคิดและพฤติกรรมและให้ผู้ป่วยลองคิดและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางบวกหลังจบการรักษาแล้วสามารถช่วยให้ผู้ป่วยรับมือกับสิ่งต่างๆได้ดีขึ้นค่ะการรักษาโดยการผ่าตัดการผ่าตัดใช้รักษาอาการปวดหลังจากบางสาเหตุเช่นการติดเชื้อที่กระดูกสันหลังหรือปวดหลังที่เกิดจากการกดทับเส้นประสาทจนมีอาการอ่อนแรงที่ขาร่วมด้วยโดยทั่วไปมักจะเป็นทางเลือกท้ายๆเมื่อรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่มีอาการดีขึ้นแพทย์ทางเลือกไคโรแพรคติก(Chiropractic)เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งของการดูแลสุขภาพสรีระและโครงสร้างของมนุษย์เป็นการรักษาที่ไม่ใช้ยา และไม่มีการผ่าตัดมุ่งเน้นไปที่การจัดกล้ามเนื้อข้อต่อและกระดูกบริเวณกระดูกสันหลัง โดยใช้มืออาจได้ยินเสียงที่เกิดจากแก๊สบริเวณข้อต่อซึ่งเป็นปกติของการรักษาด้วยวิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลัง หรือปวดคอจากการเคล็ดขัดยอกตอนยกของหนักเกินไปและไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคกระดูกพรุนหรือโรคไขข้ออักเสบแต่การรักษาด้วยวิธีการนี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาสนับสนุนว่าอาการปวดหลังส่วนใหญ่มาจากปัญหาของแนวกระดูกสันหลังการฝังเข็ม การนวดทุยหนาและยาจีนเป็นศาสตร์การรักษาทางเลือกรูปแบบหนึ่งของจีนโบราณโดยจะฝังเข็มที่มีขนาดและความยาวแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับลักษณะของผู้ป่วยฝังลงไปตามจุดฝังเข็มที่ถูกพิจารณา โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นเส้นประสาทรับความรู้สึกใต้ผิวหนังและกล้ามเนื้อส่งผลให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นโดรฟินส์(Endrophins)เพื่อบรรเทาอาการปวดโดยจะใช้เวลาในการรักษาประมาณ20-40นาทีต่อครั้งมีวิธีรักษาอาการปวดหลังอยู่หลายวิธี แต่วิธีที่เริ่มง่ายที่สุด น่าจะเป็นการรักษาด้วยตนเองและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนะคะค่อยๆปรับ ค่อยๆเปลี่ยน เพื่อสุขภาพหลังของคุณและคนที่คุณรัก ด้วยความปรารถนาดีจากพวกเราชาวGreen Waveค่ะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะFacebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’GirlMusic Travel Lover



